xs
xsm
sm
md
lg

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 8

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 8

ปฐวีเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนชิดชบาด้วยความหึงหวง ตะโกนเสียงเข้ม
 
“ชิดชบา ไม่ต้องหลบหน้าผมหรอก เราต้องพูดกัน ชิดชบา ชิดชบา”
ปฐวีเปิดตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ หาตัวชิดชบาอย่างบ้าคลั่ง
“ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าคุณไม่มีสิทธิ์ทำผิดข้อตกลง ผมจะยึดบ้านหลังนี้แล้วไล่คุณออกไป แล้วไอ้ที่คุณลงทุนมาแทบตายจะเหลือแค่ เปลืองตัว”
ตลับนาคเปิดประตูเข้ามา ท่าทีมึนตึง
“อีกไม่กี่วันคุณก็จะแต่งงานแล้ว ฉันว่าคุณไปเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวดีมั้ย”
ปฐวีนิ่ง ก่อนผลุนผลันออกไป ปิดประตูปัง ตลับนาคถอนหายใจอย่างอ่อนล้า หวั่นกลัว

ปฐวีเดินช้าๆ จากห้องชิดชบามายังบันไดวน ด้วยความรู้สึกหึงหวงชิดชบากับธวัชพงษ์ โสมสุภางค์ใส่ชุดแต่งงาน มือถือช่อดอกไม้ ยืนอยู่กลางห้องโถง ยิ้มอ่อนโยนให้ปฐวี
“ฉันเลือกชุดแต่งงานใหม่ค่ะ ชุดนี้คู่ควรจะเป็นเจ้าสาวของคุณมั้ยคะ วี”
ปฐวีจ้องมองโสมสุภางค์ เดินลงบันไดอย่างช้าๆ
“โสมสุภางค์”
โสมสุภางค์หมุนตัวอย่างงดงาม
“งานแต่งงานของเราต้องเป็นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด ชีวิตมันจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่งานแต่งงานต้องดีที่สุดค่ะ”
“คุณจะได้งานแต่งงานที่ดีที่สุด โสมสุภางค์”
ปฐวีโอบกอดโสมสุภางค์ หมุนตัวเต้นรำไปรอบๆ ห้องโถง ทำทีเหมือนมีความสุข
“คุณคือผู้หญิงที่วิเศษเหมือนนางฟ้า ผู้หญิงที่จะตอบโจทย์ทุกข้อในชีวิตผมได้ ผู้หญิงที่จะลบฝันร้ายของผม”
“ค่ะ ฉันจะเป็นผู้หญิงที่คุณรัก เป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของคุณ เราจะรักกันจนวันตายนะคะ วี”
“ใช่ เราจะรักกัน”
ทั้งสองเต้นรำด้วยกัน

ระรินหิ้วถุงช้อปปิ้งเดินมาที่รถ ชัยญาและถกลเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยาะหยัน
“อย่าสุขสบายจนลืมหน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไร ปฐวีเขาเลี้ยงดีนี่ เธอถึงได้มีเงินเดินช้อปปิ้ง”
“ก็ไม่ได้เลี้ยงด้วยลำแข้ง เหมือนอย่างที่คุณเลี้ยงฉัน แล้วก็สุขสำราญกว่าที่ฉันคิดเยอะ”
ระรินเริ่มเอาใจออกห่างชัยญา
“อ้อ เธอก็เลยลืมว่าเธอเข้าไปทำอะไรในบ้านหลังนั้น พ่อต้องการคลิปของเธอกับปฐวี เพื่อเอาไปกระจายในเฟซ”
“ฉันยังไม่ได้นอนกับเขา”
“แล้วรออะไรอยู่ นี่ ไม่ต้องตั้งราคาของหรอก ยังไงมันก็เป็นของใช้แล้ว รถยนต์ใช้แล้วน่ะถึงจะไปโปะสีใหม่มันก็เครื่องรวน เครื่องมันบอกว่า ผ่านการใช้งานมาจนตกรุ่น”
ระรินโกรธ เจ็บปวด ขมขื่นกับการดูถูกเหยียบย่ำของชัยญา
“คุณ คุณนี่เหมือนกันหมดทั้งพ่อทั้งลูก ไม่เคยเห็นค่าของผู้หญิง ทำเหมือนคนที่ไม่เคยผ่านหว่างขาของผู้หญิงมาเกิด”
“นังระริน”
ชัยญาเงื้อมือจะตบ ถกลรั้งไว้
“อย่าครับคุณชัยญา เดี๋ยวเป็นข่าว”
“ไปเอาคลิปนั่นมา ฉันให้เวลาก่อนวันแต่งงานของปฐวี ฉันจะทำลายชื่อเสียงของปฐวีด้วยคลิปนั่น”
ชัยญาชี้หน้าระรินด้วยความโกรธแค้น

ชิดชบานั่งซึมอยู่กับงานปั้นที่บุบบู้บี้ ไม่ได้รูปทรง เมื่อรู้ว่าปฐวีชนะพนันชิดชงค์ด้วยการโกง ปฐวีเปิดประตูเข้ามา ชิดชบาชำเลืองมองเกรียงปาดดินเหนียว แล้วคว้ามาถือไว้ ตวาดด้วยความชิงชัง
“ออกไป คุณมันไอ้ขี้โกง คุณเอาชนะพ่อฉันด้วยการโกง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม้แต่เรื่องการไถ่คืนบ้านหลังนี้ มันก็มาจากแผนเจ้าเล่ห์ของคุณ”
“ธวัชพงษ์ใช่มั้ย นักข่าวมือใหม่คนนั้นบอกอะไรคุณ”
“เขาคือคนที่ยังหวังดีกับฉันอยู่ ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ตัวฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะแทงคุณด้วยเกรียงปาดดินนี่”
“ชิดชบา ฟังนะ”
“ฉันไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ทำไมฉันต้องฟังคนขี้โกง”
“ขี้โกงหรือ ใครกันแน่ที่ขี้โกง”
“คุณนั่นแหละโกง อย่านะ อย่าเข้ามา ถ้าคุณแตะฉันล่ะก็ ฉันแทงไม่ยั้งจริงๆ เอาซี เข้ามาซี”
ชิดชบาคลั่ง ปฐวีเริ่มรู้สึกตัว ถอย
“ชิดชบา ใจเย็นๆ ผมว่าเราต้องพูดกัน ผมก็แค่ ห่วง กลัวว่าใครจะพูดถึงคุณว่า”
“ออกไป เก็บคำพูดดีๆ ของคุณไปพูดให้ผู้หญิง ที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วยฟังเถอะ เพราะฉัน ไม่ฟังอะไรคุณอีกแล้ว ไอ้คนขี้โกง”

ปฐวีสลดลง ก่อนจะถอยออกไป ชิดชบาลดเกรียงในมือลงอย่างอ่อนล้า เจ็บปวด

ระรินนั่งแท็กซี่เข้ามา หอบถุงพะรุงพะรังลงมา บุญถิ่นมองระรินอย่างชิงชังรังเกียจ
 
“เอาของนี่ขึ้นไปเก็บบนห้องของฉัน”
“ใช้ใคร”
“ก็ใครเป็นคนรับใช้ของบ้าน ก็ใช้คนนั้น”
“คนรับใช้บ้านนี้น่ะ รับใช้เป็นส่วนตัวกับนายหญิงสายตรง โน่น ไปใช้นังจำเรียงโน่น”
“เอ๊า ทำไมงานต้องมาเข้าที่ฉันด้วยล่ะ ฉันก็รับใช้เฉพาะนายหญิงของฉัน คุณชิดชบาเท่านั้น”
“อะไรกัน มีรับใช้สายตรงรับใช้สายโค้งด้วยหรือ”
“ใช่ ถ้าจะให้ดีล่ะก็ ควรมีคนรับใช้ส่วนตัวเข้ามาอยู่ด้วย จะได้ไม่เปลืองแรงคนอื่น อุ๊ย”
บุญถิ่นเริ่มมีอาการปวดท้อง
“ฮึ ฉันหิ้วขึ้นไปเองก็ได้”
ระรินสะบัดหน้า หอบถุงพะรุงพะรังขึ้นตึกไป จำเรียงขมวดคิ้ว มองบุญถิ่นด้วยความสงสัย
“น้า ปวดท้องหรือ ฉันไปเอายาแก้ปวดมาให้มั้ย”
“กินยาตั้งแต่เมื่อคืน แต่มันไม่หายว่ะ มันปวดๆ หายๆ มันยังไงบอกไม่ถูก”
“ลุงสมควรไม่อยู่ ลางานไปบ้าน น้าปวดยังไงน่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าจะไปนอนสักพัก”
บุญถิ่นนิ่วหน้า เดินอ้อมไปยังเรือนคนใช้หลังตึก จำเรียงมองตามไปด้วยความแปลกใจ
“น้า ไม่ไหวก็ไปหาหมอนะ”

ชัยยงค์และเถาว์เครือ ทานอาหารค่ำด้วยกันที่ร้านอาหารหรู ชัยยงค์อ่อนโยน ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ
แต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายในท่าทีสง่างาม
“ผมเป็นม่าย ตั้งแต่ภรรยาผมตายผมก็ไม่ได้แต่งงานใหม่ ไม่ได้คุยว่าดีเหมือนพระ แต่เป็นเพราะผมคงจะไม่พบรักแท้อีกแล้ว”
“ฉันก็เป็นม่าย ฉันไม่อยากพบรักแท้ เพราะฉันมีรักแท้คือรักลูกของฉัน”
“อีกแค่วันสองวัน คุณโสมสุภางค์ก็จะแต่งงานแล้ว แต่หน้าที่ของคุณเถาว์เครือก็ยังไม่หมด”
“ใช่ ตราบใดที่บ้านหลังนั้น ยังไม่ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของปฐวี โสมสุภางค์ก็ยังไม่มีสิทธิ์ร่วม”
“เราถึงต้องร่วมมือกัน”
ชัยยงค์วางมือลงบนหลังมือของเถาว์เครือ เถาว์เครือมองตาม เริ่มมีความรู้สึกตื่นเต้นกับสัมผัส
“ผมไม่ได้ต้องการแค่ร่วมมือกับคุณ แต่ผมต้องการเป็นหุ้นส่วนชีวิตของคุณ”
เถาว์เครือเหลือบมองชัยยงค์ด้วยความตื่นเต้น

ชัยยงค์ขับรถเข้ามาจอดหน้ารั้วคฤหาสน์ กดแตรถี่ๆ ก่อนหันมาสบตาเถาว์เครือ เถาว์เครือเก้อๆ เหมือนสาวรุ่น
“ผมฝากให้คุณคิด บางทีเราอาจจะเริ่มต้นกันได้ ผมไม่ได้แสวงหาผู้หญิงที่สวยที่สุด แต่ผมแสวงหาผู้หญิงที่เป็นแม่พระ”
“แม่พระ”
“คุณคือคนที่ผมจะฝากชีวิตที่เหลือให้”
บุญถิ่นวิ่งมาเปิดประตู มีอาการปวดท้อง
“ฝันดีอีกครั้งนะครับ คุณเถาว์เครือ”
“เอ่อ ค่ะ แล้วฉันจะคิดดู”
เถาว์เครือลงจากรถ ชัยยงค์ถอยรถออกไป เถาว์เครือมองตามไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
บุญถิ่นนิ่วหน้าปวดท้อง
“เอ่อ คุณนายคะ ฉันปวดท้องมาสองสามวันแล้วค่ะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว คุณนายช่วยพาไปโรงพยาบาลหน่อยซีคะ”
“ปวดท้องหรือ”
เถาว์เครือหันมามองบุญถิ่นด้วยความแปลกใจ
“ปวดท้องก็กินยาซี ก็แค่ปวดท้อง จะหามดหาหมอทำไมยะ ไม่ใช่เรื่อง”
เถาว์เครือเดินขึ้นตึกไป

“คุณนาย”

ตอนค่ำ จำเรียงเดินฮัมเพลงลูกทุ่งออกมาจากห้องน้ำ เดินผ่านห้องของบุญถิ่น ชะงักเมื่อได้ยินเสียงบุญถิ่นร้องครางด้วยความเจ็บปวด
 
“น้าบุญถิ่น”
จำเรียงเปิดประตูห้องบุญถิ่นเข้ามา
“น้ายังปวดท้องอยู่หรือ”
“เออว่ะ ตอนนี้ปวดหนัก ปวดจนจะทนไม่ได้แล้ว”
“กินยาหรือยัง”
“กินแล้ว แต่มันไม่หาย โอย ตาสมควรก็ไม่อยู่”
“งั้นฉันใส่เสื้อแป๊บนะ เดี๋ยวฉันจะพาน้าไปโรงพยาบาล”
“เออ”
บุญถิ่นพยักหน้ารับด้วยความเจ็บปวด

ชิดชบาเดินเหงาๆ เศร้าหมอง เลื่อนลอยอยู่หน้าตึก จำเรียงประคองบุญถิ่นออกมาเพื่อหาแท็กซี่ไปโรงพยาบาล
ชิดชบารีบเข้าประคอง
“บุญถิ่นเป็นอะไร”
“ปวดท้องมาสองสามวันแล้วค่ะ นี่คงไม่ไหวแล้ว ให้จำเรียงพาไปหาหมอค่ะ”
“กินยาหรือยัง”
“กินบาแก้ปวดหัวแล้วไม่หายค่ะ”
“ไหน ปวดข้างไหน”
“ข้างนี้”
“ไส้ติ่ง อาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบก็ได้ เดี๋ยวนะ ฉันไปถอยรถมาก่อน อดทนไว้นะ เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาลเอง”
ชิดชบาวิ่งไปสตาร์ทรถ ถอยออกมาจอด ก่อนลงมาช่วยประคองบุญถิ่นขึ้นรถ
“จำเรียง ไม่ต้องไปหรอก เผื่อมีอะไรต้องทำ ฉันจะพาแม่บุญถิ่นไปโรงพยาบาลเอง”
“ค่ะๆๆ”
ชิดชบาขับรถออกไป จำเรียงวิ่งตามมาที่ประตูรั้ว ชะเง้อมองอย่างร้อนใจ

ธวัชพงษ์ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนน แต่รีบเบรกเมื่อเห็นปฐวีจอดรถขวางถนนไว้ ปฐวียืนกอดอกนิ่งๆ หน้าบึ้งตึง
“คุณปฐวี คุณจะบ้าหรือ คุณจอดรถขวางถนนทำไม”
“ผมก็ไม่ได้รวยถึงขนาดซื้อถนนสายนี้ไว้จอดรถหรอก แต่ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
“ผมรู้แล้วเรื่องอะไร เรื่องที่ผมเตือนคุณชิดชบาว่าคุณโกงพนัน”
“คุณเป็นนักข่าว มีหน้าที่ทำข่าวเพื่อเสนอความจริง แต่ความจริงแบบที่คุณคิดอาจจะไม่ใช่”
“คุณเหมือนนายชัยยงค์ กับนายชัยญาสองพ่อลูก ที่คิดว่าสื่อทุกคนซื้อได้ด้วยเงิน”
ปฐวีก้าวเข้ามาจ้องหน้าธวัชพงษ์
“ผมไม่ได้พูดเรื่องธุรกิจ แต่ผมอยากเตือนคุณ อย่าทำงานอย่างคนมีอคติ เพราะคุณจะไม่มีวันได้ความจริง ที่เป็นความจริง”
ปฐวีขับรถออกไป ธวัชพงษ์เริ่มครุ่นคิด

แพรวาล็อคประตูรถ เงยหน้าขึ้นมองธวัชพงษ์ด้วยความแปลกใจ
“เขาขู่ฆ่าคุณหรือ”
“มันแปลว่าอย่างนั้น”
“เขาขู่คุณยังไง”
“คือ คือมันก็ทำนองนั้น เขาไม่ต้องการให้ผมยุ่งกับเรื่องของเขา แสดงว่าเขามีลับลมคมในที่ต้องปิดนักข่าว เรื่องบ่อนพนันกลางเมือง เรื่องโกงพนันคุณชิดชงค์ มันเขาทั้งนั้น”
“ฉันก็ยังไม่อยากเชื่อ อีกสองสามวันเขาจะแต่งงานแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรที่ทำให้โสมสุภางค์เสียใจอีก”
“คุณไม่ห่วงอะไรเลยหรือ นอกจากเพื่อนของคุณ”
“โสมสุภางค์น่าห่วง เพื่อนของฉันเป็นคนป่วยนะ ฉันว่าเราต้องหยุดเรื่องนี้ก่อน”
“แล้วคุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ กับชีวิตของผู้หญิงอีกคน ที่กำลังจะพัง”

ธวัชพงษ์เอื้อมมือไปรั้งแขนของแพรวาไว้ มองสบตาหญิงสาว

ชิดชบาเดินไปมาอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล บุญถิ่นเริ่มรู้สึกตัว ชิดชบารีบเข้ามาหา แตะลำแขนของบุญถิ่น น้ำเสียงอ่อนโยน
 
“แม่บุญถิ่นไส้ติ่งอักเสบ ดีที่มาหาหมอทันเวลา ต้องผ่าตัดทันที เพราะถ้าไส้ติ่งแตก อันตรายมากรู้มั้ย”
บุญถิ่นลังเล ขยับแขนออก
“นี่ฉัน”
“แม่บุญถิ่นปลอดภัยแล้วนะ หมอให้นอนพักอีกสองวันก็กลับได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนี่ ฉันจ่ายไปแล้ว”
“เอ่อ คุณ”
บุญถิ่นมองชิดชบาด้วยความแปลกใจ
“หรือจะให้โทรตามนายสมควร”
“ไม่ต้อง”
“งั้นก็พักผ่อนเถอะ ฉันจะกลับไปเปลี่ยนให้จำเรียงมาแทน เมื่อคืนนี้ฉันไม่ได้นอนทั้งคืน เดี๋ยวฉันจะฝากแม่บุญถิ่นไว้กับพยาบาลพิเศษนะ”
ชิดชบาเดินออกไป บุญถิ่นแปลกใจ
“ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรือ”

ชิดชบาขับรถเข้ามาจอด เถาว์เครือปิดหนังสือพิมพ์ลงน้ำเสียงเย้ยหยัน
“กลับมาแล้วหรือ เดี๋ยวนี้หากินไกลนะ ปฐวีเขาไม่แยแสใยดีจะใช้บริการนางบำเรอแล้ว เพราะเขากำลังเตรียมตัวแต่งงาน เธอก็เลยอดอยากปากแห้ง ต้องออกไปกินกรุ๊บกินกริ๊บกับเด็กหนุ่มๆ อย่างนักข่าวคนนั้นล่ะซี”
จำเรียงและตลับนาครีบลงมาจากตึก
“คุณชิดชบากลับมาแล้วค่ะ”
“เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนป้ารอฟังข่าวทั้งคืน ทำไมไม่โทร.มา”
“หนูมัวแต่ยุ่งๆ น่ะค่ะ ออกจากห้องผ่าตัดแล้วก็ต้องเฝ้าทั้งคืน”
“ปลอดภัยหรือยัง”
“อาการปลอดภัยแล้วค่ะ หนูเลยรีบกลับมา จะให้จำเรียงไปเปลี่ยน”
“เดี๋ยวหนูไปเฝ้าน้าบุญถิ่นเองค่ะ”
เถาว์เครือแปลกใจ
“นังบุญถิ่นมันเป็นอะไร”
“ไส้ติ่งอักเสบ ต้องส่งเข้าห้องผ่าตัดด่วนเมื่อคืน คนของคุณนายจะเป็นจะตาย ใส่ใจบ้างซีคะ ไม่ใช่ใส่ใจแต่เรื่องของชาวบ้าน ยามดีใช้งานงกๆ ยามไข้ก็ต้องรักษา ถึงจะถือว่าเป็นคนค่ะ”
ชิดชบาพูดจบก็เดินขึ้นตึกไป
“แก”
“หลานของฉันพูดถูก ซื้อใจคนน่ะ มันต้องจ่ายใจตัวเองให้ด้วย ไม่ใช่ยามดีใช้”
“แต่ยามไข้”
“ตัวใครตัวมัน”
จำเรียงและตลับนาคเดินขึ้นตึกไป เถาว์เครือโกรธ
“ไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย ใครจะเป็นจะตายช่างมัน”

ปฐวีเดินลงบันได ชิดชบาเดินสวนขึ้นไป โดยที่ต่างไม่มองหน้ากัน ปฐวีหันกลับไปมองชิดชบาด้วยแววตากระด้าง โสมสุภางค์เดินเข้ามา
“ทำยะโส เหมือนไม่ใช่นางบำเรอของคุณ ชิดชบาคงโกรธที่เรากำลังจะแต่งงานกัน”
โสมสุภางค์เข้ามาคล้องแขนปฐวี ปฐวีเคร่งขรึม
“ให้เวลาชิดชบาทำใจดีกว่า เพราะต่อไปนี้ ชิดชบาจะได้รู้ว่ารสชาติของน้ำใต้ศอกน่ะ มันกร่อยแค่ไหน”

โสมสุภางค์ยิ้มเย้ยหยัน

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

อรุณณรงค์เดินอยู่ในสวนดอกไม้หน้าวัง หม่อมจรัสเรืองควงแขนอุราศรีเข้ามา อุราศรีเฉยเมย เย็นชา
 
“มะรืนนี้เป็นวันแต่งงานของคุณปฐวีกับหนูโสมสุภางค์ แม่นัดกับคุณหญิงอุราศรีแล้วเราจะไปกันเป็นครอบครัว ใช่มั้ยจ๊ะ”
“ค่ะ”
“คุณปฐวีจัดงานใหญ่โต คุณนายเถาว์เครือวิ่งวุ่นจัดโน่นจัดนี่ ก็สมแล้วเพราะมีลูกสาวคนเดียว เรามาทายกันดีกว่าว่าแม่ชิดชบาจะไปมั้ย ถ้าไป จะไปในฐานะอะไร”
อรุณณรงค์ผลุนผลันขึ้นตึกไป อุราศรีขยับตัว แต่หม่อมจรัสเรืองรั้งไว้
“อดทนอีกนิด นึกว่าเห็นแก่ป้า ยังไงเขาก็ไม่เห็นชิดชบาดีไปกว่าหนูหรอก เชื่อป้าเถอะ”
อุราศรีถอนหายใจอย่างอดทน

ตลับนาคกำลังตัดดอกไม้จัดแจกัน ชิดชบาเดินตามด้วยกิริยานิ่งๆ ครุ่นคิด เศร้าหมอง ถือแก้วไวน์มาอย่างเลื่อนลอย
“แล้วหนูจะทำยังไง อีกสองสามวันคุณปฐวีเขาก็จะแต่งงานแล้ว จะอยู่จะไป จะเลิกกลางคันตอนนี้ป้ารับได้ทั้งนั้นแหละ ความสุขของหนูต้องมาก่อนบ้านหลังนี้ ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าความสุขนะ”
“ความสุขของหนู ถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้ค่ะ เราควรจะอยู่ คนอื่นต้องออกไปเพราะเขาไม่ใช่เจ้าของมัน”
“แล้วถ้าได้บ้านมาแล้ว ความสุขมันไม่เหลือเลยล่ะ”
“คุณป้าคะ มันจะไม่เป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ มันต้องอยู่ซีคะ เพราะมันเป็นของเรา”
“ชิดชบา รู้ตัวหรือเปล่าว่าตั้งแต่เกิดเรื่องมานี่ หนูเปลี่ยนไปแค่ไหน ดื่มจัด กร้าน อาฆาตมาดร้ายเหมือนนางมาร ชิดชบาคนน่ารักคนเดิมของป้าหายไปไหน”
“ไว้ให้เราได้บ้านกลับมาเป็นของเรา หนูสัญญาค่ะคุณป้าว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเหมือนเดิม”
เถาว์เครือเดินเข้ามา
“ฉันจะไปดูแลความเรียบร้อยของงานเลี้ยงที่จะจัดที่โรงแรม ถึงจะใช้บริษัทจัดงานชื่อดัง ฉันก็ไม่ไว้ใจ โสมสุภางค์น่ะ วางแผนแต่งงานแบบนางฟ้า งานจะออกมาแบบชุ่ยๆ ไม่ได้”
“ก็ดีแล้วนี่ มีอะไรไม่ได้ดังใจจะได้เปลี่ยนทัน”
“ใช่ ขนาดชุดแต่งงานยังเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เปลี่ยนแปลงน่ะ มันต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย ไม่ใช่ยิ่งเปลี่ยน ยิ่งแย่”
“เอาเป็นว่าจะมีงานแต่งงานใช่มั้ยคะ คุณนาย”
“อ๋อ ต้องมีซี เชิญแขกทั้งกรุงเทพฯ ว่าแต่เธอเถอะ คงไม่ได้รับเชิญซีนะ หรือถึงเชิญเธอก็คงไม่กล้าไปหรอก จะไปในฐานะอะไร”
ตลับนาคมองชิดชบาด้วยความห่วงใย
“ฉันจะไปในฐานะอะไร เดี๋ยวรู้”
ชิดชบาเชิดหน้าตอบ

จำเรียงยื้อยุดให้บุญถิ่นนอนลงในห้องพักฟื้น
“น้า จะรีบกลับทำไม หมอยังไม่ได้สั่งให้น้ากลับบ้านสักหน่อย อย่าทำเป็นรู้ดีเกินหมอ”
“ไม่อยากอยู่ ค่าห้องค่ายาค่าหมอ คืนละตั้งเท่าไหร่”
“มันจะเท่าไหร่ก็นอนเถอะ คุณชิดชบาก็บอกแล้วว่าไม่ต้องห่วง เรื่องค่าใช้จ่ายนี่คุณชิดชบารับผิดชอบ คุณเฉวียงถึงต้องมาดูไงว่าน้าเป็นยังไงบ้าง”
“ข้าไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณของใคร”
“ก็อย่าไปถือว่าเป็นเรื่องหนี้สินซี รักษาตัวให้หายแล้วค่อยกลับ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องงานแต่งงานของคุณโสมสุภางค์หรอก เพราะยังไงเขาก็ไม่เชิญคนใช้”
จำเรียงแบะปากประชด บุญถิ่นสะเทือนใจ เพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากเถาว์เครือเลย
“รักษาตัวเองให้หาย แล้วค่อยกลับไปทำงาน นายสมควรคงจะกลับมาวันสองวันนี้แหละ ไม่ต้องห่วงนะ ทำใจให้สบาย”
เฉวียงปลอบ
“นอนลงเถอะ”

บุญถิ่นค่อยๆ เอนตัวลงนอนอย่างฝืนๆ

ระรินและยุวดีต่างวุ่นวายเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปงานแต่งงานของปฐวีและโสมสุภางค์ เถาว์เครือเข้ามายืนมองด้วยความหมั่นไส้
 
“ฉันจะเอาชุดนี้”
“ฉันจองไว้แล้ว”
“ได้ยังไง ขืนเธอใส่เข้าไปคงเหมือนกาคาบพริก”
“แล้วถ้าเธอใส่ล่ะ เหมือนอะไรรู้มั้ย เหมือนแรดใส่ชุดแส็ก”
“ไม่ต้องเถียงกัน ไม่ต้องไปทั้งสองคน”
“จะไป”
“ค่ะ ฉันก็ต้องไป”
“เธอจะไปทำไม พวกเธอมันก็แค่ขยะของปฐวี ไปก็เกะกะสายตาคนอื่นเปล่าๆ”
“อยากรู้ว่าอาหารในงานเลี้ยง อร่อยเลิศสมกับที่คุณนายเถาว์เครือเลือกสรรมั้ย” ระรินบอก
“แล้วของชำร่วยที่ว่า จะแจกถุงทองคนละบาทน่ะ จริง หรือว่า ดีแต่โม้” ยุวดีกระเซ้า
“แก ตะกละ งก”
“เราสองคนจะไปจะอยู่ ไม่สำคัญหรอกค่ะคุณนาย เพราะสายตาคนในงานเลี้ยงคงสนใจอยู่อย่างเดียว” ระรินบอก
“นางบำเรอของคุณปฐวีจะมามั้ย”
ยุวดีเดา ทั้งสองหัวเราะเยาะ เถาว์เครือครุ่นคิด เริ่มกังวล

ชิดชบานั่งทำงานปั้นอย่างเงียบๆ มีสมาธิแน่วแน่ เถาว์เครือเปิดประตูห้องเข้ามา กวาดสายตามองไปรอบๆ
“นี่น่ะหรือ ห้องที่เธอใช้เก็บตัว รอให้ปฐวีเขามาหา”
“นี่เป็นห้องส่วนตัวที่ฉันทำงาน ออกไปค่ะคุณนาย”
“อย่าเพิ่งไล่ฉันอย่างมั่นใจ บ้านหลังนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นของใคร ลูกฉันแต่งงานกับปฐวี จะมีการจดทะเบียนสมรสหลังจากวันงานหนึ่งวัน ทันทีที่จดทะเบียนเสร็จ โสมสุภางค์ก็มีสิทธิ์ในสมบัติทุกชิ้นของปฐวี”
“ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อนไม่ดีหรือคะคุณนาย ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรแน่”
“ต๊าย จะแต่งงานกันอยู่วันนี้วันพรุ่งแล้ว มีอะไรยังไม่แน่นอนอีก เอ้อ เธอก็คงจะไม่ไปซีนะ เพราะถ้าไป เธอจะสู้สายตาของคนทั้งงานได้ยังไง ทั้งหม่อมจรัสเรือง ทั้งคุณหญิงอุราศรี แล้วก็ ตัวคุณชายอรุณณรงค์”
ชิดชบาครุ่นคิด
“อย่าไปเลย ถ้ามีอาหารเหลือจากงานเลี้ยงแขก ฉันจะให้โรงแรมเขาเก็บมาให้ นี่เตือนเพราะความหวังดีนะ บอกตรงๆ ฉันอายแทน”
เถาว์เครือหัวเราะเยาะก่อนเดินออกไป ชิดชบาแค้น

ปฐวีขับรถเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ เปิดประตูรถลงมาพลางปลดเนคไท มองขึ้นไปยังระเบียง เห็นเงาของชิดชบาถือแก้วไวน์ ยืนอยู่ในชุดนอนพลิ้ว งาม เซ็กซี่ ปฐวีเดินไปหาชิดชบา มองท่อนขาที่โผล่พ้นชุดนอน
“ยังไม่นอนอีกหรือ”
“ยัง ฉันมายืนรอเพื่อทำหน้าที่นางบำเรอไง”
ปฐวีดึงแก้วไวน์จากมือชิดชบา
“คุณดื่มมากไปแล้วนะ”
“นางบำเรอ ยังไงก็ดูดีกว่าเมีย เพราะคุณยังวางไว้บนเตียงได้ แต่เมีย คุณต้องเอาขึ้นไปวางบนหิ้ง พร้อมมีทะเบียนสมรสไว้ให้กอดแน่นๆ”
“ผมไม่ได้พบคุณหลายวัน คุณกลายเป็นเมรีเต็มตัวเลยนะ”
“คุณก็ได้พบฉันแล้วนี่คะ ฉันจะเป็นใครก็เป็นผู้หญิงที่ดิ้นได้ จูบฉันซีคะปฐวี”
“คุณเมามากแล้วนะ คุณป้าคุณปล่อยให้คุณทำแบบนี้ได้ยังไง”
“ฉันอยู่กับซาตาน ฉันจะเป็นนางฟ้าทำไม นางบำเรอไม่ต้องขึ้นไปนั่งบนตั่งแล้วทำหน้าดีงาม ฉันจะทำยังไงก็ได้”
“ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องตื่นแต่เช้า พิธีจะเริ่มเจ็ดโมง”
“อุตะ แล้วคุณจะไม่ใช้บริการของนางบำเรอหรือคะ ดีใจจัง ไม่เปลืองตัวแถมตังค์ยังอยู่ครบ นี่ถือว่าฉันทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแล้วนะ งั้นฉันไปนอนละ”
ปฐวีแสร้งกล่าวเย้ยหยัน
“ดีแล้ว แล้วรู้ไว้ด้วยว่าคุณมีค่าสำหรับผมแค่เป็นสิ่งของ อยู่ในที่ที่คุณต้องอยู่ ถ้าผมจะใช้ของๆ ผมเมื่อไหร่ล่ะก็ ผมจะบอก ขอบใจที่เตือนให้ผมรู้ว่าคุณดิ้นได้”
ปฐวียิ้มเยาะก่อนเดินออกไป ชิดชบามองตามด้วยแววตาชิงชัง

“ฉันดิ้นแน่”

ถกลขับรถเข้ามาจอดส่งชัยยงค์และเถาว์เครือที่หน้าบ้านพักชายทะเล เถาว์เครือมีท่าทีตื่นเต้น
 
ชัยยงค์เปิดประตูรถให้ขณะที่ถกลยังคงนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ชำเลืองมองเถาว์เครือด้วยแววตาเยาะหยัน
“เชิญครับคุณเถาว์เครือ”
“คุณชัยยงค์ ก็ไหนว่า”
“คุณคงเตรียมงานแต่งงานลูกสาวจนเครียด ผมก็เลยพาคุณมาที่นี่เพื่อผ่อนคลาย คอนโดชายทะเลหลังนี้เป็นของผมเอง ผมไม่ค่อยได้ใช้บริการเพราะผมตัวคนเดียว ม่าย”
“เอ่อ”
เถาว์เครือรู้ความหมายของชัยยงค์ กับคำพูดที่พยายามแสดงตัวตนว่าเป็นม่าย
“เชิญครับ”
“เอ่อ จะ จะดีหรือคะ”
“คนวัยเรา ผ่านดีผ่านเลวมาเยอะ จนมันไม่มีอะไรแปลกอีกต่อไปแล้ว นอกเสียจากว่า”
ชัยยงค์ลังเล เจ้าเล่ห์ในแววตา แต่ยิ้มอ่อนโยน
“คุณเถาว์เครือรังเกียจผม”
“เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ไปค่ะ ฉันพร้อมที่จะให้เกียรติคุณ”
“เชิญครับ”
ชัยยงค์ยื่นแขนให้เถาว์เครือคล้องแขนขึ้นบ้านพักไป ถกลชำเลืองมอง ขบขันเถาว์เครือที่ตกหลุมพรางของชัยยงค์

จำเรียงยืนจัดดอกไม้อยู่ ระรินและยุวดีวุ่นวายรื้อค้นเสื้อผ้าจากถุงที่ซื้อมา เพื่อไปงานเลี้ยงแต่งงานของโสมสุภางค์ โสมสุภางค์รีบเข้ามาอย่างร้อนใจ เรียกหาเถาว์เครือ
“คุณแม่คะ”
“คุณนายไม่อยู่ค่ะ ออกไปกับผู้ชายตั้งแต่เช้า”
จำเรียงรายงาน
“ผู้ชาย ใคร”
“คุณชัยยงค์”
ระรินและยุวดี ต่างชะงัก ระรินรู้ทันทีว่าชัยยงค์มีแผนร้ายต่อเถาว์เครือ ยุวดีเผลอตัวส่งเสียงหัวเราะ
“แหม ทำหน้าแปลกใจอย่างนั้นถูกแล้วล่ะค่ะ คนปูนนี้อะไรๆ ก็แขวนไปหมดแล้ว แต่ยังมีผู้ชายมารับออกไปกิน เอ๊ย รับประทานอาหาร ต้องขอบใจชายคนนั้นนะ”
“นี่ คุณแม่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อนอย่างพวกแกนะ”
ระรินนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะพูดขึ้น
“ของอย่างนี้มันไม่แน่หรอกคุณ ความสำส่อนจะมาถึงผู้หญิงตอนขาดสติ ตอนที่ยังสติดีก็วางท่าว่าตัวเองวิเศษวิเสโสกว่าคนอื่น แต่ตอนมึน อะไรก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ”
“แก”
โสมสุภางค์ปราดเข้ามาจะตบระรินและยุวดี จำเรียงรีบถลันเข้าขวางไว้
“อย่าค่ะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์”
“เวลาฉันจะตบใคร ฉันไม่ดูฤกษ์หรอก”
“ก็ลองซี เวลาฉันสู้ ฉันก็ไม่ดูฤกษ์เหมือนกัน”
ยุวดีท้า ระรินก็ลอยหน้าเย้ยหยัน
“ฉันว่าอย่าตบกันให้เสียฤกษ์เลย คุณกำลังจะแต่งงานนะ”
โสมสุภางค์ลดมือลง แค้น ระรินและยุวดีต่างหันมาหัวเราะขบขัน โสมสุภางค์เดินขึ้นบันไดมาด้วยความโกรธจัด ชะงักเมื่อเห็นชิดชบายืนอยู่ เธอสะบัดหน้าผ่านไป ชิดชบามองด้วยความเคร่งขรึม ตลับนาคเดินเข้ามา รู้สึกหวั่นๆ
“จริงหรือที่จำเรียงบอกว่าคุณนายเถาว์เครือ กับ กับ”

ชิดชบาหันมาสบตาตลับนาคด้วยความตื่นตระหนก เพราะรู้ว่าชัยยงค์เป็นคนเลว

ชัยยงค์อยู่บนระเบียงของคอนโดหรู ยกแก้วไวน์ขึ้น เถาว์เครือมองอย่างลังเล
 
“สำหรับการเริ่มต้นของเรา”
“เริ่มต้น นี่คุณกำลังพูดถึงอะไร”
“คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร หลังงานแต่งงานของปฐวี คุณยังต้องใช้พลังอีกเยอะเพื่อชิงบ้านหลังนั้น”
“บ้าน”
“มีผม คุณจะมีกำลังมากมายมหาศาล คุณจะไม่แพ้ชิดชบา อะไรที่คุณคิดไว้ อะไรที่คุณต้องการ มันจะเป็นของคุณ”
เถาว์เครือลังเล เริ่มคล้อยตามชัยยงค์ ชัยยงค์ขยับแก้วไวน์ เถาว์เครือหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาชนแก้วกับชัยยงค์ จากนั้น เธอเดินมาที่เตียงนอน เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หวั่นไหว กลัว ชัยยงค์ก้าวเข้ามาด้านหลัง ใช้ปลายนิ้วเลื่อนบ่าเสื้อของเถาว์เครือลง
ชัยญายืนอยู่หน้ารถ เดินไปมาด้วยความร้อนใจ ก่อนจะโทรศัพท์ถึงถกล
“เป็นยังไงมั่ง”
ถกลรับสายด้วยรอยยิ้มขบขัน
“เรียบร้อยครับ คุณชัยญา”
ชัยญายิ้มพอใจ

ชิดชบาเดินมาที่รถพร้อมกับตลับนาคและจำเรียง
“หนูจะออกไปดูแม่บุญถิ่นที่โรงพยาบาลค่ะคุณป้า หมอยังไม่อนุญาตให้กลับบ้านค่ะ”
“ผ่าตัดแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรนะ เมื่อคืนจำเรียงก็ไปนอนเฝ้า”
“ค่ะ ดูไม่ออกว่าน้าบุญถิ่นดีขึ้นหรือเลวลง นอนนิ่งๆ เงียบๆ ไม่พูดกับหนูสักคำ”
“ถ้านายสมควรกลับมา ก็บอกด้วยว่าแม่บุญถิ่นอยู่โรงพยาบาล”
“ค่ะ”
ชิดชบาขับรถออกไป จำเรียงนิ่วหน้า บ่นกับตลับนาค
“คุณเถาว์เครือก็แปลก คนของตัวเองแท้ๆ เจ็บป่วยกลับไม่ดูแลเลย ต้องเป็นภาระของคุณชิดชบา ทั้งที่ทำไปก็ไอ้แค่นั้น”
“ช่างเถอะ เจ็บป่วยต้องรักษากัน อย่าไปคิดเยอะ คิดเสียว่าชีวิตของคนทุกคนมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือคนรับใช้”
รถของปฐวีเลี้ยวเข้ามา
“อุ๊ย คุณปฐวีกลับมาแล้วค่ะ”
“ฉันจะขึ้นไปทำงานข้างบน จำเรียงดูแลเขาด้วยก็แล้วกัน”
“ค่ะ”
ตลับนาครีบขึ้นตึก เพราะไม่ต้องการพบหน้าปฐวี ปฐวีมองขึ้นไปบนตึกด้วยจิตใจที่จดจ่ออยู่ที่ชิดชบา

ปฐวีหยุดยืนในห้องโถง มองขึ้นไปที่บันได โสมสุภางค์กระวีกระวาดลงมา
“วี กลับมาแล้วหรือคะ เมื่อคืนคุณหายไปไหนมา”
“ผมทำงานดึก เลยกลับไปนอนที่คอนโด”
“ร้านส่งเสื้อผ้ามาให้คุณแล้ว คุณยังไม่ได้ลองเลยนะคะ มีอะไรจะได้แก้ไขทัน หรือจะเปลี่ยน”
“ช่างเถอะ”
ปฐวีมองหาชิดชบา โสมสุภางค์รู้ทัน รีบเบี่ยงเบนความสนใจของปฐวี
“ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะ ฉันไม่เห็นชิดชบามาตั้งแต่บ่ายแล้ว ส่วนระรินกับยุวดี ก็คงจะออกไปซื้อเสื้อผ้า นี่แม่สองคนนี่จะไปงานของเราด้วยหรือคะ”
“ชิดชบาไปไหน”
ปฐวีถามเสียงห้วน จิตใจจดจ่ออยู่ที่ชิดชบา
“ฉันไม่ทราบคะ ไม่ได้มีหน้าที่เฝ้านางบำเรอของคุณ”
ปฐวีท่าทีอ่อนลง เมื่อโสมสุภางค์มึนตึง
“เดี๋ยวผมจะขึ้นไปดูเสื้อผ้าที่จะใช้วันงาน ไป ขึ้นไปช่วยดูให้ผมหน่อย”
“ค่ะ”

โสมสุภางค์ยิ้ม

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

บุญถิ่นนอนพักฟื้นหลังผ่าตัดไส้ติ่งอย่างกระวนกระวาย ชิดชบาเคาะประตู บุญถิ่นรีบนอนหันหลังให้ ชิดชบาเดินเข้ามา
 
“แม่บุญถิ่น เป็นยังไงบ้าง ฉันไปคุยกับคุณหมอแล้ว คุณหมออยากให้แม่บุญถิ่นพักอีกสองสามวัน”
บุญถิ่นตกใจ ขยับจะปฏิเสธ แต่กัดฟันนิ่งด้วยทิฐิ เพราะเคยชิงชังชิดชบา
“แม่บุญถิ่น ฉันถามว่าเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ยังงั้น ยังงั้น”
“งั้นก็พักอีกสองสามวันนะ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวค่ำๆ ฉันจะให้จำเรียงมาเฝ้า กลางวันมีอะไรก็กดกริ่งเรียกพยาบาลได้ นายสมควรกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะให้นายสมควรมารับแม่บุญถิ่นกลับนะ”
บุญถิ่นไม่ตอบ ชิดชบาแตะแขนของบุญถิ่นอย่างอ่อนโยน ก่อนเดินออกไป บุญถิ่นก้มลงมองสัมผัสของชิดชบาด้วยความแปลกใจ

ปฐวีลองสูทที่จะใช้สำหรับพิธีแต่งงาน มีช่างเสื้อและโสมสุภางค์คอยดูแล แต่เขากลับเคร่งขรึม ครุ่นคิด
“ฉันว่าเหมาะแล้ว แต่คุณต้องเตรียมไปอีกสองชุด เผื่อมีอะไรขัดข้อง วีคะ คุณสง่างามเหมือนเจ้าชายเลยค่ะ ฉันภูมิใจในตัวเจ้าบ่าวของฉัน โอ มายลอร์ด”
โสมสุภางค์เข้ามาเขย่งปลายเท้า จูบคางของปฐวี ปฐวีฝืนยิ้ม
“ฉันขอเป็นทาสรักคุณไปจนวันตายค่ะ”
ช่างเสื้อมอง แอบเบะหน้าด้วยความสังเวชโสมสุภางค์

ธวัชพงษ์นั่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงานของแพรวาที่คลินิก
“คุณคงรู้สึกเบาสบายนะ ที่พูดความจริง ไอ้ที่คุณคิดว่าเป็นความจริงกับชิดชบาไปแล้ว”
“เปล่า”
“ทำไม ฉันเห็นคุณเอาเป็นเอาตายเรื่องที่ต้องเตือนชิดชบาว่าคุณปฐวีโกงพนันเกมนั้น ตอนนี้คนสองคนก็เกลียดกันจนเข้ากระดูกดำแล้ว คุณยังไม่พอใจอะไรอีก”
“เอ่อ ผม ผมต้องไปงานแต่งงานของคุณปฐวีให้ได้”
“เขาเชิญคุณหรือ คุณเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนในสายตาของเขา แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องเชิญนักข่าวที่ไม่ใช่สายธุรกิจ”
ธวัชพงษ์ขยับตัว ตบโต๊ะ จ้องหน้าแพรวา
“ผมไปกับคุณได้มั้ย”

อรุณณรงค์เดินลงมาจากตึก ชะงักเมื่อเห็นอุราศรี และหม่อมจรัสเรืองนั่งดื่มน้ำชาอยู่ด้วยกัน
“ชายเอี่ยว มานี่ก่อนซีลูก”
“ครับ คุณหญิงมานานแล้วหรือครับ”
อุราศรีมึนตึง
“เพิ่งไปรับเสื้อมาให้หม่อมป้าค่ะ”
“คุณหญิงอุราศรีเป็นธุระให้แม่เกือบจะทุกเรื่อง แล้วยังเลือกเนคไทให้ชายเอี่ยวสำหรับงานแต่งงานของคุณปฐวีด้วยนะ นี่ไง”
“เอ่อ ขอบคุณมากนะครับ ผมมัวแต่งานยุ่งๆ ก็เลย”
“แม่ไม่ห่วงเรื่องนั้นหรอก ยังไงคุณปฐวีเขาเป็นจ้าวบ่าว ใครต่อใครก็ต้องเทคะแนนไปที่เขาอยู่แล้ว ไว้งานของตัวเอง”
หม่อมจรัสเรืองมีความสุข พยายามเอาใจอุราศรี อุราศรีฝืนยิ้ม
“แม่กับคุณหญิงอุราศรี จะไม่ยอมให้ใครเทคะแนนไปให้คนอื่น นอกจากชายเอี่ยว จริงมั้ย”
“ค่ะหม่อมป้า”
“คุณปฐวีกับหนูโสมสุภางค์แต่งงานกันแล้ว คุณเถาว์เครือก็คงจะไม่ต้องห่วงอะไรอีก เห็นว่าพอแต่งเสร็จวันรุ่งขึ้นเขาจะไปจดทะเบียนสมรสกันเลย ไม่ได้ทำวันนั้นก็เพราะพิธีเช้าคงจะยุ่ง”
หม่อมจรัสเรืองจงใจแสดงความสุขให้อรุณณรงค์เห็น เพื่อพยายามรักษาน้ำใจของอุราศรีไว้

“แม่ล่ะภูมิใจแทนคุณนายเถาว์เครือจริงๆ”

เถาว์เครือและชัยยงค์เดินจับมือกันลงมาจากคอนโด ด้วยท่าทีที่อิ่มล้นไปด้วยความสุข
 
ถกลขยับตัวเปิดประตูให้
“เชิญครับ”
เถาว์เครือขึ้นรถ ชัยยงค์เลิกคิ้วขบขันเมื่อปิดประตูรถ แล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถ

จำเรียงหิ้วถุงกระดาษใส่เสื้อผ้า เพื่อไปนอนเฝ้าบุญถิ่นที่โรงพยาบาล บุญถิ่นกวักมืออยู่ที่ประตูใหญ่ จำเรียงตกใจ
“น้า น้ากลับมาทำไม นี่คุณชิดชบาสั่งให้ฉันไปนอนเฝ้าน้านะ ก็ไหนหมอบอกว่า”
“เปิดประตู ใครจะไปนอนอยู่ได้ล่ะ วันละเกือบแปดพัน”
“แต่คุณชิดชบาให้ทนายเฉวียงไปจัดการเรื่องค่าใช่จ่ายแล้วนะ นี่น้าหนีออกมาจากโรงพยาบาลหรือ”
“ไม่ได้หนี แต่ไม่ได้บอกใครว่ะ”
“นั่นแหละ เขาเรียกว่าหนีล่ะ น้าไม่น่าทำอย่างนี้เลยนะ เกิดแผลมีอักเสบขึ้นมาล่ะ ท่าทางยังเจ็บอยู่เลยนี่”
ถกลขับรถเข้ามาจอดหน้าประตูรั้ว จำเรียงรีบดึงบุญถิ่นหลบข้างประตู มองเถาว์เครือ
“ผมส่งคุณแค่นี้นะครับ ต่อไปนี้ ใจผมก็ไม่ว่างอีกแล้ว เพราะผมคงต้องคิดถึงคุณ จนกว่า”
“เอ่อ ฉันต้องขึ้นตึกล่ะค่ะ ฉันหายไปเป็นวัน ป่านนี้ลูกโสมสุภางค์คงจะเป็นห่วง”
“อย่าลืมนะครับ ว่าเรามีสัญญาอะไรกันไว้”
“ค่ะ”
เถาว์เครือเก้อๆ เอียงอาย ดูน่าสังเวช
“เราจะเป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน”
เถาว์เครือเปิดประตู เดินผ่านจำเรียงและบุญถิ่นไป โดยไม่สนใจบุญถิ่น บุญถิ่นมองอย่างน้อยใจ
“เราไปกันได้แล้ว”
“ครับ”
ชัยยงค์ยิ้มเยาะ รถแล่นผ่านจำเรียงและบุญถิ่นไป ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ

ปฐวีเดินมาหน้าห้องนอนของชิดชบา ลังเล ตลับนาคเปิดประตูออกมา
“เอ่อ ชิดชบา”
“เชิญค่ะ”
“ขอบคุณครับคุณป้า”
ปฐวีเข้าห้อง ปิดประตู ตลับนาคถอนหายใจยาว เถาว์เครือเดินผ่านมา ชะงัก ปราดเข้ามาอย่างไม่พอใจ
“นั่นปฐวีนี่ อะไรกัน จะแต่งงานอยู่วันสองวันแล้ว ยังจะใช้บริการของนางบำเรออีกหรือ หลานสาวคุณนี่ มันเหมือนของผิดสำแดงจริงๆ”
“ฉันว่าคุณปฐวีเขาไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงเขาก็ยังหนุ่มยังสาว ไอ้ของผิดสำแดงนี่มันต้องมีกำลังรับให้มันพอดีด้วยนะ คนแก่ กินของผิดสำแดงเข้าไปน่ะ ระวัง จะอ้วก”
ตลับนาคเดินออกไป เถาว์เครือโกรธจนตัวสั่น

ปฐวียืนกอดอกพิงประตู ชั่งใจ ลังเลที่จะพบชิดชบา ครู่หนึ่งจึงเปิดประตูห้องน้ำ ชิดชบานั่งเหยียดปลายเท้าในอ่างอาบน้ำ ถือแก้วไวน์ เส้นผมรุงรัง มีอาการมึนๆ
“คุณเข้ามาทำอะไรในนี้ เมาอีกแล้วหรือ”
“ดีใจจังเมาไวน์ ไม่ได้เมารักเหมือนใครบางคน”
“นี่ ผมไม่ชอบให้คุณมาล้อเล่นกับผมนะ มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาพูดเรื่องไร้สาระกัน”
“แล้วอะไรล่ะ ที่มันมีสาระ เสียดายนะที่ฉันเป็นลูกนักพนัน ที่ไม่รู้จักเรื่องพนันเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นฉันจะ”
ปฐวีกระชากชิดชบาขึ้นมาด้วยความโกรธ
“มันยังอยู่ในใจของคุณอีกหรือ นักข่าวคนนั้นยัดอะไรเข้าไปในสมองของคุณ”
“มันก็อยู่ในใจของคุณ เรื่องพ่อฉัน เรื่องฉัน เรื่องบ้านหลังนี้ คืนบ้านให้ฉัน แล้วพวกคุณจะไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรก ฉันก็ไม่สน”
“ไม่ คุณต้องอยู่ในเงื่อนไขของข้อตกลง อยากได้บ้านคืนคุณก็ต้องทน”
ปฐวีทิ้งร่างของชิดชบาให้ร่วงลงในอ่างอาบน้ำ ก่อนผละไป ชิดชบาสะอื้นไห้เบาๆ
“อย่าทำให้ฉันเป็นนางมารนะ คุณอยากเห็นฉันเป็นนางมารใช่มั้ย ได้ แล้วคุณจะได้เห็น”

ชิดชบาแค้น

เถาว์เครือเปิดประตูเข้ามาด้วยความโกรธจัด เพราะถูกตลับนาคย้อนเกล็ด เธอชะงักเมื่อเห็นโสมสุภางค์ยืนหันหลังให้ด้วยท่าทีมึนตึง เถาว์เครือยิ้มเก้อๆ
 
“เอ่อ โสมสุภางค์”
“คุณแม่ไปไหนมากับนายชัยยงค์ทั้งวัน”
“เอ่อ ก็ ก็ ก็ไป ที่คอนโดชายทะเลของคุณชัยยงค์เขา หรูมาก สวยมาก แล้วเราก็”
โสมสุภางค์หันขวับ โกรธ ร้อนใจ
“คุณแม่ นี่หมายความว่าคุณแม่กับ กับ”
“โสมสุภางค์ ต้องเข้าใจแม่นะลูก ตั้งแต่พ่อของหนูตายไป แม่ก็เลี้ยงหนูมาโดยไม่มีใคร เพราะอะไร เพราะแม่กลัวว่าคนเป็นพ่อเลี้ยงจะรังแกลูกน้อยขี้โรคของแม่”
“คุณแม่ ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่านายชัยยงค์เป็นนักพนัน เลิกนะคะ อย่าพบเขาอีก คนๆ นี้ไม่เคยหวังดีกับใคร”
“เขาจะหวังร้ายกับใครไม่สำคัญหรอก ขอให้เขาหวังดีกับเรา เขามีแผนที่จะ”
“หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ ว่าเขาจะหวังดีกับเราโดยไม่มีเรื่องผลประโยชน์ เลิกนะคะคุณแม่ อยู่ให้ห่างๆ คนๆ นี้ไว้ ไม่อย่างนั้นชีวิตเราจะยุ่ง”
โสมสุภางค์เปิดประตูออกไป เถาว์เครือค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ มึนตึง เยาะหยัน
“แล้วทุกวันนี้ชีวิตใครไม่ยุ่งบ้างล่ะ”

แพรวานั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของธวัชพงษ์เข้ามาที่โรงพยาบาล
“ส่งถึงที่โดยปลอดภัยนะครับคุณหมอ”
“นี่ถ้าฉันไม่เจอเรื่องรถเสีย กับเรื่องที่ต้องประชุมเช้า ฉันคงไม่เสี่ยงตายมากับคุณ”
“แต่ตอนนี้คุณก็รอดแล้วนี่ เรื่องนั้น เรื่องงานแต่งงานของคุณปฐวี ผมไปกับคุณได้นะ”
“ฉันไม่รู้จะพาคุณไปด้วยในฐานะอะไร ฉันต้องขึ้นตึกละ”
ธวัชพงษ์ตะโกนตามหลังแพรวา
“แฟนไงครับ เหมือนตอนที่ผมตามคุณไปปารีส คุณหมอเป็นแฟนผม แล้วผมก็เป็นแฟนของคุณหมอ”
แพรวาชะงัก หันกลับมาคำรามเสียงแผ่วด้วยความโกรธ
“ฝันไปเถอะ ไอ้หนู”
แพรวาสะบัดหน้าเดินขึ้นตึกไป ธวัชพงษ์ยิ้มขำ

อุราศรีเดินลงมาจากตึกกระทรวงต่างประเทศ แล้วขับรถออกไป อรุณณรงค์ยืนมอง ก่อนโทรศัพท์ถึงชิดชบา
ชิดชบาเดินอยู่ในห้องเสื้อขนาดเล็กที่จัดเสื้อผ้าชุดสีขาวโชว์อยู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอเห็นเป็นสายจากอรุณณรงค์ จึงตัดใจกดสายทิ้ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ชิดชบารับสาย
“ค่ะ ฉันเอง”
“ผมโทร.มาถามคุณว่า งานแต่งงานของคุณปฐวีคุณจะไปมั้ย”
ชิดชบามองไปยังชุดราตรีสีดำ ที่แขวนแทรกอยู่ในเสื้อผ้าสีขาวอย่างโดดเด่น เธอค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลง เอื้อมมือไปสัมผัสชุดราตรีสีดำนั้น

บุญถิ่นนอนหันหลังให้สมควร สมควรนั่งขัดสมาธิ เคร่งขรึม
“เอ็งอย่าไปคิดอะไรมากเลยวะบุญถิ่น ข้าเตือนเอ็งแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปทุ่มเทอะไรให้คุณนายเถาว์เครือ คุณนายเถาว์เครือเป็นนายจ้างรึก็เปล่า เรากินเงินเดือนของเจ้านาย ไอ้ที่คุณนายเถาว์เครือเคยให้น่ะ ก็แค่ซื้อประโยชน์”
“แล้วเอ็งจะมาพูดอะไรตอนนี้”
“ก็อยากจะเตือน อย่าไปหวังจะฝากชีวิตไว้กับคนที่เขาไม่รู้ค่าชีวิตของใคร คุณนายเถาว์เครือเห็นเอ็งเป็นคนรับใช้ มีหน้าที่รับใช้ ไม่ได้เห็นเอ็งสำคัญไปกว่านั้นหรอก”
“นี่ หยุดพูดเสียทีเถอะ จะนอน”
“พรุ่งนี้ก็ถึงวันแต่งงานของคุณปฐวีแล้ว ไม่สบายก็ไม่ต้องออกไปช่วยเขาหรอก เขาไปจัดพิธีการกันใหญ่โตที่โรงแรม ค่ำๆ ก็มีฉลองกัน นี่แม่อะไรนะ”
“ระริน กับยุวดี”
“ก็เห็นวุ่นวายหาเสื้อผ้าจะไปงานเลี้ยงด้วยทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ คุณชิดชบาเสียอีกท่าทางเธอเฉยๆ”
“ฮึ จะไปในฐานะอะไรล่ะ ในเมื่อคนทั้งเมืองรู้ว่าเป็นนางบำเรอ”
“นี่เอ็งยังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ทั้งที่คุณชิดชบาเป็นคนช่วยชีวิตเอ็งหรือวะ บุญถิ่น”
บุญถิ่นหลบตา รู้สึกผิดแต่ยังมีทิฐิ
“เอ่อ”
“แหม เอ็งนี่มันเนรคุณจริงๆ เอาเถอะ เคารพรักคุณนายเถาว์เครือต่อไปเถอะ แล้วจะรู้สึก”

สมควรเดินออกไป บุญถิ่นเริ่มสลดลง

ชิดชบาล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำ ตลับนาคเดินผ่านประตูห้องน้ำที่เปิดทิ้งไว้ เดินเข้ามาหา ด้วยความกังวลห่วงใย
 
“พรุ่งนี้ไปวัดกับป้ามั้ย แล้วก็เลยไปดูบ้านสวน”
“คงจะไม่ไปหรอกค่ะ คุณป้านึกยังไงคะ ถึงได้ชวนหนูไปวัดพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้วันพระ วันที่คุณปฐวีเขาแต่งงาน แล้วเราจะทำอะไรล่ะ”
“หนูว่าจะทำงานปั้นต่อ คุณป้าไปวัดคนเดียวเถอะค่ะ เขาไม่ได้เชิญคุณป้าไม่ใช่หรือคะ”
“เปล่า ดีแล้วล่ะที่เขาไม่เชิญ เราจะได้ไม่ต้องลำบากใจ ถ้าเขาเชิญซี เราไม่รู้จะใส่หน้ากากอันไหนไปเผชิญกับสายตาคนทั้งงาน แน่ใจหรือลูกว่าจะไม่ไปวัด ไม่ไปบ้านสวนกับป้า”
ชิดชบาลังเล
“พรุ่งนี้คุณป้ากลับดึกใช่มั้ยคะ”

ตอนค่ำ ปฐวีเดินกอดอกอย่างช้าๆ ครุ่นคิด โสมสุภางค์ตามลงมาจากตึก คล้องแขนปฐวีอย่างมีความสุข
“ยังไม่นอนอีกหรือคะวี พรุ่งนี้คุณต้องตื่นแต่เช้านะ มีพิธีเช้าที่จัดที่โรงแรม คุณแม่สั่งเปิดห้องแกรนด์บอลรูม เชิญเฉพาะแขกผู้ใหญ่ ตอนทำพิธีหมั้น หม่อมจรัสเรืองท่านมาเป็นประธานให้ค่ะ”
“คุณขึ้นไปนอนก่อนเถอะ”
โสมสุภางค์หน้าสลดลง หึงชิดชบา
“คุณ”
“ผมจะกลับไปนอนห้องใหม่ที่คุณป้าตลับนาคจัดไว้ให้ คุณไม่ต้องห่วง วันต่อๆ ไปคุณจะได้เห็นหน้าผมทุกเช้า”
“ค่ะ เราจะได้เห็นหน้ากันทุกเช้าก่อนแปรงฟัน”
โสมสุภางค์หัวเราะอย่างมีความสุขขึ้น
“ได้เห็นกันทุกวันๆ ฉันมีความสุขจังเลยค่ะวี”
“คุณไปนอนเถอะ”
“ค่ะ”
โสมสุภางค์จูบปลายคางปฐวีก่อนเดินขึ้นตึกไป ปฐวีถอนหายใจด้วยความว้าวุ่น ลังเล

ชิดชบาทำงานปั้นด้วยสมาธิที่ว้าวุ่นไม่ต่างจากปฐวี ปฐวีเปิดประตูเข้ามา ชิดชบาชะงัก แสร้งทำงานปั้นต่อไป ปฐวีหยุดยืน นิ่งนาน
“เอ่อ พรุ่งนี้ผมจะแต่งงานแล้ว”
“ค่ะ แล้วไง”
“เราคงจะต้องห่างๆ กันไป มีความเจ็บปวด มีความยโส ทะนงในตนเองของทั้งสองฝ่าย”
“สักพัก เพราะผมมีความจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ของสามีไว้ด้วยความนับถือภรรยาของผม”
“อ้อ”
“แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้ตามใจชอบ”
ชิดชบาถอนหายใจเบื่อ หยิบเกรียงปาดดิน ปฐวีมองเกรียงในมือชิดชบาด้วยแววตาหวั่นๆ
“ฉันรู้ค่ะ ว่าฉันมีหน้าที่ต้องรักษาสัญญาของเรา มันอยู่ที่ฉันจะตัดสินใจว่าจะรักษามันไว้ หรือปล่อยมันไป ดึกแล้ว คุณอย่าเสียเวลากับฉันเลยค่ะ เพราะคุณทำให้ฉันเสียเวลาทำงานด้วย”
“ชิดชบา”
“ไปทำหน้าที่สามี แล้วบอกกับคนทั้งโลกว่ารักของคุณกับคุณโสมสุภางค์ไม่เก่าเลย”
ชิดชบาใช้เกรียงแตะที่ปลายคางของปฐวี
“อย่าคิดนะว่าจะมาสั่งลาฉันที่นี่ ตอนนี้ ฉันเป็นคนค่ะไม่ใช่สัตว์”

ปฐวีมองสบตาชิดชบา ก่อนผลุนผลันออกไปด้วยความโกรธ ชิดชบามองตามไปด้วยความสะเทือนใจ

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

ตอนเช้า จำเรียงช่วยหิ้วปิ่นโต ตะกร้าใส่ดอกไม้ถวายพระ เดินลงมาจากตึกเพื่อส่งตลับนาคไปวัด
 
เถาว์เครือใส่เสื้อผ้าหรูหราสำหรับพิธีเช้า มีช่างเสื้อหอบเสื้อผ้าตามไปอีกหลายชุด เถาว์เครือรีบเดินตัดหน้าตลับนาคไปยังรถที่สมควรจอดรออยู่ โดยมีบุญถิ่นยืนอยู่ใกล้ๆ
“ฉันต้องรีบไปก่อน เดี๋ยวสักพักคู่บ่าวสาวถึงจะตามไป ฉันต้องไปรับรองหม่อมจรัสเรืองท่าน เพราะท่านให้เกียรติมาเป็นผู้ใหญ่ในพิธีหมั้นตอนเช้า แหวนล่ะ”
“อยู่ที่คุณนายฮ่ะ” ช่างเสื้อบอก
“ต๊ายตาย ฉันเกือบลืมของสำคัญ แหวนเพชรตั้งสิบกะรัต เจ้าสาวให้คุณแม่เป็นคนถือ ถ้าลืมล่ะเสียฤกษ์แย่เลย อ้อ คุณตลับนาค”
เถาว์เครือแกล้งทักทาย เย้ยหยัน
“คุณจะไปไหน”
“ฉันจะไปวัด วันนี้วันพระ แล้วจะเลยไปบ้านสวน”
“อุ๊ย ต๊ายตาย วันนี้วันพระหรือคะ น่าจะชวนหลานสาวของคุณไปทำใจที่วัดด้วยนะ”
“ทำใจเรื่องอะไร”
จำเรียงแอบมองค้อนเถาว์เครือ
“ก็ทำใจเรื่องที่ปฐวีเขาต้องแต่งงาน แล้วลูกสาวของฉันก็จะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาหลังจดทะเบียนสมรส ไปนายสมควร ไปส่งฉัน”
“เอ๊ะ โรงแรมไม่ได้ส่งรถมารับคุณนายหรือครับ ผมว่าจะไปส่ง เอ่อ”
“ไม่ต้องหรอกนายสมควร ขอบใจที่จะไปส่งฉัน ฉันไปแท็กซี่ได้ ไป จำเรียง ไปเรียกแท็กซี่ให้ฉันหน่อย”
“ค่ะ คุณป้า”
จำเรียงเดินตามตลับนาคออกไป เถาว์เครือมองค้อน หันมาดุสมควรข้ามหน้าบุญถิ่น
“เอ้า มัวชะเง้ออะไรยะ ไปส่งฉัน ส่วนคู่บ่าวสาวน่ะ เดี๋ยวไปรถของโรงแรม ช่าง เอาเสื้อใส่ฉลองงานกลางคืนของฉันไปขึ้นรถ”
“ครับ คุณนาย”
เถาว์เครือขึ้นรถ ช่างเสื้อหอบถุงเสื้อตามไป สมควรขับรถผ่านหน้าบุญถิ่นไป บุญถิ่นเจ็บปวดที่เถาว์เครือไม่เห็นเธออยู่ในสายตา

ชิดชบานั่งหมุนแก้วไวน์ที่พร่องไปแล้วครึ่งขวด จำเรียงเคาะประตูก่อนเปิดเข้ามาพร้อมด้วยอาหารเช้า
“คุณป้าไปวัด สั่งให้หนูทำของเช้าขึ้นมาให้คุณค่ะ”
“เขาไปกันหมดแล้วหรือ”
จำเรียงชะงัก เมินหน้าไปถอนใจ
“ค่ะ คุณนายเถาว์เครือไปแต่เช้า คุณปฐวี เอ่อ คู่บ่าวสาวเพิ่งจะไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ ทางโรงแรมส่งรถมารับค่ะ”
ชิดชบาพยักหน้าเนือยๆ
“คุณ เอ่อ ทานอะไรรองท้องเสียก่อนซีคะ เอ่อ คุณ แต่เช้าเลยหรือคะ”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกจำเรียง มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”
“เอ่อ ค่ะ”

จำเรียงวางถาดอาหารลง เดินไปที่ประตู ก่อนหันกลับมามองด้วยความห่วงใย ชิดชบานั่งจ้องสีในแก้วไวน์ที่เริ่มพร่ามัวด้วยความรู้สึกอันเจ็บปวด

ภายในงานหมั้น ปฐวีประคองโสมสุภางค์คลานเข้ามานั่งพับเพียบตรงหน้าหม่อมจรัสเรืองแล้วก้มลงกราบ
 
หม่อมจรัสเรืองหยิบแหวนเพชรในพาน ส่งให้ปฐวี ปฐวีสวมแหวนให้โสมสุภางค์ ท่ามกลางความยินดีของผู้ใหญ่ เถาว์เครือปลื้ม ยิ้มน้ำตาคลอ
แพรวากำลังจะไปงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของโสมสุภางค์ในฐานะเพื่อนเจ้าสาว เดินมาที่รถ ธวัชพงษ์ใส่สูท ยืนวางท่ารออยู่พร้อมกับรอยยิ้ม
“หล่อเหลา สำเร็จรูปพอที่จะไปงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของคู่บ่าวสาวในฐานะแฟนของคุณหมอแพรวามั้ยครับ”
แพรวาอุทานด้วยความรู้สึกลำบากใจ
“คุณ”

ภายในงานเลี้ยงสมรสตอนกลางคืน ชัยญา ชัยยงค์และถกลเดินเข้ามา เถาว์เครือรีบผละจากโต๊ะของหม่อมจรัสเรืองและแขกผู้ใหญ่ เข้ามาต้อนรับชัยยงค์ด้วยความตื่นเต้น
“คุณชัยยงค์ ทำไมเพิ่งมาล่ะค่ะ งานเมื่อเช้า”
“อาวุโสผมคงจะไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่แขกผู้ใหญ่ ผมมางานฉลองเพื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวน่าจะเหมาะกว่า”
ธวัชพงษ์กำลังจิ้มอาหารกินอยู่ทางหนึ่ง ชะงักเมื่อเห็นชัยญา ชัยยงค์ และถกล
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณปฐวี คุณโสมสุภางค์ ขอให้มีความสุขในชีวิตแต่งงานครับ”
“ขอบคุณ”
โสมสุภางค์มึนตึง เพราะรู้ว่าชัยยงค์มีความสัมพันธ์กับเถาว์เครือ
“ขอบคุณค่ะ”
“งานสวยงามมากครับ”
ชัยยงค์กวาดสายตา ระรินทำท่าเมินชัยญา
“แต่ผมว่ามันขาดอะไรไปอย่างหนึ่งนะ”
ปฐวีขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“คุณหมายถึงอะไร”

คืนนั้น ชิดชบาฟุบหน้าอยู่กับแก้วไวน์ กับขวดไวน์หลายขวดที่กลิ้งอยู่ตามพื้น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างคั่งแค้น
“แกทำให้พ่อฉันฆ่าตัวตาย ฉันจะทำให้แกฆ่าตัวตายเหมือนพ่อ”
บุญถิ่นยืนทำอาหารค่ำอย่างเนือยๆ ยังน้อยใจเถาว์เครือที่ยามเจ็บป่วยเถาว์เครือไม่ดูดำดูดี จำเรียงถอนหายใจ
“ข้าวต้มเสร็จหรือยังล่ะน้า”
“บอกคนกินว่าจะกินก็รอก่อน”
“จ้า นี่ถ้าคุณป้าอยู่ล่ะก็ฉันไม่กราบกรานให้น้าทำข้าวต้มให้คุณชิดชบาหรอก คุณชิดชบาขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน ป่านนี้คงลงไปอาบในขวดไวน์แล้วล่ะ ฉันขึ้นไปดูคุณชิดชบาก่อนนะ”
จำเรียงเดินออกไป บุญถิ่นถอนหายใจหนักๆ
แก้วไวน์ และขวดไวน์หลายขวดวางกลิ้งอยู่กับพื้น ขณะที่อาหารที่จำเรียงนำเข้ามาให้ยังคงวางอยู่ที่เดิมโดยที่ชิดชบาไม่ได้แตะต้อง จำเรียงเปิดประตูเข้ามา กวาดตามองหาชิดชบา
“คุณชิดชบาคะ เอ๊ะ อาหารเช้าไม่มีรอยแตะเลย แต่ขวดไวน์นี่ เกลื่อนไปหมด แล้วคุณชิดชบาไปไหน”

จำเรียงหวั่นวิตก

ภายในงานเลี้ยงฉลองสมรส ชิดชบาสวมชุดดำ ถือพวงหรีดดอกไม้แห้งสีขาวดำเดินเมาเซเข้ามาในงาน ขณะคู่บ่าวสาวกำลังตัดเค้ก ทุกคนต่างตกใจ ธวัชพงษ์อุทานเบาๆ
 
“คุณชิดชบา”
“ค่ะ ฉันเอง ขอโทษด้วยนะคะที่มาช้าไปหน่อย ฉันแวะที่ร้านดอกไม้ หาพวงหรีดมาเป็นของขวัญคู่บ่าวสาว”
ปฐวีตกใจ
“ชิดชบา”
“นี่ค่ะ”
ชิดชบาเหวี่ยงพวงหรีดมาตกตรงปลายเท้าของปฐวีและโสมสุภางค์ โสมสุภางค์กรีดร้องเสียงดัง
“แก ใคร ใครให้แกมางานแต่งงานของฉัน แกมาทำไม”
“ฉันมาทำหน้าที่นางบำเรอค่ะ ฉันเป็นนางบำเรอของคุณปฐวี ถึงจะไม่ได้รับเชิญ ฉันก็ต้องมาค่ะ มาเพื่อบอกกับทุกคนว่าฉันเป็นนางบำเรอของเจ้าบ่าวผู้มีภาพลักษณ์ของนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ แต่มีเบื้องหลังเป็น นักพนัน”
ชัยญาหันมาสบตากับชัยยงค์ ทุกคนต่างตื่นตระหนกกับการกระทำระห่ำของชิดชบา เถาว์เครือปราดเข้ามาด้วยความโกรธ
“ออกไปนะ เอาพวงหรีดของแกออกไปด้วย ไม่ว่าแกจะเป็นอะไร แกก็เป็นได้แค่นางบำเรอ ผู้หญิงอย่างแกจะมีความหมายอะไร ลูกของฉันต่างหากล่ะ ที่ได้แต่งงาน เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี”
ปฐวีปราดเข้ามากระชากชิดชบา
“ชิดชบา ออกไป”
“ผมจะพาคุณชิดชบาไปส่งที่บ้านเอง”
“ชายเอี่ยว”
“ปล่อยเขาเถอะค่ะ หม่อมป้า”
“ไป ไปกับผม”
อรุณณรงค์พยายามลากตัวชิดชบาออกไป
“ไม่ ฉันยังไม่กลับ ฉันจะอยู่เป็นสักขีพยานของคู่บ่าวสาว ฉันเป็นนางบำเรอของเขานะ ฉันไม่กลับ”
“คุณต้องกลับ”
อรุณณรงค์ดึงตัวชิดชบาออกไป โสมสุภางค์เริ่มสั่นไปทั้งร่าง
“โสม โสมสุภางค์”
“หนูจะฆ่ามัน”
“โสม”
โสมสุภางค์วิ่งตามชิดชบาออกไป เถาว์เครือตามออกไปด้วย ปฐวีค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง ก้มหน้านิ่ง ขณะที่คนอื่นๆ ยังตื่นตระหนก ต่างแยกย้ายกันกลับ ธวัชพงษ์ตามแพรวาเข้ามา แพรวาโกรธปฐวีมาก
“ถ้าโสมสุภางค์เป็นอะไร ฉันจะโทษว่าเป็นความผิด ของคุณ”

จำเรียงเลื่อนผ้าห่มคลุมร่างของชิดชบาที่เมาหลับ ก่อนหันมาสบตาอรุณณรงค์
“ขอบคุณมากนะคะคุณชาย ที่คุณชายกรุณาพาคุณชิดชบากลับมาส่ง ดีที่คุณป้าไม่อยู่ คุณป้าจะได้ไม่ต้องเห็นภาพแบบนี้”
“พรุ่งนี้ผมจะแวะมานะ จำเรียง”
“ค่ะ หนูจะลงไปส่งคุณชายที่รถค่ะ”
จำเรียงเดินตามอรุณณรงค์ออกไป ครู่หนึ่งชิดชบาจึงค่อยๆ พลิกตัว แล้ววิ่งออกไปอาเจียนในห้องน้ำ
บุญถิ่นเดินขึ้นตึก สวนทางกับอรุณณรงค์และจำเรียง บุญถิ่นหลบเข้ามุม โสมสุภางค์ขับรถเข้ามาจอดด้วยความเร็ว วิ่งร้องไห้ขึ้นตึกไปอย่างแค้นใจ เถาว์เครือลงจากแท็กซี่ รีบวิ่งตามขึ้นไป
“โสม เดี๋ยวก่อนลูก รอแม่ด้วย”
บุญถิ่นรีบขึ้นตึกไป โสมสุภางค์วิ่งเข้ามาในห้องโถง เถาว์เครือตามเข้ามาคว้าแขนลูกสาวไว้
“โสมสุภางค์ ใจเย็นๆ ลูก ฟังแม่ นี่เป็นแผนของนังชิดชบา มันจะฆ่าลูก มันจะทำให้ลูกโกรธ มันรู้ว่าลูกเป็นโรคหัวใจ มันจะทำให้ลูกช็อค มันวางแผนจะฆ่าลูกนะ”
“หนูจะฆ่ามัน มันทำลายชีวิตของหนู มันจงใจจะทำลายงานแต่งงานของหนูกับวี มัน”
“เราก็ฉวยโอกาสนี้แหละ ใช้สังคมฆ่ามัน พรุ่งนี้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับจะต้องลงข่าวว่ามันใส่ชุดดำ เอาพวงหรีดไปในงานเลี้ยง มันจะกลายเป็นนางมารร้าย”

โสมสุภางค์สะบัด วิ่งขึ้นบันไดไป เถาว์เครือรีบวิ่งตามขึ้นไป บุญถิ่นยื่นหน้าออกมาจากหลังม่าน มองตามขึ้นไป

โสมสุภางค์วิ่งขึ้นมายืนอยู่เหนือขั้นบันได เถาว์เครือวิ่งตามขึ้นมา ฉวยแขนของโสมสุภางค์ไว้ เสียงเข้ม ดุ เหี้ยม โกรธแค้น และเจ็บปวดกับโสมสุภางค์
 
“แม่บอกให้ฟังแม่ยังไงล่ะ เพราะหนูไม่เคยฟังแม่ ชีวิตถึงได้พังอย่างนี้ ถ้าหนูเชื่อแม่ เรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้น รักหรือ รักนายปฐวีแล้วเป็นยังไง เขาทำให้หนูตาบอดได้ แต่เขาทำให้หนูหูหนวกไม่ได้ หนูมันโง่ๆๆๆ ได้ยินมั้ย อีลูกโง”
โสมสุภางค์หันขวับ สติแตก
“โง่หรือ คุณแม่น่ะซีโง่ รู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณแม่เองก็กำลังจะถูกหลอก”
“คุณชัยยงค์เขาไม่ได้หลอกฉัน”
ชิดชบาเปิดประตูออกมา ปิดปากเพราะอาการคลื่นไส้ ยืนอยู่ระหว่างโสมสุภางค์ และเถาว์เครือ ที่ต่างถกเถียงกัน
“เขารักฉัน เขาจะเป็นหุ้นส่วนชีวิตของฉัน ฉันไม่ได้โง่ ฉันรักเขา เรารักกัน”
“แล้วหนูโง่หรือคะที่รักวี ถ้าความรักมันทำให้หนูโง่ได้ มันก็ทำให้แม่โง่ได้เหมือนกัน”
“แก”
เถาว์เครือลืมตัว กระชากโสมสุภางค์
“ปล่อยหนู”
“ไปพูดกันให้รู้เรื่อง”
“ไม่”
สองแม่ลูกต่างยื้อยุดกันอยู่เหนือขั้นบันได ตรงหน้าชิดชบา ทันใดนั้น โสมสุภางค์พลาดตกบันไดกลิ้งไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ชิดชบากรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
“คุณโสมสุภางค์”
เถาว์เครือตะลึงงัน กรีดร้อง
“ลูกแม่ ช่วยด้วย มันฆ่าลูกฉัน มันผลักลูกฉันตกบันได ช่วยด้วย มันฆ่าลูกฉัน นังชิดชบาฆ่าลูกของฉัน”
บุญถิ่นถอยออกจากที่หลบ รีบวิ่งหนีไป
จำเรียงและสมควรวิ่งออกมาเมื่อได้ยินเสียงร้องของเถาว์เครือ ต่างชนเข้ากับบุญถิ่นซึ่งวิ่งสวนทางเข้ามาอย่างตื่นตระหนก จำเรียงรีบจับตัวบุญถิ่นไว้
“น้า ข้างบนมีเรื่องอะไร ฉันได้ยินเสียงคุณนายเถาว์เครือร้อง”
“มีเรื่องอะไรวะ”
บุญถิ่นนิ่ง ยังตื่นตะลึง ทั้งสองรีบปล่อยมือจากบุญถิ่นวิ่งออกไป บุญถิ่นซวนเซ เพราะเห็นภาพโสมสุภางค์ตกบันได

เถาว์เครือกอดร่างของโสมสุภางค์ ซึ่งสิ้นสติอยู่กับพื้น ร่ำไห้ แผดเสียงกล่าวโทษชิดชบา ชิดชบาก้าวลงมาจากบันไดอย่างช้าๆ ตื่นตะลึง งงกับคำกล่าวหา จำเรียงและสมควรวิ่งเข้ามา
“แก แกผลักลูกฉันตกบันได แกฆ่าลูกฉัน นังชิดชบา แกพยายามฆ่าลูกของฉัน”
“คุณ คุณโสมสุภางค์”
“เรียกรถพยาบาลเถอะลุง”
สมควรวิ่งไปโทรศัพท์ จำเรียงเข้าประคองโสมสุภางค์ เถาว์เครือยังร่ำไห้โวยวาย
“แกฆ่าลูกฉัน แกต้องเป็นพยานนะ เจ้านายแกพยายามฆ่าลูกฉัน นังชิดชบา แก แกผลักโสมสุภางค์ตกบันได”
จำเรียงเงยหน้ามองชิดชบาด้วยความแปลกใจ
“ฉันหรือ”
รถพยาบาลเข้ามาในบ้าน พยาบาลยกร่างสิ้นสติของโสมสุภางค์ขึ้นรถ เถาว์เครือร่ำไห้ ตามขึ้นไป รถพยาบาลวิ่งสวนทางกับรถของปฐวี ปฐวีรีบลงจากรถ เข้ามาจ้องหน้าชิดชบา ที่ยังคงงงงัน แผดเสียงใส่หน้าชิดชบาต่อหน้าจำเรียงและสมควรด้วยความโกรธ

“คุณ คุณฆ่าโสมสุภางค์”

จบตอนที่ 8
 
กำลังโหลดความคิดเห็น...