xs
xsm
sm
md
lg

ดอกซ่อนชู้ ตอนที่ 9

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ดอกซ่อนชู้ ตอนที่ 9 
สารภีวิ่งออกมาจากเรือนดอกแก้ว เทพไทรีบตามออกมาพร้อมด้วยดอกแก้ว เทพไทรีบวิ่งมาคว้าตัวสารภีให้หยุด

"เดี๋ยวสารภี คุณกำลังเข้าใจเราสองคนผิดนะ"
สารภีดื้อดึง
"เห็นเต็มตาขนาดนี้ยังจะมาโกหกสารภีอีกหรือคะ ทำไมคะ ที่พี่เทพคอยปกป้องมัน มันยังไม่พอใจอีกรึไงกัน พี่เทพถึงต้องตามมากกมากอดปลอบใจมันจนถึงที่แบบนี้"
ดอกแก้วโกรธที่สารภีกล่าวหา
"เราสองคนไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณพูดมานะคะ"
สารภีจ้องหน้า ไม่เชื่อสิ่งที่ดอกแก้วพูด
"ถ้าฉันไม่เข้ามาเห็นซะก่อนก็คงเลยเถิดไปไหนต่อไหนแล้ว คนไม่มียางอายอย่างหล่อนคงไม่รู้สึกรู้สาถึงคำว่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงหรอกนะ"
เทพไทไม่พอใจที่สารภีกล่าวหา
"คุณไม่ควรพูดแบบนี้กับดอกแก้วนะครับ"
สารภีหันขวับไปที่เทพไทที่เข้าข้างดอกแก้ว
"ก็ได้ค่ะ....สารภีจะไม่พูดกับมัน แต่สารภีจะพูดให้ทุกคนรู้โดยเฉพาะ...คุณหลวง"
สารภีสะบัดหน้าเดินออกจากเทพไททันที
"สารภี..เดี๋ยว"
สารภีรีบเดินไป เทพไท ดอกแก้วมองหน้ากันตกใจเป็นเรื่องแน่

ในห้องรับแขก คุณหลวงลุกจากเก้าอี้เพื่อส่งท่านชายพจน์ที่กำลังจะกลับ
"ยังไงอาขอแรงรบกวนแม่หนูสารภีไปช่วยต้อนรับแขกฝรั่งที่จะมาที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้หน่อยนะ คุณหลวง"
"อ่อ..ได้ครับ"
ท่านชายพจน์พยักหน้ายิ้มๆ
"อืม งั้นฉันฝากด้วยนะ"
ท่านชายพจน์จะเดินออก หลวงปกรณ์ สร้อยทองยกมือไหว้ลา
"สวัสดีครับ(ค่ะ)ท่านอา"
ท่านชายเดินออกไป สารภีเดินลิ่วๆเข้ามาเห็นคุณหลวงกับสร้อยทองยืนอยู่
"คุณหลวงคะ สารภีมีเรื่องจะเรียนให้คุณหลวงทราบค่ะ"
หลวงปกรณ์กับสร้อยทองหันมองหน้าสารภี

ในห้องรับแขก สร้อยทองบอก
"ไม่จริงพ่อเทพไม่มีทางทำอย่างที่เธอว่าแน่"
" ถ้าสารภีไม่ไปเห็นมากับตาสารภีคงไม่กล้าเอาเรื่องนี้มาเล่าให้คุณหลวงกับคุณน้าฟังหรอกค่ะ ตอนที่สารภีไปเห็นก็เห็นว่าแม่ดอกแก้วกอดพี่เทพไทอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นทำอะไรกันบ้างสารภีไม่เห็นหรอกค่ะ"
หลวงปกรณ์ราชกิจฟังที่สารภีเล่านิ่งๆ แอบคิด สร้อยทองซัก
"แล้วเธอไปที่เรือนแม่ดอกแก้วทำไม"
"สารภีแค่จะเอาเอกสารที่ช่วยแปลไปให้พี่เทพเพราะเห็นว่าพี่เทพเดินไปที่นั่น แต่ก็ไม่นึกว่าจะเห็นภาพนั้นเข้า สารภีก็ไม่ทราบนะคะว่าแม่เลี้ยงสมควรเมตตาลูกเลี้ยงด้วยการกอดจูบหรือเปล่า ถ้าเป็นเด็กสามสี่ขวบก็ว่าไปอย่าง และอีกอย่างพี่เทพก็เป็นหนุ่มเป็นแน่น"
คุณหลวงหน้าตึง ใจหนึ่งก็หึงดอกแก้ว อีกใจหนึ่งก็คิดว่าคงไม่ได้มีอะไร หลวงปกรณ์ออกแนวรำคาญสิ่งที่สารภีฉอดๆเสียมากกว่า เลยตัดบทอย่างรำคาญ
" พอที แม่สารภี"
เทพไทกับดอกแก้วเข้ามา สร้อยทองซัก
"พ่อเทพ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมลูกกับแม่ดอกแก้วถึงได้"
ยังไม่ทันที่สร้อยทองจะพูดจบ หลวงปกรณ์ก็เอ่ยถามเทพไทด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
"เรื่องเป็นไงมาไง"
"ผมเพียงแค่ปฐมพยาบาลให้กับดอกแก้วเพราะเลือดกำเดาไหลก็เท่านั้นเอง พอดีสารภีเข้ามาเห็นก็เอะอะโวยวายไม่ฟังความใดๆ"
"แต่ที่สารภีเห็นมันไม่ใช่นี่คะ"
หลวงปกรณ์ได้ยินว่า ดอกแก้วเลือดกำเดาไหลหันไปสนใจที่ดอกแก้ว
"เลือดกำเดาไหลงั้นรึ"
คุณหลวงเป็นห่วงดอกแก้วรีบเข้าไปดูใกล้ๆเห็นรอยช้ำที่ข้างแก้ม สร้อยทองแอบน้อยใจ เทพไทรู้สึกว่าพ่อห่วงใยดอกแก้วมากทั้งๆที่แม่ตนยืนอยู่ด้วยกัน
"แล้วที่แก้มไปโดนอะไรมารึแม่ดอกแก้ว"
ดอกแก้วอึกอักไม่อยากตอบ หลวงปกรณ์คาดคั้น
"บอกฉันซิไปโดนอะไรมา ใครทำอะไรเธอ เกิดอะไรขึ้นพ่อเทพ ใครทำอะไรดอกแก้ว"
ดอกแก้วส่งสายตาว่า อย่าพูด
"ไม่มีใครทำอะไรแก้วหรอกค่ะ ดอกแก้วซุ่มซ่ามเองค่ะ"
"ฉันไม่เชื่อ แม่สารภีเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด งั้นเธอคงรู้สินะ ว่าใครทำ"
สารภีหน้าเสีย ทำใจดีสู้เสือตอบไป
"ก็เจ้าตัวเค้ายอมรับว่าเค้าซุ่มซ่ามเองไม่ใช่เหรอคะ หมดธุระของสารภีแล้ว สารภีขอตัวนะคะ"
สารภีรีบเดินออกจากห้องรับแขกไป เทพไทมองเห็นพ่อที่ดูห่วงใยดอกแก้วทนไม่ได้จะออกไปเสียงหลวงปกรณ์เรียกดังขึ้น
"เดี๋ยว.." เทพไทหันมา " ไปคุยกับสารภีที พรุ่งนี้ท่านอาให้สารภีไปช่วยแกต้อนรับแขกฝรั่งที่โรงพยาบาลด้วย"
เทพไทรับปากแบบเสียไม่ได้ "ครับ"
หลวงปกรณ์ไม่ฟังคำตอบของเทพไทหันไปบอกดอกแก้ว
"ไปแม่ดอกแก้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่เรือน"
ดอกแก้วอึกอัก หลวงปกรณ์โอบดอกแก้วพาออกไป สร้อยทองมองข่มอารมณ์น้อยใจ แสร้งทำไม่เป็นไร เทพไทมสงสารแม่

เทพไทเดินออกจากห้องมาตามระเบียง หยุดมองเห็นพ่อเดินโอบไหล่ไปกับดอกแก้ว เขามองเมินหันมาเจอสร้อยทองที่ยืนมองเก็บอาการลูกชายก่อนที่จะพูดลอยๆ
"แม่ดอกแก้วนี่หน้าตาสะสวยดูซื่อๆน่าเอ็นดูนะ เป็นใครก็อดมองไม่ได้ทั้งนั้น จริงไหมพ่อเทพ"
"ก็คงจะดูซื่อแค่เพียงหน้าตา แต่จิตใจเค้าจะซื่อเหมือนหน้ารึเปล่าเราก็ไม่อาจจะรู้ได้หรอกครับ คุณแม่"
สร้อยทองมองลูกอย่างสงสัย
"มีอะไรเกี่ยวกับดอกแก้วที่แม่ไม่รู้งั้นรึพ่อเทพ"
เทพไทเกรงว่าแม่จะจับความรู้สึกตัวเองได้ เลยพูดเลี่ยง
"ผมพูดไปอย่างนั้นแหล่ะครับไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นคุณดอกแก้วหรอกครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ"
เทพไทยิ้มๆให้สร้อยทองก่อนเดินออกไป สร้อยทองค่อยคลายความสงสัยลง

เทพไทเดินไปพลางแอบชำเลืองมองดอกแก้วที่เดินไปเรือนเล็ก ฝ่ายดอกแก้วอดไม่ได้ ชำเลืองมองกลับเรือน เห็นเทพไทมองมา ห่อนที่เขาจะผละเดินออกไป
ดอกแก้วเบี่ยงตัวจากหลวงปกรณ์ด้วยความสุภาพ
"ขอบพระคุณที่ลงมาส่งแก้วนะคะ แต่เดี๋ยวแก้วเดินไปเองได้ค่ะ"
ดอกแก้วทำทีจะเดินออก หลวงปกรณ์ทักดอกแก้ว
"เดี๋ยวสิ เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่า รอยช้ำที่แก้มนี่ได้มาอย่างไร ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว จะบอกได้หรือยังล่ะ"
ดอกแก้วอึ้ง ไม่อยากเล่า หลวงปกรณ์เดาด้วยความฉลาด
"แม่สารภีล่ะสิ" หลวงปกรณ์เห็นดอกแก้วก้มหน้า "ฉันคงต้องไปคุยกับคุณเพิ่มพูนกับคุณโกสุมเรื่องแม่สารภีสักหน่อยแล้ว"
"อย่าคะ แก้วซุ่มซ่ามเดินชนต้นไม้เท่านั้นเองจริงๆ เชื่อแก้วนะคะคุณหลวง"
หลวงปกรณ์จำยอม
"เฮ้อ …เธอนี่ ช่างเป็นคนดีเสียจริงๆ นี่ก็คงไม่อยากมีเรื่องสินะ ถ้าเป็นคนอื่นโดนแบบเดียวกับเธอคงรีบมาฟ้องฉันแล้ว"
ดอกแก้วนิ่งไม่พูด หลวงปกรณ์ยิ้มดีใจที่ดูคนไม่ผิด
" ต่อไปขอให้ดูแลตัวเองดีๆ จำไว้เสมอว่าเธอเป็นเมียฉัน ถึงจะเป็นแค่เพียง..." คุณหลวงนิ่งไปไม่พูดออกมาว่าในนาม " เออ...เธอก็อ้างชื่อฉันได้ไม่อย่างนั้นฉันจะปกป้องเธอได้อย่างไรกัน จริงไหม"
ดอกแก้วซาบซึ้งในความเมตตาที่คุณหลวงมีให้เธอ
ดอกแก้วกราบ
"แก้วขอบพระคุณคุณหลวงมากนะค่ะ"
หลวงปกรณ์เอามือลูบหัวอย่างอ่อนโยน
"ฉันส่งเธอ แค่นี้ล่ะ ฉันไปก่อนนะ"
หลวงปกรณ์เดินออกจากดอกแก้วไป ดอกแก้วยืนอึ้งๆรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่คุณหลวงมอบให้
"คุณหลวง"

สารภีโกรธเกรี้ยวกราดเข้ามาในบ้าน ขว้างของที่ใกล้มือลงพื้น ….เพล้ง..!
"อ๊าย !" สารภีกรีดร้องด้วยความอัดอั้น
พิศวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาจากในบ้านด้วยความตกใจ
"คุณสารภี เกิดอะไรขึ้นคะ ใครทำอะไรคะ"
พิศหันมองหารอบๆ ไม่เห็นมีอะไร วิ่งเข้าไปจับสารภีถาม
"คุณสารภีเป็นอะไรไปคะ ร้องทำไมคะ"
สารภีไม่ตอบ สะบัดตัวออกจากพิศด้วยความหัวเสีย
"ไม่ต้องมายุ่ง"
สารภีเดินไปนั่งด้วยความหัวเสีย พิศมองตามงงๆ โกสุมเดินเข้ามา
"อะไรกันแม่สารภีเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน นี่มันไม่ใช่บ้านแกนะลืมแล้วหรือไง"
"โอ้ย..เบื่อ! จะต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันเนี่ย เมื่อไหร่จะได้อยู่บ้านของเราเองสักที"
โกสุมมองค้อน
"พูดมาได้บ้านของเรา ก็แกเผาจนวอดวายไปหมด แล้วจะไปมีที่ไหนล่ะ"
สารภีนิ่งเงียบเมื่อแม่ปรี๊ดออกมา
"บ้านเราเป็นหนี้เป็นสินเค้าตั้งเท่าไหร่แกรู้ไหม อีกไม่นานพวกเราคงต้องย้ายกลับไปอยู่กับญาติพ่อแกทางใต้ ไม่พรุ่งนี้ก็มะรืนนี้แน่ๆ"
สารภีตกใจ
"ไม่นะแม่ สารภีไม่ไป"
"ไม่ไปแล้วแกจะไปอยู่ที่ไหน"
"สารภีจะอยู่ที่นี่"
"จะอยู่ให้เขาไล่ส่งรึไง แกต้องไปช่วยพ่อแกก่อร่างสร้างตัวที่ใต้โน่น เพราะแกเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวต้องมาเร่ร่อนอยู่แบบนี้"
"ไม่ แม่อย่ามาบังคับสารภีหน่อยเลย ถ้าพ่อกับแม่จะไปก็เชิญเลยค่ะ สารภีจะอยู่ที่นี่"
สารภีสายตามุ่งมั่น
"แกจะอยู่ให้ได้อะไรขึ้นมา พ่อเทพเค้าสนใจแกสักนิดรึก็เปล่า"
"แม่รู้ได้ยังไงว่าเค้าไม่สนใจสารภี"
"โอ้ย..!! ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนแก ทำไมฉันจะดูไม่ออก แกให้ท่าออกขนาดนี้ ถ้าคนมันมีใจป่านนี้ได้ตบได้แต่งไปนานแล้ว ไม่มาอยู่เรือนเก่าๆแบบนี้หรอกวะ เลิกเพ้อได้แล้ว"
โกสุมโมโหเดินออกไป สารภีเจ็บใจ
"คอยดูนะ ฉันจะทำให้มันเป็นบ้านของฉันให้ได้"
สารภีมุ่งมั่นแน่วแน่

เทพไทเดินมาตามทางเดินเกือบถึงเรือนรับรอง เห็นสารภีนั่งหน้างออยู่หน้าบ้าน เทพไทเดินตรงไปสารภีหันมาเห็น แสร้งทำเป็นงอนจะลุกเดินหนีเข้าบ้าน
"เดี๋ยวก่อนสารภี พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"
สารภีหยุดแอบดีใจแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่อยากคุย
" ถ้าจะต่อว่าสารภีล่ะก็เชิญกลับไปเถอะค่ะ สารภีไม่อยากฟัง"
เทพไทเดินมาตรงหน้า
"บางทีเธอควรจะต้องฟังไว้บ้าง เรื่องไม่จริงที่เธอพูดไป มันทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อน"
"คนอื่นที่พี่เทพพูดถึง คงเป็นนังดอกแก้วสินะคะ"
"ฟังนะสารภี พี่กับคุณดอกแก้วเราเป็นแค่เพียงคนรู้จักที่อยู่ในบ้านเดียวกัน แล้วอีกอย่างคุณดอกแก้วก็มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของพี่ เพราะฉะนั้นจะพูดจากล่าวหาอะไรควรให้เกียรติกันบ้าง"
เทพไทถอนหายใจเพราะรู้ว่าพูดไปสารภีก็ไม่ยอมฟัง จึงเปลี่ยนเรื่องพูด
"เอาล่ะ ช่างมันเถอะ ที่พี่มาหาเธอที่นี่ก็เพื่อจะมาบอกว่า วันพรุ่งนี้ท่านอาขอให้เธอไปช่วยประสานงานกับฝรั่งที่จะมาร่วมทุนกับโรงพยาบาล หวังว่าเธอคงไม่ปฏิเสธคำขอของท่านอานะ"
สารภีนิ่งคิดก่อนจะหันมาถามเทพไท
"ถ้าพี่เทพอยากจะให้สารภีไป สารภีก็จะไปค่ะ"
เทพไทพยักหน้านิดๆ สารภียิ้ม/

สร้อยทองเดินผ่านห้องทำงานของหลวงปกรณ์ เห็นว่ายังคงนั่งอยู่ จึงเดินเข้ามาหา
"คุณพี่ยังทำงานอยู่อีกรึคะ"
หลวงปกรณ์พยักหน้า
สร้อยทองสังเกตสีหน้าหลวงปกรณ์ตรคุณหลวงรู้สึกได้
"มีอะไรก็ว่ามาเถิดแม่สร้อย"
สร้อยชะงักนิดนึงที่หลวงปกรณ์ถามตรงๆ
"เอ่อ..คือ เรื่องที่แม่สารภีพูดเมื่อเย็นคุณพี่อย่าเอาไปใส่ใจเลยนะคะ พ่อเทพไม่ใช่คนมักง่ายอย่างที่แม่สารภีพูดหรอกนะคะ น้องรู้ดี"
" ฉันเป็นเจ้าบ้าน ฉันก็ใส่ใจเรื่องทุกคนเท่าๆกันนั่นแหละ อยู่ที่จะเก็บมาคิดหรือไม่คิดเท่านั้นเอง"
หลวงปกรณ์ทำงานต่อ สร้อยทองเดินเข้ามาด้านหลัง บีบไหล่เรื่อยมาจนถึงคอ
"คนเราสามารถเลือกได้ ว่าจะสุขหรือทุกข์ คงไม่มีใครอยากมีความทุกข์ความไม่สบายใจหรอกจริงไหมคะ"
หลวงปกรณ์คิดตามด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย
"แล้วยิ่งเป็นเรื่องเล่าจากแม่สารภีด้วยแล้ว น้องว่าร้อยทั้งร้อยคงเป็นเพราะพ่อเทพของเราไปขัดใจอะไรเธอเข้า เธอก็เลยแผลงฤทธิ์เข้าให้"
หลวงปกรณ์หลับตาฟัง ไม่หือไม่อือ นิ่งไป
"คุณพี่"
หลวงปกรณ์หลับไปในที่สุด สร้อยทองมองแล้วถอนหายใจ

คืนนั้น แล่มเดินเซๆถือขวดเหล้ามาถึงหน้าบ้าน แอบดึงเงินมานับเห็นว่าเหลืออยู่น้อยนิด
"อะไรวะเหลืออยู่แค่นี้เอง แทงผิดจนได้ เจ็บใจนักเชียว"
ดอกแก้วโผล่มาจากในบ้าน แล่มรีบเอาขวดเหล้าซ่อน ดูมีพิรุธ
"แม่ไปไหนมา"
แล่มตอบกลบเกลื่อนเรื่องตัวเอง
"ก็ไปตามหาเอ็งที่เรือนครัวน่ะสิ"
"มีอะไรเหรอจ๊ะแม่" ดอกแก้วเห็นแม่ซ่อนขวดเหล้าด้านหลัง "นี่แม่กินเหล้าอีกแล้วเหรอ"
แล่มถูกจับได้ เดินหนีไปอีกมุม ทำทีท่าว่ากลุ้มใจ
"เออ...ข้าก็แค่กินนิดๆหน่อยพอเป็นกระษัยเท่านั้นล่ะ นี่เมื่อไหร่เอ็งจะย้ายขึ้นไปอยู่บนตึกกับคุณหลวงท่านเสียที มาอยู่ เรือนเล็กแยกจากตึกแบบนี้คุณหลวงจะเทียวมาเทียวไปได้สักกี่น้ำกัน"
"อยู่ที่นี่ก็สบายดีนี่จ๊ะแม่ ไม่ต้องวุ่นวายกับใครๆ"
"เอ็งก็เป็นซะแบบนี้ นี่ถ้าข้าไม่อยู่กับเอ็ง เอ็งจะอยู่ได้ยังไงกันห๊ะนังแก้ว"
ดอกแก้วมองแม่
"ทำไมแม่พูดแบบนี้ล่ะจ๊ะ แม่จะไปไหนเหรอ"
"วันพรุ่งข้าว่าจะกลับอัมพวา ข้าเป็นห่วงบ้านน่ะ ทิ้งบ้านร้างมานานป่านนี้ไม่รู้ เป็นไงบ้าง ว่าแต่เอ็งพอจะมีเงินให้แม่ติดตัวกลับไหมล่ะ"
"ฉันมีอยู่นิดหน่อย"
"นิดหน่อยจะไปพออะไร ...เอ็งไปขอคุณหลวงท่านให้แม่ทีสิ"
"แต่ว่า..."
"ไม่ต้องตงต้องแต่หรอก เมียขอเงินผัวให้แม่มันจะลำบากอยากเย็นสักเท่าไหร่เชียว เอ็งทำให้แม่แค่นี้ไม่ได้เชียวรึ นังดอกแก้ว"
ดอกแก้วลำบากใจ แล่มชิงพูดก่อน
"เอางี้ พรุ่งนี้เช้าเอ็งแค่ไปบอกคุณหลวงว่าข้าจะไปลากลับบ้านแพ้ว ประเดี๋ยวคุณหลวงก็มีค่ารถค่าลาให้เองแหล่ะน่า ไม่เห็นจะยาก กลัวไม่เข้าเรื่อง ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียคุณหลวงเอ็งควรจะทำตัวให้มันเทียบเท่ากับคนอื่นเค้าไว้และก็อย่าทำอะไรให้คุณหลวงไม่พอใจล่ะจำไว้"
แล่มเดินไป ดอกแก้วคิดมากกับคำพูดของแม่

เทพไทนั่งเหม่ออยู่หน้าเฟรมวาดภาพคิดถึง เรื่องที่หลวงปกรณ์ราชกิจเป็นห่วงดอกแก้วเมื่อเห็นรอยช้ำที่ข้างแก้ม สร้อยทองน้อยใจ เทพไทรู้สึกว่าพ่อห่วงใยดอกแก้วมากทั้งๆที่แม่ตนยืนอยู่ด้วยกัน
" แล้วที่แก้มไปโดนอะไรมารึแม่ดอกแก้ว"
ดอกแก้วอึกอักไม่อยากตอบ หลวงปกรณ์คาดคั้น
"บอกฉันซิไปโดนอะไรมา ใครทำอะไรเธอ เกิดอะไรขึ้นพ่อเทพ ใครทำอะไรดอกแก้ว"

ภาพหลวงปกรณ์โอบไหล่ดอกแก้ว สร้อยทองที่ยืนมองเก็บอาการลูกชายก่อนที่จะพูดลอยๆ
"แม่ดอกแก้วนี่หน้าตาสะสวยดูซื่อๆน่าเอ็นดูนะ เป็นใครก็อดมองไม่ได้ทั้งนั้นจริงไหม พ่อเทพ"
เทพไทพยายามห้ามใจ พลางถอนหายใจด้วยความหนักใจ
เทพไทเปิดผ้าที่ปิดเฟรมผ้าใบออกเห็นผ้าผูกผมของดอกแก้วmujถูกหนีบไว้ที่เฟรมปิดทับรูปดอกแก้วที่ยังวาดไม่เสร็จ เทพไทดึงผ้ามาหอมด้วยความรักแล้วพูดกับภาพวาดตรงหน้า
"ฉันจะรักเธอได้ยังไงกัน ดอกแก้ว"
เทพไทเอามือลูบที่ใบหน้าดอกแก้วที่วาดไว้ พลางนึกถึงดอกแก้วในอาการเศร้าเอามือจับแก้มข้างที่โดนตบ
เทพไทหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเลือดกำเดาให้
"ฉันทำเองได้"
เทพไทจับมือดอกแก้วไว้
"ผมน่ารังเกียจมากใช่ไหม"
ดอกแก้วอ่อนลง เทพไทค่อยๆเอาผ้าซับเลือดกำเดาให้กับดอกแก้ว เสียงหัวใจของทั้งสองคนเต้นตึกตัก
ฝ่ายดอกแก้วมองตัวเองในกระจกน้ำตาคลอ
"ฉันต่างหากที่น่ารังเกียจเกินกว่าจะเข้าใกล้คุณ"

อ่านต่อหน้าที่  2


ดอกซ่อนชู้ ตอนที่  9 (ต่อ)
เช้าวันใหม่ เชิด คนขับรถของบ้านนพรัตน์ พานายเชตหลานชายเดินมาตามทางในสวน เชตตื่นตาตื่นใจมองรอบๆบ้าน เห็นคนใช้หญิงๆเดินผ่านไป เชตมองตามส่งตาหวานผิวปาก เชิดหันมองหลานชายพูดเตือนๆ

"เฮ้ยๆ อยู่ที่นี่อย่าลามปามนะเอ็ง ไอ้เรื่องผู้หญิงล่ะก็เพราๆลงหน่อยอย่าก่อเรื่องให้ต้องไปประกันเพราะบ้าผู้หญิงอีกล่ะ"
"รู้น่าลุง"
"รู้ก็ดีแล้ว คุณท่านเมตตาให้เอ็งมาอาศัยอยู่ที่นี่ เอ็งก็ต้องทำงานตอบแทนพระคุณท่าน ขืนก่อเรื่องข้าจะจับเอ็งส่งกลับไปอยู่ที่เดิมให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย"
"อูย..ไม่เอานะลุง ให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วยนะ ฉันรับรองจะไม่ให้ลุงต้องเสียชื่อเลย"
"ข้าว่าเอ็งอยู่ที่เดิมก็ดีแล้วนะ จะได้ให้ไอ้พวกนักเลงที่มันดักตีเอ็งเอาเลือดหัวเอ็งออกหน่อย เผื่อจะเป็นโล้เป็นพายกับเค้าบ้าง"
"โฮ๊ะลุงก็พูดไป ไอ้นักเลงพวกนั้นมันไม่ครนามือฉันหรอกลุง"
เชิดหมั่นไส้ความขี้คุยขี้โอ่ของเชตเดินนำหน้าไป เชตรีบตาม
"รอด้วยสิลุง"
เชตรีบเดินตามเชิดที่เดินลัดเลาะผ่านสวนไป
มุมหนึ่ง สารภีแต่งตัวสวยเพื่อจะไปโรงพยาบาล กำลังโวยวายพิศเพราะโดนแมลงกัดที่ขา
"นังพิศ...ยาเมื่อไหร่จะได้เร็วๆหน่อยสิ"
สารภียกกระโปรงขึ้นเพื่อเอี้ยวตัวดูแผลที่ขา พิศวิ่งถือน้ำมันเหลืองมาจากในบ้าน
"ดูสิตัวมันยังอยู่หรือเปล่า"
พิศดูๆแต่ไม่เห็น
"ไม่มีตัวแล้วค่ะ"
สารภีถลกกระโปรงสูงขึ้นเพื่อให้พิศทายา
เชิดเดินผ่านไป เชตรีบตามมาได้ยินเสียงสารภีหยุดมองเห็นขาขาวๆ
"ทาให้มันตรงๆสิ นังพิศ"
"ก็กำลังทาอยู่นี่ไงคะ"
"ถ้าขาฉันเป็นรอยด่างรอยดำขึ้นมาฉันเอาเรื่องแกแน่ นังพิศ ทารอบๆด้วยสิ"
สารภีถลกผ้าขึ้นสูงอีก เชตถึงกับกลืนน้ำลาย มองตาค้าง
สารภีหันมาเห็นว่าเชตมอง เลยแกล้งดึงกระโปรงขึ้นสูงอีก เชตมองตาค้าง ชิตเดินกลับเข้ามาดึงเชตออกไป พิศไม่เห็นเชต แต่เห็นว่ากระโปรงถูกดึงขึ้นมาสูงมาก
"อุ๊ย ต๊ายๆๆ พอแล้วค่ะ มดกัดที่เข่า นี่จะยกกระโปรงถึงคอแล้วนะคะ พิศทาจนรอบแล้วค่ะ ถ้าถกขึ้นมาสูงแบบนี้พิศว่าเทอาบเลยดีไหมคะ คุณสารภี"
สารภีปล่อยกระโปรงลง
เชตถามชิต
"นั่นใครรึลุง ขาวจั๊วะหน้าเจี๊ยะซะจริงๆเลย"
เชิดหันมาด่าอีกที
"นั่นคุณสารภี อย่าเที่ยวไปทำลุ่มล่ามใส่เธอเข้าล่ะ"
"แล้วเขา...เป็นใครเหรอลุงถึงห้ามลุ่มล่ามน่ะ"
"เป็นแขกคุณท่าน อย่าถามนัก เดี๋ยวอยู่ไปเอ็งก็รู้เอง ข้าเตือนเอ็งไว้ก่อน อย่าลามปามเล่นกับเธอก็แล้วกันประเดี๋ยวหัวจะหลุดทั้งเอ็งทั้งข้า เข้าใจไหม"
เชตพยักหน้าไปงั้นๆ สายตาวาวยังคงหันไปมองทางสารภี
"รีบไปเร็วเดี๋ยวคุณหลวงท่านจะรอ"
เชิตเดินนำเชตตามไป

ดอกแก้วพาแล่มเดินมาบนตึกก่อนเข้าห้องรับแขกใหญ่เห็นว่ามี เจ้าคุณปกรณ์ราชกิจ สร้อยทองและ เทพไทนั่งอยู่ก่อนแล้ว ศรีอยู่ข้างๆ แล่มหันมามองดอกแก้ว
"ฉันบอกให้แกบอกคุณหลวงคนเดียวว่าฉันจะไป แล้วทำไมถึงได้นั่งหัวโด่กันอยู่ เต็มห้องเลยล่ะ แบบนี้ข้าไม่ลงไม่ลามันแล้ว"
ดอกแก้วดึงแม่
"เดี๋ยวสิแม่"
ลำเจียกเดินเข้ามาด้านหลังพร้อมกับอึ่งที่ได้ยินพอดี
"คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า สมองก็คงไม่มี จึงแยกไม่ออกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร"
ลำเจียกเดินผ่านเข้าไปในห้อง
"เป็นผู้น้อยจะไปไหนมาไหนเขาก็ควรไปลามาไหว้ทั้งนั้น รู้จักเกรงอกเกรงใจกันบ้าง"
แล่มเดือดขึ้นมาทันที แล้วรีบเดินเข้าตามไป
"ผู้น้อยงั้นเหรอ ไอ้ที่ยืนอยู่แถวนี้มันก็ไอ้เป็นน้อยด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะว้า ก็ไม่เห็นจะต้องเกรงใจใครให้มันเสียเวลานี่นา"
แล่มกัดทั้งลำเจียกและสร้อยทอง ดอกแก้วพยายามจะห้ามแม่ เทพไทนั่งนิ่งทำไม่สนใจ สร้อยทองทำเป็นยิ้มขำๆในสิ่งที่แล่มพูด
"แม่แล่มนี่แปลก ตัวจะไม่อยู่ แทนที่จะผูกมิตรดันผูกศัตรู แล้วลูกสาวจะอยู่ที่นี่คนเดียวรอดได้อย่างไร"
หลวงปกรณ์หันมอง
"มีใครคิดจะทำอะไรแม่ดอกแก้วงั้นรึ"
สร้อยทองทำเฉไฉ
"น้องก็พูดเฉยๆไม่ได้หมายถึงใครหรอกค่ะ"
"ถ้าเป็นคนล่ะก็ไม่กลัวหรอก กลัวจะเป็นหมาลอบกัดซะมากกว่า"
แล่มปลายตามาทางลำเจียก ยิ้มยั่ว ดอกแก้วสะกิดปรามแม่ให้หยุดแขวะคนอื่น
"แม่…"
"เอ่อ.. แล้วจะกลับไปสักกี่วันล่ะแม่แล่ม"
"ก็คงสักพักหนึ่งค่ะ ใจจริงอิฉันก็ไม่อยากไปหรอกค่ะเป็นห่วงนังดอกแก้วมัน"
"ไม่เห็นจะมีอะไรน่าห่วงที่นี่ก็เป็นบ้านแม่ดอกแก้วเหมือนกัน แล้วอีกอย่างแม่ดอกแก้วอยู่กับฉันทั้งคน ฉันจะปล่อยให้เป็นอะไรได้อย่างไรกัน"
ลำเจียกไม่พอใจ แล่มยิ้มเยาะ
"แหม คุณหลวงพูดแบบนี้อิฉันก็เบาใจค่ะ"
"เอ่อ...คุณพ่อครับผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ" เทพไทบอก
"อุ๊ย..!! งั้นดีเลยค่ะ อิฉันกับแม่แก้วขอติดรถไปลงใกล้ๆสองแถวด้วยคน"
ยังไม่ทันที่เทพไทจะตอบอะไร สร้อยทองชิงตัดหน้า
"เห็นทีจะไม่ได้หรอกแม่แล่ม เพราะพ่อเทพต้องรีบไปทำงานพร้อมกับแม่สารภีเพราะนัดผู้ใหญ่ไว้ เกรงว่าจะเสียเวลา"
ลำเจียกขำ หัวเราะหึ
"คางคกยังไม่ทันจะได้ขึ้นวอเลย ดันตกลงมาเสียแล้ว"
ลำเจียกขำ แล่มเจ็บใจ
"ประเดี๋ยวฉันจะไปส่งแม่แล่มเอง แกจะไปทำงานก็รีบไปเสียเถิด ...ดอกแก้วเธอไปกับฉัน"
เทพไทกำลังเดินออกได้ยินพอดี แอบมีอาการ
"ค่ะคุณหลวง"
ลำเจียกปรี๊ดขึ้นมา
"แต่มันไม่ใช่ทางผ่านนะคะคุณพี่"
"ไม่ใช่ทางผ่านก็ผ่านไปได้ ไปกันเถอะดอกแก้ว แม่แล่ม"
แล่มลอยหน้าลอยตาใส่ ลำเจียกไม่พอใจ สร้อยทองแอบน้อยใจ
หลวงปกรณ์ออกไปกับแก้ว แล่มเชิดใส่ทั้งเมียเอกและเมียรอง หัวเราะคิกคัก อึ่งหมั่นไส้แทนนาย
"หนอย...ทำพองขนไปเถอะ เดี๋ยวนะมึง มึงไม่อยู่ ลูกมึงคอยดู"
สร้อยทองทำเป็นปรามอย่างคนใจกว้าง
"ไม่เอาน่านังอึ่ง"
ลำเจียกมองดูดอกแก้วเดินไปกับหลวงปกรณ์แค้นใจ สร้อยทองมองดูซ่อนความเจ็บช้ำไว้ภายใน


เชิดกับเชตยืนรอที่ลานจอดรถหน้าบ้าน เทพไทเดินมาถึงที่รถ บอกเชิด
"คุณพ่อกำลังจะออกมา ประเดี๋ยวนายเชิดไปส่งคุณพ่อเถอะ เอากุญแจมาเดี๋ยว ฉันขับไปเอง"
หลวงปกรณ์เดินเข้ามาพร้อมดอกแก้วและแล่ม
"นายเชิดไหนล่ะหลานชายที่ว่าจะมาช่วยขับรถน่ะ"
"เช็ดรถอยู่ทางโน้นน่ะขอรับ ... เชตเอ๋ยมานี้หน่อย"
เชตวิ่งเข้ามายกมือไหว้หลวงปกรณ์ราชกิจ
"เจ้านี่มันชื่อเชตน่ะครับ เป็นลูกของน้องชายผมเอง มันเคยขับสองแถวมาก่อนครับ"
"อืมดี งั้นให้นายเชตขับรถให้พ่อเทพแล้วกันนะ ไปนายเชิด"
หลวงปกรณ์เดินออกไปที่รถ นายเชิดเปิดประตูให้ หลวงปกรณ์แล่มปรี่เข้าไปนั่งก่อน ดอกแก้วยิ้มเก้อๆที่แม่แย่งที่คุณหลวงซะงั้น แล่มแล้วกวักมือเรียกดอกแก้ว"
"เอ้าเข้ามาสิ เร็วๆ มัวโอ้เอ้อยู่นั่น มาสิพิโธ่"
แล่มมองเห็นดอกแก้วละล้าละลังที่จะเข้ารถ หลวงปกรณ์บอกดอกแก้ว
"เดี๋ยวฉันไปนั่งหน้าเองเธอนั่งกับแม่เถอะ "
แล่มได้ยินดังนั้นรีบตะกายออกจากรถทันที
"โอ๊ะๆๆๆ อย่าค่ะคุณหลวงนั่งข้างหลังน่ะถูกแล้วค่ะ อิฉันนั่งผิดที่เองเชิญค่ะคุณหลวง"
แล่มรีบเชื้อเชิญให้คุณหลวงเข้านั่งในรถ แล้วรีบรุนหลังลูกสาวให้นั่งคู่กับหลวงปกรณ์ แก้วขึ้นรถไป แล่มรีบไปนั่งด้านหน้า นายเชิดขับรถออก
เทพไทมองดอกแก้วนั่งคู่ไปกับพ่อ หงุดหงิดในใจ
เชตยืนเก้ๆกังๆเปิดประตูรอให้เทพไทขึ้นรถ แต่เทพไทยังคงมองตามรถหลวงปกรณ์ที่ขับออกไป
สารภีรีบออกมาจากเรือน ก็ตะโกนเรียก
"พี่เทพขา สารภีพร้อมแล้วค่ะ"
เทพไทหันมามองเห็นสารภีแล้วรีบเข้านั่งในรถ เชตปิดประตูลง สารภีเดินมาถึงรถเห็นเชตมองตาไม่กะพริบ เลยถาม
"แกเป็นใคร"
"เอ่อ..เป็นคนขับรถครับ"
"จะมายืนมองอยู่ทำไมเปิดประตูให้ฉันสิ"
เชตเปิดประตูด้านข้างคนขับให้สารภี
"เชิญครับ"
สารภีแว๊ดใส่ทันที
"อ๊าย..!! จะให้ฉันนั่งดูแกขับรถรึไง เปิดประตูข้างหลังโน่น...stupid"
"ครับ ครับ"
เชตเปิดประตูด้านหลังให้ สารภีรีบเข้าไปนั่งชิดเ
"รอนานไหมคะ"
เทพไทตอบนิ่งๆ
"ไม่หรอก"
สารภีมองเห็นเชตยังยืนอยู่ตวาดใส่
"ปิดประตูสิยะ แล้วก็ขับออกไปได้แล้ว เดี๋ยวก็ late กันพอดี"
"ครับ"
เชตปิดประตูแล้วเดินอ้อมมาประจำที่คนขับ ขับรถออกไป

ระหว่างในรถ เชตชำเลืองมองสารภีผ่านกระจกมองหลังตลอดเวลา มองหน้า ปากจนขับรถส่ายเล็กน้อย
"ขับระวังๆหน่อยนายเชต" เทพไทบอก
เชตทำเป็นขำ
"ขอประทานโทษทีครับ ติดนิสัยขับรถสองแถว เอะอะจะเลียบเข้าข้างทางตลอดเลยครับ"
สารภีแอบปรายตาอมยิ้ม รู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์ ขนาดคนขับรถยังมองจนขับรถเป๋ไปมา สารภีขยับเบียดจนเทพไทชิดอีกฝั่ง สารภีก็แอบขยับเข้าตาม
"สารภีตื่นเต้นจังเลยค่ะ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมงานสำคัญของโรงพยาบาลพร้อมกับพี่เทพ"
"ท่านอาเห็นว่าเธอจบจากปีนัง พูดภาษาอังกฤษได้ดี คงพอจะช่วยให้การเจรจานุ่มนวลน่าฟังขึ้น"
"Don’t worry ค่ะ สารภีจะทำอย่างเต็มที่เลยค่ะ"
สารภีคล้องแขนเทพไทแบบเนียนๆแสดงอาการตื่นเต้นดีใจที่ได้อยู่ใกล้ แต่เทพไทไม่ได้สนใจ ในใจคิดแต่เรื่องของดอกแก้วเท่านั้น
เชตแอบมองสารภีในกระจกมองหลัง เห็นสารภีหันมาทำตาถลึงใส่ เชตละสายตาขับรถต่อไป
สารภีแอบยิ้มชอบใจ

รถจอดเทียบด้านหน้าตึก เชตลงมาเปิดประตูให้ เทพไทลงจากรถแล้ว เชตก็อ้อมมาเปิดให้สารภี เธอมองค้อนก่อนเดินตามเทพไทไป เชตมองตามสารภีสวยถูกใจ
คนอื่นๆอยู่ประปรายที่หน้าตึกมองความสวยโดเด่นของสารภีที่เดินตามเทพไท
" อู้หูวันนี้คุณเทพควงสาวสวยที่ไหนมาวะนั่น"
"เออจริงด้วย งามจริงๆ"
เทพไทเดินผ่านยิ้มๆให้เพื่อนร่วมงาน สารภียิ้มโปรยเสน่ห์แล้วผ่านไป ชายทั้งสองคนมองตาเยิ้ม

เทพไทเดินเลี้ยวจากมุมตึกมาพร้อมด้วยสารภี ทศออกมาจากห้องทำงานก็แปลกใจ
"เฮ้ย..!! ไอ้เทพ สวัสดีครับคุณสารภี"
"สวัสดีค่ะคุณทศ"
"เฮ้ย..! ไหงแกถึงมากับคุณสารภีได้วะ"
สารภียิ้มตอบ
"เราอยู่บ้านเดียวกัน ก็เลยออกมาทำงานพร้อมกันค่ะ"
ทศงงหันไปถามเทพไท
"มาทำงาน... งานอะไรวะทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
"ท่านอาขอให้สารภีมาช่วยงานวันนี้ เพราะท่านอานัดบริษัทฝรั่งที่จำหน่ายเครื่องมือแพทย์มาตกลงธุรกิจร่วมกัน"
" อ๋อ...เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง"
"ฉันขอตัวไปก่อนนะ"
"เชิญๆ"
สารภีรีบตามเทพไทไป ทศมองตาม

รถหลวงปกรณ์ขับมาจอดใกล้กับท่ารถสองแถว ทุกคนลงจากรถ ดอกแก้วส่งกระเป๋าเสื้อผ้าให้แม่
ดอกแก้วยืนตาแดงน้ำตาจะไหล แล่มหันมาเห็น
"อ้าว..จะร้องไห้ทำไมแค่แม่จะกลับบ้านแค่นี้เอง ทำเป็นเด็กเล็กๆไปได้ ดูสิคะคุณหลวง"
หลวงปกรณ์ยิ้มๆเอ็นดูดอกแก้ว
"ไม่เอาไม่ร้องเป็นถึงเมียคุณหลวงมาเสียน้ำตากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นเมียก็ต้องทำหน้าที่เมียให้ดีรู้ไหม"
ดอกแก้วก้มหน้าหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้แม่
"ฉันมีเงินอยู่นิดหน่อยแม่เอาติดตัวไปนะ"
แล่มรับเงินจากลูกแล้วกอดลูกแสร้งพูดดังๆให้คุณหลวงได้ยิน
"ขอบใจนะลูก เงินน้อยนิดที่เอ็งให้มาแม่กะว่าจะไปลงทุนค้าขายเล็กๆน้อยๆคงพอ อยู่รอดไปวันๆ"
แล่มละจากลูกหันมาทางหลวงปกรณ์
"ฉันลาล่ะค่ะคุณหลวง ฉันฝากลูกสาวด้วยนะยังไงก็เป็นเมียคุณหลวงคนนึง หมั่นมาหาเมียบ่อยๆถึงจะเป็นแค่เมียเล็กก็เถอะ" แล้วกระซิบกับคุณหลวง "ฉันอยากอุ้มหลานเต็มทีแล้วค่ะ"
แล่มพูดพลางขยิบหูขยิบตา หลวงปกรณ์รู้ความนัยของแล่มได้แต่ยิ้มๆ
คุณหลวงหยิบซองเงินที่เตรียมไว้ส่งให้แล่ม
"เงินนี่ฉันให้ เผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินนะ"
แล่มตาวาวเข้าทางรีบรับซอง ยกมือไหว้ทันที
"ขอบคุณคุณหลวงมากนะคะ ฉันจะใช้เงินคุณหลวงให้คุ้มค่าที่สุดเลยค่ะ"
แล่มแอบดูเงินในซองตาวาว
"เดินทางดีๆล่ะแม่แล่ม"
"ค่ะคุณหลวงฉันลาล่ะค่ะ ... แม่ไปนะลูก"
ดอกแก้วสวัสดีแม่ แล่มเดินไปที่รถสองแถวที่กำลังจะออกขึ้นนั่งบนรถ รถสองแถววิ่งออกไป ดอกแก้วยืนมองส่งแม่จนลับตา ใจหายที่ต้องอยู่เพียงลำพังในที่ที่ไม่ใช่ถิ่นตัวเอง

ในห้องประชุมดูโอ่อ่า เทพไทกับสารภี เดินเข้ามานั่งในห้องตามด้วย ท่านชาย ฝรั่ง 2 คน ทศ หัวหน้างาน 1 คน เทพไทเริ่มการประชุมด้วยคำทักทายทุกคนในห้องประชุม
"Good morning. It looks like everyone's here, so let's get started."
เทพไทแนะนำตัวให้ฝรั่งรู้จักทุกคนในที่ประชุม ต่างจับมือเช้คแฮนด์กันไป ไล่เรียงมาจนถึงสารภี เป็นคนสุดท้าย ฝรั่งเชิญให้ฝ่ายเทพไทเสนอเอกสาร สารภี ส่งเอกสารให้กับฝรั่งด้วยท่าทางคล่องแคล่ว พร้อมอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้ฝรั่งฟังถึงรายละเอียดในเอกสาร
ฝรั่งฟังสารภีอย่างตั้งใจ บ้างก็มีคำถาม สารภีตอบได้อย่างฉะฉาน
ท่านอายิ้มภูมิใจหันมาพยักหน้ายิ้มให้เทพไท ทศมองสารภีตาค้างอึ้งๆที่เห็นสารภีเจรจาด้วยรอยยิ้ม
สารภีอธิบายรายละเอียดจนจบ
"If you have any questions, I’ll do my best to answer them.Thank you for your attention."
ฝรั่ง 2 คนปรบมือให้สารภีแล้วยิ้มชื่นชม
"I think that's interesting."
ฝรั่ง 2 คนปรึกษากันแล้วพยักหน้าให้กันเป็นอันตกลงร่วมทุนเรื่องเครื่องมือแพทย์ เซ็นชื่อลงนามในสัญญาแล้วส่งให้ ท่านชายเซ็นทั้ง 2 คนจับมือร่วมงานกัน
ท่านชายบอก "Thank you"
ฝรั่งขอตัวกลับจับมือลาทุกคนจนถึงสารภี ฝรั่งจับมือจุ๊บ สารภียิ้มแย้ม ฝรั่งเดินออกจากห้องไป
ทุกคนในห้องดีใจที่การเจรจาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ท่านชายเดินเข้ามาหาสารภี กับเทพไท
"เชิญทั้ง 2 คนที่ห้องฉันหน่อยนะ"
"ครับ/ค่ะ"
ท่านชายเดินออกไป ทศกับหัวหน้างานเดินเข้ามาชื่นชมสารภี
"คุณสารภีทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆเลยครับ" ทศบอก
หัวหน้างานบอก "นั่นสิครับใครได้เป็นแฟนภูมิใจตายเลย"
สารภีเขินอายขยับเข้าใกล้เทพไท

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ท่านชายนั่งอยู่ที่โต๊ะ
"เชิญ"
เทพไทพาสารภีเข้ามาในห้อง ลงนั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของท่านชาย
"ท่านอาเรียกเราทั้ง 2 คนมามีธุระเรื่องอะไรเหรอครับ"
"อามีเรื่องจะขอความเห็นพ่อเทพสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องแม่หนูสารภี"
เทพไทหันมองหน้าสารภี สารภีตกใจ
"เรื่องเกี่ยวกับสารภีเหรอคะ เอ่อ...ถ้าเมื่อสักครู่สารภีทำอะไรผิดพลาดไป สารภีต้องกราบขออภัยด้วยนะคะ"
ท่านชายเห็นทีท่าสารภีกังวลเลยแกล้งนิดนึง
ท่านชายทำเสียงขรึม
"เป็นเพราะเธอคนเดียว"
ทั้งสารภีและเทพไทต่างนิ่งอึ้ง ท่านชายแอบยิ้มๆ
"ที่ทำให้การร่วมลงทุนกับคุณปีเตอร์สำเร็จอย่างสวยงาม" พร้อมปรบมือให้
สารภีค่อยยิ้มออก เทพไทแอบถอนหายใจโล่งอก
"ฉันอยากรับแม่หนูสารภีเข้าเป็นพนักงานในโรงพยาบาลเราเพื่อเป็นฝ่ายดูแลประสานงานลูกค้าต่างประเทศ พ่อเทพติดขัดอะไรไหม"
สารภียิ้มหวาน
"ผมไม่ติดขัดอะไรหรอกครับ แต่ท่านอาคงต้องถามเจ้าตัวเค้าดูก่อนว่าเค้าอยากที่จะทำงานนี้ไหม"
"ว่าไงแม่หนู"
สารภีแกล้งถ่อมตน
"หากท่านอามองเห็นถึงความสามารถของสารภีที่จะทำงานในหน้าที่นี้ได้ สารภีก็ยินดีทำด้วยใจค่ะ"
ท่านอายิ้มชอบใจ
"เอาเป็นว่าพรุ่งนี้มาเริ่มงานกันเลยแล้วกันนะ ประเดี๋ยวอาจะให้เลขาจัดการเรื่องโต๊ะทำงานไว้รอ"
สารภีกราบ
"ขอบพระคุณท่านอาที่เมตตาสารภีค่ะ"
สารภียิ้มดีใจที่จะได้อยู่เคียงข้างกับเทพไททั้งที่บ้านและที่ทำงาน

ดอกแก้วเดินอยู่ที่สวนดอกไม้ หลวงปกรณ์เดินตาม
"คุณหลวงพาแก้วมาดูดอกไม้แบบนี้จะไปทำงานทันเหรอคะ"
"ไปสายสักวันจะเป็นอะไรไปเล่า ฉันอยากให้เธอเห็นสีสันดอกไม้ที่สวยๆงามๆบ้าง ถ้าชอบดอกไม้แบบไหนก็เอากลับไปปลูกที่บ้านเราได้นะ จะได้มีดอกไม้อื่นนอกจากดอกซ่อนกลิ่นบ้าง"
ดอกแก้วรู้สึกได้ว่าคุณหลวงไม่ชอบดอกซ่อนกลิ่นที่ตนปลูก
"คุณหลวงไม่ชอบดอกซ่อนกลิ่นเหรอคะ"
หลวงปกรณ์รักษาน้ำใจ
"ฉันเห็นแต่เธอปลูกดอกซ่อนกลิ่นอยู่อย่างเดียว ไม่เบื่อบ้างรึ"
ดอกแก้วมองดูดอกไม้ไกลๆ
"ไม่เบื่อหรอกค่ะ ลองใจมันได้รักไปแล้วทำอย่างไรมันก็รักค่ะ"
ดอกแก้วเดินดูดอกไม้ต่อไป หลวงปกรณ์หยุดอยู่กับที่ยืนมองดูเธออย่างเดียว
"คุณหลวงเหนื่อยเหรอคะ"
" ไม่ได้เหนื่อยหรอกฉันแค่ยืนคิดอะไรเพลินๆน่ะ"
ดอกแก้วเดินกลับมาหาคุณหลวง
"ด้านโน้นมีที่นั่งแก้วว่าไปนั่งพักสักพักก็ดีนะคะ"
"อืมตามใจ"
ดอกแก้วกับคุณหลวงเดินมานั่งพักมองดูดอกไม้เงียบๆ หลวงปกรณ์ถอนหายใจเหมือนได้ปลดปล่อยความอึดอัด ดอกแก้วสังเกตดูคุณหลวง
"คุณหลวงมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"
"ความจริงความสุขมันอยู่ใกล้ตัวเสียจนฉันลืมที่จะมองด้วยซ้ำไป อาจเป็นเพราะรอบๆตัวฉันมีคนล้อมหน้าล้อมหลังมากมาย การมีเมียหลายคนบางทีก็ใช่ว่าจะมีความสุขนะ"
"อย่างน้อยก็มีคนที่รักคุณหลวงมากๆ ตั้งหลายคนนะคะ"
" หนึ่งในนั้นรวมเธอด้วยหรือเปล่า"
ดอกแก้วอึ้งไปนิด ก่อนจะพูดความรู้สึกที่มีต่อคุณหลวงด้วยความบริสุทธิ์ใจ
"ความรักของแก้วคงเปรียบมิได้กับคุณสร้อยทองหรือคุณลำเจียกหรอกค่ะ คุณหลวงเป็นผู้มีพระคุณสำหรับแก้ว หากสิ่งใดที่แก้วทำให้คุณหลวงมีความสุขใจแก้วยินดีทำค่ะ"
หลวงปกรณ์ยิ้มๆที่ดอกแก้วฉลาดตอบ ถอนหายใจ พลางเปรย
"ไม่รู้ทำไม หมู่นี้ฉันรู้สึกถึงความกังวลมากมาย หรืออาจเริ่มแก่ สงสัยต้องให้พ่อเทพขึ้นมาเป็นใหญ่ในบ้านเสียที แต่ก่อนจะเป็นนั้น คงต้องหาเมียให้พ่อเทพก่อน"
ดอกแก้วนิ่งงัน หลวงปกรณ์หันมาถามแก้ว
" จริงสิเธอรุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อเทพ คงดูคนวัยเดียวกันออก พ่อเทพเขารักใครอยู่หรือเปล่า เธอรู้บ้างไหม ดอกแก้ว เอ...หรือจะเป็นแม่สารภี"
ดอกแก้วอึ้งๆไป
"แก้ว.. ไม่ทราบหรอกค่ะ คุณหลวงจะให้คุณเทพไทออกเรือนหรือคะ"
หลวงปกรณ์พยักหน้ายิ้มๆ
"ฉันเองก็ออกเรือนรุ่นพ่อเทพนี่ล่ะ"
หลวงปกรณ์ยิ้มสบายใจได้ปรับทุกข์กับแก้ว แต่ดอกแก้วกลับแบกความระทมไว้ในใจ
"ความสุขของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงหนีไม่พ้นการได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาสินะ ถึงวันนั้นพ่อเทพคงมีความสุขกับเค้าสักที ฉันต้องขอความร่วมมือจากเธอด้วยเหมือนกัน ตอนงานแต่งพ่อเทพ ฉันอยากจะวานให้เธอช่วยเป็นแม่งานให้ทีนะดอกแก้ว"
ดอกแก้วตอบเสียงสั่น
"ค่ะ แก้วจะทำเต็มที่เพื่อความสุขของคุณเทพไท"
ดอกแก้วรับปากด้วยรอยยิ้มแต่ในใจทุกข์ระทมยิ่งนัก

อ่านต่อหน้าที่ 3


ดอกซ่อนชู้ ตอนที่ 9 (ต่อ)
ดอกแก้ว เอาดอกไม้ใหม่ที่คุณหลวงซื้อให้วางลงที่แปลงดอกซ่อนชู้แล้วนั่งเหม่อมองที่ดอกไม้

เสียงหลวงปกรณ์ดังก้องอยู่ในหัว
ดอกแก้วพร่ำเพ้อกับดอกไม้
"หากคุณเทพจะมีความสุข ดอกแก้วก็จะทำตามที่คุณหลวงขอค่ะ"
เอี้ยงเข้ามา เอาบัวรดน้ำมาให้
"คุณแก้วคะเอี้ยงหาที่พรวนดินอันเล็กไม่เจอค่ะ ได้จอบเล่มใหญ่นี้มาแทน พอได้ไหมคะ"
ดอกแก้วปาดน้ำตาก่อนหันมาทางเอี้ยง
"ได้ๆจ้ะ เดี๋ยวเราขุดหลุมปลูกต้นนั้นกันนะเอี้ยง" ดอกแก้วชี้มือบอก
ดอกแก้วรีบเช็ดน้ำตาตอนเอี้ยงหันไปมองที่ปลูกต้นไม้ กลบเกลื่อนร่องรอยน้ำตา เอี้ยงไม่ทันสงสัยเดินไปตรงที่แก้วชี้มือ แต่พาลได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
"คุณดอกแก้วได้กลิ่นอะไรไหมคะ กลิ่น เหมือนๆหนูตายเลยค่ะ"
ดอกแก้วพยายามดมตามที่เอี้ยงบอก
"อืม...ได้กลิ่นนิดๆ แต่ดอกซ่อนกลิ่นกลบกลิ่นไว้เลยไม่ค่อยแรงเท่าไหร่นะ หรือว่าเป็นหนูนาตาย"
เอี้ยงอยากรู้สูดดมทำจมูกฟุดฟิดหาจุดกำเนิดกลิ่น
"เจ้าหนูนาตายอยู่ตรงไหนหนอ จะได้สับทำปุ๋ยใส่ดอกไม้ซะเลย "
แต่กลิ่นเหม็นจนเอี้ยงต้องโบกมือปัดๆไปมา
"อี๊... เหม็นจริงๆนะเนี่ย"
ดอกแก้วส่ายหัวเห็นเอี้ยงตามหากลิ่น
"เหม็นก็อย่าไปเข้าใกล้สิเอี้ยง รีบปลูกต้นไม้ดีกว่า"
"ค่ะ ค่ะ...ขุดตรงนี้เลยนะคะ"
ดอกแก้วพยักหน้า เอี้ยงเงื้อจอบ จะขุดลงมุมหนึ่ง นายคงหน้าตาตื่นวิ่งมา ร้องใบ้
"อื้ออ้าๆๆ" - บอกว่าไม่ได้ๆ
" อะไรลุง....ทำไมฉันจะขุดตรงนี้ไม่ได้ล่ะ"
"อื้ออ้าๆๆ" -- บอกว่าไม่ได้ๆตรงนี้มีหมาเน่าอยู่ส่งเสียงอื๊ออ๊าพร้อมท่าทางประกอบ
เอี้ยงตั้งใจฟังและแปลที่นายคงพูด
"ขุดตรงนี้ไม่ได้ ..ห๊า... อ๋อ.. ฝังหมาเน่าไว้ โธ่มิน่าล่ะ เหม็นเชียว"
นายคงรีบชี้บอกไปปลูกทางโน้น
"อื้ออางอูนอ่า" -- ไปปลูกทางโน้นดีกว่า พลางชี้มือไปอีกด้าน
เอี้ยงมองหน้าดอกแก้ว
"ตามนายคงว่าแล้วกันจ้ะเอี้ยง"
นายคงรีบดึงจอบที่มือเอี้ยงมาถือเดินนำไปอีกทาง เอี้ยงช่วยถือดอกไม้กับดอกแก้วเดินตามนายคงไป
ที่พื้นใกล้ดอกซ่อนกลิ่นที่คงห้ามไม่ให้ขุดมีหนอนไต่ยั้วเยี้ย ดอกซ่อนกลิ่นที่ชูช่อไสว

ดอกไม้ถูกปลูกจนเสร็จ ดอกแก้วกับเอี้ยงยืนมองยิ้มดีใจ นายคงเก็บอุปกรณ์จะเดินไป
" ขอบใจนายคงมากนะที่ช่วยขุดดินให้น่ะ"
สร้อยทองกับศรีเดินผ่านมา ได้ยินที่ดอกแก้วขอบใจนายคง ก็เลยเหน็บแทนนาย
"ว่างนักรึไงนายคง ถึงได้เที่ยวช่วยใครต่อใครทำงานน่ะ"
สร้อยทองปรามศรี
" นายคงมีน้ำใจ ช่วยเหลือคนอื่นๆก็ดีแล้ว"
ศรีเสี้ยมแอบพูดเบาๆ
"คุณท่านเจ้าคะ ดอกไม้ที่แม่นี่ปลูกนี่คุณหลวงพามันไปซื้อนะคะ"
"เอาเถอะน่าแม่ศรี ดอกไม้ดอกไร่ ปลูกไปก็เย็นใจทั้งคนปลูกคนมอง ดอกแก้ว เธออยากปลูกดอกอะไรก็ปลูกเถิด แต่ต่อไปนี้ให้นายคงช่วย เพราะฉันเองก็ใช้นายคงทำสวนอยู่บ่อยๆ นายคงเขารู้ว่าตรงไหนควรขุด ตรงไหนไม่ควรขุด"
สร้อยทองจิกสายตาไปที่นายคง นายคงส่งสายตาตอบรับ ดอกแก้วดีใจที่สร้อยทองอนุญาต
ดอกแก้วไหว้สร้อยทองยิ้ม
"ขอบคุณคุณสร้อยทองมากค่ะ"
สร้อยทองยิ้มเย็น นายคงพยักหน้าให้ สร้อยทองเดินออกไป

เชตขับรถกลับเข้ามาเกือบถึงหน้าตึก แล้วรีบลงมาเปิดประตูให้เทพไทและสารภี
สารภีลงรถมามองเห็นดอกแก้วเดินอยู่ที่สวนกับเอี้ยง สารภีรีบปรี่ควงเทพไทไปเย้ยดอกแก้วที่มาถึงตรงหน้าเรือนพอดี
"สารภีต้องขอบคุณพี่เทพมากนะคะที่ช่วยเชียร์อัพจนสารภีได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับพี่เทพน่ะค่ะ"
"ท่านอาคงเห็นถึงความสามารถของสารภีที่จะช่วยงานในโรงพยาบาลมากว่าคำพูดของพี่นะครับ"
สารภีขำด้วยจริตตีแขนเทพไทเบาๆอย่างสนิทสนม
"แหม..พี่เทพก็พูดแบบนี้สารภีเขินแย่เลยค่ะ"
สารภียิ้มเหนือ ก่อนจะกระชับวงแขนของเทพไทให้แน่นขึ้นแล้วพูดจาฉอเลาะต่อ
"รีบเข้าไปเรียนข่าวดีให้คุณหลวงทราบกันดีกว่านะคะพี่เทพ"
เทพไทกำลังจะหันไปทางที่ดอกแก้วยืนอยู่ สารภีเห็นรีบดึงกลับทันที
"ไปกันเถอะค่ะ"
สารภีควงเทพไทเข้าบ้าน เชตมองตาม ชอบในความเปรี้ยวของสารภีเหลือเกิน ดอกแก้วสีหน้าเศร้า

หลวงปกรณ์ราชกิจคุยกับสร้อยทองเรื่องจะให้เทพไทแต่งงานเป็นฝั่งฝา
"นี่แม่สร้อย พ่อเทพเคยเล่าเรื่องผู้หญิงให้ฟังบ้างหรือไม่"
สร้อยทองขำๆ
"ผู้หญิงที่ไหนกันคะคุณพี่"
"พ่อเทพก็อายุสมควรแก่การมีเหย้ามีเรือนแล้ว ลูกเรารักชอบพอกับใครอยู่บ้างหรือเปล่า ฉันจะได้ไปสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราว"
สร้อยทองตกใจคิดไม่ถึงว่าปกรณ์จะพูดเรื่องนี้
"ทำไมจู่ๆคุณพี่ถึงพูดเรื่องนี้คะ"
"ลูกเราน่ะโตแล้วนะแม่สร้อย อย่าหวงลูกนักเลย ยังไงเสียเค้าก็ต้องไปมีครอบครัว"
"แต่มันไม่เร็วเกินไปหน่อยรึคะคุณพี่"
"ฉันกับหล่อนก็แต่งงานกันรุ่นนี้ไม่ใช่เหรอ"
สร้อยทองเงียบไปไม่เถียง อึ่งช่วย ยกน้ำกับของว่างมาเสิร์ฟ ศรีช่วยจัด
"แม่สารภีล่ะ หล่อนคิดว่าเป็นไง คุณเพิ่มพูนกับโกสุมก็เคยมามาพูดๆไว้ ทำนอง ว่าอยากดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ถ้าพ่อเทพกับสารภีจะแต่งงานกันฉันก็จะจัดงานให้"
เทพไทมาถึงพอดีได้ยิน สารภีแอบยิ้มดีใจ
"ผมยังไม่อยากแต่งงานครับ ผมยังไม่พร้อมที่จะมีใคร"
สารภีทำขวยเขิน
"แหมพี่เทพจะเร่งสร้างเนื้อสร้างตัวทำไมคะ ตอนนี้ก็มีสมบัติอยู่แล้ว หากแต่งไปแล้วก็ค่อยๆช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวได้นี่คะ"
"พี่ไม่พร้อม คือไม่พร้อม และไม่พร้อมกับใครทั้งนั้น รวมทั้งเธอด้วยสารภี"
เทพไทบอกพ่อ
"เห็นทีผมคงจะต้องขอขัดคุณพ่อสำหรับเรื่องนี้ ผมไม่ได้คิดกับสารภีแบบนั้นและ ก็ไม่มีวันคิดด้วยครับ กรุณาอย่าคิดแทนผมเลยครับ"
เทพไทออกไป หลวงปกรณ์อึ้งที่เห็นลูกชายโมโห อึ่งแอบขำ สารภีหันมองตาขวางใส่อึ่งรีบออกไป สารภีหน้าชายืนนิ่งกับที่ สร้อยทองแอบยิ้มเยาะสารภี

เทพไทเดินมาตามทาง สารภีรีบมาดักหน้า
"ไม่คิดกับสารภีแต่พี่เทพคิดกับนังดอกแก้วใช่มั๊ยคะ"
เทพไทนิ่ง
"ทำไมพี่เทพต้องทำอะไรๆเพื่อมันด้วยคะ หรือว่าพี่เทพมีใจให้มันจริงๆใช่ไหมคะ"
เทพไทอึ้งไป สารภีมองคาดคั้น
" ตอบมาสิคะ พี่มีใจให้มันใช่ไหม ใช่ไหมคะ"
" พี่จะมีใจให้ใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ"
"แต่สิ่งที่พี่เทพกำลังคิดหรือกำลังจะทำมันเกี่ยวข้องกับคุณหลวงเกี่ยวข้องกับทุกคนในครอบครัวของพี่เอง"
อ่านต่อหน้าที่ 4


ดอกซ่อนชู้ ตอนที่ 9 (ต่อ)
เทพไทชะงักกับคำพูดของสารภีที่พูดทุกอย่างถูกหมด สารภีเดินเข้าหาเทพไทพลางสวมกอด

"เลิกคิดสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะนะคะพี่เทพ สารภีไม่อยากให้พี่เทพทำอะไรที่ผิดศีลธรรมไปมากกว่านี้ สารภีรักพี่เทพนะคะ สารภีรู้ว่าพี่เทพเองก็มีใจให้สารภีเหมือนกัน ไม่งั้นพี่คงไม่บุกไปตามหาสารภีในวันที่ไฟไหม้หรอกจริงมั๊ยคะ"
เทพไทอึ้ง
"ในเมื่อเราสองคนก็มีใจให้กัน ทำไมเราไม่มาทำให้ความรักของเราสองคนชัดเจนกว่านี้ล่ะคะ"
สารภีปั้นหน้าสวยซึ้ง เทพไทมองที่ใบหน้าสารภีที่โน้มมาใกล้ สารภียิ้มยั่วยวนเผยอริมฝีปากหลับตาพริ้มรอ
เทพไทพูดใกล้ๆตอกย้ำชัดเจน
"พี่ไม่เคยคิดอะไรกับเธอมากกว่าคำว่า น้องสาว จำไว้"
เทพไทพูดจบเดินออกไป สารภีลืมตา โกรธจนตัวสั่น
" พี่เทพ!"
สารภีแค้นใจที่สุด
"เพราะแกคนเดียวนังดอกแก้ว"

ดอกแก้วกับเอี้ยงช่วยกันเด็ดดอกขจรเพื่อทำกับข้าว ลำเจียกเข้าครัวมาทำเป็นไม่สนใจเดินไปที่หน้าเตาเพื่อปรุงอาหาร พิศกำลังจัดสำรับเล็กๆให้บ้านสารภีไม่สนใจใคร
อึ่งวิ่งเข้ามาโวกเวกเสียงดัง
"วู้ๆๆๆ ใครอยากรูเรื่องชาวบ้านเร่เข้ามาเร๊ว ทางนี้เลยทางนี้"
เข็ม หมอน คนครัว เชิด เชต ที่กินข้าวอยู่ใกล้ได้ยินกันหมด ค่อยๆขยับเข้าไป
"ฉันล่ะไม่อยากจะเล่าเลยนะ แต่ก็อีกล่ะอดเก็บไว้คนเดียวไม่ได้"
เข็มบอก
"อ้าวพี่อึ่ง เล่าสักทีเถอะ"
พิศเงี่ยหูฟังจากที่นั่งอยู่ไกลๆ
"คืองี้ ฉันเอาของหวานกับน้ำชาขึ้นไปให้คุณท่านที่ห้องรับแขกแล้วบังเอิ๊นบังเอิญได้ยินท่านพูดว่าอยากให้คุณเทพกับแม่สารภีแต่งงานกัน"
ดอกแก้วชะงัก ลำเจียกนิ่งฟัง ทุกคนในที่นั้นตะลึงพอๆกันรวมทั้ง พิศด้วย แต่แอบยิ้มดีใจที่เจ้านายจะได้แต่งงานกับเทพไท พิศขยับเข้าไปใกล้
" แหมดูสิสีหน้าแต่ละคนตกใจไปหมดเลย ฉันเองก็ตกใจนะ"
ระหว่างนี้สารภีเดินเข้ามาเห็นดอกแก้วนั่งอยู่
"นังดอกแก้ว"
สารภีกะจะมาหาเรื่องดอกแก้ว
ลำเจียกเสียงเข้มมาเลย
"แล้วยังไงต่อ"
"อุ๊ยตาย..คุณลำเจียกอยู่รึเจ้าคะ อิฉันไม่ทันเห็นขอโทษเจ้าค่ะ"
"ว่าต่อไปสิ"
สารภีเข้ามาใกล้ แต่พอเข้ามาแล้วได้ยินอึ่งนินทาตัวเองพอดี
"ค่ะ พอคุณเทพไทโผล่มาปฎิเสธไม่แต่งงานกับแม่สารภีเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมแต่ง โถๆๆๆๆ นังสารภีงี้หน้าแตกไม่รับเย็บเลยล่ะค่ะ มันคงอยากจะเป็นสะไภ้บ้านนี้จนตัวสั่น สมน้ำหน้ามันฮ่าๆๆ"

พิศขว้างผักใส่ปากอึ่งที่หัวเราะร่า
"อุ้ป.." อื้อๆๆๆ
"หล่อนไม่มีสิทธิ์มานินทาเจ้านายของชั้นนะนังอึ่งอ่าง"
อึ่งสำลักดึงผักที่คาปากออกไอแค่กๆก่อนต่อปากกับพิศ
"เจ้านายมึงไม่ใช่เจ้านายกู ทำไมกูจะด่าไม่ได้ "
สารภีเข้ามากลางวง ชี้หน้ากราด
"แอร๊ย! พวกขี้ข้า วันๆเอาแต่สุมหัวนินทานาย คอยดูนะฉันจะฟ้องคุณหลวงให้ไล่พวกแกออกให้หมดครัวเลย พวกไม่มีสกุลรุนชาติทั้งหลาย อย่าให้ฉันได้ยินใครเอาฉันไปพูดอีกนะ ฉันจะตบเรียงตัวเลย คอยดู"
ลำเจียกวางกระบวยกระแทกดังโครมเดินเข้ามา
"มันจะมากไปแล้วนะแม่สารภี เธอเป็นใครมาจากไหนถึงได้มาชี้หน้าด่ากราดทุกคนแบบนี้"
" ต๊าย..นึกว่าที่นี่มีแต่ขี้ข้า ไม่นึกว่าจะมีนายอยู่ด้วย ปล่อยให้ขี้ข้าข้ามหัวไปมาแบบนี้น่ะซี้ คุณหลวงถึงไม่สนใจใยดี"
ลำเจียกปี๊ดที่สารภีจี้ใจ
"อย่ามาปากดีแถวนี้นะนังเด็กเมื่อวานซืน เพราะสันดานแบบนี้นี่เองพ่อเทพถึงไม่ยอมแต่งงานด้วย ต่ำ"
" อ๊าย!"
สารภีแค้นใจจะตรงเข้าหาลำเจียก ดอกแก้วรีบเข้ามาดึงสารภีไว้
"อย่าค่ะ คุณสารภีอย่ามีเรื่องกันเลยค่ะ"
สารภีดื้อดึงให้พ้นดอกแก้วที่ดึงรั้งไว้
"ปล่อยฉัน นังดอกแก้วอย่ามาแส่ปล่อย"
"ไม่ค่ะ แก้วไม่ปล่อย"
"ไม่ปล่อยงั้นเหรอ"
สารภีเหวี่ยงดอกแก้วออกสุดแรง จนเซถลาไปชน ทำให้ลำเจียกเสียจังหวะ สารภีตรงเข้ามาตบฉาด !!!
ลำเจียกสู้กับสารภีดันกันไปมา สารภีถูกผลักกระเด็นไปตรงเตา
"ว๊าย"
สารภีหันไปเห็นน้ำร้อนที่เตาคว้าเอามาจะสาดใส่ลำเจียก ดอกแก้วเห็น
"คุณลำเจียกระวัง"

อ่านต่อตอนที่ 10

กำลังโหลดความคิดเห็น...