xs
xsm
sm
md
lg

ทำไม “เกาหลีเหนือ” ถึงลักพาตัว “คนญี่ปุ่น”? ย้อนรอยความบาดหมางระหว่างสองชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์

บรรยากาศความดีใจที่กรุงโตเกียวหลังจากเกาหลีถูกผนวก 29 สิงหาคม 1910 (ภาพ:หนังสือพิมพ์ไมนิชิ)
ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
Tokyo University of Foreign Studies


ช่วงนี้มีเรื่องที่ทำให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต้องออกมากล่าวพาดพิงถึงเกาหลีเหนืออยู่บ่อย ๆ และคนต่างชาติที่อาจจะยังใหม่ต่อญี่ปุ่นในขณะนี้อาจจะรู้สึกเหมือนผมเมื่อสิบกว่าปีก่อน คือ แปลกใจเมื่อเห็นสื่อมวลชนของญี่ปุ่นเสนอข่าวเกาหลีเหนือถี่เหลือเกิน ตอนนั้นผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสองประเทศนี้ไม่ถูกกันด้วยเรื่องอันใดมากมายนัก สาเหตุแห่งความสงสัย คือ ผมรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือน้อยมาก ผมเคยเล่าเรื่องชาวเกาหลีในญี่ปุ่นมาแล้ว คราวนี้จะชวนให้มองย้อนประวัติศาสตร์คร่าว ๆ อีกที ว่า ญี่ปุ่นไปทำอะไรไว้บนคาบสมุทรเกาหลี และปัจจุบันนี้เกาหลีเหนือสร้างปัญหาให้ญี่ปุ่นอย่างไร

เกาหลีเหนือมีเพื่อนน้อยมากในเวทีโลก มหาอำนาจไม่ชอบใจที่เกาหลีเหนือพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ ประเทศใหญ่ที่คุยกับเกาหลีเหนือได้จริง ๆ ก็คือ จีน และถ้าไม่นับเกาหลีใต้ซึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกันมาก่อน ประเทศที่ไม่ถูกกับเกาหลีเหนือมากที่สุด ก็คือ ญี่ปุ่น นี่เอง ด้วยข่าวสารจากสื่อมวลชน เมื่ออยู่ญี่ปุ่นนานขึ้นจึงได้รู้มากขึ้นว่า ความบาดหมางระหว่างสองประเทศนี้มีมานาน หลัก ๆ คือ เรื่องในอดีตเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นรุกรานเกาหลี และอีกประเด็นหนึ่ง คือ เกาหลีเหนือลักพาตัวคนญี่ปุ่นไปหลายคน

เรื่องราวส่วนนี้อาจเป็นเนื้อหาที่นักเรียนไทยคงได้เรียนกันน้อย เพราะเราเน้นประวัติศาสตร์ตะวันตกกันเสียมาก แรก ๆ เมื่อผมมาถึงญี่ปุ่นใหม่ ๆ ก็จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกว่าอะไรเป็นอะไร จนกระทั่งสิ้นคิม จองอิล ซึ่งเป็นพ่อของคิม จองอึนผู้นำคนปัจจุบัน จึงได้ค้นคว้าจนกระทั่งรวบรวมเป็นหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง ถึงได้เข้าใจกระจ่างเกี่ยวกับที่มาแห่งความคิดแบบเกาหลีเหนือ รวมทั้งสิ่งที่คงจะเรียกได้ว่าเป็นการผูกใจเจ็บต่อญี่ปุ่น

ทำไมเกาหลีเหนือมีท่าทีเป็นปรปักษ์กับญี่ปุ่นมาตลอด? เมื่อลองพิจารณาลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ ที่ผมประมวลไว้ใน “ไขปริศนาอาณาจักรสนธยาเกาหลีเหนือ จะได้ดังนี้

ปี 1905คาบสมุทรเกาหลีถูกประกาศเป็นดินแดนในอารักขาของญี่ปุ่น
ปี 1910ญี่ปุ่นผนวกเกาหลีเป็นส่วนหนึ่งของตน (สมัยที่ยังไม่แบ่งเป็นเกาหลีเหนือกับใต้) และเริ่มการปกครองเกาหลีนับแต่บัดนั้นเป็นเวลา 35 ปี
ปี 19191 มีนาคม ชาวเกาหลีประท้วงท้าทายอำนาจญี่ปุ่นเพื่อเรียกร้องเอกราชในกรุงโซล และจุดประกายการต่อต้านจนแผ่ออกไปทั่วประเทศ
ปี 1931ญี่ปุ่นบุกแมนจูเรียของจีน และขยายอิทธิพลของตนจากเกาหลีเข้าสู่แมนจูเรียเต็มที่
ปี 1937ญี่ปุ่นทำสงครามกับจีนอย่างเต็มรูปแบบ
ปี 1941ชายเกาหลีราว 5 แสนคนถูกเกณฑ์เป็นทหารให้แก่ญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2
ปี 1945 (พ.ศ. 2488) ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ทราบเพียงว่า ประเทศที่ล่าอาณานิคมในโลกนี้มีแต่ประเทศฝั่งตะวันตก ทว่า อันที่จริง ประเทศฝั่งตะวันออกก็ล่าเหมือนกัน ประเทศที่ทำเช่นนั้นก็คือญี่ปุ่น และ เกาหลีทั้งหมดเคยตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นยาวนาวถึง 35 ปี นี่คือ สาเหตุแห่งความบาดหมางที่ลบล้างไม่หมดมาเป็นศตวรรษแล้ว คนเกาหลีนึกขึ้นมาทีไร ก็ช้ำใจทุกที...นั่นอย่างไรเล่า เราเคยถ่ายทอดวัฒนธรรมและความรู้ให้เขาแท้ ๆ แต่แล้ววันหนึ่ง เขาทำถึงขั้นข่มเหงและยึดบ้านเรา ทำแม้กระทั่งห้ามพูดภาษาเกาหลี

เดิมเกาหลีมีสถาบันกษัตริย์ดังที่เห็น ๆ กันในละคร ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองประเทศ คือ ราชวงศ์โจซอน (ค.ศ. 1392 - 1910) มีนครหลวงอยู่ที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นนั้นฮึกเหิม เพราะรบชนะจีนและรัสเซียมาก่อนเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 จากนั้นก็กลายเป็นเหิมเกริม แผ่อิทธิพลเข้าไปในคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 คุกคามเกาหลีอย่างหนัก ประกาศว่า เกาหลีคือดินแดนในอารักขาของตนเมื่อปี 1905 จีนและรัสเซียก็ปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเพราะกำลังติดเรื่องวุ่นวายในประเทศตัวเอง ในที่สุดญี่ปุ่นก็โค่นล้มราชวงศ์ของเกาหลีและยึดเป็นเมืองขึ้น

ปี 1945 (พ.ศ. 2488) เกาหลีหลุดพ้นจากสถานะอาณานิคมของญี่ปุ่น สหภาพโซเวียตส่งทหารเข้าควบคุมพื้นที่ทางเหนือของเกาหลี สหรัฐอเมริกาส่งทหารเข้าควบคุมพื้นที่ทางใต้ของเกาหลี โดยมีเส้นขนาน 38 องศาเป็นเส้นคั่น เกาหลีเริ่มถูกแบ่งเป็นเหนือกับใต้ และพอได้เอกราชก็เกิดการทะเลาะกันเองด้วย จึงกลายเป็น 2 ประเทศ แต่ความเคืองแค้นร่วมกันก็ยังมีอยู่คือ พุ่งเป้าไปยังญี่ปุ่น เกาหลีเหนือมีผู้นำคนสำคัญคือคิม อิลซุง ต่อมาคือ คิม จองอิล และปัจจุบันคือ คิม จองอึน รวมคิม 3 รุ่น และผมประเมินไว้ตรงนี้เลยว่า ความไม่ลงรอยกันระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีเหนือคงจะเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน ตราบใดที่ตระกูลคิมกับระบอบคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือยังคงอยู่
สาแหรกครอบครัวคิม จองอิล (มีภรรยาหลายคน)
นั่นคือ ความบาดหมางทางประวัติศาสตร์ระหว่างคาบสมุทรเกาหลี กับ ญี่ปุ่น และเอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่เกาหลีเหนือเท่านั้นที่ไม่ถูกกับญี่ปุ่น ทุกวันนี้เกาหลีใต้เองก็ไม่ใช่ว่าญาติดีกับญี่ปุ่นเท่าไรนัก นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยใช้บริการทัวร์เพื่อไปเกาหลีใต้ บางทีอาจจะได้ยินไกด์อธิบายอย่างใส่อารมณ์ว่าญี่ปุ่นทำอะไรไว้กับคนเกาหลี

ในช่วงหลายสิบปีต่อมา ญี่ปุ่นพอจะคุยกับเกาหลีใต้ได้บ้าง แต่กับเกาหลีเหนือนั้นไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน คราวนี้กลับกันบ้าง เกาหลีเหนือเริ่มกลายเป็นภัยคุกคามต่อญี่ปุ่น สิ่งที่เกาหลีเหนือทำให้ญี่ปุ่นไม่ค่อยเป็นสุข คือ การพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นประเด็นของโลกด้วย แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ชาวโลกอาจจะลืม ๆ ไปในยุคที่มีข่าวสารท่วมท้นทุกวัน คือ “เกาหลีเหนือลักพาตัวชาวญี่ปุ่น” และนี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อะเบะเพิ่งออกมาย้ำเมื่อวันเสาร์ที่ 18 กันยายนว่าจะต้อง “เจรจาและกดดัน” และ “ตอบโต้การกระทำด้วยการกระทำ”
คิม อิลซุง และคิม จองอิล
จำนวนคนญี่ปุ่นที่ถูกสายลับเกาหลีเหนือลักพาตัวไป ซึ่งเกิดในช่วงทศวรรษ 1970 - 1980 ตามที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศอย่างเป็นทางการ คือ 17 คน ยังมีกรณีอื่นที่อาจจะเข้าข่ายอีกก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะยืนยันอย่างไร และเมื่อถามถึงเหตุผลว่า ทำไมเกาหลีเหนือต้องลักพาตัวคนญี่ปุ่น? เป็นเพราะแค้นฝังใจจากประวัติศาสตร์หรือเปล่า? เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้แน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานประการหนึ่ง คือ เมื่อเกิดการแยกประเทศเป็นเกาหลีเหนือ กับ เกาหลีใต้ แล้ว เกาหลีเหนือซึ่งพยายามจะรวมประเทศต้องการส่งสายลับเข้าไปในเกาหลีใต้ แต่การส่งคนเกาหลีเหนือเข้าไปนั้นอาจจะถูกจับได้ จึงคิดหาวิธีขึ้นมา และวิธีที่ว่านั้นก็คือ ลักพาตัวคนญี่ปุ่นไป และให้สายลับสวมรอยเป็นคนญี่ปุ่นคนนั้นเพื่อเข้าไปในเกาหลีใต้ โดยให้สอนภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรม ประเพณี เป็นต้น

ฟังดูเหมือนในนวนิยายสายลับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเช่นนั้นจริง เพราะไม่ใช่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่ถูกลักพาตัวไป คนไทยก็โดนด้วย คือ อโนชา ปันจ้อย ซึ่งว่ากันว่าถูกสายลับเกาหลีเหนือลักพาตัวเมื่อปี พ.ศ. 2521 ที่มาเก๊า นอกจากนี้ ก็มีคนประเทศอื่นถูกลักพาตัวด้วย รวมทั้งสิ้นจาก 14 ประเทศ (เท่าที่ปรากฏแน่ชัด) แต่ดูเหมือนประเทศที่เคลื่อนไหวอย่างแข็งขันที่สุด คือ ญี่ปุ่น พยายามจนกระทั่งเกาหลีเหนือยอมส่งตัวคนที่ถูกลักพาตัวไปกลับมายังญี่ปุ่นแล้ว 5 คน

ตัวอย่างเหตุการณ์ของการถูกลักพาตัวกรณีหนึ่งซึ่งปัจจุบันก็ยังตามตัวไม่ได้ คือ เมะงุมิ โยะโกะตะ เด็กคนนี้ถูกลักพาตัวเมื่อปี 2520 ซึ่งตอนนั้นอายุ 13 ปี วันนั้นเมะงุมิกินข้าวเช้าร่วมกับน้องชาย เสร็จแล้วก็ไปโรงเรียน เย็นนั้นเธอไม่ได้กลับมาที่บ้าน พ่อแม่ออกไปแจ้งตำรวจ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไร้วี่แวว ต่อมาจึงรู้ว่าถูกลักพาตัวไป พ่อแม่เคลื่อนไหวมาตลอดเพื่อให้รัฐบาลช่วย จนกระทั่งปี 2002 นายกรัฐมนตรี จุนอิชิโร โคะอิซุมิ ของญี่ปุ่น ไปพบกับ นายคิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือ พ่อแม่เริ่มมีความหวัง แต่แล้วความหวังก็พังทลายลง เมื่อเกาหลีหนือให้ข้อมูลว่า “เมะงุมิ โยะโกะตะ เสียชีวิตแล้ว”
เมะงุมิ โยะโกะตะ
ถ้าเราเป็นพ่อเป็นแม่ จะเชื่อหรือไม่? แน่นอน พ่อแม่ของเมะงุมิไม่เชื่อ แต่เรื่องตลกที่ไม่ได้แปลว่าขำในโลกนี้มีมาก และหนึ่งในนั้นคือเรื่องเกาหลีเหนือลักพาตัวคนญี่ปุ่น เกาหลีเหนือเองก็ยอมรับว่า “ทำจริง” แต่...แล้วไง? ลักพาตัวไปจริง ๆ แต่ตายแล้ว...ก็บอกว่าตายไปแล้ว ไม่เชื่อหรือไง? นั่นหมายความว่า เกาหลีเหนือก่ออาชญากรรมจริง แต่ใครจะทำไม? จะคว่ำบาตรก็ทำไปเถิด ข้าก็ทดสอบขีปนาวุธอยู่ดี มีอะไรไหม?

คงได้แต่หวังว่า ในอนาคต ลูกหลานเหลนตระกูลคิมจะเปลี่ยนท่าทีให้เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่คุยกับคนอื่นรู้เรื่องขึ้นอีกหน่อย เพราะประเทศไม่ใช่ของผู้นำคนเดียว แต่จะว่าไป คิมรุ่นนี้ก็สร้างนิมิตหมายที่ดีขึ้นมาบ้างเหมือนกัน จากเดิม เป็นเกาหลีเหนือที่ “จิก” ญี่ปุ่นอย่างดูหมิ่นว่า “แจ็ป” (Jap) ในที่ประชุมสหประชาชาติเมื่อสิบกว่าปีก่อน พอมาเดือนกันยายนปีนี้ ถึงกับมีร้านซูชิสายพานเปิดในเกาหลีเหนือเป็นแห่งแรกแล้วด้วย จะเรียกว่าเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินซูชิก็คงได้ หรือจะมองว่านี่คือบารมีของท่านผู้นำก็คงได้ แต่จะเชื่ออย่างไร ขอให้ลองพิจารณาทรวดทรงของท่านคิม จองอึนประกอบการตัดสินใจ
คิม จองอึน (ที่มา AFP/KCNA ผ่าน KNS)
**********
คอลัมน์ญี่ปุ่นมุมลึก โดย ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ แห่ง Tokyo University of Foreign Studies จะมาพบกับท่านผู้อ่านโต๊ะญี่ปุ่น ทุก ๆ วันจันทร์ ทาง www.manager.co.th