xs
xsm
sm
md
lg

โค่นยางพาราทิ้ง! ชาวท่าอุเทนปลูกสับปะรดแทนโกยเงินแสน ราคาสูงลิ่วรอบ 10 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นครพนม - เกษตรกร อ.ท่าอุเทนไม่แคร์ยางพาราราคาตก หันมาปลูกสับปะรดขายได้ราคาดี 20-25 บาท/กก. โกยเงิน 50,000 บาทต่อไร่ พุ่งสูงลิ่วในรอบ 10 ปี เผยผลผลิตติดตลาดจนผลิตไม่พอจำหน่าย ขณะที่ทางจังหวัดทุ่ม 7.3 ล้านบาทดันยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานหวังขยายสู่ตลาดบนมากขึ้น

อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นแหล่งปลูกสับปะรดหวานฉ่ำแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของไทย มีเกษตรกรยึดอาชีพปลูกสับปะรดมากกว่า 300 ราย ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) หรือสินค้าจีไอ GI สับปะรดหวานท่าอุเทน ได้รับความนิยมจากตลาดอย่างแพร่หลาย

ผลผลิตส่วนหนึ่งเจ้าของไร่จะนำมาวางขายบริเวณตลาดกลาง ริมทางหลวง 212 สายนครพนม-ท่าอุเทน บ.โนนตาล หมู่ 7 ต.โนนตาล กันอย่างคึกคัก และปีนี้ถือว่าสับปะรดมีราคาพุ่งสูงลิ่วในรอบ 10 ปีตกกิโลกรัมละ 20-25 บาท สร้างรายได้ให้ผู้ปลูกตกไร่ละ 50,000 บาท

นายสุขสันต์ พรรษวงษ์ วัย 40 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดใน อ.ท่าอุเทน กล่าวว่า ตนมีพื้นที่ปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจำนวน 4 ไร่ ปลูกแซมสวนยางพาราที่มีอายุราว 3 ปี ลงมือปลูกช่วงต้นฤดูฝน โดยใช้หน่อ 4,000-5,000 หน่อต่อไร่ ลงทุนเริ่มแรก 60,000-70,000 บาท สับปะรดมีข้อดีให้ผลผลิตติดต่อกัน 3 ปี เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ให้ลูกดกหวานฉ่ำ มีพ่อค้าจาก จ.สกลนคร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร มารับซื้อถึงสวน ปีนี้แทบไม่พอส่งขาย

“ปีนี้ได้ผลผลิต 3-5 ตันต่อไร่ หน้าสวนกิโลกรัมละ 17-18 บาท ขายปลีกริมทางกิโลกรัมละ 20-25 บาท ซึ่งราคาพุ่งสูงในรอบ 10 ปี ได้กำไรงามถึงไร่ละ 50,000 บาท จึงได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 8 ไร่” นายสุขสันต์เล่า

ขณะที่ นายศรชัย วิพรรณะ อายุ 38 ปี กล่าวว่า สำหรับครอบครัวของตนแรกเริ่มปลูก 2 ไร่ ได้ผลผลิต 8-10 ตัน แต่หลังจากราคายางพาราตกต่ำจึงไปเช่าที่เพื่อนบ้านอีก 9 ไร่ปลูกเพิ่มในช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถกรีดยางพาราได้หมุนเวียนกันไป ปีนี้ราคาสับปะรดดีมากชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขายได้กำไรงามไร่ละร่วม 50,000 บาท การดูแลรักษาก็ง่าย เป็นพืชที่ชอบแสงแดด

ทั้งนี้ หากต้นยางพาราใหญ่มีร่มเงาแล้วก็ไม่สามารถปลูกได้ มีแค่โรคตาดำหากฝนตกสับปะรดก็เป็นกระดันเท่านั้น เพื่อนบ้านที่ปลูกหลายไร่มีพ่อค้าจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกใหญ่ถึงขั้นนำรถบรรทุก 6 ล้อมาเหมาซื้อถึงสวนเข้าโรงงานแปรรูปกระป๋อง ทำแยมและใส่ขนมปัง

ด้านนายอนันต์ ละมงคล อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มผู้ปลูกสับปะรด ต.รามราช กล่าวว่า นอกจากผู้บริโภคจะรับประทานสับปะรดผลสดที่ลูกโตใหญ่สุดมีขนาดน้ำหนักต่อลูก 3-4 กิโลกรัมแล้ว ยังสามารถแปรรูปใส่เมนูอาหารหลายชนิด เช่น ผัดเปรี้ยวหวาน แกงคั่ว ต้มยำ ทำไส้ขนมกะหรี่ปั๊บ ข้าวเกรียบ และถนอมอาหารเป็นสับปะรดกวนแล้ว ยังทำเป็นวุ้นและน้ำพันช์รสชาติอร่อยอีกด้วย สรรพคุณมีสารเอนไซม์ช่วยย่อยสลายกรดในกระเพาะอาหาร โรคกระดูก ปวดประจำเดือน แผลปูดบวมจากการเล่นกีฬา เป็นต้น

นายมานะ บุญระมี เกษตรจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมทีพื้นที่ปลูกสับปะรดมากสุดอยู่ใน ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน มีพื้นที่ปลูกกว่า 7,000 ไร่ แต่เมื่อหลายปีก่อนเกษตรกรหันมาปลูกยางพารากันหมดทำให้เหลือพื้นที่ปลูกแค่ 3,000 ไร่ จึงตั้งเป้าส่งเสริมให้โค่นต้นยางที่แก่และไม่มีน้ำยางทิ้งกลับมาปลูกสับปะรดกันใหม่ เพราะตลาดมีความต้องการสูงไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค

ในปี 2557 ได้จดลิขสิทธิ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ตาตื้น จนผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 500 ตัน/ปีแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ปีนี้คาดว่าจะสามารถทำเงินให้เกษตรกรมากกว่า 10 ล้านบาท และในปี 2559 นี้ทางจังหวัดได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 7,399,000 บาท เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผลิตให้ได้คุณภาพยกระดับมาตรฐานสู่ตลาดบนและตลาดกลางมากยิ่งขึ้น