xs
xsm
sm
md
lg

เครือซีพี ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน “เราต้องเปลี่ยน เราสามารถเปลี่ยนได้”/ศุภชัย เจียรวนนท์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ กล่าวคือ วิทยาศาสตร์ ข้อมูล และเทคโนโลยี กำลังเปลี่ยนแปลงโลก และสร้างโอกาสใหม่ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วย คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่เราทุกคนสามารถที่มีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อกำหนดอนาคตที่เราต้องการ
ในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี นั้นได้ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของตนเองซึ่งเป็นแรงผลักดันต่อการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับโลกใบนี้
บทบาทที่สำคัญของซีพี มีอยู่ 3 ประการ ประการแรก ด้าน “ความรับผิดชอบต่อสังคมที่แท้จริง” มาจาก “จากภายในสู่ภายนอก” (Inside Out) เริ่มต้นจากการดูแลพนักงาน 350,000 คนใน 21 ประเทศที่เข้าไปลงทุน ให้เหมือนกับดูแลคนในครอบครัว ตลอดจนดูแลพันธมิตรธุรกิจและคู่ค้านับหมื่นรายที่เป็นตัวแทนครอบครัวซีพี ประการต่อมา คือบทบาทและความรับผิดชอบของซีพีที่มีต่อสังคมโลกและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากซีพีเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีเครือข่ายที่กว้างขวาง จึงมีโอกาสมากพอที่จะช่วยนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่โลก ประการสุดท้าย คือบทบาทด้านส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนรวมถึงการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรชั้นนำต่างๆ
วิกฤตการณ์ของโลกที่น่าเป็นห่วงคือ ขยะและมลพิษ กำลังคุกคามสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่เน้นการบริโภคอย่างไม่ยั่งยืน โดยพบว่าปีที่แล้ว มีขยะเกิดขึ้นมากกว่า 2,000 ล้านตันด้วยน้ำมือของประชากร 7,000 ล้านคนบนโลกใบนี้
ถ้าเรายังไม่รีบแก้ปัญหา ภายในปี 2593 ปริมาณขยะบนโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 70% หรือเท่ากับ 3,400 ล้านตัน ซึ่งขยะที่มีปริมาณมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อาหาร (44%) กระดาษและลัง (17%) พลาสติก (12%) และ 60% ของขยะทั้งหมดบนโลกมาจากทวีปเอเชียกับยุโรป
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าในแต่ละปีมีประชากรโลกประมาณ 7 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคปอด ซึ่งเกิดจากมลพิษทางอากาศ โดย 90% ของผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยจนถึงปานกลาง และเป็นประเทศที่มีการปล่อยควันจากโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง และเกษตรกรรม ในอัตราที่สูง ยังมีมลพิษทางอากาศที่ยังเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ที่เป็นภัยคุกคามระบบนิเวศ
“การบริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึง ขยะ และมลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราอาจได้ใช้ชีวิตอยู่ทันเห็นท้องฟ้าเป็นสีดำ มหาสมุทรเป็นพิษ อากาศที่ใช้หายใจไม่ได้ รวมไปถึงความแตกต่างและความขัดแย้งที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม เราทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลง เราต้องยอมรับความจริง ว่าตอนนี้พวกเรายังทำได้ไม่ดีพอ “เราต้องเปลี่ยน เราสามารถเปลี่ยนได้ และเราต้องเปลี่ยน” เพื่อตัวเองและลูกหลานในภายภาคหน้า”
ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีนโยบายสาธารณะเพื่อเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่และรวดเร็วเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้
ในส่วนของเครือซีพีของมี “นโยบายบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมให้ทุกหน่วยธุรกิจคิดและแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์ “5Rs” ได้แก่ 1. การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภค หรือ Re-educate เพื่อลดการก่อให้เกิดของเสีย 2. การลดการใช้พลาสติก หรือ Reduce 3. การรีไซเคิลพลาสติก หรือ Recycle 4. การใช้วัสดุทดแทน หรือ Replace และ 5. การค้นคว้าวิจัยนวัตกรรม หรือ Reinvent
เราให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนา เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำฟาร์มแบบยั่งยืนที่ไม่มีของเสียหรือไม่ก่อให้เกิดขยะ เช่น การใช้ก๊าซชีวภาพที่เกิดจากการทำฟาร์มสุกร การใช้พลังความร้อนจากใต้ดิน ในขณะที่น้ำเสียจะได้รับการบำบัดก่อนนำไปใช้เพื่อการชลประทาน รวมถึงยังมีการออกแบบฟาร์มกุ้งระบบปิดแบบบูรณาการในสหรัฐอเมริกา
เครือซีพี มีเป้าหมายที่ท้าทายว่าจะเป็นองค์กรปลอดคาร์บอน ซึ่งในปัจจุบันหลากหลายธุรกิจทั่วโลกต่างมองหาหนทางที่จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกในทุกขั้นตอนเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อลดขยะให้เป็นศูนย์และสะสมคาร์บอนเครดิต
ขณะเดียวกัน จะผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ระบบดาวเทียมที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถระบุพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยจัดโซน และลดอัตราความล้มเหลวให้เหลือน้อยที่สุดได้ การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีก่อให้เกิดทางเลือกในการแก้ปัญหาแต่ละประเภทได้อย่างเฉพาะเจาะจง เพราะถือเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เอื้อประโยชน์และสร้างโอกาสแก่ผู้คนรอบตัว
ศุภชัย เจียรวนนท์  ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์
"การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการเป็นองค์กรที่ดี (Good Corporate Citizens) ที่มีส่วนร่วมในการสร้างแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ดีขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งนี้ เครือซีพี มุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรม ด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานที่ดีที่สุดในระดับโลก ไม่ใช่แค่ทำตามกฎและข้อบังคับเท่านั้น"

(วิสัยทัศน์ส่วนหนึ่งบนเวทีการประชุมระดับโลก Social Business Day 2019 ที่ Yunus Center และภาคีเครือข่ายชุมชนธุรกิจเพื่อสังคมจัดขึ้นที่ประเทศไทย)


กำลังโหลดความคิดเห็น...