xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 12

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 12 (ต่อ)

ภูมิใส่ผ้าขนหนู เปิดประตูห้องน้ำ โผล่หัวออกมา กวาดสายตามองหารามนรี แต่ไม่เห็น ยิ้มดีใจ
 
ก่อนย่องออกไป รามนรีถือไม้เบสบอล โผล่พรวดออกมาจากที่ซ่อน ภูมิตกใจ ผ้าหลุด
“เฮ้ย”
รามนรีเห็นผ้าหลุดไปกองกับพื้น ก่อนกวาดสายตา มองขึ้นไป หน้าเหวอ ไม้เบสบอลหลุดจากมือ
“อ๊าย”
ภูมิรีบเอามือปิดปากรามนรีไว้ไม่ให้ร้อง

ประกันขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านอย่างแรง พวงศรีดึงมือประกายฟ้า รีบลนลานลงจากรถหน้าตื่น
“เร็วเข้าเร็ว”
“แล้วเราต้องทำยังไงต่อคะแม่”
“ก็รีบไปเปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วรีบลงมาข้างล่าง อย่าให้เขารู้ว่าเราไปไหนมา”
“อย่ามัวแต่คุย รีบไป เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี”
ทุกคนพากันวิ่งหน้าตื่นออกไป

ภูมิยืนคุยกับรามนรีในห้องนอน
“นี่คุณเป็นอะไร แหกปากร้องทำไม เดี๋ยวพ่อกับแม่ผมเขาก็สงสัยเอาหรอก”
“ก็ฉันตกใจ ที่ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี่”
“นี่ถามจริง อายุก็ปูนนี้ ยังไม่มีผู้ชายตกถึงท้องบ้างเลยใช่ไหมเนี่ย”
“นี่ อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ”
“แสดงว่ายัง ก็คุณทำตัวอย่างนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ใครจะอยากได้ไปเป็นแฟน”
“นั่นมันเรื่องของฉัน กรุณาอย่าเจ๋อ แล้วจะเอายังไง กับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้”
“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร ให้เขาคุยกันเอา เราก็ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา”
“พูดอะไรแมวๆ ไม่รับผิดชอบได้ไง ในเมื่อคุณเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมาทั้งนั้น”
“แล้วไง คุณแม่ผมเข้าใจ และก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้ว”
“เออ คิดง่ายดีนะแล้วฉันล่ะคุณเคยคิดบ้างไหม ว่าต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นกับฉัน กับคุณย่าทั้งๆ ที่เราต่างเป็นเหยื่อการลวงโลกของคุณแถมยังต้องปกป้องคุณอีก”
“ทำไมจะไม่คิด ผมก็พยายามจะเคลียร์ จะเป็นกาวใจให้คุณย่ากับคุณแม่อยู่นี่ไง”
“คุณจะทำอะไร”
“ก็ทำทุกอย่างให้สงบ และผมก็มีไอเดียมาเสนอ”
“ไอเดียอะไร”
“ก็เสนอให้คุณ ยอมให้ผมลองศึกษาดูใจประกายฟ้าอีกคนไง เขาเป็นคนดี เป็นกุลสตรี ที่นุ่มนวลชวนฝันมากๆ เลยนะ”
“รู้จักเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็สรุปได้ ว่าเขาเป็นคนดี”
“ก็ใช่น่ะสิ คนเขาดีก็ต้องบอกว่าดีสิ”
“หือ นี่ถ้าคุณเดือนฉายได้ยินในสิ่งที่คุณพูด เขาคงจะร้องไห้โฮ ถามจริง คนอย่างคุณเคยรักใคร จริงใจกับใครบ้างไหมเนี่ย นอกจากมีปากไว้พูดไว้พล่าม ว่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ พวกดีแต่พูด”
“คุณรู้ได้ไง ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นเสียหน่อย”
“ก็รู้ได้ด้วยสองหู สองตาของฉันนี่ไง”
“น่านะ ก่อนเดือนฉายจะกลับมา ผมขอเวลาหากำไรให้กับชีวิตหน่อย”
“เหรอ อยากหากำไร”

ภูมิดีใจรีบพยักหน้า รามนรีโมโหสุดจะทน คว้าไม้เบสบอลตีหน้าแข้งภูมิ

ประกายฟ้า พวงศรี ประกัน ใส่ชุดนอน วิ่งกรูกันเข้ามาที่ห้องรับแขก
 
ก่อนรีบไปนั่งที่โซฟาอย่างรีบร้อน รีบจนพวงศรีกับประกายฟ้า ลืมล้างเครื่องสำอางออก
“โอ๊ย ไอ้เสี่ยบ้า มันมาทำไมเร็วจัง”
“ก็พ่อถึงได้บอกแล้วให้เร็ว ไง”
“ไปเร็วเข้า คุณไปเปิดประตูให้เขาเร็ว”
“ผมเหรอ”
“ก็เออน่ะสิ แล้วก็พูดให้ตรงกัน ว่าเราอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ไปไหน”
ทุกคนพยักหน้าให้กัน ประกายฟ้าถอนใจเซ็ง

ภูมินอนกองกับพื้น เอามือกุมที่หน้าแข้ง ร้องโอดโอย
“โอ๊ย ทำไมคุณชอบใช้ความรุนแรงอยู่เรื่อย ซาดิสต์รึเปล่าเนี่ย
“ฉันไม่ได้ซาดิสต์ แต่ฉันกำลังเตือนสติคุณ ว่าจะทำอะไรให้นึกถึงคุณเดือนฉาย คนที่คุณพร่ำว่ารักเขานักหนา แต่ตอนนี้คุณกลับจะปันใจไปให้คนอื่น คุณลืมเขาได้ยังไง คุณเอาเขาไปทิ้งไว้ที่ไหน หา”
“ผมทิ้งเขาที่ไหน คุณลืมไปแล้วรึไง ว่าเขาต่างหากที่ทิ้งผมไปอยู่อังกฤษ”
“นี่ยังไม่รู้อีกหรือไง ว่าฉันกำลังประชด”
“อ๋อ เหรอ ประชดด้วยการทำร้ายร่างกายผมเนี่ยนะ”
รามนรีมองเซ็ง ก่อนจะหยิบผ้าห่มกับหมอน จะเดินออกไป ภูมิขวางไว้
“นั่นคุณจะไปไหน”
“ก็ไปในที่ที่ฉันจะควรไป จะได้อยู่ไกลๆ คุณ เพราะฉันเริ่มเบื่อมาก ถอยไป”
“จะบ้ารึไง ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ได้มีแค่เรา คุณจะไปนอนที่อื่นได้ยังไง คุณต้องนอนที่นี่ ไม่งั้นความแตกแน่”
“แตกก็แตกไปสิ ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นใจคุณเดือนฉาย ที่ดันมามีแฟนเฮงซวยอย่างคุณ เห็นผู้หญิงไม่ได้ ดี๊ด๊าดีใจเป็นปลากระดี่ได้น้ำไปหมด”
“ผู้ชายเห็นคนสวย ก็เป็นอย่างนี้ ไม่เห็นมีอะไรแปลก”
“ฉันพึ่งรู้นะ ว่าการสีซอให้ควายฟัง นี่มันเหนื่อยมาก”
รามนรีจะเดินไป ภูมิยื้อตัวไว้ ลากกันไปมา จนล้มลงไปบนเตียง

สราญย่องมาที่หน้าประตูห้องภูมิ ก่อนกวาดตามองไปรอบบริเวณ เอาหูแนบฟังที่ประตู ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันแต่ได้ยินไม่ชัด สราญดีใจ ยิ้มสะใจ
“ดี ทะเลาะกันเข้าไป ฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง อะไรๆ จะได้จบง่ายขึ้น”
ภัทรเดินเข้ามา สะกิดสราญ
“อ๊าย ตกใจหมดเลย”
“พอได้แล้ว กลับไปได้แล้ว”
ภัทรดึงมือสราญ
“เดี๋ยวสิ”
“นี่คุณทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม ว่าสิ่งที่คุณทำ มันดูไม่ดีเลย”
สราญมองค้อน
“ก็ฉันห่วงลูกนี่”
“ผมเข้าใจ แต่ขอร้องอย่าใช้วิธีนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้ามันจะเสียผู้ใหญ่ ไปเถอะ”
สราญจำใจเดินตามภัทรไป

รามนรีล้มไปทับภูมิอยู่บนเตียง เธอพยายามจะลุก แต่ภูมิรั้งตัวไว้ในอ้อมกอด
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย”
“ฉันบอกให้ปล่อยไง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
"ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณต้องสัญญา ว่าต่อไปเราจะนอนที่นี่ด้วยกัน และคุณจะต้องยอมทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง"
 
"ห้ามดื้อ ไม่งั้นไม่ปล่อย และจะกอดไว้อย่างนี้ทั้งคืน และทุกคืนเลยเอา"

รามนรีรู้สึกหวั่นไหวใจสั่น จำใจยอม
 
“ฉันสัญญาก็ได้ๆ ต่อไปคุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”
“ดีมาก”
ภูมิยังแกล้งทำมึน กอดรามนรีไว้
“ฉันยอมแล้ว ก็ปล่อยฉันเสียที ปล่อย”
ภูมิแอบอมยิ้มขำๆ ก่อนปล่อยมือ
“นี่ถามจริง วันนี้ทำไมฤทธิ์เยอะจัง ตกลงคุณหึงผมใช่ไหมเนี่ย”
“เออ”
รามนรีเผลอพูด ภูมิมองตาโต
“หะ คุณหึงผมจริงอ่ะ”
“เปล่าๆ ฉันหึงแทนคุณเดือนฉายต่างหาก”
ภูมิปรายตามอง ทำตาหวานใส่
“แล้วไป”
ภูมิผละจากรามนรี ก่อนนอนหงายท้องตึง แผ่หราไปบนเตียง รามนรีแอบมอง ยิ้มเขิน รู้สึกเสียฟอร์ม

ประกันพาเสี่ยอุดรเดินเข้ามาในบ้าน พวงศรีทำดี๊ด๊า รีบให้การต้อนรับ
“อ๊าย สวัสดีค่ะเสี่ยขา”
“สวัสดีค่ะเสี่ย”
เสี่ยอุดรมองสองแม่ลูก
“นี่ไปไหนกันมาเหรอครับเนี่ย”
“ไม่ได้ไปไหนเลย วันนี้เราอยู่บ้านทั้งวัน รอเสี่ยจนมืดค่ำ เตรียมจะเข้านอนกันแล้ว และเสี่ยก็มาให้น้องฟ้าดีใจ จริงไหมลูก”
“ค่ะ”
“เหรอครับ แล้วนี่ใส่ชุดนอน ใกล้จะนอน แล้วทำไมยังแต่งหน้ากันอยู่ล่ะครับ”
พวงศรีหันไปมองประกายฟ้า นึกได้และรู้ตัวว่าพลาด ก่อนหาทางเอาตัวรอด
“อ๋อ คืองี้ค่ะเสี่ย อีกไม่กี่วันเราต้องไปงานบ้านเจ้าคุณย่า เลยซ้อมแต่งหน้า ทำผมกันเอาไว้ จะได้ดูดี ไม่น้อยหน้าใครไงคะเสี่ยขา”
“แล้วฟ้าเองก็อยากจะลองเทสต์เครื่องสำอางชุดใหญ่ ที่เสี่ยซื้อให้ แล้วมันก็ใช้ดีมาก ถูกใจฟ้าจริงๆ เลยค่ะ”
“ถึงว่า ไม่งั้นใครจะบ้าลุกมาแต่งหน้าก่อนนอน”
พวงศรีหันไปมองประกายฟ้ากับประกัน ต่างถอนใจโล่งอก ก่อนทำเนียนหัวเราะร่าไปกับเสี่ยอุดร เสี่ยอุดรหยุดหัวเราะมองอย่างจริงจัง
“งั้นช่วยพาผมไปกราบคุณย่า และพาไปแนะนำในฐานะหลานเขยเลยได้ไหมครับ”
ทุกคนหยุดหัวเราะโดยพร้อมเพียง ก่อนหันไปสบตาหน้าเหวอ หาทางเอาตัวรอดกันอุตลุด
“เอ่อ ใจจริง ผมก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่คุณย่าท่านรักและหวงยัยฟ้ามาก ท่านเคยเปรยกับผมว่า ยังไม่อยากให้ยัยฟ้ามีแฟน เพราะยังเด็ก”
“ฉันก็คิดว่าเรายังไม่น่าขัดใจท่าน รอไปอีกสักพักแล้วค่อยว่ากัน ดีกว่านะคะเสี่ย”
“ได้ ได้ งั้นก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจครับ”
“อย่ารีบเลยค่ะ อนาคตยังอีกยาวไกล วันหนึ่งเสี่ยอาจจะไปเจอใครที่ดีกว่าฟ้าและอาจจะเปลี่ยนใจ เราจะได้ไม่มีอะไรผูกมัดกัน”
“มันไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่ ผมก็อายุขนาดนี้ ผ่านอะไรมาก็เยอะแล้ว ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ และจะขอหยุดทุกอย่างไว้ที่หนูฟ้า”
เสี่ยอุดรมองประกายฟ้าจริงจังและจริงใจ ประกายฟ้ายิ้มแหย หลบตาขนลุกซู่ หันไปมองแม่กับพ่อ ที่ส่งยิ้มเจื่อน
“งั้นเสี่ยนั่งคุยกับน้องฟ้าไปก่อน ฉันกับคุณประกันขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับได้ครับ”
ประกายฟ้าส่งสายตาวิงวอนไม่ให้พ่อกับแม่ไป แต่พวงศรีพยักหน้าให้ แล้วดึงประกันออกไป ประกายฟ้ามองตามแม่กับพ่อ เซ็ง

บนเตียงนอนในห้องภูมิ รามนรีเอาทั้งหมอน กระเป๋าและไม้เบสบอล มาวางเป็นค่ายกล นอนหันหลังให้ ใจสั่นลืมตาโพลง ภูมิแอบมอง กลั้นขำ ก่อนแกล้งเอาหน้าเลื้อยข้ามเขตมา เอามือสะกิดรามนรี รามนรีหันขวับไป พร้อมกับเสยหมัดตรง ภูมิหลบทัน ก่อนยิ้มเยาะ
“ผมเริ่มรู้ทันคุณละ ต่อไปไม่ได้แอ้มผมง่ายหรอก”
“ฉันก็จะคอยดู ว่าจะหลบไปได้สักกี่น้ำ”
รามนรีแอบอมยิ้ม ก่อนหันหลังกลับไปนอน

เสี่ยอุดรยื่นน้ำหอมให้ ประกายฟ้ามองแปลกใจ เพราะเป็นกลิ่นเดียวกันกับที่ภูมิพาไปซื้อ เสี่ยอุดรสูดลมหายใจ ก่อนยื่นจมูกไปใกล้ประกายฟ้า หากลิ่นน้ำหอมที่ติดตัวมา
“หนูฟ้าใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ อยู่ใช่ไหม หอมไปทั้งตัวเชียว”
ประกายฟ้าแอบขยะแขยง ก่อนหันมายิ้ม
“อ๋อ ใช่ค่ะ”
ประกายฟ้าแสร้งทำเป็นเอียงอาย รีบขยับตัวออกห่าง
“แสดงว่าเราใจตรงกัน เพราะเสี่ยก็ซื้อกลิ่นนี้มาให้หนูฟ้าพอดีเลย”
“แหม รู้สึกว่าเสี่ยจะรู้ใจฟ้าไปหมดทุกอย่างเลยนะคะ”
“ถ้าเสี่ยเลือกแล้ว เสี่ยก็ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกเรื่องของคนที่เสี่ยรักสิคะ แล้วครั้งนี้ เสี่ยก็รักจริงหวังแต่งเสียด้วยสิ”
เสี่ยอุดรจับมือประกายฟ้าขึ้นมาจูบที่หลังมือ ประกายฟ้าหน้าแหย ก่อนตั้งสติ ดึงมือกลับ รีบออกตัว
“ขอบคุณมากนะคะเสี่ยที่เมตตาฟ้า แต่ฟ้ายังเด็ก แล้วเจ้าคุณย่าท่านก็ไม่โปรดให้ฟ้ามีแฟน ฟ้าว่าเราดูๆ กันไป อย่าเพิ่งคิดอะไรให้มากไปกว่านี้เลยนะคะ ฟ้าไม่อยากผิดหวังค่ะ”
เสี่ยอุดรมองประกายฟ้าด้วยแววตาสุดรัก
“เพื่อความรักของเรา เสี่ยสัญญา ว่าจะทำทุกอย่างให้เจ้าคุณย่ายอมให้ได้”

เสี่ยอุดรดึงประกายฟ้าเข้าไปโอบกอดไว้แนบอก ประกายฟ้าฝืนใจจำยอม

ระพีนั่งคุยกับศจีอยู่ที่บ้าน หน้าเครียด
 
“มีอะไรเหรอคะพี หน้าเครียดเชียว”
“เมื่อกี้ผมโทรไปหาคุณพ่อมา”
“ทำไม คุณพ่อเป็นอะไรเหรอคะ”
“คุณพ่อไม่ได้เป็นอะไร แต่น้าแก้วต่างหากที่เป็น”
“ทำไม น้าแก้วเป็นอะไรเหรอคะพี”
“ท่าทางน้าแก้ว เขาคงจะเป็นอย่างที่เราสงสัยกันแล้วล่ะสิ”
“หะ แล้วพีรู้ได้ยังไง อะไรที่เรายังไม่มีหลักฐาน ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาเลย”
“แต่วันนี้ คุณพ่อบอกน้าแก้วหายไปทั้งวัน บอกว่าจะไปดูบัญชีที่รีสอร์ท แต่ผมโทรไปเช็ค พนักงานบอกไม่ได้เข้ามา แล้วคุณจะให้ผมคิดยังไง”
“อืม มันก็น่าคิดอย่างพีว่าจริงๆ”
“ถ้ารูปการณ์เป็นอย่างนี้ เห็นที หลังแต่งงาน เราต้องรีบไปจัดการเรื่องบัญชีกันก่อนแล้วล่ะ”
“ก็ดีค่ะ มีอะไรจะได้รีบดำเนินการ ไม่งั้นอาจเสียหายได้”
ระพีพยักหน้าเห็นด้วย

สราญกับภัทรนอนคุยกันในห้องถึงเรื่องของภูมิกับรามนรี
“คุณสราญ ผมขอร้องได้ไหม”
“ขอร้องอะไร”
“ผมว่าคุณอย่าไปพรากผัวพรากเมียเขาเลย ไหนๆ เขาก็อุตส่าห์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว”
“อุตะ ที่ฉันพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู คุณยังไม่เก็ตอีก”
“ก็รู้ แต่ผมอยากให้คุณลองคิดอีกที ผมไม่อยากให้คุณทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”
“แต่นี่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับฉัน หัวเด็ดตีนขาดยังไง ฉันไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากฉัน มาชุบมือเปิบเป็นสะใภ้ได้ง่ายๆ แน่”
“แล้วคุณจะทำยังไง คุณจะเปิดศึก เปิดหน้าสู้กับคุณแม่ไปเลยหรือไง”
“ฉันฉลาดพอที่จะไม่ทำอย่างนั้นแน่ แต่ขอคิดให้รอบคอบก่อน ส่วนคุณ ถ้ารู้ตัวว่าไม่ฉลาดพอก็กรุณาอยู่เฉยๆ เรื่องคุณแม่กับแม่นั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันมีวิธีจัดการที่แตกต่างกัน”
ภัทรถอนใจ ก่อนหันหลังให้สราญ
“พรุ่งนี้ คุณมีหน้าที่แค่ไปหาข่าวที่บ้านโน้นมาให้ฉัน เข้าใจไหม”
ภัทรเงียบ
“ฉันถามว่าเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้ว”
ภัทรพยายามข่มตานอน สราญลืมตาโพลง ครุ่นคิดแผนการ

กองแก้วนั่งเหม่อบนเตียง หน้าเครียด วิรัชเดินเข้ามา
“นี่คุณ”
กองแก้วไม่ได้ยิน นั่งนิ่ง
“คุณกองแก้ว”
กองแก้วสะดุ้ง
“อ๋อ ค่ะๆ มีอะไรเหรอคะ”
“นี่คุณเป็นอะไร ทำไมใจลอยอยู่ได้ มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“เปล่านี่คะ แล้วเป็นไง อาหารอร่อยไหมคะ นี่แก้วอุตส่าห์ให้แม่ครัวคนใหม่ ทำมาให้ชิมเลยนะคะเนี่ย”
“อ้าว แล้วคนเก่าเขาไปไหนเสียล่ะ”
กองแก้วตกใจที่หลุดปาก
“อ๋อ เขาบอกว่าทำมานานแล้ว เลยอยากลาออกไปอยู่กับลูกกับหลาน ไปช่วยกันทำสวนยางที่บ้านเขาค่ะ”
“ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย เฮ้อ น่าเสียดาย คนดีๆ ฝีมือก็ดี แถมยังอยู่กันมาตั้งนาน ไม่น่าเลย นี่ถ้าผมรู้ ผมจะให้เงินกับเขาสักก้อน เป็นสินน้ำใจและตอบแทนความดีที่เขามีให้ เขาจะได้เอาไว้ไปทำทุน”
กองแก้วแอบมองรำคาญ ก่อนหันไปยิ้มร่า
“ใจดีเหลือเกินนะคะคุณเนี่ย สมแล้วที่แก้วร้ากรัก”
วิรัชส่งสายตาเจ้าชู้
“ถ้ารัก ก็มาทางนี้ มาให้ผมกอดซะดีๆ วันนี้ผมแข็งแรงมาก”

วิรัชดึงกองแก้วไปกอดนัวเนีย กองแก้วขยะแขยงมาก
 
จบตอนที่ 12 

เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 12 (ต่อ)

ภูมิใส่ผ้าขนหนู เปิดประตูห้องน้ำ โผล่หัวออกมา
 
กวาดสายตามองหารามนรี แต่ไม่เห็น ยิ้มดีใจ ก่อนย่องออกไป รามนรีถือไม้เบสบอล โผล่พรวดออกมาจากที่ซ่อน ภูมิตกใจ ผ้าหลุด
“เฮ้ย”
รามนรีเห็นผ้าหลุดไปกองกับพื้น ก่อนกวาดสายตา มองขึ้นไป หน้าเหวอ ไม้เบสบอลหลุดจากมือ
“อ๊าย”
ภูมิรีบเอามือปิดปากรามนรีไว้ไม่ให้ร้อง

ประกันขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านอย่างแรง พวงศรีดึงมือประกายฟ้า รีบลนลานลงจากรถหน้าตื่น
“เร็วเข้าเร็ว”
“แล้วเราต้องทำยังไงต่อคะแม่”
“ก็รีบไปเปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วรีบลงมาข้างล่าง อย่าให้เขารู้ว่าเราไปไหนมา”
“อย่ามัวแต่คุย รีบไป เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี”
ทุกคนพากันวิ่งหน้าตื่นออกไป

ภูมิยืนคุยกับรามนรีในห้องนอน
“นี่คุณเป็นอะไร แหกปากร้องทำไม เดี๋ยวพ่อกับแม่ผมเขาก็สงสัยเอาหรอก”
“ก็ฉันตกใจ ที่ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี่”
“นี่ถามจริง อายุก็ปูนนี้ ยังไม่มีผู้ชายตกถึงท้องบ้างเลยใช่ไหมเนี่ย”
“นี่ อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ”
“แสดงว่ายัง ก็คุณทำตัวอย่างนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ใครจะอยากได้ไปเป็นแฟน”
“นั่นมันเรื่องของฉัน กรุณาอย่าเจ๋อ แล้วจะเอายังไง กับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้”
“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร ให้เขาคุยกันเอา เราก็ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา”
“พูดอะไรแมวๆ ไม่รับผิดชอบได้ไง ในเมื่อคุณเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมาทั้งนั้น”
“แล้วไง คุณแม่ผมเข้าใจ และก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้ว”
“เออ คิดง่ายดีนะแล้วฉันล่ะคุณเคยคิดบ้างไหม ว่าต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นกับฉัน กับคุณย่าทั้งๆ ที่เราต่างเป็นเหยื่อการลวงโลกของคุณแถมยังต้องปกป้องคุณอีก”
“ทำไมจะไม่คิด ผมก็พยายามจะเคลียร์ จะเป็นกาวใจให้คุณย่ากับคุณแม่อยู่นี่ไง”
“คุณจะทำอะไร”
“ก็ทำทุกอย่างให้สงบ และผมก็มีไอเดียมาเสนอ”
“ไอเดียอะไร”
“ก็เสนอให้คุณ ยอมให้ผมลองศึกษาดูใจประกายฟ้าอีกคนไง เขาเป็นคนดี เป็นกุลสตรี ที่นุ่มนวลชวนฝันมากๆ เลยนะ”
“รู้จักเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็สรุปได้ ว่าเขาเป็นคนดี”
“ก็ใช่น่ะสิ คนเขาดีก็ต้องบอกว่าดีสิ”
“หือ นี่ถ้าคุณเดือนฉายได้ยินในสิ่งที่คุณพูด เขาคงจะร้องไห้โฮ ถามจริง คนอย่างคุณเคยรักใคร จริงใจกับใครบ้างไหมเนี่ย นอกจากมีปากไว้พูดไว้พล่าม ว่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ พวกดีแต่พูด”
“คุณรู้ได้ไง ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นเสียหน่อย”
“ก็รู้ได้ด้วยสองหู สองตาของฉันนี่ไง”
“น่านะ ก่อนเดือนฉายจะกลับมา ผมขอเวลาหากำไรให้กับชีวิตหน่อย”
“เหรอ อยากหากำไร”

ภูมิดีใจรีบพยักหน้า รามนรีโมโหสุดจะทน คว้าไม้เบสบอลตีหน้าแข้งภูมิ

ประกายฟ้า พวงศรี ประกัน ใส่ชุดนอน วิ่งกรูกันเข้ามาที่ห้องรับแขก
 
ก่อนรีบไปนั่งที่โซฟาอย่างรีบร้อน รีบจนพวงศรีกับประกายฟ้า ลืมล้างเครื่องสำอางออก
“โอ๊ย ไอ้เสี่ยบ้า มันมาทำไมเร็วจัง”
“ก็พ่อถึงได้บอกแล้วให้เร็ว ไง”
“ไปเร็วเข้า คุณไปเปิดประตูให้เขาเร็ว”
“ผมเหรอ”
“ก็เออน่ะสิ แล้วก็พูดให้ตรงกัน ว่าเราอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ไปไหน”
ทุกคนพยักหน้าให้กัน ประกายฟ้าถอนใจเซ็ง

ภูมินอนกองกับพื้น เอามือกุมที่หน้าแข้ง ร้องโอดโอย
“โอ๊ย ทำไมคุณชอบใช้ความรุนแรงอยู่เรื่อย ซาดิสต์รึเปล่าเนี่ย
“ฉันไม่ได้ซาดิสต์ แต่ฉันกำลังเตือนสติคุณ ว่าจะทำอะไรให้นึกถึงคุณเดือนฉาย คนที่คุณพร่ำว่ารักเขานักหนา แต่ตอนนี้คุณกลับจะปันใจไปให้คนอื่น คุณลืมเขาได้ยังไง คุณเอาเขาไปทิ้งไว้ที่ไหน หา”
“ผมทิ้งเขาที่ไหน คุณลืมไปแล้วรึไง ว่าเขาต่างหากที่ทิ้งผมไปอยู่อังกฤษ”
“นี่ยังไม่รู้อีกหรือไง ว่าฉันกำลังประชด”
“อ๋อ เหรอ ประชดด้วยการทำร้ายร่างกายผมเนี่ยนะ”
รามนรีมองเซ็ง ก่อนจะหยิบผ้าห่มกับหมอน จะเดินออกไป ภูมิขวางไว้
“นั่นคุณจะไปไหน”
“ก็ไปในที่ที่ฉันจะควรไป จะได้อยู่ไกลๆ คุณ เพราะฉันเริ่มเบื่อมาก ถอยไป”
“จะบ้ารึไง ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ได้มีแค่เรา คุณจะไปนอนที่อื่นได้ยังไง คุณต้องนอนที่นี่ ไม่งั้นความแตกแน่”
“แตกก็แตกไปสิ ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นใจคุณเดือนฉาย ที่ดันมามีแฟนเฮงซวยอย่างคุณ เห็นผู้หญิงไม่ได้ ดี๊ด๊าดีใจเป็นปลากระดี่ได้น้ำไปหมด”
“ผู้ชายเห็นคนสวย ก็เป็นอย่างนี้ ไม่เห็นมีอะไรแปลก”
“ฉันพึ่งรู้นะ ว่าการสีซอให้ควายฟัง นี่มันเหนื่อยมาก”
รามนรีจะเดินไป ภูมิยื้อตัวไว้ ลากกันไปมา จนล้มลงไปบนเตียง

สราญย่องมาที่หน้าประตูห้องภูมิ ก่อนกวาดตามองไปรอบบริเวณ เอาหูแนบฟังที่ประตู ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันแต่ได้ยินไม่ชัด สราญดีใจ ยิ้มสะใจ
“ดี ทะเลาะกันเข้าไป ฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง อะไรๆ จะได้จบง่ายขึ้น”
ภัทรเดินเข้ามา สะกิดสราญ
“อ๊าย ตกใจหมดเลย”
“พอได้แล้ว กลับไปได้แล้ว”
ภัทรดึงมือสราญ
“เดี๋ยวสิ”
“นี่คุณทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม ว่าสิ่งที่คุณทำ มันดูไม่ดีเลย”
สราญมองค้อน
“ก็ฉันห่วงลูกนี่”
“ผมเข้าใจ แต่ขอร้องอย่าใช้วิธีนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้ามันจะเสียผู้ใหญ่ ไปเถอะ”
สราญจำใจเดินตามภัทรไป

รามนรีล้มไปทับภูมิอยู่บนเตียง เธอพยายามจะลุก แต่ภูมิรั้งตัวไว้ในอ้อมกอด
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย”
“ฉันบอกให้ปล่อยไง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณต้องสัญญา ว่าต่อไปเราจะนอนที่นี่ด้วยกัน และคุณจะต้องยอมทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง"
 
"ห้ามดื้อ ไม่งั้นไม่ปล่อย และจะกอดไว้อย่างนี้ทั้งคืน และทุกคืนเลยเอา"

รามนรีรู้สึกหวั่นไหวใจสั่น จำใจยอม
 
“ฉันสัญญาก็ได้ๆ ต่อไปคุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”
“ดีมาก”
ภูมิยังแกล้งทำมึน กอดรามนรีไว้
“ฉันยอมแล้ว ก็ปล่อยฉันเสียที ปล่อย”
ภูมิแอบอมยิ้มขำๆ ก่อนปล่อยมือ
“นี่ถามจริง วันนี้ทำไมฤทธิ์เยอะจัง ตกลงคุณหึงผมใช่ไหมเนี่ย”
“เออ”
รามนรีเผลอพูด ภูมิมองตาโต
“หะ คุณหึงผมจริงอ่ะ”
“เปล่าๆ ฉันหึงแทนคุณเดือนฉายต่างหาก”
ภูมิปรายตามอง ทำตาหวานใส่
“แล้วไป”
ภูมิผละจากรามนรี ก่อนนอนหงายท้องตึง แผ่หราไปบนเตียง รามนรีแอบมอง ยิ้มเขิน รู้สึกเสียฟอร์ม

ประกันพาเสี่ยอุดรเดินเข้ามาในบ้าน พวงศรีทำดี๊ด๊า รีบให้การต้อนรับ
“อ๊าย สวัสดีค่ะเสี่ยขา”
“สวัสดีค่ะเสี่ย”
เสี่ยอุดรมองสองแม่ลูก
“นี่ไปไหนกันมาเหรอครับเนี่ย”
“ไม่ได้ไปไหนเลย วันนี้เราอยู่บ้านทั้งวัน รอเสี่ยจนมืดค่ำ เตรียมจะเข้านอนกันแล้ว และเสี่ยก็มาให้น้องฟ้าดีใจ จริงไหมลูก”
“ค่ะ”
“เหรอครับ แล้วนี่ใส่ชุดนอน ใกล้จะนอน แล้วทำไมยังแต่งหน้ากันอยู่ล่ะครับ”
พวงศรีหันไปมองประกายฟ้า นึกได้และรู้ตัวว่าพลาด ก่อนหาทางเอาตัวรอด
“อ๋อ คืองี้ค่ะเสี่ย อีกไม่กี่วันเราต้องไปงานบ้านเจ้าคุณย่า เลยซ้อมแต่งหน้า ทำผมกันเอาไว้ จะได้ดูดี ไม่น้อยหน้าใครไงคะเสี่ยขา”
“แล้วฟ้าเองก็อยากจะลองเทสต์เครื่องสำอางชุดใหญ่ ที่เสี่ยซื้อให้ แล้วมันก็ใช้ดีมาก ถูกใจฟ้าจริงๆ เลยค่ะ”
“ถึงว่า ไม่งั้นใครจะบ้าลุกมาแต่งหน้าก่อนนอน”
พวงศรีหันไปมองประกายฟ้ากับประกัน ต่างถอนใจโล่งอก ก่อนทำเนียนหัวเราะร่าไปกับเสี่ยอุดร เสี่ยอุดรหยุดหัวเราะมองอย่างจริงจัง
“งั้นช่วยพาผมไปกราบคุณย่า และพาไปแนะนำในฐานะหลานเขยเลยได้ไหมครับ”
ทุกคนหยุดหัวเราะโดยพร้อมเพียง ก่อนหันไปสบตาหน้าเหวอ หาทางเอาตัวรอดกันอุตลุด
“เอ่อ ใจจริง ผมก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่คุณย่าท่านรักและหวงยัยฟ้ามาก ท่านเคยเปรยกับผมว่า ยังไม่อยากให้ยัยฟ้ามีแฟน เพราะยังเด็ก”
“ฉันก็คิดว่าเรายังไม่น่าขัดใจท่าน รอไปอีกสักพักแล้วค่อยว่ากัน ดีกว่านะคะเสี่ย”
“ได้ ได้ งั้นก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจครับ”
“อย่ารีบเลยค่ะ อนาคตยังอีกยาวไกล วันหนึ่งเสี่ยอาจจะไปเจอใครที่ดีกว่าฟ้าและอาจจะเปลี่ยนใจ เราจะได้ไม่มีอะไรผูกมัดกัน”
“มันไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่ ผมก็อายุขนาดนี้ ผ่านอะไรมาก็เยอะแล้ว ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ และจะขอหยุดทุกอย่างไว้ที่หนูฟ้า”
เสี่ยอุดรมองประกายฟ้าจริงจังและจริงใจ ประกายฟ้ายิ้มแหย หลบตาขนลุกซู่ หันไปมองแม่กับพ่อ ที่ส่งยิ้มเจื่อน
“งั้นเสี่ยนั่งคุยกับน้องฟ้าไปก่อน ฉันกับคุณประกันขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับได้ครับ”
ประกายฟ้าส่งสายตาวิงวอนไม่ให้พ่อกับแม่ไป แต่พวงศรีพยักหน้าให้ แล้วดึงประกันออกไป ประกายฟ้ามองตามแม่กับพ่อ เซ็ง

บนเตียงนอนในห้องภูมิ รามนรีเอาทั้งหมอน กระเป๋าและไม้เบสบอล มาวางเป็นค่ายกล นอนหันหลังให้ ใจสั่นลืมตาโพลง ภูมิแอบมอง กลั้นขำ ก่อนแกล้งเอาหน้าเลื้อยข้ามเขตมา เอามือสะกิดรามนรี รามนรีหันขวับไป พร้อมกับเสยหมัดตรง ภูมิหลบทัน ก่อนยิ้มเยาะ
“ผมเริ่มรู้ทันคุณละ ต่อไปไม่ได้แอ้มผมง่ายหรอก”
“ฉันก็จะคอยดู ว่าจะหลบไปได้สักกี่น้ำ”
รามนรีแอบอมยิ้ม ก่อนหันหลังกลับไปนอน

เสี่ยอุดรยื่นน้ำหอมให้ ประกายฟ้ามองแปลกใจ เพราะเป็นกลิ่นเดียวกันกับที่ภูมิพาไปซื้อ เสี่ยอุดรสูดลมหายใจ ก่อนยื่นจมูกไปใกล้ประกายฟ้า หากลิ่นน้ำหอมที่ติดตัวมา
“หนูฟ้าใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ อยู่ใช่ไหม หอมไปทั้งตัวเชียว”
ประกายฟ้าแอบขยะแขยง ก่อนหันมายิ้ม
“อ๋อ ใช่ค่ะ”
ประกายฟ้าแสร้งทำเป็นเอียงอาย รีบขยับตัวออกห่าง
“แสดงว่าเราใจตรงกัน เพราะเสี่ยก็ซื้อกลิ่นนี้มาให้หนูฟ้าพอดีเลย”
“แหม รู้สึกว่าเสี่ยจะรู้ใจฟ้าไปหมดทุกอย่างเลยนะคะ”
“ถ้าเสี่ยเลือกแล้ว เสี่ยก็ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกเรื่องของคนที่เสี่ยรักสิคะ แล้วครั้งนี้ เสี่ยก็รักจริงหวังแต่งเสียด้วยสิ”
เสี่ยอุดรจับมือประกายฟ้าขึ้นมาจูบที่หลังมือ ประกายฟ้าหน้าแหย ก่อนตั้งสติ ดึงมือกลับ รีบออกตัว
“ขอบคุณมากนะคะเสี่ยที่เมตตาฟ้า แต่ฟ้ายังเด็ก แล้วเจ้าคุณย่าท่านก็ไม่โปรดให้ฟ้ามีแฟน ฟ้าว่าเราดูๆ กันไป อย่าเพิ่งคิดอะไรให้มากไปกว่านี้เลยนะคะ ฟ้าไม่อยากผิดหวังค่ะ”
เสี่ยอุดรมองประกายฟ้าด้วยแววตาสุดรัก
“เพื่อความรักของเรา เสี่ยสัญญา ว่าจะทำทุกอย่างให้เจ้าคุณย่ายอมให้ได้”

เสี่ยอุดรดึงประกายฟ้าเข้าไปโอบกอดไว้แนบอก ประกายฟ้าฝืนใจจำยอม

ระพีนั่งคุยกับศจีอยู่ที่บ้าน หน้าเครียด
 
“มีอะไรเหรอคะพี หน้าเครียดเชียว”
“เมื่อกี้ผมโทรไปหาคุณพ่อมา”
“ทำไม คุณพ่อเป็นอะไรเหรอคะ”
“คุณพ่อไม่ได้เป็นอะไร แต่น้าแก้วต่างหากที่เป็น”
“ทำไม น้าแก้วเป็นอะไรเหรอคะพี”
“ท่าทางน้าแก้ว เขาคงจะเป็นอย่างที่เราสงสัยกันแล้วล่ะสิ”
“หะ แล้วพีรู้ได้ยังไง อะไรที่เรายังไม่มีหลักฐาน ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาเลย”
“แต่วันนี้ คุณพ่อบอกน้าแก้วหายไปทั้งวัน บอกว่าจะไปดูบัญชีที่รีสอร์ท แต่ผมโทรไปเช็ค พนักงานบอกไม่ได้เข้ามา แล้วคุณจะให้ผมคิดยังไง”
“อืม มันก็น่าคิดอย่างพีว่าจริงๆ”
“ถ้ารูปการณ์เป็นอย่างนี้ เห็นที หลังแต่งงาน เราต้องรีบไปจัดการเรื่องบัญชีกันก่อนแล้วล่ะ”
“ก็ดีค่ะ มีอะไรจะได้รีบดำเนินการ ไม่งั้นอาจเสียหายได้”
ระพีพยักหน้าเห็นด้วย

สราญกับภัทรนอนคุยกันในห้องถึงเรื่องของภูมิกับรามนรี
“คุณสราญ ผมขอร้องได้ไหม”
“ขอร้องอะไร”
“ผมว่าคุณอย่าไปพรากผัวพรากเมียเขาเลย ไหนๆ เขาก็อุตส่าห์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว”
“อุตะ ที่ฉันพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู คุณยังไม่เก็ตอีก”
“ก็รู้ แต่ผมอยากให้คุณลองคิดอีกที ผมไม่อยากให้คุณทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”
“แต่นี่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับฉัน หัวเด็ดตีนขาดยังไง ฉันไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากฉัน มาชุบมือเปิบเป็นสะใภ้ได้ง่ายๆ แน่”
“แล้วคุณจะทำยังไง คุณจะเปิดศึก เปิดหน้าสู้กับคุณแม่ไปเลยหรือไง”
“ฉันฉลาดพอที่จะไม่ทำอย่างนั้นแน่ แต่ขอคิดให้รอบคอบก่อน ส่วนคุณ ถ้ารู้ตัวว่าไม่ฉลาดพอก็กรุณาอยู่เฉยๆ เรื่องคุณแม่กับแม่นั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันมีวิธีจัดการที่แตกต่างกัน”
ภัทรถอนใจ ก่อนหันหลังให้สราญ
“พรุ่งนี้ คุณมีหน้าที่แค่ไปหาข่าวที่บ้านโน้นมาให้ฉัน เข้าใจไหม”
ภัทรเงียบ
“ฉันถามว่าเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้ว”
ภัทรพยายามข่มตานอน สราญลืมตาโพลง ครุ่นคิดแผนการ

กองแก้วนั่งเหม่อบนเตียง หน้าเครียด วิรัชเดินเข้ามา
“นี่คุณ”
กองแก้วไม่ได้ยิน นั่งนิ่ง
“คุณกองแก้ว”
กองแก้วสะดุ้ง
“อ๋อ ค่ะๆ มีอะไรเหรอคะ”
“นี่คุณเป็นอะไร ทำไมใจลอยอยู่ได้ มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“เปล่านี่คะ แล้วเป็นไง อาหารอร่อยไหมคะ นี่แก้วอุตส่าห์ให้แม่ครัวคนใหม่ ทำมาให้ชิมเลยนะคะเนี่ย”
“อ้าว แล้วคนเก่าเขาไปไหนเสียล่ะ”
กองแก้วตกใจที่หลุดปาก
“อ๋อ เขาบอกว่าทำมานานแล้ว เลยอยากลาออกไปอยู่กับลูกกับหลาน ไปช่วยกันทำสวนยางที่บ้านเขาค่ะ”
“ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย เฮ้อ น่าเสียดาย คนดีๆ ฝีมือก็ดี แถมยังอยู่กันมาตั้งนาน ไม่น่าเลย นี่ถ้าผมรู้ ผมจะให้เงินกับเขาสักก้อน เป็นสินน้ำใจและตอบแทนความดีที่เขามีให้ เขาจะได้เอาไว้ไปทำทุน”
กองแก้วแอบมองรำคาญ ก่อนหันไปยิ้มร่า
“ใจดีเหลือเกินนะคะคุณเนี่ย สมแล้วที่แก้วร้ากรัก”
วิรัชส่งสายตาเจ้าชู้
“ถ้ารัก ก็มาทางนี้ มาให้ผมกอดซะดีๆ วันนี้ผมแข็งแรงมาก”

วิรัชดึงกองแก้วไปกอดนัวเนีย กองแก้วขยะแขยงมาก
 
จบตอนที่ 12 


กำลังโหลดความคิดเห็น...