xs
xsm
sm
md
lg

เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า! “อภิสิทธิชน” ทำพิษ ต้นตอเสี่ยง “โควิด-19” ระบาดไทยเวฟ 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอดกระจุก ซวยกระจาย! ศบค.แถลงขอโทษ เหตุหละหลวมไม่กักตัวแขก VIP “ทหารอียิปต์-ลูกทูต” ภาคธุรกิจระยองท้อหนัก หวั่นเจอล็อกดาวน์รอบสอง ด้านแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจเผยเข้าออกไม่กักตัวยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้คนในประเทศ หากโควิด-19 ระบาดรอบสอง อาจรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม!!!
ประชาชนรับกรรม อภิสิทธิชนลอยตัว!?!

ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเคส VIP ทั้งทหารอียิปต์ และลูกสาวอุปทูตซูดาน ที่เดินทางเข้ามายังราชอาณาจักรไทย ภายใต้ข้อยกเว้นตามข้อกำหนดมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 12 ครอบคลุมแขกของรัฐบาล บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน

แม้จะเป็นเวลากว่า 50 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้สร้างความไม่พอใจและไม่สบายใจให้แก่ประชาชนชาวไทยที่ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอย่างเข้มงวด เนื่องด้วยรัฐบาลมักจะนำคำว่า “การ์ดอย่าตก” มาใช้กับประชาชน

แต่จากกรณีที่เกิดนี้ กลายเป็นการจุดกระแสและตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปล่อยปละละเลยในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ส่งผลให้ #โควิด-19 ถูกนำกลับมาพูดถึงบนสังคมออนไลน์อีกครั้ง เพื่อสะท้อนกลับไปยังหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ว่าใครที่การ์ดตกกันแน่?!



โดยความคืบหน้าล่าสุด นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ออกมาแถลงว่า ศบค.จะเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ และกล่าวขออภัยในนาม ศบค. ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก พร้อมกันนี้ ได้มีการทบทวนมาตรการผ่อนปรนในการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวต่างชาติ โดยมีมติแก้ไขดังนี้

1. ทบทวนมาตรการกักกันตัวของบุคคลในคณะทูต โดยเฉพาะคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

2. ยกเลิกการอนุญาตการบินเข้าของเที่ยวบินกองทัพอากาศ 8 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 17-20 และ 25-29 ก.ค. 2563

3. ชะลอการอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทยแบบผ่อนคลายมาตรการ State Quarantine ตามข้อกำหนดฉบับที่ 12 (2), (3), (11) ออกไปก่อน เพื่อทบทวนมาตรการควบคุมให้รัดกุมและรอบคอบก่อนดำเนินการต่อไป



และแม้จะมีการแถลงยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่ผลกระทบที่ตามมานั้น ได้สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในจังหวัดระยองอาจเจอการล็อกดาวน์รอบที่ 2 เซ่นพิษทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ซึ่งในขณะนี้สถานศึกษาประกาศปิดเรียนอย่างน้อย 26 แห่ง และบางแห่งปิดอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนภาคธุรกิจพบว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะเสม็ด เพราะขณะนี้มีนักท่องเที่ยวทยอยยกเลิกร้านอาหารและห้องพักที่จองไว้แล้ว

สำหรับตัวเลขผู้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มี 7 ราย อยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,227 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในกลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 290 ราย ยังรักษาอยู่ 78 ราย หายป่วยแล้ว 3,091 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย


หากระบาดรอบสอง

เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้ความเห็นแก่ทีมข่าว MGR Live ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคนแวดวงสาธารณสุข ที่รู้สึกเป็นกังวลถึงความเสี่ยงที่วิกฤตไวรัสโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกครั้ง

“มันมีความเสี่ยงอยู่แล้ว คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศนะครับ โดยเฉพาะประเทศตะวันออกกลาง เขาก็มีโรคระบาดมากกว่าเรา แล้วคนพวกนี้เขาได้อภิสิทธิ์ว่า สามารถจะเข้ามาได้ ไม่ต้องกักกัน บางคนก็สามารถที่จะออกจากสถานกักกันไปข้างนอก โดยที่ก็ไม่รู้ว่าเขาป้องกันตัวเองรึเปล่า ใส่หน้ากากรึเปล่า ล้างมือรึเปล่า เว้นระยะห่างรึเปล่า มันก็เพิ่มความเสี่ยงให้แก่คนในประเทศของเรา



[ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ]

รวมถึงพักคอนโดร่วมกับคนอื่น มันก็เพิ่มความเสี่ยงนะ เราก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าสมมติคนป่วยไปกดลิฟต์ แล้วคนในคอนโดนั้นไปกดลิฟต์ แล้วก็เอามือไปจับจมูก จับตา ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ โดยที่ไม่ต้องไปสัมผัสกับตัวคนป่วยเลย”

ส่วนอีกประเด็นที่หลายคนกำลังวิตกอยู่ คือ ความเสี่ยงที่ไวรัสร้ายจะกลับมาระบาดเป็นระลอกที่ 2 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจให้คำตอบว่า หากมีการระบาดขึ้นอีก ก็เป็นไปได้ว่าจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม หากได้รับเชื้อจากฝั่งตะวันตก เนื่องด้วยการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 เป็นสายพันธุ์ G ที่แพร่กระจายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น


“รอบแรกของเราส่วนใหญ่เจอจากสนามมวย กับผับ บาร์ เป็นหลัก ตอนนั้นแพร่เร็วมาก แล้วก็รุนแรง เสียชีวิตหลายคนพร้อมๆ กัน ถ้าเราเจอคนป่วยเพิ่มขึ้นในประเทศไทย เราก็จะต้องกลับมารับมือรอบ 2

ตอนแรกๆ ความสามารถในการแพร่เชื้อ เชื้อไปจับกับตัวรับในจมูกเรา ในปอดเรา ยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่พอที่ยุโรป มันเก่งขึ้นเรื่อยๆ ที่บราซิลมันได้รับจากยุโรป อเมริกาก็เหมือนกัน ผ่านนักท่องเที่ยวเข้ามา ของตะวันตกมันกลายพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในประเทศจีน ปรากฏว่าเชื้อพวกนี้ติดต่อกันง่ายมากขึ้น



เพราะฉะนั้น เชื้อต่างๆ มันกลายเป็นเชื้อของยุโรปไปหมดแล้ว มันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น สายพันธุ์ G ตรงหนามของมัน จับตัวรับในจมูกกับในปอดได้ดีกว่ารุ่นเก่า ซึ่งเชื้อของสายพันธุ์ไทย สายพันธุ์จีน เกือบจะหมดแล้ว เมื่อไหร่เรารับมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยุโรป จากอเมริกา น่ากลัวครับ

นักไวรัสวิทยาประเทศไทย เขาบอกว่าไม่รุนแรง แต่ผมเชื่อว่ารุนแรง ดูที่ไหน ดูที่อัตราตาย อย่างประเทศอังกฤษ อัตราตายสูงกว่าประเทศไทย 800 เท่า แล้วติดมากกว่าเราตั้งเป็น 100 เท่า มันเห็นชัดเลยว่า มันเป็นเชื้อที่รุนแรง แล้วก็แพร่กระจายเร็วมาก”



และคุณหมอชื่อดังได้ย้ำทิ้งท้ายถึงเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ที่ห้ามละเลยอย่างเด็ดขาด

“หมอว่าต้องใส่หน้ากาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราไปเจอกับคนเยอะๆ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเรามีเชื้อในตัวรึเปล่า ถ้าเรามีเชื้อในตัว มันก็จะแพร่กระจายให้คนอื่นเขา เราใส่เพื่อคนอื่น คนอื่นก็ใส่เพื่อเรา ต่างคนต่างใส่ เราก็จะสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้มากครับ

และผมยังเป็นห่วงที่สถานบันเทิงต่างๆ ที่เปิด คนส่วนใหญ่เข้าไปไม่ใส่หน้ากาก เห็นเยอะแยะเลย ยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยง เพราะว่าถ้าคนคนหนึ่งป่วย แล้วคนที่อยู่ในห้องนั้น อาจจะป่วยเป็น 10 คนเลยทีเดียว”

ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live


** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น