xs
xsm
sm
md
lg

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 6

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 6

เฉวียงยืนรออยู่ที่รถยนต์ที่จอดอยู่นอกรั้วบ้านสวน คนงานหิ้วตะกร้าใส่เสื้อผ้าข้าวของใช้ของตลับนาค เดินตามตลับนาคออกมา
 
เฉวียงมองตะกร้าเสื้อผ้าด้วยความแปลกใจ
“อย่าลืมที่ฉันสั่งล่ะ ปิดประตูหน้าต่างฝนจะได้ไม่สาด สองสามวันก็เปิดเข้าไปกวาดฝุ่นแล้วถู ผลไม้ในสวนเก็บได้ก็ตามคนมาเก็บนะ มีอะไรก็โทร.ถึงฉัน”
“ครับ คุณป้า”
“เอ่อ คุณตลับนาคครับ”
“ไม่ต้องแปลกใจหรอก ทีแรกฉันก็ว่าจะไปเยี่ยมหลาน แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”
“เปลี่ยนใจ”
“ใช่ ฉันจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น”
ตลับนาคยิ้มๆ อย่างเอาเรื่อง

บุญถิ่นวิ่งถลามาตัดหน้าสมควรและจำเรียง เปิดประตูรั้วรับรถของเถาว์เครือและโสมสุภางค์ด้วยความตื่นเต้นยินดีจนออกอาการประจบ
“วุ้ย มาแล้ว นายของบ่าว ต่อไปนี้ นังบุญถิ่นจะได้มีเงาหัวเสียที เชิญค่ะ เชิญค่ะคุณนายขา ขอต้อนรับคุณนายกับคุณโสมสุภางค์ ในฐานะ นายหญิงคนใหม่ค่ะ”
สมควรกระแอมเตือน แต่บุญถิ่นไม่ฟัง
“เชิญค่ะ คุณนายขา เข้าไปจอดหน้าตึกเลยค่ะ เดี๋ยวแกกับแก ขนข้าวของของคุณนายกับคุณโสมสุภางค์ ขึ้นไปไว้ข้างบนเลยนะ ห้องคุณนายอยู่ทางปีกซ้าย ส่วนห้องของคุณโสมสุภางค์ให้ใช้ห้องเก่าของเจ้าของบ้านเดิม”
จำเรียงและสมควรสบตากันอย่างกังวล
“ลุง ก็ห้องนั้นเป็นห้องของคุณชิดชงค์ที่ยิงตัวตายนี่”
เฉวียงขับรถเข้ามา ตลับนาคเดินลงมา สมควรตกใจ
“คุณตลับนาค”
“ลุง คุณตลับนาค คุณป้าคุณชิดชบาเอาอะไรมาด้วยน่ะ”
“ตะกร้า เสื้อผ้า”
“หมายความว่า”
จำเรียงตกใจ เถาว์เครือและโสมสุภางค์ลงมาเผชิญหน้าตลับนาคพร้อมๆ กัน
“นี่ หมายความว่ายังไง มีตะกร้าเสื้อผ้ามาด้วย แทนที่จะเป็นผลไม้”
“ก็หมายความว่า ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่กับหลานสาวของฉันในบ้านหลังนี้ไง”
โสมสุภางค์แปลกใจ
“ย้าย ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หรือ”
ชิดชบาวิ่งลงมาจากตึกด้วยความดีใจ
“คุณป้า”

ชิดชบาหันมามองเถาว์เครือและโสมสุภางค์ พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า ของใช้ ด้วยความแปลกใจ

อรุณณรงค์เดินลงมาจากบนตึกด้วยท่าทีรื่นเริง ชะงักไปเมื่อเห็นอุราศรีนั่งอยู่กับหม่อมจรัสเรือง
 
“ตื่นแล้วหรือชายเอี่ยว จะไปไหนแต่เช้า แม่นัดคุณหญิงอุราศรีมารับประทานของเช้าด้วยกันที่นี่ เพราะวันนี้เป็นวันหยุด”
“ฉันชงกาแฟให้นะคะ”
“หม่อมแม่”
อุราศรีลุกไปชงกาแฟ อรุณณรงค์มองหม่อมจรัสเรืองด้วยความแปลกใจ
“นี่ หม่อมแม่กำลังจะทำอะไรครับ”
“แม่ก็ทำอย่างที่แม่ทุกคนต้องทำ เช้าวันหยุดชายเอี่ยวจะได้ไม่มีที่ไป แม่รู้นะ ว่าลูกกำลังจะไปไหน”
“แม่ครับ”
“คุณหญิงอุราศรีคือคนที่เหมาะสมกับลูก ถ้าชายเอี่ยวไม่หยุดเรื่องชิดชบา แม่ก็จะไม่หยุด”
อุราศรีเงยหน้าขึ้นสบตาอรุณณรงค์ อรุณณรงค์อึ้งไป

โสมสุภางค์เผชิญหน้ากับชิดชบาภายในคฤหาสน์
“ทำไม ทำไมฉันกับคุณแม่จะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ไม่ได้”
“แล้วทำไมคุณป้าของฉันจะอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้”
เฉวียงลำบากใจ
“เอ่อ คือว่า”
“ให้คุณป้าอยู่ที่นี่เถอะค่ะคุณลุงเฉวียง คุณป้าเก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้ามาแล้ว อย่าให้ท่านเสียความรู้สึก”
“จะมาอยู่ในฐานะอะไร”
เถาว์เครือย้อนถาม
“ป้า ที่ห่วงใยหลานสาว กลัวว่าเสือสิงกระทิงแรดจะขย้ำ”
“ไม่มีใครมีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้” โสมสุภางค์ย้ำ
“แล้วใครล่ะ ที่มีสิทธิ์ บ้านหลังนี้ยังติดสัญญาทาส ยังไม่รู้จะตกเป็นของใคร ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตอนนี้ เร็วไปมั้ย”
“คุณตลับนาค”
“คุณป้าคะ หนูดีใจจังเลยค่ะที่คุณป้ามาอยู่ด้วย”
“ต้องมาซีหลาน เราเป็นป้าเป็นหลาน เป็นสายเลือดเดียวกัน มีอะไรจะได้ช่วยกัน”
“แก นังชิดชบา ฉันกำลังจะแต่งงานกับปฐวีนะ แล้วบ้านหลังนี้ก็จะเป็นเรือนหอของเรา”
“ถ้าคุณอ้างสิทธิ์ของการเป็นเจ้าสาว ฉันก็อ้างสิทธิ์ของการเป็นนางบำเรอได้ หนูจะให้จำเรียงจัดห้องให้คุณป้า ห้องเก่าที่คุณป้าเคยอยู่”
“เดี๋ยวหนูปัดกวาดเช็ดถู แป๊บเดียวค่ะ”
“อิฉันจัดห้องไว้ให้คุณโสมสุภางค์กับคุณนายแล้วค่ะ”
“ทุกอย่างก็ลงตัวดีนี่ เจ้าสาวกับนางบำเรออยู่ในบ้านเดียวกัน พร้อมวงศาคณาญาติของทุกฝ่าย ฟังดูอบอุ่นดีนะ”
ตลับนาคประชด ปฐวีเดินลงมาจากตึก ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ยินดีต้อนรับครับ ผมเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร ผมชอบคนเยอะๆ เชิญครับ ทุกคนจะอยู่ในบ้านหลังนี้ เราจะอยู่กันแบบ ครอบครัวสุขสันต์”

ชัยยงค์ยิ้มอย่างเลือดเย็นกับชัยญาและระริน
“เห็นมั้ย เรื่องบางเรื่องน่ะใช้สมองได้ผลกว่าใช้กำลัง คุณนายเถาว์เครือตกเป็นเหยื่อความโลภ ยังไงก็ต้องดิ้นรนยึดกรรมสิทธิ์โดยอ้างลูกสาว ต่อไปนี้ ชีวิตของนายปฐวีจะไม่เป็นสุข”
“พ่อทำได้ยังไงน่ะ เอาความวุ่นวายไปรวมกันไว้ที่นั่น”
“เพราะฉันใช้ความโลภของมนุษย์ให้เป็นประโยชน์ ฉันต้องขัดขวางไม่ให้ปฐวีสร้างบ่อนพนันกลางเมือง แกต้องไปสืบว่าใครหนุนหลังปฐวีอยู่ เราจะได้หาทางเลื่อยขาเก้าอี้ของคนๆ นั้น"
“ครับ”
“ระริน”
“เอ่อ ฉันหรือคะ”
“เธอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น”
“ฉันหรือ”

ระรินแปลกใจ

บุญถิ่นเปิดประตูห้องใหญ่ ซึ่งเป็นห้องที่ชิดชงค์ยิงตัวตาย นำกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของของโสมสุภางค์เข้ามาวางหน้าเตียง สองแม่ลูกเดินตามเข้ามา
 
“ห้องนี้เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของบ้านค่ะ ปิดตายเอาไว้ตั้งแต่”
“ก็ดูสบายนะ”
“สบายค่ะ ปกติที่นี่ไม่ได้เปิดใช้ทุกห้องหรอกค่ะ เพราะมันใหญ่โตโอฬารเสียจนทำความสะอาดไม่ไหว คุณชิด เอ๊ย คุณปฐวีก็เลยให้เปิดใช้เท่าที่ต้องใช้ค่ะคุณนาย”
“ยังไงลูก พอใจมั้ย”
“แล้วห้องปฐวีอยู่ที่ไหน”
“เอ่อ ก็”
“ไปย้ายข้าวของของปฐวีมาไว้ในห้องนี้ พอแต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลาจัดอีก ยังไงลูกโสมสุภางค์ก็ต้องแต่งงานกับปฐวีอยู่แล้ว อย่างนั้นใช่มั้ยลูก”
“เอา เอาอย่างนั้นเลยหรือคะ คุณนาย”
“ทำตามที่คุณแม่ฉันสั่ง”
โสมสุภางค์เยาะหยัน

ชิดชบาเปิดประตู โยนของใช้ เสื้อผ้า รองเท้าของปฐวีออกมากองอยู่แทบเท้าของบุญถิ่น แล้วปิดประตูปัง ก่อนเปิดออก โยนที่โกนหนวด ของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำของปฐวีออกมาอย่างไม่ใยดี แล้วปิดประตูลง
“โห”
บุญถิ่นอุทานตกใจ

ปฐวีนั่งอยู่ในรถด้วยรอยยิ้มที่บอกถึงความสุข สมควรทำหน้าที่คนขับรถ มองกระจกหลังด้วยความกังวล เฉวียงยืนขวางอยู่กลางถนน สมควรรีบเบรกจนรถเข้าจอดชิดตัวเฉวียง
“คุณทนาย โธ่ อยากตายรึยังไง”
ปฐวีเลื่อนกระจกรถลง เฉวียงเดินเข้ามาชี้หน้าปฐวีด้วยความโกรธ
“ผมกำลังจะไปเชียงใหม่เรื่องพบผู้ใหญ่ เริ่มเรื่องของคุณก่อนที่ผมจะตกเครื่องบิน”
“คุณให้คุณโสมสุภางค์กับคุณนายเถาว์เครือเข้าไปอยู่ในบ้านเดียวกับคุณหนู นี่คุณกำลังทำอะไร ไอ้ที่คุณทำมันยังไม่พออีกหรือ คุณมันคนใจร้าย คนเลือดเย็น”
ปฐวีสงบ เลือดเย็น
“มันเป็นแค่สงครามน่ะคุณเฉวียง สงครามทุกที่มันก็โหดร้ายทารุณอย่างนี้แหละ ไม่ได้มีคุณชิดชงค์คนเดียวที่ตายเพราะสงครามพนัน”
“คุณ คุณหมายความว่ายังไง”
“ใจเย็นไว้ มันก็แค่สงครามน่ะ ทุกวันนี้มนุษย์เกิดมาก็เพื่อจะช่วงชิง เพื่อจะเป็นผู้ชนะ ผมหรือชิดชบา หรือคุณเฉวียง เราต่างก็อยู่ในสงครามชีวิต ไปได้แล้ว นายสมควร”
“ครับผม”
สมควรขับรถผ่านเฉวียงไป เฉวียงมองอย่างครุ่นคิด ชัยญานั่งอยู่ในรถ โดยมีถกลเป็นคนขับ ชัยยงค์เปิดประตูรถ เดินเข้ามาหาเฉวียง ถกลและชัยญาคอยยืนคุ้มกัน
“ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะหาทางย้อนเกล็ดเขานะ เขาไม่มีสิทธิ์จะชนะไปหมด ปฐวีเคยเป็นแค่คนเสี่ยงโชคก่อนที่จะเป็นนักพนัน โชคแค่อยู่ข้างเขาแทนที่จะอยู่ข้างคุณชิดชงค์”
“คุณ”
“ในฐานะที่คุณเป็นทนายของคุณชิดชงค์ เสียประโยชน์กับการฆ่าตัวตายของเขา มาร่วมมือกับผมดีกว่า”
“คุณจะให้ผมทำอะไร”
“ร่วมมือกันโค่นคนๆ นี้ ก่อนที่เขาจะเติบโตจนใหญ่คับฟ้า ถึงตอนนั้นเราจะหยุดเขาไม่อยู่”
เฉวียงมองชัยยงค์อย่างไม่ไว้ใจ
“แล้วผมจะได้อะไร”
“คุณจะได้เสรีภาพของชิดชบาคืนไปไง”

เฉวียงลังเล

ธวัชพงษ์พยายามโทรศัพท์ถึงชิดชบาหลายครั้ง แต่ชิดชบาไม่ยอมรับสาย แพรวาเดินเข้ามายืนกอดอกมองธวัชพงษ์
 
โทรศัพท์มือถือส่งเสียงดัง รูปธวัชพงษ์ปรากฏขึ้นบนจอ ชิดชบาเปิดประตูห้องน้ำออกมา รับสาย
“ธวัชพงษ์”
“คุณไม่รับสายผม ผมกำลังห่วง”
“ฉันไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ชีวิตฉันอบอุ่น มีวงศาคณาญาติเยอะ เรื่องวันนั้นฉันยังไม่ได้ขอโทษคุณเลยนะ”
“ช่างเถอะครับ แค่รู้ว่าคุณไม่เป็นไร ผมก็พอใจแล้ว คุณต้องระวังตัวนะ คนพวกนั้นมันคงไม่หยุดง่ายๆ”
“ฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรจากฉัน”
“มันต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณพ่อคุณแน่”
“คุณพ่อหรือ”
“ครับ ผมถึงได้เตือนให้คุณระวังตัวไว้ ผมกำลังสืบเรื่องนายชัยยงค์กับคุณปฐวีอยู่”
“ปฐวี”
“เพราะผมสงสัยว่าเขาจะสร้างบ่อนพนันใหญ่ ผลประโยชน์ก็เลยต้องช่วงชิงกัน”
ตลับนาคเข้ามาพร้อมด้วยเครื่องดื่มร้อน สงสัยท่าทีของชิดชบา
“ยังไงฉันก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับคุณพ่อฉันทางไหน แค่นี้ก่อนนะธวัชพงษ์”
ชิดชบาปิดโทรศัพท์
“ใครโทรมา มีเรื่องอะไรหรือ”
“ธวัชพงษ์ค่ะคุณป้า เขาเป็นนักข่าว เขากำลังสืบเรื่องปฐวีกับบ่อนพนัน”
“ปฐวีกับบ่อนพนันหรือ”
“ค่ะ หนูจะร่วมมือกับธวัชพงษ์ เพราะหนูอยากรู้ว่า ทำไมคุณพ่อต้องฆ่าตัวตาย บางทีมันอาจจะไม่ใช่แค่คุณพ่อรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ ใครจะรู้ล่ะคะ คุณป้า”
ชิดชบาเจ็บปวด

เถาว์เครือเดินดูข้าวของมีค่าที่แต่งประดับไว้ในห้องโถงด้วยความสนใจ บุญถิ่นตามประจบ
“ข้าวของทุกชิ้น เป็นของเก่าตั้งแต่สมัยเจ้าของบ้านเดิมยังครอบครองอยู่ ยังไม่ได้ขนย้ายอะไรออกไปค่ะคุณนาย จะขนย้ายไม่ทัน หรือไม่มีกำลังจะขนย้ายก็ไม่ทราบค่ะ”
“ฉันจะจัดห้องนี้ใหม่ ก็ไม่รู้จัดยังไง มันก็ดูลงตัวอยู่นะ”
“คุณนายอยากจะย้ายอะไรไปไว้ที่ไหน สั่งได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจใคร อีกหน่อย”
ตลับนาคเดินลงบันไดมา ยืนฟัง บุญถิ่นทำเสียงประชด
“อีกหน่อยพอคุณโสมสุภางค์แต่งงานกับคุณปฐวีแล้ว บ้านหลังนี้ก็กลายเป็นเรือนหอ เรือนหอน่ะเขามีไว้สำหรับผู้เป็นเจ้าสาวค่ะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”
“ใช่ ฉันก็กำลังดูอยู่ว่าจะเอาอะไรไปโยนทิ้ง ของบางอย่างมันก็เก่าจนผ่านยุค จะเก็บไว้ให้นึกถึงความหลังทำไม ในเมื่อความหลังของคนบ้านนี้ไม่มีอะไรน่านึกถึง”
“ฉันว่าเก็บเอาไว้ก่อนเถอะ คนไม่มีความหลังให้นึกถึงน่ะ เหมือนคนไม่มีตัวตน แล้วเรื่องกรรมสิทธิ์ของบ้านหลังนี้มันก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นของใคร เกมมันยังไม่จบค่ะคุณเถาว์เครือ อย่าเพิ่งด่วนดีใจ”
“คุณตลับนาค”
“ลูกสาวของคุณยังไม่ได้แต่งงานกับคุณปฐวี ก็เป็นผู้อาศัยหลานสาวของฉัน ฉันในฐานะญาติผู้ใหญ่ของชิดชบาขอเตือนให้คุณเร่งจัดงานแต่งงานเร็วๆ เพราะว่า”
โสมสุภางค์ลงบันไดมาอย่างร้อนรน
“ปฐวีล่ะคะคุณแม่ หนูเผลอหลับไปแค่งีบเดียว ตื่นขึ้นก็ไม่พบเขาแล้ว”
“ปฐวีไม่อยู่”
“ไม่อยู่ เขาไปไหนคะ หนูเพลีย เอ่อ ก็เลยหลับไปน่ะค่ะ เขาบอกคุณแม่หรือเปล่าคะว่าเขาไปไหน”
“เอ่อ”
“ทำไมเขาไม่บอกหนู นี่เป็นวันแรกที่เราย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ ปฐวีควรจะอยู่”
ตลับนาคหันไปแบะปาก ยิ้มเยาะ
“แล้วเขาไปไหนคะ”
“เห็นว่าจะไปเชียงใหม่”
เถาว์เครือตอบเหมือนเสียไม่ได้ โสมสุภางค์ยิ่งน้อยใจ
“ไปเชียงใหม่ ไม่บอกหนูสักคำ นี่เขาหลบหน้าหนูหรือเปล่าคะคุณแม่ เราย้ายมาปุบปับไม่ได้บอกเขาล่วงหน้าเขาก็เลย เอ่อ”
โสมสุภางค์หันมาเห็นตลับนาค ประชด
“หวังว่าเขาคงไม่ได้เอานางบำเรอไปด้วยนะ”
ชิดชบาเดินลงบันไดมา
“อ๋อ เขาไม่ได้เอาฉันไปด้วยหรอกค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีใคร เอ๊ะ คุณอยู่ เอ่อ คบหาดูใจกับเขามาตั้งนาน ไม่รู้หรือคะว่าเขาเป็นคนใช้ของเปลือง ยิ่งเป็นทรัพยากรที่เรียกว่าผู้หญิงแล้วล่ะก็”
“นัง นังชิดชบา”
“อย่าไปฟังมันลูก ลูกต้องรู้นะว่าลูกแม่อยู่ในฐานะอะไร มันอยู่ในฐานะอะไร ระหว่างเมียกับนางบำเรอน่ะ ฉันไม่เห็นผู้ชายคนไหนเลือกนางบำเรอ”
“มันก็ไม่แน่หรอกคุณ ถ้าเมียทำตัวเป็นเมียเจ้าปัญหา โดยเฉพาะเมียจำพวกญาติเยอะ เขาก็อาจจะหันไปหา”
“ผู้หญิงไร้ญาติขาดมิตร อยากได้แต่เงินล้วนๆ”
“อย่างหลานสาวของฉันไงจ๊ะ”

เถาว์เครือและโสมสุภางค์ต่างอ้าปากค้างเพราะเถียงไม่ทัน ขยับจะกรีดร้อง บุญถิ่นรีบยกมือขึ้นปิดหู

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 6 (ต่อ)

อรุณณรงค์เดินเหงาๆ อยู่ท่ามกลางดอกไม้ในวัง อุราศรีเดินตามมา สังเกตกิริยาเศร้าหมองของชายหนุ่ม
 
“ถ้าคุณไม่สบายใจ เราหยุดอยู่แค่นี้ก็ได้นะคะ”
“อย่าครับ อย่าเพิ่งไป”
“เรื่องที่ผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสม เป็นเรื่องที่เราปฏิเสธได้ ถ้าคุณรักชิดชบา”
“ผมรู้ว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ ให้เวลาผมบ้าง อย่าทิ้งผมไปตอนนี้ คุณคือคนที่ดีที่สุดสำหรับผม”
“คนที่ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่รักที่สุด ฉันไม่ได้รังเกียจชิดชบา แต่ฐานะนางบำเรอที่ชิดชบาเป็นอยู่คุณจะแบกรับไหวหรือ คุณต้องแบกรับไปตลอดชีวิตของคุณนะ”
“ผมถึงต้องการพลังไงครับ ผมก็ไม่รู้ว่ารักของผมยิ่งใหญ่แค่ไหน มันจะมากพอ ที่จะลบความรักที่ผมมีต่อตัวเองมั้ย”
“ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่กับเกียรติของคุณด้วย”
“เกียรติ”
อรุณณรงค์พึมพำเบาๆ ด้วยความรู้สึกปวดร้าว

จำเรียงนำผักออกมาจากตู้เย็นวางเรียงราย บุญถิ่นพรวดพราดเข้ามา
“นั่นจะทำอะไร”
“คุณป้าตลับนาคให้มาดูว่าในตู้เย็นมีผักอะไรบ้าง จะได้คิดเมนูสำหรับมื้อค่ำ ขาดเหลืออะไรจะได้ออกไปซื้อ”
“ไม่ใช่หน้าที่ ครัวเป็นเขตอิทธิพลของแม่ครัว มาจากไหน ถือดียังไงมาสั่งโน่นสั่งนี่ ทั้งที่เป็นแค่”
“น้า ตอนที่น้ายังไม่เกิดน่ะ คุณป้าตลับนาคก็อยู่บ้านนี้ ทำหน้าที่ดูแลบ้านในฐานะญาติผู้ใหญ่ของคุณชิดชงค์ รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน เป็นยังไง”
“แต่ตอนนี้สถานะมันเปลี่ยนไปแล้วว่ะ ต้องจำนนต่อความเปลี่ยนแปลง จะใหญ่ไปชั่วนิรันดร์ไม่ได้ เพราะว่า พอคุณโสมสุภางค์แต่งงานกับคุณปฐวีแล้ว ก็ต้องเฉดหัวนางบำเรอออกไปนอนตามข้างถนน ไปอดมื้อกินมื้อ แทะปลวกแทะหญ้า”
ตลับนาคเดินเข้ามา
“แต่ตอนนี้ ยังไม่มีใครแต่งงานกับใคร จำเรียง ว่ายังไง มีอะไรเหลือบ้างจะได้ทำขึ้นโต๊ะเป็นมื้อค่ำ มีผักหรือ งั้นแกงจืดผักรวมก็แล้วกัน มื้อค่ำนี้ฉันจัดการเอง”
“ค่ะ คุณป้า”
“ฮึ จะฟ้องคุณนายว่ามายึดอำนาจในครัว”
บุญถิ่นสะบัดหน้าออกไป ตลับนาคส่ายหน้าอย่างสังเวช ขณะที่จำเรียงร้อนใจ
“เกิดสงครามแน่”

ชิดชบาเปิดประตูห้องงานปั้นเข้ามาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า พิงประตู พึมพำเบาๆ
“หนูรู้ค่ะ ว่าสงครามกำลังจะเกิด เขาเหวี่ยงระเบิดแล้วหายไป หนูไม่ยอมแขนขาดขาขาดคนเดียวหรอกค่ะพ่อ เขาด้วย เขาต้องรับผลกรรมที่ทำไว้กับหนู กับพ่อ”

ชัยยงค์นั่งดูคลิปที่ส่งคนไปแอบถ่ายการเจรจาระหว่างปฐวีกับนักการเมืองผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“สิ่งที่ผมเรียนรายละเอียดต่อท่าน ล้วนแต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ ถ้าโครงการนี้สำเร็จ คนที่จะได้ผลประโยชน์ไม่ใช่ผมคนเดียว แต่ได้แบ่งปันกันสำหรับคนหลายคน”
“ฟังดูดีนะ ผมไม่เคยได้ยินอะไรดีๆ อย่างนี้มานานแล้ว คุณต้องการอะไร”
“การสนับสนุนของท่านครับ”
“ผมไม่ขัดข้อง เรามาร่วมมือกันทำแผนนี้ให้เสร็จเร็วๆ ประโยชน์จะได้ถูกแบ่งปันอย่างที่คุณว่า”
“ขอบพระคุณครับท่าน”
ถกลปิดคลิป ชัยยงค์นิ่วหน้าครุ่นคิด
“มันมีนัดกับผู้ใหญ่ที่เชียงใหม่จริงๆ คลิปนี้คนของผมดึงมาจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม”
ชัยญาบอกพ่อ ระรินนั่งฟังอย่างเงียบๆ ครุ่นคิด เพราะเธอเริ่มมีใจออกห่างชัยญา
“ปฐวีมีคนหนุนอยู่ข้างหลังจริงๆ เป็นไปอย่างที่เราคิด มันขอการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ต้องเป็นเรื่องสร้างบ่อนพนันแน่ เราต้องหาทางหยุดมัน”
ชัยยงค์ลุกขึ้นด้วยความโกรธ
ธวัชพงษ์ซูมภาพชัยยงค์ผ่านกระจกโปร่งด้วยกล้องถ่ายรูป ที่มีระบบทันสมัย พึมพำเบาๆ

“ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่จะหยุดคุณปฐวี ผมด้วย”

อรุณณรงค์พยายามโทรศัพท์หาชิดชบา หม่อมจรัสเรืองเดินเข้ามา อรุณณรงค์รีบปิดโทรศัพท์
 
“ชิดชบาใช่มั้ย ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วหรือ”
“เอ่อ ผมโทรหาชิดชบาน่ะครับ ห่วงว่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้ชีวิตชิดชบาคงจะอบอุ่นไปด้วยญาติ คุณเถาว์เครือกับโสมสุภางค์เข้าไปอยู่ในบ้านนั้นแล้ว”
“จริงหรือครับ ทำอย่างนั้นทำไม ถึงจะแต่งงานกับคุณปฐวีก็ไม่ควรก้าวก่ายชิดชบานะครับ”
“เจ็บร้อนแทนชิดชบา ก็หมายความว่าชายเอี่ยวยังไม่ได้ตัดใจจากแม่นี่ นางบำเรอของคุณปฐวีคนนี้เสน่ห์แรงจริงๆ นะ ยังติดต่อกับชิดชบาอยู่หรือ ชายเอี่ยว”
“ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันครับ แม่”
“คนไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นเพื่อนกันทุกคน ยกเว้นผู้หญิงคนนี้สักคนหนึ่งไม่ได้หรือ เห็นแก่แม่ หรืออะไรก็ได้ เห็นแก่อนาคตการเป็นนักการทูตของตัวเอง”
“ชิดชบามีอะไรน่ารังเกียจหรือครับ”
“ชิดชบาเป็นผู้หญิงที่มีภูมิหลังมากเกินไป ชายเอี่ยวเหมือนสีขาว อย่าเอาผ้าขาวไปกลั้วฝุ่นเลยลูก”
“ผมไม่คิดว่าผมจะเป็นสีอะไรได้หรอกครับแม่ คนทุกคนมีโชคกับเคราะห์ ผมไม่ซ้ำร้ายคนที่เคราะห์ร้ายกว่าผม”
“พูดแบบนี้เหมือนแม่ผิด ที่แม่มองชิดชบาต่ำ”
“แม่ครับ แม่ไม่ผิดหรอกครับ ผมไม่อยากให้แม่มองเห็นชิดชบาด้วยซ้ำไป ชิดชบาไม่อยู่ในข่ายที่แม่ควรจะมองเห็น”
“ก็ถ้าสักวัน ผู้หญิงคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกล่ะ ถึงตอนนั้นมันสายเกินไปหรือเปล่า”
“ผม เอ่อ”
“ไฟน่ะ ใครก็รู้ว่ามันร้อน แต่ก็มีคนอยากลองดีกับมัน จนถูกลวกกระดำกระด่างไปทั้งชีวิต ชายเอี่ยวกำลังจะได้เป็นทูต ลูกควรมองหาคู่ครองที่สมฐานะ ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างชิดชบา แม่จะไม่ยอมแพ้”
หม่อมจรัสเรืองขุ่นเคือง

โสมสุภางค์เดินไปมาอย่างร้อนใจ เถาว์เครือเข้ามาปลอบโยน
“แม่โทร.ไปถามที่ออฟฟิศเขาแล้ว ปฐวีไปเชียงใหม่จริงๆ เขามีนัดประชุมกับผู้ใหญ่ ไปคนเดียว เลขาฯ ของเขาไม่ได้ไปด้วย”
“ค่อยยังชั่วค่ะ ที่รู้ว่าเขาไม่ได้หลบหน้า”
“เขาจะหลบไปไหนรอด ตอนนี้ญาติโกมากมายไปหมด เขาเองเป็นคนออกปากรับรองให้คุณตลับนาคอยู่”
“แม่คะ คุณตลับนาคต้องรู้ว่าเราจะเข้ามาอยู่ที่นี่ ก็เลยรีบเข้ามาเป็นแนวร่วมของชิดชบา”
“ใช่ เห็นท่าทางคุณตลับนาคเงียบๆ ที่ไหนได้ปากยังกับแม่ค้าปลา แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ไหวจริงๆ แม่จะจัดทีมเข้ามาช่วย”
“แล้วนี่นังชิดชบามันหายไปไหนคะ”
สองแม่ลูกต่างมองหาชิดชบา

ชิดชบาลอยตัวอยู่ในสระว่ายน้ำ โสมสุภางค์เดินเข้ามา จ้องมองไปยังเรือนร่างที่งดงามของชิดชบา
ด้วยความริษยา และสะเทือนใจ
“คุณ”
โสมสุภางค์รีบเปลี่ยนท่าทีที่กำลังจะอ่อนแอพ่ายแพ้เป็นเข้มแข็ง ทะนง
“ปฐวีไม่อยู่ เธอใช้ชีวิตยังไง นอกจากกินเหล้า เที่ยวกลางคืน แล้วก็เดินใช้เงิน”
“ฉันทำงานปั้นค่ะ ถึงชีวิตฉันจะสะดุดอยู่กับผู้ชายเลว แต่มันก็ไม่หยุดความฝันของฉันหรอกค่ะ”
“เธอคงเรียนไม่จบซีนะ กำลังใช้ชีวิตสำราญอย่างลูกเศรษฐี แล้วจู่ๆ พ่อก็ฆ่าตัวตาย ต้องกลับเมืองไทยมาสะสางหนี้สินให้พ่อด้วยความสาว กับชีวิต”
ชิดชบาชะงัก สะเทือนใจวูบหนึ่ง ก่อนโหนตัวขึ้นนั่งบนขอบสระ เดินไปหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม
“ค่ะ ฉันก็เลยต้องทำใจให้คุ้นเคยกับความเลวของเขา ใจนี่ มันเหมือนน้ำค่ะ มันมักจะไหลลงสู่ที่ต่ำ พระท่าน
ถึงได้เตือนให้ใช้สติเป็นภาชนะคอยขังไว้ ใจจะได้อยู่เป็นที่”
ชิดชบายิ้มเยาะหยัน หันมาเผชิญหน้าโสมสุภางค์
“คุณเป็นคนดี ระวังนะคะ ใช้สติกรองใจตัวเองให้อยู่ เดี๋ยวจะเลวอย่างนายปฐวี”
ชิดชบาหมุนตัวเดินเชิดหน้าออกไป โสมสุภางค์กำมือแน่น พยายามอดกลั้นความโกรธ
ทั้งที่โกรธอย่างหนัก

“แก นังชิดชบา อวดดียังไงมาว่าปฐวีของฉันเป็นคนเลว”

แพรวาดูคลิปที่ปฐวีคุยกับผู้ใหญ่คนสำคัญที่ธวัชพงษ์ซูมมาได้จากบ้านของชัยยงค์ด้วยกล้องถ่ายรูปแบบทันสมัย เธอครุ่นคิดเงียบๆ
 
“พวกนายชัยยงค์คงได้คลิปนี้มาจากกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกว่าคุณปฐวีกำลังสร้างบ่อนพนัน มีผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลหนุนหลังเขา คุณรู้มั้ย นี่เป็นอาชญากรรมชัดๆ เขานี่แหละ อาชญากรตัวร้ายเลย เขาใช้ผลประโยชน์ของเขาฆ่าคน”
“คุณแน่ใจหรือ ว่าเขาจะสร้างบ่อนพนัน”
“คุณจะดูคลิปอีกกี่ครั้งนะ คุณถึงจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้เป็นวายร้าย”
“ฉันไม่ได้มองเขาอย่างที่คุณมอง แต่ฉันมองเขาอย่างหมอ”
“คลิปนี้คือหลักฐาน เชื่อเถอะ ท่าทางเขามันบอก เขามีคนหนุนหลัง เขาไม่ใช่คนดี เขากำลังมอมเมาคนในชาตินี้ให้ตกเป็นเหยื่อผีพนัน”
“แต่ฉันกลับไม่คิดอย่างนั้น”
แพรวาเคร่งขรึม นิ่งคิด

ชัยญาและระรินเดินมาส่งชัยยงค์ที่รถ ถกลทำหน้าที่ขับรถให้ชัยยงค์
“จับตาดูปฐวีไว้ อย่าให้เขาคลาดสายตาเด็ดขาด ต้องรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนทำอะไร พ่อจะไปปรึกษาผู้ใหญ่เรื่องนี้ ไป”
“ครับ”
ชัยยงค์นั่งรถออกไป ชัยญาหันมาจ้องหน้าระริน
“เป็นหน้าที่ของเธอ ฉันให้โอกาสเธอแก้ตัว ฉันต้องรู้ว่าปฐวีอยู่ที่ไหน ทำอะไร”

สมควรขับรถเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ปฐวีเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ ลงมาจากรถ ถามจำเรียง
“คุณชิดชบาล่ะ”
“ทำงานอยู่ในห้องปั้นค่ะ”
ปฐวีเดินขึ้นตึก สมควรขยับจะตามไป จำเรียงรั้งชายเสื้อไว้
“ลุง ได้ยินมั้ย พอคุณปฐวีกลับมาก็ถามถึงคุณชิดชบาแทนที่จะถามถึงคุณโสมสุภางค์”
“ได้ยินแล้ว แล้วรู้มั้ยว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
“อะไร”
“ความยุ่ง”
สมควรหิ้วกระเป๋าเอกสารของปฐวีเดินขึ้นตึกไป จำเรียงอ้าปากค้าง สงสัย

ชิดชบาทำงานปั้นด้วยความตั้งใจ ปฐวีเปิดประตูเข้ามา ยืนมองหญิงสาว ชิดชบาเหลือบตาขึ้นมองอย่างเฉยเมยแล้วทำงานต่อ
“จะไม่ถามผมสักคำหรือว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้มั้ยว่าผมไม่ชอบการไม่มีตัวตน”
“ฉันไม่ได้สนใจว่าคุณจะอยู่หรือไป ไม่เห็นต้องทักทาย”
“ผมไม่อยู่ คุณป้าตลับนาคคงจะเตือนคุณ ว่าคุณไม่ควรนัดคุณชายอรุณณรงค์ไปไหนๆ กัน หรือว่าคุณหัวดื้อ เตือนแล้วไม่เชื่อ”
“ที่ฉันไม่ไป เพราะเขาไม่ได้มาที่นี่ ฉันไม่พบเขามาเกือบอาทิตย์แล้ว คุณพอใจหรือยัง”
“อวดดีนักนะ ชิดชบา”
“คนมันมีดีจะอวด แล้วไง”
ปฐวีกระชากชิดชบาเข้ามาจูบอย่างโกรธแค้น โสมสุภางค์เปิดประตูเข้ามาด้วยความดีใจ
“วีกลับมาแล้วหรือคะ”
โสมสุภางค์ชะงักเมื่อเห็นภาพของปฐวีและชิดชบา เธอยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างตื่นตระหนก สะเทือนใจกับภาพที่เห็น
“วี”
ปฐวีร้อนใจ
“โสมสุภางค์”
โสมสุภางค์สะบัด วิ่งออกไป
“โสมสุภางค์”

ปฐวีรีบตามโสมสุภางค์ออกไป ชิดชบาค่อยๆ แง้มประตู ก่อนโผล่หน้าออกมาอย่างร้อนใจ เพราะห่วงความรู้สึกของโสมสุภางค์

โสมสุภางค์วิ่งร้องไห้ลงบันไดมาหยุดยืนกลางห้องโถง พยายามกลั้นสะอื้น เพราะสะเทือนใจกับภาพของปฐวีและชิดชบา ปฐวีเดินลงบันไดมาช้าๆ
 
“คุณต้องรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า คุณไม่ควรย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่เมื่อคุณย้ายเข้ามาแล้ว คุณก็ต้องรับ อะไรๆ ของผมกับนางบำเรอ”
โสมสุภางค์พยายามสะกดกลั้นความรู้สึก หยุดสะอื้น
“ฉัน”
“โสมสุภางค์”
“นี่เป็นความผิดของฉันหรือคะ ที่ฉันยังทำใจไม่ได้ เรื่องชิดชบา”
“เราพูดกันแล้ว เราเข้าใจตรงกันมาตั้งแต่ต้น”
ปฐวีโอบกอดโสมสุภางค์อย่างปลอบโยน
“เมื่อคุณแต่งงานกับผม คุณจะเป็นเมีย คุณยังต้องการอะไรอีก”
“ฉัน”
“ถ้าคุณรักผม คุณไม่ต้องตัดแขนตัดขาให้ผมหรอก แค่รับให้ได้ว่าผมเป็นยังไง”
โสมสุภางค์ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าปฐวีด้วยอารมณ์หวั่นไหว ลังเล เอนศีรษะซบไหล่เขา
“ฉัน ฉันรักคุณค่ะวี ฉันยังนึกไม่ออกว่าชีวิตที่ไม่มีคุณจะเป็นยังไง ฉันจะอดทนค่ะ เพื่อเรา”
ชิดชบาค่อยๆ เดินออกมาหยุดยืนบนบันได มองปฐวีและโสมสุภางค์อย่างเศร้าหมอง

หม่อมจรัสเรืองวางแผนให้มีการหมั้นระหว่างอรุณณรงค์และอุราศรี เพราะกลัวเรื่องชิดชบา
“ป้าอยากให้มีการหมั้นไว้ก่อน ส่วนเรื่องแต่งงานเราจะจัดการให้สมเกียรติของหนู อุราศรี หนูคงจะไม่ขัดข้องถ้าป้าจะ”
อุราศรีลำบากใจ เพราะรู้ว่าอรุณณรงค์มีใจต่อชิดชบา
“จะไม่เร็วไปหรือคะหม่อมป้า คุณชายเอี่ยวอาจจะยังไม่พร้อม”
“ชายเอี่ยวอายุสมควรจะแต่งงาน เรื่องพร้อมหรือไม่น่ะหนูไม่ต้องห่วง ป้าอยากให้เขาแต่งงานก่อนที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ ป้าแก่แล้วจะไปจะอยู่ก็ยังไม่รู้เลย”
“แล้วเหตุผลข้อนี้ คุณชายเอี่ยวจะเข้าใจหรือคะ หม่อมป้า”
“อุราศี”
“หนูรู้ค่ะ ว่าหม่อมป้าคิดอะไร หนูไม่ใช่สาวน้อยมหัศจรรย์ที่จะบันดาลหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าคุณชายเอี่ยวเขา”
“ฮึ เรื่องแม่ชิดชบาน่ะ ป้าจะจัดการเอง”
“หม่อมป้าคะ”
“ป้าจะหยุดผู้หญิงคนนี้”
หม่อมจรัสเรืองโกรธมาก

ชิดชบานั่งทานอาหารเช้าที่จัดเป็นสไตล์อเมริกันอย่างเต็มรูปแบบเพราะการจัดการของตลับนาค ทุกคนต่างนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบๆ ไว้ท่าที ปฐวีพูดทำลายความเงียบขึ้นด้วยท่าทางอ่อนโยน
“อาหารอร่อยมากครับคุณป้า ขอบคุณคุณป้ามากนะครับที่กรุณาจัดการเรื่องอาหารเช้า”

“มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญค่ะ ต้องรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ เพราะคนต้องใช้ทั้งกำลังกายกำลังสมองทำงานทั้งวัน”

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 6 (ต่อ)

เถาว์เครือส่งสายตาเตือนโสมสุภางค์ โสมสุภางค์รีบพูดขึ้น
 
“ฉันพอทำได้บ้าง พรุ่งนี้ฉันจะทำข้าวต้มปลา ฉันจะดูแลคุณ”
“ลูกสาวของฉันไม่ได้จบคหกรรมมาจากที่ไหนหรอก อย่างอาหารฝรั่งพื้นๆ ใครก็ทำได้”
“แต่ใครจะทำได้ดี มีการจัดการได้สมบูรณ์แบบอย่าง” ปฐวีแย้ง
“เออ บุญถิ่น”
บุญถิ่นรีบแล่นเข้ามาประจบเถาว์เครือ
“ขา คุณนาย”
“มื้อค่ำนี่ ฉันจะเลือกเมนูเองนะ ไอ้หลนๆ จิ้มๆ แจ่วๆ น่ะ อย่าเอามาขึ้นโต๊ะ เหม็นคาว”
ปฐวีตัดบท
“ผมต้องไปแล้ว ผมมีประชุม”
“เอ่อ วีคะ เลิกงานแล้วฉันจะแวะไปหาคุณ เราออกไปทานมื้อค่ำข้างนอก แล้วเลยไปเต้นรำ”
ปฐวีหันไปมองชิดชบา ที่ยังนั่งทานอาหารอย่างไม่ใส่ใจ ตลับนาคห่วงใยความรู้สึกของชิดชบา ขณะที่เถาว์เครือยิ้มเยาะ
“ผมคงเลิกงานดึก”
“ไม่เป็นไร ฉันจะไปนั่งเฝ้าคุณ ไปค่ะ วี ฉันจะเดินไปส่งคุณที่รถค่ะ”
โสมสุภางค์คล้องแขน ดึงปฐวีออกไป
“ดูเถอะ มื้อค่ำก็เลยไม่พร้อมหน้ากัน บุญถิ่น”
“ขา”
“จะเอาแจ่วเอาหลน หรือเอาน้ำพริกกะปิขึ้นโต๊ะก็เชิญย่ะ”
เถาว์เครือลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร ตลับนาคมองชิดชบาซึ่งยังคงนั่งทานอาหารเป็นปกติ
“ชิดชบา”
“ทานเถอะค่ะคุณป้า คิดเสียว่านี่เป็นการแสดง”
“แต่ว่า”
“หนูชินแล้วล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นคุณป้าก็ต้องทำใจให้ชิน”
ชิดชบาเอื้อมมือมาแตะแขนตลับนาคอย่างปลอบโยน

จำเรียงเดินลงมาจากตึก บุญถิ่นเดินนวยนาดตามลงมา ส่งเสียงเย้ยหยันจำเรียง
“เมื่อคืนนี้คุณปฐวีอยู่กับคุณโสมสุภางค์ทั้งคืน ทิ้งให้ใครบางคนนอนหง่าวรอเก้อเหมือนแม่สายบัวอยู่บนเตียง เช้าขึ้นเลยรับประทานอาหารหนัก สงสัยจะโหยตั้งแต่เมื่อคืน”
“โหย โหยอะไรน้า น้าคงจะโหยบ่อยๆ ล่ะซี ถึงได้รู้ว่าผู้หญิงที่ต้องนอนคนเดียวน่ะ มันขาดอะไร”
บุญถิ่นชะงัก
“นังจำเรียง”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าลุงสมควรจะปล่อยให้น้าอดอยากปากแห้ง นี่ถ้าฉันมีคนอยู่ด้วย ฉันไม่ปล่อยให้อดอยากจนมีเรื่องอย่างนี้หรอก”
“นังจำเรียง หน้าอย่างเอ็งน่ะนี่น่ะ นะ”
“นี่ เห็นฉันมีหน้าเป็นอาวุธอย่างนี้ ผู้ชายเดินสวนทางมาฉันเชิดหน้าใส่ได้เลยนะน้า สวยไม่สวยเลือกได้ทั้งนั้น ถ้าจะเลือก”
“แหม ปากนะ ตั้งแต่มีพวกนี่ ปากคอน่าเลาะฟันออกมาทำลูกเต๋าจริงๆ”
“อย่านะ ลงมือเมื่อไหร่น้าจะเสียใจ ถ้าน้าถือว่าน้ามีคุณนายเถาว์เครือกับคุณโสมสุภางค์คอยคุ้มกะลาหัว ฉันก็จะถือว่าฉันก็มีคุณป้าตลับนาคกับคุณชิดชบาคุ้มกะลาหัวของฉันเหมือนกัน”
รถของหม่อมจรัสเรืองแล่นเข้ามาจอด บุญถิ่นบอกแปลกใจ

“เอ๊ะ ใครมา”

อรุณณรงค์เดินลงมาจากตึก อุราศรีนั่งรออยู่
 
“คุณหญิงอุราศรี มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ผมตื่นสายไปหน่อยเพราะวันนี้เป็นวันหยุด ไม่มีใครขึ้นไปปลุกผม”
“ฉันไม่ได้มีธุระอะไรหรอกค่ะ หม่อมป้าท่านเรียกฉันมาพบท่าน”
“เรียกคุณมาพบ เอ๊ะ แล้วหม่อมแม่ไปไหนครับ”
อุราศรีหันมามองหน้าอรุณณรงค์ด้วยความกังวล
“ไปพบชิดชบาค่ะ”

เถาว์เครือกำลังจะเดินลงบันได รีบหลบเข้ามุมเมื่อได้ยินเสียงของหม่อมจรัสเรือง ซึ่งดูเย็นชาต่อชิดชบา แต่รักษาท่วงท่าสง่างาม เป็นผู้ดี
“ฉันเป็นแม่ของชายเอี่ยว ฉันมาดี”
“แม่ หม่อมแม่ของคุณชายอรุณณรงค์หรือคะ”
“ฉันมีเรื่องพูดกับเธอ เรื่องชายเอี่ยว”
“งั้นท่านก็เริ่มได้เลยค่ะ ฉันกำลังฟัง”
“ชายเอี่ยวกำลังมีอนาคตที่ดี จะได้เป็นทูตในเร็วๆ นี้ ตระกูลเราสืบเชื้อสายของนักการทูตมาหลายชั่วคน หน้าที่ของนักการทูตไม่ใช่ทำงานเก่งอย่างเดียว ชีวิตส่วนตัวก็เป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย”
“ฉันเข้าใจดีค่ะ”
“เขากำลังจะได้รับการแต่งตั้ง หน้าที่นี้กระทรวงพิจารณาไปถึงเทือกเถาเหล่ากอ แล้วก็ครอบครัวเชื้อสาย ฉันอยากให้ชายเอี่ยวแต่งงานกับผู้หญิงที่จะส่งเสริมเกียรติยศของเขาได้”
“ค่ะ”
“ฉันรู้ว่า ลูกของฉันไม่ใช่ชายเอี่ยวคนเดิม สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเธอ ชิดชบา”
“ฉัน หรือคะ”
“ใช่ ฉันมาขอร้อง มาอย่างแม่ แม่ที่ต้องเห็นแก่อนาคตลูก ชายเอี่ยวจะอายุสามสิบห้าแล้ว ฉันก็ยังเป็นแม่เขาทุกวัน ฉันขอร้อง ปล่อยชายเอี่ยวไป”
“หม่อมคะ หม่อมท่านคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เราเป็นแค่เพื่อน ฉันกับเขาเป็นอะไรกันมากกว่านี้ไม่ได้ ฉันไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้ตามใจตัวเอง”
“ก็ดี หวังว่าฉันคงไม่เชื่อคนผิดนะ ฉันจะจัดการให้ชายเอี่ยวแต่งงานกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ฉันดีใจที่เราพูดกันรู้เรื่อง”
หม่อมจรัสเรืองก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าชิดชบา
“สักวันหนึ่ง เธอจะต้องเป็นแม่ แล้วเธอจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างฉัน”
หม่อมจรัสเรืองเดินออกไป ชิดชบาตื่นกลัว ยกมือขึ้นแตะที่ท้องตัวเอง
“แม่หรือ”
เถาว์เครือค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจ้องมองชิดชบาด้วยแววตาครุ่นคิด

เฉวียงเปิดประตูห้องทำงาน ถือแฟ้มเอกสารมาวางตรงหน้าพนักงาน
“คุณตรวจสอบสำนวน แล้วเตรียมเอกสารคดีนี้ด้วย ผมต้องไปขึ้นศาลพรุ่งนี้”
“ค่ะ”
ชัยยงค์เดินนำหน้าชัยญาและถกลเข้ามา ยิ้มๆ
“ยังไงครับคุณเฉวียง เรื่องที่ผมขอความร่วมมือจากคุณ คุณจะให้คำตอบผมได้หรือยัง”
“คุณชัยยงค์”
“คุณเป็นทนายของคุณชิดชงค์มานาน ยังต้องไปศาลเอง ไม่สมกับฐานะของท่านทนายใหญ่ ร่วมมือกับผม แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปในพริบตา”
“คงจะไม่ เงินน่ะผมชอบ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าได้มาแล้วจะได้อยู่ใช้หรือเปล่า ผมเห็นคนที่ทรยศคดโกงจนมีเงินเป็นถุงเป็นถังแต่กลับไม่มีโอกาสใช้ คุณรู้มั้ยคนพวกนั้นไปไหน”
“ไปไหนวะ”
ชัยญาไม่พอใจ ชัยยงค์ยกมือขึ้นปรามชัยญาด้วยท่าทีสุขุมลุ่มลึก
“ไปไหน”
“ไม่ตาย ก็ติดคุก”

เฉวียงมองสบตาชัยยงค์อย่างท้าทาย

อรุณณรงค์เดินไปมาตรงหน้าอุราศรีด้วยความร้อนใจ จนเก็บกิริยาไม่อยู่ อุราศีสงบนิ่ง รถของหม่อมจรัสเรืองแล่นเข้ามาจอด หม่อมจรัสเรืองลงมาจากรถอย่างมีความสุข
 
“แม่”
“แม่จบเรื่องของชายเอี่ยวกับชิดชบาให้แล้วนะ ยังดีที่ยังพูดกันรู้เรื่อง”
“หม่อมป้า”
“ต่อไปนี้ ชิดชบาจะไม่เข้ามายุ่งในชีวิตของลูกอีก หน้าที่ของชายเอี่ยวต่อไปนี้ คือเตรียมตัวแต่งงาน”
อรุณณรงค์สลดลง

ชัยยงค์เปิดประตูสำนักงานทนายความออกมาด้วยท่าทีโกรธเงียบๆ แต่ชัยญาเกรี้ยวกราด กระชากปืนออกมา
“ไอ้แก่ มันกล้ายอกย้อนพ่อ ส่งมันไปนรกดีมั้ย”
“แกอย่าบ้านะ ถ้าคุณเฉวียงเป็นอะไรไปตอนนี้เราเดือดร้อนแน่ ข้อสำคัญเรายังใช้ประโยชน์ทนายเฉวียงได้”
“ไม่เข้าใจ ทำไมมันถึงได้โง่อย่างนี้ คุณชิดชงค์ตายไปแล้ว ชิดชบาจะมีปัญญาจ้างทนายส่วนตัวหรือ ตัวเองยังถูกเลี้ยงเหมือนนก”
“ถึงทนายเฉวียงจะไม่ให้ความร่วมมือเรื่องบ้านหลังนั้น ฉันก็ยังมีทางเอามาเป็นของเรา”
“พ่อ พ่อจะทำยังไง”
“ฉันมีวิธี”
ชัยยงค์ยิ้มเหี้ยม เยือกเย็น

เถาว์เครือคุยกับโสมสุภางค์ วางแผนจะใช้อรุณณรงค์เป็นเหยื่อ เพื่อให้ชิดชบาผิดข้อสัญญา แล้วจะยึดบ้าน
“ต้องทำให้นังชิดชบามันผิดข้อสัญญา ปฐวีเขาจะได้ยึดบ้านหลังนี้ แล้วไล่มันออกไป วิธีของแม่ เหมือนใช้กระสุนนัดเดียว แต่ได้ประโยชน์สองอย่าง”
“คุณแม่ ยังไงคะ หนูไม่เข้าใจ”
“ได้กำจัดนังชิดชบาออกไปจากชีวิตของหนู แล้วก็ได้กรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้”
“แล้วมันเกี่ยวกับคุณชายอรุณณรงค์ยังไงคะ”
“แม่เคยหวังว่าจะให้หนูแต่งงานกับคุณชายอรุณณรงค์ แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ เราต้องเลือกทางอื่น”
“ทางอื่น”
“ทำให้เขาเป็นชู้กับนังชิดชบา”
เถาว์เครือพูดอย่างชิงชัง

อรุณณรงค์เดินเข้ามาในฟิตเนส มองผ่านกระจกโปร่งไปยังชิดชบาซึ่งกำลังออกกำลังกายอยู่ เขาจ้องมองเธอนิ่งนาน ด้วยแววตาเศร้าหมอง ชิดชบาเห็นอรุณณรงค์ อุทานเบาๆ
“คุณชายอรุณณรงค์”
ทั้งสองพากันมาทานอาหารค่ำที่โรงแรมหรู อรุณณรงค์นั่งทานเงียบๆ เศร้า
“มื้อค่ำนี่ เนื่องในโอกาสพิเศษอะไรคะ”
“ไม่มีโอกาสพิเศษอะไรหรอกครับ แต่ผมรู้สึกว่า เราห่างเหินกันมากเกินไป”
“ฉันมัวยุ่งๆ น่ะค่ะ”
“ผมก็งานยุ่งทั้งงานที่กระทรวง ทั้งงานสังคม คุณสบายดีนะครับ”
ชิดชบาหลบตา
“ก็มีความสุขตามอัตภาพแบบสุกๆ ดิบๆ”
“คุณปฐวีเขาแจกการ์ดแต่งงานแล้ว ผมก็ได้รับเชิญด้วย”
“จะถามฉันว่า ได้รับการ์ดแต่งงานด้วยหรือเปล่าใช่มั้ยคะ อย่าห่วงฉันเลยค่ะ เราแค่ยืนอยู่บนเวทีแล้วเล่นละครกัน”
“ชิดชบา”
“ช่างมันเถอะค่ะ”
“ผมเป็นฝ่ายเจ็บปวดมากว่าคุณกับการกระทำของเขา”
“กรุณาอย่ายึดถืออะไรเลย แม้แต่ความเป็นเพื่อน บางทีฉันก็ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนของคุณ”
“ทำไมคุณพูดอย่างนั้น หรือว่า หม่อมแม่ผม”
“ถ้าฉันเป็นแม่ ฉันก็ต้องทำอย่างหม่อมท่าน คนเป็นแม่ มีหน้าที่ปกป้องเกียรติยศของลูก ท่านทำถูกแล้วล่ะค่ะ คุณชายต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรเหมาะสม ฉันเป็นเพียง”
โสมสุภางค์เดินควงคู่ปฐวี ต่างมองเห็นชิดชบากับอรุณณรงค์ น้ำเสียงโสมสุภางค์เยาะหยัน
“ตอนนี้ฉันชักเชื่อจริงๆ แล้ว ว่าคุณชายอรุณณรงค์ ไม่ได้วิเศษอย่างที่ใครๆ มองเขา”
“ไปเถอะ”
“กินไม่ลงหรือคะ ปลงเสียบ้างเถอะค่ะ วีขา ถึงยังไงชิดชบาก็ไม่ใช่ของตายสำหรับคุณอยู่แล้ว ไม่ใช่ของตาย ก็เลยยังดิ้นอยู่”
“งั้นเราทักทายคุณชายอรุณณรงค์หน่อยเป็นไร”
“แต่ว่า”

“ไป”

ทั้งคู่ต่างเดินตรงไปยังอรุณณรงค์ อรุณณรงค์ลุกขึ้นทักทายต้อนรับปฐวีด้วยท่าทีเก้อๆ ชิดชบาเชิดหน้า ไม่สนใจ
 
“คุณปฐวี คุณโสมสุภางค์ มาทานข้าวหรือครับ”
“ก็นานๆ ทีครับ โสมสุภางค์เห็นคุณ เราก็เลยเข้ามาทักทาย ขอโทษที่เราสองคนไม่ได้นำการ์ดไปเชิญคุณชายด้วยตัวเอง”
“วีเขายุ่งค่ะ อย่างนั้นใช่มั้ยคะวีขา ฉันต้องเตรียมตัวทุกวัน งานแต่งงานนี่รายละเอียดเยอะจริงๆ ค่ะ”
“ครับ นี่ถ้ารู้ว่าการแต่งงานมันยุ่งยากอย่างนี้ เราคงเลือกวิธีอื่นที่ง่ายกว่านี้”
ปฐวีเหลือบมองชิดชบา ชิดชบาทำเฉย
“ผมคงไม่รบกวนคุณ ขอให้อร่อยนะครับ”
“ไปค่ะ วี แล้วพบกันนะคะ”
โสมสุภางค์และปฐวีแยกออกไปด้วยท่าทีมีความสุขอย่างเสแสร้ง อรุณณรงค์มองกิริยาเงียบๆ ของชิดชบาด้วยความสงสาร

ธวัชพงษ์อ่านรายละเอียดของหนังสือพิมพ์เก่าๆ หลายฉบับที่ลงข่าวการฆ่าตัวตายของชิดชงค์ พร้อมภาพบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ครุ่นคิด ก่อนจะโทรศัพท์ถึงแพรวา
“คุณออกเวรกี่โมงครับ คุณหมอ”
เวลาต่อมา ทั้งธวัชพงษ์และแพรวามานั่งทานบะหมี่ที่รถเข็นริมฟุตบาท
“ผมค้นข้อมูลจากประวัติเดิมของคุณชิดชงค์ เมื่อก่อนเขาเริ่มต้นจากซื้อข้าวเปลือกส่งโรงสี หุ้นกับเพื่อน แล้วต่อมาพอเพื่อนเขาตายเขาก็ได้โควต้าค้าข้าวทั้งหมด จากนั้นเขาก็เอาเงินไปต่อธุรกิจอื่น มีธุรกิจค้าเหล็ก แล้วก็ผูกขาดตลาดสินค้าเกษตรส่งออก จากนั้นก็”
“ที่คุณเรียกฉันมาดึกๆ ดื่นๆ แค่จะให้ฉันรับรู้ว่าเขารวยมาได้ยังไง แค่นั้นเองหรือ”
“ผมต้องรู้ที่มาที่ไปของเขา มีประวัติเขาลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับตอนที่เขายิงตัวตาย”
“แล้วยังไง”
“เพื่อนที่เคยเป็นหุ้นส่วน คนที่ทำโรงสีกับเขา”
แพรวาใส่เครื่องปรุง ชิม ผสมใหม่ ไม่มีท่าทีสนใจธวัชพงษ์
“ฉันว่าน้ำส้มนี่ไม่สะอาดนะ”
“นามสกุลเดียวกับคุณปฐวี”
แพรวาชะงัก เงยหน้ามองธวัชพงษ์ด้วยความแปลกใจ

ตลับนาคกระวนกระวายรอชิดชบา รถของอรุณณรงค์แล่นมาจอดส่งชิดชบานอกประตูรั้ว ตลับนาครีบออกมารับชิดชบาด้วยความร้อนใจ
“ทำไมเพิ่งกลับ ก็ไหนบอกป้าว่าจะไปฟิตเนส โทร.ก็ไม่โทร. รู้มั้ย คุณปฐวีเขากลับมาแล้ว”
“หรือคะ หนูไปทานข้าวกับคุณชายอรุณณรงค์น่ะค่ะคุณป้า”
“มิน่าล่ะ คุณปฐวีถึงได้หน้าไม่ดีเลย”
เถาว์เครือเดินเข้ามา น้ำเสียงเย้ยหยัน ขบขัน
“ปฐวีเขาคงไม่คิดอะไรหรอก เขาจะแต่งงานเขาคงยุ่งจนไม่ได้สนใจนางบำเรอ ลำพังดูแลว่าที่เจ้าสาวเขาก็แทบจะไม่มีเวลา ตามสบายเถอะ จะไปไหนกับใคร คงไม่มีใครถือใครหรอก”
“แต่ฉันถือ ยังไงหลานสาวของฉันก็ยังเป็น เอ่อ เป็นสมบัติของคุณปฐวีอยู่ ควรจะให้เกียรติคนที่เป็นเจ้าของ”
ชิดชบาร้อนใจ ห่วงใย
“คุณป้าคะ”
“ถึงเราจะต้องอยู่ท่ามกลางคนไม่มีเกียรติ ก็ต้องรักษาเกียรติไว้ อย่างน้อยเราก็เป็นผู้หญิง”
“เอ่อ”
“จะรักษาเกียรติไว้เพื่ออะไร ในเมื่อคุณชายอรุณณรงค์เป็นคนน่าเกาะ บางทีเขาอาจจะไถ่ตัวหลานสาวของคุณจากการเป็นทาสได้นะ”
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ แล้วฉันจะคิดดู หนูจะขึ้นไปอาบน้ำนะคะ คุณป้า”
ชิดชบาขึ้นตึกไป
“ถ้าฉันเป็นคุณล่ะก็ ฉันจะสอนหลานสาวให้ทำตัวเป็นตุ๊กแก ใกล้อะไรต้องเกาะไว้ก่อน เผื่อจะมีโอกาสที่ดีกว่า”
“งั้นก็สอนลูกสาวของคุณให้เกาะคุณปฐวีให้แน่นๆ เพราะลูกสาวของคุณมีโอกาสเหลืออยู่แค่โอกาสเดียว แต่หลานสาวของฉันอาจจะมีทางเลือกมากกว่า”
ตลับนาคค้อน ก่อนเดินขึ้นตึกไป เถาว์เครือมองด้วยแววตาชิงชัง

“ขอให้ทางเลือกของนังชิดชบาเป็นทางไปนรก”

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 6 (ต่อ)

ชิดชบาเดินเหงาๆ เหนื่อยล้า ขึ้นบันได ตรงมาที่ประตูห้องนอน เธอชะงักเมื่อเห็นปฐวียืนกอดอกอยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง หวงหึง
 
“ไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับ”
ชิดชบาเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ปฐวีตามเข้ามา ปิดประตูแล้วล็อค ชิดชบาหันกลับมามองที่ล็อคประตู ทำหน้าเบื่อๆ
“ผมถามว่าไปไหนกันมา คุณแยกกับผมที่โรงแรมนั่นแล้วไปต่อกันที่ไหน”
“ไมได้ไปไหนค่ะ เราออกมาจากร้านอาหารช้า นั่งอ้อยอิ่งกันอยู่ที่นั่น”
“คุยอะไรกัน ทำไมต้องใช้เวลาอ้อยอิ่งด้วย เขาคงจะจงใจมาปลอบคุณซีนะ เพราะเขาได้รับการ์ดแต่งงานของผมแล้ว”
“กลับไปหาคุณโสมสุภางค์เถอะ อย่ามาหาเรื่องทะเลาะกับฉันเลย ฉันเหนื่อย”
“โสมสุภางค์หลับไปแล้ว”
“อ๋อ คุณก็เลยค่อยๆ ย่อง ทำตัวเหมือนแมวกำลังจะขโมยปลาย่าง แล้วปลาย่างชิ้นนี้มันก็ดิ้นได้ คุณก็เลยกลัวว่าแมวตัวอื่นจะงับปลาย่างของคุณ”
ปฐวีดึงชิดชบาเข้ามาใกล้ด้วยความหึงหวงอรุณณรงค์
“ใช่ แล้วแมวตัวนั้นก็คือคุณชายอรุณณรงค์ เขาคงคิดซีนะว่าแต่งงานแล้วผมจะปล่อยคุณ ไปบอกเขาว่าเขาคิดผิด”
“เขาไม่ใช่แมว แล้วคุณก็ไม่ใช่เสือ ปล่อยฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องดังๆ ร้องว่า”
ชิดชบาแกล้งส่งเสียงครางอย่างเซ็กซี่ ปฐวีรีบปล่อยชิดชบาออก
“ร้องให้ถึงหูของว่าที่เจ้าสาวคุณ ว่าคุณกำลังทำอะไร”
ปฐวีเจื่อนๆ ก่อนผลุนผลันเปิดประตูออกไป ชิดชบารีบล็อกประตู ยิ้มเยาะ

ธวัชพงษ์ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีแพรวานั่งซ้อนมาข้างหลัง มาจอดที่ท่าข้าว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แพรวามองไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจ
“ฉันไม่เห็นมีโรงสีที่คุณว่าเลย ก็ไหนคุณว่าที่นี่เคยเป็นโรงสีข้าวยังไงล่ะ”
“เมื่อก่อนเคยมีโรงสีอยู่ที่นี่ แต่ยี่สิบปีหลังมานี่ ที่นี่เปลี่ยนเป็นท่าข้าว มีเรือบรรทุกข้าวล่องลงมาจากนครสวรรค์ กับสิงห์บุรี มาขึ้นท่าที่นี่”
“ธวัชพงษ์ คุณเชื่อจริงๆ หรือว่าโรงสีเก่านั่น เคยเป็นของพ่อของคุณปฐวีมาก่อน”
“เราจะสอบถามจากคนแถวนี้”
“ยี่สิบปีมาแล้วใครจะจำได้ แล้วถึงจะมีคนจำได้ ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคุณปฐวี”
“คุณยังจำฝันร้ายของเขาได้มั้ย คุณเคยบอกผมว่าคนที่มีฝันร้ายติดตัว ต้องเป็นคนที่มีภูมิหลังมาตั้งแต่วัยเด็ก”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเขามีวัยเด็กยังไง”
แพรวาครุ่นคิด

ที่วัดชนบท พระภิกษุชรากล่าวด้วยน้ำเสียงมีเมตตา โดยธวัชพงษ์ และแพรวานั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าเจ้าอาวาส
“ปฐวีน่ะหรือ อาตมาก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ พ่อตายได้ไม่เท่าไหร่ แม่ก็มาตายจากเพราะโรคตรอมใจ สมัยนั้นน่ะ การแพทย์มันยังไม่เจริญ ไปมาก็ลำบาก ถนนหนทางไม่สะดวก เขาต้องอยู่วัด เรียนหนังสือกับพระ เขาเป็นคนหัวดีมีมานะอดทน กินข้าวก้นบาตรอยู่ไม่กี่ปี เขาก็ไปกรุงเทพฯ”
แพรวาหันมาสบตาธวัชพงษ์
“แล้วโรงสีนั่นล่ะครับ หลวงตา”
“โรงสี ที่มันกลายเป็นท่าข้าวน่ะหรือ มันก็ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของหุ้นส่วน เขาจะทำเอกสารไถ่โอนกันยังไง อาตมาไม่รู้หรอก แต่ชาวบ้านก็เชื่อว่าที่พ่อของปฐวีผูกคอตายก็เพราะโดนเพื่อนโกงจนหมดตัว”
“คุณพระช่วย”
“เรื่องแบบนี้คุณพระคุณเจ้าก็ช่วยไม่ได้หรอก มันอยู่ที่ความซื่อสัตย์ เมื่อเพื่อนที่ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยกันมาโกงกันนี่ มันทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด เป็นทุกข์ใหญ่หลวงนักล่ะ คุณโยม”
ธวัชพงษ์ตกใจ อุทานแผ่วเบา
“คุณพระช่วย”
“เห็นเด็กๆ พวกนั้นมั้ยโยม”
ธวัชพงษ์ และแพรวามองไปยังเด็กเล็กๆ ที่เล่นกันอยู่ใต้ถุนศาลาวัด
“เด็ก”

“เป็นเด็กกำพร้า ที่พ่อแม่ทิ้ง บ้างก็พ่อแม่ตาย บ้างก็หายสาบสูญ บ้างก็เอาเด็กเกิดใหม่ห่อผ้า แล้วเอามาทิ้งไว้หน้าวัด”

ธวัชพงษ์และแพรวาต่างสบตากันด้วยความสงสัย
 
“ปฐวีเขาดูแลเด็กพวกนี้ เขาส่งเงินส่งเสื้อผ้า ส่งอาหารมาให้ทุกเดือน เขาให้พระเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้ จนกว่าเขาจะมีทางขยับขยาย”
“เลี้ยงหรือครับ”
“แล้วคุณปฐวีเคยมาที่นี่มั้ยคะ”
“เขาไม่เคยมาที่นี่ แต่ความช่วยเหลือของเขาก็มาถึงเด็กๆ เด็กมีที่อยู่ที่กินที่ปลอดภัย มีโรงเรียนประชาบาลใกล้ๆ นี่ สังคม มันต้องร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างนี้แหละโยม สังคมถึงจะอยู่ได้”
แพรวาและธวัชพงษ์สบตากันนิ่งนาน เริ่มสับสนกับทัศนคติที่มีต่อปฐวี

อุราศรีเปิดประตูร้านเวดดิ้งเข้ามา เดินชมชุดวิวาห์ด้วยท่าทีที่บอกถึงความสุข ระหว่างนั้นมีเสียงของพนักงานที่รับจัดงานแต่งงาน กำลังนินทาเถาว์เครือและโสมสุภางค์อยู่
“โฮ้ย กว่านางจะลงตัว เลือกอยู่นั่นแหละ สรรหาเสื้อเอยแบบเอย วิเศษเลิศลอยยังกับงมเข็มในท่อน้ำครำ ชุดนี้นางใส่แล้วผอมไป ชุดนี่ใส่แล้วรุ่มร่ามไป ชุดน่ะมันสวยทุกชุด แต่สภาพนางตอนนี้ ใส่ชุดอะไรมันก็สวยไม่เต็มร้อยหรอก นางเพิ่งหายป่วย หน้าตาซีดเซียว แล้วยังกล้าลุกขึ้นมาแต่งงาน”
อุราศรีชะงักฟังด้วยความสนใจ
“นางไม่แต่งได้ยังไง ดองไว้ในปี๊บตั้งแปดปีเก้าปีแล้ว นางคงอาศัยความเจ็บป่วยนี่แหละ เป็นเครื่องต่อรองให้คุณปฐวีเขาแต่งด้วย”
“จริงๆ นะ เขาเมาท์กันให้แซ่ด ว่านางเป็นมากเป็นเยอะ ถ้าไม่แต่งคราวนี้ ก็คงตายไปพร้อมอาการค้างปี แหม น่าจะจัดโปรให้นางตัดชุดวิวาห์แถมโลงนะ”
“ใช่ แล้วคุณปฐวีเขามีนางบำเรออีกล่ะ คอยดูเถอะ วันแต่งงานคนคงจุ๊กจิ๊กกันทั้งงาน”
“เอาเถอะ ยังไงนางก็จ่ายไม่อั้น ทนๆ เอาหน่อย นางกับคุณแม่ต้องการยังไง ก็ยังงั้น”
อุราศรีครุ่นคิด สงสารชิดชบา

ชิดชบานั่งอ่านหนังสือนวนิยายของฝรั่งเศส เถาว์เครือเดินเข้ามาหยุดยืนมองชิดชบาด้วยแววตาชิงชัง
ก่อนปรับสีหน้า แล้วเดินเข้ามาหา
“มีอาชีพเป็นนางบำเรอนี่สบายนะ วันๆ ไม่ต้องทำ ไม่ต้องคิดอะไร นอกจาก”
เถาว์เครือยิ้มเยาะ
“เดินใช้เงิน”
“ค่ะ อาชีพนี้มีอะไรให้ทำไม่กี่อย่างหรอกค่ะ คนเป็นเมียซีคะ ที่ต้องหุงข้าวต้มแกง สนองตอบในเรื่องทุกเรื่อง เมียถึงต้องหน้าดำคร่ำเครียด ทำนั่นทำนี่จนไม่มีเวลาเดินใช้เงิน”
“ฟังดูเหมือนเธอจะไม่ชอบเป็นเมียนะ แต่ฉันรู้ว่าผู้หญิงทุกคนต้องการเป็นเมียเป็นแม่ ต้องการทำหน้าที่ภรรยา ทำไมเธอไม่มองหาผู้ชายดีๆ สักคน ผู้ชายอย่างคุณชายอรุณณรงค์”
“คุณชายอรุณณรงค์”
“ฉันเห็นเธอกับเขาสนิทสนมกัน เห็นนัยน์ตาเขาตอนที่เขามองเธอ ฉันก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอ”
“คุณนายต้องการอะไรกับเรื่องนี้”
“ฉันสังเวชที่เธอต้องอยู่ในสภาพนี้ รู้มั้ย ว่าสังคมพูดถึงเธอเหมือนเธอเป็นผู้หญิงสิ้นคิด ในโลกโซเชียลกระหน่ำเธอ เธอไม่รู้เลยหรือ”
“ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่”
“รู้จริงๆ หรือ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องรู้ว่าคุณชายอรุณณรงค์เขารู้สึกยังไงกับเธอ”
“เขา”
“เขามีความพร้อมเสียยิ่งกว่าปฐวี ทั้งหน้าที่การงาน ทั้งเกียรติยศในสังคม เทือกเถาเหล่ากอของเขาก็มีที่มาที่ไป ไม่เหมือนปฐวี”
“ทำไมหรือคะ”
“จนป่านนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าเทือกเถาเหล่ากอของเขา มาจากไหน“

เถาว์เครือยิ้มเยาะ ต้องการยุให้ชิดชบามีชู้

ธวัชพงษ์เดินลงมาจากที่ว่าการอำเภอชนบท แพรวายืนรออยู่ที่รถจักรยานยนต์ของธวัชพงษ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
 
“ผมเห็นเอกสารทะเบียนบ้านเก่าของเขาแล้ว มีชื่อคุณปฐวี ชื่อพ่อ ชื่อแม่ของเขาตรงตามที่ท่านเจ้าอาวาสบอก”
“เพื่ออะไร นี่คุณถึงกับขุดคุ้ยประวัติเขาละเอียดยิบ เพื่ออะไรกัน”
“ผมอยากรู้ว่าคุณชิดชงค์ฆ่าตัวตายเพราะอะไร ส่วนคุณ ก็อยากรู้ว่าเขาฝันร้ายเพราะอะไร”
“ฉัน ไม่”
“คุณชิดชบาเองก็มีสิทธิ์จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณอย่าลืมซีว่าฐานะนางบำเรอที่คุณชิดชบาเป็นอยู่ มันทุเรศทุรังแค่ไหน”
“แล้วถ้าชิดชบารู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง มันจะมีประโยชน์อะไร”
“เราจะหยุดคุณปฐวีเรื่องสร้างบ่อนพนันกลางกรุงเทพฯ”
“ธวัชพงษ์ ฉันว่าเราควรจะคิดใหม่นะ ถ้าคุณปฐวีเขาดูแลเด็กกำพร้านับร้อยๆ คนได้ เขาก็คงจะ”
“มนุษย์มีสองด้าน ดำกับขาว คนเดี๋ยวนี้มีความชั่วความดี ปนอยู่ในตัวตน เดียวกัน ไม่อย่างนั้น เราจะมีนักการเมืองสองหน้าหรือ”
แพรวายิ่งกังวล ลังเล สับสน

ปฐวีเดินออกมาส่งนักการเมืองและผู้ติดตาม เขายกมือไหว้ก่อนปิดประตูรถ มองตามไปด้วยรอยยิ้ม ชัยญา ชัยยงค์ ถกล มองปฐวีอย่างเคร่งเครียด
“พ่อ มีการนัดพบกันอีกแล้ว ผมว่าปฐวีคงเร่งเรื่องอนุมัติสร้างบ่อนพนัน”
“ใช่ เราต้องหาทางเอาเอกสารที่ผู้ใหญ่เซ็นอนุมัติออกมาแฉ ไม่อย่างนั้นเราจะหยุดปฐวีไม่ได้”
“ผมจะให้ระรินจัดการ”
ชัยญารับคำ

ระรืนรื้อค้นลิ้นชักและแฟ้มเอกสาร เพื่อหาหนังสืออนุมัติสร้างบ่อนพนันแต่ไม่พบ เธอก้มลงคลานหาตามแฟ้มที่วางอยู่กับพื้น ยุวดีเดินเข้ามายืนท้าวเอว
“หาอะไร”
“อุ๊ย ปละ เปล่า”
“ห้องทำงานของคุณปฐวีเป็นเขตหวงห้าม ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องห้ามเข้า แล้วนี่เข้ามาทำไม”
ระรินลุกขึ้นยืน เชิดหน้า
“เข้ามาจัดการจัดเก็บเอกสารที่คุณปฐวีกองไว้ให้เป็นระเบียบ ตามประสาเลขานุการในอนาคต”
“เลขาฯ คนเก่ายังอยู่ แล้วเธอจะเป็นเลขาฯ คุณปฐวีตอนไหน”
“ก็ตอนที่เลขาฯ หน้าปลวกของคุณปฐวีไม่อยู่แล้วยังไงล่ะ”
“ไม่อยู่”
ยุวดีอุทานด้วยความแปลกใจ
เลขาฯ ปฐวีโผเผออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทีอ่อนแรง
“เป็นอะไรนี่ จู่ๆ ก็ท้องเสียเหมือนกินของบูดของเน่าเข้าไป เมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดงเลยนี่ โอย”
เลขาฯ วิ่งกลับเข้าห้องน้ำ ระรินยิ้มเยาะอย่างขบขัน ชูซองยาขึ้นแกว่งเบาๆ

“นี่ไง ของผิดสำแดง มันคือสลอด”

ชิดชบาเดินดูดอกไม้อยู่หน้าตึก ปฐวีขับรถเข้ามาจอด เธอรีบขยับจะขึ้นตึก
 
“เดี๋ยวก่อน พักนี้ผมรู้สึกว่าคุณหลบหน้าผมนะ”
“ฉันไม่ได้หลบหน้า ทำไมต้องหลบ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดข้อสัญญาไม่ใช่หรือ”
“ผมได้ข่าวว่าคุณชายอรุณณรงค์เขาจะแต่งงาน หม่อมจรัสเรืองท่านเป็นคนออกข่าวเอง คงไม่ใช่ข่าวเท็จ”
“อ้อ หรือคะ”
“นี่คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ”
“ฉันจะรู้สึกอะไร ก็รู้สึกยินดีไปกับสิ่งดีๆ ของคนดีๆ ที่ฉันนับถือ แหม นี่คุณคงผิดหวังซีนะ คุณคงคิดว่าถ้าคุณเอาข่าวนี่มาบอกฉัน ฉันจะล้มลงแล้วดิ้นพราดๆ สิ้นใจตายตรงหน้าคุณ ฝันไปเถอะ คุณปฐวี”
ชิดชบาเดินเชิดหน้าขึ้นตึก สวนทางกับโสมสุภางค์
“วี กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ฉันไม่ได้ยินเสียงรถ คุณมีอะไรกับชิดชบา”
“เปล่า”
“ขึ้นตึกเถอะค่ะ ฉันเริ่มเคยชินที่จะมีชิดชบาอยู่ร่วมกับเราแล้วล่ะค่ะ เราควรจะมีความสุขให้ชิดชบาเห็น เพราะสถานะของชิดชบาขึ้นอยู่กับ ใครเป็นผู้ผิดสัญญา”
โสมสุภางค์ยิ้มขบขัน

เถาว์เครือยืนชมเครื่องประดับเพชรมากมายในตู้โชว์ คนขายต้อนรับอย่างนอบน้อม
“สนใจจะชมจี้ชิ้นนี้มั้ยครับ”
“ยังไม่ ฉันแค่มาดูๆ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้จี้เพชรแบบไหน ที่เข้ากับเสื้อผ้าวันลูกสาวฉันแต่งงาน”
ชัยยงค์เดินเข้ามาข้างหลังของเถาว์เครือ
“ผมว่าชิ้นนี้เหมาะสมที่สุด คุณ เอาจี้เพชรนั่นมาให้คุณเถาว์เครือชม ถ้าคุณเถาว์เครือต้องการล่ะก็ ส่งบิลล์ไปเก็บเงินที่ผม”
เถาว์เครือมองหน้าชัยยงค์ด้วยความแปลกใจ
“คุณ”
“ผมขอเปลี่ยนความนับถือศรัทธาเป็นจี้เพชรชิ้นนี้ได้มั้ยครับ”
ชัยยงค์กล่าวด้วยท่าทีของสุภาพบุรุษ เถาว์เครือเริ่มลังเล

เถาว์เครือทาบจี้เพชรลงบนลำคอ โสมสุภางค์เดินเข้ามาหาด้วยความกังวล
“แล้วคุณแม่ก็รับจี้เพชรเส้นนี้มา”
“จะให้แม่ทำยังไงล่ะ คุณชัยยงค์เขาอาสาจ่ายเงินค่าสร้อยเพชรนี่ พร้อมด้วย”
แววตาของเถาว์เครืออ่อนโยนลง ท่าทีเก้อๆ
“การแสดงความนับถือ หลายแสนอยู่นะ”
“หนูสงสัยน่ะค่ะ ใครจะให้อะไรใครทีละหลายๆ แสน ถ้าเขาไม่ต้องการผลประโยชน์”
“ก็ช่างเขาปะไรล่ะ เขามีสิทธิ์ที่จะต้องการอะไรๆ ที่เป็นผลประโยชน์ แต่เราจะให้หรือเปล่า”
“คุณแม่”
“ตั้งแต่แม่เกิดมา แม่ไม่เคยเสียรู้ใครเลยนะ รู้มั้ยว่าเพราะอะไร”
“เพราะอะไรคะ”
“เพราะคนอย่างแม่ แม่รักตัวเองมากกว่ารักคนอื่น”
เถาว์เครือเชิดหน้าทะนง

หม่อมจรัสเรืองพาอุราศรีและอรุณณรงค์มาทำบุญที่วัด เพื่อให้ทั้งสองคนสนิทสนมรักใคร่กัน
“ตั้งใจดีๆ ลูก ชายเอี่ยว อุราศรี สิ่งดีๆ จะได้เกิดขึ้นกับลูก”
“ครับ”
“ค่ะ”
“ได้ฤกษ์แล้ว ถึงจะยังอีกนานก็ยังดี จะได้มีเวลาเตรียมการ ดูงานของคุณปฐวีกับหนูโสมสุภางค์ซี ป่านนี้ยังจัดกันไม่เสร็จเลย”
อรุณณรงค์สลดลง อุราศรีสังเกตเห็น
“เราก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรนี่คะ หม่อมป้า”
“ป้าน่ะ อยากจะเร่งให้เร็วกว่าคุณปฐวี ไม่อยากรออะไรอีกต่อไปแล้ว กลัวว่า เอ่อ”
หม่อมจรัสเรืองหันไปมองอรุณณรงค์ ด้วยท่าทีลังเล

ชัยยงค์พูดกับชัยญาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หลอกล่อเถาว์เครือได้ แม้จะต้องเสียเงินเป็นแสน
“ฉันยอมเสียเงินหลายแสนเป็นเหยื่อล่อคุณนายเถาว์เครือ ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเพชร”
“คุณนายเถาว์เครือแกเค็มยังกับเกลือ นี่ถ้าปฐวีไม่รวย คงไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่มีนางบำเรออย่างนี้หรอก”
“เราต้องเอาคุณนายเถาว์เครือไว้เป็นพวก เพราะถ้าบ้านหลังนั้นหลุดมือจากชิดชบา บ้านจะต้องตกเป็นของโสมสุภางค์”
“พ่อ คุณนายเถาว์เครือรู้แล้วว่าบ้านหลังนั้นมูลค่าเพิ่มมหาศาล แกจะไม่ฮุบไว้คนเดียวหรือ”
ชัยยงค์หัวเราะเยาะหยัน

“ฉันจะเป็นหุ้นส่วนชีวิตของคุณนายเถาว์เครือ”

จบตอนที่ 6
 
กำลังโหลดความคิดเห็น...