xs
xsm
sm
md
lg

น่ารันทด! ครอบครัวเหยื่อโควิดสองตายายรับจ้างเลี้ยงควายหาเงินเลี้ยงหลานกำพร้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์ -"พบครอบครัวน่ารันทดของเหยื่อโควิด-19 ตา-ยายวัยกว่า 60 ปี ชาวเมืองน้ำดำ ต้องเช่าบ้านอยู่ ยังชีพด้วยการกินข้าวก้นบาตรพระ รับจ้างเลี้ยงควายเพื่อเลี้ยงหลานสาวหลานชายวัย 8 ขวบ และ 2 ขวบ เนื่องจากลูกสาวแม่ของหลานทั้งคู่เสียชีวิตติดเชื้อโควิดเมื่อ 2 ปีก่อน รายได้ไม่พอใช้จ่ายเลี้ยงดูหลาน ภาวนาอย่าป่วยไข้ ขอแค่มีแรงเลี้ยงหลานให้มีชีวิตรอด


ครอบครัวนางพูนสุข มะลาด อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 70/98 คุ้มสุขสบาย ซอยวิโรจน์รัตน์ ถนนถีนานนท์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เป็นอีกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกสาวคือนางธิดารัตน์ มะลาด อายุ 35 ปี ซึ่งไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ ติดเชื้อโควิดก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ถือเป็นผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดรายแรกของ จ.กาฬสินธุ์

ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมากคือ นางธิดารัตน์ติดเชื้อโควิดขณะตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน เพื่อให้เด็กที่อยู่ในครรภ์มีชีวิตรอด คุณหมอจึงได้ผ่าคลอด “น้องเลม่อน” ออกมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 64 ก่อนที่นางธิดารัตน์จะเสียชีวิตในวันที่ 5 ส.ค. 64 ทิ้งลูกกำพร้าแม่ไว้ 4 คน ปัจจุบันคนโตเป็นชายอายุ 18 ปี คนรองเป็นหญิงอายุ 14 ปี คนที่สามเป็นหญิงอายุ 8 ขวบ และคนที่ 4 น้องเลม่อน อายุ 2 ขวบ 2 เดือน ปัจจุบันหลาน 2 คนแรก ลูกเขยหรือสามีนางธิดารัตน์ รับไปอุปการะที่กรุงเทพฯ เพราะไปทำงานรับจ้างที่นั่น ส่วนคนที่ 3 น้องหมิวและน้องเลม่อน นางพูนสุขผู้เป็นยายเลี้ยงดูอยู่ที่บ้าน โดยนายพินธุ เพียรภายลุน ลูกเขยจะส่งเงินมาช่วยค่าเลี้ยงดูเดือนละ 3,000 บาท


นางพูนสุขเล่าว่า ตนกับนายวิชัย มะลาด สามี อายุ 66 ปี รับน้องเลม่อนหลานชายกำพร้าแม่มาเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด แม้น้องเลม่อนจะอยู่ในครรภ์แม่ไม่ครบ 9 เดือน แต่สุขภาพก็สมบูรณ์ดี เลี้ยงง่าย ไม่งอแง แต่ก็กำลังกินกำลังนอน สิ้นเปลืองนมผง แพมเพิร์ส ของเล่น ขณะที่น้องหมิวพี่สาว กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 ก็กำลังเติบโตตามวัย รายจ่ายในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น รวมค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ เฉลี่ยเดือนละ 6,000 บาท เงินที่ลูกเขยส่งมาให้จึงไม่เพียงพอ

นางพูนสุขเล่าอีกว่า ช่วงแรกที่รับหลานมาเลี้ยง ก็มีส่วนราชการ เหล่ากาชาด สมาคมสตรี เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านเงินสดและถุงยังชีพบ้าง แต่ทุกวันนี้ไม่มีเลย บางครั้งก็อยากจะไปขอกู้เงินกองทุนต่างๆ จากพัฒนาสังคมบ้าง เทศบาลบ้าง เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพเล็กๆ น้อยๆ พอได้ค่านม ค่าขนมให้หลาน แต่ก็ไม่มีกองทุนไหนให้กู้เพราะไม่มีคนค้ำประกันให้ ที่ทำกินก็ไม่มี ยังดีที่มีเบี้ยยังชีพตนกับสามีคนละ 600 บาท เงินแรกเกิดน้องเลม่อนอีกเดือนละ 600 บาท และค่ารับจ้างเลี้ยงควายวันละ 200 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 คนเดือนละ 600 บาท ก็พอมีเหลือซื้อข้าวสารบ้าง

แต่บางครั้งก็ไม่มีจะซื้อข้าวสารกรอกหม้อ เพื่อนบ้านที่ไปทำบุญที่วัดเขาสงสาร ก็ขอข้าวก้นบาตรพระและขนมมาให้พอได้ป้อนหลาน อยู่กินอย่างประหยัดสุดๆ ข้าวเหนียวบางครั้งก็อุ่น 2-3 รอบ ขณะที่อาหารก็พอหาได้จากแถวๆ นี้ ส่วนใหญ่นายวิชัยสามีไปหาเก็บผักปูปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติมาทำกิน กินตามมีตามเกิด พอประทังชีวิตไปวันๆ


“เสื้อผ้าตัวใหม่สักตัว ทั้งฉันกับสามีและหลานก็ไม่มีเงินจะซื้อหรอก มีใส่ทุกวันนี้ก็อาศัยจากคนใจบุญนำมามอบให้ สำหรับนายวิชัยสามีนั้น ร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง เคยถูกควายขวิดจนสำไส้แตก ชีวิตประจำวันฉันกับสามีก็เฝ้าแต่เลี้ยงน้องเลม่อน พร้อมๆ กับดูภาพถ่ายลูกสาวแม่น้องเลม่อน ที่เสียชีวิตไปด้วยความคิดถึง” นางพูนสุขกล่าว และว่า

ถึแม้ความเป็นอยู่จะลำบากยากจนอย่างไรก็จะไม่ท้อ เห็นหน้าหลาน มองภาพถ่ายลูกสาวที่เสียชีวิตไปก็เกิดแรงฮึดสู้ ทุกคืนก่อนนอนก็ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ตนกับสามีมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ จะได้มีเรี่ยวแรงเลี้ยงหลานต่อไป

ด้านนายกังวาน แสนอุดม ปลัดเทศบาลตำบลกุดสิม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเลี้ยงควายพ่อพันธุ์และอนุรักษ์ควายพื้นบ้านไว้ฝูงหนึ่ง โดยทำคอกเลี้ยงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ใกล้ชุมชนที่นางพูนสุขและครอบครัวเช่าบ้านอยู่ ทั้งนี้ ทราบปัญหาความเดือดร้อนของครอบครัวนางพูนสุขมาตั้งแต่ต้น รู้สึกเห็นใจ จึงได้จ้างให้ช่วยเลี้ยงควาย เพื่อที่จะมีรายได้เลี้ยงหลาน และช่วยเหลือเจือจานกันไปตามกำลัง


อย่างไรก็ตาม ครอบครัวนางพูนสุข ถือเป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งระบาดรุนแรงระหว่างปี 2563-64 ถึงขนาดผู้เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว ต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร ทิ้งลูกๆอีกหลายชีวิตไว้ข้างหลัง จนกลายเป็นปัญหาสังคม และยังมีผู้สูงอายุอีกหลายคนที่ต้องกัดฟันสู้ชีวิตต่อไป แม้ในวัยที่ควรจะพักผ่อน เพื่อการดำรงอยู่ของชีวิตบริสุทธิ์น้อยๆ ที่อาจเรียกว่า “เหยื่อโควิด” ซึ่งกำลังเจริญเติบโต

อย่างเช่นครอบครัวนางพูนสุข ที่เข้าสู่วัยชราภาพแต่ยังต้องรับจ้างเลี้ยงควาย เพื่อหาเงินเลี้ยงหลาน 2 คน สำหรับผู้มีจิตศรัทธา ต้องการช่วยเหลือค่าเล่าเรียนแก่น้องหมิวและค่านมน้องเลม่อน สามารถบริจาคเข้าบัญชีนางพูนสุข มะลาด ธ.ก.ส. สาขากาฬสินธุ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 020093480943