xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “เล็ก บุษบา” ผู้ยิ่งใหญ่ใต้ชายคาแกรมมี่ ปาด “ฉอด” คุม GMM25 มีปัญหากันมั้ย?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เปิดใจ “เล็ก บุษบา” ปาดหน้าเค้กคุม GMM25 เคลียร์มีปัญหา “ฉอด สายทิพย์” บอกอีกฝ่ายไปเปิดบริษัทใหม่ก็ไม่เป็นไร ไม่ทับไลน์กัน แค่เงินเข้าบริษัทแกรมมี่ก็แฮปปี้ ให้จับตาโปรเจกต์ในอนาคต รับยังเป็นช่วงรอยต่อและปรับเปลี่ยน แต่ประกาศชัดเป็นความหวังของคนทั้งวงการ

หลังจากที่มีข่าวสะเทือนกรณีที่ “ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ถูกปลดจากเก้าอี้แม่ทัพเอไทม์ มีเดีย และ GMM25 ต่อมาเจ้าตัวแถลงว่าไม่ได้โดนปลด แค่ถูกปรับตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริษัทกลุ่มบริษัทชาแนลเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น พร้อมหันเปิดบริษัทผลิตคอนเทนต์รองรับทุกช่อง ไม่ใช่แค่แกรมมี่ ซึ่งคนที่ถูกจับตามองเห็นจะเป็น “เล็ก บุษบา ดาวเรือง” ซึ่งต้องมาทำหน้าที่รักษาการแทน ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจออีกฝ่ายในงาน IAM MAI CONCERT ณ บริเวณ Lobby อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เลยขอชี้แจงว่าการทำงานสนุกและไม่กดดัน ส่วนจะมีโปรเจกต์อะไรภายใต้การควบคุมของตนนั้น ขอให้รอติดตาม ก่อนเคลียร์ไม่ได้มีปัญหากับเจ๊ฉอด

สนุกดี ส่วนตัวเราเป็นคนทำงานแนวทีมเวิร์กนะ เพราะฉะนั้นช่วงนี้เราจึงมีหมู่มวลมากมายมาช่วยกัน เพราะว่างานตรงนี้เป็นงานสเปเซียลริสนะ คอนเทนต์ของช่องประกอบไปด้วยไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือละคร ข่าวมันต้องการกลุ่มที่เป็นสเปเซียลริสในแต่ละด้าน ในช่วงนี่จึงเป็นช่วงที่รวบรวมสมัครพรรคพวกหรือกูรูทั้งหลาย แกรมมี่อยู่มาถึงวันนี้ 30 ปีเรามีหลายพันธมิตร เรารู้ตรงไหนใครถนัดด้านไหน จึงเป็นช่วงรวบรวมกูรู ถามว่าเหนื่อยมั้ย ก็สนุกนะ ยังไม่เหนื่อยมันเป็นจิตอีกแบบหนึ่งนะ (หัวเราะ)”

“ถามว่าเมื่อก่อนดูแลบริหารสายเพลง เมื่อต้องมาดูแลสายงานโทรทัศน์แตกต่างกันมั้ย เราเรียนรู้ว่าไม่ว่าจะทำเพลงหรือทำใดๆ อยู่เป็นซีอีโอกรุ๊ป ในการทำงาน สมมติว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในเรื่องของหนังหรือเพลง เราค้นพบว่าเมื่อเราเป็นคอนเทนต์โปรไวเดอร์ มันเป็นเรื่องที่เราเฟ้นหา คัดเลือก ถามว่าภารกิจหลักของเราจริงๆ คือการรวบรวม เรื่องราวคนที่มีฝีมือของแต่ละด้าน จึงเรียกว่าสนุกมาก”

ประกาศชัดเป็นความหวังของคนทั้งวงการ ถูก “อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม” ปลูกฝังแนวคิดเป็นที่หนึ่ง แต่ต้องมีจิตสำนึกเพื่อวิชาชีพและประเทศชาติ
“เรียกว่าเป็นความหวังของคนทั้งวงการดีกว่านะ(หัวเราะ) เวลาทำเราจะคิดเสมอว่าสิ่งที่เรานำมาดัดแปลงใช้ในชีวิตประจำวัน คือเราก็คือการสร้างมุมอาชีพในแต่ละด้าน เราอาจจะถูกปลูกฝังกับคุณไพบูลย์มาแต่เล็กแต่น้อย วัยเยาว์นะ ไม่ว่าจะทำอะไรคุณไพบูลย์จะให้แนวคิดว่าเป็นที่หนึ่ง ในเวลาเดียวกันเรามีสำนึกเพื่อวิชาชีพของเรา เพื่อประเทศชาติของเรา"
 
 "เพราะฉะนั้นเรามองว่าตอนนี้เรามีโอกาสที่จะพบคนใหม่ๆแล้วเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือ เราเลยรู้สนุกมากที่มีส่วนในการเปิดโอกาสให้คนเก่ง ไม่ว่าจะเป็นเดอะเบสท์ทางด้านไหน เรามองว่าโลกมันเปลี่ยนเป็นคอนเทนต์ครีเอเทอร์และคอนเทนส์โปรไวเดอร์ เพราะเราอยู่มาวันนี้จนถึง 30 ปีเพลงของเราจนคนอินเลิกกันไปหมดแล้ว เรายังอยู่ เพลงไม่มีวันตาย หรือสมมุติว่าหนัง ฝั่งจีดีเอช เขาเติบโต เขามุ่งเป็นคอนเทนต์โปรไวเดอร์ ตรงพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ที่ทำของเรามานั้น ซีรีส์หรือที่พี่ฉอดเขามีลายเซ็นอีกอัน ค้นพบว่าทุกๆ คอนเทนต์มีทาร์เก็ตกรุ๊ปที่ใช่อยู่ เรามีหน้าจัดสรร”

ในยุคการแข่งขันของดิจิทัลทีวี สมองสอนให้คิดทำอะไรต้องดีเลิศ
“ถามว่าการตีตลาดจะยากมั้ย มันก็บีเดอะเบสท์นะ (ยิ้ม) จริงๆ แล้วเรารู้สึกว่าจะทำอะไรก็ขอทำให้ดีเลิศก่อน แล้วทุกอย่างก็จะตามมา คือสมองมันสอนเราให้คิดอะไรโฟกัสไปก่อน ถ้าคิดแล้วระแวงหรือระวังหลายสิ่ง มันก็จะไม่คม”

ส่วนถ้ามองว่าแบกรับ GMM25 ก็ต้องกลับไปคำว่าทีมเวิร์ก เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร เราไม่ใช่ข้ามาคนเดียว จะเป็นแนวว่าต้องมีการมาซัปพอร์ตด้านนั้นด้านนี้ เราไม่ได้มารักษาการแต่เรียกว่าร่วมด้วยช่วยกัน เพราะอย่างที่บอกเรารู้ว่าเรามีหน้าที่อยู่ตรงไหน หน้าที่หลักๆ ของเราคือการรวบรวมบุคคลากร หรือพันธมิตรต่างๆ มีประสบการณ์ในด้านนี้และในขณะเดียวกันเราต้องแบ่งแยกหน้าที่ เราเชื่อว่าการบริหารจัดการมันต้องมีภาครวม และแนวลึก และสนุกดี”

บอกอยู่ในช่วงรอยต่อและปรับเปลี่ยน ให้รอดูโปรเจกต์ภายใต้การควบคุมของตน
“จริงๆ ต้องดูไปเรื่อยๆ นะ มันมีช่วงของการเปลี่ยนไปเลยมันจะมีหลายวิธีการเปลี่ยนไปเลยไม่ได้ ติดตามตอนต่อไป ถามว่าจะไปแนวไหน อย่างที่เราเคยเกริ่นนะว่าเราจะคิดเองเออเองมันก็ไม่ใช่ เพราะมันต้องมีการรีเสิร์จทุกฝั่ง กลยุทธ์ในตอนแรกของการเริ่มต้นช่องคนรุ่นใหม่แบบเซ็กเมนต์ไป และพอมาถึงจุดที่เรากำหนดเซ็กเมนต์มันไม่ได้แล้ว ทีวีมันต้องจับความแมสมากขึ้น นั่นมันจะหมายถึงเรตติ้ง สปอนเซอร์และทุกอย่าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีจุดยืนอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้มันอยู่ในช่วงรอยต่อ และการปรับเปลี่ยน จริงอยู่การสตาร์ทแบบเซ็กเมนต์ เรตติ้งเราอาจจะไม่เยอะ แต่ในแง่ออนไลน์ของเราเป็นที่นิยมมาก และมันก็สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนดู เราเลยเอาข้อถูก ข้อผิดต่างๆ มาทบทวนดูว่าอะไรเราจะพัฒนาต่อไป เลยบอกว่าพอเราเป็นสถานีโทรทัศน์เราก็ต้องทำอะไรที่มันเป็นแมส โดยที่กลุ่มเดิมเราก็ยังรักษาเอาไว้ด้วย”

ปัดตอบเรื่องเรตติ้ง ขอเริ่มจากตัวเองทำงานแฮปปี้ มีความสุข สนุก
คือพูดจริงๆ นะ และมักจะบอกกับทุกคนว่าการทำงานเอ็นเตอร์เทนต้องเริ่มจากตัวเราก่อน ตัวเราต้องแฮปปี้ มีความสุข สนุกกับมัน และถ้าเครียด เราต้องพักก่อนเพราะสิ่งนี้คือจิตวิญญาณของการทำงานนะ เพราะงานที่ทำทุกวันนี้โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ มันต้องทำจากใจรัก”

“ส่วนคนลงทุนจะคิดเหมือนเรามั้ย ออธิบายแบบนี้ว่าเวลาเราทำงานมันต้องมี KPI หรือการวัดผลเกิดขึ้นแน่นอน อันนี้ทำเพื่อเรตติ้ง อันนี้ทำเพื่อรายรับ อันนี้เพื่ออะไรบ้าง และโชคดีผู้ที่มาลงทุนร่วมกับเรา เขาเข้าใจศาสตร์และศิลป์ของคนทำงานด้านการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาไม่ได้มองเรื่องการตลาดหรือตัวเลขเป็นหลัก และแน่นอนของการเป็นสื่อ การทำคอนเทนต์ที่ถูกใจแล้วนั้น มันก็ยังรวมไปถึงการทำ CSR รวมไปถึงการมีสำนึกต่อสังคม ต่อวิชาชีพ”

“ซึ่งผู้ถือหุ้นก็มองสิ่งเหล่านี้ควบคู่ไปพร้อมๆ กัน และในเวลาเดียวกันเราก็คือสนามที่จะให้ทุกคนมาประลองฝีมือ เพื่อจะมาเป็นมืออาชีพ ทุกวันนี้ทุกคนต้องการโอกาส อีกอย่างเราก็สามารถว่าออกไปแล้วจะเสกสิ่งนี้ได้เรตติ้ง 10 หรือเรตติ้งเท่าไร แต่ขอว่าพอสิ่งที่เราทำออกไปแล้ว เกิดจากความตั้งมั่นว่าเราจะทำให้ดีและตอนนี้เราก็เปิดผู้ผลิตหน้าใหม่ๆ ทุกคนที่จะเข้ามา เราเป็นที่ศูนย์รวมสุดยอดฝีมือไว้ดีกว่า”

“ในส่วนของแพลนปีนี้ที่พี่ฉอดเคยทำไว้นั้น คือการทำแพลนสถานีนั้นมันมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว มันเป็นไปตามธรรมชาติ 3 เดือน 6 เดือนซึ่งมันก็สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าเองด้วยว่าไม่ชอบซื้ออะไรระยะยาว และรายการในปัจจุบันก็จะเป็นเทอมๆ ไป ไม่จำต้องคิดว่าต้องยาวถึง 52 สัปดาห์”

โบ้ยคนคิดไปเอง ต้องมีปัญหากับ “ฉอด สายทิพย์” บอกจีเอ็มเอ็มทีวีมาถูกทางและก้าวไกล
“กับพี่ฉอดก็คุยกันตลอดเวลา ก็ดีนะ ซึ่งคนก็คิดกันไปเองว่าต้องมีปัญหากันหรือเปล่า ซึ่งทุกคนก็คิดกันไปเอง ไม่มีปัญหาอะไร อยากจะให้ย้อนกลับไปถึงการบริหารจัดการขององค์กรเรา คุณไพบูลย์จะใช้คำว่าฟุตเวิร์ก ในวันหนึ่งที่เราประมูลมาได้ มันคือช่วงเวลาที่เราทำธุรกิจสื่อ แต่พอเวลาผ่านไป เทคโนโลยีมันเปลี่ยน เราจึงกลับมาเป็นตัวเรา ที่เรายืนหยัดมา 30 ปี บวกกับจุดแข็งของแกรมมี่ที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ และเรามีบทพิสูจน์ออกมาแล้วคือ gmm tv ของพี่ถา (สถาพร พานิชรักษาพงศ์) มาถูกทางและก้าวไกล เราเลยมองว่าจริงๆ แล้วพี่ฉอดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีทีมที่แข็งแกร่ง จะได้ทำคอนเทนต์จริงจัง ดีกว่ามาแบกเรื่องภาระการบริหาร”

“ฉอด” เปิดบริษัทใหม่ก็ไม่เป็นไร มองไม่ทับไลน์กัน แค่เงินยังเข้าบริษัทแกรมมี่ก็แฮปปี้ ลูกค้าจะซื้อหรือไม่ซื้อไม่เกี่ยวกับอีกฝาย
ไม่เป็นไร ไม่ได้กลัวทับไลน์กันเลย คุณไพบูลย์บริหารงานแบบโอเพ่นมาก เพราะทุกคนมีแนวทางเป็นของตัวเอง คุณไพบูลย์ยังเคยบอกว่าถ้ามานั่งรวมๆ กันมันก็จะพูดเหมือนๆ กัน ไม่แตกต่าง สู้ว่าให้ทุกคนได้ออกไป ได้ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดดีกว่า และการที่พี่ฉอดไปทำกับที่อื่นไม่เป็นไรเลย สมมติว่าเรามีชั่วโมงการออนแอร์ละครได้เท่านี้ แต่กำลังการผลิตของพี่ฉอดมีมากจนล้นออกมา ก็อาจจะนำไปเสนอที่อื่นได้ (ถ้าพูดแบบชาวบ้าน ถ้าเงินเข้าบริษัททุกอย่างก็แฮปปี้?) เยส ถูกต้องที่สุด ท้ายที่สุดเงินก็ต้องเข้าบริษัท”

“ในส่วนของวิทยุและเอไทม์โชว์บิส ก็จะมีคนดูแลอยู่แล้ว การบริหารจัดการและการเปลี่ยนแปลงมันดี มันทำให้เกิดโอกาสใหม่ให้กับแต่ละคนได้ (แล้วลูกค้าที่เขาซื้อ เขาจะไม่ซื้อ เพราะไม่ใช่พี่ฉอดเหรอ?) ไม่หรอกค่ะ ท้ายที่สุดลูกค้าเขาก็ตัดสินใจซื้อเพราะผลงาน และเราไม่ได้มีปัญหาที่ตัวบุคคล เรายังมีการพูดคุย แลกเปลี่ยน ทุกวันนี้ยังยกหู พูดคุยแลกเปลี่ยนกับพี่ฉอดอยู่เลย มีอะไรติดขัดกันก็จะช่วยแก้กันไป มีแต่เรื่องบวกๆ ความเปลี่ยนแปลงต้องค่อยๆ ดูไป ก็ต้องติดตามไป เพราะต้องประชุมทุกวันเลย (หัวเราะ)”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)


กำลังโหลดความคิดเห็น...