xs
xsm
sm
md
lg

“นาตาลี” กราบหัวใจคุณยาย ปั่นจักรยานเก่าขึ้นสนิม 500 กิโลมาถวายอาลัย เปิดใจคนแห่บริจาคเพียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


คารวะด้วยความนับถือ “นาตาลี” ทึ่งคุณยายปั่นจักรยานเก่าขึ้นสนิม 500 กิโล จากชัยนาทมาถวายอาลัย ร้องไห้วินาทีมาถึงสนามหลวง เผยคนแห่บริจาคจักรยานให้คุณยายเพียบ แอบปรี๊ดถูกวิจารณ์ทำดีเอาหน้า กรีดพวกมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ พยายามไม่ใส่ใจ บอกขอให้ทุกคนมองข้ามสิ่งที่ไม่ดีเพื่อพ่อหลวง


มาช่วยเป็นจิตอาสาทำอาหารที่เต็นท์ของมูลนิธิร่วมกตัญญูที่ท้องสนามหลวงแทบทุกวัน สำหรับนักแสดงสาว “นาตาลี เดวิส” ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าประทับใจคุณยายคนหนึ่ง ที่อุตส่าห์ปั่นจักรยานเก่าๆ จากจังหวัดชัยนาทเพื่อมาถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่สนามหลวง

“ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูของจังหวัดอยุธยาไปเจอค่ะ แกปั่นผ่านมาเพื่อจะเข้ากรุงเทพฯ ก็ได้ทำการช่วยเหลือแก เพราะแกปั่นมาเกือบ 500 กิโลเมตร เลยได้ทำการตรวจเช็กร่างกาย แล้วก็ตั้งใจจะพาคุณยายมาส่งที่สนามหลวง เพราะแกตั้งใจจะมาสักการะพระบรมศพ แต่แกบอกว่าไม่ขึ้น เพราะแกตั้งใจที่จะปั่นมาเองเพื่อให้ถึงสนามหลวง ถ้าแกขึ้นรถก็เท่ากับไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และความตั้งใจของยายว่าจะปั่นมาที่นี่พวกพี่ๆ ทีมร่วมกตัญญูขับรถตามแกมา มาส่งแกตรงซุ้มของมูลนิธิแล้วจับแกปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้ทานข้าวทานน้ำหวาน จากนั้นก็พายายไปไหว้กำแพงวังที่ใกล้ที่สุด ยายดีใจมาก แล้วก็พาแกไปรับเสด็จ”

“ยายบอกว่ายายปั่นมาเป็นประจำทุกวันสำคัญและใช้จักรยานเป็นพาหนะตลอด เพราะยายไม่ได้มีเงินเยอะถึงกับเหมารถมา คงเหมือนว่ายายตั้งใจอยากจะทำให้สำเร็จ เหมือนหลายๆ คนจะพยายามมาด้วยวิธีที่ต่างกันไป เรานับถือคนเหล่านี้มาก เพราะเราเองปั่นจักรยานในสวนไม่กี่รอบก็เหนื่อยมากแล้ว คนที่เดินมา ปั่นจักรยานมา นับถือเขาสุดๆ แล้วจักรยานคุณยายเก่ามากๆ สนิมขึ้นทั้งคัน หนูเลยตั้งใจว่าจะรวมเงินกับเพื่อนๆ ซื้อจักรยานให้แกใหม่ แต่พอเราลงไอจีไปก็มีร้านจักยานติดต่อเข้ามามาก อยากจะช่วย ถ้าเอามาไว้ที่บ้านเรานี่คงจะจอดไม่พอ เลยคิดว่าจะรวมจักรยานไปบริจาคให้กับที่อื่นด้วย เราทำงานอาสาเรามีโอกาสได้ไปโรงเรียนตามชายแดนที่ไกลๆ ให้เขามีโอกาสได้มีด้วย เพื่อคนที่แสดงความตั้งใจจะบริจาค โดยเราก็อาสาส่งต่อสิ่งของเหลานั้น ตอนนี้กำลังคัดเลือกอยู่ว่าคันไหนเหมาะกับยาย”

“ตอนแกมาถึงแกมือสั่น เท้าสั่น ชีพจรแก 190 ซึ่งมันสูงมาก น้ำตาลในเลือดค่อนข้างต่ำ ทุกคนก็ช่วยปฐมพยาบาลกัน แต่แกไม่ได้สนใจเลยเพราะแกดีใจมากที่มาถึง แกร้องไห้ ในวินาทีนั้นเข้าใจเลยว่ายายมีหลากหลายอารมณ์มาก เราเองก็ดีใจกับยายที่แกทำสำเร็จ แต่เราก็สงสารแกนะ คือการได้มาที่นี่ เราจะได้รับความรู้สึกที่หลากหลาย เห็นหลายๆ อย่าง จนเรารู้สึกว่าวันต่อมาก็ต้องมาที่นี่อีก มาแล้วก็มีแต่ความรู้สึกดีๆ แต่อะไรที่มันไม่เหมาะสมก็มี แต่เราก็พยายามที่จะมองข้ามจุดนั้นไป เราไม่ชอบอะไร เราก็ไม่ต้องไปมองเพราะเราเปลี่ยนเขาไม่ได้ เราเลือกดูอะไรที่ดีๆ ทำให้มันเกิดเป็นพลังให้กับใจเราดีกว่า”

บอกประทับใจจิตอาสาที่มาช่วยทุกคน ตนตื่นเช้ามาก็อยากมาช่วยทุกวัน ดีกว่านั่งร้องไห้ เศร้าอยู่บ้าน
“มาที่นี่จะเห็นคนพิการ คนอายุมากๆ อย่างเรามาแทบทุกวันเราจะเห็นว่ามีคุณตาคุณยายมารอรับเสด็จทุกวัน แกรู้ตารางเวลาดีมากว่ารถพระที่นั่งของพระองค์ท่านจะมาเมื่อไหร่ แกบอกว่าอยู่บ้านคนเดียวก็เหงา แกดูข่าวก็เอาแต่ร้องไห้ แกมาดูขบวนเสด็จให้ชื่นใจดีกว่า รวมถึงน้ำใจของจิตอาสาต่างๆ ที่มากันเยอะมากๆ ต้องขอบคุณมากๆ ทหารตำรวจเจ้าหน้าที่ต่างๆ มาเป็นพันๆ คน เรารู้ว่าเขาเหนื่อย แต่ทุกคนก็มาด้วยใจ ยิ่งวันที่ฝนตก เรายังมีร่มหลบในเต็นท์ แต่เขาต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด ฝากถึงคนที่มาให้เตรียมสภาพร่างกายที่ดี พอวันที่ 29 ต.ค. วันที่เปิดให้เข้าสักการะพระบรมศพ คาดว่าคนน่าจะเยอะมากๆ อยากให้คนที่มาเตรียมตัวให้ดีๆ ค่อยๆ ทยอยกันมาเพราะทางการเปิดให้เข้าหลายเดือน”

“เราได้อะไรกลับไปเยอะมาก อย่างแรกเหมือนเราได้ฝึกสมาธิ ความอดทน และจิตใจตัวเอง การที่เรามาอยู่ที่ๆ หนึ่งที่มีคนมาเป็นแสนๆ ต่อวัน แน่นอนก็ต้องมีคนหลายกลุ่มปะปนกันไป บางคนมีคำถามว่ามาแล้วมันเป็นอย่างไร มันแย่อย่างไร หรือว่ามันดีอย่างในข่าวว่ามั้ย จะบอกว่ามันมีหลากหลายปะปนกันไป ใครโชคดีมาเจอสิ่งที่ดีๆ เขาก็จะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับไป แล้วอยากจะมาอีก หรือบางคนมาเจอคนโหวกเหวกเสียงดัง คนเซลฟี่กันอย่างบ้าคลั่ง เขาก็จะรู้สึกไม่ดี”

“อย่างหนูมาแทบทุกวัน เรารู้สึกว่าเราอยากมาทุกวัน ตื่นมาแล้วก็อยากจะมาที่นี่เลย เพราะอยู่บ้านดูข่าวก็เศร้าร้องไห้ รู้สึกแย่ เรามาที่นี่ดีกว่า เราเปลี่ยนความเศร้าให้เป็นพลัง ช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่เราเลือกมาอยู่ที่ตรงครัว เพราะเราชอบทำอาหาร การที่เราเลือกอยู่ตรงไหนต้องมาจากการชอบแล้วเราจะทำได้ดี ได้มาหั่นผักเตรียมของ อาหารก็อร่อย ในช่วงวันธรรมดา จิตอาสาค่อนข้างขาดแคลนก็จะได้เห็นคุณลุง คุณป้า เอามีดเอาเขียงมาเอง มาช่วยหั่นผัก เราเห็นแล้วมันชื่นใจ มันทำให้เรามองข้ามจุดเล็กๆ ที่ไม่น่ามอง อย่างน้อยทุกคนก็ยังมา การเดินทางก็ไม่ใช่จะสะดวก ถึงเขาจะอยากมาถ่ายรูปเขาก็ยังมา”

“มันยังดีกว่าคนที่ติคนอื่นไปทั่ว ไม่ได้ว่าคนที่ไม่มานะ บางคนมีเหตุผลส่วนตัวเลยไม่มา แต่พวกที่ติคนอื่นไปทั่ว นั่นไม่ดีนี่ไม่ดี ไม่ใช่ไม่เหมาะ คือเข้าใจว่าทุกคนรู้แหละว่าอะไรไม่เหมาะ แต่การที่เขาได้มาเจอดารานักแสดง ที่ทั้งชีวิตนี้เขาอาจจะไม่ได้เจอ แล้วเขาได้มาเจอที่นี่ อาจจะมีสติหลุดไปบ้าง ว่าดีใจได้เจอดาราอยากถ่ายรูปจังเลย เราเข้าใจเขานะ เพราะเราทำงานตรงนี้เราเห็นเยอะ แต่ขอเลือกมองที่เจตนา ของทุกคนที่มาว่าเขามีเจตนาที่ดีอยากจะช่วย แต่ขอฝากเรื่องความสะอาดนิดหนึ่งเพราะมันเยอะมาก ถึงจะมีจุดทิ้งหลายจุด จิตอาสาก็เดินอยู่ทั่ว แต่ก็เห็นขยะเยอะอยู่ดี”

“ซึ้งใจมากกับคุณลุงคนหนึ่ง แกปั่นจักรยานสามล้อเพื่อช่วยเก็บขยะ แกจะมีถุงดำเก็บขยะตั้งแต่เช้ายันค่ำ เราอยากขอบคุณคนเหล่านี้ เรารู้ว่าที่ทุกคนทำทุกคนเหนื่อย เรานอนอยู่บ้านไม่มาก็ได้ สบายไม่ลำบาก แต่ทุกคนที่มา ทุกคนมาด้วยใจ ไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนอยากมาช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในคำสอนในหลวงที่ว่าคนเราได้รับแล้วต้องรู้จักให้ อาชีพนักแสดงอย่างเราได้รับอะไรมามาก นอกจากเงินทองที่มากมายแล้ว เรายังได้โอกาสดีๆ หลายอย่าง ไปไหนมาไหนก็มีคนต้อนรับ เหมือนเป็นบุญคุณของคนอื่น ที่เขาคอยสนับสนุนผลงานเรา เราก็ต้องตอบแทนให้กับเขาบ้าง บางคนไม่สะดวกลงเงินก็มาลงแรง”

ยอมรับแอบปรี๊ดถูกวิจารณ์ทำดีเอาหน้า เผยสิ่งมีค่าคือความรู้สึกดีๆ จากการให้ ดีกว่าพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
“มันมีหลากหลายรูปแบบ การที่เราลงรูปว่ามาเป็นจิตอาสา เจตนาของเราอยากให้คนเห็นสิ่งดีๆ บรรยากาศดีๆ ที่เราทำและหลายๆ คนช่วยกันทำ เอาง่ายๆ อย่างเราทำหน้าที่ในโรงครัวจะให้หั่นผักวันหนึ่งร้อยกิโลคนเดียวคงไม่ได้ เราต้องอาศัยแรงจากหลายๆ คน แกะคนละฝักคนละหัวก็ได้มาเป็นตะกร้า จากตะกร้าก็ได้เป็นหม้อแจกคนได้เป็นพัน มันต้องคิดให้ไกลกว่านั้น ถ้าจะบอกว่าสร้างภาพ ก็โอเคนะ สร้างภาพที่มันดี ก็ดีกว่าไปเปิดโป๊เปลือยตามอินเตอร์เน็ตตอนนี้แล้วเรียกตัวเองว่าเน็ตไอดอล คิดว่าการมาทำแบบนี้น่าดูกว่าเยอะ ให้คนมาดูแบบนี้ก็ดีเสียกว่า”

“ไม่ท้อเลย แต่จะอารมณ์เสีย จะมีปรี๊ดนิดหน่อย เหมือนมือไม่พายก็ยังจะเอาเท้าราน้ำ ลำพังมาเราก็เหนื่อยนะ เงินก็ไม่ได้ แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้นมันคือความรู้สึกดีๆ วันก่อนไปนั่งรอรับเสด็จแล้วฝนตกหนักมาก พื้นถนนเปียกหมด ทุกคนก็ยังรอรับเสด็จ เพื่อที่จะรอให้เห็นจนได้ มีพี่คนกวาดขยะ เรียกเราแล้วยื่นถุงดำให้เรารองนั่ง เพราะคงเห็นว่าเรานั่งยองๆ อยู่นาน เราได้เห็นเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่มันรู้สึกว่าน่ารักจัง มันทำให้เรารู้สึกว่าพรุ่งนี้เราอยากจะมาที่นี่อีก เวลามาทำแล้วเรารู้สึกดี มากกว่ารู้สึกไม่ดี แล้วเราจะไปสนใจสิ่งที่มันไม่ดีทำไม”

“เราพยายามไม่ไปฟังหรือดูนะ เราอยากขอบคุณทุกคนที่มา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เกณฑ์เพื่อนมา หรือเด็กนักเรียนที่พากันมา เรื่องจิตอาสาเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันมาแต่เล็กๆ พ่อแม่โรงเรียนสอน บางคนเพื่อนไม่มาเขายังมาเอง ไม่ต้องสนใจใคร มีแค่ถุงดำก็ทำประโยชน์ได้แล้ว เดินแค่ครึ่งวันเราเชื่อว่าเขาก็อยากจะกลับมาอีก อย่างเราบางทีจะได้ยินป้ามาพูดกับเราว่าเป็นดารามาทำไมลูกร้อนก็ร้อน เราอยากบอกว่าเราเป็นคนเท่าเทียมกันหมด หนูร้อนป้าก็ร้อน เราทุกคนก็อยากมา อย่างเราเองเป็นจิตอาสา เราไม่ได้นับหรอกว่าเราทำมาแล้วกี่ปี แต่เราก็ทำของเรา เรามาแล้วเรารู้สึกชอบ อย่างที่บอกมาที่นี่แล้วเรามีความสุข ถ้าไม่สุขคงไม่มาหรอก”

“ก็จะบอกทุกคนว่าไม่ต้องไปสนใจ เรามาทำความดี ไม่ต้องไปสนใจคนที่อยู่นอกสารระบบของเรา เราให้ความสนใจคนที่อยู่ในสารระบบน้อยๆ ของเรา เพื่อน พี่ น้อง ที่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ มาวันสองวัน เขาอาจจะหาว่าเราสร้างภาพ แต่ถ้ามาเรื่อยๆ บ่อยๆ เราจะไม่ได้รู้สึกถึงตรงนั้น เพราะคนที่เขาจะว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ว่าเราอยู่ดี ให้เรารู้ว่าเราตั้งใจจะทำดี เราไม่ได้ออกมาเดินล้วงกระเป๋าใคร เรามาทำความดี เราได้กับตัวเราเอง ได้ส่งความดีทั้งหมดให้ในหลวงด้วย เชื่อว่าพระองค์ทอดพระเนตร อาจจะมีจุดดำๆ เทาๆ หรืออะไรที่ไม่น่ามอง แต่เราเชื่อว่าภาพรวมทั้งหมด มันสวยงามกว่านั้น พระองค์ท่านคงทอดพระเนตรตรงนั้นมากกว่า”




กำลังโหลดความคิดเห็น...