xs
xsm
sm
md
lg

แม่นาก ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่นาก ตอนที่ 13

มากนิ่งคิดหนัก

"ฉันรู้แต่ว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหน จะมาแทนที่นากในใจฉันได้ ไม่มี"
มากเศร้าและกดดัน
ป้าเงินมอง แล้วถอนหายใจหนัก
"เฮ้อ.. เอ็งระวังไว้ให้ดีก็แล้วกัน ข้าสังหรณ์ใจว่า เรื่องนี้คงไม่จบไม่สิ้นง่ายๆหรอก"

ที่เรือนของพ่อใหญ่ถึก เพลิงฮึดฮัด พวงจันทร์ยืนนิ่งใช้ความคิด
"นี่พ่อเพลิงพูดจริงใช่มั๊ย"
"โธ่ ฉันจะโกหกแม่ทำไม แม่ชมนาดไปหาไอ้มากที่วัด ไอ้ที่จะไปทำบุญที่วัดน่ะ โกหกทั้งเพ ตั้งใจจะไปหามากน่ะสิ"
พวงจันทร์ชะงัก
"อ้าว แล้วไหนพ่อเพลิงว่า ไอ้มากมันฉุดนังพิมไปไม่ใช่หรือ แล้วนี่ยังไงกัน"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ ใครจะฉุดนังพิมไปก็ช่างเหอะ แม่ควรจะห่วงฉันมากกว่าไม่ใช่หรือ อีน้องนอกคอกแบบนั้นน่ะ ช่างมันเถอะแม่"
พวงจันทร์รีบเอาอกเอาใจเพลิง
"ยังไงมันก็เป็นน้องนะ แม่ละหนักใจจริงจริ๊ง"
เพลิงฉุน
"ไหนแม่บอกว่า ถ้ามันกลับมาก็ใส่ตระกร้าล้างน้ำก็จบ มาช่วยฉันคิดดีกว่าว่าจะเผด็จศึกแม่ชมนาดอย่างไร"
"แม่ชมนาดก็เหลือรับ เป็นถึงลูกขุนน้ำขุนนาง ไปใฝ่ต่ำมองก้อนกรวดก้อนดินอย่างไอ้มากได้"
"จะไปรู้ใจผู้หญิงหรือ ไอ้ที่ว่าเป็นผู้ดีตีนแดง บางทีเขาก็อาจจะอยากกินปลาร้าปลาจ่อมบ้าง ไม่ใช่อยากกินของดีมีราคาทุกมื้อหรอกมั๊งแม่"
"อย่างนี้มันดูถูกกันนี่นา พ่อเพลิงของแม่ออกจะเพียบพร้อม"
"เอางี้แม่ แม่ไปสู่ขอแม่ชมนาดให้ฉันเลยจะดีมั๊ย ตัดหน้าไอ้มากมันเลย เพราะมันทำฉันเสียหน้ามาหลายคราแล้ว ถ้าแม่ทำไม่ได้ ไม่ใช่แค่ฉันนะที่ต้องเสียชื่อ แม่กับพ่อนั่นแหละ"
"ไฮ้ พ่อเพลิง แม่กับพ่อเอ็งจะเสียชื่อได้ยังไงเล่า"
"อ้าว ก็แม่เป็นแม่ของฉัน แม่บอกแล้วไง ว่าฉันเป็นของดีที่สุดของหัวตะเข้ แต่ทางพระนครไม่ยอมรับ กลับเห็นว่าก้อนดินขี้ทรายจากพระโขนงดีกว่า ใครล่ะที่ต้องเสียหน้า ไม่ใช่พ่อกับแม่ดอกหรือ"
"ใจเย็นก่อนพ่อเพลิง ตอนนี้ถ้าเราผลีผลามทำอะไรไป แม่ชมนาดก็จะรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือพ่อเพลิง ประเดี๋ยวหลวงณรงค์ก็จะกลับพระนครแล้ว ทีนี้ เราจะทำอะไรก็สะดวก"
เพลิงฮึดฮัด
"อย่าให้มันช้านักก็แล้วกัน ฉันมันร้อนรุ่มไปทั้งตัวแล้ว เพราะไอ้มากนี่แหละ"
แม่พวงลูบหน้าลูบหลังเพลิงปลอบใจ
"เชื่อแม่เถอะ ใจเย็นอีกนิด นะลูกนะ"
เพลิงฮึดฮัด

ที่ดินสวยๆ ริมแม่น้ำ ทั้ง 3 คนยืนคุยกัน มองที่ดิน หลวงณรงค์ยิ้มพอใจ
"ฉันอยากจะปลูกเรือนที่นี่สักหลังนึง ไว้สำหรับเวลามาตรวจราชการจะได้มาพัก ไม่ต้องเป็นภาระพ่อใหญ่ถึก"
พ่อใหญ่ถึกอึกอัก
"ไม่เป็นภาระดอกขอรับ กระผมยินดีต้อนรับเสมอ แต่เรื่องปลูกเรือนก็เป็นเรื่องใหญ่นะขอรับ"
ขุนเพชรบอก
"แหม พ่อใหญ่ถึก คุณหลวงหมายความว่า อยากจะได้เรือนสักหลัง พ่อใหญ่ถึกจะรับเป็นธุระให้ได้มั๊ย"
"ถ้าเป็นความประสงค์ของคุณหลวง กระผมก็ไม่ขัดข้องขอรับ"
ขุนเพชรประจบ
"อย่าได้เป็นห่วง กระผมจะจัดช่างมาปรุงเรือนให้คุณหลวงด้วยตัวเอง ถือว่า เป็นของขวัญสำหรับ ลูกของเราทั้งสองดีไหมขอรับ"
"ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีน่ะสิ เออ แล้วจะไม่ปรึกษาแม่พวงจันทร์ของท่านขุนก่อนหรือ ประเดี๋ยวจะเป็นปัญหาได้นะ"
ขุนเพชรทำกร่าง
"ไม่ต้องดอกขอรับ ทุกอย่างจบที่กระผมขอรับ"
"ดีๆ ผู้ชายเราต้องเป็นหลัก ต้องเป็นผู้นำ น่าเสียดายที่วันนี้ต้องรีบเดินทางกลับพระนคร แต่หวังว่ามาพระโขนงคราหน้า เราจะได้มาฉลองข่าวดีกันนะ ท่านขุน"
ขุนเพชรกับหลวงณรงค์มองหน้ากันแล้วหัวเราะเข้าอกเข้าใจ
พ่อใหญ่ถึกทำหน้าลำบากใจ

ทางเดินในป่า มั่นประคองพิมเดินมาตามทาง มั่นหยุดยืนมองดูทาง
"เหนื่อยหรือยัง พักก่อนดีมั๊ย"
"ต้องเดินอีกนานมั๊ยเนี่ย"
"ตัดทุ่งนี้ไป เดินไปถึงก็คงบ่ายคล้อยนั่นแหละ"
พิมนิ่งคิด
"งั้นพักก่อนดีกว่า"
มั่นประคองพิมพักข้างทาง พิมนิ่งคิดมั่นมองหน้าแล้วยิ้ม
"คิดวางแผนอะไรอีก แม่นี่เจ้าเล่ห์แสนกลจริงๆ"
"ฉันไม่ได้คิดทำร้ายพี่หรอกน่า ....พี่ไม่ต้องไปส่งฉันถึงเรือนหรอก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะมีเรื่อง"
มั่นมองหน้าพิม แล้วจับมือพิม
"ข้าบอกแล้ว ว่าจะส่งให้ถึงเรือน แม่เดือดร้อนเพราะข้า ข้าต้องรับผิดชอบ"
พิมซาบซึ้งใจ
"ฉันรู้ว่าพี่หวังดี แต่ว่า ฉันขอร้อง ถ้าฉันกลับเรือนไป แล้วมีใครเห็นว่าพี่มาส่ง พี่จะลำบากมากกว่าฉัน"
"ข้าไม่กลัว ข้าตั้งใจแล้วจะต้องส่งแม่ให้ถึงเรือน ครั้งนี้ข้าทำแม่เดือดร้อน ข้าต้องรับผิดชอบ"
พิมมองหน้ามั่น มั่นมองตอบ ตั้งใจจริง พิมหลบตา
"งั้นรอให้ค่ำก่อนก็แล้วกัน แต่สัญญานะ ว่าพี่จะไม่มีเรื่องกับใคร"
"ได้ ข้าสัญญา"

มั่นกับพิมมองหน้ายิ้มให้กัน

เย็นต่อเนื่องมา ทุกคนยืนอยู่ที่หัวสะพานเรือนขุนเพชร

"จะไม่พักค้างคืนสักคืนหรือขอรับ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป"
"เห็นจะไม่ดีกว่า งานที่พระนครมากโข ทิ้งมาหลายวันแล้ว ... อย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันล่ะ"
"อ๋อ ไม่ลืมแน่ขอรับ คุณหลวงเตรียมส่งคนมาคุมได้เลย กระผมจะจัดการให้อย่างเร็วที่สุด ไม่เกินเดือน คุณหลวงจะได้เรือนที่ถูกใจแน่นอน กระผมสัญญา"
"ดี ๆ ท่านขุนไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ ไปแม่ชมนาด ลาพี่เพลิงเขาเสียสิ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะพ่อเพลิง อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันอีก"
เพลิงยิ้มรับ
"ขอบพระคุณขอรับคุณหลวง กระผมหวังว่าเราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้นะขอรับ คุณชมนาด"
ชมนาดเมิน ยกมือไหว้ ผู้ใหญ่ทุกคน แล้วเลี่ยงเดินขึ้นเรือไป
เพลิงหันไปมองพวงจันทร์เป็นเชิงฟ้อง แม่ทำท่าให้ใจเย็น
"คุณหลวงเจ้าค่ะ ถือซะว่า เรือนของอิฉันเป็นเรือนของคุณหลวงนะเจ้าค่ะ อยากจะมาพักเยี่ยมเยียนกันเมื่อไรก็มาได้เลย อย่าได้เกรงใจ อิฉันยินดีต้อนรับคุณหลวงกับคุณชมนาดเจ้าคะ"
"ขอบใจๆ เห็นแม่พวงมีน้ำใจกับลูกฉันแบบนี้ฉันก็วางใจ ไปก่อนละนะ"
ทุกคนไหว้หลวงณรงค์อย่างนอบน้อม รอจนหลวงณรงค์ขึ้นเรือลับตาไป
"ทีนี้บอกได้หรือยังว่า พิมมันไปอยู่เสียที่ไหน"
เพลิงกับพวงจันทร์มองหน้ากัน อึกอัก
"ใจเย็นๆก่อนเจ้าคะคุณพี่ ขึ้นเรือนก่อนดีกว่า"
"ได้ ใครก็ได้ไปตามอีปุกมาทีสิ"
ปุกยืนก้มหน้าอยู่ทางหนึ่ง วิตกอยู่สะดุ้งเฮือก

ปุกนั่งก้มหน้า ขุนเพชรยืนหน้าเครียด
"บอกกูมาเดี๋ยวนี้ อีพิมมันหนีตามใครไป"
"เบาหน่อยเจ้าค่ะคุณพี่ ดังขนาดนี้ บ่าวไพร่มันจะเอาไปซุบซิบนินทากันทั่ว ทีนี้ก็งามหน้ากันไปทั่ว"
"อีปุก มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้ ว่านังพิมมันไปไหน ไปกับใคร"
ปุกอึกอัก หันไปมองเพลิง แล้วทำท่าจะเปิดปากพูด พวงจันทร์รีบแทรกขึ้นก่อน
"อิฉันใช้มันไปเองเจ้าค่ะ ก็ให้ไปเก็บค่าสวน แล้วทีนี้ก็หายไป บอกให้เอาบ่าวตามไปด้วยก็ไม่ยอม จะไปคนเดียว ทำเป็นเก่งกล้าเสียเต็มประดา"
"จริงขอรับ ฉันเป็นพยานได้" เพลิงบอก
พวงจันทร์ทำหน้าดุ ปุกก้มหน้าจ๋อย
"แล้วทำไมไม่บอกกล่าวข้าก่อนเล่า ปล่อยไว้อย่างนี้ได้อย่างไร"
"อิฉันก็อยากจะบอกคุณพี่ แต่ก็ติดขบวนคุณหลวงกับแม่ชมนาด ไม่อยากให้เขามองว่าเรือนเรามีปัญหางามหน้า มันจะเสียมาถึงคุณพี่กับพ่อเพลิงได้ อิฉันถึงได้ใจเย็นไว้ก่อน แต่รับรองได้ ไม่นานดอก นังพิมมันต้องกลับมา"
ขุนเพชรนิ่ง ฮึดฮัด พวงจันทร์กับเพลิงมองหน้ากัน แอบยิ้ม
"อีปุก เอ็งไปได้แล้ว ไปสิ"
ปุกมองหน้พวงจันทร์แล้วก้มหน้ารับ พอจะไป ขุนเพชรตวาด
"ครานี้กูจะไม่โบยมึงนะอีปุก แต่ถ้าพิมมันไม่กลับมากูจะฆ่ามึง เพราะถือว่ามึงดูแลลูกกูไม่ดี เข้าใจมั๊ย"
ปุกลนลาน
"เจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ"
ปุกไป เพลิงมองหน้าแม่แล้วยิ้ม
ขุนเพชรหน้าเครียด

พิมกับมั่น เดินมองซ้ายมองขวาเข้ามา มั่นย่ำสวบๆ ไม่กลัวใคร พิมหันไปจุ๊ปาก
"เบาๆสิพี่ เดี๋ยวคนก็แห่กันมาทั้งเรือนหรอก"
"ใครจะไปรู้ว่าแม่จะกลับมาวันนี้"
"ไม่รู้ก็ดี เราต้องระวังไว้ก่อน"
มั่นมองพิม
"ถามจริงๆเถอะ แม่อยู่เรือนนี้ได้ยังไง ยังกะอยู่ในแดนข้าศึก น่ากลัวชะมัด"
พิมค้อน มั่นหัวเราะ
"เราควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะกล้า เมื่อไหร่ควรจะถอย ระวังตัวไว้ดีที่สุด"
"ได้ๆๆ ตามใจแม่เถิด"
"พี่ส่งข้าแค่นี้แหละ ข้าจะขึ้นเรือนเอง"
"แน่ใจนะ ว่าปลอดภัยแน่"
"แน่ใจสิ"
พิมจะไป มั่นคว้ามือพิมไว้ สองคนมองหน้ากัน
ไจากกันคราวนี้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอแม่อีก"
พิมมองหน้ามั่น แล้วถอดสไบที่ห่มตัวส่งให้
"น้ำค้างลงหนักนัก เอาสไปผืนนี้คลุมหัวไว้ก่อน หากได้เจอพี่อีกครั้ง ข้าจะไปทวงสไปผืนนี้คืน"
มั่นรับไปแล้วจับสไปขึ้นมาหอม พิมมองเขิน
"ไปเถอะพี่ ฉันจะขึ้นเรือนแล้ว"

มั่นพยักหน้า พิมไป มั่นมองตามจนลับตา
 
อ่านต่อหน้า 2

แม่นาก ตอนที่ 13 (ต่อ)

ขุนเพชรโมโหฮึดฮัด พวงจันทร์มองแล้วยิ้ม ค่อยปลอบ

"ใจเย็นเจ้าค่ะคุณพี่ เออ เห็นคุณพี่คุยกับหลวงณรงค์เรื่องปลูกเรือนเป็นไงมาไงหรือเจ้าค่ะ"
"ก็หลวงณรงค์อยากจะได้ปลูกเรือนไว้สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศ ฉันก็เลยรับอาสา"
"ตายจริง ทำไมคุณพี่ไม่ปรึกษาอิฉันก่อนเล่า รู้ไหม ปลูกเรือนหลังหนึ่งน่ะ มันเสียเงินหลายอัฐอยู่นะเจ้าค่ะคุณพี่"
"ฉันเห็นว่าอีกหน่อย เราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน กะอีแค่เรือนหลังนึงนะไปเสียมากน้อยสักเท่าไหร่ หรือว่าแม่พวงไม่เห็นด้วยกับฉัน ก็ยกเลิกเรื่องไอ้เพลิงกับแม่ชมนาดไปเลยดีมั๊ย"
เพลิงร้องเสียงหลง
"ไม่ได้นะแม่ ฉันบอกแล้วว่าถ้าไม่ได้แม่ชมนาดมาเป็นเมีย แม่กับพ่อต้องเสียหน้าไม่รู้จบ"
" งั้นก็ได้ ถือว่าเป็นการลงทุนก็แล้วกัน แต่อิฉันมีข้อแม้นะเจ้าคะคุณพี่"
"ทำไมหรือ แม่พวงคิดจะทำอะไร"
"ในเมื่อเราจะปลูกเรือนให้พ่อเพลิง กับแม่ชมนาดเป็นของขวัญของหมั้น เราก็ต้องตามใจคนอยู่สิเจ้าคะ"
"หมายความว่าอย่างไร"
"ก็ต้องให้พ่อเพลิง กับแม่ชมนาด ไปดูแลการปลูกเรือนสิเจ้าคะ"
ขุนเพชรนิ่งคิด
"จะได้อย่างไร ในเมื่อ เขาเป็นลูกสาวขุนน้ำขุนนาง จะให้มาอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้หมั้นหมายกัน"
"ก็ให้พ่อเพลิงไปๆมาๆ หัวตะเข้กับพระโขนง แล้วให้แม่ชมนาด ไปอยู่เสียที่พระโขนง อ้างเหตุว่าต้องดูแลเรือน ในเมื่อผู้ชายปลูกเรือนให้ขนาดนี้แล้ว ควรเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวเขาได้ใกล้ชิดกันบ้าง"
"มันจะดีหรือ"
"ดีแน่สิเจ้าค่ะคุณพี่ ในเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งก็รู้กันอยู่แล้ว ว่าอะไรเป็นอะไร เท่านี้อิฉันคิดว่าหลวงณรงค์คงไม่ขัดหรอก เชอะ จะขัดได้อย่างไร ในเมื่อที่ทางก็ไม่ได้ลงทุนสักแดง มีแต่ทางเราเท่านั้นที่ควักเนื้อลงไปก่อน"
ขุนเพชรนิ่งคิด คล้อยตาม
"ก็ได้ ข้าจะพูดกับหลวงณรงค์เอง เฮ้อ มีแต่เรื่องวุ่นวายใจข้าจริงๆ"
ขุนเพชรไป เพลิงฮึดฮัดกับแม่
"เดี๋ยวก่อนแม่ ถ้าอย่างนี้ก็เท่ากับส่งให้ปลาย่างไปอยู่ใกล้แมว อย่างนี้ แม่ชมนาดมิต้องอยู่ใกล้ไอ้มากหรือ"
"พ่อเพลิงจะกลัวอะไรกับแมวหางด้วน ในเมื่อพ่อเพลิงน่ะเป็นเสือ"
"หมายความว่า"
"พ่อเพลิงก็รวบหัวรวบหางแม่ชมนาดเสียก็สิ้นเรื่อง พอข้าวสารเป็นข้าวสุกแล้ว จะร้องแรกแหกกระเชอไป ก็เท่านั้น"
เพลิงยิ้มร้าย กอดแม่ประจบ
"ฉันรักแม่ที่สุดเลย แม่ของฉันฉลาดที่สุด"
พวงจันทร์มองหน้าลูกชายลวยิ้มร้าย

บริเวณท่าน้ำ ปุกนั่งกอดเข่าร้องไห้
"คุณหนูพิมเจ้าขา ไปอยู่เสียที่ไหน รีบกลับมาเถิดนะเจ้าคะ อีปุกเป็นห่วงคุณหนูใจจะขาดอยู่แล้ว"
พิมค่อยๆย่องเข้ามาหาปุกทางด้านหลัง เอามือแตะหลัง ปุกหันมามองแล้วกรี๊ด พิมรีบปิดปากปุกๆไว้
"ไหนว่าเป็นห่วง พอเจอหน้าก็ร้องยังกะเห็นผี"
ปุกหุบปากดึงพิมมากอดไว้ จับตามเนื้อตัวพิมว่าบาดเจ็บตรงไหน พิมหยิบมือปุกออกขำๆ
"โธ่คุณหนูของบ่าว เจ็บตรงไหนบ้างไหมเจ้าคะ ใครมันพาคุณหนูพิมของบ่าวไป"
"บ้า ฉันจะไปเจ็บตรงไหน แต่เรื่องมันยาวมาก จริงสิ พ่อกลับมาหรือยัง รู้เรื่องหรือเปล่า"
"เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง ยังคาดโทษบ่าวด้วยซ้า"
"ตายจริง ฉันมาช้าไปนิดเดียวเอง"
"แต่นายแม่บอกว่า ใช้คุณหนูพิมไปเก็บค่าสวนนะเจ้าคะ"
พิมงง
"จริงหรือ"
"จริงเจ้าค่ะ ระวังต้องพูดให้ตรงกันนะเจ้าคะ ขึ้นเรือนก่อนเร็วเข้า"
ปุกจะดึงมือพิมไป พิมนิ่งคิด
"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า แม่รู้เรื่องพี่เพลิงใช้ฉันไปใช่มั๊ย"
ปุกงง
"พ่อเพลิงใช้คุณหนูไปไหน มันยังไงกันเจ้าคะบ่าวงงไปหมดแล้ว"
ปุกงง พิมนิ่งใช้ความคิด
"นังพิม เอ็งหายหัวไปไหนมา"
พิมกับปุกชะงัก ตกใจ

บนเรือน พิมนั่งก้มหน้า ขุนเพชรโกรธมาก พวงจันทร์กับเพลิงมองหน้าพิมนิ่ง
"บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเอ็งหนีไปกับใคร"
"ฉันไปเก็บค่าสวนให้แม่ แล้วก็หลงทาง"
"อย่างเอ็งเนี่ยนะจะหลงทาง อย่ามาโกหก"
"เอ็งแน่ใจนะพิม ว่าไม่ได้ไปกับผู้ชาย"
พิมหันไปจ้องหน้าเพลิง
"ถ้าพี่ก็รู้ว่าฉันไปไหน ทำไมไม่บอกพ่อไปเลยเล่า จะถามทำไม"
"ข้าไม่รู้เรื่อง เอ็งไปของเอ็งคนเดียวข้าจะรู้ได้ยังไง"
พิมจ้องหน้าเพลิง
"ไปนุ่งผ้าถุงก่อนดีมั๊ย พี่เพลิง"
เพลิงจ้องหน้าพิมแล้วหลบตา เพลิงหลบหลังแม่ พวงจันทร์รีบออกรับแทน
"เรื่องนี้ก็แล้วกันไปเถอะ ในเมื่อกลับมาแล้ว จะพูดกันไปทำไมให้มากความ"
พิมน้อยใจ พวงจันทร์เมินหน้า
"คุณพี่ก็รู้นิสัยนังพิมมันดี มันดื้อยังกะอะไรดี แต่ไอ้เรื่องจะไปพลาดท่าเสียทีให้ใคร น่ะคงไม่มีหรอกใช่มั๊ย"
พิมนิ่งไม่พูด
เสียงดังขึ้นอีกทาง หมึกกับเก่ง เดินขึ้นมาบนเรือน
"พี่เพลิง พ่อขุน ฉันจับไอ้คนนี้ได้ มันมาลับๆล่อๆที่หลังเรือนเรา"
เก่งยิ้ม ดึงถุงที่ครอบหัว มั่นออกสไบของพิมตกลงที่พื้น
พวงจันทร์หันขวับไปมองหน้าพิมทันที
พิมตกใจ หันไปมอง มั่นถูกจับมัดอยู่ มั่นมองหน้าพิม
ขุนเพชร มองหน้าหมึกกับเก่ง พิมกับเพลิง
"มันเป็นใคร"
เพลิงตะลึง
"ไอ้มั่น"

พิมพูดไม่ออก ได้แต่มองมั่นอย่างเป็นห่วง พวงจันทร์นิ่งสีหน้าเครียด

ที่วัดมหาบุศย์ เวลากลางคืน มากกำลังกราบพระอยู่ ทุ้ย เค้ง โพล้ง นั่งอยู่ด้านหลัง หันไปมองหน้ากันหลุกหลิก มากหันกลับมามอง เค้ง สะกิดโพล้ง

"พี่นั่นแหละ" เค้งว่า
"ทำไมต้องเป็นกู"
"มีเรื่องอะไรกัน"
ทุ้ยถาม
"ฉันสงสัยว่า ไอ้มั่นมันหายไปไหน"
"จริงสิ ฉันมัวแต่ตั้งใจ ลืมพี่มั่นเสียสนิทเลย"
ทุ้ยนับนิ้ว
"ข้าไม่เห็นมันมาตั้งแต่ ... หลายวันแล้วนะเนี่ย ไม่มาเยี่ยมมาเยียนเราบ้างเลยหรือ"
เค้งบอก
"จำไม่ได้หรือ พี่มั่นบอกว่ามันไปตามตาเปลี่ยน นี่ไปตามถึงที่ไหน ป่านนี้ยังไม่มา"
"ประเดี๋ยวมันก็กลับมา ม๊าง"
มากนิ่งคิด ประหลาดใจ ทุ้ย เค้ง โพล้งทำหน้าวิตก

ขุนเพชรเฆี่ยนกระหน่ำพิม พิมเจ็บตัวสะท้านแต่ไม่ยอมปริปากพูด
"มันทำอะไรเอ็งหรือเปล่า บอกมา"
"ฉันพูดแล้วพ่อก็ไม่เชื่อ ว่าไม่มีอะไรกัน มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด"
"ถ้ามันปากแข็งนัก ก็ตีมันให้ตายไปก็สิ้นเรือง ฟาดมันเลยคุณพี่ มันจะได้เข็ดได้จำ ไม่เที่ยวแล่นตามผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายตีนไปไหนต่อไหน แบบนี้ ใส่ตะกร้าล้างน้ำยังไงก็ไม่หายคาว อีลูกไม่รักดี"
พิมมองหน้า น้อยใจแม่
"ใช่สิ ฉันมันลูกไม่รักดี ใครจะไปดีเลิศฟ้าลอยสูงอย่างพี่เพลิงเล่า"
"อีนี่ ยังยื่นปากไปแขวะพี่เขาอีก อย่ามาบอกว่าเอ็งไม่มีอะไรกับไอ้มั่น ข้าไม่เชื่อ"
"แม่ไม่เชื่อฉันจะพูดอะไรได้อีกล่ะ"
"นังพิม อีลูกปากแข็ง อีลูกนอกคอก อย่ามาโกหก ถ้าไม่มีอะไรกับมัน มันจะเอาสไบเอ็งไปได้ยังไงห๊า"
พวงจันทร์ทิ้งสไบลงที่พื้น พิมหยิบขึ้นมามอง นึกถึง....

"แม่จะทำอะไรพี่มั่น แม่ทำอะไร ปล่อยเขาไปนะ ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ"
"เอ็งยังมีหน้ามาถามถึงมันอีกหรือ อีลูกกาลี อย่างนี้มันต้องเฆี่ยนให้หลังขาด"
พวงจันทร์คว้าไม้จากมือขุนเพชรมากระหน่ำตีพิมไม่ยั้ง ขุนเพชรทนไม่ไหวคว้าไม้มาหักทิ้ง
"พอที ยังไงมันก็เป็นลูกเรา อีปุก เอ็งเอานังพิมไปขังไว้ในห้องดูไว้อย่าให้มันหนีไปได้อีก"
ปุกลนลานประคองพิมไป พวงจันทร์มองตามโมโห
"อีนี่มันน่าเฆี่ยนให้ตายคามือ ปากแข็งเป็นหิน ไม่รู้ได้เชื้อได้แถวมาจากไหน"
"ใจเย็นๆสิแม่พวง เฮ้อ ทีนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ"
พวงจันทร์นิ่งคิด แล้วยิ้มร้าย
"เห็นทีคุณพี่จะต้องล้างเสี้ยนหนามที่บางพระโขนงสักที"
ขุนเพชรชะงัก
"ยังไงหรือแม่พวง"
พวงจันทร์หน้าร้าย

ในห้อง พิมนั่งน้ำตาไหล ปาดน้ำตา กัดฟัน ปุกเช็ดแผลให้พิมอย่างเบามือ
"ทูนหัวของบ่าว ไม่น่าเล๊ย ก็บอกความจริงไป ท่านขุนกับนายแม่คงไม่โกรธขนาดนี้หรอก"
"อยู่บ้านนี้พูดความจริงจนคอแตกก็ไม่ได้ดีอะไร ไม่มีใครอยากฟังหรอก แต่ถ้าประจบสอพลอตอแหล คงได้ขึ้นแท่นลูกรักอย่างพี่เพลิงไง"
"ไม่เอานะเจ้าคะ ไม่พูด ทูนหัวของอีปุก พักก่อนนะเจ้าคะ อย่าคิดไม่ดี อย่าคิดร้ายกับพ่อแม่ มันบาปหนา"
"ฉันน่าจะตายๆเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่เห็นเรื่องแบบนี้"
พิมกอดปุกร้องไห้ ปุกถอนหายใจสงสาร

ในคุกของเรือนขุนเพชร มั่นหน้าตาปูดบวม เก่งกับหมึกจับตัวมั่นไว้ให้เพลิงซ้อม
"มึงทำอะไรน้องกู ไอ้ลูกหมา"
"กูไม่ได้ทำอะไรแม่พิม"
"มึงอย่ามาโกหก มึงแค้นกูใช่มั๊ย ที่กูทำอีนากมันตกลูกตาย"
มั่นมองหน้าเพลิงแค้น
"ก็ได้กูยอมรับ ก็อีนากมันสวยถูกใจกูนี่นา ถ้ามันยอมกูเสียตั้งแต่แรก มันคงไม่ต้องไปนอนก้นหลุมแบบนั้นหรอก"
มั่นถุยน้ำลายใส่เพลิง
"มึงยังเป็นคนอยู่มั๊ย ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ดีแต่รังแกคนอ่อนแอ ไม่มีทางสู้"
"กูไม่สนใจว่ามึงจะพูดยังไง เพราะคนอย่างพวกมึง อีนาก ไอ้มาก มันก็แค่เศษสวะ ต่อให้มึงตะโกนให้คอแตกก็ไม่มีใครสนใจหรอก"
มั่นมองหน้าเพลิงด้วยความแค้น เพลิงกะหน่ำซ้อมมั่นจนสะใจ หมึกกับเก่งเหนื่อยหอบ มั่นบอบช้ำลงไปกองที่พื้นไม่ได้สติ
"เอาไงต่อพี่"
"ปลุกมันขึ้นมาซ้อมต่อสิวะ"
เก่งลนลานจะวิ่งไปเอาน้ำ เพลิงห้ามไว้
"ไม่ต้องเอาน้ำที่อื่น เอาที่นี่"
เพลิงเดินไปใกล้ๆมั่น แล้วปลดผ้าโจงฉี่รดมั่น

มั่นนอนนิ่งจมกองฉี่ของเพลิง
 
อ่านต่อหน้า 3

แม่นาก ตอนที่ 13 (ต่อ)

กลางคืนต่อเนื่องมา ปุกนั่งพัดให้พิม มองพิมอย่างเป็นห่วง จนพิมหลับ

"แม่คุณเอ๊ย น่าสงสารจริงเชียว ทำไมเกิดมาผิดเหล่าผิดกอแบบนี้นะ เฮ้อ"
ปุกค่อยๆปัดผมให้พิม แล้วย่องออกจากมุ้ง เหน็บมุ้งให้พิม
ปุกก้มลงเก็บอ่างน้ำผ้าทำแผลที่วางที่พื้น แล้วค่อยๆย่องออกจากห้องไป
พิมค่อยๆลืมตาขึ้น

พิม คลุมหน้า วิ่งมองซ้ายมองขวามาไปที่ห้องขัง มั่น
"พี่มั่น พี่มั่น"
มั่นพลิกตัวขึ้นมา
"แม่พิม"
พิมชะงัก
"พี่มั่น ทำไม..ทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ"
"แล้วแม่เล่าเป็นอย่างไรบ้าง"
มั่นเอามือแตะแผลที่ไหล่พิมเบาๆ
"ข้าไปไม่เป็นอะไรหรอก พี่รีบหนีไปก่อน ก่อนที่ยามจะกลับมา ไปสิ"
พิมประคองมั่นลุกขึ้น
"พิม แม่ไปกับข้าเถอะ"
พิมชะงักมองหน้ามั่น มั่นสีหน้าจริงจังมาก
"ถึงข้าจะไม่มีเงินทองมากมาย แต่ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ต้องเสียใจ ต้องผิดหวังแม้แต่น้อย เราจะสร้างอนาคตด้วยกัน"
พิมยิ้ม
"ข้ารู้ พี่จะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ข้าสัญญา ถึงวันนั้น ข้าจะไปหาพี่ที่บางพระโขนงด้วยตัวเอง"
สองคนสบตากัน พิมพยักหน้าให้มั่น
"ข้าจะรอ"
พิมชี้มือ
"เดินไปทางโน้น มันอีกไม่ไกล พี่จะเห็นคูน้ำพี่ล่องไปตามคูน้ำไม่ไกล ก็จะออกคลอง โชคดีนะพี่มั่น"
มั่นมองหน้าพิมพยักหน้า ดึงพิมมากอดไว้ พิมหลับตาซึมซับความรู้สึกนั้น สักครู่ พิมผละออกจากมั่น ปาดน้ำตา แล้วเดินไปอีกทาง
มั่นมองตาม ข่มความรู้สึกเจ็บปวด หันหน้าเดินไปอีกทาง

ขุนเพชรสีหน้าเครียด พวงจันทร์นั่งนิ่งหน้าสงบ
"ไอ้เพลิงทำเรื่องถึงขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมแม่พวงถึงไม่ห้ามปรามมันบ้างเล่า"
"อิฉันก็ไม่เห็นว่าพ่อเพลิงจะผิดมากผิดมายนี่เจ้าคะ นังนากต่างหากที่เล่นตัว เราไปสู่ขอเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว สมน้ำหน้า แล้วที่มันตายนี่พ่อเพลิงก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว มันออกลูกแล้วก็ตาย ใครจะไปช่วยได้"
"แต่ต้องถึงกับฆ่าไอ้มาก ไอ้มั่น มันจะไม่หนักข้อไปหน่อยหรือ"
"แล้วคุณพี่จะให้ทำอย่างไร ปล่อยให้ไอ้มั่นมันไปโพนทะนาว่า มันฉุดลูกสาวเราไปกระนั้นหรือ"
"แต่ข้ายังสงสัย แม่พวงบอกเองไม่ใช่หรือว่า ให้พิมมันไปเก็บค่าสวน แล้วทำไมถึงไปโดนฉุดได้ ยิ่งฟังมันก็ยิ่งแปลก"
พวงจันทร์ชะงัก รีบกลบเกลื่อน
"โธ่คุณพี่ มันไม่ใช่เวลามาสงสัยหรอกนะ ฉุดแล้วก็คือฉุด ผิดแล้วก็คือผิด หรือว่าคุณพี่จะเข้าข้างคนอื่น ไม่เข้าข้างลูกเรา"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าแค่สงสัย อีกอย่างข้าเป็นขุนน้ำขุนนาง จะให้ไปฆ่าใครนี่มัน"
"ใครใช้ให้พี่ขุนลงมือเองล่ะเจ้าคะ จ้างไอ้พวกคนจรไปก็ได้ พอทำงานเสร็จ ก็ฆ่ามันทิ้งซะ ใครจะไปรู้ไปเห็น พวกนี้ใจโหด ทะเลาะเบาะแว้งกับพวกเดียวกันก็เยอะแยะ ไม่มีใครสนใจหรอก"
"แต่ว่า..."
"คุณพี่อย่าวิตกไปเลย ถ้าคุณพี่อนุญาต อิฉันจะจัดการเป็นธุระให้ ทุกอย่างแม้กระทั่งปลูกเรือนที่พระโขนงด้วย แค่คุณพี่ช่วยเป็นธุระตามที่อิฉันบอกก็พอ"
พวงจันทร์ยิ้มใจเย็น
"คราวนี้ ถ้าสำเร็จ เท่ากับได้ประโยชน์ถึงสองทางนะเจ้าค่ะ"
ขุนเพชรนิ่งคิด พวงจันทร์พูดสร้างภาพให้ขุนเพชรคล้อยตาม
"ทางนึงก็ตัดเสี้ยนหนามที่บางพระโขนง อีกทาง ก็ตัดขวากหนามหัวใจให้พ่อเพลิง ทีนี้ คุณพี่กับหลวงณรงค์ก็ยิ่งแนบแน่น ถ้าได้เกี่ยวดองเป็นญาติกัน กิจการค้าของเรา ก็ยิ่งเหมือนติดปีก ใครจะกล้ามาขวางคุณพี่ล่ะเจ้าคะ"
ขุนเพชรคล้อยตาม
"งั้นก็ตามใจหล่อนก็แล้วกัน"
ขุนเพชรสีหน้าหนักใจ พวงจันทร์ยิ้มพอใจ

ปุกถอยห่างจากห้องขุนเพชร พวงจันทร์เดินออกมา
"อีปุก"
ปุกสะดุ้งเฮือกย่อตัวลง
"เจ้าคะนายแม่"
"นังพิมเป็นยังไงบ้าง"
"อิฉันทายาให้แล้ว หลับไปแล้วเจ้าค่ะ"
"นังนี่ คอทั่งสันหลังเหล็กจริงๆ โดนตีขนาดนั้นยังหลับลงนะ ข้าจะไปดูมันหน่อย"
เพลิง วิ่งปึงปังเข้ามา
"แม่ ไอ้มั่นมันหนีไปแล้ว"
"อ้าว หนีไปได้ยังไง ไม่ให้ใครเฝ้าไว้หรือ"
"ไอ้หมึกกับไอ้เก่งมันเฝ้าอยู่ แต่มันไปหาข้าวกินในครัว พอกลับมา ไอ้มั่นก็หายตัวไปแล้ว ฉันให้พวกมันออกไปตามหาอยู่ คงไปได้ไม่ไกลหรอก"
"แน่ใจนะนังปุกว่านังพิมมันนอนอยู่ในห้อง"
"แน่ใจสิเจ้าคะ"

พวงจันทร์กับเพลิงเดินนำหน้าปุกไป ปุกสีหน้าตกใจรีบตามไป

ปุกทำท่าจะเคาะประตู เพลิงผลักปุกกระเด็นไป แล้วเปิดประตูพรวดเข้าไปทันที

ปุกรีบตามเข้าไป พิมนอนอยู่บนเตียง หลับพริ้ม
เพลิงกับพวงจันทร์มองหน้ากัน
ปุกทำท่าโล่งอก แล้วชะงัก เห็นขาพิมที่ลอดออกมาจากผ้าห่มมีรอยเปื้อนโคลน
ปุกรีบเดินเข้าไปทำทีชะโงกดูพิม แล้วแอบดึงผ้าปิดขาพิมไว้
"โถ หลับเป็นตายเชียวแม่คุณ ... คงจะเจ็บแผลน่ะเจ้าค่ะ ถึงหลับเป็นตายแบบนี้"
เพลิงกับแม่พวงมองหน้ากัน ผิดคาด
"เฝ้ามันไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน"
ทั้งคู่ออกจากห้องไป ปุกถอนหายใจเฮือก

พวงจันทร์ยืนมองห้องขังว่างเปล่าสีหน้าครุ่นคิด
"พวกมึงมันไม่ได้เรื่อง แค่นี้ก็เฝ้าไว้ไม่ได้"
หมึกกับเก่งได้แต่ปัดป้อง
"ก็ไอ้มั่นมันโดนพี่เพลิงซ้อมซะเละขนาดนั้น จะมีปัญญาลุกขึ้นมาเปิดกลอนได้อย่างไรเล่า"
พวงจันทร์ถาม
"เอ็งแน่ใจนะว่าเอ็งใส่กลอนไว้"
หมึกกับเก่งมองหน้ากันไม่แน่ใจ หมึกปากแข็ง
"แน่ใจสิจ๊ะ ถ้าไม่มีใครถอดกลอนให้ไอ้มั่นไม่มีปัญญาแหกห้องขังไปได้หรอก"
"หรือว่า มีใครมาช่วยมันออกไป หรือว่า ผีแม่นาก" เก่งบอก
"หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ไปสิ"
หมึกกับเก่ง ลนลานไป เพลิงมองตามหัวเสีย
"ทำยังไงดีล่ะแม่ จะเดือดร้อนมาถึงเรามั๊ย"
พวงจันทร์นิ่งคิด
"ตอนนี้คงยังไม่เป็นไรหรอก คราวนี้ ไอ้มั่นมันก็ผิดด้วย มันคงไม่กล้าโวยวายมากนัก การที่มันกล้ามาส่งนังพิมถึงเรือน มันต้องมีใจให้กันพอควร"
"ไอ้คางคกเอ๊ย คิดจะเด็ดดอกฟ้าหรือ"
เพลิงฮึดฮัด แม่พวงนิ่งคิดออกแล้ว
"คราวนี้พ่อเพลิงเห็นทีจะต้องจัดการด้วยตัวเองแล้ว เพราะแม่ไม่ไว้ใจคนอื่น"
เพลิงแปลกใจ
"ทำไมจ๊ะแม่ แม่จะให้ฉันทำอะไร"
"ไปติดต่อหาไอ้พวกคนจร ไปฆ่าไอ้มากกับไอ้มั่นซะ"
เพลิงพยักหน้ารับ แล้วชะงัก
"แล้ว นังนากล่ะ มันจะไม่ออกมาอาละวาดล้างแค้นอีกหรือ"
"ไม่ต้องห่วง แม่ให้หมอผีคนสะกดเอาไว้แล้ว พ่อเพลิงไม่ต้องวิตก แต่พ่อเพลิงต้องดูให้แน่ว่าไม่มีใครรู้ใครเห็นเข้าใจมั๊ย อย่าให้พลาดอย่าทิ้งร่องรอย ให้สืบสาวมาถึงพวกเราได้"
เพลิงเหี้ยม
"จ๊ะแม่ ฉันจะไม่ให้พลาดเลย"
"ถ้าพ่อเพลิงทำสำเร็จเราก็หมดอุปสรรคที่บางพระโขนง พ่อเพลิงเองก็หมดเสี้ยนหนามหัวใจ"
เพลิงสีหน้าจริงจังมาก พวงจันทร์หน้ายิ้มสะใจ

ปุกมองซ้ายมองขวาที่หน้าห้อง ให้แน่ใจว่าไม่มีใคร ปุกปิดประตู หันไปมองพิม แล้วส่ายหน้า
"ไม่มีใครแล้ว ลืมตาเถอะเจ้าค่ะคุณหนู"
พิมยังนอนนิ่ง ปุกหมั่นไส้ ตีพิมเพี้ยะ พิมสะดุ้งโหยง
"ปลุกทำไม คนจะนอน เจ็บไปทั้งตัวแล้วไม่รู้หรือ"
"อย่ามาหลอกบ่าวเลยเจ้าค่ะ คุณหนูลงไปปล่อยพ่อมั่นไปใช่ไหม"
พิมชะงักมองหน้าปุก แล้วนิ่ง ไม่ตอบ
"นั่นไง จริงด้วย เฮ้อ คุณหนูพิมเจ้าขา รู้มั๊ย มันจะเป็นเรื่องใหญ่"
"แล้วจะให้ฉันคอยดูพี่มั่นถูกเขาตีจนตายกระนั้นหรือ ที่เขาต้องเดือดร้อนก็เพราะพี่เพลิงไปทำเขาก่อนทั้งนั้น"
ปุกมองหน้าพิมแล้วชะงัก
"ตายจริง อย่าบอกนะเจ้าคะว่าคุณหนูมีใจให้พ่อมั่นไปแล้ว"
พิมชะงัก
"ถ้ามีแล้วมันเป็นอย่างไร ข้าก็คน พี่มั่นก็คน จะรักจะชอบกันไม่ได้หรือ"
"โธ่ คุณหนูเจ้าขา ไม่เข้าใจหรอกหรือเจ้าคะ นิสัยนายแม่ กับพ่อเพลิงน่ะ เสียเปรียบใครเป็นไม่ยอม เรื่องของคุณหนูกับพ่อมั่นน่ะมันไม่มีทางเป็นไปได้ หรอกเจ้าค่ะ"
พิมดื้อ
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้มันเรื่องของข้ากับคนที่ข้ารัก คนอื่นก็ไม่เกี่ยว"
ปุกมองพิมสงสาร ปนอ่อนใจ
"ตอนนี้ท่านขุนกับนายแม่ กำลังหาคนไปกำจัดตัดเสี้ยนหนามที่บางพระโขนงแล้ว คุณหนูเจ้าขา อย่าวุ่นวายกับคนพวกนั้นอีกเลยนะเจ้าคะ ปุกขอร้อง"
"ให้มันรู้ไปว่าแม่จะตัดฉันทิ้งได้"
พิมดื้อ ปุกมองแล้วถอนหายใจ
"โอ๊ย อกอีปุกจะลุกเป็นไฟ"
ดื้อดึง พิมหันไปมองที่หน้าต่าง สีหน้าวิตก

มั่นซุ่มอยู่ในคูน้ำ หันไปมองที่เรือนใหญ่ของขุนเพชร
"ข้าจะรอแม่นะ แม่พิม"

มั่นกัดฟัน กระเสือกกระสนล่องน้ำในคูหนีไป
 
อ่านต่อหน้า 4

แม่นาก ตอนที่ 13 (ต่อ)

ตอนฟ้าเริ่มจะสาง ในความฝัน มากยืนอยู่ ในป่า บรรยากาศรอบๆตัว มีลมพัดอื้ออึง

"มากจ๋า พี่มากจ๋า"
"นาก นากอยู่ที่ไหน"
"พี่มากจ๋า ช่วยเมียด้วย เมียทรมานเหลือเกิน ช่วยเมียด้วย"
มากวิ่งตามเสียงแม่นากไป จนสะดุดล้มลง ที่หลุมศพแม่นาก ตรงหน้าเฉลวที่ปักไว้

มากสะดุ้งตื่น ร้องเรียก
"แม่นาก"
มากหันมองรอบตัว เห็นทุ้ย เค้ง โพล้งนอน กลิ้งระเกะระกะ มากถอนหายใจ
"นี่เราฝันไปหรือนี่"
"ช่วยด้วย"
มากหันขวับไปมองที่ประตูบ้าน
เสียงมั่นเบามาก
"ช่วยฉันด้วย"
มากค่อยๆย่องไปที่ประตู แล้วตัดสินใจเปิดออก เห็นมั่น เซเข้ามาล้มลงที่ประตู
"พี่มั่น"
มั่นนอนสลบตรงหน้ามาก

เช้าต่อเนื่องมา จำปีนั่งกอดเข่าอยู่ที่หัวบันไดเรือน หน้าตาหงุดหงิด ลำจวนประคองป้าเงินกำลังจะขึ้นบ้าน ป้าเงินเห็นจำปีนั่งหน้าหงิก
"เป็นอะไรของเอ็งนังจำปี หน้าหงิกหน้างอ"
ลำจวนกระซิบข้างหูป้าเงิน
"มันหงุดหงิดจ๊ะป้า"
"อ๋อ เลือดจะมาลมจะไป ไปเอายาลมละลายน้ำกินซะหน่อยสิ จะได้ดีขึ้น อ้อ ลูกประคบนึ่งกดท้องไว้ จะได้ไม่ปวดท้อง ละลายเลือดเสียด้วย"
"ฉันไม่ได้ปวดท้องขนาดนั้นหรอกป้า แต่ฉันฝันไม่ดีเลย"
"เฮอะ ก็แน่ละนังจำปี เมื่อวานนี้ข้าเห็นเอ็งกินตะลิงปิงจิ้มกะปิยังกะปอบลง ธาตุกำเริบน่ะสิ"
"จริงนะป้าเงิน ฉันฝันถึงนาก ฝันทุกคืนเลย นากมาร้องเรียกให้ฉันช่วย"
ป้าเงินชะงัก ลำจวนทำท่าขนลุก
"เห็นตัวหรือเปล่า นังจำปี" ลำจวนถาม
จำปีส่ายหน้า
"ไม่เห็นเลย ได้ยินแต่เสียง ฉันฝันอย่างนี้มาหลายคืนแล้วนะป้า"
"มันคงรอให้ไอ้ทิดมากไปหามันละมั๊ง "
"แล้วทำไมไม่ไปหาพี่มากล่ะ มาเรียกฉันทำไม"
"กูจะไปรู้หรือ กูไม่ใช่ผี"
ป้าเงินหงุดหงิด เดินหนีไป ลำจวนรีบตามไป
จำปีมองตามแล้วหงุดหงิด

พิมยืนเหม่ออยู่ที่ริมหน้าต่าง
ปุกกำลังเก็บจัดข้าวของในห้องพิม เห็นพิมยืนเหม่อก็มองอย่างสงสาร
"คุณหนูเจ้าขา มานั่งตรงนี้เถอะเจ้าค่ะ ยังไม่หายเจ็บ โดนลมประเดี๋ยวจะป่วยไข้นะเจ้าคะ"
พิมรำพึง
"ไม่รู้พี่มั่นจะเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้จะถึงพระโขนงหรือยังก็ไม่รู้"
ปุกร้อนใจ มองซ้ายมองขวากลัวใครมาได้ยินเข้า
"คุณหนูเจ้าขา ปุกบอกแล้วไงอย่าพูดถึง ไม่เอา เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า"
"ไม่พูดก็ไม่พูด แต่ห้ามไม่ให้คิดคงทำไมได้หรอก"
"ก็ยังดีเจ้าค่ะ คิดแต่ในใจ อย่าให้ใครรู้ จะปลอดภัยกว่า"
พิมยืนเหม่อ ปุกเก็บข้าวของมองพิมแล้วถอนหายใจเดินออกจากห้องไป
พิมนิ่ง ชะงักพิมหลบไปข้างหน้าต่าง

มุมหนึ่งในเรือน หมึก กับเก่ง เดินเข้ามากระซิบบางอย่างที่ข้างหู เพลิง
เพลิงยิ้มสะใจ
"พลบค่ำเย็นนี้พวกมันจะลงมือ"
"ดีมาก" เพลิงว่า
"ทำไมพี่เพลิงต้องไปคุมด้วยตัวเองเชียวหรือ"
"งานนี้สำคัญมาก ข้าไม่อยากให้พลาด พวกเอ็งเตรียมตัวให้พร้อม"
หมึกกับเก่งพยักหน้า เพลิงยิ้มร้าย

เพลิงเดินผิวปากขึ้นมาบนเรือน แล้วชะงัก พิมยืนขวางทางไว้
"หายเจ็บแล้วหรือ ถึงได้มาลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้"
"พี่เพลิงคิดจะทำอะไรกัน"
"ข้าจะทำอะไร ทำไมต้องรายงานเอ็งด้วยวะนังพิม"
เพลิงจะไป พิมขวางไว้
"พี่เพลิง ฉันขอร้อง อย่าก่อเวรสร้างกรรมกับพวกพี่มากพี่มั่นอีกเลยนะ ที่ทำมานี่มันก็มากเกินพอแล้ว"
"ถ้าข้าทำ แล้วเอ็งจะมาเกี่ยวอะไร เป็นผู้หญิงก็อยู่ส่วนของเอ็งไปสิ นี่มันเรื่องของลูกผู้ชาย"
"ลูกผู้ชายน่ะ ไม่ทำร้ายคนอ่อนแอหรอก แต่ที่พี่ทำนี่มันไม่ใช่"
เพลิงโกรธ
"กลับเข้าห้องไป ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว ไปสิ อีน้องชั่ว"
เพลิงผลักพิมอย่างแรง พิมกระเด็นไป แต่พิมไม่ยอมแพ้ คลานเข่าเข้าหาเพลิงอ้อนวอน
"พี่เพลิง ฉันขอเถอะนะ อย่าฆ่าอย่าแกงกันเลย มันบาป"
เพลิงโมโหเงื้อมือจะตบ
"อย่าพ่อเพลิง"
เพลิงชะงักหันไปมอง พวงจันทร์กับขุนเพชรเดินเข้ามา
เพลิง/พิมเรียก "แม่ !"
"อย่าตบมัน พ่อเพลิงเป็นพี่ชาย ตบน้องคนจะว่าได้ มันต้องแม่เอง"
แม่พวงตบหน้าพิมอย่างแรง จนหน้าหัน
ขุนเพชรหลับตา เพลิงยิ้มสะใจ
"แม่ !"

พิมกุมแก้มน้ำตาไหล พวงจันทร์มองพิมนิ่ง

พิมเซเข้ามาในห้อง ทรุดอยู่ที่พื้นเพราะแรงผลักของเพลิง พวงจันทร์ก้าวตามเข้ามา

พิมตัดพ้อ
"ทำไมแม่ถึงทำกับฉันแบบนี้ ฉันก็เป็นลูกแม่เหมือนกันนะ"
"ใช่เอ็งเป็นลูกข้า แต่ก็เป็นแค่ลูกสาว แถมยังทำงามหน้าหนีตามผู้ชายไป"
"แต่แม่ก็รู้ว่าพี่เพลิงเป็นคนใช้ให้ฉันไป"
เพลิงสอดขึ้น
"ใช่ ข้าใช้ให้เอ็งไปตามไอ้มากออกมาให้ข้าฆ่ามัน แต่เอ็งเสือกหนีตามไอ้มั่นไปซะอย่างนั้น แถมยังพามันกลับมาเย้ยถึงเรือน"
"แม่จ๋า ตอนที่ฉันหายตัวไป แม่เคยนึกห่วงฉันบ้างไหม เคยนึกอยากจะส่งคนไปตามฉันบ้างไหม"
พวงจันทร์ชะงักแล้วเมินหน้า
"ข้าจะไปตามที่ไหน เอ็งสมัครใจหนีไปไม่ใช่หรือ ทีนี้จะมาร้องขอความเห็นใจ ถ้ายังจะเป็นลูกกู เรียกกูว่าแม่ อย่าไปฝักใฝ่กับไอ้พวกพระโขนงอีก เข้าใจมั๊ย"
พวงจันทร์กับเพลิงจะเดินออก
"แม่จ๋า ถ้าฉันไม่ยอมทำตามที่แม่ว่า แม่จะฆ่าฉันด้วยไหม"
พวงจันทร์เปลี่ยนสีหน้าเป็นแข็งกร้าว
"สำนึกใส่กะโหลกหนาๆของเอ็งไว้บ้าง นังพิม เอ็งมันก็แค่ลูกสาว ออกเรือนมีผัวไป ก็เป็นของคนอื่น อย่ามาทำให้พ่อกับพี่ต้องเดือดร้อน เข้าใจมั๊ยเลือดก้อนเดียว กูตัดทิ้งได้"
พวงจันทร์ไป เพลิงยิ้มเยาะตามแม่ออกไป สวนกับปุกที่วิ่งเข้ามา ตกใจ
พิมนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้น ปุกรีบเข้าไปประคอง
"โธ่คุณหนูพิม อย่าร้องนะเจ้าคะ อย่าร้อง"
พิมร้องไห้เสียใจ

ขุนเพชรยืนนิ่งใช้ความคิด สองแม่ลูกเดินเข้ามา
"พิมมันเป็นอย่างไรบ้าง"
"จะเป็นอะไรไปล่ะเจ้าคะ มันก็ยังปากเก่งปากดีเหมือนเดิม ลูกรักลูกโปรดของคุณพี่นี่นา ตามใจกันจนเสียคน"
ขุนเพชรเกรงใจเมีย
"โธ่อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันก็เห็นว่ามันเป็นลูกสาว ถึงยังไงมันก็เป็นลูกเรานะแม่พวง"
"ถ้าเป็นลูกแล้วทำให้พ่อแม่ต้องเสื่อมเสียแบบนี้ อิฉันก็ตัดใจได้"
พวงจันทร์เสียงแข็ง ขุนเพชรถอนหายใจ ไม่กล้าพูด เกรงใจเมีย
"คุณพี่ไปคุยกับหลวงณรงค์เถอะเจ้าค่ะ ทางนี้อิฉันจัดการได้"
ขุนเพชรทำท่าลังเล พวงจันทร์จ้องขุนเพชรดุๆ
"หรือว่าคุณพี่จะให้อิฉันไปคุยเอง"
"ไม่ต้องหรอก ข้าคุยเอง"
"อย่าลืมนะคุณพี่ ยังไง ต้องให้แม่ชมนาดเป็นคนมาดูแลเรือนที่พระโขนงให้ได้ ต้องแม่ชมนาดเท่านั้น"
"ข้าไม่ลืมหรอก"
ขุนเพชรพยักหน้าแล้วลงจากเรือนไป
เพลิงยิ้ม ขยับเข้าหาแม่
"แม่นี่เก่งจริงๆ ทำได้ทุกอย่างเลย"
"แม่ทำได้ทุกอย่างเพื่อพ่อเพลิงนะลูก อย่าทำให้แม่ผิดหวังก็แล้วกัน"
"จ๊ะแม่ ไม่ผิดหวังแน่นอน ไอ้เพลิงซะอย่าง"
พวงจันทร์ยิ้มปลื้มปริ่มกับเพลิง

เวลาเย็น มั่นยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ หน้าตาปูดบวมฟกช้ำ มากนั่งมองมั่นอย่างวิตก
"พี่มั่นไปมีเรื่องกับใครมา ถึงได้เจ็บเจียนตายแบบนี้"
ทุ้ย เค้ง โพล้งมองหน้ากัน
โพล้งบอก
"ถึงไอ้มั่นมันจะห้าวขนาดไหน แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นมันมีเรื่องกับใครก่อนนะ"
"จะมีก็คนเดียวนั่นแหละ" ทุ้ยว่า
"ใครหรือ"
สามคนมองหน้ากัน
"ก็ไอ้เพลิง อริเก่าของพี่นั่นแหละพี่มาก"
มากชะงักนิ่งคิด
"ไอ้เพลิงหรือ แล้วพี่มั่นไปขัดแย้งอะไรกับมัน ถึงได้ทำกันขนาดนี้"
มากหันไปมองมั่นที่นอนไม่ได้สติอยู่

ตอนเย็น ในทางเดินในป่า เพลิงเดินนำหน้าขบวน มีหมึกเก่ง คนจรที่ 2-3 คนเดินตามหลัง
"ใกล้แล้ว พวกเอ็งพรางหน้าให้มิดชิด"
ทุกคน หยิบผ้ามาโพกหัว จนเหลือแต่ลูกกะตา
"เอาให้ตาย อย่าให้พลาดเข้าใจมั๊ย" เพลิงสั่ง
พวกคนจรพยักหน้ารับคำ
เพลิงออกเดินไป ทุกคนเดินตามพอลับตัวไป

จำปี เดินถือตะกร้าเดินมุ่งไปอีกทาง

ทุ้ย เค้ง โพล้ง เดินลงมาจากเรือน
"ทำไมต้องไปตอนนี้ล่ะ ไปกลางวันไม่ได้หรือ ข้าหวั่นๆยังไงชอบกล" ทุ้ยว่า
โพล้งถาม
"เอ็งมันปอดแหก กลัวอะไรวะ"
ทุ้ยมองซ้ายขวาบอก "ข้ากลัว ผี"
เค้งรีบโดดปิดปากทุ้ยไว้
"ไม่ต้องพูดฉันก็กลัว งั้นขึ้นเรือนเหอะ"
โพล้งดึง เค้งกลับทุ้ยไว้
"ถ้าไม่ไป ไอ้มั่นก็เป็นผีแน่ ช้ำซะขนาดนั้น ลุงปลอดแกมียาดีโว๊ย ไปเร็วเข้า"
โพล้งลาก ทุ้ย กับเค้งไป
อีกทางหนึ่ง เพลิงโผล่หน้าออกมาจากที่ซ่อนยิ้มร้าย

จำปียืนมองรอบๆตัว ลมพัดหวือ ข่มความกลัว หันไปมองที่หลุมศพแม่นาก
จำปี คุกเข่าลง ร้องไห้
"นาก ข้าสงสารเอ็งจริงๆ"
จำปีฟุบหน้าลงกับหลุมศพแม่นากร้องไห้ พอเงยหน้าขึ้น จำปีปัดใบไม้ที่รกรุงรัง
"ป่านนี้ทิดมากยังไม่มาหาเอ็งอีกหรือ ไม่มีใครเข้าใจข้าเลย เขาหาว่าข้า เลือดจะมาลมจะไป ถึงได้ฝันถึงเอ็ง"
จำปีดึงใบไม้ กิ่งไม้ที่ปกคลุมหลุมศพนาก ทิ้งไป
กิ่งไม้ที่จำปีเหวี่ยงไปตกที่พื้น เป็นเฉลวที่สะกดแม่นากไว้
ลมพัดที่ยอดต้นตะเคียนคู่
จำปีตกใจ

มากเปิดประตูเดินออกมาจากเรือน นั่งลงตรงที่นอกชาน พอหันหลัง ขวับ ก็ตะลึงไป
 
อ่านต่อตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...