xs
xsm
sm
md
lg

ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4
ปราณนต์ขำก๊ากในขณะที่ภัทรินหลบมุมอยู่
"ตลกมากนักเหรอ" ภัทรินถาม
"นี่คุณอยากแต่งงานกับผมมากถึงขนาดทำลายงานแต่งคนอื่นเลยเหรอ" ปราณนต์แซว
"อย่าพูดให้ชั้นรู้สึกผิดได้มั้ย ถือซะว่าชั้นเป็นอุปสรรคพิสูจน์รักแท้ ถ้าเขาสองคนเชื่อมั่นในกันและกัน ก็ต้องปรับความเข้าใจกันได้"
"เหมือนเราสองคนใช่มั้ย"
ภัทรินจ้องปราณนต์ตาขวาง "เชอะ"
"แน่ะ เขิน"
จันทร์วิภา เนตรมณี เบญจคีย์ประคองภารตีผ่านมา
"นั่นไง ยัยภัทๆ"
ทุกคนรีบเข้ามาหาภัทริน
"ลูกเพี้ยนอะไรขึ้นมา ถึงได้ไปพังงานแต่งเขาอย่างนั้น" ภารตีถาม
"แม่ ชั้นเข้าใจผิด ชั้นขอโทษ ก็ชั้นคิดว่าเป็นงานแต่งของหมอ" ภัทรินนึกขึ้นมาได้ "เออใช่ ไหนคุณบอกว่าพ่อคุณบังคับให้แต่งงานที่นี่วันนี้ไง แล้วทำไม" ภัทรินมองการแต่งตัวของเขา
"ผมก็แค่ลองใจคุณเล่น" ปราณนต์บอก
ภัทรินตกใจ "อะไรนะ"
"ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะรู้เหรอว่าคุณรักผมมากแค่ไหน"
"ใครรักคุณ"
"แน่ะ เขิน"
ปราณนต์ฉวยโอกาสโอบภัทรินเอาไว้ ภัทรินดื้อเล็กน้อย
ปราณนต์พูด "ไม่ต้องเขินหรอก น้าภากับเพื่อนๆคุณ รู้หมดแล้วว่าเรารักกัน"
พวกจันทร์วิภาอึ้งและงงกันไปหมด
"นี่ คุณหมอกับภัทรักกันจริงๆเหรอ" ภารตีถาม
"ไปรักกันตอนไหน ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องเลย" จันทร์วิภาถาม
เนตรมณีกับเบญจคีย์ก็สงสัย "นั่นน่ะสิ"
"แหม ถ้าอยากฟังก็จะเล่าให้ฟังครับ เอิ่ม ภัท คุณเล่าดีกว่า คุณจำรายละเอียดเก่ง"
ภัทรินงง "หือ"
ปราณนต์พูดขึ้นมา "เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันเลย"
"วันไหนล่ะ" ภัทรินถาม
"แหม่ ทำเป็นลืม" ปราณนต์ว่า
"ถ้าคุณจำได้ก็เล่าสิ"
ภัทรินกับปราณนต์เกี่ยงกันเล่า
ภารตีตัดบท "ช่างเถอะๆ ไว้เล่าที่บ้านก็ได้ แต่ตอนนี้ขอแม่ทำหน้าที่ก่อน คุณหมอคะ ลูกสาวน้าอยากแต่งงานกับคุณหมอ แต่งงานกับมันได้มั้ยคะ"
ภัทรินอาย "แม่!”
"เอ้า ก็ให้แม่มาสู่ขอหมอไม่ใช่เหรอ"
"ก็”
ภัทรินเขินอาย ปราณนต์ยิ้มขำ
ภารตีถามย้ำ "ว่าไงคะหมอ"
"ตกลงครับ"
ภารตีดีใจ จันทร์วิภาก็ดีใจไปด้วย
"งั้นน้าจะรีบหาฤกษ์แต่งให้เร็วที่สุดเลยนะ"
จันทร์วิภาพูดกับภัทริน "แกรู้มั้ยว่า ผู้หญิงกี่ดอยๆที่คุณหมอไปรักษาอยากแต่งงานกับหมอณนต์ทั้งนั้น แต่แกทำได้ แกคือผู้ชนะสิบดอยตัวจริง"
เบญจคีย์ห่อเหี่ยวเพราะรู้สึกเสียดายปราณนต์
"หมอณนต์ของชั้น"
เนตรมณีกอดปลอบเบญจคีย์ "ไม่เป็นไรนะเบญ สวยๆอย่างแก หาใหม่ได้เรื่อยๆ"
ปราณนต์ยิ้มแย้ม

แหวนหมั้นอยู่ในกล่องกำมะหยี่ ปราณนต์กับภัทรินอยู่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวแบบไทยนั่งอยู่ต่อหน้าภารตีซึ่งอุ้มโคโค่อยู่โดยนั่งข้างๆ ผ.อ.โรงพยาบาล ซึ่งเป็นเถ้าแก่ฝ่ายปราณนต์ โดยมีเพื่อนๆนั่งร่วมเป็นสักขีพยาน ปราณนต์ยิ้มให้ภัทรินก่อนจะยื่นมือเพื่อขอมือ
"ขอมือด้วยค่ะที่ร้าก"
ภัทรินหน้าตาหมั่นไส้ที่ปราณนต์กวนประสาทเธอตลอดเวลา แต่ก็ยื่นมือให้
ปราณนต์บอก "มือซ้ายสิจ้ะที่ร้าก"
ภารตีหัวเราะคิกคักกับ ผ.อ.
"คงจะเขินน่ะค่ะท่านผ.อ.”
ภัทรินยื่นมือซ้ายให้ ปราณนต์สวมแหวนให้ที่นิ้วนาง
"ไหว้ขอบคุณคุณหมอด้วยสิลูก" ภารตีบอกลูก
ภัทรินยกมือไหว้
"สวมแหวนให้คุณหมอด้วยสิลูก" ภารตีบอก
ภัทรินหยิบแหวนออกมา ปราณนต์ยื่นมือให้ ภัทรินรีบสวมแหวนให้เขา จันทร์วิภา เนตรมณี เบญจคีย์ยิ้มแย้มเพราะมีความสุขไปด้วย
"เอาล่ะ เป็นอันเสร็จพิธีหมั้น" ภารตีบอก
"เดี๋ยวครับ แล้วเราไม่ต้องหอมกันและกันด้วยเหรอครับ" ปราณนต์ถาม
ภัทรินหันขวับ "นี่!”
"ถ้าอยากให้แขกชื่นใจ จะหอมก็ได้..อยากหอมกันมั้ยล่ะ"
ทั้งคู่ตอบพร้อมกันแตไม่เหมือนกัน
"อยากครับ / ไม่อยากค่ะ"
ภัทรินหันมาจ้องปราณนต์ดุๆ ปราณนต์ยิ้มแล้วทำหน้าอ้อน

ปราณนต์กับภัทรินนั่งให้แขกผ.อ.โรงพยาบาลรดน้ำพระพุทธมนต์ ภัทรินไหว้รับพรผ.อ. ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แล้วก็ยิ้มเป็นพิธี พอผ.อ.ผ่านไปเธอก็หุบยิ้ม
"ยิ้มหน่อยสิคุณ เดี๋ยวใครนึกว่าผมบังคับมาหรอก"
"ไม่มีอารมณ์"
"อยากให้น้าภาจับได้ใช่มั้ยว่าการแต่งงานนี้เป็นของ..”
ภัทรินรีบเบรก "นี่ รู้แล้วน่า" ภัทรินฝืนยิ้มแย้ม
ภารตีเข้ามารดน้ำสังข์ให้
"คุณหมอคะ น้าฝากดูแลลูกสาวน้าด้วยนะคะ ถ้ามันแผลงฤทธิ์ ฝากอบรมดูแลตักเตือนด้วยนะคะ ถึงมันจะฤทธิ์มาก น้ามั่นใจว่าคุณหมอเอาอยู่แน่ค่ะ"
"ผมจะกำราบให้อยู่หมัดเลยครับ" ปราณนต์บอก
ภารตีพูดกับภัทริน "ภัท..แม่ดีใจมากที่ได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา แม่ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว ดูแลคุณหมอดีๆ หนักนิดเบาหน่อยก็ยอมๆคุณหมอบ้างนะลูก แม่รักลูกนะ" ภารตีน้ำตารื้น
"แม่จะร้องทำไม"
"แม่ดีใจ"
ภัทรินได้เห็นภารตีมีความสุขก็สะเทือนใจเพราะลึกๆ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังโกหกแม่อยู่
ภัทรินบ่นพึมพำกับปราณนต์ "ชั้นเคยรับปากแม่ว่าจะไม่ปิดบังอะไรแม่อีก"
"ครั้งนี้คุณทำเพื่อท่าน ไม่บาปหรอก"
"หมอก็พูดได้ พ่อแม่หมอไม่ได้มานี่"
"แม่ผมเสียไปแล้ว ส่วนพ่ออยู่กรุงเทพเห็นว่างานวุ่นมาก คงจะไม่ว่างมาหรอก" แววตาปราณนต์สลดลงไป
พวกจันทร์วิภา เนตรมณี เบญจคีย์เข้ามารดน้ำสังข์ ปราณนต์สลัดความเศร้าทิ้งไป จันทร์วิภาร้องไห้ดีใจแทนเพื่อนมากๆ แล้วก็อวยพรยาวมากๆ จนถึงกับกุมมือปราณนต์กับกุมมือภัทรินเนิ่นนาน

ปราณนต์เดินแยกออกมากดโทรศัพท์แล้วรอสาย
"ผมเองนะพ่อ"
พสุวัฒน์ที่อยู่ในห้องทำงานอึ้งที่อยู่ๆปราณนต์ก็โทรมา
"ณนต์ แกโทรมามีเรื่องอะไร"
"ไม่มีอะไร ผมแค่จะบอกพ่อว่า ผมแต่งงานแล้วนะ"
"แกว่าอะไรนะ แต่งงานแล้ว แกแต่งกับใคร เมื่อไหร่"
อัณณาที่ทำงานอยู่ ถึงกับชะงัก
"แต่งวันนี้แหละ"
จันทร์วิภาวิ่งเข้ามาตามปราณนต์ "คุณหมอคะ รีบไปจดทะเบียนให้เสร็จๆเถอะค่ะ จะได้เตรียมตัวไปงานตอนเย็นต่ออีก เร็วๆๆ"
ปราณนต์ตัดบท "ผมโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ไว้แค่นี้แหละ"
ปราณนต์กดวางสายไปเลย แล้วก็เดินตามจันทร์วิภาไป
พสุวัฒน์เรียกเสียงดัง "เดี๋ยว ไอ้ณนต์ ปัทโธ่ พ่อกับพี่ชายมันเจอปัญหาขนาดนี้ มันยังมีอารมณ์จะแต่งงานอีก ให้มันได้ยังงี้สิ"
"คุณณนต์แต่งงานแล้วเหรอคะ" อัณณาเอ่ยถาม
"มันคิดทำอะไรของมัน อัณณา ติดต่อคนของเราที่เชียงใหม่สิ ให้มันไปสืบมาว่าเจ้าณนต์มันแต่งงานที่ไหน กับใคร"
"ค่ะ"
พสุวัฒน์ฉุนมาก

ปราณนต์เดินกลับมายังบริเวณบ้านที่ทุกคนรออยู่ ทุกคนยืนล้อมโต๊ะนายทะเบียนที่ตั้งรอให้บ่าวสาวมาเซ็นทะเบียนสมรส ภัทรินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"เจ้าบ่าวมาแล้วค่ะๆๆ" จันทร์วิภาบอก
ภารตีแซว "นึกว่าจะเผ่นหนีลูกสาวน้าไปแล้วซะอีก"
"ใครจะหนีเจ้าสาวคนสวยไปได้ล่ะครับ ผมต้องเซ็นอะไรครับ" ปราณนต์ถาม
นายทะเบียนยื่นทะเบียนสมรสมาตรงหน้า "ทั้งสองคน เซ็นทั้งสองใบ ก็เป็นอันว่า ได้เป็นสามีและภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมายครับ"
นายทะเบียนยื่นปากกาให้ ปราณนต์หยิบปากกามาแล้วส่งให้ภัทริน
"อ้ะ"
ภัทรินนิ่งๆเหวอๆ ก่อนจะค่อยๆ รับปากกามา เธอมองใบทะเบียนสมรสตรงหน้าที่มีพิมพ์ชื่อของตนและชื่อของปราณนต์คู่กันเอาไว้แล้วก็ยิ่งรู้สึกสับสน ปราณนต์หยิบปากกาอีกด้ามมาแล้วจะเซ็นลงไปทันที
ภัทรินรีบทักขึ้น "เดี๋ยว!”
ปราณนต์ชะงัก ทุกคนงง
"ภัทขอเวลาห้านาที" ภัทรินกระชากแขนปราณนต์ "มานี่"
ภัทรินดึงปราณนต์ให้เดินแยกออกไป ทุกคนงงๆ

ภัทรินลากปราณนต์ออกมา
"อะไรคุณ อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนใจ ไม่ทันแล้วนะ"
"ชั้นต้องทำความเข้าใจกับคุณให้ตรงกันก่อน" ภัทรินบอก
ปราณนต์ถาม "มีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก"
"การแต่งงานนี้ จะเป็นแค่การแต่งหลอกๆ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ชั้นช่วยคุณไม่ให้ถูกพ่อบังคับแต่งงาน คุณช่วยชั้นให้ปลดหนี้"
"ผมให้ยืมเงิน คุณต้องผ่อนคืนผม"
"โดยไม่คิดดอกเบี้ย ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ และคืนหมดเมื่อไหร่ ชั้นเป็นไท หย่าได้"
"ถ้าคุณอยากจะหย่านะ"
"อยากแน่นอนอยู่แล้ว" ภัทรินบอก
ปราณนต์ถาม "หมดยัง"
"เรื่องทั้งหมดนี้จะต้องเป็นความลับ ห้ามให้แม่ชั้น หรือเพื่อนๆ หรือใครก็ตามรู้ว่ามันคือเรื่องหลอกลวง"
"ผมแอคติ้งเนียนอยู่แล้ว คุณน่าจะเห็นนะที่ร้าก"
ปราณนต์จะโอบ ภัทรินผลักออกแล้วชี้หน้าว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุด
"และข้อสำคัญ นายต้องสาบาน"
"สาบานอะไร"
"ยกมือขึ้นมา"
ปราณนต์จำใจชูมือทำท่าสาบาน
ภัทรินบอกเขา "ผม..พูดชื่อตัวเอง"
"ผม คุณหมอปราณนต์” ปราณนต์พูด
"ขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วโลกว่า ผมจะไม่กระทำการล่วงเกิน ลามกอนาจาร สกปรก บัดสีแก่นางสาวภัทรินเด็ดขาด"
"ไม่ทำ แล้วคิดได้ป่ะ" ปราณนต์ถาม
"ไม่ได้ ห้ามทำ ห้ามคิด ห้ามพูด"
"ผม ขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วโลกว่าผมจะไม่กระทำการล่วงเกิน ลามกอนาจาร สกปรก บัดสีแก่นางสาวภัทรินเด็ดขาดไม่ทำและไม่คิดด้วย" ปราณนต์พูดต่อเองเลย "หากผมผิดคำสาบานขอให้ผมประสบอุบัติเหตุร้ายแรง จนทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตอย่างเอน็จอนาถ พอใจยัง"
"ดี"
"แต่ถ้าภัทรินเป็นฝ่ายทำหรือคิดลามกอนาจารกับผมซะเอง ขอให้ภัทรินตกหลุมรักผมหัวปักหัวปำ ตัดใจไม่ขาด ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะรักผมจนขาดใจ"
"น่ากลัวจริงจริ๊ง"

ปราณนต์เซ็นทะเบียนสมรส ภัทรินเซ็นทะเบียนสมรสต่อจากเขา ทุกคนที่ลุ้นอยู่ต่างปรบมือดีใจ
นายทะเบียนพูด "ตั้งแต่วันนี้ไป คุณทั้งสองคน เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อตามกฎหมายแล้ว"
ทุกคนยินดี "เฮๆๆ"
ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีด้วยกับสามีภรรยาใหม่
"ใครที่จะไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสที่เชียงใหม่ รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดหล่อๆสวยๆ แล้วมาขึ้นรถที่นี่พร้อมเพรียงกัน เที่ยงตรงรถออก"
ทุกคนกำลังจะแยกย้าย
ปราณนต์รีบบอก "เดี๋ยวครับๆ จดทะเบียนแล้ว ไม่เชียร์ให้จูบกันเหรอครับ"
ภัทรินหันขวับ "นี่!”
"สักทีก็ดีเหมือนกันนะพวกเรา" ภารตีบอก
จันทร์วิภาเริ่มเชียร์ "จูบเลยๆๆ"
ทุกคนร้องเชียร์
ปราณนต์บอก "มามะ"
ภัทรินพูดลอดไรฟัน "อย่า"
ปราณนต์กระซิบ "เล่นละครให้มันเนียนๆหน่อย หรืออยากให้แม่คุณรู้" ปราณนต์หันมาพูดกับทุกคน "จะจูบล่ะนะ"
ปราณนต์คว้าภัทรินมาแล้วยื่นหน้าเข้าไปหมายจะจูบ แต่ภัทรินหลบและเอามือดันไว้
"เอาไว้จูบในงานเลี้ยงดีกว่านะคะ" ภัทรินบอก
"มัดจำก่อนสิ" ปราณนต์ทำปากจู๋
ภัทรินหยิกแก้มปราณนต์ "แหมๆๆ อย่าทะเล้นให้มากสิคะ มันน่ารักมากๆ"
ภัทรินแกล้งหยิกแก้มปราณนต์ เขาเจ็บจนร้องโอ้ยๆ
"แยกย้ายค่ะๆๆ" ภัทรินบอก
ปราณนต์แค้นๆ ภัทรินยิ้มเยาะ

อัณณาพูดโทรศัพท์ไปเดินอย่างเร่งรีบจะออกจากออฟฟิศไปด้วย
"ค่ะท่าน อัณเคลียร์เอกสารเสร็จแล้ว กำลังรีบออกไปแล้วค่ะ สักครู่นะคะ"
อัณณาต้องชะงักเพราะชมนาดเข้ามายืนขวาง
"จะไปไหนคะ" ชมนาดถาม
"มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ดิฉันรีบ" อัณณาบอก
"ชั้นมีเอกสารต้องการให้คุณปราณเซ็น เป็นงบสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ต้องการด่วนที่สุด"
"ขอเอกสารด้วยค่ะ เดี๋ยวดิฉันเอาไปให้คุณปราณเซ็นวันนี้"
"แต่ฉันต้องการเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะดำเนินการไม่ทัน"
อัณณาพูดเด็ดขาดแบบไม่ต่อรอง "ดิฉันจะเจอคุณปราณคืนนี้ พรุ่งนี้คือเร็วที่สุดค่ะ จะฝากเอกสารไปกับดิฉันมั้ยคะ"
ชมนาดส่งให้ อัณณารับไปแล้วรีบเดินผละจากไป ชมนาดมองอย่างสงสัย
"รีบไปไหน" ชมนาดหันไปถามพนักงานอีกคนที่อยู่ตรงนั้น "นี่ รู้หรือเปล่าว่าอัณณารีบออกไปไหน"
"อ๋อ คุณอัณณาต้องรีบบินไปเชียงใหม่กับคุณท่านค่ะ"
"ไปเชียงใหม่ ไปทำอะไร" ชมนาดถามต่อ
"ไม่ทราบค่ะ"
ชมนาดสงสัยมาก เธอทั้งแปลกใจทั้งอยากรู้
"เชียงใหม่" ชมนาดตาลุกวาว "หรือว่า ปราณอยู่ที่นั่น"

ณ โรงแรมในเชียงใหม่ ภารตีซึ่งอยู่ในชุดผ้าทอพื้นเมืองสวมเครื่องประดับเงินแบบชาวเขาประยุกต์เดินอุ้มเจ้าโคโค่ออกมาจากห้องแต่งตัวเจ้าสาวแล้วก็ต้องชะงักเพราะเห็นปราณนต์ในชุดสูทสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามา
"หมอณนต์ วันนี้คุณหมอหล่อมาก ยังกับพระเอกหนังเลย" ภารตีชม
"ขอบคุณครับ แต่ผมไม่คิดว่าชุดอย่างนี้จะเข้ากับผมเลยครับ มันดู ดูพระเอกเกินไป ฮะๆๆ"
ภารตียิ้มๆ "แอบมาหาเจ้าสาวเหรอคะ อะไรจะใจร้อนอย่างนั้น"
"ก็ ผมตื่นเต้นอ่ะครับ"
จันทร์วิภาวิ่งออกมาจากในห้อง
"เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะคุณผู้โชม"
ภัทรินซึ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดมีหางชุดยาวลากพื้นเป็นเมตรเหมือนเจ้าหญิงเดินมา มีเนตรมณีกับเบญจคีย์ตามประกบเพื่อช่วยกันยกหางของชุดให้
ปราณนต์ตะลึงและปลื้มในความสวยของเจ้าสาว
"สวยอ่ะดิ" ภัทรินถาม
"สวย แต่นั่นชุดหรือเรือหางยาวไม่ทราบ" ปราณนต์แซว
"อย่า อย่าตั้งคำถามกับความฝันวัยเยาว์ของผู้หญิง ชั้นไม่ได้จะแต่งงานบ่อยๆ ขอเป็นเจ้าหญิงสักวัน โอเค๊"
"ยังงี้ผมก็เป็นเจ้าชายน่ะสิ"
"เจ้าชายปากเสีย" ภัทรินว่า
ปราณนต์สวนทันที "เหมาะสมกับเจ้าหญิงปาก”
"ปากอะไร"
ภัทรินกับปราณนต์จิ๊จ๊ะใส่กัน
ภารตี จันทร์วิภา เบญจคีย์ และเนตรมณีมองอย่างปลื้มๆ แล้วก็กระซิบกระซาบกัน
"กระเซ้าเย้าแหย่กันตลอดอย่างนี้ รับรองลูกดกยิ่งกว่ามะม่วง" จันทร์วิภาว่า
กลุ่มภารตีหัวเราะคิกคักกัน

ภัทรินกับปราณนต์ยืนอยู่กลางวงล้อมของกลุ่มชาวเขานับ10คนที่จับมือล้อมวงร้องเพลงเป็นเสมือนการอวยพรให้คู่บ่าวสาว โดยมีอะเลอยู่ในวงนั้นด้วย ภัทรินหน้าเจื่อนๆ เพราะอุตส่าห์แต่งตัวสวยเริ่ด แต่แขกในงานดันมีแต่ชาวเขา
"ยิ้มหน่อยสิคุณ เขาอวยพรให้คู่เราอยู่นะ" ปราณนต์บอก
"ชั้นยิ้มอยู่" ภารตีบ่น "นี่ไม่ใช่งานที่ชั้นฝันไว้ มันต้องมีคนแต่งตัวสวยๆเริ่ดๆเปิดหน้าผ่าหลังถือกระเป๋าเก๋ๆสิ..ไม่ใช่แบบนี้"
"ผมเป็นหมอดอย แม่คุณก็อยู่ดอย เพื่อนคุณก็คนดอย คุณคิดว่าจะมีไฮโซนางแบบมางาน เอาอะไรคิด ผมบอกแล้วว่าจัดเล็กๆบนดอย คุณก็อยากจะจัดโก้ๆในโรงแรม..เพราะงั้นห้ามบ่น"
ทันใดนั้น เด็กชาวเขา2-3คนก็มาเล่นสนุกกับชายผ้าที่ยาวเฟื้อยของชุดเจ้าสาวโดยเอามาพันตัว หมุนเข้าหมุนออก กระชากลากดึงชุดของภัทริน
ภัทรินโดนดึงก็ไม่พอใจ "โอ้ย! หยุดดึง ไม่มีอะไรจะเล่นแล้วหรือไง ไปๆๆ"
ภัทรินมีปัญหากับพวกเด็กๆ ปราณนต์ยืนขำอยู่ข้างๆ
"เด็กวัยเยาว์ก็อย่างนี้ คุณน่าจะเข้าใจนะ" ปราณนต์หัวเราะคิกคัก
"ไม่ต้องมาหัวเราะ"
"ใครหัวเราะ" ปราณนต์ถาม
"นายนั่นแหละ"
ทันใด ผู้เฒ่าชาวเขาคนนึงก็เดินเข้ามาหาแล้วจับศีรษะของภัทรินกับปราณนต์เอาไว้ ทั้งคู่ชะงักเพราะงงแล้วผู้เฒ่าก็จับให้ทั้งคู่เอาหน้าผากมาชนกันก่อนจะพูดพึมพำเพื่ออวยพร ภัทรินไม่ทันตั้งตัวจึงเหวอๆเขินๆ ปราณนต์ยิ้มให้
"พ่อเฒ่าอวยพรให้เราสองคนรักกันชั่วฟ้าดินสลาย" ปราณนต์บอกภัทริน
ภัทรินเขินๆ แต่วางฟอร์มเชิดใส่ พอผู้เฒ่าอวยพรเสร็จ พวกชาวเขาก็เข้ามาจับมือแสดงความยินดี
"มาๆๆ ถ่ายรูปรวมกันหน่อย" อะเลบอก
ทุกคนเข้ามารุมบ่าวสาวอย่างเบียดเสียดเพื่อถ่ายรูป
"ชุด อย่าเหยียบชุด อย่าๆๆ" ภัทรินร้องบอก
ภัทรินพยายามดึงและเก็บชายของชุดแต่ก็ไม่สำเร็จ เธอถูกเบียดจนเซเข้าไปติดกับปราณนต์
"ช่างชุดเถอะคุณ..ยิ้มก่อน ยิ้ม" ปราณนต์บอก
อะเลนับ "หนึ่ง ส่อง ซั่ม"
ปราณนต์และพวกชาวเขาโพสต์ท่าทันสมัย เช่น ชูสองนิ้ว ทำท่าหัวใจ น่ารักๆ มีเพียงภัทรินที่แหงนหน้า อ้าปากร้องแว้ดเพราะกำลังถูกกระชากชุดอยู่พอดี

จันทร์วิภาทำหน้าที่พิธีกรทักทายแขกในงานอยู่บนเวที ส่วนภัทรินกำลังเช็ดทำความสะอาดชายชุดที่โดนเหยียบจนเลอะอยู่ที่ข้างเวที
"เลอะนิดเลอะหน่อย ไม่มีใครเห็นหรอก" ปราณนต์บอก
"นี่นิดเหรอ" ภัทรินโชว์ชายผ้าที่มีรอยเท้าเต็มๆ "นี่ไม่ใช่งานแต่งในฝันของชั้น ไม่ใช่ๆๆๆ งานก็ไม่ใช่ แขกก็ไม่ใช่ เจ้าบ่าวยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย"
"แล้วคุณจะไปแคร์อะไร นี่มันก็แค่งานแต่ง" ภัทรินเบาเสียงลง "หลอกๆ"
ทันใดนั้นเสียงจันทร์วิภาประกาศเรียกเจ้าบ่าวเจ้าสาวดังมา
"เราทุกคนอยากเจอเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย เชิญค่า"
บรรดาแขกปรบมือเรียกร้อง
ปราณนต์หันมาบอกภัทริน "ไปได้แล้ว"
"ยังไม่สะอาด ชั้นไม่พร้อม"
ภัทรินไม่ยอมไป ปราณนต์อุ้มภัทรินขึ้นมาเลย
"จะทำอะไร" ภัทรินถาม

ปราณนต์อุ้มภัทรินขึ้นไปบนเวที ภารตี จันทร์วิภา เบญจคีย์ เนตรมณีและแขกในงานส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกัน โคโค่เห่ารับด้วย
"ว้าย หวานมากๆเลยค่ะ..ไม่หนักเหรอคะคุณหมอ วางลงก่อนมั้ยคะ" จันทร์วิภาพูด
"อยากลงหรือยังจ๊ะที่รัก" ปราณนต์ถาม
"วางชั้นลงเถอะค่ะ" ภัทรินยิ้มแต่แอบหยิกหลังปราณนต์
"ครับๆๆ"
ปราณนต์วางภัทรินลงแล้วรีบคว้าตัวภัทรินมายืนโอบไม่ให้ขยับหนีไปไหน ภัทรินหันขวับมาจ้องตาขวางอย่างลืมตัว แต่ปราณนต์ยิ้มหวานตอบ
"ให้มันเนียนๆหน่อยสิที่รัก" ปราณนต์พูดเบาๆ
ภัทรินจึงรู้ตัวและฉีกยิ้มกลบเกลื่อนต่อไป

พสุวัฒน์กับอัณณาเดินเข้ามายืนมองงานแต่ง
"เจ้าณนต์ มันแต่งงานจริงๆ มันคิดอะไรของมัน" พสุวัฒน์สงสัย
อัณณาพูดขึ้น "คุณท่านคะ เจ้าสาวของคุณณนต์ คือ”
พสุวัฒน์อึ้ง "ผู้หญิงคนนั้น"
"ภัทริน สุคนธกาญจน์ หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่ทุจริตเงินบริษัท"
พสุวัฒน์งง "มันเป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง"
พสุวัฒน์อึ้งเพราะไม่เข้าใจการตัดสินใจของปราณนต์ เขาจะบุกเข้าไปแต่อัณณารั้งไว้
"อย่าค่ะท่าน อัณคิดว่าคุณณนต์ต้องมีเหตุผลถึงตัดสินใจอย่างนี้ รอถามเจ้าตัวก่อนดีกว่าค่ะ"
พสุวัฒน์รู้สึกขัดใจ

จันทร์วิภาสัมภาษณ์คู่บ่าวสาว
"ตอนนี้แขกทุกท่านคงมีคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจหนึ่งคำถามเหมือนๆกัน จันทร์ก็ด้วยก็คือ ทั้งสองคน เป็นไงมาไงถึงรักกันได้ ไปพบรักอะไรกันตอนไหน มีเหตุการณ์ประทับใจอะไร ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะค่ะ"
ภารตีและพวกแขกในงานเห็นด้วยจึงปรบมือเชียร์และรอฟัง
"ขนาดแม่แท้ๆยังไม่รู้เลยว่าไปรักกันตอนไหน ยัยภัทปิดปากเงียบมาก" ภารตีว่า
"สงสัยจะเป็นที่กรุงเทพแน่ๆ" เบญจคีย์เดา
"ความลับเยอะ แสดงว่าต้องอีโรติกมากแน่ๆ" เนตรมณีบอก
ภารตีกับเบญจคีย์รีบแก้ "โรแมนติก"

ปราณนต์กับภัทรินเกี่ยงกันเพราะต่างรู้ดีว่าไม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจึงไม่อยากโกหก
"คุณเล่าสิภัท"
"คุณเล่าดีกว่า" ภัทรินปัด
"แต่คุณเป็นคนแอบปิ๊งผมก่อนนะ" ปราณนต์พูดขึ้น
พวกแขกส่งเสียงฮิ้ว
"แล้วใครล่ะคะที่มาดักยืนรอ ทุกวัน เช้าจรดเย็น เพื่อให้ได้เห็นหน้าชั้น" ภัทรินย้อน
พวกแขกส่งเสียงฮิ้ว
ภัทรินตัดบทด้วยการเสนอ "ใครอยากฟังคุณหมอเล่า ปรบมือด้วยค่ะ"
พวกแขกปรบมือกันอื้ออึง ปราณนต์อึ้งเพราะไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร ภัทรินยักคิ้วเย้ยๆ
"เล่าให้มันต่อเนื่องจากที่พูดไปด้วยล่ะ" ภัทรินเยาะๆ
ภัทรินยักคิ้วเย้ยๆ แล้วรอฟัง ปราณนต์หน้าซีดไม่รู้จะเล่าอะไรดี
อัณณารอฟังอยู่เช่นกันเพราะอยากรู้ความรู้สึกของปราณนต์ที่มีต่อภัทริน
"ผมชอบภัทตั้งแต่วินาทีแรกที่พบหน้าเลยครับ ก็ภัทเป็นคนสวย น่ารัก ใครๆเห็นก็ต้องชอบ..”
ภัทรินยิ้มแต้ พวกแขกเฮฮา
ปราณนต์พูดต่อ "จริงๆผมเห็นภัทตั้งแต่สมัยที่ตามคุณแม่มารักษาคนไข้บนดอยแล้ว แต่ตอนนั้นภัทยังเด็ก ขี้มูกยังเกรอะกังอยู่เลย แต่ภัทคงจำผมไม่ได้ เอ่อ แล้วเราก็ ได้ไปเรียนที่เดียวกัน ผมได้ทุน เขาก็ได้ทุน"
ภัทรินงงแต่ก็ตั้งใจรอฟังว่าจะเล่าไปยังไง อัณณาก็เอะใจ ภารตีแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน
"ยัยภัทมันไปได้ทุนอะไร ตอนไหน" ภารตีงง
"ทุนบริษัทมั้งคะ พวกบริษัทโตๆชอบมีทุนให้พนักงานไปเรียน" เนตรมณีบอก
ปราณนต์เล่าต่อด้วยสีหน้าแววตาแบบคนคิดถึงอดีต
"เขาเป็นคนเรียนเก่ง ช่วยติวให้ผมทุกวิชา ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่ได้จบมาเป็นหมออย่างทุกวันนี้ แต่กว่าที่จะยอมติวให้ผมสักวิชา เขาจะบังคับให้ผมร้องเพลงให้ฟังก่อน เพลงนึง เป็นเพลงที่เขาชอบ"
อัณณาอึ้งเพราะเริ่มจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้

ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ปราณนต์เล่า ปราณนต์กำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลงแบบชาวเขาสำเนียงเหนือๆ อยู่ที่บริเวณม้านั่งในมหาวิทยาลัยในทวีปยุโรป อัณณาฟังอย่างชอบใจในสำเนียง เธอหัวเราะยิ้มแย้มและสบตากันหวานชื่น
เหตุการณ์ปัจจุบัน ปราณนต์กำลังเล่นซึงเพลงเดียวกันกับในอดีตอยู่ อัณณาถึงกับตะลึงเพราะคาดไม่ถึง เธอมั่นใจว่าปราณนต์กำลังเล่าเรื่องของเธอและปราณนต์ก็ไม่เคยลืมเธอ ภัทรินงงเพราะไม่รู้ว่าปราณนต์เอาเรื่องอะไรมาเล่า
"เพลงนี้ล่ะครับที่เขาชอบ เขาชอบฟังสำเนียงเหนือๆดอยๆของผม เขาว่ามันตลก ผมพูดทีไร เขาก็จะหัวเราะไม่หยุด"
อัณณาคิดถึงอดีต

ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ปราณนต์เล่า ปราณนต์กำลังพูดภาษาเหนือขอร้องอัณณาไม่หยุด อัณณาหัวเราะคิกคักๆ ปราณนต์ยิ่งแกล้งพูดให้ตลก
"แม่หญิงคนง๋ามช่วยติ๋วให้ผู้บ่าวต๋วยเน้อ เก๊าขอฮ้อง"
"พอแล้วๆๆ ยอมติวให้แล้ว" อัณณาบอก
"ติ๋วจริงๆเน้อ แม่หญิงคนง๋ามอย่าจุ๊เน้อ บ่งั้นเก๊าโป้งแต๊ๆก่า"

เหตุการณ์ปัจจุบัน ปราณนต์เล่าต่อ
"ผมชอบแกล้งให้เขาหัวเราะ เพราะผมชอบมองเวลาที่เขายิ้มมาก"
ภัทรินทึ่งๆที่ปราณนต์แต่งเรื่องได้ขนาดนี้
"แต่ ผมไปรู้มาว่าพี่ เอ่อ รุ่นพี่ของผมคนนึง เขาแอบชอบภัทอยู่ ชอบมากๆด้วย ผมก็เลย”
ปราณนต์หันไปเห็นอัณณายืนอยู่กับพสุวัฒน์พอดีก็อึ้งและยืนนิ่งไปเพราะพูดไม่ออก ทุกคนลุ้น ภารตีรอฟังตั้งใจ เบญจคีย์กับเนตรมณีกำลังเคลิ้ม
"ก็เลย อะไรคะ ทุกคนรอฟังอยู่" จันทร์วิภาถาม
"ก็เลย เลย เลยบอกว่าผมรักภัทรินมากกว่า" ปราณนต์หันไปสวีทกับภัทรินโชว์แขก "ผมรักภัทรินคนเดียว รักมากที่สุด ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีภัทริน เราก็เลยรักและแต่งงานกันครับ จบ"
ทุกคนงงและเหวอ
ปราณนต์ยิ้มหวานให้ภัทรินเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง อัณณาที่มองอยู่รู้ว่าปราณนต์ไม่ได้คิดอะไรกับภัทริน แต่ภัทรินทั้งงงทั้งไม่เข้าใจ

อ่านต่อหน้าที่ 2 


ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)
ปราณนต์เดินลงจากเวที ภัทรินรีบตามมาประกบ
"คุณไปเอาเรื่องที่ไหนมาเล่า"
"ยุ่งน่า" ปราณนต์ว่า
"เรื่องของแฟนเก่าเหรอ แน๊ๆๆ อย่ามาฟอร์ม ชั้นดูออก ถ้าให้ชั้นเดาหมอต้องเคยโดนแฟนเก่าทิ้ง เลยอกหักหนีมาเป็นหมอบนดอย ใช่มั้ย" ภัทรินแซว
"เพ้อเจ้อ"
ปราณนต์ผละเดินแยกออกไปเลย ภัทรินมองตาม
"ทำเป็นไม่บอก โด่ ดูก็รู้"
แล้วภัทรินก็ชะงักที่เห็นปราณนต์เดินเข้าไปหาพสุวัฒน์กับอัณณาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภัทรินมองไปที่พสุวัฒน์ก็รู้สึกคุ้นหน้า
"ผู้ชายคนนั้น”
ทันใดนั้นจันทร์วิภาก็วิ่งเข้ามาหาภัทริน
"ภัท ไปถ่ายรูปกัน อ้าว แล้วเจ้าบ่าวล่ะ" จันทร์วิภามองหาก็เห็นปราณนต์อยู่กับพสุวัฒน์และเดินออกไปพอดี "เอ๊ะ เฮ้ย นั่น คนที่อยู่กับคุณหมอ"
"แกรู้จักเหรอจันทร์"
"ถ้าจำไม่ผิด นั่นผู้บริหารใหญ่ของจีแอลเอส"
ภัทรินตะลึง

พสุวัฒน์ยืนรออยู่ที่บริเวณสวนด้านนอกของโรงแรม ปราณนต์เดินตามมา
"ผมคิดว่าพ่อจะติดประชุม ไม่ว่างมาซะอีก" ปราณนต์บอก
"แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ แต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่คิดจะบอกชั้นสักคำหรือไง แล้วผู้หญิงคนนั้น รู้หรือเปล่าว่าคือใคร" พสุวัฒน์ถาม
"ภัทริน สุคนธกาญจน์ เคยทำงานโรงงานอุปกรณ์การแพทย์ในเครือจีแอลเอส และถูกไล่ออกฐานทุจริต และที่ผมไม่เชิญพ่อ เพราะผมไม่อยากให้มา ผมไม่อยากให้ภัทรินรู้ว่าผมมีความเกี่ยวข้องกับจีแอลเอส"
"ชั้นไม่เข้าใจแกเลย คิดหรือเปล่าว่าถ้ากรรมการบริหารรู้ พวกเขาจะคิดยังไงที่ลูกชายชั้นไปแต่งงานกับคนโกงบริษัท"
"ก็บอกเขาไปสิครับว่าผมไม่ใช่ลูกพ่อ นามสกุลที่ผมใช้ก็นามสกุลแม่ ผมจะทำอะไร พ่อไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทั้งนั้น"
พสุวัฒน์ไม่พอใจ "ปราณนต์"
พสุวัฒน์ฉุน อัณณารีบเบรค
"อัณเชื่อคุณณนต์ค่ะท่าน งานแต่งงานนี้ คงจะเป็นแผนอะไรสักอย่างของคุณณนต์ที่พยายามจะช่วยจีแอลเอส เพราะมันไม่ได้เกิดจากความรัก อัณพูดถูกมั้ยคะ"
ปราณนต์เดินแยกออกไปโดยไม่ตอบอะไรเลย

ปราณนต์เดินแยกออกมา อัณณาวิ่งตามมา
"ถ้าณนต์มีแผนอะไร บอกให้อัณกับพ่อคุณรู้ด้วยสิคะ เราจะได้ช่วยกัน"
"ถ้าอยากช่วย คุณก็ไม่ควรให้พ่อมาที่นี่ เพราะทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่คุณกับพ่อจะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้น" ปราณนต์ว่า
"อะไรคะที่ยุ่งยาก ความสัมพันธ์ของณนต์กับภัทรินเหรอ ไม่ใช่หรอก เพราะอัณรู้ว่าณนต์กับเขาไม่ได้มีความทรงจำดีๆต่อกันเลย เพราะถ้ามี ณนต์คงไม่ต้องเอาเรื่องของเรามาพูด"
ปราณนต์เปลี่ยนเรื่อง "ผมจะกลับไปในงานแล้ว คุณพาคุณพ่อกลับกรุงเทพไป"
"ณนต์ก็เป็นอย่างนี้ หนีความจริงตลอด" อัณณาว่า
"เข้าใจผมก็ดีแล้ว กลับไปได้แล้ว"
ปราณนต์กำลังจะเดินแยกออกไป แต่อยู่ๆเสียงสินธรก็ดังเข้ามา
"หลานณนต์"
สินธรเดินเข้ามา โดยมีชมนาดเดินตามมาด้วย ปราณนต์กับอัณณาถึงกับอึ้ง

จันทร์วิภากำลังกดมือถือของเบญจคีย์อยู่
"ใช่จริงๆด้วย ภัท แกดู" จันทร์วิภาเอามือถือให้ภัทรินดู ที่จอเป็นหน้าพสุวัฒน์ถ่ายกับป้ายบริษัทจีแอลเอส "ผู้ชายคนนั้นคือคุณพสุวัฒน์ ปุณณเวช ผู้บริหารบริษัทจีแอลเอสที่แกเคยทำงานไง"
"เขาอยู่ที่นี่เหรอ มาทำไม หรือมาประชุมอะไรในโรงแรมนี้" เนตรมณีสงสัย
"ไม่ใช่ เขามาหาหมอณนต์" ภัทรินบอก
จันทร์วิภา เบญจคีย์ และเนตรมณีตกใจ "อะไรนะ"
"แสดงว่าเขามาร่วมงานแต่งของแกน่ะเหรอ" จันทร์วิภาถาม
"เขาจะมาจับแกหรือเปล่าภัท" เนตรมณีเป็นห่วง
"หรือจะมาแฉความผิดของแกให้หมอณนต์ฟัง" เบญจคีย์กังวล
"เดี๋ยวๆๆ พวกแกอย่าเพิ่งคิดไปไกล อย่าลืมนะว่าจีแอลเอสบริจาคยาให้โรงพยาบาลผาหมอกก็เพราะหมอณนต์รู้จักกับคนในนั้น..หมอณนต์อาจจะเชิญเขามาร่วมงานตามมารยาทด้วยก็ได้"
"เชิญมา ทั้งๆที่รู้ว่าชั้นมีคดีกับบริษัทนี้งั้นเหรอ ชั้นต้องการคำตอบ หมออยู่ไหน"
ภัทรินเดินจ้ำออกไปทันทีเพราะอยากจะไปคุยกับปราณนต์ให้รู้เรื่อง เพื่อนๆตกใจจึงรีบเดินตาม

สินธรทักทายปราณนต์
"ครั้งสุดท้ายที่อาเจอหลาน ก็รู้สึกจะเป็นตอนก่อนไปเรียนอังกฤษอีกมั้ง ตอนนั้นเพิ่งสิบเจ็ดสิบแปดเองหรือเปล่า เราไม่ได้เจอกันนานมาก เจออีกทีแต่งงานซะแล้ว"
พสุวัฒน์เดินตามมา
"สินธร นายมาได้ยังไง"
"อ้าว พี่พสุ งานแต่งหลานทั้งที ไม่คิดจะบอกให้อาแท้ๆมาร่วมงานเลยเหรอครับ เนี่ยถ้าคุณชมไม่มาบอก ผมก็คงไม่รู้"
ปราณนต์พูด "จริงๆแล้ว งานนี้เป็นงานเล็กๆ จัดพอเป็นพิธีเท่านั้น แขกที่มาก็มีแต่ชาวเขาชาวดอย ผมเกรงว่าพ่อกับอาจะอึดอัด ก็เลยไม่ได้เชิญ"
"แต่ถึงไม่ได้เชิญ คุณชมนาดก็ยังทราบได้" อัณณาว่า
"คุณอัณบอกว่ากำลังจะมาพบคุณปราณ คงหมายถึงที่งานนี้ใช่มั้ยคะ คุณปราณคงไม่พลาดงานแต่งน้องชายฝาแฝดหรอก แล้วไม่ทราบตอนนี้คุณปราณอยู่ไหนคะ" ชมนาดถาม
อัณณารีบบอก "ถ้าคุณห่วงเรื่องเอกสาร ดิฉันรวบรวมส่งให้คุณปราณแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง"
"ผมอยากเจอ นานๆจะได้เจอทั้งปราณและณนต์พร้อมกัน ผมอยากถ่ายรูปกับหลานหน่อย ถ่ายด้วยกันนะพี่พสุ" สินธรรบเร้า
ชมนาดถามทันที "ตกลงว่าคุณปราณอยู่ที่ไหนคะ"
อัณณาหน้าเสียเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร
"รู้สึกจะอยู่ด้านในงานครับ อัณ ช่วยพาพ่อกับอาเข้าไปพบพี่ปราณที เดี๋ยวผมขอไปห้องน้ำก่อน แล้วจะรีบตามไป อูย ไม่ไหวแล้วๆ" ปราณนต์ตัดบท
ปราณนต์รีบแยกไป
"เชิญค่ะ"
อัณณาเชิญให้สินธรกับชมนาดเดินตามไป

ภัทรินเดินจ้ำแยกมาอีกด้าน พวกเพื่อนๆ เดินตามมา
"ยัยภัท แกใจเย็นๆ แม่แกกำลังมีความสุข แกอย่าเพิ่งวีนตอนนี้ให้เสียบรรยากาศเลย" จันทร์วิภาว่า
"ชั้นไม่ได้จะวีน แต่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน ว่าคนพวกนั้นมาทำไม"
ภัทรินไม่ยอมหยุดเดิน เบญจคีย์คว้าชายของชุดดึงเอาไว้
ภัทรินโมโห "โอ๊ย ยัยเบญ ปล่อยชุดชั้นนะ เดี๋ยวขาด"
"ชั้นไม่ให้แกไป แกต้องกลับเข้าไปในงาน ทำหน้าที่เจ้าสาว" เบญจคีย์ว่า
"ขอชั้นไปเคลียร์กับหมอก่อนได้มั้ย" ภัทรินบอก
เบญจคีย์กับเนตรมณียื้อยุดภัทรินเอาไว้ ทันใดนั้นมือถือของจันทร์วิภาก็ดังขึ้น
จันทร์วิภารับสาย "ค่ะหมอณนต์ อะไรนะคะ ค่ะๆ จันทร์จะบอกยัยภัทให้" จันทร์วิภาวางสายแล้วรีบบอกภัทริน "หมอณนต์บอกว่า มีแขกของโรงแรมกินยาฆ่าตัวตาย หมอไปเจอพอดี เลยอยู่ช่วยปฐมพยาบาลรอรถพยาบาลมารับ ถ้าเสร็จแล้วจะรีบกลับมา"
ภัทรินกระชากชายของชุดมาได้ก็รีบวิ่งไป
"ภัท แกจะไปไหน" เนตรมณีถาม
แล้วภัทรินก็ต้องชะงักเพราะพสุวัฒน์ อัณณา สินธร และชมนาดเดินสวนมาตรงหน้า ภัทรินผงะที่เห็นชมนาดด้วย
"คุณ”
ชมนาดจำได้ "ภัทริน นี่เธอ เธอเป็นเจ้าสาวเหรอ เธอแต่งงานกับคุณณนต์"
ภัทรินรวบรวมสติแล้วเชิดหน้า "ค่ะ" ภัทรินยกมือไหว้พสุวัฒน์ "เชิญตามสบายนะคะ"
ภัทรินเดินเชิดหน้าแยกออกไป พวกเพื่อนๆ ต้อนรับแขก
"คุณท่านคะ ผู้หญิงคนนี้คือภัทรินคนที่โกงเงินบริษัทของเรา" ชมนาดรายงาน
พสุวัฒน์ตัดบท "ผมรู้แล้ว"
"แล้วทำไมถึง” ชมนาดงง
พสุวัฒน์เครียดและไม่อยากตอบคำถามอะไรมากจึงเดินเข้างานไป
ชมนาดกับสินธรสบตากันด้วยความรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ
จันทร์วิภาบอกทั้งสองคน "เชิญ เข้างานก่อนไหมคะ"

ภัทรินวิ่งออกมาที่อีกด้านของโรงแรม เธอกำลังจะออกไปทางด้านหน้าแต่อยู่ๆปราณก็เดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ภัทรินชะงักแล้วรีบเรียก
"หมอณนต์”
ภัทรินวิ่งไปกระชากตัวปราณ
"ตอบชั้นมา..คนจากจีแอลเอสพวกนั้นมาทำไม คุณเชิญพวกเขามางั้นเหรอ"
ปราณทำหน้าไม่รู้จักภัทริน
"ขอโทษนะครับ คุณเป็นเจ้าสาวของปราณนต์ใช่มั้ยครับ" ปราณถาม
ภัทรินเท้าเอวแล้วเชิดหน้าจ้อง "ชั้นไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ตอบมา" ภัทรินกำลังจะโวยแต่เธอก็แปลกใจกับเสื้อผ้าของปราณนต์ที่เปลี่ยนไป "เดี๋ยว เปลี่ยนชุดทำไม ทรงผมด้วย อะไรของคุณ"
"ผมไม่ได้จะยียวนนะครับ แต่ผมไม่ใช่เจ้าบ่าวของคุณ ผมชื่อปราณ เป็นพี่ชายฝาแฝดของหมอปราณนต์"
ภัทรินอึ้ง งง แต่ไม่เชื่อ "เหรออ"
"เขาไม่เคยเล่าเหรอครับว่าเขามีฝาแฝด"
"แล้วชั้นเคยเล่ายัง ว่าชั้นคือร้อยตำรวจเอกหญิงปลอมตัวมา" ภัทรินกวนตอบ
"คุณออกไปตามเค้าข้างนอก แล้วก็ถามเขาเองแล้วกันครับ" ปราณบอก
ปราณหันเดินแยกไปอย่างไม่แยแส

ภัทรินวิ่งตามมาขวางหน้าปราณแล้วคาดคั้นเอาคำตอบ
"คุณเชิญผู้บริหารจีแอลเอสมาทำไม หมอก็รู้ว่าชั้นมีคดีอะไรกับบริษัทนี้ จะเชิญคนพวกนี้มาก็ควรถามความเห็นชั้นบ้าง"
"นี่เจ้าบ่าวของคุณ ไม่ได้บอกอะไรคุณเลยจริงๆ" ปราณถาม
"บอกอะไร"
"ไปถามเค้าเองแล้วกัน"
ปราณจะเดินหนีไป แต่ภัทรินยังตามไปกระชากเพราะไม่เชื่อว่าเป็นแฝด
"อย่ามาอมพะนำทำเท่ใส่ชั้น มีอะไรพูดมาให้เคลียร์"
อัณณาออกมาตามพอดี
"ปราณ ปราณคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"
ภัทรินงง "ปราณ"
"สวัสดีค่ะคุณภัทริน..คุณคงจะกำลังเข้าใจผิดว่าคุณปราณคือเจ้าบ่าวของคุณใช่มั้ยคะ..นี่คุณปราณค่ะ เป็นพี่ชายฝาแฝดของหมอปราณนต์"
"พี่ชาย นี่มันอะไร" ภัทรินงง
"จะเชื่อได้หรือยัง ต้องให้ผมเอาบัตรประชาชนมายืนยันมั้ย" ปราณถาม
ปราณเดินเข้าไปด้านในทันที ภัทรินตามไปคว้ามือปราณมาดูก็เห็นว่าไม่มีแหวนที่นิ้ว
ภัทรินอึ้ง "ไม่มีแหวน"
ปราณดึงมือออกมาอย่างไว้ตัว แล้วเดินแยกไป
"คุณแต่งงานกับหมอณนต์ แต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสามีเลยเหรอคะ" อัณณาถาม
ภัทรินยืนอึ้ง "หมอมีแฝด เป็นไปได้ไง"
"เรื่องจริงค่ะ คุณก็เคยทำงานให้จีแอลเอส ไม่เคยได้ยินชื่อคุณปราณ ปุณณเวชบ้างเลยเหรอคะ"
"ปราณ ปุณณเวช ชั้นเคยได้ยินชื่อนี้จาก ฮ้า คนที่พวกพนักงานลือกันว่าหล่อโคตรเทพ แต่เขาเป็นผู้บริหาร”
พอนึกขึ้นได้แล้วภัทรินก็ถึงกับช็อก อัณณายิ้มแล้วเดินจากไป
"ไม่จริง” ภัทรินช็อก

สินธรยกเครื่องดื่มมาให้พสุวัฒน์
"ผมไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าณนต์ถึงมาลงเอยกับภัทรินได้..มันบังเอิญงั้นเหรอ โลกมันจะกลมเกินไปหรือเปล่า"
"ชั้นก็ไม่ทราบ นายก็เห็นว่าชั้นไม่ได้ติดต่อกับเจ้าณนต์เลย" พสุวัฒน์บอก
"อยู่ดีๆภัทรินมาแต่งงานกับคุณณนต์ ดิฉันมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ชมนาดว่า
ปราณเดินเข้ามาพอดี
"แล้วคุณชมนาดคิดว่าเป็นยังไงล่ะครับ เป็นแผนของภัทรินที่คิดจะเอาคืนบริษัทเรา ก็เลยไปสืบข้อมูล จนรู้ว่าคุณพ่อมีลูกชายอยู่อีกคน เลยคิดใช้ณนต์เป็นเครื่องมือทำลายจีแอลเอส งั้นเหรอครับ"
"คุณปราณอย่าพูดเล่นไป ผู้หญิงบางคนก็ทำอะไรได้อย่างนั้นจริงๆนะคะ" ชมนาดบอก
"ผมรู้ครับ แต่เรื่องนี้ เอาไว้รอถามเจ้าบ่าวเองดีกว่านะครับ" ปราณนต์ว่า
"แล้วอยู่ไหนล่ะเจ้าบ่าว" สินธรบอก
ภัทรินเดินพุ่งเข้ามาเผชิญหน้าทุกคนและมองหน้าทุกคน
ภัทรินพูดกับปราณ "คุณบอกว่า คุณเป็นพี่ชายฝาแฝดหมอณนต์ แต่คุณคือ ปราณ ปุณณเวช ผู้บริหารจีแอลเอส"
"ใช่ครับ หมอปราณนต์เป็นน้องชายผม เราเป็นลูกชายของคุณพ่อ พสุวัฒน์ ปุณณเวช ผู้ก่อสร้างอาณาจักรจีแอลเอส"
ภัทรินอึ้ง ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก
"หมอณนต์ เขาไม่ได้บอกคุณเหรอคะ ว่าเขาคือทายาทอีกคนของจีแอลเอส" อัณณาถาม
"เอ่อ คือ ภัท”
ทุกคนรุมจ้องรอคำตอบ ภัทรินอึกอักแต่แล้วก็ฮึดไหลไปตามสถานการณ์เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่านี่คืองานแต่งหลอกๆ
"อ๋อ ทราบค่ะ คุณหมอเคยบอกแล้ว แต่ทีแรกภัทคิดว่าล้อเล่น สรุปว่าคุณหมอมีฝาแฝดจริงๆด้วย เยี่ยมๆๆ ว้าว นี่ชั้นแต่งงานกับทายาทจีแอลเอสจริงๆเหรอเนี่ย ชั้นแต่งงานกับลูกชายเจ้าของบริษัทที่หาว่าชั้นโกงเงิน มันเริ่ดก็ตรงนี้"
"แน่ใจเหรอว่าเพิ่งรู้" ชมนาดถามย้ำ
"จะรู้ก่อนรู้หลังไม่สำคัญค่ะ ชั้นแต่งงานกับหมอณนต์เพราะเรารักกัน ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นเลย ขอตัวไปหาคุณหมอก่อนนะคะ"
ภัทรินเดินแยกไปโดยพยายามไม่แสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าเสียศูนย์ไม่ใช่น้อย

ภัทรินวิ่งออกมาด้านนอก ภารตีที่รู้เรื่องจากพวกจันทร์วิภารีบวิ่งเข้ามาหา
"ภัท เจ้าของบริษัทที่ลูกเคยทำงานด้วยมาทำไม อย่าบอกนะว่ามาทวงเงินถึงงานแต่ง ถ้าใช่ แม่จะไปไล่พวกมันเอง พวกไม่รู้จักกาลเทศะ"
"ไม่มีอะไรหรอกแม่ พวกเขามาแสดงความยินดีกับหมอณนต์"
"เห็นมั้ย ชั้นบอกแล้วว่าเขารู้จักกับหมอณนต์ ไม่มีอะไรหรอก"
ชมนาดเดินตามออกมาด้วย
"โกงเงินพ่อ แล้วก็มาแต่งงานกับลูกล้างหนี้ เธอนี่ไม่ธรรมดาจริงๆนะภัทริน" ชมนาดว่า
ภัทรินเชิดหน้าสู้ "ค่ะ ทำไมคะ อิจฉา"
ภารตีไม่พอใจ "คุณพูดเรื่องอะไร ใครแต่งงานล้างหนี้"
"อย่ามาดูถูกเพื่อนเรานะคุณ" เบญจคีย์บอก
"พวกคุณคงไม่ทราบ หมอปราณนต์เป็นทายาทของบริษัทจีแอลเอสที่ลูกสาวป้าไปโกงเงินเค้ามาไงล่ะคะ อย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่าแต่งงานล้างหนี้จะให้เรียกอะไร" ชมนาดว่า
"เหลวไหล คุณเอาอะไรมาพูด" ภารตีบอก
"เธอต้องการอะไรภัทริน ทำอย่างนี้ทำไม" ชมนาดถาม
ทันใดนั้นปราณก็เดินตามออกมา
"คุณชมนาด"
"คุณปราณ ดิฉันก็แค่เป็นห่วงคุณปราณนต์ ไม่อยากให้เป็นเครื่องมือของคนที่มีคดีความกับบริษัท"
"ผมว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องของเจ้าณนต์เลยดีกว่า ยังไงณนต์ก็ไม่เคยคิดว่าผมกับพ่อเป็นครอบครัวอยู่แล้ว มันถึงไม่เชิญ"
"ค่ะ งั้น ชมขอตัว"
ชมนาดเดินแยกกลับออกไป
"นี่มีเรื่องอะไรกัน ทำไมหมอพูดเหมือนไม่ใช่หมอ แล้วชุดอีก เปลี่ยนทำไมคะ" ภารตีงง
ภัทรินบอกแม่ "เขาไม่ใช่หมอณนต์ค่ะแม่"
ภารตี จันทร์วิภา เบญจคีย์ เนตรมณีงง
ปราณพูดกับภัทริน "ผมขอโทษนะครับที่มาทำให้ทุกคนวุ่นวาย ถ้ายังไงฝากขอโทษและบอกลาเจ้าณนต์ด้วย ผมจะกลับแล้ว"
ปราณเดินแยกออกไปเลย ภัทรินนิ่งอย่างไม่แยแส
ภารตีงง "ภัท มันอะไร แม่งงไปหมดแล้ว"

ปราณเดินแยกออกมาด้านนอกด้วยท่าทางฉุนๆ พสุวัฒน์กับอัณณาเดินตาม
"เจ้าณนต์มันไม่ได้เชิญ ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่อยากให้มา ผมไม่เข้าใจว่าเราจะมากันทำไม ทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายและยุ่งยากขึ้นเปล่าๆ"
"แล้วจะไม่ให้พ่อมางานแต่งงานของลูกชายเหรอ" พสุวัฒน์ถาม
"พ่อจะไปยุ่งกับมันทำไม เจ้าณนต์มันไม่เคยคิดจะเป็นครอบครัวเดียวกับเราอยู่แล้ว ขอร้องล่ะ เลิกยุ่งกับเจ้าณนต์เถอะ"
ปราณกำลังจะเดินขึ้นรถตู้ สินธรกับชมนาดก็เดินเข้ามา
"พี่พสุ จะไม่อยู่พักผ่อนต่อสักวันเหรอ นานๆเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้านะ" สินธรถาม
"คุณปราณมีนัดต้องไปพบแพทย์พรุ่งนี้เช้าค่ะ" อัณณาบอก
"นี่เรายังไม่หายดีอีกเหรอ ดูไม่ออกเลย" สินธรถาม
"ดีขึ้นมากครับ แต่หมอสั่งห้ามเครียดหรือทำงานหนัก ไม่งั้นอาจน็อกได้" ปราณบอก
"ใกล้เวลาบินแล้ว รีบไปเถอะค่ะ" อัณณาเร่ง
"เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะสินธร ฝากนายพักผ่อนแทนไปก่อนแล้วกัน" พสุวัฒน์บอก
"โอเค เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ งั้นผมกลับด้วยนะพี่พสุ" สินธรพูด
พสุวัฒน์ ปราณ และอัณณาแปลกใจ
สินธรพูดต่อ "เอาไว้คราวหน้าพร้อมๆกันทุกคนแล้วเราค่อยมาเที่ยวกันใหม่ วันนี้เรากลับพร้อมกันดีกว่า อาอยากคุยกับปราณตั้งหลายเรื่อง"
"คุณปราณกลับไฟลท์ไหนคะ ชมจะได้เช็คตัวกลับไฟลท์เดียวกัน" ชมนาดถาม
ปราณอึ้ง

ภารตีและเพื่อนๆ ของภัทรินตกตะลึง
"หมอณนต์มีฝาแฝด" ภารตีพูดทวน
"และเป็นลูกชายเจ้าของจีแอลเอส" จันทร์วิภาพูดต่อ
"งั้นคนเมื่อกี้ที่เราเจอก็พี่ชายฝาแฝดของหมอณนต์น่ะเหรอ" เนตรมณีว่า
"โห หน้าเหมือนกันอย่างกับซีร็อกซ์" เบญจคีย์บอก
"ภัท ลูกรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนแล้วหรือเปล่า ทำไมไม่เคยบอกแม่" ภารตีถาม
จันทร์วิภาถาม "หรือแกก็เพิ่งรู้พร้อมๆพวกเรา"
"ตอบตามตรงอย่าโกหก" ภารตีบอก
"ภัท ภัทรู้อยู่แล้ว แต่ที่ไม่บอกเพราะ หมอณนต์ขอเอาไว้" ภัทรินโกหก
เบญจคีย์ถามต่อ "ขอไว้ทำไม"
"ก็ อย่าซักชั้นเลย เรื่องของหมอณนต์ก็ให้เจ้าตัวตอบเองดีกว่า" ภัทรินบอก
"รอไปเถอะ..ตะกี้เจ้าตัวส่งข้อความมาบอก ว่าคนไข้ทรุด ต้องพาไปส่งที่โรงพยาบาล ดึกอย่างนี้ไม่รู้ว่าต้องช่วยเข้าห้องผ่าตัดด้วยหรือเปล่า" จันทร์วิภาบอก
"เป็นหมอต้องเสียสละเพื่อส่วนรวม แต่เป็นเมียหมอต้องเสียสละยิ่งกว่า" เนตรมณีพูด
"ภัท แล้วที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าลูกแต่งงานเพื่อล้างหนี้ ไม่ใช่ใช่มั้ย ลูกไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นใช่มั้ย" ภารตีถาม
ภัทรินอึกอักเพราะไม่อยากให้แม่รู้ความจริง "ก็..ไม่ใช่หรอกแม่ ใครจะไปทำ ชั้นกับหมอรักกันจริงๆ ทีแรกหมอก็ไม่บอกภัทนะเรื่องเป็นทายาทอะไรน่ะ เขาอยากให้ภัทรักเขาที่ใจ ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ"
"อย่างกับละครแน่ะ มหาเศรษฐีปลอมตัวมาหารักแท้" เนตรมณีว่า
"ใช่เลย นั่นเลยๆ" ภัทรินบอก
ภัทรินแอบเครียดที่ต้องโกหกแม่
"อย่างนั้นก็ค่อยสบายใจ ไป กลับเข้าไปในงาน เดี๋ยวแขกจะงงซะก่อน" ภารตีบอก

รถตู้ของบริษัทแล่นมาจอดที่บ้าน คนรับใช้รีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูให้พสุวัฒน์ ปราณ และอัณณาลงจากรถ ปราณมีสีหน้าเครียดและอารมณ์ไม่ดี สินธรกับชมนาดตามมาส่ง
"ถ้าอะไรที่หลานไม่ไหวหรือคิดว่าอาจะช่วยทำแทนได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ อายินดีช่วย ส่วนเรื่องกรรมการบริหาร ก็ไม่ต้องห่วง อาช่วยคุยให้แล้ว ทุกๆท่านเข้าใจว่าตอนนี้หลานต้องพักรักษาตัว" สินธรบอก
"ขอบคุณนายมากนะสินธร เจ้าปราณโชคดีที่มีนายคอยช่วย" พสุวัฒน์บอก
"คุณปราณคงใช้เวลาพักอีกไม่นาน น่าจะกลับมาทำงานตามปกติได้แล้ว" อัณณาว่า
"จริงเหรอ อย่างนั้นก็ดีสิ อาจะได้”
ปราณตัดบท "ผมว่าคุณอากลับไปได้แล้วครับ"
สินธรกับชมนาดอึ้ง
ชมนาดยิ้มแย้ม "จริงด้วย เราให้คุณปราณเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ สีหน้าไม่สู้ดีมาตลอดทางเลย"
"ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวกลับเลยนะครับพี่พสุ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน" สินธรพูด
สินธรกับชมนาดขึ้นรถออกไป ปราณเดินพรวดกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่ยืนรอส่ง อัณณาเป็นห่วงจึงรีบตามไป

สินธรกับชมนาดนั่งอยู่ในรถด้วยกัน
"ได้เจอตัวนายปราณแล้ว อย่าปล่อยให้พลาดโอกาสล่ะ" สินธรบอก
"คุณไม่ต้องห่วง คนของชมรู้งานดีว่าต้องทำอะไร คุณกลับไปพักผ่อนให้สบายเถอะค่ะ" ชมนาดว่า
"แล้วคุณจะไม่ไปพักผ่อนกับผมเหรอ"
สินธรจับมือชมนาดมากุม

ปราณเดินอย่างฉุนเฉียวเข้ามาในบ้าน
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" อัณณาถาม
"ผมไม่เข้าใจ เราจะทนทำดีกับเขาไปถึงเมื่อไหร่ ก็รู้อยู่ว่าเขาคิดไม่ซื่อกับบริษัท และเป็นคนทำให้พี่ ผมต้องอยู่ในสภาพนี้"
"ก็ต้องทนจนกว่าเราจะมีหลักฐานที่จะเอาผิดสินธรได้ อย่าลืมนะสินธรถือหุ้นบริษัทอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้มากมายเท่าเรา แต่เขาก็มีพาวเวอร์กับพวกกรรมการบริษัท อยู่ๆเราจะไปเอาผิดเค้า ถ้าไม่รัดกุม เราจะลำบาก" พสุวัฒน์บอก
"ยิ่งเวลานี้ คุณถูกเพ่งเล็งเพราะมีความผิดที่ปล่อยให้มีการทุจริตเงินในบริษัทด้วย" อัณณาเสริม
"เราต้องใจเย็น และรอบคอบให้มากที่สุด" พสุวัฒน์บอก
"นี่มาสอนผมเรื่องรอบคอบเหรอ แล้วที่ไปเชียงใหม่ จนอาสินธรตามไปจนเจอผมเรียกว่ารอบคอบแล้วใช่มั้ย"
พสุวัฒน์กับอัณณาอึ้งเพราะเถียงไม่ออก
ปราณฉุนจึงเดินไปหยิบกุญแจรถที่แขวนอยู่แล้วออกไปจากบ้าน
พสุวัฒน์ถาม "แกจะไปไหน"
"คุณลุงไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวอัณตามไปเอง"
อัณณารีบวิ่งตามออกไป พสุวัฒน์เครียด

ปราณนต์เดินจ้ำออกมาที่โรงรถแล้วก็ขึ้นรถ อัณณาวิ่งตามออกมาแต่ก็ไม่ทัน
"คุณจะไปไหน อย่าออกไป มันอันตราย" อัณณาตะโกนตามไป
อัณณาตามไม่ทัน ปราณขับรถออกไปทันที

รถของปราณแล่นออกไปผ่านรถคันหนึ่งที่จอดสงบอยู่ข้างทาง พอรถของปราณแล่นผ่านไป คนขับรถก็เปิดไฟ คนขับรถคันนั้นก็คือธนาฒน์ที่ดักซุ่มอยู่
"สวัสดีไอ้คุณปราณ หึๆ"
ธนาฒน์รีบขับตามทันที

รถของปราณแล่นฉิวไปตามถนนโดยออกไปนอกเมือง โดยที่รถของธนาฒน์แล่นตามแบบรักษาระยะ

รถของปราณแล่นเข้าไปในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ธนาฒน์ขับรถตามเข้ามาในโรงพยาบาล
ธนาฒน์สงสัย "มาโรงพยาบาลทำไม"
ปราณเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วเดินตรงเข้าไปด้านในอย่างรู้เป้าหมายที่จะไปแล้ว ธนาฒน์เข้ามาภายในโรงพยาบาลก็มองเห็นปราณจึงรีบเดินตาม
ปราณเดินเข้าไปในลิฟท์
ธนาฒน์วิ่งตามมาที่ลิฟท์แล้วหยุดมองตัวเลขชั้นว่าลิฟท์ไปหยุดที่ชั้นไหน เขาเห็นว่าหยุดที่ชั้น16
ปราณเดินออกจากลิฟท์แล้วเดินตรงเข้าไป เขาเดินผ่านทางเดินหน้าวอร์ดแล้วเปิดประตูเข้าไปยังห้องพักส่วนใน ก่อนจะไปเจอประตูอีกอันที่มีระบบล็อกอัตโนมัติ มีป้ายเขียนไว้ว่า “เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น” ปราณกดรหัสเปิดประตูเข้าไป
ที่ปลายทางของทางเดินนั้นมีห้องๆหนึ่ง ปราณเดินเข้าไป
ปราณเปิดประตูเข้ามาในห้องๆนั้นแล้วยืนนิ่งพร้อมกับมองตรงไป ภายในห้องนั้นมีเตียงคนไข้และอุปกรณ์การแพทย์ช่วยชีวิตเต็มอัตรา คนไข้ชายคนหนึ่งนอนหลับอยู่ ที่ศีรษะมีผ้าพัน มีสายมีท่อระโยงระยาง ปราณนเดินเข้าไปใกล้เตียงนั้น ทำให้เห็นว่าชายที่นอนที่เตียงนั้น คือ "ปราณ” ตัวจริง

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา
ปราณนต์ออกจากโรงแรมที่พัก เขาเปิดประตูแท็กซี่ที่รออยู่ขึ้นไป
"ไปหมอชิตด่วนเลยครับลูกพี่"
มือถือของปราณนต์ดัง ปราณนต์เห็นว่าเป็นเบอร์ของอัณณา ปราณนต์รับสายอย่างเซ็งๆ แล้วสีหน้าของเขาก็กลายเป็นช็อกสุดขีด

ปราณนต์วิ่งเข้ามาที่หน้าห้องพบพสุวัฒน์ยืนเครียดอยู่กับหมอ ปราณนต์มองเข้าไปก็เห็นปราณที่พันหัวขาวหลังการผ่าตัด ใบหน้าของปราณขาวเหมือนรูปปั้น อัณณายืนเกาะเตียงมองเหม่อ ปราณนต์ช็อก
"ปาฎิหาริย์มีจริง..ที่กระสุนมันทะลุออกไปทันที ด้วยความเร็วที่สูงมาก จนมันแทบไม่ได้ทำร้ายสมองเลย ..เป็นกรณีที่พิสดารที่สุด" หมอรายงาน
"แทบไม่ได้ทำร้ายสมอง ก็แปลว่า ทำร้ายบ้าง ใช่ไหม" พสุวัฒน์ถาม
"ทำร้ายบ้างครับ แต่ก็น้อยมาก ตอนนี้ก็มีแต่อาการสมองบวมเท่านั้น แต่”
พสุวัฒน์ทวนคำ "แต่”
"ต้องรักษาไปตามอาการวันต่อวัน" หมอบอก
พสุวัฒน์ถามต่อ "และ”
"และ ผมยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า คนไข้จะฟื้นไหม ฟื้นเมื่อไหร่ แล้วฟื้นมาจะเหมือนเดิมไหม"
พสุวัฒน์ปาดน้ำตา ปราณนต์ยืนเครียดอยู่ตรงนั้น
"ตราบใด ที่ลูกยังมีลมหายใจ ผมก็ต้องมีความหวัง ใช่ไหมหมอ" พสุวัฒน์บอก
"ครับ ท่าน"
ปราณยังนอนหลับใหล ไม่ไหวติง อัณณาเศร้ามาก ปราณนต์เครียดและเจ็บแค้นแทนพี่ชาย ใบหน้าของปราณนิ่งสงบเหมือนรูปปั้น

ปราณนต์เดินแยกออกมาด้วยความสงสารปราณจับใจ อัณณากับพสุวัฒน์เดินตามมา
"เกิดอะไรขึ้น ใครมันทำกับพี่ปราณอย่างนี้" ปราณนต์ถาม
"อัณเคยบอกแล้วไงว่ามีคนกำลังคิดทำลายจีแอลเอส แต่อัณก็ไม่รู้ว่ามันจะเล่นแรงอย่างนี้ นี่มันกะจะฆ่ากันเลยนะ"
"ไอ้พวกชั่ว แล้วตำรวจว่าไง"
"ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ จะแจ้งตำรวจให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้ เพราะถ้าข่าวว่าปราณอาการสาหัสเป็นตายเท่ากันหลุดไปเข้าหูกรรมการบริษัท เท่ากับว่าพวกมันทำสำเร็จ ชั้นไม่ยอม"
"แล้วจะทำยังไง"
"แกต้องช่วย"
ปราณนต์แปลกใจว่าจะให้เขาทำอะไร

ปราณนต์เดินหนีมาอีกด้านพร้อมกับพูดเสียงดัง
"ผมไม่ทำ"
"ชั้นรู้ว่าแกโกรธและเกลียดชั้น แต่ถ้าแกไม่ช่วย ก็ไม่มีใครช่วยได้อีกแล้ว การประชุมกรรมการบริษัทพรุ่งนี้ แกต้องเข้าแทนปราณ..ทำให้พวกมันรู้ว่าแผนมันล้มเหลว ปราณไม่ได้เป็นอะไรเลย และเราพร้อมจะโต้กลับมันได้ทุกเมื่อ" พสุวัฒน์บอก
"ผมจะเป็นพี่ปราณได้ยังไง ผมไม่ใช่นักบริหาร ผมเป็นหมอชนบท"
"ณนต์ไม่ต้องกังวล คุณลุงกับอัณจะคอยช่วยณนต์อยู่ข้างๆ อะไรที่ณนต์ไม่รู้ เราจะช่วยให้" อัณณาบอก
ปราณนต์เดินหนีไปอีกด้าน เขามองเข้าไปเห็นปราณนอนหลับอยู่
"ช่วยปราณได้มั้ยณนต์ อัณขอร้อง" อัณณาบอก
"ชั้นก็ขอร้องแกด้วย" พสุวัฒน์บอก
ปราณนต์หงุดหงิดเพราะไม่มีทางเลือก เขารู้สึกเครียดจึงหันมองไปที่ปราณ
"ผมจะทำ เพื่อพี่ปราณ"

อ่านต่อหน้าที่ 3 


ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)

ผ่านไปไม่กี่วัน สินธรและกรรมการบริษัทก็ไล่เบี้ยพสุวัฒน์ที่ปราณไม่โผล่หัวมา
"การประชุมวันนี้เกี่ยวข้องกับปราณโดยตรง ถ้าเขาไม่มาชี้แจง มันจะดูไม่รับผิดชอบไปหน่อยมั้ยพี่พสุ" สินธรว่า
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าปราณจะไม่มา ผมก็แค่จะขออภัยที่นายปราณมาช้า" พสุวัฒน์บอก
"มาช้า แปลว่าคุณปราณจะมาจริงๆ" ชมนาดถาม
เสียงปราณนต์ดังขึ้น "สวัสดีครับ"
ปราณนต์ ในคราบของปราณเดินเข้ามาในห้องประชุม เขาแต่งตัวด้วยชุดสูททำงานของปราณซึ่งมีไซด์พอดีกับเขาเป๊ะ ที่ศีรษะมีการพันแผลเล็กๆน้อยๆเอาไว้แถมยังเดินกระเผลก เพื่อเป็นการตบตาคนร้ายให้แนบเนียนว่านี่คือปราณคนเดิม
สินธรกับชมนาดตะลึงเพราะไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ยังไง

สินธร ธนาฒน์ และชมนาดเดินเข้ามาแล้วก็ต้องชะงักด้วยความแปลกใจเพราะที่อีกด้านของห้องประชุม มีคนๆหนึ่งกำลังลุกยืนต้อนรับแขกญี่ปุ่นอยู่ ซึ่งคนๆนั้นก็คือ ปราณนต์ ที่อยู่ในคราบของปราณ
สินธรตะลึง "ปราณ”
สินธร ธนาฒน์ และชมนาดต่างก็ตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึงว่าปราณจะโผล่มาได้

เหตุการณ์หลังจากที่ปราณนต์แยกตัวมาจากพวกพสุวัฒน์ที่มาในงานแต่งงาน ปราณนต์ก็เดินแยกออกมาอีกด้านอย่างเร่งรีบพร้อมกับโทรศัพท์หาจันทร์วิภา
ปราณนต์พูดโทร “ผมต้องช่วยปฐมพยาบาลแขกจนกว่ารถพยาบาลจะมา ผมฝากคุณดูภัทด้วยนะคุณจันทร์"
ปราณนต์วางสายแล้วเดินเข้าห้องเสื้อภายในของโรงแรมไปทันที

ปราณนต์ที่เปลี่ยนชุดปลอมเป็นปราณแล้วเดินออกมาจากห้องเสื้อ แล้วอยู่ๆภัทรินก็เข้ามากระชากแขน โวยวาย
"หมอณนต์"
ปราณนต์อึ้งที่เจอภัทริน แต่เขาก็จำเป็นต้องเล่นละคร

เหตุการณ์ปัจจุบัน ปราณนต์ยืนมองปราณที่หลับใหลเป็นรูปปั้นด้วยสีหน้าอัดอั้นและกดดัน
"ผมทำทุกอย่างเพื่อพี่ พี่ต้องตื่นขึ้นมานะพี่ปราณ"
ปราณนอนนิ่งและไม่รับรู้อะไร

ลิฟท์เปิดที่ชั้น16 ธนาฒน์เดินออกมามองสำรวจ เขาจะเปิดประตูเข้าไปในวอร์ดแต่ก็เปิดไม่ได้ เพราะเป็นระบบล็อกอัตโนมัติต้องให้พยาบาลที่เคาท์เตอร์เปิดให้เท่านั้น พยาบาลอีกคนเดินออกมาจากลิฟท์ก็แปลกใจที่เจอธนาฒน์
"คุณมาติดต่อเรื่องอะไรคะ"
"เอ่อ ผมจะมาเยี่ยมเพื่อนน่ะครับ เขาอยู่ชั้นนี้" ธนาฒน์บอก
"คุณมาผิดชั้นแล้วค่ะ"
"ไม่ผิดนะครับ เพื่อนผมบอกว่าพักอยู่ชั้น16จริงๆ"
"ชั้นนี้เป็นชั้นพิเศษไม่มีคนไข้พักค่ะ ยังไงรบกวนติดต่อเพื่อนคุณอีกทีหรือไม่ก็ติดต่อเวชระเบียนด้านล่างนะคะ"
"ชั้นพิเศษเหรอครับ เอ่อ ครับ สงสัยผมจะเจอเพื่อนอำ"
ธนาฒน์จำต้องเดินเข้าลิฟท์ไปด้วยสีหน้าสงสัยสุดๆ

ธนาฒน์เดินออกมาที่โถงด้านหน้าแล้วโทรศัพท์รายงาน
"คุณปราณขึ้นไปที่ชั้น16แน่ๆ ผมมั่นใจ แต่แปลกที่พยาบาลบอกว่าเป็นชั้นพิเศษ ไม่มีคนไข้อื่นเข้าพัก พี่ลองสืบดูหน่อยสิครับ ว่าโรงพยาบาลนี้เกี่ยวข้องยังไงกับจีแอลเอสหรือเปล่า"
แล้วธนาฒน์ก็ชะงักเพราะเมื่อมองไปอีกด้านก็เห็นอัณณากำลังเดินเข้ามา ธนาฒน์รีบหลบไปหลังเสาแล้วมองตามอัณณาไปก็เห็นอัณณาขึ้นลิฟท์ไป ธนาฒน์รีบตามไปมองเลขลิฟท์ก็พบว่าหยุดที่ชั้น16เหมือนเดิม
"ชั้น16 มันต้องมีอะไรแน่ๆ"

ข้อความในหน้าจอมือถือของปราณนต์ส่งมาว่า “ทำไมต้องปิดบังว่าเป็นลูกเจ้าของGLS ต้องการอะไร หลอกชั้นทำไม”
ปราณนต์อ่านข้อความนั้นด้วยสีหน้าเครียดและรู้สึกผิดที่หลอกภัทริน
"ถ้าภัทรินโกงเงินบริษัทไปจริง ผมก็จะใช้เค้าสืบค้นและขุดรากถอนโคนพวกที่คิดร้ายกับจีแอลเอสให้หมดสิ้น แต่ถ้าภัทรินไม่ได้โกง ถ้าภัทรินถูกใส่ร้ายอย่างที่เขาว่า ผมก็ใจร้ายกับเขามาก ผมไม่อยากทำอย่างนี้เลย พี่ช่วยตื่นขึ้นมาเถอะ"
เสียงอัณณาดังเข้ามา
"อัณคิดไว้ไม่ผิด"
ปราณนต์หันกลับมาก็พบอัณณายืนอยู่ที่หน้าประตู
"ณนต์ไม่ได้แต่งงานกับภัทรินเพราะรัก ณนต์รู้ว่าภัทรินคือคนที่โกงเงินบริษัท ทำให้ปราณตกที่นั่งลำบาก ณนต์ก็เลยเข้าไปตีสนิท ทำดีกับภัทริน แต่ทั้งหมดที่ณนต์ทำ ก็เพื่อสืบให้รู้ความจริงเรื่องคดีทุจริต ณนต์แค่หลอกใช้ภัทรินเป็นเครื่องมือ"
"อัณอ่านผมออกตลอด แต่มันถูกแค่ส่วนนึง ไม่ใช่ทั้งหมด"
ปราณนต์จะเดินออกไป อัณณารีบขวาง
"จะไปไหน"
"ผมแวะมาเยี่ยมพี่ชายผมเสร็จแล้ว ผมก็จะกลับบ้าน ไปหาภรรยา"
"ฮึ ณนต์ไม่ได้รักภัทริน"
ปราณนต์ตัดบท "ฝากดูแลพี่ชายผมด้วย"
ปราณนต์เดินไป อัณณาทนไม่ได้ที่ปราณนต์เอาแต่หลีกหนีจึงโพล่งความในใจออกมา
"อีกเหตุผลนึงที่ณนต์แต่งงานกับภัทริน เพราะณนต์อยากให้อัณตัดใจ ณนต์อยากให้ปราณสมหวัง ก็เลยเชียร์ให้อัณรักกับปราณมาตลอด แต่อัณคิดกับปราณแค่เพื่อน เพราะคนเดียวที่อัณรักคือณนต์"
ปราณนต์อึ้งแต่แล้วก็เดินหนีไป

ปราณนต์เดินหนีออกมา อัณณาเดินตาม
"เลิกเดินหนีอัณซะที ยอมรับเถอะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ณนต์ก็ยังรักอัณอยู่ เพราะไม่อย่างนั้น ณนต์คงไม่เอาเรื่องของเราไปพูดในงานแต่งของณนต์กับภัทรินหรอก"
"ผมก็แค่ นึกอะไรไม่ออก ไม่มีอะไรจะพูด"
"เรื่องราวมันไหลออกมาเอง เพราะมันอยู่ในใจณนต์มาตลอด"
ปราณนต์ตัดบท "พอได้แล้ว พี่ปราณนอนเจ็บอยู่ เป็นตายเท่ากัน มันไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องไร้สาระอย่างนี้"
"แล้วมีเวลาไหนที่อัณพูดได้ ไม่มี"
"งั้นก็ไม่ต้องพูด"
"ณนต์จะเสียสละเพื่อปราณไปถึงเมื่อไหร่ ปราณไม่ใช่คนเปราะบางขนาดทนรับความผิดหวังในชีวิตไม่ได้..ปราณโตแล้ว เราทุกคนโตแล้ว ควรจะยอมรับความจริงกันซะที"
"ความจริงก็คือ พี่ปราณรักอัณ เขาต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆช่วยเขาดูแลอาณาจักรจีแอลเอสนี้ และมีแค่อัณที่ทำได้"
"แล้วณนต์ล่ะ ณนต์ไม่ต้องการใครเหรอ"
"ผมถึงได้แต่งงานกับภัทรินไง ตอนนี้อาจจะไม่ได้รัก แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจเค้า ใครจะไปรู้ อนาคตผมอาจจะรักภัทรินมากจนถอนตัวไม่ขึ้นก็ได้ ผมต้องไปแล้ว ฝากดูแลพี่ปราณด้วย"
ปราณนต์หันเดินไปที่ประตูแต่ยังไม่ทันเปิด อัณณาก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง ปราณนต์ชะงักแล้วจะแกะมืออัณณาออก แต่อัณณาไม่ยอมปล่อย
"ทำไมต้องผลักไสอัณให้กับปราณ ทำไม ณนต์รักอัณ ตั้งแต่สมัยเรียนจนตอนนี้ก็ยังรักอยู่"
"ปล่อยผมเถอะอัณ"
"ณนต์ไม่ได้รักอัณเหรอ พูดมาสิว่าณนต์ไม่ได้รักอัณ"
"อัณ ผมแต่งงานแล้ว"
อัณณาสะอึก ปราณนต์คลายมืออัณณาออกแล้วหันมาพูดด้วยอย่างใช้เหตุผลและอ่อนโยน
"อัณ ผมเป็นหมอชนบท อัณเป็นหมอในเมือง อัณไปอยู่เขาอยู่ดอยอย่างผมก็อยู่ไม่ได้ ให้ผมมาอยู่เมืองอย่างอัณ ผมก็ไม่มีความสุข สุดท้าย ก็ต้องต่างคนต่างไปเหมือนพ่อกับแม่ของผม แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะคบกัน อัณเข้าใจใช่มั้ย ว่าทำไมพี่ปราณถึงเหมาะกับอัณมากกว่าผม"
อัณณาสงบลงหลังจากที่ได้รับฟังเหตุผลจริงๆจากปราณนต์ เธอก็อึ้งไป ปราณนต์ผละจากไป อัณณายืนนิ่งงันแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา

เสียงโทรศัพท์ดัง ชมนาดสวมเสื้อคลุมอาบน้ำรีบออกมาจากห้องน้ำ มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันศีรษะกันน้ำหยด ตรงไปรับสายทันที โดยที่เสียงน้ำจากห้องน้ำยังดังอยู่
"ฮัลโหล ธนาฒน์ ทำไม" ชมนาดอึ้งและฉงน "ว่าไงนะ แล้วเธอได้ให้ใครตามคุณปราณที่เชียงใหม่หรือเปล่า ดี แล้วโทรมารายงานด้วย"
เสียงน้ำหยุด สักพัก สินธรก็นุ่งผ้าขนหนูเดินออกมา
"มีเรื่องอะไรเหรอ"
"คุณปราณบินไปเชียงใหม่แล้ว ไฟลท์แรกเช้านี้" ชมนาดบอก
สินธรแปลกใจ

รูปปราณในชุดสูทอยู่ในมือถือ คนของธนาฒน์ 2คนมองที่รูปแล้วเงยหน้ามองไปที่ตารางบินก็เห็นไฟลท์จากกรุงเทพลงจอดเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองรีบจับตามองดูคนที่กำลังเดินออกมาโดยเน้นไปที่ผู้ชายสวมสูท
ปราณนต์เดินออกมาในคราบหมอปราณนต์ สวมหมวกไหมพรมจึงเดินผ่านคนของธนาฒน์ไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องหลบซ่อนอะไร เขาเดินปะปนไปกับคนอื่นๆอย่างแนบเนียน คนของธนาฒน์ยังคงชะเง้อมองหาปราณต่อไป

สินธรที่แต่งตัวเสร็จแล้วกำลังหัวเสียที่ได้รู้ข่าวจากชมนาด
"ทำไมถึงไม่เจอ"
"ชมก็ไม่ทราบค่ะ ธนาฒน์โทรมาบอกว่าคนของเขาเฝ้าอย่างดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคุณปราณรอดสายตาไปได้ยังไง"
"มันหายตัวได้หรือไง" สินธรเดินงุ่นง่าน "ผลุบๆโผล่ๆทำตัวลึกลับ มันไม่ได้ซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยอะไรอย่างที่มันอ้างหรอก แต่มันกับพี่พสุกำลังซุ่มวางแผนอะไรอยู่แน่ ที่เชียงใหม่ต้องมีอะไร"
"ก็มีน้องชายฝาแฝดคุณปราณกับภรรยาที่เคยโกงเงินจีแอลเอสไงคะ" ชมนาดว่า
"คุณหมายความว่ายังไง"
"ชมก็ไม่ทราบ แต่ชมรู้สึกได้ว่าการที่คุณหมอปราณนต์แต่งงานกับภัทริน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันต้องเกี่ยวข้องกับคุณพสุวัฒน์และคุณปราณ"
สินธรทบทวนแล้วก็นึกขึ้นได้ "ใช่ คุณเคยบอกว่านายปราณไม่ได้ไปรักษาตัวอะไรที่ปารีส จริงๆมันอาจจะอยู่ที่เชียงใหม่นี่แหละ" สินธรหงุดหงิด "ไอ้ชั้น16โรงพยาบาลนั่นอีก มีอะไร ทำไมทุกอย่างถึงดูมีลับลมคมในไปหมด"
ชมนาดเข้าไปจับแก้มสินธรอย่างอ่อนโยนแล้วปลอบ "ใจเย็นก่อนนะคะ เราจะช่วยกัน ค่อยๆสืบไปทีละเรื่อง ถึงเราจะไม่ทราบว่าคุณปราณขึ้นเหนือไปทำไม แต่คุณพสุวัฒน์กับอัณณายังอยู่"
"คุณจะทำอะไร"
"ชมจะต้องรู้ให้ได้ว่าที่ชั้น16ของโรงพยาบาลนั้นมีอะไร" ชมนาดมุ่งมั่น

ปราณกำลังนอนให้พยาบาลเช็กร่างกาย เครื่องมือแพทย์มีอยู่เต็มอัตรา โดยมีเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองด้วย พสุวัฒน์กับอัณณากำลังฟังหมอรายงานอาการของปราณอยู่
"คุณปราณตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วนะครับท่าน อาการสมองบวมแทบไม่มีแล้ว โรคแทรกซ้อนอื่นๆก็ไม่ปรากฏ ตอนนี้ก็เหลือแค่ รอให้คุณปราณตื่นขึ้นมา"
"ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่" พสุวัฒน์ถาม
"ครับ แต่ ในเคสลักษณะนี้ โอกาสที่คนไข้จะฟื้นมีไม่น้อยเลยนะครับ" หมอบอก
พสุวัฒน์แทรกอีก "แต่ที่ไม่ฟื้นก็เยอะ"
หมออึกอัก "เอ่อ”
"ไม่ต้องซีเรียส ชั้นเข้าใจ แค่ได้ยินว่านายปราณหายเป็นปกติแล้ว ชั้นก็มีหวังขึ้นเยอะ ปราณไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาจะต้องฟื้น" พสุวัฒน์พูดกับปราณ "พ่อพูดถูกใช่มั้ย"
"อัณก็เชื่อว่าปราณกำลังสู้อยู่ และปราณต้องชนะ" อัณณาบอก
พสุวัฒน์พูดกับหมอและพยาบาล "พวกเธอไปพักเถอะ ชั้นไม่อยากรบกวนเวลาพักของพวกเธอมาก"
"พวกเราทุกคนที่ทำหน้าที่ที่ชั้นนี้ ยินดีและเต็มใจมากที่ได้ช่วยเหลือคุณท่านนะครับ เรามีทุกวันนี้ได้ก็ด้วยทุนช่วยเหลือของท่าน ต่อให้ต้องเหนื่อยกว่านี้ เราก็ยินดีครับ" หมอบอก
"ขอบใจมากนะ ขอบใจ"
หมอและพยาบาลเดินออกไป อัณณาหันกลับมาที่พสุวัฒน์ที่ยังคงมองปราณด้วยความเป็นห่วง
"คุณท่านก็ควรจะไปพักเหมือนกันนะคะ" อัณณาพูด
พสุวัฒน์นิ่งมองปราณอย่างตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วจึงหันมาหาอัณณา
"อัณณา ชั้นขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"

คนรถของสินธรจอดรถรออยู่ สินธรเดินออกมาจากโถงล้อบบี้คอนโด
"ผู้บริหารโรงพยาบาลนั้นคือเพื่อนเก่าแก่ของคุณพสุวัฒน์ แพทย์และพยาบาลที่นั่นหลายคนก็ได้รับทุนการศึกษาจากจีแอลเอส เลยไม่แปลกถ้าคุณพสุวัฒน์จะใช้ที่นั่นเพื่อทำอะไรลับๆ" ชมนาดว่า
สินธรเดินตรงไปจะขึ้นรถ "ผมจะไปที่นั่นด้วยตัวผมเอง"
ชมนาดรีบห้าม "ไม่ควรค่ะ มันจะยิ่งทำให้คุณพสุวัฒน์สงสัยในตัวคุณยิ่งขึ้นไปอีกนะคะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของธนาฒน์ไปก่อน ไว้เมื่อถึงเวลา ชมจะบอกสิ่งที่อยากให้คุณช่วยเอง"
สินธรพูดอย่างดูแคลน "ธนาฒน์ เฮอะ แค่ให้ตามจับตาดูนายปราณ มันยังพลาด ผมยังหวังอะไรในตัวมันได้อีกเหรอ"
"หวังได้สิคะ โดยเฉพาะถ้าถึงคราวคับขัน จวนตัว ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ ธนาฒน์นี่แหละค่ะ ที่จะรับผิดทุกสิ่งทุกอย่างแทนคุณ"
"คุณหมายความว่า”
"เชิดชูธนาฒน์ต่อไปเถอะค่ะ ยิ่งคุณดันให้ธนาฒน์สูงขึ้นไปมากเท่าไหร่ คุณก็ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ธนาฒน์จะเป็นเกราะกันกระสุนให้คุณ แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็แค่ทิ้งเขาลงมา ก็แค่นั้น"
สินธรยิ้มปลื้ม "ผมเข้าใจเจตนาที่คุณสนับสนุนให้ธนาฒน์มาช่วยงานผมแล้ว" สินธรยื่นมือทั้งสองมาประคองแก้มชมนาด "คุณชม ทำไมคุณถึงน่ารักยังงี้นะ"
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณจะต้องปลอดภัย เราสองคนเท่านั้นที่จะช่วยกันดูแลอาณาจักรจีแอลเอสต่อไป"
สินธรยิ้มปลื้มในตัวชมนาด
ชมนาดสังเกตเห็นรถอีกคันแล่นมาก็รีบตัดบท "คุณไปทำงานเถอะค่ะ สายแล้ว"
สินธรยิ้มแล้วขึ้นรถไป รถของสินธรแล่นออกไป สักพักรถของธนาฒน์ก็แล่นมาจอดแทนที่ ธนาฒน์ลงจากรถแล้วเรียก "คุณชม"

ชมนาดกลับเข้ามาในห้อง ธนาฒน์เดินตามเข้ามา
"ทำไมไม่อยู่เฝ้ายัยอัณณากับคุณพสุวัฒน์" ชมนาดไม่พอใจ
"คนของผมเฝ้าอยู่ครับ คุณชมครับ คุณสินธรโกรธผมหรือเปล่าที่ผมปล่อยให้คุณปราณหายไป ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ ผมควรจะทำยังไงดี คุณสินธรเค้าจะเลิกสนับสนุนผมมั้ย"
"ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ไปทำตามที่ชั้นสั่ง อย่าให้พลาดอีกก็พอ"
"ครับ ผมจะไม่พลาดอีก แล้วคุณสินธร”
ชมนาดตัดบท "เธอไม่ต้องไปแคร์อะไรคุณสินธร เขาทำอะไรเธอไม่ได้ ตราบใดที่เธอยังมีชั้นอยู่"
"ผมกำลังจะบอกว่า คุณสินธรจะต่อว่าอะไรคุณชมหรือเปล่า ผมไม่อยากให้คุณชมต้องมาลำบากเพราะผม" ธนาฒน์เข้ามาโอบ "ผมห่วงคุณชมนะครับ"
"เธอน่ารักอย่างนี้ ชั้นถึงอยากสนับสนุนเธอให้ขึ้นไปสูงที่สุด ทำตามที่ชั้นสั่ง ชั้นรับรองว่ากรรมการบริษัทจะเห็นผลงานของเธอ คนที่ทำอะไรเพื่อบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม มีค่ามากกว่าคนที่ดีแต่สั่งการเอาหน้าอย่างคุณสินธรอยู่แล้ว"
"แล้วถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้นมาล่ะครับ"
"ถ้ามีอะไรผิดพลาด คุณสินธรก็ต้องเป็นเกราะกันกระสุนแทนเธอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะต้องปลอดภัย เราสองคนเท่านั้นที่จะช่วยกันดูแลอาณาจักรจีแอลเอสต่อไป"
ธนาฒน์ยิ้มปลื้มในตัวชมนาด เขาโผเข้ามากอดและจูบ
แววตาชมนาดลุกวาวอย่างร้ายกาจที่ทุกอย่างเป็นแผนที่เธอจะหลอกใช้ธนาฒน์เพื่อผลักดันตัวเองขึ้นไป

พสุวัฒน์เดินแยกออกมาที่มุมรับรองอีกด้าน อัณณาเดินตามมา
"อัณณา หนูรู้ใช่มั้ยว่านอกจากลูกชายชั้นแล้ว ทั้งบริษัทก็มีแค่หนูคนเดียวที่ชั้นไว้ใจ"
"ค่ะ ถ้าท่านมีเรื่องอะไรอยากให้อัณช่วย บอกได้เลยนะคะ อัณจะทำทุกอย่าง"
"ความจริง ชั้นก็คิดเรื่องนี้มาสักระยะแล้ว แต่ชั้นไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเจ้าปราณ แต่ตอนนี้ มันจำเป็นจริงๆ"
"อย่าคิดว่าเป็นการก้าวก่ายเลยค่ะ เพราะทุกอย่างที่คุณท่านทำก็เพื่อปราณทำเพื่อจีแอลเอสทั้งนั้น"
"ชั้นก็อยากให้เธอทำเพื่อปราณและเพื่อจีแอลเอสเหมือนกัน"
"คุณท่านมีพระคุณกับอัณและแม่มาก อะไรที่อัณจะทำเพื่อท่านได้ อัณยินดีทำทุกอย่างเลยค่ะ"
"แต่งงานกับปราณได้มั้ย"
"คะ" อัณณาอึ้ง
พสุวัฒน์พูดจริงจัง อัณณาอึ้ง ช็อก และใบ้รับประทาน
"สินธรกำลังดันนายธนาฒน์ให้ขึ้นมาเทียบเท่าปราณ..กรรมการบริษัทหลายคนก็เป็นแบ็กให้กับสินธร..ส่วนปราณ..มีแค่ชั้น..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอุ้มชูปกป้องเขาไปได้อีกนานแค่ไหน..ชั้นเลยอยากให้ปราณได้แต่งงาน มันจะทำให้ปราณเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ภาพของปราณจะสมบูรณ์ขึ้น หนูจะไมใช่แค่ผู้ช่วย แต่จะกลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนหลักของจีแอลเอส เสียงของหนูและปราณก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น มากกว่าสินธรและนายธนาฒน์..หนูจะช่วยชั้นได้มั้ย"
อัณณาอึ้งเพราะตอบไม่ถูก

ภัทรินนั่งเขวี้ยงบอลให้โคโค่ไปคาบกลับมา ภัทรินมีสีหน้าหงอย เซ็ง เธอรับบอลจากโคโค่และเขวี้ยงทิ้งไปซ้ำๆ อย่างอัตโนมัติ สักพักภารตีก็เดินเข้ามา
"ยังไม่เลิกคิดถึงหมออีกเหรอ" ภารตีถาม
"ภัทไม่ได้คิดถึงเขาซะหน่อย ภัทโกรธต่างหาก"
"เอาน่า แม่รู้ว่าการที่เจ้าบ่าวหายไปกลางงานแต่ง ไม่อยู่ส่งตัวเข้าห้องคืนแรก มันก็น่าโมโหอยู่หรอก คืนแรกทั้งที" ภารตีแซว
ภัทรินตกใจแล้วก็หน้าแดง "แม่ ภัทไม่ได้โกรธเพราะเรื่องนั้น"
"แต่งงานกับหมอก็ต้องทำใจ ยิ่งเป็นหมอดีๆที่คิดถึงคนไข้ก่อนตัวเองอย่างหมอณนต์ด้วย ลูกยิ่งต้องเข้าใจหมอให้มากๆนะ ชีวิตคู่จะอยู่รอด สามีภรรยาต้องสนับสนุนกันและกัน ไม่ใช่ทำตัวเป็นอุปสรรคกันซะเอง"
"ภัทรู้น่าแม่"
โคโค่คาบเอาบอลมายื่นให้ภัทริน ภัทรินรับมาแล้วเขวี้ยงออกไปอีก
"รู้ แล้วไปโกรธอะไรหมอ"
"ก็เรื่อง" ภัทรินบอกความจริงไม่ได้ "เรื่องของชั้นกับเขานิดหน่อยน่ะ"
ภารตียิ้มและหัวเราะคิกคัก "อ๋อ อย่าโกรธๆงอนๆบ่อยนะ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนนังแจ่มที่ตลาด โกรธงอนกับผัวตลอด รู้ตัวอีกทีก็ลูกสี่"
ภัทรินเขิน "แม่”
อยู่ๆเสียงปราณนต์ก็ดังเข้ามา
"ปล่อยภัทเขางอนไปเถอะครับน้าภา ผมอยากมีลูกห้า"
ภัทรินหันมาเห็นปราณนต์ยืนยิ้มแฉ่งอยู่เพราะว่าเพิ่งกลับมาถึง ภัทรินฉุนและหน้าตึงขึ้นมาทันที โคโค่วิ่งคาบบอลมาส่งให้ ภัทรินรับบอลจากโคโค่มาแล้วเขวี้ยงใส่ปราณนต์ทันที
ปราณนต์รับไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิดว่าจะโดนหัว
"ระวังหน่อยสิครับ"
ปราณนต์ยิ้มแฉ่งตลอด ภัทรินทำหน้ายักษ์ใส่
"ชั้นมีเรื่องต้องคุยกับหมอ ตามมา"
ภัทรินเดินปึงปังแยกออกไป ภารตียิ้มๆ แล้วทำท่าให้หมอรีบตามไปง้อเร็วๆ

ภัทรินเดินแยกออกมา ปราณนต์รีบเดินตาม
"นายต้องการอะไร"
ปราณนต์งง "หือ อะไรครับ"
"นายมาแต่งงานกับชั้นเพื่ออะไร ชีวิตชั้นยังล่มจมเพราะบริษัทนายไม่พอ ยังจะเอาอะไรกับชั้นอีก"
"เดี๋ยวๆๆๆ ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณเลย"
"นายก็รู้อยู่ว่าชั้นมีคดีทุจริตกับจีแอลเอส แล้วนายก็เป็นทายาทจีแอลเอส เป็นแฝด ที่ไม่บอกชั้นด้วย แล้วนายจะมาแต่งงานกับชั้นทำไม จะให้ชั้นเชื่อว่ามันไม่มีอะไรแอบแฝงเหรอ คิดว่าชั้นปัญญาอ่อนหรือไง"
"ผมจะตอบคุณทุกคำถาม แต่คุณใจเย็นๆก่อนนะ"
ภัทรินน้ำตาคลอ "นายคิดว่ารวยแล้วอยากจะทำอะไร จะเล่นสนุกยังไงกับชีวิตคนอื่นยังไงก็ได้งั้นเหรอ"
"หยุด อย่าเพิ่งเยอะไปกว่านี้ ระวังจะเงิบ"
ภารตีเดินตามเข้ามามองดู ปราณนต์เห็นภารตีก็รีบเรียกทันที
"น้าภาดูสิครับ ภัทคิดถึงผมมาก น้ำตาไหลเลย" ปราณนต์ปาดน้ำตาให้แล้วดึงภัทรินเข้ามากอด "โถๆๆๆ ผมก็คิดถึงภัทเหมือนกัน"
ภัทรินขัดขืน "ไม่ต้องมากอด”
ปราณนต์พูดเสียงเข้ม "หรืออยากให้แม่คุณรู้ความจริง" ปราณนต์เล่นละครต่อ "ผมขอโทษที่ทิ้งคืนสำคัญของเราไป คืนนี้เรามาเริ่มใหม่กันนะ น้าภาครับ คืนนี้ช่วยทำพิธีส่งตัวให้เราทีนะครับ ผมจะได้สานต่ออะไรบางอย่างที่ควรจะทำตั้งแต่สองวันก่อน"
"นี่ อย่ามาทะลึ่ง" ภัทรินว่า
"ไม่ต้องเขินหรอกน่า ไปที่บ้านผม ไปๆ"
ปราณนต์ลากตัวภัทรินให้เดินไป ภัทรินฮึดฮัดขัดขืน ปราณนต์ยิ้มกะล่อน
"ไปเร็วๆๆๆเจ้าโคโค่" ปราณนต์เรียก โคโค่รีบตามไป

ปราณนต์ลากภัทรินมาตามทาง ภัทรินฮึดฮัดและโวยวาย
"ชั้นไม่เข้าหอกับนาย ปล่อยชั้น"
"ทำพิธีให้มันจบๆ แล้วผมจะเอาเงินสิบเจ็ดล้านให้คุณไปปลดหนี้"
"จะมาปลดนงปลดหนี้อะไร มันก็เงินนายทั้งนั้น เงินก็ไม่เสียสักบาท แล้วยังจะได้ตัวชั้นไปอีก นายมีแต่ได้ ส่วนชั้นมีแต่เสียกับเสีย"
ปราณนต์ไม่สนใจ เขาลากภัทรินเดินต่อไป โดยผ่านหน้าร้านเนตรมณี ซึ่งจันทร์วิภา อะเลและเบญจคีย์นั่งอยู่
"หมอณนต์ หมอณนต์กลับมาแล้ว" เบญจคีย์ตื่นเต้น
"พวกแก ช่วยชั้นด้วย" ภัทรินโวยวาย
ปราณนต์พูดทันที "ทุกคนครับ ถ้าว่างเชิญไปส่งตัวเจ้าสาวที่บ้านผมด้วยนะครับ" ปราณนต์ประกาศ "คืนนี้ผมกับภัทรินจะเข้าหอกันวันแรก"
พวกจันทร์วิภาส่งเสียงวี้ดวิ้วเพราะเขินแทน
"ว้าย จะเข้าหอวันแรก ต้องแห่รอบหมู่บ้านก่อนด้วยเหรอคะ เอ้า ถ้าอยากแห่ พวกเราจะช่วย" จันทร์วิภาแซว
อะเลนำโห่ "โห่ฮิ้วโห่ ฮิ้ว"
"เจ้าค่าเอ๊ย คืนนี้หมอกับภัทจะเข้าหอกันวันแรกจ้า!”
"เฮ้ย แกจะตะโกนทำไม" ภัทรินว่า
ภารตีรีบวิ่งตามมา "เอ้าๆๆ อย่าเสียเวลา รีบไปเร็วๆเถอะหมอ ไปๆๆๆ"
ปราณนต์ลากภัทรินไป พวกเพื่อนๆ แห่ตามกันไปด้วยความตื่นเต้น เนตรมณีรีบปิดร้านทันที
เนตรมณีพูดกับลูกค้า "วันนี้ไม่ขายแล้วนะคะ จะไปเชียร์เพื่อนเข้าห้องหอค่ะ"
ทุกคนตื่นเต้นและเฮฮา

ปราณนต์ลากภัทรินเข้ามาในบริเวณบ้าน พวกจันทร์วิภาและชาวบ้านแห่ตามมาอีกเป็นพรวน ทุกคนตื่นเต้นและมาเชียร์คนบ้านเดียวกัน
ภารตีรีบห้ามชาวบ้านไม่ให้บุกตามเข้าไป "หยุดๆๆ เข้าไม่ได้ โคโค่ด้วย ให้คนในครอบครัวจัดการกันเองนะ"
"งั้นพวกเราจะรอเชียร์อยู่ตรงนี้นะคะ" จันทร์วิภาว่า
เบญจคีย์ตะโกน "สู้ๆนะยัยภัท พวกเราจะเอาใจช่วย"
"ยัยภัทจะทำได้มั้ยอ่ะแก" เนตรมณีข้องใจ
"มันสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด เรื่องแค่นี้ชั้นมั่นใจว่ามันต้องได้คะแนนท๊อปจากหมอแน่" จันทร์วิภาบอก
ทุกคนลุ้นและเอาใจช่วยภัทริน

ปราณนต์พาภัทรินเข้ามาในบ้าน
"ปล่อยชั้น ชั้นไม่..”
ปราณนต์พูดดักคอ "ไม่อะไร"
"ไม่เข้าหอกับนาย คนโกหก หมกเม็ด ไว้ใจไม่ได้ ถ้านายบอกชั้นแต่แรกว่านายคือใคร ชั้นก็ไม่รับข้อเสนอแต่งงานกับนายเด็ดขาด"
"ไม่ทันแล้ว ถ้าจะไม่เข้าหอ ก็บอกเหตุผลกับแม่คุณด้วยแล้วกัน"
ภารตีรีบเดินเข้ามา
"จะบอกอะไรแม่เหรอ"
ภัทรินชะงักและอึกอักเพราะไม่อยากให้แม่รู้ความจริง
"พูดสิ หรือจะให้ผมพูด" ปราณนต์ท้าทาย
ภัทรินอึกอัก "เอ่อ”
"เอ้าๆๆ ยังไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้ คุณหมอเข้าไปในห้องนอนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้าพายัยภัทไปส่งไปค่ะๆๆ"
ปราณนต์เดินเข้าไปด้านใน
ภารตีดูนาฬิกา "เอาฤกษ์เก้านาทีแล้วกันนะ"

ปราณนต์นั่งรออยู่ในห้อง สักพักภารตีก็เปิดประตูและประคองพาภัทรินเข้ามาด้วย ปราณนต์ยิ้มให้
"เจ้าสาวมาแล้วค่ะ" ภารตีบอก
ภารตีพาภัทรินไปนั่งเคียงข้างกับปราณนต์
"เราไม่ต้องพิธีรีตองมากเนอะ เอาแค่พอเป็นเคล็ดเป็นพิธีนะ" ภารตีอวยพร "หมอคะ รักใคร่เอ็นดูยัยภัทด้วยนะคะ หากมีอะไรบกพร่องก็ช่วยว่ากล่าวตักเตือนน้องด้วยนะ ภัทก็ด้วยนะลูก ช่วยงานคุณหมอ สนับสนุนกันในทางที่ถูกที่ดีนะ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน พึ่งพากัน ค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะ"
ปราณนต์ยกมือไหว้รับ "ครับ ผมจะดูแลภัทให้ดีที่สุดครับ"
"ภัทล่ะ" ภารตีถาม
ภัทรินตอบห้วนๆ "ค่ะ ตามนั้น"
"เอาล่ะ กราบอกสามีสิภัท"
"คะ กราบทำไมคะ"
"เป็นธรรมเนียม เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะถือว่าสามีเป็นผู้ให้ความดูแลคุ้มครอง"
"นี่ไม่ใช่ยุคที่สามีเป็นใหญ่แล้วนะคะแม่ ไม่ต้องกราบหรอกค่ะ" ภัทรินว่า
"ผมกราบภรรยาเองครับ ผมไม่ถือ" ปราณนต์บอก
"งั้นกราบมา"
ปราณนต์ยกมือกราบที่อกภัทริน "ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับที่รัก"
"อะไรก็ไม่รู้คู่นี้..เอ้าๆๆ สุดท้ายแล้ว นอนลงๆ" ภารตีบอก
"นี่แหละขั้นตอนที่ผมรอคอย" ปราณนต์ทิ้งตัวลงนอนแผ่
"นอนลงไปสิภัท" ภารตีบอก
ภัทรินจำใจนอนลงแต่นอนอีกมุมเตียงโดยอยู่ห่างๆปราณนต์
"คุณหมอคะ กอดน้องหน่อยสิคะ" ภารตีบอก
ปราณนต์ตอบทันที "ครับ"
ภัทรินรีบถาม "กอดทำไมคะ"
"มันเป็นเคล็ด" ปราณนต์บอกแล้วก็ถามภารตี "ใช่มั้ยครับ"
"ใช่จ้ะ เพราะถือว่าคือผู้คุ้มครองและปกป้อง"
"มามะ มาให้ผมคุ้มครองซะดีๆ" ปราณนต์บอก
"อย่า เมื่อตะกี้นายกราบชั้น ชั้นต่างหากคือผู้คุ้มครองนาย หันไป ชั้นจะกอดนายเอง" ภัทรินว่า
"ก็ได้" ปราณนต์นอนแผ่รอให้ภัทรินกอด "กอดผมสิจ๊ะที่รัก"
"กอดสิลูก แม่จะได้ห่มผ้าให้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี" ภารตีบอก
ภัทรินจำใจกอดแบบห่างๆ โดยเอื้อมมือไปแตะอย่างรังเกียจ
"ผมว่ามันห่างไปนะครับน้าภา" ปราณนต์บอก
"ภัท ขยับเข้าไปใกล้ๆชิดๆกันสิ" ภารตีสั่ง
"กอดแค่พอเป็นเคล็ดไม่ใช่เหรอคะ แค่นี้ก็พอแล้ว" ภัทรินบอก
ปราณนต์ขยับตัวเองเข้าไปใกล้ภัทริน
ภัทรินรีบว่า "ขยับมาทำไม ออกไป"
"จะกอดก็ต้องใกล้ๆกันสิ" ปราณนต์บอก
"ไม่ต้องใกล้ขนาดนั้น" ภัทรินกระถดถอยหนี แต่ปราณนต์ยังตามจนภัทรินแทบตกเตียง "ไม่กอดแล้ว”
ภัทรินจะลุกหนี ปราณนต์คว้าตัวภัทรินมากอดทำให้ภัทรินล้มลงมากอดใกล้ชิดเขา ภารตีรีบห่มผ้าให้ทำให้ภัทรินถูกกอดอยู่ใต้ผ้าห่มกับปราณนต์

อ่านต่อหน้าที่ 4 


ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)

อัณณาจอดรถที่บ้านของตัวเองแล้วนั่งนิ่งเหมือนคนไม่มีแรงจะทำอะไรทั้งนั้น เธอยังคงสับสนที่ถูกขอให้แต่งงานกับปราณ สักพักแม่ก็เดินออกมามองด้วยความรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แม่ของอัณณาเป็นห่วงลูกสาว


อัณณาเดินเข้ามาในบ้านแล้วก็นั่งลงอย่างไม่เร่งรีบเหมือนเคย
"วันนี้ลูกไม่รีบออกไปเฝ้าคุณปราณเหรอ" แม่ถาม
"เดี๋ยวไปค่ะ" อัณณานั่งนิ่งอย่างเคร่งเครียด
"มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก"
"คุณพสุวัฒน์ ขอให้หนูแต่งงานกับปราณค่ะแม่"
"แล้วลูกว่ายังไง"
"หนู หนู”
"ลูกตอบตกลงใช่มั้ย"
อัณณากล้ำกลืนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ "หนูบอกให้รอถามปราณ ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาก่อน เขาอาจจะไม่อยากแต่งกับหนูก็ได้ แม่ หนูไม่อยากแต่ง หนูไม่ได้รักปราณ แต่หนูปฏิเสธคำขอร้องของผู้มีพระคุณไม่ได้"
แม่เข้ามาโอบกอดเพื่อปลอบใจ "ไม่เป็นไรนะ คุณปราณเป็นคนดี เขาจะทำให้ลูกมีความสุข"
"หนูจะมีความสุขได้ยังไงถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก"
"แต่คนที่ลูกรัก เขาก็แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว"
"ณนต์ไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นค่ะแม่ ณนต์รักหนู รักมาตลอดตั้งแต่เด็ก เขาแต่งงานเพราะอยากให้หนูตัดใจ แต่ไม่มีทาง ณนต์จะเสียสละอะไรให้พี่ชายก็ได้แต่ต้องไม่ใช่หนู"
"แล้วลูกจะทำยังไง"
อัณณากอดแม่ด้วยความเสียใจ
"หนูไม่รู้ค่ะ ไม่รู้”

ภัทรินจะเดินออกจากบ้าน แต่ปราณนต์วิ่งมาขวาง
"นี่คืนแรกของเรานะ คุณจะไปไหน"
"ชั้นจะกลับบ้าน"
ภัทรินจะเดินไป อยู่ๆ ก็มีลมพัดทำให้ฝุ่นเข้าตาภัทริน
"โอ๊ะ”
"หึๆ สงสัยลมจะไม่อยากให้คุณไป ไหนผมดูให้" ปราณนต์ว่า
"ไม่ต้องยุ่ง"
ภัทรินพยายามจะเอาฝุ่นออกจากตาด้วยตัวเอง
"ถามจริง ผมเป็นทายาทจีแอลเอส แล้วจะแคร์อะไร ในเมื่อเราแต่งกันหลอกๆ คุณก็ได้เงินไปล้างหนี้ตามที่ตกลง..คุณโกรธจริงจัง หยั่งกับคิดอะไรลึกซึ้งกับผมงั้นแหละ"
"ชั้นจะไปคิดอะไรกับนาย ชั้นไม่ไว้ใจนายต่างหาก นายจงใจหลอกให้ชั้นแต่งงานด้วย"
"แล้วถ้าผมบอกตามตรงคุณจะยอมแต่งกับผมมั้ย"
ภัทรินตอบทันที "ไม่”
"นั่นไง ผมถึงไม่บอก เพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวท๊อปบนดอยอย่างคุณเรื่องเยอะ"
"ชั้นเรื่องเยอะก็เฉพาะกับคนโกหก ชั้นรังเกียจ ขยะแขยง คลื่นไส้ และไม่อยากจะเข้าใกล้ด้วย"
"ผมไม่ได้โกหก"
"แต่ไม่เคยบอกชั้นว่าเป็นลูกชายเจ้าของจีแอลเอส"
"เพราะผมไม่คิดว่าผมเป็นทายาทของเค้า ถ้าคุณไปถามแม่คุณ หรือถามชาวเขาแถวนี้ คุณจะรู้ว่าผมตามแม่ขึ้นเขามาเป็นหมออาสาตั้งแต่ผมยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ครอบครัวของผมมีแค่แม่คนเดียว นามสกุลที่ผมใช้ก็นามสกุลของแม่ ไม่ใช่ปุณณเวช ผมถึงไม่บอกคุณว่าพ่อและญาติฝั่งพ่อเป็นใคร เพราะผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาคือพ่อผม"
"ชั้นจะเชื่อนายได้ไง"
"ก็เรื่องของคุณ ผมไม่เสียเวลาง้องอนคุณหรอกนะ ก็แค่แต่งกันปลอมๆ งอนยังกับเรื่องจริง เอ๊ะ หรือคุณคิดอะไรกับผมจริงๆ"
"ชั้นไม่คิดสั้นขนาดนั้นหรอกยะ"
"แน๊ เขิน”
ภัทรินจะเดินออกจากบ้านไป แต่ปราณนต์คว้าตัวอุ้มขึ้นมา
ปราณนต์พูดอย่างกะล่อนๆ "เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ว่าคุณคิดอะไรกับผมหรือเปล่า"
ปราณนต์อุ้มภัทรินเข้าไปในบ้าน

ปราณนต์วางภัทรินลงบนเตียง ภัทรินรีบกระเด้งมาในท่าระวังตัว
"จะทำอะไรชั้น"
"คืนแรกของสามีภรรยา คิดว่าจะทำอะไรล่ะ"
"นายสาบานแล้วนะว่านายจะไม่แตะต้องชั้น ถ้านายไม่กลัว อยากตายโหงก็เอาสิ เข้ามาเลย" ภัทรินทำใจดีสู้เสือ
"ท้าทายผมเหรอ"
ปราณนต์คลานต้อนเข้าไปใกล้ภัทริน
ปากก็ขู่ แต่ตัวภัทรินก็กระถดหนี "นายจะต้องประสบเหตุร้ายแรง ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว"
"ผมจะเริ่มจากอะไรก่อนดี"
"จูบสิ" ภัทรินบอก
ปราณนต์ชะงัก "หือ"
"ทุกคนก็ต้องเริ่มจากจูบทั้งนั้น"
"นี่คุณ พูดออกมาได้ไง"
"ทำไม เรื่องปกติ ชั้นเป็นสาวเมืองกรุงนะ เรื่องแค่นี้ กระจอกมาก ตอนอยู่กรุงเทพทำมากกว่านี้อีก"
"คุณดูไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย"
"ไม่เคยได้ยินเหรอ ติ๋มๆหงิมๆจับกินเรียบ ชั้นนี่แหละ หึๆๆ กลัวล่ะสิ รับไม่ได้ล่ะสิเจอผู้หญิงแรงๆ"
ปราณนต์เหมือนจะกลัว แต่กลับยิ้มออกมา "คืนนี้เราต้องมีความสุขมากแน่ๆ"
ภัทรินตกใจ "หา”
"ผมชอบผู้หญิงแรงๆ ชอบมาก งั้นเราก็ ต่างคนต่างนอนแล้วกัน"
อยู่ๆปราณนต์ผละออกซะงั้น ภัทรินงง
"ผมแกล้งคุณไปงั้นแหละ ไม่ทำอะไรหรอก นอนให้สบายเถอะ ผมจะไปอาบน้ำนอนแล้ว"
ปราณนต์หันหลังไป ภัทรินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ปราณนต์หันกลับมา "แน่ะ เห็นนะว่าโล่งอก"
ภัทรินถลึงตากลบเกลื่อน "ชิ"
ปราณนต์ยิ้มๆขำๆ ภัทรินหงุดหงิดและหมั่นไส้
"หมอบ้า” ภัทรินว่า

ปราณนต์เปลี่ยนเป็นชุดนอนเสื้อยืดกับกางเกงสะดอ เขาเดินออกมาจากด้านหลังของบ้าน ภัทรินยังคงนั่งอยู่ที่เตียง
"ไม่ไปอาบน้ำหน่อยเหรอ" ปราณนต์ถาม
"ชั้นสะอาดดี" ภัทรินบอก
"ตามใจ คุณนอนที่เตียงไปแล้วกัน เดี๋ยวผมนอนตรงนี้ โอเค๊"
"แน่นอน"
"งั้นก็นอนสิ จะนั่งอยู่ทำไม หรือว่ากลัวผม"
"ชั้นไม่เคยกลัว" ภัทรินกำลังจะล้มตัวลงนอน
"เออนี่คุณ" ปราณนต์ชี้กางเกงตัวเอง "กางเกงสะดอรู้จักใช่มั้ย เวลาจะปลด แค่ดึงเชือกเส้นนี้ กางเกงก็ร่วงไปกองตาตุ่มแล้ว"
ภัทรินแหว "แล้วจะมาบอกชั้นทำไม"
"บอกไว้ เผื่อคุณอดใจไม่ไหว ฮะๆ"
ปราณนต์หัวเราะสนุกที่ได้แหย่
"ทุเรศ" ภัทรินว่า
ภัทรินล้มตัวลงนอนหันหลังให้ปราณนต์ สักพักภัทรินรู้สึกว่าปราณนต์เงียบไปนานเลยค่อยๆหันกลับมามองดูที่โซฟา แต่เธอไม่พบปราณนต์แล้ว ภัทรินรีบกระเด้งขึ้นมานั่งแปลกใจว่าปราณนต์หายไปไหน
สักพักเสียงซึงก็ดังมา ภัทรินมองไปก็เห็นว่าปราณนต์กำลังเล่นซึงบทเพลงเหนือหวานๆซึ้งๆ อยู่
"นอนไปพร้อมกับเพลงเพราะๆ จะได้ฝันดีนะที่รัก" ปราณนต์บอก
"เสียงดังยังงี้ใครจะไปหลับลง" ภัทรินว่า
ปราณนต์ยังคงเล่นเพลงต่อไป ภัทรินนอนมองปราณนต์เล่นซึง จากทีแรกที่เธอทำหน้าบึ้งๆ สักพักก็เริ่มผ่อนคลาย ภัทรินรู้สึกว่าเสียงซึงก็เพราะดีเหมือนกันจึงค่อยๆสงบลงไป ปราณนต์หันมาสบตาภัทรินทำเป็นไม่แยแส และทำเป็นหลับ แต่เธอก็แอบลืมขึ้นมามอง ปราณนต์ก็ยังมองที่เธอไม่ละสายตาไปไหน
"เชอะ ทำเป็นมีมุมซึ้ง" ภัทรินว่า

เช้าวันใหม่ ภัทรินค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงนอน เธอมองไปที่โซฟาก็ไม่เห็นปราณนต์แล้ว ภัทรินเดินออกมาด้านนอกบ้าน เธอพบว่าปราณนต์กำลังเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ที่มุมโต๊ะอาหาร ณ บริเวณชานของบ้านริมแนวรั้วดอกมะลิ
"ตื่นแล้วเหรอจ๊ะที่รัก"
"เลิกเรียกชั้นว่าที่รักได้มั้ย"
"เพื่อความแนบเนียน"
"อยู่กันสองคน ไม่ต้องพูด ชั้นขนลุก แล้วนั่น ไปซื้อมาจากไหน"
"ไข่กระทะยังต้องซื้ออีกเหรอ ชีวิตคุณคงซื้อทุกอย่างด้วยเงินหมดเลยสินะ ไม่คิดจะทำอะไรด้วยตัวเองบ้างเหรอ"
"เป็นหมอหรือเป็นพระ เทศน์อยู่ได้" ภัทรินว่า
"ชิมสิ ผมทำเอง"
ภัทรินตักมาชิม "ก็ ใช้ได้ แบบบ้านๆ"
"เชิญคุณกินของบ้านๆตามสบาย วันนี้ผมต้องไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล คุณอยู่บ้านก็อย่าทำบ้านรกล่ะ เข้าใจมั้ย"
"ใครว่าชั้นจะอยู่บ้าน"
"แล้วคุณจะไปไหนไม่ทราบ" ปราณนต์ถาม
ภัทรินนั่งลอยหน้าลอยตากินไข่กระทะ ปราณนต์หมั่นไส้
"ผมถามว่าจะไปไหน"
"ไปหางานทำ" ภัทรินบอก

อัณณากำลังรวบรวมเอกสารเข้าแฟ้มแล้วจะเดินไปที่ห้องประชุม แต่ก็ต้องชะงักเพราะธนาฒน์เข้ามายืนขวางเอาไว้ก่อน อัณณาจะเดินเบี่ยงหลบไป แต่ธนาฒน์ก็ขยับเข้ามาขวางอีก
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" อัณณาถาม
"วันนี้คุณสวยนะครับ" ธนาฒน์ชม
"ดิฉันไม่มีเวลามาเล่นกับคุณนะคะ" อัณณาจิกกัด "ดิฉันมีงานมีการทำ"
"ผมก็ทำงานอยู่..ผมมาเชิญคุณไปพบกับ อื้ม อย่าให้พูดเลย เดี๋ยวไม่เซอร์ไพร้ส์ เชิญครับ"
อัณณาแปลกใจ

อัณณาเดินตามธนาฒน์เข้ามาในห้องประชุม ชมนาดอยู่กับศิลาและสุพจน์ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท
"ไหนล่ะคุณปราณ" สุพจน์ถาม
"คุณปราณไม่อยู่มาทั้งสัปดาห์แล้วครับ มีอะไรฝากคุณอัณณาได้เลยครับ เธอเป็นคนเดียวที่ติดต่อกับคุณปราณได้" ธนาฒน์บอก
ศิลาผลักเอกสารไปตรงหน้าอัณณา "ตอบมาสิว่าอีเมลร้องเรียนพวกนี้คืออะไร"
อัณณามองแฟ้ม "คำสั่งซื้อพวกนี้ ดิฉันไม่เคยได้รับเรื่องจากบริษัทนี้เลยนะคะ"
"เอกสารมันก็วางอยู่ที่โต๊ะคุณปราณนั่นแหละ คาอยู่อย่างนั้นมาทั้งสัปดาห์ จนดิฉันเองยังคิดว่ามันปิดจ๊อบไปแล้ว"
"แต่”
ศิลาโมโห "คุณไม่ต้องเถียง งานมันหลุดก็เพราะเจ้านายคุณหายหัว ไม่เข้าบริษัท ไม่ต้องมาอ้างว่าหลบซ่อนตัวบ้าบออะไร ถ้าไม่สามารถบริหารจัดการอะไรได้ ก็ควรจะพอ"
"พวกเราลงความเห็นกันแล้ว ว่าจะลดบทบาทของปราณลงบางส่วน เราจะโอนอำนาจการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกิจเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดมาให้คุณธนาฒน์ดูแล"
"อะไรนะคะ"
"คุณไม่ต้องถามอะไร แค่ไปบอกเจ้านายคุณตามนี้"
อัณณาอึ้ง ธนาฒน์กับชมนาดยิ้มสมใจ

อัณณาเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองด้วยสีหน้าหวั่นวิตก ชมนาดเดินตามมา
"คุณอัณณา ยังไงดิฉันฝากเรียนให้คุณปราณเข้าใจด้วยนะคะว่าธนาฒน์ไม่ได้มาแทนที่ แต่มาช่วยแบ่งเบาภาระ คุณปราณจะได้พักบ้าง ไม่ต้องเครียดกับงานมาก อ้อ แล้วถ้าคุณปราณยังรู้สึกว่างานมันโหลดเกินไป เครียดมากไป จะแบ่งงานมาให้ธนาฒน์ช่วยเครียดอีก ก็ยินดีนะคะ"
"ค่ะ"
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีดตั้งแต่ในห้องประชุมแล้ว เครียดเหรอคะ ดูแลตัวเองดีๆนะคะ เป็นห่วง"
ชมนาดเดินเย้ยๆ จากไป อัณณาเครียดและเป็นกังวล

ศิลากับสุพจน์เดินออกมาด้านนอกโดยกำลังจะตรงไปขึ้นรถ ธนาฒน์วิ่งตามออกมา
"คุณศิลา คุณสุพจน์ครับ คือ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกเรื่องนึงที่ผมคิดว่าพวกคุณน่าจะอยากทราบ"
"เรื่องอะไร" ศิลาถาม
ธนาฒน์ตาแวววาวเพราะมีแผนร้าย

พสุวัฒน์อยู่ในห้องพักของปราณ เขากำลังพูดโทรศัพท์กับอัณณา
"พวกมันทำอย่างนั้นกับปราณจริงๆเหรอ"
อัณณาเดินคุยมือถือออกมานอกสำนักงานใหญ่จีแอลเอส
"เอกสารคำสั่งซื้อพวกนั้นอัณไม่เคยได้รับ ไม่เคยเห็นเลยด้วย อัณมั่นใจว่าคุณชมนาดกับธนาฒน์จงใจวางยา..ดิสเครดิตปราณต่อหน้ากรรมการบริษัท"
"นี่คือแผนของพวกมันสินะ ปั้นธนาฒน์ให้โดดเด่น แล้วก็เริ่มทำลายปราณ เพื่อส่งไอ้ธนาฒน์มาแทนที่ ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป มันต้องใส่ร้ายปราณจนหมดความชอบธรรมในการบริหารจีแอลเอสแน่"
"อัณจะไม่ยอมให้พวกเขาทำได้สำเร็จ" อัณณาบอก
"แล้วเราจะทำยังไง ปราณก็ยังไม่ได้สติ ส่วนไอ้ณนต์ก็ผีเข้าผีออก เอาแน่เอานอนกับมันไม่ได้" พสุวัฒน์บอก
แต่แล้วพสุวัฒน์ก็ชะงักเพราะมองไปที่ปราณก็พบว่ามือของปราณข้างนึงยกขึ้นมาเกาะราวเหล็กกันเตียงเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"ปราณ" พสุวัฒน์ตกใจจึงรีบเข้าไปดู "หมอ หมอ"
อัณณาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"มีอะไรคะท่าน ปราณเป็นอะไร"
"ปราณขยับ ปราณขยับแล้ว" พสุวัฒน์บอก
"หนูจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
อัณณาวางสายแล้วรีบวิ่งออกไปที่รถ ชมนาดที่ยืนมองอัณณาอยู่ยิ้มอย่างมีแผน

ภัทรินเดินมาที่ร้านกาแฟเนตรมณี ปราณนต์เดินตามมา
"ถ้าคุณคิดจะสมัครงานนะ ผมว่าคุณไปทำไร่กะหล่ำของแม่คุณให้ดีดีกว่า มันมีโอกาสจะเติบโตและสร้างรายได้ให้คุณไวกว่าทำงานบริษัทอีก" ปราณนต์บอก
"ชั้นจะทำงานอะไร เรื่องของชั้นป่ะ" ภัทรินว่า
"ผมแค่หวังดี"
จันทร์วิภา เนตรมณี เบญจคีย์ และอะเลกำลังคุยกันอย่างเฮฮา พอเห็นคู่บ่าวสาวเดินเข้ามาทุกคนก็รีบไปหาด้วยความสนใจทันที
"ยัยภัท แหมๆๆ วันนี้หน้าตามีน้ำมีนวลนะ เมื่อคืนกินอิ่มนอนหลับสบายเลยสิ"
พวกเพื่อนๆ หัวเราะคิกคักเพราะต่างรู้ดีว่าหมายถึงเรื่องอย่างว่า
"พวกแกเหลวไหลใหญ่แล้ว เนตร ชั้นขอใช้คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เนท หน่อย ชั้นจะสมัครงาน" ภัทรินว่า
"แหมๆๆ เปลี่ยนเรื่องเชียว" เบญจคีย์ว่า
ภัทรินเข้าไปที่หน้าคอมพิวเตอร์ พวกเพื่อนๆ ยังหัวเราะคิกคัก อะเลแยกไปกระซิบถามกับปราณนต์
"เป็นไงบ้างครับหมอ คืนแรก"
ภัทรินได้ยินก็หันขวับ เธอรอดูว่าปราณนต์จะตอบว่ายังไง
ปราณนต์กระหยิ่มแล้ววางท่าโอ้อวด "อย่าให้พูดเลย หึๆๆ"
อะเลพูด "น้ำเสียงยังงี้ แปลว่า”
ปราณนต์ชวนให้คิดไปในทางที่น่าชื่นชม "นั่นแหละ"
"นั่นแหละ” อะเลว่า
"ช่าย นั่นแหละ”
"บ๊ะ ให้มันได้ยังงี้ สมกับเป็นหมอประจำดอยผาหมอกจริงๆ" อะเลจับมือชื่นชม "เยี่ยมๆๆ"
เบญจคีย์ จันทร์วิภา เนตรมณีได้ยินอะเลกับปราณนต์คุยกันอย่างนั้นก็พลอยเขินแทน สามสาวหันมามองภัทรินอย่างอิจฉาตาร้อนที่ได้มีคืนแห่งความสุข
สามสาวแซวและหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพูดล้อเลียนกับคำว่า “นั่นแหละ” ของปราณนต์ "นั่นเหรออออ"
ภัทรินส่ายหัว "อย่าให้พูด เฮ้ออ"
"ถอนหายใจทำไม" เนตรวิภาถาม
ภัทรินทำท่าเพลียสุดฤทธิ์ "คิดเอาเองแล้วกัน เช้าปุ๊บชั้นอยากจะออกไปหางานทำทันที พวกแกจะตีความว่าอะไร อุ๊ย นั่นๆๆ นกกระจอก"
"นกกระจอก..นี่อย่าบอกนะว่า” จันทร์วิภาพูดขึ้น
"นั่นแหละ" ภัทรินบอก
สามสาวแซวด้วยน้ำเสียงฟังดูแย่ว่าปราณนต์ห่วยมากเลยเหรอ "นั่นเหรออ"
สามสาวหันมามองปราณนต์ด้วยสายตารันทด
"โด่เอ๊ย เป็นตั้งหมอ แต่บ่อมิไก๊" อะเลว่า
ปราณนต์ตกใจ "เฮ้ย!”
ภัทรินยักไหล่และยิ้มเยาะปราณนต์ว่าช่วยไม่ได้
"คุณนะคุณ ถ้าผมไม่ต้องไปเข้าเวร คุณเจอแน่" ปราณนต์ว่า
ปราณนต์ทำท่าขึงขังก่อนจะเดินแยกออกไปทำงาน ภัทรินยิ้มสมน้ำหน้า

อัณณาเดินเร่งรีบเข้ามาภายในโรงพยาบาลก่อนจะรีบตรงไปตามทางเดินเพื่อจะไปขึ้นลิฟท์ แต่อยู่ๆก็ต้องชะงัก เพราะมีเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นมา
"จะรีบไปไหนอัณณา"
อัณณาชะงักแล้วหันไปมองก็พบว่าสินธรยืนรออยู่แล้ว
"คุณสินธร คุณ มาได้ยังไงคะ" อัณณาถาม
"แล้วทำไมชั้นถึงจะมาไม่ได้ล่ะ หน้าซีดทำไม มันน่าแปลกมากเหรอที่เจอชั้นที่นี่" สินธรถาม
"ปะ เปล่าค่ะ"
"เปล่าอะไร โกหกไม่แนบเนียนเลยนะ เธอมาหาพี่พสุไม่ใช่เหรอ"
อัณณาอึ้ง "คุณทราบ”
"ชั้นอยากเจอพี่พสุเหมือนกัน พาไปหาหน่อยสิ ชั้น16ใช่มั้ย" สินธรดันหลังให้อัณณาเดินนำไป
อัณณาพลิกตัวแล้วหันกลับมา "เดี๋ยวดิฉันโทรตามท่านลงมาพบที่นี่สะดวกกว่าค่ะ"
อัณณาหันกลับมาก็ต้องอึ้งหนักอีกเพราะพบว่าศิลากับสุพจน์เดินเข้ามาอีก
"พสุวัฒน์อยู่ที่ไหน"
อัณณาอึ้งและหน้าซีดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อัณณาถูกกดดันให้เดินนำเข้ามาในลิฟท์ สินธร ศิลา และสุพจน์ตามเข้ามาประกบ
สินธรกดเลขชั้น "ชั้นสิบหก"
อัณณาหน้าซีดและร้อนใจเพราะไม่รู้จะติดต่อสื่อสารบอกพสุวัฒน์ยังไงดี เธอหยิบมือถือขึ้นมา
สินธรพูดดักคอ "เล่นมือถือต่อหน้าผู้ใหญ่ เสียมารยาทมากนะอัณณา"
อัณณาชะงักเก็บมือถือเพราะทำอะไรไม่ได้ สินธรกระหยิ่มพลางคิดในใจว่าสนุกแน่

หมอกำลังตรวจวัดม่านตาการตอบสนองของปราณ
"ที่คุณปราณขยับได้ อาจเป็นแค่การตอบสนองอัตโนมัติของร่างกาย ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรก็ได้ครับ"
"ไม่มีความหมายเหรอ" พสุวัฒน์ถาม
พสุวัฒน์ท้อใจ

ประตูลิฟท์เปิดออก อัณณาเดินนำออกมา
"เปิดประตูสิ" สินธรบอก
"ดิฉันเปิดไม่ได้ค่ะ ต้องให้พยาบาลด้านในเป็นคนเปิด"
พยาบาลเดินผ่านหน้าวอร์ดมาพอดี อัณณาเซ็ง แต่สินธรยิ้ม

อัณณาเดินนำพวกสินธรเข้ามาด้านใน
"ไหน พี่พสุอยู่ห้องไหน"
"เอ่อ ด้านนี้ค่ะ" อัณณาบอก
อัณณาเดินนำไปตามทางที่มีรถเข็นอุปกรณ์แพทย์วางอยู่ข้างทางด้านหน้า
อัณณาเดินไปแล้วหันกลับมาพูด "แต่ดิฉันอาจจะต้องขออนุญาตเข้าไปแจ้งให้คุณท่านทราบก่อนนะคะว่าคุณศิลากับคุณสุพจน์จะมาขอพบ ว้าย”
อัณณาทำเป็นพูดไม่ทันระวังทำให้ไปชนรถเข็นอุปกรณ์นั้นอย่างจังๆ เสียงดังโครมคราม

พสุวัฒน์และพวกหมอหันขวับไปด้านนอกห้องเพราะได้ยินเสียง ทุกคนต่างก็รู้สึกผิดปกติ

อัณณาทำเป็นเก็บข้าวของให้เรียบร้อย
"ขอโทษค่ะๆๆ"
"เธอไม่ต้อง ให้พยาบาลเก็บ พาไปหาพี่พสุเดี๋ยวนี้" สินธรบอก
"ค่ะ ทางนี้ค่ะ"
อัณณากำลังเดินนำจะไปเปิดประตูอีกชั้นนึงเพื่อเข้าไปโซนด้านใน แต่พสุวัฒน์เดินออกมาเสียก่อน โดยมีหมอและพยาบาลตามออกมาด้วย
"อัณณา" พสุวัฒน์อึ้งที่เห็นสินธรกับบรรดากรรมการ "พวกคุณ..มาทำอะไรที่นี่"
"พวกผมต้องถามคุณต่างหากว่าแอบมาทำอะไรที่นี่" ศิลาถาม
พสุวัฒน์ทวนคำ "แอบ"
"มีคนบอกเราว่าคุณกับลูกชายคุณ แอบมาประชุมลับๆกันที่นี่" สุพจน์บอก
"ประชุมลับ" พสุวัฒน์ถามสินธร "นายเป็นคนบอกพวกเขาอย่างนั้นเหรอสินธร"
"มีคนบอกผมมาอีกทีครับ ผมก็เลยอยากพิสูจน์ให้รู้ ไม่อยากให้ใครเอาพี่ไปพูดให้เสียหาย"
"จะพิสูจน์อะไร ชั้นก็แค่มาให้หมอตรวจสุขภาพแค่นั้นเอง" พสุวัฒน์บอก
"แล้วทำไมคุณไม่ตรวจที่โรงพยาบาลของเรา" ศิลาถาม
"ก็ อยากตรวจที่นี่ไม่ได้เหรอ" พสุวัฒน์ถามกลับ
"งั้นขออนุญาตนะ" สุพจน์สั่ง "สินธร ไปตรวจดูสิ"
"ช่วยเปิดประตูนี้ให้ด้วยครับ ถ้าจะมีอะไร ก็น่าจะอยู่ด้านในนี้" สินธรบอก
หมอเป็นคนเปิดประตูให้ สินธรเข้าไปเดินสำรวจโดยเปิดประตูห้องต่างๆ อัณณากับพสุวัฒน์แอบสบตากันอย่างเคร่งเครียด ยิ่งเห็นสินธรเดินเข้าไปใกล้ห้องที่ปราณอยู่ก็ยิ่งกังวล สินธรเดินไปถึงห้องด้านในซึ่งเป็นห้องที่ปราณอยู่ พสุวัฒน์กับอัณณาหน้าซีด สินธรเปิดเข้าไป

สินธรเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักของปราณแต่ก็ไม่พบปราณ มีเพียงเตียงว่างเปล่าและอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆเปิดทิ้งคาอยู่
"ใครอยู่ห้องนี้" สินธรถาม
สินธรมั่นใจว่าเป็นห้องนี้แน่จึงรีบไปเปิดห้องน้ำและระเบียงเพื่อค้นหาว่ามีใครซ่อนอยู่แต่ก็ไม่พบ พสุวัฒน์ กับอัณณาที่ตามเข้ามาไม่เห็นใคร ต่างคนก็ต่างงงกันไปหมดเพราะไม่มีใครทราบเลยว่าปราณหายไปไหน
"ต้องมีใครอยู่ที่นี่ ใคร" สินธรถาม
"คุณสินธรคิดว่าเป็นใครล่ะคะ" อัณณาย้อนถาม
"อย่ามายอกย้อน" สินธรว่า
พสุวัฒน์ไหลไปตามสถานการณ์โดยออกรับหน้าเอง
"ชั้นเองนั่นแหละ"
ทุกคนแปลกใจ
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ้าอยากรู้ก็จะให้รู้ ชั้นไม่สบาย"
"พี่น่ะเหรอไม่สบาย" สินธรย้อนถาม
"ใช่"
"พี่เป็นอะไร ถึงกับต้องมีเครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง" สินธรถาม
"พี่ เป็น เนื้องอกในสมอง ใช่มั้ยหมอ" พสุวัฒน์หันไปหาหมอ
"ใช่ครับ และผมพยายามหว่านล้อมให้ท่านเข้าผ่าตัด แต่ท่านก็ไม่ยอม" หมอบอก
"แล้วที่ชั้นต้องมาตรวจที่นี่ ก็เพราะชั้นไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากให้ต้องมาเป็นห่วงกังวลอะไรมาก โดยเฉพาะนายปราณ มันจะได้โฟกัสแต่เรื่องงาน ไม่ต้องมาว่อกแว่กเรื่องชั้น" พสุวัฒน์โมโห "แต่พวกคุณก็ ช่างสงสัยจริงๆ"
อัณณาเข้าไปประคอง "ใจเย็นๆค่ะคุณท่าน"
พสุวัฒน์ฉุน "นายปราณเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งไม่นาน แล้วชั้นก็มาป่วย ถ้าบริษัทคู่แข่งรู้เรื่อง จะเป็นยังไง..จีแอลเอสจะเหลือความน่าเชื่อถืออะไรอีก..มันจะยิ่งสร้างปัญหาให้บริษัทเปล่าๆ ชั้นถึงต้องหลบๆซ่อนๆไม่บอกใครนี่ไง"
"คุณท่าน..ดิฉันว่าพวกคุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ คุณท่านจะได้พักผ่อน" อัณณาบอก
"ชั้นป่วยแล้วยังต้องมาถูกสงสัยว่าวางแผนก่อการร้ายบริษัทตัวเองอีกเหรอ ให้มันได้ยังงี้ ทีหลัง จะฟังใครพูดอะไร หัดใช้วิจารณญาณกันหน่อย หรือไม่ก็มองโลกในแง่ดีกันบ้าง" พสุวัฒน์ว่า
พสุวัฒน์ทำท่าเซ ปวดหัว และมีอาการ จนหมอและพยาบาลต้องเข้ามาดูแล ศิลา สุพจน์ และสินธรหน้าซีดกันไปหมด
"น่าขายหน้าจริงๆ" พสุวัฒน์ว่า

ศิลากับสุพจน์ต่อว่าสินธรอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล
"คุณทำให้ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว ต่อไปผมจะไม่เชื่อข่าวอะไรจากปากของคุณและคนของคุณอีก พอกันที"
"ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณพสุวัฒน์ไปเชียร์ให้นายขึ้นมาแทนที่เขา เป็นผมผมก็ไม่เอา" สุพจน์ว่า
ศิลากับสุพจน์ขึ้นรถตู้ผู้บริหารไป คนขับรีบขึ้นรถและขับออกไป สินธรเจ็บใจ

ชมนาดรับโทรศัพท์แล้วก็ตกใจ
"คุณพสุวัฒน์ป่วย ไม่ใช่ มันต้องเป็นอย่างอื่นสิ ก็ที่ธนาฒน์บอก มันเหมือนว่าพวกเค้าซ่อนใครหรืออะไรเอาไว้"
สินธรพูดมือถืออยู่ที่โรงพยาบาล โดยกำลังจะเดินไปรถ
สินธรพูดด้วยความโมโห "ไอ้ธนาฒน์มันมั่วน่ะสิ..มันทำผมขายหน้ามาก..ฝากบอกมันด้วยนะว่าผมคิดบัญชีกับมันแน่"
สินธรวางสายอย่างฉุนๆ ชมนาดหงุดหงิดที่ไม่เป็นไปตามแผน

อัณณากับพสุวัฒน์คุยกับหมอ
"ไม่มีใครเห็นเลยเหรอคะว่าปราณหายไปได้ยังไง" อัณณาถาม
"ครั้งสุดท้ายที่เห็น คุณปราณก็ยังนอนอยู่ที่เตียง..แล้วก็ไม่ได้มีใครประคองคุณปราณไปไหนใช่มั้ย" หมอถามพยาบาล
"ค่ะ" พยาบาลตอบ
"แล้วปราณหายไปไหน" พสุวัฒน์ถาม
พยาบาลคนนึงวิ่งเข้ามา
"คุณหมอคะ ทางนี้ค่ะ"
ทุกคนรีบวิ่งตามพยาบาลออกไป

พยาบาลวิ่งนำออกจากห้องแล้วเลี้ยวไปอีกด้านโดยตรงไปที่ประตูทางหนีไฟ พยาบาลเปิดประตูหนีไฟออกไป ทุกคนตามออกมาแล้วพบว่าปราณนอนสลบคาบันไดหนีไฟอยู่นั่นเอง
"ปราณ”
ทุกคนอึ้ง

อ่านต่อตอนที่ 5 

กำลังโหลดความคิดเห็น...