xs
xsm
sm
md
lg

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see you again ตอนที่26

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 26

ไป๋คังยังนั่งคุยอยู่กับหย่งชิงและอันซี ชายชราถือโอกาสอบรม ตำหนิหย่งชิงไปด้วย

“ฉันมียิ่วเชียนกับอันซี มีคนในครอบครัวอยู่ด้วยถึงเรียกว่าบ้าน ทำไม พ่อแม่เธอไม่เคยสอนเหรอ”
หย่งชิงโมโห ลุกขึ้นยืนเสียงดัง
“คุณพูดจบรึยัง เพราะคุณเป็นปู่ของยิ่วเชียน ฉันถึงได้เกรงใจ คุณอย่าเห็นความเกรงใจของฉันเป็นเรื่องล้อเล่นสิ ในเมื่อคุณไม่อยากได้บ้านหลังนั้นแล้ว ดี ตั้งแต่นี้ไป พวกเธอทุกคน ห้ามไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีก ถ้าฉันรู้ว่าใครไปเหยียบที่นั่น ฉันจะสั่งให้คนรื้อบ้านทันที”
หย่งชิงเดินออกไปทันที อันซีเรียกไว้ทำท่าจะตาม
“เอ๊ะ คุณหู...คุณหู”
“อันซี ปล่อยเขาไป ช่างเถอะ อย่าไปขอร้องเขา มา นั่งลง”
“คุณปู่”
“อันซี ฉันขอโทษ เมื่อวานปู่แสดงกิริยาไม่ดีกับเธอ ปู่สับสนไปหมดแล้ว”
“คุณปู่ อย่าพูดอย่างนี้ค่ะ แค่คุณปู่ไม่โกรธฉัน ฉันก็ดีใจมากแล้ว”
“คำพูดที่ฉันพูดเมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดเหลวไหล เธอต้องดูแลยิ่วเชียนให้ดี เขาเป็นคนที่ฉันห่วงที่สุดในโลก จากวันนี้ไป ฉันมอบเขาให้เธอดูแลแล้วนะ”
“ฉันรู้แล้วค่ะ นอกจากยิ่วเชียนไม่ต้องการฉัน ไม่งั้นฉันจะไม่มีทางไปจากเขา”
“เธอสัญญานะ”
“ฉันสัญญา”
“ดี”
ไป๋คังยิ้มสบายใจ

หย่งชิงเดินเสียใจออกมาจากร้านกาแฟ นึกถึงคำพูดของอันซี
“ยิ่วเชียนจะชอบคุณหรือไม่ คุณควรไปถามเขาเอง”
หย่งชิงนึกถึงคำพูดของยิ่วเชียน
“ผมต้องการสานความสัมพันธ์กับคุณต่อไป ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ผมไม่มีทางปรากฏตัวอีก”
“ที่ฉันทำอย่างนี้เพราะ”
“หูหย่งชิง ผมรู้ว่าคุณเป็นคนกลัวเสียหน้า อย่าพูดในสิ่งที่จะทำให้ตัวเองดูแย่”
หย่งชิงนึกถึงคำพูดของไป๋คัง
“เกมต้องเล่นด้วยใจถึงจะมีตอนจบ ยิ่วเชียนไม่มีใจ เธอไปบังคับเขาอย่างนี้ แล้วเมื่อไหร่เธอจะได้หัวใจของยิ่วเชียนล่ะ”
หย่งชิงร้องไห้หนัก
“ทำไมๆๆ ทำไมฉันทำไม่ได้ ทำไม”
หย่งชิงทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก

ยิ่วเชียนกลับเข้ามาบ้าน ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย อันซีเห็นเข้า
“เอ๊ะ ยิ่วเชียน”
“มานี่หน่อย”
“มีอะไร”
“คิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ”
ยิ่วเชียนยิ้มน้อยๆ ให้หญิงสาว ก่อนจะดึงเธอเข้าไปกอดอย่างเห็นใจและสงสารจับหัวใจ อันซีไม่เข้าใจความรู้สึกของยิ่วเชียน คิดว่าเขามีปัญหาจึงกอดปลอบ
“โธ่ ยิ่วเชียนของเราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
ไป๋คังเดินเข้ามา
“โชคดีที่ฉันใส่หมวก”
“คุณปู่”
อันซียิ้มให้ไป๋คัง ยิ่วเชียนยิ้มดีใจ
“เธอดีกับคุณปู่แล้วเหรอ คุณปู่ คราวหน้าผมจะซื้อหมวกใบใหญ่ให้ จะได้บังให้มิดไงครับ”
อันซีตีแขนยิ่วเชียนเบาๆ ที่อำไป๋คัง ไป๋คังชี้หน้าหลานชายยิ้มๆ
“จริงสิ อันซี ฉันหาเจอแล้ว นี่ไง ที่จะเซอร์ไพรส์ยิ่วเชียน”
ไป๋คังส่งรูปสวนสนุกให้อันซีดู
“จริงด้วยๆ คุณดูสิ”
“ทัศนศึกษาที่หลานพลาดตอนมัธยมไง”
“ไหนคุยกันแล้วว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน คุณว่างเมื่อไหร่ เราไปกันนะ”
“ได้สิ พอดีเลย ฉันมีวันหยุด”
อันซีมองแปลกใจ
“ไม่เชื่อเหรอ”
“ตอนคุณไปหมู่บ้านภูล่านคุณหยุดแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะ ว่าหัวหน้าคุณ”
ยิ่วเชียนยิ้มปลอบใจ
“ไม่ใช่ ฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องคิด เลยขอหยุด”
“แต่ว่า”
อันซียังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงออดดังขึ้น
“รอเดี๋ยวนะ”
อันซีเดินไปเปิดประตู จื้อหลิง เหม่ยเหวิน หยาลู่ และหยาเอินก็ส่งเสียงดังเข้ามา
“เซอร์ไพรส์”
ยิ่วเชียนงงๆ ไป๋คังมองแปลกใจ พวกเหม่ยเหวินวิ่งเข้ามาข้างใน
“ขอโทษด้วยนะที่มารบกวน” จื้อหลิงบอกกับอันซีที่ยืนงงๆ อยู่
“ไม่เจอกันตั้งนาน ถือไว้ๆ”
เหม่ยเหวินทักทายแล้วส่งเครื่องนอนที่นำติดมาด้วยให้อันซีถือ
“รบกวนด้วยนะ” หยาเอินบอก
“รบกวนด้วยนะ อย่าลืมปิดประตูด้วย” หยาลู่พูดปิดท้ายก่อนเดินตามทุกคนเข้ามา
“คฤหาสน์ในตำนานเลย” เหม่ยเหวินบอก
“เอ๊ะ พวกเธอ” อันซีท้วง
“ถือว่าเราเป็นญาติมาดูความเป็นอยู่ของเธอแล้วกัน” เหม่ยเหวินตัดบท
จื้อหลิงเข้ามาเกาะแขนยิ่วเชียน
“นี่ยิ่วเชียน ฉันว่า น้องเขย ใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่แล้วทำไมไม่เห็นคุณเตรียมงานต้อนรับเลย หะๆๆ”
“คนแก่ยังอยู่ทั้งคน” ไป๋คังแซว
จื้อหลิงรีบวิ่งไปหาไป๋คัง
“โธ่ คุณปู่ ฉันมีตาหามีแววไม่จริงๆ สวัสดีค่ะ ฉันเป็นเพื่อนรักของอันซีในหมู่บ้านภูล่าน ฉันชื่ออู๋จื้อหลิงค่ะ”
“เคยได้ยินแล้ว”
“เอ๊ะ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อจิงเหม่ยเหวิน คุณคงเคยได้ยินอันซีพูดถึง ฉันคือสมองทองคำ”
“ได้ยินมานานแล้วล่ะ”
“สวัสดีครับผมเป็นเพื่อนสมัยเรียนของอันซี ชื่อจางหยาลู่ น้องสาวผม ชื่อจางหยาเอิน”
“สวัสดีค่ะคุณปู่ หนูเป็นคนที่อันซีดูแลและเป็นพนักงานด้วย”
“ดีมาก”
อันซีเดินเข้ามายืนข้างยิ่วเชียนพลางถาม
“นี่ ตกลงพวกเธอมาที่นี่ทำไม”
หยาลู่รีบบอก
“ถึงเวลาที่หยาเอินต้องมาตรวจรักษา และโรงเรียนให้ฉันมาสำรวจสถานที่ ดังนั้นฉันเลยแวะมาทีเดียวเลย”
อันซีหันไปถามเหม่ยเหวินกับจื้อหลิง
“เธอสองคนล่ะ”
“โธ่เอ๊ย เพิ่งผ่านวันหยุดพักร้อน เราว่างมาก เลยถือโอกาสมาเที่ยว” เหม่ยเหวินหัวเราะ
“ใช่ มาเที่ยว นี่ ตั้งแต่เธอมาไทเปยังไม่เคยชวนเรามาเที่ยวเลย ฉันยังไม่เคยไปห้างที่ขายเสื้อผ้าผู้หญิงเลย” จื้อหลิงตัดพ้อ
“ฉันก็ไม่ได้ช็อปปิ้งแหล่งขายเทปนานแล้ว” เหม่ยเหวินบอก
อันซีอ้ำอึ้ง “เอ่อ แต่ว่าฉัน แต่ว่ายิ่วเชียน โธ่เอ๊ย ยิ่วเชียนเพิ่งจะมีวันหยุด พวกเธอไม่นัดแต่แรก”

อ่านต่อหน้า 2

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 26 (ต่อ)

อันซีพูดตัดพ้อเพื่อนๆ พลางเข้าไปจับแขนอ้อนยิ่วเชียน เหม่ยเหวินแซวทันที

“เอ๊ะๆๆๆๆ มือนั้นของเธอกำลังอ้อนต่อหน้าพวกเราใช่มั้ย ผู้สูงอายุยังอยู่นะ”
อันซีอึ้ง รีบปล่อยมือจากแขนยิ่วเชียน
“ไม่เป็นไร ฉันชินตั้งนานแล้วล่ะ” ไป๋คังบอก
ทุกคนหัวเราะ
“ทุกคน ดึกมากแล้ว ฉันขอไปพักผ่อนก่อน ทุกคนสนุกให้เต็มที่ ถือว่าเป็นบ้านของตัวเองนะ”
“กู๊ดไนท์ค่ะคุณปู่” จื้อหลิงบอก
“ขอบคุณค่ะคุณปู่ คุณปู่บอกว่าคิดว่าเป็นบ้านตัวเอง บ้านตัวเอง”
ทุกคนวิ่งไปนั่งนอนเล่นบนเตียงอย่างสนุกสนาน อันซีรีบปราม
“นี่มันบ้านคนอื่น พวกเธอมีมารยาทหน่อยได้มั้ย นี่ๆๆ”
“คุณปู่บอกว่าคิดว่าเป็นบ้านตัวเอง” เหม่ยเหวินเถียง
“เอ๊ะรอเดี๋ยวนะ ฉันเอายาขึ้นไปให้คุณปู่แล้วจะรีบลงมา” อันซีบอก
ยิ่วเชียนประหม่า ทำตัวไม่ถูก ไม่เคยอยู่กับคนมากๆ
“คือว่า ทุกคน ฉันพาทุกคนไปที่ห้องนอนก่อนดีกว่า”
"จะนอนตอนนี้เลยเหรอ” เหม่ยเหวินแปลกใจ
จื้อหลิงเดินเข้าไปหายิ่วเชียน
“โธ่เอ๊ย นี่น้องเขย คุณไม่ต้องกังวลแล้ว หลังจากมิตรภาพของฉันกับอันซีกลายเป็นขี้หมา เราก็ไม่เคยคาดหวังในตัวเขาแล้ว และคิดว่าจะออกไปเที่ยวเอง ดังนั้นพรุ่งนี้ คุณไปเที่ยวกับอันซีได้เลย”
จื้อหลิงเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เสียงดังเฮฮา

วันรุ่งขึ้น ยิ่วเชียนกับอันซีพากันมาที่สวนสนุก ทั้งคู่ต่างตื่นเต้น ยิ้มมีความสุข
“สวยมากเลย เมื่อก่อนคุณเคยพลาดอะไรไปบ้าง”
“วันนี้ เธออยากเล่นอะไร”
“ฉันอยาก ฉันอยากเล่นเยอะเลย”
ยิ่วเชียนยิ้มเอ็นดูอันซี ก่อนยื่นมือให้เธอจับ
“ได้ ไปกันเถอะ”
ทั้งคู่พากันมานั่งม้าหมุน
“สนุกมากเลย ไปเลย”
อันซีทำท่าขี่ม้าพุ่งทะยานไป เด็กข้างๆ พูดตาม
“ไปเลยเสี่ยวหวง”
“ไปเลยเสี่ยววา” อันซีหันไปแข่งกับเด็ก
“ของผมเร็วกว่าของคุณ”
“เดี๋ยวของฉันก็ตามของเธอทัน”
“เฮอะ”
อันซีหันไปตีแขนยิ่วเชียนงอนๆ เด็ก
“ไปเลย”
ยิ่วเชียนยิ้มเอ็นดู “เธอเคยบอกฉันว่าที่นี่ มีเครื่องเล่นเยอะแยะใช่มั้ย”
“ใช่”
“อุตส่าห์มาแล้ว ฉันว่าเราน่าจะไปเล่นอันโน้นนะ หืม”
ยิ่วเชียนมองไปที่รถไฟตีลังกา อันซีรีบจับหน้าเขาหันมา
“นี่ มาที่นี่เพื่อย้อนความทรงจำวัยเด็ก ฉะนั้นนั่งม้าหมุนก็พอแล้ว”
“ทำไม อย่าบอกนะ ว่าเธอกลัว” ยิ่วเชียนทำหน้าล้อๆ
“ฉันเปล่านะ ในหมู่บ้านภูล่านฉันเป็น”
“คนขี้ขลาด”
“ไม่ใช่หรอกน่า”
“ดี พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ”
“อื้ม”
“อื้มหมายความว่าไง ดีหรือไม่ดี”
“ฉันไปกับคุณไง”
“ขึ้นไปนั่งกับฉันด้วย”
ทั้งสองลงจากม้าหมุน เดินจับมือคุยกันมาตามทาง
“เธอคิดว่า ฉันลาออกจากโอเชี่ยนดีมั้ย”
“คุณกับหัวหน้า มีปัญหากันมากเลยเหรอ”
“อืม แต่ที่ฉันอยากลาออก เป็นเพราะเรื่องอื่น”
“เรื่องอะไร”
“เรื่องมันซับซ้อนน่ะ”
“เรื่องอะไร”
ยิ่วเชียนพาอันซีมานั่งเก้าอี้
“ที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟัง บริษัทเราเกิดปัญหานิดหน่อย ตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่าเรื่องอะไร”
“งั้นก็ดีแล้วไง คุณก็ไปรายงานหัวหน้าคุณ จะเชื่อไม่เชื่อแล้วแต่เขา จากนั้นคุณก็ลาออกมาเลย”
“แต่ว่า ฉันมีเหตุผลที่รายงานไม่ได้”
“งั้นก็ยิ่งดี คุณก็ไม่ต้องรายงาน ยังไงหัวหน้าก็ไม่เคยดีกับคุณอยู่แล้ว”
“แต่สำหรับฉันแล้ว หัวหน้ามีความพิเศษมาก ตอนถึงจุดต่ำสุดในชีวิตฉัน เขาให้ทิศทางฉัน มอบทักษะการทำงานให้ เขาเป็นคนสอนฉันทุกอย่าง เขาไม่เชื่อใจฉันได้ แต่ฉัน ไม่อยากรู้สึกผิดต่อเขา”
ยิ่วเชียนพูดได้แค่นั้น ก็แอบคิดต่อในใจ “ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นแม่ของเธอ”
“งั้น พอจะมีทางอื่นมั้ย”
ระหว่างนั้นมีมาสคอต 2 ตัวเดินเข้ามาหายิ่วเชียนกับอันซี ชี้โน่นชี้นี่ให้ทั้งสองตามไป
“พวกเธอจะพาเราไปเที่ยวเหรอ ยิ่วเชียน เราไปเล่นกับพวกเขาดีมั้ย”
“ไป”
“ไป”
มาสคอตตัวหนึ่งดึงมืออันซีไป
“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนฉันจะไปเล่นอันนั้น ฉันจะเล่นอันนั้น”
มาสคอตพาอันซีมาเล่นรถไฟตีลังกา อันซีรีบหนี
“ไม่เอาฉันไม่เล่นแล้ว”
ยิ่วเชียนรีบผลักอันซีเข้าไปต่อแถวเล่น
“ทำไมล่ะ สนุกมากนะ”
“ฉันไม่นั่งอันนี้นะไปเถอะ ไม่เอา ยิ่วเชียนฉัน”
“เรามาแล้วนะ”
“ฉันไม่อยากเล่นอันนี้ ฉันไม่อยากเล่น ได้โปรด”
“ยินดีต้อนรับครับ” พนักงานบอก
“ไปกันเถอะ เริ่มแล้ว ไป โก”
ยิ่วเชียนพาอันซีไปนั่ง อันซีรีบดึงเครื่องกั้นมาใส่ให้ยิ่วเชียน
“ไม่ต้องตื่นเต้นนะ”
“ฉันว่าเธอมากกว่าที่ตื่นเต้น”
“ฉันตื่นเต้นที่ไหน ฉันเป็นนักเลงของหมู่บ้านภูล่านนะ”
พนักงานจะใส่เครื่องกั้นให้กับอันซี แต่เธอร้องห้าม
“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน ฉันทำเองค่ะ”
ยิ่วเชียนขำๆ รู้ว่าอันซีกลัวแต่ทำเก่ง อันซีหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้ยิ่วเชียน
“เฮ่อ ยิ่วเชียน ลาก่อนนะ”
อันซีลุกขึ้นวิ่งออกไปเลย ยิ่วเชียนพยายามเรียกไว้
“อันซี”
“ดูแลตัวเองด้วย”
ยิ่วเชียนจำต้องขึ้นไปเล่นคนเดียว

อ่านต่อหน้า 3

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 26 (ต่อ)

ยิ่วเชียนเดินลงมาจากเครื่องเล่น งอนอันซีนิดๆ ก่อนเดินมานั่งที่เก้าอี้

“ไงนักเลง”
“โธ่เอ๊ย ก็ฉันกลัวนี่ น่าอย่าโกรธเลยนะ เป็นยังไง คุณรู้สึกกลัวมั้ย ไม่กลัวเหรอ แต่เมื่อกี้คุณร้องเสียงดังมาก”
ระหว่างที่อันซีกำลังล้อๆ ยิ่วเชียน มาสคอตสองตัวก็เข้ามานั่งขนาบทั้งสองคนไว้ แล้วเบียดทั้งสองให้ขยับชิดกันเข้าไปเรื่อยๆ ก่อนผลักแรงๆ จนยิ่วเชียนเด้งไปหอมแก้มอันซี ทำเอาสองหนุ่มสาวเขินๆ
“ไฮ โอ๊ะ เอ๊ะ”
อันซีทนถูกเบียดไม่ได้ ประกอบกับเขินๆ ที่ต้องนั่งเบียดกับยิ่วเชียน จึงเด้งตัวลุกออกมา
“เดี๋ยวก่อนๆๆ ตัวมาสคอตที่นี่ยังไงกัน ชอบหาเรื่องนักท่องเที่ยวเหรอ”
“ฉันว่าไม่น่าจะใช่” ยิ่วเชียนบอก
“อะไร”
“พวกเขาน่าจะเป็นคนที่เธอรู้จัก”
อันซีมองสังเกต “อ๋อ เธอเป็นใคร”
มาสคอตทั้งสองรู้ตัวว่าจะถูกจับได้รีบวิ่งหนี อันซีวิ่งตาม
“นี่ๆ อย่าหนีนะๆ นี่ ๆ เธอเป็นใคร นี่ๆ จะหนีไปไหน อย่าหนีนะ”
ยิ่วเชียนได้แต่นั่งขำในความน่ารักของอันซี ระหว่างนั้น เหม่ยเหวินพลางตัวเอาผ้าโพกหัวยืนแอบดูอันซีวิ่งไล่มาสคอตสองตัว
“สองคนนี้โง่จริง ต้องถูกจับได้แล้วแน่ๆ ทำงานล้มเหลวอีกแล้ว”
เหม่ยเหวินโบกมือเรียกมาสคอตทั้งสองให้ไปหา ยิ่วเชียนเห็นเหม่ยเหวินพอดี ยิ้มๆ รีบเรียก
“อันซีๆ”
ยิ่วเชียนชี้มือไปทางเหม่ยเหวิน อันซีหันมองตาม เห็นมาสคอตวิ่งไปหาเหม่ยเหวิน
“พี่เหม่ยเหวิน”
“โธ่เอ๊ย จะบ้าตาย”
“นี่ๆ อย่าหนีนะๆ”
“อันซีมาแล้วๆ หนี”
“อย่าหนีนะ”
อันซีวิ่งตามมาสคอตสองตัวไป เหม่ยเหวินวิ่งมาอีกทางชนเข้ากับยิ่วเชียน ยิ่วเชียนจับตัวไว้ ขำๆ
“ฉันเป็นคุณป้าคุณจำฉันไม่ได้หรอก”
“พี่เหม่ยเหวิน”
“อื้ม”
“ถ้าเดาไม่ผิด คนหนึ่งต้องเป็นหยาลู่ อีกคนจื้อหลิงใช่มั้ย”
“ค่อยๆ คุยกันก็ได้ พวกเธอรีบมาช่วยฉันสิ ช่วยด้วย” เหม่ยเหวินร้องลั่น

จื้อหลิงเดินบ่นเข้ามานั่ง
“เฮ่อ ร้อนจะตายแล้วๆ”
“หิวน้ำๆ” หยาลู่บ่น
“ขาของฉันล้าไปหมดเลย” เหม่ยเหวินบ่นอีกคน
“สวมชุดมาสคอตวิ่งทำไมเหนื่อยอย่างนี้นะ” จื้อหลิงคร่ำครวญ
“วันนี้อากาศดีมากเกินไปแล้ว” หยาลู่ประชด
อันซีกับยิ่วเชียนเดินเข้ามาหาทั้งสามคน อันซีกอดอกเอาเรื่อง ในขณะที่ยิ่วเชียนยืนยิ้มอยู่ข้างๆ
“นี่พวกเธอ ไหนบอกว่าไปช็อปปิ้งซื้อเทปเพลงที่ตึก 101 ไง แล้วก็ นายไม่ต้องดูแลหยาเอินเหรอ”
“โธ่เอ๊ยใครเขาฟังเทปกันอีกล่ะ เขาหันไปฟังเพลงออนไลน์กันหมดแล้ว” เหม่ยเหวินขัดคอ
“ฉันกลัวความสูง ไม่กล้าขึ้นตึก 101 หรอก” จื้อหลิงแก้ตัว
“ฉันไปส่งหยาเอินที่โรงพยาบาล หยาเอินบอกให้ฉันมากับทุกคน ไม่งั้นเขาจะรู้สึกผิด เขาบอกว่า มีพยาบาลคอยดูแลอยู่แล้ว” หยาลู่เล่า
“แล้วทำไมพวกเธอต้องแต่งตัวแบบนั้นด้วย” อันซีซัก
จื้อหลิงกับหยาลู่บอกว่าเป็นความคิดของเหม่ยเหวิน เหม่ยเหวินขำเจื่อนๆ ก่อนบอก
“นี่ๆๆ เรามาครั้งนี้ความจริงอยากมาดูว่าเธอสบายดีมั้ยเท่านั้น”
“เธอชอบบอกเราว่าเธอสบายดี ถ้าไม่ได้เห็นกับตา พี่เหม่ยเหวินบอกว่าไม่วางใจ” หยาลู่บอก
“ตอนนี้เห็นกับตาแล้วเหม่ยเหวินสบายใจรึยัง จะได้ไม่ต้องบ่นอยู่ตลอดเวลา ฉันฟังจนหูชาไปหมดแล้ว” จื้อหลิงบ่น
“พวกเธอไม่คิดถึงเขารึไง” เหม่ยเหวินท้วง
อันซีซาบซึ้งใจ ลงไปนั่งข้างๆ เหม่ยเหวิน
“พี่เหม่ยเหวิน ฉันไม่เคยรู้เลยว่าพี่เป็นห่วงฉันมาก พี่เหมือนแม่ของฉันเลย แม่ของฉันต้องเหมือนพี่แน่ๆ”
“นี่ๆๆ อย่าเรียกฉันอย่างนี้นะ”
“แม่”
“แม่บ้านเธอน่ะสิ เรียกฉันว่ามามี้” เหม่ยเหวินบอก
“แม่ ไม่เอา แม่”
ยิ่วเชียนมองอันซีอ้อนเหม่ยเหวินอย่างขำๆ แล้วก็เริ่มสงสารอันซีขึ้นมาอีก ที่แม่ที่แท้จริงของเธอไม่ยอมรับ ทั้งที่เธอโหยหาอยากเจอแม่มานาน

ทั้งหมดเดินออกมาจากสวนสนุก เหม่ยเหวินพูดขึ้น
“สนุกที่สุดเลย โธ่เอ๊ย อันซี ไม่อยากกลับเลย”
“ยังมาว่าฉัน พวกเธอก็ไม่กล้านั่งเหมือนกัน”
“คนขี้ขลาดๆ” จื้อหลิงแซว
“พวกเธอจะไปไหนกันต่อ” ยิ่วเชียนถาม
“พวกเธอไปไหนเราก็ไปที่นั่น เฮ้อ ว่าแล้วนี่คือมิตรภาพของผู้หญิง ขี้หมาไง” จื้อหลิงบอก
“อู๋จื้อหลิง ฉันยังอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ”
ทุกคนเฮฮาเสียงดัง หยาลู่ปราม
“เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้”
ระหว่างนั้น เหม่ยเหวินเห็นชายคนหนึ่งเดินผ่านไป
“เอ๊ะ พี่ต้าเฟย”
เหม่ยเหวินรีบวิ่งตามไป ทุกคนแปลกใจรีบวิ่งตามเหม่ยเหวินไป เหม่ยเหวินวิ่งมาเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ เธอจำได้ ยืนมองนิ่งอึ้ง อันซีตามเข้ามาและแอบกระซิบกับจื้อหลิง ยิ่วเชียนไม่ได้รู้เรื่องมากนัก แต่ก็ขยับตัวเข้าไปฟังด้วย
“นี่ พี่ต้าเฟย คนที่พี่เหม่ยเหวินบอกว่าชอบขี่บิ๊กไบค์ใช่มั้ย”
“และทุกครั้งที่ขี่บิ๊กไบค์ของเขา เธอจะผูกริบบิ้นทุกครั้ง” จื้อหลิงบอก
“ใช่ แต่ภายหลังมารู้ว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว” หยาลู่กระซิบ
เหม่ยเหวินจะเดินหนีไป แต่ทุกคนห้ามไว้
“นี่”
“ต้องไปรอเขาที่ร้านอาหารทุกปีไม่ใช่เหรอ” อันซีถาม
“ในเมื่อเจอแล้วก็ต้องคุยให้รู้เรื่องสิ” จื้อหลิงยุ
“ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ฉันจะสั่งสอนเขาเอง” หยาลู่ให้กำลังใจ
เหม่ยเหวินไม่ฟัง จะไปให้ได้ ทุกคนต้องช่วยกันห้ามไว้ ต้าเฟยเดินออกมาจากร้าน
“เอ๊ะ พวกคุณทุกคน ข้างนอกอากาศร้อนเข้ามานั่งก่อนมั้ย”
เหม่ยเหวินหันหลังอยู่ ได้ยินเสียงต้าเฟยก็ชะงักหันกลับไปมอง ต้าเฟยอึ้ง
“เหม่ยเหวิน”
“พี่ต้าเฟย”
ต้าเฟยพาเหม่ยเหวินเข้ามาในร้าน ซึ่งเขาตกแต่งด้วยภาพถ่ายในความทรงจำระหว่างเขากับเหม่ยเหวิน เหม่ยเหวินเห็นแล้วยิ้มซาบซึ้งใจ
“ภาพถ่ายนี้”
“นี่คือความทรงจำที่สวยงามที่สุดในชีวิตฉัน ตอนนั้นทำไมต้องโกหกฉันด้วย เธอรู้มั้ยว่าฉันรอเธอในสถานที่เดิมทุกๆ ปี”
เหม่ยเหวินนั่งดื่มกาแฟคุยกับต้าเฟยไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของพวกอันซี ที่ต้องนั่งรออยู่ข้างนอก สักครู่เหม่ยเหวินเดินออกมากับต้าเฟย แล้วหันไปบอกชายหนุ่มหน้าเศร้าๆ
“ไม่ต้องส่งแล้ว”
ต้าเฟยเดินตามไปดึงแขนไว้
“หัวใจที่ฉันให้เธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าเธอยังต้องการหาที่พักพิง ช่วยเห็นแก่เรา ที่เคยผ่านเรื่องราวมามากมาย ฉันยังรอเธอเสมอ”
“วาว” อันซีซาบซึ้งมาก
หยาลู่ยิ้มๆ ยิ่วเชียนก็ฟังอย่างเข้าใจ ในขณะที่จื้อหลิงเคลิ้มมาก เหม่ยเหวินตอบต้าเฟยเศร้าๆ
“ฉัน ฉันขอคิดดูก่อน”
เหม่ยเหวินเดินออกไปเลย ต้าเฟยมองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ อันซีรีบวิ่งตามไป
“เฮ่อ รอฉันด้วยพี่เหม่ยเหวิน”
จื้อหลิงตามไปอีกคน หยาลู่กับยิ่วเชียนมองต้าเฟยอย่างเห็นใจก่อนจะรีบตามสาวๆ ไป

หยาเอินมาด้อมๆ มองๆ รอเจอเยี่ยนเจ๋ออยู่หน้าบริษัท พลันเยี่ยนเจ๋อเดินพึมพำออกมา
“เซี่ยยิ่วเชียนไม่มาทำงาน เขากำลังคิดอะไรอยู่ จะบอกความจริงกับหัวหน้า หรือไม่บอกเพราะต้องการปกป้องอันซีนะ เฮ่อ”
หยาเอินยืนมองอยู่ เยี่ยนเจ๋อหันมาเห็น เขามองอึ้งๆ แล้วพนักงานสาว 2 คนก็เดินออกมาคล้องแขนเยี่ยนเจ๋อคนละข้าง เยี่ยนเจ๋อตกใจมองหน้าหยาเอิน
“หัวหน้า”
“หัวหน้า คุณจะไปทานข้าวเหรอคะ เราจะไปพอดี งั้นไปด้วยกันมั้ยคะ”
“ใช่ ไปด้วยกันเถอะค่ะ”
เยี่ยนเจ๋ออยากให้หยาเอินตัดใจจากเขาจึงตอบตกลง
“ได้ อยากกินอะไร เราไปกันเถอะ”
“ค่ะ ไปทานด้วยกันค่ะ”
เยี่ยนเจ๋อเดินเบื่อๆ ออกไปกับพนักงานสาว หยาเอินเดินตามไป
“ไปค่ะๆ วันนี้เราไม่กินราเม็ง และไม่กินซูชิ เราจะไปกินสปาเก็ตตี้กัน”
“สปาเก็ตตี้เหรอ ไม่เอา เราไปกินอาหารไทยกัน”
“หรือว่าหัวหน้าอยากกินอะไรคะ”
“ผมกินอะไรก็ได้”
“เอ่อ เดี๋ยวนะ พวกคุณรู้สึกมั้ยว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง เดินตามเรามาตลอด”
เยี่ยนเจ๋อหันไปมองหยาเอิน หน้าเครียด หยาเอินก้มหน้ารู้ว่าผิด
“จริงด้วย หัวหน้ารู้จักเธอเหรอคะ”
“เขาเป็นน้องสาวของเพื่อนผม”
“น้องสาวของเพื่อนเหรอ แต่เธอเดินตามเรามาตลอด น่าสงสารมาก หัวหน้าจะไม่ทักทายเธอหน่อยเหรอคะ”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน วันนี้พวกเธอไปกินกันเอง บิลเรียกเก็บที่ผม ผมเลี้ยง”
“จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะหัวหน้า”
“หัวหน้าใจดีจัง”
“งั้นเราไปกินข้าวก่อนนะคะ”
“ได้ ไปเถอะ”
“บ๊ายบายค่ะ”
“บ๊ายบาย”
เยี่ยนเจ๋อหันไปมองหยาเอิน
“ฉันพูดอะไรทำไมต้องทำหูทวนลมด้วย ฉันบอกแล้วว่าอย่ามาหาฉันที่นี่อีก ฉันขอร้องเธอล่ะ อย่าทำในสิ่งที่ไม่มีความหมายเลย ขอร้องไปให้พ้น”
เยี่ยนเจ๋อหันหลังให้ หยาเอินเขาไปจับแขนเขาไว้ เยี่ยนเจ๋อหันมามอง หน้าเครียดๆ
“คุณเป็นอะไรคะ ก่อนหน้านี้คุณปฏิเสธฉัน แต่ว่า คุณไม่เคยโกรธ คุณมีเรื่องไม่สบายใจใช่มั้ย”
“แม่เธอไม่เคยสั่งสอนรึไง อย่าอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่น”
หยาเอินส่ายหน้าเศร้าๆ เสียงเครือ
“แม่ของฉันหนีไป เพราะฉันป่วย พ่อฉันก็เหมือนกัน”
เยี่ยนเจ๋อถอนใจ เหนื่อยหน่าย
“ดี เธออยากเจอฉันใช่มั้ย ฉันจะให้โอกาสเธอ ถ้าเธอทำให้ฉันอารมณ์ดีได้ ฉันจะให้เธอเจอบ่อยๆ”
เยี่ยนเจ๋อกระชากแขนหยาเอินพาไปหน้าโรงแรม หยาเอินพยายามขัดขืน
“ฉัน”
“เธออยากเจอฉันไม่ใช่เหรอ เป็นยังไง แค่นี้คงไม่เป็นไรนะ”
“ฉัน”
“ไม่กล้าเล่นเกม ก็อย่าเข้าใกล้ฉัน ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นอีก”
หยาเอินตัดสินใจจะเดินเข้าโรงแรมตามที่ชายหนุ่มต้องการ เยี่ยนเจ๋อตกใจรีบคว้าแขนหยาเอินไว้
“นี่ เธอทำอะไร”
“คุณจะเข้าไปไม่ใช่เหรอ”
“เธอคิดว่ามากินบุฟเฟ่ต์เหรอ”
“ฉันรู้”
“ฉันบอกให้ทำอะไรเธอก็ทำ เธอโง่รึไง”
หยาเอินน้ำตารื้น
“ถ้าฉันโง่ล่ะก็ คุณจะมีความสุขใช่มั้ย ฉันต้องการให้คุณมีความสุข เพราะฉัน หวังว่าคุณจะอยากเจอฉันเหมือนที่ฉันอยากเจอคุณ หวังว่าเพราะการมาของฉัน จะทำให้คุณยิ้มได้ ฉันแค่ ฉันแค่ ชอบคุณๆ ชอบคุณมากเท่านั้นเอง”
หยาเอินก้มหน้าอายที่ต้องพูดแบบนั้นออกไป เยี่ยนเจ๋ออึ้ง เข้าใจ และซาบซึ้งในความรู้สึกที่หยาเอินมีให้เขาอย่างซื่อสัตย์ เขาดึงหญิงสาวเข้ามากอดไว้อย่างเห็นใจ

ลึกๆ แล้วก็ไม่อยากทำให้หยาเอินต้องเสียใจแบบนี้

อ่านต่อหน้า 4

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 26 (ต่อ)

อันซียกอาหารจานสุดท้ายมาวางบนโต๊ะอาหารบ้านยิ่วเชียน ซึ่งวันนี้มีคนนั่งเต็มโต๊ะ

“มาแล้วๆ อาหารจานสุดท้ายมาแล้ว”
“เย่” พวกจื้อหลิงร้องดีใจ
“ลำบากเธอแล้ว” ยิ่วเชียนหันไปบอกอันซี
“ดีมากๆ มา ลงมือเลย” ไป๋คังบอก
อันซีกับยิ่วเชียนตักอาหารให้กัน
“มายิ่วเชียน หน่อไม้”
“อันซี”
หยาเอินกับหยาลู่มองหน้ากันยิ้มๆ ในความหวานของทั้งคู่ แต่จื้อหลิงทนไมได้โวยขึ้น
“โอย แสบตาๆ ฉันแสบตาไปหมดแล้ว คุณปู่มีหมวกให้ฉันยืมมั้ยคะ”
“หมวกจะไปช่วยอะไรได้ มา ฉันมีนี่”
ไป๋คังหยิบแว่นตาดำส่งให้ จื้อหลิงรีบรับมาใส่ทันที
“เฮ่อ เอ๊ะ รู้สึกดีขึ้นแฮะ ฮิๆๆ”
ไป๋คังยิ้มๆ อันซีงอน
“คุณปู่ ทำไมต้องรับมุกจื้อหลิงด้วยคะ”
จื้อหลิงทำหน้าล้อเลียนอันซี แล้วหันมามองเหม่ยเหวิน
“นี่ จิงเหม่ยเหวิน ทำไมซึมไปล่ะ”
“จื้อหลิง”
หยาลู่กระซิบเรียก แล้วทำมือเหมือนจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเรื่องต้าเฟย จื้อหลิงรู้ทันที
“อ๋อ เมื่อพูดถึงเรื่องราวของความรักแล้ว อันซี เธอชิดซ้ายไปเลย” จื้อหลิงจ้อต่อ
“ยัยไอคิวต่ำ เธอพูดเหลวไหลอะไร” เหม่ยเหวินต่อว่า
“ฉันไม่ได้เหลวไหล อันซีกับยิ่วเชียนจากกันสิบปีแล้วมาเจอกัน แต่เธอมันเลยสิบปีแล้ว เกือบเท่าอายุแล้วถึงได้มาเจอกัน เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก”
“เท่าอายุยังไง มันแปลกตรงไหน ฉันแก่รึไง”
“อ้อ บางทีอาจแก่กว่านี้แล้วจะเศร้าด้วยนะ” อันซีบอก
“เศร้ายังไงล่ะ” หยาเอินแปลกใจ
“นี่พวกเธอคิดดูสิ พี่เหม่ยเหวินคิดว่าเขา แฟนเก่า ห่างกันราวมหาสมุทร เขาเลยออกไปนั่งดูทะเลทุกวัน สุดท้ายคิดไม่ถึงว่าห่างกันแค่คูน้ำ”
หยาลู่พูดต่อ “และยังต่างรอซึ่งกันและกันด้วย แต่รอผิดวันและเวลา”
“ดังนั้นความรักของพี่เหม่ยเหวิน ก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงามน่ะสิ” หยาเอินสรุป
อยู่ๆ เหม่ยเหวินก็หัวเราะขึ้นมา ทุกคนอึ้งว่าเหม่ยเหวินเป็นอะไร แล้วเหม่ยเหวินก็พูดขึ้น
“ฉันช่วยพวกเธอหัวเราะโอเคมั้ย”
ทุกคนหัวเราะ โล่งใจ
“เธอหลอกใครกันแน่ นี่ จิงเหม่ยเหวิน” จื้อหลิงถาม
“หืม”
“คิดไม่ถึงว่าเธอก็มีวันนี้ใช่มั้ย”
“เธอ”
“งั้นฉันต้องกินเยอะๆ เพื่อเป็นการฉลอง”
“ดี วันนี้ฉันจะกินสองถ้วย” อันซีบอก
“ฉันด้วย” หยาลู่บอกอีกคน
“งั้นปู่เอาด้วย”
“ดีค่ะ”
“วันนี้ดูทุกคนมีความสุขนะ” หยาเอินยิ้มๆ
“นี่ หมอบอกว่าอาการของเธอเป็นไงบ้าง” หยาลู่ถาม
หยาเอินอึ้งๆ ทุกคนรอคำตอบ ยิ่วเชียนมองสังเกตท่าทางของหยาเอินทันที
“เอ่อ”
หยาเอินยังไม่ทันตอบ จื้อหลิงก็โพล่งขัดขึ้น
“อ้อ ถ้าเหม่ยเหวินแต่งงานอีก เย่จือไห่จะทำยังไง”
“ยัยติงต๊องเอ๊ย แต่งงานอีกอะไร ฉันไม่เคยแต่งงาน ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังไม่อยากคิด”
“ไม่เป็นไรน่า เย่จือไห่ยังมีฉัน”
อันซีพูดจบ ทุกคนต่างอึ้ง มองหน้าอันซีแล้วหันมามองหน้ายิ่วเชียน ห่วงความรู้สึก ระหว่างนั้นต้าอี๋เดินเข้ามา
“ผู้อำนวย ผู้อำนวยการ”
“ต้าอี๋ นายมาได้ไง”
“เรื่องที่คุณบอกให้ผมตรวจ”
ยิ่วเชียนยกมือห้าม
“ได้ ขอโทษที ทุกคนกินก่อนเลย ไปคุยที่ห้องหนังสือ”
ยิ่วเชียนลุกจากโต๊ะ อันซีมองอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ว่าเขามีเรื่องไม่สบายใจ ยิ่วเชียนแตะแขนอันซีนิดหนึ่ง ว่าไม่มีอะไร ก่อนเดินไปกับต้าอี๋

ยิ่วเชียนเดินนำต้าอี๋เข้ามาในห้องทำงานของเขา
“ผู้อำนวยการ วันนี้บ้านคุณคึกคักมาก”
“เพราะว่าอันซี”
“คุณไม่ชอบอยู่กับคนมากๆ ไม่ใช่เหรอครับ”
ยิ่วเชียนยิ้มเขินๆ “เฮ่อ อันซีชอบก็พอแล้ว”
ต้าอี๋หลุดขำมานิดหนึ่ง ยิ่วเชียนมองหน้า เขารีบทำหน้าปกติ
“ผู้อำนวยการสั่งให้ผมไปติดต่อกับคนงานก่อสร้าง ทางโน้นตอบกลับมาแล้ว พวกเขาบอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องการก่อสร้างในหมู่บ้าน เป็นเพียงสถานที่กำจัดขยะ”
“เป็นแค่ที่กำจัดขยะแน่นะ”
“นี่เป็นข้อมูลที่ผมหาได้”
ยิ่วเชียนดูเอกสาร พลางคิด
“ถ้ายืนยันกับหัวหน้าว่าเรื่องการกำจัดขยะ เป็นฝีมือของเยี่ยนเจ๋อ ถ้าอย่างนั้น เยี่ยนเจ๋อจะทำให้อันซีรู้ ว่าหัวหน้าเป็นแม่ของเธอ ถ้าต้องเผชิญหน้ากับแม่ของตัวเอง อันซีต้องเสียใจแน่ แต่ว่า ถ้าไปสร้างสถานที่กำจัดขยะในหมู่บ้านภูล่าน บ้านพักของอันซี ผู้ใหญ่บ้าน คุณปู่เกาและลุงจิงวา ต้องได้รับผลกระทบ สุดท้าย อันซีก็ต้องเสียใจเหมือนกัน”
“ผู้อำนวยการ”
“ต้าอี๋ นายติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ต่อไป และหาหลักฐานมายืนยันให้มากที่สุด”
“ครับ”
“ฉันจะหาทางหยุดเรื่องนี้เอง”
“ครับ”

อันซีพาไป๋คังมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล
“คุณปู่ ฉันเข้าไปกับคุณปู่นะคะ”
“โธ่เอ๊ย เธอไม่ต้องเข้าไป ฉันรู้ร่างกายของฉันดี เข้าไปก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี เธอรอฉันอยู่ข้างนอกนะ”
ไป๋คังเดินเข้าไป อันซีเห็นกล่องนมทิ้งอยู่ที่พื้น เลยเก็บมาใส่ถังขยะ พลันก็เห็นหมิงเย่ เดินใจลอยมาคนเดียว
“เอ่อ หัวหน้า ทำไมสีหน้าดูแย่มาก ช่างเถอะ ถ้าเขาเห็นฉันจะยิ่งอารมณ์ไม่ดี”
เสียงโทรศัพท์อันซีดังขึ้น เธอหยิบมาดู
“เยี่ยนเจ๋อ ฮัลโหล”
“ว่ายังไง ดอกกุหลาบผมยังไม่เหี่ยวใช่มั้ย”
“ไม่เหี่ยวหรอกน่า คุณดูถูกฉันเกินไปแล้ว ดอกไม้ที่บ้านพักฉันปลูกเองทั้งหมดเลยนะ”
“ฮิ จริงสิ วันนั้นคุณกับยิ่วเชียนกลับไปแล้ว ไม่เป็นไรใช่มั้ย”
“ไม่ต้องห่วงหรอก จะเป็นไรได้ไงล่ะ”
เยี่ยนเจ๋อแปลกใจ
“เขา ไม่ได้พูดอะไรเหรอ”
อันซีจะพูดต่อ พลันเห็นคนเดินชนหมิงเย่
“เอ๊ะ ระวัง”
“เป็นอะไร”
“หะ อ้อ ฉันเจอหัวหน้าของคุณ”
“หัวหน้าเหรอ คุณอยู่ที่ไหน”
“เอ่อ ฉันพาคุณปู่มาตรวจเช็คร่างกาย ฉันเห็นเขาเดินออกไปสีหน้าดูแย่มาก”
“สีหน้าแย่เหรอ”
“ใช่ เขาใจลอยอยู่ตลอด เหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ นี่เยี่ยนเจ๋อ แค่นี้ก่อนนะ ฉันไปดูคุณปู่ก่อน แค่นี้ก่อนนะ บ๊ายบาย”
“ได้ อืม บ๊ายบาย”
เยี่ยนเจ๋อวางสาย คิดๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาโทรออก
“ฮัลโหล ช่วยฉันตรวจสอบเรื่องนึงสิ”

ยิ่วเชียนกลับเข้ามาในบ้าน อันซีเดินถือจานผลไม้เข้ามาหา
“ขอบคุณที่ช่วยไปส่งพวกพี่เหม่ยเหวิน”
“คุณปู่ล่ะ”
“วันนี้ไปโรงพยาบาลคงเหนื่อย นอนพักอยู่ในห้อง จริงสิ วันนี้ฉันไปโรงพยาบาลเจอหัวหน้าของคุณด้วย”
“หัวหน้าเหรอ”
“ใช่”
“เขาไปคนเดียวเหรอ”
“ใช่ ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี เดินชนคนอื่นแล้วยังไม่รู้ตัว”
ยิ่วเชียนคิด “หัวหน้าไม่ค่อยไปโรงพยาบาล ถึงจะไป หย่งชิงจะไปเป็นเพื่อนทุกครั้ง ทำไมครั้งนี้เขาไปคนเดียว หรือว่า เขาจะป่วยรึเปล่า”
ยิ่วเชียนยิ้มให้อันซีนิดหนึ่ง ก่อนจะกินไม้ที่เธอปอกมาให้ แต่ยังไม่วายกลุ้มใจเรื่องเหมิงเย่

เยี่ยนเจ๋อนั่งทำงานอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ว่าไงนะ โรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย นายแน่ใจนะ ได้ ฉันรู้แล้ว แค่นี้นะ”
เยี่ยนเจ๋อวางสาย คิดเครียด ถอนใจ
“ดูเหมือนต้องเปลี่ยนแผนแล้ว เฮ่อ น่าสงสาร ป่วยเหรอ พระราชินีขี้เหงา ใครเป็นคนที่คุณเชื่อใจที่สุด”

ตอนดึก หมิงเย่มาถึงหน้าบ้านพักของอันซี เธอมองชื่อบ้านพักอย่างเศร้าๆ
“ลูน่ามาเรีย”
หมิงเย่จะเดินเข้าไปในบ้านพัก แต่มึนหัว ตาลาย จะล้มลง เหม่ยเหวินกลับมาจากข้างนอก เห็นเข้าพอดี รีบวิ่งมาประคอง
“เอ๊ะ คุณคะๆ ๆ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”
“ไม่เป็นไร”
“คุณไหวนะ”
“ฉันไม่เป็นไร”
“ดึกมากแล้ว คุณมาคนเดียวเหรอ คุณน่าจะมาจากที่อื่น ดูการแต่งตัวไม่เหมือนคนที่นี่ คุณไม่ค่อยสบายใช่มั้ยคะ”
“ฉันไม่เป็นไร”
“จริงเหรอ เอ่อ ถ้าคุณไม่รังเกียจคืนนี้คุณพักบ้านพักเราแล้วกัน จะได้ปลอดภัย ดีมั้ยคะ มาๆๆ ฉันพยุงไป ระวังนะคะ”
เหม่ยเหวินพยุงพาหมิงเย่เดินเข้าไปในบ้านพัก
“เอ๊ะ ทำไมไม่เข้ามานั่งล่ะ เอ่อ อ๋อฉันรู้แล้ว มาๆๆ เปลี่ยนรองเท้าค่ะ ขอโทษนะคะ หลายวันนี้ห้องพักของเราทำการฆ่าเชื้อ เลยไม่มีห้องว่างเลย คืนนี้ คุณพักห้องของเจ้านายเราแล้วกันนะ เอ๊ะ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ วันนี้เจ้านายเราไม่อยู่บ้าน ฮิๆ ดังนั้น เขาไม่รู้แน่นอนว่าใครเข้าไป”
หมิงเย่มองเสาที่อันซีเขียนพัฒนาการการเติบโตของตัวเองไว้ในทุกช่วงอายุอย่างเศร้าๆ เหม่อลอย พอเหม่ยเหวินเรียก เธอสะดุ้งนิดๆ
“เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ”
“ฉันแซ่โจว”
“โจว คือคุณโจว หรือคุณนายโจวคะ เอ่อ มันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ ประเด็นคือดึกมากแล้ว คุณรีบพักผ่อนเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไร ฉันอยู่ชั้นล่าง ไม่ต้องเกรงใจนะคะ กู๊ดไนท์ค่ะ”
หมิงเย่มองไปรอบๆ ห้องอันซี ถอนใจ
“แม้แต่โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องสำอางก็ไม่มีเลย”
หมิงเย่เดินขึ้นไปชั้นบน เซไปชนโต๊ะ พลันเห็นจดหมายที่เยี่ยนเจ๋อเคยเขียนส่งมาให้อันซีพร้อมกับกล่องของขวัญหลายกล่อง
“หูเยี่ยนเจ๋อ หูเยี่ยนเจ๋อ เยี่ยนเจ๋อ รู้จักอันซีตั้งแต่แรกแล้ว”
หมิงเย่หยิบการ์ดที่อยู่กับกล่องของขวัญมาดู
“โจวหมิงเย่ ชื่อเดิมของฉัน นี่ ส่งให้ฉันนี่นา”
หมิงเย่แกะกล่องของขวัญที่อันซีเคยส่งให้เธอมาดูทุกกล่องอย่างตื่นเต้น หยิบกระจกอันหนึ่งซึ่งเป็นของขวัญจากอันซีมาดู พร้อมอ่านการ์ด
“แม่คะ หนูจบประถมแล้วค่ะ นี่เป็นของขวัญที่พ่อให้หนู พ่อบอกว่าถ้าหนูส่องกระจกแล้วจะเห็นแม่ค่ะ แม่คะ เมื่อไหร่แม่จะกลับมาคะ หนูคิดถึงแม่”
“แม่คะ ใกล้ถึงฤดูหนาวแล้ว นี่คือผ้าพันคอที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุด หนูเก็บเงินตั้งครึ่งเดือนกว่าจะซื้อได้ แม่ต้องชอบมากแน่ อีกครึ่งปี หนูจะครบอายุ 18 แล้ว”
“เป็นวันที่แม่ สัญญาไว้กับพ่อ หนูอยากเจอแม่มาก หวังว่าแม่จะชอบหนูเหมือนกัน”

หมิงเย่ร้องไห้อย่างหนักกำผ้าพันคอผืนนั้นด้วยความปวดร้าวสุดจะประมาณ

อ่านต่อตอนที่ 27
กำลังโหลดความคิดเห็น...