xs
xsm
sm
md
lg

"หมอผี" ตอนที่ 9 "ผีเปรต"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"หมอผี" ตอนที่ 9 "ผีเปรต"

ภายใน สำนักงานหมอผี ตอนกลางวัน

ในจอโทรทัศน์ เป็นภาพยนตร์เก่าที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเปรต ภาพเปรตตัวสูงหลอกหลอนผู้คน จอห์นนี่จิบยาธาตุลดอาการท้องเฟ้อ นั่งดูทีวีกับมหาเนิร์ด จอห์นนี่นั่งกินขนมป๊อปคอร์นไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน รอบๆ ตัวของเขามีเศษป๊อปคอร์นร่วงอยู่ และมันก็กระเด็นมาถูกมหาเนิร์ด
มหาเนิร์ดคอยเก็บเศษป๊อปคอร์นลงในถ้วย จอห์นนี่ก็หยิบป็อปคอร์นจากในถ้วยกินต่อ
"มหาเนิร์ดว่า เปรตมีจริงมั้ย"
"น่าจะมีนะพี่จอห์นนี่ อย่างเคยได้ยินมั้ย เปรตวัดสุทัศน์"
"ยังไงเหรอ"
"เค้าว่ากันว่า ที่วัดสุทัศน์ฯ มักมีเปรตออกมาตอนกลางคืน แล้วที่วัดเนี่ย เขามีภาพวาดบนฝาผนังที่มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต ใครได้ไปวัดนี้ก็ต้องไปดู มันเป็นภาพของพระสงฆ์ยืนพิจารณา เปรตนอนพาดกายอยู่"
วิเศษเดินถือหนังสือเข้ามาทางด้านหลัง แล้วฟังมหาเนิร์ดอย่างสนใจ
"โอว จริงเหรอ มหาเนิร์ด"
อาจารย์วิเศษบอก
"บางคนเค้าก็ว่ากันว่า จริงๆ แล้วมันเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้า"
"ใช่ครับ"
"ทำไมพวกเธอไม่ลองออกไปศึกษาดูล่ะ ช่วงเดือนนี้ทางภาคใต้เขาจะมีพิธีชิงเปรตกันนะ"
"พิธีชิงเปรต คืออะไรเหรอครับอาจารย์"
"พิธีชิงเปรตเป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เปรต หรือ ญาติมิตรที่ตายไปแล้ว พวกเธอลองไปเที่ยวดูสิ เผื่อจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ"
"น่าสนใจมากครับ มหาเนิร์ดครับไปกันเถอะนะครับ"
จอห์นนี่มองหน้ามหาเนิร์ด ส่งสายตาอ้อนวอนอยากไปเที่ยวสุดฤทธิ์

ถนนนอกเมือง รถของมหาเนิร์ดและจอห์นนี่แล่นไป บรรยากาศรอบๆข้าง เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี แลดูสดชื่น
ภายในรถ จอห์นนี่มีท่าทีตื่นเต้นมาก เขาใช้กล้องส่องทางไกลๆเล็กๆมองไปรอบๆ
"ไม่เวียนหัวเหรอครับพี่จอห์นนี่"
"สบายมาก มหาเนิร์ด"

รถของมหาเนิร์ด แล่นเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันเล็กๆ นอกเมือง บรรยากาศเหมือนปั๊มร้าง ดูเก่าโทรม ไร้ผู้คน
จอห์นนี่รีบลงจากรถ แล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำของปั๊ม เขาเอามือปิดปาก กลั้นอาเจียนไว้
มหาเนิร์ดเดินลงจากรถ แหลม เด็กปั๊มวัยรุ่นท่าทางกวน เดินเข้ามาช่วยเติมน้ำมัน
"เต็มถังนะครับ"
"พี่ๆมาจากกรุงเทพฯเหรอ"
"ครับ"
"จะไปไหนกันเหรอ"
"เอ่อ ... ก็ขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ นะ"
"พวกพี่นี่ดีจังเลยนะ ไม่ต้องทำงาน"
มหาเนิร์ดมองแหลม เด็กปั๊มที่พูดจาแปลกๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของมหาเนิร์ดดังขึ้น
มหาเนิร์ดหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุย ไอ้แหลมมองโทรศัพท์มือถือในมือของมหาเนิร์ด .. มหาเนิร์ดเดินออกห่างจากรถไปคุยโทรศัพท์ เขาหันหลังให้แหลม
"ผมว่าอีกไม่ไกลก็คงถึงแล้วครับ อาจารย์ ไม่หลงครับ ผมมี GPS"
แหลม เด็กปั๊มมองเข้าไปในรถ เขามองเห็นกระเป๋าและมีแล็ปท็อปวางอยู่ด้วย

จอห์นนี่ล้างมือและกลั้วปากอยู่ที่อ่างล้างมือ สักพักเขาก็รู้สึกปวดท้องอยากถ่ายหนัก
จอห์นนี่วิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ
ระหว่างที่จอห์นนี่กาลังนั่งถ่าย มีคนเดินเข้ามาเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ แล้วสักพักมีเสียงลอดออกมา
"สวัสดี เป็นไงบ้าง สบายดีไหม"
จอห์นนี่หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ
"เอ่อ สวัสดีครับ สบายดีครับ"
"แล้วทำอะไรอยู่ล่ะ"
"เอ่อ คือ ปวดหนักอะครับ"
ชายนิรนามส่งเสียงหวาน
"มาไกลนะเนี่ย จะไปไหนกันจ๊ะ"
"ผมว่าจะไปหาผีเปรตกันครับ"
จอห์นนี่นิ่งฟังเสียงจากชายนิรนาม เอามือปาดเหงื่อ พลางคิดในใจ เจอตุ๊ดในห้องน้ำแน่ๆ
ชายนิรนามเสียงเข้ม
"เฮ้ยๆ กูวางหูแค่นี้ก่อนนะ ราคาญห้องข้างๆ วะ แม่งเป็นเอี้ยอะไรไม่รู้ กูคุยกับมึง มันก็พูดตอบมาตลอดเลย"
จอห์นนี่ตกใจ ถลึงตา เขาค่อยๆ ใส่กางเกง แล้วค่อยๆ ออกมาจากห้องน้ำอย่างเงียบที่สุด ในขณะที่ห้องข้างๆ มีเสียงราดน้ำ จอห์นนี่ก็รีบวิ่งออกไปอย่างไว

จอห์นนี่รีบวิ่งออกมา เจอมหาเนิร์ดนั่งรออยู่ในรถ จอห์นนี่รีบขึ้นรถทันที
"เสร็จแล้ว ไปกันเลยครับ"
"มีอะไรเหรอครับพี่จ้อน"
"ไม่มีครับ ออกรถเลยครับ"
มหาเนิร์ดขับรถออกไป
แหลม เด็กปั๊มมองตามรถของมหาเนิร์ดและจอห์นนี่อย่างมีพิรุธ สักพักก็มีวัยรุ่นชายรูปร่างผอม ท่าทางขี้ยาเดินมาสมทบ

รถของมหาเนิร์ดและจอห์นนี่ ขับแล่นมาตามทางเปลี่ยว ด้านข้างเป็นป่าต้นไม้ครึ้ม
"ผมว่าปั๊มน้ำมันเมื่อกี้ดูแปลกๆ"
"แปลกยังไงเหรอ"
"ไม่รู้สิครับ บอกไม่ถูกเหมือนกัน"
สักพักเครื่องยนต์กระตุก
"อ้าว เป็นไรล่ะเนี่ย"
มหาเนิร์ดจอดรถข้างทาง เขาเดินไปเปิดฝากระโปรงรถ ควันขโมงลอยออกมา
จอห์นนี่เดินลงจากรถ เขาสังเกตเห็นมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขี่ตามมา จอห์นนี่รีบโบกมือเรียก
"น่าน มีคนมาช่วยเราแล้วครับ"
มหาเนิร์ดมองอย่างสงสัย เขาเห็นไอ้แหลม เขารีบดึงแขนจอห์นนี่

มอเตอร์ไซค์จอดเทียบข้างๆ
ที่แท้เป็น แหลม เด็กปั๊มถาม "รถเสียเหรอ"
มหาเนิร์ดมองอย่างระวังตัว เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดออก
แหลม เด็กปั๊มเดินเข้ามาแย่งโทรศัพท์ในมือของมหาเนิร์ด ส่วนคนซ้อนก็จับตัวของจอห์นนี่ไว้
"เฮ้ยๆ อะไรๆ"
แหลมหยิบมีดพกขึ้นมาขู่ แล้วเปิดประตูรถ หยิบกระเป๋าซึ่งมีแล็ปท็อปของมหาเนิร์ดออกมา
มหาเนิร์ดไม่ยอม เขาเข้ามายื้อกระเป๋าแต่คว้าได้แค่แล็ปท็อป แหลมเหวี่ยงมีดพก บาดเข้าที่แขนของมหาเนิร์ดเลือดออก
จอห์นนี่ตกใจเห็นมหาเนิร์ดบาดเจ็บ ก็ออกแรงสะบัด จนผู้ร้ายที่จับตัวเขาไว้กระเด็นหงายได้านหลัง จอห์นนี่ดึงแขนมหาเนิร์ดวิ่งสุดพลัง เข้าไปในป่า

พวกมันตามไล่ล่าสองคนซึ่งหนีสุดชีวิต

จอห์นนี่วิ่งพามหาเนิร์ดเข้ามาในป่า ต่างหนีกันสุดชีวิต
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ร้ายตามมา พวกเขาทั้งสองก็ไปหลบพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
มหาเนิร์ดหน้าซีดเพราะเสียเลือดมาก จอห์นนี่ตกใจ
"ไหวมั้ย มหาเนิร์ด"
จอห์นนี่ถอดเสื้อของเขาเองแล้วทำแผลให้มหาเนิร์ด
"พวกนั้นมันโจรชัดๆเลย"
"ดีนะที่หนีทัน คนเราสมัยนี้มันร้ายกาจจริงๆ"
"แล้วจะเอายังไงดี ผมสังหรณ์ว่าพวกมันยังรอเล่นงานเราอยู่นะ"
"ลองเดินอ้อมไปทางอื่นดีกว่า เผื่อจะเจอใครให้ช่วยบ้าง"
"จะดีเหรอครับพี่ เดี๋ยวได้หลงป่ากันพอดี"
"ไม่ต้องห่วง จอห์นนี่เคยเรียนวิชาเดินป่ามา รับรองไม่มีหลง"
"ก็ได้ ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ ว่าแต่ไม่พาหลงนะ"
จอห์นนี่ สีหน้ามั่นใจ

แหลมและเพื่อนเดินกลับมาที่รถมหาเนิร์ด
"เสียดาย... หลุดมือไปจนได้"
"เอาน่าได้รถคันนี้ ก็พอแล้ว แค่นี้ก็มีเงินไปสำราญได้อีกสักพักละวะ"
แหลมยิ้มเจ้าเล่ห์ มันมุดไปใต้ท้องรถแล้วก็ออกมาสตาร์ทรถได้อย่างง่ายดาย
เพื่อนมันตะโกน
"ค่ำๆเจอกันที่บ่อนนะเว้ย แหลม"
แหลมโบกมือให้ก่อนจะขับรถออกไป

จอห์นนี่ มหาเนิร์ด เดินหาทางออกจากป่า สภาพเขาทั้งสองอิดโรย
บรรยากาศเริ่มน่ากลัว
"ยังไง เนี่ย พี่จ้อน ผมเดินจนขาลากแล้วนะ ไหนถนนใหญ่ของพี่"
"ใจเย็นๆสิ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว อีกนิดเดียว"
"ขอโทษนะพี่ ยอมรับมาเหอะ ว่าเรากำลังหลงป่า"
จอห์นนี่ยิ้มแหยๆ หน้าเจื่อน
"เออ .. ผมขอโทษวะ หลงจริงๆด้วย ป่าเมืองไทยนี่วกวนจริงๆ"
"งั้นเรากลับทางเดิมดีกว่า ป่านนี้ ไอ้พวกนั้น มันน่าจะไปแล้ว ไปพี่จ้อน นำทางไปเลย"
"เออ คือว่า ผมจำทางกลับไม่ได้แล้วนะสิ"
"เฮ้ย ... พี่จ้อน ยังไงล่ะ ไม่ได้เรื่องเลยวะ งั้นตามผมมาแล้วกัน"
"นายจำทางได้ใช่มั๊ย สุดยอดไปเลย"
"ใครจะจำได้วะพี่ ต้นไม้มันเหมือนกันไปหมดขนาดนี้ เอาเหอะ ก็ยังดีกว่าอยู่นิ่งให้เสือมันมาคาบไปกินก็แล้วกัน"
"เอ้า เข้าป่าเขาห้ามพูดแบบนี้ แกนี่จริงๆเลย"

บรรยากาศวังเวง หมาหอนแว่วมาไกล ทั้งสองคนมองหน้ากันเหวอๆ ก่อนจะเดินต่อไป
ผ่านเวลา... ทั้งสองคนเดินมาจนเหนื่อยเลยนั่งพักกันที่ใต้ต้นไม้ที่ดูน่ากลัว
"เดินไม่ไหวแล้วหมดแรง หิวก็หิว เดินยังไงก็วนไปวนมาอยู่ที่เดิมแบบนี้"
"เฮ้ย ๆๆ มหาเนิร์ด ระวังไปชนจอมปลวกนั่น"
"จะอะไรกันนักหนาวะ พี่จ้อน แค่กองดินธรรมดาก็ระแวงไปหมด"
"มหาเนิร์ดเคยได้ยินเรื่องอาถรรพ์ของป่าหรือเปล่า ขนาดพรานป่าที่เก่งกาจบางทียังหลงป่า
ก็เพราะไปหลบหลู่ทำตัวไม่ดีแบบแกเนี่ยแหล่ะ"
"จะไปโทษเจ้าป่าเจ้าเขาอะไรของพี่ ที่หลงก็เพราะพี่จ้อน เนี่ยแหล่ะ"
"เฮ้ย ... ของแบบนี้เชื่อบ้างก็ดี"
จอห์นนี่ พนมมือท่วมหัว ไหว้ไปที่จอมปลวกใต้โคนต้นไม้
"ท่านเจ้าป่าเจ้าเขา หากพวกผมทั้งสองหลบหลู่ทำให้ท่านไม่พอใจ พวกเราทั้งสองขอขมา ขอให้พวกผมทั้งสองคนพบทางออกด้วยเทอญ"
มหาเนิร์ดขำก๊าก
"ฝรั่ง บ้าไปแล้ว เสียสติ"
ลมแรงพัดวูบ เอากิ่งไม้หล่นโครมลงมาทำเอาทั้งสองคนสะดุ้ง
ที่จอมปลวก เสียงเย็นๆคล้ายหญิงสาวหัวเราะ ดังออกมา ทำเอาเสียวสันหลัง
"เฮ้ย มหาเนิร์ด แกได้ยินใช่มั๊ย"
มหาเนิร์ดอึ้ง เขาค่อยๆเดินไปดูที่จอมปลวกอย่างลุ้นๆ จอห์นนี่ก็เดินตามไปด้วยอย่างระแวงๆ
ทั้งสองตกใจ เมื่อเห็นหุ่นเชิด รูปตุ๊กตาหญิงสาวเก่าๆวางอยู่ มันดูน่ากลัว
"เฮ้ย ... อย่าบอกนะว่า เสียงเมื่อกี้คือเสียงของตุ๊กตาตัวนี้"
"เพี้ยนไปแล้ว ผมว่าเราเหนื่อยจนหูฝาดไปเองแหล่ะ ไปเหอะพี่จ้อน เสียเวลา ลองหาทางออกจากป่านี้อีกทีดีกว่า"
มหาเนิร์ด เดินกลับ จอห์นนี่ยังระแวงๆ จู่ๆ
เจี๊ยบดัดเสียง ตัวซ่อนอยู่ แว่วมาแต่เสียง
"จะไปไหน อยู่เล่นกันก่อนสิ"
ทั้งสองคนชะงัก นิ่งงัน หน้าซีดเผือด
"ไม่มีใครเล่นด้วยมานานแล้ว อยู่เล่นกันก่อนสิ"
จอห์นนี่ หันหลังยกมือไหว้ไปที่จอมปลวก มหาเนิร์ดทำตามอย่างรวดเร็ว
"อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ ท่านเจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยลูกช้างด้วย ลูกช้างหลงทาง ท่านต้องการอะไร พวกเราจะจัดหามาให้"
"ต้องการชีวิตพวกแกไงล่ะ 555"
ทั้งคู่หน้าเหวอและรีบวิ่งออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
"จะไปไหน มาเล่นกันก่อนสิ 555"
ทั้งสองวิ่งแจ้น จนมาเจอกับเจี๊ยบยืนใต้ต้นไม้ เธอใช้ไฟฉายส่องใต้คางหลอกผี ทำเอาทั้งสองเบรกแตก ชนกันล้มลง ร้องแหกปากลั่นป่า
ใบหน้าเจี๊ยบหลอนๆกลายเป็นยิ้มกวนตรีน

ต่อมา ที่รอบกองไฟ ไก่ย่างหนังเกรียมเหลืองทองกำลังถูกย่างจนน่ากิน
ทุกคนหัวเราะ

มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ กินของย่างอย่างเอร็ดอร่อย

น้าชัยบอก

"555 เจอเจ้าเจี๊ยบเล่นเข้าให้ซะแล้ว"
เจี๊ยบนั่งเล่นตุ๊กตาเชิดแบบกวนๆ
"มาเล่นกันมั๊ย ๆ 555"
"สนุกกันเข้าไปนะ พวกผมเกือบช็อคตาย"
"เจอทั้งโจร เจอทั้งผี ชีวิตช่างแสนโหดร้าย ดีนะที่มีของอร่อยๆปลอบใจ"
"เก่งนะ ไม่นึกว่าคนกรุงเทพอย่างพวกเธอ จะกินหนูนาเป็นด้วย" เจ๊ยบบอก
"อะไรนะ ที่ผมกินอยู่คือหนูนา"
จอห์นนี่บอก
"อ้าว ... นึกว่าไก่ แหวะ"
เจ๊แฉะกระเทยรุ่นใหญ่ ยิ้มให้จอห์นนี่
"นังเจี๊ยบ นี่ก็จริงๆ ไปหลอกเขาอีกแล้ว กินไปเถอะจ้ะ พ่อหมีใหญ่ ชิคเก้นๆ ไม่ใช่หนู ... ดูทำหน้าเข้าสิ แหม ... น่าร็อกอ่ะ"
จอห์นนี่เขินกลัวเจ๊แฉะ
ลุงแอ๊ดบอก
"อีแฉะ มึงนี่แรดจริงๆ อดอยากปากแห้งมาจากไหน"
"โธ่ ลุงแอ๊ด ปล่อยๆน้าแฉะแกบ้างเถอะ นานๆจะมีกรุบๆกรอบๆแบบนี้มาให้แทะโลม ดูสิๆ หน้าตาหื่นใช้ได้เลย 555" เจี๊ยบบอก
เจ๊แฉะส่งตาหวานหยดให้จอห์นนี่
น้าชัยบอก
"พอแล้ว นังเจี๊ยบ เดี๋ยวคุณๆเขาจะกลัวพวกเราเข้าจริงๆ เอ้อ ... พวกผมเป็นคณะมายากลเร่ สร้างความบันเทิงไปทั่วไทย ... ใครจ้างให้ไปแสดงที่ไหนเราก็ไปกัน แล้วพ่อหนุ่มล่ะ จะไปไหนกัน"
"พวกผมอยากไปดูพิธีชิงเปรตกันนะครับ แต่พอดีถูกโจรปล้นซะก่อน" มหาเนิร์ดบอก
"เอางี้ไปกับพวกเรามั้ยล่ะ คณะเราต้องไปแสดงที่บ้านควนสูงพอดี เราจะอยู่ที่นั่นจนเขาเสร็จพิธีบุญนะแหล่ะ" เจี๊ยบบอก
"ไปด้วยกันนะ รูปหล่อ กล้ามใหญ่"
มหาเนิร์ดมองหน้าจอห์นนี่อย่างปรึกษา
"เอาก็เอาครับ มาถึงที่แล้วนี่"
"ขอบคุณมากเลยนะ เจี๊ยบ"
เจี๊ยบยิ้ม เชิดหุ่น แล้วดัดเสียง
"ไม่เป็นไรหรอก จะได้อยู่เล่นด้วยกัน มาเล่นกันมั๊ย ๆ 555"
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ยิ้ม พูดคุยกับทุกคนอย่างออกรสชาติ

ณ สำนักปู่เสือ วันใหม่ ตอนกลางวัน
มีชาวบ้านนั่งอยู่บนสำนัก 7-8 คน บางคนก็นั่งรถเข็น เบื้องหน้าของพวกเขา เป็นชายวัยกลางคน ร่างทรงปู่เสือ ชายร่างผอมในชุดผ้าลายเสือ นั่งอยู่บนแท่น ข้างๆกายมีรูปปั้นเสือตัวใหญ่ ชาวบ้านดูนอบน้อม และเกรงกลัวต่อร่างทรงปู่เสือมาก
ชายร่างทรงบอก
"มีเรื่องเดือดร้อนอะไรกันมา ไม่ต้องห่วงนะ ท่านปู่เสือจะหาทางแก้ให้นะ"
อาคม เศก รัตติกาล นั่งสังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง

ชายร่างทรงจุดธูปแล้วปักธูปลงที่กระถางธูป จากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มนั่งหลังงอ เสียงเปลี่ยนไปเป็นเสียงคนแก่
"ไหนคนไหนเดือดร้อน"
ทีมงานของปู่เสือพยุงหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเข้ามา หญิงสาวร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ป้าของหญิงสาวที่ตามมาด้วย รีบเข้ามานั่งข้างๆ
"ท่านปู่ต้องช่วยหลานชั้นด้วยนะคะ จู่ๆ มันก็ปวดหัว พาไปหาหมอก็ไม่หายสักที"
"หมอช่วยอะไรพวกมึงไม่ได้ดอก เพราะอาการนี้มันเกิดจากคุณไสย มึงมาหากูนะถูกแล้ว เดี๋ยวกูจะแก้ให้"
หญิงสาววัยรุ่น กุมศีรษะของตัวเองแล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด
ชายร่างทรง เอามือทั้งสองข้างจับบีบที่ขมับหญิงสาวพลางสวดคาถา ปากขมุบขมิบ ยิ่งทำให้หญิงสาววัยรุ่นดิ้นทุรนทุราย แล้ว เธอก็อาเจียนออกมาเป็นไส้เดือน
ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา ในอิทธิฤทธิ์ของร่างทรงปู่เสือ
เศกออกอาการไม่ชอบใจ
"นี่มันเล่นกลชัดๆ"
รัตติกาลต้องคอยปราม อาคมมองไปที่ร่างทรงปู่เสืออย่างไม่วางตา
ป้าของหญิงสาววัยรุ่น มาช่วยประคองหญิงสาว ปู่เสือ เอาน้ำมนต์พรมไปที่ศีรษะของเธอ
"เอ๊า กูเอาของออกจากตัวมึงหมดแล้ว ต่อแต่นี้ไป มึงจะไม่ปวดหัวอีก หมั่นทำบุญสร้างกุศล
ให้คิดดีทำดีแล้วสิ่งดีๆจะตามมา...เจริญพร ค่าครูตามกาลังศรัทธามีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย ใส่พานได้เลย"
ป้าของหญิงสาวดีใจ ก้มลงกราบเท้าชายร่างทรง จากนั้นก็ถอดสร้อยทองที่คล้องคอตัวเอง แล้ววางใส่พาน
"ชั้นมีหลานคนเดียว ขอบคุณท่านปู่เสือมากๆเลยเจ้าคะ ท่านมีอิทธิฤทธิ์มากสมคำร่ำลือจริงๆ"
หนึ่งในทีมงานปู่เสือ ชายกลางคนเดินเข้ามา พร้อมกับพูดเสียงดังให้คนในนี้ได้ยิน
"ท่านปู่เสือของเรา บำเพ็ญศีลมามาก ท่านจึงมีอิทธิฤทธิ์มากมาย เอ้า ... คนต่อไป"
หญิงแก่คนหนึ่งท่าทางเจ็บท้องเข้ามากราบร่างทรง
"อาการหนักนี่หว่า ที่เอ็งปวดท้องไม่หาย นี่มันเพราะโดนของ"
"ช่วยชั้นด้วยเถอะ เจ้าคะ พ่อปู่ มันปวดแทบตาย"
"ข้าจะช่วยให้เอ็งหายเจ็บ วาสนาเอ็งยังดีที่มาเจอข้าทันเวลา"
ชายร่างทรงยกพานที่มีไข่ไก่วางไว้มาสวด
"ไม่ไหว ไอ้พวกลวงโลก ต้องจัดหนัก" เศกบอก
"เศก ไหนบอกว่าจะมาดูเฉยๆไง"
"ซี้ซั้วไปลองของแบบนี้ เดี๋ยวได้โดนรุมยำหรอก" อาคมบอก
"จะกลัวทำไมกัน"
เศกแกล้งเดินเซไปเตะไข่ไก่ที่ตั้งไว้ในพานหล่น
ชายร่างทรงถาม
"ไอ้หมอนี่เป็นใคร ...มาขัดพิธีข้า"
"ขอโทษทีนะ พ่อปู่พอดีผมวูบไปหน่อย ไข่แตกหมดเลย แต่ไม่เป็นไร ผมมีไข่ไก่มาด้วย
ท่านเอาไปใช้เรียกของออกจากตัวคนเจ็บเถอะครับ"
เศกหยิบไข่ไก่ที่พกไว้ออกมา
ชายร่างทรงเริ่มออกอาการไม่สู้ดี
"วันนี้พอก่อนแล้วกัน เสียพิธีหมดแล้ว ไปๆกลับกันก่อนไว้ค่อยมาใหม่"
เศกหยิบไข่ไก่ที่หล่นมากลิ้งที่ตัวเอง
"ช่วงนี้ปวดหัวหนักมาก ผมขอยืมไข่ พ่อปู่รักษาหน่อยเถอะ"
เศกเอาไข่ไก่คลึงหัวแล้วทำท่าประหลาด เศกตอกไข่ไก่ออกมา มีเส้นผมและตะปูอยู่ภายใน
ชาวบ้านตะลึง
"พ่อปู่รักษาน้าเขาสักหน่อยเถอะ เอะ หรือว่า ไข่ไก่ของผมมันไม่ได้เจาะรู แล้วหยอดเส้นผมกับตะปูเอาไว้ เลยหมดมุขใช้หลอกต้มคนอื่นเขา"
"มึงหลบหลู่กู ระวังจะโดนดี"
"ซี ผมว่าชักไม่ค่อยดีแล้วล่ะ" อาคมบอก
"เศก นี่ห่ามจริงๆเลย ไปแฉเขากลางสำนักแบบนี้"
"เลิกงมงายกันได้แล้วทุกคน ไปเสียเงินเสียทองให้มันทำไมกัน"

ชายฉกรรจ์สองสามคนวิ่งเข้ามากระชาก เศกต่อสู้ อาคมเข้าไปช่วยเศก และพากันหนีออกจากสำนัก

เศก อาคม รัตติกาลวิ่งออกมาถนนด้านนอก โดยมีพวกชายฉกรรจ์วิ่งไล่ตาม

ลุงแสวง ขับรถกะบะมาจอดเทียบ
"เศกๆ ทางนี้"
เศก อาคม รัตติกาลกระโดดขึ้นรถ รถแล่นออกไปทำให้พวกชายฉกรรจ์ตามไม่ทัน

ต่อมา ... บรรยากาศบ้านลุงแสวง มีอุปกรณ์แสดงมายากลตั้งวางไว้
อาคมและรัตติกาลมองไปรอบๆ ห้องรับแขก
"ลุงไม่น่ามาขัดจังหวะพวกผมเลย ผมเกือบจะซัดพวกมันได้อยู่แล้ว"
รัตติกาลหัวเราะ

"ใครไม่รู้วิ่งนาเลย"
"ไม่น่าทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนั้นเลย รู้งี้ ชั้นไม่เล่าให้ฟังหรอกนะ พวกนั่นนะ มันร้าย ใช้ศรัทธามาหาผลประโยชน์เข้าตัว พวกอภินิหารนั่นนะ ก็แค่มายากลขั้นพื้นฐาน"
อาคมบอก
"เดี๋ยวพอสักพัก พวกมันก็กลับมาหากินแบบเดิม"
"เจอพวกคุณบุกไปแบบนั้น ก็คงอีกนานเลยแหล่ะ 555"
เศกบอก
"เมื่อก่อน ผมมานั่งเล่นบ้านลุงแสวงประจำเลยนะซี ลุงแสวงแกเป็นนักมายากลรุ่นบุกเบิก เรียกว่ามาสเตอร์ได้เลยนะ"
"โอ๊ย เศก ก็โม้เกินไป ผมก็แค่งูๆ ปลาๆ"
"ลุงอยู่คนเดียวเหรอคะ"
"เมียลุงเค้าตายไปได้สามปีแล้วล่ะ"

รัตติกาลมองรูปถ่ายของลุงแสวงที่ติดอยู่ตามฝาบ้าน มีรูปลุงแสวงคู่กับภรรยาของเขา รูปตอนกำลังเล่นมายากล รูปลุงแสวงกับลูกศิษย์นักมายากล ... รูปลุงแสวงกับน้าชัย รูปลุงแสวงกับเจี๊ยบ
รัตติกาลถาม
"เอ๊ะ ลุงมีลูกศิษย์วัยรุ่นด้วย"
"เจ้าเจี๊ยบ พอดีตามพ่อมาเรียนด้วยกัน หัวไวนะ สอนแป๊ปเดียว รู้เรื่องเลย เมื่อก่อนมาเกือบทุกอาทิตย์ แต่หลังๆ หายไปทั้งพ่อทั้งลูก สงสัยย้ายกันไปอยู่ต่างจังหวัด"
รัตติกาล หยิบรูปของลุงแสวงกับเจี๊ยบขึ้นมาดู แต่แล้วรัตติกาลก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้รัตติกาลถึงกับตกใจ ปล่อยกรอบรูปตกพื้น
"อุ๊ย ... ขอโทษด้วยคะ ซี ไม่ได้ตั้งใจ"
รัตติกาลหน้าซีดเผือด เธอรีบก้มลงเก็บ แต่เศษกระจกบาดนิ้วจนเลือดออก
"ซีๆ เดี๋ยวผมเก็บเอง" เศกบอก
"ไม่เป็นไรนะหนู" ลุงแสวงบอก
เลือดของรัตติกาลหยดลงบนรูปใบหน้าของเจี๊ยบ ทำให้เห็นใบหน้าของเจี๊ยบไม่ชัดเจน

บรรยากาศทางเข้าหมู่บ้านดูลึกลับ และน่ากลัว มีศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไทรต้นใหญ่ รถตู้ของคณะไชโย แล่นเข้ามา หมู่บ้านค่อนข้างเงียบ หลายหลังปิดประตูและหน้าต่างมิดชิด
มีป้ายติดไว้ตามต้นไม้เพื่อเตือนใจ “ ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ ”
มหาเนิร์ดมองด้วยความแปลกใจ
ตัดไป

รถตู้ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บุญ
น้าชัยลงแล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน จอห์นนี่เดินลงอย่างช้าๆ เพราะตะคริวกินขา เจ๊แฉะได้ที เข้ามาช่วยประคอง
"นั่งยังไงให้ตะคริวกินขาได้ล่ะครับพี่จอห์นนี่"
"ก็ลองมีผีอำมาตลอดทางเหมือนผมซิครับ"
มหาเนิร์ดหัวเราะ เจ๊แฉะค้อนตาเขียว
พวกเขาทั้งหมดขึ้นไปบนบ้าน

พวกเขาทั้งหมดนั่งคุยกับผู้ใหญ่บุญ
"สวัสดีทุกคน เรียกชั้นว่าผู้ใหญ่บุญนะ ขอบคุณที่มาทำให้หมู่บ้านเราครึกครื้น"
มหาเนิร์ดถาม
"ทำไมหมู่บ้านนี้เงียบจังเลยครับ"
"ไปคลุกกันอยู่ที่บ่อนท้ายหมู่บ้านกันหมด ตั้งแต่บ่อนมาเปิด ชาวบ้านก็ไม่รู้จักทำมาหากิน
หวังรวยทางลัดกันอย่างเดียวเลย หมู่บ้านเราเลยเงียบอย่างที่เห็น เห็นนายชัยบอกพวกคุณถูกโจรปล้นกลางทางเหรอ"
จอห์นนี่บอก
"ใช่ครับ"
"เดี๋ยวชั้นจะช่วยดูให้ เผื่อจะได้เบาะแส คนสมัยนี้ ไม่ค่อยกลัวบาปเลยจริงๆ"

บริเวณทุ่งนา จอห์นนี่และมหาเนิร์ดเดินหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เจี๊ยบถือตุ๊กตา เดินตามป่วนอยู่ข้างๆ ทั้งสอง
"ฮัลโหลๆ ได้ยินผมมั้ยครับ ฮัลโหลๆ .... พี่ซี ผมมหาเนิร์ดนะ"

ภายใน สำนักงานหมอผี
รัตติกาลรับสายจากมหาเนิร์ด
"เป็นไง เที่ยวสนุกมั้ย... ห๊า... โอเค แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการให้ ... ส่งข่าวมาด้วยนะ"
วิเศษเดินเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้น"
"มหาเนิร์ดกับจอห์นนี่ถูกชิงทรัพย์คะ แต่ตอนนี้โอเคแล้วคะ"
"เราจะตามไปด้วยดีมั้ย" เศกบอก
"อยากหาเรื่องตามไปเที่ยวเองมากกว่ามั้ง" อาคมว่า
"นายว่าใคร"

อาคมหยักไหล่แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ทิ้งให้เศกหงุดหงิดอยู่คนเดียว

มหาเนิร์ด จอห์นนี่ เจี๊ยบ กำลังเดินกลับไปที่บ้านพัก

"พวกพี่ๆ คงจะชอบเรื่องผีน่าดูเลย แล้วพวกพี่รู้ได้ไงว่าที่เห็นหน่ะเป็นผี"
มหาเนิร์ดบอก
"ผีจะปรากฏตัวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พวกมันสามารถเปล่งแสงสว่างหรือเรืองแสงในตัวเองได้
ซึ่งสายตามนุษย์มองเห็นได้ จะอยู่ในช่วงความเข้มแสงประมาณ 1-20 แรงเทียน การปรากฏตัวของผีจะทำให้บรรยากาศโดยรอบมีอุณหภูมิลดลงอย่างเฉียบพลัน และมักจะมีเสียงหรือกลิ่นเกิดขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของผีในแต่ละครั้ง"
"โห ... ละเอียดไปหรือเปล่าเนี่ย มหาเนิร์ด"

เจี๊ยบเขยิบใกล้มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ แล้วกระซิบ
"งี้ พวกพี่ๆ ก็เคยเห็นผีมาแล้วนะซิ แล้วเคยเห็นเปรตกันหรือยัง"
"ยังเลย"
"พวกพี่มาถูกที่แล้วล่ะ เค้าลือกันว่า ที่ท้ายหมู่บ้านมีเปรตด้วยนะ แต่พวกพี่ไม่กลัวเหรอ"
คนขี้เมาเขวี้ยงปาสิ่งของดังมาจากบ้านของนายโหน่ง ทำเอาจอห์นนี่และมหาเนิร์ดสะดุ้ง
นายโหน่งเดินหนีออกจากประตูบ้านอย่างไว หลบฝาหม้อที่ถูกเขวี้ยงออกมา
เมียนายโหน่งเอ็ดตะโร
"จะไปไหนก็ไปเลยนะ...วันๆ ไม่เล่นไพ่ก็แดกเหล้า"
นายโหน่งเห็นมหาเนิร์ด จอห์นนี่ และเจี๊ยบยืนมองอยู่ ก็ทำฟอร์มเก็กขึงขัง
"เฮ้ย ชะช่า กูไม่กลัวมึงหรอกนะ"
สากกะเบือลอย ออกมาเกือบถูกนายโหน่ง เขาหลบอย่างไว แล้ววิ่งออกไป
จอห์นนี่บอก
"ผมว่า มนุษย์เมียน่ากลัวมากกว่าผีอีกนะครับ"
พวกเขาพากันหัวเราะ

มหาเนิร์ด และจอห์นนี่ออกมาเดินสำรวจกัน พวกเขามีไฟฉายกันคนละกระบอก
"ไม่รู้เรื่องที่เจี๊ยบบอกจะเป็นแค่ข่าวลือหรือเปล่านะพี่จอห์นนี่"
"เฮ้ย นั่นคนหรือเปล่า"
ที่ใต้ต้นไม้มีเงาคนเคลื่อนไหว มหาเนิร์ดหันไฟฉายไปส่อง ก็พบว่าเป็นชายร่างผอมคนหนึ่ง นั่งดมกาวอยู่ ท่าทางดูน่ากลัว ชายคนนั้นตกใจที่จู่ๆ มีไฟฉายส่องมาที่เขา
"ขอโทษครับ"
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่รีบเดินออกไป

มหาเนิร์ด และจอห์นนี่ เดิน จนมาถึง อาคารร้าง
"โห พี่จ้อน ... นี่มันคืออะไร"

มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ซุ่มดูอยู่ด้านนอก มองดูด้วยความสงสัย เห็นชาวบ้านบางคนเดินเข้าไปด้านใน บางคนก็เดินสวนออกมาใบหน้าเศร้าสลด เพราะเล่นพนันหมดตัว
มีแสงไฟลอดออกมาจากอาคารร้าง ได้ยินเสียงคนเฮเป็นช่วงๆ
"แบบนี้ที่คนไทยเรียกว่า ผีพนันใช่มั้ย มหาเนิร์ด"
"มิน่าล่ะ ในหมู่บ้านถึงดูเงียบๆ มาอยู่ที่นี่กันหมด"
แหลมและเพื่อนขี้ยา เดินเข้าไปในอาคาร
"พี่จอห์นนี่ ไอ้นั่นมันคือคนที่ปล้นของเราไปนิ"
จอห์นนี่จ้องมองพลางครุ่นคิด
"ใช่ จริงๆด้วย"
จอห์นนี่เดินตามเข้าไป มหาเนิร์ดตกใจ รั้งแขนไว้ไม่ทัน
"เฮ้ยพี่จ้อน"
บริเวณหน้าทางเข้า มีชายสองคนเฝ้าไว้ เมื่อเขาเห็นจอห์นนี่เดินเข้ามาก็เข้ามาขวาง
"มาจากไหน หน้าตาไม่คุ้นเลย" ยาม 1 บอก
"เมื่อกี้คนตัวผอมๆ ที่เดินเข้าไป มันขโมยของผม"
ยาม 2 ถาม
"ไอ้แหลม อะหรอ ขโมยของ"
มหาเนิร์ดรีบวิ่งตามมาดึงจอห์นนี่ให้ถอยห่าง
"ขอโทษด้วยนะครับ สงสัยพวกผมจำคนผิด"
จอห์นนี่ยืนยัน
"ไม่ผิด ใช่มันแน่นอนที่เอาของพวกผมไป"
ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้ยามทั้งสองคนหันไปรอบๆ ด้วยความสงสัย จอห์นนี่และมหาเนิร์ดก็เช่นกัน
เสียงหมาหอนดังขึ้นและรับต่อกันเป็นทอดๆ
จู่ๆ ไฟในอาคารก็ดับพรึ่บ เสียงคนในอาคารโวยวายออกมา
จอห์นนี่อาศัยทีเผลอ วิ่งเข้าไปในอาคาร มหาเนิร์ดรีบวิ่งตาม
"รอผมด้วยพี่จ้อน"

จอห์นนี่และมหาเนิร์ดเดินเข้ามาในอาคารร้าง พวกเขาถือไฟฉายสาดส่องไปรอบๆ ด้านในอาคารไฟดับมืดสนิท มีชาวบ้านบางคนเดินสวนออกมา
"พี่จ้อนเกิดมันเป็นพวกเดียวกัน เราจะทำยังไง"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"ว่าแต่เมื่อกี้มันเสียงอะไร"
แสงไฟด้านในอาคารสว่างขึ้นอีกครั้ง มหาเนิร์ดและจอห์นนี่มองเห็นสภาพด้านในอาคาร มีชาวบ้านนั่งเล่นพนันกันอยู่ตามโต๊ะ ที่จัดวางอยู่ตามมุมห้อง
จอห์นนี่และมหาเนิร์ดหันไปมองรอบๆ มองหาไอ้แหลม แต่ทันใดนั้นเสียงร้องของชาวบ้านก็ดังขึ้น
"เฮ้ย ผีๆ"
ชาวบ้านที่เล่นพนันอยู่ในตึกรีบออกไปดู พวกเขาต่างตกใจที่เห็น
ชาวบ้าน2 บอก
"นั่นมันเปรต"
นอกหน้าต่างๆ พวกเขาเห็นเปรตร่างสูงยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่กลางป่า มันส่งเสียงร้องโหยหวน มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ ต่างรีบเดินไปดู
ชาวบ้านพากันแตกตื่น วิ่งหนีออกนอกอาคาร
"เป็นไปได้ยังไง"
"ไป ไปกันมหาเนิร์ด"
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่รีบวิ่งออกไป

ด้านหน้าอาคาร ชาวบ้านต่างวิ่งออกมาอย่างอลหม่าน เสียงร้องโหยหวนของเปรตยังคงดังต่อเนื่อง
ชาวบ้าน 3 บอก
"บ้านใครบ้านมันนะพี่น้อง"
จอห์นนี่และมหาเนิร์ดวิ่งออกมา พวกเขาวิ่งเข้าไปในป่าที่เปรตปรากฏตัว

จอห์นนี่และมหาเนิร์ดวิ่งตรงไปยังที่เปรตปรากฏตัว
เสียงโหยหวนของเปรตยังคงดังต่อเนื่อง ยิ่งพวกเขาเข้าไปใกล้ เสียงนั่นก็ยิ่งชัดเจน
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่วิ่งจนมาถึงกลางป่า ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น แต่พวกเขากลับไม่พบเปรต เสียงของเปรตเงียบหายไป
"มันหายไปไหนแล้วพี่จอห์นนี่"
"นั่นสิ เป็นไปได้ยังไง"

มหาเนิร์ดและจอห์นนี่หันมองไปรอบๆ กลับไม่พบสิ่งใดเลย

น้าชัย ลุงแอ๊ด เจ๊แฉะ เจี๊ยบนั่งอยู่ที่แคร่ พวกเขาเตรียมอุปกรณ์สำหรับการแสดงคืนนี้

ผู้ใหญ่บุญกำลังยืนดูกล้วยไม้อยู่หน้าบ้าน ชาวบ้านมารวมตัวกันที่หน้าบ้านผู้ใหญ่บุญ
"อ้าว วันนี้มาทำอะไรกัน มีอะไรงั้นเหรอ"
นายโหน่งบอก
"ก็เมื่อคืนนะซิผู้ใหญ่ ... เปรตมันออกมาอาละวาด พวกผมหนีกระเจิดกระเจิงเลย"
"ที่ไหนล่ะ"
"ป่าท้ายหมู่บ้านใกล้ๆ กับบ่อนหน่ะ"
"มาหาชั้นก็ช่วยอะไรพวกแกไม่ได้หรอก เปรตมันเกิดจากความชั่ว ... ยิ่งพวกเอ็งไปสุมหัว เล่นไฮโลกันอยู่ที่บ่อน มันยิ่งชอบ เพราะพอพวกเอ็งตายไปก็จะได้ไปเป็นเพื่อนมันไงล่ะ"
นายโหน่งและชาวบ้านต่างหน้าเสีย พากันหันหลังกลับ

มหาเนิร์ด จอห์นนี่เดินมาที่ทุ่งนา สูดอากาศบริสุทธิ์ จอห์นนี่กางเสื่อใต้ต้นไม้ใหญ่ มหาเนิร์ด หยิบแล็ปท็อปออกมาต่อสัญญาณเข้าอินเตอร์เนต
เจี๊ยบโผล่เข้ามา
"ทำอะไรกันอะ"
"ว่าจะส่งข่าวให้เพื่อนๆหน่ะ"
"อื้ม... นี่พี่เนิร์ดๆ เมื่อคืนมีคนเจอเปรตด้วยนะ"
"อืม"
"อ้าวไม่ตื่นเต้นเหรอ เปรตเลยนะ"
"เมื่อคืนพวกเราก็ไปที่ท้ายหมู่บ้านมา แต่ได้เห็นแปปเดียวเองครับ"
"โอ๊ย น่าเสียดายอะ"
"ช่างเถอะ มาๆถ่ายรูปที่ระลึกกันดีกว่า"
มหาเนิร์ดเปิดกล้องหน้าจากแล็ปท็อป จอห์นนี่และเจี๊ยบ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กดถ่ายรูปเสร็จ มหาเนิร์ดก็โพสต์ส่งไปให้ทีมหมอผีทันที เพื่อจะอวดว่าตอนนี้สบายสุดๆ
"เจี๊ยบไม่พกโทรศัพท์เหรอ"
"ไม่อะ ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เลย"
"โอว แปลกจัง ยังมีคนแบบนี้อยู่อีกเหรอ" จอห์นนี่บอก
"คนแบบไหนพี่จอห์นนี่"
"ก็ส่วนใหญ่ ผมเห็นวัยรุ่นก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ทุกคนเลย"
เจี๊ยบหยักไหล่
"เจี๊ยบมากับพ่อกับน้าๆเหรอ แล้วแม่ล่ะ" มหาเนิร์ดถาม
"แม่ทิ้งเจี๊ยบไปตั้งนานแล้ว เจี๊ยบจำหน้าไม่ได้หรอก"
"เหรอ"
มหาเนิร์ดเงียบไป เขารู้สึกผิด
"โอ้ย เจี๊ยบไม่แคร์หรอก ชีวิตใครชีวิตมัน เจี๊ยบอยู่กับพ่อกับน้า ตอนนี้ก็แฮปปี้จะตาย"
"ไว้เจี๊ยบมาเที่ยวกรุงเทพฯเมื่อไหร่ แวะมาหาเรานะ เราจะพาเที่ยว"
เจี๊ยบยิ้ม

ในสำนักงาน
รัตติกาลเปิดเมล์จากมหาเนิร์ด
ภาพของมหาเนิร์ด จอห์นนี่ และเจี๊ยบที่ทุ่งนา รอยยิ้มสดใส แต่ภาพของเจี๊ยบกลับมีกลุ่มควันสีดำลอยอยู่รอบๆ
รัตติกาลรู้สึกประหลาด เธอเพ่งมองรูปของเจี๊ยบอีกครั้ง

ที่บ้านลุงแสวง รัตติกาลมองรูปของลุงแสวงที่ถ่ายคู่กับน้าชัยและเจี๊ยบ
เจี๊ยบคือคนเดียวกับในภาพของมหาเนิร์ด

รัตติกาลสัมผัสไปที่รูปของเจี๊ยบ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ทำให้รัตติกาลตกใจ เธอมองไปรอบๆ ทุกอย่างดูปกติ
เศกหันมามองรัตติกาลพอดี เขาเห็นรัตติกาลหน้าซีด จึงรีบเดินมาหา
"มีอะไรเหรอซี หน้าซีดเลย"
"ซีรู้สึกว่า กำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีกับมหาเนิร์ดและจอห์นนี่"
รัตติกาลกังวลใจ

บริเวณลานกิจกรรมของชุมชน
ชาวบ้านช่วยกันเตรียมข้าวของ เช่น จานชามของวัดมาล้าง บางคนก็นั่งเช็ดพาน ดูวุ่นวาย
ที่กลุ่มของคณะไชโย พวกเขากาลังจัดทำเวทีการแสดงเล็กๆ มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ช่วยเจี๊ยบทำชุดแต่งกายให้เจ๊แฉะ
จอห์นนี่บอก
"วันนี้ดูชาวบ้านคึกคักดีนะ"
"สงสัยกลัวเปรตเลยไม่กล้าไปบ่อนกัน" เจี๊ยบบอก
นายโหน่งถือถุงกระดาษเดินเข้ามาหามหาเนิร์ด และจอห์นนี่พยายามหาเรื่องชวนคุย
"ว่าไงคนกรุง"
นายโหน่ง อวดถุงกระดาษในมือ ข้างในมีขวดเหล้าซ่อนอยู่
มหาเนิร์ดบอก
"ผมไม่ดื่มครับ"
"อะไรกัน ... ยังหนุ่มยังแน่น"
นายโหน่งมานั่งอยู่ข้างๆ
"ได้ข่าวว่า พวกคุณเป็นพวกล่าผีเหรอ"
"ไม่เชิงแบบนั้นครับ พวกผมแค่สนใจในสิ่งลี้ลับ และต้องการจะศึกษามันอย่างจริงจัง"
"อืม ... วันก่อนคงเห็นแล้วซิ"
"ครับ" จอห์นนี่รับคำ
"เค้าว่าเปรตนั้นนะ มันคือ ไอ้สิน นักเลงที่คุมบ่อนนั่นอยู่ โดนคู่อริแทงตาย"
"ตายนานหรือยังครับ" มหาเนิร์ดถาม
"ครึ่งปีแล้ว"
มหาเนิร์ดครุ่นคิด
เมียของนายโหน่งเดินเข้ามาพอดี
"มาอยู่ตรงนี้เอง ใช้ให้ออกไปซื้อของ หายไปเป็นวันเลยนะ"
"กลับแล้วๆ"
นายโหน่งรีบห่อถุงกระดาษแล้วลุกเดินออกไปอย่างคนกลัวเมีย
"พี่จอห์นนี่ ผมว่ามันแปลกๆ"
"อะไรเหรอ"
"ทำไมตายไปตั้งหลายเดือนแล้วเพิ่งออกมาเป็นเปรตอาละวาดล่ะ"
"อาจจะไม่มีใครทำบุญให้เลยมาขอส่วนบุญก็ได้นะพี่เนิร์ด"

เจี๊ยบมีท่าทีพิรุธ แต่มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ไม่ทันสังเกต

เวทีเล็กๆ ถูกเนรมิตเรียบร้อยแล้ว คณะไชโย เริ่มทำการแสดง มีชาวบ้านปูเสื่อมานั่งดู

หลังเวที
เจ๊แฉะอยู่ในชุดจัดเต็ม สาวทิฟฟานี่เห็นยังต้องหลบเลยทีเดียว เธอโผล่หน้าออกไปดูคน
"คนมันน้อยจังเนอะ ไปไหนกันหมด"
ลุงแอ๊ดบอก
"สงสัยไปบ่อนกัน"
"ขนาดมีเปรตออกมายังกล้าไปกันเนอะ"
ลุงแอ๊ดบอก
"ความโลภมันบังตา"
ด้านหน้าเวที
น้าชัยอย่างหล่อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าวิบวับ ทำหน้าที่พิธีกรและผู้แสดงไปในตัว
"สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้อง คณะไชโยเดินทางมาเพื่อมอบความสนุกให้กับพ่อแม่พี่น้องกันนะครับ"
บนเวทีมีกล่องใสวางไว้อยู่กลางเวที น้าชัยโชว์ให้ผู้ชมดู แล้วเขาก็เอาผ้าสักหลาดสีๆ คลุมมันลงไป
"1 2 3"
น้าชัยเปิดผ้าสักหลาด เจ๊แฉะ คุดคู้อยู่ในกล่อง กระเด้งออกมาโชว์ตัว
ชาวบ้านพากันปรบมือ
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่นั่งอยู่ด้านหน้าเวที จอห์นนี่หัวเราะไปกับโชว์ของน้าชัย มหาเนิร์ดหันไปมองรอบๆ เขาไม่เห็นเจี๊ยบ
"พี่จอห์นนี่เห็นเจี๊ยบมั้ย"
"ไม่เห็นครับ อยู่หลังเวทีหรือเปล่า"
น้าชัย ให้เจ๊แฉะ เข้าไปในกล่องอีกครั้ง พร้อมกับคลุมผ้า
"1 2 3"
น้าชัย เปิดผ้า ที่กล่องว่างเปล่า
กลุ่มชาวบ้าน เจ๊แฉะ ไปยืนเกาะแขน ออเซาะใส่นายโหน่ง
ชาวบ้านปรบมือรัว ชอบใจ
จอห์นนี่บอก
"โอวอะเมซิ่งมากๆ ยิ่งกว่า เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ อีกนะครับ มหาเนิร์ด"

ทันใดนั้นเสียงหวีดร้องโหยหวนดังขึ้น ชาวบ้านที่นั่งอยู่พากันตกใจ รีบลุกขึ้นพากันหนีตายอลหม่าน
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่หันไปมองรอบๆ
ชาวบ้าน 1 บอก
"เปรตมันมาแล้ว"
"ใจเย็นๆนะครับพี่น้อง ไว้มาพบกับคณะไชโยได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ วันนี้กราบสวัสดีครับ"
เสียงหวีดร้องของเปรตดังขึ้นต่อเนื่อง
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่หันไปมอง พวกเขาเห็นที่ยอดต้นไม้สูงไกลๆ มันเคลื่อนไหว และ มีเงาแขนดำๆ ยาวๆ โผล่ขึ้นมาจากหลังต้นไม้นั่น

เวลานั้น ฟ้ามืดแล้ว มหาเนิร์ดและจอห์นนี่รีบวิ่งเข้าไปในป่า ตรงที่ต้นไม้สูงที่พวกเขาเห็นแขนดำๆ
เสียงหวีดร้องของเปรตใกล้เข้ามาทุกที จอห์นนี่วิ่งสะดุดล้มรากต้นไม้
"โอ๊ย"
มหาเนิร์ดหันหลังกลับมาช่วยพยุงจอห์นนี่ ... ใกล้ๆนั่นเอง มหาเนิร์ดเห็นลำโพงติดอยู่ที่ต้นไม้
จอห์นนี่ลุกขึ้น เขามอง
"นี่เสียงมันมาจากลาโพงนี่นิ"
มหาเนิร์ดถาม
"ฝีมือใคร"
เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา จอห์นนี่และมหาเนิร์ดแอบหลบหลังต้นไม้
เจี๊ยบเดินมา ในมือของเธอมีเครื่องเล่นเพลงตัวเล็ก เมื่อเธอกดปุ่มเพลย์ เสียงหวีดร้องก็ดังออกมาตามลำโพง
"เจี๊ยบ!"
เจี๊ยบตกใจที่เห็นมหาเนิร์ดและจอห์นนี่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

มหาเนิร์ด จอห์นนี่ เจี๊ยบ น้าชัย ลุงแอ๊ด เจ๊แฉะ ผู้ใหญ่บุญ นั่งล้อมวงกัน
มหาเนิร์ดบอก
"นี่หมายความว่าพวกน้าๆ รวมหัวกันหลอกชาวบ้าน"
ผู้ใหญ่บุญอธิบาย
"ใจเย็นๆ พ่อหนุ่ม พวกเรามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้นะ"
"ใช่ พวกเธอไม่เห็นเหรอ ชาวบ้านบางคนก็ไม่กล้าไปบ่อน คนทำผิดศีลจะได้น้อยลง เอ็งไม่เข้าใจเหรอ" น้าชัยว่า
"แต่อีกหน่อยเค้าก็ต้องรู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง"
"แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอพี่เนิร์ด" เจี๊ยบบอก
มหาเนิร์ดมองหน้าเจี๊ยบ

บรรยากาศกลางคืนที่หน้าอาคาร เงียบ วังเวง แลดูน่ากลัว
แหลมและเพื่อนขี้ยาเดินเข้ามา พวกเขาถือข้าวของ ที่พวกเขาขโมยมาจากมหาเนิร์ดและจอห์นนี่
"เฮ้ย วันนี้คนไปไหนหมดวะ"
เพื่อนขี้ยาบอก
"เค้ากลัวผีกันวะเพื่อน"
"เชี้ยเอ้ย กูว่าจะมาถอนทุนคืนสักหน่อย"
"เอาไงดี ไว้พรุ่งนี้ค่อยมามั้ย"
"เฮ้ยได้ไงวะ วันนี้แหล่ะ"
ไอ้แหลมและเพื่อนขี้ยาพากันเดินเข้าไป

ภายในเก่า โทรม ดูน่ากลัวยิ่งกว่าภายนอก มันมืดและรกร้าง
แหลมและเพื่อน เข้ามาในอาคาร
"เฮ้ยวันนี้ทำไมมันดูแปลกๆวะ"
"พอไม่มีคน ดูเป็นตึกผีสิงยังไงก็ไม่รู้วะ"
"ไม่รู้แหล่ะ วันนี้ต้องถอนทุนคืนให้ได้ ไหนๆเราได้ของมาต่อทุนแล้วนิ"
ไอ้แหลมยกกระเป๋าของมหาเนิร์ดขึ้นมาอวด
ที่มุมหนึ่ง มีโต๊ะตั้งอยู่ เหล่านักเล่นยืนล้อมวงกัน ไอ้แหลมกับเพื่อนรีบพุ่งตัวเข้าไป ร่วมเล่นไฮโลกันสนุกสนาน
เสียงหวีดร้องโหยหวนดังขึ้น ทำให้นักเล่นหยุดแล้วหันไปมองรอบๆ อย่างหวาดหวั่น
"เฮ้ย เสียงไรวะ"
"เสียงเปรตแน่เลยมึง"
นักเล่น 1 บอก
"เฮ้ย กูกลับก่อนนะ"
นักเล่นทั้งหลายพากันแห่กลับบ้านด้วยความกลัว
"เฮ้ย อยู่เล่นกันก่อนซิ เปรตมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก"
เสียงกระจกแตกเพล้ง ทำเอานักเล่นผวา รีบวิ่งออกนอกอาคารทันที ทำให้ไอ้แหลมหงุดหงิด มันเป็นคนไม่เคยกลัวผีอยู่แล้ว
"สงสัยเปรต อยากลงนรกอีกรอบว่ะ"

แหลมและเพื่อนขี้ยา เดินตรงไปยังทางออก

มหาเนิร์ด จอห์นนี่ เจี๊ยบ แอบหลบอยู่ด้านนอก พวกเขาทั้งสามมองเข้าไปด้านใน มหาเนิร์ดคอยเปิดเสียงของเปรตไว้หลอกนักเล่น
"จริงๆ ผมก็ยังไม่เห็นด้วยนะ"
"นี่ถ้าเห็นด้วยจะขนาดไหน"
เจี๊ยบบอก
"พวกพี่ทำถูกแล้วล่ะ อย่าคิดเยอะให้ปวดหัว"
เจี๊ยบยื่นผ้าขาวให้จอห์นนี่สวม จอห์นนี่สวมผ้าคลุมหัวแล้วเขาก็เห็นชายลึกลับปรากฏตัวขึ้น เขาสวมเสื้อผ้าชุดดำ ยืนจังก้าจ้องมองมาทางกลุ่มของมหาเนิร์ด
"เฮ้ย แย่แล้ว มีคนเห็นพวกเราแล้ว"
เจี๊ยบและมหาเนิร์ดหันไปมอง ชายลึกลับคนนั้นค่อยๆ เดินมาหาพวกเขาแล้วยืดตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นผีเปรต พวกมหาเนิร์ดต่างตกใจกับภาพที่เห็น
ทางด้านของไอ้แหลม มันวิ่งออกมาตรงที่พวกมหาเนิร์ดยืนอยู่ แล้วมันก็เห็นผีเปรตยืนหวีดร้อง ไอ้แหลมควักปืนออกมายิงใส่ผีเปรตหลายนัด แต่มันดูไม่สะทกสะท้าน กลับเดินมุ่งตรงไปหาพวกไอ้แหลม มืออันใหญ่ของผีเปรตออกแรงเหวี่ยงซัดไอ้แหลมกระเด็น จากนั้นผีเปรตก็ใช้มืออันใหญ่ทุบเข้าที่ร่างของไอ้แหลม ร่างแหลก ตายคาที่
เพื่อนขี้ยาของไอ้แหลมแทบสิ้นสติ มันวิ่งหนีกระเจิง จากนั้นผีเปรตก็เดินตรงมายังพวกมหาเนิร์ด เจี๊ยบหยิบก้อนหินขว้างใส่ผีเปรต มันพุ่งตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว แล้วคว้าตัวเธอไว้ ก่อนจะหายลับไปในอาคาร มหาเนิร์ดและจอห์นนี่รีบวิ่งตาม
"แอร๊ย" เจี๊ยบกรีดร้อง
"เจี๊ยบ" มหาเนิร์ดร้องเรียก
จอห์นนี่และมหาเนิร์ดคว้าขาของเปรตไว้ได้ แต่มันออกแรงสะบัด ทำให้พวกเขาทั้งสองกระเด็นไปฟาดกับผนังกำแพง สลบไป

ถนนโล่ง รถของอาจารย์วิเศษแล่นไป บรรยากาศรอบข้าง เป็นต้นไม้สองข้างทาง
เศกเปิดเครื่องรับสัญญาณตัวใหม่ หน้าจอแสดงผล เห็นจุดแดงกำลังเคลื่อนที่เข้าหาจุดสีเขียว
"จุดสีแดง คือเรา จุดสีเขียวคือเป้าหมาย"
รัตติกาลบอก
"ไม่เห็นจะต่างจากเครื่องติดตามอันอื่นตรงไหนเลยย"
อาคมหัวเราะ เห็นด้วยไปกับซี เศกหันไปมองตาขวาง
"โธ่ ซี ของผมหน่ะ ละเอียดและแม่นยำกว่า และที่สาคัญ มันสามารถบอกระดับอุณหภูมิที่เกิดขึ้นรอบๆเป้าหมายที่เราติดตามได้ด้วยนะ"
อาจารย์วิเศษบอก
"พูดง่ายๆมันก็คือเครื่องตามผีนั่นแหล่ะ"
"โธ่ อาจารย์ มันไม่เหมือนกัน แค่จิ้มไปที่เป้าหมายปลายทาง"
เศกกดปุ่มฟังก์ชั่นที่แสดงกราฟความแปรผันของอุณหภูมิ หน้าจอแสดงกราฟผันผวน เศกหน้าเสีย
"ทำไมเหรอเศก"
"มหาเนิร์ดกับจอห์นนี่อาจจะได้เจอวิญญาณจริงๆก็ได้นะครับ ไม่งั้นเครื่องผมก็เสีย"
วิเศษเหยียบคันเร่ง เข็มหน้าปัดทะยานขึ้นไปที่ 140

ที่บ้านผู้ใหญ่ เจ๊แฉะนั่งสะอื้น ขี้มูกไหลย้อย โดยมีน้าชัย ลุงแอ๊ด ผู้ใหญ่บุญนั่งปลอบใจอยู่ข้างๆ
"ไม่น่าเลย ๆ นังเจี๊ยบ ฮือ ฮือ"
น้าชัยบอก
"นี่นังแฉะ แกทำเสียอย่างกับว่าเปรตมันกินลูกข้าเข้าไปแล้ว"
เจ๊แฉะสะอื้น ผู้ใหญ่บุญลุกขึ้น
ลุงแอ๊ดถาม
"อ้าวผู้ใหญ่จะไปไหน"
"ชั้นจะไปหาหลวงพ่อที่วัดหน่อย ท่านต้องช่วยพวกเราได้แน่ๆ"
ผู้ใหญ่บุญ ขี่มอเตอร์ไซด์ออกไป

บรรยากาศหน้าอาคารร้าง ยังคงความสะพรึง
จอห์นนี่และมหาเนิร์ด ลืมตาตื่นฟื้นขึ้นมา พวกเขายังรู้สึกมึนหัว
"เจี๊ยบ"
มหาเนิร์ด และจอห์นนี่รีบเดินไปที่ประตูทางเข้า

ผู้ใหญ่บุญมาขอคำปรึกษากับหลวงพ่อ
"ที่ตรงนั้นแท้จริงแล้วเป็นที่อยู่อาศัยของผีเปรตและเหล่าสัมภเวสี พวกมันคอยหลอกล่อให้คนประพฤติชั่ว หวังจะได้กัดกินดวงวิญญาณคนบาป ที่นี้พอโยมวางอุบายกุเรื่องเปรตขึ้นมา ก็เลยไม่มีใครกล้าไปเล่นพนันที่นั่นอีก เปรตและสัมภเวสีก็เลยปรากฏกายขึ้นมา" หลวงพ่อบอก
"ทำยังไงกันดีครับหลวงพ่อ"
"คงต้องให้ชาวบ้านช่วยกันร่วมแรงร่วมใจส่งบุญให้พวกผีเหล่านั้น"

มหาเนิร์ดและจอห์นนี่เดินสำรวจในอาคาร
เสียงหวีดร้องดังขึ้น สลับเสียงกระซิบแต่ฟังไม่ได้ภาษา เงาดำวูบผ่านหน้าพวกเขาไป มหาเนิร์ดวิ่งตาม
"เจี๊ยบ ... เจี๊ยบ อยู่ที่นี่หรือเปล่า"
จอห์นนี่และมหาเนิร์ดขึ้นไปชั้นบน มันแบ่งเป็นห้องย่อยๆ
เสียงก๊อกแก๊กดังออกมาจากห้องหนึ่ง มหาเนิร์ดและจอห์นนี่รีบวิ่งเข้าไปดู
ผีผู้หญิง เป็นผีเปรตตัวสูงเท่ามนุษย์ นั่งหันหลังให้มหาเนิร์ด มหาเนิร์ดคิดว่าเป็นเจี๊ยบ
"เจี๊ยบ"
ผีผู้หญิงหันหน้ามา มันกำลังกินซากสัตว์ มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ตกใจ เขารีบเดินออกไป
"ที่นี่มันนรกขุมไหนกันเนี่ย" จอห์นนี่ว่า
เสียงเคาะประตูดังรัว มหาเนิร์ด จอห์นนี่รีบวิ่งตรงไป พวกเขาพยายามดันประตูออก แต่มันแน่นหนา
"เจี๊ยบๆ"
จอห์นนี่หยิบอุปกรณ์ไขประตูออกมาจากกระเป๋าของเขา แล้วจัดการปลดล็อค ประตูเปิดออก แต่พวกเขากลับพบผีเปรต ตัวสูงเท่ามนุษย์ ตัวดำเหมือนตอไม้ที่เผา ร้องโหยหวน ขอความช่วยเหลือ
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ถอยหลัง มีผีเปรตตัวสูงเท่ามนุษย์หลายตน เดินมาหาพวกเขา พวกมันดูหิวโหยและน่าเวทนา
มหาเนิร์ดและจอห์นนี่ต้องรีบออกมาจากอาคารร้าง

กลุ่มชาวบ้าน เตรียมอาหาร มีทั้งคาวหวาน เพื่อเตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ชาวบ้านบางกลุ่มช่วยกันทำร้านเปรต (หลาเปรต)
รถของวิเศษวิ่งเข้ามาจอดหน้าวัด ทุกคนเดินลงจากรถ
ผู้ใหญ่บุญเดินออกมาต้อนรับ เพราะไม่เคยเห็นหน้าพวกอาจารย์วิเศษมาก่อน
"สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ พวกผมมาตามมหาเนิร์ดและจอห์นนี่"
มหาเนิร์ด จอห์นนี่ วิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ
"อาจารย์ครับ"
วิเศษ รัตติกาล อาคม เศก หันไปมอง พวกเขาเห็นสภาพของมหาเนิร์ดและจอห์นนี่มอมแมม ดูไม่จืดเลย
"จอห์นนี่"
"อาจารย์ครับ พวกผมเจอผีเปรตเข้าให้แล้ว"
"จริงๆครับ อาจารย์ พวกมันเอาเจี๊ยบไปด้วย"
"งั้น ... พวกเราคงต้องจัดการ ก่อนที่จะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีก" วิเศษบอก

ด้านนอกอาคารร้าง อาคม เศก หยิบอุปกรณ์กรงดักพลังงานขึ้นมา เช็คเพื่อเตรียมพร้อม
วิเศษ และรัตติกาล สำรวจพื้นที่
มหาเนิร์ด และ จอห์นนี่ติดตั้งกล้องอินฟาเรดไว้ทั่วบริเวณ

ผ่านเวลา... บรรยากาศยามค่าคืน น่ากลัว เสียงนกแสกร้อง
ทีมหมอผี ตั้งท่ารออยู่หน้าอาคาร
ลมพัดแรง ปรากฏมือผอมๆ โผล่ออกมานอกหน้าต่างมากมาย พวกมันส่งเสียงร้องระงม เสียงหวีดร้องของความเจ็บปวดและหิวโหย
ผีเปรตตนหนึ่ง ผิวดำไหม้เกรียม รูปร่างสูงเท่ามนุษย์เดินออกมาจากประตู มีดวงวิญญาณหลายดวงพุ่งออกมา
รัตติกาลหยิบเครื่องมือวัดพลังงานออกมา ตัวเลขดีดขึ้นอย่างเร็วเป็นลำดับ
"สองร้อย.. สามร้อย.. สี่ร้อย ... หกร้อยเจ็ดสิบ ไดนามิคโวลท์"
อาจารย์วิเศษบอก
"ค่าสูงมาก... เศก จับให้แน่นๆ นะ"
"ครับอาจารย์ ผมพร้อมแล้ว"
"อาคม ... ตั้งค่าที่หน้าปัด ไดนามิคโวลท์เลย"
อาคมตั้งค่าหน้าปัด ตามที่วิเศษสั่ง ผีเปรตถูกดูดเข้าไปในกรง แต่แรงมหาศาลของมันทาให้อาคมเซไปด้านหลัง เศกต้องรีบเข้ามาจับยื้อไว้ มหาเนิร์ดและจอห์นนี่วิ่งเข้ามาช่วยอีกแรง
รัตติกาลมองไปที่เครื่องมือวัดพลังงาน ตัวเลขกลับดันขึ้นไปอีก
"แย่แล้วคะอาจารย์ ค่าพลังงานมันสูงขึ้นเรื่อยๆ"
อาคมและเศกพยายามยื้อเครื่องดูดพลังงานไว้ แต่มันตีกลับ วิญญาณพวยพุ่งหลุดออกมาได้
ผีเปรตเมื่อหลุดจากเครื่องดูดพลังงาน มันวิ่งหนี มุ่งตรงไปที่หมู่บ้าน
เสียงผีเปรตกรีดร้อง ทีมหมอผีวิ่งตามผีเปรตไป

ช่วงฟ้าสาง ชาวบ้านต่างนำอาหาร มาวางตรง ร้านเปรต (หลาเปรต) ซึ่งสร้างไว้กลางวัดยกเสาสูง บนร้านเปรตจะมีสายสิญจน์วงล้อมไว้รอบและต่อยาวไปจนถึงพระสงฆ์ที่นั่งอยู่ในวิหารที่เป็นที่ทำพิธีกรรม โดยสวดบังสุกุลอัฐิ
ชาวบ้านช่วยกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
"ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีเปรตทั้งหลายด้วยเทอญ"

ในศาลาวัด ผู้ใหญ่บุญและหลวงตา นำชาวบ้านช่วยกันสวดมนต์และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผีเปรต

ผีเปรตวิ่งเข้ามาในวัด ทีมหมอผีวิ่งตามมา
ผีเปรตมองเห็นที่อาหารที่วางอยู่บนร้านเปรต มันรีบเก็บกินอาหารอย่างหิวโหย

ทีมหมอผีตามมาถึง รัตติกาลมองเครื่องมือวัดพลังงาน ตัวเลขค่อยๆ ลดน้อยลง
"ค่าสามร้อยหกสิบคะ"
อาคมตั้งค่าตัวเลขที่ สามร้อยหกสิบ แล้วเปิดเครื่องดูดพลังงาน
หลวงพ่อยืนออกมามองด้วยจิตสงบ
"อาคม เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งเปิดเครื่อง"
"ทำไมล่ะครับ อาจารย์ พวกมันกำลังหมดพลังแล้ว"
"เครื่องกักพลังงาน เราสร้างขึ้นเพื่อคุมขังพลังชั่วร้าย แต่คุณลองดูตอนนี้สิ"
เหล่าเปรตดูน่าสงสาร พวกมันกำลังฟังหลวงพ่อเทศนาอย่างซาบซึ้ง
มหาเนิร์ด นึกขึ้นได้ เขารีบวิ่งกลับไปที่อาคารร้าง

มหาเนิร์ด และจอห์นนี่รีบวิ่งกลับมาที่อาคารร้าง
"เจี๊ยบ เจี๊ยบ"

มหาเนิร์ด และจอห์นนี่วิ่งหาเจี๊ยบจนทั่ว แต่พวกเขาก็ไม่เจอ

ชาวบ้านออกช่วยทีมหมอผี ค้นหาพวกน้าชัยและเจี๊ยบ

ที่ในป่าลึกเข้าไปทางด้านหลังอาคารร้าง มีซากรถตู้จอดชนต้นไม้ใหญ่ และด้านในรถพบโครงกระดูก อยู่ 4 โครง ซึ่งเป็นของ น้าชัย ลุงแอ๊ด เจี๊ยบ เจ๊แฉะ ใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกัน
มหาเนิร์ดเข่าอ่อน เขาช็อกที่ได้รู้ว่าเจี๊ยบไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว
"ไม่จริง"
"ดูจากร่องรอยนี่น่าจะเกิดอุบัติเหตุ ทำให้รถเสียหลักเสียชีวิตกันหมด"
รัตติกาลส่งรูปถ่ายของเจี๊ยบทีมีกลุ่มควันให้ มหาเนิร์ด
"พวกเจี๊ยบตายไปแล้ว แต่จิตของเขายังพะวง จึงทำอะไรคล้ายๆกับตอนยังมีชีวิตอยู่"
"นี่พวกเราอยู่กับผีมาตลอดเวลาเลยหรือนี่"
เศกบอก
"ประสบการณ์ครั้งนี้ลืมไม่ลงแน่ๆ"
"เราช่วยกันทำพิธีศพและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขากันนะ อย่างน้อยวิญญาณพวกเขาจะได้สงบ"
"ขอบคุณมากพี่อาคม"

ภาพอดีต... มหาเนิร์ด ถามเจี๊ยบเรื่องโทรศัพท์มือถือ และ ทั้งสามถ่ายรูปด้วยกันที่ทุ่ง มหาเนิร์ดบอกเจี๊ยบว่า ไว้เขาจะพาเธอเที่ยวกรุงเทพฯ

หลวงพ่อและวิเศษกำลังคุยกัน
"สิ่งเหล่านี้ล้วนหนีไม่พ้นเรื่อง "บุญ และ บาป " แต่การที่เราเกิดมาแล้วเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือในชาตินี้ ว่าเราเลือกที่จะทำ บุญ หรือ บาป"
"กฎแห่งการกระทำ เป็นกฎแห่งเหตุและผล เป็นกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครหลีกพ้นได้จริงๆครับ"" พวกเปรตเหล่านั้นได้รับรู้แล้วว่าบาปกรรมมีจริง แต่ที่น่าห่วงก็มีแต่คนเป็นๆมากกว่าที่อาจจะมองเห็นก็เมื่อสาย"
"ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศแน่แท้แหล่ะ โยม"

วิเศษมองท้องฟ้าอย่างครุ่นคิด
 
อ่านต่อตอนที่ 10 
หมอผี ตอนที่ 4 "เสือสมิง" (จบ)
หมอผี ตอนที่ 4 "เสือสมิง" (จบ)
บรรยากาศเช้ามืดในกรุงเทพฯ มีพระบิณฑบาต ผู้คน เรือในแม่น้ำ รถเมล์วิ่งอยู่ตามท้องถนน ภายในบ้านหมอพัน ที่รกเรื้อไปด้วยต้นไม้ใหญ่ หมอพันนั่งบริกรรมคาถาอยู่หน้าแท่นบูชา ที่ประกอบไปด้วยวัตถุมงคลนานาชนิด มีแม้กระทั่งหัวกระโหลกเสือ กลิ่นธูปควันเทียนตลบอบอวนอยู่ในห้อง ทางด้านหลังของหมอพันมีรอยกระสุนซึ่งเป็นรอยกระสุนปืนวิเศษ ระหว่างที่หมอพันท่องคาถา เหงื่อผุดพรายเต็มหน้า ตัวสั่น บาดแผลที่ด้านหลังค่อยๆสมานเข้าด้วยกันจนกลายเป็นปกติแล้ว....หมอพันยังท่องคาถาต่อไป... วิเศษนั่งหน้าเครียดในที่ประชุม พร้อมทั้งอาคม เศก มหาเนิร์ด จอห์นนี่ อาคมยังบอบช้ำและทายา เนื่องจากถูกไทเหวี่ยงเข้าผนังเมื่อคืน อาคมใส่เสื้อและเดินเข้าไปร่วมประชุม รัตติกาลมองแบบเป็นห่วง บนโต๊ะมีภาพนิ่งของไทที่รัตติกาลหยิบมาจากบ้านไทวางอยู่
กำลังโหลดความคิดเห็น...