ตราด - นอภ.คลองใหญ่ นำหน่วยงานเกี่ยวข้องรับตัว 12 คนไทยถูกทางการกัมพูชาจับกุมขณะลอบข้ามแดนผ่านช่องธรรมชาติหวังไปทำงานเป็นแอดมินเว็บโปกเกอร์กลับดำเนินคดีในไทย ด้านคนนำพาชาวไทย อ้างทำครั้งแรกได้ค่าหัวจากนายจ้างเขมรรายละ 6,000 บาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ ( 12 ม.ค.) น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และ ตม.คลองใหญ่ ได้เดินทางไปรับตัว 12 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมได้เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา หลังลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ไปทำงานในกัมพูชาและได้รับการปล่อยตัวกลับไทยที่บริเวณด่านชายแดนบ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา
โดยภายหลังการรับตัวคนไทยกลับเข้าประเทศ เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธินที่ 182 ได้ตรวจค้นสัมภาระและทำบันทึกประวัติ ก่อนให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำการคัดกรองสุขภาพพร้อมซักประวัติ โดยพบว่าคนไทยจำนวน 11 คนสุขภาพแข็งแรง ไม่มีภาวะนำพาเชื้อโรค
มีเพียง 1 คนซึ่งเป็นหญิงอายุ 44 ปีที่มีอาการตื่นตกใจ หวาดกลัว ตัวสั่นและพูดแต่คำว่า ”ที่นี่ประเทศไทยใช่มั้ย” และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล (แพนิค) นายอำเภอคลองใหญ่และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเข้าให้กำลังใจเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นจึงนำตัวทั้งหมดไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองใหญ่
จากการสอบถาม นายน้อย อายุ 23 ปี ชาว ต.คลองใหญ่ ซึ่งเป็นผู้นำพาคนไทยทั้ง 11 คนเข้าไปทำงานในกัมพูชา ทราบว่าได้ใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณช่องเขาวงศ์ (ตรงข้ามแยกเขาวงศ์ อ.คลองใหญ่) เป็นเส้นทางหลักในการเดินเท้าลัดเลาะตามป่า เพื่อนำพาบุคคลข้ามพรมแดน โดยอ้างว่าสาเหตุที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเนื่องจากด่านพรมแดนปกติยังไม่เปิดทำการ และเส้นทางดังกล่าวมีความปลอดภัย ไม่มีทุ่นระเบิด
และยังอ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรกและได้ลักลอบนำคนไทยทั้งหมดข้ามแดนไปกัมพูชาเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมารวม 2 ชุด โดยชุดแรกนำพาจำนวน 3 คน ในเวลาประมาณ 17.30 น. ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 8 คน เวลาประมาณ 18.00 น. โดยตนเองทำหน้าที่เพียงพาเดินเท้าข้ามแดนไปส่งยังจุดนัดพบคือบริเวณสำนักสงฆ์เขาวง เท่านั้นจากนั้นจึงมีรถจากฝั่งกัมพูชามารับช่วงต่อไป
ส่วนค่าตอบแทนจะได้ค่าจ้างรายละ 6,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้ กระทั่งสุดท้ายถูกทหารฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และ ยืนยันว่าการลักลอบนำพาคนไทยข้ามแดนไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยร่วมขบวนการ ส่วนเวลาในการลักลอบข้ามแดนจะอาศัยช่วงที่พาอาทิตย์ตกดิน ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีทหารเดินลาดตระเวน
ด้านหญิงสาววัย 35 ปี ชาว จ.พิจิตร 1 ในคนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมอ้างว่า เดิมตนเองมีอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาลแต่รายได้ไม่พอใช้จึงลาออกไปทำงานโรงงานใน อ. บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แต่รายได้ก็ยังไม่พอใช้ จึงเข้าไปหางานใน “กลุ่มหางานปอยเปต” เห็นโพสต์ที่เปิดรับสมัครแอดมินเว็บโปกเกอร์ ที่ให้รายได้ถึงเดือนละ 25,000 บาท
“ติดต่อสมัครไปทางปลายสายก็นัดวันและเวลาให้เดินทางไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี จากนั้นก็มีรถมารับจากโรงแรมพามาส่งในพื้นที่ชายแดน โดยมี นายน้อย เป็นคนพาเดินข้ามแดนและถูกจับในที่สุด” หญิงสาวชาวพิจิตร กล่าว


