xs
xsm
sm
md
lg

เฉาะดรามา "จ่าพิชิต" เขาว่าเป็นภัยความมั่นคง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ถูกมองว่าหากินกับเรื่องดรามาจนกลายเป็นจุดขายไปแล้ว สำหรับ "จ่าพิชิต" เจ้าของเว็บไซต์ drama-addict.com ล่าสุดงานเข้า ถูกร้องเรียนว่า "ใช้เวลาราชการ" ปั่นดรามา ยุแยงให้เกิดความแตกแยก สุ่มเสี่ยงต่อภัยความมั่นคง นับเป็นดรามาครั้งใหญ่ที่เจ้าพ่อดรามากลับตกเป็นประเด็นดรามาเสียเอง

กำเนิด "เจ้าพ่อดรามา-แอดดิค"

ก่อนจะตกเป็นประเด็นดรามาครั้งใหญ่ในคราวนี้ เชื่อว่าใครหลายคนรู้จัก เพจเฟซบุ๊ก "drama-addict" เจ้าของเว็บไซต์ drama-addict.com กันดี เพราะเขามักจะคอยนำเสนอประเด็นปัญหาต่างๆ หรือสร้างความกระจ่างให้แก่สังคม แต่อีกด้านก็ถูกมองในทางลบว่าสร้างเรื่องยุแยงให้คนตีกัน

แม้จะเคยแก้ต่างในเรื่องนี้ผ่านทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ว่า "จริงๆ ผมไม่ได้ทำให้คนตีกันนะ เพราะมันตีกันอยู่แล้ว แต่ผมเอาประเด็นที่มันตีกันมาลงว่ามันตีกันเพราะว่าอะไร เกิดจากสาเหตุอะไร ทำไมคนถึงตีกันประมาณนั้นมากกว่า" ทว่า ความดรามาที่เขาจุดขึ้นก็ยังมีทั้งคนที่ติดตาม และเข้ามาโวยวายถึงการขยายเรื่องดรามาให้ซับซ้อนเข้าไปอีก



เรื่องนี้เขาก็เคยชี้แจงว่า "การนำเสนอของผม มันจะมีทั้ง 2 ด้าน ทั้งแบบนำเสนอเกี่ยวกับประเด็นที่ตีกัน และผมนำเสนอสาเหตุที่เขาตีกันด้วย ส่วนมากผมจะโฟกัสไปที่อย่างหลังมากกว่า" ดังนั้น ประเด็นที่ถูกมองว่าหากินกับเรื่องดรามา เขาบอกว่า เวลาจะพิสูจน์เองว่าสิ่งที่เขาหยิบยกมาเสนอ มันจะนำไปสู่อะไร

เมื่อเจาะลึงลงไปถึงที่มาของความดรามา ซึ่งเป็นโลโก้ประจำตัวของ "จ่าพิชิต" ไปแล้ว เขาบอกว่า เริ่มมาจากดรามาระหว่างเขา (หมอ) กับผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานที่ต้องอยู่เวรคนเดียวหลายเดือนโดยไม่มีหมอคนอื่นมาช่วย กระทั่งหมดความอดทนกับเรื่องดังกล่าว เขาจึงเข้าไปตั้งกระทู้ร้องเรียนจนเห็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของเรื่องดรามา และกลายเป็นที่มาของเว็บไซต์ดราม่าแอดดิกที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก

"หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่งคนมาช่วยเยอะ ทำให้ผมพอมีเวลา ก็เลยเอาเวลาว่างมาทำเว็บไซต์นี้ ซึ่งเว็บไซต์ดรามาแอดดิคจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องตรรกะวิบัติ ส่วนหนึ่งเป็นจากกรณีที่ผมถกเถียงผู้บังคับบัญชา แล้วเขาใช้คำว่าวิบัติ ผมจึงจำฝังใจ แล้วก็เอาแรงบันดาลใจตรงนั้นมาทำเว็บไซต์"



ข้อมูลเมื่อปี 2557

สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าว ในช่วงแรก มีแค่การนำกระทู้ที่น่าสนใจจากเว็บพันทิปมาวางแปะไว้เพื่อให้ชาวเน็ตได้เข้ามาอ่าน จากนั้นค่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยนำเนื้อหาบางส่วนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาอธิบายเรียบเรียง และมีการขยายความเสริมตามสไตล์ของเขาเข้าไปด้วย

"ตอนแรกเราอยากนำเสนอประเด็นกระทู้น่าสนใจที่แบบมันๆ อย่างเดียว พอทำไปสักพักรู้สึกว่ามันมีประเด็นหลายอย่างที่เราสามารถนำเสนอ หรือสามารถพูดให้สังคมทำความเข้าใจได้ เช่น ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องยา เพราะพวก forward mail มักนำเสนอเรื่องสุขภาพผิดเพี้ยน" เขาบอก


ตั้งแต่นั้นมา เขาได้กลายเป็น "เจ้าพ่อดรามา" ที่มีทั้งคนที่เข้ามาเสพดรามา ไปจนถึงเข้ามาวิพากษ์ด้วยข้อเขียนที่ดุเดือดเผ็ดมันผ่านเรื่องดรามาที่เขานำเสนอ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาที่มีทั้งคนรัก และคนเกลียด หรือทั้งรักทั้งเกลียดจนบางเรื่องก็ขำไม่ออก โดยเฉพาะมุกตลก และหยาบโลนเมื่อครั้งที่โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อกรณีนักแสดงซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังที่ตกเป็นข่าวพัวพันกับยาเสพติด


เพจดรามากับภัยความมั่นคง


แน่นอนว่า การเกิดขึ้นของ "จ่าพิชิต" ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งความดรามา ด้านหนึ่งคือการเปิดโอกาส และกระตุกต่อมคิด ชวนให้เกิดการ "คอมเมนต์" สังคมขึ้น แต่หน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมไปถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการแสดงความเห็นส่วนตัวในเว็บ หรือในเพจเฟซบุ๊กของเขาก็ถูกตั้งคำถามตามมาเช่นกัน




ล่าสุด ปรากฏข่าวฮือฮาขึ้นในสังคมออนไลน์ กรณีถูกร้องเรียนว่าเป็นเพจที่สุ่มเสี่ยงต่อภัยความมั่นคง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าของเว็บไซต์ drama-addict.com ได้เปิดเผยเอกสาร 2 ฉบับซึ่งเป็นหนังสือร้องเรียนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สำเนาถึง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เรื่อง แจ้งภัยความมั่นคง กรณีนาย ... (ขอสงวนชื่อ นามสกุล และตำแหน่ง) เขียนที่ จังหวัดพิจิตร ลงวันที่ 19 กันยายน 2557 ระบุว่า

บุคคลดังกล่าวสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าของหน้าบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ แฟนเพจ ชื่อ ดรามา แอดดิค (Drama Addict) ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 5 แสนคน บุคคลดังกล่าวได้ใช้เวลาราชการ ต่างกรรมต่างวาระ สร้างข่าวต่างๆ บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีลักษณะเนื้อหาสร้างความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม เป็นจุดขาย


"หลังการรัฐประหาร โดย คสช. ก็มีพฤติกรรมโจมตีการทำงานของรัฐบาล และ นายกรัฐมนตรีในปัจจุบันมาโดยตลอด ข่าวของบุคคลดังกล่าวถูกนำไปขยายผลต่อในเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นผลลบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล ล่าสุด 17-18 กันยายน 2557 ได้มีข้อความโจมตีทหารและรัฐบาล ในลักษณะเสียดสี เปรียบเทียบเป็นลูกสุนัข กับ การเลียรองเท้าบูต ข้าพเจ้าได้เห็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นภัยความมั่นคงลักษณะนี้แล้ว จึงขอส่งเรื่องให้ท่าน รวมทั้งทีมงานด้านประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ทราบ เพื่อดำเนินการสืบไป และขอให้ปิดชื่อข้าพเจ้าเป็นความลับด้วย เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา" หนังสือร้องเรียน ระบุ


ด้านนามแฝง "จ่าพิชิต ขจัดพาลชน" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "จิตวิญญาณความเป็นข้าทาสยังฝังรากในชนบางผอง ไม่ต้องห่วงพ่อแม่พี่น้อง จ่าจะทำเพจด่าทุกฝักฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันต่อไป" ก่อนจะฉุนหนักเมื่อสื่อฉบับหนึ่งมีการโทรศัพท์ไปสอบถามพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับคำยืนยันว่า ไม่ใช่เอกสารราชการ และรูปแบบการเขียนก็ไม่ใช่หน่วยงานรัฐส่งถึงหน่วยงานรัฐ




"แหม่ มีสื่อบอกว่าเอกสารปลอม ไม่ใช่เอกสารทางราชการ ใครๆ ก็ทำได้ ของจริงครับ กุมีทั้งปึ๊งเลย เรื่องแค่นี้จะกุเรื่องไปทำไม กุไม่ใช่เพจการเมืองจ๋าซักหน่อย" แอดมินเพจดรามาแอดดิคโพสต์ข้อความ พร้อมด้วยหนังสือราชการลับที่ส่งโดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องมีผู้ร้องเรียนโดยกล่าวหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะลันตา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการใช้ข้อความบนเว็บไซต์

นอกจากนั้น ยังให้สัมภาษณ์ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ถึงประเด็นดรามาที่เกิดขึ้นนี้ว่า "ได้เรียนรู้ว่ามีพวกลูกหาบบางคนที่มองว่านายกเป็นบุคคลที่ไม่สามารถแตะต้องได้ ไม่สามารถวิจารณ์ได้ ต้องหลับหูหลับตาอวยอย่างเดียวไม่งั้นจะเป็นภัยต่อความมั่นคงครับ"


เมื่อถามถึงความใส่ใจกับข้อท้วงติงของสังคมที่มีเข้ามามากน้อยแค่ไหน แอดมินเพจชื่อดังว่าบอกว่า "คนที่วิจารณ์เกลือว่าทำไมไม่หวาน วิจารณ์น้ำตาลว่าทำไมไม่เค็ม ขี้คร้านฟังครับ ไร้สาระ" ก่อนจะย้ำในประเด็นยุแยงให้คนตีกัน "ผมว่าเพจผมความรับผิดชอบต่อสังคมก็เยอะนะ หลักๆ นี่ เราไม่ได้นำเสนอยุแยงให้คนตีกัน แต่เอาไอ้ที่มันตีกันอยู่แล้วนั่นน่ะมานำเสนออีกที ว่ามันตีกันเพราะอะไร ด้วยสาเหตุใด"


เพจดรามา กรุณาอย่าล้ำเส้น


ด้าน ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการประจำสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส แสดงความเห็นต่อเพจดรามาต่างๆ ที่ยังทรงอิทธิพลในสังคมไทยว่า ในความเป็นเพจที่ใช้ภาษาเสียดสี สนุกสนาน มีการนำเสนอข้อมูลที่หาอ่านไม่ได้จากสื่อกระแสหลัก รวมไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา ทำให้เพจเหล่านี้ เป็นที่สนใจของผู้เสพดรามาหลากหลายกลุ่มทั้งผู้ที่สนใจการเมือง กลุ่มคนที่เลือกข้างแล้ว หรือกลุ่มคนที่ชอบภาษาจิกกัด รุนแรง


"จะไปมองว่าเป็นเรื่องไม่ดีทั้งหมดไม่ได้ สังคมมันต้องมีช่อง หรือเปิดประตูแง้มเอาไว้ให้มีการซุบซิบนินทาบ้าง เพราะบางเรื่องมันพูดตรงๆ โพล่งๆ ออกไป มันมีคนเสียหายเยอะ ส่วนตัวได้แต่แนะนำผู้เสพเพจดรามาจากเพจต่างๆ ว่า อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะมันอาจไม่จริงทั้งหมด ส่วนตัวเพจ ส่วนตัวมองว่ามันเป็นสไตล์ของแอดมินที่พยายามเขียนโดยเอาข้อมูลลับๆ ไม่ว่าจะใต้โต๊ะ ใต้เตียง ใต้เก้าอี้มาเขียน หรือมาบอกเล่าในลักษณะที่เป็นข่าว


แต่สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ การซุบซิบทางการเมือง หรือบุคคลสาธารณะ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเปิดเผยเงื่อนงำให้ผู้คนที่ติดตามได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือแค่แง้มๆ โผล่ๆ เพื่อจะบอกว่า สื่อมวลชนรู้แล้วนะ ถ้าเข้าไปล้ำเส้นมากเกินไปโดยใช้ข้อความลามปาม หรือเลยเถิดไปจนถึงการหมิ่นประมาท พฤติกรรมแบบนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยสักเท่าไร" นักวิชาการประจำสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ทิ้งท้าย


ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...