xs
xsm
sm
md
lg

ระเบิดดังทุกวันที่ชายแดนรัฐชาน "เจ้ายอดศึก-กองทัพพม่า" ใกล้ถึงจุดแตกหัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บนดอยไตแลง นอกจากเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพสภาเพื่อการกอบกู้รัฐชานแล้ว ยังเป็นที่ตั้งโรงเรียนเชื้อชาติ มีเด็กหลายร้อยคนเรียนอยู่ที่นี่ (ภาพจากเพจ Loi Tai Leng School)
MGR Online - ชายแดนไทย-รัฐชานยังเครียด ทัพพม่ายังยิงกระสุนหนักใส่ค่ายทหารของเจ้ายอดศึกทุกวัน ล่าสุด ดอยไตแลงโดนแล้ว 3 นัด ส่วนดอยดำ ห่างวัดฟ้าเวียงอินทร์เพียง 2 กม. โดนอีก 5 นัด ด้าน ผบ.ภาคตะวันออกที่โขหลำ เรียกประชุม หน.หน่วยทหารอาสา 4 กลุ่ม บังคับส่งกำลังพลมาช่วยกวาดล้างค่ายฝึกทหาร RCSS ที่เชียงตอง

สถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ในรัฐชาน หลังกองทัพพม่าประกาศโจมตีที่มั่นทางทหารของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐชาน (RCSS) ซึ่งตั้งอยู่หลายจุดในฝั่งตรงข้ามจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ทวีความตึงเครียดขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลาประมาณ 08.30 น. ทหารพม่าที่ตั้งค่ายห่างจากดอยไตแลงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 6 กิโลเมตร ได้ยิงปืนครกขนาด 81 มม. จำนวน 3 นัด เข้าใส่ฐานบัญชาการใหญ่ของ RCSS บนดอยไตแลง กระสุนตกลงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของค่าย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ดอยไตแลงอยู่ตรงข้ามอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งค่ายพักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองในรัฐชานเมื่อหลายปีก่อน มีผู้อพยพอาศัยอยู่ที่นี่ถึง 2,381 คน

ทหารของ RCSS บนดอยไตแลง
ต่อมา เวลาประมาณ 10.30 น. วันเดียวกัน ทหารพม่าซึ่งตั้งฐานอยู่ทางฝั่งตะวันตกของบ้านปางใหม่สูง ห่างชายแดนไทยทางอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 4 กิโลเมตร ได้ยิงกระสุนปืนครก ขนาด 81 มม. 5 นัด เข้าใส่หน่วยทหาร RCSS บนดอยดำ ห่างจากวัดฟ้าเวียงอินทร์เพียง 2 กิโลเมตร เสียงดังรับรู้ได้ถึงชายแดนไทย ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

วัดฟ้าเวียงอินทร์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขา 2 ลูก คร่อมเส้นพรมแดน 2 ประเทศ ระหว่างไทยและรัฐชาน เนินลูกหนึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุมารชินะเจดีย์ ในเขตบ้านหลักแต่ง ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง อีกลูกหนึ่งเป็นที่ตั้งของอุโบสถไม้ อยู่ในเขตอำเภอเมืองปั่น จังหวัดลางเคอ

บนดอยดำ ยังเป็นที่ตั้งค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยจากสงคราม มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ 253 คน ส่วนฝั่งตรงข้ามในตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง มีศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านกุงจ่อ มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ 303 คน

เด็กนักเรียนในโรงเรียนเชื้อชาติดอยไตแลง
ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนเป็นต้นมา ทหารพม่าได้ยิงอาวุธหนักใส่ฐานที่มั่นของทหาร RCSS อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากยิงปืนครกขนาด 120 มม. 3 นัด ใส่พื้นที่ทำกินของผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงชั่วคราวดอยก่อวัน ตรงข้ามบ้านพญาไพร ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ดอยก่อวัน นอกจากเป็นค่ายพักพิงชั่วคราวที่มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ถึง 2,559 คนแล้ว ยังเป็นที่ตั้งกองบัญชาการภาคเชียงตุงของ RCSS มี พ.อ.เจ้ากอนจึน หรือชื่อไทยว่า เจ้าคำกรณ์ชื่น เป็นผู้บัญชาการ

เช้าวันที่ 19 เมษายน พล.อ.เจ้ายอดศึก ประธาน RCSS ทำหนังสือถามไปยังกองบัญชาการภาคสามเหลี่ยม กองทัพพม่า ในจังหวัดเชียงตุง ถึงเหตุผลที่ยิงปืนครกใส่ค่ายดอยก่อวัน แต่กองทัพพม่าตอบกลับมาในตอนบ่ายวันเดียวกันด้วยการยิงปืนครกเพิ่มมาอีก 2 นัด ตกใส่บริเวณเดิม

แม้ยังไม่มีรายงานการปะทะกันโดยตรงระหว่างทหารพม่ากับ RCSS ตามแนวชายแดนไทย-รัฐชาน แต่การที่ทหารพม่าใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่ฐานที่มั่นของทหาร RCSS ต่อเนื่องทุกวัน และแต่ละจุดมีค่ายผู้ลี้ภัยตั้งอยู่ด้วยนั้น ได้สร้างความหวาดกลัวต่อผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง

ตั้งแต่กองทัพพม่าประกาศจะโจมตีที่มั่นทางทหารของ RCSS เมื่อวันที่ 30 มีนาคม คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐชาน (พรมแดนไทย) ได้แสดงความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของเหล่าผู้ลี้ภัย และได้ออกประกาศมา 2 ฉบับ วิงวอนรัฐบาลไทยว่าหากเกิดการโจมตีหรือสู้รบกันขึ้นมาแล้ว ขอให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเหล่านั้นได้หนีข้ามมาหลบภัยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยด้วย

โดยตามแนวชายแดนไทย-รัฐชาน มีค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยอยู่ 6 แห่ง มีผู้ลี้ภัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิงอาศัยอยู่ประมาณ 6,000 คน นอกจากค่ายที่ดอยไตแลง ดอยดำ ดอยก่อวัน และที่บ้านกุงจ่อแล้ว ยังมีค่ายพักพิงดอยสามสิบ ตรงข้ามอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ 390 คน กับค่ายพักพิงบ้านกองมุงเมือง ตรงข้ามบ้านรักไทย ตำบลหมองจำแปด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ 221 คน


ด้านสถานการณ์ภายในรัฐชานเอง มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน พลจัตวาจ่อ จ่อ ไหน่ ผู้บัญชาการภาคตะวันออกกลาง (ยะละขะ) บก.โขหลำ กองทัพพม่า ได้เรียกผู้บังคับหน่วยทหารอาสา (ปยีตู่ชิด) 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มหมากแกง (ปางแหลงใส) กลุ่มนาไย กลุ่มเอสเอสเอส (มหาจ่า) และกลุ่มกาลิ มาประชุมร่วมกันที่เมืองน้ำจ๋าง จังหวัดดอยแหลม

ในที่ประชุม พลจัตวาจ่อ จ่อ ไหน่ ได้มีข้อสั่งการลงมา 3 ข้อ ข้อแรกให้หน่วยทหารอาสาทุกกลุ่มให้การสนับสนุนกองทัพพม่า ข้อสอง หากพบความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในพื้นที่รับผิดชอบให้จับกุมและส่งตัวผู้เคลื่อนไหวให้ทหารพม่า และข้อสาม ให้แต่ละกลุ่มแบ่งกำลังมากลุ่มละ 100 นาย เพื่อปฏิบัติการร่วมกับทหารพม่า

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าหน่วยทหารอาสารายหนึ่งที่เข้าร่วมประชุมด้วย เปิดเผยกับสำนักข่าว Shan News ว่า กลุ่มทหารอาสาได้ต่อรองขอลดกำลังพลที่จะส่งให้ทหารพม่าเหลือเพียงกลุ่มละ 30 นาย เพื่อไปร่วมปฏิบัติการในพื้นที่กิ่งอำเภอเชียงตอง

มีการคาดหมายว่า กองทัพพม่าจะอาศัยกำลังของทหารอาสาเหล่านี้มาช่วยสนับสนุนปฏิบัติการกวาดล้างหน่วยทหารของ RCSS ที่มีค่ายฝึกกำลังพลอยู่ในพื้นที่กิ่งอำเภอเชียงตอง

แผนที่ตั้งค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยสงครามตามแนวชายแดนไทย-รัฐชาน (ภาพจากเพจคณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐชาน)
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ได้มีการปะทะระหว่างทหาร RCSS กับทหารพม่าเกิดขึ้น 3 จุดในภาคใต้ของรัฐชาน 2 จุดแรกอยู่ในจังหวัดดอยแหลม อีกจุดหนึ่งอยู่ในจังหวัดลางเคอ

การปะทะจุดแรกเกิดขึ้นในตอนเช้า ช่วงเวลาประมาณ 07.00-08.00 น. ทหาร RCSS ได้ซุ่มโจมตีรถทหารพม่าบนเส้นทางบ้านนาขาน-กองยาว ทางใต้ของเมืองนาย จังหวัดลางเคอ ทหารพม่าได้รับบาดเจ็บ และมี 1 นาย ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลน้ำจ๋าง

ในเวลาเดียวกัน ทหารพม่าอีกหน่วยหนึ่งซึ่งลาดตระเวนจากอำเภอน้ำจ๋างมาทางดอยเงิน กุงโมง ก็ถูกทหาร RCSS ซุ่มโจมตีด้วยเช่นกัน

ที่กิ่งอำเภอเมืองหนอง อำเภอเกซี จังหวัดดอยแหลม ทหาร RCSS ได้ปะทะกับทหารพม่าซึ่งกำลังลาดตระเวนอยู่ในเส้นทางหนองเตา-เมืองลึม

พ.อ.คำจ่าม โฆษก RCSS บอกว่า การปะทะกันทั้ง 3 จุด เป็นลักษณะที่ 2 ฝ่าย ต่างลาดตระเวนมาเจอกัน จึงมีการยิงต่อสู้กันประมาณ 1-2 นาทีเท่านั้น ไม่ใช้เป็นการรบใหญ่ที่ต่อสู้กันเป็นชั่วโมง.

ภาพจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Watfahwianginn Borderline ซึ่งถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อตอนต้นเดือนเมษายน พระภิกษุ-สามเณรในวัดฟ้าเวียงอินทร์ ช่วยกันเจาะอุโมงค์หลบภัยเตรียมไว้หากกองทัพพม่าโจมตีฐานที่มั่น RCSS ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม



จุดซึ่งมีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับ RCSS ในภาคใต้ของรัฐชานเมื่อวานนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...