xs
xsm
sm
md
lg

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 9

รถพยาบาลวิ่งมาตามทาง พอจะถึงสามแยก รถวิศวะวิ่งมาจากอีกทาง จอดปิดทางเอาไว้
 
คนขับบีบแตรไล่เพราะกำลังรีบ วิศวะกับเจิดลงมาพร้อมปืนเชนที่ซ่อมเสร็จแล้ว เจิดถือปืนอันเก่า และวิศวะถืออันใหม่ใหญ่กว่าเดิม เล็งไปที่รถพยาบาล
“อย่าขยับ ไม่งั้นเจอปืนแน่ ลงมาจากรถ”
คนขับยกมือแต่ยังไม่ลงมา ไม่แน่ใจว่าสองคนคือใคร ปืนก็หน้าตาประหลาด
“ไม่เชื่อว่านี่ปืนยิงได้ใช่ไหม งั้นดูซะเป็นบุญตา”
วิศวะกดสวิตซ์ที่ปืนแล้วยิงขึ้นฟ้า แสงเป็นประกายสีฟ้าถูกยิงออกจากปากกระบอกดูรุนแรงน่ากลัว
ตังตังรออยู่ในรถร้องตื่นเต้น คนขับรีบลงมาจากรถทันที ประตูหลังรถพยาบาลเปิดออก ตฤณแปลกใจ
“ลุงเจิด วิศวะ”
“เร็ว ไอ้ตฤณ รีบเอาเชนลงมา ก่อนเชนจะตาย”
“คุณจะเอาคนไข้ไปไม่ได้นะ เขากำลังแย่”
หมอค้าน แต่ตฤณกับวิศวะรีบลากเชนลงจากรถพยาบาล
“รู้แล้วน่ะหมอ แต่สิ่งที่พวกผมกำลังทำอยู่มันอธิบายไม่ได้นะครับ เอาเป็นว่าพวกผมกำลังช่วยคนป่วยแล้วกัน”

จ่าเจี๊ยบวางโทรศัพท์มือถือ สีหน้าเคร่งเครียด
“มีคนมาดักชิงตัวเชนไปจากรถพยาบาล”
“ใคร”
“คนขับรถบอกว่า ผู้ชาย 2 คน พร้อมปืนรูปร่างหน้าตาประหลาด 2 กระบอก นายตฤณก็ไปกับเขาด้วย”
“นายเจิดกับนายวิศวะ ขอบใจมากจ่า”
ปวันหุนหันวิ่งออกไปทันที
“ผู้กอง แล้วไง ไปอีกแล้ว ไม่บอกอีกตามเคย”
ประตูห้องลับร้านวิศวะเปิดออก ตังตัง เจิด วิ่งนำเข้ามา ตามด้วยตฤณและวิศวะซึ่งหามเชนเข้ามาอย่างรีบร้อน
“วางบนโต๊ะเลย” เจิดบอก
ตฤณ วิศวะ อุ้มเชนวางลงบนโต๊ะ เลือดเชนออกมากเต็มมือทั้งสองคน ตังตังร้องไห้กอดแขนเชน
“เชน ตังตังไม่ยอมให้เชนตายนะ”
“สถานการณ์ฉุกเฉินๆ”
นะโมหมุนรอบตัว ทำอะไรไม่ถูก เจิดรีบถือกล่องใส่แว่น 3 มิติอันจริงที่ซ่อนไว้ในร้านอย่างดีหันมา
“ในชีวิตจริง คนเราทุกคนต้องตาย แต่ในหนัง เชนไม่มีวันตาย”
เจิดค่อยๆ เปิดกล่องออก แว่น 3 มิติอยู่ด้านใน รอบขอบแว่น และกระจกแว่นมีปฏิกิริยาแสงแวววับขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับรู้ว่าต้องทำหน้าที่พาเชนกลับไปแล้ว
“แว่น 3 มิติ พร้อมปฏิบัติการพาสายลับเชนกลับไปกู้ชีวิตตัวเองแล้ว” เจิดบอก
ตฤณคอยจับมือเชน สังเกตอาการ
“เร็วเถอะลุงเจิด เชนหายใจอ่อนลงทุกทีแล้ว”
“แต่เดี๋ยว รู้ใช่ไหม ว่าจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเราเป็นคนใส่แว่นอันนี้ พาเชนกลับเข้าไปในจอ ไม่งั้น แว่นนี้จะสูญไป ไม่กลับมาอีก”
เจิดพูดพลางชี้ไปที่จอทีวีที่นะโมกำลังยืนอยู่ข้างๆ ในจอกำลังเปิดหนังเรื่องสายลับ 3 มิติอยู่พอดี
เป็นฉากในไนต์คลับ
“รู้ครับจารย์” วิศวะบอก
“ถ้าอย่างงั้น ใครจะเป็นคนใส่แว่นพาเชนกลับไป” เจิดถาม
ตังตังยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเล และเป็นคนเดียวที่ยก ขณะที่ทุกคนยืนลังเล
“ตังตังค่ะ ตังตังจะเป็นคนพาเชนกลับไปเอง”
“มันจะดีเหรอตังตัง” ตฤณท้วง
“มันก็ไม่ค่อยจะดีหรอกค่ะ”
ตังตังพูดพลางโผกอดแขนตฤณ น้ำตาไหล
“ให้ตังตังไปนะคะน้าตฤณ ถ้าเชนตาย ตังตังต้องแย่แน่ๆ”
ตฤณตะลึงมองหลานรัก
“ตังตังยังเป็นเด็ก พ่อแม่ของตังตังจะว่าไง นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ หลาน”
“ตั้งแต่มีเชนมาอยู่ด้วย ตังตังหายเหงา ตังตังเหมือนมีเพื่อนรู้ใจ ตังตังอยากให้เชนอยู่ด้วยตลอดไป”
“แต่ตังตังรู้ใช่ไหม ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เชนต้องกลับไปในโลกของเขา โลกของหนังขาวดำ”
“ตังตังรู้ ตังตังถึงจะไปส่งเชนไง”
“แต่มันไม่ใช่โลกของเรา ตังตัง ตังตังยังมีอนาคต ยังจะมีชีวิตที่สดใสต่อไปที่นี่นะ หนูจะไปอยู่ในทีวีแบบนั้นตลอดไปเหรอ”
“งั้น ใครจะไป ผมไปไม่ได้นะ ผมมีพ่อมีแม่ต้องดูแล” วิศวะชิงบอก
“ส่วนฉัน ฉันตัวคนเดียวไม่มีใครก็จริง แต่ฉันไม่พร้อม แต่ไงๆ ก็ต้องรีบละนะ งั้นก็ไม่ต้องมีใครไปเลย แล้วเชนก็ตายไปตามธรรมชาตินะ” เจิดบอก
ตังตังรีบปาดน้ำตา
“โอเค ตังตังพร้อมแล้ว”
“ไม่นะ ตังตัง” ตฤณไม่ยอม
“แว่นก็พร้อมเว้ย” เจิดบอก
ตังตังเข้ามาจับมือตฤณเขย่า
“น้าตฤณไม่ต้องห่วง แล้ววันหนึ่ง ตังตังอาจจะกลับมาก็ได้”
เจิดหยิบแว่นขึ้นมา ตฤณหันขวับมอง ความฮึดบางอย่างเกิดขึ้นในใจ

ปวันขับรถเข้ามาจอดหน้าร้านวิศวะ เปิดประตูรีบวิ่งตรงเข้าไป
ตังตังหยิบแว่นมา จะใส่ ตฤณเข้ามาคว้าแว่นไปจากมือหลานสาว ทุกคนตกใจ
“น้าตฤณ เอาแว่นไปทำไม”
“น้าจะเป็นคนไปส่งเชนเอง”
“เฮ้ยอะไรของแกวะไอ้ตฤณ”
“ก็เพราะฉันเป็นน้าที่ใช้ไม่ได้ไง หลานตัวเล็กยังมีความรับผิดชอบมากกว่า”
“เฮ้ย เอ็งอย่ามาดราม่าตอนนี้ นะเว้ย เดี๋ยวมันจะพังไปกันหมด”
“ให้ผมไปเถอะครับ ผมควรจะรับหน้าที่นี้ ในฐานะที่เป็นคนดูแลตังตัง ถ้ามันจะต้องเสี่ยง ผมก็ควรจะเป็นคนเสี่ยง ไม่ใช่ปล่อยให้หลานเป็นคนทำ”
“แต่ว่า”
“น้าไม่มีประโยชน์ในโลกนี้เท่าไหร่ น้าคือไอ้ขี้แพ้ที่นี่ อยู่ไปก็ไม่มีค่าอะไร ให้น้าลองเสี่ยงไปอยู่ในหนังก่อนนะตังตัง น้าสัญญาว่าน้าจะรีบกลับออกมา”
“ลาก่อนเชน บ๊ายบายน้าตฤณ”
น้าหลานกอดร่ำลากัน
“เอาเร็ว จะไปก็รีบไป เฮ้ย ใส่แว่นซีวะ ฉันจะนับล่ะนะ 5 4 3 2”
จังหวะที่ติณห์ใส่แว่น 3 มิติ พร้อมกับยื่นมือจับกับเชน ปวันก็วิ่งเข้ามาเห็นพอดี
“เชน”
จอทีวีสว่างจ้าขึ้น พร้อมกับดูดร่างเชนกับตฤณหายวับเข้าไป ปวันได้แต่ยืนตะลึงตาค้าง

ภายในไนท์คลับหนูจ๋า ไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างขึ้นที่เวทีพร้อมอินโทรเพลงบรรเลงขึ้น นักร้องหญิงดูโอ กระโปรงสั้นส้นตึกราวฝาแฝด หันมาร้องเพลงเกาลูนฮ่องกง นักร้องสาวพยายามร้องเต้นเต็มที่ ฝืนยิ้ม บรรยากาศทุกอย่างดูเหมือนในไนท์คลับปรกติ แต่เสียงโห่ฮาผิวปากแซวดังมา ค่อนข้างเถื่อนผิดปรกติ
แขกที่มาเที่ยวล้วนดูเหมือนโจร กุ๊ย อันธพาล จิ๊กโก๋ เหล่าพาร์ทเนอร์สาวถูกบังคับให้นั่งเอาใจรินเหล้าให้และถูกลวนลามอย่างไม่เต็มใจ บริกรก็ถูกจิกหัวใช้ให้ไปเอาเหล้ามาเสิร์ฟ บรรยากาศดูเหมือนอันธพาลครองเมือง
ที่มุมมืดด้านในเคาน์เตอร์บาร์ แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับร่างของสองคนร่วงตกไปที่พื้นหลังเคาน์เตอร์ เชนนั่งชันเข่ามาดเท่ แต่ตฤณล้มคะมำหมดท่าอยู่
“อูย ที่นี่ที่”
ตฤณจะถามว่าที่ไหน แต่เชนลุกขึ้นยืนพูดสวนขึ้นเสียก่อนด้วยอารมณ์ดีใจ
“เชนกลับมาแล้ว ในโลกของความเป็นจริง จะเป็นยังไงไม่รู้ แต่ในโลกของเชน ธรรมะย่อมชนะอธรรม พระเอก ไม่มีวันตาย”
ตฤณลุกขึ้นยืนเคียงข้างมองตามเชน ถอดแว่น 3DDD ออก
“ห่ะ นายหายแล้ว นายไม่เป็นอะไรแล้วเยส”
ตฤณดีใจกระโดดตัวลอย เชนหันมาเหล่มองตฤณอย่างอ่อนใจ
“ตฤณ เพื่อน กันขอขอบคุณแกสำหรับทุกอย่าง ที่แกดูแลกันในโลกของแก ในโลกนั้น กันกลายเป็นคนธรรมดาที่อ่อนแอ เปราะบาง แต่ในโลกนี้ โลกของกัน โลกของเชนเอง เชนไม่เคยเป็นอะไร”
ตฤณรีบเข้ามากอดเชนดีใจ
“เฮ้ย เดี๋ยวคนแถวนี้เขาเข้าใจผิด”
ตฤณนึกขึ้นได้ มองไปรอบๆ เห็นบรรยากาศของไนท์คลับ
“เนี่ยนะโลกของนาย ผับ บาร์ มีนักร้อง”
“หรือว่าโลกของแกมีแค่บ้านเช่าอย่างเดียว โลกไหนๆ มันก็ต้องมีหมดแหละทั้งโรงหนัง ทั้งบาร์ ทั้งบ้านแฟนเก่า หึๆๆ มันอยู่ที่ว่า แกชอบอยู่ที่ไหน”
เชนเน้นบ้านแฟนเก่าแล้วยักคิ้วกวนตฤณ
“นี่ เราต้องพูด แกกับกัน กันเหรอ”
“ฮะฮ้า ที่ตอนกันไปอยู่ในโลกของแก กันยังพูดภาษาของแก แล้วนี่แกมาอยู่ในโลกของกันแล้ว แกจะไม่ลองปรับตัวบ้างหรือไร”

“ได้ ลองดู แล้วแกล่ะชอบอยู่ที่ไหนมากกว่า ระหว่างบ้านเช่าของคุณปลายฟ้า กับบ้านของหมวดปวัน”

ตฤณยักคิ้วถามสวนคืน ทำเอาเชนจุก ยกมือขึ้นจับอกตัวเอง
 
“อุ๊บ จุกจุงเบย”
สาวๆ ชุดสั้นเดินผ่านไปมา ตฤณมองตาม
“ว้าว ผับแบบนี้ มันช่างเรโทร่ดีจริงๆ เก๋ไก๋มาก น่าสนใจ”
“เดี๋ยวๆ โลกของกัน เรียกว่าไนต์คลับ”
“โอเคๆ ไนท์คลับ แกพากันไปสนุกกับเขาหน่อยสิ ในเมื่อชีวิตเดิมๆ มันไม่มีแรงบันดาลใจ กันขอลองอะไรใหม่ๆ เอ่อ ไม่ซิ อะไรเก่าๆ ที่ไม่เคย”
ตฤณจะเดินออกจากเคาน์เตอร์บาร์ แต่เชนหูตาไว คว้าแขนตฤณดึงไว้
“เดี๋ยวก่อน ไอ้เกลอแก้ว ใจเย็นๆ กันว่าบรรยากาศในนี้ มันทะแม่งๆ ชอบกล”
“ทะแม่งๆ ยังไงไอ้มิตรรัก”
“จุ๊ๆ”
เชนยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปาก แต่เป็นปากตฤณ ไม่ใช่ปากตัวเอง ตฤณเหล่ตามองนิ้วเชน

ภายในห้องลับวิศวะ ปวันยังช็อคกับภาพเชนหายเข้าไปในทีวี คุยอยู่กับตังตัง วิศวะ เจิด นะโม
“นี่ขนาดเห็นกับตา ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายเชนหายเข้าไปในทีวีจริงๆ”
“ไม่ใช่หายเข้าไปในทีวีค่า เชนกลับเข้าไปอยู่ในหนังสายลับเชนที่เชนจากมาต่างหากล่ะคะคุณหมวดคนสวย” ตังตังบอก
“โวะ ดูนั่นดิ”
วิศวะชี้ไปที่กองแผ่นซีดีสายลับเชนที่มีแต่รูปมิสเตอร์โอเคที่หน้าปก แต่ที่หน้าปกซีดีหนังตอนหนึ่ง เริ่มมีรูปของเชนปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง แล้วค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น
“มาร์เธอร์ ฟาร์เธอร์ เฮลพ์มี นี่สิ วิทยาศาสตร์ คือธรรมะ ธรรมะคือธรรมชาติ สรรพสิ่งย่อมเกิดแต่เหตุและปัจจัย เมื่อเหตุ ปัจจัยดับ สรรพสิ่งย่อมดับ เมื่อเหตุ ปัจจัยมา สรรพสิ่งก็มา”
แล้วภาพเชนก็ชัดเต็มหน้าปก ยืนถือปืนเผชิญหน้ากับมิสเตอร์โอเค ปวัน ตังตัง เจิด วิศวะ นะโมก้มหัวลงมาดูที่ปก ทุกคนตะลึงพร้อมตะโกนออกมาพร้อมกันว่า
“สายลับเจ้าเสน่ห์ รีเทิร์น”

เสียงแก้วตกแตก โจรคนหนึ่งกำลังกระชากคอบ๋อยตาเหล่มาตบ
“มึงทำตาเหล่ล้อเลียนกูเหรอห่ะไอ้บ๋อย”
“ผะๆๆ ผมไม่ได้ล้อเลียนครับพี่ ตาผมไม่สามัคคีมาแต่เกิด”
“เกะกะลูกกะตาเว้ย เหล้าหมดแล้วมึงเห็นไหม รีบไปเอามาเสิร์ฟ ไป”
โจรถีบบ๋อยกระเด็น ขณะที่โจร 2 คน อีกโต๊ะไล่ปล้ำพาร์ทเนอร์คนหนึ่ง
“จา หนีไปหนาย น้องสาว มาให้พี่จุ๊บๆๆ ซะดีๆ ฮี่ๆ”
“อ๊าย หนูไหว้ล่ะพี่ หนูมาทำงานหาเงินนะ ให้หนูรินเครื่องดื่มให้พี่ก็พอ อย่าให้หนูทำอย่างอื่นเลย”
“เฮ้ย เป็นพาร์ทเนอร์รินเหล้าอย่างเดียวได้งายจ๊ะน้องสาว มันต้องทำให้เพ่มีฟาม มีฟามสุขด้วยฮ่ะๆๆ มามะ สุดสวย”
“อ๊าย”
โจรขี้เมาไล่ปล้ำพาร์ทเนอร์สาวไปรอบๆ พวกโจรพากันเชียร์ และช่วยกันขวางพาร์ทเนอร์สาวไม่ให้หนีไปด้วย บ้างก็เข้าจะช่วยปล้ำเสียเอง โห่ฮาครื้นเครง อยู่ๆ ไฟในไนท์คลับก็ดับมืดลง
“เฮ้ย ใครดับไฟวะ”
“เวรเฮ้ย กำลังได้อารมณ์ ไอ้ไนต์คลับซังกะบ๊วยเอ๊ย ใครไปดูสวิตช์ไฟที่ซิ”
อยู่ๆ อินโทรเพลง Jai House Rock ของเอลวิสก็ดังกระหึ่มขึ้น พวกโจรชะงัก
“อ้าวไอ้เวร ไฟดับ เจือกเปิดเพลง”
ไฟสปอร์ตไลท์ที่เวทีก็สว่างขึ้น เชนยืนถือไมค์ใส่ขา
“ใครวะนั่น” โจรงง
“The warden threw a party in the county jail…”
เชนเริ่มร้องเพลงใส่ลีลาร็อคแอนด์โรลแบบเอลวิสโยกขาไมค์เต็มที พวกโจรเริ่มเต้นโยกตามจังหวะเพลงไปด้วย พร้อมไฟในไนท์คลับค่อยๆ สว่างขึ้นเหมือนเดิม เชนร้องและเต้น มือจับหมวกที่ใส่ปิด เปิดหน้าไปมา พวกโจรเริ่มเพ่งมองเห็นหน้าชัดขึ้นๆ เริ่มจำได้
“เฮ้ย นั่นมัน มัน มัน มัน”
คนอื่นเกร็งและลุ้นไปด้วย
“โว้ย มันอะไรวะ”
“มันคือสายลับเชน”
“ห่ะ”
โจรทั้งหมดตกใจ แต่พาร์ทเนอร์สาวทั้งหมดรีบวิ่งกรูมารวมกันด้วยความดีใจ
“สายลับเชน”
“หวัดดีสาวๆ คิดถึงจังเลย จุ๊บๆ”
“อ๊าย”
ในขณะที่พวกโจรช็อค
“ห่ะ ไอ้เชนกลับมาแล้ว”
“แล้วจะยืนตะโกนหาสวรรค์วิมานอะไรวะ ฆ่ามันเซ่”
โจรทั้งหมดชักปืนออกมาระดมยิงไปที่เวทีหูดับตับไหม้ ไฟ ข้าวของกระจุย ควันขโมง แต่เชนหายไปจากเวทีแล้ว
“เฮ้ย มันหายไปไหนแล้ววะ”
พวกโจรยืนเรียงหน้ามองหาเชนเลิ่กลั่ก เชนสะกิดไปที่ไหล่ด้านหลังของโจร 2 คน โจรทั้งสองหันมาเจอเชนยืนยิ้ม
“จ๊ะเอ๋ เชนอยู่นี่”
โจรจะยิงเชน เชนจับหัวโจร 2 คนโขกกันเต็มแรง สลบล้มทั้งยืน จากนั้นพวกโจรที่เหลือก็หันมาเล็งปืนจะยิงเชนกันหน้าสลอน แต่เชนกวาดขาเตะฟาดไปที่มือทั้งหมดอย่างเร็ว
“อ๊าก”
ปืนพวกโจรกระเด็นไปหมด โจรพากันกุมมือกันเจ็บ โจรอีกคนชักมีดพุ่งเข้าแทงเชน
“มึงตาย”
เชนหลบพลิ้ว พร้อมคว้าแขนหัก เสยหมัดเข้าเต็มคาง อีกคนเข้าล็อคคอเชน แต่เอาไม่อยู่ อีก 3 คนต้องเข้ามาช่วยล็อคพัลวัน
“ไอ้พวกหมาหมู่ เดี๋ยวพ่อจะจับตอนทั้งโขยงเลย อ๊าก”
ระหว่างนั้น ตฤณโผล่เข้ามา
“ตฤณมาช่วยแล้ว”
ตฤณกระโดดถีบ พาเอาทั้งโจรทั้งเชนล้มเทกระจาดไปด้วยกัน นอนจุกกันระเนระนาด
“โธ่ ไอ้เพื่อนเกลอ แกมาช่วยกันหรือมาซ้ำกันกันแน่เนี่ย”
โจรคนหนึ่งคว้าเก้าอี้ฟาดเชน แต่เชนกลิ้งหลบได้ทัน สปริงตัวลุกขึ้น กระโดดขึ้นโต๊ะเตะ

“วู้”

หลังจากนั้นเชนก็บรรเลงเพลงมวยสู้กับเหล่าโจร โดยมีพาร์ทเนอร์สาวจับกลุ่มเชียร์อยู่ ส่วนตฤณพยายามสู้กับพวกเหล่าร้าย แต่ถูกเตะ ถูกต่อยเจ็บตัวเสียส่วนใหญ่
 
โจรคนหนึ่งคว้าขาเก้าอี้หัก เงื้อพุ่งเข้ามาหา ตฤณยืนจุกหลังติดฝา นึกถึงอาวุธของวิศวะที่ติดตัวมาด้วย 1 อย่าง
“อาวุธของวิศวะ”
ตฤณล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นแท่งแบบเสาอากาศวิทยุ
“ใช้ยังไงหว่า”
“อ๊าก”
โจรเงื้อมือเข้ามาจะฟาด ตฤณตกใจเลยดึงเสาอากาศทิ่มออกไป
“เย้ย”
เสาอากาศทิ่มไปที่พุงโจร ปรากฏมีคล้ายกระแสไฟฟ้าสีฟ้าออกจากเสาอากาศช็อตโจรจนตัวสั่นล้มลงทั้งยืน ตฤณทึ่ง ไม่รู้มาก่อน
“ว้าว มันช็อตไฟได้ด้วย เจไดแห่งสตาร์วอร์ชิดซ้าย ไม้กายสิทธิ์แฮร์รี่พอตเตอร์ชิดขวาไปเลย ฮ่ะฮ่า”
ตฤณกลับมาสนุกมีชีวิตชีวาทันที เขามองไปที่เชน เห็นเชนกำลังคว่ำเหล่าร้ายด้วยมือเปล่าจนล้มเจ็บกันเกลื่อนร้าน เชนยืนโพสต์ท่าเท่ พาร์ทเนอร์สาวกรี๊ดเชียร์

ปวันเดินออกมาจากร้านวิศวะจะมาขึ้นรถ ท่าทางหงอยๆ ในวันที่ไม่มีเชน รู้สึกใจหายที่เชนจากไปโดยที่เธอไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้แม้แต่จะขอบคุณ และไม่ได้บอกความจริงเรื่องปลายฟ้าให้เขารู้ ปวันเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างตัดใจ ตังตังซึ่งเดินตามออกมา พูดขึ้น
“ตังตังเชื่อว่า สักวันหนึ่ง น้าตฤณจะพาเชนกลับมาค่ะ”
ปวันชะงัก หันไปมอง เห็นตังตังเดินเข้ามาหา
“หึ เขาจะกลับมาทำไม ตฤณน่ะ สมควรกลับ แต่นายเชน เขาจะกลับมาเพื่ออะไร ไม่มีเหตุจูงใจซักนิด”
“นั่นน่ะสิคะ ที่ในหนัง เชนเขาก็มีลินดาแล้วด้วย เชนจะลืมผู้หญิงที่นี่หรือเปล่า”
ตังตังส่ายหน้า ทำเอาปวันจ๋อย
“ลินดา”
“คุณตำรวจตัดใจซะเถอะค่ะ”
ปวันมองตังตัง ก่อนจะฟอร์มทำหน้าเฉยเมย
“ทำไมต้องตัด ในใจเราไม่ได้มีอะไรกับเขาซะหน่อย ไม่ได้อาลัยอาวรณ์อะไรสายลับเชยเฉิ่มนั่นของตังตังเลยสักกะนิด”
ปวันจับแก้มตังตัง ยิ้มให้อย่างเอ็นดู ตังตังทำเป็นพยักหน้ายิ้มๆ รู้ว่าปวันแก้ตัว

เชนกับตฤณจัดการจับเหล่าโจรไปกองสลบที่กลางไนท์คลับ ตฤณยังสนุกกับการได้ปราบอันธพาลเหล่านี้
“โอว พอเป็นฝ่ายธรรมะ ทำอะไรก็ชนะไปหมดที่ในหนังนี่ มันยอดเยี่ยมกระเทียมดอง ไปเลย”
ตฤณควงแท่งไฟฟ้าที่ใช้ช็อตโจรแกว่งไปมา
“การเป็นฮีโร่ มันถึงใจพระเดชพระคุณเช่นนี้เอง”
เชนจับหน้าโจรแต่ละคนดูชัดๆ เขาแปลกใจมาก
“ไอ้โจรห้าร้อยพวกนี้ เชนเป็นคนจับมันยัดเข้าคุกเองกับมือทุกคน มันแหกคุกออกมาได้ยังไงกัน”
“โถๆ มันแหกคุกที่ไหนกันล่ะสายลับเชน เจ้าเสน่ห์”
พาร์ทเนอร์สาวเข้ามาห้อมล้อม
“อ้าว มันไม่แหกคุก แล้วมันยกโขยงออกมาได้ยังไงกันล่ะสาวๆ”
“เชนขา เชนหายไปอยู่ดาวอังคารมาหรือไงคะ ไม่รู้เหรอว่าตอนนี้ไอ้มิสเตอร์โอเคมันครองโลกไปแล้ว”
“มันปล้น”
“ฆ่า”
“แล้วก็ระเบิดคุกทุกแห่ง ปล่อยไอ้โจรพวกนี้ออกมา”
“ระเบิดคุก ป่านนี้โจรมันไม่เกลื่อนเมืองไปหมดแล้วเหรอครับ” ตฤณถาม
“พ่อหนุ่มหน้าอ่อนขา ไม่น่าถามเลย ข้างนอกบาร์นะ เดินไปแค่สามก้าว ก็จ๊ะเอ๋กับโจรแล้วล่ะจ้า”
“สายลับเชนจ๋า พวกเราต้องอยู่อย่างหวาดผวา นอนไม่หลับ กินไม่ได้ รายได้ไม่มี เพราะมิสเตอร์โอเคตัวเดียว”
“มันทำตัวยิ่งใหญ่ แม้แต่กฎหมายก็ทำอะไรมันไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วง เชนกลับมาแล้ว คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน”
“ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น”
ตฤณทำท่าไปด้วย แล้วโอบไหล่เชน
“เชนกลับมาปราบโจรชั่ว ผดุงความยุติธรรมแล้ว สาวๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนผม ชื่อตฤณ ตรงวุฒิ จะมาเป็นผู้ช่วยเชนลากโจรพวกนี้ไปเข้าคุกให้หมด”
เชนหันมาเหล่ตฤณ ตฤณยิ้มแห้งๆ แอบกระซิบ
“เออน่า แกคือเจ้าถิ่น ช่วยเป็นป๋าดันให้กันหน่อยไม่ได้หรือไง”
เชนดันมือตฤณออก ตฤณทรุด
“แล้วตอนนี้ไอ้มิสเตอร์โอเคมันอยู่ที่ไหน รู้ไหมจ๊ะสาวๆ”
“รู้จ้า”
สาวๆ ตอบพร้อมกัน

ที่โรงเก็บเครื่องบิน รังลับของเชน ประตูขนาดใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ เชนยืนอยู่กับตฤณ ตฤณมองตะลึง
“ที่นี่ที่ไหน”
“เวลาเขียนการ์ตูน ฮีโร่ของแกถามคำถามนี้ทุกครั้งที่สงสัยป่าว”
“เอ๊า แล้วจะให้ถามว่ายังไง”
เชนขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง
“ที่นี่เป็นรังลับของเชน อยู่ที่วังบูรพา”
“รังรักเหรอ”
เชนชะงักขาที่กำลังก้าว หันมามองหน้าตฤณ
“แหะๆ ตลกหน่อยก็ไม่ได้”
“หน้าสิ่วหน้าขวาน บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ เราจะมีแก่ใจมาตลกได้ยังไงกัน”
“โอเค ที่นี่รังลับของเชน เพิ่งจะนึกออก ว่าเคยเห็นในหนังสายลับเจ้าเสน่ห์แล้ว สายลับเชนใช้โรงเก็บเครื่องบินเก่าสมัยสงครามโลกเป็นรังลับ”
“ยอดเยี่ยมกระเทียมดองไอ้เพื่อนยาก”
ตฤณยิ้มแหย เชนเดินนำตฤณเข้าภายในโรงเก็บเครื่องบินเก่า ตฤณถึงกับตะลึง ที่เห็นเครื่องบินเล็ก รถ อุปกรณ์ต่างๆ มากมาย และกระสอบทราย ที่ยกเวทเป็นโรงยิมย่อมๆ อยู่ภายใน
“ยังกับรังลับของแบทแมน”

ตฤณหันมองอีกที เชนเดินหายเข้าไปด้านในแล้ว ตฤณรีบวิ่งตามไป

เชนกดเปิดตู้เหล็กที่ซ่อนอยู่ในผนัง เห็นอาวุธนานาชนิด เป็นคลังอาวุธของสายลับ เชนหยิบเสื้อคลุมสะบัดมาใส่ คว้ามีด ปืน เชือก อาวุธที่ตัวเองถนัดเหน็บซ่อนไว้ในเสื้อคลุม ตฤณเดินตามเข้ามาเห็น
 
“เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่คิดไม่ฝัน ว่าจะได้มาเห็นคลังแสงจริงๆ ของเชนกับตาวันนี้ มันเยี่ยมมาก”
เชนเตรียมปืนคู่กายอย่างชำนาญ แล้วหันเล็งไปที่หุ่นร่างคนที่เป็นเป้าซ้อมวางอยู่ 2-3 ตัว
ลั่นไกยิงเข้าตรงเป้าอย่างแม่นยำ และนัดสุดท้าย ปืนพ่นเป็นไฟลุกติดที่ตัวหุ่น
“แม่นราวกับจับวาง สมคำร่ำลือในหนังจริงๆ”
เชนเป่าควันที่ปากกระบอกปืน
“ฟิ้ว ต้องขอบคุณวิศวะที่เพิ่มประสิทธิภาพปืนคู่ใจให้กับเชนจนมันแรง สามารถพ่นไฟได้”
เชนควงปืนเก็บเหน็บเอว เท้าเอวมุ่งมั่น แววตาเข้ม
“สายลับเชนพร้อมปฏิบัติการ ออกกำจัดไอ้วายร้ายมิสเตอร์โอเคแล้ว”
เชนหันไปเห็นแส้ของลินดา ที่พันอยู่รอบคอหุ่นซ้อม
“ลินดา เชนกลับมาแล้ว ตอนนี้ลินดาอยู่ที่ไหน เชนมั่นใจว่าลินดากำลังรอให้เชนไปช่วย”
เชนคว้าแส้ลินดาหมุนๆ เก็บซ่อนใส่เสื้อคลุมไปด้วย แล้วเดินออกไป
“อ่ะดะๆ เดี๋ยวเชน จะทิ้งคู่หูไปไหน”
“หึ คู่หู แกมันคู่ฮามากกว่า”
“เฮ้ย นี่กันพูดจริงๆ นะ แกกลับมาคราวนี้ แกไม่ได้ต่อสู้ลำพังแล้ว แกมีกัน กันจะเป็นคู่หูของแกเอง”
ตฤณจิ้มอกตัวเองแล้วไปชี้จิ้มอกเชน เชนตบไหล่ตฤณยิ้มๆ
“ถ้าแกยังไม่อยากกลับไปโลกของแก ก็รอกันอยู่ที่นี่ บางทีรังลับของกันอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้แกเขียนการ์ตูนมันๆ ได้สักเรื่อง”
“มโนแบบนั่งโต๊ะอย่างเดิมน่ะเหรอ ไม่แล้ว กันจะไม่สร้างแรงบันดาลใจด้วยการนั่งเทียนเขียนอีกแล้วเชน กันอยากเป็นนักปฏิบัติ กันอยากใช้ประสบการณ์ตรงของกันเหมือนกับแก กันจะออกไปผจญภัยกับแก”
“แต่มันอันตราย”
“อันตรายอะไร ที่นี่ ธรรมะย่อมชนะอธรรมไม่ใช่เหรอ เราจะต้องชนะทุกที ไปสิ น่านะ ไอ้เพื่อนยาก มีแกเท่านั้นที่จะช่วยกันให้เรียนรู้ได้ สายลับเชน สายลับเจ้าเสน่ห์”
เชนมองสายตาที่มุ่งมั่นของตฤณ แล้วก็เข้าใจ
“สายลับเชน กับผู้ช่วยตฤณ”
เชนยื่นมือไปให้ ตฤณยิ้มดีใจ ยื่นมือไปจับกับเชน
“มันต้องอย่างน้าน”

เชนดึงผ้าคลุมรถออก มีเก๋งเปิดประทุนรุ่นคุณปู่สีแดงจอดอยู่ เขากระโดดข้ามประตูขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ สตาร์ทเครื่องกระหึ่ม
“กระโดดขึ้นมาเลย คู่หู”
ตฤณกระโดดตามแต่ผิดท่า
“เย้ย”
เชนถอนใจหันไปมองยิ้มๆ ส่ายหน้า
“สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งครับเฮียเชน”
เชนกระชากคอตฤณขึ้นมานั่ง
“มุ่งมั่น ตั้งใจ แล้วมีสติ แล้วเพื่อนจะไม่พลาดซ้ำซาก เข้าใจนะ”
“เยสเซ่อร์”
“ไปตามล่ามิสเตอร์โอเคกันเล้ย”
“วู้”
เชนซิ่งรถออกไป ประตูรังลับค่อยๆ ปิดเข้าหากันอย่างช้าๆ

ปวันเดินเข้าบ้านเช่ามากับตังตังก็เจอเจนจิรายืนชะเง้ออยู่
“น้าเจน”
ตังตังวิ่งเข้าไปกอดเจนจิราอย่างดีใจ
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ยะ”
“ก็เพิ่งมานี่แหละ เข้ามาไม่เจอใครเลย ประตูบ้านก็เปิดทิ้งไว้”
เจนจิราพูดพลางมองมาที่ปวันอย่างแปลกใจ ทำไมตังตังมากับปวัน
“ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะ นายเชนกับคุณตฤณเขาไปแล้ว”
“ไปแล้ว หมายความว่ายังไงคะ สองคนนั่นไปไหนกัน”
“ก็นายเชนเขามาจากไหนล่ะคะ เขาก็กลับไปทางนั้นแหละ”
“ห่ะ เชนกลับเข้าไปในหนังแล้วเหรอตังตัง”
เจนจิราคุกเข่าลงจับไหล่ตังตังถาม
“ค่ะ เชนเขากลับไปแล้ว น้าตฤณเป็นคนใส่แว่น3DDDเข้าไปส่งด้วยตัวเองเลย”
“ตฤณไปด้วย”
เจนจิราพึมพำอย่างใจหาย
“คงแค่ไปส่งมั้งคะ คงไม่ไปอยู่ถาวรหรอก คุณเจนไม่ต้องกลัว”
เจนจิราได้สติทันที รีบปั้นหน้า
“กลัว กลัวอะไรกันคะ เจนแค่เป็นห่วงตังตังเขา น้าบ้าอะไร นึกจะไปไหนก็ไป ไม่ห่วงหลานเลย แบบนี้ ตฤณไม่อยู่แล้วใครจะดูแลตังตัง”
“ก็คงต้องเป็นเราทั้งสองคนนั่นแหละค่ะ”
“เย้”
ตังตังกระโดดโลดเต้นสุดแสนดีใจ ปวันเลยแกล้งฟอร์ม
“เฮ้ย ฉันพูดอะไรออกมาเนี่ย”
“ตำรวจพูดแล้วไม่คืนคำนะคะ น้าเจนด้วย สาวสวยทั้งสองคนจะต้องมาช่วยกันดูแลตังตังจนกว่าน้าตฤณจะกลับมา ไม่งั้นตังตังอาจจะโตขึ้นกลายเป็นเด็กมีปัญหา ติดเกม บ้าคุกกี้รัน ปากเสีย ก้าวร้าว”
“อ่ะ พอๆ ดูแลก็ดูแล แต่ตอนนี้ท้องไส้ฉันแสบไปหมดแล้ว คุณเจนซื้ออะไรมามั่ง ขอฝากท้องด้วยดิ”
“อ๋อ ฉันซื้อมาเยอะแยะเลยค่ะ มาทานด้วยกันเลย มาจ้ะตังตัง”
ทั้งสามไปช่วยกันเปิดถุง
“อุ้ย ทาร์ตไข่ ตังตังอยากกินอยู่พอดี น้าเจนน่ารักที่สุดเลย หอมที”
สามสาวแบ่งกันกิน ตังตังยิ้มหัวเราะ ปวันและเจนจิราต่างแอบเศร้า เพราะในใจยังคิดถึงเชนและตฤณ

ที่คฤหาสน์มิสเตอร์โอเค กระเป๋าขนาดใหญ่หลายใบบรรจุเงินดอลล่าร์และเงินสกุลต่างประเทศต่างๆ วางอยู่ สมุน 3 คน สะพายปืนและอาวุธครบมือ หัวเราะร่ารายงาน
“เจ้านาย ดู เราปล้นธนาคารมาได้อีกแล้ว เงินๆๆ ทั้งนั้นเลย ฮ่ะๆๆ”
มิสเตอร์โอเคนั่งอยู่หัวโต๊ะกินอาหาร มองเงินอย่างเบื่อๆ เซ็งๆ
“มันนี่ มันนี่อีกแล้ว เบื่อเว้ย”
“แต่คราวนี้เป็นเงินดอลลาร์นะหัวหน้า”
“นี่ก็เงินปอนด์”
“นี่เงินเยน”
มิสเตอร์โอเคเขวี้ยงจอกเหล้าเข้าใส่ ตามมาด้วยจานอีกหลายใบ ลูกน้องก้มหลบแทบไม่ทัน
“วะ มันก็มันนี่เหมือนกันนั่นแหละเว้ย มีอะไรที่พวกแกปล้นมาได้แล้ว ทำให้สุดยอดอภิมหาโจรระดับโลกอย่างมิสเตอร์โอเค ตื่นเต้นเร้าใจบ้างไหมห่ะ มีไหมเล่า”
มิสเตอร์โอเคพูดพลางลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะบิลเลียดที่สมุนเล่นอยู่ข้างๆ แย่งไม้มาจากมือสมุนคนหนึ่ง
สมุนทั้งสามยิ้มแหย อ้ำๆ อึ้งๆ พยายามแก้ตัว

“เมื่อวานพวกเราปล้นเพชร ปล้นทองมาให้ เจ้านายก็บ่นว่าเบื่อ”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 9 (ต่อ)

มิสเตอร์โอเคตบกระแทกลูกบิลเลียดกระจายแล้วยกเข่ากระแทกไม้บิลเลียดหักอย่างหัวเสีย
 
“ก็เพราะไอ้เชนตัวเดียว มันหายหัวเข้ากลีบเมฆ ไม่มีคู่ต่อกรคนไหนมีฝีมือเข้าขั้นมาสู้รบปรบมือกับโอเคเลย เวลาปล้น ฆ่า มีแต่พวกกุ๊กไก่ มืออ่อนมาเกะกะขวางทาง ไม่อยากจะเซดว่ามันเซ็งไม่ตื่นเต้นเร้าใจเลย สู้ยังไงๆ โอเคก็ชนะตลอด มันเหมือนดวลเหล้า แต่ไม่มีกับแกล้มให้อร่อยลิ้น เข้าใจไหมไอ้พวกโง่ อ๊าก”
มิสเตอร์โอเคโวยลั่น หันไปหยิบเงินโปรย เขวี้ยงทอง กวาดเพชรทิ้ง อาละวาดสักพัก ก็นึกได้ ดีใจ ตะโกนลั่น
“ลินดา เยส แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย ไปเอาตัวลินดาคู่หูไอ้สายลับเชนออกมาซี”
เหล่าสมุนรีบวางมือจากการดื่มกิน สมุน 2 คนรีบเดินเข้าด้านในไป มิสเตอร์โอเคสุดแสนจะเบื่อ คว้าแหวนคว้าสร้อยเพชรสร้อยทองมาใส่แก้เซ็ง

ลินดาถูกขังไว้ในห้องๆ หนึ่ง โดยที่ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ยาว และมีอีกาประดิษฐ์ตาแดง 2 ตัว ยิงแสงเลเซอร์เป็นเส้นขวางอยู่ที่ประตูห้องตัวหนึ่ง ยิงขวางไว้ที่หน้าต่างตัวหนึ่ง เพื่อกันลินดาหนี แม้ถูกขังไว้ในห้องที่เพียบพร้อมราวกับนกในกรงทอง แต่ลินดาก็ยังทุกข์ระทม คิดถึงเชน
“ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรมงั้นเหรอ หึๆๆ”
ลินดาหัวเราะขมขื่น ตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพระอาทิตย์แดงยามเย็นที่ขอบฟ้า
“หากไม่มีสายลับเชน ต่อให้อุทัยสาดส่องแสงทองสักกี่ครั้ง มันก็ไร้ความหมาย ธรรมะหยุดนิ่ง อธรรมมีชัยเหนือทุกสิ่ง และชีวิตของลินดา ก็ได้แต่รอเวลาดับสลาย เมื่อมีแค่ร่าง แต่ไม่มีหัวใจ โอ้ สายลับเชน สุดที่รักของลินดา ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน ลินดาคิดถึงเชนปริ่มจะขาดใจอยู่แล้ว”
เสียงกดรหัสหน้าห้องดังขึ้น ลินดาหันขวับไปมองที่ประตู สมุนมิสเตอร์โอเคยืนกดรหัสอยู่ ไฟสัญญาณเขียวสว่างขึ้น ตาแดงๆ ของอีกาประดิษฐ์ทั้ง 2 ตัวดับวูบลง ประตูห้องเปิดออกพร้อมแสงเลเซอร์ที่ดับวูบลง สมุนทั้งสองก้าวเข้ามา
“เป็นไงน้องสาว เหงาไหมเอ่ย ถ้ายอมรับใช้มิสเตอร์โอเคซะแต่แรก ก็ไม่ต้องมาถูกขังเป็นนักโทษสาวแบบนี้แล้ว ฮ่ะๆๆ”
“หุบปาก ฉันยอมตายเสียดีกว่า จะยอมเป็นสุนัขรับใช้ของพวกอธรรม”
“บรู้ว”
สมุนตบหัวสมุนอีกคน
“ไอ้เซ่อ หอนทำโต๊ะไร นังปากดี ลุกขึ้น ออกไปพบหัวหน้า อย่าลืมสวดมนต์ด้วยนะจ๊ะ เธออาจจะโชคดี ไม่มีโอกาสกลับเข้ามาในห้องนี้อีกแล้ว แหะๆๆๆ”
ลินดาลุกขึ้นยืนอย่างหวาดหวั่นว่าจะออกไปเจออะไร

รถเปิดประทุนของเชนแล่นขึ้นเขามาแต่ไกล เชนขับรถไปด้วยความมุ่งมั่น
“ลินดา เชนมาแล้ว เชนกำลังไปช่วยลินดา”
เชนได้ยินเสียงกรน หันไปมอง เห็นตฤณหลับคอเอียงคาเบาะปากหวอ
“เนี่ยะนะ แกไม่ได้ต่อสู้ลำพังแล้ว แกมีกัน กันจะเป็นคู่หูของแกเอง กันอยากเป็นนักปฏิบัติ กันจะออกไปผจญภัยกับแก เฮ่อ”
เชนส่ายหน้าแล้วเปิดเก๊ะหน้ารถหยิบปืนกระบอกหนึ่งออกมา โยนไปที่ตักตฤณ ตฤณตกใจสะดุ้งตื่นร้องลั่น
“เฮ้ย อะไรอ่ะ มาโยนปืนใส่กันแบบนี้ เดี๋ยวมันโป้งป้างขึ้นมา กันตายขึ้นมาจะว่าไง”
“ถ้ากลัวตายก็โยนปืนนั่นทิ้งซะ แล้วแกก็กระโดดลงจากรถไปด้วย กันจะไปลุยกับไอ้มิสเตอร์โอเคคนเดียว”
“โด่เอ๊ย หัวก็ไม่ได้ล้าน ใจน้อยไปได้ไอ้เกลอ ใครบอกว่ากันกลัวตาย ก็บอกแล้วไงเราเป็นคู่หูกัน”
“ถ้าอย่างงั้นก็เก็บปืนไว้เป็นอาวุธ เตรียมตัวให้พร้อม เรามาถึงรังของพวกมันแล้ว”
ตฤณมองไปข้างหน้า ต้องตะลึงเมื่อเห็นคฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่แต่ไกล
“โอ้โห มะๆ หมายความว่า ฉันกำลังจะเจอของจริง เล่นจริง เจ็บจริง แล้วใช่ไหมเนี่ย”
“ใช่แล้วสหาย แกหมดสิทธิ์เปลี่ยนใจแล้ว ว้าว ไอฟีลกู้ด”
เชนซิ่งรถไปพร้อมร้องเพลงประจำตัวไปด้วย

ลินดาถูกสมุนจ่อปืนคุมตัว ยืนอยู่ต่อหน้ามิสเตอร์โอเค สองมือถูกจับมัดไว้ด้านหลัง
“แกเรียกฉันมาทำไม ต้องการอะไรจากฉันอีก ไอ้มิสเตอร์โนเค”
“โว้วๆๆ เสียงด่าบวกกับท่าทางเซ็กซี่ของเธอ มันช่วยให้เนื้อฉันเต้นตุ้บตั้บๆๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีฮี่ๆ โอ้ว ลินดาๆ มายลินดา ถูกขังมานานขนาดนี้ ดีกรีแม่เสือสาวของเธอยังไม่ลดลงเลยตัวเอ๊ง”
มิสเตอร์โอเคไล้นิ้วไปที่ปากของลินดา ลินดาขบฟันกัดนิ้วมิสเตอร์โอเค แต่เขาไวกว่าชักนิ้วกลับทัน
ลินดาได้แต่ขบยิงฟัน แค้น
“ไม่ได้แอ้มนิ้วหวานของฉันหรอกทูนหัว ฮ่ะๆๆ”
มิสเตอร์โอเคเดินหัวเราะวนรอบตัวลินดา พอเดินมาถึงด้านหลังลินดาก็โอบแขนล็อคตัวลินดากอด
“เอามือโจรเหม็นคาวความชั่วของแกไปให้พ้นจากตัวฉันนะ”
มิสเตอร์โอเคโอบแน่น เกยคางที่ไหล่ลินดา
“จุ๊ๆๆ ไม่เอาน่าตัว สะดีดสะดิ้งไป ก็เสียเหงื่อ คอเจ็บ เสียงแหบเปล่าๆ เปิดปากแดงๆ อวบอิ่มของแม่เสือสาว บอกมาเสียที ไอ้เชนมันอยู่ที่ไหน ฉันอยากจะเจอมัน ฉันอยากจะสู้กับมันใจจะขาดอยู่แล้วโว้ย”
“ฮ่ะๆๆ”
เสียงหัวเราะของเชนดังก้องขึ้นในโถง ทำเอามิสเตอร์โอเคกับเหล่าสมุนชะงัก เงียบกริบ หันมองกัน
“เฮ้ย ใครหัวเราะวะ เดี๋ยวพ่อเลาะฟันทิ้งหมดปากเลย”
เหล่าลูกน้องหันมองกันเองพลางส่ายหน้าดิก
“ฮ่ะๆๆ แกร้องแรกแหกกระเชอหาใครล่ะ มามะ ป๋าอยู่นี่แล้วไง ฮ่ะๆๆ”
ลินดาจำได้ร้องตะโกนลั่นขึ้นอย่างดีใจ
“เชน”
เหล่าสมุนทุกคนคว้าปืนขึ้นมาตั้งลำ ทำเอาสาวๆ ที่มาคลอเคลียอยู่กับเหล่าร้ายตกใจร้องวี้ดว้าย ลุกวิ่งไปรวมกลุ่มกัน
“ไอ้สายลับเชน แกมาแล้ว ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ฮ่าๆๆ”
ขณะที่มิสเตอร์โอเคลากตัวลินดาเดินกลับไปคว้าปืนกลคู่กายที่วางอยู่ พลางตะโกนตอบโต้เชน
“ยอมโผล่หัวออกมาแล้วเหรอไอ้สายลับเชน มะ อย่ามัวเก่งแต่พ่นกลิ่นปากที่มีหนวดกระจ้อยร่อยของแกอยู่เลย ออกมาฟัดกับคนหนวดงามๆ อย่างโอ้วเครตัวต่อตัว ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย Come on”
มิสเตอร์โอเคตะโกนก้อง แล้วทุกคนต้องตกใจเมื่อมีรถเข็นเสิร์ฟอาหารขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีผ้าขาวคลุมปิดทึบถูกเข็นวิ่งเข้ามาในโถง ทุกคนตกใจยิงเข้าใส่รถเข็น สาวกรี๊ดลั่น ยิงจนผ้าขาวกระจุย หลุดออก แต่กลับไม่มีอะไรในรถเข็น ซ้ำยังมีรถเข็นคลุมผ้าขาวอีกนับสิบวิ่งเข้ามาอีกเรื่อยๆ ทั้งหมดยิงใส่ ทำให้ลินดาเป็นห่วงเชนมาก คิดว่าเชนต้องอยู่ในรถเข็น ลินดาทั้งตะโกนทั้งดิ้นอยากจะเข้าไปช่วย

ที่ระเบียงนอกโถงมุมหนึ่ง ตฤณยืนอยู่กับรถเข็นคลุมผ้าขาว 2 อันสุดท้าย เห็นพวกมิสเตอร์โอเคหยุดยิงเปลี่ยนกระสุนกันอยู่
“คราวนี้แหละโรบิน เอ๊ย ไม่ใช่โรบินสิ ตฤณ”
ตฤณออกแรงเข็นรถเข็นทั้งสอง ออกไปสุดแรง รถเข็นวิ่งออกไป ตรงไปที่โถง ตฤณยืนลุ้น แต่สมุนของมิสเตอร์โอเค 2 คน เดินมาจากมุมด้านนอกเห็นตฤณเข้า
“เฮ้ย”
สมุนยิง ตฤณวิ่งหนีหลบไปได้ทัน
“อย่าหนีนะ”

สมุนทั้งสองวิ่งตามไป

รถเข็นทั้งสองคันแล่นเข้ามาในโถงอีกครั้ง ในจังหวะที่เหล่าสมุนบรรจุกระสุนเสร็จเล็งปืนมาอย่างพร้อมเพียง จะยิงรถเข็นทั้งสองอีกครั้ง แต่มิสเตอร์โอเคยกมือห้าม
 
“เฮ้ย หยุด มันล่อให้พวกแกยิงจนหมดกระสุน อย่าไปหลงกลมัน ไอ้สายลับเชน ฉันไม่ชอบเล่นซ่อนหานะเว้ย ฉันชอบเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะมากกว่าฮ่ะๆๆ ถ้าแกยังไม่ออกมา ฉันจะชวนลินดาเล่นเดี๋ยวนี้”
มิสเตอร์โอเคยื่นหน้าทำท่าทำทางจะปล้ำลินดา
“จ้ำจี้มะเขือเปราะ กระเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม”
“กระแทกตาตุ่มฉันแทนไหม แกเอาหนวดแข็งๆ เหมือนหางหมูของแกไปให้ไกลๆ มาทิ่มหน้าฉันอยู่ได้ ไม่มีอารมณ์ ปล่อยฉัน”
มิสเตอร์โอเคยังไม่ยอมปล่อย ยื่นหน้ายื่นตาลวนลามต่อ
“หยุดรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ได้แล้ว”
เสียงเชนตะโกนขึ้น พลางตวัดผ้าขาวโผล่ออกมาจากใต้รถเข็นที่เพิ่งถูกเข็นเข้ามาพร้อมปืน
“ไอ้เชนอยู่นั่น”
เหล่าสมุนชักปืนจะยิง แต่ช้าไป เชนกดยิงปืนแบบพ่นไฟเข้าใส่ พรึ่บเดียว เหล่าสมุนยังไม่ทันจะได้ร้อง เนื้อตัวก็ไหม้ ดำ หัวชี้ ควันโขมง ปืนร่วงจากมือ แล้วก็ล้มลงทั้งหมด ทำเอามิสเตอร์โอคตกตะลึง
“โอ้ว My Crew เป็นไก่ย่างเขาสวนกวางไปหมดแล้ว แก ไอ้เชน”
“โปรดเรียกให้เต็มยศว่าสายลับเชน แล้วก็ปล่อยคู่หูของเชนเดี๋ยวนี้”
“ปล่อยเหรอ ฮะ ลองถามปืนอั๊วก่อน อ๊าก”
มิสเตอร์โอเคยิงปืนกลเข้าใส่ เชนกระโดด วิ่ง ตีลังกาหลบไปอยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา
ก็เห็นด้านหลังมิสเตอร์โอเคพาลินดาวิ่งหนีออกไปทางประตูระเบียงด้านนอกแล้ว
“เชน” ลินดาตะโกนร้อง
“ไหนฝอยว่าจะตัวต่อตัวกับเชน แล้วหนีทำไมเล่ามิสเตอร์โอเค แบบนี้มันเซ็งจริงๆ ให้ดิ้นตาย”
เชนกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ออกมา แล้ววิ่งไล่ตามออกไป

ตฤณวิ่งหนีมาโดยมีสมุนของมิสเตอร์โอเควิ่งไล่ยิงตามมา
“หยุดนะมึง บอกให้หยุด”
ตฤณวิ่งพลางก้มหลบกระสุน แล้วก็นึกขึ้นได้
“เกือบลืม เราก็มีปืนนี่หว่า”
ตฤณชักปืนที่เหน็บเอวตรงท้องอยู่ หันไปยิง กระสุนสะเปะสะปะ โดนแจกัน รูปปั้นกระจาย ก็ทำให้สมุนทั้งสองต้องกระโจนหลบ ตฤณหันจะวิ่งต่อแต่พบว่าเป็นทางตัน มีเพียงห้องๆ เดียวอยู่ขวามือ เขาเปิดประตูจะเข้าไปหลบ
“โธ่เว้ย ดันล็อคอีก”
ตฤณตัดสินใจใช้ไหล่กระแทก 2-3 ครั้ง ประตูเปิดผัวะ ตฤณเสียหลักล้มเข้าไป แล้วรีบลุก ปิดประตูจะเดินหลบออกจากประตู ต้องตกใจ เมื่อเห็นซิสเตอร์คนไทยยืนโอบเด็กชายหญิงวัย 6-7 ขวบ ราว 5-6 คนอยู่ด้วยสีหน้าตกใจกลัว เด็กๆ พากันร้องไห้
“เอ่อ ผมไม่ใช่พวกนั้นนะ ผมไม่ใช่โจร มันกำลังตามจับผม จุ๊ๆๆ อย่าเสียงดังนะ ขอหลบแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวผมก็จะหนีไปแล้ว”
ตฤณจะเดินหลบแต่ซิสเตอร์เอ่ยขึ้น
“พาเราหนีไปด้วย”
“หา ให้ผมเนี่ยนะช่วย เอ่อ”
“เมตตาเด็กๆ ด้วยเถอะค่ะ เด็กๆ ถูกมิสเตอร์โอเคลักพาตัวมา เพราะพ่อแม่ของเด็กๆ เป็นเอกอัคราชทูตของประเทศต่างๆ ทั้งจีน เกาหลี อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น มิสเตอร์โอเคต้องการใช้เด็กเป็นเครื่องต่อรองกับนานาประเทศให้ตามคำเรียกร้องของมัน ไม่งั้นเด็กๆ ก็จะไม่ได้กลับไปหาพ่อแม่อีก”
ตฤณยืนอึ้งมองหน้าเด็กๆ ทุกคน แล้วก็นึกถึงตังตัง ตฤณเปิดประตูห้องออกมา ม้วนตัวกับพื้นแล้วยิงใส่สมุนของมิสเตอร์โอเคทั้งสองคนจนเดี้ยง ก่อนจะตฤณหันกลับไปพาซิสเตอร์และเด็กหนีออกจากห้องมา

เชนวิ่งตามมิสเตอร์โอเคซึ่งล็อคพาตัวลินดาหนีออกมาจากบ้าน มายังบริเวณสวนกว้างๆ ที่ขนาบด้วยทุ่งหญ้าและทิวเขาอยู่ลิบๆ เชนวิ่งตามก็ต้องยิงสู้กับเหล่าสมุนมิสเตอร์โอเคที่ออกมายิงขวางยิงสกัดตลอดทาง ขณะที่มิสเตอร์โอเควิ่งหนีพลางหันไปยิงใส่เชนเป็นระยะ ขณะที่ลินยังคงเรียกหาเชนก้องทุ่ง
“เชน เชน”
เชนยิงเก็บลูกน้องมิสเตอร์โอเคจนหมด ก็เร่งฝีเท้าตามมิสเตอร์โอเค
“ปล่อยลินๆๆๆ ลินดาเดี๋ยวนี้”
เชนสับเท้าวิ่งเร็วมาก แล้วดีดตัวกระโดดตีลังกา ม้วนหน้าสองตลบ ลงมายืนดักหน้ามิสเตอร์โอเคไว้ มิสเตอร์โอเคถึงกับเบรกฝุ่นตลบ
“เว้ยๆๆๆ แกมีปีกหรือไงวะสายลับเชน ตามฉันทันได้ไงวะ”
“หึๆๆ ไม่มีอะไรที่สายลับเจ้าเสน่ห์ทำไม่ได้ หล่อด้วย เก่งด้วย เท่จุงเบย”
เชนโพสต์ท่าหล่อใส่ มิสเตอร์โอเคทำหน้าเหยเก งงมาก
“จุงเบย จุงเลยอะไรของแกวะ พูดภาษาอะไรไอ้คู่อริ”
“หึๆ ก็ภาษาของมนุษย์ยุค 2558 ไง เขาเดิ้นมากนะ โลกมันไร้พรมแดน เพราะเป็นยุคดิจิตอล คนทุกคนต้องพกมือถือ ไม่มีน่ะเชย หนังสือไม่ต๊องไม่ต้องอ่าน ก้มหน้าดูจอมือถืออย่างเดียว ก็รู้ไปถึงติ่งของดาวอังคาร ภาสงภาษาที่ใช้ ก็เอาของประเทศโน้นมานิด เอาประเทศนั้นมาหน่อย มาผสมกันมั่วๆ เข้า ก็ออกมาเป็นจุงเบย”
“ฮ่ะๆๆ ไอ้บ้า แกจะบอกว่าที่หายหัวไปเพิ่งกลับมาเนี่ย ไปโลกอนาคตมาอย่างงั้นเหรอ”
“ถั่วโต้ม”
“แกต้มฉันเหรอ ตาย”
มิสเตอร์โอเคโกรธ จะยิงใส่ แต่เชนไว ไถลตัวเข้าไปยกแขนที่ถือปืนกลของมิสเตอร์โอเคเอาไว้
“ปัดโธ่ ไม่วัยรุ่นเบย ถั่วต้มแบบว่าถูกต้องต่างหาก”
“ถั่วต้มจะมาถูกต้องได้ไง ภาษาจะวิบัติก่อนที่โลกจะวิบัติเพราะน้ำมือฉันหรือไง”
มิสเตอร์โอเคกระแทกปืนเข้าอกเชน เชนหงาย แต่คว้าลินดาหลุดจากมือมิสเตอร์โอเคไปด้วย ทั้งคู่กลิ้งลงเนินทุ่งไปด้วยกัน มิสเตอร์โอเคโกรธที่เชนแย่งลินดาไปได้ คำรามลั่น
“กลิ้งเหมือนหมูหัน งั้นแก 2 คนก็ตายไปพร้อมๆ กันเลย”
มิสเตอร์โอเคเล็งปืนกลยิง แต่เชนพาลินดาม้วนตัวหลบกระสุนเร็วมาก แถมยังยิงสวนมาอีก กระสุนปืนของเชนพุ่งเร็วราวกับแสงและแม่นยำ จนมิสเตอร์โอเคต้องหลบ แต่กระสุนลูกหนึ่งพุ่งเข้าตามิสเตอร์โอเคมิสเตอร์โอเคเบี่ยงตัวหลบทัน กระสุนเฉี่ยวแว่นไป ทำให้กระจกแว่นร้าวเป็นรอยปริทันที มิสเตอร์โอเคโกรธมาก สมุนขับรถแล่นโฉบเข้ามารับ มิสเตอร์โอเคกระโดดเกาะรถ ลูกน้องขับซิ่งหนีไปในทุ่งหญ้า พร้อมเสียงตะโกนมา
“ฝากไว้ก่อนเถอะ สายลับเชน”
เชนรุกไล่ตาม แต่รถแล่นไปไกลแล้ว
“ฮึ่ม มันหนีไปจนได้”
เชนกลับมานั่งลงดูลินดาที่นอนมึนอยู่
“ลินดา บาดเจ็บตรงไหนบ้าง”
ลินดายื่นมือมาจับหน้าเชน
“เชน เชนจริงๆ เชนกลับมาหาลินดาแล้ว”
ลินดาลุกขึ้นกอดเชนไว้แน่น เชนได้แต่อึ้ง เพราะรู้ความในใจของลินดาว่าหลงรักเขามาจากปากของตังตังแล้ว เชนเขินๆ เก้อๆ แต่แล้วชะงัก นึกถึงตฤณขึ้นมาได้
“ตฤณ ตฤณเพื่อนตายของเชนหายไปไหน”
เชนลุกพรวด มือลินดาหลุดจากกอดเชน

“อุ๊ย ใครกัน ตฤณเพื่อนตาย”

ตฤณกับซิสเตอร์และเด็กๆ วิ่งออกมาที่หน้าคฤหาสน์ มีรถเก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่ ตฤณหันรีหันขวาง ตัดสินใจวิ่งไปที่รถ แล้วลองเปิดประตู ปรากฏว่าเปิดได้ เขาโผล่ไปดูในรถ แล้วดีใจ
 
“ทุกอย่างในหนัง มันเข้าข้างคนดีเสมอ พระเจ้าก็ช่วยเราจริงๆ ดูสิครับ โชคดีจัง มีคนทิ้งกุญแจคาไว้ในรถ”
“ฉันขับได้” ซิสเตอร์บอก
“งั้นรีบไปเถอะครับ พาเด็กๆ ไปโรงพักที่ใกล้ที่สุด ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ”
“ค่ะๆ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วที่ต้องช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อน ปกป้องคนดี ผดุงความยุติธรรม เพราะผมเป็นผู้ช่วยของสายลับเชน”
“อะไรนะคะ คุณน่ะเหรอ เป็นผู้ช่วยสายลับเชน”
“ถูกต้องแล้วครับ แบทแมนมีโรบินฉันใด เชนก็ต้องมีตฤณฉันนั้น”
“คุณชื่ออะไรคะ เด็กๆ จะได้จำชื่อฮีโร่ของพวกเขาเอาไว้”
“เรียกผมว่า ผู้ช่วยตฤณครับ รีบไปเถอะครับ”
ซิสเตอร์ขับรถออกไป โดยที่เด็กๆ โบกมือให้ ตฤณยืนมองรถแล่นห่างออกไปอย่างแสนภูมิใจ
“ผู้ช่วยตฤณ หึๆๆ”
ตฤณหันมาจะเดินกลับไปหาเชน แต่กลับเจอสมุนของมิสเตอร์โอเคหน้าเหี้ยมยืนอยู่ 2 คน คนหนึ่งตัวสูงใหญ่มาก ตฤณชักปืนจะยิง แต่ช้าไป ถูกจับมือที่ถือปืนบิด
“อ๊าก”
ตฤณปล่อยปืนร่วง สมุนอีกคนต่อยท้องตฤณหลายหมัดจนจุก สมุนตัวยักษ์บีบคอตฤณแล้วยกตัวขึ้นลอย ตฤณดิ้นหายใจไม่ออก ก่อนจะถูกทุ่มลงกับพื้น ตฤณถึงกับกระตุกกระอักเลือด สมุนตัวเล็กชักปืนจะยิงตฤณทิ้ง แต่มีแส้ตวัดมาที่มือ สมุนเจ็บร้องลั่น ปล่อยปืนร่วง หันไปมอง เห็นลินดายืนหมุนแส้อยู่กับเชน สมุนโกรธจะพุ่งเข้าใส่
“นังลินดา”
“พูดหยาบคายกับสุภาพสตรี ที่บ้านไม่สั่งสอน ลินดาสอนให้เอง”
ลินดาตวัดแส้ฟาดไปมา สมุนเสื้อขาดวิ่น แล้วลินดาก็เหวี่ยงตัวหมุนเข้ามาด้วยท่าล้อเกวียน ประชิดตัวสมุนอย่างรวดเร็ว ตวัดแส้มัดคอเหวี่ยงทุ่มลงกับพื้น สลบตาตั้ง สมุนตัวยักษ์โกรธคำราม ปรี่เข้ามาจะจัดการลินดา
“อีลินดา”
“อ๊าย อะไรยะ วาจาสามหาว เดี๋ยวแม่ตบคว่ำ”
“ใจเย็นๆ ลินดา ถอยไป ไอ้ยักษ์นี่ ให้เชนจัดการเอง มา เข้ามา”
สมุนยักษ์เหวี่ยงแขนซ้ายขวาใส่เชน แต่เชนหลบไปมา แล้วเตะผ่าหมากเข้าไป สมุนสะดุ้งเฮือก เชนเงื้อหมัดเสยปลายคางเต็มเหนี่ยว
“หมัดเสยสแลงดั้ง”
สมุนยักษ์เลือดกำเดาไหล ล้มลงสลบเหมือด เชนเป่าหมัดตัวเอง ลินดาชื่นชม
“เก่งที่สุด เก่งไร้เทียมทาน สายลับเชน”
“ขอบใจลินดา เชนจะเก็บคำชมไว้เป็นแรงต่อสู้กับเหล่าอธรรม และตอนนี้ ขอต้อนรับลินดา กลับสู่ตำแหน่งคู่หูสายลับเจ้าเสน่ห์เหมือนเดิม”
“ไฮ้”
ลินดาจับมือเชน หมุนตัวเข้ามายืนประชิด ทั้งคู่อยู่ในท่าคู่หูแบบหน้าปกดีวีดีหนัง
“อ๋อย”
เสียงตฤณครางทำลายบรรยากาศ เชนได้สติ รีบเข้าไปประคองตฤณซึ่งนอนพะงาบๆ อยู่
“ตฤณเพื่อนตาย เป็นไงบ้าง”
ลินดางง
“เพื่อนตายจริงๆ ด้วย ตายแล้วใช่ไหม คุณคะ คุณ คุณตายยัง”
ตฤณชู 2 นิ้วขึ้น ตาลอยๆ
“สบายมากไอ้เกลอแก้ว ส.บ.ม.ย.ห.คร่อก”
“โธ่ ตฤณเพื่อนตาย”
ลินดายืนเท้าเอวส่ายหน้าเวทนา ตฤณสลบเหมือด

ปวันแอบไขกุญแจ เปิดประตูเข้ามาในบ้านเช่าของปลายฟ้า แล้วรีบปิดประตูทันที
“คุณปลายฟ้า คุณปลายฟ้า”
เสียงเหมือนเชนกำลังเรียกอยู่ในบ้าน ปวันรีบหันไปมอง แต่พบกับความว่างเปล่า
“ฉันไม่เคยคิดเลย ว่าผู้ชายที่ดูเพี้ยนๆ อย่างคุณ จะทำให้คนอย่างปวันสะเทือนได้ จนกระทั่ง วันที่คุณจากไป”
ปวันถอนใจ เดินช้าๆ มองไปทั่วบ้านแล้วนึกย้อนไปในวันที่เชนยังอยู่ เธอยิ้มๆ ทั้งขำทั้งประทับใจ
“ฉันมันร้าย ที่หลอกคุณจนทำให้คุณต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชายกับยัยปลายฟ้า ยัยนักเขียนปลอมๆ แต่ฉันอยากรู้เหลือเกิน จริงๆ แล้วในหัวใจของสายลับขี้เก๊กกำลังคิดถึงใครอยู่ นักเขียนปลายฟ้า คู่หูลินดา หรือว่า”
ปวันอยากจะเอ่ยชื่อตัวเอง แต่ก็ยั้งปากไว้

เชนเดินเข้ามาในรังลับของเขา มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นเป็นลานบินกว้างๆ
“หมวดปวัน ใช่แล้ว ผู้หญิงที่เชนกำลังคิดถึงคือปวัน”
เชนนึกถึงภาพของปวันที่ประทับใจเขา เป็นอิริยาบถบู๊ถือปืน เตะต่อยวิ่งสู้ฟัดกับเหล่าร้ายอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่กลัวความตาย
“คุณคือเชนในโลกอนาคต ผู้พิทักษ์ความดี ปกป้องความถูกต้อง แม้ว่าเราจะไม่มีวาสนาได้ครองคู่กัน แต่เชนก็มีความสุขที่ได้รักคุณ รักที่ไม่ครอบครอง คือความรักที่แท้จริงสำหรับเชน”
เชนจับไปที่หน้าอกตัวเอง เสียงหัวใจเต้นแรง ลินดาเดินมาตามเชน แล้วก็เห็นเชนในท่าจับหัวใจ ใบหน้ายิ้ม หลับตาพริ้มเหมือนกำลังฝัน ลินดาใจแป้ว มันคือท่าของคนมีความรักที่เธอไม่เคยเห็นเชนมีมาก่อน ลินดาหวั่นไหว อยากรู้ว่าในหัวใจของเชนแอบมีใคร
“เชน”
เชนหลุดจากภวังค์หันมามอง
“มีอะไรลินดา”
“เอ่อ คือ”
ลินดาอยากจะถามว่าเชนคิดถึงใครอยู่ แต่ก็ไม่กล้า
“เพื่อนตาย ที่จะเป็นคู่หูชายของเชน ฟื้นแล้ว”
“ขอบใจมากลินดา ที่ช่วยดูแลพยาบาลเขา”

เชนจับไหล่ขอบใจลินดา ลินดาฝืนยิ้มให้ เชนรีบเดินไป ลินดามองตาม เก็บความสงสัยไว้ในใจต่อไป

ปวันถอนใจ ดีดหน้าผากตัวเองพยายามตัดใจจากเชน
 
“จะมามัวคิดอะไรไร้สาระ นายสายลับเชนกลับเข้าไปในหนังแล้ว กลับไปเจอลินดาคู่หูสุดเอ็กซ์ ก็คงจะลืมพวกแกงจืดอย่างยัยปลายฟ้า แล้วก็ม้าดีดกะโหลกอย่างหมวดปวันไปหมด เฮ่อ บ้านเช่าหลังนี้ก็ไม่รู้จะเช่าไว้อีกทำไม ลาก่อน”
ปวันโบกมือลาบ้าน จะเดินออกไป ก็เหลือบเห็นจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ทับไว้ด้วยที่ทับกระดาษเซรามิกรูปตุ๊กตา เธอแปลกใจเดินเข้าไปหยิบจดหมายขึ้นมาดู เห็นจ่าหน้าซองเชยๆ ทั้งลายมือและสำนวนว่า
“ยิ้มก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด เชน”
ปวันทั้งยิ้มทั้งตาหวานโดยไม่รู้ตัว รีบเปิดจดหมายออกมาอ่านอย่างตื่นเต้น
“ถึง คุณปลายฟ้าที่น่ารักของผม”
จดหมายฉบับนี้เชนเขียนลาปลายฟ้าในคืนก่อนที่จะไปจับดร.อาทิตย์
“เมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ผมอาจจะหายไปจากโลกของคุณแล้ว อย่าโกรธผมเลยนะคนดี ผมไม่ได้คิดจะหนีความรับผิดชอบที่มีต่อคุณ แต่ผมจำต้องกลับไปยังโลกของผมก่อน ทุกคนกำลังรอผมกลับไปช่วยเหลือ ผมสัญญา เมื่อไรที่ผมปฏิบัติภารกิจของผมเสร็จสิ้นลุล่วงแล้ว I will be back โปรดรอผมนะคนดี เชนคนนี้ จะกลับมาทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับคุณ ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ เชน”
ปวันยืนนิ่ง เอาจดหมายมาแนบไว้กับตัวด้านซ้ายที่ตรงกับหัวใจ แทบจะรอเชนกลับมาไม่ไหว

ตฤณนอนอยู่บนเตียงผ้าใบแบบทหาร ใบหน้ามีร่องรอยบอบช้ำ ตรงหน้าอกมีผ้าพันไว้
“ขอบใจมากนะเชน ลินดาที่ช่วยดูแลกัน นี่ดีนะที่กันอยู่ในหนัง ถ้าอยู่ข้างนอกโน่น กันคงตายไปแล้ว”
“ข้างนอก หมายถึงโลกอนาคตที่นายจากมาน่ะเหรอ” ลินดาสงสัย
“ใช่ครับ ผมคือมนุษย์จากโลกอนาคต”
“แล้วทำไมมนุษย์จากโลกอนาคตไม่เห็นเก่งเลยอ่ะ”
ตฤณอึ้ง เชนรีบแก้ตัวให้
“โธ่ลินดา ในอนาคตคนเก่งๆ ก็มี”
“อย่างเช่นหมวดปวันคนสวย”
ตฤณแซว ลินดาหันขวับมามองเชนทันที เชนเลยฉีกยิ้ม เดินเข้าไปทำเป็นตบหลังตฤณแรงๆ
“คนชั่วก็มี อย่างด็อกเตอร์อาทิตย์ไงไอ้เกลอ”
“อุ๊บ”
ตฤณจุก แล้วทำเป็นฉีกยิ้มเออออ
“ชะๆ ใช่”
“แต่รู้ไหม การที่นายถือวิสาสะไปประกาศตัวว่าเป็นผู้ช่วยสายลับเชน ทำให้เกิดปัญหา” ลินดาบอก
“ทำไมอ่ะ ประกาศเป็นผู้ช่วยฮีโร่ที่คนรักทั้งประเทศ มีปัญหาด้วยเหรอ”
“ดูนี่”
ลินดาหันไปเปิดทีวีรุ่นเก่า ปรากฏเป็นภาพขาวดำค่อยๆ ซ่าชัดขึ้น ซิสเตอร์พร้อมเด็กๆ กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว
“เฮ้ยๆ นั่นซิสเตอร์กับเด็กๆ ที่กันช่วยให้หนีไปจากรังไอ้มิสเตอร์โอเคนี่หว่า เยสดีใจที่ทุกคนปลอดภัย”
ภาพข่าว ซิสเตอร์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวโดยกอดเด็กๆ ไว้ มีตำรวจอยู่ด้วย 2-3 คน
“เขาบอกว่าเป็นผู้ช่วยสายลับเชนค่ะ ชื่อผู้ช่วยตฤณ เป็นคนดีมากๆ ยังหนุ่มยังแน่น หล่อ สูงสมาร์ทมากค่ะ ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตซิสเตอร์กับเด็กๆ ให้รอดมาได้ ผู้ช่วยตฤณ ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบคุณ แต๊งกิ้ว มิสเตอร์ตฤณ มิสยู คิสยู”
เด็กๆ พากันโบกมือขอบใจกับกล้อง ตฤณยิ้มปลื้ม
“โห ตอนเขียนการ์ตูนยังไม่เคยมีเด็กชื่นชมขนาดนี้เลย”
“นี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้ทุกคนรู้จักนายว่าเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของสายลับเชนไปทั่วทั้งประเทศแล้ว”
“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะ”
“อยู่ตรงที่นายไม่เก่ง”
“อ่า”
ตฤณถึงกับอึ้ง
“ฉันไม่รู้ว่าในโลกอนาคตของนายเป็นยังไง แต่ในโลกของฉัน เก่งก็คือเก่ง จะมาโกหกปั้นน้ำเป็นตัวไม่ได้ สังคมไม่มีใครยอมรับ เราต้องการคนจริง เข้าใจนะ”
ลินดาเดินออกไป ตฤณพูดตามหลัง
“มีใครบ้างไม่อยากเก่ง นึกปุ๊บเก่งปั๊บได้เลยหรือไงครับ หึ ก็คนมันไม่ได้เกิดมาเก่งนี่ ทำอะไรก็มีแต่พลาด ไม่เคยสำเร็จ”
ตฤณซึม เชนนั่งลงโอบไหล่ตฤณ
“ไม่มีเวลามาตัดพ้อ ไม่มีเวลามาน้อยใจในโชคชะตาอีกแล้ว ในเมื่อแกขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ช่วยของสายลับเชน มันก็ต้องเป็นหน้าที่ของกันที่จะต้องขุนแก”
“หา ขุน”
“เอ่อ โทษที ไม่ใช่ขุน แต่เป็น”
เชนสะกิดให้ตฤณลุกขึ้นกำหมัดทำท่าตาม
“ขัดเกลา ฝึกฝน สอนศิลปะการต่อสู้ให้กับแก เพื่อที่แกจะได้เป็นผู้ช่วยของสายลับเชนอย่างเต็มภาคภูมิ ย้าก“
เชนลุกทำท่าฮึกเหิม ตฤณทำตาม

ลินดาเดินมาด้วยความติดใจสงสัย คว้าแส้มาดึงกระชากตึงๆ
“หมวดปวันคนสวย งั้นเหรอ แค่ได้ยินชื่อ ก็หงุดหงิดแล้ว แอร๊ส”
ลินดาตวัดแส้ฟาดไปที่หุ่นซ้อมเพื่อระบายอารมณ์ แส้ตวัดรัดไปรอบคอหุ่น เธอออกแรงดึง พาหุ่นล้มลง ลินดาหมุนตัวมากระทืบ เหยียบอกหุ่น
“หล่อนเป็นใครกันหมวดปวัน บังอาจมายุ่งกับเชนของลินดา หึ”

ลินดาประกาศตัวเป็นศัตรูหัวใจกับปวันตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ปวันนั่งทำงานดูสำนวนคดีของดร.อาทิตย์อย่างจริงจัง เธอเปิดลิ้นชักหยิบเอกสาร ปืนคู่กายวางอยู่ในนั้น และที่ปวันต้องชะงักมองคือจดหมายจ่าหน้าซอง
 
“ยิ้มก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด” ของเชน เธอหยิบซองจดหมายขึ้นมาดูอีกครั้ง แล้วคิดถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของเชนในอ้อมแขนของตัวเอง ก่อนที่จะจากไป
“อย่าร้องไห้คนดี ถ้าสมมุติผมต้องตายจริงๆ ผมก็ไม่เสียใจที่ได้ตายอยู่ในอ้อมแขนคุณ”
ปวันกำจดหมายแน่น

เจนจิรานั่งมองต้นตะบองเพชรอยู่ที่โต๊ะทำงาน นึกถึงตฤณเช่นกัน ต้นตะบองเพชรยังอยู่ในสภาพโล้นๆ ไม่มีทีท่าว่าจะมีดอก เธอนึกถึงคำพูดของตฤณ
“เขาก็เหมือนกระบองเพชรกากนี่ ไม่มีค่าอะไร มีแต่หนามคอยทิ่มแทงให้เจ็บปวด แต่ถ้าตัวเองให้เวลาเขา ขอแค่ให้เวลา ไม่ต้องดูแลอะไร แค่วางเอาไว้เฉยๆ ตรงไหนก็ได้ เขาสัญญาว่า ในที่สุด เขาจะออกดอกมาให้ตัวเองชื่นชม เหมือนกระบองเพชรต้นนี้ให้ได้”
เจนจิรารู้สึกหมดหวังมาก
“นอกจากตะเองจะไม่ออกดอกแล้ว ตะเองก็ยังหายไปจากโลกนี้ด้วย”

ตังตังนั่งเท้าคางอยู่ในร้านวิศวะ เหงา เซ็ง
“ชีวิตที่ไม่มีน้าตฤณ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง”
“เป็นไงล่ะ ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหม ว่าน้าของเราน่ะ เป็นน้าที่ดีกว่าน้าใครๆ ทั้งนั้น” วิศวะย้ำบอก
“ขอให้น้าตฤณกลับมาก็พอ ต่อไปนี้ หนูจะไม่ว่าน้าตฤณว่าเป็นคนไม่เอาถ่านอีกละ”
“นะโมก็ไม่เอาถ่าน เพราะนะโมใช้พลังงานจากแผงโซล่าเซลล์”
ตังตังเหลือกตามองนะโม ไม่มีอารมณ์ขำ
“เงียบน่านะโม ตังตังไม่ขำ”
“เก๊าขอโทษ”
นะโมทำผงกหัวขอขมา
“น้าตฤณทำไมไม่รีบกลับออกมา มัวทำอะไรอยู่”
เจิดใส่ชุดผ้ากันเปื้อนกับหมวกกุ๊กออกมาพร้อมจานไก่ทอด
“อะไรกันนังหนู อยู่กับพวกไม่เต็มเต็งอย่างเรา 2 คน ยังจะเหงาอีกเหรอ นี่ๆๆ กินปีกไก่ทอดอัจฉริยะของลุงดีกว่า”
"ปล่อยไอ้น้าตฤณไปเหอะ มันอาจจะกำลังค้นหาตัวเองอยู่ก็ได้ มันค้นตัวเองเจอเมื่อไหร่มันก็กลับออกมาเองแหละน่า” วิศวะปลอบ
“แล้วถ้าเกิด น้าตฤณค้นหาตัวเองไม่เจอล่ะ”
เจิดแทะปีกไก่ฝืดคอ ตอบไม่ได้

เจิดเดินกอดคอวิศวะมาแอบคุยที่มุมหนึ่ง
“เออว่ะ ไอ้เด็กตังตังมันพูดน่าคิดว่ะ”
“คิดเรื่องไรจารย์”
“เรื่องปีกไก่เคนตุ๊กกี้ฉันมั้ง เดี๋ยวพ่อจิ้มตาแตก ก็เรื่องไอ้คุณน้ามันไง เกิดมันติสต์แตกไม่ยอมใส่แว่น3DDD กลับออกมาจากหนังไอ้สายลับเชนล่ะ จะทำยังไง”
“โธ่อาจารย์ ไอ้ตฤณมันไม่โง่อย่างงั้นหรอก”
“หึ แต่ฉันเห็นมันโง่มาหลายทีแล้วนะเว้ย”
วิศวะอึ้ง
“ถ้ามันเกิดโง่ ไม่กลับออกมาจริงๆ ก็ช่วยไม่ได้ เราไม่มีแว่นใส่เข้าไปตามมันในหนังอีกแล้วนะอาจารย์ แว่น3DDDก็ดันมีอันเดียวในโลกซ้าด้วย”
“ถึงเราจะไม่มีแว่น แต่เราก็ยังมีนี่ ปัญญาเว้ย เราต้องค้นคิดวิธีสื่อสารกับมันทางทีวีให้ได้”
“โห อาจารย์ วิญญาณอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ต้องสิงร่างอาจารย์อยู่แน่ๆ”
เจิดตบท้ายทอยวิศวะ
“ไอ้งมงาย เอ็งจำได้ไหม ไอ้ตฤณมันพกอาวุธประดิษฐ์อันไหนติดตัวไป”
วิศวะยิ้มออก ดีดนิ้ว
“เสาอากาศเจได”

ภายในรังลับของเชน เสาอากาศในมือตฤณ มีกระแสไฟฟ้าวิ่งเป็นเส้นสีฟ้า
“ไอ้เสาอากาศช็อตไฟฟ้าของไอ้วิศวะ ที่กันหยิบติดตัวมาอันนี้นี่แหละ เหมาะที่จะเป็นอาวุธคู่กาย ผู้ช่วยของเชน มากๆ”
ลินดาฟังอยู่ ส่ายหน้าสมเพช
“คุณพระช่วย เสาอากาศ”
“แน่ใจนะไอ้เกลอ ว่าแกจะไม่เลือกปืนแรงๆ พวกนี้สักกระบอก”
เชนชี้ไปที่ปืนนานาชนิดซึ่งเอามาวางเรียงรายให้เลือกบนโต๊ะ
“เป็นอาวุธคู่กาย”
เชนคว้าปืนสั้นกระบอกหนึ่งขึ้นมายิงไปที่เป้าหุ่นอย่างรวดเร็ว กระสุนเจาะเข้ากลางเป้าแม่นยำ
“หรือว่าหน้าไม้ท้ายไรเฟิล”
เชนหยิบหน้าไม้ท้ายไรเฟิลขึ้นมายิง ลูกดอกออกไปก่อน ตามด้วยกระสุนเหล็กของหน้าไม้พุ่งทะลุผ่านเป้าไป ตฤณทึ่ง
“ว้าว พระเอกตัวจริง เขาคือผู้เชี่ยวชาญทุกอย่าง”
“หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว ปราดเปรียว เพรียวลม มะกันที่สุด”
ลินดาปลาบปลื้มเชนมาก เชนควงหน้าไม้เท่ๆ วางลง แล้วหันมาถามตฤณ
“ว่ายังไงผู้ช่วยตฤณ กันให้ตัดสินใจอีกครั้ง จะเลือกอาวุธชนิดไหนเป็นเพื่อนตาย”
“อันนี้”
ตฤณก็ยังยกเสาอากาศขึ้นมา ทำเอาเชนกับลินดาเซ็ง
“อุตส่าห์โชว์ไปตั้งเยอะ สุดท้ายยังเลือกเสาอากาศ ตกลง แกกับเสาอากาศอันนี้คงเกิดมาเป็นคู่กัน เชนจะสอนให้ใช้มัน”
“เฮ้ย ทำไมต้องสอน กันก็ใช้มันเป็นนะ แค่ชักออกมา แล้วทิ่มไป แค่เนี่ย ไฟก็ช็อตคู่ต่อสู้ชัก แด่กๆ ช้าก แด่กๆๆ แล้วฮ่ะๆๆ”
ลินดาแลบลิ้นแหวะ เชนเกาหัวแกร๊กๆ
“ฟังนะสหาย ใช้ได้ ใช้เป็น กับใช้ให้มีประสิทธิภาพน่ะ มันต่างกันลิบลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อแกเลือกมันมาเป็นอาวุธคู่ใจแล้ว ต้องใช้มันเหมือนกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เหมือนสั่งมันได้อย่างที่ใจแกปรารถนา เหมือนกับที่ลินดามีแส้เป็นแขนที่สาม”
เชนผายมือไปที่ลินดา ลินดารู้ใจ วาดลวดลายแสดงฝีมือฟาดแส้ไปมาทันที

เวลาต่อมา เชนสอนท่าต่อสู้ให้ตฤณด้วยการใช้เสาอากาศ จากที่ตฤณเก้ๆ กังๆ ฟาดเสาอากาศเหมือนไม้ตีแมลงวัน ก็เริ่มเหวี่ยงแขนสวยงาม มีท่าควง หมุนตัวเตะแล้วฟัน กระโดดฟัน เก่งขึ้นเรื่อยๆ

ดร.อาทิตย์ นารี อินทุถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่คุมตัวเข้ามาในสำนักงานตำรวจ เพื่อนำไปสอบปากคำ
 
โดยมีปวัน ธงทิว จ่าเจี๊ยบมายืนควบคุมอยู่ ปวัน ธงทิว ดูมั่นใจมาก จริงจังต่อหน้าที่ ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว ดร.อาทิตย์หยุดยิ้มอย่างมีเลศนัยใส่ปวัน ธงทิว ก่อนเดินต่อไป ทำเอาปวันกับธงทิวส่ายหน้า ดูเหมือนว่าดร.อาทิตย์ยังไม่ยอมสำนึกในความผิดของตัวเอง

ประมุขหน้าเครียดในห้องประชุมสมายล์ทีวี
“ไม่มีด็อกเตอร์อาทิตย์ สมายล์ทีวีก็ไม่มีตัวเรียกเรตติ้ง ตอนนี้สปอนเซอร์ก็หดหายไปกันหมด โดยเฉพาะรายการคุณเจนจิรา”
เจนจิราตกใจหน้าซีด
“รู้ไหมเมื่อคืนรายการคุณได้เรตติ้งเท่าไหร”
“ยังไม่ทราบเลยค่ะ”
ประมุขยกนิ้วชี้ขึ้นมา 1 นิ้ว
“ศูนย์จุดเก้า”
“หา”
เจนจิราช็อค แต่แมว แป๋ง เต้าทึงแอบสะกิดมองหน้ากัน สะใจสมน้ำหน้าเจนจิรา
“เป็นไปได้ไงคะ เรตติ้งรายการของเจนสูงสุดชนะทุกรายการในเวลาเดียวกันมาตลอด”
“แต่ตอนนี้รายการคุณเรตติ้งต่ำที่สุดกว่าเขาเพื่อนมาเป็นเดือนแล้ว สปอนเซอร์ก็หนีกันหมด ผมตัดสินใจแล้วว่า อาจจะต้องปรับผังใหม่ และหารายการใหม่มาแทนรายการคุณ”
“หมายถึงถอดรายการของน้องเจนเหรอคะนาย” แมวถามเสี้ยม
“อย่าถอดนะคะนาย ให้โอกาสเจนแก้ตัวนะคะ เจนจะปรับวิธีนำเสนอรายการใหม่ หาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอ ทำรายการให้ดีได้ด้วยตัวมันเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วย”
“ไม่ทันแล้วล่ะคุณเจน ผมทนขาดทุนกำไรไม่ไหวแล้ว”
“นาย”
“แล้วถ้าผมขอซื้อเวลาทั้งหมดในรายการของคุณเจนมาผลิตเองล่ะครับ คุณจะว่ายังไง”
เจนจิราตะลึง หันไปมอง เห็นบารมีเดินเข้ามา
“บารมี”
ประมุขหันไปยิ้ม
“ผมจะไปกล้าว่าอะไรคุณหมอบารมี ถ้าคุณกล้าซื้อ ผมก็กล้าขาย”
“งั้นผมซื้อ”
“ตกลงครับ”
ประมุขหันไปจับมือกับบารมี แล้วหันมาพูดกับเจนจิรา
“ดีใจด้วยนะครับคุณเจน รายการของคุณยังอยู่ คุณจะได้ทำรายการที่คุณชอบต่อไป ตามที่คุณต้องการผมทำทุกอย่างเพื่อคุณได้อยู่แล้ว”
บารมีดึงเจนจิรามากอดต่อหน้าทุกคน ทุกคนยิ้มปลื้ม รู้สึกว่าเจนจิราช่างโชคดี แมว แป๋ง เต้าทึงทำหน้าเหวี่ยงๆ

ตฤณฝึกซ้อมเสาอากาศเจได กับเครื่องยิงลูกดอกอัตโนมัติ โดยเครื่องยิงลูกดอกเข้าใส่ตฤณ แต่ตฤณสามารถหมุนตัวหลบฟาดได้อย่างสวยงาม แล้วโดดลงมานั่งชันเข่าข้างเดียว เสียงปรบมือดังขึ้น
ตฤณหันไปมอง เห็นเชนเดินปรบมือเข้ามา ลินดาเดินตามถือบางอย่างอยู่ในมือ
“เก่งมากผู้ช่วยตฤณ ตอนนี้แกไม่ใช่นักเขียนการ์ตูนฮีโร่ ที่เอาแต่ฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไปแล้ว แต่แกกำลังสร้างฮีโร่จริงๆ ขึ้นมาในตัวของแกเอง”
“ฮีโร่ กันเป็นฮีโร่เหรอ”
“นี่คือชุดจบหลักสูตรผู้ช่วยสายลับของนาย”
ลินดายื่นชุดที่มีหน้ากากคาดตาสีดำให้ตฤณ ตฤณเปลี่ยนใส่ชุดผู้ช่วยสายลับ เชนหัวเราะภูมิใจ
“เป็นยังไงลินดา ผู้ช่วยคนใหม่ของเชน”
“วู้ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้นะว่านี่คือนายตฤณคนเดิม”
ตฤณควงเสาอากาศเจได
“หน้ากากพิฆาตอธรรมพร้อมจะออกไปช่วยสายลับเชนปราบเหล่าร้าย พิทักษ์ธรรมะ พิฆาตอธรรมแล้ว”

ปวัน เจนจิรา ตังตังอยู่ในบ้านเช่าตฤณ ทั้งหมดช่วยกันยกอาหารออกมาวางที่โต๊ะกินข้าว พลางคุยกัน
“กินข้าวกันตังตัง” ปวันชวน
“ตอนนี้คดีของด็อกเตอร์อาทิตย์ไปถึงไหนแล้วคะ” เจนจิราถามขึ้น
“ฉันกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดทำสำนวนส่งฟ้องอยู่ค่ะ แล้วการที่เขาถูกจับ มีผลต่อรายการ ของคุณไหม”
“อย่างแรงค่ะ คนดูหายไปหมดเลย”
“เพราะไม่มีด็อกเตอร์ลวงโลกนั่นมาร่วมรายการเหมือนเดิมน่ะเหรอคะ”
“ยังมีคนอีกเยอะที่ยังหลงบูชาด็อกเตอร์อาทิตย์อยู่ ถ้าด็อกเตอร์อาทิตย์หลุดคดีออกจากคุกมาได้ล่ะก็ มีหวังสาวกต้องเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว”
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันปล่อยเขาออกมาเด็ดขาด แล้วคุณแก้ปัญหารายการคุณยังไง”
“ฉันจำเป็นต้องปรับรูปแบบรายการใหม่ค่ะ จะแถลงข่าววันมะรืนนี้”
“ตังตังไปด้วย จะไปดูน้าเจนแถลงข่าว”
“ได้ซีจ๊ะ ยังไงเชิญหมวดไปด้วยนะคะ”
“โอเคค่ะ”
“วันนี้เรามาดูหนังสายลับเจ้าเสน่ห์กันก่อนดีกว่า คิดถึงเชนกับน้าตฤณง่ะ ไม่รู้ทั้งสองคนนั่น จะคิดถึงเราบ้างไหมนะ”
ปวันกับเจนจิราชะงัก ขณะที่ตังตังไปรื้อหาดีวีดี แล้วก็เจอแผ่นที่น่าสนใจ
“หน้ากากพิฆาตอธรรม ทำไมตอนนี้ตังตังไม่เคยดูเลยอ่ะ”
ตังตังนั่งอยู่ที่โซฟาตรงกลางระหว่างปวันและเจนจิรา ทั้งสามตาจ้องไปที่โทรทัศน์ เป็นภาพขาวดำ เรื่องเปิดด้วยบรรยากาศในโกดังอับทึบแห่งหนึ่ง เสี่ยคนหนึ่งถูกจับตัวมาขังไว้ มัดมือมัดเท้าปิดปาก เพื่อเรียกค่าไถ่ มีโจร 3 คนพร้อมปืนคอยเฝ้าอยู่ภายใน โจรคนหนึ่งเดินไปเปิดประตูเพื่อจะออกไปข้างนอก ก็เจอเข้ากับแสงอาทิตย์สาดส่องเข้าตา ชายคนหนึ่งยืนอยู่ แม้ไม่เห็นหน้าแต่ผ้าพันคอนั้นเด่นชัด โจรตกใจมาก
“ห่ะ สายลับเชน”
เชนยิ้ม หัวเราะหึๆ ในคอ
“ขอบใจที่ยังจำกันได้”
โจรอีก 2 คนตกใจชักปืนออกมาจะยิงเชน แต่คนหนึ่งถูกแส้ของลินดาตวัดรัดมือดึง ส่วนอีกคนยิงออกไป แต่ผู้ช่วยเชนโผล่ออกมาใช้เสาอากาศเจได ฟาดกระสุนเปลี่ยนทางได้อย่างแม่นยำ และใช้เสาอากาศฟาดซ้ำ จนไฟช็อตโจรตัวสั่น
ตังตังตาโตตังดีใจกระโดดโหยงชี้ไปที่ทีวี
“นั่นน้าตฤณนี่ ตังตังจำได้”
“ใช่ คุณตฤณจริงๆ ด้วย โอ้โห ใส่หน้ากากด้วย น้าของตังตังเท่ฝุดๆ ไปเล้ย”
ปวันหันไปยกมือตบดีใจกับตังตัง ขณะที่เจนจิรานั่งอึ้งมองทีวี ไม่อยากจะเชื่อว่าใช่ตฤณจริงๆ
“เย้ น้าตฤณเก่งแล้ว น้าตฤณเป็นหน้ากากพิฆาตอธรรม น้าเจนเห็นหรือยังน้าเจน น้าตฤณเป็นคนใหม่แล้ว น้าตฤณเป็นฮีโร่เหมือนกับสายลับเชนแล้ว”
“น้า น้าเห็นแล้วค่ะ ดีใจกับตังตังที่สุดเลย”

เจนจิราดึงตังตังมากอด รู้สึกตื่นเต้น ดีใจมาก

ตฤณล้มโจรได้ ช็อตด้วยเสาอากาศแล้วก็ระดมเตะ ลินดาต่อสู้กับโจรคนหนึ่ง แล้วเพลี่ยงพล้ำ โจรกระชากแส้ ลินดาล้มลง โจรกำลังจะโดดเข้ามาทับ เชนโผล่ขวาง ชกโจรล้มตึง เชนเข้าไปช่วยดึงมือลินดาลุกขึ้น
 
“ละละละลินดา เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“ไม่เจ็บเลย มีเชนเคียงข้าง ลินดาสบายมาก”
ทั้งสองกอดแนบชิด สนิทสนม ปวันมองแล้วใจแป้ว
“เชนได้กลับไปอยู่เคียงข้างคู่หูลินดา ดูเขามีความสุขมาก ที่ได้ช่วยกันปราบเหล่าร้าย เชนคงไม่กลับมาอีกแล้วล่ะ”
ตังตังหันไปมองปวันอย่างเศร้าๆ
“เชนจะไม่กลับมาจริงๆ เหรอคะ”
ปวันไม่ตอบ ได้แต่ฝืนยิ้ม ลูบหัวตัวตัง ตังตังหันไปมองเจนจิรา
“แล้วน้าตฤณล่ะคะน้าเจน น้าตฤณจะกลับมาไหม”
“กลับมาซีจ๊ะ น้าตฤณไม่มีวันลืมหรอกว่ามีหลานสาวตัวเล็กๆ น่ารักรออยู่”
“แล้วน้าเจนยังรอน้าตฤณอยู่รึเปล่า”
ปวันหันไปมองเจนจิรา เจนจิราเงียบ ไม่ตอบเหมือนกัน ดึงตังตังมากอด ทั้งสามมองไปที่ทีวี เห็นเชน ลินดา ตฤณกระโดดขึ้นนั่งรถเปิดประทุนขับออกไปอย่างมีความสุข หลังช่วยตัวประกัน ปราบเหล่าร้ายได้สำเร็จอีกหน

ที่โต๊ะแถลงข่าว ในตึกสมายล์ทีวี แสงแฟลชจากกล้องนับสิบ กำลังระดมถ่ายภาพไปที่เจนจิรา บารมี ประมุข ปวันจูงมือตังตังวิ่งเข้าประตูมา
“ทันไหมอ่ะหมวด”
“ทันๆ น่าจะกำลังเริ่มพอดีเลย”
ทั้งสองรีบวิ่งไปยืนหาที่เหมาะๆ ฟังการแถลงข่าว ซึ่งประมุขเริ่มพูดก่อน
“สวัสดีครับสื่อมวลชนที่รักทุกท่าน สำหรับผังรายการของสมายล์ทีวีในปลายปีนี้ จะมีการปรับผังหลายรายการ เราจะมีรายการใหม่ๆ ที่น่าสนใจเข้ามา รายการเก่าๆ บางรายการก็จะมีการปรับเปลี่ยนออกไป บางรายการก็จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนรูปแบการนำเสนอใหม่ อย่างเช่นรายการผ่าปัญหากับเจนจิราของคุณเจนจิรา เมื่อไม่มีด็อกเตอร์อาทิตย์เข้ามาร่วมรายการอีกแล้ว เราก็จะปรับใหม่ทั้งรายการ โดยครั้งนี้ ได้คลินิกเสริมความงามของคุณหมอบารมีเป็นสปอนเซ่อร์ทั้งหมดของรายการ”
ประมุขผายมือไปที่บารมี พร้อมกับปรบมือ
“เชิญครับคุณหมอ ก่อนที่จะให้คุณเจนได้พูดถึงรูปแบบใหม่ของรายการ คุณหมอมีอะไรจะฝากกับนักข่าวสื่อมวลชนหน่อยไหมครับ”
“มีครับ”
“งั้นเชิญครับคุณบารมี”
“ที่ผมอยากจะพูดก็คือ คุณเจนจิราเป็นคนตั้งใจทำงาน เขารักรายการที่ทำมาก เขาทุ่มเททุกอย่างทั้งแรงกายแรงใจ อดหลับอดน้อยเพื่อให้รายการออกมามีคุณภาพ จนผมรู้สึกว่าคุณเจนควรจะมีใครสักคนคอยอยู่ใกล้ๆ คอยดูแล”
ประมุขกับเจนจิราฟังแล้วแปลกใจ ตังตังเบ้ปากไม่ชอบบารมี ปวันยิ้มขำๆ กับสีหน้าแววตาที่บารมีมองเจนจิราเยิ้มๆ ต่อหน้านักข่าว
“เอ่อ บารมีคะ คุณพูดนอกเรื่องแล้วนะคะ”
เจนจิราท้วง แต่บารมีกลับจับมือเธอไว้
“คุณเจนครับ”
“อุ้ย คุณจะทำอะไรคะบารมี”
“ผมอยากจะเป็นคนๆ นั้น คนที่อยู่ใกล้ๆ คอยดูแลคุณ”
บารมีหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดยื่นให้
“คุณเจนครับ ผมอยากเป็นผู้ชายผู้โชคดีที่ได้สวมแหวนวงนี้ ไว้ที่นิ้วของคุณ คุณจะรับหมั้นผมไหมครับ”
เจนจิราอึ้งมองบารมี ปวันส่ายหัว
“เล่นขอหมั้นกันออกอากาศแบบนี้เลยเหรอ”
“อย่านะน้าเจน อย่าตกลงนะ รอน้าตฤณกลับมาก่อน” ตังตังพูดเบาๆ กับตัวเอง
บารมีมองเจนจิรา
“คุณเจนครับ ผมยินดีทำเพื่อคุณได้ทุกอย่าง ขอแค่โอกาสให้ผมได้อยู่ใกล้ๆ คุณ รับหมั้นผมนะครับ”
ทุกคนลุ้น เจนจิราลังเล นึกถึงภาพที่ตฤณมีความสุขอยู่ในหนังสายลับเชน กับ
ภาพบารมีช่วยเธอจากนารี ทุกคนนิ่งรอคำตอบของเจนจิรา ตังตังพึมพำ
“ไม่ ไม่นะ น้าเจน ไม่”
ประมุขแอบกระซิบเจนจิราเบาๆ
“ลังเลอะไรอยู่ล่ะคุณเจน ถ้าไม่มีคุณหมอบารมีคนนี้ รายการของคุณ คงจะหลุดผังไปแล้ว จะมีผู้ชายสักกี่คนที่ยอมควักเงินเป็นสิบๆ ล้าน เพื่อซื้อเวลาให้ผู้หญิงคนที่ตัวเองรักทำรายการที่ไม่มีเรตติ้งน่ะ”
คำพูดของประมุขทำให้เจนจิราตัดสินใจ เธอควรตอบแทนความดีของบารมีบ้าง เจนจิรายื่นมือไปรับแหวนจากบารมี
“ขอบคุณมากครับเจน”
บารมีโผกอดเจนจิรา
“ม่าย”
ตังตังโผกอดปวันร้องไห้ทันที ปวันต้องโอบปลอบตังตังไว้ นักข่าวพากันรุมถ่ายรูป ถ่ายคลิปไว้ ประมุขลุกขึ้นปรบมือ
“ขอแสดงความยินดีด้วยครับ”
เจนจิรายิ้ม โอบกอดอยู่กับบารมี แล้วเหลือบมาเห็นตังตังร้องไห้กอดปวันอยู่ที่มุมไกล เจนจิราเสียใจ
“ตังตัง น้าเจนขอโทษนะที่ทำให้ตังตังผิดหวัง แต่น้าคิดว่า ตฤณคงไม่กลับออกมาจากทีวีอีกแล้ว”

เจิดทำงานง่วนกับการเซ็ตโปรแกรมอยู่หน้าโน้ตบุ้คตัวหนึ่ง ซึ่งมีสายเคเบิล สายไฟหลายเส้นต่อยาวระโยงระยางไปยังจอทีวีเก่าๆ เบื้องหน้าที่วิศวะกำลังติดตั้งหนวดกุ้งบนหลังทีวี วิศวะพยายามใช้ช้อน ส้อม ตะหลิวต่างๆ มาผูกติดกับหนวดกุ้ง
“เสร็จหรือยังอาจารย์”
“ใกล้แล้วๆ เอ็งใส่ดีวีดีฉากที่เตรียมไว้ เข้าไปก่อนเลย ให้ไว”
วิศวะผละจากหนวดกุ้งมาใส่แผ่นเข้าเครื่องเล่น ภาพบนทีวีปรากฏฉากในรังลับเชน
“ฉากนี้ ชัวร์เหรอจารย์”
“อ้าว ก็นั่นมันรังลับของสายลับเชนไม่ใช่เหรอวะ สันดอนสายลับนะเว้ย วันๆ มันไม่ออกไปเพ่นพ่านให้ศัตรูเห็นหรอก มันก็มุดหัวอยู่ในรังนั่นแหละ จนกว่าจะถึงเวลาออกปฏิบัติการ อย่าเถียงดิ ฉันดูหนังสายลับมาเยอะ”
“กลัวแต่ว่าไอ้ตฤณมันจะมุดหัวอยู่ในรังเชนรึเปล่าอ่ะดิ”
“ถึงมันไม่อยู่ แต่ถ้าเราติดต่อไป ไอ้สายลับเชนก็ไม่อมพะนำไว้หรอกน่า ไงก็ต้องส่งข่าวบอกมัน”
เจิดกดปุ่ม enter แล้วมีกระแสไฟวิ่งตามสายไปยังทีวี เกิดแสงไฟฟ้าสถิตย์ที่หนวดกุ้ง ช้อนส้อมไหวดังกรุ๊งกริ๊งๆ
“ฮ่ะๆ ฮ่า สำเร็จแล้วเว้ย”
“ทำไมนาซ่าไม่เอาอาจารย์ไปทำงานด้วยนะ”
“เมื่อก่อนเคยไปเที่ยวบ่อย เด็กเสิร์ฟสวยทุกคน”
“เว้ย นั่นมันเธค เจ๋งไปแล้ว”
เสียงมือถือวิศวะดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมา
“ตังตังโทรมา ฮัลโหลว่าไงตังตัง ข่าว ข่าวอะไร ว่าไงนะ ไอ้หมอหน้าเด๊ะขอคุณเจนหมั้นงั้นเหรอ”
“อ้าว” เจิดงง
“แล้วคุณเจนว่าไง ห่ะ ตกลงด้วยเหรอ โธ่เว้ย นี่ถ้าไอ้ตฤณรู้เข้า มันคงเศร้ามาก เอ่อ แค่นี้ก่อนนะตังตัง น้ากำลังพยายามจะติดต่อไอ้ตฤณให้อยู่”
วิศวะวางสาย หันมาบอกเจิด
“จารย์ หาข่าวในอากู๋เลย แล้วลองส่งไปให้ไอ้ตฤณ ดูดิ มันจะส่งถึงไหม”
“ได้เลย”
เจิดเปิดกูเกิล หาข่าว
“เจอแล้วเว้ย ฮ่ะๆ”
เจิดเจอภาพการหมั้นของเจนจิรากับบารมี
“ส่งเลยจารย์ ส่งเลย มันจะได้รีบกลับมา ก่อนที่แฟนคนเดียวในชีวิตของมัน จะถูกไอ้หมอนั่นงาบไปตลอดกาล”
“จัดเลยตามสั่ง”
เจิดเซ็ตโปรแกรม รัว

“5 4 3 2 Send”

เจิดกด กระแสไฟวิ่งจากคอมพิวเตอร์ไปตามสาย พุ่งเข้าไปหาทีวี หนวดกุ้งเกิดกระแสไฟสปาร์ค จนสั่นไปหมดทั้งเสาทั้งทีวี แล้วก็มีเสียงตูม ควันขโมง
 
“แล้วยังงี้ มันจะส่งไปถึงไอ้ตฤณเหรออาจารย์”
เจิดไม่ทันตอบ นะโมโผล่มาใช้ถังน้ำราดไปที่ทั้งคู่
“ไฟไหม้ ไฟไหม้”

ธงทิวพาดร.อาทิตย์ไปสอบปากคำ ดร.อาทิตย์อยู่ในชุดผู้ต้องหาพร้อมกุญแจมือ มีตำรวจอีก 2 นาย คอยเดินคุม
“ผมอุตส่าห์ศรัทธาด็อกเตอร์มาตลอด ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างเป็นการหลอกลวงต้มตุ๋น”
ดร.อาทิตย์เดินไปโดยไม่สนใจที่ธงทิวพูด เพราะตากำลังจ้องดูทีวีที่อยู่ในสำนักงานตำรวจ ซึ่งกำลังเสนอข่าวบารมีขอเจนจิราหมั้นออกอากาศสดจากสมายล์ทีวี ดร.อาทิตย์ยิ้มมุมปาก
“คงจะได้เวลาแล้ว”
“อะไรนะครับ เวลาอะไร”
“เวลาที่ผู้การคงต้องออกจากราชการ”
ธงทิวชะงักหยุดเดิน ตำรวจที่คุมตัวดร.อาทิตย์ก็หยุดตาม
“ด็อกเตอร์พูดอะไร ด็อกเตอร์หมายความว่าอะไร”
“พาผมเข้าห้องสอบสวนซิครับ อยากสอบสวนผมไม่ใช่เหรอ”
ดร.อาทิตย์พูดเสร็จก็เดินเข้าห้องสอบสวนไป ธงทิวยืนงง

พลบค่ำ เชนขับรถคู่กายแล่นเข้ามาในรังลับอย่างรวดเร็ว พร้อมลินดาและตฤณ ทั้งสามลงจากรถ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงฟ้าลั่นครืนอยู่เหนือรังลับ ทำให้ทั้งสามชะงัก แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า
“นั่นเสียงอะไร” ลินดาถาม
“เสียงฟ้าลั่น เหมือนพายุใหญ่จะมา” เชนบอก
อยู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางรังลับ ทั้งสามสะดุ้งตกใจ เห็นลำแสงสีฟ้าเหมือนกระแสไฟทะลุลงมาจากหลังคาพุ่งเข้ามาหาตฤณ
“เฮ้ย”
ตฤณผงะ ยกแขนขึ้นกันหน้าตามสัญชาตญาณ พอเอาแขนลง พบว่ากระแสไฟส่องเชื่อมกับปลายเสาอากาศเจไดที่เขาเหน็บเอวอยู่
“นี่มันอะไรกัน” ลินดาแปลกใจ
“เชนก็มึนตึ้บ”
ลินดาหันมามองเชน พูดภาษาอะไรออกมา ขณะที่ตฤณดึงเสาอากาศออกจากเอวมาถือไว้ กระแสไฟทั้งหมดพุ่งออกจากปลายเสาอากาศไปยังจอทีวีที่อยู่ใกล้ๆ แล้วจอทีวีก็ปรากฏภาพขึ้นเอง เป็นคลิปบารมีขอเจนจิราแต่งงานจากยูทูป
“นั่นคุณเจนจิรา” เชนชี้บอก
“ไอ้หมอหน้าเด้งกำลังจะทำอะไรน่ะ”
ตฤณกำหมัดแน่น ยืดอก สูดลมหายใจลึก ไม่มีอาการท้อถอยอีกต่อไป
“ไม่ ไม่จริง ฉันไม่ยอม”
“ข้อมูลเหล่านี้ต้องเป็นวิศวะและลุงเจิดส่งมาแน่ๆ ผู้ช่วยตฤณ”
“เจนไม่มีวันรักคนอื่น นอกจากฉัน”
“อ้อ ที่แท้ผู้หญิงคนนั้นแฟนนายเองเหรอ แต่เขาหมั้นตาหน้าใสคนนั้นไปแล้วนี่” ลินดาท้วง
“หมั้นได้ ก็ถอนหมั้นได้ ตฤณ แกรีบไปเอาคุณเจนคืนมาจากไอ้หมอนิสัยไม่ดี ที่จะทำให้เจนไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต ถ้าแกรักคุณเจนด้วยความจริงใจ ยังมีเวลา ที่จะไปเอาหัวใจของคุณเจนกลับมาจากหมอบารมีเสมอ”
“ถูกของแก เชน ที่สำคัญ ตังตัง หลานสาวที่น่ารักของกันที่กำลังรอกันอยู่ที่บ้านอีก กันคงต้องกลับไปแล้วล่ะ เชน กลับไปทำให้ตังตังภูมิใจ”
เชนมองหน้าตฤณ พยักหน้า จับมือกันกระชับ

ตฤณถอดหน้ากากเก็บใส่กระเป๋าในเสื้อสูท แล้วคว้าแว่น3DDDบนเตียงหันมา เชนกับลินดายืนอยู่ มีทีวีเปิดอยู่ข้างๆ ทั้งคู่
“สายลับเชน ลินดา ขอบใจมาก ที่ช่วยให้กันได้ค้นพบศักยภาพที่มีอยู่ของตัวเอง ขอบคุณที่สอนให้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ กันจะกลับไปเป็นคนใหม่ หวังว่าเราจะได้พบกันอีก”
“ถ้าอยากพบกันอีก ก็มาหาเราได้ทีนี่ เชนคงไม่ไปหานายที่โลกอนาคตอีกแล้ว”
ลินดาบอก เชนอึ้งไป
“เอ่อ โชคดีตฤณ แล้วพบกัน ฝากความคิดถึงถึงตังตังด้วย”
“แค่ตังตังเหรอ เชน” ลินดาถาม
เชนหันมามองลินดาอย่างแปลกใจ ลินดามองตาหาคำตอบจากเชนเรื่องปวัน เชนตัดสินใจตอบ
“แค่ตังตัง”
ตฤณพูดขึ้นมาขัดจังหวะ
“กันไปแล้ว บ๊ายบาย”

ตฤณสวมแว่น3DDD เกิดแสงสว่างวาบขึ้นฟุ้งห้อง แล้วร่างของตฤณก็ถูกดูดหายเข้าทีวีไป

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ทีวีในบ้านเช่าตฤณเปิดทิ้งไว้ เป็นภาพซ่าเหมือนไม่มีสัญญาณ ทันใดนั้นมวลอากาศกลางห้องรับแขกบ้านเช่าก็เกิดแปรปวนเหมือนคลื่น แล้วก็เกิดแสงสว่างวาบที่มวลอากาศนั้น จนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง
 
ตฤณล้มกลิ้งกับพื้นมึนๆ งงๆ แว่น 3DDD หล่นลงมาข้างๆ ตัว เขาพยายามยันตัวขึ้น มองหาคนอื่นๆ
“ตังตัง”
ทุกอย่างยังคงเงียบ
“น้าทิวา น้าราตรี”
ทุกอย่างเงียบ
“ตังตัง ตังตัง น้ากลับมาแล้ว”
ตฤณไม่เห็นใคร เลยตัดสินใจจะเข้าไปเก็บแว่น 3DDD ที่หล่นอยู่ที่พื้น แต่ดร.อาทิตย์เข้ามาคว้าแว่นไปอย่างรวดเร็ว
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
“ห่ะ ด็อกเตอร์อาทิตย์ แก”
ตฤณจะก้าวเข้าหาดร.อาทิตย์ แต่ถูกนารีปักด้วยเข็มยาสลบอย่างแรง เขาล้มฟุบหมดสติไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเจิด วิศวะ และตังตัง โดนจับมัดอยู่มุมหนึ่งของห้องมองดูอยู่
“น้าตฤณ”
“ไอ้ตฤณ”
เจิดมองดร.อาทิตย์
“แว่น 3DDD ในที่สุดมันก็ออกมาหาฉันจนได้”
“จบกันงานนี้” เจิดเซ็ง

เสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่น หน้าพิพิธภัณฑ์โบราณสถาน เชนขี่มอเตอร์ไซค์มีลินดาซ้อนท้ายมาจอดด้านหน้า โดดลงมามองซ้าย ขวา แล้ววิ่งขึ้นบันไดอย่างว่องไว เสียงไซเรนยังดังต่อเนื่อง
เชนวิ่งนำลินดาเข้ามาด้านใน ทั้งสองตะลึง กระจกตู้โชว์ถูกทุบแตก แจกันลายครามสมัยอยุธยาซึ่งโชว์ในตู้หายไปเหลือแต่ป้ายแปะไว้
“ไอ้มิสเตอร์โอเค ถึงกับปล้นแจกันลายครามสมัยอยุธยาซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ เลวจริงๆ”
ลินดาเห็นมิสเตอร์โอเคกำลังคุมลูกน้องประคองแจกันใบใหญ่ ไปที่ทางออกด้านหลัง
“เอ้าเร็วเข้าเร็วให้ไวให้ไว ประคองให้ดีนะเว้ยใครทำแตกโดนหักเบี้ยเลี้ยงจริงๆ ด้วย”
“มันอยู่นั่น”
เชน ลินดาออกมาจากประตูหลัง เห็นกลุ่มของมิสเตอร์โอเควิ่งนำอยู่ไม่ไกล แต่พอมาถึงทางแยก กลุ่มของมิสเตอร์โอเคแบ่งเป็นสองกลุ่มแยกไปทั้งสองข้าง ซึ่งไม่รู้ว่ามิสเตอร์โอเคอยู่กลุ่มไหน เชนชี้นิ้ว ส่งสัญญาณให้ลินดาไปทางซ้าย ส่วนเขาวิ่งไปทางขวา ลินดาพยักหน้า พอวิ่งไปก็ถูกบ่วงบาศลอยมาคล้องเอว
“อ๊าย”
มิสเตอร์โอเคเดินแสยะยิ้มออกมาจากซอกหลืบ สาวเชือกเข้ามา เป็นบ่วงที่รัดเอวลินดาอยู่
“ประมือกันมากี่ครั้ง ยังไม่รู้อีกเหรอจ๊ะ ว่านี่มันเป็นกับดัก”
มิสเตอร์โอเคหัวเราะสะใจ เข้าไปจับตัวลินดาพาดบ่า ลินดาดิ้น
“ปล่อยนะ ไอ้บ้าโอเค เจอกันมากี่ครั้ง ทำไมต้องจับฉันทุกครั้งยะ”
“เพราะเธอมันน่าจับไงล่ะ ฮ่าๆๆ”
ทันใดนั้นเชนก็ตีลังกาลงมาจากหลังคาบ้านตรงนั้นพอดี
“แล้วแกล่ะ เจอกันมากี่ครั้ง ไม่รู้หรือไง ว่าน้ำหน้าอย่างแกไม่เคยจับลินดาได้”
ลินดาทำหน้ากวนๆ “ถ้าฉันไม่จงใจแกล้งอ่อย”
มิสเตอร์โอเคตกใจ ผงะ พวกสมุนมิสเตอร์โอเคติดอยู่ในแหเดียวกัน
“แบบนี้มันไม่โอเคแล้ว”
มิสเตอร์โอเคแค้น แบกลินดา แล้วก็ถือปืนวิ่งหนีไป เชนไล่ มิสเตอร์โอเควิ่งไปที่ตรอกเล็กๆ เชนยิ้มกริ่ม
“แต่ฉันโอเค เพราะตรอกนั่นมันตัน”
เชนวิ่งเข้ามาในตรอกนั้น มั่นใจว่ามิสเตอร์โอเคและลินดาจนมุมแน่ๆ
“ฮะๆ ฮ้า ลินดา อย่าเพิ่งตบมันนะ ให้เชนเป็นคนปล่อยหมัดแรก นะลินดา”
เชนผงะ ชะงัก ไม่มีใครอยู่ ซอยนั้นมีแต่กำแพงอิฐทั้ง 3 ด้าน ไม่มีทางหนีทางอื่น เชนอึ้ง แปลกใจ
“ลินดา ลินดา”
เชนตะโกนสุดเสียง มองไปรอบๆ
“ไอ้มิสเตอร์โอเค แกอยู่ไหน ลินดา”
เชนยืนตะโกนอยู่คนเดียว ไม่มีใคร มีเพียงลมที่พัดเศษกระดาษและใบไม้ปลิวหมุนวนเป็นวงๆเหมือนพายุหมุนเล็กๆ อยู่ตรงซอกตึก

ห้องทำงาน ดร.อาทิตย์ ทุกอย่างดูสงบนิ่ง เงียบ แต่อยู่ๆ มวลอากาศกลางห้องทำงานก็ปรวนแปรเหมือนคลื่น มวลอากาศเหล่านั้นแปรปรวนจนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง นารีและอินทุ ยืนตะลึงมองสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเห็นได้ในชาตินี้ ทั้งคู่แสบตากับแสงที่เกิดขึ้น จนต้องปิดตา
เมื่อแสงสว่างนั้นหายไป นารีและอินทุก็ค่อยๆ หันมามอง เท้าของคน 3 คนยืนอยู่กลางห้อง คือ ดร.อาทิตย์ ที่สวมแว่น 3DDD ทางซ้ายคือ มิสเตอร์โอเคพร้อมปืน และอุ้มลินดาที่ยังมีบ่วงพันเอว พกแส้ส่วนตัวติดมาด้วย ดร.อาทิตย์เดินเข้ามาหานารีและอินทุ แล้วหันกลับมามองมิสเตอร์โอเคและลินดา
“มิสเตอร์โอเค ลินดา ผม ดร.อาทิตย์ ขอต้อนรับพวกคุณสู่โลกแห่งความเป็นจริง คุณจะได้ทำความชั่วให้เต็มคราบ อย่างไร้ผู้ต้านทาน และได้พบกับความมันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่นี่แน่นอน”
“โอวๆๆ ว้อทอะฟะ ฟะ แฟนทาสติกเบเบ่ อะเมซซิ่ง ที่นี่ทำไม ทุกอย่างมันเป็นสีสันคัลเลอร์ฟูแบบเน้”
ลินดาดิ้นลงมาจากอ้อมแขนมิสเตอร์โอเค
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า ดร.อาทิตย์ คุณเป็นใคร แล้วเชนล่ะ เชนอยู่ไหน เชนช่วยด้วย”
“นี่เจ้านายเอาชะนีผู้ช่วยไอ้สายลับเชนมาทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก” นารีถาม
“ไม่ต้องห่วง ลินดาจะฟังคำสั่งฉันคนเดียว”
“บ้าเหรอ ใครจะฟังแก แกต้องการอะไร”
ดร.อาทิตย์ปราดเข้าไปทำมือวนๆ หน้าลินดา แล้วดีดนิ้ว 1 ที ลินดาเปลี่ยนแววตาทันที
“ดร.อาทิตย์ ฉันมีศรัทธาต่อคุณที่สุดค่ะ คุณคือดวงอาทิตย์นำทางของลินดาจริงๆ”
“โอว ว้าว คูลมากๆ เจ๋งสุดๆ ฮ่าๆๆ วันหลังสอนวิธีการสะกดจิตผมมั่งก็ได้นะดร.อาทิตย์ ต้องแบบนี้สิเราถึงสมควรจะเป็นพาร์ทเนอร์กัน ฮ่ะๆๆ”
ดร.อาทิตย์ยิ้มภูมิใจ แล้วหันไปมองเชนในโทรทัศน์ เชนยังคงวิ่งวน
“ลินดา ลินดา ไอ้โอเค แกเอาลินดาไปไหน แกหายตัวได้ไง”
เชนกระโดดขึ้นไปดูบนกำแพง หลังคาบ้านคนตรงนั้น เขายืนลำพังบนหลังคา ดร.อาทิตย์ยิ้มสะใจ
“หมายความว่า ไอ้กระพ้ม ออกมาจากในนั้น ได้ไงอ่ะ” มิสเตอร์โอเคตกใจ
“ก็ด้วยแว่นอันนี้ ที่ฉันได้มาเพราะความฉลาดไงล่ะ”
“แว่นอันนี้เนี่ยนะ”

ดร.อาทิตย์พยักหน้า

ตฤณยืนขรึม จริงจัง
 
“เราต้องออกไปให้ได้”
ตฤณยืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ผนังทึบสี่ด้าน เพดานและพื้นทาสีขาว เหมือนห้องคุมขังนักโทษโรคจิต ไม่มีทางหนี ตังตัง เจิด วิศวะ ถูกจับขังไว้ด้วยกัน ไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าหรือปิดปาก
ตฤณมองรอบๆ หันไปที่ประตู แล้วก็ถอยออกมา แล้ววิ่งเข้าไปกระโดดถีบประตู โดยมีตังตัง เจิด วิศวะนั่งมองอยู่ หน้าเครียด ตฤณโดดถีบอีก 2 ทีและเอาไหล่กระแทกอีกที แต่ดูเหมือนจะเสียแรงเปล่า
“น้าตฤณ น้าตฤณพอเถอะ ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ป่านนี้เจนคงเสร็จมันไปแล้ว”
ตฤณงุ่นง่าน เดินรอบ แล้วคลุ้มคลั่ง ตะโกน
“ไอ้พวกขี้ขลาดเอ๊ย แน่จริงมาชกกันตัว ตัว มือเปล่าสิวะ”
วิศวะตะโกนบ้าง
“โอ๊ย ตะโกนไปพวกมันก็ไม่ได้ยินหรอก มีแต่พวกเรานี่แหละ หนวกหูเว้ย”
เจิดลุกมาประคองตฤณ
“มาๆๆ มานั่งเฉยๆ ดีกว่ามา ฉันกำลังใช้ความคิดว่าจะออกไปยังไง เสียงดัง ฉันคิดไม่ออก”
ตฤณฮึดฮัด ยอมเงียบแต่ไม่ยอมนั่ง ตังตังถอนหายใจ
“ถ้าเชนอยู่”
ตฤณบอกตัวเอง
“ใช้สมองๆ อย่าใช้กำลัง ใช้สมอง”
“กำลังใช้อยู่” เจิดบอก
“เอางี้ พวกเรา มีอะไรอยู่ในตัวมั่ง ลองเอาออกมาดูกันซิ”
ตฤณบอกทุกคน ทุกคนล้วงของในตัว ตฤณหยิบดาบยืดหดได้ กับหน้ากากออกมา
“ของฉันมีเนี่ย”
“ฉันมีเนี่ย”
เจิดวางไฟแช็กลงมา
“ส่วนฉัน สเปรย์กันยุง ที่ห้องทดลองยุงชุมอ่า พอดีกลัวเป็นโรคไข้เลือดออก”
วิศวะวางลงมา เป็นกระป๋องขนาดเล็ก ตังตังหยิบออกมา เป็นกระดาษทิชชู่ยับๆ ในกระเป๋า
“หนูมีกระดาษเช็ดปาก”
ตฤณคิดๆ มองของพวกนี้ หยิบหน้ากากมาใส่ แล้วกดดาบมาดูตามความยาว แล้วมาดเปลี่ยนไป หันมาหาเจิดและวิศวะ
“ลุงเจิด วิศวะ คิดซิ เราจะทำระเบิดจากของพวกนี้ได้ไหมครับ”
เจิดกับวิศวะอึ้ง

ปวันมาซื้อดีวีดีที่แผงตลาดนัด เรื่องสายลับเจ้าเสน่ห์ คนขายถามขึ้น
“เอ่อ แผ่นนี้เป็นรอยเยอะเลยอ่ะ พี่จะเอาป่ะ”
“เอามา”
“แต่หนังกระตุก มันไม่หนุกนะ”
“เอามา มีกี่แผ่นเอามาให้หมด”
“เอ๊ย แฟนคลับสายลับเจ้าเสน่ห์เหรอเนี่ย”
ปวันไม่ตอบ หงุดหงิด ขณะที่คนขายเอาดีวีดีใส่ซองให้
“เรื่องนี้ไม่มีใครถามหานานแล้วอ่ะพี่ ผมเหลืออยู่แผ่นเดียวเนี่ย เอาป่ะ”
ปวันยื่นแบงค์ร้อยไป แล้วรีบคว้าซองดีวีดีมา หน้าซองแปะชื่อตอนว่า ปล้นแจกันศักดิ์สิทธิ์ ปวันไม่รอเงินทอน เดินลิ่วๆ ไปจากหน้าแผง คนขายพยายามเรียกแต่เธอก็ไม่หัน คนขายดูเงิน
“สายลับเชนให้ลาภซะแล้ววันนี้”
ปวันเดินออกมาหน่อย มองดีวีดี ที่หน้าซองมีรูปเชนยืนเก๊กหล่อ เธอคิดถึงเชนมาก แต่ดูเชนไม่ทุกข์ร้อนเหมือนเธอ ปวันเลยหมั่นไส้ ประชดกับรูปเชน
“ได้กลับเข้าไปในหนัง ยิ้มร่าเชียวนะ”
ปวันเบ้หน้าใส่ ทันใดนั้นจ่าเจี๊ยบก็ร้องทักเสียงดัง
“หมวด รอนานป่ะ”
ปวันรีบซ่อนดีวีดี ไม่ให้จ่าเจี๊ยบเห็น แล้วหันไปตอบจ่าเจี๊ยบเสียงนิ่งๆ
“ฉันไม่ใช่หมวดแล้ว จ่าอย่าลืม”
จ่าเจี๊ยบชะงัก เพิ่งนึกได้ว่าปวันลาออกจากตำรวจแล้ว จ่าเจี๊ยบหน้าจ๋อย ทั้งสองเดินคุยกันมาในตลาด
“ช่วงนี้เป็นไง มีอะไรอัพเดทไหม”
“ก็เรื่อยๆ นะ แต่หมาข้างบ้านเพิ่งคลอดลูก ร้องทั้งคืน นอนไม่หลับเลย”
“ฉันหมายถึงงาน”
“ไม่ได้เป็นตำรวจแล้วนี่ ถามทำไมอะ”
ปวันไม่ตอบ แกล้งมองไปทางอื่น จ่าเจี๊ยบยื่นหน้ามาใกล้ๆ เหมือนพยายามจะอ่านใจปวัน แต่เธอก็ทำหน้านิ่งๆ สุดท้ายจ่าเจี๊ยบก็ถอนหายใจ
“เอาจริงๆ นะ เจ๊ไม่น่าโดนพักงานเพราะคดีของดร.อาทิตย์โดนยกฟ้องเลย ตำรวจดีๆ อย่างเจ๊หายาก แล้วเจ๊ก็รักงานนี้จะตาย”
“ฉันไม่ได้รักงานหรอกจ่า ฉันรักความยุติธรรมต่างหาก ถึงจะไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ฉันก็ยังช่วยดูแลบ้านเมืองได้นี่ในฐานะประชาชนที่ดี”
“พูดได้เท่มากเจ๊ แต่เจ๊จะเอาไรกินอ่ะ ไม่มีงานก็ไม่มีเงินนะคร้าบ”
ปวันยักไหล่ ทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
“ฉันก็ว่าจะหางานใหม่อยู่”
ทั้งสองเดินมาถึงร้านอาหารตามสั่ง ปวันเห็นป้าคนขายหน้ามันอยู่หน้าเตา
“ฉันอาจจะเปิดร้านอาหาร”
“ทำอาหารเป็นเหรอ”
“หรือไม่ก็เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า”
“ได้ด่าลูกค้าเปิดเปิง”
“หรือจะขายของออนไลน์ดี”
“นั่นยิ่งแล้วใหญ่”

“หรือว่า ฉันจะเปิดร้านเสริมสวย”

จ่าเจี๊ยบถึงกับถอนหายใจ กรอกตาไปทางอื่นเหมือนกับได้ฟังเรื่องที่ไร้สาระที่สุด
 
โดยไม่เห็นว่า ปวันเห็นบางอย่างที่น่าสนใจ เธอเดินเข้าไปในร้านอาหาร จ่าเจี๊ยบหันกลับมาไม่เจอปวันก็ตกใจ มองเข้าไปเห็นปวันอยู่ในร้านแล้วก็ยิ่งตกใจกว่า
“เอ๊ย เอาจริงเหรอวะ”
จ่าเจี๊ยบเดินตามเข้ามา ปวันมองจ้องแต่ทีวีที่เปิดอยู่ในร้าน บอกเจ้าของร้าน แต่ตายังมองทีวี
“ช่วยเร่งเสียงหน่อยค่ะ”
เจ้าของร้านทำหน้างงๆ แต่ก็เร่งเสียงให้ ภาพจากทีวี เป็นการรายงานข่าว โดยผู้สื่อข่าวอยู่สถานที่เกิดเหตุ
“ตอนนี้เกิดเหตุปล้นรถขนทอง ที่จะนำทองคำแท่งจำนวน 100 ล้านบาท มุ่งหน้าสู่ธนาคารแห่งชาติบนถนน เราอยู่ในเหตุการณ์สดๆ ค่ะท่านผู้ชม”
ปวันกับจ่าเจี๊ยบยืนดูข่าวอย่างตั้งใจ ทุกคนตื่นเต้นตามไปด้วย เสียงวอที่เหน็บเอวจ่าเจี๊ยบดังขึ้น
“เกิดเหตุปล้นรถขนทอง ตำรวจทุกนายที่อยู่ใกล้ให้รีบไปที่จุดเกิดเหตุเดี๋ยวนี้”
จ่าเจี๊ยบจะหันไปบอกปวัน แต่ปวันวิ่งออกจากร้านไปแล้ว
“เอ๊ย ไปแล้วเหรอ ไม่เคยรอกันเล้ย”
จ่าเจี๊ยบรีบวิ่งตามปวันออกไป

ขบวนรถขนทองซึ่งมีการคุ้มกันแน่นหนาจอดอยู่กลางถนน โดยมีรถตู้สีดำสองคันจอดปิดหัวปิดท้าย เสียงประกาศดังขึ้น
“รถที่จอดขวาง กรุณาหลบออกไป ไม่อย่างนั้นเราจะจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด”
ไม่มีเสียงตอบรับจากรถสีดำ ทุกอย่างยังคงเงียบ กลุ่มไทยมุงอยู่ห่างออกไป เริ่มซุบซิบกันว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร มีตำรวจหลายนายคอยกันพื้นที่ ปวันนั่งรถมากับจ่าเจี๊ยบ รีบร้อนลงจากรถ จะเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจกั้นไว้
“คนนอกห้ามเข้า”
“ฉันเป็นตำรวจ”
ปวันตบหาตราจากกางเกงแต่ไม่เจอ นึกได้ว่าไม่มีแล้ว
“เอ่อ พอดีลืมเอามาน่ะ”
ตำรวจไล่ “กลับไปเล่นที่บ้านไป”
จ่าเจี๊ยบวิ่งลงจากรถตามมา ชูตรา
“พวกเราเป็นตำรวจจริงๆ ครับ ไม่รอกันเลยนะหมวด”
ตำรวจเห็น ก็เหล่ไปที่ปวันอีกครั้งไม่ค่อยเชื่อ
“กฎต้องเป็นกฎ มีตราเข้าไปได้ แต่คุณห้ามเข้า”
ปวันถอนหายใจฮึดฮัด จ่าเจี๊ยบมองปวันว่าจะเอาอย่างไรดี
“จ่ารีบเข้าไปดูข้างในเถอะ มีอะไรรีบมารายงาน”
จ่าเจี๊ยบตะเบ๊ะให้ ตำรวจนายนั้นยังทำหน้าที่ขึงขัง ไม่ยอมให้ปวันเข้าไปอยู่ดี ปวันยังชะเง้อคอมองอยู่ด้านนอก แต่ก็มองหาทางเข้าไปใกล้ๆ ด้วย

หน่วยคุ้มกันลงมาจากรถตู้ ตั้งแถวหน้ากระดาน ยกปืนพร้อมรอสัญญาณ โดยมี 2 นายที่ใส่เสื้อเกราะทั้งตัวเดินไปที่รถตู้อย่างระมัดระวัง ถือปืนเตรียมพร้อม แล้วเคาะกระจกด้านคนขับ ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ทันใดนั้น รถก็เร่งเครื่องแล้วพุ่งตรงมาทางรถของหน่วยคุ้มกัน หน่วยคุ้มกัน 2 นายนั้นจึงกระเด็นไปคนละทาง
หน่วยคุ้มกันตั้งแถวยิงปืนออกไป รถตู้ไม่เป็นอะไรเพราะกันกระสุน รถตู้แล่นมาเกือบถึงแถวของหน่วยคุ้มกัน หน่วยคุ้มกันระดมยิงกระสุนใส่รถตู้ไม่ยั้ง แต่แล้วรถตู้ก็เบรกกระทันหัน หน่วยคุ้มกันหยุดยิง งุนงงว่าจะเอาอย่างไรแน่
แล้วร่างของชายคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากรถตู้ ทุกคนเพ่งมองด้วยความแปลกใจ ขณะที่หัวหน้าเห็นแล้วว่าชายคนนั้นมีปืนกระบอกใหญ่ กำลังตั้งท่าเล็งมาทางนี้ หัวหน้าหน่วยคุ้มกันซึ่งอยู่ใกล้รถขนทอง อ้าปากจะสั่งให้ลูกน้องยิงอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น ก็มีแส้ฟาดลงมาตวัดรัดคอหัวหน้า แล้วดึงร่างหัวหน้าขึ้น อัดลงกับพื้น ลินดายืนอยู่ข้างรถตู้

ปวันแอบดูอยู่ เห็นหน้าลินดาชัดๆ นึกได้ว่าเป็นลินดา
“ลินดา”
ที่รถขนทอง ลินดาจะฟาดแส้ใส่หน่วยคุ้มกันอีก หน่วยคุ้มกันเล็งปืนมาที่ลินดา จังหวะนั้น มิสเตอร์โอเคก็ผิวปาก เรียกความสนใจของทุกคนให้กลับมา
“เมื่อใด ที่ไอ้กระพ้มถามคุณว่า แบบนี้มันโอเค้ ทุกคนต้องตอบว่า”
“โอเค” ลินดาขานรับ
ทันใดนั้นมิสเตอร์โอเคก็เหนี่ยวไก ซึ่งเป็นลำแสงเหมือนประกายเพชร ลำแสงพลังไฟฟ้าพุ่งไปยังรถคุ้มกันที่จอดใกล้ๆ รถขนทอง เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น หน่วยคุ้มกัน ไทยมุง ต่างหลบกันจ้าละหวั่น
“ฮ่าๆๆ มันสุดๆ ไปเลย”
ปวันเงยหน้ามาก็ตกใจ
“มิสเตอร์โอเค”
หน่วยคุ้มกัน พยายามรวบรวมกำลังค่อยๆ ลุกขึ้น เพื่อตอบโต้พวกมิสเตอร์โอเค ทั้งหมดเล็งปืนไปที่มิสเตอร์โอเคและลินดาแต่ไม่ทัน มิสเตอร์โอเคยิงปืนมาอีกชุด หน่วยคุ้มกันกระเด็นกระดอนกันคนละทิศละทาง
“ฮ่าๆๆ อย่างนี้ล่ะโอเคไหมลินดา”
“โอเค”
ลินดาพยักหน้า แล้วรีบเดินไปลากคนขับรถขนทองออกมา แล้วเธอก็ขึ้นไปขับเอง
“ทองต้องเป็นของโอเค ฮ่าๆๆๆ”
รถตู้สีดำตีวงแล้วขับนำรถขนทองไป มีรถตู้อีกคันปิดท้าย ปวันไม่โดนสะกดรีบวิ่งแหวกไทยมุงตามไป คว้าปืนของหน่วยคุ้มกันติดมือไปด้วย
“ผู้หมวด อย่าไป”
จ่าเจี๊ยบร้องห้าม ปวันไม่ฟัง วิ่งไป รถตู้ผ่านหน้าไปพอดี ปวันรีบวิ่งไล่พลางยิงใส่ แต่รถกันกระสุนจึงไม่เป็นอะไร ขณะนั้นเอง ก็มีใครอีกคนมาช่วยปวันยิง ปวันเหลือบไปมองเห็นเป็นธงทิวก็แปลกใจ แต่ยังไม่ถาม ทั้งคู่พยายามยิงล้อ แต่ก็ไม่โดน สุดท้ายรถก็ทิ้งห่างออกไป ปวันกับธงทิวตามไม่ทัน
ปวันถอนหายใจอย่างหงุดหงิดและเคร่งเครียด พร้อมๆ กับที่ธงทิวก็กระแทกลมหายใจพอดี ปวันหันมองธงทิว ระแวง
“ผู้การมาได้ไง”
“นั่นใช่พวกของดร.อาทิตย์หรือเปล่า”
ปวันมองธงทิวด้วยความแปลกใจ อยู่ๆ ธงทิวก็มา แถมยังถามถึงดร.อาทิตย์แบบนี้อีก
“ผู้การหมายความว่าไง”
“ผมรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ผมเสียใจที่ผมเข้าใจหมวดปวันผิดมาตั้งแต่ต้น”
ปวันสงสัย ธงทิวอธิบาย
“หลังจากที่ดร.อาทิตย์โดนจับ มันก็สะกดจิตตำรวจให้ปล่อยตัวมัน แล้วมันก็ทำให้ตำรวจทำลายหลักฐานทั้งหมด ไม่มีฟ้องร้อง ไม่มีดำเนินคดี มันกลายเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างง่ายดาย แล้วที่เลวที่สุด คือไอ้อาทิตย์ มันทำให้ผมโดนไล่ออก”
ธงทิวบอกปวันด้วยความแค้นใจ ทั้งสองคุยกันขณะเดินเร็วๆ กลับมายังจุดที่เกิดเหตุ
“ทั้งๆ ที่ผมทำงานมาด้วยความซื่อสัตย์จริงจัง แต่ถูกไอ้อาทิตย์มันกลั่นแกล้ง ไม่ใช่เพราะพลังแห่งศรัทธา แต่เพราะไอ้ด็อกเตอร์ชั่วมันใช้การสะกดจิต คนฉลาดแกมโกงแบบมัน ปล่อยไว้ก็เป็นอันตรายต่อแผ่นดิน ต้องกำจัดให้สิ้นซาก”
ปวันมองธงทิวเอือมๆ พูดประชด
“ที่แค้นขนาดนี้ เพราะอาทิตย์มันเลว หรือเพราะตัวเองโดนไล่ออกกันแน่คะ”
ธงทิวชะงักนิดหนึ่ง แล้วตอบเสียงดัง
“ถ้ามันไม่เลว ผมจะโดนไล่ออกเหรอ”
“งั้นน่าแปลว่ามันวางแผนไว้ทุกอย่าง มันยอมให้เราจับมันง่ายๆ เพื่อที่จะตลบหลังตำรวจ แต่เพื่ออะไร”

“นี่แหละ ที่ผมยังนึกไม่ออก หมวดปวัน”

เชนมาพร้อมป้ายประกาศ
 
“ลินดาและมิสเตอร์โอเคอยู่ที่ไหน ใครเจอตัวให้รีบติดต่อสายลับเชน มีรางวัลงาม”
เชนแปะป้ายประกาศตามตึกต่างๆ เจ้าของร้านร้านหนึ่งเดินออกมาอ่านป้าย เชนรีบวิ่งมาหาด้วยความดีใจ
“คุณเห็นละละละลินดากับมิสเตอร์โอเคใช่ไหม พวกเขาอยู่ที่ไหน”
“ไม่เห็น ป้ายบังหน้าร้านอย่างนี้จะไปเห็นอะไร”
เชนอึ้ง เจ้าของร้านเท้าเอว มองหน้าเชนด้วยความไม่พอใจ
“ไปติดที่อื่นไป”
“ไล่เชนเหรอ”
เจ้าของร้านพยักหน้าอย่างรำคาญ เคาะนิ้วไปที่กระดาษ เป็นสัญญาณให้รีบเอาออก เชนอึ้งมาก เดินไปแกะกระดาษออก แล้วตัดพ้อ
“ไม่เคยมีใครไล่เชนแบบนี้ ทำไม”
“ก็ไม่มีผู้ร้ายแล้ว ไม่มีฝ่ายอธรรม แล้วจะสนใจฝ่ายธรรมะไปทำไม”
เชนมองเจ้าของร้าน อย่างตัดพ้อ
“ทำไมถึงทำกับเชนได้”
เจ้าของร้านปิดประตูใส่ เชนอึ้งมากกว่าเดิม ถูกทิ้งให้ยืนอยู่คนเดียว

หน่วยคุ้มกันเก็บซากรถที่ระเบิด มีนักข่าวทำข่าวอยู่ ธงทิวกำลังครุ่นคิด หน้าตึงเครียด
“ผู้หญิงถือแส้กับผู้ชายปืนโตนั่นเป็นใคร ใช่ฝีมือของอาทิตย์หรือเปล่า”
ปวันเองก็กำลังคิดเหมือนกัน พยายามปะติดปะต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ภาพของลินดา มิสเตอร์โอเค ปืนของมิสเตอร์โอเค และพิมพ์เขียวปืนในห้องลับของดร.อาทิตย์ ซึ่งเหมือนกันทุกอย่าง แล้วก็มีภาพแสงไฟฟ้าจากปืนมิสเตอร์โอเค ปวันนึกถึงประกายเพชรสีชมพูบนคอของน้ำเพชรที่เคยวูบวาบเข้าตา ภาพดร.อาทิตย์พยายามขโมยเพชรของน้ำเพชร เธออุทานออกมาเสียงดัง
“เพชรสีชมพูของคุณน้ำเพชร ปืนของมิสเตอร์โอเค รวมกันเป็นอาวุธแบบนี้นี่เอง”
ปวันพยักหน้า เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แต่ก็ยังสงสัย
“แล้วลินดากับโอเคออกมาได้ยังไง แล้ว เชนล่ะ”
ธงทิวไม่ได้ฟังปวัน เพราะมัวแต่คิดเรื่องรถขนทอง
“รถขนทองทุกคันมีจีพีเอสแทรกกิ้ง ถ้าเราตามสัญญาณไป เราก็จะรู้ว่าใครบงการ ฉลาดมากธงทิว ต้องตามรถขนทองให้เจอ”
ธงทิวบอกตัวเอง แล้วจะหันมาสั่งปวันกับจ่าเจี๊ยบ แต่ปรากฏว่าปวันหายไปแล้ว เหลือแต่จ่าเจี๊ยบ จ่าเจี๊ยบบุ้ยใบ้ไปทางปวัน
“นี่แหละครับ ปวันสไตล์ ไปไม่เรียกไม่ลา”
“งั้นฉันลา”
ธงทิวเดินลิ่วออกไปเลย จ่าเจี๊ยบอ้าปากค้างยังพูดไม่จบเลย ลังเลว่าจะตามใครไปดี

รถขนทองแล่นตามรถตู้เข้ามาจอดในโกดังใหญ่ๆ ประตูรถขนทองเปิดออก ถุงใส่ทองคำแท่งมากมาย ดร.อาทิตย์เปิดถุงแล้วหยิบทองคำออกมา หัวเราะสะใจ ตาเป็นประกายกับทองคำล้ำค่าที่ได้
ลินดาเดินลงมาจากรถขนทอง นารีเดินใกล้ๆ คอยควบคุม ขณะที่มิสเตอร์โอเคถือปืน เดินหัวเราะร่าออกมาจากรถตู้ มายืนหน้าดร.อาทิตย์ ใกล้ๆ ลินดา
“เป็นไง อร่ามตาเลยไหม ทองคำร้อยล้านบาท คงไม่เคยเห็นละซี่”
ดร.อาทิตย์แสร้งหัวเราะกลับไป แล้วตบมือให้มิสเตอร์โอเคเหมือนชื่นชม
“เก่งมาก ถ้าไม่ได้สุดยอดวายร้ายอย่างมิสเตอร์โอเคมาช่วยปล้น ผมก็คงต้องเหนื่อยกว่านี้”
ดร.อาทิตย์ยิ้มร้ายๆ

ที่ห้องทำงานของดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์กับมิสเตอร์โอเคยืนประจันหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แต่ตาจ้องกันเขม็ง ดร.อาทิตย์พูดขึ้น
“ส่วนแบ่งของคุณ 20% ตามที่ตกลงกัน”
“20”
มิสเตอร์โอเคหัวเราะ เหมือนเป็นเรื่องขำ ไม่จริงจัง แต่ขยับเข้ามาใกล้ดร.อาทิตย์หนึ่งก้าว แล้วดีดนิ้วใส่หน้าดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ผงะ แปลกใจว่ามาดีดนิ้วใส่ทำไม มิสเตอร์โอเคมองนิ้วตัวเองที่ยังอยู่ใกล้ๆ หน้าดร.อาทิตย์ แล้วแกล้งพูด
“ว้า ไม่ค่อยมีเสียงเลย กระพ้มชอบที่คุณดีดนิ้วมากกว่า ทีเดียว ละละละลินดาคนสวย กลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายเลย โอเคไหมจ๊ะลินดา”
“ดร.อาทิตย์โอเค ลินดาก็โอเค”
มิสเตอร์โอเคยิ้ม แล้วมองหน้าดร.อาทิตย์ สายตาท้าทาย
“ไหนลองดีดให้กระพ้มดูอีกทีสิ ได้ไหม”
ดร.อาทิตย์รู้ว่าถูกล้อเลียน ท้าทาย จ้องตามิสเตอร์โอเค แล้วตั้งสมาธิดีดนิ้วใส่หน้ามิสเตอร์โอเคไปอีกรอบ มิสเตอร์โอเคแกล้งนิ่งไป คล้ายกับว่าคราวนี้ได้ผลสามารถสะกดจิตเขาได้ ดร.อาทิตย์เกือบยิ้ม แต่มิสเตอร์โอเคกลับพูดขึ้นมาก่อน
“เสียงดังดีจริงๆ”
มิสเตอร์โอเคหัวเราะ ให้รู้ว่าการสะกดจิตของดร.อาทิตย์ทำอะไรตัวเองไม่ได้
“กระพ้มชอบที่นี่จริงๆ สนุกกว่าในหนังตั้งเยอะ ที่สำคัญที่นี่กระพ้มไม่ได้เป็นผู้ร้ายคนเดียว ขอบใจนะที่พากระพ้มออกมา”
อินทุ นารีมองมิสเตอร์โอเค ไม่พอใจ ดร.อาทิตย์แสร้งหัวเราะกลับ จ้องตามิสเตอร์โอเคเขม็ง
“ดีใจที่คุณชอบ เหมือนที่คุณพูด ที่นี่คุณมีเลือดเนื้อ มีชีวิต สายลับเชนก็แทบไม่รอดมาแล้ว คุณต้องระวังตัวดีๆ เพราะว่าคุณ ตาย ได้ทุกเมื่อ”
ดร.อาทิตย์ขู่เตือน แต่มิสเตอร์โอเคหัวเราะร่วน แล้วเดินห่างออกมานิดหนึ่ง
“คุณอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้ ไม่มีปัญหา โอเค โอเค้”
ดร.อาทิตย์ฝืนยิ้มกลับไป
“งั้นเชิญคุณไปพักผ่อนดีกว่า อินทุ คอยดูแลด้วย เผื่อมิสเตอร์โอเคต้องการอะไร”
ดร.อาทิตย์มองอินทุ อินทุมองกลับเหมือนมีแผนอะไรซ่อนอยู่ อินทุยื่นมือไปขอปืนจากมิสเตอร์โอเค
“ผมช่วยถือ”
“โอ้ว ดีจริง มีคนรับใช้ส่วนตัวด้วย ไม่มีหนวด ไม่ตะโกนคุยกัน ฮ่าๆๆ”
มิสเตอร์โอเควางปืนแรงๆ อินทุรับสองมือ ข่มความโกรธที่โดนเรียกว่าคนรับใช้เอาไว้
“เชิญ”
มิสเตอร์โอเคเดินผิวปากอย่างสบายใจไป อินทุเดินตาม ดร.อาทิตย์หันมาสั่งนารี
“ส่วนเธอ อย่าให้ลินดาคลาดสายตา”
“แต่ฉันไม่ใช่คนใช้นางนะ” นารีเถียง
“อย่าพูดมาก”
นารีพาลินดาตามไปด้วย ดร.อาทิตย์มองตามอย่างกังวล
“ไอ้ผู้ร้ายหนังไทย ทำไมถึงสะกดจิตมันไม่ได้วะ”
มิสเตอร์โอเคเหล่มองดร.อาทิตย์ที่อยู่ข้างหลัง กระหยิ่มยิ้มอย่างรู้ทัน ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างดร.อาทิตย์ง่ายๆ

“งงล่ะซี้ ไอ้ด็อก ไม่รู้จักโอเคซะแล้ว เพราะไม่ใช่คนปกติ โอเคเป็นโรคจิต เลยไม่มีใครสะกดจิตได้ไงล่ะ หึๆๆ”
 
จบตอนที่ 9
กำลังโหลดความคิดเห็น...