xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 9

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 9

หลังเหตุการณ์เมียหลวงปะฉะดะกับเมียน้อยในห้างสรรพสินค้า ก็เห็นได้ชัดเจนว่าไวรัสความโกรธ
ได้ลุกลามไปทุกจุดแล้ว
 
“สะใจ สะใจจริงๆ เดี๋ยวต้องเข้าไปโพสต์ประจานมันในเน็ตอีกรอบ”
เดือนเด่นพูดอย่างสาแก่ใจ อัปสรสวรรค์รีบปราม
“พอแล้วค่ะแม่ แค่นี้เขาก็แย่พอแล้ว”
“พอที่ไหน เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ครอบครัวอะไรเลวจริงๆ ต่อไปแกก็จะไม่มีหอกข้างแคร่ ฉันจะขอคุณราศีให้แกกลับไปเป็นพิธีกรข่าวอีก”
“คงไม่แล้วค่ะแม่ วันก่อนมาดามก็ถาม ฟ้าบอกให้เอาน้องๆ ดาราใหม่เข้าไปจัดแทนแล้ว”
เดือนเด่นอารมณ์เสียขึ้นมาทันที “อะไร ทำไมโง่อย่างนี้”
อัปสรสวรรค์นึกรำคาญจนทนไม่ไหว
“แม่คะ ตอนนี้ฟ้ายกเรื่องร้ายๆ ออกไปได้แล้ว ต่อไปให้ฟ้าได้เลือกอะไรเองบ้างเถอะค่ะ”
เดือนเด่นจ้องหน้าลูกสาว อารมณ์โกรธยังคุกรุ่น

อัปสรสวรรค์นอนหลับอยู่บนเตียง ในฝันนั้น เธอเห็นภาพความเลวร้ายๆ ต่างๆ นานา ทั้งภาพไลลา ภาพแมงมุม ภาพฮันนี่ ภาพความโกรธเกรี้ยว ความก้าวร้าว ความรุนแรง ใบหน้าของเธอยิ่งเครียดขึ้นๆ และแล้วเธอก็สะดุ้งเบิกตาโพลงขึ้นมาด้วยความเหนื่อยอ่อน

เพ็ญศรีได้ข่าวก็ถึงกับช็อก ส่วนไลลานั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟา
“โดนไล่ออก ? จะกินอะไรกันล่ะทีนี้ นี่ฉันก็เพิ่งไปดาวน์สมาร์ททีวีกับเครื่องออกกำลังกายมา หนี้บัตรเครดิตอีกท่วม”
“แล้วมันเรื่องของไลใช่มั้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินจากไหนแล้ว ก็ได้มาจากแกทางเดียว แล้วทำไมแกไม่บอกล่วงหน้าว่าจะออก”
ไลลาถอนหายใจ “ แล้วไลจะรู้มั้ยล่ะ”
“โอ๊ย ฉันจะบ้ากับคุณไลลา แล้วนี่จะทำยังไง ไปมีเรื่องกับช่องยักษ์ใหญ่แบบนั้น จะหากินต่อยังไง ทำไมไม่คิดบ้างวะ”
“แม่ แม่ไม่คิดว่าตัวเองมีส่วนกับเรื่องนี้เลยใช่มั้ย”
เพ็ญศรีถึงกับพูดไม่ออก “ ก็ฉันเป็นห่วงแก”
“ แม่ไม่ต้องกลัวจะตกจากสวรรค์หรอก เสวยสุขอยู่ยังไงก็ทำไปอย่างนั้น อย่าลืมว่าตอนนี้ไลไม่ใช่อีอุไรโนเนมคนเดิมแล้ว ไลมีต้นทุน ยังไงไลก็หาช่องทางได้แน่ แม่อยู่เฉยๆ เถอะ จะขอบคุณมาก”
แววตาไลลาดูมั่นใจนัก

ปกรณ์นั่งเซ็งอยู่ที่โต๊ะทำงานคนเดียว สักพักป๋าช้างเดินออกมาจากห้องส่วนตัว พลางมองไปรอบๆ ห้องแล้วถอนใจ
“เหงานะครับ” ตากล้องหนุ่มพูดเหมือนรู้ความคิดของอีกฝ่าย
ป๋าช้างพยักหน้า “อยู่กับมาดามมายี่สิบสามสิบปี ฉันเห็นมาเยอะ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จากสงบเป็นวุ่นวาย จากวุ่นวายคืนกลับไปเงียบสงบใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากดินไปสู่ดาว ไม่นานดาวก็ดับลาลับไป นี่คือช่วงที่วัยอย่างพวกแกกำลังแกร่งกล้าคึกคะนอง เป็นช่วงแห่งความหลงระเริง เพ้อฝัน ขับเคี่ยวกันเพื่อชัยชนะ ต่างไม่รู้ตัวว่ากำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย หลังจากนี้ทุกคนก็จะเข้าสู่ขาลง ถ้าใช้ชีวิตอย่างประมาทจองหอง แก่ตัวไปจะน่าสังเวช”
ปกรณ์เห็นป๋าช้างเครียดๆ จึงพูดแซวขึ้นมา
“แล้วลุงล่ะครับ ไม่คิดจะย้ายไปช่องโน้นบ้างเหรอ เผลอๆ จะรับเดือนละหลายแสนเลยนะ”
“แหม ไอ้หลานเวร ลองใจฉันเหรอ เฮ้อ ไม่ไปหรอก ก็อยู่เป็นเพื่อนมาดามเค้า”
“ลุงชอบมาดามเหรอครับ” ฝ่ายหลานชายย้อนถาม
ป๋าช้างทำท่าจะเขกหัว “ไอ้บ้านี่ พูดมาได้”
“แน่ะๆๆๆเขินๆ หน้าแดง เขินๆๆ”
ป๋าช้างส่ายหน้ายิ้มๆ “ล้อเล่นอะไร ขี้กลากจะกินกบาล”
พอเห็นป๋าช้างมีท่าทางผ่อนคลายลง ก็อยากถามความเห็นบางอย่าง
“ลุงช้างครับ ถามจริงๆ นะครับ ลุงเคยมีคนรักในวงการนี้บ้างมั้ย”
ป๋าช้างอึ้งไป “อืม..”
“อืมแปลว่าเคย”
“แน่ะ ทำมาหลอกถาม”
ตากล้องหนุ่มรีบปฏิเสธ “เปล่าครับ เดาเอาเฉยๆ”
“จำไว้นะไอ้เป๋า ลุงบอกได้แค่ว่า นิยายเรื่องดอกฟ้ากับหมาวัดน่ะ มันมีจริง แต่ก็ต้องดูด้วยว่าทั้งคู่น่ะ มันไปรักกันอยู่ในท้องเรื่องแบบไหน”
“ยังไงครับ”
ป๋าช้างพูดเตือนอย่างจริงจัง
 
"ถ้าไปรักกันตามทุ่งนา ก็สมหวังได้ไม่ยาก อุปสรรคมันน้อย แต่ถ้ามันรักกันในสังคมที่มีแต่การแก่งแย่งอย่างวงการมาย"
 
"ดอกฟ้าก็จะยิ่งถูกเขาเอาไปทำให้ลอยสูงเด่น ส่วนหมาวัดก็จะถูกต้อนถูกเตะให้ออกจากฉากไป เออ เย็นแล้ว กลับกันดีกว่า"

ปกรณ์หน้าเหรอ “อ้าว กำลังสนุกเลยครับ”
 
“เออ เจอกัน”
ป๋าช้างเดินหันหลังเข้าห้องไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ปกรณ์นั่งยิ้มกับเรื่องเล่าเมื่อครู่

ป๋าช้างเดินผ่านห้องทำงานของราศี พอมองผ่านกระจกเข้าไป ก็เห็นเจ้าของห้องนั่งเครียดอยู่คนเดียว
จึงค่อยๆ แง้มประตูเข้ามาอย่างนอบน้อม
“มาดาม ยังไม่กลับอีกเหรอครับ”
ราศีเงยหน้าเห็นเป็นป๋าช้างก็ยิ้มให้
“รอตาทิตย์อยู่น่ะคุณช้าง มีเรื่องอะไรต้องคุยอีกเยอะ”
“อย่าเครียดมากนะครับ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
ราศีพยักหน้ายิ้มๆ ป๋าช้างมองอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง

ที่ตึก STAR STATION
ที่จอ VTR ฉายภาพอัปสรสวรรค์นกระชากคอนักข่าว
“อยากรู้มากนักใช่มั้ยคะ เรื่องพ่อแม่ตัวเองรู้ดีรึยังคะ ถึงได้มาสอดบ้านคนอื่น”

นัตตี้อยู่ในสตูฯ กำลังจัดรายการ “นัตตี้ ตี! ซุปตาร์”
“มันทำให้คนได้เห็นแล้วว่า เธอเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน บางทีสิ่งที่เราเห็นภายใต้ความสวยหรูที่ ฉาบไว้นั้น อาจเป็นความสกปรกโสโครก พบกันใหม่ช่วงหน้ากับรายการ นัตตี้ ตี ! ซุปตาร์”
โปรดิวเซอร์ตะโกนเสียงดัง “คัท”
นัตตี้รีบเดินออกมาจากหน้าฉาก
“น้องนัตตี้จ๊ะ คุณนิรันดร์มีคำสั่งให้เล่นข่าวนางฟ้าทั้งอาทิตย์เลยนะครับ”
“จะบ้ารึไง แฟนคลับมันตั้งเยอะ นี่ก็หน้าทุเรียนแล้วด้วย”
โปรดิวเซอร์รีบบอกต่อ “เค้าคงมีแผนอะไรมั้ง เออ เมื่อกี้เปิดช่อง SUN เจอรายการไลลา”
นัตตี้เบ้ปาก “ดูทำไมพี่ ช่องกะหล่งป๊ง”
“เปล่า จะบอกว่าทำไมเป็นพิธีกรคนอื่นมาจัดก็ไม่รู้”
“นังไลคงป่วยการเมืองล่ะมั้ง ทะเลาะกับคนเค้าไปทั่วนี่ เมื่อไหร่มันจะโดน “ของแข็ง” ซะทีนะ แม่จะรอกระทืบซ้ำซะเลย”

อัปสรสวรรค์ทำหน้าเคียดแค้น
“ฉันยอมให้แกทำมามากแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอม”
ที่แท้เธอกำลังแคสติ้งละครเรื่องใหม่ ในบทของตัวละครที่สุดเคียดแค้น พี่หมีและทีมงานนั่งดูอยู่อย่างตื่นใจ อาทิตย์เดินเข้ามาเห็นก็ถึงขั้นอึ้ง เพราะไม่เคยเห็นเธอในอารมณ์โกรธแบบนี้มาก่อน
“แกทำอะไรฉันหนึ่ง ฉันจะทำแกสอง แกด่าฉันฉันจะตบแก แกตบฉันฉันจะกระชากหัวแก แกทำให้ฉันเลือดตกยางออก ฉันจะฆ่าแก รวมทั้งคนที่แกรัก”
อัปสรสวรรค์ถลึงตา หน้าตาโกรธเกรี้ยว ประหนึ่งสามารถฆ่าคนได้
พี่หมียิ้มปลื้ม “โอเค ฮะ ขอบคุณน้องนางฟ้าฮะ”
อัปสรสวรรค์มองหน้าอาทิตย์แล้วเดินออกไป พี่หมีหันมาคุยกับอาทิตย์
“ไงฮะ คุณอาทิตย์ อึ้งไปเลย พี่ก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าน้องนางฟ้าจะเล่นแนวนี้ได้ แหม ถ้าฮันนี่ยังอยู่ นะ ได้อายไปเลย เอ้าๆ เชิญคนต่อไปเข้ามาแคสต่อเลย”
อาทิตย์นิ่งๆ เหมือนคิดอะไรอยู่

ขณะอัปสรสวรรค์กำลังเพลินกับการฉีกขนมปังให้อาหารปลาที่วังปลาริมน้ำ จู่ๆอาทิตย์ก็เดินเข้ามา
“ไงครับ คุณหญิงจอมเหวี่ยง”
อีกฝ่ายตอกกลับโดยไม่มองหน้า “ค่ะ คุณชายจอมดูด ดูดได้ทุกที่ ไม่เกรงใจที่สาธารณะ”
อาทิตย์นึกได้ ก็ยิ้มรับ “โดนคนดึงไปจูบ คุณจะให้ทำไง คุณก็เคยแล้วนี่”
ซุปตาร์สาวมองหน้าไม่พอใจแล้วเดินหนีไปมุมอื่น อาทิตย์เดินตาม
“นี่คุณหึงผมเหรอ”
“เฮอะ ซวยลูกนัยน์ตามากกว่าที่ผ่านมาเห็น ฉันเชื่อแล้วล่ะ ว่าวงการนี้ถ้าไม่แรงก็อยู่ยาก เพื่อความ เด่นดังก็ทำได้ทุกอย่าง ไม่สนว่าวิธีการมันจะสกปรกยังไง ทั้งดารา นักข่าว และผู้จัด”
อาทิตย์ย้อนกลับ “ก็เลยจะไม่อยู่”
อัปสรสวรรค์หันมาจ้องตา “ผิด ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะสู้กับมัน”
“ดีครับ หวังว่าซักวัน คงไม่เปลี่ยนไปตามพวกเค้าด้วย”
“ทำไมนะ คนเราชอบพูดถึงแต่โอกาส แต่พอได้มา ก็กลับเอาไปใช้ทำอะไรที่ไม่เข้าท่า”
อาทิตย์ยิ้มขัน “งั้นรึ ผมกลับไม่ค่อยเชื่อเรื่องโอกาส แต่เชื่อเรื่องจังหวะและเวลามากกว่า”
“ถ้าไม่มีคนให้โอกาส คุณจะทำอะไรได้เหรอ” ซุปตาร์สาวย้อนถาม
อาทิตย์มองปลาที่ว่ายมากินขนมปังแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้

“คุณลองโยนขนมปังลงไปสิ”

อัปสรสวรรค์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัย
 
แล้วบิขนมปังชิ้นเล็กโยนลงในน้ำ ฝูงภาพปลาในแม่น้ำว่ายกรูกันเข้ามาแย่งกินอาหาร
“คุณสังเกตปลาที่ได้กินอาหารของคุณเถอะ ปลาที่แย่งๆ กันอยู่มักไม่ได้กิน ส่วนปลาที่ได้กิน ก็มักจะถูกตัวอื่นมันเบียดๆ มาจากไหนไม่รู้”
“คุณจะบอกว่าโอกาสมันมาเพราะความฟลุ้กว่างั้น”
“ เกือบใช่ ผมแค่คิดว่า บางอย่างในชีวิตคนเรา มันถูกวางไว้แล้ว”
อัปสรสวรรค์ส่ายหน้าช้าๆ แล้วให้อาหารปลาต่อไป
“ตอนนี้กำลังเกิดวิกฤติ คนที่ THE SUN นะ มีหลายคนที่มีฝีมือ โดนซื้อตัวไปอยู่อีกช่อง”
“แล้วไง”
“ก็ แค่จะขอให้คุณอย่าเพิ่งทิ้งกันไป”
อัปสรสวรรค์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“THE SUN เป็นที่ที่ฉันเกิด ฉันหัดเดิน ถ้าถึงวันที่ต้องออกจริงๆ ฉันก็คงไม่ไปที่ไหน”
“ขอบคุณนะครับ”
“ฉันทำเพื่อมาดามกับตัวฉันเอง”
อาทิตย์ยิ้มกริ่ม “อ้อ ถ้าผมเป็นคุณแม่ คงปลื้มน่าดู”

หนังสือพิมพ์บันเทิงพาดหัว “เด้งไลลาพ้นเดอะซัน”
ปูเปรี้ยวอ่านข่าวอยู่ใกล้ๆ เรด้าที่อยู่ในสภาพอ่อนใจอ่อนแรง
“ตอนเข้ามาแค่คนตัวเล็กๆ แต่ตอนออกไปถึงขั้นเป็นข่าวใหญ่ ชีวิตคนเรานี่นะ”
เรด้าหน้าสลด “ ใจหายเลยนะคะ คนเคยเจอกันทุกวัน”
“แล้วเค้าออกไปทำอะไร เธอรู้รึเปล่า”
“ไม่รู้เลยค่ะ โทร ไปก็บอกยุ่งอยู่ สงสัยกำลังเดินหางานรึเปล่า”
“โอย วงการนี้ ถ้าคนยังมีข่าวแรงๆ อยู่ล่ะก็ ยังไม่ตกงานหรอก”
ปูเปรี้ยวพูดเหมือนรู้ทัน

นัตตี้ถือแก้วกาแฟเดินยิ้มเข้ามาในห้องพัก ที่ช่อง STAR แต่กลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งตรงโซฟาที่ประจำของเธอ
“ขอโทษนะคะ นี่ที่ของฉัน พลีส สแตนดั้พ”
พอผู้หญิงคนนั้นหันหน้ามา กลับกลายเป็นไลลา
“ฮะ ไลลา”
ไลลายิ้มหยัน “สบายดีมั้ยคะ”
“เธอมาที่นี่ทำไม”
“นัดคุณนิรันดร์ไว้”
นัตตี้รีบถามต่อ “คืออะไร แล้วมาที่นี่ทำไม มาดามใช้แกมาเหรอ”
“ฉันออกจาก THE SUN แล้ว”
นัตตี้ยิ่งตกใจหนัก “ออกแล้ว”
ไลลาพยักหน้า แล้วนัตตี้ก็ค่อยๆ หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เฮอะๆๆ ทำให้ฉันออกมา สุดท้ายก็เด้งออกมาอยู่กับฉัน”
ไลลาเย้ยกลับ “ไม่รู้จะเรียกว่าฝนตกขี้หมูไหลรึเปล่านะคะ”
“คงไม่ น่าจะเป็นเวรกรรมมากกว่า เพราะที่นี่ฉันหญ่าย แกเข้ามาก็จงสำเหนียกไว้ด้วยว่า ไม่ได้เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่เข้ามาเป็นลูกน้องฉัน เพราะฉะนั้นออกไปจากห้องนี้ซะ”
นัตตี้ชี้ออกไปนอกห้อง ไลลามองจ้องหน้าเอาเรื่อง จังหวะนั้นเลขานิรันดร์เดินเข้ามาพอดี
“คุณไลลา คุณนิรันดร์เชิญค่ะ”
ไลลายิ้มให้นัตตี้แล้วเดินออกไปเชิดๆ อีกฝ่ายแอบหวั่นใจ

“ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูลที่คุณฝากนายปราณเอามาให้ ทำให้เราได้ลิขสิทธิ์ซีรี่ย์เรื่องนั้นมาฉาย”
นิรันดร์พูดกับไลลาอย่างชื่นชม
“ค่ะ แล้วก็ไลออกจาก THE SUN อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ”
“ดีครับ ดี”
ไลลาดูเชิงอีกฝ่าย จนไม่เห็นว่าจะมีทีท่าชักชวนอะไร ก็เลยยิงคำถามตรงๆ
“แล้ว จะให้เวลาไลได้ซักรายการไหมคะ”
นิรันดร์นิ่งนึก “อืม คุณมาช้าไปนิดเดียวนะ”
“ไม่มีเลยหรือคะ”
“ตอนแรกที่ให้คุณปราณไปทาบทามน่ะ ผมกะจะให้คุณมาคุมงานข่าวบันเทิงเลยด้วยซ้ำ แต่พอดีทางคุณนัตตี้เขาก็เข้ามาเหมือนกัน ผมก็เลยต้องให้เขาก่อน”
ไลลารีบพูดต่อ “รายการที่ไม่ใช่ข่าวก็ได้นี่คะ”
นิรันดร์ส่ายหัว “ไม่ได้เลย เราอยากร่วมงานกับคุณ แต่ผังรายการมันเต็มแล้วจริงๆ ยังไงคุณเข้ามาเป็นพนักงานฝ่ายข่าวของเราไปก่อน รอซักกลางๆ ปีน่าจะมีรายการที่หมดสัญญา”
ไลลาทำหน้าหนักใจ นิรันดร์เหลือบเห็นสีหน้า ก็ใช้นิ้วเคาะโต๊ะ ทำท่าเหมือนคิดหาทางช่วย

“หรือว่า....”

พูดพลางส่งกระดาษผังรายการให้
 
“ลองเอาผังรายการไปดูก่อนว่าช่วงเวลาไหนที่ชอบ แล้ว...”
พร้อมกันนั้นก็ส่งสายตาเจ้าชู้ให้
“คืนนี้ผมมีธุระที่โรงแรมโซนาตร้า ถ้าตัดสินใจได้ยังไง ไปเจอผมที่นั่น ตอน 3 ทุ่ม”
ไลลามองหน้านิรันดร์อย่างรู้ทัน

อัปสรสวรรค์ยืนหันหน้าเข้าหาผนังลิฟท์ ครู่หนึ่งก็มีทีมงาน 2 คนเดินคุยกันขึ้นมา
“เพื่อนที่อยู่สตาร์สเตชั่นมันบอกว่าเห็นยัยไลลาเข้าไปหาคุณนิรันดร์ด้วยว่ะ”
“เป็นไงๆ”
“ก็เหมือนจะเข้ามาขอทำงาน พอตอนออกมาจากห้อง หน้า she งี้ บึ้งเป็นตูดหมาบูลด็อกเลย”
อีกคนรีบถามต่อ “โดนไล่รึไง”
“ก็ผังรายการเค้าเต็มหมดแล้ว ไหนจะนักข่าวดังๆ ที่เค้าซื้อตัวเข้าไปก็แน่นจนแทบจะแย่งกันหายใจ
ที่ตลกนะ ตอนนี้ใครคุมข่าวบันเทิงช่องโน้นอยู่รู้มั้ย”
“ใครๆ”
“ยัยนัตตี้”
อีกคนขำก๊าก “ฮ่าๆ เวรกรรม”
“คนเลวๆ ใครเค้าจะรับมัน ทั้งเนรคุณ ใส่ร้าย ขายข่าว อยู่ที่ไหนก็พินาศที่นั่นเชื่อสิ”
“ไปไหนไม่ได้ อีกหน่อยก็เข้าซ่อง”
คนแรกพยักหน้า “เหมือนแม่มัน”
ทั้งคู่หัวเราะกันสนุก จนอัปสรสวรรค์ทนฟังไม่ไหว แม้จะแตกหักกันไป แต่ในใจก็ยังนึกเป็นห่วงไลลาอยู่“คือ ขอโทษนะคะ”
ทีมงานคนแรกยิ้มรับ “อ้าว น้องนางฟ้า”
“ไลลาเค้าไปทำอะไรให้พวกพี่หรือคะ”
ทั้งคู่มองหน้ากันเจื่อนๆ
“เค้าออกไปจากบริษัทเราแล้ว ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม แต่การนินทาให้ร้ายเค้าแบบนี้ มันไม่แฟร์หรอกค่ะ ขอร้อง อย่าทำอีก”
ทีมงานหน้าจ๋อย

ทางด้านสมรก็กำลังอบผม พร้อมกับอ่านหนังสือดาราอยู่ที่ร้านเสริมสวย พลันป้าแหวนก็เดินเข้ามา
“หมอน นับแต้มกันมั้ย”
“นับแต้มอะไรวะยัยแหวน อ๋อ เล่นไพ่ เลิกแล้ว”
ป้าแหวนทำหน้าตกใจ “ว้าย บ้าไปแล้ว”
“เลิกเพื่อลูกจ้ะ”
“เออ ดีๆ โมทนาสาธุ อย่างข้าคงต้องไปเลิกที่ถ้ำกระบอก ให้สำรอกออกมาเป็นไพ่ลูกเต๋า”
สมรหัวเราะขำ แล้วพูดต่อ
“มันกำลังขาขึ้น ไม่อยากให้มันมีข่าวมัวหมอง”
ช่างทำผมรีบบอก “หนูก็เป็นแฟนเพจของน้องจิ๋วเหมือนกันนะป้า”
สมรทำหน้างง “ อีจิ๋วมันไปซื้อแกงเป็ดมาจากไหนวะ”
“ไม่ใช่ป้า แฟนเพจ ในเฟซบุ๊กไง”
สมรงงหนัก “คืออะไรวะ”
“เออ เอาเป็นว่ามันเป็นที่ที่ดาราเขาเปิดไว้คุยกับแฟนๆ ก็แล้วกัน”
“เออ แล้วอีจิ๋วมันไปเปิดกับเค้าด้วยเหรอ”
ช่างทำผมพยักหน้า “ใช่ เมื่อวานแวะเข้าไปดู เห็นคนเข้าไปโพสต์ด่าน้องจิ๋วเต็มเลย”
สมรสนใจทันที
“บางคนหยาบๆ คายๆ ว่าจะถามป้าว่าน้องจิ๋วเค้าไม่คิดจะเข้าไปตอบโต้มั่งเหรอ”
“มันด่าอะไรกัน” สมรย้อนถาม
“ส่วนมากก็เรื่องที่ไปร้องเพลงคู่กับพี่โจ-ศรัณธรอะค่ะ แฟนคลับเค้าอยากให้โจร้องคนเดียวมากกว่า”
“อ๋อ อีพวกแฟนคลับ วันก่อนก็ฉะกับมันไปรอบแล้ว”
“อ๋อ แล้วก็ด่าลามไปถึงป้าเรื่องติดการพนันด้วย”
สมรยิ่งฟัง ก็ยิ่งโกรธ “อะไรวะ มากไปรึเปล่า มาด่ากันถึงพ่อถึงแม่ แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย เอาเบอร์มันมาซิห้องอีปุ๊กอีแป๊กอะไรเนี่ย”
“เฟซบุ๊กป้า คืนนี้ให้ไอ้จิ๋วมันเปิดให้ดูสิ มันรู้”

สมรยังคาใจ

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 9 (ต่อ)

ที่โต๊ะดูหมอ งูเขียวฉกไพป๊อกใบหนึ่งขึ้นมา หมอดูงูเขียวรีบหยิบขึ้นมา
 
“ขอบใจมากลูกแม่”
จากนั้นก็พลิกไพ่ดูแล้วยิ้มกริ่ม
“โชคดีแล้วที่ออกมา”
ไลลานั่งฟังอย่างสนใจ
“อยู่ต่อไปก็ไม่เจริญไปกว่านี้ ดวงชะตาของเจ้านายเก่า ไม่ถูกโฉลกกับเธอ แถมที่นั่นยังมีตัวกาลีอาศัยอยู่”
ไลลาตาวาว “โอ้โห แม่นค่ะ แต่ไหนแม่หมอบอกว่าเปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตจะดีขึ้นไงคะ”
“นี่ยังไม่ดีอีกเหรอ” หมอดูงูเขียวย้อนถาม “ จำตอนที่เธอมาหาฉันครั้งแรกได้รึเปล่า นี่เธอก็ดีขึ้นตั้งเยอะแล้วนี่”
“ค่ะ มันพุ่งขึ้นเร็วมาก แต่ยังไม่ทันถึงฝันก็ร่วงลงอีก ตอนนี้ชีวิตหนูพังมาก ยังหางานใหม่ไม่ได้เลยค่ะ”
หมอดูงูเขียวมองไพ่ในมือ
“อืม น่าเป็นห่วง ชะตาเธอมันเปลี่ยนไปจากตอนนั้น เพราะกรรมเก่าเข้ามาสนอง เจ้ากรรมแรงมาก ลำบากแน่ ต้องทำใจ”
ไลลาถอนหายใจ “จะพอมีวิธีแก้ไขมั้ยคะ”
“บวชชีซักปีไหวมั้ยล่ะ”
อีกฝ่ายสั่นหัวทันที “โห ไม่ไหวค่ะ หนูกับวัดนี่คนละทางกันเลย”
หมอดูงูเขียวหยิบไพ่อีกใบขึ้นมา เป็นไพ่คิงส์โพดำ “โถ โง่บัดซบ”
ไลลาทำหน้าสงสัย “อะไรคะ”
“มีคนใหญ่ยื่นมือมาแล้วนี่ ทำไมไม่เอา”
พลันอีกฝ่ายก็นึกถึงเรื่องนิรันดร์ขึ้นมา
“คนนี้แหละที่จะทำให้เธอยิ่งใหญ่ เธอจะรวย จะดังกว่าทุกวันนี้ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า จนต่อไปจะไม่มีใครสู้เธอได้”
ไลลานิ่งคิดในใจ “ไอ้นิรันดร์นั่นอะนะ จะให้ฉันนอนกับมันเหรอ”
หมอดูงูเขียวแทรกขึ้นมาเหมือนรู้ความคิด “ก็คิดพรรค์นี้ แล้วอยากจะดังอยากจะรุ่ง ถุย”
ไลลาชะงัก ตกใจ
“กลัวมันจะบุบสลายอะไรนักหนาวะ ร่างกายของเธอน่ะมันแค่ขันธ์ห้า ซักวันก็ผุก็พัง จะหวงมันจนเข้าโลงไปเปล่าๆ รึไง ทำไมถึงไม่เอามันมาใช้ประโยชน์เพื่อความสุขความรุ่งเรืองของเธอ มาให้ฉันเสียเวลางมอยู่ได้ ไปๆ กลับไปจัดการ”
“แต่ไลต้องการใช้ความสามารถ” ไลลาพูดเสียงแข็ง
หมอดูงูเขียวชักรำคาญ “อีโลกสวยเอ๊ย ไอ้คนดังๆ บางคนที่เธอเห็นว่ามีชีวิตเลิศหรูน่ะ รู้รึเปล่าว่าเบื้องหลังมันก็ต้องผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วทั้งนั้น จะโลกสวยก็ตามใจนะ แต่กว่าจะดัง เพื่อนก็แซงกันไปหมด ไหวป่ะล่ะ”
หน้าไลลาดูไม่มีความมั่นใจกับคำแนะนำของหมอดูงูเขียวเลย

สมรกำลังนั่งตำน้ำพริกอยู่ในห้องคอนโดเสียงดังลั่น ครู่หนึ่งจริยาก็ก็เปิดประตูเข้ามา
“โห แม่ ดึกแล้วมานั่งตำน้ำพริก เดี๋ยวห้องอื่นเค้าก็ด่าหรอก จิ๋วบอกแล้วไงให้ใช้เครื่องปั่น”
“เอ็งจะบ้าไง ข้าจะกินน้ำพริกไม่ใช่น้ำปั่น พริกมันต้องตำโว้ย”
ลูกสาวส่ายหัว ขยับจะเดินเข้าไปในห้อง สมรรีบเรียกไว้
“เออ ไอ้จิ๋ว ไอ้ห้องเจ๊ปุ๊กนี่มันอยู่แฟลตไหนวะ”
จริยาทำหน้างง “เจ๊ปุ๊กอะไรแม่”
“ก็ที่ดารามันเข้าไปอยู่กันเยอะๆ เวลาคนดูเค้าชอบใครเกลียดใครก็เข้าไปติไปชมไง”
“ไม่เคยได้ยินเลย แม่เอามาจากไหน”
สมรทำหน้าเซ็ง “ แกน่ะสิไปอยู่ไหน อีช่างทำผมมันยังรู้เรื่องเลย”
“เจ๊ปุ๊ก” ลูกสาวทำท่าคิด “เฟซบุ๊กรึเปล่าแม่”
“เออๆ ใช่ไหมล่ะ ที่พวกแฟนคลับเข้าไปเล่น”
“ใช่ๆ ของจิ๋วก็มี ที่บริษัทเขาเปิดให้ มีคนมาไลค์ตั้งหลายหมื่นเลยนะ”
สมรยิ้มดีใจ “จริงเหรอ เออ ดีๆ”
“ส่วนของพี่โจมีตั้งแสนกว่า”
สมรคิ้วขมวดทันที “ไหนๆ เปิดให้ดูทีซิวะว่ามันเป็นยังไง”
“ได้ๆ”
จริยารีบหยิบไอแพดขึ้นมากำลังจะกดเข้าไป แต่ฉุกคิดอะไรได้ก่อน
“เดี๋ยวแม่ ฉันอยากให้แม่ตั้งสติก่อน ไม่งั้นเข้าไปอ่าน ได้ความดันขึ้นแน่”
“เว่อร์ละนังนี่ อะไรจะขนาดนั้น”
“สัญญาก่อนนะแม่ ห้ามโวยวาย ห้ามบ่นนั่นนี่ ไม่งั้นจิ๋วไม่เปิดให้ดู”
ลูกสาวพูดย้ำ แม่พยักหน้ารับ
จริยารูดจอไอแพด สมรรอดูอย่างตั้งใจ

ไลลานั่งอยู่ในห้องนอน ครุ่นคิดถึงเรื่องราวความทุกข์สารพัดในชีวิต พลันน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาอาบ
2 แก้ม

ทางด้านสมรกำลังอ่านข้อความในเฟซบุ๊กอย่างโกรธแค้น
“เอ๊ อีนี่ ว่าฉันไม่สั่งสอนลูก เลวจริงๆ ไหนๆ เค้าพิมพ์ตอบยังไงวะ รู้จักเจ๊หมอนน้อยไปซะแล้ว”
จริยาเห็นท่าทางของแม่ ก็รีบเอื้อมมือจะหยิบไอแพดคืน
“เอาคืนมาเลยแม่ ไม่ต้องอ่านละ”
สมรไม่ยอมให้ “ไม่แน่จริงนี่หว่า นึกจะด่าใครก็ด่า อย่างนี้มันใช้ได้เหรอ คนเขาตั้งใจทำงาน”

“ก็เขาวิจารณ์น่ะแม่”

สมรอารมณ์ขึ้นทันที
 
“วิจารณ์บ้าอะไร ด่าพ่อด่าแม่ ขุดเอาอดีตสมัยไหนมา ไหนบอกคนเล่นส่วนใหญ่
มีการศึกษา แม่ค้าในตลาดยังด่าน่าฟังกว่าพวกมันอีก สงสัยการศึกษามันจะทำให้คนสรรหาคำมาด่าได้มากขึ้นล่ะมั้ง”
จริยายิ้มขำ ” แหม ด่าซะน่ากดไลค์เลยแม่”
“ก็ใช่มั้ยล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย โกหกพกลม คิดกันขึ้นมาเอง ไอ้พวกนี้รับรองมันต้องตกนรก นิ้วไหนมันใช้พิมพ์จะต้องโดนตัดโดนดึงเล็บให้หมด ทุเรศจริงๆ”
“ธรรมดาแม่ มีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบ”
สมรเลื่อนหน้าจออ่านต่อ “เออ อีหนูนี่ดี ปูเป้ จิ๋วเอฟซี ชมแกตลอดเลย”
“อ๋อ ใช่แม่ น้องคนนี้แฟนตัวจริงเลย ติดตามตลอด”
“ว่างๆ เรียกมากินข้าวสิ เดี๋ยวข้าตำน้ำพริกเลี้ยง”
จริยายืนดูแม่ที่เล่นเฟซบุ๊กอย่างตื่นตาตื่นใจ
“ไหนๆ แกมาสอนฉันเปิดห้องของตัวเองมั่งซิ”
ลูกสาวตกใจ “หา แม่จะเล่นเฟซบุ๊ก?”
“อ้าว ก็จะได้เอาไว้คุยกับคนอื่นเค้ามั่งสิ พวกเด็กข้างล่างมันก็เล่นกันตั้งหลายคน แล้วนี่ฉันก็ไม่ได้เล่นไพ่แล้ว จะได้มีสังคมใหม่ๆ กะเค้ามั่งไง มาสิ”
จริยามองแม่อย่างไม่ค่อยมั่นใจ

ไลลายืนอยู่หน้าห้องหนึ่งของโรงแรมหรู ด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูไปทีหนึ่ง
“เข้ามาเลยจ้ะ”
พอได้ยินเสียงนิรันดร์พูดเชิญชวนมาจากด้านใน เธอก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
“ดีใจนะที่มา”
ไลลาหันไปเห็นนิรันดร์นั่งที่โซฟานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง

ปูเปรี้ยวอ่านข้อความจาก IG ไลลาให้ราศีฟัง
“บ้านใหม่ ไม่มีรั้ว ไม่มีโซ่คล้องคอ มีแต่วิญญาณอิสระ ไม่ต้องรับใช้พวกนายทุน ไม่ต้องคบคนชั่ว”
ราศีทิ้งตัวพิงเก้าอี้ ด้วยสีหน้าสงสัย
“ได้บ้านแล้วรึ”

ทีมงานรายการ I Love Gossip กำลังถ่ายรายการตามปกติ กรณ์นั่งยิ้มเอาใจช่วยพิธีกรใหม่สุดสวยที่การพูดช่างแข็งทื่อ แถมยังพูดรัวจนลิ้นพันกัน
“ช่วงต่อไปใครที่เป็นแฟนของพี่โจ ต้องไม่พลาด เพราะวันนี้พี่เขาจะมาแนะนำวิธีการสร้างซิกแพ็กแบบง่ายๆ ให้รู้กันค่ะ เดี๋ยวพบกันค่ะ”
กรณ์ตะโกนสั่ง “เอ้า คัท ดีมากจ้า น่ารักสุดๆ”
จู่ๆ บ๊วยก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “ พี่กรณ์ๆ เปิดช่องสตาร์สเตชั่นเร็ว”
กรณ์หันไปสั่ง “เรด้าเปิดดูซิ”
เรด้ากดทีวีช่องสตาร์สเตชั่นเห็นไตเติ้ลรายการ “ไลลามาแล้ว” ขึ้นที่หน้าจอ
และแล้วภาพที่ปรากฏก็ทำให้ทุกคนตกใจ
“กลับมาช่วงที่สองนะคะ ตามที่ได้พูดไว้ว่าจะเม้าท์ถึงนางเอกสตอเบอรี่ตัวแม่ ที่ชื่อเหมือนเทพธิดาแต่นิสัยประดุจดั่งนังปีศาจร้าย”
กรณ์ตกใจ “เฮ้ย”
ปกรณ์ทำหน้านิ่ง เรด้าตกใจปิดปาก อยากกรี๊ด
ทีมงานคนอื่นๆ ที่จำเสียงได้ รีบวิ่งมารุมดูทีวี

ในห้องทำงานราศีก็กำลังเปิดดูเช่นกัน
“ชีเป็นลูกคุณหนูตระกูลสูงส่ง เวลาอยากได้อะไรก็ต้องได้มาตั้งแต่เด็ก มีแต่คนประเคนข้าวของให้ชี ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย”
ราศีส่ายหน้า “หึ หนอนบ่อนไส้ กลายเป็นผีเสื้อแล้ว”

ส่วนอัปสรสวรรค์ที่กำลังวิ่งอยู่ที่ฟิตเนส จู่ๆ แม่บ้านก็เดินมากดเปลี่ยนช่องทีวีบนผนังจากช่อง THE SUN เป็นช่องสตาร์สเตชั่น
เสียงไลลาที่กำลังอ่านข่าวดังมา
“และเพราะความคันคะเยอของชี ทำให้ทุกวันนี้ ชีก็แทบจะไม่เหลือใครอีกแล้ว แม้แต่คนในครอบครัวอย่างพ่อชียังเอือมระอา นี่แหละนา ปล่อยให้แม่เลี้ยงลูกคนเดียว นิสัยก็เลยเหมือนแม่”
ซุปตาร์สาวคุ้นกับเสียงนี้ จึงรีบหันไปดูที่ทีวี ภาพในจอ เห็นไลลาเป็นพิธีกร เธออยู่ในชุดสีดำสง่าหน้าตาดุดัน
“จำไว้ด้วยนะคะ จะเล็กจะใหญ่ไลลาไม่สน ดาราคนไหนก่อกรรมไว้ ไลจะแฉให้หมด”
ซุปตาร์สาวจ้องเขม็งที่หน้าไลลาในทีวี

ไลลาจัดรายการถึงตอนจบ
“พรุ่งนี้เที่ยงตรง ช่องอื่นไม่ต้องสนใจ ชาวสวนสะระแหน่ มีนัดกันที่นี่ “ไลลามาแล้ว” สวัสดีค่ะ”
โปรดิวเซอร์ตะโกนสั่ง “คัท”
นิรันดร์ที่ยืนอยู่หลังกล้องปรบมือให้ ไลลาเห็นก็ส่งยิ้มหวาน
“เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก”
“ไลจัดแรงไปมั้ยคะ”
นิรันดร์ส่ายหน้า “อย่างนี้สิครับดี ที่นี่อยากวิจารณ์ใครได้หมด แม้แต่ดาราในช่อง ขอให้คนดูสะใจ
มีอะไรผมรับผิดชอบเอง”
“ดีค่ะ”
“อยู่ช่องนี้หวังว่าคุณคงสบายใจ มีอะไรอยากได้บอกนะครับ ทั้งเรื่องในงาน และนอกงาน”

นิรันดร์ยิ้ม แววตาเจ้าชู้

อัปสรสวรรค์กำลังนั่งอ่านข่าวในมือถือ เห็นข่าว “ไลลาผงาดสู้มาดามราศี”
 
จู่ๆ อาทิตย์ก็เดินเข้ามา
“เห็นเพื่อนคุณรึยัง”
ซุปตาร์สาวพยักหน้า
“ตอนนี้อยู่กันคนละบ้านแล้ว เค้าคงเปิดศึกโจมตีได้เต็มที่”
อัปสรสวรรค์จิกตาแค้น “ก็ดี ฉันก็คงไม่ยอมให้มันแทงอยู่ฝ่ายเดียวหรอก”
“นี่คุณ ผมกำลังจะบอกว่า ช่วงนี้อยากให้คุณตั้งสติดีๆ”
“เงียบไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรดี ฉันด่า คนก็หาว่าฉันแรง ฉันเงียบ คนก็หาว่าฉันผิดจริง ไม่กล้า แก้ตัว ไหนๆ คนก็ด่า งั้นฉันเลือกโต้ตอบดีกว่า ไม่ต้องเก็บกด”
อาทิตย์ถอนหายใจ “ดูเหมือนเชื้อโรคแห่งความโกรธมันจะลามมาที่คุณแล้วนะ”
อัปสรสวรรค์แค่นยิ้ม “นี่ไม่ใช่เชื้อโรคเชื้อชั่วอะไรทั้งนั้น แต่เป็นสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัว”
พูดจบก็เดินฟึดฟัดออกไป อาทิตย์มองตาม พลางส่ายหัว

“แหม ผมเห็นว่าเขากำลังมีชื่อ น่าจะเรียกเรตติ้งให้ช่องได้ ก็เลยแบ่งเวลาให้ไป”
นิรันดร์พยายามยกเหตุผลมาอ้าง หลังจากที่นัตตี้เข้ามาโวยวาย
“เลยเด้งรายการอื่นกะทันหันเหรอคะ แล้วนี่มันจัดทีมงานไปช่วยรายการตัวเองตามใจชอบ จนรายการอื่นเขาวุ่นวายไปหมด ทำงานข้ามหน้าข้ามตากันอย่างนี้ นัตตี้จะคุมยังไงล่ะคะ”
นิรันดร์อ้ำๆอึ้งๆ
“เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณเป็นหัวหน้าฝ่ายข่าวก็ดูแลของคุณไป ส่วนไลลา ผมจะให้เค้าดูแลเฉพาะรายการตัวเอง เดี๋ยวผมหาทีมงานไปลงให้ใหม่ ม่ให้ไปยุ่งกับคนของคุณ จะได้สบายใจ”
นัตตี้ไม่พอใจ “นี่คุณกำลังจะให้อำนาจมันอยู่เหนือการปกครองของนัตตี้นะคะ”
นิรันดร์เงียบ นัตตี้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“น่าจะบอกนัตตี้ตั้งแต่แรกว่าจะเป็นอย่างนี้”
นิรันดร์เดินเข้าไปบีบไหล่ปลอบ “น่า คุณนัต ผมทำเพื่อผลประโยชน์ของช่อง นี่คุณก็มีอำนาจดูแลรายการข่าวทั้งช่อง ไลลาเค้าดูแค่รายการเดียวเอง ไม่ใหญ่ไปกว่าคุณหรอก”
นัตตี้ครุ่นคิดเริ่มไม่มั่นใจ

สมรนั่งเล่นเกมในไอแพดจนดึกดื่น พักใหญ่จริยาที่ใส่ชุดนอนแล้ว ก็เดินเช็ดผมเข้ามา
“แม่ยังไม่นอนเหรอคะ”
“เออ กำลังมันส์ แกนอนก่อนเลย”
จริยาพยักหน้าหงึกๆ สมรพูดต่อ
“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าในคอมพ์มันก็มีอะไรหนุกๆ แบบนี้”
“แม่จำได้ใช่มั้ยคะว่าปิดยังไง”
สมรพยักหน้ารับ “ เออๆ จำได้ ปุ่มสีแดงซัดดาว”
“จิ๋วนอนก่อนนะ”
พูดจบก็เดินเข้าห้องนอนไป สมรหันไปมอง พอเห็นว่าลูกสาวเดินไปแล้วก็จัดการเปลี่ยนหน้าจอจากเกมไพ่เป็นแฟนเพจ “จิ๋ว Fanclub”

หลังออกกำลังกายเสร็จ จริยากับเมฆนั่งคุยกันต่อ
“มันเอาเรื่องฟีดแบ็คมาขู่จิ๋ว กะให้จิ๋วเล่นกับมัน”
จริยาพยักหน้ารับ “ใช่”
“มันจะเอาให้ได้นะ เลวจริงๆ เอาอย่างนี้มั้ยจิ๋ว เดี๋ยวเมฆบอกคุณอาทิตย์ให้”
“บ้าเหรอเมฆ มันเรื่องส่วนตัว จะเอาหลักฐานที่ไหนว่าไอ้ปราณจะเคลมจิ๋ว”
โจเดินเข้ามาดูหน้าตานิ่งๆ ผิดปกติ จริยาหันไปเห็น ก็โบกมือยิ้มให้เช่นเคย
“เฮลโล หวัดดีค่า วันนี้อัดรายการกี่โมงคะ”
โจยิ้มให้นิดหนึ่งแล้วเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดด้านใน ฝ่ายทักทำหน้างง
“เป็นอะไรวะ”
พอพี่ลูกเป็ดเดินตามเข้ามา เธอก็รีบยกมือไหว้
“หวัดดีค่ะพี่ลูกเป็ด”
ลูกเป็ดรับไหว้แบบขอไปที จริยารีบถาม
“พี่โจเค้าป่วยรึเปล่า”
ลูกเป็ดหยุด ก่อนจะตอบด้วยอาการฉุนๆ
“ป่วยเหรอ ป่วยทางจิตน่ะสิ เธอทำอะไรของเธอ”
จริยาทำหน้างง “ทำอะไรคะ งง”
“เออ ดาราเดี๋ยวนี้สบายนะไม่ตอบโต้เอง ผู้จัดการก็ไม่ต้องใช้ ใช้แม่ด่าแทน”
ลูกเป็ดว่าแล้วก็เดินจากไป
“อะไรกันคะพี่”
จริยากับเมฆยิ่งมึนหนัก

อัปสรสวรรค์ยืนหน้าบึ้งอยู่คนเดียว ครู่หนึ่งปูเปรี้ยวก็เดินเข้ามา
“น้องนางฟ้า คืนนี้งานโชว์ตัวที่ปากช่อง ขอให้ร้องเพลงเพิ่มอีกเพลงนะคะ เพลงอะไรก็ได้ที่เคยซ้อมๆ
ไว้”
“ไม่ได้หรอกค่ะ”
ปูเปรี้ยวสะดุดกึก งงๆ กับอารมณ์ของอีกฝ่าย
“ให้เขาไปเถอะค่ะน้องนางฟ้า ผู้ใหญ่ที่นี่ เขาดีกับช่องเรานะคะ”
“นี่นักแสดงนะคะ ไม่ใช่ตู้เพลง จะมาเปลี่ยนปุบปับตามใจชอบ ตกลงไว้ยังไงเอาตามเดิมค่ะ”
พูดเสร็จก็เดินฉุนเฉียวออกไป ปูเปรี้ยวมองตามแล้วถอนใจ ก่อนจะเดินไปนั่งคุยกับเดือนเด่นที่นั่งอ่านนิยายอยู่ใกล้ๆ
“น้องนางฟ้าเดี๋ยวนี้แปลกๆ นะคะคุณแม่”
“นั่นสิ ไม่รู้เป็นอะไร แทนที่นังไลมันออกไปแล้วจะแฮปปี้ ดันกลายเป็นคนอารมณ์เสียไปได้”
ปูเปรี้ยวพูดอย่างเป็นห่วง “แล้วคนอารมณ์เสียนี่แหละค่ะ ของหวานของบรรดานักข่าวเลย คนอารมณ์ดียิ้มทั้งวันไม่มีใครอยากยุ่งหรอกค่ะ ตีข่าวยาก คนทางบ้านก็ไม่ได้ร่วมด่า”
“ก็ดีแล้วนี่จะได้เป็นข่าวเรื่อยๆ ทำหนิมๆ ติ๋มๆ ก็มีแต่โดนเค้าแกล้ง”
“ดีเหรอคะ “ ปูเปรี้ยวย้อนถาม “วงการไหน คนใจร้อนก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละค่ะคุณแม่”
“วงการมวยไง ไม่ชกแล้วจะชนะมั้ย”
เดือนเด่นพูดหน้าตาเฉย ปูเปรี้ยวถอนหายใจ นึกเป็นห่วงอัปสรสวรรค์

ที่กองถ่ายละคร ซึ่งเป็นเรื่องย้อนยุคเกี่ยวกับนางทาส
อัปสรสวรรค์แสดงเป็นทาสถูกเจ้านายหญิงซึ่งแสดงโดยดาราหน้าใหม่ด่าอยู่
“อีเอื้อย แกใช่มั้ยที่เข้าไปในห้องท่านเจ้าคุณ”
ซุปตาร์สาวพูดปฏิเสธตามบท “เปล่านะคะคุณท่าน บ่าวแค่เดินผ่านเฉยๆ”
“ยังจะปากแข็งอีก ฉันบอกเลยนะว่า....”
ดาราสาวนึกบทไม่ออก อัปสรสวรรค์รำคาญ เลยพูดแทน

“น้ำหน้าอย่างแก ให้รู้ที่ต่ำที่สูงซะบ้าง”

ดาราสาวหัวเราะเขินๆ ไม่ได้สำนึกอะไร
 
“เออ ใช่ๆ ลืมอีกละ ว้า แย่จัง”
พี่หมีสั่งคัท อัปสรสวรรค์ยืนขึ้นอย่างเซ็งๆ
“บทแค่นี้ ตั้ง 3 รอบแล้ว ทำไมยังจำไม่ได้ล่ะออม”
“อ๋อ แม่บอกหนูสมาธิสั้นน่ะค่ะ”
ซุปตาร์สาวทำหน้าเอือม “ไม่สั้นหรอก แต่ไม่ตั้งใจ เล่นมันเข้าไปสิไอ้มือถือน่ะ พี่บอกแล้วใช่มั้ย
ก่อนแสดงต้องทำสมาธิ นี่ทีมงานเค้าต้องมาเสียเวลาเพราะเธอคนเดียวนั่นแหละ”
พูดจบก็ทำท่าจะหันไป ดาราสาวแอบเถียง “ตัวเองเก่งตาย”
ขาดคำ ก็ถูกอัปสรสวรรค์หวดหลังมือตบหน้าจนหน้าหันด้วยความโมโห ทีมงานต่างพากันเหวอ
“ไม่อยากทำก็กลับไป แม่เธอบังคับมาเล่นรึเปล่า ที่นี่มีแต่มืออาชีพ ไม่ใช่ที่ฝากลูกมาออกกล้อง”
ดาราสาวมองหน้าอัปสรสวรรค์แล้วเดินร้องไห้ออกไป
“พี่หมีก็เหมือนกัน ทีหลังส่งบทให้เค้าไปท่องก่อนซักอาทิตย์นึงนะคะ แบบนี้ไม่ไหว เสียเวลาคนอื่นเขา ทำตัวแบบนี้คนเขาถึงด่าดาราหากินง่าย”
อัปสรสวรรค์พูดเสร็จ ก็เดินออกไปพัก ทิ้งให้พี่หมีนั่งอึ้ง
“อะไรวะเนี่ย”
เหล่าทีมงานล้วนงงกับอาการของขึ้นของอัปสรสวรรค์

ทางด้านจริยาก็ตั้งใจอ่านแฟนเพจของตัวเอง ที่แม่มาพิมพ์โต้ตอบอย่างตกใจ ส่วนเมฆนั่งอยู่กับพื้นรวมกับพวกแดนเซอร์
“แกเก่งนักก็มาร้องเองสิวะ”
“ทำได้อย่างเค้ามั้ย”
“การพนันเลิกเล่นแล้ว ว่าจะมาเตะปากคนแทน”
“โห ไอ้โจมากกว่าที่มาเกาะลูกฉันดัง”
อ่านเสร็จก็ส่ายหน้า “เฮ้ย ทำไมแม่เป็นงี้อะ”
“อะไรอะจิ๋ว แฟนคลับตีกันเหรอ”
เมฆตกใจ ขณะที่จริยาดูกังวล

ในสตูดิโอกำลังจะถ่ายรายการสด บรรยากาศวันนี้ดูคึกคักเพราะจะมีการแสดงของโจ & จิ๋ว
แฟนคลับโจ บ้างชูป้ายไฟ บ้างถือโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ลูกโป่งรูปหัวใจ นั่งคอยให้กำลังใจ
สักพักโจก็เดินเข้ามาพร้อมลูกเป็ด แฟนคลับต่างส่งเสียงร้องกันใหญ่ นักร้องหนุ่มโบกมือทักทายแล้วเดินขึ้นบนเวทีไป
สักพักจริยากับเหล่าแดนเซอร์ก็เดินเข้ามา มีแฟนคลับส่งเสียงกรี๊ดอยู่ไม่กี่คน แฟนคลับโจส่งเสียงโห่เยาะเย้ย
“ไปเลย ไม่เอา”
จริยายิ้มเจื่อนๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโห่ฮิ้วพร้อมฉิ่งฉาบมาจากด้านนอก เธอกับพวกแฟนๆ พากันหันไปมอง
สมร ป้าแหวน ช่างเสริมสวย และพวกแฟนคลับเด็กๆ นับสิบชีวิตเดินเข้ามา
จริยามองไปเห็นแม่ตัวเองก็ตะลึง “แม่”
“ไหน ใครบอกจิ๋วไม่มีแฟนคลับ พวกเรานี่แหละโว้ย สมาชิกจิ๋วหลิวเอฟซี”
พวกแฟนคลับพากันเฮ ลูกเป็ดเดินเข้ามา ทำหน้าตาเยาะเย้ย
“แฟนคลับไม่มี ถึงขนาดต้องเอาแม่มาเชียร์เลยเหรอน้องจิ๋ว”
สมรย้อนกลับ “พูดบ้าๆ ไม่เชียร์ลูกแล้วจะเชียร์หมาที่ไหนล่ะวะ ใช่มั้ยพวกเรา”
พลพรรคสมรตอบรับ “ใช่”
ลูกเป็ดทำหน้าเอือม “ ฉันว่าพวกป้าเก็บแรงไว้ตำหมากดีกว่ามั้ย”
แฟนคลับโจหัวเราะขำ
สมรตอกกลับอีกดอก “ข้าก็ว่าเอ็งเก็บฟันหน้าไว้แทะข้าวโพดดีกว่า”
แฟนคลับจริยาขำบ้าง สมรพูดต่ออย่างมั่นใจ
“เดี๋ยวก็รู้ว่าเด็กหรือแก่ มันจะร้องเสียงดังกว่ากัน”
แฟนคลับทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน โจกับจริยายืนดูอยู่บนเวทีอย่างเป็นห่วง

รายการเริ่มถ่ายทำ พิธีกรกำลังนำเข้าสู่การแสดงของโจ & จิ๋ว
โปรดิวเซอร์ส่งสัญญาณ กล้องไฟพร้อม คนเชียร์ยกป้ายให้แฟนคลับกรี๊ดเข้ารายการ
“กลับเข้ามาสู่รายการโชว์ฟินฟิน อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกนะคะว่าวันนี้จะมีศึกดวลเพลงระหว่างพี่น้องนักร้องนักเต้น นั่นก็คือโจ & จิ๋วนั่นเอง โอ้โห วันนี้แฟนคลับของทั้งโจ ทั้งจิ๋วมากันเต็มฮอลล์เลยค่ะ ไหนขอเสียงแฟนคลับพี่โจหน่อย”
แฟนคลับโจส่งเสียงดังลั่นสตูฯ
“โห หูแทบแตก มาดูอีกฝั่งนึงมั่ง ไหนขอเสียงแฟนคลับจิ๋ว”
แฟนคลับรวมทั้งสมรและชาวบ้านส่งเสียงดังไม่แพ้กัน
“โอ้โห ไม่มีใครแพ้กันเลย เอาล่ะค่ะ ไปพบกับเขาและเธอกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจาก โจ & จิ๋ว”.
เสียงเฮดังลั่น เสียงดนตรีจังหวะเต้นดังขึ้น สักพักโจ & จิ๋ว ก็ออกมาร้องเพลงสลับกันคนละท่อน ทั้งสองสบตากันแบบไม่เหมือนเก่า
ทางด้านแฟนเพลงทั้งสองฝ่ายก็เริ่มแขวะกันไปกันมาเล็กๆ
พอร้องไปได้ประมาณ 2 ท่อน แฟนคลับ 2 ฝ่าย ก็เริ่มจะปาของใส่กัน
สมรทำหน้าเอาเรื่อง “ แน่นักเหรอๆ”
แฟนคลับโจแลบลิ้นให้ สมรทนไม่ไหวเดินเข้าไปดึงหูแฟนคลับโจจนร้องไห้ แฟนคลับทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มเข้าตะลุมบอนกัน
บนเวทีโจ & จิ๋วเห็นท่าไม่ดี จะหยุดร้อง แต่โปรดิวเซอร์ทำสัญญาณให้ร้องต่อไป

ทั้งคู่จึงฝืนยิ้มร้องต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศหลังกล้องที่ตีกันระเนระนาดแต่ไม่มีคนทางบ้านเห็น

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 9 (ต่อ)

ทีมงานกำลังเตรียมตัวจะถ่ายฉากต่อไป พี่หมีเดินเข้าไปอธิบายบทให้อัปสรสวรรค์ที่นั่งพักอยู่ฟัง
 
“น้องนางฟ้าฮะ ฉากต่อไป จะเป็นฉากที่อีเอื้อยต้องแกล้งอีบัวตอง”
“อ๋อ ฟ้าอ่านแล้วค่ะ ให้แอบเอาหนอนไปวางบนไหล่ สบายมาก”
พี่หมีพยักหน้ารับ “ฮะ แต่พอดีคุณราศีเค้าว่ามันไม่ค่อยน่ากลัว จะให้เปลี่ยนเป็นแมงมุมน่ะฮะ”ซุปตาร์สาวหน้าเครียดขึ้นมาทันที “แมงมุม”
“ฮะ เนี่ย ทีมงานเค้าหามาได้ตัวโต๊โต น่ากลัวสุดๆ ขนาดพี่เป็นผู้ชายยังช็อกเลย”
พี่หมีพูดพลางมองไปที่ขวดโหลบนโต๊ะไกลๆ ซึ่งมีแมงมุมตัวใหญ่อยู่ในนั้น
“แล้วเดี๋ยวกลางๆ เรื่องเป็นต้นไป จะให้แมงมุมเป็นสัญลักษณ์แทนตัวนางเอกเลยน่ะฮะ แบบมีนางเอกที่ไหน จะมีแมงมุมโผล่ที่นั่น ก็น่ากลัวดีนะฮะ แนวๆ ทายาทอสูร”
อัปสรสวรรค์ทนฟังต่อไปม่ไหว ลุกพรวดขึ้นทันที
“ได้ไงคะ ไม่ได้หรอก เอาหนอนแบบเดิมแหละค่ะ ดีแล้ว”
พี่หมีหน้าเสีย อาทิตย์และคนอื่นๆ หันมอง
“อ้าว ทำไมล่ะฮะ น้องนางฟ้ากลัวแมงมุมเหรอ”
ฝ่ายถูกถามเงียบไปนิดหนึ่ง เพราะเกรงคนจะรู้
“เปล่าค่ะ ไม่กลัวค่ะ”
“งั้นก็เอาเถอะนะฮะ พี่ว่าภาพมันก็สวยดี”
อัปสรสวรรค์ส่ายหัว “ไม่ไหวอ่ะ ไม่เอาแล้ว นึกจะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน ชุ่ยไปมั้ย? งั้นฟ้าขอถอนตัวค่ะไม่เล่นล่ะ”
ขาดคำก็โยนบททิ้งแล้วเดินออกไปข้างหลัง ทิ้งให้พี่หมียืนงง อาทิตย์มองตามไปอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน

อัปสรสวรรค์เดินหน้าซีดเข้ามาด้านหลังกองถ่าย เตรียมเก็บของจะกลับบ้าน อาทิตย์เดินตามเข้ามา
“เป็นอะไรของคุณอีก”
“ฉันเบื่อ ฉันไม่อยากเล่นแล้ว”
อาทิตย์มองหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ผมว่าคุณป่วยทางจิตแล้วนะ ไปหาหมอมั้ย”
อีกฝ่ายย้อนกลับทันที “คุณสิไป”
“งั้นก็บอกมาสิครับว่าทำไมคุณจะไม่เล่น”
“ก็ฉันไม่ชอบ มาเปลี่ยนบทแบบนี้ได้ไง”
ยิ่งฟังคำตอบ ก็ยิ่งไม่เข้าใจ “อะไรกัน เล่นละครมาตั้งหลายเรื่อง เค้าก็เปลี่ยนกะทันหันแบบนี้กัน
ตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นคุณเดือดร้อน”
อัปสรสวรรค์พยายามแก้ตัว “มันอิ่มตัวแล้ว”
พูดจบก็คว้ากระเป๋าจะเดินออกไป อาทิตย์รีบขวางไว้
“หลบไป”
อาทิตย์ทำหน้าจริงจัง “คุณกลัวแมงมุม”
ได้ผล อีกฝ่ายชะงัก
“ใช่มั้ยครับ”
อัปสรสวรรค์ตอบปัด “ไม่เกี่ยวเลย”
“มีอะไรทำไมคุณไม่บอกผม”
“ไม่มี”
อาทิตย์ทำหน้าเหนื่อยใจ “นางฟ้า ผมอยากให้คุณถอยออกมาซักหน่อยดีมั้ย คุณอยู่กับปัญหามากไปจนมองไม่เห็นตัวปัญหาที่แท้จริงแล้ว”
“ใครล่ะคะตัวปัญหา” อัปสรสวรรค์ย้อนถาม
“ก็คุณไง”
“คุณอาทิตย์”
เขามองจ้องเธอ สายตาจริงจัง “คุณมัวแต่คิดว่าคนนั้นคนนี้จะทำร้ายคุณ คุณนั่นแหละทำร้ายตัวเอง”
ซุปตาร์สาวถอนหายใจอย่างรำคาญ “มีอะไรอีกมั้ยคะ”
“ออกไปเล่นซะ”
พูดพลางหยิบโหลแมงมุมออกมาจากเสื้อสูท ยื่นให้ตรงหน้า อัปสรสวรรค์เห็นแมงมุมก็หน้าซีด ทำท่าจะเป็นลม จนเขาต้องรีบประคองตัวไว้
“คุณ”
แล้วเธอก็หลับตานิ่งในอ้อมแขนของเขา

อัปสรสวรรค์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นปูเปรี้ยวนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
“น้องนางฟ้า เป็นไงบ้างคะ”
ซุปตาร์สาวค่อยๆ พยุงตัวขึ้นจากเตียง “ฟ้าเป็นอะไรหรือคะพี่ปูเปรี้ยว”
“เป็นลมอีกแล้วน่ะสิคะ นี่เป็นยังไงบ้าง”

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ แล้วข้างนอกยังถ่ายกันอยู่รึเปล่าคะ”

ปูเปรี้ยวรีบบอก “คุณอาทิตย์สั่งให้ยกกองไปแล้วน่ะค่ะ เอ่อ...แล้วก็”
 
“มีอะไรคะ”
ปูเปรี้ยวอึกอัก “คุณอาทิตย์สั่งเปลี่ยนตัวนางเอกเรื่องนี้แล้วน่ะค่ะ”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าตกใจ
“แกบอกว่าอยากให้น้องนางฟ้าพัก แล้วก็เปลี่ยนไปเล่นเรื่องอื่นแทน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน”
ซุปตาร์สาวได้ฟัง ก็นิ่งอึ้งไป

ทางด้านกรณ์ ก็กำลังนั่งคุยมือถืออยู่ในห้องตัดต่อ
“มันทำขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะน้องนัตตี้ แหม นังไลลานี่มันไปอยู่ที่ไหน หัวหน้าตายหมดจริงๆ ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่กรณ์จะจัดหนักให้มันหมดราคา ไม่มีใครอยากเอาไว้เลย คิดถึงนะคะ ม้วบๆ”
พอกดวางมือถือ ก็หันมาสั่งช่างตัดต่อ
“เฮ้ย I LOVE GOSSIP วันนี้ ทำสกู๊ปเรื่องแก๊งนางฟ้า ไลลา จิ๋ว ทำไงก็ได้ให้นังเวรตะไลลามันดูด้อยสุดใน 3 คนนี้นะ อยากให้อดีตมันเละเฟะเน่าหนอนอะไร ก็ใส่ไปได้เลย”
ช่างตัดต่อทำหน้างงๆ กรณ์ยิ้มสะใจกับแผนการทำลายไลลา

ฟากไลลาก็กำลังนั่งจิบกาแฟ พร้อมกับเปิดทีวี ดูช่อง THE SUN
ที่จอทีวีเห็นเป็นรายการข่าวบันเทิง มีสกู๊ปเรื่อง “เส้นทาง 3 เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” เป็นการยำภาพของ 3 สาว “อัปสรสวรรค์ -ไลลา-จริยา” และใส่เสียงบรรยายลงไป
“มิตรภาพของ 3 สาวที่ยาวนานตั้งแต่วัยเรียน กลับพังทลายลงในวงการบันเทิง ด้วยเหตุผลหลายประการที่ไม่อาจทราบได้ คล้ายดวงชะตาเล่นตลก ดังคำที่ว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนายังไงน่ะลืมซะเถอะ ในขณะที่นางฟ้ากลายเป็นนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศ และจิ๋วก็รุ่งโรจน์ตั้งแต่เพลงแรก เพราะได้จับคู่กับ ซุปตาร์อย่างโจ ศรัณธร แต่ไลลากลับไปไม่สุด”
สายตาของไลลาจ้องเขม็งไปที่ทีวี
“ชีวิตคนข่าวของเธอเหมือนจะรุ่ง แต่ก็พุ่งปริ๊ดเดียวดังดอกไม้ไฟ เพราะอาการแรงไม่เลือก เบรคไม่อยู่ จนทำให้แหกโค้งร่วงลงเหวไปอย่างน่าอนาจ แม้จะไปอยู่รังใหม่อย่างสตาร์สเตชั่น ก็ยังไม่อาจผงาดขึ้นมาได้เหมือนเพื่อน ๆ ทั้งสอง”
เธอนั่งฟังนิ่ง แต่แววตาเปี่ยมด้วยความโกรธ

“มันก็จริงของเค้าพี่ ในบรรดา 3 คน ไลไปไม่สุดอยู่คนเดียว”
ไลลามานั่งคุยกับเรด้าที่ร้านกาแฟ
“โธ่ นี่ยังไม่ดีอีกเหรอ”
“จิ๋วตอนแรกก็ดูเหมือนจะแย่ แต่ไปๆ มาๆ วาสนาจิ๋วก็ดีกว่าจนได้ ไม่รู้ทำบุญอะไรด้วยอะไรกัน”
เรด้าพยายามพูดปลอบ “ตอนนี้น้องไลก็เป็นนักข่าวบันเทิงหญิงอันดับหนึ่งของช่องแล้วนะ”
ไลลาเบะปาก “อันดับหนึ่งของช่อง น่าภูมิใจเหรอคะ มันต้องนักข่าวบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศ”
“โธ่ ก็เส้นทางของพิธีกรข่าวมันก็สุดทางแล้วนี่คะ”
แววตาของอีกฝ่ายแข็งกร้าว “ไลอยากแข่งกับพวกมัน”
“โอย จะแข่งยังไง คนละทางกันเลย เค้าเป็นดารานักร้องเป็นคนหน้าม่าน แต่เรามันนักข่าว พี่ว่าเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วนะ ยกเว้นว่าน้องไลจะไปเป็นดารา”
ไลลาชะงัก พร้อมกับฉุกคิดขึ้นมา

หมอดูงูเขียวเขย่ากระบอกเหล็กดูคล้ายบาร์เทนเดอร์ ไม่นานก็สาดกระบอกลงบนโต๊ะ ก่อนที่ตุ๊กตาหมูตัวเล็กๆ 3 ตัว จะกระเด็นออกมา
“ตัน ตันจริงๆ”
เรด้ารีบถามอย่างร้อนใจ “อะไรตันคะ”
“เส้นทางอาชีพนักข่าวของอีหนูไลลา”
ไลลาหน้าเครียด “แล้วจะพอมีวิธีแก้ให้มันดีขึ้นไหมคะ”
หมอดูงูเขียวหยิบดินสอเขียนๆ ในกระดาษแล้วส่ายหัว
“ถ้าจะเอาดีทางนี้ มันก็สุดแค่นี้แหละ”
เรด้ารีบบอก “มันต้องมีวิธีแก้สิคะ เสียเท่าไหร่ก็ยอมค่ะ”
หมอดูงูเขียวทุบโต๊ะเสียงดัง “เอ๊ะ นี่แกเห็นฉันเป็นหมอดูหลอกเงินเหรอ”
เรด้าจ๋อย “เปล่าค่ะ คือหนูก็อยากให้น้องมันได้ดี”
หมอดูงูเขียวขีดๆ เขียนๆ ลงในกระดาษสักพัก ก็เหมือนเห็นทางออก
“ทางนักข่าวนี้ตันแน่ๆ แต่มีอีกทางรุ่งพุ่งปรี๊ด”
ไลลาสนใจทันที “ทางไหนคะ”
“ตามลักขณาบอกว่าต้องเป็นดารา”
2 สาวพูดพร้อมกัน “เป็นดารา”
เรด้าหัวเราะร่วน “ฮ่าๆๆ บอกแล้ว ฮ่าๆๆ”
“หัวเราะทำไม ญาติผู้ใหญ่เธอเป็นตลกเหรอ”
เรด้าเงียบปากทันที ไลลาส่ายหน้าช้าๆ
“มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไม”
ฝ่ายถูกถามรีบอธิบาย หนูไม่เคยมีความคิดแม้แต่นิดว่าจะเป็นดารา หนูเล่นไม่ได้หรอกค่ะ แล้วหนังหน้าอย่างหนูเนี่ยนะคะ ถ้าไปเล่นคงได้แต่บทตัวร้าย ไม่ก็แม่นางเอก”
“เฮ้ย แต่จากดวงหนูน่ะ ถ้าเป็นดารา จะได้ถึงนางเอกเลยนะ”
เรด้าตาวาว “ว้าว”
ไลลาย้อนถาม “นางเอกเรื่องแก้วหน้าม้ารึเปล่าคะ”
“ไม่เชื่อทีหลังก็อย่ามา”

ฝ่ายถูกทักส่ายหน้า อย่างไม่เชื่อคำทำนาย

ขณะที่อาทิตย์นั่งตรวจงานอยู่ พออัปสรสวรรค์เปิดประตูเข้ามา เขาก็เงยหน้ามายิ้มทัก
 
“ว่าไงครับ ตื่นแล้วเหรอ”
อัปสรสวรรค์ไม่ตอบ แต่กลับย้อนถาม หน้าตาเอาเรื่อง “นี่คุณทำอะไรฉัน”
อาทิตย์ยิ้มขำๆ “ ผมจะไปทำอะไรคุณ คุยกันอยู่ดีๆ คุณก็หลับร่วงผล็อยไปเลย สงสัยจะเคลิ้ม”
ซุปตาร์สาวไม่ตลกด้วย เดินปรี่เข้ามาเลย “คุณถอดฉันออกจากละครทำไม”
“อ้าว สงสัยคุณจะบ้าจริงๆ ก็คุณพูดเองว่าไม่เล่นแล้ว ละครชุ่ยๆ เปลี่ยนบทกะทันหัน ผมก็จัดให้สิครับ โชคดีนะครับเพิ่งถ่ายไปได้ไม่กี่ฉาก”
“ฉันพูดเพราะอยากให้แก้บท”
อาทิตย์หัวเราะ “แก้ทำไมครับ บทมันมีอะไรไม่ดีเหรอ แมงมุมก็ดูน่ากลัวกว่าหนอน คนดูก็น่าจะชอบมากกว่า”
อัปสรสวรรค์หน้าเครียด หนักใจ จนพูดไม่ออก ใจเธอไม่อยากมีปัญหาแต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ความจริงเรื่องกลัวแมงมุม
อาทิตย์ถอนใจ แล้วลุกเดินไปกดล็อกประตู ก่อนจะเดินกลับมา แล้วจับมือเธอขึ้นมา มองตา แล้วตั้งใจพูดเบาๆ
“นางฟ้า คุณป่วยเป็นโรคกลัวแมงมุมใช่มั้ยครับ ที่ผ่านมา ที่คุณเป็นแบบนี้ก็เพราะแมงมุมใช่มั้ย”
อัปสรสวรรค์นิ่งไปนิดก่อนถามกลับ “แล้วคนอื่นรู้เรื่องนี้รึเปล่า”
“ผมบอกคนในกองถ่ายว่าคุณเป็นลมเพราะพักผ่อนน้อย”
ซุปตาร์สาวรีบพูดขอร้อง “เอ่อ คุณอย่าบอกใครได้มั้ย”
อาทิตย์ถอนใจ “ผมไม่บอกหรอกครับ ยิ่งมีคนรู้เท่าไหร่ ยิ่งเป็นอันตรายกับตัวคุณเอง แล้วตอนนี้มีใครที่รู้เรื่องนี้บ้างครับ”
อัปสรสวรรค์อึกอัก “ก็มี...ไลลา”
อาทิตย์อึ้งไป หน้าเครียด “ผมสัญญาจะไม่บอกใครแม้แต่คนเดียว ต่อไปถ้ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
โทร หาผมนะครับ”
สีหน้าของซุปตาร์สาวเต็มไปด้วยความกังวล

บนเวทีในผับกำลังบรรเลงเพลงสโลว์ ที่เคาน์เตอร์บาร์ เห็นปกรณ์นั่งอยู่กับจริยา ที่ใส่หมวกอำพรางตัว
“หายเครียดมั่งยัง”
จริยาพยักหน้า “อืม นิดนึง แม่ฉันนี่นะ ไม่น่าเลย”
“เอาน่า แกก็ทำไป เพราะอยากปกป้องจิ๋วนั่นแหละ”
นักร้องสาวเริ่มเครียด “เดี๋ยวได้โดนจับแยกกันร้องแหงๆ เลย”
“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนะ ห้ามไม่ได้หรอก”
ขณะนั้น เพลงบนเวทีเริ่มเปลี่ยนจากเพลงช้าเป็นเพลงสนุก
“เฮ้ย ออกไปเต้นกันดีกว่า คลายเครียด”
ปกรณ์ส่ายหน้ายิก “ไม่เอาๆ”
อีกฝ่ายพยายามอ้อน “ไปๆ อยากเต้นอ่ะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ นะๆ”
ตากล้องหนุ่มส่ายหัวไม่ยอมไปท่าเดียว
นักเที่ยวชายโต๊ะข้างๆ เห็นดังนั้น ก็หันมาแซว
“น้องจ๊ะ เค้าไม่ไป ไปเต้นกับพี่ก็ได้นะจ๊ะ”
ปกรณ์ทำหน้าไม่พอใจ แล้วรีบฉุดมือจริยาออกไปที่กลางฟลอร์ทันที ก่อนจะวาดลวดลายเต้นอย่าง
เมามันส์
“เฮ้ย ไหนบอกไม่เอาๆ”
ตากล้องหนุ่มเต้นไปด้วย พูดไปด้วย ”พูดมาก จะเต้นไม่เต้น”
“เต้นสิ อิเป๋าบ้า”
ทั้งคู่เต้นกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยงเพื่อลืมความเครียด

ในห้องคาราโอเกะซึ่งอยู่ด้านในของผับ มีนักข่าวบันเทิงจากหลายสำนักมารวมตัวกันกินดื่มและร้องเต้นกันอยู่ โดยการเลี้ยงดูปูเสื่อของไลลา ที่กำลังร้องเพลงอย่างสุดมันส์จนจบเพลง
“ไลต้องขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักข่าวสายบันเทิงทุกฉบับนะคะ ที่มากันวันนี้”
เรด้าที่เมาแล้ว พูดเสียงอ้อแอ้ “โอย เป็นทางการไปน้องไล”
“ไลชวนทุกคนมาก็เพื่อจะแจ้งอย่างเป็นทางการว่าตอนนี้ไล “ลาออก” จากช่องเก่าไปอยู่สตาร์สเตชั่นแล้วนะคะ”
พวกนักข่าวรีบพูดพร้อมกัน “ รู้แล้วๆ”
“ตอนนี้เป็นอิสระมากๆ เต็มที่กับชีวิตสุดๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนไหนอยากจะขอข่าว หรือมีอะไรให้ไลช่วยยินดีเลยค่ะ”
เรด้ายกแก้วชู “ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ”
พวกนักข่าวยกแก้วตาม “จะเล็กจะใหญ่ไลไม่สน เฮ”
ไลลายิ้มระรื่น มีความสุข
ไลลาออกมายืนโบกมือลาพวกนักข่าวที่หน้าห้องคาราโอเกะ
“กลับบ้านดีๆ นะคะ”
ขณะกำลังจะหันเดินออกจากผับ ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นจริยากับปกรณ์เต้นอยู่ในฟลอร์ด้วยกัน เธอถึงกับยืนอึ้งไปนิดหนึ่ง
ทางด้าน 2 คนนั้น ก็เต้นหัวเราะต่อกระซิกกันโดยไม่รู้ว่าไลลามองอยู่
ปกรณ์มองไปรอบๆ เห็นเริ่มไม่ค่อยมีคนเต้นแล้ว
“พอก่อนเหอะมะ? เดี๋ยวใครจำจิ๋วได้ล่ะ ซวยแย่”
จริยารีบแย้ง “ใครจะจำได้” พูดพลางควักแว่นใส่ขึ้นขำๆ “อ่ะ ใส่แว่นใส่หมวกซะขนาดนี้ คงมีแต่แม่ฉันน่ะแหละ”
“ไปเหอะน่ะ”
ปกรณ์คว้ามืออีกฝ่ายจะพาเดินออกไป แต่พอเพลงสโลว์ดังขึ้นมา จริยาก็รีบรั้งไว้
“ไหนๆ สอนหน่อยดิ เพลงแบบนี้ ที่อังกฤษเค้าเต้นกันยังไง”
ตากล้องหนุ่มส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะโอบเอวอีกฝ่ายแล้วยืนเต้นรำในจังหวะสโลว์ด้วยกัน
“ขอบใจนะเว้ยเป๋าที่มาเป็นเพื่อน”
“เฮ้ย อย่ามาทำดรามา ที่มาก็เพราะฉันอยากเที่ยวอยู่”
“ในบรรดาเพื่อน 3 คนก็คงมีแกนี่แหละ ที่จะมาเที่ยวกับฉันได้”
ไลลาที่แอบมองอยู่ นึกอะไรขึ้นมา ก็รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมจะถ่ายรูป
แต่ยังไม่ทันถ่าย ปกรณ์ก็มองมาเห็นพอดี
“เฮ้ย ไลนี่หว่า”
ไลลารีบลดมือถือลง พร้อมกับที่จริยาหันไปเรียก
“เจ้ไล”
ทั้งคู่รีบเดินออกจากฟลอร์เข้าไปหา ไลลาทำเป็นยิ้มดีใจ
“เฮ้ย จิ๋ว เป๋า”

จริยาโผเข้าไปกอดไลลา ส่วนปกรณ์ยิ้มให้ ไลลายิ้มเจื่อนๆ

ทั้ง 3 คนเดินออกมาจากผับด้วยกัน ไลลาหันมาบอกปกรณ์
 
“เป๋า เดี๋ยวฉันแวะไปส่งไอ้จิ๋วเอง จะไปดูคอนโดใหม่มันด้วย”
“แน่ใจนะ ไม่ใช้บริการบอดี้การ์ดจริงๆ นะ” ตากล้องหนุ่มถามล้อๆ
จริยาแอบมองตาละห้อย เพราะจริงๆ ก็อยากให้ปกรณ์ไปส่ง แต่พอกำลังอ้าปากจะพูด ไลลาก็พูดขึ้นก่อน
“รีบๆ กลับไปเลยไป”
“เออ อย่ามาง้อ”
ปกรณ์ชี้หน้าขำๆ แล้วกำลังจะแยกกัน ไลลานึกอะไรได้
“เฮ้ย เดี๋ยว”
ตากล้องหนุ่มชะงัก “อะไรวะ”
“เซลฟี่กันหน่อย”
จริยาพนักหน้าเห็นด้วย “เออ ใช่ๆ ลืมไปได้ไง”
ไลลาควักมือถือออกมา อีก 2 คนเดินเข้ามายิ้ม
“โอเค หนึ่ง ส่อง ซั่ม”
-
รถไลลาแล่นมาจอดหน้าคอนโดของจริยา เจ้าของรถมองคอนโดอย่างแอบอิจฉา
“ว้าว คอนโดน่าอยู่ดีนี่ เนี่ยเหรอที่คุณอาทิตย์เปิดให้”
“ใช่ๆ แหม ถึงซะละ กำลังเม้าท์กันมันส์ๆ เลย ขึ้นไปนั่งเล่นก่อนสิคะเจ้”
ไลลาส่ายหน้า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันต้องกลับไปเตรียมงานพรุ่งนี้อีก”
“อืม เสียดายจัง งั้นเดี๋ยวไว้นัดกินข้าวกัน”
อีกฝ่ายโพล่งออกมาทันที “ 2 คน”
จริยาพยักหน้าเจื่อนๆ “เข้มแข็งนะคะเจ๊”
ไลลาพยักหน้า พร้อมกับที่จริยาลงจากรถไป

ไลลาขับรถเข้ามาจอดในบ้าน กำลังปลดเข็มขัดนิรภัย ก็เหลือบไปเห็นมือถือตกอยู่ที่เบาะข้างๆ
“มือถือใครวะ”
เธอรีบหยิบขึ้นมาแล้วกดปุ่มดู

ทางด้านจริยา พออาบน้ำเสร็จ ก็เดินร้องเพลงออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าไปล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกง แต่กลับหาไม่เจอ
“เฮ้ย มือถือ ไปไหนอะ”
จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้ามาค้นๆ แล้วก็คุ้ยๆ ตามโต๊ะ แต่ก็ไม่เจอ
หน้าของเธอซีดเผือด

ส่วนไลลาก็กดดูที่มือถือ ก่อนจะเห็นภาพหน้าจอ เป็นภาพจริยากอดกับโจ ที่ทำท่าออกสาวอย่าง
สนิทสนม

ไลลาเข้ามาในห้องนอน พลางกดๆ มือถือต่อไปจนเจอคลิปถ่ายเล่น ขณะโจพูดกับกล้องด้วยน้ำเสียงออกสาว
“สวัสดีค่ะชาวโซเชียลแคม วันนี้เดี๊ยนจะมาปลดปล่อยความเป็นแมนอันสุมทรวงมายาวนาน ขอเพลงหน่อยคร่า”
พอเพลงขึ้น โจก็เริ่มเต้นในท่ายั่วยวน
ไลลาเบิกตาโตด้วยความตกใจ

ที่จอมือถือ เห็นภาพจริยาหันมือถือมาถ่ายตัวเองแล้วทำหน้าเบ้ โดยมีโจกรี๊ดกร๊าดอยู่ใกล้ๆ
“ว้าย เขินอะ อย่าแชร์ให้ใครดูนะจิ๋ว โดยเฉพาะคุณแม่”
“คร่า คุณพี่สาว”
คลิปจบลงที่ตรงนั้น
ไลลาทำหน้าตกใจ
“โจเป็นเก้งกวางงั้นเหรอ”

ที่หน้าจอมือถือของจริยา ขณะกำลังฉายคลิป ก็มีสายแทรกเข้ามา เห็นเป็นเบอร์ 02 ไลลาลังเล ไม่กล้ากดรับ
จริยาอยู่ในตู้โทรศัพท์ข้างทาง กำลังโทร เข้ามือถือตัวเองอย่างร้อนใจ
“รับสิ”
ไลลาตัดสินใจกดสายทิ้ง จริยาถึงกับหน้าเสีย
“ตัดสาย หนอย ไอ้ขี้ขโมย”
จากนั้นก็ตัดสินใจโทร เข้ามือถือไลลา
“ไงจิ๋ว ถึงบ้านรึยัง”
“เจ้ไล ช่วยดูในรถให้หน่อยสิคะ มีมือถือจิ๋วตกอยู่รึเปล่า”
“อ้าว มือถือหายเหรอ แป๊บนะ”
ไลลาทำเสียงเหมือนกำลังค้นนั่นนี่ จริยารอคอยอย่างมีความหวัง
“ไม่มีนะแก ใต้เบาะอะไรก็ไม่มี แกไปที่ไหนมาก่อนเจอฉันรึเปล่า”
“เหรอ หลายที่เลยอ่ะเจ้ ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ”
ไลลาแกล้งถามหยั่งเชิง “แล้ว...ในนั้นมีของสำคัญอะไรมั้ย”
จริยาอึกอัก “เอิ่ม ไม่มีจ้ะ แค่นี้นะ จิ๋วไปหาที่อื่นก่อน”
จากนั้นก็วางสายอย่างกลัดกลุ้ม ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“โธ่เอ๊ย ทำไงดี ตายแน่”
ส่วนไลลาก็นิ่งคิด

อัปสรสวรรค์กำลังเปิดดูรูปจากไอจีของไลลา เป็นภาพไลลา จริยา และปกรณ์ที่หน้าผับ พร้อมข้อความ “บังเอิญเจอเพื่อนเก่า เขาและเธอ ครบแก๊ง รักนะยูว์”

ยิ่งดู ก็ยิ่งหงุดหงิดใจ

ที่หน้าสตูดิโอช่อง STAR มีหนุ่มสาวนั่งรออยู่หลายสิบคน
 
ครู่หนึ่งไลลาก็เดินเข้ามา วัยรุ่นคนอื่นๆ หันไปเห็น ก็กรี๊ดกร๊าดกรูกันเข้าไป
“ว้าย พี่ไลลา ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ หนูชอบพี่มากเลยค่ะ”
“ใช่ๆ หนูเป็นหัวหน้ากลุ่มแอนตี้นางฟ้าของโรงเรียนเลยนะคะ”
ไลลายิ้มเขินๆ แล้วเซ็นชื่อให้กลุ่มวัยรุ่น
ทีมงานคนหนึ่งเดินออกมาจากสตูฯ
“เอ้าๆ เข้าไปกันหมดทุกคนแล้วใช่มั้ยจ๊ะ”
พูดจบก็หันไปเห็นไลลา “อ้าว น้องไล”
ไลลาเงยหน้าแปลกใจ “อะไรคะ”
“คุณนิรันดร์กำลังจะให้ไปตามอยู่พอดี เชิญด้านในหน่อยสิครับ”
“อ๋อ ค่ะๆ”
ไลลารับคำอย่างงงๆ

“ แคสต์บทนางเอก ?”
ไลลาโพล่งขึ้นมาอย่างตกใจ โปรดิวเซอร์พูดย้ำ
“ใช่ ละครเรื่องแรกของช่องเราเลย ผู้กำกับ ทีมงาน ก็ซื้อตัวมาจากช่องดังๆ ทั้งนั้นเลยนะ ดังแน่ๆ”
“แล้วทำไมต้องเป็นไลด้วยล่ะคะ”
“คุณนิรันดร์เค้าสั่งมาเลย นางเอกเรื่องนี้เป็นนักข่าว ไต่เต้าสู้ชีวิตจนได้พบรักกับพระเอกที่เป็นนักแสดงดัง มาๆ ลองเทสต์หน้ากล้องดู”
ไลลาอึกอัก ไม่อยากทำ พยายามหลีกเลี่ยง “ไม่ดีกว่า ไม่เอา ไม่เล่น”
โปรดิวเซอร์พยายามอ้อน “ โธ่ อะไรกัน”
“ม่ายเอาค่ะ ม่ายเล่นเลย”
พูดพลางขยับจะเดินออก แต่บังเอิญไปชนกับนิรันดร์ที่ยืนขวางอยู่
“นี่มันโอกาสนะครับ หนีทำไม”
“จะบ้าเหรอคะ ไลไม่อยากเป็นดารา ไลอาย ไลไม่กล้าเล่น”
นิรันดร์ยิ้มเยาะ “ไหนบอกจะเล็กจะใหญ่ไลไม่สนไง นี่แค่เล่นละคร ลิงยังเล่นได้ ทำไมกลัวซะได้ล่ะ”
ไลลารีบแย้ง “มันไม่เหมือนกันค่ะ ไลไม่ได้อยากทำ ไลอายจริงๆ ค่ะ”
“นี่ถ้าคนอื่นรู้ว่าคุณไม่กล้าจะว่าไง อายเค้านะ”
“ช่างเค้าสิคะ”
นิรันดร์ถอนใจ “คุณครับ พูดตรงๆ นะ ผมอยากจะปั้นคุณมาแข่งกับนางฟ้าของช่อง THE SUN”
ไลลายืนฟังนิ่ง เงียบ
“ถามจริงๆ เถอะครับ ตอนนี้ใครๆ เค้าก็รู้ว่าคุณกับนางฟ้าเป็นศัตรูกัน คุณพอใจจะฟาดฟันในฐานะนักข่าวกับดาราไปจนตายหรือครับ ในเมื่อตอนนี้คุณสมบัติคุณพร้อมแล้วที่จะมางัดข้อกับเธอในฐานะดาราด้วยกัน”
ไลลานิ่งคิด อีกฝ่ายแกล้งพูดจี้ปม
“หรือว่ากลัวแพ้นางฟ้า”
ไลลามองตาแข็ง นิรันดร์ยิ้มกริ่ม

นิรันดร์กับโปรดิวเซอร์ยืนเอาใจช่วยอไลลาอยู่หลังกล้อง
“พร้อมแล้ว เริ่มเลยครับ”
ไลลาเดินถือบทเข้ามายืนที่หน้าฉาก ท่าทางตื่นๆ ก่อนจะพยายามเรียกสมาธิ หายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเริ่มแสดง
“ทำไมคะ ถึงฉันจะเป็นเพียงนักข่าวเล็กๆ แต่ฉันก็เติบโตมาด้วยลำแข้งของฉัน น้ำพักน้ำแรงของฉัน ไม่ใช่จากบุญเก่าของพ่อแม่ หรือการแลกมาด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำกับฉันนั้นมันดีแล้ว เหมาะสมกับฐานะของฉันแล้ว ก็ขอให้รู้ไว้ซะตั้งแต่วันนี้ว่า ฐานะนักแสดงดังของคุณน่ะ มันจะพังเมื่อไหร่ก็ได้ แม้จะขึ้นมาได้ด้วย เส้นสาย แต่ถ้าคนดูเขาเกลียดคุณขึ้นมา เขาก็จะพากันรุมกระทืบคุณได้เช่นกัน”
สีหน้า และแววตาของไลลามุ่งมั่น

ปกรณ์เดินเข้ามาที่ตึกช่อง SUN พลันก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นแฟนคลับโจกลุ่มหนึ่ง กำลังยืนประท้วงอยู่ มีการเอาซีดีและรูปโจมาเผา
“เรารับไม่ได้กับกระเทยโจที่มาหลอกลวงเราให้หลงรัก ขอให้เจ้าของค่ายเพลงแบนกระเทยโจด้วย”
ตากล้องหนุ่มเดินไปถามแฟนคลับสาวคนหนึ่งด้วยความสงสัย
“น้องๆ นี่มาประท้วงอะไรกันหรือครับ”
“อีโจไง”
ปกรณ์ทำหน้างง “อีโจไหน”
“อีโจ ศรัณธรไง มันหลอกพวกเรามาตั้งนานว่าเป็นผู้ชาย ที่แท้มันเป็นเก้งกวาง”

“จะบ้าเหรอ น้องไปเอามาจากไหน”
แฟนคลับย้อนกลับทันที “พี่นั่นแหละไปอยู่ไหนมา คลิปเค้าแชร์กันว่อนเฟซ”
ปกรณ์ทั้งงง ทั้งแปลกใจ

ลูกเป็ดรีบพาโจไปขึ้นรถ หลบบรรดานักข่าวที่วิ่งตามมา
พอโจหลบขึ้นรถไปได้ ลูกเป็ดจึงให้สัมภาษณ์แทน
“ยังไงพี่ก็ยังคิดว่าไม่จริง โจไม่ได้เป็นอย่างนั้น นั่นมันการแสดง คงแค่เล่นสนุกกันเฉยๆ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ถ้าเป็นพี่ก็ต้องรู้ไปแล้วสิ”
นักข่าวยิงคำถามต่อ “แล้วพี่คิดว่าใครเป็นคนปล่อยคลิปนี้คะ”
“หลักฐานมันก็อยู่ในนั้นแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“จิ๋วเหรอคะ”
ลูกเป็ดยิ้มเยาะ “ไม่รู้ ไม่ได้บอกชื่อ”
“แล้วสาเหตุล่ะครับ”
“จะอะไร ก็คงอยากแย่งซีนมั้งคะ พอแล้วค่ะ”
นักข่าวพยายามรั้งไว้ “เดี๋ยวก่อนสิคะ”

ลูกเป็ดไม่สน รีบหนีขึ้นรถไป

ลูกเป็ดหันไปพูดกับโจที่นั่งนิ่งมองออกไปนอกรถ
 
“ไร้สาระเนอะลูกโจ ซิกแพ็กแน่นขนาดนี้หาว่าเป็นกระเทย ก็แค่คลิปถ่ายเล่นกัน เอาไปเม้าท์เป็นบ้าเป็นหลัง”
โจนั่งเงียบ ไม่ตอบอะไร ในใจเขามีแต่ความกังวล ไม่กล้าบอกความจริง

แฟนคลับ 2 คนยืนด่าอยู่หน้าห้องคอนโดจริยา รปภ.คนหนึ่งพยายามรั้งตัวไว้
“อีจิ๋ว ออกมาเดี๋ยวนี้นะ แกปล่อยคลิปใช่มั้ย แกทำลายพี่โจของฉัน”
สมรกับจริยานั่งเครียดอยู่ที่โซฟา
“หนอย มาเรียกลูกฉันอีเหรอ อีบ้า”
สมรทำท่าจะออกไปราวี จริยาต้องรีบดึงแม่ไว้
“พอแล้วแม่ เค้าไม่รู้”
“ไม่รู้จริงแล้วตามมาด่าเค้าได้ยังไง เลวสุดๆ เดี๋ยวนี้คนทำไมมันเป็นอย่างนี้กันไปหมดวะ ชาติหน้าขอให้ได้ไปเกิดเป็นปลานะ เวลาด่าใคร น้ำจะได้เข้าปากพวกแก”
จริยาหันไปมองทีวี ที่กำลังออนแอร์รายการ “ไลลามาแล้ว” เห็นภาพคลิปโจเต้นจนจบเพลง

“ในท้ายคลิป คงเห็นได้ชัดว่ามีนักร้องสาวร่วมค่ายเป็นคนบันทึกภาพ แต่จากแหล่งข่าววงในเชื่อกันว่าคนเผยแพร่คลิปนี้ไม่น่าใช่นักร้องสาว เพราะเธอก็อยู่ในคลิปด้วย”
ไลลาหันควับมามองกล้องอีกมุม
“แต่น่าจะเป็นฝีมือนักแสดงสาวเพื่อนเลิฟ ที่แอบเล่นทีเผลอ ขโมยเอามาปล่อย ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้”
จริยายืนตะลึง หูอื้อ มึนงงไปหมด

เหล่านักข่าวตามไปสัมภาษณ์อัปสรสวรรค์ถึงที่บ้านเด็กกำพร้า
“ขอโทษนะคะ ฟ้ายังไม่เห็นคลิปพี่โจเลยค่ะ วันนี้มาทำบุญแล้วก็เลี้ยงอาหารน้องๆ ตั้งแต่เช้า”
“แต่ข่าวบอกว่านางเอกอันดับหนึ่ง เป็นคนปล่อยคลิปนี้นะคะ”
ซุปตาร์สาวอารมณ์ขึ้นทันที “ใครคะ ใครมันพูด”
พวกเด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ พากันตกใจ จนปูเปรี้ยวต้องเข้าไปปลอบ
“หนูๆ ไปเล่นทางโน้นก่อนนะคะ”
นักข่าวอึกอัก “ ก็ น้องไลลาไงคะ”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าเอือม “คนนี้อีกแล้วเหรอ เค้าพูดว่าไงคะ”
“บอกว่าเรื่องนี้นางเอกอันดับหนึ่งน่าจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะมีเรื่องกับจิ๋วอยู่ก่อนหลายเรื่อง”
พอได้ฟัง ก็โกรธจัด “ฟ้าจะฟ้องมัน”
“แต่เค้าอาจจะหมายถึงคนอื่นก็ได้นี่คะ”
“ไม่ใช่ใครหรอกค่ะ มันตั้งใจจะโจมตีฟ้าคนเดียว แล้วนี่พี่ๆ เป็นอะไรกันหรือคะ ทำไมมันพูดอะไรแล้วต้องกลายเป็นประเด็น ปักหมุดเป็นข้อเท็จจริง พอฟ้าพูดก็ไปก็ออกข่าวว่าฟ้าแก้ตัว มันเรื่องอะไรกันคะ”
ปูเปรี้ยวเห็นจะไปกันใหญ่รีบเดินเข้ามาแทรก
“น้องๆ นักข่าวคะ วันนี้พอกันก่อนนะคะ พวกเราตั้งใจมามอบความสุขแก่น้องๆ เด็กกำพร้า แล้วข่าวก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับน้องนางฟ้า ไปสัมภาษณ์คนที่เป็นข่าวก่อนดีมั้ยคะ”
อัปสรสวรรค์หน้านิ่ว กัดฟันกรอด

อาทิตย์เข้ามาในห้องทำงานของราศี ก็เห็นเจ้าของห้องกับโจนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เป็นไงบ้างครับ”
ราศีหน้าเครียด “พวกแฟนคลับโจเค้ามาประท้วงตั้งแต่เช้าเพิ่งกลับไป”
อาทิตย์หันไปเห็นโจนั่งเงียบเล่นมือถืออยู่
“ไม่เป็นไรนะครับพี่โจ เดี๋ยวเราจะจัดแถลงข่าวให้วันนี้เลย”
โจเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ตื่นตระหนก
“เรื่องอะไรคุณอาทิตย์”
“ปฏิเสธเรื่องในคลิปนั่นไงครับ”
โจยิ้มหยัน “ไม่ทันแล้วมั้งครับ พวกนักสืบในเน็ต เค้าไปขุดไปคุ้ยประวัติในอดีต ตั้งแต่สมัยเป็นกระเทยหัวเกรียนมาแฉเรียบร้อยแล้ว”
“เอ่อ แล้วพี่โจอยากให้ทางเราช่วยยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรครับ ก็มันเรื่องจริงนี่”
อาทิตย์ตกใจ “ว่าไงนะครับ”
“ก็ผมเป็นงั้นจริงๆ ผมไม่ใช่แมน ผมเป็นสาวมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วครับ”
อาทิตย์มองหน้าราศี แม่ลูกไปไม่ถูกทั้งคู่
“ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้ แต่ต้องเลยตามเลย ก็เพื่อความอยู่รอด ตอนนั้นผมเป็นนักร้องลูกทุ่งอยู่แถวต่างจังหวัด คุณแม่ลูกเป็ดมาคล้องมาลัยทุกวัน ถ้าผมเปิดเผยตัวตอนนั้น คุณแม่ต้องไปติดนักร้องคนอื่นแน่ จากนั้นผมก็แอ๊บเรื่อยมา จนคุณแม่พาไปฝากแมวมองเข้าวงการครับ”
ราศีพยักหน้าหงึกๆ
“แต่ตอนนี้ผมได้ทุกอย่างแล้ว ทั้งชื่อเสียง เงินทอง อีกอย่างตอนนี้วงการเพลงแย่ อีกปีสองปีก็น่าจะเป็นขาลงของผมแล้ว พอมีข่าวนี้บอกตรงๆ ว่าผมไม่ซีนะ สบายใจซะด้วยซ้ำ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เป็นห่วงก็แต่คุณอาทิตย์นั่นแหละครับ ว่าจะทำไงต่อไป”
อาทิตย์นั่งอึ้ง หันมองหน้าแม่แบบมึนๆ แล้วถามโจ “แล้วพี่ลูกเป็ดล่ะครับ”
“คงรอเวลาให้แกรู้เอง”
“เธอว่างานนี้เป็นฝีมือใคร” ราศีหันมาถามโจ
“อืม ไม่รู้ว่าใครปล่อยเหมือนกันครับ แต่ก็อย่างที่เห็นในคลิป จิ๋วเป็นคนถ่าย ตอนนั้นเราอยู่กันแค่
2 คน ส่วนนางฟ้านี่ไม่น่าจะเกี่ยวเลย ไม่รู้ไลลาเอาไปผูกได้ยังไง แต่ก็ไม่แน่หรอกครับวงการนี้”
“แล้วแกว่าไงตาอาทิตย์ ช้ากว่านี้จะบานปลายไปใหญ่นะ นักร้องค่ายแกทั้งคู่”

อาทิตย์เงียบครุ่นคิด

ในสตูดิโอช่อง SUN กำลังเตรียมถ่ายรายการบันเทิงช่วงเย็น มีทีมงานนั่งรอกันอยู่ ครู่หนึ่งกรณ์ก็เดินเข้ามา
 
“เอ้าทุกคน ฟังๆ”
ทีมงานต่างหันมาตั้งใจฟัง
“รายการเย็นนี้ที่จะมีสัมภาษณ์ดาวโป๊ทะเลาะกัน เลื่อนออกไปก่อน คุณอาทิตย์ให้จัดแถลงข่าว เอานางฟ้า จิ๋ว โจมาเคลียร์ข่าวคลิปหลุด”
เรด้ารีบถามต่อทันที “แหม ทันเหตุการณ์จริง ว่าแต่จะมีโชว์เต้นแบบในคลิปด้วยป่าวฮ้า”
ทีมงานพากันหัวเราะ
ดาราสาวที่มาเป็นพิธีกรแทนไลลา สอดส่ายสายตาล่อกแล่ก พลางแอบหยิบมือถือขึ้นมาโทร

ทางด้านไลลาก็กำลังคุยมือถือกับดาราสาว
“ขอบใจมากนะ ถ้าทำสำเร็จ ชวนแฟนไปช้อปปิ้งที่ฮ่องกงได้เลย ฉันจะจัดให้ โอเค จ้ะ หลังรายการเดี๋ยวโทร หากัน”
พูดเสร็จ ก็วางสาย พลางยิ้มเจ้าเล่ห์

อัปสรสวรรค์หิ้วกระเป๋าสีฟ้าเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว พอจริยาเดินสวนออกมา ทั้งสองต่างก็ชะงัก
“อ้าว เจ้ฟ้า นึกว่าจะไม่มาแล้ว” ฝ่ายหลังทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่มาคนก็หาว่าฉันทำสิ”
“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเจ้ไลถึงออกข่าวแบบนั้น”
อัปสรสวรรค์ได้ยิน ก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที “ใช่ ทั้งๆ ที่คนถ่ายคลิปคือเธอ”
“แต่จิ๋วไม่ได้เป็นคนปล่อย”
“แปลกๆนะ เมื่อคืนไปปาร์ตี้กันมา วันนี้ก็มีข่าวเลย ไม่รู้รวมหัวทำอะไรกันรึเปล่า”
จริยาตกใจ “เจ้”
อัปสรสวรรค์แค่นยิ้ม “ตอนนี้ฉันคงไม่ไว้ใจใครไม่ได้แล้ว”
พูดเสร็จก็เดินเลี่ยงเข้าไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนเครียด อึดอัดใจ

ดาราสาวที่เป็นพิธีกร กำลังนั่งสัมภาษณ์อัปสรสวรรค์ จริยา และโจ ทั้งสามนั่งเรียงกัน ปกรณ์ทำหน้าที่ตากล้อง มีแฟนคลับและนักข่าวเนืองแน่น อาทิตย์ยืนดูอยู่ข้างๆ
โจยอมรับแต่โดยดี “ถึงขนาดนี้แล้ว ก็ต้องขอยอมรับโดยดุษฎีแล้วครับ ว่าทุกสิ่งที่เห็นในคลิปนั้นเป็นเรื่องจริง”
กลุ่มแฟนคลับฮือฮาขึ้นมาทันที
“แล้วพี่โจเป็น.....จริงรึเปล่าคะ” พิธีกรถามต่อ
โจยิ้มนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเต็มเสียง “จริงครับ”
เสียงแฟนคลับฮือดังอีกระลอก ลูกเป็ดยืนอึ้ง
“นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของผม” โจพูดพลางยกมือขึ้นพนม “ผมขอโทษที่ทำให้แฟนคลับหลายๆ คน
ต้องผิดหวัง ขอโทษครับ”
นักข่าวกดชัตเตอร์รัว แฟนคลับคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
“ไม่เป็นไร ยังไงเราก็รักพี่โจเหมือนเดิม”
คนดูในห้องปรบมือเกรียว แฟนคลับโบกมือให้กำลังใจ พร้อมกับตะโกน “พี่โจ สู้ๆ”
ลูกเป็ดที่ยืนดูอยู่หลังห้องเอามือปิดปากร้องไห้ แล้วเดินออกไป
พิธีกรถามต่อ “แล้วจากนี้ไป พี่โจวางแผนจะยังไงต่อคะ”
“สำหรับผมก็คงต้องแล้วแต่พี่ๆ น้องๆ ว่ายังรักยังติดตามผลงานกันอยู่รึเปล่า ถ้าทุกคนยังให้อภัยโจ โจก็จะยังไม่ไปไหนครับ”
แฟนคลับส่งเสียงกรี๊ดลั่นสตูฯ
“แหม ยังไงพวกเราก็ต้องให้กำลังใจพี่โจต่อไปนะคะ เพราะพี่โจเองก็ให้ความสุขความบันเทิงกับ พวกเรามานาน” พิธีกรพูดพลางหันไปถามแฟนคลับ “จริงไหมคะทุกคน”
แฟนคลับตะโกนว่า “จริง” เป็นเสียงเดียวกัน
โจยิ้มปลื้ม พิธีกรหันมาถามจริยาต่อ
“แล้วทางคุณจิ๋วล่ะคะ มีอะไรจะพูดกับพี่โจรึเปล่า”

ช่างทำผมเดินเข้ามาในห้อง พลางเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะหันไปเห็นกระเป๋าสีฟ้าของอัปสรสวรรค์ที่วางอยู่ตรงโซฟา

เมื่อเห็นจริยาน้ำตาคลอ โจก็รีบพูดขึ้นมา
“ในนั้นก็มีรูปจิ๋วด้วย ผมไม่คิดว่าจิ๋วจะเป็นคนทำ ถ้าทำจิ๋วจะทำไปเพื่ออะไร”
จริยามองอย่างซึ้งใจ “พี่โจ ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจจิ๋ว”
ทั้งสองกอดกัน แฟนคลับมองอย่างประทับใจ
“นี่แหละค่ะ ความสัมพันธ์ของนักร้องพี่น้องร่วมค่ายที่ยังรักและเชื่อใจกันไม่เสื่อมคลาย สรุปว่าพี่โจไม่คิดว่าทั้งสองท่านเป็นคนทำ”
โจตอบอย่างหนักแน่น “แน่นอนครับ จากที่เคยสัมผัสมา พี่โจไม่เชื่อว่าน้องสาวทั้ง 2 คนนี้เป็นคนทำครับ”
พิธรีกรหันมาสัมภาษณ์อัปสรสวรรค์บ้าง
“แล้วคุณนางฟ้าล่ะคะ”
“ฟ้าคิดว่าเป็นมือที่สามที่ต้องการทำลายพวกเรา เวรกรรมมีจริงค่ะ และเดี๋ยวนี้ก็ตามมาเร็วซะด้วย
ไม่นานคนร้ายคงเผยตัวออกมาแน่ค่ะ”
พิธีกรหันมาพูดกับกล้อง “ค่ะ ทั้งนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของทุกคน รายการในวันนี้เรานัดทั้งสามมาเคลียร์ก็เพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของศิลปินในค่ายเดียวกัน ที่แม้จะมีข่าวไปในหลายทางว่ามีเรื่องบาดหมาง ขัดแย้งกัน แต่ทุกท่านคงได้เห็นแล้วว่าทั้งสามยังคงเหนียวแน่น มั่นคง รับฟังเหตุผลของกันและกัน วันนี้ I Love gossip รายการภาคพิเศษ และเราทั้งสี่ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ”
กรณ์ตะโกนสั่ง “ คัท โอเค ครับ”
หลังทีมงานเลิกถ่าย พิธีกรก็หันมาถามเหล่านักข่าว
“ใครมีคำถามอีกไหมคะ”
นักข่าวคนหนึ่งยกมือขึ้น
“เอ่อ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ อยากให้ทางรายการ ช่วยเช็คแฟ้มรูปในมือถือของน้องนางฟ้าด้วยได้ไหมครับ”
พิธีกรหันไปมองหน้าอัปสรสวรรค์ที่ดูมั่นใจมาก
“อุ๊ย ! จะดีเหรอคะ”
ซุปตาร์สาวพยักหน้ายิ้มๆ “เชิญเลยค่ะ”
“งั้นทีมงานด้านหลังคะ ขอกระเป๋าของน้องนางฟ้าด้วยค่ะ”
อาทิตย์ยืนอยู่ เริ่มไม่มั่นใจ จึงรีบเดินเข้าไปข้างๆ ฉาก แล้วคุยกับพิธีกร
“นี่คุณ มันเกินไปรึเปล่า นั่นมันของส่วนตัวนะ”
“ขอโทษด้วยค่ะคุณอาทิตย์ แต่เจ้าของเขาอนุญาตแล้ว”.
อัปสรสวรรค์รีบบอก “ไม่เป็นไรหรอก เค้าอยากดู ฉันก็จะให้ จะได้รู้ไปเลย”
“แล้วถ้าไปเจอรูปอะไรที่มันเป็นส่วนตัวล่ะ”
“มือถือฉัน ไม่มีรูปอะไรเป็นความลับหรอก”

อาทิตย์จำต้องตามใจ สักพักกระเป๋าของอัปสรสวรรค์ก็ถูกทีมงานหิ้วออกมาวาง นักข่าวทุกสำนักต่างตั้งตารอ

อัปสรสวรรค์หยิบมือถือในกระเป๋ามาแล้วส่งให้นักข่าวคนหนึ่งช่วยตรวจ
 
”เอ๊ะ”
นักข่าวตาโตเหมือนเห็นอะไร
“อะไรหรือคะ”
นักข่าวหันมือถือให้อัปสรสวรรค์ดู ในจอกำลังเล่นคลิปของโจอยู่
ซุปตาร์สาวทำหน้าตกใจ นักข่าวรีบบอก
“ในมือถือน้องนางฟ้ามีคลิปโจจริงๆ ด้วย”
พูดพลางชูมือถือให้ทุกคนเห็น ทั้งจริยาและโจต่างก็ตกใจ
อาทิตย์ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับอึ้ง ส่วนปกรณ์เอง ก็แทบไม่เชื่อสายตา
“เป็นไปไม่ได้ค่ะ”
อัปสรสวรรค์รีบเดินไปคว้ามือถือกลับคืนมา
จริยามองหน้าอย่างโกรธจัด “เจ้ฟ้า”
“ฝีมือเธอจริงๆ เหรอ” โจถามย้ำ
“ไม่ใช่นะจิ๋ว พี่โจ”
จริยากับโจไม่ฟัง ผลุนผลันเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อนจิ๋ว พี่โจ”
อัปสรสวรรค์จะเดินตามออกไป แต่ถูกนักข่าวรุมจะสัมภาษณ์ อาทิตย์เห็นความวุ่นวายรีบเข้ามาขวาง
“ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ วันนี้พอแค่นี้นะครับ ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ นักข่าวทุกคนครับ”
พูดจบก็รีบพาเธอออกไป พร้อมกับกันพวกนักข่าวให้
พิธีกรแอบมองหน้านักข่าวคนที่เปิดดูมือถือ แล้วยิ้มให้กัน

อัปสรสวรรค์รีบเดินมาคว้าแขนจริยาไว้ โดยมีอาทิตย์เดินตามมาด้วย
“จิ๋ว ฟังฉันก่อน”
อีกฝ่ายสะบัดเสียงใส่ “จะให้ฟังอะไรอีก เจ้ฟ้าแอบขโมยรูปจากมือถือจิ๋วไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“จะบ้าเหรอจิ๋ว ฉันก็ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ได้ยังไง”
จริยายิ้มเยาะ “ใครมันจะไปยุ่งกับมือถือเจ้ นางเอกอันดับหนึ่งของประเทศได้”
“แกมองความเป็นจริงบ้างสิ มันต้องมีคนแกล้งเราแน่”
นักร้องสาวน้ำตาคลอ “เจ้ ฉันไม่มีทางดังกว่าเจ้หรอกนะ สิ่งที่เจ้มีอยู่ก็ดีกว่าฉันทุกอย่าง เจ้ยังไม่พอใจอีกเหรอ”
อัปสรสวรรค์ได้ยินก็ตกใจ “จิ๋ว แกพูดบ้าอะไร นี่ไอ้ไลมันเสี้ยมแกมาเหรอ”
“ฉันรู้แล้วทำไมเจ้ไลถึงเกลียดเจ้ เพราะเจ้เป็นแบบนี้”
คราวนี้ซุปตาร์สาวเป็นฝ่ายโมโหขึ้นมาบ้าง
“นี่เป็นแผนของพวกแกใช่มั้ย จะเหยียบฉันให้จมดินกันใช่มั้ยไอ้จิ๋ว”
จริยาโมโหรีบเดินออกไปทันที อัปสรสวรรค์ยืนมองตาม อาทิตย์ถอนหายใจ

จริยาหลบมายืนร้องไห้อยู่ที่ริมน้ำ ครู่หนึ่งปกรณ์ก็วิ่งตามออกมา
“จิ๋ว”
เธอหันกลับมา แล้วก็เดินเข้าไปกอดเขา พร้อมกับร้องไห้โฮ เขารีบลูบไหล่ปลอบใจ
“ไม่เอาจิ๋ว ไม่ร้อง”
“ทำไมอะเป๋า ทำไมเค้าต้องอยากทำลายจิ๋วด้วย จิ๋วคอยเป็นกาวใจให้ทั้ง 2 คนตลอด ไม่เคยคิดร้ายให้ร้ายอะไรเลย ทำไมถึงได้สิ่งตอบแทนแบบนี้กลับมา”
จริยาร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของปกรณ์
ภาพหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บันเทิงหลากหลายฉบับพากันพาดหัวจิกกัดอัปสรสวรรค์
“เปิดตัวนางฟ้า สะตอพันธุ์แบ๊ว”
“คลิปโจหลุด ที่แท้ฝีมือนางฟ้า”
ภาพจากเฟซบุ๊ก วัยรุ่นหลายคนขึ้นสเตตัสด่า
“เสียความรู้สึกกับเธอมากอีนางฟ้า”
“ต่อไปนี้อัปสรสวรรค์แปลว่าตอแหลตาใส”
ที่หน้าจอคอมพ์ เป็น IG ของอัปสรสวรรค์ เขียนว่า “ขอบคุณทุกคนที่ยังเข้าใจฟ้า คนที่ทำย่อมรู้อยู่แก่ใจค่ะ”
ไลลานั่งยิ้มสมเพชอยู่หน้าคอมพ์ นัตตี้เดินเข้ามา พร้อมกับยิ้มเยาะ
“เป็นไง สุขสมหวังอีกแล้วสิ เก่งมากนะ ปรบมือแปะๆๆ”
ไลลาหยุดยิ้ม แล้วปิดจอคอมพ์ทันที “สมหวังอะไร”
“โธ่ แผนตื้นๆ ไปหลอกควายไป ฉันทำมาหมดแล้ว ไอ้สร้างฉาก ถ่ายรูป ขโมยคลิป เธอมันเด็กน้อย”
ไลลาตะคอกกลับ “แล้วมาพูดเรื่องนี้กับฉันทำไม”
“ก็ไม่แล้วไงหรอก ฉันก็จะดูว่าแกจะเดินเกมต่อไปยังไง ความจริงมันก็สนุกดี ดูพวกแกกัดกันไม่เลิก นักข่าวเกรดบี ท้าชกกับนางเอกอันดับหนึ่ง”
นัตตี้หัวเราะเยาะ แล้วเดินออกไป ไลลาจิกตาแค้น
อยู่ๆ ทีมงานก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “น้องไลครับ”
“มีอะไรคะพี่”
“น้องไลแคสต์ผ่านบทนางเอกนะครับ”
ไลลาตกใจ “ว่าไงนะพี่”
เรด้ายิ้มดีใจ “น้องไลกำลังจะได้เป็นนางเอกละครแล้ว”

ไลลาหน้าตื่น กับเรื่องที่ไม่คาดคิด

จบตอนที่ 9
กำลังโหลดความคิดเห็น...