xs
xsm
sm
md
lg

ชม้อยชม้ายชายตา!"ออเจ้าคลาร่า" นางร้ายร่างเป๊ะหน้าปัง “ซูริ-ซูซานนา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ใครจะไปคาดคิดว่าเพียงแค่ฉากเดียวสั้นๆ ของคลาร่า บ่าวผู้คอยแต่งกายให้กับ แม่มะลิ หรือ ท้าวทอง กีบม้า ในงานแต่งงานกับ ฟอลคอน ในเรื่องบุพเพสันนิวาส จะเปรี้ยงปังดังพลุแตกชั่วข้ามคืนไปทั่วพระนครขนาดนี้ จะด้วยอานุภาพความแรงของละคร หรือเพราะหน้าตาที่สวยเป๊ะ หุ่นปังเบอร์แรงแย่งซีนกันแน่?

ซูริ ซูซานน่า เรโนล ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-ฝรั่งเศส วัย 25 ปี นักแสดงดาวรุ่งแห่งช่องน้อยสี สาวภูเก็ตและอดีตนักวิ่งของโรงเรียน นอกจากจะหุ่นปังเพราะชอบออกกำลังกายแล้วเธอยังเรียนดี จนได้ทุนจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ

ฮอตขนาดนี้ทีมผู้จัดการ Live จึงขอบุกไปสัมภาษณ์เธอ บัดเดี๋ยวนี้

ตกใจมั้ยดังข้ามคืนขนาดนี้
 บทบาทคลาร่า ที่ดังชั่วข้ามคืน
เป็นช่วงที่เดินทางไปเที่ยวที่อเมริกาพอดี กำลังเดินป่าอยู่เลย แล้วไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย อยากจะตั้งใจเดินป่าดูธรรมชาติอย่างเดียว เลยไม่ยุ่งโลกโซเชียลฯ แต่เมื่อกลับมาถึงโรงแรมก็ต้องตกใจเพราะยอด Follower ในไอจีพุ่งจากเดิม 57,000 เพิ่มมาเป็น 127,000 คน

จะเห็นตัวละครคลาร่าในเรื่องบุพเพฯอีกมั้ย
บทบาทคลาร่า ที่เพียงเงาสะท้อนในกระจกยังสวยปังแย่งซีน
ในเรื่องก็ไม่ได้ออกเยอะมาก ไม่ได้เป็นตัวละครที่ดำเนินเรื่อง แค่เป็นรับเชิญ แต่ตัวละครนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลกับเรื่องนี้ อยากให้ติดตามดูกัน เพราะจะมีบทของคลาร่าอีก ซึ่งห้ามพลาด

ละครเรื่องนี้ถ่ายมาสักพักแล้วถึงมาออนแอร์ เพราะต้องใช้เวลาในการถ่าย เนื่องจากเป็นละครพีเรียด เราไม่รู้ด้วยว่าวันนั้นเราออก ตื่นขึ้นมาที่อเมริกาก็งงมากมีคนแท็กรูปเรามาเต็ม และติดตามเยอะมาก

ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของละครที่เรียกได้ว่าดังในยุคนี้ และนับถือพี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธุ์ บอสใหญ่แห่งบริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด )มากๆ เพราะพี่หน่องเป็นคนจิตใจดี ตั้งใจทำงาน ดีกับทุกคน การที่เขาได้ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ ทั้งกับค่าย และช่อง เราก็มีความสุข เพราะพี่หน่องเป็นบุคคลที่เรานับถือมากๆ

เคยผ่านงานแสดงมาบ้างอะไรมาบ้าง
ซูริกับพี่หน่อง อรุโณชา และ โป๊ป-ธนะวรรธน์
เคยเป็นนางแบบโฆษณา และ นักแสดง ผลงานละครที่ผ่านมา สะใภ้จ้าว ,คงกระพันนารี ,เรื่องลับหลัง Behindthesin, ลูบคมกามเทพ ,บุพเพสันนิวาส และกำลังมีละครเรื่องเพลิงรักเพลิงแค้น

ส่วนใหญ่จะเป็นบทรับเชิญซะเยอะ จะได้บทแฟนเก่าพระเอก นิสัยแอบร้าย อาจจะเป็นเพราะเป็นคนแสดงอารมณ์ชัดเจน สีหน้าจะชัด เมื่อไหร่โมโห ไม่พอใจ

ล่าสุด พี่หน่อง ส่งไปเรียนกับหม่อมน้อยพร้อมกับนักแสดงในบอดคาซท์ฯ ประทับใจมาก เพราะหม่อมน้อยจะเน้นการแสดงจากอินเนอร์มากกว่าโฟกัสกับภายนอก นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงในพระพุทธศาสนา เน้นสมาธิ

หลังจากเรียนสามารถรับรู้อารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้น เพราะมีสมาธิ ร่างกายแข็งแรงระบบการหายใจ จังหวะในการพูดบทต้องเป็นธรรมชาติ

ในละครบุพเพฯ ปลื้มใครมากที่สุด

ต้องยกให้ พี่เบลเลย (เบลล่า ราณี แคมเปน)พี่เบลทุ่มเทในเรื่องการแสดงออก มีพลังงานในการทำงานเหลือเฟือตลอดเวลา เพราะด้วยความที่เป็นละครพีเรียด จึงต้องมีการใส่ใจในรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทำให้แต่ละฉากที่ต้องถ่ายทำนานเป็นพิเศษ แต่พี่เบลล่าก็ยังมีความร่าเริง อดทนต่อทุกสภาวะแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ไม่เคยบ่น แม้แต่การต้องถักเปียเก็บผม เพื่อใส่วิก ซึ่งการถักเปียนั้นจะดึงรั้งผมทำให้เกิดอาการเจ็บก็ตาม แต่พี่เบลก็ไม่เคยบ่น

ส่วนพี่หลุยส์ (หลุยส์ สก็อต รับบทฟอลคอน)ก็น่ารักมาก เฟรนด์ลี่ พอรู้ว่าจะต้องเข้าบทด้วยกัน พี่เค้าก็พูดภาษาอังกฤษใส่เราทันที ด้วยความที่พี่เขารู้ว่าเราเป็นลูกครึ่งอเมริกันเหมือนกัน จึงพยายามสร้างความสนิทสนมเพื่อทำให้เราไม่เกร็ง

ส่วนพี่ใหม่ (ภวัต พนังคศิริ) ผู้กำกับก็ไม่เคยดุนักแสดงเลย ใจดีมาก จะชอบให้การบ้านเรามาก่อนแสดง จะบอกไดเรกชั่นในการแสดง ทำให้เราเข้าใจในตัวบทบาทตัวละครนี้ได้ง่ายขึ้น มีความสุขกับการร่วมงานกับค่ายบรอดคาซท์ฯมาก

เป็นสาวใต้เกิดจังหวัดอะไร
ซูริในวัยเด็ก
เกิดและโตที่ภูเก็ต คือเราไม่ใช่เด็กลูกครึ่งที่ออกฝรั่งมาก จะออกเป็นสาวไทย หน้าเข้มๆ ตอนมัธยมเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด ตั้งแต่ ม.1 - ม.6

ตอนเด็กๆคุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างดุ ต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาทุกวันคุณแม่จะห่วง แต่ปล่อยให้เราเลือกเส้นทางชีวิตเราเอง เขาก็จะคอยถามเรื่อยๆอะไรที่เขารู้สึกตงิดๆว่าไม่โอเคเขาจะบอก แต่ไม่ได้บอกว่าลูกต้องใช้ชีวิตแบบนี้นะ ต้องไปเส้นทางนี้ถึงจะมีความสุข เขาไม่ได้บังคับ ไม่มองโลกแคบ

เรียนดี เด็กทุน แบ่งเวลาในวงการบันเทิงอย่างไร
คุณพ่อกับคุณแม่ของซูริ
เป็นเด็กเรียนทุนของมหาวิทยาลัยเอแบค เกณฑ์ที่จะได้ทุนคือต้องมีเกรดเฉลี่ยที่ดีและต้องสอบเข้าชิงทุน เอแบคเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสให้ทุนค่อนข้างเยอะ

ที่เลือกเรียนบริหารธุรกิจ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ยังจับจุดตัวเองไม่ได้ว่าชอบด้านไหนเฉพาะ จึงเลือกเรียนบริหารธุรกิจเพราะกว้างที่สุดแล้ว อีกอย่างที่สนใจในแวดวงธุรกิจส่วนหนึ่งก็เพราะคุณพ่อ (ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ Thaistocks.com และอดีตโบรกเกอร์ในอเมริกา)

ตอนอยู่มหาวิทยาลัยคุณพ่อคุณแม่ขอไว้ว่า อย่าเพิ่งเล่นละคร เพราะกลัวว่าจะเรียนจบช้า เราจึงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้จึงเรียนให้จบก่อน ช่วงเรียนก็เลยแคสงานโฆษณาไปเรื่อยๆ เคยโฆษณาทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี พอเรียนจบถึงเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของบรอดคาสท์ฯ

หลังเรียนจบได้ทำงานเป็นสาวออฟฟิศบ้างมั้ย


เคยทำงานบริษัทมาร์เกตติ้ง ออนไลน์มาร์เกตติ้ง เป็นสาวออฟฟิศอยู่ช่วงหนึ่งประมาณ 6 เดือน อยากมีประสบการณ์ในการทำงานตามสายที่เราเรียนมา เจ้านายเป็นชาวต่างชาติเขาก็จะ open เรื่องการทำงาน

ความคิด สอนอะไรเราหลายอย่าง แต่ด้วยลักษณะของการทำงานซึ่งเวลาไม่เอื้อต่อการอยู่ในวงการบันเทิง จึงทำให้ต้องออกมา

งานด้านธุรกิจกับด้านบันเทิงชอบด้านไหนมากกว่ากัน


เป็นคนชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ธุรกิจก็ชอบทำ งานในวงการบันเทิงก็อยากทำถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาส หากเขาเห็นอะไรในตัวเรา ก็ยินดีที่จะทำไปเรื่อยๆ

อาจจะเริ่มงานละครช้าเพราะนักแสดงส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่อายุน้อยกว่านี้ แต่เราไม่จำเป็นต้องไปตามทางคนอื่นเป๊ะๆ เราก็ทำตามทางของเราเอง

ส่วนงานการแสดงกับงานโฆษณารีวอร์ดก็ไม่เหมือนกัน อย่างเล่นละครเหนื่อยกว่าเล่นโฆษณาเยอะมาก ฉะนั้นถ้ามองระยะสั้นเล่นโฆษณาดีกว่า แต่ถ้ามองระยะยาวละครเรามีผลงาน คนจำเราได้ อย่างละครบุพเพฯเราดังขึ้นมาแบบนี้เป็นที่ชื่นชอบ

คิดว่าปีนี้เป็นปีทองของซูริหรือเปล่า


เราก็ไม่รู้ว่ากระแสจะอยู่นานมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูไป ก็ไม่อยากหวังอะไรมากเกินไปขนาดนั้น เพราะเป็นธรรมชาติของวงการบันเทิงที่จะต้องมีกระแสขึ้น-ลง เรื่อยๆ

ก็ไม่รู้ว่าจะมาเปรี้ยงในเรื่องนี้ ดังนั้นเราไม่ได้วางอนาคตว่าเราจะต้องทำอะไร เพราะเราอาจพลาดโอกาสดีๆที่เข้ามา ฉะนั้นเราจะเปิดในกับทุกๆโอกาสที่เข้ามา

เราจะปรับตัวเองไปเรื่อยๆกับโอกาสที่เข้ามา อยู่กับปัจจุบันดีกว่า อย่างตอนเด็กก็เคยตั้งเป้านะว่าทำอย่างนั้น แต่ก็ไม่คยเป็นแบบที่แพลนไว้เลย

งานอดิเรกคืออะไรยามว่าง



ชอบเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก แต่หยุดไปตอน 18 จากนั้นก็มีเล่นบ้างนิดหน่อย ส่วนเวลาว่างก็ชอบนอน Netflix and chill

ปรับตัวใช้ชีวิตในเมืองกรุงยากมั้ย


เป็นคนปล่อยวางค่อนข้างดี ด้วยความที่อยู่คนเดียวมาตั้งแต่อายุ 18 เนื่องจากต้องเข้ามาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ จึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคนเดียวให้มีความสุขให้ได้โดยที่เวลามีทุกข์ไม่ต้องไปพึ่งคนอื่น

เราก็สามารถนำธรรมะมาปรับใช้กับตัวเองยามที่เราเผชิญเรื่องราวต่างๆที่ทำให้เกิดทุกข์ในเวลาที่เราอยู่คนเดียวด้วยการมาอยู่ในเมืองใหญ่ จากที่เราอยู่ภูเก็ตเมืองเล็ก ต้องมาเรียนรู้การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

ช่วงแรกปรับตัวเยอะมาก บางทีก็เคยเดินหลงผิดเส้นทางบ้างแต่เมื่อรู้ตัวก็จะหยุดและหลุดออกมาได้เร็วแล้วเดินกลับมาเส้นทางเดิม

อย่างตอนเราเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่งบรรลุนิติภาวะ พอเรียนเสร็จจากที่เคยอยู่ห้องทำการบ้าน หลังๆก็จะมีเพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืนบ้างตามประสาเด็กวัยรุ่น เราก็ไปบ้างแหล่ะ แต่พอถึงเวลาที่เรารู้สึกว่าเกรดเริ่มตก เราก็เริ่มรู้ตัว ฉุดตัวเองขึ้นมา รู้สึกว่าถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ

เพราะถ้าเราเอาตัวเองหลุดออกมาจากความทุกข์ได้เร็วแค่ไหน ชีวิตเราก็จะดีขึ้นกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เคยเข้าปฏิบัติธรรมกับคุณแม่ตอนเด็กๆ โรงเรียนไทยก็มีเรียนวิชาพระพุทธศาสนา

ส่วนเพื่อน เราจะคนรู้จักค่อนข้างเยอะ แต่จะมีเพื่อนสนิทน้อย จะมีเป็นกลุ่มเล็กๆที่สนิท คุยกันได้เหมือนพี่น้อง ด้วยความที่เราเป็นลูกคนเดียว จึงมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆที่เราสามารถคุยได้เหมือนเขาเป็นครอบครัวเรา

ทำไมถึงชื่นชอบรักการออกกำลังกาย
ออกกำลังกายจนหุ่นเป๊ะปัง
ด้วยความที่เราโตใกล้ทะเล กีฬาทางน้ำค่อนข้างเยอะ คุณพ่อคุณแม่ชอบพาไปทะเล กิจกรรม Outdoor จะเยอะ ตอนเด็กอ้วนค่อนข้างง่าย ช่วงมัธยมจะสูงเร็ว โตกว่าคนอื่น จึงมีความรู้สึกว่าต้องออกกำลังกายเยอะ เพราะคุณพ่อก็ชอบออกกำลังกายเช่นกัน จะจ้างครูสอนโยคะมาที่บ้าน ครอบครัวเราชอบเดินป่ากัน

กีฬาแรกที่เล่นน่าจะเป็นว่ายน้ำ จากนั้นก็วิ่ง โดยเป็นนักวิ่งระยะไกลของโรงเรียน เป็นนักวิ่งตั้งแต่มัธยม 1-3 พอเริ่มเข้ามัธยมปลายก็เริ่มเปลี่ยนแนวมาเป็นดรัมเมเยอร์ เพราะเริ่มรักสวยรักงาม

เป็นนักกีฬาจะค่อนข้างเหนื่อย ซ้อมเยอะ โดนแดดตลอด ผิวไหม้ พอโตก็เริ่มรักสวยรักงามมากขึ้น แต่ก็ยังออกกำลังกายอยู่ตลอด

ส่วนกิจกรรมเดินป่าเพราะคุณพ่อคุณแม่ชอบ และประกอบกับตอนที่เรียนไม่ได้มีเวลาอยู่กับธรรมชาติมากนัก ตอนนี้มีโอกาสจึงไปเดิน เพื่อสูดอากาศสดชื่น

ปัจจุบันนี้ก็ออกกำลังกายเล่นคาร์ดิโอ ต่อยมวย เพราะเหงื่อออกง่าย คืออาจจะมีโอกาสช้ำบ้าง แต่ก็ไม่ได้ง่ายอะไรขนาดนั้น

แนะนำสาวๆที่อยากหุ่นดี ต้องออกกำลังกายแบบไหน

แนะนำเลยต่อยมวยแล้วผอมเร็วมาก เพราะเหงื่อออกเยอะ และกระชับสัดส่วนได้ดี ต่อยอย่างต่อเนื่องชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ พยายามกินผักเยอะๆ กินแป้งน้อยๆ

อยู่เมืองไทยลดน้ำหนักง่าย เพราะมองไปทางไหนผู้หญิงไทยก็ตัวเล็กกันหมดเลย คนนั้นก็ผอมคนนี้ก็ผอม(หัวเราะ)

ทำไมถึงชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ


ตั้งแต่เรียนจบมาเที่ยวค่อนข้างเยอะ เราจะเป็นคนที่ไม่เหนื่อยในการเดินทาง เพราะเราจะหลับง่ายบนเครื่องบิน อาการเจ็ตแล็ก (Jet Lag) เราจะน้อยกว่าคนอื่น

อีกอย่างเวลาไปแต่ละที่แต่ละประเทศเราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนที่นั่น สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตตัวเองทำให้ชีวิตเรามีคุณภาพมากขึ้น

การที่เรารู้หลากหลายวัฒนธรรม ก็ทำให้เราเป็นคนรอบรู้มากขึ้น เพราะแต่ละที่มีเรื่องเล่า มีอดีต เราจะชอบ บางทีเราอ่านในอินเทอร์เน็ต เห็นรูป ก็ไม่ได้เหมือนที่เราไปเห็นจริงๆ

แต่ถ้าช่วงไหนมีงานเยอะก็จะอยู่ทำงาน แต่ถ้าวางแผนไว้ล่วงหน้าก็จะล็อกวันไว้เลย แต่ไม่ว่าจะไปเที่ยวไหนก็อยากกลับมาเมืองไทย คิดถึงบ้าน

สวยขนาดนี้ มีแฟนหรือยัง สเปกผู้ชายเป็นแบบไหน

มีแฟนแล้วค่ะ เป็นคนไทย เป็นเพื่อนที่ดีกันมา 2-3 ปีแล้ว คือเราก็ใช้ชีวิตของเรา และเราก็อยากให้ความเป็นส่วนตัวกับเขา พอถึงจุดหนนึ่งเราพร้อมที่จะเปิดตัว เราก็จะเปิด

สเปกผู้ชายชอบคนที่มีลักษณะความเป็นผู้นำ สมารถดูแลความรู้สึกเราทั้งความรู้สึก และความคิดได้ ด้วยความที่เราอยู่คนเดียวในกรุงเทพฯ เราไม่สามารถปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ได้ทุกเรื่อง การที่เรามีคนที่สามารถปรึกษาเรื่องชีวิต การงาน กับคนคนหนึ่งได้ ถือว่าสำคัญสำหรับเรา เหมือนเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ยามเรามีปัญหา เขาก็เป็นคนที่ให้คำปรึกษาเป็นที่ปรึกษาที่ดี

ตอนนี้อยากโฟกัสที่เรื่องงานก่อน ส่วนที่ไม่ได้ลงรูปคู่เลย เพราะเขาไม่ได้เป็นคนในวงการบันเทิง ถ้าอยู่ดีๆมีคนมาสนใจเขาเยอะมาก เขาอาจะไม่ได้ต้องการแบบนั้น เราคิดว่ามันไม่แฟร์เราต้องให้พื้นที่ความเป็นส่วนตัวเขาด้วย

มุมมองความรักเป็นอย่างไร

เราเชื่อในสิทธิความเท่าเทียมนะ แต่ผู้หญิงก็ยังเป็นเพศที่อ่อนแอ เราก็อยากได้การปกป้องบ้าง ผู้หญิงก็ยังมีความหวานอยู่ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงยุคนี้ต้องสตรอง เราไม่ต้องการผู้ชาย ก็ไม่ใช่แบบนั้น คือความคิดเราก็มีความสมัยใหม่ปนกับสมัยเก่า

ไม่อยากปิดบังเรื่องการมีแฟน เพราะเราก็เป็นชีวิตคนคนหนึ่ง ก็ไม่แปลกถ้าเราจะมีแฟน ตอนนี้กับแฟนก็คบกันเหมือนเพื่อนจริงๆ

เคยถามเพื่อนคุณพ่อคุณแม่ที่อายุ 70-80 ปีแล้ว เขาอยู่ด้วยกันมา 50 ปี เราถามเขาว่า เคล็ดลับในการครองรักกันอย่างยาวนานของเขาคืออะไร เขาบอกว่า มองคนที่เขาอยู่ด้วยเป็นเพื่อนสนิทของเขา เพราะถ้าเรามีเพื่อนสนิทที่สุดเราก็คงไม่อยากทำร้ายเขาหรอก





เรื่อง สวิชญา ชมพูพัชร

ภาพ ปัญญพัฒน์ เข็มราช

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก อินสตาแกรม @suerisue และเฟซบุ๊ก Suzana Renaud


กำลังโหลดความคิดเห็น...