xs
xsm
sm
md
lg

แม่นาก ตอนที่ 10

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แม่นาก ตอนที่ 10

มากวิ่งมาหยุดที่หน้าวัด เขาเห็นด้านหลังจำปี ที่มุมหนึ่งนอกวัด จำปีเดินลิ่วๆห่างออกไป

"จำปี รอประเดี๋ยวก่อน"
มากลืมตัววิ่งตามจำปีออกไปนอกเขตวัด

มั่นนอน หลับตา ปากพึมพำพุทโธ
"โธ่เว๊ย ทำไมถึงนอนไม่หลับวะ" พอหันมาหา... "ไอ้มาก"
มั่นชะงัก ผุดลุกขึ้นทันที มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นมาก เห็นแต่ทุ้ย เค้ง โพล้ง นอนกันระเกะระกะไปหมด
"ไอ้มาก ....ไปไหน"
มั่นรีบปลุกทุ้ยเค้งโพล้งขึ้นทันที
"ตื่นเร็วเข้า เร็วสิวะ"
3 คนลุกขึ้นงัวเงีย
ทุ้ยบอก "ใจคอมึงน่ะไม่ให้กูพักกูผ่อนบ้างหรือไงวะไอ้มั่น"
เค้งบอก "นั่นสิ อีนากมาสะกิดขาหรือไง"
"ไอ้เค้ง เก็บหมาเข้าปากเร็วเลย มึงอยากให้อีนากมาหรือ" โพล้งว่า
"ไอ้มาก เมื่อกี้ยังนอนอยู่ด้วยกัน นี่ไปไหนแล้วก็ไม่รู้"
ทุ้ยบอก
"ไอ้มั่น มึงคิดมากไปหรือเปล่า มันอาจจะปวดหนักปวดเบาบ้างก็ได้"
ทุ้ย หันหลังล้มตัวลงนอน โพล้งรีบงัดทุ้ยขึ้นมา
"หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมีอารมณ์ไปทุ่งอีกหรือ กูหดหมดทุกอย่างแล้ว"
มั่นครุ่นคิด
"ฉันสังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรแน่ ฉันจะไปหาไอ้มาก"
มั่นลุกขึ้นเดินไป โพล้งทำหน้าแบบไม่เต็มใจ
"ถ้ากูไม่ไป กูก็เป็นเพื่อนเลวใช่มั๊ย"
เค้งบอก "ฉันยอมเลว ฉันกลัวผี"
ทุ้ยบอก"ฉันก็กลัว"
เค้งกับทุ้ยมองหน้ากัน แล้วล้มตัวลงนอน โพล้งเตะป๊าบ สองคนรีบลุกโวยวาย
"แต่กูไม่ยอม ไปด้วยกันเร็วเข้า"
โพล้งลากทุ้ยกับเค้งตามมั่นไป

เวลาต่อเนื่องมา หน้าเรือนป้าเงิน มีฟ้าผ่าเปรี้ยงฝนตกพรำๆ
ป้าเงินสะดุ้งเฮือก ลำจวนกับจำปีโดดเข้ากอดกันตกใจ
"มันเกิดอาเพศอะไรกันนี่ ฟ้าถึงได้ผ่ายามแล้งแบบนี้ มันไม่ใช่หน้าฝนที่นา"
ป้าเงินลุกขึ้นแล้วชะงัก เหมือนจะเป็นลม เซจะล้ม จำปีกับลำจวนรีบไปประคอง
"เอายาหอมละลายน้ำให้ข้าที"
จำปีลนลานไปค้นที่เชี่ยนหมาก หยิบตลับออกมา เปิดดูว่างเปล่า
"ทำไงดีป้า ยาหอมหมด"
"ก็ข้าบอกแล้วว่าไปวัดให้ขอเจียดมาจากหลวงตา ทีนี้ทำไงล่ะ ป้าเงินหน้าเขียวแล้ว" ลำจวนบอก
ป้าเงินหายใจไม่ออก

มั่นวิ่งออกมาถึงหน้าวัด พร้อมกับทุ้ย เค้ง โพล้ง แล้วชะงัก
มั่นตะโกน
"ไอ้มาก ไอ้มากอยู่ไหน"
ทุ้ยบอก
"เดี๋ยวมันก็กลับมามั้ง ขึ้นไปบนศาลาเหอะ ตรงนี้กูรู้สึกวังเวงว่ะ"
"หรือว่า"
"หรือว่าอะไร ไอ้มั่น มึงอย่ามาครึ่งๆกลางๆ กูใจคอไม่ดี" โพล้งว่า
"ข้าสังหรณ์ใจอย่างไรก็ไม่รู้"
มั่น มองไปเห็นพุ่มไม้ข้างหน้า เห็นรอยเท้า เดินออกจากวัด
"พี่มาก"
มั่นวิ่งออกไปทันที ทุ้ยเค้งโพล้งมองหน้ากัน แล้วจำใจวิ่งตามมั่นไปอย่างไม่เต็มใจ

มากวิ่งมาหยุด ยืนมองซ้ายมองขวา เห็นจำปียืนหันหลังให้
"จำปี มีอะไรหรือ"
จำปีค่อยๆหันกลับมา กลายเป็นแม่นาก มากตะลึง
"แม่นาก"
นากเลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เหมือนจะกอด นากชะงัก เห็นสายสิญจน์ที่ห้อยคอมากอยู่
"พี่มากจ๋า พี่รังเกียจฉันทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด"
"โธ่นาก พี่สงสารนากเหลือเกิน"
"เรากลับไปอยู่ด้วยกันเถิดนะจ๊ะ ไปอยู่บ้านของเรา มีแค่พี่ ฉัน แล้วก็ไอ้แดง เราจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งหนึ่ง นะจ๊ะ พี่มากจ๋า"
มากนิ่งคิดเศร้า
"พี่มากจ๋า ถอดสายสิญจน์ออกเถอะ ให้ข้าได้กอดพี่สักครั้งนะจ๊ะพี่มากจ๋า ได้โปรดเถอะ"
มากนิ่งคิด สีหน้าลังเล
.....แม่นากน้ำเสียงเว้าวอนน่าสงสาร มากเอื้อมมือไปจับสายสิญจน์
"อย่านะไอ้มาก อย่าถอดเด็ดขาด"
มากสะดุ้ง หันไปมอง เห็นมั่น ทุ้ย เค้ง โพล้งวิ่งเข้ามา มากได้สติ
สีหน้านากดุร้ายขึ้นทันที
"พี่มั่น พี่อย่ามายุ่งเรื่องของผัวเมียเขา กลับไป"
นากเลื่อนตัวเข้าไปใกล้มั่นพร้อมยื่นมือยาวออกไปเกือบถึงคอมั่น
"หยุดนะนาก อย่าทำพี่มั่น"
นากชะงัก
"ใครขวางฉันกับพี่ มันต้องตาย"

นากหันไปจ้องมอง มั่น ทุ้ย เค้ง โพล้งอย่างเอาเรื่อง เลื่อนตัวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

จำปี ลำจวน ประคองป้าเงินเดินไปตามทาง

"ป้าอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะจ๊ะ อีกอึดใจเดียวก็จะถึงวัดแล้ว" จำปีบอก
"เอ็งอย่าเร่งนัก ข้าหายใจไม่ทัน กูจะตายก็เพราะเร่งเดินนี่แหละ"
"หายใจไว้ก็แล้วกัน ห้ามหยุด ตอนนี้ผีมีเยอะแล้ว ป้าอย่าเพิ่งตาย ไว้ผีขาดแคลนแล้วค่อยว่ากันใหม่" ลำจวนบอก
"อีลำจวน อีปากเสีย กูจะตายก็เพราะมึงนี่แหละ"
ทั้งหมดเดินไปแล้วชะงัก
"นาก"

นากเลื่อนตัวไปหามั่น พร้อมยื่นมือเข้าไป พอได้ยินเสียงป้าเงิน ..นากชะงักหันมามอง
ทุกคนเห็นป้าเงินหยุดยืนมองตะลึง จำปีกับลำจวน หลบหลังป้าเงิน
"เอ็งจริงๆหรือ"
ป้าเงินชะงัก มองหน้านาก แล้วหงายหลังล้มตึงไปทันที ทุกคนตะลึง
"ป้าเงินจ๋า อย่าเพิ่งตายนะ อย่าตายนะ"
ลำจวนกับจำปีมองหน้ากันแล้วตกใจร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก
นากมองป้าเงินอย่างรู้สึกผิด ค่อยๆถอยหลังเลือนร่างไป ทุกคนพยายามบีบนวดป้าเงินให้คืนสติ
"ฉันจะกลับมา"
ทุกคนชะงัก มองหน้ากันอย่างตกใจ
ป้าเงินนอนไม่ได้สติ

กลางคืนต่อมา ป้าเงินนอนอยู่บนศาลา จำปี ลำจวน คอยดูแล สองสาวร้องไห้กระซิกกระซี้
หลวงตายืนมองทุกคนถอนหายใจ
"ตั้งสติก่อนสิ ร้องไห้ไปก็เปล่าประโยชน์ ช่วยกันกรอกยาหอมก่อน พอเลือดเดินสะดวก สีกาเงินก็คงจะฟื้นเองนั่นแหละ"
ลำจวนรีบลุกขึ้นทำตาม จำปียังร้องไห้กระซิกๆ ลำจวนหันมามองรำคาญ
"เอ็งจะร้องทำไมนักหนา"
"ก็ข้าตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เห็นผีนากแบบนี้ ข้าทำใจไม่ได้"
"ถ้าเอ็งยังร้องไห้อยู่ ไม่นานคงได้เห็นผีป้าเงินอีกคนนั่นแหละ เร็วเข้า ช่วยกันสิ"
จำปีหน้าเสีย ลนลานลุกขึ้นมาช่วยลำจวนดูแลป้าเงิน
หลวงตาสีหน้าหนักใจ
"เวรเอ๊ย เวรกรรม"

อีกมุมหนึ่งในวัด มากนั่งเหม่อ สีหน้าเศร้า มั่นวิตก
"ไอ้มาก เอ็งคิดยังไง ถึงออกไปแบบนั้นรู้มั๊ยว่ามันอันตราย"
"ข้าไม่รู้จริงๆ ได้ยินเสียงจำปีเรียก ข้าก็คิดว่าคงมีเรื่อง ไม่ได้นึกสักแว๊บว่าเป็นอุบายของแม่นาก"
"เอ็งต้องตัดใจ แม่นากน่ะตายไปแล้ว"
"แต่ข้าสงสารแม่นากเหลือเกิน เพราะข้าผิดเอง ข้าไม่ควรไปเป็นทหารเลย"
"อ้าว นั่นมันหน้าที่นะมาก อย่ามัวมาคิดย้อนหลังเลย เราจะทำยังไงให้แม่นากตัดใจได้ดีกว่า"
"ข้าคิดไม่ออก ข้าคิดไม่ออกจริงๆ พี่มั่น"
มากเงยหน้ามองมั่นน้ำตาไหล มั่นเห็นใจ
อีกมุมหนึ่งห่างออกมา ทุ้ย เค้ง โพล้งยืนสุมกันอยู่
"กูสงสารไอ้มากว่ะ" โพล้งว่า
"ข้าก็สงสาร แต่กลัวผีมากกว่า" ทุ้ยบอก
เค้งบอก
"ขืนปล่อยให้แม่นากอาละวาดอย่างนี้ มันลำบากนะพี่ ชาวบ้านจะหากินกันอย่างไร อีกหน่อยบางพระโขนงมิเป็นเรือนร้างไปดอกหรือ"
"กูว่ามันต้องมีคนเดือดร้อนอีกมาก มากกว่าไอ้มากไอ้มั่นซะอีก มึงคอยดูสิ"
ทั้งสามคนมองที่มากกับมั่นอย่างหนักใจ

ป้าเงินนอนอยู่บนศาลา ลืมตาขึ้น ป้าเงินค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เห็นนากนั่งก้มหน้าอยู่ปลายเท้า ก้มลงกราบป้าเงิน
"ป้าเงินจ๋า ฉันขอโทษที่ทำให้ป้าต้องมาเดือดร้อน"
"อีนากเอ๊ย เอ็งต้องตัดใจปล่อยวางไอ้มากซะ เอ็งต้องไปตามทางของเอ็ง อย่ายึดไอ้มากไว้เลย ลูกเอ๊ย"
"แต่ฉันรักพี่มาก ฉันรักครอบครัวของฉัน ทำไม ป้าต้องห้ามไม่ให้เรารักกันด้วย ทำไม"
"ข้าไม่คิดจะห้ามเอ็งหรอก แต่ผีกับคนยังไงก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ขืนเอ็งยังดื้อดึง ยิ่งจะทำให้ทุกคนลำบาก เข้าใจมั๊ยนากเอ๊ย ทำใจเสียเถอะ เอ็งสองคนทำบุญร่วมกันมาแค่นี้"
"ไม่ ฉันไม่ยอม ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็จะพาพี่มากกลับไปอยู่ด้วย ฉันไม่ยอม"

"โธ่นากเอ๊ย"
 
อ่านต่อหน้า 2

แม่นาก ตอนที่ 10 (ต่อ)

บนศาลา ป้าเงินนอนกระสับกระส่าย ก่อนลืมตาตื่นขึ้นแล้วมองไปที่ปลายเท้า เห็นจำปี ลำจวนนั่งพิงกันสัปหงก

"นากเอ๊ย!! อย่าเพิ่งไป"
ทุกคนลุกพรวดขึ้น มองซ้ายมองขวาอย่างตกใจ รีบเข้ามารวมตัวกัน
"นากอยู่ตรงไหน ป้าเจอนากหรือ"
ทุ้ย เค้ง โพล้งกอดกัน แน่น
ทุ้ยบอก "ป้าเงินอย่าล้อฉันเล่นนา ฉันยิ่งป่วยๆอยู่ด้วย"
"ป่วยโรคปอดแหกกะตาขาวน่ะสิพี่ทุ้ย" เค้งบอก
มากรีบขยับมาหาป้าเงิน
"ป้าเงินเห็นนากหรือ นากเป็นอย่างไรบ้าง"
"ข้าคงฝันไป นางนากมันรักและห่วงเอ็งไอ้มากเอ๊ย เวรกรรมของนังนากมันจริง จริ๊ง"
มากได้ยินเข้าผงะ ถอยลงไปนั่งเศร้า
ทุกคนมองนากอย่างสงสาร
"ข้าว่า เอ็งควรไปไหว้หลุมศพนังนากมันซักครั้ง เผื่อว่า มันจะยอมรับความจริงได้ว่า เอ็งกับมันอยู่กันคนละโลกจริงๆ"
"ฉัน ไม่อยากจะเชื่อเลย"
"ไอ้มากเอ๊ย พวกเราทนได้ถ้าต้องเดือดร้อนเพราะนังนาก แต่มันมีคนอีกมากมายที่เขาจะไม่ยอมทน ไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่นากมันทำหรอก แล้วอีกไม่ช้าไม่นาน มันจะต้องมีใครสักคนที่ทนไม่ได้ ลุกขึ้นมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เอ็งจะรอให้ถึงวันนั้นหรือ ไอ้มาก"
มากนิ่งคิด กดดัน เครียด
จำปีร้องไห้กระซิก กระซิก ลำจวนเห็นใจปนรำคาญ
ทุ้ย เค้ง โพล้งกอดกันกลม กลัว
มั่นมองอย่างเห็นใจ
ป้าเงินหนักใจ

บริเวณหน้าเรือน ขุนเพชรกำลังดีดนิ้วเล่นกับนกในกรง
พวงจันทร์เดินออกมายืนมอง สีหน้าตัดสินใจเด็ดขาด เดินไปหาขุนเพชร
"คุณพี่เจ้าคะ อิฉันมีเรื่องจะปรึกษา"
"เรื่องอะไรล่ะแม่พวง ทำไมทำหน้าจริงจังขนาดนั้น"
"เรื่องนี้สำคัญมากเจ้าค่ะเกี่ยวกับความเป็นความตายของพ่อเพลิง แล้วก็เรื่องงานการของคุณพี่ด้วยนะเจ้าคะ"
ขุนเพชรมองหน้าแม่พวงจันทร์นิ่งคิดหนัก

มุมหนึ่งในเรือน เพลิงนั่งก้มหน้า ขุนเพชรจ้องมองเพลิงอย่างหงุดหงิด
"หนอยไอ้ลูกไม่รักดี วันๆเอาแต่ก่อเรื่อง"
"โธ่ พ่อ ข้าขอโทษ ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะยืดยาว ก็เพราะอีนากนั่นแหละ เป็นผีไม่อยู่ส่วนผี ดันมาวุ่นวายกับคน"
"คุณพี่เจ้าคะ อิฉันว่า อย่าเพิ่งมาตำหนิลูกตอนนี้เลย"
"แล้วจะให้ทำอย่างไรกันเล่า นี่ฉันก็รับปากหลวงณรงค์ไว้แล้ว แถมหลวงณรงค์ยังเห็นดีเห็นงามเรื่องจะไปเปลี่ยนอากาศเยี่ยมเยือนบางพระโขนงด้วย"
พวงจันทร์นิ่งคิด
"อิฉันกะเกณณ์ไว้แล้ว แต่จะให้ลงมือในเร็ววันเห็นจะไม่ทันการ คุณพี่คงต้องชะลอเรื่องหลวงณรงค์ไว้ก่อนได้ไหมเจ้าคะ"
"แล้วแม่พวงมีแผนอย่างไรหรือ"
พวงจันทร์หยิบยันต์ที่เก็บไว้ในเชี่ยนหมากออกมา ขุนเพชรมองงงๆ
"นี่มันอะไรหรือ"
"นี่ยันต์สะกดวิญญาณเจ้าค่ะ"
ขุนเพชร/เพลิงโพล่ง "ยันต์สะกดวิญญาณ"
"เจ้าค่ะยันต์สะกดวิญญาณ"
พวงจันทร์ขยายความ เล่าย้อนหลังให้ฟัง

บนแท่นบูชาหมอผี มีกะโหลก ควายธนู สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบน่ากลัวๆตั้งอยู่ หมอนั่งบริกรรมคาถาอยู่ตรงหน้า แม่พวงกับปุกนั่งมองอยู่
ปุกสีหน้าวิตก พวงจันทร์เชื่อมั่นมาก
"จะได้ความหรือคะ นายแม่"
"พ่อเพลิงบอกมาว่าแน่จริง"
หมอผีเงยหน้าขึ้นจ้องพวงจันทร์
"พวกเอ็งไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น"
ปุกกับแม่พวงมองหน้ากัน
"ไม่พูดแล้วพ่อหมอจะรู้หรือว่าฉันมาเรื่องอะไร"
"กูรู้สิ กุมารทองบอกกูตั้งแต่มึงเข้าเขตมาแล้ว"
ปุกกับพวงมองหน้ากัน ยังไม่เชื่อ
หมอผีหยิบผ้ายันต์ส่งให้
"เอ็งเอาผ้ายันต์นี่ไป ติดไว้ที่เหนือหลุมศพอีผีตัวนั้น จะทำให้มันอ่อนแรง ออกอาละวาดไม่ได้ หากครบเจ็ดวันแล้วยันต์นี่จะคลายมนต์ลง ถึงเวลานั้นเอ็งค่อยตัดสินใจว่าจะเชื่อข้าหรือไม่ ก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือ"
พวงจันทร์คว้ายันต์ไปดู
"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง ถ้ามันได้ผลจริงดังว่า อิฉันจะมาตอบแทนให้ถึงขนาด แต่ถ้าไม่ได้เรื่อง อิฉันก็จะมาเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเช่นกัน"
พวงจันทร์กับหมอผีต่อตากัน
"เชิญตามสบาย คนที่จะถอนอาถรรพ์นี่ได้มีแต่ข้าเท่านั้น ยกเว้นว่า อย่าให้ผู้หญิงมีระดูถอนเฉลวออกมาล่ะ
"ทำไมล่ะ"
"เอ็งนี่มันโง่จริงๆ ผู้หญิงมีระดูทำให้อาถรรพ์เสื่อม เข้าใจมั๊ย"
พวงจันทร์ทำท่าเข้าใจ
"แล้วเอ็งคอยดูผลก็แล้วกัน"

หมอผีหัวเราะน่ากลัว พวงจันทร์กำมือยันต์ในมือไว้แน่นหันไปยิ้มกับปุก

"อิฉันถึงต้องรบกวนคุณพี่เรื่องนี้" พวงจันทร์บอก

"ก็เอาไปติดเองไม่ได้หรือ วันนี้หลวงณรงค์กับคุณชมนาดจะมาถึงเรือนเรานะแม่พวง " ขุนเพชรว่า
"ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ อิฉันสั่งให้บ่าวไพร่จัดที่พักไว้ต้อนรับอย่างดี เพียงแต่ อย่าเพิ่งเดินทางไปพระโขนงวันนี้พรุ่งนี้ ให้หลวงณรงค์ กับแม่ชมนาดพักที่บ้านเราก่อน"
"จะดีหรือแม่พวง"
"ดีแน่นอนเจ้าค่ะ ทางนึงคือชะลอให้จัดการเรื่องบางพระโขนงให้เรียบร้อย อย่างที่สองคือ ทอดเวลาให้พ่อเพลิง ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับแม่ชมนาด จะได้สนิทแนบแน่นกันไงเจ้าคะ"
ขุนเพชรมองหน้าแม่พวงแล้วยิ้ม
"อืมม จริงสิ ข้าลืมคิดไปเสียสนิท"
"อิฉันไม่อยากให้พลาด ไม่อยากให้ใครสงสัย หากว่า ยันต์เกิดใช้ไม่ได้ผลจริง เราก็ยังไม่เสียเวลา พ่อเพลิงอาจจะผูกสัมพันธ์แนบแน่นกับแม่ชมนาด เรื่องอื่นก็จะง่ายเข้า ส่วนคนที่จะไปจัดการเรื่องสะกดแม่นากแทนเรานั้น อิฉันคิดว่า คนที่เหมาะสมที่สุดก็คือ พ่อใหญ่ถึก"
ขุนเพชรอึดอัด
"ถ้าข้าไปออกหน้าพูด มันจะกลายเป็นว่า ข้าเชื่อเรื่องแบบนี้ มันจะเหมาะหรือ"
"อิฉันเข้าใจคุณพี่เจ้าค่ะ อิฉันได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้ว เพียงให้คนส่งจดหมายในนามพ่อเพลิง ไปให้พ่อใหญ่ถึก รับรองว่า พ่อใหญ่ถึกก็ไม่กล้าบ่ายเบี่ยง อย่างไรเสีย พ่อเพลิงก็เหมือนตัวแทนคุณพี่นั่นแหละ ถ้าผิดพลาดขึ้นมา เราก็โยนให้เป็นความผิดของพ่อใหญ่ถึกเสียก็สิ้นเรื่อง"
ขุนเพชรนิ่งมองแม่พวงแล้วยิ้มออกมา
"ไม่เสียทีที่ข้าเลือกแม่พวงมาเป็นคู่ชีวิต"
"แม่ของฉันฉลาดที่สุดในปฐพี" เพลิงบอก
แม่พวงมองยันต์ในมือแล้วยิ้มร้าย
"จัดการตามนี้เลย ไอ้เพลิง เอ็งก็ทำตัวดีๆ อย่าให้เสียงานเสียการนะ"
"ขอรับคุณพ่อ คราวนี้ ไอ้เพลิงจะไม่ให้พลาดเลย คอยดูW
3 พ่อแม่ลูกมองหน้ากันยิ้มร้าย

มุมหนึ่งที่เรือนรับรอง ปุกกำลังควบคุมบ่าว ให้ทำความสะอาดจัดห้องหับเพื่อต้อนรับหลวงณรงค์
"เช็ดตามกระดานสิพวกเอ็ง ระวังตามซอกตามหลืบอย่าให้มีฝุ่นนะโว๊ย เจ้านายจะมาพักที่ห้องนี้ อย่าให้เสียชื่อท่านขุนเชียว"
พิมมาหยุดยืนมอง
"ทำอะไรกัน วุ่นวายใหญ่โต แขกบ้านแขกเมืองจะมาพักหรือ"
"อ้าว คุณหนูไม่รู้หรือเจ้าคะ ท่านหลวงณรงค์กับลูกสาว จะมาพักค้างเรือนเรา"
"หลวงณรงค์ กับลูกสาว จะมาทำไม"
ปุกกระซิบ
"คุณหนูต้องทำตัวดีๆ กับคุณชมนาดนะเจ้าคะ คุณชมนาดนี่แหละ ว่าที่พี่สะใภ้ในอนากตของคุณหนูแหละ"
"พี่สะใภ้หรือ ไม่ต้องเห็นหน้าฉันก็สงสารแล้ว ใครก็ตามได้พี่เพลิงไปเป็นลูกเป็นผัว บอกเลยว่า ซวย"
ปุกรีบปิดปากพิม บ่าว หัวเราะกันเกรียว
"พวกเอ็งหัวเราะอะไรกัน อยากหลังลายหรือไง มีหน้าที่อะไรก็ทำไปสิ บ่าวขอร้องนะเจ้าคะ อย่าพูดแบบนี้อีก"
"อ่ะ ไม่พูดก็ได้ ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน พี่สะใภ้ของฉันจะตาเหล่หูหนวกหรืออย่างไร ถึงได้คิดสั้น ตกลงปลงใจจะมาเป็นเมียพี่เพลิงอยากเห็นหน้านักเชียว"
พิมหัวเราะแล้วไป ปุกมองตามแล้วถอนหายใจเฮือก

พิมเดินมา แล้วหยุดชะงัก
พิม เห็นเพลิง กำลังส่งกระบอกใส่เอกสารให้บ่าว พร้อมกำชับ
"เอ็งเอาหนังสือไปส่งให้พ่อใหญ่ถึก แล้วก็ไปจัดการให้เรียบร้อยนะ อย่าลืม บอกพ่อใหญ่ว่า ข้าขอร้องให้พ่อใหญ่ช่วยจัดการให้ที"
บ่าวรับไป
พวงจันทร์บอก
"อย่าลืมกำชับพ่อใหญ่ถึกด้วยว่า อีก ไม่นาน ท่านขุนจะไปเยี่ยมเยียนให้ถึงเรือน อย่าทำให้ท่านขุนผิดหวังล่ะ"
บ่าวรับคำแล้วไป
สองแม่ลูกหันมาหัวเราะให้กัน
"เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง ถึงตาพ่อเพลิงแล้ว แสดงฝีมือให้พ่อเขาเห็นนะ"
"รับรองจ๊ะแม่ ไอ้เพลิงซะอย่างเรื่องแบบนี้ไม่มีพลาด ยังไง แม่ชมนาดก็ไม่พ้นมือไอ้เพลิงไปได้หรอก"
พิมมองแม่กับพี่อย่างสงสัย
"มีอะไรกันหรือ แหม เข้ากันเป็นปี่พาทย์กับระนาดเอกเชียวนะ"
พวงจันทร์กับเพลิงชะงัก หันมาจ้องหน้าพิม
"เอ็งไม่ต้องมายุ่ง ทำตัวดีๆ บ้านเรากำลังจะมีแขกรู้มั๊ย"
"อ๋อ หลวงณรงค์ กับแม่ชมนาด ว่าที่พี่สะใภ้ของฉันน่ะหรือจ๊ะแม่"
เพลิงฮึกเหิม
"ใช่ อีกไม่นาน ข้าก็จะเป็นลูกเขยหลวงณรงค์แล้ว"
"งั้นฉันขอแสดงความยินดีล่วงหน้า ถ้าพี่เพลิงไม่ถูกแม่นากหักคอซะก่อน คงได้สมหวัง"
เพลิงยิ้ม
"ไม่มีทาง แม่นากจะมาทำอะไรข้าได้ จริงมั๊ยแม่"
เพลิงกับแม่พวงหันไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กัน ไม่สนใจพิมที่เดินไป พิมแปลกใจ

"มันต้องมีอะไรซักอย่าง ดูร่าเริงเกินไปมั๊ยนั่น"
 
อ่านต่อหน้า 3

แม่นาก ตอนที่ 10 (ต่อ)

บริเวณหน้าเรือน พ่อใหญ่ถึกกำลังอ่านจดหมาย เงยหน้า สีหน้าเครียด บ่าวชายของเพลิงนั่งคุกเข่ารออยู่

"ทำไมต้องมาไหว้หลุมศพแม่นากด้วย เอ็งรู้บ้างหรือเปล่า"
"กระผมไม่ทราบขอรับ"
"งั้นเอ็งรอประเดี๋ยว ข้าไปหยิบของก่อน"
พ่อใหญ่ถึกไป บ่าวชายมองตาม แล้วหยิบยันต์ออกมามอง
สักครู่พ่อใหญ่ถึกเดินลงมาจากเรือน
"เร็วเข้า จะได้เสร็จก่อนค่ำมืด"
พ่อใหญ่ถึกไป บ่าวรีบตามไป

พ่อใหญ่ถึกเดินนำบ่าวชายมาหยุดยืนมองที่หลุมศพแม่นาก
"นี่แหละ หลุมแม่นาก เอ็งจะไหว้อะไรก็รีบ ข้าไม่ยุ่งด้วยนะ"
พ่อใหญ่ถึกไป บ่าวชายมองตาม แล้วหยิบยันต์ขึ้นมาพร้อมไม้สั้นสำหรับตอกลงไปบนหลุมแม่นาก

บริเวณหน้าเรือนแม่นาก รกร้าง เหมือนบ้านร้าง มีเถาวัลย์ขึ้นเต็มไปหมด
ภายในในห้อง มืดมิด มีแต่หยากไย่ข้าวของระเกะระกะ
ณ มุมมืด ร่างของแม่นากปรากฏขึ้นลางเลือน ก้มหน้ากอดเข่าเศร้า คร่ำครวญ
"ทำไมพวกคนต้องคอยรังเกียจ ทำร้ายข้า ข้าไม่เข้าใจ"
จู่ๆแม่นากตื่นตัวขึ้นหันไปมองออกนอกประตู

บ่าวชาย กำลัง เอาผ้ายันต์ วางบนหลุมศพแม่นาก พร้อมเงื้อมือจะตอกไม้พอตอกลงไปไปปุ๊บ
บนยอดไม้ นกบินพรูออกจากรังเหมือนตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
นากกรีดร้อง โหยหวน
"พวกเอ็งทำร้ายข้าทำไม"
นากเลื่อนตัวออกไปจากบ้าน พอปะทะแสงอาทิตย์นอกเรือน นากตัวไหม้ สะดุ้งเซเข้ามาหลบในร่มเงา
บ่าวชายลงมือตอกไม้อีกครั้ง
นากกรีดร้อง
"ทำข้าทำไม"
นากเลือนร่าง กลายเป็นกลุ่มเงาดำลอยไปจากบ้าน

บ่าวชาย กำลังตอกไม้ลงบนยันต์
เงาดำลอยวูบแทรกลงไปในหลุมศพ พร้อมกับการตอกครั้งสุดท้าย
บ่าวชาย หยิบเฉลว รูปดาว เพื่อกันสิ่งชั่วร้ายปักลงไปที่หลุมอีกครั้ง
พ่อใหญ่ถึก หันมามอง
"เสร็จหรือยังล่ะ"
บ่าวหันไปมองพยักหน้า แล้วลุกขึ้นเดินไป

เฉลวไม้ที่ปักอยู่ในหลุมแม่นาก

ในความมืด แม่นากนอนสงบนิ่งเหมือนนอนหลับ ทับซ้อนกับศพร่างกายที่เน่าเฟะ

มากนั่งกอดเข่ามองเหม่อ มั่นเดินมานั่งใกล้ๆ
"กินข้าวกินปลาบ้างเถอะ เอ็งไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนะ"
"ข้ากินไม่ลงหรอกพี่มั่นเอ๊ย หัวของข้ามีแต่เรื่องของแม่นากวนไปเวียนมาตลอด"
"ไอ้มากเอ็งต้องตัดใจนะ ข้าไม่รู้ว่าจะบอกเอ็งยังไงดี แต่เอาเป็นว่า แม่นากกับเอ็งไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้"
"ข้าเข้าใจ แต่ขอเวลาข้าอีกนิดเถอะ พี่มั่น ข้ายังทำใจไม่ได้ ไม่รู้ว่า เห็นหลุมศพแม่นากแล้วข้าจะมีใจอยากอยู่ต่อไปหรือเปล่า"
มากเหม่อลอย มั่นมองดูมากแล้วถอนหายใจหนักอก

ต่อมา ขุนเพชร พวงจันทร์ เพลิงนั่งอยู่ บ่าวชายมารายงานเรื่องให้ฟัง
"กระผมทำตามที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ"
เพลิงหัวเราะชอบใจ พวงจันทร์ยิ้มปลื้ม โยนเงินให้เป็นรางวัล
"นี่รางวัลของเอ็ง กลับไปฟังข่าวที่บางพระโขนงว่ามันออกมาอาละวาดอีกหรือเปล่า ถ้าหมดปัญหาเรื่องนี้แล้ว ข้าอนุญาตให้เอ็งกลับไปเยี่ยมลูกเมียเอ็งได้ ไปสิ "
บ่าวชายถอยหลังออกไป เกือบชนพิมที่เดินเข้ามา พิมมองตามแปลกใจ
"นี่ฉันได้ยินผิดหูหรือเปล่า แม่อนุญาตให้บ่าวไปเยี่ยมบ้านได้ ไม่น่าจะใช่นะสงสัยหูฝาด
" พิมทำท่าแคะหู
"เอ็งไม่ต้องมาหาเรื่องแม่ นังปุกมันจัดการเรือนรับรองเรียบร้อยหรือยัง"
"โอ๊ย ก็ต้องเรียบร้อยสิจ๊ะแม่จ๋า แขกสำคัญจะมาสักที ว่าแต่แม่ให้บ่าวไปทำอะไรหรือ ดูเหมือนพี่เพลิงจะดีใจกว่าใครเลย มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่าจ๊ะแม่"
เพลิงกับพวงจันทร์มองหน้ากันแล้วเฉย ขุนเพชรไม่รู้ว่าต้องปิดพิม
"ไม่ต้องถามให้มากความ พ่อให้มันไปธุระที่บางพระโขนง ก็แค่นั้นแหละ"
พิมชะงัก แม่กับพี่ชายทำไม่รู้ไม่ชี้
"เออ เตรียมตัวให้เรียบร้อยนะ จัดสำรับคับคอนให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เสียชื่อเสียงพ่อได้นะ แม่พิม"
"ค่ะ รับรองไม่เสียหน้าเพราะลูกแน่นอน"
พิมรับคำ เพลิงหลบตา แม่พวงทำไม่รู้ไม่ชี้ พิมสงสัย

ต่อมา ทุกคนทั้งนาย - บ่าว ยืนตั้งแถวรอรับหลวงณรงค์กับชมนาด
หลวงณรงค์กับชมนาดเดินขึ้นจากเรือ ขุนเพชรรีบเข้าต้อนรับ
"ยินดีต้อนรับครับ ท่านหลวงณรงค์ แหม กระผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่านอุตส่าห์มาถึงเรือน เป็นบุญของกระผมยิ่งนัก"
หลวงณรงค์บอก
"แหม คนกันเองแท้ๆ นี่แม่พวงหรือ"
ขุนเพชรยิ้ม
"ขอรับ แม่พวงเมียกระผมเอง ส่วนโน่น ไอ้เพลิงลูกชายคนโต แล้วนั่นก็แม่พิมลูกสาวคนเล็กขอรับ"
ทุกคนทำความเคารพหลวงณรงค์
"เออ นี่แม่ชมนาด ลูกสาวคนเดียวของฉัน มารู้จักพี่เพลิงเขาซะสิ"
ชมนาดยกมือไหว้ แม่พวง และเพลิงอย่างเรียบร้อย เพลิงจ้องตะลึง รำพึง
"สวยเหมือนนางฟ้า"
พิมกระทุ้งเพลิงด้วยข้อศอก
พิมกระซิบ
"เบาหน่อย เช็ดน้ำลายเสียด้วย"
พวงจันทร์มองชมนาดอย่างพอใจ
ขุนเพชรกับหลวงณรงค์แอบมองหน้ายิ้มให้กันอย่างรู้
"เพลิงเอ๊ย พาคุณชมนาดเดินดูรอบๆบ้านเราสิ"
"ได้สิจ๊ะพ่อ เชิญคุณชมนาด"
ชมนาดลังเล แล้วยิ้มแย้มแจ่มใส
"แม่พิม ไปด้วยกันนะ"
พิมตกใจแบบคาดไม่ถึง เพลิงทำหน้าเซ็ง
"นะจ๊ะ ไปด้วย ฉันจะได้มีเพื่อนคุยด้วย"
พิมมองหน้าชมนาด งงๆ เพลิงแอบเซ็ง ชมนาดเมินหน้าเก็บความรู้สึก

ท่ามกลางบรรยากาศสวยๆรอบเรือนขุนเพชรในเวลาเย็น ทุกคนเดินไปหยุดที่ท่าน้ำมองแม่น้ำสวยๆ
"คลองสายนี้ ล่องไปจนสุดจะไปขึ้นที่ไหนจ๊ะแม่พิม"
"ฉันก็ไม่รู้หรอกจ๊ะ เคยไปไกลสุดแค่พระโขนง"
"พระโขนงหรือ ฉันก็อยากไปเหมือนกัน แม่พิมโชคดีจังไปเที่ยวถึงบางพระโขนง"
"ฉันเคยไปเที่ยวงานสมโภชน์วัดมหาบุศย์ มีหุ่นกระบอก มีลำตัด สนุกเชียว"
"งั้นหรือ ถ้ามีโอกาสแม่ต้องพาฉันไปเที่ยวบ้างนะจ๊ะ คงน่าสนุกนัก"
เพลิงคอยสอด
"ไว้ฉันพาคุณชมนาดไปเที่ยวก็ได้นะ บางพระโขนงฉันคุ้นทีเดียว ยิ่งตอนนี้ฉันไปซื้อที่ซื้อทางไว้
รู้ละเอียดเหมือนเป็นคนที่นั่นเชียวละ"
ชมนาดฝืนยิ้ม
"จริงหรือจ๊ะพ่อเพลิง แหมอยากไปบางพระโขนงเร็วๆจังเลย"
ชมนาดยิ้มมองเหม่อ พิมมองชมนาดอย่างแปลกใจ
"คุณชมนาดมีคนรู้จักอยู่ที่บางพระโขนงหรือ เห็นถามละเอียดเชียว"
"มีสิจ๊ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปถึงที่นั่นก็อาจจะได้เจอกัน"
"ใครหรือขอรับ เผื่อผมจะรู้จักบ้าง"
ชมนาด ลังเลแล้วยิ้มบ่ายเบี่ยง
"ช่างเถอะจ๊ะ ไม่ได้สนิทสนมอะไร"
ชมนาดหันไปมองดูดอกไม้ แล้วยิ้ม
"จำปีที่นี่งามแท้ ดอกโตเชียว"
เพลิงรีบกุลีกุจอไปเด็ดมาให้ชมนาด พิมทำหน้าแหวะ ชมนาดไม่ยอมรับ
"รับเอาไว้เถอะขอรับ ถือว่าเป็นน้ำใจของไอ้เพลิง"
ชมนาดเสียไม่ได้รับมา แล้วส่งให้พิม
"ฝากแม่พิมช่วยถือไว้ก่อนเถอะนะ ฉันได้กลิ่นดอกไม้นี่แล้วเวียนหัวอย่างไรก็ไม่รู้"
ชมนาดส่งดอกไม้ให้พิมแล้วเดินต่อไป พิมหันไปแสยะยิ้มให้เพลิง
"คงไม่ต้องบอกนะ ว่าผู้หญิงเขารู้สึกอย่างไร"
พิมยัดดอกไม้ใส่มือเพลิงแล้วเดินไป
เพลิงมองตามอย่างหงุดหงิด
"เล่นตัวแบบนี้ ไอ้เพลิงยิ่งอยากได้"

เพลิงมองตามชมนาดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
 
อ่านต่อหน้า 4

แม่นาก ตอนที่ 10 (ต่อ)

ต่อมา ตอนเย็น สำรับกับข้าว ตั้งไว้เต็มโต๊ะ ทุกคนนั่งล้อมวงกันพร้อม ขาดแต่ชมนาด

เพลิงชะเง้อคอรอ
"เอ แม่ชมนาดเป็นอะไรไป ป่านนี้ยังไม่ออกจากห้องเลย" หลวงณรงค์ว่า
"นั่นสิขอรับ ให้กระผมไปตามดีมั๊ย"
ขุนเพชรบอก
"เฮ้ย เพลิงนั่งรอที่นี่นั่นแหละ พิมแน่ะ ไปตามคุณชมนาดที่เรือนรับรองให้มารับอาหารทีไป"
"ได้เจ้าค่ะ"
พิมลุกขึ้นเดินออกไป
"จริงสิ พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปพระโขนงได้หรือยัง"
ขุนเพชรหันไปมองสบตากับเมีย พวงจันทร์นิ่ง
"กระผมว่า รออีกสักวันดีกว่าขอรับ ผักชวาสวะมันลอยแน่นคลอง ให้พ้นวันสองวันนี้ มันคงลอยออกทะเล เราจะเดินทางสะดวกขึ้นนะขอรับ"
"อย่างนั้นหรือ งั้นก็ตามใจท่านขุนก็แล้วกัน"
สองคนหัวเราะให้กัน
เพลิงกับพวงจันทร์แอบมองหน้ากันถอนหายใจ

ชมนาดนั่งหวีผมอยู่ในห้อง บ่าวคอยรับใช้
"คุณหนูไม่ออกไปรับอาหารเย็นหรือคะ ประเดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอนะเจ้าคะ"
"ข้าไม่หิว ไม่อยากเห็นหน้าไอ้เพลิงนั่น"
"โธ่ คุณหนูเจ้าขา ทนหน่อยนะเจ้าคะ"
"แค่เห็นหน้าข้าก็ทนไม่ไหวแล้ว กริยามารยาททรามเหลือรับ จ้องมองข้าเหมือนเห็นเป็นขนมหวาน อึ๊ย น่ารังเกียจ สู้พ่อมากก็ไม่ได้ ไม่เคยแม้แต่จะแสดงกริยาหยาบคายกับข้าแม้แต่น้อย"
เสียงประตูก๊อกแก๊ก
"นั่นใครน่ะ"
พิมเปิดประตูเข้ามา
"ขอโทษนะจ๊ะ ท่านหลวงณรงค์ให้มาตามคุณชมนาดไปรับข้าวเย็น"
ชมนาดฝืนยิ้ม
"คงต้องขอตัวนะจ๊ะแม่พิม วันนี้นั่งเรือมาร้อนเหลือเกิน คงกินอะไรไม่ลงดอก"
พิมสังเกต
"อย่างนั้นฉันจะให้บ่าวต้มข้าวต้มให้เอามั๊ย จะได้มีอะไรรองท้อง"
"ไม่ต้องดีกว่าฉันกินอะไรไม่ลงหรอก ขอบใจแม่พิมมากนะจ๊ะ"
"งั้นฉันขอตัวก่อน"
พิมลุกขึ้นเดินออกไป ชมนาดหันไปมองหน้าบ่าว
"เอ็งว่าเขาจะได้ยินเราสองคนคุยกันมั๊ย"

พิมเดินออกมา สีหน้ายิ้มแย้ม พอพ้นห้อง พิมหยุดนิ่งคิด
"พ่อมากหรือ อย่าบอกนะ ว่าพ่อมากของคุณชมนาด คือพี่มากของฉัน"
พิมนิ่งคิดอย่างไม่แน่ใจ

ขุนเพชร นั่งอยู่ในห้องนอน พวงจันทร์บีบนวดไหล่ไห้เอาอกเอาใจ
"เป็นอย่างไรบ้าง คุณชมนาดถูกใจแม่พวงมั๊ย"
"ไอ้ถูกใจน่ะ ก็ถูกใจหรอกเจ้าค่ะ หน้าตาดูมีสง่าราศี ได้มาเป็นสะใภ้คงไม่อายใครแน่"
"ฉันกลัวแต่ลูกเราจะทำให้ขายขี้หน้าล่ะสิ ไอ้เพลิงมันทำท่าจะเก่ง แต่ก็แค่แป๊บเดียว กลัวจะเหลวไม่ได้เรื่องซะมากกว่า"
"คุณพี่ก็ เราต้องให้กำลังลูกสิเจ้าคะ"
"จริงสิ แล้วเรื่องพระโขนงเป็นอย่างไรบ้าง"
"คุณพี่อดใจรอให้พ้นคืนนี้ไปก่อน รับรองว่าได้เรื่องแน่"
"แน่ใจขนาดนั้นเชียวหรือ"
"แน่ใจสิ เจ้าคะ แค่รอฟังข่าวอีกแค่คืนเดียว อย่าเพิ่งใจร้อนนะเจ้าคะ"
ขุนเพชรมองหน้า พวงจันทร์สีหน้ามั่นใจมาก
"ก็ตามใจ แต่อย่าให้ขายหน้าข้าก็แล้วกัน"
"ถ้าอิฉันลงมือเอง ไม่มีทางพลาดแน่นอนเจ้าค่ะ"
พวงจันทร์มั่นใจมาก

หลวงณรงค์ ยืนชมดาวอยู่นอกชาน ชมนาดเดินเข้ามาพร้อมบ่าว
"อ้าวเป็นอย่างไรบ้างลูก ดีขึ้นแล้วหรือยัง"
"ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะคุณพ่อ"
"งั้นก็ดีแล้ว แม่พวงกับพ่อเพลิงเขาวิตกทุกข์ร้อนกันใหญ่ กลัวจะว่าเขาต้อนรับไม่ดี ลูกถึงได้ป่วยได้ไข้"
ชมนาดนิ่ง
" จริงสิเจ้าคะคุณพ่อ ไหนว่าเราจะไปบางพระโขนงกันเลย ทำไมต้องมาหยุดพักอยู่ที่นี่ก่อน ลูกไม่ค่อยสบายใจนัก"
"ทำไม ใครทำอะไรให้ลูกไม่ชอบงั้นหรือ"
ชมนาดอึกอัก
"คือ ลูกไม่ใคร่จะชอบกริยาท่าทางของพ่อเพลิงนัก แววตาที่มองลูกลูกไม่สบายใจเจ้าค่ะ"
หลวงณรงค์หัวเราะ
"ชมนาดเอ๊ย ผู้หญิงก็ต้องคู่กับผู้ชาย แล้วพ่อเพลิงฐานะชาติตระกูลก็พอเหมาะพอสมกับลูกอยู่ รู้จักมักจี่กันไว้ก็ไม่เสียหาย"
"แต่ลูกรู้สึกอัดอัด"
"งั้นลูกก็ต้องทำตัวให้ชินไว้เผื่อวันหน้า เราอาจจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกับเขาก็ได้"
"คุณพ่อ"
หลวงณรงค์ยิ้มแล้วไป ชมนาดนั่งลงหมดแรง บ่าวคลานเข้ามาหา
"เป็นตายอย่างไร ข้าก็ไม่มีวันร่วมหอลงโรงกับคนอย่างไอ้เพลิงเป็นแน่"
"คุณหนูเจ้าขา อย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะเจ้าคะ"
"ข้าอยากไปพระโขนง หาพ่อมากเหลือเกิน"
ชมนาดเศร้า
อีกมุมหนึ่ง เพลิงยืนถือดอกไม้หน้าเครียด

ยามค่ำคืน ที่บางพระโขนง ในบรรยากาศเดิมๆ
ชาวบ้าน ปิดประตูหน้าต่างกันปึงปัง
ชาวบ้านนอนอยู่ในมุ้ง สวดมนต์ รอเสียงหมาหอน แต่ไม่มีเสียงหมาหอน
ทุกคนสวดมนต์ในวัด ทุ้ย เค้ง โพล้งหันซ้ายหันขวา แต่ไม่มีเสียงหมาหอน
ป้าเงินกำลังสวดมนต์อยู่ในบ้าน จำปี ลำจวนนั่งเบียดกันมองซ้ายมองขวา สีหน้าวิตก
มั่น มาก หลวงตา สวดมนต์กันอย่างสงบในวัด

เหนือหลุมศพแม่นาก ลมพัดใบไม้ปลิว เห็นเฉลวปักไว้เหนือหลุมศพ

ดึกต่อมา จำปีกับลำจวน นอนอยู่ในมุ้ง ป้าเงินนอนอยู่อีกมุ้งหนึ่ง

ฟากมุ้งจำปี กับลำจวน ทั้งคู่นอนกระสับกระส่าย
"ลำจวน จำปี ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย"
จำปีกับลำจวนเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย
สักพักทั้งสองคนสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกัน
"นาก!"
สองคนหันมาชี้หน้ากัน
"เห็นเหมือนกันหรือ"
ป้าเงิน ลืมตาขึ้น
"ก็แค่ฝัน นอนได้แล้ว"
"ป้าจ๋าแต่ฉันเห็น ลำจวนก็เห็น"
"แต่กูไม่เห็น นอนๆได้แล้ว ไม่งั้นก็ออกไปนอกห้อง ข้าจะนอน"
จำปีกับลำจวนหน้าม่อย รีบล้มตัวลงนอนคลุมโปง
ป้าเงินสีหน้าเครียด
"นากเอ๊ย เมื่อไหร่เอ็งจะหมดเวรหมดกรรมซะทีวะ"
ป้าเงินเศร้า

พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า เสียงไก่ขัน หัวสะพานเรือนขุนเพชร พวงจันทร์นั่งอยู่ที่หัวสะพาน ฟังบ่าวรายงาน พวงจันทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เพลิงเดินหน้าตาบึ้งตึงมา สวนกับบ่าวที่เดินออกไป
"ได้การแล้ว พ่อเพลิง อีนากมันไม่ออกมาอาละวาดแล้ว"
"ทำไมเร็วนักเล่า"
"อ้าว พ่อเพลิง ทำไมพูดแบบนั้น เร็วสิดี ทีนี้ เราก็เชิญหลวงณรงค์กับแม่ชมนาดไปเที่ยวพระโขนงได้เลย"
เพลิงนิ่งคิด
"ฉันว่า ไม่ต้องรีบก็ได้นะแม่"
พวงจันทร์แปลกใจ
"ไหนตอนแรกรีบจะเป็นจะตาย ตอนนี้เกิดไม่รีบซะอย่างนั้น"
"ฉันมีธุระต้องจัดการก่อน"
พวงจันทร์มองหน้าเพลิงแปลกใจ เพลิงยิ้มร้าย
"ฉันต้องกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจให้สิ้นซากเสียก่อนสิแม่"
เพลิงหน้าร้าย

ฝ่ายหลวงตาเดินลงมาจากศาลา มั่น มาก ทุ้ย เค้ง โพล้งยืนรอรับ
"เมื่อคืนนอนหลับสบายดีมั๊ย" หลวงตาถาม
"ดีขอรับ ไม่มีอะไรมารบกวนเลย" มากบอก
"ดีแล้ว ข้าหวังว่า ทุกอย่างมันจะค่อยๆดีขึ้น"
โพล้งบอก
"หลวงตาหมายความว่า นากมันตัดใจได้แล้วหรือขอรับ"
"ข้าจะไปรู้ใจมันได้อย่างไรเล่า เรื่องของคนหรือผี ข้าไม่รู้ทั้งนั้นแหละ"
มั่นถาม
"อย่างนี้ พวกกระผมก็กลับบ้านได้แล้วใช่ไหมขอรับหลวงตา"
"กลับไปเถิด แต่อย่าลืมนั่งสมาธิ สวดมนต์แผ่เมตตาให้นากมันด้วยล่ะ"
ทุกคนบอก
"ขอรับหลวงตา"
มั่นตบบ่าให้กำลังใจมาก

พิม กับเพลิงยืนคุยกันที่ท่าน้ำ
"พี่ยังกล้ามาพูดแบบนี้กับฉันอีกหรือ"
"มาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าก็ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครอีกแล้ว พิมเอ๊ย"
เพลิงตีหน้าเศร้า พิมมองไม่เชื่อถือ
"บอกตรงๆนะฉันไม่เชื่อพี่แม้แต่สักน้อยนิด"
"ก็ตามใจเอ็ง เอ็งก็รู้ว่าข้ากับแม่ชมนาด ยังไงก็ต้องร่วมหอกันไม่ช้าก็เร็ว ข้าอยากจะปรับความเข้าใจกับไอ้มากมันก่อน อย่างน้อยที่สุด เรื่องระหว่างข้ากับมัน จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเอ็งสองคนไม่ใช่หรือ"
พิมชะงักนิ่งคิด เพลิงเหล่ตามอง ทำหน้าเศร้า
"คิดดูให้ดีก็แล้วกัน"
เพลิงไป พิมมองตามคิดหนัก

พิมเดินกระวนกระวายอยู่ในห้อง นิ่งคิดถึงเรื่องที่เพลิงพูด
"ก็ตามใจเอ็ง เอ็งก็รู้ว่าข้ากับแม่ชมนาด ยังไงก็ต้องร่วมหอกันไม่ช้าก็เร็ว ข้าอยากจะปรับความเข้าใจกับไอ้มากมันก่อน อย่างน้อยที่สุด เรื่องระหว่างข้ากับมัน จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเอ็งสองคนไม่ใช่หรือ"
พิมถอนหายใจเฮือก
"จะมาไม้ไหนกันแน่นะเนี่ย"
ปุกเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าตกใจ
"คุณพิมเจ้าขา คุณพิม"
"อะไรหรือ ร้องซะตกอกตกใจเชียว"
"คุณเพลิงเจ้าค่ะ คุณเพลิงบอกว่าจะบวช"
"อะไรนะ พี่เพลิงเนี่ยนะจะบวช ไปได้ยินมาจากไหน โกหกทั้งเพ"
"บ่าวไม่ได้โกหกนะเจ้าคะ คุณนายแม่บอกกับบ่าวเอง ว่าพ่อเพลิงบ่นว่า อยากจะบวช เพื่อไถ่บาป"
พิมสีหน้าแปลกใจมาก

พิมเดินมา จะเคาะประตูห้องเพลิง แต่แล้วก็ชะงัก พิมตัดสินใจค่อยๆแง้มประตูออกดู
เห็นเพลิงนั่งคุยกับพวงจันทร์
"นี่พ่อเพลิงแน่ใจแล้วหรือ"
"แน่ใจสิแม่ ฉันแค่อยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี อีกหน่อย มีเรือน แม่ชมนาดจะได้ไม่ผิดหวังในตัวฉัน"
หน้าประตู พิมค่อยๆงับประตูแล้วย่องออกไป
พวงจันทร์กับเพลิง มองหน้ากันแล้วยิ้มร้าย

มั่นยืนรอมากอยู่ที่หน้าศาลา เด็กผู้ชายวิ่งเข้ามามองซ้ายมองขวา มั่นเห็นผิดสังเกต
"เอ็งมาหาใคร"
"น้ารู้จักพ่อมากมั๊ย ที่เพิ่งกลับจากทหารน่ะ"
"รู้จักสิ มีธุระอะไรหรือ"
เด็กหยิบจดหมายออกมา
"มีคนฝากให้ฉันเอาจดหมายมาให้จากหัวตะเข้จ๊ะ น้าพาฉันไปทีได้มั๊ย"
"หัวตะเข้หรือ ฝากข้าไปให้ก็ได้"
"แต่แม่พิมเขากำชับให้ส่งให้ถึงมือพ่อมากเลยนะน้า"
"ได้สิวะ รับรองถึงมือแน่"
เด็กลังเล แต่ก็ส่งให้จดหมายให้มั่นก่อนจะวิ่งไป
มั่นยืนมองจดหมายในมือนิ่งคิด
"พี่มั่น ทำอะไรอยู่"

มั่นหันกลับมามองมาก แต่แอบซ่อนจดหมายไว้
 
อ่านต่อตอนที่ 11
กำลังโหลดความคิดเห็น...