xs
xsm
sm
md
lg

หัวใจและไกปืน ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หัวใจและไกปืน ตอนที่ 3

แสงไฟไซเรนจากรถปอเต็กตึ๊งสว่างวาบๆ บริเวณราวป่า
ชาวบ้านยืนมุงพูดคุยกัน ขณะที่สารวัตรเชลียงกับจ่าสมานยืนดูการขุดเปิดหลุมให้กว้างขึ้นโดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นศพที่ถูกห่อด้วยผ้าเหลืองเก่าคร่ำคร่าขาดวิ่นไม่ต่ำกว่าสิบปี เปื่อยยุ่ย ถูกดึงขึ้นมาในแนวตั้ง
“ชาวบ้านเขามาไถดินเตรียมลงอ้อย แล้วก็มาเจอเข้าน่ะครับ” จ่าสมานรายงาน
สารวัตรเชลียงพยักหน้ารับฟัง “ฝังแนวตั้ง มืออาชีพแน่ๆ”
เจ้าหน้าที่เอาศพออกมาวางพาดปากหลุม มือแห้งกรังเป็นเนื้อแห้งติดกระดูกทะลุผ้าขาดเปื่อยออกมา สารวัตรเดินเข้าไปดู
“น่าจะไม่ต่ำกว่าแปดปีนะ ผมว่า” จ่าสมานสันนิษฐาน
สารวัตรเชลียงจับกระดูกท่อนแขนขึ้นมาพิจารณา
“ไม่น่าจะเหลืออะไรให้ตาม” จ่าสมานออกความเห็น
“ใครว่า”
สารวัตรเชลียงมองที่มือศพ มีอยู่แค่สี่นิ้ว กระดูกนิ้วโป้งหายไป

ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง สองสามีภรรยาลนลานถอยหลังเข้าบ้านมา ยกมือไหว้ร้องขอชีวิตจากเล็กขาว
“พี่ผิดไปแล้ว เล็ก เล็กช่วยพูดกับเฮียตงให้หน่อยสิ”
เล็กขาวเดินถือปืนตามเข้ามา
“ได้ แต่พี่คงไม่ได้ยินแล้วอ่ะดิ”
“เล็ก ตำรวจมันตามอยู่ เราก็ต้องทิ้งยาเอาตัวรอด เฮียคงเข้าใจ” ภรรยาช่วยพูดอีกแรง
เล็กขาวพยักหน้า “เตี่ยเขารู้ แต่มันคนละเรื่องกับที่พวกพี่ไม่รอบคอบนี่”
“นี่ถ้าเป็นพี่เชนทร์ยังอยู่”
เล็กขาวหันปืนที่ส่องสามีอยู่ยิงภรรยาตายข้างๆ สามีทันทีสามนัด สามีผงะ ชะงัก
“ไอ้เล็ก” สามีกลัว ยกมือไหว้
“ทำไม ถ้าเป็นพี่เชนทร์อยู่แล้วไง”
“เปล่า เปล่า พี่ไหว้ล่ะ”
“พูด ถ้าเป็นพี่เชนทร์อยู่แล้วไง”
สามีกลัว ตัวสั่น “พี่เชนทร์มันโคตรกระจอก”
สามีพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกเล็กขาวยิงตายตามภรรยาไปอีกคน เล็กขาวถอนใจ หงุดหงิด
“ศาสดากู กูด่าได้คนเดียว”
เล็กขาวถุยน้ำลายรดศพ แล้วหยิบมือของศพที่เพิ่งยิงทิ้งไป ออกแรงหั่นนิ้วโป้ง
“พี่เชนทร์ พี่หยุดแล้ว แต่ผมยังไม่หยุดนะพี่”
เล็กขาวกัดฟันมันเขี้ยว

กลางคืน บุรุษพยาบาลเข็นเตียงนอนที่บดินทร์นอนสั่นอยู่ ราเชนทร์เดินจ้ำๆ ตามมาอย่างเป็นห่วงลูก
“ไอ้หนู ไอ้หนู เป็นอะไรลูก ไอ้หนู ได้ยินพ่อมั้ย”
“ญาติผู้ป่วยรอด้านนอกนะคะ ติดต่อฝ่ายทะเบียนได้เลยค่ะ”
บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้เข้าไปด้านใน ประตูปิดลง ราเชนทร์เดินวนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่
ชะเง้อมองดูลูกผ่านประตูกระจก
“พ่อรออยู่ที่นี่นะลูก”
ราเชนทร์นั่งคอตกอยู่ตรงเก้าอี้ริมทางเดินภายในโรงพยาบาล จันทร์แจ่มเดินเข้ามา
“ไอ้หนูล่ะ พี่เชนทร์”
ราเชนทร์มองไปทางห้องฉุกเฉิน
“ยังไม่ออกมาเลย ขอบใจนะอุตส่าห์มา”
“อยู่ๆ ก็ชักอย่างนี้เหรอ”
ราเชนทร์ถอนใจ “นั่นสิ พี่เองก็มึนไปหมด”
พยาบาลเพิ่งเดินเข้ามา
“คุณ”
“ลูกผมเป็นไงมั่ง”
“ยังไม่ได้สตินะคะ แต่ว่าไม่มีอาการชักแล้ว คงต้องให้เด็กอยู่ในความดูแลของแพทย์”
ราเชนทร์พยักหน้า ถอนหายใจ โล่งอก
“ค่ะๆ แล้วต้องทำไงมั่งคะ” จันทร์แจ่มช่วยถาม
“ใครเป็นเจ้าของไข้คะ”
ราเชนทร์ยกมือ
“ติดบัตรประชาชนมารึเปล่าคะ”
ราเชนทร์อึกอัก “คือมันกะทันหันมาก”
จันทร์แจ่มหยิบบัตรประชาชนตัวเองส่งให้
“หนูเองก็ได้ค่ะ”
“คุณเป็นอะไรกับผู้ป่วย”
“แม่ค่ะ หนูมีลูกเร็ว”

ราเชนทร์ชำเลืองมองจันทร์แจ่มขอบคุณ หญิงสาวพยักหน้าให้

สารวัตรเชลียงนั่งดูคอมพิวเตอร์อ่านข่าว
เขาสะดุดตากับโพสต์ข่าวยิงทิ้งสองผัวเมีย โดนสับนิ้วโป้งหายไร้ร่องรอย เขาตั้งใจอ่านรายละเอียด จ่าสมานเดินเข้ามา
“ขออนุญาตครับผม”
“แป๊บนะ จ่า”
สารวัตรเชลียงตั้งใจอ่านข่าว จ่าสมานยืนถือแฟ้ม ท่าทางเร่งเร้า
“จ่าเห็นข่าวยิงทิ้งตัดนิ้วโป้งแล้วยัง”
จ่าสมานพยักหน้า “ไม่ได้อยู่ในท้องที่เรา”
“จ่าว่ามันเกี่ยวเนื่องกันมั้ย”
“ต่อให้ผมบอกว่าไม่ สารวัตรก็จะลงพื้นที่อยู่ดี”
“ถูก มีอะไร”
“พบอยู่ในเสื้อศพห่อจีวรเมื่อคืนนี้”
จ่าสมานยื่นแฟ้มให้ สารวัตรเชลียงเปิดแฟ้ม มีภาพศพ รายละเอียดที่ขุดเจอ แล้วก็มีกระดาษกรอบเหลืองอยู่ในถุงพลาสติกเหน็บรวมอยู่กับภาพถ่ายศพ สารวัตรเชลียงพลิกดูผ่านพลาสติก เป็นใบเสี่ยงเซียมซี
“แจ๊คเก็ตศพกันน้ำ เลยยังเป็นแผ่นอยู่”
“ใครมันใส่ทิ้งเอาไว้ทำไม”
“ไม่รู้อ่ะ แต่มันบอกอยู่ว่าศาลเจ้าไหน”
สารวัตรเชลียงกับจ่าสมานรีบไปที่ศาลเจ้าแห่งนั้น ขณะนั้น หมวยนั่งไหว้เทพเจ้าอยู่ สารวัตรเชลียงเดินเข้ามาบริเวณศาลเจ้าหันไปสั่งจ่าสมาน
“จ่าดูอยู่รอบๆ เผื่อพบเห็นอะไร”
สารวัตรเชลียงเดินไปด้านใน หมวยกำลังแปะกระดาษบริจาคซื้อโลงศพกับผนังโลงที่วางเรียงอยู่หลายใบ สารวัตรชะงักเมื่อเห็นหมวย เขาหลบวูบ แอบดูอาการ หมวยเผากระดาษตามพิธีกรรม สารวัตรเชลียงแอบมองอยู่ ก่อนเดินเข้าไปหา
“ทำบุญโลงศพหลายใบจังนะครับ”
หมวยชะงัก แววตาก้าวร้าวสร้างเกราะกำบัง
“เอามั้ยคะ จะทำเผื่อ”
“ทำบุญ จิตใจควรจะสบาย”
“ดิฉันตกเป็นผู้ต้องสงสัยอะไรรึเปล่า นึกว่าจบเรื่องไปแต่เมื่อวานแล้ว”
“ไม่ ไม่ ครับ”
“ไม่เป็นผู้ต้องหา หรือว่าไม่จบ”
“จบแล้วครับ”
เฮียตงเดินเข้ามาในศาลเจ้า พร้อมลูกน้อง
“ทำไมช้าจัง หมวย”
เฮียตงชะงัก เมื่อเห็นสารวัตรเชลียงในชุดนอกเครื่องแบบ สารวัตรเชลียงอึ้ง คุ้นๆ
“เฮียตง”
“เรารู้จักกันด้วย”
สารวัตรเชลียงมองหมวยสลับกับมองเฮียตง
“เตี่ยคุณที่ถูกคนสวมหมวกไอ้โม่งลากออกไป”
เฮียตงระวังตัว เครียด ลูกน้องต่างจับเอวตัวเองพร้อมมีเรื่อง จ่าสมานเดินขึ้นมาเหงื่อท่วม
“ด้านหลังไม่มีอะไรน่าสง..”
จ่าสมานพูดไม่จบ เพราะรู้สึกว่า ทุกคนเครียดกันอยู่
“ผมมารับลูกสาวกลับบ้าน” เฮียตงบอก
สารวัตรเชลียงมอง ลำดับความสัมพันธ์
”เชิญครับ”
สารวัตรเชลียงส่ายหน้ากับจ่าสมาน ไม่ให้ชักปืน
“ขอตัวก่อนนะคะ”
“อ้อ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“คะ”
“ที่ผมบอกว่าจบน่ะ ไม่จบครับ”
หมวยนิ่งฟัง เเล้วเดินจากไป เฮียตงมองตำรวจทั้งสองหัวจรดเท้า
“วันหลังเชิญไปกินหูฉลามที่บ้านได้นะ”
“ผมไปแน่”
“รู้ใช่มั้ยบ้านผมอยู่ไหน”
สารวัตรเชลียงส่ายหน้า “แต่ผมรู้ว่า ซุ้มเฮียอยู่ไหน”
ลูกน้องจะเอาเรื่อง พรึ่บพรั่บขยับตัว จ่าสมานพร้อม กลืนน้ำลายเครียด เฮียตงยกมือยิ้ม พยักหน้า
แล้วเดินจากไป จ่าสมานถอนหายใจโล่งอก สารวัตรเชลียงใช้ความคิด
“ปะติดปะต่อกันได้อยู่นะ ทำเป็นเล่นไป” สารวัตรเชลียงเครียด
ขณะนั้น หมวยยืนอยู่นอกศาลเจ้า เห็นสารวัตรเชลียงมองออกมาจากด้านใน เธอทำเหมือนไม่ใส่ใจ เปิดประตูเดินเข้าไปรอในรถ
เฮียตงเดินตามมาอย่างไม่สบอารมณ์

จันทร์แจ่มวิ่งฝ่าฝนเข้ามาภายในบ้านเช่าของราเชนทร์ เนื้อตัวเปียกปอน ราเชนทร์กำลังใส่เสื้อแต่งตัวอยู่อย่างลวกๆ

“จะถึงอยู่แล้วเชียว ดันตกมากลางทางซะได้”
“กำลังจะไปโรงพยาบาลพอดี”
“รู้แล้ว ไป”
“ไปอะไรล่ะ เปียกขนาดนี้ ไปเปลี่ยนชุดก่อนไป”
“เปลี่ยนอะไรล่ะ”
“เดี๋ยวไม่สบาย” ราเชนทร์ดุแบบห่วงๆ
จันทร์แจ่มมองดูเสื้อตัวเองที่เปียกน้ำ ดูโป๊อยู่เหมือนกัน ราเชนทร์เผลอมอง
“แน่ะ มองอะไร ทะลึ่ง”
ราเชนทร์รีบเก็บอาการ ก่อนจะไปหยิบเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้
“นี่มัน”
“ชุดของแม่ไอ้หนู ใส่ไปเหอะ ดีกว่าป่วย”
“ผีจะหลอกมั้ย”
“บ้า”
จันทร์แจ่มมอง ราเชนทร์อ้ำอึ้ง
“ขอบคุณนะ ที่รับเป็นแม่ไอ้หนู”
“พี่ก็น่าจะไปทำบัตรประชาชนทิ้งไว้มั่งนะ ปล่อยให้หายอยู่ได้ยังไง เผื่อติดต่อราชการจะทำไง”
“ขอบคุณจริงๆ นะ”
“รู้แล้ว ไป ออกไป ผู้หญิงจะเปลี่ยนเสื้อ”
ราเชนทร์เดินออกจากห้องไป จันทร์แจ่มยิ้มเขินๆ
เวลาต่อมา ฝนหยุดตก ราเชนทร์เช็ดน้ำออกจากเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันเก่า เขาพยายามสตาร์ทเครื่องอยู่ 3-4 ที แต่ก็ไม่ติด จันทร์แจ่มเดินมา
“พร้อม”
ราเชนทร์หันไปมอง แล้วก็อึ้ง น้ำตารื้น เมื่อเห็นจันทร์แจ่มใส่ชุดภรรยาของ
“ไป”
“พี่ เป็นอะไร”
“เปล่า”
“เพราะฉันเอาชุดมาใส่ใช่มั้ย”
ราเชนทร์นิ่งไป จันทร์แจ่มถอนใจ เศร้าสร้อย
“ทำไม แจ๋มเพิ่งมาใส่เอาป่านนี้”
จันทร์แจ่มมองราเชนทร์ เขาก้มหน้าสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ แล้วขึ้นนั่ง จันทร์แจ่มปลื้มขึ้นไปนั่งคร่อม กอดเอวเขาเอาไว้

หมวยนั่งตะไบเล็บไขว่ห้าง ไม่สนใจเฮียตง ที่เดินผ่านหน้าเธอไป
“ไปรู้จักตำรวจนั่นได้ไง”
“ก็ตำรวจที่มาในที่เกิดเหตุวันนั้นไง”
“มาตามอะไรแถวนี้”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“ชอบมัน”
หมวยส่ายหน้า เบ้ปาก “พร้อมเกินไป”
“ยังชอบของมีตำหนิอยู่”
หมวยนิ่ง เล็กขาวเดินเข้ามามองหมวยแล้วพูดล้อเล่น
“ผมก็ตำหนิบานเลยนะ”
หมวยเมินไปทางอื่น เฮียตงดุ
“ทะลึ่งแล้ว ขอโทษเจ้เขาซะ”
เล็กขาวเกรงใจเฮียตง “ขอโทษครับ”
“ไหว้ด้วย” หมวยเปรย
เฮียตงส่ายหน้ากับหมวย หมวยยิ้มพูดกับเล็กขาว
“ชอบของมีตำหนิ แต่ไม่ชอบของก็อป”
“ผมก็อปใคร ผมก็อปใคร”
หมวยยิ้ม ดึงปืนจากเอวเล็กขาวออกมา พิจารณาบริเวณไกปืน
“ก็อปเกรดต่ำ”
เล็กขาวดึงปืนกลับมา หมวยมองเฮียตง
“ของจริงต้องไกทองใช่มั้ยเตี่ย”
เฮียตงถอนใจส่ายหน้าไม่อยากยุ่ง หมวยมองหยามเล็กขาว แล้วเดินออกไป เล็กขาวมองดูไกปืนตัวเอง แล้วก็มองเฮียตง เฮียตงช่วยปลอบ

“คิดมากน่า รายงานมา เรียบร้อยมั้ย”

รถตำรวจแล่นเข้ามาจอดภายในปั๊มน้ำมัน จ่าสมานเป็นคนขับ

“เต็มถังน้อง ใบเสร็จด้วย”
สารวัตรเชลียงนั่งมองภาพสเก็ตของราเชนทร์ ในวันที่ปลอมตัวไปยิงจนแจ่มจันทร์หูดับ
“ราเชนทร์ ไกทอง”
จ่าสมานชำเลืองมองรูป “ยังไม่ปล่อยวางอีก”
“สายโจรด้วยกันบอกว่า ไกทองของปืนมัน ได้มาจากเฮียตง”
จ่าสมานพยักหน้าเบื่อๆ “ลำดับชั้น เฮียตงนี่ก็เจ้ายศเจ้าอย่างนะ ใครใกล้ชิดติดตัว ก็เลี่ยมไกทองให้”
“แต่มันก็ได้ผลนะ กระตุ้นให้ลูกน้องมีความภักดี จะได้เลื่อนขั้น”
“ไอ้ที่เราไปเจอเฮียตงวันนี้ สารวัตรว่ามันเกี่ยวพันกันเหรอ”
“ไม่ทางใดก็ทางนึง”
“แต่ ไอ้เชนทร์ หายเงียบไปเลยนะ อะไรจะมาโผล่เอาตอนนี้”
“นั่นดิ อะไรจะทำให้มันโผล่มา” สารวัตรเชลียงส่ายหน้าไม่มีหวัง

บริเวณห้องคนไข้รวมของโรงพยาบาล บดินทร์นอนให้น้ำเกลืออยู่ ราเชนทร์มองลูก ขอบตารื้น ลูบเนื้อตัวลูกเบาๆ จันทร์แจ่มยืนคุยอยู่กับหมอเสร็จก็เดินเข้ามาในห้อง ราเชนทร์พูดอย่างท้อใจ
“ไม่มีทางอื่นเลยเหรอ”
จันทร์แจ่มส่ายหน้า “ยังไงก็ต้องล้างไต เป็นประจำ”
ราเชนทร์อ่อนใจ สงสารลูก “แกยังเด็กอยู่เลย”
“ก็อย่างที่พี่ได้ยินมา นี่สถานเบาเเล้วนะ”
ราเชนทร์กลืนน้ำลาย พยักหน้ายอมรับความจริง
“พี่เป็นกังวลเรื่องเงินใช่มั้ย”
“พี่พอหาได้”
“ก็หลักแสนอยู่นะ”
“พี่บอกว่า หาได้”
ราเชนทร์เผลอเสียงดัง จนจันทร์แจ่มตกใจ
“ทำไมต้องโกรธด้วย”
“พี่ขอโทษ พี่ห่วงไอ้หนู”
จันทร์แจ่มมองหน้า เป็นห่วงทั้งพ่อทั้งลูก

สารวัตรเชลียงเดินเข้ามาบริเวณศาลาสาธารณะชุมชนแออัด ซึ่งวันนี้เงียบกริบ ไม่มีเด็กวิ่งเล่นเลย สารวัตรหนุ่มมองซ้ายมองขวา
“โทษครับ ยาย”
“จ้ะ คุณตำรวจ”
“วันนี้เขาไม่มีสอนเหรอ”
“เห็นว่าปิดนะ วันนี้นังเเจ๋มมันไม่ว่าง”
“แจ๋มเขาไปไหนล่ะครับ”
“โรงบาล เอ โรงบาลอะไรนะ เฮ้ย นังแจ๋มมันบอกว่า มันไปโรงบาลอะไรที่ไหนนะ” ยายตะโกนถามเพื่อนบ้าน
“เดี๋ยวๆ ข้าจดไว้ จำไม่ได้ว่ะ เดี๋ยวดูให้”
สารวัตรเชลียงมองซ้ายทีขวาที ตามที่ชาวบ้านตะโกนคุยกัน พลางพึมพำ

“ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล”

ราเชนทร์ยืนล้างมืออยู่ในห้องน้ำของโรงพยาบาล
เขามองตัวเองอย่างเคร่งเครียดหน้ากระจก ชูมือขวาตัวเองขึ้นมา กระดิกนิ้วเบาๆ จันทร์แจ่มเดินอยู่เอามือตบหูตัวเองข้างที่ดับ เธอเซยืนเกาะขอบเตียง ราเชนทร์หันมองตกใจ
“แจ๋ม เป็นไร”
“เปล่าๆ พี่ หูมันกระตุกเฉยๆ”
ราเชนทร์ไม่เข้าใจ
“งงใช่มั้ย มันเป็นอย่างนี้แหละ คงหลอนมั้ง”
“อาการมันเป็นไง”
จันทร์แจ่มยิ้มเศร้าๆ “เหมือนพี่นอนๆ อยู่ แล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงมั้ย แบบขากระตุกเลยอ่ะ แจ๋มก็เป็นแบบนั้นแหละ แต่มันเกิดที่หู”
ราเชนทร์รู้สึกผิด “เสียใจด้วยนะ”
“แจ๋มสิเสียใจ ถ้าเเจ๋มได้เป็นหมอ ป่านนี้คงได้รักษาไอ้หนูเองแล้ว”
ราเชนทร์ถอนใจหนัก
“ถ้าแจ๋มมีเงินสักก้อนนะจะเอาไปจ้างมือปืนยิงไอ้คนที่มันเป็นต้นเหตุให้แจ๋มเป็นอย่างนี้”
“แจ๋มเกลียดเขามากใช่มั้ย”
จันทร์แจ่มพยักหน้า “มัน พี่ ไม่ใช่ เขา มันเท่านั้น ใช้กับสัตว์เดรัจฉาน”
ราเชนทร์ถอนใจเศร้า บดินทร์ส่งเสียงอืออา จันทร์แจ่มวิ่งไปยืนข้างเตียงกับราเชนทร์
“หนู ไอ้หนู”
บดินทร์เบลอ เห็นจันทร์แจ่มในชุดแม่
“แม่ แม่จ๋า”
จันทร์แจ่มหันไปมองราเชนทร์ ทำตัวไม่ถูก
“พ่อ แม่กลับมาแล้วเหรอ”
ราเชนทร์อึกอัก “ยังลูก ยัง แม่เขาคงไม่กลับมาหรอก”
จันทร์แจ่มลุ้น แล้วหน้าสลดลง บดินทร์สะลึมสะลือ อิดโรย หลับลงไปอีก ราเชนทร์ดูนาฬิกาข้อมือ
“พี่กลับไปทำงานก่อนก็ได้ เดี๋ยวแจ๋มเฝ้าไอ้หนูเอง”
“ไม่เป็นไร แจ๋มก็มีธุระของเเจ๋ม แจ๋มกลับไปเหอะ”
“งานแจ๋ม แจ๋มรับผิดชอบตัวเอง แต่งานพี่ ถ้าเขาเอาพี่ออกตอนนี้จะยิ่งแย่นะ ยังไงก็ต้องใช้เงิน บอกตรงๆ อย่าโกรธนะ มองไม่เห็นฝั่งเลย”
ราเชนทร์ถอนใจ มองมือตัวเองแล้วตัดสินใจ
“งั้น พี่ฝากไอ้หนูก่อนนะ”
“หา พี่ว่าอะไรนะ”
จันทร์แจ่มหันหน้ามองราเชนทร์ตรงๆ เธอชี้หูตัวเองยิ้มกับชายหนุ่ม
“พี่บอกว่า ฝากไอ้หนูก่อนนะ พี่จะไปหายืมเงิน มาเป็นค่าฟอกไต”
“เครดิตพี่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้”
ราเชนทร์ตัดใจเดินจากลูกไปยังประตูห้อง
“พี่ไปก่อนล่ะ”
จันทร์แจ่มพยักหน้า ราเชนทร์เปิดประตูออกไป ชะงักเมื่อเห็นหมอยืนขวางอยู่
“คุณหมอ เชิญครับ”
“กำลังจะกลับเหรอครับ”
ราเชนทร์พยักหน้า “แต่มีคนเฝ้าอยู่ครับ”
“ขอบคุณครับ”
หมอเดินเข้าไปด้านใน ราเชนทร์หันมองจันทร์แจ่มกับลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะตัดใจเดินออกจากห้องพักฟื้นไป

สารวัตรเชลียงรีบมาที่โรงพยาบาล เปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไปแล้วชะงัก คนไข้นอนอยู่บนเตียง มีคนเยี่ยมนั่งอยู่ข้างเตียง มองสารวัตรเชลียงซึ่งยืนงงอยู่หน้าห้อง
“อ้อ ขอโทษครับ สงสัยชื่อซ้ำ ขออนุญาตครับ”
สารวัตรเก้ๆ กังๆ ถอยหลังออกไปที่ลิฟต์ ส่ายหน้ายิ้มกับตัวเอง ประตูลิฟท์เปิดออก ราเชนทร์อยู่ภายในลิฟท์ เขาเงยหน้ามองแล้วอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก มองปืนที่เอวสารวัตรเชลียง สารวัตรเชลียงเดินเข้าไปยืนข้างราเชนทร์ กดลิฟท์ประตูปิดลง
“อ้าว เอ่อ โทษทีนะครับ อันนี้ ขึ้นหรือลง”
ราเชนทร์ก้มหน้า “ลงครับ”
“เอ๋อจริงๆ ผม จะขึ้นไปข้างบนซะหน่อย”
ราเชนทร์พยักหน้าไม่สบตา สารวัตรเชลียงแหงนหน้ามองตัวเลข
“ค่อยขึ้นมาใหม่”
ราเชนทร์ยิ้มสุภาพ “ครับ”
สารวัตรเชลียงมองราเชนทร์ฆ่าเวลา สำรวจ
“มาเยี่ยมไข้หรือครับ”
“เอาของมาส่งครับ”
สารวัตรเชลียงพยักหน้ารับรู้ ราเชนทร์เงยหน้ามองตัวเลขว่าอยู่ชั้น 4 แล้ว
“รีบเหรอครับ” สารวัตรเชลียงชวนคุย
“อ๋อ เปล่าครับ ทำไมเหรอครับ” ราเชนทร์มองสำรวจสารวัตรเชลียง
“เหมือนคนมองดูนาฬิกาบ่อยๆ เราก็จะคาดได้ว่าเขากำลังรีบ”
ราเชนทร์พยักหน้า เงยหน้ามองตัวเลขว่าอยู่ที่ชั้น 2 เเล้ว
“เห็นนะ” สารวัตรเชลียงพูดล้อเล่นโดยไม่มองหน้าราเชนทร์
ราเชนทร์ยิ้มสุภาพ แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็กระตุกโงนเงน สองคนมองหน้ากัน เลขเหนือประตูค้างอยู่ที่เลข 2 สารวัตรเชลียงกดปุ่มย้ำๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราเชนทร์ถอนหายใจอึดอัด
“ลิฟท์ค้าง” สารวัตรเชลียงพูดกับราเชนทร์
ราเชนทร์ได้แต่พยักหน้า ตาชำเลืองมองปืนที่เอวสารวัตรตลอดเวลา

เล็กขาวปิดหน้าหนังสือพิมพ์ เงยหน้ามองเฮียตงซึ่งกำลังล้างปืนถอดเป็นชิ้นๆ อยู่
“ไอ้ตำรวจคนนี้ ผิดมากผิดน้อยมันยิงทิ้งหมดแหละ วิสามัญมาไม่รู้กี่ศพแล้ว”
“จำมันได้”
“เคยซัดกันนานมาแล้ว ตั้งแต่พี่เชนทร์ยังอยู่ ที่โรงหนัง”
“ใช่คนเดียวกันแน่เหรอ”
“ครับเตี่ย”
“มันมาตามกลิ่นอะไรแถวนี้”

“ยิงทิ้งเลยมั้ย”

เฮียตงส่ายหน้า
“มันตำรวจ สารวัตรด้วย ไว้ก่อน ไม่อยากเอิกเกริก”
“หรือว่าเตี่ยไม่เชื่อมือผม”
“เอาน่า เล็กขาว ไกทอง อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก” เฮียตงยิ้มให้ความหวัง
“เล็กขาว ไกทอง” เล็กขาวทวนคำ อมยิ้มกับตัวเอง

ราเชนทร์นั่งพิงผนัง ทรุดตัวอยู่ที่พื้น สารวัตรเชลียงกดอินเตอร์คอมในลิฟท์
“ฮัลโหล ฮัลโหล แล้วจะมีไว้ทำไม”
สารวัตรเชลียงหยิบมือถือตัวเองมาชูๆ ส่องๆ ดู
“ของน้องมีสัญญาณมั้ย”
ราเชนทร์ส่ายหน้า “ผมยังไม่ได้เติมตังค์”
“ดีจริงๆ รอ”
สารวัตรเชลียงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ราเชนทร์ ราเชนทร์นั่งก้มหน้านิ่ง
“มาส่งอะไร”
“ครับ”
“ที่บอกว่ามาส่งของ มาส่งอะไร”
“ไต”
“จริงดิ”
ราเชนทร์พยักหน้า เหม่อๆ “ไตเด็กคนหนึ่งเสียชีวิต บริจาคมาแม็ทซ์กับของเด็กที่ป่วยอยู่พอดีทำให้เด็กคนที่ป่วย ไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป หายเป็นปลิดทิ้ง”
“เรา” สารวัตรเชลียงมองดูการแต่งตัวราเชนทร์
“อ๋อ ผมแค่ขับรถครับ คนดูแลอีกคนหนึ่ง ผมคุยกับหมอไม่รู้เรื่องหรอก”
“งั้นเอง เมื่อกี๊เราเล่า เศร้ามากนะ”
“ผมอินครับ สงสารเด็ก”
“มีคนดีอย่างน้องเยอะๆ ก็ดี พี่คงไม่ต้องจับใครเข้าคุก”
“ผมจำพี่ได้ ในเน็ต พี่เป็นตำรวจที่ยิงคนร้ายตายตลอด”
ราเชนทร์พูดเหมือนจะตำหนิ จนสารวัตรเชลียงมองหน้า
“หรือน้องจะปล่อยไปให้มันยิงคนอื่น ยิงคนดีๆ คนที่เราดูแล คนที่เรารัก ทำให้คนที่เขามีอนาคต ต้องหมดอนาคต”
“ผมว่าพี่เหมือนตามล้างแค้นใครอยู่มากกว่า”
“ใช่ พี่ตามฆ่า น้องไม่เข้าใจหรอก มันยิงคนท้อง คนท้องนะ ตายคาตาพี่ แล้วอีกกี่คนที่พี่ไม่เห็น
ยังไม่รวมคนที่ต้องหมดอนาคตทางการศึกษาเพราะมันอีก”
สารวัตรเชลียงพูดเสียงดัง แล้วก็มีเสียงดังปังขึ้นมา ราเชนทร์หันมองไปทางประตูลิฟท์ พนักงานงัดประตูเปิดออก สารวัตรเชลียงต่อว่า
“กว่าจะดำเนินการกันได้”
“ขอโทษด้วยครับ ลิฟท์ตัวนี้ มันมีปัญหาอยู่บ่อยๆ”
ราเชนทร์ก้มหน้าเดินออกจากลิฟท์ไป สารวัตรเชลียงเดินตามออกมา
“น้อง”
ราเชนทร์ชะงัก
“พี่เสียงดังไปบ้าง โทษทีนะ ลืมตัว”
“ขอให้เจอตัวคนที่พี่ตามหาอยู่นะครับ”
“ขอบใจ ตายไปแล้วซะก็ไม่รู้”
ราเชนทร์ยกมือไหว้ลาเดินจากไป สารวัตรเชลียงกดลิฟท์อีกตัวเพื่อจะรอขึ้นไปด้านบน ราเชนทร์เดินจ้ำๆ เข้ามาในบริเวณลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ถอนใจทรุดลงนั่งบนเบาะมอเตอร์ไซค์ ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

เล็กขาวเดินเล่นอยู่ริมถนนเยาวราช ตอนกลางคืน เขาหยิบผลไม้กินไม่กลัวใคร กุ๊ยคนหนึ่งเดินเข้ามาประกบ
“พี่เล็ก พี่เล็ก”
เล็กขาวมองบ่าที่เบียดเขา “ทะลึ่งแล้ว”
“พาไปฝากกะเฮียตงมั่งดิ”
“กล้าจุดประทัดแล้วค่อยมาคุยกัน”
“โหยพี่ ทำไม กลัวฉันได้ไกทองก่อนพี่งั้นดิ”
เล็กขาวชะงัก บรรดากลุ่มกุ๊ยที่เดินตามมาด้วยกัน ต่างอึ้ง เมื่อเพื่อนพูดผิดหูเล็กขาว
“พี่ ฉันพูดเล่นพี่ ล้อเล่น”
เล็กขาวตบด้วยด้ามปืนจนล้มลงข้างทาง พวกกุ๊ยรุ่นเล็กไม่กล้าเข้ามาห้าม เล็กขาวฟาดจนกุ๊ยปากเสียสลบแล้วสลบอีก ด้ามปืนเลือดเยิ้ม เล็กขาวลุกขึ้นยืนหอบ แล้วดึงกุ๊ยที่สลบขึ้นมา
“อย่าให้เห็นนะ เจอตัดนิ้วโป้งแน่ๆ”
เล็กขาวมองรอบด้านตาขวาง แล้วจับนิ้วโป้งของกุ๊ยมาหัก ก่อนจะทิ้งร่างกุ๊ยลงกับฟุตบาธข้างถนน แล้วเดินระงับโทสะจากไป
เล็กขาวเดินหงุดหงิดเลี้ยวเข้ามาภายในบริเวณโรงหนัง ผ่านหน้าช่องขายตั๋ว แป๊ะคนเดิมแต่แก่ขึ้นมาก ร้องบอก
“ตั๋ว”
เล็กขาวย้อนกลับมาเอาลูกปืนวางตรงช่องกระจก
“มีอะไรมั้ย”
แป๊ะเห็นมือเล็กขาวยังคงเปื้อนเลือดจากการกระเซ็นของกุ๊ย ได้แต่อ้อมแอ้มโบกมือไล่ไม่ว่าอะไร แล้วก้มหน้าเปลี่ยนคลื่นวิทยุ
จังหวะนั้นมีคนๆ หนึ่งเดินผ่านแป๊ะ หยิบกระสุนของเล็กขาวที่วางขู่เอาไว้ไปด้วย

เล็กขาวเดินเข้ามานั่งในโรงหนังคนอยู่หรอมแหรม เขาเช็ดเลือดที่มือตัวเอง
เขานั่งพิงเบาะผ่อนคลาย แล้วจู่ๆ ก็มีปืนโผล่มาจากด้านหลังเบาะ จ่อที่คอเขา เล็กขาวกระตุกนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ ราเชนทร์โผล่หน้าเข้ามาเทียบข้างหูเขา เล็กขาวบอกนิ่งๆ
“มีอะไรคุยกันได้”
เล็กขาวเอื้อมจะหยิบปืนที่เอวช้าๆ ราเชนทร์เอื้อมมือผ่านหลังไปดึงปืนที่เอวเล็กขาวมา
“ชู่ว์”
“รู้มั้ยนี่ใคร”
“เล็กขาว”
เล็กขาวตาโตสว่างวาบทันทีที่ได้ยินเสียง
“พี่เชนทร์”
“สบายดีนะ”
“พี่เชนทร์ ฉันเป็นน้องพี่นะ ที่ผ่านมาฉันไม่ได้ตั้งใจปีนเกลียวเลย”
“ช่างมันเหอะ พี่มีเรื่องให้ช่วย”
ราเชนทร์ส่งสายรัดรูดแบบพลาสติกเส้นให้ เล็กขาวรับมา มือสั่นๆ
“รัดมือไว้กับที่ท้าวเเขน แน่นๆ”
ราเชนทร์กดคมมีดลงที่คอ เล็กขาวร้อยสายรัดพลาสติกดึงทีเดียวมือติดอยู่กับเก้าอี้
“ที่ฉันทำไปเพราะเตี่ยสั่ง”
“พี่อยากคุยกับเตี่ย เล็กจัดให้ทีได้มั้ย”
“ได้สิพี่ ได้ๆ ที่ไหน”
สองคนคุยกันงึมงำท่ามกลางเสียงจากจอหนังดังกลบ
“ได้พี่ ได้”
“พี่เดือดร้อนจริงๆ รบกวนหน่อยนะ”
“ได้พี่ ได้ สบายมาก”
ราเชนทร์เอามีดออกจากคอเล็กขาว เล็กขาวเกร็งมือพยายามดึงมือออกจากพนักเบาะ แต่สายรูดรัดพลาสติกแน่นมาก ราเชนทร์เอากระสุนปืนที่เก็บมา วางลงบนมือเล็กขาว
“ถ้าไม่กัด อย่าเห่า”
ราเชนทร์ลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมปืนของเล็กขาว เล็กขาวพยายามดึงบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากเก้าอี้แต่กลับยิ่งรัดแน่นขึ้น เขาแหกปากตะโกนอัดอั้นแข่งกับตัวแสดงในจอภาพยนตร์
“โว้ย”

กลางคืน รถตำรวจของสารวัตรเชลียงแล่นมาจอดแถวย่านชุมชน โดยมีจันทร์แจ่มนั่งมาด้วย
“ให้ผมเข้าไปส่งถึงบ้านดีกว่ามั้ย”
“แจ๋มเดินเข้าเดินออกมาจะสิบปีแล้ว”
“ทำไมเเจ๋ม” สารวัตรเชลียงน้อยใจ
“ขอบคุณนะ”
“แจ๋มสนิทกับพ่อเด็กนั่นแค่ไหน”
“คุณสารวัตร นั่นมันลูกศิษย์แจ๋ม เป็นเด็กคนไหนแจ๋มก็ต้องไปช่วยดูทั้งนั้นแหละ”
“แจ๋มตอบไม่ตรงคำถาม”
“ก็ถามให้ตรงคำตอบหน่อยสิ”
“พี่อยากเจอ”
“แจ๋มก็ไม่เคยห้ามนี่ ไม่เจอกันเอง”
“แจ๋มคิดยังไงกับผม”
จันทร์แจ่มจะอ้าปากตอบ แต่แล้วก็มีเสียงบีบแตรรถดังไล่หลังมา
“ขวางทางชาวบ้านเขา คุณสารวัตรกลับไปก่อนละกัน วันนี้ขอบคุณนะคะ”
สารวัตรเชลียงอยากจะยื้อต่อ แต่ข้างหลังบีบแตรเร่ง เขาจำใจพยักหน้า จันทร์แจ่มลงจากรถไป สารวัตรเชลียงเบี่ยงรถออก หญิงสาวมองตามหลังทอดถอนใจ

เฮียตงนั่งนิ่งใช้ความคิด มองเล็กขาวแล้วส่ายหน้า
“ให้มันเอาปืนจ่อคอได้ ถิ่นตัวเองแท้ๆ”
“ผมเผลอ”
“เข้าใจ เป็นราเชนทร์ ไม่ธรรมดา”
เล็กขาวมองน้อยใจ กัดฟัน หมวยแต่งตัวสวยจะออกไปด้านนอก เฮียตงหันไปเห็น
“ไปไหน”
“หมวยบอกเตี่ยไปแล้วไง ว่าจะไปดูคอนโด”
“เตี่ยว่าเรายังคุยกันไม่จบนะ”
หมวยมองอาการเล็กขาว
“เตี่ยเคลียร์เรื่องอื่นก่อนมั้ย เหมือนเสียท่าใครมานะ สภาพนี้”
เล็กขาวยิ่งอัดอั้นตันใจ หมวยเดินออกจากห้องไป เฮียตงครุ่นคิด มองเล็กขาว
“มันนัดที่ไหน เมื่อไหร่”
เล็กขาวหมดสภาพ เป็นได้แค่ผู้ส่งสารเท่านั้น

หมวยขับรถอยู่บนถนน เหมือนมีรถแล่นตามเธอไป จนเธอไปถึงคอนโดฯหรู ก็เซ็นเอกสารกับพนักงานคอนโดฯ
“ยินดีต้อนรับนะคะ”
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ”
“ค่ะ นี่กุญแจ ถ้าต้องการย้ายเข้ามาเมื่อไหร่ ก็ได้เลย อันนี้คีย์การ์ด”
“ขอบคุณค่ะ”

หมวยเดินออกจากสำนักงานคอนโดฯไป

สารวัตรเชลียงนั่งดูแฟ้มเก่าๆ อยู่ภายในห้องทำงานตัวเอง
ภาพผู้หญิงท้องที่ถูกยิงตายวางอยู่บนโต๊ะเขา จ่าสมานเดินถือกาแฟเข้ามาให้
“นี่ของสารวัตร”
“ขอบคุณ”
จ่าสมานมองรูปเหยื่อกระสุน
“แปดปีแล้วนะ”
“ผมก็ไม่ได้อะไร พอดีรื้อเก๊ะ”
“หรา” จ่าสมานยิ้ม
“มันตายไปรึยัง จ่าว่า”
“เอาเข้าจริงๆ เราก็รู้ๆ อยู่ ว่าเหยื่อส่วนใหญ่ของราเชนทร์ ไกทอง ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ทุกคนมีคดีอยู่ทั้งนั้น”
“แล้วเป็นหน้าที่มันเหรอไปตัดสินใคร”
“ด้วยความเคารพ คนที่สารวัตรวิสามัญส่วนใหญ่ก็มีคดี”
“คุณจะบอกว่า ผมก็เป็นเหมือนมัน”
“เปล่าครับ เปล่า ใครจะกล้า”
สารวัตรเชลียงมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก
“ผมเป็นงี้เพราะมันงั้นเหรอ”
จ่าสมานหลบตา ไม่กล้าออกความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น

ราเชนทร์มาที่บ้านเฮียตง เล็กขาวเห็นตื่นๆ
“มากะใครพี่”
“พี่ตัวคนเดียว ก็คนเดียวมาตลอด”
เฮียตงเดินเข้ามา “พูดงั้นได้ไง ลื้อยังมีเตี่ยอีกทั้งคน”
“สวัสดีครับ เตี่ย”
“ลูกรักของเตี่ย”
เล็กขาวมองชิงชัง เฮียตงเดินเข้าไปกอดราเชนทร์
“ผมไม่ได้พกอะไรมาหรอกครับ”
เฮียตงเช็คแล้วสบายใจขึ้น แววตาเปลี่ยนไป
“ล่าสุดจำได้มั้ย คนที่มันทิ้งเตี่ยไปบวช”
ราเชนทร์พยักหน้า“ผมฝังกะมือ”
“ใบเซียมซีพี่ที่ว่าโชคดีนักหนา ผมใส่ไปกะศพมันด้วยนะ หวังว่าวันหนึ่งพี่คงได้ตามไปอ่าน”
“ขนาดไอ้นั่นเป็นลูกที่เตี่ยไม่ได้รักมันเท่าไหร่นะ แล้วเอ็ง”
“ผมขอโทษ”
“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ถ้าเอ็งดื้อแบบนี้ ก็อย่าว่าเตี่ยทำเกินไปนะ”
เฮียตงพยักหน้าให้เล็กขาวจัดการราเชนทร์
“เตี่ย ฟังก่อน”
เล็กขาวถีบราเชนทร์เซไป
“ไอ้เล็ก ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”
“ผมไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว”
เล็กขาวต่อย ราเชนทร์จะสู้ พวกมือปืนที่คุมเชิงอยู่ยกปืนขึ้น ราเชนทร์เอาหมัดลง
“ไม่ต้อง ให้มันสู้ เตี่ย พี่เชนทร์มันสู้ผมไม่ได้หรอก”
เฮียตงเอือมระอา พยักหน้าให้มือปืนเอาปืนลง แล้วเล็กขาวก็เข้าไปต่อสู้กับราเชนทร์ แต่สู้ราเชนทร์ไม่ได้ ราเชนทร์ไม่อยากซ้ำ จะเดินไปคุยกับเตี่ย
“เตี่ย ผมมาดีนะ”
เล็กขาวอายแววตาที่เตี่ยมองตนอย่างเอือมระอา ราเชนทร์สู้กับเล็กขาวมือเปล่า เล็กขาวพลาดท่า
“เชนทร์ต้องการอะไร”
ราเชนทร์หอบ “ผมอยากกลับมาทำงานอีกครั้ง”
เฮียตงหัวเราะ “นี่เป็นวิธีกลับมาหาเตี่ยหรอ ราเชนทร์ ไกทอง”

ราเชนทร์ส่งปืนให้เฮียตง เล็กขาวหงุดหงิด เดินเข้ามาทุบราเชนทร์จนสลบไป

อ่านต่อตอนที่ 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...