xs
xsm
sm
md
lg

พ่อปลาไหล ตอนที่ 19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


พ่อปลาไหล ตอนที่ 19

บทประพันธ์ : กนกเรขา บทโทรทัศน์ : จอมใจ และ ปัทม์

แขกไม่ได้รับเชิญพราวกับชาช่ามองเอมด้วยสายตาเคียดแค้นเชือดเฉือน เอมจ้องตอบด้วยสายตาที่คมกริบไม่แพ้กัน บรรยากาศเริ่มตึงเครียด แดน กะ ป้อง เห็นท่าไม่ดีเลยเดินไปรวมตัวกับกอล์ฟ เพื่อนัดแนะกันช่วยเหลือเคน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น กูจะเข้าไปล็อคตัวคุณชาช่าไว้ ไอ้ป้องมึงเข้าไปล็อคตัวคุณพราว ส่วนไอ้กอล์ฟมึงจัดการไอ้คุณเจตน์ก็แล้วกัน”
กอล์ฟมองเคนอย่างประเมินสถานการณ์ พราวขยับตัวก่อน จดสายตาจ้องที่เอม คนอื่นๆ เว้น ชาช่า แจ๊ด เจตน์ หันมามองที่เอมเป็นตาเดียว ว่าเอมจะแก้เกมนี้ยังไง
“ยินดีด้วยนะคะ คุณเอม จัดงานกะทัดรัด ตามสภาพดีนะคะ” พราวแดกดันขึ้นในสีหน้าเยือกเย็น
ทุกคนหันขวับไปมองพราวเป็นตาเดียวกัน
“ค่ะ ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ คุณพราว คุณชาช่า”
ทุกคนหันควับไปมองเอม
“ปลื้มจังค่ะขนาดไม่ได้เชิญ ยังอุตส่าห์มา”
“จะไม่มาได้ยังไง” ทุกคนหันขวับไปมองชาช่า “ต้องมาดูค่ะ หน้าตาคนกำลังมีความสุข ที่ลืมคิดไปว่า ชีวิตมันไม่แน่นอน”
“ทำไมล่ะคะ” ทุกคนหันขวับไปมองเอมเป็นตาเดียว เอมมองหน้าชาช่า กับ พราวอย่างไม่สะทกสะท้าน “จะอยู่ไม่ถึงพรุ่งนี้กันเหรอคะ” แล้วหันมามองหน้าเคน “เอมจะหมั่นเตือนให้คุณเคนระลึกถึงพวกคุณเสมอก็แล้วกันนะคะ”
เนื้ออ่อนแอบสบตาเพ็ญ สะใจที่เอมเอาคืนพราวกับชาช่าได้
“เราเริ่มพิธีกันเลยดีว่าครับ” ณรงค์บอก
“นั่นสิ” รอนดูนาฬิกา “9โมง 19 นาที ถึงฤกษ์ที่ท่านพระครูให้มาแล้ว”
“ท่านพระครูอาพาธอยู่ไม่ใช่เหรอคะ คืนก่อนคุณยังไปเฝ้าท่านอยู่เลย”
รอนหน้าเสีย ลืมไปว่าโกหกเรื่องนี้ไว้ เคน กอล์ฟ แดน ป้อง มองรอนอย่างจับสังเกต
เนื้ออ่อน คิดเองเออเอง “ท่านช่างเมตตาจริงๆ ขนาดอาพาธ ยังดูฤกษ์ให้”
“ฤกษ์นี้มันจะต้องแข็ง จนตัวอะไร เอ่อ อะไรก็มาขัดขวางไม่ได้แน่ๆ เลยค่ะ” สมบูรณ์เผือกขึ้น
“งั้น เจ้าเคนเอาแหวนออกมาสิ” ณรงค์บอกเคน
“ขอ Live ให้แฟนเพจของยายเอมดูด้วยนะคะ เผื่อว่าใครคิดก่อกวนจะได้เห็นกันชัดๆ”
มิ้นเอามือถือขึ้นมาถ่าย Live สดทางเฟซบุ๊ค
เคนเปิดกล่องแหวน พราวกับชาช่า คุมแค้นมองไม่พอใจ
เจตน์ร้องขัดขึ้นเสียงดังลั่น “เดี๋ยวครับ”

อีกฝั่ง ม่อนเดินเซ็งๆ เข้ามาในห้อง เห็นบิ๊กนอนเล่นเฟซอยู่ ก็ยิ่งเบื่อโลกหนัก บ่นงึมงำ
“ทีหลังไม่รับแล้วนะงานโมพี่เอก ถ่ายทั้งคืนไม่มีบทพูดให้โชว์แต่นม”
“ไม่โชว์นมแล้วจะโชว์อะไร โง่ๆ อย่างแก” บิ๊กด่าโดนไม่ละสายตาจากเฟซ
ม่อนอยากจะหันไปด่ากลับ แต่บิ๊กส่งมือถือให้ม่อนดู Live ในเพจของเอม
ม่อนประหลาดใจเห็นรอนกับเคนอยู่ในคลิปด้วยกัน
“ไอ้แก่รอน พี่เคนด้วย”
“แกไม่ได้ดูข่าวบ้างเหรอ ไอ้นี่แหละลูกเจ้าสัวใหญ่ ที่มีข่าวดารา ไฮโซ ดีไซเนอร์ แย่งตัวมันอ่ะ”
ม่อนเอ๋อไป ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
บิ๊กคว้ามือถือคืนมา “นี่ไงถึงได้โชว์แต่นม ก็แกไม่มีสมอง”
“พี่จะบอกว่าพวกมันหลอกม่อนตั้งแต่แรก”
“เออ มันคงกะตีบอสแล้วเท แต่ไอ้แก่รอนมันดันหลงแกจริงๆ”
“แต่ถ้าลูกสาวไอ้แก่รอนหมั้นกับคนรวยขนาดนี้ ต่อไปม่อนอยากได้อะไรก็ต้องได้ดิพี่” ม่อนยิ้มออก
“เออ เริ่มฉลาดขึ้นมาบ้าง รวยแน่มึงคราวนี้”
บิ๊กกับม่อนยิ้มชั่วให้กัน ที่กำลังจะมีหนทางสูบเงินจากรอน

ฟากเคนทำหน้าเซ็งใส่ทันทีที่ได้ยินเสียงเจตน์ทักท้วงขึ้น ทุกคนในงาน เว้นพราว ชาช่า แจ๊ด มองเจตน์อย่างไม่พอใจ
“อะไรของคุณอีกครับ ไอ้คุณเจตน์”
เจตน์ไม่ตอบแต่เข้าไปส่องแหวนหมั้นที่เคนกำลังจะสวมให้เอมใกล้ๆ
“นี่แหวนหมั้นเหรอครับ อุ๊ยตายแล๊ว ทำไมมันเล็กเท่าแป๋วมดแบบนี้ล่ะครับ”
รอนงง “แป๋วมดนี่มันเป็นยังไงเหรอครับ”
“ก็นี่ไงครับ แป๋วมดมันเล็กมากจนไม่มีใครเคยเห็นว่ามันเป็นยังไง เปรียบได้กับแหวนที่คุณเคนกำลังจะใช้หมั้นคุณเอม พวกรวยตอนปลายใกล้แผ่วเต็มทีก็แบบนี้แหละครับ”
เจตน์งัดเอาแหวนเพชรของตัวเองออกมา เปิดให้ทุกคนดู เป็นแหวนเพชรเม็ดเป้งเวอร์วังอลังการ
“แบบนี้ครับ ถึงจะเรียกว่าแหวนหมั้น คุณค่าที่คุณเอมคู่ควร”
เนื้ออ่อนตาโตลุกขึ้นอย่างลืมตัว “อลังมาก” แต่พอเห็นสายตาทุกคนหันมามองกรีบลงนั่ง “แต่ดูรุงรัง ไม่เก๋เลย”
“ถ้าคุณเอมเปลี่ยนใจ มาหมั้นกับผมภายใน 10 นาทีนี้ นอกจากจะได้แหวนเพชรน้ำงามวงนี้...”
เจตน์ปรบมือส่งซิก ลูกน้องของเจตน์เดินถือกล่องเครื่องเพชรเข้ามา
“คุณเอมยังจะได้รับ สร้อยคอ ต่างหู กำไร เข้าชุดกันไปอีกด้วย”
“ไอ้เจ๊กตื่นไฟ”
เคนทนไม่ไหวจะลุกไปเอาเรื่องเจตน์ แต่เอมดึงแหวนที่มือเคนไปสวมนิ้วตัวเองทันที โชว์ให้ดู ทุกคนอึ้ง ทั้งแถบ ไม่เว้นแม้แต่เคน
เจตน์ฮึดฮัด “คุณเอม คุณเอมทำอะไรลงไป นี่มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คุณเอมรู้ตัวมั้ยครับ”
“เอมมีสติดีค่ะ คุณเจตน์สิคะ สติดีรึเปล่า ถึงกล้ามาทำอะไรบ้าๆ กลางงานหมั้นแบบนี้ นี่มันไม่ใช่การค้า หรือ ธุรกิจ ที่คุณคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้นะคะ”
เอมเหลียวไปมองพราวกับชาช่า
“แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแข่งขันกัน อ่อนแอก็แพ้ไปค่ะ โปรดทำความเข้าใจด้วยนะคะ”
เคนอึ้งๆ งงๆ ตามเอมไม่ทัน ที่อยู่ๆ เอมก็มาออกตัวแรงแบบนี้
แดน ป้อง อึ้งที่เอมลุกขึ้นมาออกตัวเหมือนต้องการหมั้นกับเคน
“นี่แสดงว่าคุณเอม ชอบไอ้เคนจริงๆ แล้วใช่มั้ยเนี่ย” แดนว่า
“ชัดซะขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยแล้วมั้ง” ป้องสรุปผสมโรง
“ถ้ามึงรู้จักผู้หญิงแก๊งนี้ดีพอ มึงจะไม่ด่วนสรุปแบบนี้”
กอล์ฟพูดเท่านั้น ไม่อธิบายอะไรต่อ ปล่อยให้แดนกับป้องงงไปอย่างนั้น
เอมหันไปสบตามิ้นกับนาตาลี มิ้นยกมือโอเค เชิงบอกว่าถ่าย Live ไว้ทั้งหมด
ที่แท้สามสาวรู้อยู่แล้วว่า พราวกับชาช่าต้องบุกมาที่งานหมั้น จึงวางแผนถ่าย Live เหตุการณ์ทั้งหมด ให้ทุกคนได้เห็นว่า พราวกับชาช่าต่างหาก ที่เป็นฝ่ายก่อกวน และต้องการแย่งเคนไปจากเอมิกา

งานหมั้นจบลงอย่างเรียบร้อย เคนกับเอมเดินเคียงคู่กันขอบคุณแขกเหรือผู้ใหญ่ในงาน ไม่ใช่พวกพราว ชาช่า เจตน์ แจ๊ด
ณรงค์ เพ็ญ เนื้ออ่อน รอน นั่งคุยหารือกันอยู่อีกมุม
พราว ชาช่า เจตน์ ยืนคุมแค้นมองชนิดที่เก็บความอิจฉาไว้ไม่อยู่ แจ๊ดกลอกตาเซ็งทั้ง 3 คน
แขกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พราว ชาช่า เจตน์ เอ่ยชมว่าเคนกับเอม เหมาะสมกัน
“เหมาะสมกันมาก ดูรักกันดีนะคะ”
พราวแหวขึ้น “จะรักกันนานแค่ไหนเชี้ยว”
ชาช่าเสริมว่า “จะอยู่กันได้นานแค่ไหนเชี้ยว”
“ต้องแย่งกลับมาให้ได้ ของที่คนอื่นเลือกแล้วย่อมดี ไม่ต้อง QC กันหลายรอบ” แจ๊ดว่า
พราว กะ ชาช่าเหลียวขวับมามองแจ๊ด
“เป็นการแสดงความเห็นค่ะ ไม่ใช่การแสดงความต้องการ”
เจตน์ฮึดฮัด “ยิงไอ้เคนทิ้งซะก็หมดเรื่อง”
พราว กะชาช่าประสานเสียง “ฉันฆ่าแกแน่”
ในขณะที่กำลังยืนคุยอยู่กับแขก เคนคอยหันมามองสบตาชาช่าและพราวเป็นระยะ

ทั้งนี้ก็เพราะ เมื่อ 2 วันก่อนงานหมั้น
เคนพกสีหน้าลำบากใจสุดจะประมาณ ไปคุยกับชาช่าเรียกคะแนนสงสารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีแจ๊ดแยกออกมานั่งอีกโต๊ะหนึ่งไม่ไกลนัก
“น้าเพ็ญกับคุณน้าเนื้ออ่อนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ การหมั้นของผมครั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้น้าเพ็ญต้องผิดใจกับเพื่อนรัก”
เคนเล่าบิวท์อย่างน่าสงสาร แต่แจ๊ดรู้สึกว่าไม่ทันใจ
“แล้วคุณเคนจะให้ทำยังไงคะ”
เคนกับชาช่าหันมามองหน้าแจ๊ด
“ขอประทานโทษค่ะ พี่แค่อยากจะช่วยเจาะเข้าประเด็น”
แจ๊ดผายมือให้ชาช่าถามเคนเอง
“แล้วเคนจะให้ช่าทำยังไงคะ”
เคนมองชาช่าอย่างขอร้องอ้อนวอน ด้วยสีหน้าแววตาอันน่าสงสาร

เช่นเดียวกันเคนแวะมาหาพราวที่คอนโด ขอร้องอ้อนวอนด้วยสีหน้าท่าทีอันน่าสงสารแบบเดียวกับที่พูดกับชาช่าเป๊ะ
“ผมอยากให้คุณตามน้ำไปก่อน อย่าเพิ่งโวยวายอะไร”
“แล้วพราวจะแน่ใจได้ยังไงคะ ว่าคุณจะถอนหมั้นยายเอมจริงๆ”
ต่างจากชาช่า ดูเหมือนว่าพราวจะไม่เชื่อเคนง่ายๆ
“พราวครับ เคยมีสักครั้งมั้ยครับ ที่ผมไม่กลับมาหาคุณ ผมขาดผู้หญิงที่เป็นทั้ง สมอง หัวใจ และความภาคภูมิใจของผม ไม่ได้หรอกครับ”
เคนมองพราวซึ้งๆ ด้วยสายตาหนักแน่น จริงจัง

เคนลอบสบตาสองสาว จนพราวและชาช่ามีความหวังว่าเคนหมั้นเพื่อหาทางถอนหมั้นจริง
ณรงค์ เพ็ญ เนื้ออ่อน รอน นั่งคุยปรึกษากัน ได้ข้อสรุป จึงชวนกันออกมาประกาศกับแขกในงาน “ทุกท่านครับ ผม คุณเพ็ญ คุณเนื้ออ่อน คุณรอน ได้ปรึกษากันแล้วว่าเราจะจัดงานแต่งงานของเจ้าเคนกับหนูเอมขึ้นในเดือนหน้า”
พราว กะ ชาช่าตกใจอุทานลั่น “เดือนหน้า”
แจ๊ด เองก็ลืมตัว “ซึ่งความจริงเหลือเวลาไม่ถึงเดือน เคนทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
ชาช่ากับพราวหันมามองหน้าแจ๊ดที่ออกอาการหวงเคน เหมือนสามีตัวเอง แจ๊ดแก้เก้อเอาผมทัดหูเขินๆ “ช่วยโวย ช่วยวีน เรามันทีมเดียวกันไงคะ”
พราวหันไปมองเอาเรื่องเคน
“มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลงนะคะเคน”
“ใช่” พราวนึกได้ “หะ ข้อตกลง นี่เคนตกลงอะไรกับแก”
“ไม่ต้องมาฉกฉัน เวลานี้ต้องฉกนังเอมก่อนมั้ย”
“เออใช่” ชาช่าหันโวยวายใส่เคน “คุณจะแต่งงานไม่ได้นะคะเคน”
พราวกับชาช่าเริ่มโวยวาย เคนเริ่มปวดประสาท และปวดประสาทหนักขึ้นเมื่อเอมเอาเรื่องอีกคน
“คุณเคน คุณไปทำข้อตกลงอะไรกับคุณพราว คุณชาช่า”
เคนเห็นท่าไม่ดี จะลากพราวกับชาช่าออกไปข้างนอก
แดน ป้อง รู้งานเข้าไปช่วยกันล็อคตัวแล้วลากพราวกับชาช่าออกไป เอมจะตามไป เนื้ออ่อนดึงไว้
“ให้คุณเคนเขาจัดการดีมั้ยลูก”
“ไม่ค่ะคุณแม่ เอมจะไม่ยอมให้นายเคนโกหกอะไรเอมอีกแล้ว”
เอมดื้อไม่ยอมฟัง รีบตามออกไป
กอล์ฟบอกพวกผู้ใหญ่ว่า “เดี๋ยวผมตามไปดูให้ครับ”
จากนั้นกอล์ฟก็รีบตามออกไป แจ๊ด กับ เจตน์ตามออกไปด้วย ณรงค์ เพ็ญ เนื้ออ่อน รอน ช่วยกันต้อนแขกไว้ไม่ให้ตามออกไป

แดน ป้อง ช่วยกันลากตัวพราวกับชาช่าออกมา เคนตามออกมา
“ที่เราตกลงกันไม่ใช่แบบนี้นี่คะ”
“เคนไปตกลงอะไรกับแก”
เอมกับกอล์ฟ ตามออกมาสมทบ
“อ๋อ อย่าบอกนะว่าเคนบอกว่า หมั้นแล้วจะหาทางถอนหมั้นกับยายเอม แล้วกลับไปหาเธอ โดนหลอกแล้ว เคนเขาจะกลับมาหาฉันย่ะ”
แดน ป้อง กอล์ฟ มองหน้ากัน เข้าใจแล้วว่าทำไมพราวกับชาช่าไม่โวยตั้งแต่แรก เพราะเคนหลอกทั้งคู่เอาไว้
ในขณะที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวายใหญ่โต ก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นเข้ามาในบ้าน มาหยุดที่หน้าเรือนหลังใหญ่บ้านเอม
กอล์ฟรู้สึกได้ถึงความผิดสังเกต หันไปมอง เห็นชายคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อคควักปืนออกมา เล็งมาที่กลุ่มของเคน
เจตน์ กะแจ๊ด ก็ตามออกมา สุดท้ายมือปืนพยายามเล็งปืนมาที่เคน
กอล์ฟตะโกนบอกเสียงดัง “ไอ้เคนระวัง”
เอมมองตามเสียงเตือนของกอล์ฟ เห็นว่ามือปืนเล็งปืนมาที่เคน
เคนหันไปเห็นมือปืนเล็งปืนมา เคนอึ้งเพราะไม่ทันได้ระวังตัว เอมตัดสินใจเข้าไปผลักเคนให้พ้นวิถีกระสุน แต่กระสุนโดนถากๆ เข้าที่ข้างลำตัวของเคน
มือปืนเหนี่ยวไก เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

ณรงค์ เพ็ญ เนื้ออ่อน รอนที่กำลังดึงแขกไว้ในงาน ได้ยินเสียงปืนตกใจ เช่นเดียวกับ มิ้น นาตาลี และสมบูรณ์ ต่างพากันตกใจ

แดนจับพราวหมอบลงกับพื้น ส่วนป้องจับชาช่าหมอบลงกับพื้น
เอมกับเคนหมอบอยู่ด้วยกัน กอล์ฟใช้ปืนประจำตัวยิงสวนออกไป มือปืนเห็นท่าไม่ดี จึงขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปโดยเร็ว กอล์ฟวิ่งตามแต่ไม่ทันแล้ว
เคนค่อยๆ จับเอมลุกขึ้นมา
“คุณเอม” เคนจะถามว่าเอมเป็นอะไรรึเปล่า
เอมชิงถามก่อน “คุณเป็นอะไรรึเปล่าคุณเคน”
เอมจับตัวเคนสำรวจดูว่าได้รับบาดเจ็บรึเปล่า เคนมองซึ้งใจที่เอมเสี่ยงชีวิตช่วยตนไว้ เอมเห็นที่ข้างลำตัวเคนมีเลือดไหลออกมาก็ตกใจ
“คุณโดนยิง”
เคนจับแผลมีเลือดซึมออกมา “มันแค่ถากไปหนะคุณ ไม่เป็นไรมากหรอก”
เอมมองเป็นห่วงเคน “ไม่เป็นไรบ้าอะไรเล่า”
พราว ชาช่า รีบเข้ามาดูเคน แต่พอเห็นว่าเลือดเริ่มออกมาก ก็พากันถอยหนี ไม่กล้าเข้าไปดู เอมแกะกระดุมเปิดเสื้อเคนบริเวณที่ถูกยิง แล้วเอามือกดแผลไว้ กอล์ฟโทร.เรียกรถพยาบาล
“ไอ้คุณเจตน์ เมื่อกี้ไอ้คุณเจตน์บอกว่าจะยิงเคนทิ้ง” ชาช่าโวยวาย
“ยิงบ้าอะไรเล่า”
ทุกคนมองไปพบว่าเจตน์หมอบอย่างคนกลัวตายอยู่ใกล้ๆ กับแจ๊ด

ระหว่างนี้ ณรงค์ เพ็ญ รอน เนื้ออ่อน มิ้น นาตาลี และสมบูรณ์ ตามออกมา
“ไอ้เคน” คุณณรงค์ตกใจ พอกับคุณเพ็ญ
“ตาเคน”
“คุณเคน” สมบูรณ์รำพึงเสียงละห้อย ประหนึ่งสามีของตัวเองโดนยิง
กอล์ฟรีบบอก “อย่าเพิ่งมุงครับ กระสุนแค่ถากไป แต่ไอ้เคนเสียเลือด ควรให้ไอ้เคนมีอากาศหายใจ ผมเรียกรถพยาบาลแล้ว ไม่ต้องกังวลนะครับ”
“อดทนหน่อยนะคุณ”
เอมเป็นห่วงเคนจับใจ คอยเอามือกดแผลไว้ และปาดเหงื่อให้เคน
เคนมองเอมที่กำลังดูแลตนอย่างห่วงใยและจริงใจ แล้วหันไปมอง พราว กับ ชาช่า ที่เอาแต่กลัวเลือดยืนดูอยู่ห่างๆ
เคนมองเอมอย่างซึ้งใจ ที่วินาทีความเป็นความตาย เอมคือคนที่อยู่ข้างๆ เขา
มิ้นกับนาตาลีเห็นเอมดูแลเคนด้วยความเป็นห่วง ก็มองหน้ากัน แน่ใจว่าเอมรักเคนเข้าแล้วจริงๆ
เสียงรถพยาบาลดังแว่วเข้ามา

2 วันต่อมา เคนค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นว่าเอมกำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันอยู่ เคนยิ้ม แกล้งเรียกร้องความสนใจ
“น้ำ... ผมหิวน้ำ”
“คุณเคน รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ หิวน้ำเหรอ”
เอมรีบเดินไปรินน้ำใส่แก้วนำมาให้ ประคองให้เคนดื่มน้ำ
“คุณสลบไปตั้ง 2 วัน ฉันกลัวมากเลยรู้มั้ย...ฉันกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไป ฉันต้องอยู่ไม่ได้แน่”
“ผมไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องร้องไห้นะ”
เคนยิ้มทรงเสน่ห์ให้เอม แม้แต่กำลังป่วยอยู่

เคนกอดเอมหลับตาพริ้ม แดน ป้อง เข้ามาชะโงกดูใกล้ๆ
“อีกแล้วเหรอ” ป้องไม่อยากเชื่อ
“กูว่าใช่ ไอ้เคนมโนอีกแล้ว” แดนว่า
ที่แท้คนที่ประคองให้เคนดื่มน้ำอยู่คือ กอล์ฟ นั่นเอง
“ไอ้เคน มึงพอรึยัง กูเมื่อย” เคนลืมตามามองเห็นเป็นกอล์ฟก็เซ็ง “มึงมโนถึงคุณเอมใช่มั้ย”
เคนหรือจะยอมรับ “เปล่า”
กอล์ฟไม่เชื่อ “เปล่าอะไร ไอ้แดน ไอ้ป้อง บอกมึงเป็นงี้มาสองวันแล้ว แล้วนี่อะไรหมอบอกมึงไม่ได้เป็นอะไรมาก แล้วมึงจะมานอนซมอยู่บนเตียงเพื่อ”
“แผลกูก็อักเสบบ้างไรบ้างปะวะ กูก็มีไข้ เพลียบ้างแหละ กูไม่ใช่ควายเหล็ก อึด ทน เหมือนมึงนี่”
กอล์ฟหมั่นไส้ “จ้า พ่อคนบอบบาง”
“แล้วเรื่องคดีเป็นไงบ้างวะ”
“เป็นฝีมือนายโรจน์อย่างที่มึงสงสัยจริงๆ พอลุงชินเอาหลักฐานไปเปิดโปงนายโรจน์เรื่องฉ้อโกง นายโรจน์ก็พยายามจะหนีไปกบดานต่างจังหวัด”
แดนประชด “แต่ก่อนไป ก็ส่งมือปืนมายิงไอ้เคน แทนการจูบลาเหรอวะ”
“โรแมนติกมาก” ป้องแดกดัน
“ก็เพราะจูบลาที่แสนโรแมนติกนี่แหละ นายโรจน์เลยโดนข้อหาจ้างวานฆ่าไปอีกกระทง” กอล์ฟว่า
“แต่ก็ไม่สำเร็จ กูมันคนดี คนดีผีคุ้มเว้ย” เคนคุยโต
“ผีที่ไหนคุ้มมึง คุณเอมต่างหากที่คุ้มมึง กล้าเข้ามาผลักมึงให้พ้นกระสุนได้ไงวะ บอกตรงๆ กูยังไม่กล้าเลย” แดนบอก
“พี่เคนเขาถึงซึ้งใจ มานั่ง นอน มโนถึงอยู่นี่ไง” ป้องเสริม
“มโนอะไรพวกมึงก็พูดไปเรื่อย”
เคนทำเป็นปากแข็งทั้งที่รู้สึกซาบซึ้งใจเอมเป็นอย่างมาก

ต่อมาแดน ป้อง กอล์ฟ นั่งกินของว่างกับน้ำตะไคร้อยู่ ส่วนเคนกำลังคุย Face time กับชิน เห็นกลุ่มคนงานมุ่งอยู่ข้างหลังชินจนแน่น
“หายเร็วๆ นะคุณเคน”
“ขอบคุณมากครับลุงชิน”
“แต่ว่า... มันก็ไม่ใช่เวลาจะทวงหรอกนะ แต่ที่คุณเคนบอกว่า...”
ชินเขินไม่อยากพูดแต่ทำท่าฟิตปั๋งแทน เคนเข้าใจทันที
“อ๋อ ไม่ลืมครับลุง เดี๋ยวผมให้ไอ้เจียดจัดส่งถึงที่เลย”
“ขอบคุณมากครับคุณเคน พักผ่อนนะครับ”
รอจนเคนวางสายจากชิน แดนจึงถามขึ้น
“ไม่น่าเชื่อว่ะว่าไอ้เคนจะสยบสายแข็งได้ในเวลาอันสั้น แล้วมึงไปสัญญาอะไรกับแกวะ”
“ลุงชินแกได้เมียเด็ก กูเลยหาสมุนไพรอาชาหรรษาให้แก”
“แล้วทำไมเรื่องฉ้อโกง พี่ถึงไม่สงสัยลุงชิน ทั้งที่เปิดบิลมา ลุงชินแกก็เปรี้ยวใส่พี่เลย” ป้องคาใจ
“กูเชื่อว่า คนที่พ่อกูไว้ใจ แปลว่าต้องซื่อสัตย์ และ เชื่อถือได้”
“มึงมองพ่อมึงในแง่ดี และคิดได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” แดนไม่เชื่อนัก
“มันคิดเองที่ไหนมึง เพราะคุณเอมสั่งสอนมันหรอก”
“มึงเลิกพูดถึงยายคนใจดำได้ปะวะ ต่อหน้าคนเยอะๆ ทำเป็นเป็นห่วงกู นี่กูนอนเป็นไข้มาตั้งสองวัน ไม่มาดูกูเลยงี้”
เคนเห็นแดนกะป้อง ดื่มน้ำตะไคร้ กินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใจที่เคนบ่นสักนิด
“นี่มึงกินอะไรกันวะ ดูอร่อยเชียวนะมึง”
เคนหยิบแก้วน้ำตะไคร้มาดื่มแล้วฉุกคิดถึงคำพูดสมบูรณ์
“เห็นเป็นนักเรียนนอกแบบนั้น คุณเอมเธอเก่งงานบ้านงานเรือนทุกอย่างนะคะ เรียกได้ว่า เพอร์เฟ็กต์ในระดับหนึ่ง”
เคน จำได้ว่าเป็นฝีมือเอม พอมองขนมในจานก็นึกถึงคำพูดสมบูรณ์อีก
“ทั้งขนมทั้งน้ำ ฝีมือคุณเอมค่ะ”
เคนหยิบขนมมากิน มั่นใจว่าเป็นฝีมือเอม
พอเคนหันมามองหน้า กอล์ฟ แดน ป้อง พบว่าทั้ง 3 คนยิ้มเยาะ เป็นการบอกว่าเอมมาที่นี่
“คุณเอมเขามาดูมึงแล้ว แต่มึงเอาแต่นอน” แดนบอก
“แต่ไม่ต้องแปลกใจนะว่าทำไม มีแต่คุณเอมที่มาเยี่ยมมึง เพราะพ่อมึงได้จัดการคุณพราว คุณชาช่าไปแล้ว” กอล์ฟบอก

หลังจากที่รถพยาบาลรับตัวเคนออกไปแล้ว ณรงค์ยืนคุยอยู่กับกอล์ฟที่มุมหนึ่งของสนามหญ้า
“ตั้งแต่ไอ้เคนมาบริหารงาน ก็เที่ยวขัดแข้ง ขัดขาคนอื่นไปทั่วเจ้าพ่อใหญ่ๆ พวกมาเฟีย ทั้งนั้น นี่ขนาดที่บ้าน ยังถูกขู่ปาระเบิด ขู่ยิงถล่มไม่เว้นแต่ละวัน”
พราว ชาช่า และแจ๊ดได้ยินที่สองคนคุยกัน แต่ไม่เห็นว่าณรงค์สบตากอล์ฟส่งซิกให้ กอล์ฟเข้าใจทันที
“แบบนี้ก็ต้องระวังหน่อยครับคุณลุง เผลอๆ ช่วงนี้ใครผ่านเข้าออก มีหวัง ถูกลูกหลงเอาง่ายๆ”
พราว กับ ชาช่า หน้าเสีย

เคนคาดไม่ถึงที่ถูกพ่อวางแผนตลบหลัง พอเห็นแดน ป้อง กอล์ฟ จ้องอยู่ ก็ทำเป็นเนียน
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า กันๆ พราวกับชาช่าออกไปก่อนก็ดี แผนหลอกให้รักแล้วเทคุณเอมทิ้ง จะได้ง่ายขึ้น
เคนเดินออกไปจากห้อง กอล์ฟมองตามอย่างรู้ทันแกมสมเพช เหมือนเคนไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
กอล์ฟหันมาก็เห็นแดนกับป้องจ้องอยู่เชิงถาม
“มึงมองไอ้เคน”
“อย่างสมเพชด้วย”
“ขยายความมา พวกกูต้องการเผือก” แดนซักใหญ่
“มึงคิดว่าผู้หญิงอย่างคุณเอม จะออกตัวแรง อยากหมั้นกับไอ้เคนจริงๆ เหรอวะ”
แดน กะ ป้อง มองหน้ากอล์ฟ
“ไม่ใช่ไอ้เคนคนเดียวนะเว้ย ที่เจ้าแผนการ”
แดน กะป้อง กลืนน้ำลายลงคอ เดาออกว่า เอมเองก็คงมีแผนการที่จะเล่นงานเคนเหมือนกัน

จริงดังว่า เมื่อผู้ประกาศข่าวช่อง 8 กำลังอ่านข่าวเรื่องคลิปของเอม
“จากกรณีคลิปของดีไซเนอร์สาวถูกแชร์ออกไปทั่วโซเชียล”
ภาพประกอบข่าวเป็นคลิปตอนที่ เอมเถียงกับพราว และ ชาช่า ในงานหมั้นที่บ้าน
“จากคลิปที่เห็น มันกลับตาลปัตร ดาราสาว และ ไฮโซสาวชื่อดังต่างหาก ที่เป็นฝ่ายบุกเข้าไปถึง งานหมั้นของเธอ แต่เธอก็กลับควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก เมื่อคลิปของเธอถูกแชร์ออกไปแค่ชั่วข้ามคืน เธอก็กลายเป็นไอดอล ของสาวใจเด็ด ที่เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่มีรักแท้”
ภาพในข่าวเป็นภาพจากเว็บประมูลเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นการกุศลของเอมถูกขายจนหมดเกลี้ยง ทุกชุด SOLD OUT จนหมด
“ผลงานคอเล็กชั่นการกุศลของเธอก็ถูกขายจนหมด ชุดที่เธอออกแบบ กลายเป็นที่ปรารถนาของสาวๆ โดยเฉพาะบริการสวยเดลิเวอรี่ของเธอ ก็เป็นที่สนใจอย่างมาก”
เอม มิ้น และนาตาลี ต่างช่วยกันรับโทรศัพท์รับออเดอร์บริการตัดเย็บชุดมือเป็นระวิง

หลายวันต่อมา เอม มิ้น นาตาลี ชนแก้วน้ำผลไม้ ฉลองยอดออเดอร์ชุดร้านเอมิกาของเธอ
“โชนนนนน” นาตาลีนำชนแก้ว
“นี่แหละน๊า เขาถึงว่า โลกโซเชียลมีทั้งความสร้างสรรค์และการทำลายล้าง อยู่ที่ใครจะใช้ยังไง แต่ก็....แด่ชื่อเสียง และ ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ที่ยายเอมเสียไป ในที่สุดก็สามารถกู้คืนกลับมาได้” มิ้นว่า
สามสาวชนแก้วกันอีก
คราวนี้นาตาลีนำชน “แด่งานที่กำลังพุ่งปรี๊ดของยายเอม”
สามสาวชนแก้วกัน
“และ... ไว้อาลัยแด่ยายพราวและยายชาช่า” มิ้นว่า
นาตาลีเสริมทันที “ที่จะต้องเสียคุณเคนให้ยายเอม ไปตลอดกาล”
มิ้น กะนาตาลีประสานเสียง “เอ้า ชนนนนนน”
คราวนี้เอมเอาแก้วหลบ
“อ้าวทำไมล่ะเอม” มิ้นงง
“ขอรับแค่ 2 อย่างแรกได้มั้ย อย่างหลังไม่อยากได้” เอมว่า
“ไม่อยากได้ก็ได้มาแล้วล่ะค่ะคุณณณณณณ ทำไม เธอคิดมากเรื่องแผนหลอกให้รักแล้วเททิ้งของคุณเคนเหรอ” นาตาลีมองจ้องหน้าเพื่อน
“มาขนาดนี้แล้ว คุณเคนคงเทเธอไม่ได้แล้วหละมั้ง” มิ้นว่า
“ใช่... เพราะต่อไปนี้ฉันต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเทนายเคน” เอมบอก
มิ้น กะนาตาลีร้อง “หา”
สองสาวตกใจปนเซ็งที่เอมยังไม่เลิกคิดจะเอาคืนเคนสักที

อีกฝั่งเจตน์เล่าเรื่องที่เคนถูกลอบทำร้ายให้พราว ชาช่าและแจ๊ด ฟัง
“ตกลงว่าคนที่ส่งมือปืนมาลอบทำร้ายคุณเคน ก็คือ ลูกน้องเก่าของพ่อคุณเคน ไม่ใช่พวกเจ้าพ่อ มาเฟีย อะไรเลย”
แจ๊ดมองหน้าพราว กับ ชาช่า ประมาณ พวกแกถูกหลอกแล้ว
“นี่เราถูกเจ้าสัวณรงค์หลอกเหรอคะเนี่ย”
ในขณะที่ชาช่ากำลังเครียด เจตน์มองสองสาวเหยียดๆ ชาช่าไม่พอใจ
“หยุดเลยนะคุณเจตน์ ทำสายตาแบบนี้หมายความว่าไง”
“ก็พวกคุณทั้งสวย รวย เก่ง แต่รักตัวกลัวตาย ใครได้เป็นเมีย ซวยตายเลยนะครับ”
เจตน์พูดจบหันไปสบตาพราวแว่บหนึ่งพอดี พราวมองตอบตาขวาง เจตน์หน้าเสีย เพราะนึกได้ว่า ตัวเองก็ได้พราวไปแล้วเหมือนกัน
“แล้วแบบนี้ช่าจะไปสู้หน้าเคนได้ยังไงคะเนี่ย” ชาช่าบ่น
“ก็รองพื้นให้หนาอีกหน่อย แล้วก็แบ๊วๆ ใสๆ แบบทุกครั้งก็แล้วกันค่ะ” แจ๊ดพูดพลางมองจับสังเกตพราว “ประทานโทษนะคะ รู้สึกว่าคุณพราวจะไม่รู้หนาวรู้ร้อนอะไรเลย”
“รู้สึกสิ ฉัน...รักตัวกลัวตายไง”
เจตน์จ้องหน้าพราว รู้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดแน่ๆ พราวจ้องสายตาตอบคิดในใจ
“แกคิดว่ามีปัญญาสืบเรื่องเคนคนเดียวหรือไง ไอ้ขยะเปียก”
เจตน์มองตอบคิดในใจ
“หน้าตาไม่มีสลด แววตาไร้ความสำนึก แสดงว่ามีแผนจัดการไอ้เคนแล้วล่ะสิ”
พราวกับเจตน์มองเชือดเฉือนกัน จนชาช่าจับสังเกตได้
“ทำไมจ้องหน้ากันแบบนี้ คิดหักหลังอะไรฉันอีกรึเปล่า”
จู่ๆ ชาช่าก็บิวท์ตามนิสัยนักแสดง ยังไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น ขอเล่นใหญ่ไปก่อน
“โอ๊ย ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉัน ทำไมต้องมาตกอยู่ในบ่อจงอางพิษอย่างงี้นะ”
พราวฟังแล้วเซ็ง
เจตน์อึ้งๆ งงๆ ว่าทำไมชาช่าต้องเล่นใหญ่ แจ๊ดจูนขมับให้ชาช่า
“ไม่มีอะไรค่ะ สันชาติญาณนักแสดง” แจ๊ดบอกพลางดูเวลา “อุต๊ะ ได้เวลาไปงานอีเว้นแล้วค่ะน้องช่า หมดเวลาดรามากับปัญหาส่วนตัวแล้วค่ะ”
ชาช่าหยิบตลับแป้งขึ้นมาเติมหน้า เติมสีปากทันที
“พร้อมค่ะ”
“พวกเราไปก่อนนะคะ”
แจ๊ดพาชาช่าออกไปเลย
“พวกปากกัดตีนถีบ”
พราวมองตามชาช่ากับแจ๊ดอย่างเหยียดๆ
พอหันกลับมาก็เห็นสายตาเจตน์ที่จ้องอยู่อย่างไม่วางใจ

ทางด้านเคนยืนคนถ้วยกาแฟ หยิบนมมะลิมาบีบใส่ คนกาแฟแล้วจิบ สีหน้าชื่นใจมีความสุข
เคนหันกลับมา เจอณรงค์ยืนยิ้มหวานให้
“พ่อ”
“กาแฟอร่อย ใช่มั้ย”
“สุดๆ ครับพ่อ”
เคนชงกาแฟแล้วส่งให้ เอาใจพ่อ ณรงค์รับมาดื่มอย่างอารมณ์ดี เคนคิดจะชิ่งออกไปจากห้อง ณรงค์รู้ทัน
“มีหนังสือจากห้างของคุณสมศักดิ์ เชิญบริษัทเราเข้าประชุมโครงการสินค้าราคาถูกเพื่อผู้บริโภค ทำไมผมไม่ทราบเรื่องครับคุณเคน”
“แหมท่านประธานครับ เรื่องแค่นี้เอง มันไม่ต้องถึงมือท่านประธานหรอกครับ”
“แต่มันจะถึงปากยายคุณหนูไฮโซพราวที่จะขย้อนแกลงท้องน่ะสิ”
เห็นณรงค์พูดจบแล้วยิ้มมุมปากจนเคนชักระแวง มองสงสัย
“แล้วทำไมพ่อยิ้ม”
“งานนี้ฉันไม่ให้แกไปคนเดียว ฉันจะส่งไม้กันหมาไปกับแกด้วย”
ณรงค์มั่นใจว่างานนี้ต้องเป็นแผนการของพราว และเตรียมรับมือเอาไว้แล้วด้วยการส่งแดนกับป้องไปเป็นไม้กันหมา ทั้งนี้ แดน กะ ป้อง ยอมทำตามณรงค์ เพราะณรงค์เอาเรื่องค่าเช่าออฟฟิศมาเป็นข้อต่อรอง

ทางฝั่งพราวทำหน้านิ่ง เมินสายตาเจตน์ที่นั่งจ้องหน้าอยู่
“ผมเดาว่าที่คุณนิ่งอยู่ได้ เพราะไอ้คุณเคนของคุณสัญญาว่าจะหาทางถอนหมั้นกับคุณเอม”
พราวหันมองหน้าแปลกใจนิดๆ ยิ้มร้ายออกมาที่เจตน์รู้ทัน
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะอยู่เฉยๆ คุณล่ะ จะรออยู่เฉยๆ ง่อยๆ จนกว่ายายเอมกับเคนจะถอนหมั้นกัน หรือว่า...”
พราวมองหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ เจตน์เดาออก

วันนี้ พราวกำลังพรีเซ็นต์โครงการสินค้าราคาถูกเพื่อผู้บริโภค ให้บรรดาตัวแทนบริษัทผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการฟัง
พราววางตัวกับเคนแบบคนที่ต้องทำงานด้วยกัน ไม่มีหันมาวอแว
“เราจะจัดโครงการสินค้าราคาถูกเพื่อผู้บริโภค ที่ห้างของเราทุกสาขาทุกท่านสามารถนำสินค้าเข้าร่วมรายการได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”
เคนมองพราวคิดในใจอย่างรู้เท่าทัน
“คุณพราว... ผมดูออกนะ คุณพูดแต่เรื่องงาน แต่ทำเป็นไม่สนใจผม เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมแบบเนียนๆ”
เคนปล่อยตามน้ำ ในขณะที่เจตน์ที่ไม่เคยเห็นมาดพราวตอนทำงาน ลืมตัวมองอย่างประทับใจ
“เราจะเปิดตัวและประชาสัมพันธ์โครงการนี้ ด้วยการทำสปอตโปรโมท ไวรอลแอด สื่อบนรถไฟฟ้า วิทยุ โดยเน้นผู้ผลิตที่เข้าร่วมรายการ เพื่อผู้บริโภคโดยไม่หวังผลกำไรค่ะ ทุกท่านเห็นด้วยมั้ยคะ”
พราวหันไปถามความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน รวมทั้งเจตน์ด้วย
พอพราวหันมามองหน้า เจตน์ถึงได้รู้สึกตัว
“เรื่องกำไรผมไม่ซีเรียสเพราะผมรวยอยู่แล้ว ส่วนเรื่องชื่อเสียง ผมก็ดังจนไม่รู้จะดังยังไงอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเน้นๆ คนอื่นแล้วกันดังมากๆ มันวุ่นวาย”
“ไม่มีอะไรที่วุ่นวายกว่าคุณเจตน์.. เอ่อ..ความดังของสินค้าของคุณเจตน์อีกแล้วล่ะครับ จริงมั้ยครับทุกท่าน” เคนว่า
“แล้วห้างของคุณพราวล่ะครับ” แดนถาม
“ไม่จำเป็นค่ะ สำหรับโครงการนี้ เราต้องการจะให้ ไม่ต้องการรับค่ะ เรื่องสื่อต่างๆ ต้องฝากคุณแดนกับคุณป้องด้วยนะคะ”
พราวหันไปมองเคนและก๊วนสีหน้านิ่ง
“ฝากขอบคุณท่านเจ้าสัวณรงค์ด้วยนะคะ ที่ให้การซับพอร์ต เรื่องสื่อต่างๆ”
เคนยิ้มรับตามน้ำไปกับพราว
“ครับ ผมจะเรียนคุณพ่อให้ งั้นให้คุณแดนกับคุณป้อง พรีเซ้นแผนโปรโมทเลยดีมั้ยครับ
พราวพรีเซ็นต์งานต่อ เคนมองพราวยิ้มในสีหน้าอย่างรู้ทัน
เจตน์ยิ่งเห็นความคล่องแคล่ว ทำงานเก่งของพราว ก็ยิ่งประทับใจโดยไม่รู้ตัว

ไม่นานต่อมา เคนกำลังคุยเรื่องที่สงสัยพราวกับเจตน์ให้กอล์ฟ แดน ป้อง ฟัง
“กูมั่นใจว่าพราวกำลังดึงดูดความสนใจของกูด้วยการทำเป็นไม่สนใจ”
“กูมั่นใจว่า ความซับซ้อนของมึงนี่แหละที่ดึงดูดผู้หญิงซับซ้อน แปลกประหลาด เจ้าแผนการ มาวนเวียนรอบตัวมึง” กอล์ฟบอก
แดนเห็นด้วย “อันนี้คุณตำรวจพูดถูก”
“แต่ผมว่าคนที่ควรระวังคือไอ้คุณเจตน์”
ทุกคนหันขวับมามองที่ป้อง
“คุณพราวจะใช้แผนอะไรกับพี่เคน ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เพราะยังไง ความชั่วของพี่เคนก็ชนะทุกอย่างเสมอ แต่ถ้าไอ้คุณเจตน์ จะใช้แผน มันจะใช้กับใคร...”
ทุกคนประสานเสียง “คุณเอม”
“กูว่าจริงของไอ้ป้อง” กอล์ฟย้ำ
“ทำไมมึงคิดได้ไอ้ป้อง” แดนถาม
“อย่าถามว่าทำไมผมคิดได้ ถามตัวพวกพี่เองดีกว่า ว่าทำไมถึงคิดไม่ได้ โดยเฉพาะมึงไอ้พี่เคน หรือมึงมัวแต่คิดแต่เรื่องของตัวเอง”
เคนจ๋อยเมื่อเห็นป้องพูดด้วยหน้าตาขึงขังจริงจังมาก
“คุณเอม...” ป้องเอ่ยขึ้นแต่ไม่ใครสนใจ
“กูรู้แล้วว่ามึงให้ระวัง ไอ้เจตน์จะมาเกาะแกะคุณเอม”
“ไม่ใช่ หมายถึงคุณเอมมา” ป้องบุ้ยใบ้ให้ดู
ทุกคนมองไปเห็นเอมเดินเข้ามาในห้องรับแขกเหมือนมาหากลุ่มของเคน ในมือถือถุงข้าวของมาด้วย
เพ็ญเดินออกมาจากครัวเห็นเอมพอดี เลยเดินมาหา กลุ่มของเคนไม่ทันเห็นเพ็ญ
เคนยิ้มร่าทักทาย “คิดถึงเหรอคุณเอมมาหาถึงบ้านเชียว”
“คิดถึงมากเลยค่ะ”
เอมเดินตรงเข้ามาหาเคน เขาหันยิ้มให้กอล์ฟ แดน ป้อง อย่างเป็นต่อ เชิงบอกว่าเอมกำลังศิโรราบให้ตน แต่เอมกลับเดินเลยไปหาเพ็ญทางครัว
“คิดถึงน้าเพ็ญมากเลยค่ะ นี่ค่ะชุดของที่คุณน้าเพ็ญให้เอมออกแบบให้”
เพ็ญรับถุงมาเปิดดู “สวยมาก น้าขอลองเลยดีกว่า”
เพ็ญมัวแต่ดีใจที่ชุดสวยถูกใจ กระทั่งได้ยินเคนกระแอมขึ้น จึงหันมามองอย่างรู้ทันว่าเคนต้องการให้รั้งเอมไว้
“วันนี้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะหนูเอม ห้ามปฏิเสธ”
เพ็ญหันมาสบตาเคนอย่างรู้กัน เคนยิ้มพอใจ เพ็ญพาเอมเดินเข้าไปในครัว
เคนมองตามตาละห้อย
“ตอนนี้คุณเอมก็เป็นคู่หมั้นพี่แล้วนะ แล้วเขาก็ดีกับพี่ เลิกคิดเทคุณเอมเหอะ ดูอย่างพี่กอล์ฟดิ เปิดใจคบกับคุณมิ้น มีความสุขไปแล้ว” ป้องว่า
“ก็ไม่เชิงหรอกมึง”
ทุกคนหันมามองกอล์ฟ อย่างอยากรู้ว่ากอล์ฟมีปัญหาอะไร

เย็นนั้น เคน กอล์ฟ แดน ป้อง นั่งสุมหัวรอที่โต๊ะอาหาร พากันดูไอจีของกอล์ฟ เห็นสาวๆ เข้ามาเม้นต์ ชื่นชมเยอะมาก
“เดี๋ยวนี้ดังใหญ่แล้วนะมึง” แดนแซว
“สะใภ้มโนยื่นใบสมัครกันเพียบเลยอ่ะพี่” ป้องเสริม
เอมยกอาหารมาตั้งโต๊ะ ได้ยินกลุ่มของเคนกำลังคุยกันจึงหยุดฟัง
“นั่นแหละที่มึงพลาดไอ้กอล์ฟ ยิ่งมึงดูเป็นคนของประชาชนมากเท่าไหร่ ผู้หญิงฟอร์มจัดอย่างคุณมิ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่ามึงไม่ชัดเจนมากเท่านั้น” เคนบอก
“ทำไมวะ”
“เขาต้องการ การประกาศตัวเป็นเจ้าของไงมึง”
“แล้วกูต้องทำไง”
“ไปเที่ยวกับกู แรดกับกูเหมือนเดิมสักสองสามวัน แล้วกูจะบอก”
“ไม่”
“งั้น กูก็ไม่ช่วยมึง”
เพ็ญยกอาหารตามมา เห็นเอมยืนฟังกลุ่มของเคนอยู่จึงลดเสียงลง
“ยืนทำอะไรตรงนี้จ๊ะหนูเอม...อ๋อ เก็บข้อมูลอยู่ ได้ข้อมูลพอแล้วใช่มั้ยจ๊ะไปจ้าทานข้าวกันเถอะ ทานข้าวกันได้แล้วค้า”
ณรงค์ตามเข้ามาสมทบ
“ดีๆ วันนี้พี่หิวมากเลยนะคุณเพ็ญ”
“หิวอะไรเหรอครับพ่อ” เคนแซวพลางส่งสายตารู้กันกับณรงค์
กอล์ฟ แดน ป้อง เอม มองตาปริบๆ รู้ทันเคน
เพ็ญเองก็รู้ทัน “หิวอะไรก็มีแต่อาหารให้กินเท่านั้นหละค่ะ”
“รู้จ้า”
“แต่วันนี้ไม่ใช่ผีมือน้องนะคะ ฝีมือหนูเอม”
“ปลื้มแทนอ่ะ ว่าที่สะใภ้มาทำอาหารให้กินเลยนะครับคุณพ่อ” แดนประจบณรงค์
“นั่นสิ นี่ขนาดเป็นคนนอกยังปลื้มเลยเนอะ เอาละ การแดกดันจบแล้ว เราก็...ข้าวได้แล้วนะเจ้าแดน”
“คร๊าบคุณพ่อ ขอชิมหน่อยนะครับคุณเอม”
เคนกระแอม
“ขอชิมผีมือคุณเอมหน่อยนะครับ”
แดนถือโอกาสชิมอาหารที่เอมทำเป็นคนแรก
“อร่อยอ่ะ”
“กูรู้อยู่แล้วว่าฝีมือคุณเอมอร่อย เพราะ...” เคนทำตาเยิ้มใส่เอม “ผมกินอยู่บ่อยๆ”
“ง่ออออ คนอวดแฟน2018 บรรยากาศครอบครัวอุ่นไอรักอ่ะ”
อยู่ๆ ป้องก็ร้องไห้ออกมา
“เป็นหยังอีก บักหำป้อง” เคนถาม
“คิดฮอด อิพ่อ อิแม่ เด้ ถ้ามีตำบักหุ่งใส่ปลาร้าต่อนฝีมืออิแม่ แซบคักเด๋นิ อิแม่ ไอมิสยูเด๋”
เอมตักอาหารให้ป้อง “งั้นก็กินหลายๆ เด้อจ้า คึดว่าเป็นฝีมืออิแม่เจ้าเด้อค้า”
“ขอบใจหลายๆ จ้า อิแม่เอม”
ป้องกินข้าวอย่างซาบซึ้ง
เคน แดน กอล์ฟเซ็งป้อง เอมมองป้องอย่างขำๆ ปนเอ็นดู
ณรงค์ตักอาหารให้เพ็ญอย่างเอาอกเอาใจ เคนบุ้ยใบ้ให้ทุกคนดู ไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่แอบยิ้มกับความใส่ใจที่ทั้งคู่มีต่อกัน

เคนนั่งกินกาแฟหลังอาหารอยู่กับกอล์ฟ แดน ป้อง ที่โต๊ะหน้าบ้าน เอมเข้ามาสมทบดึงแก้วกาแฟไปจากเคน วางยากับแก้วน้ำลงตรงหน้าเล่นเอาเคนงง
“ทำไมล่ะคุณเอม”
“ยาหลังอาหารค่ะ ไม่ควรทานร่วมกับชากาแฟ”
แดนยิ้มล้อ “โอ๊ย ถ้าจะหวานกันขนาดนั้น แต่งงานกันเลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมกับไอ้ป้องออแกไนซ์งานให้”
กอล์ฟกลับห้าม “อย่าครับคุณเอม เดี๋ยวมีแต่ไคโยตี้ พริตตี้เต็มงาน ให้คุณมิ้นทำให้ดีกว่า”
“มึงนี่ก็ขี้อวยนะไอ้กอล์ฟ” เคนด่า
“พวกมึงก็อย่าหวาน อย่ามีความสุขกันให้มาก กูอิจฉา” แดนยิ้มร่า
“คู่นั้นก็น่าอิจฉานะพี่เคน” ป้องบุ้ยใบ้ไปในบ้าน
ทุกคนมองตามเห็นเพ็ญยกกาแฟมาให้ณรงค์ที่ยืนชมวิวอยู่หน้าบ้าน จากนั้นทั้งคู่ก็ยืนคุยกันเหมือนสามีภรรยาที่ดูแลกันอย่างอบอุ่น
“ถามจริงนะพี่เคน แผนการพี่เยอะแยะ...”
ป้องอ้าปากค้างเพราะเคนกระแอมเชิงบอก ว่าอยู่ต่อหน้าเอม ป้องไม่สนพูดต่อ
“เอ่อ...พี่ไม่คิดจะช่วยพ่อให้สมหวังบ้างเหรอ”
เอมเห็นดีด้วย “นั่นสิ”
ทุกคนมองหน้าเอมเป็นตาเดียวกัน
“ยังไงเนี่ยคุณเอม” เคฯคาดไม่ถึง
“ให้พูดจริงๆ ใช่มั้ย ไม่เกรงใจนะ คุณพ่อคุณก็เป็นคนดี คุณน้าเพ็ญก็เป็นคนดี แล้วก็รักคุณกับคุณพ่อคุณมาก ให้คุณน้าเพ็ญดูแลคุณพ่อคุณ ยังดีกว่าปล่อยไว้ให้วันนึง คุณก็ลากพ่อคุณไปเสียคน เอ่อ ไปลั้นลา”
“ใครว่าผมไม่อยากจะช่วย แต่คุณน้าเพ็ญเขาติดเรื่องม่านประเพณี แต่งงานกับสามีของพี่ มันไม่งาม”
“แล้วถ้าทำให้คุณน้าเพ็ญรู้สึกว่า คุณแม่คุณอนุญาตล่ะ แผนคุณเยอะแยะ ก็งัดออกมาใช้สิ”
ทุกคนจ้องหน้าเอมเป็นตาเดียวกันอีก ไม่คิดว่าความคิดแบบนี้จะออกจากปากของเธอ
“อย่างที่ฉันได้กล่าวเมื่อสักครู่ ทั้งสองคนเป็นคนดี โดยเฉพาะพ่อคุณที่รอคอยได้ทั้งที่แทบจะไม่มีความหวัง เราจึงควรสนับสนุนผู้ชายใจหล่อ เพราะว่า” เอมจ้องหน้าเคนเขม็ง “บริเวณนี้ผู้ชายพันธุ์สะตอ มันเยอะแล้ว”
“อ้าวๆ พูดมาซะขนาดนี้ ผมคิดแผนแล้วคุณจอยด้วย โอปะล่ะ” เคนเสนอ
“กลัวที่ไหนล่ะ ก็จัดมาเซ่”
เอมจับมือกับเคนเพื่อร่วมมือกัน มีพวกกอล์ฟ แดน ป้อง ยกแก้วกาแฟขึ้นมาชน เชิงบอกว่าเอาด้วย

ฟากเจตน์นั่งยืดทำหน้าภาคภูมิใจอยู่ที่คอนโดพราว ในขณะที่เจ้าของห้องเอือมระอาเหม็นเบื่อสุดขีด
“ถ้าปวดท้อง รีบกลับไปเลยนะ อย่ามาเรี่ยราดแถวนี้”
“จะบ้าเหรอคุณ ผมแค่กำลังคิดว่า ถ้าผมทำเป็นไม่สนใจคุณเอม เหมือนที่คุณทำกับไอ้เคน” เจตน์ทำหน้าอวดเก่ง “คุณเอมก็คงจะหลงคิดว่า ผมตัดใจได้แล้ว และก็จะไม่ทันระวังการจู่โจมจากผม แล้ว...แล้วผมต้องทำไงต่ออะคุณ”
“รวยแค่ไหน ก็แก้โรคโง่ไม่ได้จริงๆ นะคุณเนี่ย พอนังเอมมันคิดว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับมันแล้ว มันก็จะไม่ทันระวังตัว”
พราวเอายาปลุกเซ็กซ์ที่เคยใช้ครั้งก่อนตอนที่เจตน์กับพราวตกเป็นของกันและกัน วางบนโต๊ะ
“คุณก็แค่ทำเป็นนัดนังเอมออกมาคุยงาน งานที่สปาของคุณที่ยังไม่ทันได้คุยกันก็ได้ แล้วก็...”
“คราวที่แล้ว ยานี้ใช่มั้ย”
เจตน์มองหน้าพราวรอฟัง แต่ได้ความนิ่งเป็นคำตอบ
ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างอดคิดถึงเรื่องคืนนั้นไม่ได้ เจตน์ไปมองรอบๆ ห้อง บรรยากาศมันช่างเหมือนคืนนั้นเจตน์กับพราววาบหวามในใจ แต่ทำเป็นคุยกันกลบเกลื่อน
“แล้วมันใช้ยังไง หยดในน้ำแบบนี้เหรอ” พร้อมกับว่าเจตน์หยดยาใส่น้ำในแก้ว
“ตาโง่ ใครให้ใส่เยอะขนาดนั้น” พราวคว้าหลอดมาหยดยาใส่น้ำให้เจตน์ดู
“จะดีเหรอคุณ” เจตน์ท้วง
“ผู้หญิงอย่างนังเอม ถ้ามันตกเป็นของคุณ มันต้องรู้สึกผิด ถอนหมั้นกับเคน แล้วคุณก็ไปแสดงความรับผิดชอบขอมันแต่งงาน โอเคมะ”
“คุณคิดเรื่องชั่วได้รวดเร็วมากคุณพราว รวยๆ อย่างผมยังคิดไม่ทันเลย” เจตน์บอกหน้าตาเฉย
“ต้องแปลกใจมะ ก็คุณมันรวยแต่โง่”
“แอ้ หลอกด่า แต่ว่าผมไม่โกรธ ผมอารมณ์ดี เอ้า ชน”
เจตน์ลืมตัว เอาแก้วน้ำที่หยดยาขึ้นมาชวนพราวชนแก้ว พราวเองก็ลืมตัวเช่นกัน เอาแก้วน้ำชนกับเจตน์ แล้วต่างฝ่ายก็ดื่มน้ำเข้าไป
“เฮ้ย”
พราวกะเจตน์ร้องลั่น รีบคว้าขวดน้ำไปยืนหันหลังดื่ม หวังจะสลายฤทธิ์ยา แต่แล้วร่างกายก็เริ่มมีอาการ
“คุณพราว...แล้วคุณล่ะ ไม่อยากให้ผมแสดงความรับผิดชอบบ้างเหรอ”
เจตน์หันหน้ามาหาพราวตาเยิ้ม พราวหันกลับมามองเจตน์ กัดริมฝีปากอย่างวาบหวาม

อีกฟากหนึ่ง แดน กะป้อง ย่องเข้ามาในห้องนอนเก่าของแม่เคน ทั้งห้องมืดสลัว อยู่ๆ ลมในห้องก็พัดแรง ไฟในห้องติดๆ ดับๆ แดน ป้อง เกาะกันแน่น
เสียงหมาหอนดังมาแว่วๆ แดน กะป้อง กอดกันกลมด้วยความกลัว แล้วนึกได้
“จะกลัวทำไมวะ”
เอมตามเข้ามาสมทบในนั้น
“เอฟเฟ็กต์เหมือนจริงมากเลยคุณแดน คุณป้อง ความจริง นิสัยหลอกลวงของพวกคุณมันก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ”
“ชมใช่มั้ยครับ” ป้องถาม
“ชมสิคะ จะหาคนอย่างพวกคุณในโลกนี้คงไม่มีอีกแล้วค่ะ”
“โอเคครับ ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แล้วทำไมคุณเอมไม่ไปแต่งตัวล่ะครับ”
“เอมไม่เก่งการแสดงหรอกค่ะ”
“อ้าวแล้วงั้นคุณเอมให้ใครแต่งล่ะครับ” แดนงงใหญ่
“กูไง”
เคนเดินเข้ามาสมทบ เขาคลุมผ้าขาว ใส่วิกผมยาว แต่งหน้าสวยแต่ออกโทนซีดเหมือนผีแม่ตัวเอง
“ผมตัวซะขนาดนี้ น้าเพ็ญจะเชื่อเหรอคุณ”
“ก็คุณบอกว่าเดี๋ยวอัดไฟ กับเอฟเฟ็กต์แน่นๆ เสียงหมาหอนหลอน คุณน้าเพ็ญไม่ทันสังเกตหรอก”
เคนไม่วางใจ “แต่ผมไม่ได้หมายถึงผมจะแต่งเองไง ไอ้กอล์ฟล่ะ ถ้าไม่แคร์เรื่องไซส์ให้ไอ้กอล์ฟแต่งสิ”
“คุณกอล์ฟมีอย่างอื่นต้องทำ” เอมทำเสียงเข้มใส่ “คุณนั่นแหละเหมาะสมแล้วเดี๋ยวฉันพากย์เสียงให้”
“คร๊าบ”
มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินมาที่หน้าห้อง ทุกคนรีบแยกย้ายไปหลบตามแผน

เป็นคุณเพ็ญนำเอาดอกมะลิใส่กรวยใบตองห่ออย่างประณีตเข้ามาวางบนโต๊ะหัวเตียงพี่สาวผู้ลาลับ
“ดอกมะลิหอมๆ ค่ะพี่ริน ต้นนี้คุณพี่ณรงค์เป็นคนซื้อมาปลูกออกดอกเต็มต้นเชียวค่ะ”
เสียงเยือกเย็นยานๆ ช้าๆ ของเอมดังขึ้น “ขอบใจนะ”
เพ็ญผงะ สะท้านไปทั้งกาย คิดว่าเป็นผีพี่สาวแน่ๆ แต่ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ
“สงสัยจะหูฝาด”
ลมพุดเข้ามาในห้องอย่างรุนแรง ไปในห้องดับพรึ่บลง เพ็ญเริ่มหน้าเสีย
“เพ็ญ...ญญญ” เอมทำเสียงยานยาว
เพ็ญหน้าเสียหนัก ลมพัดแรงกว่าเดิม ตามมาด้วยเสียงหมาหอนโหยหวนดังแว่วมา กรอบบนโต๊ะเหนือเตียงหล่นตกลงพื้น
เพ็ญใจหล่นเหลียวมองไปรอบๆ ห้องอย่างช้า “พี่...ระ..รินเหรอคะ”
ไม่มีเสียงตอบ เพ็ญจะเดินออกจากห้อง แต่ลมพัดแรงกว่าเดิม ประตูหน้าต่างห้องเปิดปิดปึงปัง เพ็ญหันไปตามเสียง เห็นเคนที่แต่งเป็นผีแม่ ยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง ทั้งห้องมืดสนิท แดนกับป้องจัดไฟอัดไว้เฉพาะตรงที่เคนยืนให้บรรยากาศดูสลัวชวนสยอง มองเห็นหน้าผีไม่ชัด
“พี่ริน”
เพ็ญตกใจแทบทรุด แต่ด้วยความที่คิดว่าเป็นผีพี่สาวตัวเองจึงไม่ขยับหนีไปไหน
“เพ็ญไม่รักพี่แล้วเหรอ” เอมถาม
“ระ..รักสิคะพี่ริน ไม่ใช่รักแค่พี่รินนะคะ เพ็ญรักตาเคน รักเหมือนลูกเลย ตาเคนได้หมั้นกับหนูเอมแล้วนะคะ อีกหน่อยตาเคนก็จะแต่งงานกับหนูเอม พี่รินดีใจมั้ยคะ”
“แล้วคุณณรงค์ล่ะ”
“เพ็ญ...”
คุณเพ็ญนึกว่าคุณรินพี่สาวถามด้วยความหวงคุณณรงค์
“เพ็ญคิดกับคุณพี่ณรงค์แค่ พี่ชายค่ะ”
“โกหก เพ็ญรักคุณณรงค์”
“ไม่ใช่นะคะ” เพ็ญตกใจ
“เพ็ญรักคุณณรงค์ ทำไมไม่ยอมรับ ทำไมไม่ดูแลคุณณรงค์แทนพี่”
“เพ็ญทำไม่ได้ค่ะ”
เอมทำเสียงดุใส่ “พี่ขอแค่นี้ ทำไมทำให้พี่ไม่ได้ ทำไม”
เคนค่อยๆ เดินเข้ามาหาเพ็ญช้าๆ เพ็ญชักจะเริ่มกลัวเลยถอยหนี เคนยิ่งเดินเข้ามาใกล้ จังหวะนี้มีควันฟุ้งขึ้นข้างๆ เพ็ญสูดควันนั้นเข้าไปและเริ่มหมดสติจะล้ม แดนรออยู่รับตัวเพ็ญเอาไว้
ที่แท้ควันดังกล่าวที่เห็นคือยาสลบที่ป้องพ่นใส่เพ็ญ
เอมออกมาจากที่ซ่อน ทั้ง เอม ป้อง แดน ใส่หน้ากากปิดจมูกกันควันยาสลบสลบไว้ทุกคน เคนเปิดมาสก์ออกเข้ามาดูผลงาน
“เรียบร้อย รีบพาน้าเพ็ญไปนอนบนเตียงเร็ว”

เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เพ็ญนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องพี่สาว ยินเสียงณรงค์เรียกดังขึ้น
“คุณเพ็ญ”
เพ็ญค่อยๆ ลืมตาเห็นณรงค์นั่งอยู่ข้างๆ เตียง
“พี่ริน”
เพ็ญมองไปรอบๆ ห้อง แต่ทั้งห้องดูปกติ
“พี่ได้ยินเสียงตึงตังในห้อง เลยมาดู ก็เห็นคุณเพ็ญนอนอยู่”
“น้องเอาดอกมะลิที่พี่รินชอบมาวางที่โต๊ะ แล้วน้องก็เห็น...”
ณรงค์พูดเชิงถาม “คุณริน”
“ค่ะ”
“อำพี่รึเปล่า เข้าฝันสักนิดคุณรินยังไม่เคยมาให้พี่เห็นเลย”
“แต่น้องเห็นจริงๆ นะคะ พี่รินมาบอกน้องว่า...”
“ว่าอะไรเหรอคุณเพ็ญ”
ณรงค์ถามพาซื่อ เพ็ญเขินที่จะพูดออกมา
“หรือว่าคุณเพ็ญเหนื่อยมาก พักผ่อนดีกว่านะ จะนอนในห้องนี้ก็ได้นะคุณรินคงไม่ว่าหรอก”
เพ็ญเขินไม่กล้าบอกณรงค์ว่าพี่สาวบอกอะไรตน ยอมนอนลงโดยดี ณรงค์ห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยน ณรงค์รอจนเห็นว่าเพ็ญหลับแล้ว จึงลุกเดินออกจากห้อง เพ็ญตัดสินใจเรียกไว้
“พี่ณรงค์คะ”
ณรงค์หันกลับมาหา เพ็ญมองพี่เขยท่าทีลังเลหนัก
“ขอบคุณนะคะ”
ณรงค์ยิ้มเรี่ยราด “จ้า”
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง และก็ขอบคุณที่พี่ณรงค์ดูแลเพ็ญ”
“คุณเพ็ญเองก็ดูแลพี่กับเจ้าเคนมาตลอด”
“เพ็ญยินดีค่ะ”
“พี่ก็...ยินดี”
เพ็ญกับณรงค์มองหน้ากันยิ้มให้กันประหนึ่งคำว่า “ยินดี” คือคำบอกรักกันและกัน
“พักผ่อนเถอะ เรายังมีเวลาดูแลกันอีกนาน จริงมั้ย”
“ค่ะพี่ณรงค์”
ณรงค์เดินพ้นห้องไปปิดประตูลง เพ็ญมองไปรอบๆ ห้อง ไม่กลัวแล้ว เฝ้าถามตัวเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นจริงหรือฝันไป
ส่วนที่หน้าห้องณรงค์ยืนยิ้มสุขใจ แล้วเดินกลับห้องไป
เคน เอม ป้อง แดน เดินออกมาจากความมืด ยิ้มให้กันที่แผนการสำเร็จ

เอมเดินคุยกับเคนออกมาที่หน้าตึก
“ที่เหลือก็รอให้พ่อขอน้าเพ็ญแต่งงาน”
“หน้าที่คุณเลยนะ ที่ต้องพูดให้พ่อคุณกล้าขอคุณน้าเพ็ญแต่งงาน”
“คุณนี้ก็ส่งเสริมจังนะ”
“ก็ฉันอยากให้คุณมีพ่อแม่ครบเหมือนคนอื่นเขาไง”
เอมยิ้มให้เคนอย่างจริงใจ เคนรู้สึกซึ้ง
“คุณจะได้เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา เที่ยวชวนคนอื่นเขาเสียคนซะที”
“โธ่คุณ”
“ฉันรู้ว่าคุณน้าเพ็ญดูแลคุณเหมือนแม่มาตลอด แต่ฉันก็อยากเห็นครอบครัวคุณสมบูรณ์นะคุณเคน”
“ก็ต้องมีคุณอีกคนถึงจะครบสมบูรณ์นะ”
เคนมองมาตาหวานเยิ้ม เอมชักจะเขิน
“ฉันกลับบ้านดีกว่า
เอมจะหนี เคนดึงเอมไว้
“จะหนีไปไหน”
เคนมองเอมซึ้ง เอมชักจะหวั่นไหว เสียงแตรรถดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“ประทานโทษครับ มึงจะจีบคุณเอมอีกนานมั้ยครับคุณเคน กูรอไปส่งคุณเอมให้มึงจนง่วงแล้วเนี่ย”
แดน กะ ป้อง รออยู่ในรถ เพื่อไปส่งเอม เห็นแดน ป้อง กระดี๊กระด๊า เคนเริ่มไม่ไว้ใจ
“จริงๆ ผมไปส่งคุณเองดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอก คุณแดนต้องผ่านบ้านฉันอยู่แล้ว”
“ฉันไปก่อนนะ กินยาก่อนนอนแล้วด้วยนะ”
เคนจ้องหน้าเอมรู้สึกว่าคำเตือนให้กินยาของเอม มันดูห่วงใย
“อะไรอีก”
“เป็นคนบอกกู๊ดไนท์ที่หวานมากเลยคุณ โรแมนติกเนอะ”
“คิดว่าฉันจะหลงคารมณ์คุณเหรอ”
เอมเดินไปที่รถ
“เชิญคร๊าบคุณเอม”
เคนมองตามเอมรู้สึกหวง ตัดสินใจเดินตามไป
“เดี๋ยวกูนั่งไปด้วย แล้วมึงก็ย้อนมาส่งกูอีกที”
สามคนประสานเสียง “ไม่ต้อง”
เคนจ๋อยสนิท

เอมนั่งอยู่ในรถแดน แดนเป็ยคนขับ ป้องนั่งหน้า เอมนั่งหลัง
ไลน์เอมดัง เห็นว่าเป็นข้อความของเคนว่า “กินยาแล้วนะ”
เอมอ่านแล้วยิ้ม
ฝั่งเคนส่งข้อความให้เอมแล้วฟินยิ้มไม่หุบ
แดน ป้อง แอบมองเอม รู้ว่าเอมกำลังอ่านไลน์ของเคน แดน ป้อง หันกลับไป
เอมมองข้อความแล้วก็นึกได้
“ทั้งหมดมันก็เพื่อ...ฉันจะเทคุณทิ้งเหมือนที่คุณคิดจะทำกับฉันไงคุณเคน”
เอมดึงตัวเองกลับมาด้วยความคิดว่า เคนคิดจะเทเอมทิ้ง
เคนมองข้อความที่ส่งหาเอม แล้วเริ่มรู้สึกลังเล
“คุณดีขนาดนี้ ผมจะเทคุณลงมั้ยคุณเอม”
ในขณะที่เอมยังฝังใจเรื่องที่เคนคิดจะเทเธอทิ้ง แต่ฝั่งเคนชักเริ่มจะลังเลเพราะแพ้ความดีของเอม

ทางด้านกอล์ฟออกจากบ้านเคนมาตัวเองนั่งอยู่ในคอนโดมิ้นกับนาตาลี สักครู่หนึ่งมิ้นจึงเดินเอากาแฟมาให้ ลงนั่งข้างๆ กอล์ฟ
“กาแฟค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“คุณกอล์ฟมาหามิ้นมีอะไรเหรอคะ”
“คิดถึงครับ”
มิ้นเขิน “คุณกอล์ฟนี่ชักจะเหมือนคุณเคนเข้าไปทุกทีแล้วนะคะ”
“จริงๆ ครับ”
สองคนต่างฝ่ายต่างเขิน
“แล้วผมก็จะมาให้คุณมิ้นสอนเปลี่ยนแคปชั่นในไอจีด้วยครับ”
“ไอจีไหนคะ ที่เป็นออฟฟิเชียลของคุณกอล์ฟอยู่ตอนนี้เหรอคะ”
“ครับ”
“อยากจะอัพถึงแฟนคลับเหรอคะ” มิ้นเปิดไอจีไปด้วย “คุณกอล์ฟก็เลือกรูปที่ต้องการเปลี่ยนหรือเพิ่มแคปชั่น แล้วก็เปลี่ยนค่ะ”
กอล์ฟรับมือถือไปเลือกรูป
“เพิ่มครับ ผมจะเพิ่มแคปชั่น”
กอล์ฟเลือกรูปคู่กับมิ้นที่ถ่ายด้วยกันในการทำงานโร้ดโชว์ แต่ยังไม่ใส่แคปชั่น
“แบบนี้ใช่มั้ยครับ”
กอล์ฟส่งมือถือคืนให้ มิ้นรับมาอ่านแคปชั่นใต้รูปคู่ เห็นคำว่า “คนพิเศษ”
มิ้นมองหน้ากอล์ฟอึ้งๆ
“เป็นไงครับ แบบนี้ได้มั้ย”
“ก็... มันก็เวอร์หน่อยๆ นะคะ พิส่งพิเศษอะไร ก็ไม่รู้”
“ก็คุณมิ้น เป็นคนพิเศษของผมจริงๆ นี่ครับ”
มิ้นเขินใหญ่ กอล์ฟพูดเองก็เขิน
“ผมคิดเองว่า คุณมิ้นอาจไม่สบายใจ ที่สาวๆ เข้ามา...เอ่อ...”
“อ่อย คุณกอล์ฟน่ะเหรอคะ ก็...ไม่ชอบ จริงๆ ไม่พอใจเลยค่ะ”
“แบบนี้ ทุกคนจะได้รู้ว่า สำหรับผม... คุณมิ้นเท่านั้น ที่เป็นคนพิเศษของผม”
มิ้นยิ่งเขิน
“แต่ถ้าคุณมิ้นยอมรับผมเป็น” กอล์ฟเขินแล้วเขินอีก “แฟน ผมก็จะขอแก้แคปชั่นครับ”
กอล์ฟมองมิ้นอย่างจริงใจ ทำเอามิ้นอึ้ง นิ่งงันไป
มิ้นเขินอยู่อย่างนั้น “ก็...อยากจะแก้ก็แก้สิคะ”
กอล์ฟยิ้มดีใจ “ขอบคุณมากครับคุณ...คุณแฟน”
“นี่ตกลงเราเป็น...” มิ้นคาดไม่ถึง ทั้งเขินทั้งอาย
“ครับ เราเป็นแฟนกันนะครับคุณมิ้น”
“จัดไปค่ะ ใครสอนให้ทำแบบนี้คะ คุณเคนเหรอคะ”
“คุณเอมครับ”
มิ้นร้อง “หา” ไม่อยากจะเชื่อ

เอมเห็นไอจีของกอล์ฟ ลงรูปคู่ของกอล์ฟกับมิ้น แต่แคปชั่น เปลี่ยนเป็น “แฟนผมครับ” ก็ยิ้มดีใจ
ส่วนกอล์ฟอธิบายกับมิ้นว่า
“คุณเอมบอกว่า คุณมิ้นต้องการความชัดเจน ผมจะชัดเจนกับคุณมิ้นคนเดียวนะครับ”
“นี่คือ... บอกรัก..เหรอคะ แปลกจัง”
“ยังครับ อันนี้ครับ บอกรัก ขออนุญาตนะครับ”
มิ้นงงว่ากอล์ฟจะทำอะไร
กอล์ฟดึงตัวมิ้นเข้ามาหาแล้วก็จูบอย่างนุ่มนวล มิ้นอึ้ง แต่ไม่ขัดขืน สักครู่หนึ่งกอล์ฟค่อยๆ ปล่อยมิ้นออกอย่างสุภาพ
“ผมรักคุณมิ้นครับ...”
“บอกเฉยๆ ก็ได้นี่คะ” มิ้นพูดเหมือนต่อว่า แต่สีหน้านาง แฮปปี้มาก
“ถ้าจูบแล้วบอกรัก คุณมิ้นจะได้เชื่อมั่นครับว่า ผมรักคุณมิ้น”
มิ้นจะถามว่าใครบอก แต่กอล์ฟชิงตอบก่อน
“อันนี้ผมคิดเองครับ ได้ผลมั้ยครับ”
“ยังจะมาถามอีก เขินจะแย่แล้วเนี่ย”
มิ้นเขินจนทำตัวไม่ถูก มิ้นกับกอล์ฟต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
ในขณะที่ความรักของกอล์ฟกับมิ้นแนบแน่นมากขึ้น แต่แผนการของเคนกำลังจะทำลายความรักของเขากับเอม

เอมกลับมาถึงบ้าน เห็นเนื้ออ่อนกับสมบูรณ์หาเอกสารอยู่
“กลับมาแล้วเหรอลูก กลับดึกเชียวนะ”
“พอดีมีปฏิบัติการพิเศษนิดหน่อยค่ะ คุณแม่หาอะไรคะ”
“โฉนดที่ดิน แม่ซื้อเก็บไว้นานแล้ว วันนี้มีคนถามซื้อให้ราคาดีเลยนะ”
“เจอแล้ว” สมบูรณ์ร้องขึ้น
“ไหนเจอแล้วเหรอ”
“สัญญาหักเงินเดือนที่สมบูรณ์ทำชุดเครื่องแก้วแตก คุณผู้หญิงหักเงินครบแล้ว ไม่ยอมให้เอกสารกับสมบูรณ์”
เนื้ออ่อนหมั่นไส้ “นี่แกกลัวฉันโกงแกเหรอ”
“ว่าไม่ได้นะคะคุณผู้หญิง สมัยนี้ขนาดผัวเมียยังไว้ใจกันไม่ได้เลยค่ะเก็บก่อนคะ เพื่อความปลอดภัย”
สมบูรณ์เอาเอกสารยัดใส่หน้าอกไว้เหมือนคนแก่เก็บเงินใส่ยกทรง เอมส่ายหัวหน่ายๆ
“คุณพ่อล่ะคะ ไปเฝ้าไข้ท่านพระครูเหรอคะ”
เนื้ออ่อน บอก “จ้า”

ทางฝั่งรอนอยู่กับม่อนที่ห้องพัก ตกใจหน้าเสียไม่น้อยเมื่อฟังจบ
“นี่ม่อนเห็นคลิปวันหมั้นของลูกสาวพี่รอนแล้วเหรอ”
“ค่ะ เห็นเมียพี่ด้วย”
“แล้วเป็นไง”
“นึกว่าแม่ ทำไมพี่รอนมีเมียแก่ขนาดนั้นคะ พี่รอนยังดูหนุ่มอยู่เลย” ม่อนประจบเอาใจ
“ใครๆ ก็บอกแบบนั้น แล้วน้องม่อน...”
“เสียใจมั้ยเหรอคะ ม่อนมีสิทธิ์เสียใจเหรอคะ” ม่อนตีหน้าเศร้า แอ็คติ้งเลิศ ดูน่าสงสารเหลือเกิน “มาทีหลัง แล้วก็เดินเข้ามาในชีวิตพี่รอน ทั้งที่ม่อนรู้ดีว่าจะเป็นยังไงม่อนก็ต้องรับเงื่อนไขนี้ให้ได้”
“โธ่น้องม่อนอ่ะ ไม่เอาไม่เศร้านะคะ”
รอนจะกอดม่อน แต่ไลน์ม่อนดังขัดจังหวะเลยอด ม่อนอ่านไลน์อย่างอารมณ์เสีย
“ใครอ่ะ”
“เสี่ยร้านทอง เสนอจะซื้อคอนโดให้ม่อน เห็นว่าม่อนจะไม่มีที่อยู่”
“แล้วม่อนเอามั้ย”
ม่อนทำเป็นโกรธ “พี่รอนอย่ามาดูถูกม่อนแบบนี้นะคะ ไม่มีที่อยู่ก็นอนข้างถนน ม่อนไม่มีทางยอมไอ้เสี่ยหื่นนั่นหรอกค่ะ แก่คราวพ่อยังอยากจะได้ม่อนอีก”
รอนสะเทือนใจนิดๆ กับคำว่าแก่คราวพ่อ
“ดีแล้ว เพราะอีกไม่นาน พี่รอนจะจัดการทุกอย่างให้ม่อนเองนะไม่ต้องกลัว เชื่อพี่รอนนะ”
รอนดึงม่อนมากอดด้วยความหลงใหล มองซองโฉนดที่ดินด้วยสีหน้ามาดหมาย

เอมอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำมานั่งหวีผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง มองแหวนหมั้นที่ถอดวางไว้ก่อนอาบน้ำ หยิบแหวนขึ้นมาดู แล้วก็สวมกลับเข้าไปในมือ
“ใส่อีกไม่นานแล้วละ”
เสียงมือถือเอมดัง

เอมพาตัวเองนั่งอยู่ต่อหน้าเจตน์ที่ล็อบบี้โรงแรมแห่งนี้ ในตอนเช้าวันต่อมา
“เรื่องงานออกแบบเครื่องแบบพนักงานที่สปาของผม ถ้าผมอยากจะให้คุณเอมช่วยทำให้สำเร็จ จะได้มั้ยครับ”
เอมคิดหนัก
“ผมรู้ครับว่า คุณเคนคงไม่ชอบใจ แต่คนอื่นผมก็ไม่เชื่อฝีมือ อีกอย่าง...” เจตน์ค้างคำพูดทำเป็นดึงดราม่า “ตอนนี้ผมยอมรับความจริงได้แล้ว ว่าผมไม่ใช่คู่แข่งของคุณเคน และผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับคุณเอมแล้ว”
เอมถามหยั่งเชิง “คุณเจตน์เจอคนที่ถูกใจแล้วเหรอคะ”
“ก็ทำนองนั้นครับ”
เจตน์นึกถึงพราวด้วยจิตใจหวั่นไหว แต่พยายามปฏิเสธใจ คิดว่าตัวเองชอบเอมอยู่ จึงทำตามแผนทุกอย่างเพื่อให้ได้เอม
“ผู้หญิงอย่างนังเอม ถ้ามันตกเป็นของคุณ มันต้องรู้สึกผิด ถอนหมั้นกับเคน แล้วคุณก็ไปแสดงความรับผิดชอบขอมันแต่งงาน โอเคมะ”
“คุณพราว...แล้วคุณล่ะ ไม่อยากให้ผมแสดงความรับผิดชอบบ้างเหรอ”
“งั้น ถ้าเป็นเรื่องงาน เอมก็ยินดีค่ะ”
คำตอบรับของเอมดึงเจตน์ออกจากภวังค์ “ขอบคุณมากครับคุณเอม”
พนักงานยกเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟให้
“ดื่มน้ำก่อนนะครับคุณเอม”
“ขอบคุณค่ะ”
เอมรับน้ำมาดื่มโดยไม่ได้คิดสงสัยอะไร
มีตำรวจนอกเครื่องแบบลูกน้องกอล์ฟนั่งดูเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่งตั้งแต่ต้น มองเอมกับเจตน์ จำได้ว่าเป็นใคร

เอมยังคุยงานต่อ เปิดไอแพดให้เจตน์ดูตัวอย่างงานออกแบบที่สเก็ตช์ไว้คร่าวๆ
“พวกนี้เป็นงานที่เอมเคยสเก็ตซ์เอาไว้ คุณเจตน์ลองดูก่อนเผื่อจะถูกใจ”
เอมเริ่มรู้สึกร่างกายมันแปลกๆ
“แต่ถ้าไม่ชอบ เอมจะออกแบบให้ใหม่นะคะ”
เอมเริ่มออกอาการวิงเวียน จนเจตน์เห็น
“คุณเอมเป็นอะไรรึเปล่าครับ”
“รู้สึกมึนๆ หัวค่ะ”
เอมมองหน้าเจตน์เริ่มเห็นเบลอๆ
“ผมว่าคุณเอมขึ้นไปพักก่อนดีมั้ยครับ ผมเปิดห้องพักไว้ห้องนึง”
เอมรู้สึกแปลกๆ จึงปฏิเสธไป
“ไม่ดีกว่าคะ เดี๋ยวเอมขอกลับไปพักก่อน แล้วจะส่งงานมาให้ดูนะคะ”
เอมจะลุกแล้วเกิดวูบซวนเซ เจตน์รับตัวไว้ แล้วประคองเอมพาเดินไปทางลิฟต์
ลูกน้องกอล์ฟมองตามสองคนไปด้วยสีหน้าสงสัย

เคนนั่งคุยงานกับแดนและป้องอยู่ที่ออฟฟิศใหญ่บริษัทคุณรงค์
“เรื่องงานสื่อต่างๆ ของโครงการสินค้าราคาถูกเพื่อผู้บริโภค พวกมึงจัดไปเลยนะ กูจะไม่ยุ่ง”
“มึงกลัวคุณพราวเลื้อยอ่ะดิ” แดนรู้ทัน
“ไหนบอกเขาไม่สนใจพี่แล้วไง” ป้องท้วง
“ก็กันไว้ก่อนดิมึง”
“อยู่ยากนะชีวิตพี่เนี่ย”
มือถือเคนดัง เป็นกอล์ฟโทร.มา เขารับสายแล้วนิ่งฟัง
“ว่าไงไอ้กอล์ฟ”
เคนฟังกอล์ฟ ด้วยสีหน้าตกใจร้อนใจถึงขีดสุด

เคน แดน และป้อง รีบรุดเข้ามาในโรงแรม ลูกน้องกอล์ฟเห็นตรงเข้ามาหา แดน ป้องแยกไปทางหนึ่ง
“คุณเอมถูกพาขึ้นไปชั้นบนแล้วครับ แต่ผมเปิดเผยตัวไม่ได้ เพราะมาดักจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
“หมวดกำลังตามมานะครับ”
แดน ป้องกลับเข้ามาพร้อมกับพนักงานของโรงแรม
“เพื่อนกูทำงานที่นี่ เดี๋ยวจะให้ลูกน้องพาขึ้นไปที่ห้องที่ไอ้เจตน์มันพาคุณเอมไป”
แดนกับพนักงานรีบนำเคนไป

พนักงานพาเคน แดน ป้อง เดินมาตามโถงทางเดินหน้าห้องพัก
ด้านในห้องพัก เอมนอนนิ่งอยู่บนเตียง เจตน์มองด้วยสายตาหื่นกระหาย เหมือนจะจัดการกับเอม แต่มือถือดันดังขึ้น เจตน์ตกใจหมดฟอร์มเข้มเมื่อครู่ รับสายจากพราวที่โทรมา
“โทร.มาทำไมเนี่ยคุณ ตกใจหมด”
“นังเอมมันปล้ำคุณรึยัง”
“ยัง คุณเอมหลับ”
“หลับได้ไง”
“ผมใส่ยานอนหลับไปนิดนึง กลัวยาปลุกเซ็กซ์ออกฤทธิ์คุณเอมจะเสียบุคลิกเหมือนคุณ ผมไม่อยากให้คุณเอมเสียภาพ...”
พราวโมโห “โอย ไอ้โง่ นี่แกรอมันตื่น ให้ยาออกฤทธิ์แล้วค่อยลงมือเหรอ”
“ใช่”
พราวอยากจะบ้าตาย “โอย ไอ้โง่เป็นครั้งที่สอง แกก็ปล้ำมันเลยสิ ตอนที่มันหมดสติเนี่ย มันจะได้ขัดขืนไม่ได้ ฉันสั่งให้คนคอยถ่ายรูปตอนแกกับนังเอมออกจากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ให้ไวเลย”
พราววางสายไปอย่างหงุดหงิดสุดขีดที่เจตน์ไม่ได้ดั่งใจเอาเลย เจตน์มองเอมอย่างลังเล

เจตน์ขึ้นคร่อมร่างเอมที่ยังคงนอนไม่ได้สติ จะโน้มหน้าลงจัดการ แต่แล้วก็ชะงัก ยกมือไหว้เชิงขออนุญาตเอมก่อน พอจะก้มลงอีก แต่ดันลังเลไม่แน่ใจว่าจะทำดีมั้ย เลยยกมือไหว้เอมอีก
“คุณจะเกลียดผมมั้ยเนี่ยคุณเอม” เจตน์มองจ้องหน้าเอมรวบรวมกำลังใจ “เอาวะ”
เจตน์ถอดเสื้อผ้าตัวเองออก ตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อเอมออก แต่มีเสียงประตูห้องเปิดผลัวะเข้ามา เคนพรวดพราดเข้ามาในห้องเป็นคนแรก
“ไอ้เจ๊กตื่นไฟ มึง”
เคนกระโจนขึ้นเตียงกระชากเจตน์ที่เวลานี้เหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวมาต่อยไม่ยั้ง
“ไอ้เคนใจเย็นก่อนมึง”
แดนกับป้องช่วยกันห้าม แต่ยิ่งห้ามเคนก็ยิ่งต่อยเจตน์ กอล์ฟซึ่งตามเข้ามาทีหลัง รีบเข้าไปล็อคตัวเคนออกมา
“ไอ้เคน ใจเย็น”
เคนยอมปล่อย ทิ้งเจตน์ลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น
“เอาตัวมันไปโรงพักดีกว่ามึง เชื่อกู”
เคนมีท่าทีเย็นลง กอล์ฟจึงปล่อยเคน แล้วเข้าไปลากเจตน์ออกไปจากห้อง
แดน ป้อง เห็นว่าเอมอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย เลยออกไปจากห้องให้เคนเป็นคนจัดการ
เคนรีบเข้าไปหาเอม
“คุณเอม คุณเอม”
เอมค่อยๆ ลืมตามอง
“คุณเคน”
เอมยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ เคนประหลาดใจ
“คุณเอม เป็นไงบ้าง”
“มัน วูบวาบอะคุณ”
“ไอ้เจตน์มันวางยาคุณ” เคนนึกได้
“เหรอ”
เอมมองหน้าเคน ตาเยิ้ม
“วันนี้คุณ...หล่อจัง”
เอมโน้มตัวเข้าหา เคนร้องเสียงหลง

“คุณเอ๊มมมม”

อ่านต่อตอนที่20

#พ่อปลาไหล #thaich8 #โชคดีมีสุข #ฟิล์มยีน #ยีนฟิล์ม #ทีมพ่อปลาไหล #ทีมเอม #lakornonlinefan #ละครออนไลน์ #ลมหายใจคือละคร


กำลังโหลดความคิดเห็น...