Graduate School of Information Science มหาวิทยาลัยนาโกย่า (Nagoya University) ได้เผยผลวิจัยที่ว่า “การกินข้าวหน้ากระจก จะทำให้รสชาติของอาหารดีขึ้น” โดยผลการวิจัยได้ถูกตีพิมพ์ลง Physiology and Behavior นิตยสารของคณะในวันที่ 26 พฤษภาคม โดยมีชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจเกี่ยวกับผลวิจัยชิ้นนี้อย่างมากมายค่ะ
วิธีการทดลอง
ผู้เข้าร่วมทดลอง ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ จำนวน 16 คน และนักศึกษามหาวิทยาลัย จำนวน 16 คน โดยผู้ทดลองจะให้ผู้เข้าร่วมทดลองทั้งสองกลุ่มกินป๊อบคอร์นรสเกลือและคาราเมล ปริมาณเท่าที่ชอบภายใต้เงื่อนไขสามข้อต่อไปนี้
1. กินหน้ามอนิเตอร์ที่ฉายภาพกำแพงห้อง
2. กินหน้ากระจก
3. กินหน้ามอนิเตอร์ที่ที่ฉายรูปภาพ (ภาพนิ่งของตัวผู้เข้าร่วมการทดลองเองแบบเต็มจอ
ผลการทดลอง
ผลที่ได้คือ ผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนรู้สึกว่าการกินภายใต้เงื่อนไขที่ 2 และ 3 จะรู้สึกกินป๊อบคอร์นได้อร่อย และปริมาณมากกว่ากินภายใต้เงื่อนไขที่ 1 ค่ะ
เราทราบกันดีว่าการกินอาหารร่วมกับผู้อื่นจะทำให้เรารู้สึกว่ารสชาติของอาหารนั้นอร่อยขึ้น แต่ผลการทดลองชิ้นนี้ทำให้เราได้รู้ว่า “ถ้าเรารู้สึกถึงตัวตนของ ‘คน’ ขณะกิน ก็จะทำให้เรากินอะไรได้อร่อยขึ้น โดยไม่เกี่ยวว่าจะมีคนกินด้วยหรือไม่” ค่ะ
นอกจากนี้ Graduate School of Information Science มหาวิทยาลัยนาโกย่า ยังตั้งสมติฐานที่สามารถต่อยอดจากผลวิจัยเรื่องนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ถ้าไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่เป็นภาพประเภทอื่น จะให้ผลเหมือนกันหรือไม่” หรือ “อาหารที่ไม่มีรสชาติ ถ้ากินภายใต้เงื่อนไขด้านบน จะรู้สึกอร่อยขึ้นหรือไม่” เป็นต้นค่ะ
เป็นผลวิจัยที่แอบคาดไม่ถึงนิดๆนะคะ ก็จริงอยู่ที่ว่าถ้ากินข้าวร่วมกับคนอื่นจะทำให้รสชาติอร่อยมากขึ้น แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกินข้าวกับ “ตัวเอง” หน้ากระจกก็ทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นด้วย! ใครอยากรู้ว่าจริงไม่จริง ก็ลองทดลองกันดู แล้วมาบอกผลกับเพื่อนๆ ANNGLE กันด้วยนะ!
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ anngle.org


