xs
xsm
sm
md
lg

ภาพงดงามจากรัฐชาน วัดพุทธเปิดรับชาวอิสลามหลบภัยจลาจลศาสนา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<bR><FONT color=#000033>ชาวอิสลามหลายร้อยคนได้เข้าไปอาศัยในวัดของชาวพุทธ หลบภัยความรุนแรงจากการจลาจลระหว่างคนสองศาสนา นับเป็นภาพที่สวยงามยิ่งในสังคมพม่าที่มีความสลับซับซ้อนทั้งในด้านเชื้อชาติและศาสนา ความรุนแรงที่เมือลาเฉียวในรัฐชานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสัปดาห์นี้ มีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชาวพุทธ อีก 5 คนได้รับบาดเจ็บ ทางการปฏิบัติการอย่างรวดเร็วโดยประกาศห้ามออกนอกบ้านและส่งทหารตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ จับกุมผู้ต้องสังสัยไปหลายสิบคนไปสอบสวนอย่างรวดเร็ว. -- AFP Photo/Ye Aung Thu.</b>
.

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ชาวมุสลิมหลายร้อยคนเข้าไปหลบภัยในวัดแห่งหนึ่งของเมืองลาเฉียว เมื่อวันพฤหัสบดี (30 พ.ค.) หลังถูกชาวพุทธทำร้าย และทำลายทรัพย์สินในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ 5 คน อาคารสถานที่ถูกเผาเสียหายนับสิบแห่ง ขณะที่ทางการพม่าพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการส่งทหาร-ตำรวจหลายร้อยนายออกลาดตระเวนรักษาความสงบในเมืองสำคัญของรัฐชาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ และอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศแห่งนี้

เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเมืองลาเฉียว สะท้อนให้เห็นว่า กระแสต่อต้านชาวมุสลิมยังคงลุกลามอยู่ภายในพม่าที่พลเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ หลังจากที่ประเทศนี้เพิ่งหลุดพ้นจากการปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารมายาวนานหลายสิบปี

เยทุต โฆษกประธานาธิบดีออกคำแถลงระบุว่า ความรุนแรงในเมืองลาเฉียว ทำให้ในวันพุธ (29) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวมุสลิม และมีชาวพุทธ 5 ราย ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อความรุนแรง 25 คน ไปสอบปากคำ

ตำรวจอาวุโสผู้หนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยว่า หนึ่งในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักข่าวที่ถูกม็อบชาวพุทธทำร้าย และยังระบุว่า ทางการได้ส่งทหาร 300 นาย และตำรวจ 200 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ในเมืองลาเฉียวที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราว 130,000 คน และอยู่ห่างจากย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของพม่าประมาณ 700 กิโลเมตร

ถึงแม้ยังคงถูกวิจารณ์ว่าทำอะไรไม่ทันการณ์ แต่ในครั้งนี้ รัฐบาลพม่าเคลื่อนไหวค่อนข้างรวดเร็วทีเดียวในการระงับเหตุรุนแรงในลาเฉียว โดยนอกจากการส่งทหาร และตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว ยังมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามการชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย ตั้งด่านตรวจตามท้องถนนเพื่อสกัดผู้ที่อาจเข้าไปก่อปัญหาในเมืองดังกล่าว

เปรียบเทียบกับในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางการพม่าใช้เวลาถึง 3 วัน ในการตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อระงับเหตุรุนแรงระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในเมืองเมกติลา ทางภาคกลางของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 44 คน

ชาวบ้านคนหนึ่งที่พาครอบครัวไปหลบภัยอยู่ที่วัดมันซู (Mansu Monastery) ซึ่งถูกจัดให้เป็นที่หลบภัยของชาวมุสลิม และมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยอารักขา เปิดเผยว่า ได้ขอให้ทหารที่ลาดตระเวนบนถนนช่วยนำพวกเขาไปส่งที่วัดดังกล่าว ขณะที่ชาวบ้านอีกคนที่ได้ไปหลบในบ้านของเพื่อนบ้านชาวจีน ตอนที่ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งถือดาบ และไม้ไล่ทำร้ายและทำลายทรัพย์สินชาวมุสลิมในชุมชน บอกว่ากลัวมาก และไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

ชาวบ้านคนเดิมเล่าว่า กลุ่มชาวพุทธที่มีบางคนห่มจีวรพระ ทำร้ายชาวมุสลิมทุกคนที่พบ ด้วยมีด ไม้ และขวาน โดยมีชาวพุทธบางคนในชุมชนคอยชี้เป้าว่า บ้านหลังใดเป็นบ้านของชาวมุสลิม
.
<bR><FONT color=#000033>ครอบครัวชาวอิสลามร่วมกันรับประทานอาหารภายในวัfแห่งหนึ่งที่พวกเขาเข้าไปใช้เป็นแหล่งหลบภัยชั่วคราวจากการจลาจลครั้งใหม่ระหว่างคนสองศาสนาในเมืองลาเฉียว รัฐชาน ภาพวันที่ 30 พ.ค.2556 เหตุการณ์ในวันอังคารที่ผ่านมามีสุเหร่าถูกเผาทำลาย 1 แห่ง มีชาวพุทธเสียชีวิต 1 คน อีก 5 คนได้รับบาดเจ็บ ทางการได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนกว่า 20 คน. -- AFP Photo/Ye Aung Thu.</b>
2
ทางด้านพระภิกษุบานันทา พรนิยะ นันทา เจ้าอาวาสวัดมันซู แสดงความหวังว่าเมืองลาเฉียวจะกลับสู่ความสงบ และปลอดภัยพอที่ชาวมุสลิมจะกลับใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์

ในวันพฤหัสบดี (29) ร้านค้าจำนวนมากได้เปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากทหารและตำรวจออกลาดตระเวน และไม่พบเห็นพวกวัยรุ่นชาวพุทธที่เที่ยวปล้น เผาบ้าน และอาคารสถานที่ของชาวมุสลิมในช่วง 2 วันก่อน

นายเยทุต แถลงว่า อาคารทางศาสนา 3 แห่งถูกทำลาย ซึ่งรวมถึงมัสยิดใหญ่กลางเมือง รวมถึงร้านค้า 32 แห่ง และโรงหนังอีกแห่ง

อย่างไรก็ดี ไม่มีวี่แววของชาวมุสลิมบนท้องถนนเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ปะทุขึ้นหลังมีข่าวออกมาเมื่อวันอังคาร (28) ว่า ชายมุสลิมติดยาวัย 48 ปี ราดน้ำมัน และจุดไฟเผาหญิงชาวพุทธวัย 24 ปี ที่ขายน้ำมันอยู่ริมทาง ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สาหัส

หลังจากตำรวจจับกุมชายคนดังกล่าว ปรากฏว่า ชาวพุทธนับร้อยพากันไปล้อมสถานีตำรวจ และเรียกร้องให้ส่งตัวชายมุสลิมให้ เมื่อตำรวจไม่ยอมทำตาม ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งจึงออกตระเวนเผาทำลายบ้านเรือน และมัสยิดของชาวมุสลิม

ความรุนแรงทางชาติพันธุ์ และศาสนาที่ปะทุขึ้นหลังจากระบอบทหารที่ปกครองประเทศมานาน 49 ปี ปิดฉากลงในเดือนมีนาคม 2011 ทำให้เกิดคำถามว่า เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีนักปฏิรูป มีอำนาจเต็มที่เหนือกองกำลังความมั่นคงหรือไม่ ระหว่างที่ประเทศเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการรัฐประหารในปี 1962.
.

ภาพที่แตกต่างReuters/AFP
ต่างไปจากการจลาจล และการใช้ความรุนแรงเขาห้ำหั่นกันระหว่างกลุ่มชนผู้นับถือ 2 ศาสนาในพม่าทุกครั้งก่อนหน้านี้ การจลาจลที่เมืองลาเฉียว ในรัฐชานสัปดาห์นี้ นับเป็นครั้งแรกที่โลกภายนอกได้เห็นชาวอิสลามหลบหนีเข้าหาความปลอดภัยภายในวัดพุทธ พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอุ่น และปลอดภัย พร้อมกับการเลี้ยงดูข้าวปลาอาหาร ในขณะเจ้าหน้าที่ติดอาวุธครบมือดูแลความปลอดภัยให้แก่ทุกคน และดำเนินการเอาความผิดกับผู้ก่อการไม่ว่าจะเป็นใคร นับถือศาสนาอะไร ภาพเหล่านี้บอกเล่าอะไรได้หลายอย่าง รวมทั้งรากเหง้าของความขัดแย้งที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาใดๆ โดยสิ้นเชิง.


3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16
กำลังโหลดความคิดเห็น