ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- เวียดนามซึ่งเคยนำรัฐบาลฮุนเซน กับพลพรรคขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 32 ปีก่อน ได้ออกมาเรียกร้องให้กัมพูชา และไทย แก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนด้วยการเจรจาอย่างสันติ โดยเคารพหลักการพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และภายใต้กฎบัตรแห่งสหประชาชาติ
นางเหวียนเฟืองงา (Nguyen Phuong Nga) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียกร้องดังกล่าว ระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร ระหว่างกัมพูชากับไทย ในการแถลงข่าววันจันทร์ 7 ก.พ.2554 สำนักข่าวเวียดนามวีเอ็นเอ รายงาน
การเจรจาควรจะยืนอยู่บนหลักการแห่งมิตรภาพ และความสมานฉันท์แห่งสมาคมอาเซียน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสองฝ่าย เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคและในโลกโดยทั่วไป นางเฟืองงา กล่าว
“ในฐานะสมาชิกอาเซียนประเทศหนึ่ง เวียดนามมีความห่วงใยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อขัดแย้ง และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความอดทนอดกลั้นของตน เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงไปยิ่งกว่านี้” โฆษกเวียดนามกล่าว
วันที่ 7 ม.ค.2522 กองทัพมหึมาของเวียดนาม ได้บุกถึงกรุงพนมเปญ โค่นล้มระบอบเขมรแดงกลุ่มโปลโป้ท เอียงสา กับ เคียวสมพร และนำเอาเขมรแดงกลุ่มที่แปรพักตร์ของเจียซิม เฮงสัมริน เพ็ญสุวรรณ ซึ่งมี ฮุนเซน รวมอยู่ด้วยขึ้นครองอำนาจแทน
กลุ่มปกครองนี้ทำสงครมกลางเมืองกับกองโจรเขมรแดง และรัฐบาลผสม 3 ฝ่ายกัมพูชาประชาธิปไตยของอดีตเจ้านโรดมสีหนุ ต่อมาอีก 10 ปี ด้วยการอุ้มชูของเวียดนาม จนกระทั่งนำไปสู่การเจราสันติภาพหลายครั้ง และมีการเซ็นสัญญาสันติภาพในกรุงปารีส วันที่ 23 ต.ค.2534
สงครามในกัมพูชาดำเนินมาจนถึงปี 2532 เวียดนามจึงถอนทหารออกทั้งหมด เริ่มมีการเจรจาสันติภาพ และนำไปสู่การเซ็นสัญญาสันติภาพในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2534 กัมพูชาตกอยู่ใต้การบริหารขององค์การสหประชาชาติต่อมาอีก 2 ปี นำไปสู่การเลือกตั้งในปี 2536
พรรคฟุนซินเปคของกรมหลวงนโรดมรณฤทธิ์ ในอดีตได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งตามระบอบประบอบประชาธิปไตยครั้งแรกนี้ แต่กลุ่มฮุนเซนได้ใช้กองทัพ รวมทั้งกลไกอำนาจต่างๆ ที่มีในมือต่อรองเพื่อเข้าร่วมรัฐบาล และได้เป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 2”
ฮุนเซนขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลในกรุงพนมเปญมาตั้งแต่ปี 2528 และอยู่ในตำแหน่งนี้มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 26