ศูนย์ข่าวศรีราชา -“โพเดียม โฮม เซ็นเตอร์” ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราส่งออกและจำหน่ายในประเทศรายใหญ่ของจังหวัดชลบุรี ไม่หวั่นพิษเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่อาจทำให้ ส่งออกในปี 52 ลดลงเช่นเดียวกับปี 52 ประกาศเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการผลิตเพื่อสร้างจุดขายสำคัญด้านคุณภาพสินค้า ที่สามารถการันตีได้ถึง 10 ปี เผยแม้ในปีนี้ยอดจำหน่ายอาจลด แต่จากการปรับปรุงคุณภาพโรงงานและพัฒนาศักยภาพแรงงานให้สามารถผลิตสินค้าระดับคุณภาพเพื่อเจาะตลาดซึ่งมีมูลค่าเพิ่มได้ จะทำให้ผลกำไรพุ่งสูงขึ้น
นายจาริต เมาฬีกุลไพโรจน์ ประธานกลุ่มโพเดียม โฮม เซ็นเตอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราส่งออกและจำหน่ายในประเทศภายใต้แบรนด์โพเดียม ที่มีโรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เผยว่า ในปี 2551 บริษัทฯ มียอดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่รับจ้างผลิตให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดหลักและกลุ่มประเทศแถบยุโรปน้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล่าวคือ ในปี 2550 บริษัทฯ มียอดส่งออกประมาณ 400 ล้านบาทและในปี 2551 ตั้งเป้าว่าจะมียอดส่งออกสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 10% แต่จากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำให้เป้าหมายดังกล่าวต้องพลาดไป
ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นอยู่ก็มีแนวโน้มว่าจะทำให้ตัวเลขการส่งออก และการจำหน่ายในประเทศของปี 2552 อาจลดต่ำอยู่ในระดับเดียวกับปี 2551
ปัจจุบัน โพเดียมมีโชว์รูมจำหน่ายสินค้า 2 แห่ง คือ ที่ห้างฯ ซีคอนสแควร์ ทองหล่อ กรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี ซึ่งจากผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้เป้าหมายการลงทุนที่วางไว้ ทั้งในเรื่องการขยายฐานลูกค้าในประเทศระดับบีบวกให้เพิ่มขึ้น ด้วยการทุ่มงบประมาณอีก 70-100 ล้านบาท เพื่อเปิดโชว์รูมแห่งใหม่อีก 4-5 แห่งในหัวเมืองใหญ่ อาทิ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน ฯลฯ เพื่อกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและนักแต่งบ้านรุ่นใหม่ที่สนใจสินค้าคุณภาพซึ่งมีดีไซน์ในรูปแบบโมเดิร์น คอนเทมเพอรารี ต้องชะลอออกไป
บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญที่การผลิตเฟอร์นิเจอร์คุณภาพ ที่สามารถการันตีสินค้าได้ถึง 10 ปี เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่ยังคงมีกำลังซื้อ รวมทั้งสร้างจุดเด่นของบริษัทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
“สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายในประเทศของเราลดลง เป็นเพราะการชะลอลงทุนของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของเราเพราะเฟอร์นิเจอร์ของเราเป็นสินค้า Home Use ดังนั้น เมื่อตลาดในส่วนนี้ชะลอเราก็ต้องมองหาตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นมาแทน ด้วยการผลิตสินค้ามีคุณภาพที่ดีให้สมกับราคา ซึ่งก็จะเห็นได้ว่าแม้ในปีนี้สินค้าของเราจะขายได้น้อยลงแต่ผลกำไรจะเพิ่มมากขึ้น จากการที่ก่อนหน้านี้เราได้พัฒนาโรงงานให้สามารถยืดและหดได้ตามสถานการณ์ และลดกำลังการผลิตเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญของแบรนด์สินค้าโพเดียมในปี 2552 นอกจากจะอยู่ที่การสร้างคุณภาพสินค้าและดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใครแล้ว ยังจะรุกงานบริการหลังการขายที่จะดึงดูดใจกลุ่มนักแต่งบ้านรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้สินค้าแบรนด์โพเดียมให้เพิ่มมากขึ้น โดยภาพลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์จะถูกกำหนดให้สามารถรองรับได้ทั้งกลุ่มลูกค้าระดับบนและกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับปานกลาง และล่าสุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราของโพเดียม ยังถูกเลือกให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านในโครงการหรูของบริษัท ฮอร์ส ชู พอยท์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพัทยา โดยมีราคาขายเริ่มต้นที่ 17 -33 ล้านบาทต่อยูนิตอีกด้วย



