xs
xsm
sm
md
lg

ปริศนา ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปริศนา ตอนที่ 12

ภายในห้องนอน ประวิชนั่งอยู่ที่ระเบียง มองออกไปด้านนอกไกลๆ ข้างตัวประวิชมีโต๊ะเล็กวางที่เขี่ยบุหรี่ ที่มีก้นบุหรี่เต็มไปหมด หน้าตาทรุดโทรมมาก

เมื่อท่านชายเดินเข้ามา ประวิชดับบุหรี่ที่ถืออยู่ในมือเสีย ท่านชายเดินเข้ามาใกล้มองที่เขี่ยบุหรี่ และมองหน้าประวิช
"เป็นอะไรไป ประวิช เมื่อครู่กินข้าวให้คนขึ้นมาตามก็ไม่ยอมลงไปกิน เป็นอะไรไปหรือ ข้าวปลาไม่กิน แถมยังมาเผาบุหรี่อีกเป็นก่ายเป็นกอง ไม่กลัวสำลักควันตายหรอกหรือ"
ประวิชเพิ่งออกจากความคิดของตนเองได้ เงยหน้าขึ้นมองท่านชาย เอามือกุมหัว เจ็บปวด
"ปวดหัว ปวดใจ ไม่เคยทุกข์เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต กระหม่อม"
"เกิดอะไรขึ้น"
อาการของประวิชดูคร่ำครวญต่อไป
"ผู้หญิงเขาไม่รักกระหม่อม หม่อมรึรักเขาจะตาย รักมานานแล้วตั้งปี แต่เขาไม่รักหม่อม กลับบอกให้เลิกคิดบ้าๆเสีย ถ้าไม่เลิกไม่ต้องไปบ้านเขาอีก หม่อมจะเลิกยังไงได้ รักเขาจะตายอยู่แล้ว ถ้าหม่อมไม่ได้แต่งงานกับเขา หม่อมจะไม่แต่งงานเลยในชาตินี้ ฝ่าบาทคอยดูซี"
ท่านชายมองดู ประวิชที่อาการหนักมาก แล้วก็คิดไม่ออกว่าอยู่ดีๆ ประวิช เป็นถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ท่านชายจึงดึงเก้าอี้เขียนหนังสือ มานั่งข้างประวิช และมองหน้าเขา
"ใครกัน ผู้หญิงคนนั้น"
"ปริศนา"
ท่านชายพจน์แทบสะดุ้ง ไม่เชื่อหูตนเอง
"ใครนะ"
"ปริศนา ยังไงล่ะ ฝ่าบาท อะไรกัน ไม่ทรงทราบหรือ กระหม่อมรักเขามาตั้งนานแล้ว รักจนจะคลั่ง"
ประวิชลุกขึ้นเดินงุ่นง่าน ท่านชายต้องกลืนอารมณ์ลงไป
"อย่างนั้นหรือ นึกว่าเลิกไปแล้ว ไม่เห็นค่อยพูดถึง"
"เพราะรักปริศนา นี่เป็นรักจริงอย่างไรล่ะ อย่างก่อนนี้ รักไม่จริง พูดไปเรื่อยๆ เมื่อจะเลิกก็เลิกได้ แต่ครั้งนี้ หม่อมรู้ตัวว่าเลิกไม่ได้ ถึงอยากให้แน่ใจว่าเขารักตอบ ฝ่าบาทต้องช่วยให้เขารักตอบหม่อมด้วยเถิด"
"จะให้ฉันช่วยได้ยังไงล่ะประวิช เขาไม่รักแก จะให้ฉันไปทำให้เขารักแกได้อย่างไร"
ประวิชมองท่านชายอย่างอ้อนวอน คุกเข่าลงตรงหน้า
"ปริศนานับถือฝ่าบาทมาก ฝ่าบาทไปพูดกับเขา เขาคงเชื่อฟัง ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้ปริศนา หม่อมคงไม่มีความสุขไปจนวันตาย ปริศนาต้องเป็นของหม่อม เป็นของคนอื่นไม่ได้เป็นอันขาด"
ท่านชายพจน์ลุกขึ้น แล้วเดินออกไปไกลๆ นอกระเบียงห้อง ประวิชไม่ได้สังเกตยังคงตามต่อไป
"ทำไมเขาไม่รักหม่อมก็ไม่รู้ เราออกเข้าใจกันทุกเรื่อง ชอบทุกอย่างเหมือนๆกัน หรือว่าเขาจะรักคนอื่น"
ท่านชายรู้สึกแปลบเหมือนเข็มแทงสักร้อยเล่ม ประวิชก็ไม่ได้สังเกต นั่งลงคร่ำครวญอีกครั้ง
"เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่เห็นเขายุ่งกับใครนอกจากฝ่าบาท ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีอยู่แล้วว่าหม่อมรักเขา"
ประวิชเดินเข้าไปอ้อนวอนท่านชายต่อ
"ฝ่าบาทต้องช่วยพูดกับเขาหน่อย นึกเสียว่าเอาบุญ หม่อมเห็นมีอยู่วิธีเดียว"
ท่านชายหันมามองประวิชอย่างสมเพช หมดสง่าราศี หมดความมั่นใจในตัวเอง
และดูเศร้าสร้อย
ท่านชายเดินกลับมานั่งมองประวิช
"ตกลง พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเขา และจะช่วยพูดเรื่องแกให้ จะพยายามเต็มที่ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้น ฉันไม่รู้ แกควรจะไปกินข้าวกินปลาเสีย รักผู้หญิงแล้วอดข้าวอดปลาแบบนี้เดี๋ยวจะตายเสียเปล่า"

ท่านชายเดินออกไปจากห้อง ประวิชหน้าตามีหวัง

แสงไฟในห้องค่อนข้างสลัว ท่านชายพจน์เดินเข้ามาในห้อง นั่งลง โดยมองรูปที่ปริศนาเขียน พลันนึกถึงภาพต่างๆ ... ปริศนาวาดรูปท่านชาย , ทั้งคู่ติดเกาะและฝนตก และจับมือด้วยความยินดี
ภาพความหลังเหล่านั้น หาได้สร้างความยินดีแก่หม่อมเจ้าพจน์ ปรีชาไม่ ... ท่านชายไม่มีความสุขเลย เปิดประตูออกไปที่ระเบียงแล้วมองทอดสายตาไปไกลๆ บรรยากาศภายนอก...เงียบ มืดสนิท ดูเหงาและเศร้า

เช้าวันใหม่ อนงค์เก็บมุ้งเรียบร้อยแล้วเรียก
"ปริศนา ตื่นได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมแล้วต้องไปสอนหนังสือ"
ปริศนาลืมตาขึ้น แล้วก็ลุกขึ้นนั่งอย่างสดชื่น
"ขอบใจอนงค์ที่เก็บมุ้งให้ ไม่ต้องรีบนักก็ได้ ปริศนาตรงไปโรงเรียนเลย ไม่ต้องไปส่งสิรีก่อนแล้ว"
ปริศนาดูรื่นเริง มีความสุข เพราะบ่ายนี้ท่านชายพจน์นัดจะมาหา เอาของมาให้ และจะพูดเรื่องสำคัญ
ปริศนาลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเดินออกจากห้องไป
อนงค์ยังคงเก็บมุ้งและเก็บเตียงให้ปริศนาต่อไป

บรรดานักเรียนนั่งกันอยู่ในห้องเรียนชั้นพิเศษ 2 ของโรงเรียนสิกขาลัย ปริศนาเดินเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนบอกแสดงความเคารพ
"นั่งได้จ้ะ วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก ถึงแม้เราจะเป็นคนเดิม ทั้งครูทั้งนักเรียน แต่ปีนี้เราก็อยู่ชั้นพิเศษ 2 แล้ว เป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน อยากให้ทุกคนตั้งใจเรียน เป็นเกียรติประวัติแก่ตัวเองและ โรงเรียนนะจ๊ะ"
ปริศนายิ้มให้ทุกคน
หม่อมเจ้าหญิงรัตนาวดีหลิ่วตาให้ ปริศนาหลิ่วตาตอบ
"หนังสือยังมาไม่ครบนะจ๊ะ แต่คงจะได้ครบในสัปดาห์นี้ วันนี้เรามาคุยภาษาอังกฤษกันดีไหม"
"ดีค่ะ"
ปริศนาเริ่มต้นคุย และนักเรียนโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน

นาฬิกาคุณปู่ที่ห้องอำนวยการ โรงเรียนสิกขาลัย บอกเวลา 14.30 น. ซึ่งเป็นเวลาพัก และนักเรียนบางคนกำลังเดินไปรับประทานอาหารว่าง
ปริศนาเดินมาที่รถ โดยท่านหญิงรัตน์ ช่วยถือหนังสือการบ้านที่นักเรียนทำส่งมาให้ปริศนาตั้งหนึ่ง

"ปีนี้เจ้าพี่ใจดี ให้หญิงกลับบ้านได้ ทุกเสาร์อาทิตย์และวันหยุด หญิงว่าจะให้วิมลเขากลับกับหญิงด้วย"
"ดีเพคะ"
"ครูคะ วิมล เขาจะอายุครบ 18 ปีนี้แล้ว หญิงอยากมีงานฉลองให้เขาจัง"
"ท่านหญิงจะฉลองที่ไหนเพคะ"
"หญิงดูปฏิทินแล้ว มันตรงกับวันจันทร์ ถ้าขอให้เจ้าพี่จัดให้ ก็คงต้องเป็นเสาร์ อาทิตย์"
"วิมลกับท่านหญิงไม่เหมือนกัน ท่านหญิงเป็นขนิษฐาแท้ๆของท่านชาย ท่านจะจัดงานใหญ่โตให้ ไม่แปลก นี่ถ้าประวิชเขาริจะจัดงานวันเกิดให้น้องสาวก็อาจจะไม่แปลก"
"แปลกมากค่ะครู เพราะพี่ประวิช ไม่สนใจวิมลซักนิดเดียว ไม่เคยให้อะไรวิมลเลย จะให้อะไรก็ขอเจ้าพี่มาให้ ทั้งๆที่เป็นน้องแท้ๆของตัวเอง"
"อือ... ตัวเขาเอง ก็ยังอาศัยท่านชายอยู่เหมือนกันเพคะ"
"ครูว่าควรทำยังไงคะ"
"ให้ของขวัญแสดงความยินดี อวยพรให้ พอไหมคะ"
รัตนาวดีส่ายหน้า
"ไม่พอค่ะ วิมลยังช่วยหญิง งานวันเกิดหญิง แล้วปีนี้เขา 18 ด้วย หญิงอยาก อายุ 18 บ้างจัง เจ้าพี่ว่าอายุ 18 เมื่อไหร่จะตามใจแล้ว จะให้ออกสังคมด้วย"
"ถ้าไม่พอ ท่านหญิงต้องทรงคิด ว่า ถ้าท่านหญิงต้องจัดงานให้วิมลด้วยองค์เองทั้งหมด งานจะเป็นอย่างไร ...ขาดเหลือยังไง ค่อยไปขอท่านชายให้ช่วย จะดีกว่าไหมเพคะ"
ท่านหญิงรัตน์ หน้าตามุ่งมั่น
"ใช่ค่ะ เจ้าพี่ใจดี แล้วไม่เคยปฏิเสธหญิงเลย ขอบคุณมากค่ะครู หญิงจะลองไปคิดดู"

ทั้ง 2 เดินมาถึงรถ ท่านหญิงรัตนาวดีวางสมุดให้ในรถ ปริศนาขึ้นรถ ขับออกไป ท่านหญิงโบกมือบ๊ายบาย ปริศนาโบกมือตอบอย่างสดชื่น

บริเวณระเบียงหน้าห้องรตี บ้านราชพรรลภ คุณหญิงชื่นนอนอ่านหนังสืออยู่ที่เตียง รตีเดินกระแทกเท้าเข้ามาหน้าตา บูดบึ้ง

"คุณพ่อไปทำงานหรือยังคะ ทำไมวันนี้ออกสาย"
"ไปได้สักครู่แล้ว ก็มีคนนัดมาว่าจะมาพบ พวกทำป่าไม้อยู่ทางเหนือน่ะจ้ะ คุณพ่อก็เลยรอฟัง"
"แล้วได้ความว่ายังไงบ้างคะ"
"เจ้าคุณพ่อไล่กลับไปแล้วจ้ะ เขาบอกว่าเป็นพ่อของนายเสมอกับนายสันต์ เขาว่าลูกเขารู้จักกับลูกดี"
รตีสังหรณ์
"แล้วมาทำไมคะ"
ชื่นทำเสียงดูถูกเหมือนพูดเรื่องที่ไม่จริง
"เขาว่าจะมาสู่ขอลูก"

"ตาย! อี๋ย์ ไม่เอานะคะ"
"เขาว่าจะมาขอลูกให้ ลูกชายคนโตเขาที่ชื่อเสมอ พร่ำรำพันว่าไม่มีใครเหมาะสมกับลูกเขาเท่าลูกแม่อีกแล้ว"
"โอย ใครจะไปเอา ไม่ได้เจียมกันเลย ครั้งก่อนตาสันต์มา ลูกก็ไล่ไปทีนึงแล้ว เอ๊ะ แต่ว่า ที่ไปงานวันเกิดท่านหญิงรัตน์ ที่หัวหิน นายเสมอนี่ยังจี๋จ๋ากับ ายสิรี ช่างตัดเสื้อที่ร้านนงลักษณ์อยู่เลย"
"ไม่รู้ว่าพ่อลูกได้พูดคุยกันบ้างไหม เขาว่าเขาเดินทางมาจากลำปาง พวกลูกๆอยู่บ้านเช่าในกรุงเทพฯ"
"ต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ หรือไม่ก็ได้สติ รู้ซะทีว่าคนพวกนี้น่ะจน แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่ถึงชั้นที่จะมาเทียบกับรตีแน่นอน สำหรับรตี มีแต่ท่านชายพจน์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่เหมาะสม"
"แล้วท่านชายหายไปนานทีเดียวตั้งแต่กลับจากหัวหิน ไม่ได้ติดต่อมาเลยนะรตี"
"ท่านเสด็จไปเชียงใหม่ ว่าไปธุระ ยังไม่ได้ยินข่าวว่าเสด็จกลับมาเลยค่ะ"
"ลองโทรศัพท์ถามประวิชซิ ว่ายังไง อย่าได้นิ่งนอนใจเป็นเด็ดขาด แม่ไม่ไว้ใจบ้านนั้น เกาะยังกับปลิง ยิ่งตีสนิทกับคุณสร้อยด้วย ดีนะ ที่เที่ยวนี้เราไปอยู่ที่ตำหนักมโนรมย์เสียก่อน
จึงต้องหน้าหงายไปเช่าบ้านอยู่กันเอง"
รตีรีบลุกขึ้นเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน ชื่นรีบตามไป

รตีหมุนโทรศัพท์ที่ห้องโถง
"ชั้นรตีนะ ประวิชกลับมาหรือยัง ขอพูดกับประวิชหน่อย"

ครู่ต่อมา ประวิชหน้าตาแช่มชื่นมีความหวัง ยืนพูดโทรศัพท์อยู่
"ท่านชาย กลับมาตั้งแต่เช้าวันวาน เสด็จไปทำธุระของท่านทั้งวัน คงจะยังไม่มีเวลาไปหาคุณรตี ได้ คุณรตี เลิกงานแล้วผมจะแวะไปหา"
"ได้"
รตี หันไปหาชื่น
"เย็นนี้ประวิชจะมาบ้านเราค่ะแม่"

เวลาบ่ายคล้อย ปริศนาสวมกางเกงขาสั้น วิ่งเล่นกับวูปี้อยู่ที่สนามหน้าบ้านสุทธากุล และส่งเสียงดัง โยนไม้ไปให้คาบมาส่ง บ้างก็ล่อให้วูปี้เดิน 2 ขา หรือเต้นตามจังหวะเป็นต้น
สมรแต่งตัวอย่างจะออกไปนอกบ้าน เดินออกมาจากในบ้าน
"ปริศนา" สมรเรียก แต่ปริศนาไม่ได้ยิน "ปริศนา นี่หยุดเล่นก่อนได้ไหม"
ปริศนาหันมาเห็นแม่ หยุดเล่น แล้วเดินเข้ามาหา
"คะ แม่ มีอะไรหรือคะ"
"แม่จะออกไปหา คุณหญิงพลรามฯ แล้วจะแวะซื้อเป็ดย่างกลับมากินด้วย แม่สั่งจำเนียรให้หุงข้าวให้แล้ว ปริศนาจะไปกับแม่ไหม"
ปริศนาส่ายหน้า
"ไม่ไปค่ะ"
อนงค์หิ้วหม้อและปิ่นโตใส่ตะกร้ามาด้วย
"อ้าว ปริศนา ไม่แต่งตัวเหรอ ดูสิ เล่นกับวูปี้ เสียมอมหมดแล้ว"
ปริศนาก้มดูตัวเอง
"อือ เดี๋ยวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ"
"ไปสิ รีบไป" อนงค์บอก
"ไม่ไป แม่ให้ตาช่วงขับรถให้ได้ไหมคะ ปริศนาไม่ไปค่ะ"
"อ้าวแล้วกัน ทำไมล่ะ"
"มีธุระจำเป็นมากค่ะ ไปไม่ได้จริงๆ"
ปริศนาเรียกวูปี้
"ไปวูปี้ ไปพักผ่อนก่อน"
ปริศนาเดินนำวูปี้ไปทางหลังบ้าน
สมรบอกอนงค์
"งั้นเราก็ไปกัน ไม่อย่างนั้น กลับมาจะค่ำมากไป ... ตาช่วง ไปล้างมือมาขับรถให้ที"
ช่วงเดินเร็วๆมาที่รถ อนงค์เอาตะกร้าของวางไว้ข้างคนขับ

ริมสนาม บ้านราชพรรลภ บ่ายต่อเนื่อง รตี และประวิช นั่งคุยกันอยู่ เก้าอี้ห่างกันพอสมควร ประวิชนั่งอย่างสุภาพ เพราะสถานะต่ำต้อยกว่า
"ท่านชายเสด็จกลับมาตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์แล้ว ท่านก็ทำธุระอะไรของท่านเรื่อยไป เช้านี้ก็ไปโรงพยาบาลแต่เช้า ออกไปตั้งแต่ผมยังไม่ตื่น"
"แล้ววันนี้ท่านเด็จไหน"
"เข้าใจว่าเย็นนี้ท่านจะเด็จไปหาปริศนา"
รตีผุดลุกขึ้นด้วยท่านางยักษ์ทันที
"ไปหา นังเด็กนั่นรึ"
"ใจเย็นก่อนน่า คุณรตี นั่งฟังก่อน ท่านชายเสด็จไปพูดกับปริศนา เรื่องของผม เราเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ท่านเลยอาสาจะไปพูดให้"
"อย่างนั้นหรือ"
"ท่านติดงานทั้งงานหลวง งานราษฏร์ แบบนี้แหละ คุณรตี ท่านจึงยังไม่ว่างมาหาคุณ"
"แปลว่า ท่านเห็นชั้นเป็นเรื่องรองอย่างนั้นหรือ"
"เป็นเรื่องที่ท่านน่าจะมาเวลาที่สบายพระทัย คุณรตี"
"ท่านชายทำอย่างนี้ รตีเสียหายนะ ที่กลับจากหัวหินเหมือนจะหลบ จะหนีหน้า"
"ท่านมีงานด่วน งานเร่งของท่านสิ คุณรตี งานท่านออกเยอะไป ทั้งคนไข้ ทั้งธุรกิจ ไหนจะเรื่องน้องของท่านอีก เมื่อวานเย็น ท่านเสด็จไปส่งท่านหญิงเข้าโรงเรียนเอง วิมลก็ไปด้วยกัน ผมยังไม่เคยคิดจะทำเลย"

"ฉันก็ไม่เคยต้องเฝ้าคอยผู้ชายคนไหนเลย มีแต่ท่านชายพจน์ เพียงองค์เดียวเท่านั้น ท่านชายอย่าทำให้ฉันเสียน้ำใจก็แล้วกัน"
รตีทำเสียงเรียกความเห็นใจ

ในห้องนอน ปริศนาอาบน้ำแล้ว หน้าตาสะอาดสะอ้าน แต่ผมยังมีเปียกๆอยู่บ้างเพราะเพิ่งอาบน้ำใหม่ๆ แต่งชุดใหม่ที่ดูดี เธอกำลังหวีผมอยู่ที่หน้ากระจกแต่งตัว และมีความสุขมาก
จำเนียรเปิดประตูห้องที่ปิดไม่สนิทเข้ามา
"คุณปริศนาขา ท่านชายพจน์ เสด็จมาค่ะ"
"มาถึงแล้วหรือ"
"คอยอยู่บนบ้านแล้วค่ะ"
"ตายจริง ทำไมไม่ได้ยินเสียงรถเลย"
"ท่านเสด็จมานานแล้วน่ะคะ คุณปริศนาอาจจะอาบน้ำอยู่"
"โอเค โอเค"

ปริศนาเลยหยิบกิ๊บมาติดผมรวบไว้อย่างง่ายๆ เช็คหน้าอีกทีแล้วรีบไปหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาล ที่วางไว้ปลายเตียง แล้ววิ่งออกไป นำหน้าจำเนียรไปทีเดียว
 
อ่านต่อหน้า 2

ปริศนา ตอนที่ 12 (ต่อ)

ปริศนาเดินนำจำเนียรลงมาที่โถง ท่านชายพจน์นั่งอ่านแมกกาซีนต่างประเทศอยู่ มีน้ำดื่มวางต้อนรับแล้วเรียบร้อย

เมื่อจำเนียรเดินลงมาแล้วก็เลี้ยวออกไปทางหลังบ้าน
ปริศนาเดินอย่างร่าเริง ตาเป็นประกาย เดินเข้าไปหา ท่านชายลุกขึ้นยืนต้อนรับเมื่อเห็นปริศนาเดินเข้ามา พระพักตร์ไม่แจ่มใสเลย
ปริศนาวางห่อผ้า
"ถวายคืนเพคะ"
แล้วยกมือไหว้ท่านชาย ท่านชายรับไหว้ ปริศนานั่งลงยิ้มอย่างรื่นเริง ท่านชายส่งห่อของให้ปริศนา 2 ห่อบ้าง
"นี่เสื้อผ้าของเธอ ส่วนนี่เป็นของฝากจากเชียงใหม่"
ปริศนาแกะของที่เป็นของฝากออกดูเป็นผ้าซิ่น 6 ผืน
"โอ้ว...สวยจังเลย ปริศนาไม่เคยเห็นผ้าแบบนี้เลย"
"ซิ่นของเชียงใหม่"
"ขอบ ทัยมากเพคะ"
ท่านชายนั่งลง ท่าทีเป็นงานเป็นการ
"ปริศนา ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะพูด"

ปริศนามองท่านชายอย่างรอฟัง แต่ท่านชายกลับเมินหน้าไปทางอื่นไม่กล้าที่จะสบตากับปริศนา
"เรื่องของประวิช ปริศนารู้แล้วใช่ไหม ว่าเขารักเธอ"
ปริศนามองท่านชายอย่างไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์
"เขารักเธอมานานแล้ว และรักเธออย่างจริงจัง เขาคิดว่า เธอก็รักเขาเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงเธอกลับปฏิเสธ เธอคิดว่าเธอทำถูกแล้วหรือ"
ปริศนายังมั่นใจในความถูกต้องของตนเอง
"คิดว่าถูกแล้วเพคะ ไม่มีวิธีอื่นเลย"
"ทำไมล่ะ"
"เพราะปริศนาไม่เคยรักประวิชเลยนี่เพคะ แล้วไม่คิดด้วยว่าประวิชจะมาคิดอย่างนั้นกับปริศนา ปริศนาบอกเขาไปแล้ว ว่าเสียใจที่เขาคิดผิด แต่ปริศนารักเขาไม่ได้ ยังไงๆ ก็รักไม่ได้"
"ถ้าเธอไม่รักเขาแล้ว ทำไมเธอทำคุ้นเคยกับเขา จนเขาเข้าใจผิดไปได้ถึงเพียงนั้นล่ะ"
ปริศนาลุกขึ้นทันที
"ทำไมปริศนาจะไม่รักประวิชเพคะ!"
ท่านชายหน้าเปลี่ยนไปทันที เศร้ายิ่งกว่าเดิม
"แต่ปริศนารักเขาอย่างเพื่อน ไม่ได้รักอย่างจะแต่งงานด้วย และที่ทำคุ้นเคยกับเขา ก็เพราะว่าคิดว่าเขาเป็นเพื่อน ทำไมเพคะ คนเราจะคุ้นเคยกับเพื่อนไม่ได้งั้นหรือ"
ท่านชายพจน์เดินตามปริศนาออกมา
"แล้วทำไมเธอถึงแต่งงานกับเขาไม่ได้ เขาเลวยังไง"
"เขาไม่เลวหรอกเพคะ เขาเป็นคนดีมาก แต่ว่าดีสำหรับคนอื่น ไม่ใช่ดีสำหรับปริศนา"
"แล้วปริศนาน่ะ ดียังไง"
"ไม่ดียังไงหรอกเพคะ แต่ดีเกินไปที่จะแต่งงานกับประวิช หรือไม่ก็ไม่ดีพอที่จะแต่งกับใคร"
ท่านชายพจน์เยาะ
"ดีเกินไป"
"ทุกวันนี้ประวิชตามปริศนาทุกอย่าง ทุกเรื่อง ท่านชายคิดว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว เขาจะมาทนตามปริศนาไปทุกอย่างอย่างนี้ได้หรือเพคะ .. ปริศนาเป็นผู้หญิง รู้ว่าหากมีผู้ชายที่เราพึ่งพาเขาไม่ได้มารักเรา เราจะแต่งงานกับเขาไปทำไม มันเสียเวลา เสียอารมณ์ อยู่กันไม่รอดหรอกเพคะ รักได้ ก็เลิกรักได้เหมือนกัน"
"เห็นว่าทั้งเธอ และประวิช ชอบอะไรเหมือนๆกัน เห็นดีเห็นงามต้องกันไปหมด"
"ซึ่งไม่ดีสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกันเพคะ ชอบเที่ยว ชอบสนุก เลยไป
เที่ยวสนุกกันหมด ไม่มีใครฉุด ดึงใครไว้ ประวิชควรจะได้ผู้หญิงที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน คอยดึงประวิชไว้ เท่านี้แหละเพคะ เราคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า"
"แต่ประวิชเขาขอให้ฉันมาพูดกับเธอ เพราะเขาเข้าใจว่าเธอรักเขา"
"เขาคิดผิดเพคะ"

"แล้วเธอทำอย่างไร ให้เขาคิดผิดไปได้"
"ไม่ได้ทำอะไรเลย เขาคิดผิดไปเองเพคะ"
"ไม่จริงหรอก ไม่ทำอะไร จะคิดไปได้ขนาดนั้น คงต้องให้ท่าเขาบ้าง"
ปริศนาโกรธมาก
"ให้ท่า! ยังไง เมื่อไหร่กันเพคะ"
ท่านชายจับข้อมือปริศนาชูให้ปริศนาดู
"สร้อยนี่อย่างไร ประวิชให้เมื่อวันเกิด สร้อยจี้รูปหัวใจ เธอรับไว้และใส่ติดตัว"
ปริศนาดึงแขนกลับมาแล้วถอดสร้อยออก แล้วเอาสร้อยไปใส่มือท่านชาย
"เอาไป... เอาคืนไปเลย สร้อยบ้านี่ เมื่อให้วันเกิด ปริศนาก็ใส่ ไม่ได้คิดมาก หัวจงหัวใจอะไร ตีความกันบ้าๆแบบนี้ ปริศนาก็ไม่เอา เอาคืนไป วันเกิดประวิช ปริศนาก็ให้ของขวัญเขาเหมือนกัน อ้อ หรือว่าจะเป็นเรื่องให้ท่าอีก ประวิชมานี่บ่อยๆ เขาก็มาเอง ปริศนาไม่ได้ชวน ไม่ได้เรียกให้มาสักหน่อย แล้วนี่ก็เหมือนกัน ท่านชายเอากลับไปเสีย เดี๋ยวจะหาว่าปริศนาให้ท่าท่านชายด้วย อีกคน"
ปริศนาตรงไปคว้าห่อผ้าซิ่นที่ท่านชายเอามาให้ โยนใส่ตัวท่านชายแล้วร้องไห้เสียงดัง วิ่งออกไปหลังบ้าน

ปริศนาวิ่งร้องไห้ออกมาจากในบ้าน มานั่งที่เก้าอี้ ซบหน้าลงกับพนัก ร้องไห้อยู่ ท่านชายเดินตามออกมา
"ปริศนา พูดกันดีๆก่อนสิ"
ปริศนาหันตัวหนี ร้องไห้ดังขึ้นอีก
ท่านชายพจน์มองไปรอบๆกลัวคนเห็นและจะคิดว่าท่านทำอะไรปริศนา
"ปริศนา อยากให้เธอเข้าใจ"
ปริศนาร้องไห้เสียงดังขึ้นมาอีก ท่านชายพจน์จึงคิดว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกันตอนนี้ จึงเดินตัวตรงกลับเข้าไปในบ้าน เมื่อท่านชายลับตัวเข้าไปในบ้านแล้ว ปริศนาก็เงยหน้าขึ้นดู ปาดน้ำตา แล้วเดินตามไป

ปริศนาเดินเข้ามาในห้องโถง เสียงสตาร์ทรถท่านชายดัง เธอมองไปที่โต๊ะรับแขก ยังเห็นห่อของฝาก และสร้อย ยังวางอยู่บนโต๊ะ ปริศนารี่เข้าไปคว้าห่อผ้าซิ่น และหยิบสร้อยหัวใจของประวิชขึ้นมา ก่อนวิ่งลงไปทางหน้าบ้าน

ท่านชายพจน์กำลังกลับรถอยู่ เพื่อจะเอาหน้ารถออกไปทางประตู ปริศนาวิ่งลงมาจากหน้าบ้านตรงไปที่รถ กระชากประตูหลังให้เปิดออก แล้วโยนกองผ้าซิ่น และสร้อยเข้าไปก่อนปิดประตูรถดังปัง
ท่านชายหยุดรถ หันมาดู เห็นปริศนายืนน้ำตานองหน้าอยู่ข้างรถ ตาต่อตาสบกัน
ปริศนายกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้ววิ่งขึ้นบ้านไป ท่านชายพจน์ลงมาจากรถ แล้วเรียกไว้

"ปริศนา"
ปริศนาไม่ได้หยุดหันมาฟังเลยท่านชายพจน์ได้แต่มองตาม แล้วกลับขึ้นรถ ขับออกไป

ประวิชขับรถมาจอดหน้าตึกวังศิลาขาว แล้ววิ่งเดินเร็วๆเข้ามาในตัวตึก เขาตั้งใจที่จะมาตามหาท่านชายพจน์ ปรีชา เมื่อเลี้ยวเข้าไปในห้องอาหาร เห็นนายใจกำลังจัดโต๊ะ วางช้อนส้อม จาน เพื่อพร้อมสำหรับมื้อถัดไป
"ใจ ท่านชายเสด็จกลับมาแล้ว ใช่ไม๊"
"ขอรับ" สนบอก
"ประทับอยู่ข้างบนหรือ"
"ดูเหมือนว่า จะประทับอยู่ริมน้ำขอรับ"
ประวิชแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ว่าอะไร ผลุนผลันออกไป

ท่านชายพจน์เดินไปเดินมาอยู่ริมแม่น้ำ ครุ่นคิดถึงเรื่องปริศนาที่ผ่านมาเมื่อบ่าย ท่านไม่รู้ว่าทำถูกหรือไม่ เพราะปริศนากลายเป็นโกรธท่านชายไปอีกคนหนึ่ง
ประวิช เดินมามองหาท่านชายแต่ไกล พอเห็นท่านชาย ก็รีบวิ่งเข้าไปใกล้
"ฝ่าบาทอยู่ตรงนี้เอง หม่อมเที่ยวหาเสียทั่ว"
ท่านชายหยุดเดิน มองหน้าประวิช แล้วถอนหายใจ เดินออกไปมองออกไปทางแม่น้ำ
"เที่ยวหาฉัน มีอะไรหรือประวิช"
"ท่านชายได้เสด็จไปหาปริศนาหรือไม่ฝ่าบาท"
ท่านชายหันกลับมาช้าๆ เนือยๆ
"ไป"
ประวิชกระตือรือร้น
"ปริศนาว่าอย่างไรบ้าง หม่อมเชื่อว่าเขาต้องฟังฝ่าบาท และคงเข้าใจเรื่องความเหมาะสมต่างๆได้ไม่ยาก"
ท่านชายพจน์ ปรีชาอึ้งไปนิดหนึ่ง
"อืม ไม่น่าจะยาก แต่มันเหมือนเหรียญเดียวกัน แต่มองคนละด้าน"
"ปริศนาบอกว่าเขาไม่สมกับนาย และเขารักนายไม่ได้"
"ทำไมล่ะ มีใครเชื่อหรือว่า ปริศนาจะรักหม่อมไม่ได้"
"ดูเหมือนว่า ไม่มีใครเชื่อเรื่องนั้น เท่ากับตัวปริศนาเอง"
"โอย... ตายจริง หม่อมหวังว่าฝ่าบาทจะทรงเกลี้ยกล่อมปริศนาได้ แต่การณ์กลับกลายเป็นทรงเชื่อปริศนาไปเสียอีกแล้ว"

"เขาไม่ฟังใครเลย ยืนยันจนฉันไม่รู้จะพูดต่อไปยังไง เวลานี้ดูเหมือนเขาจะโกรธฉันเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งแล้ว"

"โอย ... ไม่ได้แล้ว หม่อมไม่ได้แต่งงานกับปริศนาล่ะก็ ตายเสียดีกว่า" ท่านชายพจน์มองประวิชอย่างเจ็บเหมือนกัน

ประวิชหันซ้ายหันขวา
"จะไปเองก็ไม่ได้ โธ่เอ๊ย ทำไม ถึงต้องอับจนถึงพียงนี้"
ประวิชงุ่นง่าน เดินวนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็วิ่งออกไป
"จะไปไหนประวิช"
ประวิชหันมาตอบ
"หม่อม จะไปหาอนงค์"
แล้วประวิชก็วิ่งออกไป ท่านชายมองตามถอนหายใจ

อนงค์ถือกระดาษแผ่นหนึ่ง เป็นโน้ตที่ประวิชเขียนให้อนงค์ออกมาพบ เธอเดินออกมาจากประตูรั้วบ้าน และเดินต่อไปหน่อยจึงเห็นรถประวิชจอดอยู่ข้างทาง อนงค์ตรงเข้าไปหา
"คุณประวิชมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปในบ้าน"
"อยากคุยกับคุณ แต่ไม่อยากให้ปริศนารู้น่ะสิ"
"เรื่องอะไร ถึงปริศนารู้ไม่ได้"
"เรื่องปริศนาห้ามไม่ให้ผมเข้าบ้านน่ะสิ"
อนงค์รู้สึกอึดอัดใจก้มหน้า ประวิชจัดแจงลงไปเปิดประตูรถให้ แล้วกลับไปนั่งที่คนขับ
"นั่งก่อนสิคุณ คุณรู้ใช่ไหมว่าปริศนา ห้ามไม่ให้ผมเข้าบ้าน จนกว่าผมจะเลิกรักเขา โธ่เอ๊ย... ผมจะเลิกได้ยังไง รักเขาจะตาย แต่เขาไม่รักตอบผม"
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ"
"ต้องถามคุณอนงค์ว่าจะช่วยผมได้อย่างไร ผมขอให้ท่านชายเด็จมาเมื่อเย็นนี้ ขอให้ท่านมาเกลี้ยกล่อมปริศนาก็ยังไม่สำเร็จ ผมอับจนสิ้นหนทางจริงๆ ไม่รู้จะให้ใครช่วยได้อีก นอกจากคุณ"
อนงค์อึ้งๆไป
"ผมรู้ว่าปริศนาเป็นคนใจแข็ง เด็ดขาด แต่ความรักของผม มันท่วมท้นเสียเหลือเกิน จนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไรแล้ว หากปริศนายังคงไม่เห็นค่าความรักที่ผมมีต่อแก"
อนงค์เอามือกุมอก นึกสงสารประวิชเป็นที่สุด
"อนงค์ รับปากหน่อยนะ ว่าจะช่วยพูดกับปริศนาให้ ประวิชจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้ของอนงค์เลย"
อนงค์รู้สึกหมั่นไส้ปริศนาเต็มกำลัง ที่เล่นตัวในเรื่องความรักอยู่ได้

ไฟในห้องนอนปิดอยู่ อนงค์เปิดประตูเข้ามาในห้อง และเปิดไฟที่ผนัง พอไฟสว่าง อนงค์ก็ต้องตกใจ เพราะมุ้งถูกเอาลงทั้ง 2 หลัง ปริศนานอนอยู่ในที่นอนของตนเอง
"ตายจริง ปริศนาอยู่นี่เองหรือ พี่คิดว่าไปเดินเล่น"

"อนงค์กลับมานานแล้วหรือ"
"นานแล้ว แล้วทำไมปริศนามานอนเขลงเสียล่ะ ไม่ใช่เวลานอนสักหน่อย"
ปริศนาเปิดมุ้งออกมา
"มีอะไรกินบ้างล่ะ"
"เป็ดย่าง กับน้ำแกงจากเยาวราช แต่แม่ยังไม่กลับจากเรือนคุณยาย ปริศนาไม่สบายหรือเปล่า"
"เปล่า แค่เบื่อคน เบื่อโลก ยุ่ง วุ่นวาย"
อนงค์แกล้งถาม เพื่อให้น้องสาวพูดให้ฟัง
"เบื่อโลกทำไม ใครวุ่นวาย"
"ทุกคนแหละ ตัวปริศนาเองด้วย มนุษย์มันวุ่นวาย น่ารำคาญ แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หาย"
"เรื่องประวิชใช่ไหม" อนงค์ถาม
"จบได้แล้วล่ะ เรื่องนี้"
"จะจบได้อย่างไร ประวิชเพิ่งจะมาจอดรถหน้าบ้านเมื่อสักครู่นี้เอง"
ปริศนาทำท่าเบื่อมาก
"โอย.... จะอะไรอีก อนงค์ ริจะเป็นแม่สื่อให้ประวิชหรือ อย่าบ้าไปด้วยเลย บอกเขาไปเลยว่าไม่มีหวังหรอก ชาตินี้ทั้งชาติ เว้นเสียว่าปริศนาจะเป็นบ้าไป คนอะไรไม่รู้น่ารำคาญที่สุด
จำไว้นะอนงค์อย่ามาพูดชื่อคนๆนี้ให้ปริศนาฟังอีก หนวกหู"
แล้วปริศนาก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินออกจากห้องไป
อนงค์ยืนมองตาม ยังทำอะไรไม่ถูก แต่รู้ว่าปริศนาหลบหน้า

ปริศนา อนงค์ สมรนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ในห้องอาหารของบ้าน ปริศนาแต่งชุดนอนแล้ว ก้มหน้ากินข้าวงุดๆ อนงค์ก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วเช่นกัน
"ปริศนา.."
ปริศนาทำเป็นไม่ได้ยิน รวนช้อน ดื่มน้ำ สมรดูกริยาอนงค์ที่ทำท่าอยากจะพูดกับปริศนาเสียเต็มประดา
"นั่นอิ่มแล้วหรือ"
"อิ่มค่ะ ง่วง จะขึ้นนอนละคะ"
ปริศนาลุกขึ้น แล้วเดินพูดไป
"อะไรกัน กินนิดเดียว" สมรบอก
"วันนี้เหนื่อยค่ะ วิ่งเล่นกับวูปี้มาเหนื่อย"
แล้วปริศนาก็ผลุบออกจากห้องไป อนงค์มองตามเสียดายที่ไม่ได้พูด แต่จานข้าวอนงค์เพิ่งจะพร่องไปนิดเดียว
"อนงค์ไปพูดอะไรกับปริศนาหรือลูก ปริศนาก็ท่าทางแปลกๆ ก่อนเราจะไปบ้านเจ้าคุณพลรามฯ ยังสนุกสนานอยู่เลย" สมรบอก

"ก็เรื่องคุณประวิชนั่นแหละค่ะ เมื่อสักครู่นี้แกมา แต่ไม่กล้าเข้าบ้าน กลัวปริศนา ดูสิคะแม่ ปริศนานี่ กริยาชั่วจัง คนเขารักจะตาย ยังเล่นตัวออกมาก"
"พ่อประวิช ก็ไม่ยอมรับนี่ ว่าปริศนา ไม่ได้รักเขา"
"โธ่เอ๊ย ผู้ชายดีๆ ที่รักเรามากมายอย่างนี้ จะหาได้ที่ไหน ไม่รู้จะเล่นตัวมากไปทำไม"
"ปริศนาอาจจะมองหาคนที่เรารักเขา แล้วเขาก็รักเราด้วยหรือเปล่า แกคงไม่อยากแต่งงานกับคนที่รักแกมาก แต่แกไม่ได้รักเขา ไม่ได้นับถือเขา"
"แกไม่ฟังอะไรเลยนี่คะแม่ ไม่พูดกันแล้วจะรู้เรื่องได้อย่างไร ท่านชายมาพูด ก็ไม่ฟัง อนงค์จะพูดก็มาห้ามไม่ให้พูดเสียอีก แย่จริง นี่คุณประวิช เขาก็จะมาฟังคำตอบพรุ่งนี้ด้วย"
สมรนิ่ง อนงค์หน้าตาไม่พอใจกินข้าวต่อ และยังเคืองปริศนาไม่หาย แต่ใจอนงค์ก็ยังผูกติดว่าจะต้องเคลียกับปริศนาให้ได้

ในห้องนอน ปริศนานอนอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่นๆอยู่ในมุ้ง ซึ่งเปิดไฟอ่านหนังสือหัวเตียงไว้ อนงค์เปิดประตูห้องเข้ามา เห็นปริศนาอยู่ในมุ้ง
อนงค์เดินเข้าไปยืนอยู่ข้างมุ้งของปริศนา
"ทำไมปริศนาถึงไม่รักประวิช"
ปริศนาไม่ตอบ แล้วพลิกตัวหนีไปอีกด้าน หันหลังให้อนงค์
"ทำไมถึงไม่รักประวิช"
ปริศนารำคาญเต็มที่ลุกขึ้นนั่ง มองหน้าอนงค์ผ่านมุ้ง
"รักไม่ได้.... บอกแล้วไง เลิกถามเสียที ไม่อยากพูดถึง"
"ทำไมถึงรักไม่ได้ ตอบก่อน แล้วจะไม่พูดกันเรื่องนี้อีกก็ได้"
ปริศนาเปิดมุ้งออกมา เผชิญหน้ากับอนงค์
"ถามจริงๆเถอะ มาเป็นแม่สื่อให้ประวิชเนี่ย ถ้าสำเร็จ อนงค์ไม่เสียใจแย่หรือ"
"เสียใจอะไร ดีใจน่ะสิ ขอให้สำเร็จจริงๆเถอะ"
ปริศนาหัวเราะใส่อนงค์
"หลอกตัวเอง แล้วคิดว่าจะหลอกคนอื่นได้หรือ"
"หมายความว่ายังไง"
ปริศนาน้ำเสียงเยาะ
"ทำเป็นไม่เข้าใจ จะให้พูดจริงๆหรือ อย่าเลย ยังไม่ถึงเวลา"
ปริศนาจะกลับเข้ามุ้งต่อ
"พูดออกมาสิ รู้อะไรก็ หรือว่าไม่รู้จริง"
ปริศนาหยุดทันที หมุนตัวมาหัวเราะเหี้ยม
"ไม่รู้จริงหรือ ขี้เกียจจะพูดต่างหาก" เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พูดทีละคำ ย้ำชัดๆ "ทำไมปริศนาจะไม่รู้ว่าอนงค์รักประวิช รักมาตั้งนานแล้ว จริงไหมเล่า"
อนงค์ถอยไป 2 ก้าว แล้วทำใจดีสู้เสือ แต่หลบตาปริศนา

"รู้แปลกนี่ มีเหตุผลไหม"
 
อ่านต่อหน้า 3

ปริศนา ตอนที่ 12 (ต่อ)

ปริศนาทิ้งทวน "ทำไมจะไม่มี อนงค์รักประวิชตั้งแต่ที่หัวหินปีก่อน" 


อนงค์สะดุ้ง หันมาแล้วก็รีบเมินหน้าไปซ่อนความรู้สึก ปริศนาได้ใจ
"ประวิชเล่าให้ปริศนาฟังที่ไปหัวหินครั้งนี้ แต่เขาไม่รู้ว่าอนงค์รักเขา แปลกไหม แล้วเขาก็สนิทสนม มาบ้านเราตั้งแต่นั้น มาทีไรอนงค์ก็หน้าตาแจ่มใส แล้ววันเกิดประวิชยังอดหลับอดนอนเย็บเสื้อเป็นของขวัญให้อีก"
อนงค์เดินหนี ปริศนาเดินตาม
"แล้วตอนที่เจ็บน่ะ อนงค์นอนร้องไห้ทุกคืน นอนอยู่ห้องเดียวกัน ปริศนาจะไม่รู้เชียวหรือ ก่อนจะเจ็บน่ะ อนงค์คุยกับประวิชในสวนตอนเย็นเป็นนาน ประวิชคงพูดอะไรด้วยวันนั้นใช่ไหม ปริศนาถามตาช่วงหรอกว่าใครมา... แล้วก็ยัง"
อนงค์ปิดหูน้ำตาร่วง
"พอแล้ว พอ"
อนงค์ลงไปนั่งที่เก้าอี้ เมินหน้าไปทางอื่นที่ไม่มีปริศนา เธอมองดูทีท่าของอนงค์ แล้วก็สงสาร ไม่ว่าอะไรต่อ พูดเสียงอ่อนลง
"อนงค์โกรธปริศนาหรือ"
อนงค์ยังนั่งนิ่ง เหมือนไม่ได้ยินที่ปริศนาพูด
"ปริศนาไม่ได้ตั้งใจจะว่าอนงค์นะ อย่าร้องไห้ พูดกับปริศนาหน่อยสิ"
อนงค์ สะอื้นเสียงดังขึ้น ปริศนาเดินเข้าไปแตะบ่าอนงค์ อนงค์สะบัดแล้วเข้ามุ้งไป ซบหน้าลงกับหมอน สะอึกสะอื้น
ปริศนาถอยมานั่งที่เตียงตัวเองมองอนงค์ แล้วก็ปิดไฟหัวเตียงอย่างแรง ซบหน้าลงกับหมอน ร้องไห้ด้วย แต่เสียงร้องไม่ดังนัก

รุ่งเช้า อนงค์นั่งซึมอยู่บนเตียง มุ้งเก็บแล้วทั้ง 2 หลัง เตียงก็เก็บแล้วอย่างเรียบร้อย มีผ้าคลุม แต่อนงค์ยังแต่งชุดนอนอยู่
ปริศนาแต่งชุดไปทำงานแล้ว แต่ยังมีผ้าขนหนูโพกผมอยู่ เดินมาจากนอกห้อง พร้อมกระเป๋าเดินทาง ปริศนาเอากระเป๋ามาโยนลงบนเตียงของตัวเอง จัดเสื้อผ้าทำงานใส่ลงไป และของใช้ส่วนตัวจาก โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะเขียนหนังสือ
"ทำอะไรน่ะปริศนา"
"จัดกระเป๋า"
ปริศนาจัดเสร็จ เดินไปเอาผ้าเช็ดตัวที่โพกหัวออกมาตาก หวีผม แล้วก็เอาพัฟผัดหน้า 2-3 ครั้ง อนงค์ยังคงมองปริศนาอยู่
ปริศนาก็เห็นว่าอนงค์มองตามเงียบๆ ปริศนาหันมาจากกระจก เอาแป้งใส่ถุงผ้า แล้วมาใส่กระเป๋า พร้อมหวีแปรงประจำตัว แล้วมานั่งหน้าอนงค์พูดอย่างจริงใจ
"อนงค์ ปริศนาขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ็บเลย แต่มันกำลังเดือดเลยโพล่งออกไป ปริศนาสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว"
"ไม่เป็นไรหรอก พูดให้รู้เสียบ้างก็ดี จะได้ไม่นึกว่าตัว เออ... ไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป"

ปริศนาลุกขึ้นอย่างหมดเรื่องพูดปิดกระเป๋า แล้วจะยกกระเป๋าขึ้น เธอมองเห็นรูปท่านชายบนโต๊ะหนังสือ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นถือตัว โกรธ มึนตึง เธอก้าวเข้าไป จับกรอบรูปคว่ำลงกับโต๊ะ แล้วเข้ามายกกระเป๋า เดินออกจากห้องไป
อนงค์มองตาม ไม่เข้าใจปริศนาเท่าไหร่นัก แล้วอนงค์เดินตามไปดูที่หน้าต่าง
เสียงรถสตาร์ทแล่นออกไป

สมรนั่งกินข้าวต้มอยู่ในห้องอาหาร อนงค์เดินเข้ามา
"วันนี้อนงค์ลงมาสายจังลูก"
อนงค์ไม่สบตาแม่
"ลูกดูปริศนาเขาจัดของอยู่ค่ะแม่ เขาไปไหนของเขาคะ"
"บอกแม่ว่าจะไปค้างโรงเรียน 2 อาทิตย์"
"อ้าว! ทำไมล่ะคะ"
"ไม่รู้... บอกว่าเบื่อมนุษย์ ขออนุญาตไปอยู่โรงเรียน ถ้าแม่ไม่ให้ไปก็จะหนีไป ความจริง ป้าสงวนก็ชวนปริศนาตั้งแต่แรกแล้วให้ไปอยู่โรงเรียน ครูทั้งคนไทย ทั้งฝรั่ง ก็อยู่กันที่โรงเรียน แต่นี่ปริศนาขับรถเก่ง แล้วไปส่งสิรีด้วย ก็ขับรถไป ทีนี้จะไปค้าง แม่ก็ว่าไม่แปลก"
"แต่ปริศนาก็ขับรถไป"
"เอาตาช่วงไปด้วย ขับรถเอากลับมา อนงค์นั่งสิ กินข้าวซะ เหลือเราอยู่ 2 คนเท่านั้น"
อนงค์ตักข้าวต้ม ลงนั่งก้มหน้าก้มตากินข้างๆสมร

ในห้องนอนของครูถวิล และครูสุมนที่โรงเรียน สิกขาลัยปริศนาวางกระเป๋าลงบนเตียง
"พอสะดวกสบายไหมคะ ครูปริศนา" ถวิลถาม
"ดีทีเดียวเลยค่ะ อยู่กันได้ 3 คนไม่อึดอัดเลย"
"ห้องทางตึกครูฝรั่งน่าจะสบายกว่านี้ และได้อยู่คนเดียวด้วย"
"อยู่ไม่นาน แค่ 2 อาทิตย์เอง ขออยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ"
ปริศนาเอาเสื้อผ้าใส่ตู้ เอาหวีและแปรงๆผมมาไว้ที่โต๊ะแต่งตัว ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวใช้ร่วมกันแล้วเดินมาเอารูปคุณอาตั้งที่โต๊ะเขียนหนังสือ
"ใครคะเนี่ย พระเอกหรือคะ"
"คุณอาค่ะ คนที่เลี้ยงปริศนามาตั้งแต่เด็ก เป็นพระเอกของปริศนาก็ได้ค่ะ"
"อ้อ ที่ว่าเป็นทูตน่ะหรือคะ ท่าทางท่านใจดีจริง" ถวิลหัวเราะคิกคัก "แต่ พระเอกของครูถวิลเนี่ย ขอรูปเขามาตั้งไม่ได้ได้แต่แอบมอง"
"ใครหรือคะ"
"แหม... ก็ ท่านชายพจน์ พี่ของท่านหญิงรัตน์ นั่นยังไงล่ะคะ"
ปริศนารู้สึกสะเทือนใจที่ได้ยินชื่อหม่อมเจ้าพจน์ ปรีชา
ถวิลทำท่าฝัน

"ท่านเป็นสุภาพบุรุษ เก่งทุกอย่าง รับสั่งภาษาก็คล่อง ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส แถมพระทัยดี๊ดี มารับมาส่งน้องเองแทบจะทุกครั้งเลย อิจฉาท่านหญิงรัตน์จริ๊ง และอยากรู้จริงๆ ท่านชายจะลงเอยกับใคร ผู้หญิงคนไหนน้า...ที่จะได้หัวใจทองนี้ไปครอง ต้องเป็นคนที่
โชคดีอย่างที่สุด จริงไหมคะ ครูปริศนา"
ปริศนาสะเทือนใจมาก เดินออกไปนอกห้อง ก่อนที่ครูถวิลจะรู้ตัว ครูถวิลพูดจบ หันไปหา แต่ปริศนาไม่อยู่ที่นั่นแล้ว
"ครูปริศนาคะ"
ถวิลวิ่งตามปริศนาออกไป

ท่านหญิงรัตนาวดี หิ้วกระเป๋าเล็กๆ เดินออกมาจากทางห้องพัก จะกลับวังในวันเลิกเรียนวันศุกร์ ส่วนปริศนาเพิ่งจะลงมาจากห้องเรียน ถือหนังสือที่ใช้สอนมาด้วย
ท่านหญิงรัตน์ไหว้ปริศนา
"ครูคะ วันนี้หญิงกลับบ้าน ครูไม่กลับหรือคะ"
"ไม่เพคะ ว่าจะอยู่โรงเรียน การบ้านนักเรียนเยอะมาก อ้าว แล้ววิมลล่ะเพคะ"
"วิมลไม่ได้กลับด้วยค่ะ หญิงให้วิมลค้างที่โรงเรียน"
"อ้าว... ทำไมล่ะเพคะ"
"วันจันทร์ วันเกิดวิมลไงคะ หญิงจะขอให้เจ้าพี่ไปซื้อของให้พวกเพื่อนๆ ฝากเงินมาซื้อของกันเยอะเลย แต่เราไม่บอกวิมล วันจันทร์ เราว่าจะจัดเลี้ยงเขาด้วยนะคะ ถือเป็น surprise"
"น่าสนุกจริง แล้ววิมลไม่ว่าอะไรหรือเพคะ"
"ไม่ว่าค่ะ หญิงบอกเค้าให้อยู่โรงเรียน เขาก็อยู่"
ครูถวิลเดินเข้ามา จากทางหน้าโรงเรียน
"ท่านหญิงรัตน์เพคะ ท่านพี่เสด็จมารับแล้ว"
"แล้วหญิงจะมาคุยเรื่องงานวันเกิดวิมลวันจันทร์นะคะ อยากให้ครูมาด้วยจัง"
แล้วท่านหญิงก็รีบเดินไปทางหน้าโรงเรียน ครูถวิลเดินเข้ามาใกล้ปริศนา
"ครูปริศนา ไม่ไปชมพระเอกของฉันมั่งหรือคะ โอย ท่านน่ารัก ใจดีเป็นที่สุด รอน้องไม่บ่นสักคำ มีแต่ครูสงวนนั่นแหละค่ะที่เกรงใจท่าน ให้ฉันมาตามท่านหญิง เกรงว่า ท่านชายจะรอนาน"
"ตามสบายเลยค่ะครูถวิล"
ปริศนาหมุนตัวกลับเดินไปทางที่พัก คนละทางกับที่ท่านหญิงรัตน์ไป ถวิลมองปริศนาอย่างไม่เข้าใจ แล้วก็รีบตามท่านหญิงรัตน์ไป
ปริศนาเดินไปสักครู่ก็หันกลับมามองทิศที่ท่านหญิงรัตน์เดินไป ท่านชายอยู่ที่นั่น แต่จะมีประโยชน์อะไรในการพบกัน ตัดใจเสียดีกว่า
ปริศนาตัดใจ และหันกลับมาไปยังที่พัก

ท่านชายพจน์ ปรีชาเปิดประตูรถให้ท่านหญิงรัตนาวดีเข้าไปนั่ง แล้วตัวเองเข้าไปนั่งที่คนขับจะบิดกุญแจสตาร์ทรถ ท่านหญิงรัตน์แตะมือท่านชายไว้
"เออ เจ้าพี่เพคะ ไม่ไปพบครูปริศนาหรือ แกอยู่นี่"
ท่านชายชะงักทันที แล้วก็ทำหน้าให้ปกติ
"อ้อ... อย่างนั้นหรือ ประเดี๋ยวเขาก็คงกลับบ้านแล้ว"
"ไม่กลับหรอกเพคะ เดี๋ยวนี้แกอยู่เลย มาตั้งแต่วันอังคารแล้วเพคะ"
ท่านชายพจน์แปลกใจมาก เพราะที่เจอเมื่อวันจันทร์ไม่มีวี่แววว่า ปริศนาจะมาค้างโรงเรียนเลย
"เรื่องอะไรไม่รู้เพคะ อยู่ๆแกก็มาพักในห้องพักครู ใกล้กับที่นักเรียนประจำอยู่ มาใหม่ๆขรึมจัง ผิดธรรมดาทีเดียว"
หม่อมเจ้าพจน์ ปรีชาสตาร์ทรถ และถอยออกไป
"ไม่ไปหาแกหน่อยหรือเพคะ แกจะได้ดีใจ ไม่ค่อยได้พบใคร"
"เขาอาจจะไม่ดีใจก็ได้"
"ทำไมจะไม่ดีใจเพคะ เห็นชอบกับเจ้าพี่ออกที่หัวหิน"

ท่านชายหน้าเฉยไม่ตอบ ขับรถไป ท่านหญิงรัตน์มองดูพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ

ท่านหญิงรัตนาวดี แต่งชุดลำลองสบายๆ นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีประวิช หน้าตาไม่ค่อยดีกับท่านชายอยู่ที่โต๊ะด้วย

สนเริ่มเสิร์ฟอาหาร
"ประวิชทราบไหมคะ ว่าวันจันทร์นี้ วันเกิดวิมล"
ประวิชนั่งนิ่งคิด
"หม่อม ลืมไปแล้วจริงๆ เออ แล้วต้องทำอะไรบ้างหรือ"
"หญิงรับฝากเงินเพื่อนๆ มาซื้อของขวัญให้วิมลค่ะ ประวิชจะไปหาของขวัญฝากไปให้วิมลไหม หญิงจะขอให้เจ้าพี่พาไปซื้อไม้เทนนิส ให้วิมล กับซื้อขนมช็อกโกแลตสัก 2 หีบ"
"ไม้เทนนิส วิมลเล่นเทสนิสเป็นหรือ"
"ตอนนี้วิมลหัดเทนนิสอยู่เพคะ ขยัน หัดทุกวันเลย"
ท่านชายพจน์มองรัตนาวดี ชักสงสัยว่าคนหัดให้คือปริศนา
"หัดกับ..."
"ครูปริศนาไงเพคะ"
"อะไรนะ ปริศนาหัดเทนนิสให้วิมลหรือ หัดที่ไหนกันฝ่าบาท" ประวิชว่า
"ก็ที่โรงเรียน ไงคะตอนที่มิสฮอลล์อยู่ทำสนามเทนนิสไว้ แต่พอแกไปก็ไม่
มีใครสนใจทิ้งร้างไป พอครูปริศนามาอยู่ จัดการตัดหญ้า รดน้ำ บดสนามให้เรียบ ให้นักเรียนลงมาเล่นตอนเย็นๆ สนุกกันมาก วิมลขยันมากทีเดียว แต่แร้กเก็ตที่โรงเรียน ครูปริศนาบอกว่าหนักเกินไป"
"แล้วงานวันเกิดวิมล จัดที่ไหน ท่านหญิง หม่อมจะต้องไปด้วยไหม"

ท่านหญิงรัตนาวดีทำหน้าเชิดไม่สนใจเพราะประวิชเองก็ยังจำวันเกิดวิมลไม่ได้เลย
"ประวิชคงไปด้วยไม่ได้ เพราะเราจะจัดกันในห้องพักที่โรงเรียน ถ้าให้ของขวัญ ก็ฝากหญิงไป"
"แล้วพี่จะให้อะไรวิมลดี"
"อืม..... ผ้าตัดเสื้อก็ได้เพคะ พรุ่งนี้เราไปซื้อของกันนะเพคะ"
ประวิชสงสัยเรื่องปริศนา มองท่านหญิงอยู่แต่ไม่กล้าถาม ท่านหญิงก็เสวยไปเรื่อยๆ
ท่านชายพจน์ก็ก้มหน้าก้มตาเสวยไปเหมือนกัน

ท่านชายพจน์เดินเข้ามาในห้องหนังสือ เมื่อเวลากลางคืน ท่านหญิงรัตน์ตามเข้ามาด้วย
"หญิงยืมหนังสือ เจ้าพี่ไปให้ครูปริศนาด้วย ได้ไหมเพคะ"
ท่านชายอึ้งๆอยู่
"เขาจะชอบอ่านหรือคะ"
"หญิงเห็นครูปริศนาอ่านหนังสือไปเรื่อยเลยเพคะ แต่ที่โรงเรียนไม่ค่อยมีเรื่องลึกลับ หญิงเห็นเจ้าพี่โปรดอยู่ หยิบประทานให้หน่อยเถิด"
ท่านชายพจน์หยิบหนังสือ 2 เล่มส่งให้ท่านหญิง
"สมล่ะ ที่ครูปริศนาบอกว่า หญิงโชคดีมากที่มีพี่ชายที่วิเศษถึงเพียงนี้"
"บอกเมื่อไหร่กัน"
"ที่หัวหิน ตอนที่เจ้าพี่เสด็จกลับมากรุงเทพฯแล้วไงเพคะ"
"พูดประจบน่ะสิ น้องหญิง ไม่ต้องห่วงหรอก พรุ่งนี้พี่พาน้องหญิงไปซื้อของแน่"
"แต่ครูปริศนาพูดอย่างนี้จริงๆเพคะ ไม่เชื่อเจ้าพี่ลองถามแกดู ครูปริศนานี่อายุเท่าไหร่เพคะ หญิงดูแกไม่ออก"

ภาพความหลัง ตอนที่ท่านชายจน์ ปรีชาจับมือกับปริศนา ปริศนาขอบใจที่ท่านชายให้วูปี้ให้
"ท่านชายคะ ขอบทัยมากสำหรับวูปี้ ปริศนาดีใจ...จน จนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว"
ท่านชายยิ้มเมื่อคิดถึงความจริงใจของปริศนาในวันนั้น...
"เจ้าพี่ทรงทราบไหมเพคะ ว่าจริงๆแล้วครูปริศนา อายุเท่าไหร่" ท่านหญิงรัตนาวดีถามย้ำ
"20 หรือไม่ก็ 30"
"30 ก็มากไปเพคะ 20 ก็เป็นไปไม่ได้ ครูจะอายุเท่ากับนักเรียนได้ยังไง นักเรียนในห้องหญิง อายุมากสุด 20 นะเพคะ"
ท่านชายพจน์ หัวเราะเบาๆไม่ตอบความจริง
"ประวิชอายุ 24 ครูคงอายุไม่มากกว่าประวิชหรอก แสดงว่าครูปริศนาต้องอายุสัก 22 จริงไหมเพคะ ไม่อย่างนั้นจะแต่งงานกันได้อย่างไร"
"ใครจะแต่งงานกัน"
"ครูปริศนากับคุณประวิชสิคะ คุณประวิชเขาชอบออก แต่ครูปริศนาจะเฉยๆ"
"ใครบอกน้องหญิง"
"หญิงรู้สิเพคะ หญิงสังเกตดู ส่วนประวิชน่ะเคยสารภาพกับหญิง อยู่ๆชอบ มาถามหญิงเรื่องครูปริศนา หญิงบอกว่าต้องบอกมาว่าชอบเขา ไม่งั้นไม่บอก เขาก็เลยสารภาพ"
"แล้วทำไมน้องหญิงถึงรู้ล่ะคะ ว่าเขาไม่ชอบประวิช"
"หญิงคิดเอาเองเพคะ สังเกตดูอย่างที่หัวหิน รู้สึกว่าครูปริศนาชอบเจ้าพี่มากกว่าประวิชตั้งเป็นกอง"
ท่านชายพจน์ ปรีชาถึงกับสะดุ้ง หนังสือที่จะหยิบลงจากชั้น ก็แทบจะตกจากมือ

ท่านชายพจน์ใส่เสื้อคลุมนอนเดินออกมาที่ระเบียง เท้าขอบระเบียงไว้ แล้วก้มหน้าลง แล้วคิดถึงประวิชที่มาให้ช่วยพูดเรื่องปริศนา
"ฝ่าบาทต้องช่วยพูดกับเขาหน่อย นึกเสียว่า เอาบุญ หม่อมเห็นมีอยู่วิธีเดียว"
ท่านชายหันมามองประวิชอย่างสมเพช หมดสง่าราศี หมดความมั่นใจในตัวเองและดูเศร้าสร้อย
ท่านชายเดินกลับมานั่งมองประวิช
"ตกลง พรุ่งนี้ ฉันจะไปหาเขา และจะช่วยพูดเรื่องแกให้ จะพยายามเต็มที่"

"แต่ประวิชเขาขอให้ฉันมาพูดกับเธอ เพราะเขาเข้าใจว่าเธอรักเขา"
"เขาคิดผิดค่ะ" ปริศนายืนยัน

ปริศนาดึงแขนกลับมา แล้วถอดสร้อยออก แล้วเอาสร้อยไปใส่มือท่านชาย
"เอาไป... เอาคืนไปเลย สร้อยบ้านี่ เมื่อให้วันเกิด ปริศนาก็ใส่ ไม่ได้คิดมากหัวจงหัวใจอะไร ตีความกันบ้าๆแบบนี้ ปริศนาก็ไม่เอา เอาคืนไป"

"แล้วนี่ก็เหมือนกัน ท่านชายเอากลับไปเสีย เดี๋ยวจะหาว่าปริศนาให้ท่าท่านชายด้วย"
ปริศนาตรงไปคว้าห่อผ้าซิ่นที่ท่านชายเอามาให้ โยนใส่ตัวท่านชาย แล้วร้องไห้เสียงดัง วิ่งออกไปหลังบ้าน

ท่านชายพจน์ ปรีชารู้สึกว่า ตัวเองพลาดไปแล้ว เวลานี้ ทรงเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในวังศิลาขาว
 
อ่านต่อหน้า 4

ปริศนา ตอนที่ 12 (ต่อ)

บ่ายวันใหม่ ปริศนาเอากระเป๋าเสื้อผ้าจากใต้เตียง ขึ้นมาวางบนเตียงที่เก็บเรียบร้อยแล้ว ไม่มีผ้าปู ไม่มีปลอกหมอน ที่นอนพับม้วนไว้ เธอจะไม่อยู่แล้ว

ปริศนาเอาเสื้อผ้าที่พับไว้ใส่ไปในกระเป๋า แล้วเดินออกไปเอารูปคุณอา ที่วางไว้บนโต๊ะยาว สำหรับนั่งอ่านหนังสือ และทำงาน ในจังหวะ ที่ปริศนาหยิบรูปนั้น ครูถวิลก็เดินเข้ามา
"ครูปริศนาคะ แหม่มขอให้ครูไปช่วยพิมพ์จดหมายให้ทีค่ะ"

"ตอนนี้หรือคะ"
"ค่ะ เหมือนเป็นเรื่องด่วนต้องส่งสถานทูต"
ปริศนาเดินเอารูปมาใส่กระเป๋า ครูถวิลเบิกตากว้าง กับสภาพที่เห็น
"อ้าว... ครูปริศนาจะกลับบ้านแล้วหรือคะ"
"ครบ 2 อาทิตย์ตามที่บอกกับแม่แล้วค่ะ ต้องกลับ"
"แล้วจะกลับยังไงคะ รถที่บ้านมารับหรือยังไง"
"เรียก สามล้อไปก็ได้มังคะ กระเป๋าใบเดียว"
"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านให้ไปตามสามล้อ แล้วค่อยมายกกระเป๋าครูลงไป ตอนนี้ ลงไปพิมพ์จดหมายให้ แหม่มเครกแกก่อนเถอะค่ะ"
ปริศนายิ้มให้ถวิล
"โอเคค่ะ"

ครูถวิล เดินมากลับปริศนา ทั้งคู่เห็นท่านชายพจน์ ยืนคุยกับแหม่มเครกอยู่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ที่หน้าห้องอำนวยการ โรงเรียนสิกขาลัย ปริศนาชะลอเท้าที่ก้าวมา คิดอยู่ในใจว่าจะเลี่ยงไปได้ทางไหนดี ส่วนครูถวิลเอามือกุมไว้ที่อก
"อุ๊ย.... พระเอก!"
แล้วปริศนาก็ตัดสินใจเดินต่อไป เลี้ยวเข้าไปในห้องอำนวยการ ไม่ได้ทักท่านชาย ไม่ไหว้เหมือนไม่เห็น แต่ถวิลหยุดยกมือไหว้ และหันไปพูดกับแหม่มเครก
"แหม่มคะ ครูปริศนามาแล้วค่ะ"
แหม่มเครกพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้อง
"เสด็จมารอรับท่านหญิงรัตน์หรือเพคะ"
"ใช่แล้ว คุณครู"
"ครูถวิลค่ะ"
พจน์มองปริศนา เห็นแหม่มเครกกำลังอธิบายจดหมายที่จะให้พิมพ์
ปริศนานั่งอยู่หลังเครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ และพยักหน้าเข้าใจ ก่อนป้อนกระดาษใส่เครื่องพิมพ์ แล้วลงมือพิมพ์
"แหม่มเครก รู้ว่าครูปริศนาจบเลขานุการ พอมีจดหมายภาษาอังกฤษ พวกแหม่มก็จะ ขอให้ครูปริศนาช่วยพิมพ์ ครูปริศนา ก็ใจดี พิมพ์ให้ตลอด ทุกคนทีเดียว" ถวิลอธิบาย
ท่านชายมองปริศนา นึกชื่นชมในใจ
"นี่มีใครไปตามท่านหญิงรัตน์ หรือยังเพคะ"
"ครูสงวนให้ ครูท่านหนึ่งไปตามแล้ว ขอบใจครูถวิล"
ถวิลยิ้มปลื้ม แกว่งทำอะไรไม่ถูกไปอยู่พักหนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น จะขอตัวไปก่อนเพคะ ประเดี๋ยวจะมาใหม่"
แล้วถวิลก็เดินออกไป
ท่านชายยังมองดูปริศนาอยู่ไกลๆ เห็นเธอทำงานต่อไป เหมือนไม่เห็นท่านชาย

"เจ้าพี่เพคะ"
ท่านชายหันมาเห็นท่านหญิงรัตน์ ยืนอยู่ด้านหลัง ถือกระเป๋าใบเล็กมาด้วย ท่านหญิงมองตามสายตาท่านชายไปด้านใน
"เจ้าพี่ ได้คุยกับครูปริศนาหรือยังเพคะ"
ท่านชายไม่รู้จะตอบอย่างไร
"แต่วันนี้ครูจะกลับบ้านเหมือนกัน ไว้เจ้าพี่ไปหาครูที่บ้านบ้างก็ได้เพคะ วิมล ล่วงหน้าไปที่รถไปแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะเพคะ"
ท่านหญิงรัตนาวดีดึงแขนท่านชาย แล้วจูงกลับลงมาจากตึก
ปริศนาเงยหน้าขึ้นจากพิมพ์ดีด มองตามท่านชายที่เดินจากไปพร้อมกับรัตนาวดี

เวลาต่อมา ปริศนาหิ้วกระเป๋า ใส่เสื้อผ้า เดินเข้ามาที่หน้าบ้าน และเข้ามาให้ห้องโถง
สมรนั่งอ่านหนังสืออยู่ ส่วนอนงค์กำลังสอยเสื้ออยู่ ปริศนาวางกระเป๋าพักไว้ใกล้ทางเดินขึ้นชั้นบน อนงค์เงยหน้าขึ้นมาเห็น
"ปริศนา... นั่น มายังไง" อนงค์ถาม
ปริศนาไม่ตอบ เดินเข้าไปกอดและหอมแก้มสมรก่อน
"คิดถึงจังค่ะแม่" แล้วตอบอนงค์ "มาสามล้อสิ รถไม่ได้ไปรับนี่นา"
"อ้าว ก็ลูกไม่ได้สั่งนี่จ๊ะ"
"พูดเล่นน่ะค่ะ ว่าแต่แม่ทำอะไรกันมั่งคะ ตลอดเวลาที่ปริศนาไม่อยู่"
"ก็ไม่ได้ทำอะไร ดูหนังกัน 3 หน ป้าสงวนก็มาที่นี่ บอกว่าจะชวนลูกมาก็ขี้เกียจ เพราะเห็นวิ่งตีลูกอะไรกับเด็กๆที่สนามไม่อยากกวน ได้ข่าวว่ายายแหม่มรักใหญ่ไม่ใช่หรือ"
"ค่ะ ก็อาศัยคุย เล่น แกให้ปริศนาช่วยพิมพ์จดหมาย แล้วแกก็เลี้ยงข้าวฝรั่ง เดี๋ยวปริศนาจะไปหาคุณยายนะค่ะ"
"ยายเตียงก็กลับมาแล้ว"
"สิรีเป็นยังไงบ้างคะ"
"สบายดี อุบลก็ส่งจดหมายเล่ามาเหมือนกัน เขาว่า อาจจะมีลูกแฝด แล้วเดี๋ยวนี้ สิรี กลัวผู้ชายแล้ว เพื่อนๆคุณสมศักดิ์มา สิรีหนีจู๊ดทีเดียว บอกว่ากลัว"
"โอย ปริศนาก็กลัวค่ะ เข็ดแล้วเหมือนกัน หนุ่มๆนี่ไม่คบแล้วจะขอคบแต่คนแก่กับเด็ก เท่านั้น"
"อ้อ แล้วนงลักษณ์ย้ายมาอยู่หลังบ้านเราแล้วนะ" อนงค์บอก
"ดีจริง มาหาอนงค์บ้างไหม"
"มาทุกวัน เสียดายว่าสิรี ไม่อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะสนุกกว่านี้"
"เขามีใครมาบ้างล่ะ"
"มีนงลักษณ์ นพ น้องชาย ส่วนพี่ชายใหญ่เขาจะกลับจากอเมริกา เร็วๆนี้ ก็คงจะมาอยู่ด้วยกัน"
"ปริศนา ไปอาบน้ำก่อนนะคะ แล้วค่อยไปหาคุณยาย ร้อนจัง"

"จ้ะ"

ปริศนาวิ่งไปยกกระเป๋าขึ้นข้างบน

ท่านชายพจน์ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องนั่งเล่น ประวิชเดินกลับมาจากข้างนอก

"วันนี้จะไปไหนอีกประวิช"
"ไม่รู้จะไปไหนดี สิฝ่าบาท จะไปตีเทนนิสก็ไม่สนุก เหมือนไปตีกับปริศนา แล้วนี่ก็เงียบไป ไม่มีข่าวอะไรเลย อนงค์ก็พลอยเงียบไปด้วย"
"อ้าว แล้วไม่ไปตามถามอนงค์ล่ะ"
"ใครจะกล้าไป กระหม่อมกลัวพบปริศนา กลัวเขาจะยิ่งโมโห"
"อ้าว ไม่รู้รึว่า ปริศนาไปอยู่ที่โรงเรียน"
"ไปอยู่... โรงเรียน"
"ก็ที่น้องหญิงมาเล่าให้ฟังอาทิตย์ก่อนยังไง เขาไปค้างโรงเรียนมาสองอาทิตย์แล้ว วันนี้ วันเสาร์ ก็เห็นเขาอยู่ที่โรงเรียน"
ท่านชายพูดหน้าเรียบเฉย
"แล้วท่านชาย ได้พูดจากับเขาไหม"
"ที่โรงเรียนคงจะพูดเรื่องแกไม่ได้หรอก และหลังจากที่ฉันพูดไปแล้ว และไม่สำเร็จ หากประวิช ยังมั่นคงกับเขาอยู่ ก็น่าที่จะได้หาโอกาสพูดกับเขาเองสักครั้ง"
"แล้วถ้ายังไม่สำเร็จอีกล่ะ กระหม่อมจะมีโอกาสอีกหรือ"
"กลัวเขาขนาดนี้ แล้วยังคิดจะแต่งงานกับเขาอีกหรือ"
ประวิช คิดหนัก
"ที่ขอให้อนงค์ช่วยพูดก็พลอยเงียบหายไปด้วย น่าจะไม่เป็นผล"
"นายถามอนงค์เขาแล้ว หรือ"
"ยังเลยฝ่าบาท หม่อมคิดว่าอนงค์น่าจะส่งข่าวมาบ้าง"
"อนงค์น่ะหรือ จะส่งข่าวมา... คิดอะไรอย่างนั้นประวิช ข้ออ้างนายเยอะมาก จนฉันคิดว่า นายอาจจะไม่ได้รักปริศนาจริงๆก็ได้"
"โอย... ฝ่าบาท ทำไมกล่าวหากระหม่อมถึงเพียงนั้น ที่เป็นอยู่หม่อมกลัวอย่างเดียว ... ความผิดหวัง ถ้าผิดหวัง ก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร"
"มันก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่นายจะติดตามถามอนงค์ใช่ไหม"
ประวิชครุ่นคิด

ประวิชขับรถมา จอดหน้าบ้านสุทธากุล บีบแตร ช่วงมาเปิดประตู ประวิชขับรถเข้าไปในบ้าน อนงค์เดินออกมาหน้าบ้าน ดีใจที่ประวิชมา พอประวิชลงมา อนงค์ก็รู้สึกตัว ทำหน้าเก้อ ประวิชเดินขึ้นมาหา
"คุณอนงค์ ปริศนาไม่อยู่ใช่ไหม"
ประวิช หมายถึง ปริศนาไปอยู่โรงเรียน แต่อนงค์ตอบ ตามความหมายว่า เพิ่งออกไปข้างนอก
"ค่ะ ไม่อยู่... มีอะไรหรือคะ"
"ผมอยาก ถามเรื่องปริศนา"
"เชิญเข้ามานั่งก่อนสิคะ"
อนงค์เดินนำประวิชเข้าไปในห้องโถงอย่างคุ้นเคย
"ประเดี๋ยวปริศนาก็คงกลับมา"
"กลับมาจากโรงเรียนน่ะหรือ"
"ไม่ใช่ค่ะ ปริศนากลับมาจากโรงเรียนตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เขาออกไปขี่จักรยานกับนพ"
"ใคร... นพ"
"นพ เป็นน้องชายของนงลักษณ์ไงคะ ร้านตัดเสื้อที่สิรีทำงานด้วย เป็นลูกเจ้าคุณพลรามฯ มาอยู่บ้านข้างหลัง ที่อุบลและสมศักดิ์เคยเช่าอยู่ แต่ครั้งนี้เขาเลยไม่ให้ใครเช่าแล้ว มาตกแต่ง แล้วอยู่เองเลย เพราะพี่ชายคนโตเขา เรียนจบจากอเมริกาแล้ว กำลังจะกลับมาเมืองไทย"
"แล้วปริศนาไปสนิทสนมกับนายนพนี่มาแต่ครั้งไหน"
อนงค์ทำตาปริบๆ ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ประวิชมองอนงค์อย่างรอคอยคำตอบ
"กับนงลักษณ์ ก็รู้จักมาตั้งนานแล้ว แต่นพ นี่เรียนหนังสืออยู่ เพิ่งจะพบกันที่บ้านนี่เองค่ะ นพเพิ่งเข้าเรียนสถาปัตย์"
"เขามาอยู่ที่นี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้มาก่อน"
"เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองค่ะ ช่วงที่คุณประวิชไม่ได้มา"
"แล้วปริศนาก็เพิ่งกลับมาบ้านเมื่อวานนี้"
อนงค์นิ่งเชิงรับคำ
"แปลว่าปริศนาเพิ่งรู้จักเขาวันเดียว ก็ไปขี่จักรยานกับเขาเสียแล้ว"
"เขาเป็นเพื่อนกันนี่คะ พ่อแม่เรารู้จักกันหมด นงลักษณ์ก็รู้จักกันดี"
"แต่นพก็โตแล้วไม่ใช่หรือ ปริศนาทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย เที่ยวสนิทสนมไปกับผู้ชายเรื่อยไปมันไม่ดี"
"คุณประวิช ปริศนาไม่ได้ทำตัวอะไรที่ไม่ดี ถ้าปริศนาเขานับเป็นเพื่อนก็คือเพื่อน อย่างคุณ ปริศนาเขาก็นับเป็นเพื่อนเหมือนกัน เพราะคุณ เอ่อ รู้จักกับครอบครัวเรา มาก่อน และคุณก็อยู่วังศิลาขาว ป้าสร้อย ท่านชายพจน์ ท่านหญิงรัตน์"
"แต่ตอนนี้ปริศนาเป็นคนที่ผมรักแล้ว ปริศนาจะไปสนิทสนมกับคนอื่นได้อย่างไร"
อนงค์อึ้งไปอีกครั้ง อึดอัดแทบอกระเบิด ออกมายืนหน้าประตู มองดูว่าปริศนาจะกลับมาหรือยัง
แต่ปริศนาก็ยังไม่กลับ อนงค์เริ่มเอาวิญญาณปริศนามาใส่ตัว หันกลับมาหาประวิช ที่เดินตามมาใกล้
"ประวิชคะ ฉันเสียใจที่จะบอกว่า ฉันได้พยายามพูดกับเขาแล้ว เรื่องคุณ แต่ปริศนา ไม่ยอมที่จะรับความรักของคุณ"

ประวิชทั้งโกรธและเสียใจ
"ทำไม"
"เขาว่าเขารักคุณไม่ได้ และคุณกับเขาไม่สมกัน"
ประวิชอึ้งไป เสียหน้ามาก
"ฉันเสียใจจริงๆ แต่ปริศนาเป็นคนที่ปากตรงกับใจ คิดอย่างไร ก็พูดอย่างนั้น และลองแกตั้งใจอะไรแล้วก็จะไม่เลิก"
"แกตั้งใจอะไรที่เกี่ยวกับผม"
"ตั้งใจ...ว่า... จะไม่แต่งงานกับคุณ"
ประวิชเอามือกุมหัว เซไป
"โอย.... อนงค์ นี่คุณจะฆ่าผมหรืออย่างไร ปริศนาจะใจดำถึงเพียงนั้น เขาจะพูดถึงผม ได้เลวร้ายถึงเพียงนั้นหรือ ทำไม ทำไมล่ะ ผมไม่เข้าใจ ผมหรือมีแต่ความรัก ความหวังดีต่อปริศนา แต่เขากลับไม่เห็นค่าของมันเลยเชียวหรือ"
อนงค์ตามเข้าไปปลอบประวิช
"คุณประวิชฟังฉันก่อน ปริศนาไม่เคยรังเกียจ หรือไม่เคยไม่ชอบคุณเลยนะ ตรงกันข้าม ปริศนารักคุณ รักมากด้วย แต่เขารักคุณอย่างเพื่อนคนหนึ่ง และยินดีที่จะคบเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่จะไม่ยอมแต่งงานด้วยเท่านั้น"
ประวิชยังอึ้งๆอยู่
"เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ต่อไปไม่ได้หรือคะ ยอมรับเสียว่าเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วก็รักกันเหมือนเดิม"
ประวิชซบหัวลงกับมือของตนอย่างกลัดกลุ้มและผิดหวัง
"ฉันขอร้อง ... หากคุณยังดึงดัน ไม่ใช่แต่ปริศนาที่จะไม่มีความสุข คุณเองก็จะมีแต่ความทุกข์"
"อนงค์ คุณเองก็อยากจะปรับให้ผมเป็นฝ่ายแพ้เหมือนกันใช่ไหม"
อนงค์น้ำตาเริ่มรื้น
"ไม่ใช่ค่ะ ฉันขอร้องให้คุณชนะใจตัวเอง แล้วกลับมารักปริศนาอย่างเพื่อน เหมือนอย่างที่ปริศนารักคุณ แล้วทั้งคุณและปริศนาจะเป็นฝ่ายชนะทั้งคู่"
ประวิชส่ายหัว ทำใจไม่ได้ ยกมือลูบหน้า ขึ้นรถสตาร์ทขับออกไป
อนงค์มองตาม น้ำตาไหลอาบหน้า

คืนเดียวกัน สนหิ้วปีกประวิชที่เมาไม่ได้เรื่องขึ้นมา และประวิชส่งเสียงดังแบบเมาเต็มคราบมาตั้งแต่บันได
ท่านชายพจน์โผล่ออกมาจากห้องบรรทม แต่งชุดนอนแล้ว
"นั่นอะไร"
"เพื่อนคุณประวิชมาส่งขอรับ บอกว่าเมาจนขับรถไม่ได้ จึงพามาส่ง ฝากกุญแจรถไว้ให้ บอกว่าอยู่ที่เยาวราช"

ท่านชายขมวดคิ้ว
"สนดูแลประวิชไป รถยังไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ค่อยให้คนไปเอา สภาพอย่างนี้ ประวิชคงไปทำงานพรุ่งนี้ไม่ได้"
สนพาประวิชเข้าไปทางห้องนอนประวิช ส่วนท่านชายเดินไปทางห้องหนังสือ

ท่านชายพจน์เปิดประตูเข้ามาในห้องหนังสือ ไฟในห้อง ยังมืดอยู่ ท่านชายเปิดไฟ แล้วนั่งลงที่โต๊ะหนังสือ หยิบกระดาษโน้ตมา แล้วเริ่มเขียน
"ประวิช วันนี้นายคงจะไปทำงานไม่ไหวแน่ เพราะฉะนั้น หากไม่ได้ไปทำงาน จงรอฉันอยู่นี่ ไม่ต้องออกไปไหน คงต้องขอคุยกันเมื่อฉันกลับจากทำงานแล้ว ส่วนรถนั้น ฉันสั่งให้คนไปเอาแล้ว ไม่ต้องห่วง พจน์"

สน กำลังห่มผ้าให้ ประวิชเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว ท่านชายเปิดประตูเข้ามา ไม่ได้สนใจทั้งประวิชและสน เดินตรงไปที่โต๊ะแต่งตัว แล้วท่านชายเอากระดาษโน้ตแผ่นที่เขียนวางไว้อย่างเด่นบนโต๊ะแต่งตัว แล้วท่านชายก็เดินกลับออกไป

วันใหม่ ท่านชายพจน์หิ้วกระเป๋าหมอ มาจะขึ้นรถไปทำงาน ท่านหญิงรัตน์ แต่งชุดนักเรียนวิ่งเข้ามาพร้อมกระเป๋า
"รอวิมล ซักแป๊บนะเพคะเจ้าพี่"
"ทำไมวันนี้วิมลช้า"
"เขามัวร้องไห้อยู่เพคะ เมื่อคืนได้ยินเสียงเอะอะ เมื่อเช้า ป้าสร้อยบอกว่า ประวิชเมาเสียสติมาเมื่อคืน วิมลเขาเลยเสียใจ ร้องไห้ ป้าสร้อยเอ็ดใหญ่ ให้เขาล้างหน้า ... แล้วมันเรื่องอะไรกันเพคะ ไม่เคยเห็นประวิชเมาเสียหายอย่างนี้มาก่อน"
"ช่างเขาเถอะ น้องหญิง เย็นนี้ พี่จะคุยกับเขาเอง"
"ทำตัวอย่างนี้ ผู้หญิงที่ไหน จะรักจริงไหมเพคะ ถ้าครูปริศนารู้รับรอง ประวิชเข้าหน้าไม่ติดไปตลอดชีวิตแน่นอน"

ท่านชายพจน์ อึ้ง ไม่ตอบ ลงนั่งที่คนขับ ท่านหญิงรัตน์ขึ้นมานั่งคู่ด้านหน้า
 
อ่านต่อตอนที่ 13
ปริศนา ตอนที่ 11
ปริศนา ตอนที่ 11
ประวิชเดินมาทางห้องนอนตัวเองในวังศิลาขาว ใส่ชุดทำงานเพิ่งเลิกงานกลับมา หน้าตาของเขาเนือยๆไร้ความสุข สนเดินมาจากทางห้องของท่านชาย เห็นประวิชเดินผ่านมาก็คำนับ “คุณประวิชขอรับ มีจดหมายถึงคุณ อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้อง” “ขอบใจ เดี๋ยวฝากเตรียมน้ำชาให้ฉันเหมือนเคยนะ วันนี้คงไม่ออกไปไหน” “ขอรับ” สนก้มหัวรับคำสั่งแล้วเดินเลยไป ประวิชเปิดประตูเข้าไปในห้องเขาเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ มีจดหมายอยู่ 2-3 ฉบับ ตอนแรก ประวิช เหมือนจะเขี่ยๆดู คืออยากรู้ว่ามีใครเขียนมาบ้าง แต่ก็มาสะดุดอยู่ที่ฉบับที่ซ้อนอยู่ตรงกลาง เป็นลายมือที่เขาจำได้ว่าเป็นของปริศนา
กำลังโหลดความคิดเห็น...