xs
xsm
sm
md
lg

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ฝันเฟื่อง ตอนที่ 7

สองคนนั่งอยู่ที่ร้านไอศกรีมภายในห้างเดิม อาทิตย์ตักกินไอศกรีมถ้วยใหญ่ถ้วยเดียวกับวิไลลักษณ์อยู่ด้วยสีหน้าเบิกบาน ส่วนวิไลลักษณ์นั่งคิดกังวลเรื่องที่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน จนมาเจอคุณหญิงหิรัญญิการ์เมื่อกี้

อาทิตย์ตักกินแล้วเห็นวิไลลักษณ์นิ่งๆ “คุณวิไลลักษณ์ไม่ทานเหรอครับ วันก่อนยังเห็นบ่นอยากกินอยู่เลย”
วิไลลักษณ์ยังเอาแต่นิ่งอยู่
อาทิตย์ยิ้ม “หรือจะให้ผมป้อน”
วิไลลักษณ์ฝืนยิ้มแล้วตักกินเองกลัวอาทิตย์ไม่สบายใจ
“อร่อยไหมครับ”
วิไลลักษณ์ฝืนยิ้มตอบ “ค่ะ”
“อร่อยงั้นก็ทานเยอะๆ นะครับ” อาทิตย์เริงร่าตักกินไปเล่าไปอย่างมีความสุข “วันนี้ผมดีใจนะครับที่วันนี้ผมได้เจอคุณพ่อคุณแม่คุณวิไลลักษณ์ ท่านดูเมตตาผมมากเลย โดยเฉพาะคุณพ่อ...”
วิไลลักษณ์ได้ยินถึงพ่อกับแม่แล้วชะงัก จู่ๆวิไลลักษณ์ก็น้ำตาไหล เมื่อคิดเรื่องที่ตัวเองทำให้พ่อแม่เดือดร้อน
อาทิตย์ตกใจมากกว่าแปลกใจ “คุณวิไลลักษณ์ร้องไห้ทำไมครับ”
วิไลลักษณ์ยิ่งน้ำตาไหลมากกว่าเดิม
“เปล่าค่ะ”
“เปล่าอะไรครับ หรือว่าผมทำอะไรให้คุณวิไลลักษณ์เสียใจครับ”
“ไม่เกี่ยวกับคุณอาทิตย์หรอกค่ะ” วิไลลักษณ์อัดอั้น พูดไป น้ำตาไหลไป “วิไลไม่สบายใจ วิไลแย่มากใช่ไหมคะที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน”
อาทิตย์งง “เดือดร้อนเรื่องอะไรครับ เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ”
“วิไลขอไม่เล่าแล้วกันนะคะ คือ มันเป็นเรื่องที่บ้าน”
“โอเคครับ ไม่เล่าก็ไม่เล่า เอางี้ไหมครับเราไปหาอะไรทำให้สบายใจดีกว่า”
“แล้วมันจะช่วยแก้ปัญหาได้เหรอคะ”
“มันอาจจะช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณสบายใจได้ไงครับ...นะครับ ลืมทุกอย่างไปให้หมดก่อน ตอนนี้ให้มีแค่เราสองคน แค่นายอาทิตย์ กับวิไลลักษณ์”

วิไลลักษณ์เพียงยิ้มบางๆ

แม่เมียด นายวง เวกลงจากรถด้วยอาการหนักใจ เรื่องที่เจอคุณหญิงหิรัญญิการ์

“ตกลงคุณหญิงท่านเห็นพวกเราไหมวะ” แม่เมียดบ่นบ้า
“โอย แม่! แม่ถามมาตลอดทาง พ่อก็บอกแล้วว่าไม่รู้”
“คุณหญิงอาจจะคิดว่าพวกเราไปเดินเล่นซื้อของก็ได้แม่” เวกปลอบ
“พูดอะไรไม่คิด แกลืมรึเปล่าว่าเราเป็นอะไร จะไปเดินเสนอหน้าที่หรูขนาดนั้นได้เหรอ แล้วเสื้อผ้าหน้าผมเต็มกันขนาดนี้ ตายๆๆๆๆ”
นายวงแหย่เพื่อให้เมียอารมณ์ดี “แต่แม่แต่งขึ้นนะ”
แม่เมียดหันไปตีนายวง “ยังจะเล่นอีก เพราะแกคนเดียวเลยไอ้วง ถ้าแกไม่...”
พูดไม่ทันจะจบคำ เสียงคุณต๋อยแทรกเข้ามา แถมส่งเสียงดังลั่น “ต๊าย... ผู้ดีแปดสาแหรกจากไหนเนี่ย ทีแรกชั้นก็สงสัยว่าทำไมพ่อแม่ถึงไม่อบรมลูก ที่ไหนได้ เป็นไปด้วยนี่เอง”
แม่เมียด นายวง เวก อึ้งหันมองหน้ากัน แค้นคุณต๋อย
กุ๊กกิ๊กชี้หน้าเวก “อุ๊ยๆๆๆๆ หน้าตาเหมือนอยากจะเถียง แต่เถียงไม่ออก”
เวกชี้หน้าขู่ “หุบปากไปเลยนังกุ๊กกิ๊ก ปากอย่างนี้ถึงไม่มีผัว”
“อะ..ไอ้... ไอ้เหน่อปากเน่า ว่าแต่ชั้นแล้วแกล่ะ”
เวกจะเถียงแต่แม่เมียดดึงไว้
“พอเถอะ ขึ้นบ้านกันดีกว่า”
แม่เมียดดึงเวก นายวงเดินกลับเรือนคนใช้
กุ๊กกิ๊กตะโกนด่าตาม “อาบน้ำก็ถูเนื้อถูตัวให้มันแรงๆ ด้วยนะยะ ขี้กลากมันจะได้หลุดซะบ้าง”
คุณต๋อยตะโกนตามด้วย “หนีงานกันทั้งพ่อแม่ลูก เรื่องนี้คุณมณต้องรู้”
“ว่าแต่นังวิไลมันไปไหนคะ ทำไมไม่กลับมาด้วย”

อาทิตย์เอาผ้าผูกตาวิไลลักษณ์พาเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าท่ามกลางบรรยากาศที่เห็นพระอาทิตย์กำลังจะตก
“คุณอาทิตย์พาวิไลไปไหนคะ”
“ใจเย็นๆ ครับจะถึงแล้วครับ เดินดีดีนะครับ อ่ะ ยืนตรงนี้ครับ เดี๋ยวผมจะเปิดตาให้แล้วนะครับ... 1.....2...” เขาค่อยๆ เปิดผ้าผูกตาออก
วิไลลักษณ์เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินตรงหน้าสวยงามก็อึ้งไป
“สวยจังเลยค่ะคุณอาทิตย์”
“เวลาผมไม่สบายใจ ผมชอบขึ้นมาบนนี้ครับ พอผมได้มองผู้คนจากที่สูงๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามนุษย์เราตัวนิดเดียว ปัญหาที่มีก็พลอยดูเล็กลงไปด้วย”
อาทิตย์มองซึ้ง วิไลลักษณ์ยิ้มหวาน
“ผมอยากให้คุณวิไลลักษณ์จำช่วงเวลานี้ไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณวิไลลักษณ์จะสุขหรือทุกข์ คุณจะมีผมอยู่ข้างๆตลอดไปนะครับ”
วิไลลักษณ์ยิ้มชื่น รู้สึกดีขึ้น หันไปมองวิวพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน
“พระอาทิตย์ตกดินวันนี้สวยจังนะคะ”
ลมพัดผมวิไลลักษณ์ปลิวไสว อาทิตย์เดินไปยืนซ้อนหลัง ชมพระอาทิตย์ด้วย แล้วกระซิบเป็นเสียงเพลงเบาๆ ที่ข้างหูวิไลลักษณ์
“ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะเสกปราสาทงามให้เธอ
ไม่มีฤทธิ์เดช ไม่มีราชรถเลิศเลอ
แต่ฉันมีใจพิเศษ จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป
ฉันเป็นเพียงผู้ชาย คนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ”

วิไลลักษณ์หันมามองช้าๆ อาทิตย์ค่อยๆ โน้มหน้าก้มลงจูบวิไลลักษณ์อย่างอ่อนโยนลึกซึ้ง

ตอนค่ำวันนั้นมณฑิรานั่งอยู่กับคุณหญิงหิรัญญิการ์ที่ห้องรับแขก

“เป็นไงยัยมณ ลูกชายคุณภัสสร”
“เค้าก็...โอเคนะคะ”
คุณหญิงเยื้อนยิ้มมองหยั่งเชิงหลาน “แค่โอเคเองเหรอ”
“มณเพิ่งรู้จักเค้าไม่กี่วัน เท่าที่เห็นก็บอกได้เท่านี้แหละค่ะ” หญิงสาวคิดเรื่องที่รัฐรวีปลอมตัวเป็นนายวี “เอาไว้มณรู้จักเค้าดีกว่านี้ มณจะมาเล่าให้คุณป้าฟังนะคะ”
คุณหญิงพยักหน้ารับรู้ “ก็ค่อยๆดูกันไป แต่กับนายภูอะไรนั่น ไม่ต้องไปดูเลยนะ เสียเวลา ป้าไม่ปลื้ม”
มณฑิราขำๆ
คุณหญิงนึกบางอย่างได้ “เอ้อ เมื่อบ่ายที่ป้าออกไปทานข้าวกับคุณวิมล ป้าเจอคนใช้บ้านเราเดินเล่นอยู่ที่ห้าง แถมยังแต่งตัวแปลกๆ” มณฑิราอึ้งคาดไม่ถึง “รู้สึกว่าจะเป็นครอบครัวนายวงทั้งบ้านนะ”
มณฑิราแก้ตัวแทน “เค้าคงไปเดินเล่นกันน่ะค่ะ”
“เดินเล่นน่ะป้าไม่ว่าหรอก แต่นี่ทำไมต้องแต่งตัวเกินฐานะขนาดนั้น มณดูๆ ไว้บ้างก็ดีนะ”
“ค่ะคุณป้า”
มณฑิรารู้สึกผิดที่ต้องโกหก และแอบหวั่นใจที่คุณหญิงเกือบจะรู้เรื่องการปลอมตัว

ด้านอาทิตย์เดินผิวปากเข้าบ้านมาอย่างอารมณ์ดี
แม่ชื่นเห็นก็ยิ้มแซว “เป็นไง เจอพ่อแม่เค้า โดนไล่ตะเพิดกลับมารึเปล่า”
“แหม แม่ ระดับหนูแล้ว! เดี๋ยวพรุ่งนี้ยกขันหมากไปสู่ขอเลยดีกว่า”
แม่ชื่นยิ้มรู้ทันนิสัยกะล่อนของลูกชาย “บ้านเค้ารวยรึเปล่า”
อาทิตย์ชะงักไปนิดหนึ่งแล้วรีบตอบ “เค้าก็มีตังค์แหละแม่”
แม่ชื่นบอกไปตรงๆ “แล้วเค้ารู้มั้ยว่าบ้านเราจนน่ะ”
อาทิตย์อึ้งหนัก ตัดสินใจโกหกให้แม่สบายใจ “รู้สิแม่ แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ยังบอกหนูด้วยว่าให้ดูแลลูกสาวเค้าให้ดีๆ”
แม่ชื่นพยักหน้าเบาใจลง แต่ไม่วายแซว “แล้วอย่างแกจะเลี้ยงเค้าไหวเรอะ”
“ไม่ไหวก็มาขอแม่ไง”
พลางอาทิตย์เข้าไปกอดเอวแม่ แม่ชื่นเขกหัวอาทิตย์ขำๆ กับความกะล่อนของลูกชาย

จากนั้นอาทิตย์วิ่งหนีแม่เข้าห้องนอนไป

พออาทิตย์เข้ามาในห้อง ก็หวนนึกถึงคำแม่เมียดที่ทักเรื่องฐานะอันแตกต่างกันของตนกับวิไลลักษณ์แล้วหนักใจ

เสียงโทรศัพท์มือถือดัง อาทิตย์หยิบมาดูเห็นว่าเป็นอิงอรโทร.มาก็ถอนใจ วางโทรศัพท์ลง ตั้งใจจะไม่รับ แต่พอคิดที่รัฐรวีเตือนว่าถ้าไม่รับ อิงอรก็อาจจะทำอะไรที่มากไปกว่านี้ เลยตัดสินใจรับสาย
“สวัสดีครับคุณอิงอร”
ทางฝ่ายอิงอรกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน ที่บ้าน กำลังคุยโทรศัพท์อยู่
“สวัสดีค่ะ อิงคิดว่าคุณอาทิตย์จะไม่รับสายอิงอีกแล้วซะอีก”
อาทิตย์คุยสายอย่างเซ็งๆ “ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ”
“อิงจะโทร.มาชวนคุณอาทิตย์ไปทานข้าวกลางวันพรุ่งนี้ค่ะ ว่างไหมคะ”
“ผมขอเช็คงานก่อนได้ไหมครับ ไม่แน่ใจว่าว่างรึเปล่า ครับแล้วผมโทร.กลับไปบอกนะครับ ฝันดีครับ”
อาทิตย์กดวางสายเซ็งสุดๆ
ร้องระบายความอึดอัด “โว๊ย”

อาทิตย์นอนคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดีกับอิงอร เงื่อนที่เขาเป็นคนผูกเองจากความกะล่อน

อ่านต่อหน้า 2

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 7 (ต่อ)

ตกตอนกลางคืน มณฑิรานั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกตึกใหญ่ แม่เมียด นายวง วิไลลักษณ์ เวก ในชุดคนใช้ นั่งจ๋อยเรียงสลอนเป็นพระอันดับอยู่ที่พื้น

“ตกลงที่ทุกคนต้องแต่งตัวแบบนั้นออกไป ก็เพราะนายวงนัดเจอคุณอาทิตย์ วิไลลักษณ์กับแม่เมียดก็เลยต้องออกไปตาม แล้วที่คุณต๋อยมารายงานว่าหายกันไปหมดก็คือเรื่องนี้”
นายวง แม่เมียด เวก พยักหน้าจ๋อย “วิไลขอโทษจริงๆ ค่ะคุณมณ พวกเรานึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเจอคุณหญิงที่นั่น” “เรื่องคุณป้า ชั้นบอกท่านไปว่าพวกนายวงแค่ไปเดินเล่นกันเฉยๆ แต่เรื่องที่คุณต๋อย ฟ้องว่าหายไปกันหมด ชั้นคงต้องให้คุณต๋อยลงโทษ”
สี่คนพ่อแม่ลูกรับจ๋อยๆ “ค่ะ” / “ครับ”
นายวง แม่เมียด เวก และวิไลลักษณ์มองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด

ทั้งสี่คนเดินกลับมาที่เรือนคนใช้ ท่าทางเครียดๆ ทั้งแถบ วิไลลักษณ์เดินรั้งท้ายสุด “พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่เวก” ทุกคนชะงักหันมามอง “วิไลทำให้ทุกคนเดือดร้อน วิไลขอโทษ...วิไลตัดสินใจแล้ว วิไลจะบอกความจริงทั้งหมดกับคุณอาทิตย์ เราจะได้ไม่โกหกใครอีก แล้วคุณมณก็จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะวิไลด้วย”
วิไลลักษณ์เดินผ่านทุกคนเข้าห้องไป พ่อแม่และพี่ชายมองตามวิไลลักษณ์ไปอย่างเห็นใจ

วิไลลักษณ์เดินเข้ามาในห้อง หยิบมือถือขึ้นมาจะกดโทร.หาอาทิตย์แล้วชะงัก ไม่กล้าโทร. วิไลลักษณ์มองโทรศัพท์แล้วร้องไห้อยู่คนเดียว

ฝ่ายมณฑิราเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังทาครีม เตรียมเข้านอน วิไลลักษณ์เก็บของในห้องน้ำเสร็จ ออกมาแล้วเดินมาหวีผมให้มณฑิรา
“หน้าแย่เลยวิไล โดนคุณต๋อยลงโทษหนักเหรอจ๊ะ”
“เปล่าค่ะ วิไล ขอโทษนะคะคุณมณที่ทำให้คุณมณต้องโกหกคุณหญิงท่านไปด้วย”
“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันเต็มใจช่วย แล้ววันนี้ทำไมอยู่ๆนายวงกับแม่เมียดถึงออกไปพบคุณอาทิตย์ได้ล่ะจ๊ะ”
“คุณอาทิตย์บอกวิไลว่าอยากขอเจอพ่อกับแม่ค่ะ ทีแรกวิไลก็จะไม่ให้ไปเจอ”
“อ้าว ทำไมล่ะจ๊ะ คุณอาทิตย์อยากจะพบพ่อกับแม่วิไล แสดงว่าเค้าอยากจะจริงใจกับวิไลนะ”
“ค่ะ วิไลถึงไม่อยากให้เจอไงคะ วิไลกลัวว่าถ้าเค้าเจอพ่อกับแม่ แล้วพ่อกับแม่หลุดอะไรออกไป คุณอาทิตย์ก็อาจจะจับได้ หรือถ้าเค้าจริงจังกว่านี้ วิไลก็กลัวอีกว่าเค้าจะรู้ความจริงเข้าสักวัน แล้วถ้าเค้ารับไม่ได้ขึ้นมา วิไลคง...”
มณฑิราสงสารวิไลลักษณ์ แล้วคิดอะไรบางอย่าง
“ฉันว่าถ้าเค้ารักวิไลจริงๆ เค้าก็น่าจะรับได้นะ อย่าเพิ่งคิดมากเลย ไปนอนเถอะ”
วิไลลักษณ์ออกจากห้องไป มณฑิรากดมือถือหาแอนนี่ รอสายสักครู่ คุยสายกับเพื่อน
“แอนนี่เหรอ แกว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่คุณรัฐรวีเจอฉันกับลูกชายเค้าในสภาพคนขับรถกับคนใช้ คุณรัฐรวีเค้าจะทำยังไง”

เช้าวันใหม่ คุณหญิงหิรัญญิการ์ใส่หมวกยืนอยู่ในสวนสวย เอากรรไกรเล็มกิ่งต้นไม้อยู่ นิดสาวใช้เดินถือโทรศัพท์มาส่งให้
“คุณมณโทรมาค่ะ”
คุณหญิงรับโทรศัพท์มา “ขอบใจนะจ๊ะ” นิดเดินออกไป ผู้เป็นป้าคุยโทรศัพท์กับหลานสาวสีหน้าฉงน “ว่าไงยัยมณ โทร.หาป้าแต่เช้าเลย มีอะไรเหรอ”
มณฑิราคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องนอน
“มณจะรบกวนถามเรื่องคุณรัฐรวีหน่อยค่ะ”
คุณหญิงแซว “เมื่อวานยังบอกว่าแค่โอเค วันนี้สนใจเรื่องเค้าซะแล้ว”
มณฑิราขำๆ “มณแค่อยากรู้ค่ะ คุณพ่อคุณรัฐรวีเค้าเป็นทหารเรือ ทำงานอยู่ตรงกรมอู่ทหารเรือใช่ไหมคะคุณป้า”
“ใช่จ้ะ มณถามทำไมเหรอลูก”
“ยัยแอนนี่ เพื่อนมณเค้าจะไปติดต่อธุระที่นั่น เผื่อมีอะไรมณจะได้ให้เข้าไปหาคุณอาน่ะค่ะ”
“ก็น่าจะได้นะจ๊ะ เอ้อ แต่ทุกวันอังคารตอนกลางวัน คุณรัฐเขาจะมีทานข้าวกับก๊วนกอล์ฟนะลูก ถ้าอยากจะเจอคงต้องไปหาที่ราชนาวีสโมสรที่อยู่ตรงข้ามกรมอู่น่ะจ้ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า”

มณฑิรายิ้มกริ่ม มีแผนบางอย่างอีกแล้ว

ตอนสายวันเดียวกัน รัฐรวีในชุด นายวี คนขับรถ และมณฑิราที่อยู่ในคราบของมณฑาเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ริมถนน

“ขอบคุณนายมากนะที่อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนฉันซื้อของให้คุณหนู เพื่อเป็นการตอบแทน เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวนายแล้วกัน”
“ฮั่นแน่ ที่แท้ก็จะนัดผมมาทานข้าวนี่เอง” รัฐรวีแกล้งแหย่ ”คิดถึงผมใช่ไหมครับ”
“ไม่คุยกับนายแล้ว เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันที่ราชนาวีสโมสรนะ” มณฑิราเดินไปที่รถ รัฐรวีชะงัก รอให้มณฑิราเดินห่างไปแล้วรีบหยิบโทรศัพท์มาโทรหารัฐ
รัฐรวีคุยสาย “ฮัลโหล พ่อครับ วันนี้พ่อไปทานข้าวกับเพื่อนที่สโมสรรึเปล่าครับ…ไปเหรอครับ ไม่มีอะไรครับพ่อ” คนรถกำมะลอบ่นงึมงำขณะวางสาย “ซวยแล้ว”
รัฐรวีรีบวิ่งตามมณฑิราไปที่รถ

มณฑิราเดินมาถึงรถแลว ขณะที่รัฐรวีวิ่งตามมา
”คุณมณครับ เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันที่อื่นดีกว่าไหมครับ อากาศร้อนแบบนี้ไปหาอะไรกินที่ห้างดีกว่า”
“นี่นายเป็นคนขับรถจริงรึเปล่าเนี่ย บนห้างของแพงจะตาย กินที่นี่แหละถูกดี ใกล้ด้วย”
มณฑิราขึ้นไปนั่งบนรถ รัฐรวีจำต้องเดินอ้อม ขึ้นไปนั่งที่คนขับ มณฑิรายิ้มรู้ทันว่ารัฐรวีกลัวจะเจอรัฐ

รัฐรวีขับรถพามณฑิราผ่านรั้วประตูเข้าไปในกรมอู่ทหารเรือ ทหารยามที่เฝ้าประตูอยู่ เห็นรถรัฐรวีแล้วจำได้ว่าเป็นรถของลูกชายท่านนายพลรัฐ เลยตะเบ๊ะทำความเคารพ
มณฑิราแกล้งแปลกใจ “เค้าตะเบ๊ะนายทำไม”
รัฐรวีแถ “สงสัยจำรถได้น่ะครับ ผมเคยขับมาส่งคุณพ่อของคุณอาทิตย์ที่นี่ เค้าคงคิดว่าคุณท่านนั่งมาด้วย”
มณฑิราแกล้งเออออไปด้วย “อ๋อ คุณพ่อคุณอาทิตย์เป็นทหารเรือเหรอ”
รัฐรวีอึกอัก “ครับ” มณฑิราหันมองออกนอกหน้าต่าง หญิงสาวขำคิก ที่รัฐรวีต้องคอยโกหกตลอดเวลา

รัฐรวีกำลังนั่งทานข้าวกับมณฑิรา รัฐรวีนั่งอย่างไม่เป็นสุข คอยชำเลืองมองไปนอกร้านบ่อยๆ เพราะกลัวรัฐโผล่มาเห็น
มณฑิราหันไปมองนอกร้านแล้วหันกลับมา “มีอะไรรึเปล่า ฉันเห็นนายมองไปนอกร้านหลายทีแล้ว”
“ไม่มีอะไรครับ ผมกำลังมองว่าพักเที่ยงคนเยอะ เรารีบกินรีบไปดีกว่าไหมครับ คนอื่นจะได้มีโต๊ะนั่ง”
มณฑิราแกล้ง “ก็ได้ แต่ขอฉันสั่งกลับบ้านไปฝากคุณหนูก่อนนะ” พลางหันไปทางพนักงาน “น้องคะ เดี๋ยวเอาปลาช่อนแป๊ะซะกลับบ้านตัวหนึ่งค่ะ”
“คนเยอะต้องรอนานหน่อยนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่รีบ” เธอแกล้งถามกับรัฐรวีว่า “ใช่ไหม” รัฐรวีพยักหน้ารับเจื่อนๆ พนักงานเดินออกไป
รัฐรวียกน้ำขึ้นดื่ม แต่สายตาเหลือบไปเห็นรัฐที่กำลังเดินเข้าร้านมากับลูกน้องอีกสองคน รัฐรวีอึ้งตาค้างทันที พยายามหลบหน้าหลบตาทันที
นายพลรัฐกับลูกน้องเดินไปนั่งโต๊ะที่ห่างออกไป
“คุณทานไปก่อนนะครับ ผมขอไปห้องน้ำ”
รัฐรวีรีบลุกเดินออกไป มณฑิรามองตามแล้วหันไปเห็นรัฐที่นั่งอยู่โต๊ะไกลออกไป มณฑิรายิ้มแล้วเรียกบริกร
“น้องคะ”

โทรศัพท์รัฐดัง ท่านนายพลหยิบมาดูเห็นว่าเป็นรัฐรวีโทร.มา จึงกดรับสาย “ว่าไงตาวี” ที่หน้าห้องน้ำ รัฐรวีคุยโทรศัพท์กับรัฐอยู่ตรงนั้นอย่างร้อนรน ”พ่อครับ เดี๋ยวถ้าพ่อเจอผมในร้าน”
รัฐคุยท่าทีงงๆ “ร้าน ร้านอะไรของแก”
“ก็ร้านอาหารที่พ่อนั่งอยู่ตอนนี้ครับ” รัฐมองซ้ายมองขวา “เอาเป็นว่าพ่ออย่าทักผมนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะไปอธิบายให้พ่อฟังที่บ้าน” รัฐรวีวางสายไปเลย

ท่านนายพลรัฐวางสายงงๆ

รัฐรวีกลับเข้ามาในร้าน เดินกลับมาโต๊ะเดิมที่นั่งตอนแรก แต่ไม่เห็นมณฑาแล้ว จึงหันไปถามกับพนักงาน

“น้องครับ ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะนี้ไปไหนแล้วครับ” “ย้ายไปนั่งโต๊ะนู้นแล้วครับ”
รัฐรวีมองตาม เห็นมณฑิราย้ายไปนั่งโต๊ะตัวที่ติดกับโต๊ะผู้เป็นบิดา ก็อึ้ง

รัฐรวีเดินหันหน้าหนีลูกน้องของพ่อ กำลังจะไปหามณฑิราที่โต๊ะ รัฐหันมาเห็นรัฐรวีที่แต่งตัวเป็นคนขับรถก็อึ้ง รัฐรวีทำท่าจุ๊ปาก รัฐส่ายหน้าเซ็งๆ แล้วแกล้งทำช้อนกับส้อมหล่นใต้โต๊ะ เพื่อเบนความสนใจของลูกน้อง
“โทษที ช่วยเก็บให้หน่อย”
ลูกน้องสองคนช่วยกันก้มลงไปหยิบช้อนกับส้อม รัฐรวีใช้จังหวะนั้น รีบเดินเผ่น ผ่านโต๊ะของรัฐ แล้วไปนั่งหันหลังชนกับรัฐ
“ตรงนั้นแดดมันส่องน่ะ ฉันก็เลยย้ายมานั่งตรงนี้” มณฑิราอ้าง รัฐรวีถาม “ปลาได้รึยังคุณ” “ยัง” มณฑิราแกล้งชวนคุย “เอ้อ นายไม่เห็นเคยเล่าเรื่องที่บ้านนายให้ฉันฟังเลย” “ไม่รู้จะเล่าอะไรนี่ครับ ก็แค่ครอบครัวธรรมดา”
“แม่นายทำอะไรเหรอ” มณฑิราซัก
“แม่ผมเป็นแม่บ้าน”
รัฐที่แอบฟังอยู่ตาโต
“แล้วพ่อนายล่ะ เป็นคนขับรถเหมือนนายรึเปล่า” รัฐถือแก้วจะกินน้ำอยู่ชะงักรอฟังว่า ลูกชายจะให้ตนเป็นใคร
“เปล่าครับ พ่อผมเป็นคนสวน” ท่านนายพลสำลักน้ำพรวด กลายเป็ยคนสวนซะงั้น
“แล้วพ่อแม่นายเค้าว่ายังไงบ้างที่นายมาคบกับคนใช้อย่างฉัน” รัฐกำลังตักอาหารกินอยู่ ตกใจทำช้อนหล่น ”เป็นอะไรรึเปล่าครับนาย ทำไมวันนี้มือไม้อ่อนจัง” ลูกน้องถาม รัฐยิ้มไม่ตอบอะไร
รัฐรวียิ้มเจื่อนๆ “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ” รัฐรวียิ้มเจื่อนๆ คิดในใจว่ากลับบ้านไปซวยแน่ๆ

มณฑิรานึกขำในใจ

ฟากอาทิตย์กำลังรดน้ำต้นไม้ อาทิตย์คิดๆหนักใจเรื่องที่ปกปิดวิไลลักษณ์ว่าความจริงตัวเองเป็นแค่คนขับรถ โดยอาทิตย์พยายามเลิกคิดเลยเดินเปิดวิทยุที่วางอยู่แถวนั้น หวังจะฟังเพลงแก้เซ็ง

แต่วิทยุดันเปิดเพลง “รับได้ไหม” ของ แมว จิระศักดิ์
“จะรับได้ไหม ถ้าถึงวันนั้น ทุกอย่างที่เธอฝันอาจเป็นแค่ภาพลวงตา จะรักกันไหม ถ้าวันหนึ่ง เธอได้รู้ว่า แท้จริงคนอย่างฉันมันก็แค่คนธรรมดา คนหนึ่ง”
อาทิตย์รีบปิดวิทยุ
“ดันมาเปิดเพลงโดนอะไรตอนนี้”
ทันใดนั้นเสียงมือถืออาทิตย์ดัง อาทิตย์ดูเบอร์เห็นว่าอิงอรโทร.มา
อาทิตย์เซ็ง คิดว่าจะรับสายดีหรือไม่รับสายดี อาทิตย์ตัดสินใจกดรับสายเซ็งๆ ”ครับคุณอิงอร”
อิงอรอยู่ที่ไหนไม่รู้ นางกำลังคุยมือถืออยู่
“คุณอาทิตย์อยู่ไหนแล้วคะ”
“อยู่ที่ทำงานครับ”
“คุณอาทิตย์ยังไม่ออกมาหาอิงอีกเหรอคะ วันนี้เรานัดกินข้าวกันนะคะ”
“ผมจำได้ว่าผมบอกว่าขอเช็คงานก่อนว่าว่างรึเปล่า ยังไม่ได้ตกลงไปกินข้าวกับคุณอิงอรเลยนะครับ”
“ก็อิงเห็นคุณอาทิตย์ไม่โทร.กลับมา อิงก็คิดว่าคุณอาทิตย์ตกลงไปกินข้าวกับอิงสิคะ งั้นไม่เป็นไรค่ะ กลางวันมาไม่ได้แต่กลางคืนต้องมานะคะ คืนนี้อิงมีปาร์ตี้กับเพื่อน”
อาทิตย์จะปฏิเสธ “เอ่อแต่ผม...”
อิงอรขัดขึ้น “ถ้าคุณอาทิตย์ปฏิเสธ อิงจะสืบว่าบ้านคุณอาทิตย์อยู่ที่ไหน แล้วอิงจะไปหาที่บ้าน”
อาทิตย์จำใจ “ก็ได้ครับ คืนนี้เจอกัน”
อาทิตย์วางสายเซ็งหนัก ส่วนอิงอรยิ้มย่อง

ทันทีที่รัฐรวีขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน แลเห็นรัฐยืนจ้องอยู่ที่หน้าประตู รัฐรวีชะงักรีบลงจากรถแล้วลงมาหารัฐ
“ก่อนที่พ่อจะถามอะไร ขอผมถามพ่ออย่างนึงก่อน” เขามองซ้ายมองขวา “แม่ไม่อยู่บ้านใช่ไหมครับ”
“ไม่อยู่ นี่แกเล่นอะไรวี” รัฐรวีโล่งอก “อย่าเพิ่งโกรธครับพ่อ คือ ผู้หญิงที่พ่อเจอเค้าชื่อมณฑาครับ ทำงานเป็น เอ่อ…แม่บ้าน”
รัฐอึ้ง “แล้วแกไปรู้จักเค้าได้ยังไง! ไอ้ทิตย์ใช่ไหม?”
รัฐรวีรีบบอก “อย่าไปโทษไอ้ทิตย์มันเลยครับ มันห้ามผมแล้ว แต่ผมไม่ฟังเอง”
รัฐถอนใจ “ตาวี พ่อยังยืนยันคำเดิมนะว่าถ้าเค้าเป็นคนดี พ่อก็ไม่รังเกียจ แต่แม่เราเนี่ยสิ”
รัฐรวีถอนหายใจ เครียดๆ
“แล้วนี่เราคิดจะจับปลาสองมือเหรอ หนูมณฑิราล่ะ”
“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใครครับพ่อ”
รัฐกลุ้มหนักใจแทน “งั้นก็รีบตัดสินใจเถอะ ถ้าปล่อยไว้นานก็มีแต่จะยิ่งผูกพัน ถึงตอนนั้นไม่ว่าเราจะเลือกใคร อีกคนก็ต้องเสียใจแน่ เป็นลูกผู้ชายเค้าต้องไม่ทำให้ผู้หญิงเสียใจ”
“ครับพ่อ”

รัฐรวีครุ่นคิด ทบทวนความรู้สึกตัวเอง

อ่านต่อหน้า 3

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 7 (ต่อ)

รัฐรวีนุ่งผ้าขนหนูเปลือยท่อนบนกำลังจะอาบน้ำ นั่งคิดเรื่องที่รัฐพูดถึงเมื่อตอนเย็น สักครู่อาทิตย์เปิดประตูห้องเข้ามา

“คุณวีครับ”
“แกจะไม่เคาะประตูหน่อยเหรอวะ”
“จะเคาะทำไมครับ เดี๋ยวคุณวีก็ต้องเดินมาเปิดประตูให้ผม แล้วผมก็เข้ามา มันก็เหมือนกัน จะทำให้ยุ่งยากทำไม”
“ทะลึ่ง! แกมีอะไร”
เห็นอาทิตย์ทำหน้านิ่งจ๋อยๆ
“ทำหน้าแบบนี้ เดือดร้อนชั้นแน่ๆ”
“ถูกแล้วครับพ่อพระของผม”
รัฐรวีเอือมปนเซ็ง
“คืนนี้คุณวีว่างไหมครับ คุณอิงอรเค้าชวนผมไปผับ คุณวีไปเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ”
รัฐรวีครุ่นคิด
“ผมตัดสินใจแล้วครับว่าผมจะไปบอกคุณอิงว่าผมมีแฟนแล้วคือคุณวิไลลักษณ์”
“อ๋อ แกจะให้ชั้นเก็บศพแกว่างั้นเถอะ”
“โธ่ พูดเป็นลาง”
รัฐรวียิ้มกริ่ม “เอาสิ เดี๋ยวชั้นไปเป็นเพื่อนแก”
อาทิตย์ฉงน “ทำไมคุณวีไปง่ายแบบนี้ล่ะครับ”
“ชั้นก็อยากชวนคุณมณฑิราเค้าไปด้วย”
อาทิตย์แดกดัน “ปากก็บอกว่ารักคุณมณฑา แต่ลับหลังก็ชวนคุณมณฑิราไปเที่ยวผับ คาสโนว่าเหมือนกันนะเราเนี่ย”
รัฐรวีง้างเท้าจะเตะอาทิตย์ อาทิตย์ฉากหลบ
“ชั้นแค่อยากทำความรู้จักคุณมณฑิราเค้าให้มากขึ้น”
“ข้ออ้างของคนเจ้าชู้”

อาทิตย์มองผู้เป็นนายขำๆ

ที่บ้านมณฑิรา วิไลลักษณ์กำลังเดินมาที่หน้าตึกใหญ่ มือถือวิไลลักษณ์ดัง เห็นว่าเป็นเบอร์อาทิตย์โทร.มา จึงกดรับ

“ค่ะคุณอาทิตย์”
อีกฟาก ที่ห้องนอนอาทิตย์ แลเห็นอาทิตย์คุยมือถือ แต่งตัวไปด้วย
“คุณวิไลลักษณ์จะนอนรึยังครับ”
“ยังค่ะ คุณอาทิตย์มีอะไรเหรอคะ”
“ผมกำลังจะออกไปข้างนอก เลยว่าจะขออนุญาตไปหาคุณวิไลลักษณ์สักแป๊บนึงได้ไหมครับ แค่ไปหาที่หน้าบ้านนิดเดียวครับ”
วิไลลักษณ์มองไปเห็นมณฑิราแต่งตัวเสร็จเดินลงมาจากชั้นบน โดยมณฑิรากำลังจะไปเที่ยวผับกับรัฐรวี
“ก็ได้มั้งคะ วิไลขอวางสายก่อนนะคะคุณอาทิตย์ พอดีคุณแม่เรียก สวัสดีค่ะ”
วิไลลักษณ์วางสายแล้วเดินรองเท้ามาวางให้มณฑิรา
“ขอบใจจ้ะวิไล ไม่ต้องรอนะจ๊ะ คืนนี้ชั้นคงกลับดึก”
มณฑิราเดินขึ้นรถ รถขับออกไปด้วยตัวเอง

ไม่นานนัก อาทิตย์แต่งตัวจะไปเที่ยวผับ เดินเข้ามาที่หน้าบ้านมณฑิรา อาทิตย์แอบดอกไม้ไว้ข้างหลังครู่หนึ่งวิไลลักษณ์เดินออกมาหายิ้มๆ
“มาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ไม่กลัวโดนตำรวจจับอีกเหรอคะ? เจ้าของบ้านนี้ดุนะ”
อาทิตย์พูดยิ้มๆ “ไม่กลัวครับ ผมสนิทกับเจ้าของบ้านแล้ว” วิไลลักษณ์ยิ้ม อาทิตย์ยื่นดอกไม้ให้
วิไลลักษณ์รับดอกไม้มา พูดดักคอ “ไปทำผิดอะไรมาคะ”
“รักจริงๆ เลยคนรู้ทัน ผมจะมาขออนุญาตคุณวิไลลักษณ์ไปเจอคุณอิงอรครับ”
วิไลลักษณ์ชะงัก
อาทิตย์อธิบาย “เผื่อคุณอิงอรเขาแทครูปในเฟซบุ๊คอีก คุณวิไลลักษณ์จะได้ไม่หาว่าผมโกหก” วิไลลักษณ์นิ่งขึง อาทิตย์จับมือง้อ “อย่าเพิ่งโกรธสิครับ ผมจะไปบอกคุณอิงอรว่าผมมีแฟนแล้ว เค้าจะได้เลิกยุ่งกับผม”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับวิไลคะ”
“มันจะเกี่ยวก็ต่อเมื่อคุณวิไลลักษณ์อนุญาตให้ผมเรียกว่าแฟนครับ”
วิไลลักษณ์ยิ้มเขิน “อนุญาตก็ได้ค่ะ”

อาทิตย์ดีใจ กอดแล้วหอมแก้มวิไลลักษณ์ฟอด วิไลลักษณ์อายม้วน

อาทิตย์เดินกลับมานั่งในรถอย่างสบายใจ โดยที่หน้าบ้าน วิไลลักษณ์โบกมือบ๊ายบายแล้วเข้าบ้านไปอาทิตย์โบกมือให้วิไลลักษณ์อย่างอารมณ์ดี

เสียงประชดของรัฐรวีดังขึ้น “กะล่อนเหลือเกินนะไอ้คาสโนว่า”
“เสียงหนูที่ไหนมากัดท้องรถ” รัฐรวีโผล่ขึ้นมาตบหัวอาทิตย์ “โอ๊ย! ว่าแต่ผม คุณวีก็ใจลอยเข้าไปหาพี่มณในบ้านแล้วมั้ง นี่ถ้าไม่ติดนัดผู้หญิงอีกคน คุณวีคงปีนกำแพงเข้าไปหาแล้ว”
“แกอย่ามาทำรู้ใจฉันมาก รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวสาย”
อาทิตย์ขำ ขับรถออกไป
รัฐรวีมองประตูบ้าน อดคิดถึงมณฑาขึ้นมาตะหงิดๆ เหมือนกัน

ท่ามกลาง บรรยากาศ แสงสีเร้าใจ ผู้คนกำลังเต้นกันอย่างสนุกสนานอยู่ในผับหรู อิงอรกำลังวาดลวดลายเต้นอยู่ข้างๆอาทิตย์
อาทิตย์ยิ้มฝืนๆยืนโยกๆตัวไปตามจังหวะอย่างเซ็งๆ
รัฐรวี มณฑิรา และหมอฉบังมองอยู่จากที่โต๊ะ ” แกดูไอ้ทิตย์สิ เพลงเค้าก็ออกจะมันส์ แต่มันเต้นอย่างกับคนป่วย”
มณฑิราแอบสังเกตอาการอาทิตย์ที่มีต่ออิงอร แล้วจะหันไปถามรัฐรวีเรื่องอาทิตย์ แต่กลับเห็นรัฐรวีนั่งใจลอยฟังนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไรเพราะในใจยังคิดถึงเรื่องที่เพิ่งคุยกับรัฐ “เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณวี”
รัฐรวียิ้มกลบเกลื่อน “เปล่าครับ”
“ชวนมณมาเที่ยวแต่ตัวเองหน้าดำคร่ำเครียดแบบนี้ ไม่ดีเลยนะคะ” รัฐรวีพยายามยิ้ม “แล้วเรื่องที่สมาคมของคุณป้าจะไปทำบุญที่บ้านพักคนชรา คุณวีจะไปด้วยไหมคะ มณจะได้บอกคุณป้าให้”
“ไปสิครับ คุณมณจัดการได้เลย ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับ”
“ค่ะ”

อาทิตย์เดินกลับมาที่โต๊ะ มีอิงอรตามมาด้วย

อิงอรฟ้องกับรัฐรวีว่า

“พี่วีคะ คุณอาทิตย์เบื่ออิงแน่เลย เดินหนีอิงมาอีกแล้ว” “ไม่ได้เบื่อครับ แต่ผมเมื่อยขา ขอเวลาพักซักครู่นะครับ” อาทิตย์แก้ตัว “ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าหายเมื่อยแล้วต้องไปเต้นเป็นเพื่อนอิงต่อนะคะ”
อาทิตย์พยักหน้ายิ้มเจื่อนๆ

รัฐรวีเดินเข้ามาหาอาทิตย์ที่ยืนรอเครื่องดื่มอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ท่าทางเซ็งๆ
“ไง! โดนน้องอิงประกบขนาดนี้ แกจะชิ่งยังไงวะไอ้ทิตย์”
“แทนที่จะเห็นใจ... ช่วยผมคิดหน่อยสิครับคุณวี”
“เสียใจว่ะ ชั้นยังเอาตัวเองไม่รอดเลย”
“หือ? เรื่องอะไรครับ” รัฐรวีเหล่มอง อาทิตย์รู้ทัน “อย่าบอกนะครับว่ายังเลือกไม่ได้ระหว่างพี่มณฑากับคุณมณฑิรา”
“พ่อรู้เรื่องที่ชั้นปลอมเป็นคนขับรถไปจีบพี่มณฑาของแกแล้ว”
“ห๊า คุณท่านรู้แล้วเหรอครับ ตายๆๆไอ้ทิตย์ตายแน่ คุณท่านเอาผมตายแน่ๆ”
“ชั้นบอกพ่อแล้วว่าไม่ใช่ความผิดแก แต่พ่อบอกให้ชั้นรีบตัดสินใจเลือกใครสักคน... ไอ้ทิตย์ชั้นถามแกหน่อยเถอะ เวลาแกคบผู้หญิง แกรู้ได้ยังไงว่าแกรักเค้า”
“โธ่ ไม่เห็นยากเลยครับคุณวี ถ้าเราคิดถึงเค้า อยากเห็นหน้าเค้า อยากได้ยินเสียงเค้ามากกว่าปกติ นั่นละครับเค้าเรียกว่าตกหลุมรัก! ว่าแต่คุณวีคิดถึงใครมากกว่ากันครับ ระหว่างพี่มณกับคุณมณฑิรา”
ขณะที่รัฐรวีครุ่นคิด
เสียงภูวเดชดังขึ้น “อยู่กันพร้อมหน้าเลย ใจคอไม่มีใครคิดจะชวนผมบ้างเหรอครับ”
ทุกคนหันไปมอง เห็นภูวเดชที่ท่าทางเมาๆเดินเข้ามา

รัฐรวีกับอาทิตย์เดินกลับมาหามณฑิรา อิงอร และหมอฉบัง ภูวเดชเมาแอ่นเข้ามายืนแทรกระหว่างมณฑิรากับรัฐรวี
ภูวเดชมองรัฐรวีอย่างหมั่นไส้แล้วเต้นท่าน่าเกลียด ฮาๆ เหมือนเป็นการท้าทายให้รัฐรวีเต้นแข่งกับตัวเอง ทุกคนในผับขำภูวเดชที่เต้นท่าตลก ภูวเดชเข้าใจว่าคนมองเพราะตัวเองเต้นเท่ เลยยิ่งมั่นใจ
“คุณมณเต้นด้วยกันสิครับ”
“ไม่ล่ะค่ะ นี่คุณภูมาได้ยังไงคะ”
ภูวเดชหยุดเต้นแล้วเปลี่ยนอารมณ์เป็นเศร้าทันที “ทำไมครับ! คุณมณไม่อยากให้ผมมาเหรอ! ใช่สิ๊ ผมมันคนไม่สำคัญ! ใครๆก็ไม่รัก! พูดแล้วมันน้อยใจ”
อิงอรบอก “คุณภูวเดชคงเห็นในเฟซบุ๊คที่อิงเช็คอินแล้วแท็กทุกคนน่ะค่ะ”
อาทิตย์ตกใจ “ห๊ะ! แท็กทุกคนเลยเหรอครับ”
อิงอรยิ้ม “คุณอาทิตย์ชื่อแรกเลยค่ะ!”

อาทิตย์อึ้ง หน้าเสีย จ๋อยสนิท

อ่านต่อหน้า 4

ฝันเฟื่อง ตอนที่ 7 (ต่อ)

ทางฝ่ายวิไลลักษณ์มองโทรศัพท์มือถือหน้าเศร้าๆ โดยที่จอมือถือ วิไลลักษณ์ดูเช็คอินที่อิงอรแท็กว่าอยู่กับอาทิตย์ ในผับหรู

ทางด้าน รัฐรวี มณฑิรา อาทิตย์ อิงอร และหมอฉบังมองภูวเดชที่เมาแล้วอย่างเอือมระอากันทั้งแถบ
”ผมถามจริงๆคุณมณ” ไฮโซติงต๊องชี้รัฐรวี “ไอ้หมอนี่มันดีกว่าผมตรงไหน หน้าตาก็งั้นๆ ผมหล่อกว่ามันตั้งเยอะ”
“คุณภูเมามากแล้ว กลับบ้านเถอะค่ะ”
“ผมไม่กลับ นอกจากคุณมณจะกลับกับผมด้วย” ภูวเดชดึงมือมณฑิราให้กลับกับตัวเอง
รัฐรวีฉุน “ปล่อยคุณมณ”
ภูวเดชเสียงดัง “ไม่ปล่อยเว้ย”
รัฐรวีจะดึงมือภูวเดชออกจากมือมณฑิรา โดยไม่มีใครคาดคิด ภูวเดชง้างหมัดจะต่อยรัฐรวี แต่รัฐรวีหลบ ทำให้หมัดของภูวเดชไปโดนหมอฉบังแทน
อาทิตย์ถลาเข้ามาปกป้องรัฐรวี ต่อยหน้าภูวเดช จนภูวเดชสลบเหมือดทันที

ถัดมาอาทิตย์พยุงภูวเดชออกมาจากผับ รัฐรวี มณฑิรา หมอฉบัง และอิงอรเดินออกมาด้วย รัฐรวีหันมาทางหมอฉบัง “ไอ้หมอ ชั้นฝากแกไปส่งคุณภูวเดชที่บ้านด้วยนะ”
“มันต่อยชั้นแล้วชั้นยังต้องไปส่งมันอีกเนี่ยนะ” รัฐรวีพยักหน้า “ก็ได้วะ”
หมอฉบังพยุงภูวเดชออกไปที่รถ
“อิงขับรถกลับไม่ไหว คุณอาทิตย์ไปส่งอิงนะคะ”
อาทิตย์คิดว่าดีเหมือนกัน เขาจะได้ถือโอกาสบอกอิงอรว่าตัวเองมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว “ก็ได้ครับ” อาทิตย์เดินกลับเอากุญแจรถมาให้รัฐรวี “กุญแจรถครับคุณวี” รัฐรวีกระซิบถามอาทิตย์ “จะดีเหรอวะ” อาทิตย์กระซิบถามรัฐรวี “ดีสิครับ ผมจะถือโอกาสนี้บอกคุณอิงอรด้วยว่าผมรักคุณวิไลลักษณ์”
อาทิตย์ กับอิงอรเดินออกไป รัฐรวีบอกกับมณฑิราว่า “เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านนะครับ”
มณฑิราชะงักเพราะกลัวว่าถ้ารัฐรวีไปส่งจะรู้ว่าตัวเองอยู่บ้านเดียวกับมณฑา แล้วรู้ว่าเป็นคนๆเดียวกัน “ไม่เป็นไรค่ะ มณโทร.บอกให้คนขับรถที่บ้านมารับแล้ว” “งั้นผมรอเป็นเพื่อนนะครับ”
มณฑิรายิ้มให้

ระหว่างรอ รัฐรวีหันไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวบะหมี่เกี๊ยวริมถนนที่อยู่ใกล้ๆหน้าผับ แล้วคิดถึงมณฑา
มณฑิราเห็นรัฐรวีมองร้านก๋วยเตี๋ยวเลยแกล้งถาม “หิวเหรอคะ” ”เปล่าครับ ผมแค่เห็นร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วคิดถึงใครบางคน”
มณฑิราลอบยิ้มเพราะรู้ว่ารัฐรวีหมายถึงมณฑา เลยแกล้งถาม
“ท่าทางใครคนนั้นจะสำคัญกับคุณวีมากนะคะ”
รัฐรวีไม่ปฏิเสธ “ครับ” มณฑิรายิ้มรู้สึกดีที่รัฐรวีรู้สึกดีกับมณฑา รอสักพัก รถของมณฑิราขับรถเข้ามาจอด
“รถที่บ้านมณมาแล้ว ไปก่อนนะคะ”
มณฑิราขึ้นรถไป รถขับออกไป รัฐรวีมองร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วคิดอะไรได้ เดินไปร้านก๋วยเตี๋ยว

ฝ่ายอาทิตย์ขับรถไปส่งอิงอรอย่างอึดอัด อยากจะบอกอิงอรว่าตัวเองมีผู้หญิงที่รักอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
อิงอรที่นั่งเบาะข้างๆมองหน้าอาทิตย์แล้วยิ้ม “คุณอิงอรมองหน้าผมแล้วยิ้มทำไมครับ? หรือว่ามีอะไรติดหน้าผม” “ใช่ค่ะ หน้าคุณอาทิตย์มีความน่ารักติดอยู่”
อาทิตย์ยิ้มแหยๆ แล้วตัดสินใจพูด “คุณอิงอรครับ ผมมีเรื่องจะบอก” “จะบอกว่าอิงก็มีความน่ารักติดที่หน้าเหมือนกันใช่ไหมคะ” “เปล่าครับ ผมจะบอกว่าผมมีผู้หญิงที่ผมรักอยู่แล้วครับ”
อิงอรชะงัก นิ่งงันไป

อาทิตย์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดอิงอร เห็นอิงอรนั่งอึ้งๆ อยู่
“ผมขอโทษคุณอิงอรด้วยนะครับที่ต้องพูดความจริง แต่ผมไม่อยากให้เรื่องของเราเกินเลยมากไปกว่านี้”
“ผู้หญิงที่ไปดูหนังกับคุณใช่ไหมคะที่ทำให้คุณปฏิเสธอิง”
“ผมขอโทษครับ”
อาทิตย์เปิดประตูลงจากรถ อิงอรลงรถตามมา
“เดี๋ยวค่ะคุณอาทิตย์” เจ้าหล่อนแกล้งสะดุด “โอ๊ย”
อาทิตย์รีบวิ่งกลับมาดู
“เป็นอะไรไหมครับคุณอิงอร”
อิงอรแกล้งเจ็บสมบทบาท “โอ๊ย สงสัยข้อเท้าพลิกน่ะค่ะ อิงเดินไม่ไหว คุณอาทิตย์ช่วยไปส่งอิงที่ห้องหน่อยนะคะ”

อาทิตย์อึกอักลำบากใจ เหลือแสน

แต่สุดท้ายอาทิตย์ใจอ่อนประคองอิงอรเข้ามาในห้อง โดยที่อิงอรยังแกล้งเจ็บเท้าข้อเท้าพลิก อาทิตย์ประคองอิงอรมานั่งที่โซฟา

ทันใดนั้นอิงอรเอาแขนคล้องคออาทิตย์ทันที
“อย่าเพิ่งกลับนะคะคุณอาทิตย์ อยู่เป็นเพื่อนอิงก่อน”
อาทิตย์หน้าเจื่อน “ไม่ดีมั้งครับ” ทำท่าจะเดินไป
อิงอรลุกขึ้นทันที “อิงอยากดื่มอีกสักหน่อย คุณอาทิตย์อยู่ดื่มเป็นเพื่อนอิงก่อนนะคะ...ถือซะว่าดื่มปลอบใจที่คุณทำให้อิงเสียใจ”
อาทิตย์อึดอัดลำบากใจมาก อิงอรไม่รอฟังคำตอบ รีบเดินไปรินไวน์ใส่แก้ว 2 ใบ เดินมายื่นแก้วไวน์ให้อาทิตย์แก้วหนึ่ง “นี่ค่ะ”
อาทิตย์จำใจรับแก้วไวน์มา อิงอรยื่นแก้วตัวเองชนกับแก้วอาทิตย์
อาทิตย์ยกดื่มทีเดียวจนหมดแก้วเพราะอยากรีบกลับเร็วๆ
“ผมกลับก่อนนะครับ”
“แก้วอิงยังไม่หมดเลย คุณอาทิตย์ดื่มอีกสักแก้วนะคะ” อิงอรประวิงเวลา
อาทิตย์ยังไม่ทันตอบอะไร อิงอรรินไวน์ใส่แก้วอาทิตย์อีกทันที อาทิตย์มองแก้วไวน์อย่างหนักใจ แล้วยกขึ้นดื่ม

ฝ่ายรัฐรวีขับรถมาจอดหน้ารั้วบ้านมณฑิรา ในมือถือถุงก๋วยเตี๋ยวที่ซื้อมาฝากมณฑาลงจากรถ แล้วเอาไปแขวนไว้ที่รั้ว รัฐรวีหยิบมือถือมาพิมพ์เมสเสจ
“ผมซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก แขวนไว้ให้ที่หน้าประตูบ้านนะครับ”
รัฐรวีกดส่งข้อความ แล้วขึ้นรถขับออกไป
มณฑิรายังอยู่ในชุดเดิมที่ใส่ไปปาร์ตี้ เปิดประตูเล็กออกมา มองข้อความในมือถือยิ้มๆ แล้วเดินไปหยิบถุงก๋วยเตี๋ยว มองตามไปทางที่รถรัฐรวีวิ่งไป

เช้ามืดวันใหม่ อาทิตย์ กับอิงอรเริ่มเมากันทั้งคู่ อิงอรรินไวน์ใส่แก้วให้อาทิตย์อีก
อาทิตย์เมาปลิ้นดูนาฬิกา “จะตีห้าแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ ถ้าคุณอาทิตย์ดื่มแก้วนี้หมดเมื่อไหร่ อิงถึงจะยอมให้คุณอาทิตย์กลับ”
อาทิตย์มองไวน์ที่เต็มแก้วแล้วตัดสินใจกระดกแก้วไวน์ดื่มจนหมด
“ผมกลับแล้วนะครับ”
อาทิตย์ลุกแต่เซล้มลงบนโซฟาหลับพับไปในทันที อิงอรยิ้มกริ่ม แล้วหยิบมือถือของอาทิตย์จากกระเป๋า

อีกฟาก เสียงมือถือในห้องนอนวิไลลักษณ์ดัง ”คุณอาทิตย์มีอะไร โทร.มาแต่เช้า”
วิไลลักษณ์ลูบผมให้ดูเรียบร้อยแล้วกดรับสาย โดยปรับมุมให้ในจอมือถือเห็นตัวเองแค่หน้า
“Good Morning ค่ะคุณวิไลลักษณ์ อิงอรเองค่ะ”
วิไลลักษณ์งงๆ ว่าอิงอรพูดมือถืออาทิตย์ได้อย่างไร
“ไม่ต้องตกใจนะคะว่าทำไมอิงถึงใช้โทรศัพท์คุณอาทิตย์โทร.มาหาคุณ คือตอนนี้อิงอยู่กับคุณอาทิตย์ค่ะ เอ๊ะไม่ใช่แค่ตอนนี้สิ เราอยู่ด้วยกันทั้งคืนต่างหาก”
“ไม่จริง ชั้นไม่เชื่อคุณ” วิไลลักษณ์ฉุน
“งั้นก็ดูนี่นะคะ”
อิงอรหันมุมกล้องไปให้เห็นอาทิตย์นอนหลับอยู่บนเตียงนอนตัวเอง วิไลลักษณ์เห็นในจอมือถือเป็นภาพอาทิตย์นอนอยู่บนเตียง แล้วชะงักอึ้งไปเลย “ให้ดูแค่นี้พอนะคะ เดี๋ยวคุณวิไลลักษณ์จะบาดตาบาดใจเปล่าๆ แต่ถ้าคุณวิไลลักษณ์ยังอยากดูอีก ก็มาดูที่คอนโดอิงแล้วกัน เดี๋ยวอิงส่งพิกัดไปให้ค่ะ”
อิงอรยิ้มสะใจแล้วกดวางสาย ส่วนวิไลลักษณ์ชะงัก ยังอึ้งอยู่ เสียง Line มือถือดัง วิไลลักษณ์เปิดดูเห็นว่าอาทิตย์ส่ง Share location มา
ส่วนอิงอรยิ้มร้ายสะใจแล้วลบข้อความ Line ในเครื่องอาทิตย์ที่คุยกับวิไลลักษณ์จนหมด

ขณะที่วิไลลักษณ์นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน เวกเปิดประตูเข้ามา
“วิไล แม่ให้มาตามเตรียมกับกินข้าวให้คุณมณ”
เวกเห็นวิไลลักษณ์นั่งร้องไห้ รีบเข้าไปแตะไหล่ปลอบน้อง “แกเป็นอะไร”
"พี่เวก”

วิไลลักษณ์โผกอดเวกทันที

ด้านรัฐรวีแต่งตัวอยู่ตรงหน้ากระจก พอแต่งตัวเสร็จ ก็หันไปหยิบโทรศัพท์มากด เลื่อนไปเจอชื่อ “มณฑา” กับ “มณฑิรา” ที่อยู่ติดกัน ชายหนุ่มมองยิ้มๆ นึกถึงมณฑา แล้วกดโทร.หามณฑา

ที่ห้องนอนมณฑิรา ไฮโซสาวเห็นโทรศัพท์เครื่องของมณฑาดัง ก็รู้ว่าเป็นรัฐรวีโทร.มา มณฑิรายิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย แกล้งปั้นหน้าและเปลี่ยนน้ำเสียงวางฟอร์มเป็นดุ
“ว่าไง”
“ผมเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังจะลงไปกินข้าว”
“โรคจิต! นายจะทำอะไรก็เรื่องของนาย โทร.มาบอกฉันทำไม”
“เอ้า เค้าเรียกว่ารายงานตัวไง คุณไม่อยากรู้เหรอว่าผมอยู่ไหน กำลังทำอะไรอยู่”
“ไม่อยากรู้ แค่นี้ใช่ไหม ฉันต้องรีบไปเตรียมอาหารเช้าให้คุณหนู”
“เดี๋ยวครับ!”
“อะไรอีก”
“คิดถึง แค่นี้แหละครับ”
“เดี๋ยวก่อน”
รัฐรวีชะงัก “ครับ”
“ขอบคุณนะที่ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก แค่นี้แหละ”
“เดี๋ยวครับ! จะไม่บอกคิดถึงผมบ้างเหรอครับ”
“ไม่บอก! ไม่คุยแล้ว” มณฑิราวางสายยิ้มชื่น
รัฐรวีวางสาย ยิ้มมีความสุขที่ได้คุยกับมณฑา เริ่มแน่ใจตัวเองแล้วว่าชอบมณฑามากกว่ามณฑิรา
สายแล้วอาทิตย์ยังนอนหลับอยู่บนเตียง
อิงอรในชุดนอนวาบหวิว สวมชุดคลุม กลัวว่าอาทิตย์ตื่นขึ้นมาก่อนวิไลลักษณ์มาถึง รีบกดโทรศัพท์หายามข้างล่าง
“ฮัลโหล ชั้นอิงอรเองนะ มีคนมาถามถึงห้องชั้นบ้างไหม ไม่มีเลยเหรอ” อิงอรหงุดหงิด “ถ้ามีใครมาถามก็เปิดประตูให้เค้าขึ้นมาห้องชั้นได้เลยนะ” หล่อนวางสายท่าทีงวยงง “ทำไมยัยวิไลลักษณ์ยังไม่มาอีกนะ”
จังหวะนี้อาทิตย์รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาแล้วสะดุ้งตกใจที่ตัวเองมานอนอยู่บนเตียงอิงอร
“คุณอิง! นี่ผมมานอนอยู่ในห้องคุณได้ยังไงครับ”
อิงอรทำเป็นพูดเขินๆ “คุณอาทิตย์จำไม่ได้จริงๆ เหรอคะ”
อาทิตย์พยายามทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืน แล้วเห็นมือถือตัวเองวางอยู่เลยชะงักว่าวางตรงนี้ได้ยังไงอาทิตย์หยิบมือถือมาดู เห็นว่าข้อความ line ที่ตัวเองคุยกับวิไลลักษณ์ถูกลบไป
“นี่คุณทำอะไรกับโทรศัพท์ผม”
อิงอรอักอัก อาทิตย์รีบเก็บของเดินออกจากห้องนอน อิงอรเดินตามอาทิตย์ออกมา
“แล้วคุณจะไปไหน”
“ผมจะกลับบ้าน”
อาทิตย์เปิดประตูห้องอิงอร เห็นวิไลลักษณ์ เวกยืนอยู่หน้าประตู
อาทิตย์ชะงักตกใจมาก “คุณวิไลลักษณ์!”
วิไลลักษณ์เห็นอาทิตย์อยู่ในห้องกับอิงอรจริง ก็ร้องไห้จะวิ่งไป
“เดี๋ยวครับ ฟังผมอธิบายก่อน”
วิไลลักษณ์หยุดหันมาสะบัดมือตบหน้าอาทิตย์เต็มแรง อาทิตย์หน้าชา อึ้งไป อิงอรสะใจ วิไลลักษณ์วิ่งหนีไปทันที เวกมองอาทิตย์อย่างโกรธแค้นแล้วรีบตามวิไลลักษณ์ไป
“คุณวิไลลักษณ์ครับ ฟังผมก่อน” เขาหันขวับมาทางอิงอร “คุณอิงบอกคุณวิไลลักษณ์ใช่ไหมครับว่าผมอยู่ที่นี่ คุณทำแบบนี้ทำไม ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้รักคุณ”
“แต่อิงรักคุณนี่คะ แล้วคุณก็ต้องรักอิงด้วย!”
“ผมรักคุณไม่ได้หรอกครับคุณอิง เพราะผมรักคุณวิไลลักษณ์! ได้ยินไหมครับ ผมรักคุณวิไลลักษณ์คนเดียวเท่านั้น!”

อาทิตย์รีบวิ่งตามวิไลลักษณ์ไปทันที อิงอรอึ้งไปเลย

วิไลลักษณ์วิ่งร้องไห้มาที่รถ เวกวิ่งตามเข้ามา

“กลับกันเถอะพี่เวก”
วิไลลักษณ์ขึ้นรถ เวกขึ้นรถตาม
อาทิตย์วิ่งตามมาทันพยายามเคาะกระจกรถ
“ฟังผมอธิบายก่อนสิครับคุณวิไลลักษณ์” วิไลลักษณ์บอกกับเวก “ขับไปเลยพี่เวก”
รถขับไป แต่จู่ๆ เวกก็จอดรถ วิไลลักษณ์ฉุน “จอดรถทำไมพี่เวก” “ชั้นว่าแกน่าจะคุยกับคุณอาทิตย์ให้รู้เรื่อง ถ้าปล่อยไปแบบนี้ก็ไม่จบหรอก”
อาทิตย์วิ่งตามมาทัน เคาะกระจกรถ “คุณวิไลลักษณ์ครับ”
วิไลลักษณ์มองอาทิตย์ที่หน้าตาร้อนใจมาก วิไลลักษณ์ตัดสินใจกดกระจกรถลง อาทิตย์ดีใจที่วิไลลักษณ์ยอมคุย “คุณวิไลลักษณ์...”
วิไลลักษณ์โพล่งสวนขึ้นมาว่า “เราเลิกกันเถอะค่ะคุณอาทิตย์”
อาทิตย์ชะงัก เวกอึ้ง คิดไม่ถึงว่าวิไลลักษณ์จะใจเด็ดขนาดนี้ วิไลลักษณ์ปิดกระจกรถ
“ไปได้แล้วพี่เวก”
เวกจำต้องขับรถออกไป อาทิตย์มองตามอย่างเศร้าๆ

ขณะที่ รัฐ ภัสสร รัฐรวีทานอาหารเช้ากันอยู่ด้วย ภัสสรเอ่ยขึ้น
“ตาวี ลูกจะเจอหนูมณอีกเมื่อไหร่”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ ยังไม่ได้นัดอะไรกัน”
ภัสสรขัดใจหงุดหงิดนิดๆ “ตาวีนี่ ไม่ได้อย่างใจเลย ช่วงนี้เป็นช่วงทำคะแนน มัวทำตัวชิลล์ๆ อยู่ได้ เกิดมีคนตัดหน้าคว้าหนูมณไปก่อน แม่ไม่ยอมจริงๆนะ”
รัฐรวีรับเซ็งๆ “คร๊าบ…แม่”
“อย่ามารับปากส่งๆ นะตาวี คนนี้แม่ไม่ยอมให้แกทำหลุดมือแน่” ภัสสรคิดปราดเดียว “เอางี้ แกชวนเค้าไปเที่ยวบ้านเราที่ปราณบุรีสิ จะได้สนิทสนมกันไวๆ”
“คุณก็คิดเองเออเอง คุณหญิงเค้าหวงหลานขนาดนั้นจะยอมให้ไปกับลูกเราเหรอ” รัฐย้อนแย้ง
ภัสสรหันมายิ้มเหนือกว่า “ยอมค่ะ ฉันเคยลองแย๊บถามคุณหญิงท่านแล้ว ท่านบอกว่าถ้าไปกันหลายคนก็ไม่เป็นไร เราก็ให้หนูมณหนีบสาวใช้ที่สนิทๆ ไปด้วยก็เรียบร้อย”
“คุณก็ไปเจ้ากี้เจ้าการกับลูก ถามลูกรึยังว่าลูกเราอยากไปรึเปล่า”
“ถามทำไม แม่ลูกกันเค้ารู้ใจกันดีที่สุด” ภัสสรหันมาหาลูก “ตาวี วันนี้ลูกจะไปเจอหนูมณใช่ไหมลูก”
“ครับ”
“ดีเลย จะได้ถือโอกาสชวนหนูมณไปเที่ยวปราณบุรีเลย ไม่ดี แม่ว่าช้าไป เดี๋ยวแม่โทร.ไปชวนหนูมณให้ดีกว่า”
ภัสสรหยิบมือถือกดหามณฑิราทันที พ่อ ลูก มองตามเซ็งๆ

มุมหนึ่งในบ้าน ภัสสรคุยมือถือกับมณฑิราอยู่ตรงนั้น
“ฮัลโหล หนูมณจ๊ะ ป้าจะชวนหนูไปเที่ยวบ้านป้าที่...”
รัฐรวีเข้ามาแย่งมือถือ “ผมคุยเองครับแม่... ฮัลโหลคุณมณ ผมรัฐรวีนะครับ...เสาร์อาทิตย์หน้าว่างไหมครับ ผมอยากชวนไปเที่ยวปราณบุรีด้วยกัน”
ภัสสรยิ้มย่องพอใจ เดินกลับเข้ามาที่ห้องรับแขก นั่งลงข้างรัฐที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่
“เห็นไหมคะคุณ ต้องถึงมือชั้นถึงจะเรียบร้อย”
“จ้ะ ผมรู้ว่าเมียผมจัดการได้ทุกอย่าง” ท่านนายพลมองขำๆ ภริยา
รัฐรวีเดินเข้ามา “เรียบร้อยครับแม่ คุณมณฑิราจะไปปราณบุรีกับผม ผมให้เค้าพาคนไปเป็นเพื่อนด้วย ส่วนผมก็จะชวนไอ้อาทิตย์ไป แต่ผมจะพาเค้าไปพักที่รีสอร์ท เพื่อนนะครับ ไปค้างที่บ้านเราจะดูน่าเกลียด”
“น่ารักมากลูกแม่”
รัฐรวีรีบบอก “แต่คุณแม่ต้องรับปากก่อนว่าคุณแม่จะไม่ตามไป ปล่อยให้ผมไปกันเอง” ภัสสรยังไม่ยอมรับปาก “ไม่งั้นผมไม่ไป”
ภัสสรรีบบอกรับปากด้วยท่าทีงอนๆ “ก็ได้ แต่ลูกต้องรับปากแม่ว่าจะดูแลหนูมณเค้าให้ดี”
“ได้ครับ”

ภัสสรเยื้อนยิ้มสมใจ รัฐส่ายหน้าขำ รัฐรวีอ่อนใจ

อ่านต่อตอนที่ 8
ฝันเฟื่อง ตอนที่ 6
ฝันเฟื่อง ตอนที่ 6
วันนี้วิไลลักษณ์กับอาทิตย์นัดกันมาเดินเที่ยวที่ตลาดเก่า ทั้งสองคนเดินคุยกันมาในตลาด “ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ของวิไลท่านงานเยอะค่ะ เลยไม่มีเวลามาเจอคุณอาทิตย์” “ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้” วิไลลักษณ์ยิ้ม แอบกังวลไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องลำบากหลอกว่าเป็นคนรวยมาเจออาทิตย์ด้วย มือถืออาทิตย์ดัง อาทิตย์ดูเบอร์เห็นว่าอิงอรโทร.มาเลยกดตัดสายแล้วปิดเครื่อง อาทิตย์เห็นวิไลลักษณ์มอง “เพื่อนมันโทร.มาเซ้าซี้ให้ผมไปงานปาร์ตี้คืนนี้น่ะครับ แต่ผมไม่อยากไป” วิไลลักษณ์ยิ้มพยักหน้าแล้วถามอาทิตย์ “คุณอาทิตย์เคยโกหกใครไหมคะ” อาทิตย์ร้อนตัว “ผมไม่ได้โกหกคุณวิไลนะครับ” “วิไลไม่ได้หมายถึงคุณอาทิตย์ค่ะ วิไลแค่ถามเฉยๆ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...