xs
xsm
sm
md
lg

มนต์รักอสูร ตอนที่ 22

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มนต์รักอสูร ตอนที่ 22

ทุกคนทยอยออกมาจากห้องทำงานเทิดไล่ๆ กัน แพรวนภาหันมาสบตายิ้มหยันน้ำผึ้งจังๆ น้ำผึ้งรู้ชัดแล้วว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง ครูสาวเจ็บใจแต่ทนนิ่งเพราะไม่อยากให้มีเรื่องใหญ่โตไปมากกว่านี้

ส่วนเมญ่ายิ้มเยาะ หอมกับอ้อย สองคนภูมิต้นทานต่ำโมโหจัด อ้อยถึงกับชี้หน้าเมญ่าอย่างเอาเรื่อง
“นังเมญ่า”
“ทำไม แกจะทำอะไรฉัน!” เมญ่าลอยหน้าท้าทาย
น้ำผึ้งปรามอ้อย “อย่าอ้อย อย่ามีเรื่องกัน เขาพยายามยั่วให้เรามีเรื่อง อย่าหลงกลเขา...หอม พาอ้อยไป”
“ครับคุณครู”
หอมรีบลากอ้อยพาออกไป “มานี่”
น้ำผึ้งไม่สนใจแพรวนภา ตามสองคนออกไป แพรวนภากับเมญ่ารีบตามไป

น้ำผึ้ง หอม และอ้อย เดินออกมาตรงสนามหญ้าหน้าตึกใหญ่แล้ว แพรวนภากับเมญ่ายังตามมาหาเรื่องอีก
“เดี๋ยว” แพรวนภาเรียกไว้
น้ำผึ้ง หอมและอ้อย หยุด
แพรวนภาเดินเข้ามาหาน้ำผึ้งใกล้ๆ
“จะหาเรื่องอะไรอีก”
อ้อยจะเข้าไปช่วยน้ำผึ้ง แต่ถูกเมญ่าขวางไว้
“คุณแพรวมีเรื่องจะคุยกับคุณครู ขี้ข้าไม่เกี่ยว”
หอมกับอ้อยได้แต่คุมแค้น

น้ำผึ้งมองจ้องหน้าแพรวนภา ถามเสียงเรียบ
“คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ”
“ถ้าไม่อยากโดนเหมือนวันนี้อีก ก็ไปจากที่นี่ซะ ฉันเตือนเพราะหวังดีหรอกนะ เพราะยังไงเทิดก็ต้องเข้าข้างฉัน”
“ฉันไม่ได้ทำผิด ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณต่างหากที่ควรจะระวังไว้ เวรกรรมมีจริง คุณทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น”
แพรวนภาโดนย้อนนิ่มนิ่งก็โกรธ
“เธอนี่มันหน้าด้านกว่าที่คิด! เธอต้องการเงินเท่าไร ถึงจะยอมไปจากที่นี่”
“เก็บเงินของคุณไว้เถอะค่ะ ถึงยังไงฉันก็ไม่ไป นอกจากคุณเทิดจะไล่ฉันออก”
“ที่ไม่ยอมรับเงินฉัน เพราะคิดว่าถ้าจับเทิดได้ เธอจะได้มากกว่าล่ะสิ”
“เรื่องระหว่างคุณกับคุณเทิด ฉันไม่เกี่ยว ถ้าคุณเทิดไม่สนใจคุณ ต่อให้ไม่มีฉัน เขาก็ไม่สนใจคุณอยู่ดี”
แพรวนภาโกรธสุดขีด ตบหน้าน้ำผึ้งเปรี้ยง!
หอมกับอ้อยตกใจ อุทานลั่น
“คุณครู”
เมญ่าสะใจ อ้อยจะเข้าไปช่วยน้ำผึ้ง เมญ่าขวาง
“อย่ายุ่ง”
ไม่เท่านั้นเมญ่ายังตบอ้อยเปรี้ยง
“แกตบฉันเหรอ! แกอย่าอยู่เลย”
อ้อยจะตบเมญ่า แต่เมญ่าใช้มือยันหน้าอ้อยไว้ แขนเมญ่ายาวกว่า ทำให้อ้อยเอื้อมไม่ถึงตัวเมญ่า
“พี่หอม ช่วยด้วย”
หอมกระโดดขี่หลัง ล็อกคอเมญ่าสุดแรงเกิด เมญ่าโดนรุม หอมล็อกคอ อ้อยตบเมญ่า ทั้งสามสู้กันชุลมุน

ในขณะที่เทิดกำลังกลุ้มใจหนักกับเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้าน ได้ยินเสียง เมญ่า หอม และอ้อยทะเลาะกันดังเข้ามา ก็ยิ่งหงุดหงิด
“ทะเลาะอะไรกันอีกเนี่ย!”
เทิดพุ่งออกจากห้องทำงานไปยังหน้าบ้าน

น้ำผึ้งหันไปเห็นสามคนตะลุมบอนกันก็ตกใจ และจะเข้าไปห้าม
“พอได้แล้ว อย่ามีเรื่องกัน!”
น้ำผึ้งจะเข้าไป แต่ถูกแพรวนภากระชากแขนดึงรั้งไว้อย่างแรง จนน้ำผึ้งเจ็บ
“โอ๊ย”
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไปจากที่นี่ซะ ฉันไม่ยอมเสียเทิดให้ครูบ้านนอกอย่างแกแน่!”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อจับคุณเทิด ฉันทำงานหาเงินดูแลพ่อแม่ฉัน”
“ไม่ต้องเอาพ่อแม่มาอ้าง อ๋อ หรือว่าพ่อแม่ก็รู้เห็นเป็นใจให้ลูกสาวจับผู้ชายด้วย”
น้ำผึ้งโกรธที่แพรวนภาด่าพ่อแม่ “คุณไม่มีสิทธิ์มาลามปามพ่อแม่ฉัน”
“ทำไมจะพูดไม่ได้ พ่อแม่เธอวิเศษมาจากไหน ก็แค่พวกบ้านนอกอยากสบาย สอนลูกให้รวยทางลัด”
น้ำผึ้งบันดาลโทสะ ตบหน้าแพรวนภาเปรี้ยง อีกฝ่ายตกใจและโกรธจัด ไม่คิดว่าน้ำผึ้งจะกล้าตบตน
เทิดและผันเข้ามาไล่ๆ กัน เช่นเดียวกับพรและชมพู่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันก็ออกมาดู
“อะไรกันน่ะ”
ผันรีบไปห้ามหอม อ้อย และเมญ่า
“หยุดนะ”
แพรวนภาเห็นเทิดมาก็รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นฝ่ายถูกกระทำ สำออยขึ้นมาทันควัน
“โอ๊ย เทิดคะ แพรวเจ็บ”
เทิดถามเอาเรื่องน้ำผึ้ง “ตบหน้าคุณแพรวทำไม”
น้ำผึ้งโกรธกรุ่นๆ อยู่ “ก็ถามเขาสิคะว่าเขาพูดอะไรกับฉัน”
“แพรวไม่ได้ว่าอะไรครูน้ำผึ้งเลยนะคะ แพรวแค่อยากจะปรับความเข้าใจกันเท่านั้น”
เทิดสั่งน้ำผึ้ง “ขอโทษคุณแพรวเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ผิด คุณแพรวลามปามพ่อแม่ฉันก่อน”
เทิดอึ้ง มองหน้าแพรวนภาเป็นเชิงถาม
“ไม่จริงนะคะ แพรวไม่มีวันพูดอะไรต่ำๆ อย่างนั้นหรอกค่ะ”
เทิดไม่รู้ใครพูดจริงใครโกหก อ้อยตะโกนแทรกขึ้นมา
“โกหก นายอย่าไปเชื่อนะคะ คุณแพรวหาเรื่องคุณครูก่อน!
“ไม่จริงค่ะ นังอ้อยโกหก” เมญ่าโต้
เทิดหงุดหงิดปนรำคาญ ไม่รู้จะเชื่อใครดี อ้อยโกรธจนลืมตัว
“พวกแกนี่มันสตรอเบอร์รี่พอกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง คนแบบนี้อยู่ไปมีแต่จะสร้างปัญหา นายไล่ออกไปเลยค่ะ”
แพรวนภาโกรธมากที่โดนอ้อยด่า
“เทิดคะ ดูคนของคุณพูดกับแพรวสิคะ”
ผันปรามลูก “นังอ้อย อย่าลามปามคุณแพรว”
“ก็มันจริงนี่พ่อ” อ้อยชี้หน้าด่าแพรวนภา “นังเนี่ยมันสตรอว์เบอร์รี่ตัวแม่ นายดูไม่ออกหรือไง อ้อยทนมานานแล้ว อ้อยจะไม่ทน”
เทิดไม่พอใจมาก “ขอโทษคุณแพรวเดี๋ยวนี้นะอ้อย”
“อ้อยไม่ผิด ทำไมอ้อยต้องขอโทษด้วย”
ผันตวาด “นังอ้อย”
เทิดเสียงดุ “ฉันสั่งให้ขอโทษคุณแพรว”
“ไม่! นายไม่ยุติธรรม นายเข้าข้างคนผิด!”
เทิดโกรธมากที่อ้อยไม่เชื่อฟัง
“ถ้าไม่ฟังกัน ก็ออกไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
อ้อยอึ้ง ตะลึงงัน เสียใจมาก
“นายไล่อ้อยเหรอคะ”
“ใช่”
ผัน หอม พรและชมพู่พากันตกใจที่เทิดไล่ตะเพิดอ้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“นายใจร้าย นายไม่มีเหตุผล”
อ้อยวิ่งร้องไห้ออกไป หอม พรและชมพู่ รีบตามไป
“อ้อย”
น้ำผึ้งสงสารอ้อยที่ถูกไล่ออกเพราะช่วยตน มองเทิดอย่างน้อยใจ ผันลำบากใจสุดจะประมาณ
แพรวนภากับเมญ่าลอบยิ้มสะใจให้กันที่อย่างน้อยก็กำจัดอ้อยไปได้

อ้อยหนีมานั่งร้องไห้ครวญคร่ำอยู่ในสวนหลังบ้าน หอมตามมาปลอบใจ
“เจ็บใจจริงๆ ทำไมนายต้องเข้าข้างพวกนั้นด้วย นายใจร้าย”
“แกก็ใจร้อน ไม่น่าไปเถียงนาย” หอมเตือนสติ
“พี่ซ้ำเติมฉันเหรอ”
“ไม่ได้ซ้ำเติม เขาเรียกเตือนสติ”
น้ำผึ้งตามมาสมทบ อ้อยหันไปเห็นก็ปล่อยโฮออกมาอีกระลอก
“คุณครู”
น้ำผึ้งสงสารอ้อย
“เธอเดือดร้อนเพราะครูแท้ๆ ครูขอโทษนะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ไม่ใช่ความผิดคุณครู แต่เป็นเพราะสองคนนั้นต่างหาก”
“ครูจะลองคุยกับคุณเทิดให้”
หอมแย้งกลัวเรื่องจะบานปลาย “จะดีเหรอครับครู ทำอย่างนั้นครูจะเดือดร้อนไปด้วย”
“เป็นไงเป็นกันค่ะ ครูว่าครั้งนี้คุณเทิดทำเกินไป”
น้ำผึ้งไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเทิด

ส่วนหอมและอ้อยเป็นห่วงน้ำผึ้งเอามากๆ

อ่านต่อหน้า 2


มนต์รักอสูร ตอนที่ 22 (ต่อ)

เทิดกำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อจัดระเบียบอารมณ์และสติให้สงบลงจากเรื่องที่เกิดขึ้น

น้ำผึ้งเข้ามาหา เทิดเห็นหน้าน้ำผึ้งก็เกิดหงุดหงิดขึ้นมาอีก
“มีอะไรอีก”
“ฉันอยากให้คุณทบทวนเรื่องการลงโทษอ้อยอีกครั้งค่ะ”
เทิดฉุนกึก
“เรื่องที่เธอตบหน้าคุณแพรว ฉันยังไม่ได้สะสาง ยังจะยุ่งเรื่องคนอื่นอีกเหรอ”
“แต่อ้อยทำงานกับคุณมานาน น่าจะมีความดีความชอบอยู่บ้าง ทำผิดครั้งเดียว ว่ากล่าวตักเตือนกันก็ได้นี่คะ”
“ฉันให้โอกาสอ้อยแล้ว ถ้าอ้อยยอมขอโทษคุณแพรว ฉันก็จะยกโทษให้ แต่อ้อยก็ไม่ยอมขอโทษ”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันตัดสินใจไปแล้ว และจะไม่เปลี่ยนใจ!”
น้ำผึ้งเสียใจที่ช่วยอ้อยไม่ได้
“ค่ะ ขอโทษที่รบกวนเวลาคุณค่ะ”
น้ำผึ้งเดินคอตกออกไป เทิดอารมณ์เสียถึงขีดสุด

คืนนั้น เทิดและผันคุยกันอยู่ในห้องทำงานเทิด โดยเทิดมีสีหน้าอึดอัดไม่สบายใจชัดแจ้ง
“ฉันลงโทษอ้อยหนักเกินไปรึเปล่า”
“แค่นายไม่ไล่ออกจากไร่ ก็ถือว่าเมตตานังอ้อยมันมากแล้วครับ ลูกสาวผมมันเป็นคนตรงเกินไป ไม่รู้จักคิดก่อนพูด โดนลงโทษซะบ้างก็ดี ต่อไปจะได้รู้จักคิด”
“ขอบใจที่เข้าใจฉัน”
“อ้อยมันเป็นคนตรง พูดจาไม่เข้าหูคน แต่ก็ไม่มีพิษไม่มีภัย ไม่เหมือนคนพูดหวานๆ อาจเป็นพวกยาพิษเคลือบน้ำตาลก็ได้นะครับนาย ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ”
ผันเดินจากไป เทิดมองตามคนสนิท ไม่สบายใจเอามากๆ และนึกรู้ว่าผันเตือนตนเรื่องแพรวนภา

อีกฟาก เมญ่าในสภาพหน้าบวม ปากแตก ทายาเรียบร้อย แต่จู่ๆ ก็ลืมตัวหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
“ฮ่าๆๆ โอ๊ย” เมญ่าซู้ดปาก “สะใจจริงๆ ที่กำจัดนังอ้อยไปได้ ถึงเจ็บตัวแต่ก็คุ้ม”
แพรวนภาไม่พอใจ “แต่นังน้ำผึ้งยังอยู่”
“แหม หมดลิ่วล้อแล้วมันก็เหลือตัวคนเดียวนะคะคุณแพรว”
“อย่าประมาท นังนี่ฉลาดกว่าที่คิดกำจัดมันไม่ใช่ง่าย ต่อไปต้องวางแผนให้รัดกุม อย่าพลาดอีกล่ะ”
เมญ่าจ๋อยที่ตอนท้ายถูกตำหนิ “ค่ะ คุณแพรว”
แพรวนภาเจ็บใจที่กำจัดน้ำผึ้งไม่ได้

รุ่งเช้า วันใหม่ เทิดสั่งงานผันอยู่ในไร่ สักพักผันจึงออกไปทำงานต่อในไร่
เก่งซึ่ง ด้อมๆ มองๆ ดูลาดเลาอยู่มุมหนึ่ง จนแน่ใจว่าเทิดอยู่คนเดียวจึงแกล้งเดินหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“นายครับ ผมเห็นคนแปลกหน้าท่าทางน่าสงสัยที่ท้ายไร่ครับ”
เทิดหน้าเครียดขึ้น
“คนแปลกหน้าเหรอ แกพาฉันไปซิ”
“ทางนี้ครับนาย”
เทิดตามเก่งออกไปโดยไว

เทิดตามเก่งเข้ามายังท้ายไร่ ติดกับรั้วไร่ภูฤทธิ์ มองไปทั่วบริเวณ
“ไหน มันอยู่ไหน ไม่เห็นมีใครเลย”
เก่งอึกอัก มีพิรุธ
“เอ่อ คือ เมื่อกี้ผมเห็นมันอยู่แถวนี้จริงๆ ครับนาย”
“หาดูให้ทั่ว มันอาจจะหลบอยู่ก็ได้”
เทิดมองหาคนร้ายไปทั่ว ส่วนเก่งแกล้งทำเป็นมองหาตามคำสั่งเทิด ทั้งที่จริงๆ ไม่มีใคร

อีกฟากพีทกำลังรายงานเหตุร้ายกับภูฤทธิ์อยู่ในห้องทำงานออฟฟิศไร่
“คุณภูครับเกิดเรื่องแล้วครับ ดอกไม้ที่ท้ายไร่ตายยกแปลงเลยครับ”
ภูฤทธิ์ตกใจ “เป็นไปได้ไง เกิดอะไรขึ้น”
“ผมก็ไม่รู้ครับ”
สีหน้าภูฤทธิ์ใคร่ครวญ เต็มไปด้วยความกังวล

ไม่นานถัดมา ภูฤทธิ์กับพีทรีบเร่งมาตรวจแปลงดอกไม้ที่ท้ายไร่
“ดูจากสภาพแล้วเหมือนโดนยาฆ่าหญ้า” ภูฤทธิ์มองประเมิน
“ผมสอบถามจากคนงานแล้ว ทุกคนก็ทำงานกันตามปกตินะครับ ไม่มีใครใช้ยาฆ่าหญ้ารดดอกไม้”
“ฉันก็คิดว่าไม่น่าใช่ฝีมือคนงานในไร่เรา”
“ที่ตรงนี้ติดกับไร่คุณเทิด เป็นไปได้มั้ยครับว่าจะโดนแกล้ง”
ภูฤทธิ์ติง “เรายังไม่มีหลักฐาน อย่าเพิ่งด่วนสรุป”
ระหว่างนี้ คนร้ายที่พูนจ้างมากำลังแอบซุ่มดูสองคนอยู่ โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวและไม่ทันระวัง คนร้ายยกปืนขึ้นเล็งใส่ภูฤทธิ์ พร้อมจะยิงทุกขณะ

จู่ๆ เสียงปืนหนึ่งนัดดังขึ้นมาจากฝั่งไร่ดอกไม้ภูฤทธิ์ ปัง! เทิดและเก่งตกใจ รีบหาที่กำบังตามสัญชาตญาณ เทิดมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง
“เสียงมาจากทางไร่ภูฤทธิ์”
สีหน้าเทิดเครียดเคร่งใคร่ครวญ

“โอ๊ย”
เป็นภูฤทธิ์ที่โดนยิงถากแขนไป
“คุณภู”
พีทตกใจ มองไปทั่วแต่ไม่เห็นคนร้าย จึงรีบดึงภูฤทธิ์ไปซ่อนตัว

ฟ้าใสมาหาภูฤทธิ์ที่บ้านและออฟฟิศ พนักงานหญิงจำเธอได้
“สวัสดีค่ะคุณฟ้า”
“คุณภูอยู่มั้ย”
“ไปดูแปลงดอกไม้ที่ท้ายไร่กับนายพีทค่ะ”
ยินเสียงปืนดังแว่วมาจากที่ไกลๆ อีกหลายนัด
“เสียงอะไร เสียงเหมือน...ปืน”
“ดังมาจากทางท้ายไร่โน่นแน่ะค่ะ”
“ท้ายไร่...คุณภู”
ฟ้าใสใจหายใจคว่ำ เป็นห่วงภูฤทธิ์ รีบร้อนออกไป

พีทพาภูฤทธิ์มาหลบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง คนร้ายตามมา พีทออกไปแสดงตัวต่อสู้กับคนร้ายแต่สู้ไม่ได้ เพราะคนร้ายตัวใหญ่กว่าและยังมีปืนอีก คนร้ายยังใช้ด้ามปืนทุบพีทจนบาดเจ็บล้มลงไปกองกับพื้น วินาทีที่คนร้ายจะยิงพีท ภูฤทธิ์รีบออกจากที่ซ่อนไปช่วย
“หยุดนะ”
คนร้ายเห็นภูฤทธิ์ ก็หันมายิงใส่ภูฤทธิ์ โดยไม่สนใจพีทอีก ภูฤทธิ์วิ่งหนีหลบวิถีกระสุนไปมา กระสุนเฉียดไล่หลังไป คนร้ายตามติด ภูฤทธิ์จนมุม คนร้ายจะยิงภูฤทธิ์ทิ้ง
ฟ้าใสและคนงานชาย 3 คนมาถึงพอดี
“คุณภู”
คนร้ายหันมาจะยิงคนงาน แต่พอเห็นฟ้าใสก็ผงะตกใจ จำได้ และไม่กล้ายิงฟ้าใส สุดท้ายมันยิงสกัดไม่ให้พวกคนงานตาม และหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดแอบไว้ คนร้ายโยนนาฬิกาของเทิดที่พูนโขมยมาทิ้งไว้ก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์หนีหายไปโดยไว
ภูฤทธิ์เห็นพวกคนงานจะตามไปจึงร้องสั่ง “ไม่ต้องตาม มันมีปืน”
ฟ้าใสประคองภูฤทธิ์ขึ้น เห็นรอยแผลที่แขนก็ตกใจ
“คุณภูถูกยิง”
ฟ้าใสเป็นห่วงภูฤทธิ์จับจิต

เทิดกลับมาถึงบ้าน ผันรออยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“นายไปไหนมาครับ”
“ไปท้ายไร่ มีคนร้ายบุกเข้ามา”
ผันตกใจ “คนร้ายเหรอครับ! แล้วนายเป็นอะไรรึเปล่าครับ”
เทิดส่ายหน้าแทนคำตอบ
“มันหนีไปที่ไร่ภูฤทธิ์ หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ได้ยินเสียงปืน”
“เสียงปืนเหรอครับ ฝีมือพวกไหนกันแน่”
“ฉันก็ไม่รู้ บอกทุกคนในไร่ให้ระวังกันด้วย”
“ครับนาย”
เทิดและผันมองหน้ากัน สังหรณ์ใจโดยประหลาด

อีกฟากที่บ้านทรงยศ เสี่ยจอมอิทธิพลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อพูนมารายงานว่าลูกน้องทำงานผิดพลาด
“ไอ้ภูมันไม่ตายเหรอ พวกแกทำงานประสาอะไร”
“คนของเราเกือบจะเล่นงานไอ้ภูฤทธิ์ได้แล้วครับ แต่...”
“แต่อะไร”
“คุณฟ้าใสอยู่ที่ไร่ภูฤทธิ์ด้วยครับ ไอ้หมูกลัวคุณฟ้าใสโดนลูกหลงไปด้วย เลยไม่กล้ายิงครับ”
“น้องฟ้านะน้องฟ้า ทำเสียเรื่องจนได้!”

ทรงยศเจ็บใจและหงุดหงิดที่ฟ้าใสทำเสียเรื่อง

อ่านต่อหน้า 3


มนต์รักอสูร ตอนที่ 22 (ต่อ)

ค่ำนั้นตำรวจท้องที่ 1 คน มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรงจัดนั้นมีเทปกั้นไว้ ภูฤทธิ์ทำแผลเรียบร้อย พร้อมด้วยฟ้าใส และพีทกำลังให้ปากคำกับหมวดสินอยู่

“ผมกับนายพีทกำลังดูแปลงดอกไม้ที่เสียหาย ไม่รู้ว่าคนร้ายซ่อนตัวอยู่ มันยิงโดนที่แขนผม”
พีทเสริมว่า “มันตั้งใจเอาชีวิตคุณภูแน่นอน”
“ใช่ค่ะ โชคดีที่คนงานได้ยินเสียงปืนเลยมาเห็นซะก่อน คนร้ายก็เลยหนีไปค่ะ”
หมวดสินจ้องหน้าภูฤทธิ์ “คุณภูเห็นหน้าคนร้ายรึเปล่าครับ”
“ไม่เห็นครับ มันปิดหน้าปิดตา”
หมวดสินพยักหน้ารับรู้ ตำรวจที่เก็บหลักฐานเข้ามารายงานหมวดสิน
“หมวดครับ เจอนาฬิกาเรือนนี้ในที่เกิดเหตุครับ”
ว่าพลางตำรวจยื่นนาฬิกาข้อมือในถุงพลาสติกให้หมวดสินรับมา แล้วยื่นให้ภูฤทธิ์ดู
“นาฬิกาของผู้ชาย ของคุณหรือเปล่า”
ภูฤทธิ์มองปราดเดียว “ไม่ใช่ครับ”
พีทเสริมว่า “ไม่ใช่ของผมด้วยครับ”
หมวดสินยื่นคืนตำรวจลูกน้อง “เอาไปตรวจสอบหาเจ้าของ”
“ครับ”
“เรียบร้อยครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ยังไงผมอาจจะต้องเชิญคุณไปให้ปากคำเพิ่มเติม”
“ได้เสมอครับ ขอบคุณครับหมวด”
ฟ้าใสไม่ค่อยสบายใจนัก ที่ยังจับคนร้ายไม่ได้

ฟ้าใสกลับบ้านเดินเข้ามาในห้องโถง พบว่าพี่ชายนั่งรออยู่แล้ว ทักเสียงดุไม่พอใจ
“กลับมาแล้วเหรอ”
“พี่ยศ มีอะไรรึเปล่าคะ”
ทรงยศต่อว่า “น้องฟ้าไปไร่ภูฤทธิ์ทำไม พี่เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้ยุ่งกับนายภูฤทธิ์”
ฟ้าใสมองพี่ชายด้วยสีหน้าแปลกใจ
“พี่ยศรู้ได้ไงคะว่าฟ้าไปหาคุณภู”
ทรงยศอึกอัก คิดหาคำพูด
“คือ...หมวดสินบอกพี่ว่านายภูฤทธิ์ไปแจ้งความว่าถูกทำร้าย น้องฟ้าก็ไปด้วย”
“อ๋อ ใช่ค่ะ คุณภูถูกลอบยิง”
“ต่อไปนี้อยู่ห่างๆ นายภูฤทธิ์ไว้ เขามีศัตรูที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ พี่เป็นห่วง ไม่อยากให้น้องมีอันตราย เข้าใจมั้ย”
“ขอบคุณค่ะพี่ยศ ฟ้าจะระวังตัวค่ะ ฟ้าขอตัวก่อนนะคะ เหนื่อยมาทั้งวันเลยวันนี้”
ฟ้าใสเดินขึ้นห้องนอนไป ทรงยศโล่งอกที่น้องสาวไม่สงสัย หรือซักไซ้ใดๆ อีก

น้ำผึ้งอ่านหนังสือเตรียมการสอนนันท์อยู่ในห้องนอน กระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เห็นชื่อฟ้าใสโทร.มา น้ำผึ้งรีบกดรับสาย
“ว่าไงแก”
น้ำผึ้งฟังที่ฟ้าใสเล่าแล้วตกใจมาก
“ว่าไงนะ คุณภูถูกยิง! แล้วเป็นไรรึเปล่า”
ฟ้าใสโทร.มาจากห้องนอนที่บ้าน “คุณภูปลอดภัยแล้ว ฉันไม่สบายใจเลย ไม่รู้ว่าฝีมือใคร แกก็ระวังตัวด้วยนะ ไร่คุณภูกับคุณเทิดอยู่ติดกัน คนร้ายอาจจะอยู่ไม่ไกลก็ได้”
“ฉันจะระวัง แกก็เหมือนกันนะฟ้า พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วฉันจะไปเยี่ยมคุณภู แล้วเจอกันจ้ะ”
น้ำผึ้งวางสายไป ครูสาวมีสีหน้าไม่สบายใจ นึกเป็นห่วงเทิด สุดท้ายตัดสินใจจะไปบอกเทิดให้ระวังตัว

น้ำผึ้งเปิดประตูออกมาเจอเทิดที่หน้าบ้านพักพอดี ต่างคนต่างแปลกใจ
“คุณเทิด”
เทิดเป็นห่วงถามเสียงดุ “ดึกแล้วจะไปไหนอีก”
“ฉัน...ฉันก็แค่จะไปเดินเล่นค่ะ”
น้ำผึ้งปากแข็งและนึกอาย ไม่กล้าบอกว่าจะไปหาเขา
“แล้วคุณล่ะ มาบ้านนี้ทำไมคะ”
“วันนี้ฉันได้ยินเสียงปืนจากไร่ภูฤทธิ์ ก็เลยมาตรวจดูความเรียบร้อยซะหน่อย”
น้ำผึ้งตกใจ “คุณได้ยินเสียงปืนเหรอคะ วันนี้คุณภูถูกยิงค่ะ”
เทิดหมั่นไส้ ออกอาการหึงโดยไม่รู้ตัว “รู้ข่าวไวจังนะฉันลืมไปว่าเธอสนิทกับนายภูฤทธิ์เป็นพิเศษ”
“ฟ้าใสโทร.มาบอกฉันค่ะ ตอนนี้ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้” น้ำผึ้งเลยได้บอกความรู้สึกของเธอ “คุณก็ระวังด้วยนะคะ”
เทิดรู้สึกดีที่น้ำผึ้งเป็นห่วง
“เธอเป็นห่วงฉันเหรอ”
เทิดมองสบตาน้ำผึ้งจังๆ จนน้ำผึ้งอาย หลบตาวูบ
“ฉัน...เป็นห่วงคุณนันท์ ถ้าคุณเป็นอะไรไป คุณนันท์จะอยู่ยังไง”
เทิดผิดหวัง เลยตัดพ้อว่า “ที่แท้ก็ห่วงคุณนันท์ แล้วเธอกลัวรึเปล่า”
“ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นพวกไหน”
เทิดแตะไหล่น้ำผึ้งเป็นเชิงปลอบโยน
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่ทั้งคน ฉันไม่ให้ใครทำร้าย...” เทิดยั้งคำว่า “เธอ” ไว้
น้ำผึ้งรอฟัง ที่สุดเทิดก็ไม่กล้าพูดออกไป
“คนในไร่ของฉันหรอก”
น้ำผึ้งผิดหวัง
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“เธอนอนเถอะ ฉันจะเดินดูรอบๆ ซะหน่อย”
“ค่ะ”
น้ำผึ้งยิ้มให้มองตามจนเทิดหายไปในความมืด จึงกลับเข้าบ้านปิดประตูลง ครูสาวไม่สบายใจที่เกิดเรื่องร้ายขึ้น

เช้าวันนั้น ในขณะที่น้ำผึ้งสอนหนังสือนันท์อยู่ โดยมีเมญ่าที่มาคอยดูแลแทนอ้อยมานั่งเรียนหนังสือด้วย
น้ำผึ้งหันไปเขียนกระดาน ส่วนคุณนันท์ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือ
พอเห็นทุกคนเผลอ เมญ่าก็รีบหยิบแมงมุมตัวใหญ่ออกมาจากกระเป๋านาง แล้วเทใส่กระเป๋าถือของน้ำผึ้งที่วางไว้ไม่ไกล เมญ่าหัวเราะคิกคัก นึกสนุกคิดว่าจะแกล้งน้ำผึ้งได้
นันท์แอบเห็นเมญ่าแกล้งครูน้ำผึ้ง เลยคิดแผนโต้กลับ โดยแกล้งปัดไปโดนกระเป๋าน้ำผึ้งหล่นของกระจาย ออกมา เมญ่าตกใจ
“คุณนันท์ทำอะไรคะ”
“ขอโทษครับคุณครู เดี๋ยวนันท์เก็บเองครับ”
นันท์เก็บของคืนกระเป๋าน้ำผึ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมญ่าลุ้นเยี่ยวแทบราด แต่พอเห็นนันท์เฉยๆ ก็หันไปเรียนหนังสือต่อ นันท์เหลือบมอง เห็นเมญ่าเผลอ ก็รีบวางแมงมุมบนหลังเมญ่า น้ำผึ้งเดินมาหยิบของในกระเป๋า เมญ่ายิ้มร้ายพึมพำ
“เดี๋ยวได้ขายหน้าแน่!”
แมงมุมไต่มาเกาะหน้าเมญ่า กะเทยยักษ์เห็นแมงมุมระยะประชิดก็ตกใจ กรี๊ดลั่น
“อ๊ายๆๆ แมงมุมๆ เอาออกไปที”
น้ำผึ้งตกใจ เมญ่าวิ่งพล่าน ปัดแมงมุมออกพัลวัน จนไม่ดูทางชนเข้ากับตู้ ของหล่นใส่หัวอีก
“โอ๊ย”
นันท์หัวเราะชอบอกชอบใจ
น้ำผึ้งสงสัย “ทำไมมีแมงมุมในห้อง”
นันท์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“นั่นสิครับ แมงมุมมาได้ไง”
นันท์ยิ้มขำ นึกสนุกที่ได้เอาคืนเมญ่า

เมญ่าในสภาพหัวปูดหัวโน บ่นระบายอยู่กับแพรวนภาในห้องนายหญิง
“เมญ่าสุดจะทนกับเด็กเปรตอย่างคุณนันท์แล้วนะคะ”
แพรวนภามองดุ
“พูดอะไรระวังหน่อยสิเมญ่า ถ้าเทิดมาได้ยินจะทำยังไง”
“ขอโทษค่ะ แต่เมญ่าทนไม่ไหวแล้ว เด็กอะไรไม่รู้ ทั้งแสบ ทั้งซน คุณแพรวรีบจัดการเถอะค่ะ ส่งไปเรียนไกลๆ ยิ่งดี เมญ่าเกลียดเด็ก”
“คิดว่าฉันไม่อยากให้คุณนันท์ไปอยู่ไกลๆ เหรอไง แต่ฉันยังไม่มีโอกาสจะพูดกับเทิด ตอนนี้เธอก็ทนไปก่อน”
เมญ่ากลุ้ม หน้างอ
“ค่ะ คุณแพรว เมญ่าจะอดทนค่ะ”
แพรวนภาคิดแผนร้ายหาทางกำจัดนันท์ไปให้พ้นๆ อีกคน

อีกฟากหนึ่ง ขณะที่ภูฤทธิ์กำลังยืนหันหลังคุยกับคนงานในไร่ น้ำผึ้งเดินเข้ามา คนงานเห็นก็ทักทาย
“สวัสดีครับ”
ภูฤทธิ์ไม่ทันมอง คิดว่าเป็นฟ้าใสตามความเคยชิน
“มาแล้วเหรอคุณฟ้า”
ภูฤทธิ์หันไปเห็นน้ำผึ้งก็ทั้งแปลกใจและดีใจ
“คุณน้ำผึ้ง โทษทีครับ ผมไม่ทันมองคิดว่าคุณฟ้า”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” คนงานรู้แกวรีบออกไป
ภูฤทธิ์ยิ้มร่า “คุณน้ำผึ้งมีอะไรรึเปล่าครับ”
“น้ำผึ้งรู้ข่าวจากฟ้าว่าคุณภูถูกยิงค่ะ เป็นไงบ้างคะ”
“ไม่เป็นอะไรแล้วครับ โชคดีที่ไม่โดนจังๆ”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วค่ะ ตอนรู้ข่าว น้ำผึ้งใจหายหมดเลยค่ะ”

ภูฤทธิ์ยิ้มแก้มแทบแตก ดีใจที่น้ำผึ้งมาเยี่ยมถึงบ้าน

อ่านต่อหน้า 4


มนต์รักอสูร ตอนที่ 22 (ต่อ)

ฟ้าใสเดินมากำลังจะเปิดประตูเข้าไป มองผ่านหน้าต่างเห็นภูฤทธิ์ซึ่งนั่งทำงานอยู่ จะเอื้อมหยิบของด้วยมือข้างเดียว แต่พลาดทำของหล่นพื้น ฟ้าใสตกใจจะรีบเข้าไปช่วย แต่เห็นน้ำผึ้งเข้ามาช่วยก่อน

“น้ำผึ้งเองค่ะคุณภู”
น้ำผึ้งหยิบของให้ ภูฤทธิ์ยิ้มขอบคุณ
“ขอบคุณครับ ผมเลยเป็นภาระคุณน้ำผึ้ง”
“ไม่เป็นภาระเลยค่ะ อย่าคิดมาก คุณภูช่วยน้ำผึ้งตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ให้น้ำผึ้งตอบแทนคุณภูบ้างนะคะ”
“ครับ”
ภูฤทธิ์กับน้ำผึ้งยิ้มให้กัน
ฟ้าใสมองอยู่นอกบ้าน เจ็บปวดที่เห็นสองคนยิ้มให้กันดูมีความสุขทั้งคู่ สุดท้ายเดินหลบออกมา ตัดสินใจปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน ไม่เข้าไปเป็นส่วนเกิน กดโทร.หาน้ำผึ้ง
“ฟ้า อยู่ไหนแล้ว” น้ำผึ้งอยู่กับภูฤทธิ์รีบรับ
ฟ้าใสฝืนทำเสียงปกติ
“แกไปถึงบ้านคุณภูรึยัง”
“มาถึงสักพักแล้วเนี่ย แล้วแกล่ะ”
“พอดีฉันติดงานที่ร้าน ฝากแกดูแลคุณภูด้วยนะ”
“ได้ๆ ไม่ต้องห่วง”
“แค่นี้ก่อนนะ”
ฟ้าใสเจ็บปวดเหลือเกิน วางสายแล้วเดินออกไปเลย

ส่วนน้ำผึ้งวางสาย ไม่ได้สงสัยอะไร
“คุณฟ้าว่าไงบ้างครับ” ภูฤทธิ์ถาม
“ยายฟ้าบอกว่าติดงานที่ร้านค่ะ คุณภูจะทานอะไรมั้ยคะ”
“ยังครับ ผมยังไม่หิว”
“งั้นคุณภูทำงานต่อเถอะค่ะ”
“ครับ” ภูฤทธิ์ทำงานต่อ

ทางด้านเทิดเดินผ่านมาทางห้องเรียนลูก แปลกใจที่เห็นนันท์นั่งเล่นอยู่กับหอม มองหาน้ำผึ้งแต่ไม่เจอ
“เล่นอะไรกัน ทำไมไม่เรียนหนังสือ”
“วันนี้คุณครูขอลาครึ่งวันครับ” นันท์บอก
เทิดสงสัย “ลาไปไหน”
“คุณครูไปเยี่ยมคุณภูฤทธิ์ครับ” หอมบอก
เทิดหึง ไม่พอใจบ่นบ้ากับตัวเอง “งานการไม่ทำ ลาไปหาผู้ชาย”
หอมบอกพาซื่อ “คุณครูบอกว่าคุณภูฤทธิ์มีน้ำใจช่วยเหลือคุณครู คุณภูฤทธิ์เจ็บก็ต้องไปเยี่ยมครับ”
เทิดพาลพาโล “ฉันไม่ได้ถามแก! ทีหลังไม่ถาม ไม่ต้องตอบ”
หอมงง “ครับๆ”
เทิดออกไปพร้อมท่าทีหงุดหงิด หอมกับนันท์งงว่าเทิดเป็นอะไรไป

เย็นแล้ว น้ำผึ้งจัดยาให้ภูฤทธิ์อยู่ในห้องรับแขก
“ได้เวลาทานยาแล้วค่ะคุณภู”
“ขอบคุณครับ”
ภูฤทธิ์ชะเง้อไปทางประตูมองหาฟ้าใส
“คุณภูมองหาใครคะ”
“ป่านนี้คุณฟ้ายังไม่มาเลย ไม่รู้งานยุ่งอะไรนักหนา”
“เย็นป่านนี้แล้ว คงไม่มาแล้วมั้งคะ”
“ไม่มาก็น่าจะโทร.บอกกันซักคำ”
น้ำผึ้งยิ้ม พูดกระเซ้า “ยัยฟ้าจะทำอะไรต้องรายงานคุณภูตลอดเลยเหรอคะเนี่ย”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แค่ปกติคุณฟ้ามีอะไรก็จะบอกผม แต่คราวนี้ไม่บอกก็เลยแปลกใจเท่านั้นเอง”
ภูฤทธิ์กินยากหงอยๆ ไม่ค่อยร่าเริงอย่างเคย น้ำผึ้งช่วยเก็บของบนโต๊ะ เห็นภูฤทธิ์มองมาก็แปลกใจ
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ปกติคุณฟ้าชอบบ่นเวลาผมวางของไม่เป็นระเบียบครับ พอไม่มีเสียงบ่นเลยรู้สึกว่าเงียบๆ ยังไงชอบกล”
น้ำผึ้งขำคิก
“ขำอะไรเหรอครับ”
“ก็ตั้งแต่น้ำผึ้งมา คุณภูพูดชื่อยายฟ้าสักสิบครั้งได้แล้ว ป่านนี้เจ้าตัวคงจามไม่หยุด”
“เหรอครับ คงเพราะผมเจอคุณฟ้าบ่อยน่ะครับ”
“นั่นไง ครั้งที่สิบเอ็ดแล้วค่ะ”
ภูฤทธิ์กับน้ำผึ้งยิ้มขำอารมณ์ดีทั้งคู่

“ฮัดดด ชิ้ว”
ฟ้าใสจามติดๆ กัน โดยไม่มีสาเหตุ จนลูกน้องร้านเวดดิ้งที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ถามไถ่
“คุณฟ้าไม่สบายเหรอคะ”
“เปล่านะคะ ฟ้าไม่ได้เป็นอะไร”
“งั้นสงสัยมีคนคิดถึงมั้งคะ”
ฟ้าใสบ่นด้วยความน้อยใจ “ไม่มีใครคิดถึงฟ้าหรอกค่ะ”
ลูกน้องหันไปทำงานต่อ
ฟ้าใสหยิบโทรศัพท์มาดู น้อยใจขึ้นมาอีกที่ภูฤทธิ์ไม่โทรมาเลย
“พอมีความสุขก็ลืมเราเลย คนใจร้าย”
ฟ้าใสบ่นบ้า สีหน้าเศร้า

น้ำผึ้งกลับมาถึงไร่ เดินเข้ามาในสวนสวยบ้านพัก ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เจอเทิดดักรออยู่หน้าบ้าน
“กลับมาแล้วเหรอ คิดว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว”
น้ำผึ้งแปลกใจ “คุณเทิด”
“หอมบอกว่าเธอไปเยี่ยมนายภู อาการหนักมากนักเหรอไง”
“คุณภูถูกยิงที่แขนค่ะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“แค่เจ็บแขน ถึงกับต้องหายไปดูแลกันทั้งวันเลยเหรอ”
น้ำผึ้งงง
“คุณเทิดมีอะไรรึเปล่าคะ”
“ไม่มี”
หอมรีบร้อนเข้ามาหน้าตาตื่น พูดจาตะกุกตะกัก
“นะ...นะ นายครับ มะ...มะ...มี”
เทิดหงุดหงิด “อะไร มีอะไร”
“ตะ...ตะ...ตะ”
เทิดชักรำคาญ “พูดดีๆ สิหอม ติดอ่างแบบนี้เมื่อไรจะรู้เรื่อง”
หอมตบปากตัวเองหนึ่งที ก่อนจะกลับมาพูดเป็นปกติ
“ตำรวจมาขอพบนายครับ”
เทิดกับน้ำผึ้งแปลกใจมาก

ที่ห้องรับแขก หมวดสินมาพร้อมกับลูกน้องตำรวจหนึ่งคน เวลานี้ยื่นนาฬิกาข้อมือในถุงพลาสติกให้เทิดดู
“นาฬิกาเรือนนี้ของคุณรึเปล่า”
เทิดกับผันมองฉงน สีหน้าแปลกใจทั้งคู่
“นาฬิกาเรือนนี้ที่ถูกขโมยไปนี่ครับนาย”
เทิดรับมาพลิกๆ ดู เห็นชื่อย่อตัวเองก็มั่นใจ
“ใช่ ของผมเอง มีอะไรครับ”
“คุณภูฤทธิ์ถูกยิง เจ้าหน้าที่พบนาฬิกาเรือนนี้ในที่เกิดเหตุ”
ผันตกใจระคนแปลกใจ “นาฬิกาไปอยู่ในไร่ภูฤทธิ์ได้ยังไง”
เทิดฉุนกึก ไม่พอใจ “คุณสงสัยผมเหรอ”
“ผมต้องขอสอบปากคำคนงานในไร่ของคุณส่วนคุณ มีพยานยืนยันรึเปล่าว่าตอนเกิดเหตุคุณอยู่ที่ไหน”
“ตอนที่ได้ยินเสียงปืน ผมอยู่กับคนงานที่ท้ายไร่” เทิดหันมาทางผัน “ผันไปตามเก่งมาซิ”
“ครับนาย”
ผันรีบออกไป
เทิดบอกกับหมวดสินอย่างมั่นใจว่า “เก่งเป็นพยานได้ว่าผมอยู่ในไร่ของผมตอนที่เกิดเหตุ”
หมวดสินยิ้มในสีหน้า ดูเจ้าเล่ห์มีลับลมคมในบางประการ

ผันและแซมทุบประตูห้องพักคนงานที่เก่งพักอยู่
“เก่ง! ไอ้เก่ง”
ไม่มีเสียงตอบ ผันหันมาถามคนงานชายคนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นว่า
“เห็นนายเก่งมั้ย”
คนงานส่ายหน้า ไม่มีใครเห็น
ผันและแซมชักเริ่มไม่สบายใจ แซมลองเปิดประตูเข้าไป พบว่าประตูไม่ได้ล็อก สองคนเข้าไปในห้องพัก เห็นสภาพห้องว่างเปล่า ผันเห็นตู้เสื้อผ้าโล่งๆ ก็ยิ่งตกใจ
“แย่แล้ว”
ผันและแซมหน้าเครียด นึกรู้ทันทีว่าเก่งหนีไปแล้ว

ผันและแซมกลับมารายงานเทิดที่บ้านทันควัน
“แย่แล้วครับนาย ไอ้เก่งหายตัวไปครับ”
เทิดตกใจ “บอกไว้รึเปล่าว่าไปไหน”
“ไม่ได้บอกครับ ผมถามพวกคนงานแล้ว ไม่มีใครรู้เลยครับนาย”
เทิดเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
“ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเวลาเกิดเหตุคุณอยู่ที่ไหน ผมต้องขอเชิญคุณไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก”
เทิด ผัน และแซมหน้าเครียดทั้งแถบ

เทิดออกมาหน้าตึกใหญ่ โดยมีหมวดสินและตำรวจลูกน้องอีกคนตามประกบ ผันและแซมตามมาด้วย ทุกคนหน้าตาเคร่งเครียด
น้ำผึ้ง แพรว เมญ่า นันท์ หอม อ้อย พร ชมพู่และมาร์คยืนออรออยู่
“เทิดคะ” แพรวนภาเป็นกังวลมาก
“พ่อครับ พ่อจะไปไหนครับ”
นันท์ใจหายจับมือเทิดไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
“นันท์ไม่ให้พ่อไป”
เทิดลูบผมลูกพลางปลอบโยน
“ไม่มีอะไรนะคุณนันท์ พ่อไปคุยกับตำรวจ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” เทิดมองไปยังน้ำผึ้ง “ฝากดูแลคุณนันท์ด้วย”
แพรวนภาไม่พอใจ รีบพูดแทรก
“ไม่ต้องห่วงนะคะเทิด แพรวจะดูแลคุณนันท์เองค่ะ”
นันท์ร้องไห้งอแงจะตามเทิดไป “พ่อครับ”
น้ำผึ้งห้ามไว้
“ไปไม่ได้นะคะคุณนันท์ คุณพ่อไปคุยธุระ”
นันท์ร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำผึ้งคอยปลอบใจ
เทิดออกไปขึ้นรถตำรวจท้องที่ รถตำรวจขับออกไป
ทุกคนต่างกังวล แพรวนภากระชากแขนดึงตัวนันท์มาจากน้ำผึ้ง
“หลานฉัน ฉันจะดูแลเอง คนอื่นไม่ต้องยุ่ง”
“ไปค่ะคุณนันท์”
เมญ่าและแพรวนภาพานันท์ที่ร้องไห้ตลอดเวลาออกไป

น้ำผึ้งทำได้ได้เพียงมองตามด้วยสีหน้ากังวล เป็นห่วงความรู้สึกนันท์และห่วงเทิดจับใจ

อ่านต่อตอนที่ 23

กำลังโหลดความคิดเห็น...