xs
xsm
sm
md
lg

ลูกกตัญญูวัย 13 ปี กับหน้าที่เกินตัว “หัวหน้าครอบครัว-ดูแลแม่ป่วยทางจิต” [มีคลิป]

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หัวหน้าครอบครัวในวัย 13 ปี

ความคาดหวังของพ่อแม่ที่มีลูกในวัยเรียนคงไม่แตกต่างกัน นั่นคือ อยากให้บุตรหลานได้ทุ่มเท ตั้งใจเล่าเรียนจนจบ มีความรู้เป็นรากฐานในการต่อยอดทางการศึกษา หรือทำงานต่อ สามารถเดินทางตามเส้นทางความฝันและความถนัดของตนจนประสบความสำเร็จในที่สุด

แต่สำหรับ “น้องกรุง - ด.ช.พชรพล ประเสริฐรอด” วัย 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก็มีความใฝ่ฝันอยากมีอนาคตที่ดีเหมือนเด็กทั่วไป หากแต่โชคชะตากำหนดมาให้เขาต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่ยังไม่ใช้คำนำหน้าชื่อว่านายด้วยซ้ำ เพราะผู้เป็นพ่อก็เสียชีวิตไปตั้งแต่น้องกรุงอายุได้ 9 ขวบ ทำให้เขาต้องคอยดูแลแม่ที่ป่วยเป็นบุคคลไร้ความสามารถ อีกทั้งยังเรียนและทำงานไปด้วย ซึ่งถือเป็นบททดสอบของชีวิตที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้



ปัจจุบัน เขาและแม่อาศัยอยู่ใน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี โดยสภาพบ้านทั้งเก่าและทรุดโทรม ข้าวของในบ้านชำรุดทรุดโทรม หลังคาผุพังเป็นช่อง ไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ พื้นบ้านที่ทำด้วยไม้ก็ชำรุด ถูกปลวกกัดกินเสียหายเกือบทั้งหลัง จนแทบไม่น่าเชื่อว่าบ้านหลังนี้จะมีคนพักอาศัยอยู่ ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นของเพื่อนคุณพ่อน้องกรุง ทำให้ทั้งคู่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครอง และไม่รู้ว่าวันใดจะถูกทวงคืน

“อยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิด เป็นบ้านของลูกพี่พ่อ เสียค่าน้ำค่าไฟเอง อยู่กับแม่ 2 คนครับ ก็ไปเอาข้าววัดมากิน แม่เป็นโรคจิตเวช อาการก็ตอนกลางคืนหัวเราะคนเดียว พูดคนเดียว อารมณ์ดีมั่งไม่ดีมั่ง (ถ้าอารมณ์ไม่ดี) ก็ไล่ไปที่อื่น”



โชคดีที่มีผู้ใจบุญหลายคนที่เอ็นดูและคอยหยิบยื่นความช่วยเหลือ 2 แม่ลูก ทั้งวัดใกล้บ้าน และ วิชา สมิงไพร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนางบวช ที่น้องกรุงเรียนหนังสือ แบ่งปันอาหารให้ตามที่พอจะช่วยเหลือได้

“หลังจากบิดาเสียชีวิตลง แม่ก็เสียสติ พี่สาวตอนนั้นไปรับจ้างทำงาน ก็ส่งเงินมาช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้เยอะแยะ เพราะเป็นลูกจ้าง ไหนจะต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กรุงก็ใช้ชีวิตโดยการที่ตอนกลางวันจะมีโครงการอาหารกลางวัน ผอ.ก็จะบอกแม่ครัว ว่า อาหารที่เหลือให้ใส่ห่อไว้ให้กรุงไปให้แม่ แล้วให้กรุงในตอนเย็นด้วย

ในเรื่องของความช่วยเหลือ อยากฝากสังคมในเรื่องของตอนนี้ผู้ปกครองไม่สามารถที่จะดูแลเด็กได้ เด็กก็ไม่สามารถที่จะไปมีอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเพื่อศึกษาได้ ผมอยากให้มีคนใจบุญ สามารถอุปการะเด็กคนนี้ ให้เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ยังดี เพราะว่าเขาจะได้ไปประกอบอาชีพในวัยที่โตขึ้นได้” ผอ.วิชา กล่าว

ยอมโดดเรียนทำงานแลกเงิน

ด้านการเรียนของน้องกรุงนั้น ย้อนไปเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดนางบวช ทางโรงเรียนได้มีการประเมินผลการเรียนของนักเรียน พบว่า น้องกรุงมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ที่บกพร่อง ทำให้ผลการเรียนออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า เด็กที่เป็น LD (Learning Disorder) หรือโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ จะมีความสามารถในการเรียนรู้ต่ำกว่าเพื่อนในชั้นเรียน และมีปัญหากระทบต่อการเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าจะส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของน้องกรุงอย่างไรต่อไปในอนาคต



และแม้จะมีรายได้จากเงินเบี้ยยังชีพผู้พิการของแม่ แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับ 2 ชีวิต ทำให้น้องกรุงพยายามดิ้นรน ออกหารายได้ จนบางครั้งส่งผลกระทบต่อการเรียน

“ส่วนมากจะหยุดไปเลยวันนึง กลับมาเหมือนจะโทรมมาก โดนใช้แรงงานมาก ต้องไปลากกิ่งมะม่วงเหมือนคนโต สังเกตกลับมาก็จะมีแผล ผมก็พาไปทำแผลให้ ร่างกายจะโทรม คล้ำ” โกสิน นาคเสนโน ครูโรงเรียนวัดนางบวช กล่าว

นอกจากนี้ ผอ.วิชา ยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ด้วยความที่น้องกรุงยังเด็ก ไร้ผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด ทำให้เขาเกือบพลาดตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางสังคม



“อาจจะเป็นเพราะว่าบิดาเขามีอายุมากแล้ว มารดาก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต กรุงเขาก็เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนแต่การเรียนค่อนข้างช้า ผอ.ก็นำเด็กที่เขตเขาบอกให้คัดกรอง นำไปทดสอบกับศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการทดสอบเด็กเป็น LD ด้านการเรียนรู้

เมื่อเขาจบ ป.6 ไปใหม่ๆ ช่วงปิดเทอม ช่วงโควิด-19 เขาก็ถูกชายคนหนึ่งล่อลวงไปเพราะจะให้ซื้อโทรศัพท์ให้ ก็มีการแจ้งความแล้วก็ติดตามกลับมาได้ เป็นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล แม่ก็ไม่สามารถที่จะดูแลได้ เพราะฉะนั้นเด็กพวกนี้อาจจะถูกล่อลวงไปในทางที่ไม่พึงประสงค์”



ขณะที่ เริงศิริรักษ์ ประเสริฐรอด พี่สาวแท้ๆ ของน้องกรุง ก็กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้าง แยกออกมามีครอบครัวตั้งแต่ก่อนพ่อจะเสีย ซึ่งปัจจุบันหลังเหตุการณ์น้องกรุงถูกลวงไปกักตัว ตนก็ได้เข้ามาดูแลน้องชายใกล้ชิดมากขึ้น

“มันเคยมีรอบหนึ่งที่น้องไปกับใครก็ไม่รู้ ไปไกลเลยยันกาญจนบุรีหนูก็ตามไม่ถูก หนูก็เลยเอาน้องมาอยู่ตรงนี้ กลัวน้องจะไปอีก เพราะเขามาวนเวียนอยู่เรื่อยๆ”

3 สิ่งที่หวัง เพื่อแม่-เพื่อบ้าน-เพื่อการศึกษา

แม้ต้นทุนชีวิตไม่เท่าคนอื่น แต่น้องกรุงก็ไม่เคยท้อ อะไรที่พอจะเป็นรายได้และเป็นงานที่สุจริต น้องกรุงมักจะขวนขวายที่จะทำอยู่เสมอ

ด้าน แพรว์พัน แก้วครวง เจ้าของโรงมะพร้าว ก็เล่าถึงความหนักเอาเบาสู้ของเด็กชายคนนี้ว่า หลังทำการบ้านเสร็จ เขาและพี่สาวจะมารับจ้างทำงานที่โรงงานของเธอทุกวัน


“พี่สาวเขาไปรับมาตอนเลิกเรียน ประมาณ 5 โมงเย็น ทำการบ้านเสร็จก็มา ก็มาช่วยกันปอกมะพร้าว ช่วยพี่สาวกะเทาะมะพร้าว เสร็จจากนี่ประมาณทุ่มครึ่ง รายได้หลักให้พี่เขา

แต่ถ้าเกิดว่าเราใช้งานอะไรน้อง เราก็จะให้เพิ่มไป ถ้าเราสั่งเขาว่าทำแบบนี้ เขาก็ทำได้ เราไม่ได้สั่งอะไรที่เกินความสามารถของเขา น้องก็เหมือนกับว่าต้องสั่งเน้นๆ หน่อย กรุงทำตรงนี้นะๆๆ เขาก็ทำได้”

นอกเหนือจากการรับจ้างในโรงงานมะพร้าวแล้ว หากมีเวลาว่าง น้องกรุงก็จะไปออกไปตกปลา ทั้งกินเองและนำไปขาย หาเงินมาจุนเจือครอบครัว




เมื่อถามถึงสิ่งที่ต้องการ เด็กชายยอดกตัญญูกล่าวว่า มีความต้องการอยู่ 3 สิ่ง คือ รักษาแม่ให้หาย ซ่อมแซมบ้านให้ดีขึ้น และทุนการศึกษาของตนเอง ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต

“ผมอยากเป็นทหาร เพราะจะได้ช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกัน เรียน 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น กลับบ้านไปทำงานต่อ เลิกงานถึงบ้าน 3 ทุ่ม ก็เหนื่อย ก็สู้ต่อไป ก็อยากให้แม่หาย แล้วก็มาซ่อมแซมบ้าน แล้วก็ช่วยการศึกษา แค่นี้ครับ”

คำว่า “สู้ต่อไป” จากปากของน้องกรุงที่ดูจะหนักแน่น และพอจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะสามารถนำพาชีวิตของตนเองให้ถึงฝั่งฝันได้ แต่อีกใจหนึ่งก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ลำบากเด็กวัยแค่นี้ จะสามารถอยู่ดูแลตัวเองและแม่ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่


นี่คือเรื่องราวของเด็กชายยอดกตัญญูวัย 13 ปี ที่วันนี้เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส ทั้งกำพร้าพ่อ ต้องดูแลแม่ที่ป่วยไร้ความสามารถ ส่วนตัวเองก็มีพัฒนาการเรียนรู้ช้า ที่อยู่อาศัยก็ไม่มั่นคงปลอดภัย มีเพียงสิ่งเดียวที่จะนำพาให้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันได้ ก็คือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

หากจะมองไปยังความฝันของเขาที่กล่าวว่า “อยากเป็นทหารรับใช้ประชาชน” ก็คงยังตัดสินอนาคตไม่ได้ ก็เพียงได้แต่ส่งกำลังใจ และให้คนในสังคมช่วยกันประคับประคองให้น้องกรุงไปสู่ความฝันให้สำเร็จและเป็นคนดีของสังคมต่อไป

หากท่านใดต้องการมอบความช่วยเหลือ สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาเดิมบางนางบวช ชื่อบัญชี ด.ช.พชรพล ประเสริฐรอด เลขบัญชี 020-3355-4653-5

สัมภาษณ์ : รายการ “ฅนจริง ใจไม่ท้อ”
เรียบเรียง : MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ






** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น...