xs
xsm
sm
md
lg

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ฝันเฟื่อง ตอนที่ 11

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แม่ชื่นมาจ่ายตลาดตามเคย ในมือถือถุงของสดพะรุงพะรัง โดยมีแตงอ่อนถือถุงของตามด้วย แม่ชื่นหยุดยืนเช็คของสดที่ตัวเองซื้อ

“นี่แตงอ่อน เย็นนี้ป้าว่าจะทำแกงส้มมะละกอกุ้งขึ้นโต๊ะ แกซื้อมะขามเปียกมาหรือยัง”
“ซื้อมาแล้วค่ะป้าชื่น” ”แล้วอยู่ไหน” แตงอ่อนค้นหาในถุง แต่ไม่เจอ เลยยิ้มแหยๆ “สงสัยหนูลืมหยิบมาจากแม่ค้าค่ะ” แม่ชื่นเม้ง “งั้นเธอรีบไปเอาเลย เดี๋ยวป้าไปรอที่หน้าตลาด ไป”
แตงอ่อนรีบเดินย้อนกลับไปที่ทางเดินมา ส่วนแม่ชื่นเดินมารอด้านหน้าตลาด โดยไม่รู้ว่าเวลานี้อาทิตย์ยืนแอบมองอยู่

ถัดมา ขณะที่แม่ชื่นที่ถือของพะรุงพะรังมา และกำลังเดินไปหน้าตลาด ทันใดนั้นมี หญิง1 เดินมาชนแม่ชื่น “ว้าย” ของในมือแม่ชื่นหล่นกระจัดกระจาย หญิง1ด่า “เดินภาษาอะไรป้า ไม่ดูคนเลย” “ขอโทษค่ะ”
หญิง1 เดินฉุนเฉียวออกไป แม่ชื่นก้มลงเก็บของที่หล่น จู่ๆ มีมือผู้ชายคนหนึ่งมาช่วยเก็บของให้ แม่ชื่นที่ยังก้มหน้าอยู่บอกโดยไม่ทันได้มอง
“ขอบคุณค่ะ”
พอเงยหน้าไปเห็นว่าเป็นอาทิตย์ แม่ชื่นชะงัก “ไอ้ทิตย์”
“แม่”
ความโกรธความโมโหแล่นมาจุกในอกเป็นริ้วๆ แม่ชื่นหน้าตึงทันที
“แกไม่ต้องมาเรียกชั้นว่าแม่..ชั้นไม่มีลูกอย่างแก”
“โธ่ แม่ ฟังหนูก่อน”
แม่ชื่นไม่สนใจเดินหนีไปเลย อาทิตย์รีบเดินตามแม่ไป

อาทิตย์วิ่งไปดักหน้าแม่ชื่นตรงมุมหนึ่งในตลาด พูดเล่นให้แม่อารมณ์ดี
“แม่จะเดินหนีหนูไปไหน เราไม่ได้ถ่ายหนังแขกกันนะ” แม่ชื่นชะงักหันมามองค้อนลูก “แกเนี่ย ชอบทำอะไรเป็นเล่นตลอดเลย”
อาทิตย์เห็นแม่ยอมคุยกับตัวเองก็ใจชื้น เขาจับมือแม่ชื่นมาแนบแก้ม “แม่เป็นยังไงบ้าง”
“หึ” แม่ชื่นเอามือข้างที่ลูกจับตีไหล่อาทิตย์ “จะให้ชั้นเป็นยังไง ในเมื่อลูกชายตัวดีไปพาลูกสาวเค้าหนี”
อาทิตย์ชะงัก
แกรู้ไหมว่าแกทำอะไรลงไป ชั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่คุณท่านทั้งสองคนและคุณ วี เค้าจะทำยังไง ทำไมแกทำอะไรไม่คิดแบบนี้”
อาทิตย์ยกมือไหว้แม่ “หนูขอโทษนะแม่” แม่ชื่นหนักอกเหนื่อยใจ “เรื่องคุณท่านกับคุณวี พอเรื่องคลี่คลายหนูจะไปขอโทษท่านด้วยตัวเองเลย”
“แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน”
“หนูเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กับคุณวิไลลักษณ์จ้ะแม่”
แม่ชื่นมองอาทิตย์แล้วสอน “แกโตแล้วนะ ในเมื่อแกตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้ว แกก็ต้องรับผิดชอบการกระทำแกรู้ไหม”
อาทิตย์พยักหน้ารับคำ แม่ชื่นหยิบเงินตัวเองจากกระเป๋าส่งให้ลูกชาย “แม่ให้”
อาทิตย์ชะงัก อึ้งไปเพราะรู้ว่าแม่ชื่นก็ไม่ค่อยมีเงินยังเจียดเงินมาให้ตัวเอง ชายหนุ่มยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเสียใจ จนน้ำตาคลอ
“แม่ให้หนูทำไม เงินเก็บหนูมีตั้งเยอะแยะ ไม่ทำงานก็อยู่ได้เป็นปีๆ”
“แกเอาไปเถอะ” แม่ชื่นยัดเงินให้อาทิตย์
“แน้ หนูก็บอกแม่แล้วไงว่าไม่เอา”
แม่ชื่นมองไปด้านหลังเห็นว่าแตงอ่อนกำลังเดินมาทางนี้
“แกรีบไปเถอะ เดี๋ยวแตงอ่อนมันเห็นแก มันจะไปฟ้องคุณท่าน” อาทิตย์หันไปเห็นว่าแตงอ่อนกำลังเดินมา “เงินไม่พอใช้ยังไงก็มาหาแม่นะ”
“จ้ะแม่” อาทิตย์ยิ้มหอมแก้มแม่ฟอด “แล้วหนูจะมาหาแม่อีกนะจ๊ะ”

อาทิตย์รีบเดินหนีไป โดยมีสายตาแม่ชื่นมองตามไปด้วยความเป็นห่วงลูกชายจับใจ

ทางด้านอิงอรนัดเจอกับนักสืบ และเอารูปอาทิตย์ให้นักสืบเพศใดไม่แจ้งดูอยู่
 
“ผมรับรองครับว่า ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ คุณต้องได้ข่าวนายคนนี้แน่”
อิงอรยิ้มร้ายหมายมาด ว่าจะจัดการอาทิตย์ให้หายแค้น

รัฐรวีมารับมณฑิราที่หน้าบ้าน มณฑิราแต่งตัวในคราบมณฑาจะออกไปข้างนอก เดินออกมาจากบ้าน
“ตกลงนายจะบอกได้หรือยังว่ามีเรื่องอะไร”
รัฐรวีจับมือมณฑิรายิ้มชื่น “เมื่อคืนผมบอกคุณแม่เรื่องของเราแล้ว”
มณฑิราอึ้งไปชั่วขณะ “ท่านโกรธมากใช่ไหม แล้วนายเป็นยังไงบ้าง”
“ได้เห็นหน้าคุณผมก็โอเคแล้วครับ”
มณฑิรามองหน้ารัฐรวีก็พอรู้ว่าเขาคงหนักใจมากเอาการ
รัฐรวีพยายามยิ้มกลบ “แต่ผมมีเรื่องอยากขอร้องคุณ เราไปทานข้าวแล้วค่อยคุยกันนะครับ”
รัฐรวีพามณฑิราขึ้นรถ
คุณต๋อยยืนแอบมองอยู่จากมุมหนึ่ง กำลังใช้กล้องมือถือถ่ายรูปสองคน หน้าจอมือถือเห็นชัดเจนว่าเป็นรัฐรวีและมณฑา

สองคนอยู่ในร้านอาหารหรู เมนูอาหารฝรั่งเศสหรูวางอยู่ตรงหน้าแล้ว รัฐรวีมองอย่างทึ่งๆ เพราะสาวใช้มณฑาใช้อุปกรณ์ต่างๆในการทานได้อย่างถูกต้อง
“ทำไมคุณถึง เอ่อ ดูคล่องจังเลยครับ”
“คล่อง” มณฑิรามองอาหารบนโต๊ะก็เข้าใจ จึงรีบแก้ตัว “อ๋อ ก็ตอนฉันอยู่บ้าน ฉันต้องต้อนรับแขกของคุณท่านบ่อยๆ เรื่องอุปกรณ์ทานอาหาร หรือมารยาทบนโต๊ะ ฉันเห็นจนชินแล้ว”
รัฐรวีโล่งใจ “ดีจังเลยครับ”
“แล้วนายจะขอร้องฉันเรื่องอะไร”
“ภายในอาทิตย์นี้ผมจะพาคุณไปทำความรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ผม แต่ก่อนที่จะเจอกัน เอ่อ คุณรับปากผมก่อนได้ไหมครับว่าจะไม่โกรธ”
“ไม่รับปากได้ไหม นายพูดแบบนี้ทีไร มีแต่เรื่องน่าโกรธทุกที” รัฐรวีครวญ “โธ่”
“ฉันรับปากก็ได้ นายพูดมาเถอะ” “ผมขอพาคุณไปเลือกซื้อชุดที่จะใส่ไปเจอคุณแม่ผมได้ไหม”
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยคะ ถ้าคุณแม่ของนายจะรู้จักฉันก็ควรจะรู้จักฉันที่เป็นฉันจริงๆ ไม่ใช่เหรอ หรือว่าจริงๆ แล้วนายอายที่จะคบกับคนใช้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ”
“อ๋อ แล้วที่นายพาฉันมาทานอาหารที่นี่ ก็เพราะอยากดูด้วยใช่ไหมว่าฉันจะทำตัวบ้านนอกรึเปล่า” มณฑิราโกรธ เลิกทานอาหาร เช็ดปาก
“คุณรับปากแล้วไงว่าจะไม่โกรธ”
“ฉันก็ไม่ได้โกรธนี่ ฉันนึกได้ว่าต้องกลับไปทำงานบ้านต่อ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอลุกขึ้น รัฐรวีจะลุกตาม “นายไม่ต้องไปส่งหรอก ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองได้”

มณฑิราแกล้งงอนเดินออกจากร้านไป รัฐรวีคอตก คิดหนักว่าจะทำยังไงต่อดี?

ขณะนั้นที่บ้านคุณหญิงหิรัญญิการ์ คุณหญิง นั่งอยู่ในห้องรับแขก พร้อมด้วยคุณต๋อยที่เอารูปแอบถ่ายมาให้ดู

โดยหน้าจอมือถือของคุณต๋อย เป็นรูปรัฐรวีกับมณฑิราในคราบมณฑาที่คุณต๋อยแอบถ่ายไว้ตอนยืนจับมือกันที่หน้าบ้าน คุณหญิงนั่งดูรูปของรัฐรวีและหลานสาว ในมือถือของคุณต๋อย
“ยัยมณปลอมตัวเป็นคนใช้ออกไปกับผู้ชายคนนี้งั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ คุณหญิงจะหาว่าดิฉันมาฟ้องก็ได้นะคะ แต่ดิฉันเลี้ยงคุณมณมาตั้งแต่เล็ก ตอนที่คุณท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ฝากให้ดิฉันดูคุณมณอยู่บ่อยๆ พอคุณท่านสิ้นกันไป ดิฉันก็รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าต้องดูแลคุณมณแทนคุณท่านที่เสียไป จะให้ดิฉันทนอยู่เฉยๆมองดูคุณมณตกลงเหว ดิฉันทำไม่ได้จริงๆค่ะ”
“คุณต๋อยเป็นคนเก่าคนแก่ ดีแล้วที่คอยเป็นหูเป็นตาให้”
“ที่ผ่านมาดิฉันก็พยายามพูดเตือนคุณมณหลายต่อหลายครั้งแล้วนะคะ แต่ดิฉันมันก็แค่คนใช้ คุณมณเธอก็เลยไม่ฟัง แถมยังบอกอีกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”
คุณหญิงฉงน “ยัยมณน่ะเหรอพูดอย่างนั้น”
“ทีแรกดิฉันก็ไม่ยากเชื่อหูตัวเองเหมือนกันค่ะ แต่เล็กแต่น้อยคุณมณเธอเป็นคนว่านอนสอนง่าย ที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ต้องเป็นเพราะสนิทกับวิไล เด็กรับใช้ที่บ้านแน่ๆ เจ้าค่ะ”
“เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะเรียกยัยมณมาถามว่าเรื่องมันเป็นยังไงกัน”
“จริงๆ นะเจ้าคะ” คุณต๋อยยกมือไหว้ “ดิฉันคิดอยู่แล้วว่าคุณหญิงต้องช่วยได้ คุณหญิงต้องจัดการเรื่องนี้ อย่าให้คุณมณถลำลึกไปมากกว่านี้นะเจ้าคะ ถ้าคุณท่านที่เสียไปรู้ว่าลูกเขยท่านเป็นแค่คนขับรถ ดิฉันคงไม่มีหน้าจะไปเจอคุณท่านเจ้าค่ะ”
คุณหญิงใคร่ครวญครุ่นคิดว่ามณฑิรากำลังเล่นอะไรอยู่

อีกฟากรัฐรวีเดินเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิงหรูร้านหนึ่ง พนักงานขายยิ้มแย้มต้อนรับ

“เชิญค่ะ”
“เอ่อ ผมอยากได้ชุดผู้หญิงที่ดูลำลองๆ หน่อยน่ะครับ”
“ทางนี้เลยค่ะ”
พนักงานพารัฐรวีเดินไปเลือกที่มุมหนึ่ง รัฐรวีเลือกกางเกงผ้าตัวหนึ่งออกมาดู
“ขอประทานโทษนะคะ คุณผู้หญิงเอวเท่าไหร่คะ”
รัฐรวีชะงักเพราะไม่รู้เหมือนกัน พยายามคิดถึงรูปร่างมณฑา
“เอ่อ เค้าตัวประมาณคุณน่ะครับ ไม่สิ ตัวเล็กกว่าคุณนิดนึง”
พนักงานหยิบเสื้อออกมาส่งให้ รัฐรวีรับมาดูแล้วไม่แน่ใจ หยิบอีกไซส์ที่ใกล้เคียงมาเทียบ เขาตัดสินใจไม่ถูก เลยส่งให้พนักงาน บอกว่าเอาทั้งสองตัว
รัฐรวีเดินเข้าออกอีกหลายร้าน ทั้งร้านเสื้อผ้าผู้หญิง กระเป๋า และเครื่องประดับ รัฐรวีดูไม่ออกว่าของแต่ละชิ้นมันสวยต่างกันยังไง สุดท้ายรัฐรวีเลยหยิบส่งให้พนักงานไปทั้งหมด
ถัดมารัฐรวีเดินถือถุงเสื้อผ้าเยอะขึ้น เยอะขึ้น แต่ยังคงพยายามหาซื้อของให้มณฑิราต่อไป
เขาแวะเลือกรองเท้าผู้หญิง
พนักงานถามว่า “คุณผู้หญิงใส่เบอร์อะไรคะ”
รัฐรวีมองเท้าตัวเอง แล้วคิดว่าคราวนี้คงมั่วไม่ได้แน่

ในรถแท็กซี่ที่แล่นเข้าซอยมา มือถือเครื่องของมณฑาดัง เห็นว่าเป็นรัฐรวีโทร.เข้ามา มณฑิราเข้ามาหยิบดูแล้วกดรับสาย
“ฮัลโหล... ถ้าจะโทร.มาตื้อให้ฉันไปซื้อของกับนาย ฉันไม่ไปนะ”
รัฐรวีโทร.มาจากร้านเสื้อผ้า
“เอ่อ...ไม่ใช่ครับ ผมแค่จะโทร.มาถามว่าคุณใส่รองเท้าเบอร์อะไรครับ”
มณฑิราบอกไปท่าทีงงๆ “เบอร์ 6 นายจะถามไปทำไม”
“ไม่มีอะไรครับ แค่นี้ก่อนนะ” เขากดวางสาย แล้วหันไปทางพนักงาน “เบอร์ 6 ครับ”

มณฑิราแปลกใจว่ารัฐรวีจะเล่นอะไรอีก?

อ่านต่อหน้า 2

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 11 (ต่อ)

ฝ่ายวิไลลักษณ์เดินเลาะแอบอยู่ที่นอกรั้วบ้าน เห็นรถแท็กซี่ขับเข้ามาจอดหน้าประตูใหญ่ และมณฑิราลงจากรถ

“คุณมณ” วิไลลักษณ์ตกใจรีบหลบ
มณฑิราเดินเข้าบ้านไปแล้ว วิไลลักษณ์แอบมองจนแน่ใจว่ามณฑิราเดินขึ้นตึกใหญ่ไปแล้วจึงค่อยออกมา วิไลลักษณ์เห็นนายวงยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนหน้าบ้าน วิไลลักษณ์แอบมองนายวงอย่างคิดถึง
สักครู่หนึ่งเวกเดินเข้ามาหานายวง วิไลลักษณ์รีบหลบมุมแล้วแอบฟัง “พ่อ ไปดูแม่เค้าหน่อยไป” นายวงงง “ดูทำไมวะ ชั้นเคยเห็นแม่แกแล้ว” “แม่เค้าร้องไห้คิดถึงวิไลมันอีกแล้ว”
วิไลลักษณ์ได้ยินแล้วยิ่งรู้สึกผิด ส่วนนายวงนิ่งงันไปเพราะตัวเองก็คิดถึงวิไลลักษณ์เหมือนกัน
นายวงปิดน้ำแล้วเดินไปหาแม่เมียด เวกหันหลังจะเดินตามไป
วิไลลักษณ์เดินมามองตามพ่อกับพี่เศร้าๆ เอาจดหมายเสียบที่ประตูรั้ว แล้วเดินใจลอยออกมาตรงถนน
จู่ๆ รถคันหนึ่งบีบแตรใส่วิไลลักษณ์ดังลั่น วิไลลักษณ์ตกใจ เวกหันมองทางเสียง จึงเห็นวิไลลักษณ์เดินอยู่ด้านนอกรั้ว “วิไล!”
วิไลลักษณ์ชะงักรีบวิ่งหนี เวกรีบวิ่งออกมาหน้าบ้านแล้วจะวิ่งตามวิไลลักษณ์ ทันใดนั้นวินมอเตอร์ไซค์ขี่มาพอดี วิไลลักษณ์เลยขึ้นวินหนีไป
เวกร้องตะโกนตาม “วิไล! เดี๋ยว วิไล! วิไล!”
เวกรีบวิ่งกลับเข้าบ้าน คิดจะไปเอารถออก แต่พอมาถึงประตูรั้วก็ชะงัก เห็นจดหมายที่วิไลลักษณ์เสียบทิ้งไว้ เวกหยิบจดหมายขึ้นมาดู รู้ทันทีว่าต้องเป็นของวิไลลักษณ์แน่ๆ เวกรีบถือจดหมาย วิ่งเข้าบ้านไป

แม่เมียดกำลังนั่งร้องไห้คิดถึงวิไลลักษณ์ โดยนายวงคอยปลอบอยู่ด้วย เวกวิ่งถือจดหมายดีใจเข้ามา “พ่อ แม่”
นายวงถาม “เอะอะโวยวายอะไรวะไอ้เวก”
“วิไล! เมื่อกี้ชั้นเจอวิไลจ้ะแม่”
“เอ็งเจอวิไลที่ไหนเวก”
“ที่หน้าบ้านเรานี่แหละแม่ แต่มันหนีไปแล้ว ทิ้งแต่จดหมายนี่ไว้”
นายวง แม่เมียดดีใจ ที่อย่างน้อยวิไลลักษณ์ก็ติดต่อมา ทุกคนสนใจจดหมาย กุ๊กกิ๊กเดินเข้ามาถาม
“วิไลส่งจดหมายมาเหรอ! มันว่าไงบ้าง”
“แกจะเอาไว้ไปเมาท์ให้คุณต๋อยฟังอีกใช่ไหม ยัยเตี้ยปากรั่ว”
กุ๊กกิ๊กโกรธ “นี่ แกจะเอายังไงกับฉันห๊า ฉันห่วงมันแกก็ด่า ฉันไม่ห่วงมันแกก็ด่า เออ ไม่สนก็ได้ เชอะ! ไม่เห็นอยากรู้เลย” สาวจอมเจ๋อเดินงอนตุ๊บป่องออกไป
เวกอึ้งไปเหมือนกันที่พูดไม่ดี หันไปแม่เมียด “แม่ลองอ่านสิจ๊ะ วิไลมันเขียนว่าอะไร”
แม่เมียดเปิดจดหมายอ่าน
“กราบเท้าพ่อ แม่ที่เคารพรักของวิไล...
วิไลต้องขอโทษด้วยที่หนีไปโดยไม่บอกกล่าว แต่ที่วิไลทำไปเพราะวิไลไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะวิไลอีกแล้ว พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ คุณอาทิตย์เค้าดูแลวิไลเป็นอย่างดี ดีเกินไปด้วยซ้ำ.. ไว้วิไลพร้อมเมื่อไหร่ วิไลสัญญาว่าจะกลับมากราบเท้าพ่อกับแม่.. ฝากขอโทษคุณมณด้วยนะจ๊ะที่ทำแต่เรื่องเดือดร้อนให้
รักพ่อ แม่ พี่เวกเสมอ....วิไล”
ขณะเดียวกันนั้น วิไลลักษณ์นั่งร้องไห้คิดถึงนายวง แม่เมียด เวก อยู่ที่ป้ายรถเมล์
ส่วนที่ครัวบ้านมณฑิรา นายวง แม่เมียด และเวกต่างนั่งเศร้ากันอยู่
 
โดยเฉพาะแม่เมียดที่น้ำตาไหลด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงลูกสาวเหลือเกิน

ทางด้านรัฐรวียืนถือถุงเสื้อผ้าหลายถุงอยู่ที่หน้าบ้าน มณฑิราเปิดประตูออกมาหา

“นายมีอะไรอีก แล้วนั่นถุงอะไรเยอะแยะ”
“ผมอธิบายให้คุณฟังได้ครับ แต่ผมอยากให้เรานั่งคุยกันดีดี คุณพอจะมีที่ส่วนตัวให้เราจะคุยกันไหม”
มณฑิราคิดปราดหนึ่ง

ฝ่ายกุ๊กกิ๊กเดินงอนมานั่งฟังวิทยุ แล้วทำงานบ้านอยู่แถวทางเดินหน้าห้องรีดผ้า มณฑิราพารัฐรวีเดินหลบๆคนในบ้านเข้ามา แล้วพากันย่องผ่านกุ๊กกิ๊กไป
มณฑิราเปิดประตูห้องรีดผ้าให้ รัฐรวีรีบแอบเข้าไปในห้อง มณฑิราตามเข้าไปแล้วปิดประตูลง รัฐรวีวางถุงของลง แล้วดึงมณฑิรามาลงนั่งด้วยกัน
รัฐรวีพูดไปหยิบของออกมาให้ดูไปด้วย “ผมซื้อมาให้คุณครับ ผมไม่รู้ว่าคุณชอบแบบไหนก็เลยซื้อมาหมดเลย มีทั้งเสื้อ กระโปรง กางเกง แล้วก็มีรองเท้าด้วยนะครับ ที่ร้านเค้าบอกให้ซื้อมาทั้งส้นเตี้ย ส้นสูง แล้วก็มีกระเป๋า แล้วนี่ก็เครื่องประดับ”
มณฑิรามองของทั้งหมดอึ้งๆ พูดไม่ออก รัฐรวีเห็นว่ามณฑิราเงียบ ก็กลัวว่าจะโกรธรีบออกตัวอธิบาย
“คุณอย่าเพิ่งโกรธนะครับ ผมรู้ว่าคุณอยากเป็นตัวเอง ผมเองก็ชอบที่คุณเป็นแบบนี้ แต่เรื่องที่ผมจะพาคุณไปพบกับคุณพ่อคุณแม่ผม มันเป็นครั้งแรกที่ท่านจะได้พบคุณ ผมอยากให้ท่านประทับใจในตัวคุณ ผมก็เลยอยากให้คุณดูดีที่สุด”
“นี่คุณไปเลือกเอง...ทั้งหมดนี่เหรอคะ”
“ใช่ครับ คุณจะโกรธผมก็ได้นะครับ แต่ผมขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ทำเพื่อผมหน่อยนะ ผมขอร้อง ผมยืนยันว่าหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ของผมท่านยอมรับคุณแล้ว คุณจะเป็นตัวเองอย่างไรก็ได้ ผมรับในสิ่งที่คุณเป็นได้ทุกอย่าง แต่ขอแค่ครั้งนี้ คุณใส่เสื้อผ้าพวกนี้วันที่คุณไปพบท่านนะครับ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริงๆ แล้วผมจะไม่ขอ”
อยู่ๆ มณฑิราก็กอดรัฐรวีไว้ เพราะซึ้งใจที่รัฐรวีทำเพื่อตนขนาดนี้
“ฉันจะใส่ค่ะ”
รัฐรวีโล่งใจ กอดตอบมณฑิรา

มณฑิราเดินมาส่งรัฐรวีที่หน้าบ้าน รัฐรวีนั้นยิ้มหน้าบาน มีความสุข ขึ้นรถขับออกไป จังหวะนี้มือถือดังขึ้น มณฑิราหยิบมาดูเห็นว่าคุณหญิงหิรัญญิการ์โทร.มา จึงกดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
คุณหญิงหิรัญญิการ์อยู่ที่บ้าน คุยโทรศัพท์กับหลานสาว “มณมาหาป้าที่บ้านเดี๋ยวนี้ได้ไหมลูก ป้ามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย” “ได้ค่ะคุณป้า” มณฑิราแปลกใจว่าคุณหญิงป้ามีเรื่องอะไร

ขณะที่รัฐรวีขับรถมาตามถนนด้วยความโล่งใจ มือถือเขาดังขึ้น รัฐรวีรับสายด้วยบลูทูธ
“ครับพ่อ”
นายพลรัฐยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้านท่าทีร้อนใจมาก “แย่แล้ววี แม่เค้ากำลังจะไปหาคุณหญิงหิรัญญิการ์ที่บ้านเดี๋ยวนี้ เห็นว่าจะไปขอหมั้นหนูมณฑิราให้แก”

รัฐรวีอึ้งไปในทันที

รัฐรวีรีบกลับมาบ้านในตอนบ่าย เขาขับรถมาจอดที่โรงรถ แล้วเดินตรงไปหารัฐ และภัสสรที่กำลังจะขึ้นรถออกไปข้างนอก

“แม่ครับ เราคุยกันก่อนได้ไหมครับ”
ภัสสรหันไปถามสามี “นี่คุณบอกลูกใช่ไหมว่าเราจะไปหาคุณหญิง”
รัฐพยักหน้ารับ “ผมอยากให้คุณคุยกับลูกก่อน นี่มันเรื่องของเค้า เราจะทำอะไรก็ควรถามความเห็นลูกบ้าง”
ภัสสรเสียงแข็งใส่ทั้งพ่อทั้งลูก “ยกเว้นเรื่องนี้ค่ะ”
“แม่ครับ ผมขอโอกาสให้แม่ลองคุยกับมณฑาเค้าดูซักครั้งก่อนเถอะครับ ถึงเค้าจะไม่ใช่คนรวย แต่เค้าก็เป็นคนดีนะครับ”
“วี แกเพิ่งรู้จักเค้าไม่นาน แกรู้ได้ยังไงว่าเค้าเป็นคนดี เค้าอาจจะรู้ว่าแกรวยเลยแกล้งเป็นคนดีหลอกจับแกก็ได้”
“ไม่ใช่ครับแม่ เค้าไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับบ้านเราเลย แรกๆ ที่เรารู้จักกัน เค้าคิดว่าผมเป็นแค่คนขับรถ”
ภัสสรย้อนแย้ง “ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะเป็นคนดีนี่”
“แล้วทีคุณมณฑิราล่ะครับ แม่ก็เพิ่งรู้จักเค้าไม่นานเหมือนกัน”
ภัสสรโกรธ “ย้อนแม่เหรอตาวี”
รัฐรวีจ๋องจ๋อย “ผมขอโทษครับ”
รัฐปรามทั้งแม่และลูก “ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกันเถอะ”
ภัสสรพาล “นี่คุณบอกใคร”
“ก็ทั้งคู่นั่นแหละ คุณก็ควรฟังเหตุผลของลูกบ้าง”
รัฐรวีเครียดมาก ส่วนภัสสรไม่ได้สนใจอาการรัฐรวีหันมาทางรัฐ “จะไปด้วยกันไหมคะคุณ ถ้าไปก็ขึ้นรถ” ภัสสรเดินไปขึ้นรถเลย
“เดี๋ยวพ่อช่วยเองวี” รัฐบอกลูกชายแล้วเดินตามไปขึ้นรถกับภัสสร
รถขับออกไป รัฐรวีเครียดหนัก

บ่ายคล้อยจวนเย็น มณฑิรานั่งคุยอยู่กับคุณหญิงหิรัญญิการ์ที่ศาลาในสวนสวยบ้านคุณหญิง
“คุณป้ามีอะไรจะคุยกับมณเหรอคะ”
คุณหญิงมองหน้าหลานสาว “มณ ป้าถามตรงๆ เลยแล้วกันนะ มณคิดยังไงกับนายรัฐรวี”

“คุณวีเป็นคนดีค่ะ”
“เอาความรู้สึกน่ะ ชอบเค้าไหม” คุณหญิงป้าคาดคั้นในที
มณฑิราอึกอัก “ก็...” เมื่อเห็นว่าสายตาคุณหญิงป้ามองคาดคั้น เลยต้องตอบตามตรง “ชอบค่ะ”
“แล้วเรากับนายรัฐรวีเล่นอะไรกันอยู่” มณฑิราชะงัก “คุณต๋อยเค้าเล่าให้ป้าฟังหมดแล้ว ว่ามณปลอมตัวเป็นคนใช้ออกไปกับคนขับรถ ทีแรกป้าก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอเห็นรูปที่เค้าแอบถ่ายมาให้ดู ป้าถึงรู้ว่าคนขับรถที่ว่าคือนายรัฐรวี”
มณฑิราตกใจ ถึงกับอึ้งไป ยกมือไหว้ “มณต้องขอโทษคุณป้าด้วยค่ะที่ทำให้คุณป้าเป็นห่วง จริงๆแล้วมณแค่อยากลองใจคุณวีว่าเค้าจะมองข้ามฐานะทางสังคมของมณตอนเป็นมณฑิรา แล้วเลือกมณฑาที่เป็นแค่สาวใช้จริงๆ ไหม?”
คุณหญิงฉงน “หมายความว่าเค้าไม่รู้เหรอว่าเรากับมณฑาเป็นคนเดียวกัน”
“เขาก็สงสัยหลายครั้งแล้วค่ะ แต่มณตั้งใจทำให้เค้าเข้าใจว่าเราเป็นคนละคนกัน”
คุณหญิงเพิ่งคิดได้ “เดี๋ยวนะ แสดงว่าผู้หญิงที่นายภูเห็นว่าอยู่กับรัฐรวีก็คือมณฑาใช่ไหม” มณฑิราพยักหน้ารับ “แปลว่านายรัฐรวีเค้าชอบเราที่เป็นสาวใช้มากกว่าเราที่เป็นมณฑิราเหรอ”
“ค่ะ”
“ป้าเข้าใจแล้ว”
“ทีแรกมณก็ไม่อยากเชื่อค่ะ แต่เมื่อกลางวันเค้ามาบอกว่าเค้าบอกเรื่องมณฑากับคุณอาภัสสรแล้ว อีกวันสองวันนี้เค้าจะพามณฑาไปพบคุณอารัฐกับคุณอาภัสสรด้วยค่ะ”
คุณหญิงพยักหน้า ท่าทีดูหนักใจเอาการ “เรารู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ถูก เราไม่ควรไปล้อเล่นกับความรู้สึกนายรัฐรวีแบบนี้ ป้าจะบอกหนูไว้เลยนะ อย่าล้อเล่นกับความรักเลยนะลูก”
“มณเข้าใจค่ะ มณกำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากจะบอกความจริงกับเค้าสักที”
นิดสาวใช้เดินเข้ามารายงาน “คุณรัฐกับคุณภัสสรมาขอพบค่ะ”

ฝ่ายแม่ชื่นเดินเข้าบ้านมา ก็เห็นรัฐรวีนั่งอยู่หน้าเรือนคนใช้ ก็แปลกใจ
“คุณวี มาทำอะไรตรงนี้คะเนี่ย”
รัฐรวียิ้มให้ แต่ข้างในกำลังกลุ้มใจอยู่ “ผมจะมารอทานขนมฝีมือแม่ชื่นครับ”
แม่ชื่นรู้ทัน “มีเรื่องอะไรใช่ไหมคะ ตั้งแต่เด็กเวลาคุณวีมีปัญหาอะไร คุณวีชอบมาขอขนมป้าทาน”
รัฐรวีตัดสินใจพูด “ผมจะทำยังไงดีครับ แม่เค้าไม่ยอมให้ผมคบกับแฟนผม”
“คุณหญิงท่านก็ชอบคุณมณฑิรานี่คะ”
“คุณมณฑิรากับผมเป็นแค่เพื่อนกันครับ คนที่ผมชอบชื่อมณฑา เป็นพี่เลี้ยงของคุณวิไลลักษณ์ แฟนไอ้ทิตย์” แม่ชื่นอึ้งไป “เรารู้จักกันตอนที่ผมไปเป็นคนขับรถให้ไอ้ทิตย์ครับ”
แม่ชื่นโมโห “อ๋อ ที่คุณวีไปช่วยไอ้ทิตย์มันเล่นพิเรนทร์ ก็เพราะคุณมณฑานี่เหรอคะ” รัฐรวียิ้มบางๆ “แต่ป้าเข้าใจคุณหญิงนะคะ หัวอกคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้อยู่กับคนที่ดีที่สุด”
“ถ้าไม่นับเรื่องฐานะ มณฑาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้วครับ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณวีก็ต้องทำให้คุณผู้หญิงท่านเห็นในความดีของคุณมณฑาเหมือนที่คุณวีเห็นสิคะ คนเราใจแข็งแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้ความดี ป้าเชื่ออย่างนั้นค่ะ”

รัฐรวีคิดตามที่แม่ชื่นแนะนำ

อ่านต่อหน้า 3

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 11 (ต่อ)

นายพลรัฐ ภัสสรนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ขณะมณฑิรากับคุณหญิงเดินเข้ามา รัฐ ภัสสรลุกขึ้นไหว้คุณหญิง คุณหญิงรับไหว้

มณฑิรายกมือไหว้สองคน “สวัสดีค่ะ” รัฐ และภัสสรรับไหว้มณฑิรา “มณแวะมาหาคุณป้ากำลังจะกลับพอดีค่ะ”
“ถ้าหนูมณไม่รีบไปไหน อาอยากให้หนูมณอยู่คุยด้วยได้ไหมจ๊ะ เรื่องที่อามาพบคุณหญิงก็คือเรื่องของหนู”
รัฐปรามภริยา “จะดีเหรอคุณ”
“ดีสิคะ ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” ภัสสรบอกกับคุณหญิงอย่างหนักแน่น “ดิฉันอยากจะขอหมั้นหนูมณฑิราให้ตาวีค่ะ”
คุณหญิงกับมณฑิราอึ้งไป
“ดิฉันเห็นตาวีกับหนูมณสนิทสนมชอบพอกันดี เลยอยากจะทาบทามให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน”
คุณหญิงเอ่ยขึ้น “แล้วเรื่องลูกชายคุณภัสสรกับผู้หญิงอีกคนนึงละคะ”
ภัสสรกับรัฐชะงัก อึ้งไปไม่คิดว่าคุณหญิงจะรู้
“ไม่มีค่ะ ตาวีไม่มีทางมีผู้หญิงคนอื่น ดิฉันไม่ยอมค่ะ”
รัฐปรามอีก “คุณ ผมว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว บอกความจริงกับคุณหญิงเถอะ” ภัสสรอึ้ง รัฐหันไปคุยกับคุณหญิง “ผมต้องขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับ ตอนนี้ลูกชายผมกำลังคบอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึงจริงๆ ครับ แต่คุณภัสสรเค้าไม่เห็นด้วย เค้าคิดว่าตาวีอาจจะแค่วูบวาบไปก็เลยอยากจะขอหมั้นหนูมณฑิราป้องกันเอาไว้”
คุณหญิงเยื้อนยิ้ม “ขอบคุณนะคะที่พูดความจริง ถ้าอย่างนั้นดิฉันว่ายัยมณก็มีเรื่องอยากจะเรียนคุณสองคนอยู่เหมือนกัน”

ทุกคนคุยกันอยู่ในห้องรับแขก นิดจัดของรับรองแขก และนาย แล้วค้อมตัวออกไป รัฐกับภัสสรมองไปทางมณฑิรา สุดท้ายรัฐเอ่ยขึ้นว่า

“เรื่องที่หนูมณจะบอก คือเรื่องผู้หญิงอีกคนที่ตาวีคบอยู่ใช่ไหม” มณฑิราอึ้งไปที่รัฐรู้ “ถ้าให้อาเดา จริงๆแล้วหนูมณกับผู้หญิงคนนั้นคือคนๆ เดียวกัน”
ภัสสรตกใจ “พูดอะไรน่ะคุณ”
มณฑิรายอมรับ “ใช่ค่ะคุณอา มณคือมณฑา พี่เลี้ยงของคุณหนูวิไลลักษณ์ที่คุณวีคบหาอยู่ค่ะ”
ภัสสรงงไปใหญ่ “นี่มันเรื่องอะไรกันหนูมณ”
“ใจเย็นๆ คุณ ผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอก แค่สงสัยตั้งแต่ตอนอยู่ปราณบุรีว่าเรื่องบังเอิญมันเยอะเกินไป ให้หนูมณเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังเองดีกว่า”
มณฑิรายิ้มเจื่อนๆ ทุกคนรอฟังมณฑิราเล่า

ฟากวิไลลักษณ์เก็บกวาดถูกพื้นห้องอยู่ อาทิตย์ในชุดเสื้อเชิ้ตผูกเนคไทด์กลับจากทำงานเข้ามา โดยถือถุงกับข้าวมาด้วย อาทิตย์เดินไปวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ ย่องไปด้านหลังวิไลลักษณ์กอดหมับ วิไลลักษณ์ตกใจ
“ว้าย”
“ผมเองครับ”
อาทิตย์หอมแก้มวิไลลักษณ์ฟอดหนึ่ง
“ทำงานกลับมาเหนื่อยๆ ได้หอมแก้มภรรยา ชื่นใจ”
วิไลลักษณ์เขิน เปลี่ยนเรื่อง “วิไลเอาน้ำให้นะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเอาเอง”
อาทิตย์เดินไปหยิบน้ำแข็งจากกระติกมาใส่แก้ว กำลังจะหยิบน้ำเปล่ามาริน ระหว่างนี้เสียงข้อความเฟซบุ๊คมือถืออาทิตย์ดัง เขาหยิบมือถือมากดดู พบว่าเวกส่งข้อความมาว่า
“ฝากบอกคุณวิไลลักษณ์ด้วยว่าคุณผู้ชายป่วยหนัก ให้กลับบ้านด่วน”
อาทิตย์ชะงักนิ่งไป วิไลลักษณ์หันมาเห็นอาทิตย์นิ่งอึ้ง
“เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณอาทิตย์”
“เปล่าครับ ผมลืมซื้อน้ำอัดลมขึ้นมา เดี๋ยวผมลงไปซื้อก่อนนะครับคุณวิไลจะเอาอะไรไหมครับ”
“ไม่ค่ะ”

อาทิตย์โกหกแล้วรีบเดินออกจากห้องไป

ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนคนใช้บ้านมณฑิรา เวกซึ่งตัดสินใจทำตามคำแนะนำของคู่ปรับกุ๊กกิ๊ก กำลังนั่งมองมือถือ รออาทิตย์ตอบกลับมาอยู่ นายวง แม่เมียดอยู่ด้วย

นายวงถามอย่างร้อนใจว่า “ไอ้เวก ไอ้อาทิตย์มันตอบกลับมาไหมวะ”
เวกส่ายหน้าเซ็งๆ
“อะไรวะ นี่ขนาดแกโกหกว่าชั้นไม่สบาย มันยังไม่ตอบกลับมาอีกเหรอวะ”
ทันใดนั้นเสียงข้อความเฟซบุ๊คมือถือเวกดัง เวกดูเห็นว่าอาทิตย์ตอบกลับมา
“พ่อ แม่ มันตอบกลับมาแล้ว”
“แล้วมันตอบมาว่าอะไร” แม่เมียดซัก
เวกอ่านข้อความ “คุณพ่อคุณวิไลลักษณ์ไม่สบายเป็นอะไรครับ”
แม่เมียดกำกับเอง “บอกมันว่าเป็นวัณโรค”
นายวงหันมองแม่เมียด “หา! สมัยนี้ยังมีคนเป็นโรคนี้อยู่อีกเหรอแม่”
“เออน่า แกรีบพิมพ์ตอบไปสิ”
เวกพิมพ์ตามที่แม่เมียดบอก นายวงออกอาการเซ็ง ทุกคนรอว่าอาทิตย์จะตอบกลับมาว่ายังไง
สักครู่เสียงข้อความเฟซบุ๊คมือถือเวกดัง
เวกอ่าน “อาการหนักมากไหมครับ”
แม่เมียดโพล่งขึ้น “บอกมันว่าใกล้ตายแล้ว”
นายวงหันมองเมีย “ห๊า ถึงกับต้องแช่งฉันเลยเหรอแม่”
“หรือแกจะปล่อยให้มันพาลูกเราไปตกระกำลำบากที่ไหนไม่รู้ พิมพ์ไปเดี๋ยวนี้ไอ้เวก” เมียดกำกับ
“จ้ะๆๆ” เวกพิมพ์พร้อมพูด “อาการหนักพอควร คุณรีบพาคุณหนูกลับมาดูใจคุณท่านจะดีกว่า” แล้วกดส่ง
ทุกคนรอลุ้นว่าอาทิตย์จะตอบกลับมาว่ายังไง สักครู่เวกตกใจ
“อ้าว! มันไม่ตอบ แต่ออกไปแล้ว ทำไงดีล่ะแม่”
แม่เมียด นายวง เวก ตกใจแต่ไม่รู้จะทำยังไง
ด้านอาทิตย์นั่งอึ้ง อยู่ใต้อพาร์ตเมนต์ คิดเรื่องพ่อวิไลลักษณ์ป่วยหนักอย่างกลุ้มใจ

ส่วนรัฐรวีนั่งทานข้าวเย็น โดยมีแม่ชื่นคอยดูแลอยู่
“ขอบคุณแม่ชื่นมากนะครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมเอาเรื่องไม่สบายใจมาเล่าให้ฟัง ทั้งๆ ที่แม่ชื่นก็กลุ้มใจเรื่องไอ้ทิตย์อยู่”
แม่ชื่นชะงักไปนิดหนึ่ง “คุณวีคะ เรื่องไอ้ทิตย์ คือ...” ชื่นลังเลว่าควรบอกเรื่องเจออาทิตย์ดีไหม
“ไอ้ทิตย์มันทำไมเหรอครับ” รัฐรวีเอะใจ “มันติดต่อแม่ชื่นมาเหรอครับ”
“เมื่อเช้ามันไปหาป้าที่ตลาดค่ะ”
รัฐรวีอึ้งแล้วเปลี่ยนเป็นโล่งใจ แต่ยังนึกเป็นห่วง “แล้วมันเป็นยังไงบ้างครับ”
“ก็ยังทะเล้นเหมือนเดิมค่ะ แต่ป้าดูออกว่ามันดูหงอยๆ ไป มันยังบอกป้าว่าจะไปหาป้าที่ตลาดอีก”
รัฐรวีใคร่ครวญครุ่นคิด

รัฐ และภัสสรเดินกลับเข้าบ้านมา เจอเข้ากับรัฐรวี ภัสสรบอกทันที
“ตาวีอยู่ก็ดีแล้ว ทานเสร็จแล้วไปหาแม่ที่ห้องนั่งเล่น แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
ภัสสรเดินนำไปที่ห้องนั่งเล่น
รัฐเดินมาหาลูกชาย “วี”
ภัสสรหยุดหันมาทันที “คุณคะ ให้ฉันคุยกับลูกก่อนได้ไหมคะ”
รัฐชะงัก ถอนใจเฮือก จำต้องเดินตามภัสสรไป รัฐรวีหวั่นใจ

ภัสสรกับรัฐนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นแล้ว ขณะรัฐรวีเดินเข้ามานั่งท่าทีหวั่นๆ ภัสสรบอกกับลูกชายทันที
“แม่ไปคุยกับคุณหญิงหิรัญญิการ์เรื่องที่จะให้แกหมั้นกับหนูมณฑิราแล้วนะ”
“โธ่ แม่ครับ ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้รักคุณมณฑิรา แต่ผมรักคุณมณฑา”
รัฐยิ้มขันที่รัฐรวีไม่รู้อะไรบ้างเลย กำลังจะบอกความจริงกับลูกชายว่ามณฑิราคือมณฑา แต่ภัสสรชิงพูดก่อน
“แกรักเค้า แล้วเค้ารักแกรึเปล่า”
“รักสิครับ”
“แม่ว่าเค้ารักเงินแกมากกว่ามั้ง”
รัฐงงว่าทำไมภัสสรไม่บอกว่ามณฑิราคือมณฑา “คุณ”
“ขอฉันคุยกับลูกเองได้ไหมคะ” ภัสสรมองส่งซิกให้สามีเงียบๆ ไว้ก่อน
“แม่ครับ ผมบอกแล้วไงครับว่าคุณมณฑาเค้ารักผม ตอนแรกเค้าคิดว่าผมเป็นแค่คนขับรถด้วยซ้ำ”
“งั้นก็แปลว่าถ้าแกจน ไม่มีสมบัติอะไร เค้าก็ยังรักแกใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ได้ งั้นแกไปพาเค้ามาเจอแม่”
รัฐรวียิ้มดีใจที่ภัสสรยอมเจอมณฑา
“แต่ถ้าแม่เจอเค้าแล้วแม่ไม่ชอบ เราต้องคุยกัน ตกลงไหม”
รัฐรวีดีใจมาก “ตกลงครับแม่ ขอบคุณแม่มากนะครับที่ให้โอกาสผมกับคุณมณ”

รัฐมองภัสสรงงๆ ว่าภัสสรคิดจะทำอะไร

รัฐกับภัสสรเดินขึ้นบันไดคุยกันมา

“ทำไมคุณไม่บอกความจริงกับลูกไปว่ามณฑากับมณฑิราก็คือคนเดียวกัน”
“ก็ชั้นอยากพิสูจน์นี่คะว่าตาวีจะรักคนที่จิตใจจริงๆ อย่างที่พูดจริงๆ ไหม”
“ลูกถึงขนาดยอมทะเลาะกับคุณเพื่อที่จะคบกับคนใช้ แค่นี้ยังพิสูจน์ไม่พออีกเหรอว่าลูกเรารักเค้าจริง หนูมณเองเค้าก็ยอมรับว่าตาวีเป็นคนดี”
“คนเราถ้าสงสัยแล้วเค้าจะไม่เลิกสงสัยกันง่ายๆ หรอกค่ะ ฉันอยากให้ทั้งหนูมณและคุณหญิงเห็นกับตาว่าตาวีทำได้อย่างที่พูดจริงๆ ฉันชื่อว่าลูกฉันเป็นคนดี แล้วก็อยากให้ทุกคนเห็นเหมือนที่ฉันเห็นด้วย”
รัฐไม่เห็นด้วยนัก “แต่มันจะไม่ใจร้ายกับลูกไปหน่อยเหรอคุณ”
“กว่าพ่อแม่ฉันจะยอมรับ คุณเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองตั้งนานนี่คะ ตาวีก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้เหมือนกัน”
“พิสูจน์ยังไง”
ภัสสรยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันมีแผนแล้วค่ะ แต่ต้องให้หนูมณฑิราช่วย”
รัฐทักท้วง “คุณ ผมว่า…”
“หยุด คุณไม่ต้องพูดอะไร ฉันตัดสินใจแล้ว”
รัฐอึ้งไป คิดหนักว่าภัสสรวางแผนอะไรไว้

เช้าวันนี้ แม่ชื่นถือตะกร้า เดินจ่ายตลาดอยู่ โดยกำลังซื้อเนื้อหมู แล้วจ่ายเงินให้แม่ค้า แม่ค้ายื่นถุงเนื้อหมูจะให้ แต่อาทิตย์เดินเข้ามาช่วยถือถุงเนื้อหมูให้แทน อาทิตย์หันมองแม่ชื่นแล้วยิ้มให้
“หนูช่วยถือเองจ้ะแม่” แม่ชื่นส่งถุงกับข้าวที่ถืออยู่ให้ อาทิตย์รับไป
แม่ชื่นส่งถุงๆ หนึ่งที่ข้างในมีกล่องใส่อาหาร 3-4 กล่อง “ถุงนี้แกเอากลับบ้านไปเลยนะ เห็นแกไม่อยู่บ้านนานๆ คงจะคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ แม่เลยทำมาให้”
อาทิตย์ดีใจ “คิดถึงที่สุดเลยล่ะ ขอบคุณนะแม่”
แม่ชื่นเดินจ่ายตลาดต่อ อาทิตย์เดินตาม

สักครู่หนึ่ง อาทิตย์ถือของเต็มสองมือ ส่วนแม่ชื่นถือถุงผักเบาๆ
อาทิตย์บ่น “โหแม่ จะซื้ออะไรนักหนา หนูไม่มีมือจะถือแล้วเนี่ย”
“ไม่มีมือถือใช่ไหม งั้นก็คาบเอา”
แม่ชื่นแกล้งเอาถุงผักให้อาทิตย์คาบ แล้วเดินนำไป
อาทิตย์เดินตามมาท่าทีเซ็งๆ มองไปเบื้องหน้าเห็นว่าคนที่ยืนรออยู่ตรงด้านหน้าคือรัฐรวี
อาทิตย์ตกใจ ถุงผักที่คาบอยู่หล่นพื้น “คุณวี”

บริเวณมุมหนึ่งในตลาด รัฐรวี อาทิตย์ ยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น รัฐรวีมองอาทิตย์นิ่งๆ ไม่พูดอะไร อาทิตย์เห็นรัฐรวีนิ่ง ยิ่งรู้สึกผิดกว่าเดิม
“คุณวีครับ ช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ จะด่าผม ต่อว่าผม เอาเรื่องผม หรือจะเตะผมเหมือนเดิมก็ได้ แต่อย่านิ่งแบบนี้ครับ”
รัฐรวีพูดในท่าทีนิ่งเฉย “ชั้นพูดอะไรไม่ออก”
อาทิตย์เห็นว่ารัฐรวียอมพูดกับตนก็ใจชื้นขึ้น
“งั้นคุณวีก็พูดว่าไม่โกรธผมและให้อภัยผมแล้วสิครับ”
“นี่ถ้าฉันไม่ตามแม่ชื่นมา แกคิดจะติดต่อฉันบ้างไหม”
“ผมขอโทษครับคุณวี ที่ทำให้คุณวีเป็นห่วง”
“ก่อนทำ ทำไมไม่คิด” รัฐรวีอดตำหนิไม่ได้
“เรื่องบางเรื่องผมก็ไม่ได้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ แต่ผมใช้หัวใจแทนครับ”
รัฐรวีฉุน “ยังจะปากดีอีก”
“ผมพูดจริงๆครับคุณวี ผมกับคุณวิไลลักษณ์ไม่มีทางที่จะแต่งงานกันได้เลย ถ้าผมไม่ทำแบบนี้”
“แต่สิ่งที่แกทำมันผิด”
“แต่ผิดเพราะรักนะครับ! ผมรักคุณวิไลลักษณ์จริงๆ” รัฐรวีจะพูดแย้ง อาทิตย์รีบแทรก “ถ้าวันนึงเรื่องของคุณวีกับพี่มณถึงทางตัน คุณวีอาจทำแบบผมก็ได้”
รัฐรวีอึ้งไป ที่โดนคำพูดแทงใจดำ
“แล้วเรื่องน้องอิงจะเอายังไง”
“โห คุณวีพูดเหมือนผมไปทำอะไรคุณอิงเค้ามากมาย”
“แกอาจจะคิดว่าแกทำไม่มาก แต่น้องอิงเค้าแค้นแกมาก ฉันว่าตอนนี้เค้าต้องกำลังหาทางแก้แค้นแกอยู่แน่ๆ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”
อาทิตย์นิ่ง ชักหวั่นใจเหมือนกัน

ระหว่างนี้นักสืบข้ามเพศคนนั้น ที่ทำเป็นยืนซื้อของอยู่ หันมามองอาทิตย์กับรัฐรวี

อ่านต่อหน้า 4

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 11 (ต่อ)

ต่อมา อาทิตย์ขับรถรัฐรวีมาจอดรถที่หน้ามินิมาร์ทที่เขาทำงาน แล้วลงไปเปิดประตูรถให้รัฐรวี

“คุณวีนี่ทำบุญมาเยอะนะครับ มีวาสนาได้นั่งรถที่ไอ้อาทิตย์ขับให้”
“ทะลึ่งเหมือนเดิมนะ”
อาทิตย์ยิ้มขำ “มันอยู่ในสายเลือดครับ ทะลึ่งพอหอมปากหอมคอ จะได้หายคิดถึงกัน” พลางจับแก้มรัฐรวีหยอก “ไม่เจอเค้าหลายวัน คิดถึงเค้าไหมตะเอง”
รัฐรวีตบหัวอาทิตย์ “ลามปาม” เขาหันไปมองเข้าไปในมินิมาร์ท “แกทำงานที่นี่เหรอ”
“ครับ เค้าให้วันละ 300”
“แล้วอยู่สองคนพอใช้เหรอ”
“ก็พอได้อยู่ครับคุณวี”
รัฐรวีอึ้ง นึกเห็นใจ และอดชื่นชมไม่ได้ที่อาทิตย์พยายามสู้เพื่อคนที่ตัวเองรักขนาดนี้
“แกผอมลงนะ”
“ผมไดเอ็ตครับ รักษาหุ่น ก็ผมอยากมีซิกซ์แพคแบบวีวี่ไงครับ” รัฐรวีจะเตะ อาทิตย์หลบ
รัฐรวีถามด้วยสีหน้าจริงจัง “แกอยู่ได้ แต่คุณวิไลลักษณ์เค้าอยู่ได้รึเปล่า เค้าเป็นคุณหนูนะเว้ย ต้องมาอดๆอยากๆอยู่กับแกแบบนี้ เค้าจะไหวเหรอ” อาทิตย์ชะงัก “ไอ้ทิตย์ ฉันพูดจริงๆ นะ แกอาจจะมีความสุขที่แกได้อยู่กับเค้าแบบนี้ แต่แกจะอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แกไม่สงสารเค้าเหรอวะที่ต้องมาอดๆอยากๆ กับแก”
อาทิตย์หน้าม่อยยิ่งรู้สึกผิด “ผมขอสู้ซักตั้งนะครับคุณวี ถ้าผมไม่ไหว ผมสัญญาว่าจะพาคุณวิไลลักษณ์กลับไป”
“แล้วคุณวิไลลักษณ์เค้าไม่บ่นคิดถึงพ่อคิดถึงแม่บ้างเหรอ”
อาทิตย์อ้อมแอ้ม “ก็บ่นอยู่ครับ”
“ชั้นว่านะ ถ้าแกรักเค้าจริง พาเค้ากลับไปหาพ่อกับแม่เค้าเถอะ แล้วมันจะเป็นยังไง เราค่อยมาว่ากัน ฉันจะช่วยแกเต็มที่”
อาทิตย์นิ่งคิดตามที่รัฐรวีบอก

ที่มุมลับตาคนอีกด้านหนึ่ง เห็นนักสืบที่อิงอรจ้างมา ยืนโทรศัพท์อยู่ไม่ไกล
“คุณอิงอรครับ ผมรู้ที่ทำงานนายอาทิตย์แล้วครับ”

ทางด้านมณฑิรา คุณหญิงหิรัญญิการ์ กำลังต้อนรับ รัฐ และภัสสรที่แวะมาหา อยู่ที่ห้องรับแขก
“อย่าว่าแต่คุณหญิงไม่เชื่อเลยค่ะ ดิฉันก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตาวีจะดูไม่ออกว่าหนูมณกับมณฑาเป็นคนๆ เดียวกัน” ภัสสรบอก
“ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะเค้าเจอมณฑิราอยู่ที่หนึ่ง แล้วก็ไปเจอมณฑาอยู่อีกที่ในเวลาไล่ๆ กัน คงจะนึกไม่ถึง”
“เรานี่น๊า...” คุณหญิงบ่น
มณฑิราถามภัสสรขึ้นว่า “แล้วเรื่องที่คุณอาบอกว่าจะให้มณช่วยคืออะไรเหรอคะ”
“อาอยากให้หนูมณช่วยเล่นละครหลอกตาวีอีกซักหน่อยน่ะจ้ะ”
“จะดีเหรอคะคุณภัสสร” คุณหญิงแย้ง
“เห็นไหมคุณ จนป่านนี้คุณจะยังพิสูจน์อะไรลูกเราอีก”
“ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ดิฉันอยากเห็นค่ะว่าถึงเวลาจริงๆ ตาวีจะแก้ปัญหานี้ยังไง” ภัสสรหันมาทางมณฑิรา “นะจ๊ะหนูมณ ช่วยอาหลอกตาวีต่อไปอีกซักหน่อย”
“คุณอาคะ มณว่า...” มณฑิรากังวล
“นะจ๊ะ อาขอร้อง”

มณฑิราครุ่นคิด

ส่วนภูวเดชมานั่งรอมณฑิราอยู่ในบ้าน คุณต๋อยเอาน้ำมาเสิร์ฟรับรอง

“น้ำค่ะคุณภู”
“ทำไมป่านนี้คุณมณยังไม่กลับบ้านอีก คุณต๋อยรู้ไหมว่าไปไหน”
“เห็นบอกว่าจะไปบ้านคุณหญิงหิรัญญิการ์ค่ะ”
ภูวเดชยิ้มย่องพึมพำ “โดนคุณหญิงบอกให้เลิกคบกับไอ้รัฐรวีแน่ๆ”
“พูดอะไรกับป้าหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ”
มณฑิราเข้าบ้านมาพอดี ภูวเดชยิ้มทัก
“อ้าวคุณมณ ไปบ้านคุณหญิงป้ามาเหรอครับ”
มณฑิราพูดตอบสีหน้านิ่งเรียบ “ค่ะ”
“คุณหญิงป้าเล่าเรื่องที่นายวีแอบคบผู้หญิงอีกคนให้ฟังแล้วใช่ไหมครับ?
“ค่ะ”
ภูวเดชเห็นท่าทางมณฑิรานิ่งๆ ก็ซักต่อ
“แล้วคุณมณไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอครับ”
“รู้สึกค่ะ”
“อย่าเสียใจไปเลยครับ ยังมีคนดีๆที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณมณ อย่างผม”
“ขอบคุณนะคะ แต่มณไม่ได้รู้สึกเสียใจค่ะ มณรู้สึกว่าคุณภูจะยุ่งกับชีวิตมณมากเกินไปแล้ว”
ภูวเดชชะงัก จ๋อยสนิท “ผมขอโทษครับคุณมณ ผมแค่ไม่อยากให้คุณมณถูกนายรัฐรวีหลอก”
“มณขอบคุณนะคะที่คุณภูเป็นห่วงมณ แต่มณเคยบอกคุณภูแล้วนี่คะว่าไม่อยากให้คุณภูยุ่งกับเรื่องนี้อีก ไม่อย่างนั้นแม้แต่ความเป็นเพื่อน มณก็จะไม่มีให้ คุณภูคิดว่ามณพูดเล่นเหรอคะ”
ภูวเดชอึ้ง “เอ่อ...ไม่ใช่ครับ”
“วันนี้คุณภูกลับไปก่อนเถอะค่ะ มณอยากพักผ่อน”
มณฑิราเดินออกไปเลย ภูวเดชมองตามอย่างขัดใจ

ภูวเดชเดินหงุดหงิดออกมา เขาหยุดหันกลับไปมองอย่างโกรธแค้น
“ผมไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ผมจะเปิดโปงไอ้รัฐรวีให้คุณเห็นว่ามันหลอกคุณ คุณมณจะต้องตาสว่างแล้วกลับมาซบอกผม คอยดู”
ไฮโซติงต๊องกดมือถือหานักสืบ รอสายสักครู่
“ฮัลโหล เรื่องที่คุณอิงอรให้สืบไปถึงไหนแล้ว ดีมาก ฉันมีอีกเรื่องให้ช่วย เดี๋ยวบ่ายนี้ไปเจอฉันที่ออฟฟิศ”

มณฑิราเดินออกมา มีคุณต๋อยเดินตาม
“เดี๋ยวค่ะคุณมณ ขอป้าคุยอะไรด้วยหน่อย”
มณฑิราชะงัก หันมาคุยด้วย “มีอะไรเหรอคะคุณต๋อย”
“คุณมณโกรธป้ารึเปล่าคะ ที่เอาเรื่องของคุณมณไปบอกคุณหญิง”
มณฑิรายิ้มบางๆ “ไม่หรอกค่ะ มณเข้าใจว่าคุณต๋อยทำไปเพราะความหวังดี”
“ก็ป้าอดห่วงไม่ได้จริงๆ นี่คะ ที่คุณมณจะไปไหนมาไหนกับนายวีคนขับรถนั่น เป็นใครมาจากไหนไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ขนาดนายอาทิตย์เพื่อนเค้ายังมาพาวิไลมันหนีไปเลย”
มณฑิราตัดสินใจบอกความจริง “ที่จริงนายวีเค้าไม่ได้เป็นเพื่อนกับนายอาทิตย์หรอกค่ะ เค้าเป็นเจ้านายลูกน้องกัน”
คุณต๋อยงงใหญ่ “เจ้านาย ลูกน้อง”
“ค่ะ จริงๆ แล้วนายวีเค้าชื่อรัฐรวี เป็นลูกชายของคุณภัสสร เพื่อนคุณป้าที่เป็นเจ้าของร้านจิเอลรี่รู้สึกว่าร้านเค้าจะมีอยู่หลายสาขาด้วยนะคะ”
คุณต๋อยอึ้ง คาดไม่ถึง “จริงเหรอคะ”
มณฑิราพยักหน้า “คุณต๋อยอย่าเพิ่งเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะคะ ถือว่าเป็นคำขอร้อง จากมณ”
คุณต๋อยพยักหน้ารับอึ้งๆ งงๆ
มือถือเครื่องมณฑาดัง มณฑิราเอามาดู เห็นว่าเป็นรัฐรวีโทร.เข้ามา
มณฑิรายิ้ม พลางออกตัวกับคุณแม่บ้าน

“ขอบคุณค่ะ มณขอตัวก่อนนะคะ”

พอมณฑิราแยกออกมาจากคุณต๋อย ก็กดรับสายรัฐรวีทันที

“ฮัลโหล”
“คุณอยู่บ้านใช่ไหมครับ ผมกำลังจะไปหา”
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ผมเจอไอ้ทิตย์แล้วครับ”
มณฑิราอึ้งไป

ต่อมาไม่นานรัฐรวียืนถือถุงขนม รออยู่หน้าบ้านมณฑิราแล้ว มณฑิราในคราบมณฑาเดินออกมาหา
มณฑิราถามอย่างร้อนใจ “นายเจออาทิตย์ที่ไหนคะ แล้วเจอคุณหนูไหม”
“ใจเย็นครับ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง เราออกไปเดินเล่นที่สวนหน้าหมู่บ้านไหมครับ ผมซื้อขนมมาด้วย”
รัฐรวีชูถุงขนมที่ซื้อมาให้ดู มณฑิราชะงักว่ารัฐรวีอารมณ์ไหน?

ครู่ต่อมารัฐรวีจูงมือมณฑิราเดินเข้ามาที่สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน มณฑิรารู้สึกได้ว่ารัฐรวีมีเรื่องในใจ
“นายเป็นอะไรรึเปล่า ไปเจออาทิตย์มาแล้วเป็นยังไงเหรอ”
“ไอ้ทิตย์มันสบายดีครับ ผอมไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่ผมไม่เจอคุณวิไลลักษณ์หรอกนะครับ ไอ้ทิตย์มันขอไว้”
“ขออะไร”
“มันขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองครับ ผมก็เลยเข้าใจมัน”
มณฑิราอึ้งไป เพราะเป็นห่วงรัฐรวีเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน รัฐรวีพามณฑิราลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน
“แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ไอ้ทิตย์มันรับปากผมแล้วว่าถ้ามันดูแลคุณวิไลลักษณ์ไม่ได้ มันจะพาเค้ากลับมาทันที”
“นายไปเจอเค้าที่ไหน”
รัฐรวีหันมาเพียงยิ้มไม่ตอบ เขาเห็นรถไอติมผ่านมาก็เลยเปลี่ยนเรื่องลุกขึ้น
“กินไอติมไหมครับ คุณจะเอาอะไรเดี๋ยวผมซื้อให้”
มณฑิรางง “อะไรของคุณเนี่ย ฉันกำลังถามคำถามคุณอยู่นะ”
“เอาน่าคุณ มากินไอติมกันก่อน”
รัฐรวีเดินนำไปที่รถไอศกรีมวอลล์ ก้มลงควานหาไอติมรสโปรด
“เอาแบบไหนคุณ เอาเป็นถ้วยไหม หรือชอบแบบโคน ช็อคโกแลตหรือวานิลาดี เอาอันนี้ไหม”
รัฐรวีหยิบไอศกรีมวอลล์แพดเดิ้ลป๊อป บิ๊กยักษ์คู่ขึ้นมา
มณฑิรามองสีหน้าตื่นเต้น “อะไรเนี่ย น่ากินจังเลย”
รัฐรวีแซว “ไม่รู้จักเหรอคุณ โตมาได้ไงเนี่ย” เขาหันไปบอกคนขาย “เอาอันนี้แท่งนึงครับ”
รัฐรวีจ่ายเงิน แล้วพามณฑิรากลับมานั่งที่ม้านั่งตามเดิน
“แล้วทำไมซื้อมาอันเดียว”
“มันแบ่งครึ่งกันได้นี่ไง” รัฐรวีแบ่งไอศกรีมยักษ์คู่ออก แล้วยื่นให้มณฑิราแท่งหนึ่ง
มณฑิรารับมา มองรัฐรวีอย่างรู้ทัน “ตกลงคุณจะไม่บอกฉันใช่ไหม ว่าคุณเจอนายอาทิตย์ที่ไหน”
“อย่าโกรธผมนะครับถ้าผมจะขอไม่บอก สำหรับผู้ชาย การพิสูจน์ตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญ คุณเข้าใจผมนะ”
มณฑิราอึ้ง แต่ก็มองรัฐรวีด้วยความเข้าใจ
“ไอติมอร่อยจัง วันหลังเรามากินกันอีกนะ”
รัฐรวียิ้มชื่น รู้สึกดีที่มณฑิราเข้าใจ

อาทิตย์ที่เพิ่งเลิกงานเดินผ่านร้านอาหารตามสั่งในตลาด มีป้าย “ข้าวผัดปู” อาทิตย์หยุดแล้วสั่ง
“ข้าวผัดปู 2 ห่อครับ”
คนทำหันไปสั่ง อาทิตย์ยืนรอ เปิดกระเป๋าเงินเห็นว่ามีเงินอยู่ 3,000 บาท เขาหยิบเงินขึ้นมายิ้มตื้นตัน
“ขอบคุณนะครับคุณวี” อาทิตย์หยิบเงินมารอจ่ายค่าข้าว
ที่มุมหนึ่ง อิงอรอยู่กับนักสืบกำลังแอบดูอาทิตย์อยู่
“เดี๋ยวมันก็คงกลับไปคอนโดที่มันพักกับเมียมันครับ”
อิงอรมองอาทิตย์อย่างโกรธแค้น “คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น”
อาทิตย์มองดูร้านขายของฆ่าเวลา โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกแอบตาม จังหวะหนึ่งอาทิตย์หันเห็นอะไรบางอย่างแล้วชะงัก รีบเดินไปดู

อาทิตย์เดินเข้ามาดูของในร้านขายเครื่องประดับด้วยท่าทางดีใจ หยิบแหวนที่วางขายมาดู คิดถึงวิไลลักษณ์
อิงอรกับนักสืบแอบดูอาทิตย์อยู่ตลอดเวลา

ฟากรัฐรวี กับสาวใช้มณฑายังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ในสวนสาธารณะหมู่บ้าน ท่าทางรัฐรวียังดูไม่สบายใจ
“วันนี้ที่นายมาหาฉัน นอกจากเรื่องอาทิตย์แล้ว นายมีเรื่องอื่นอีกใช่ไหม”
รัฐรวียิ้ม “นี่ผมดูง่าย หรือว่าคุณรู้จักผมมากขึ้นครับ”
มณฑิราเขิน “ตกลงจะบอกหรือจะไม่บอก”
“ถ้าผมไม่บอก คุณจะโกรธไหมครับ”
“นายไม่ไว้ใจฉันเหรอ”
“เปล่าครับ แต่แค่ผมได้เห็นหน้าคุณ ผมก็ดีขึ้นแล้ว”
มณฑิราหมั่นไส้ “แหวะ”
“เอ้า ผมพูดจริงๆ” เขาจับมือมณฑิรา พูดไปเรื่อยๆ “บางทีผมก็แอบอิจฉาไอ้ทิตย์มันเหมือนกันนะที่มันกล้าทำในสิ่งที่มันอยากทำ”
“นายอยากทำอะไรเหรอ”
“หลายอย่างเลย”
มณฑิราตื่นเต้นชักสนุก อยากรู้ “อืม สมมุติว่าถ้านายไม่ต้องช่วยดูแลกิจการของคุณแม่ นาย
ฝันอยากเป็นอะไร”
รัฐรวียิ้ม แล้วลุกขึ้นดึงมณฑิราให้วิ่งไปด้วยกันทันที
มณฑิราตกใจ “อะไร นายจะพาฉันไปไหน”
“ก็พาคุณไปดูไงว่าความฝันของผมคืออะไร”
มณฑิราถึงงง แต่ก็ยอมวิ่งตามรัฐรวีไป

ฟากอาทิตย์จูงมือวิไลลักษณ์ที่มีผ้าปิดตาไว้ ยืนอยู่หน้าห้อง
“คุณวิไลลักษณ์รอผมแป๊บนึงนะครับ”
วิไลลักษณ์ยืนรออยู่หน้าห้อง อาทิตย์เปิดประตูเข้าห้องไป
โดยไม่รู้ว่าที่มุมหนึ่ง อิงอร กับนักสืบที่แอบดูอยู่เดินออกมาดู
“มีความสุขกันเหลือเกินนะ”

อิงอรแค้นเหลือคณา มองจ้องวิไลลักษณ์ นัยน์ตาวาวโรจน์

อ่านต่อตอนที่ 12
ฝันเฟื่อง ตอนที่ 10
ฝันเฟื่อง ตอนที่ 10
ในขณะที่นายวง แม่เมียด และเวก เดินหน้าเครียดเข้ามาในครัว ก็เจอคุณต๋อยที่ถือหนังสือพิมพ์ในมือ โดยกำลังนั่งเมาท์อยู่กับกุ๊กกิ๊กในนั้น คุณต๋อยปรายตามองสามคนแวบหนึ่ง “กุ๊กกิ๊ก เธออ่านให้ชั้นฟังหน่อยสิว่าวันนี้มีข่าวอะไรบ้าง” “ได้ค่ะคุณต๋อย” กุ๊กกิ๊กทำท่าอ่านข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ แล้วแกล้งพูดใส่อารมณ์ “สาวใช้หวังรวยทางลัดเลยหนีตามเจ้าชายไป สุดท้ายเจ้าชายกลับเป็นแค่ยาจก” คุณต๋อย กะกุ๊กกิ๊กหัวเราะร่าสะใจ “สมน้ำหน้า อยากไปหลอกเค้าดีนัก เจอเค้าหลอกกลับเลย” กุ๊กกิ๊กแดกดัน “อย่างนี้เค้าเรียกว่า...” คุณต๋อยกำมือโชว์ กุ๊กกิ๊กงง “อะไรเหรอคะคุณต๋อย” “ก็กรรมไง” คุณต๋อย และกุ๊กกิ๊กหัวเราะระรื่นกันไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...