xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 4

รัญชิตาขับรถออกไปผ่านแอ่งน้ำ น้ำกระเด็นไปโดนตุ๊กตาที่ตกอยู่ ปัทมาศวิ่งเข้ามาหยิบตุ๊กตามากอดแล้วเช็ดอย่างทนุถนอม
ปริตาเดินเข้ามา พร้อมกับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
 
“แม่เธอโทรมา”
“อย่ารับนะ”
ปริตาตัดสินใจรับสาย “ค่ะ ดาวอยู่กับอ้อม อ้อมกำลังไปส่งดาวค่ะ”
จากนั้นก็วางสาย แล้วหันมาบอกปัทมาศ
“ คุณแม่เป็นห่วงเธอมาก กลับเถอะ”
ปัทมาศมองปริตาอย่างผิดหวัง
“เธอไม่รักฉัน เธอเข้าข้างมิ้นท์ แล้วเธอก็ทำให้มิ้นท์ตัดสินใจหมั้นกับคุณตรัย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นก็เพราะเธอ”
ขาดคำปัทมาศก็วิ่งออกไปทันที ปริตาร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง
“ดาว ดาว”

เมื่อตรัยเดินกลับไปหา เสาวลักษณ์ก็พูดย้ำเรื่องให้เขาหมั้นกับรัญชิตา
“ฉันไม่อยากให้แกหักหน้าฉันกลางงาน ฉันจึงถามความสมัครใจจากแก”
ตรัยยิ้มเยาะ “มันน่าแปลกที่คุณแม่ยังต้องการฟังความคิดของผม”
“ฉันขอเถอะ แกจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะยอมทุกอย่าง”
ตรัยแปลกใจที่เสาวลักษณ์มีท่าทีอ่อนลง
“งั้นคุณแม่ก็เลิกยุ่งกับผู้ชายขายตัวคนนั้นซะ คุณแม่ทำเพื่อผมได้ไหม?”
ทันใดนั้นบอลเดินลงมาจากห้อง เข้ามาบอกเสาวลักษณ์
“คุณพี่ครับ ผมเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้วครับ”
ตรัยมองว่าแม่จะตัดสินใจอย่างไร
“ขอบใจเธอมาก เธอกลับไปได้แล้ว”
พลางหยิบเช็คที่เขียนใส่ไว้ในซอง เดินไปยื่นให้บอล
“ฉันเตรียมเช็คค่าตอบแทนให้เธอแล้ว ไม่ต้องมาที่นี่อีก”
บอลเดินออกไป ตรัยมองด้วยความสะใจ
“แล้วลูกล่ะ? ทำเพื่อแม่บ้างได้ไหม?”

ตรัยเดินเข้ามาในห้อง พลางมองไปยังภาพครอบครัว แล้วยิ้มดีใจ ที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตภายในครอบครัวอย่างมีความสุข
จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดดูภาพปริตา พลางยิ้มอย่างสุขใจ
 
แต่แล้วก็ฉุกคิดได้ว่าเขาต้องลืมเธอ เพื่อหมั้นกับรัญชิตา จึงจำต้องกดลบภาพนั้นทิ้งทันที

ปริเทพขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่มุมหนึ่งหน้าบ้านปัทมาศ พลางนึกถึงเรื่องที่คุยกับปริตา
 
“มิ้นท์กับหมั้นกับนายนั่น มิ้นท์คิดดีแล้วเหรอ?”
ปริตาถอนหายใจ “ถ้ามิ้นท์เลือกมิ้นท์ตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครห้ามได้หรอกค่ะ”
“ก็ดี อย่างน้อยดาวจะได้เลิกหลงมันสักที”
ปริตามองหน้าพี่ชายแล้วตัดสินใจถาม
“พี่เทพ หลังงานเดินแบบ พี่คุยหรือทำอะไรให้ดาวไม่พอใจ ดาวถึงไม่อยากเจอหน้าพี่? “

ปริตาตกใจเมื่อรู้ความจริง
“พี่เทพไม่น่าล่วงเกินดาวเลย ยิ่งทำให้คุณแม่ดาวโกรธดาวมาก อ้อมไม่แปลกเลยที่ดาวไม่กล้ากลับบ้าน”
ปริเทพแปลกใจ “คืนนั้นดาวไม่กลับบ้าน แล้วดาวไปไหน?“
“ดาวติดรถไปกับคุณตรัย คุณตรัยต้องพาดาวไปปลอบใจ กว่าดาวจะยอมกลับบ้าน”
“แล้วมันทำอะไรดาวรึเปล่า?”
ปริตาส่ายหน้า “ดาวบอกว่าเขาคอยดูแลดาวอย่างดี”
“พี่ไม่ไว้ใจคนอย่างนั้น พี่จะถามดาวให้รู้เรื่อง”
ปริตารีมห้ามทันที
“อ้อมขอล่ะ พี่อย่าไปหาดาวเลย คุณแม่ดาวเจอพี่ก็เป็นเรื่องอีก แล้วที่สำคัญ ห้ามพี่บอกดาวเรื่องวันหมั้นของมิ้นท์เด็ดขาด”
ปริเทพคิดอย่างตัดสินใจ

ตรัยกำลังมองภาพชุดงานหมั้นที่ศิโรจน์ปริ๊นมาให้เลือกในห้องทำงาน ครู่หนึ่ง พลศิษฎ์เดินเข้ามา
“ขอโทษนะครับที่มารบกวน ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย”

ปริตาลงจากรถแท็กซี่ พลางมองไปที่บริษัท ชั่งใจว่าจะเข้าไปหาตรัยหรือไม่ พลางนึกถึงเหตุการณ์วันที่รัญชิตาบอกเธอว่าจะหมั้นกับตรัย
“คุณตรัยเขาตกลงใจแน่แล้วเหรอ?”
“เขาเป็นคนช่วยคุณหญิงหาฤกษ์มาเองเลยนะ สมมติฐานแกที่ว่าเขาต้องการหักหน้าคุณหญิงมันผิด
แกเลิกมองเขาในแง่ร้าย แล้วยอมรับเขาเป็นแฟนเพื่อนได้แล้ว”
ปริตาฝืนยื้ม “ถึงฉันไม่เห็นด้วย แต่ฉันก็เคารพการตัดสินใจของแก”
รัญชิตาเข้ามาสวมกอด ดีใจที่ปริตาไม่ขัดขวาง

“อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนรัก”

พลศิษฎ์ตัดสินใจคุยกับตรัยตรงๆ
 
“ผมมีน้องสาวคนเดียว แล้วผมก็รักเธอมาก ในฐานะพี่ชายผมต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องน้องสาวผมคุณรักมิ้นท์รึเปล่า?”
ตรัยตอบเลี่ยงๆ “ผมว่าคำตอบมันชัดเจนอยู่ในกำหนดการแล้วนะครับ หลังงานหมั้นไม่เกินสัปดาห์ เราก็แต่งงานกัน”
“คุณแม่คุณคงไม่ได้กดดันหรือขอร้องให้คุณทำอย่างนั้น?”
“ผมคิดว่าคุณเลิกตั้งข้อสงสัยได้เลย ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจของผมเอง”
พลศิษฎ์ยิ้มอย่างโล่งอก
“ผมดีใจที่ได้ยินจากปากคุณ เพราะหากคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจ ผมคงยอมไม่ได้ ผมรักมิ้นท์มาก พอๆ กับที่ผมรักอ้อม ผมไม่อยากให้อ้อมต้องตกเป็นข่าวเสียหายอีก หลังงานหมั้นงานแต่งของคุณ ทุกอย่างคงลงเอยด้วยดี”
พูดพลางยื่นมือไปหาตรัยที่ยื่นมือมาจับ ทั้งที่ในใจแอบเจ็บปวด
จากนั้นพลศิษฎ์เดินออกไปจากบริษัท คลาดกับปริตาที่เดินเข้ามานิดเดียว

เสียงเคาะห้องดังขึ้น ปัทมาศแปลกใจ รีบเช็ดน้ำตา แล้วเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรเหรอคะป้าอร?”
แต่กลับเป็นปริเทพยืนอยู่ที่หน้าห้อง
“พี่เทพ”
ปริเทพรีบเข้ามาในห้อง เพราะกลัวป้าอรหรือพัชรินทร์มาเห็น

ตรัยที่นั่งนิ่งอยู่ในห้อง หันมาเห็นปริตาเข้ามา ก็ทั้งแปลกใจ ทั้งไม่พอใจระคนกัน
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยค่ะ”
“ฉันไม่ว่าง”
พูดจบก็เดินออกไปจากห้องทันที ปริตาตัดสินใจตามออกไป
“ฉันไม่ได้ตั้งใจมารบกวนเวลาคุณ แล้วก็ไม่คิดมาเจอคุณด้วย”

ปัทมาศรีบออกปากไล่ปริเทพออกจากห้องด้วยความไม่พอใจ
“พี่เทพออกไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณแม่มาเห็น คุณแม่อาจเรียกตำรวจ”
“พี่มีเรื่องสำคัญจะบอกน้องดาวนะ”
ปัทมาศส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด “ไว้ค่อยคุยกันค่ะ”
“พรุ่งนี้มิ้นท์จะหมั้นกับคุณตรัย”

ปัทมาศอ้าปากค้าง ตกใจ

ตรัยเดินหนีขึ้นรถจะขับรถออกไป ปริตาวิ่งไปยืนขวางที่หน้ารถ อีกฝ่ายกลับเหยียบคันเร่งขับรถพุ่งไป เธอตกใจวิ่งหลบข้างทางชนกับกระถางต้นไม้ล้มลง
 
ตรัยรีบจอดรถ แล้ววิ่งเข้าไปประคอง “เธอคิดทำบ้าอะไร ไม่กลัวตายรึไง?”
“อย่างน้อยก็ทำให้คุณยอมคุยกับฉัน คุณรักมิ้นท์รึเปล่า?”
ตรัยส่ายหัว “นี่เธอยอมเสี่ยงตาย มาถามคำถามซ้ำซากของแฟนเธออย่างนั้นเหรอ? แฟนเธอคงเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ ถึงต้องให้เธอมาถามคำถามงี่เง่าจากฉันอีก”
“เอาเถอะ ฉันไม่มีเวลาต่อปากต่อคำกับคุณ ถ้าคุณยืนยันว่ารักมิ้นท์ เลือกเดินหน้ากับเพื่อนฉัน ฉันจะไม่ห้าม ไม่ขวางคุณ”
ตรัยแปลกใจที่ปริตาไม่ขัดขวางเหมือนเก่า
“ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม ฉันจะได้อัดเสียงเก็บไว้ เธอมันเปลี่ยนใจง่ายเหลือเกิน”
“ที่ฉันต้องยอมกลืนน้ำลาย ให้คุณคบมิ้นท์ได้ เพราะ...”
ปริตายังพูดไม่ทันจบ ตรัยก็สวนขึ้น
“เพราะเงิน เธอรับเงินค่าจ้างจากแม่ฉัน เพื่อเลิกยุ่งกับฉัน ใจเธอมันก็ซื้อได้ด้วยเงินเหมือนกับพ่อเธอ”
“ฉันไม่เคยคิดรับเงินแม่คุณ”
ตรัยยิ้มเยาะ “แต่ก็รับไปแล้ว แล้วที่เธอยอมยกเพื่อนเธอให้ฉันง่ายดาย เพราะคุณมาร์ทรวยกว่าฉัน”
“ฉันไม่เคยคิดอะไรกับพี่มาร์ท”
“คืนนั้นเขาประกาศเป็นแฟนเธอ เธอยังยืนจับมือเขาไม่เถียงสักคำ หรือต้องให้ฉันหาภาพข่าวมาประกอบเตือนความจำเธอ”
ปริตาจ้องหน้าตรัยก่อนจะพูดอย่างจริงจัง
“ฉันพูดอะไรคุณก็คงไม่ฟัง แล้วฉันก็ห้ามความคิดคุณไม่ได้ แต่ฉันขอเถอะ ขอให้คุณรักมิ้นท์ให้มาก รักและสงสารเธอ ขอให้คุณเห็นใจในคนที่รักคุณ ถ้าคุณเชื่อในความรัก คุณก็จะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด”
“แล้วเธอล่ะ รักใคร ?”
ตรัยพูดพร้อมกับยื้อแขนไว้ ปริตามองเขา ก่อนจะค่อยๆ ปลดแขนออก แล้วเข้าไปในรถแท็กซี่ ที่วิ่งมาจอดได้ตจังหวะพอดี
ตรัยมองตามรถแท็กซี่ที่วิ่งอกไป อย่างจำยอมต้องปล่อยปริตาไป เพื่อหมั้นกับรัญชิตา พร้อมคิดแก้ปัญหากับปัทมาศ

“ดาวจะไปบอกให้คุณตรัยยกเลิกงานหมั้น”
ปัทมาศพูดกับปริเทพเสียงเข้ม
“เขารักกันแล้วดาวจะไปขัดขวางทำไม?”
“ไม่จริง คุณตรัยไม่ได้รักมิ้นท์ คุณตรัยเขารักดาว เขารักดาวมาก”
“น้องดาว หยุดคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้ว”
ปัทมาศสวนกลับทันที

“พี่เทพก็เลิกเข้าข้างตัวเองสักที ยังไงดาวก็ไม่ได้รักพี่”

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 4 (ต่อ)

ปัทมาศกำลังจะเดินลงมา ปริเทพตามลงมาติดๆ แต่แล้วทั้งคู่ก็ถึงกับตกใจเมื่อได้ยินเสียงพัชรินทร์ร้องเรียกหาปัทมาศอยู่ด้านล่าง

จากนั้นทั้งคู่ก็รีบกลับเข้าไปในห้อง พัชรินทร์เดินมาถึงหน้าห้อง แล้วเคาะประตู
“ดาว เปิดประตูให้แม่หน่อย”
ปัทมาศทั้งตกใจ ทั้งกังวลใจ ปริเทพตัดสินใจจะเดินไปเปิดประตูเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง แต่พอดี ป้าอรเดินเข้ามา พร้อมกับรีบบอก
“ดาวอยู่ที่ห้องครัว ลงไปช่วยพี่ทำกับข้าว”
“พี่ก็ไม่บอกฉันตั้งแต่แรก ปล่อยให้ฉันเคาะอยู่ได้”
พัชรินทร์รีบเดินลงไป ป้าอรโล่งใจรีบเปิดประตู แล้วบอกปริเทพ
“คุณรีบไปซะ”

พัชรินทร์เดินออกจากห้องครัว ไม่ทันเห็นปริเทพที่รีบเดินออกไป
“พี่อร ดาวอยู่ไหนกันแน่?”
ปัทมาศเดินลงมาจากห้องนอน
“ดาวอยู่นี่ค่ะ คุณแม่มีอะไรเหรอคะ? “
พัชรินทร์มองลูกสาว แล้วถามขึ้น “แล้วนี่เธอแต่งตัวจะไปไหน?”
“ดาวจะออกไปสมัครงานค่ะ”
“ไม่ต้อง ฉันเลี้ยงเธอได้”
“คุณแม่คะ ดาวอยากช่วยทำงาน แบ่งเบาภาระคุณแม่นะคะ ดาวไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับค่ะ”
จังหวะเดียวกับที่สายจากตรัยโทร. เข้ามา ปัทมาศรีบบอกพัชรินทร์
“ดาวขอตัวก่อนนะคะ”
พัชรินทร์มองตามอย่างสงสัย

ตรัยตัดสินใจคุยกับปัทมาศตรงๆ
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ ออกมาหาฉันได้ไหม?”
“ดาวก็มีเรื่องอยากคุยกับคุณตรัยคะ แต่ดาวคงออกไปไม่ได้ คุณตรัยมาหาดาวที่บ้านได้ไหมคะ”
ทันใดนั้นพัชรินทร์ก็ปราดมาแย่งโทรศัพท์จากมือปัทมาศ
“เธอคุยกับใคร?”
ปัทมาศตกใจ พัชรินทร์เอาโทรศัพท์ไปคุยเอง “นั่นใครพูด?”
ตรัยพอรู้ว่าพัชรินทร์แย่งโทรศัพท์ไปคุย ก็รีบกดวางสาย
“ขอโทรศัพท์ให้ดาวค่ะ”
พัชรินทร์จ้องหน้าลูกสาวเขม็ง “ฉันถามว่าใครโทรมา?”
“เจ้านายเก่า โทรมาตามให้ดาวไปสัมภาษณ์งานค่ะ”
“ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่ต้องทำงาน ไม่มีอะไรทำก็ไปอ่านหนังสืออยู่บนห้อง อย่ามาดื้อกับฉัน”
ปัทมาศจำยอมรับคำแล้วเดินขึ้นไปบนห้อง พัชรินทร์มองโทรศัพท์แล้วปิดเครื่องทันที

ปริตาจัดดอกกุหลาบใส่แจกัน แล้วนึกถึงคำพูดของตรัย พร้อมกับย้อนนึกถึงตอนที่เธอรู้สึกดีกับเขา จนเผลอทำให้หนามกุหลาบทิ่มนิ่วจนเลือดไหลออกมา พอได้สติ ก็เอาผ้ามาเช็ดเลือด แล้วตัดสินใจเอาดอกกุหลาบทิ้งถังขยะ

เช้าวันรุ่งขึ้นปริตาเดินเข้ามาในบริเวณคฤหาสน์ของรัญชิตา บังเอิญชนกับตรัยที่กำลังตรวจดูแหวนหมั้นที่จะใช้ในงาน จนแหวนหมั้นตกลงพื้น
 
“ขอโทษค่ะ”
ปริตากับตรัยก้มลงเก็บแหวนในจังหวะใกล้ๆ กัน เขาจับมือเธอไว้ ปริตาเงยหน้ามอง แล้วจะเอามือออก แต่ตรัยกลับยื้อไว้
“นิ้วมือเธอกับนิ้วมิ้นท์เท่าๆกัน น่าจะสวมได้”
พูดพลางจะเอาแหวนหมั้นจะลองสวมนิ้ว ปริตาได้สติ รีบชักมือออก
“โบราณเขาถือ ไม่ให้เอาแหวนหมั้นสวมคนอื่นนะคะ”
“คิดมากนะ ฉันก็แค่ลอง ไม่ใช่ของจริง”
ปริตาจะเดินหนีไป ตรัยรีบพูดดักคอ “จะรีบไปหาแฟนเหรอ?”
ปริตารู้ว่าตรัยหมายถึงพลศิษฎ์ ก็รีบรับสมอ้าง เพราะต้องการจะชิ่งหนี
“ค่ะ ฉันอยากเจอหน้าพี่มาร์ท เห็นคุณหมั้นกับมิ้นท์ ก็ชักอยากเป็นเจ้าสาวบ้าง เผื่อพี่มาร์ทจะขอหมั้น”
พูดจบก็ทำท่าจะเดินไป แต่ยังช้ากว่าตรัย ที่ปราดเข้ามาดึงตัวไว้
“คุณ ปล่อยฉันนะ”
“เธอกลับไปได้ไหม ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอในงานนี้”
ปริตามองหน้าฑิปไตยอย่างแปลกใจ
“ฉันก็ไม่ได้อยากเจอคุณ แต่ฉันต้องอยู่ช่วยมิ้นท์”
“ฉันไม่ทำให้เพื่อนเธอเสียใจหรอก เกมมันจบแล้ว ฉันไม่ได้เชื่อในความรักที่เธอเพ้อ แต่ฉันทำเพื่อคุณแม่ เพื่อครอบครัวของฉัน”
ปริตาฟังแล้วก็เริ่มรู้สึกดี
“ฉันดีใจด้วยที่คุณคิดได้ ถึงแม้คุณจะไม่เชื่อในความรั แต่สักวัน ความรักจะทำให้คุณค้นพบความจริงขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ”
พูดพลางยื่นมือไปแสดงความยินดี ตรัยจับมือเธอไว้แน่น
“ฉันจะกลับไปตามคำขอของคุณ ฝากบอกมิ้นท์ด้วยนะคะ ว่าฉันติดธุระด่วน”
เสาวลักษณ์เดินเข้ามา เห็นภาพปริตาจับมือกับตรัยก็ไม่พอใจ
“ลูกตรัย เอาแหวนหมั้นไปจัดใส่พานได้แล้ว”
ตรัยรับคำ ก่อนจะเดินออกไป ปริตาหันไปยกมือไหว้เสาวลักษณ์ตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ”
“หมดธุระก็ไปได้แล้ว”
ปริตาตัดสินใจ “อ้อมมีเรื่องต้องคุยกับคุณหญิงค่ะ”

ปัทมาศตัดสินใจจะไปหารัญชิตา เพื่อไปยุติงานหมั้น พัชรินทร์เข้ามาขวาง แต่ปัทมาศไม่ฟัง ตัดสินใจวิ่งหนีออกไปจากบ้าน เจอปริเทพที่มอเตอร์ไซค์มาจอดพอดี
“พี่เทพ ช่วยพาดาวไปที ดาวจะไปหามิ้นท์ ดาวจะไปแสดงความยินดีกับมิ้นท์ พี่เทพพาดาวไปด้วยนะคะ ดาวขอร้องค่ะ”
พัชรินทร์วิ่งตามมา พร้อมๆ กับที่รถของปริเทพวิ่งออกไป

ปริตายื่นซองให้เสาวลักษณ์ที่รับมาด้วยความแปลกใจ พลางเปิดออกเห็นเช็คสองแสนที่เคยให้ปริตาไว้
“อ้อมเอาเช็คมาคืนคุณหญิงค่ะ”
เสาวลักษณ์มองอย่างดูถูก
“มันน้อยไปรึไง ถึงได้มาตามล้างผลาญลูกชายฉัน? เธอต้องการเท่าไหร่ถึงจะจบ?”
“อ้อมก็อยากได้เงินค่ะ แต่ไม่ใช่เงินที่มาจากการขายศักดิ์ศรี เพราะทั้งคนที่คิดขายคิดซื้อ ก็คือคนที่ไม่มีศักดิ์ศรี”
“อย่ามาตีฝีปากใส่ฉัน ถ้าเธอไม่ต้องการเงิน แล้วมาทำไม?
“อ้อมมาเป็นกำลังใจให้มิ้นท์ค่ะ แล้วรู้ว่าคุณตรัยรักมิ้นท์ และยอมแต่งงานตามที่คุณหญิงต้องการ อ้อมก็ดีใจค่ะ อ้อมเชื่อว่าที่คุณตรัยเปลี่ยนความคิดได้ คงมาจากความรักในครอบครัว มันเป็นสิ่งที่อ้อมเชื่อเสมอ ไม่มีอะไรที่จะมีอิทธิพลต่อชีวิตเราได้นอกจากความรักของพ่อและแม่”
เสาวลักษณ์คิดตามที่ปริตาพูด

“อ้อมขอแสดงความยินดีกับคุณหญิงด้วยนะคะ และหวังว่าคุณหญิงจะเติมเต็มความรักให้ลูกชายตลอดไป”

พูดจบก็ไหว้ลาแล้วเดินออกไป เสาวลักษณ์มองด้วยความแปลกใจที่ปริตายังแสดงความเป็นมิตรกับเธอ
 
ชาลินีเข้ามาหาเสาวลักษณ์
“คุณหญิงอย่าไว้ใจมันมากนัก ยัยคนนี้คอยปั่นหัวลูกมิ้นท์ แล้วอ่อยจนคุณตรัยสับสนมาแล้ว”
“คงไม่หรอกค่ะ เธอกลับไปแล้ว งานหมั้นจะเริ่มอีกไม่กี่นาที ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะทำให้ลูกตรัยเปลี่ยนใจได้แล้วค่ะ ดิฉันขอไปเตรียมตัวเรื่องสินสอดของหมั้นก่อนนะคะ”
พูดจบ เสาวลักษณ์เดินเข้าไป ขณะที่ชาลินียังกังวล เพราะไม่ไว้ใจปริตา

ปัทมาศเดินเข้าไปในคฤหาสน์รัญชิตาตามลำพัง ปริเทพยืนมองด้วยความเป็นห่วง พลางคิดตัดสินใจ ขณะที่ปริตาที่ตัดสินใจจะกลับออกไปจากงานหมั้น กลับถูกพลศิษฎ์รั้งตัวไว้
“งานนี้สำคัญกับมิ้นท์มากนะ รึอ้อมไม่อยากเจอหน้าคุณตรัย?”
ปริตาส่ายหน้า “เปล่าค่ะ อ้อมไม่อยากทำให้คุณแม่พี่มาร์ทไม่สบายใจ”
ชาลินีเดินเข้ามาพอดี “รู้ว่าฉันไม่ชอบหน้า ก็กลับไปได้แล้ว”
พลศิษฎ์รีบพูดขึ้นมาทันที “คุณแม่ครับ ผมขอเถอะครับ”
“ฉันก็ขอเหมือนกัน ขอให้เลิกคบเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้สักที”
“ผมรักอ้อมนะครับ”
ชาลินีมองหน้าลูกชายอย่างไม่พอใจ
“ตามาร์ท แกจะทำให้ฉันความดันขึ้นรึไง? เธอเป็นตัวปัญหาทำให้แม่ลูกต้องทะเลาะกัน เธอไม่รู้สึกเสียใจบ้างรึไง หรือว่าสะใจเธอแล้ว”
ปริตารีบพูดตัดบท “พี่มาร์ทคะ ให้อ้อมกลับเถอะค่ะ”
พลศิษฎ์จำยอม ปล่อยแขนให้ปริตาไป พร้อมๆ กับที่พิชัยเดินเข้ามา
“หนูอ้อมขึ้นไปหามิ้นท์ที่ห้องเถอะ มิ้นท์รอนานแล้ว รีบไปเถอะ ใกล้เวลาจะทำพิธีหมั้นแล้ว”
ปริตาจำต้องรับคำ แล้วเดินเข้าไป พิชัยหันมาสั่งลูกชายต่อ
“มาร์ทไปเตรียมดูความเรียบร้อยด้านใน”
พลศิษฎ์รับคำ แล้วเดินออกไป ชาลินีหันขวับมาต่อว่าสามีทันที
“คุณจงใจหักหน้าฉัน”
“แล้วทีคุณให้ลูกหมั้นไม่ปรึกษาผมสักคำ มันเรียกว่าอะไร?”
ชาลินีเชิดหน้า “ฉันเห็นว่าทั้งสองรักกัน ฉันก็ทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
“ทั้งๆที่คุณก็รู้ข่าวว่าลูกชายคุณหญิงเป็นเพลย์บอย”
ชาลินีสวนกลับ “อย่างน้อยฉันก็น้อยกว่าคุณ”
“เอาเถอะ ผมคงขวางอะไรไม่ได้แล้ว แต่คุณฟังไว้นะ ถ้าว่าที่ลูกเขยคุณออกลายทำให้ลูกมิ้นท์เสียน้ำตา ผมไม่ปล่อยไว้แน่”
“คุณตรัยไม่มีวันทำให้ลูกมิ้นท์ผิดหวัง”
ชาลินีพูดอย่างมั่นใจในตัวตรัย

ปริตาเดินเข้ามาในห้องนอน เห็นรัญชิตาสวยสง่าอยู่ในชุดไทยสำหรับงานหมั้น
“สวยมาก แกสวยยังกะนางฟ้าแน่ะ นี่ถ้าดาวมาอยู่ด้วยคงดี เราได้แสดงความยินดีพร้อมหน้า”
“แกไม่ได้บอกยัยดาวใช่มั้ย?”
ปริตาส่ายหน้า “เปล่า”.
รัญชิตายิ้ม แล้วรีบลากปริตาให้ไปเปลี่ยนชุด

ปัทมาศเดินตรงเข้ามาในห้องโถง พลางมองดอกไม้ที่ตกแต่งเพื่องานหมั้นอย่างสะเทือนใจ พอเดินตรงเข้าไป ก็เจอกับตรัยที่เดินเข้ามาพอดี
ปัทมาศพุ่งเข้าไปสวมกอด ตรัยผงะด้วยความตกใจ
“คุณตรัยหมั้นไม่ได้นะคะ ดาวรักคุณนะคะ”
ตรัยกลัวคนอื่นจะเข้ามาได้ยิน รีบดึงตัวปัทมาศออกไป
“เราไปคุยกันข้างนอก”
พลศิษฎ์เห็นทั้งคู่เดินออกไปด้วยกัน ก็มองตามอย่างแปลกใจ

“อะไรนะ ยัยดาวมาที่นี่ ยัยดาวรู้ได้ยังไง?”
รัญชิตาถึงกับตกใจ เมื่อรู้เรื่องจากพลศิษฎ์
“มีอะไรรึเปล่า เพื่อนมาน่าจะดีใจ”

“พี่มาร์ทไม่รู้เรื่องอย่าพูดเลย ยัยดาวอยู่ไหนคะ มิ้นท์จะไปไล่เอง”

รัญชิตาเดินออกไปจากห้องทันที พลศิษฎ์นึกแปลกใจ
 
“มิ้นท์ ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว”
พลศิษฎ์หันกลับไปมอง เห็นปริตาเดินออกมาในชุดไทยสวยงาม
“สวยอย่างนี้ พี่ขอหมั้นพร้อมกับคุณตรัยเลย ตกลงนะ”
ปริตาชะงัก “พี่มาร์ท”
“พี่ล้อเล่นน่ะ แต่ก็อยากให้เป็นจริง”
“แล้วมิ้นท์ไปไหนคะ?” ปริตาย้อนถาม
“พี่บอกว่าดาวคุยกับคุณตรัยข้างล่าง มิ้นท์ก็รีบลงไป มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า มิ้นท์ถึงไม่อยากให้ดาวมางาน?”
ปริตาหน้าเครียด กังวลใจกลัวจะเกิดเรื่องอีก

ปริตารีบลงบันไดมาจากชั้นสองมองหารัญชิตา ขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังมองหาปัทมาศด้วยความร้อนใจ
ทางด้านตรัยก็พาปัทมาศหลบมาคุยกันที่บริเวณสระน้ำ เพื่อไม่ให้คนอื่นมาเห็น
“ดาว เธอกลับไปก่อนเถอะ”
“คุณตรัยจะเป็นคนบอก ยกเลิกงานหมั้นเองใช่มั้ยคะ ?”
ตรัยอึดอัด “ฉันพยายามจะโทรนัดบอกเธอเรื่องนี้ แต่ติดต่อเธอไม่ได้ ฉันขอโทษ มันเป็นความผิดของฉันเอง”
“คุณตรัยอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณ ถึงแม้งานหมั้นจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่สายเกินไปคุณตรัยยกเลิกงานหมั้นได้นะคะ”
ตรัยตัดสินใจพูดตรงๆ “ดาว แต่เรื่องของเราเป็นไปไม่ได้หรอก”

รัญชิตากวาดสายตามองหาปัทมาศ พร้อมๆ กับที่ปริตารีบวิ่งเข้ามา
“มิ้นท์ใจเย็นๆก่อน”
รัญชิตาสวนทันที “เธอบอกให้ดาวมาที่นี่ใช่ไหม ?”
“ฉันไม่ได้บอกงานหมั้นกับใครเลยนะ รึว่าพี่เทพ”
รัญชิตาปรายตามองปริตาด้วยความไม่พอใจ
“เธอมันไม่ได้เรื่อง”
จากนั้นก็รีบเดินออกตามหาตรัยและปัทมาศทันที ปริตากังวลใจ

“คุณตรัยไม่รักดาวเหรอคะ ?” ปัทมาศถามย้ำ
“มันยังไม่มีประโยชน์อะไรที่ฉันจะพูดตอนนี้”
“ดาวรู้ค่ะว่าคุณลำบากใจ คุณแม่คุณเป็นคนจัดการเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ดาวรู้นะคะรู้ว่าใจคุณอยู่กับดาว ดาวจะไปบอกความจริงให้ท่านเข้าใจค่ะ ว่าเรารักกัน”
พูดจบก็ขยับตัวจะเดินออกไป แต่ตรัยรีบขวางไว้

“ไม่ได้นะ เธอบอกเรื่องนั้นกับใครไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันจะทำร้ายความรู้สึกของทุกคน”

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 4 (ต่อ)

ปัทมาศพยักหน้า “ดาวเข้าใจค่ะ คุณไม่อยากให้ดาวผิดใจกับเพื่อน แต่เราจะปล่อยให้งานหมั้นดำเนินต่อไปไม่ได้นะคะ คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ดาวจะพูดให้มิ้นท์ยกเลิกงานหมั้นเอง มิ้นท์เป็นเพื่อนดาว เขารักดาวมิ้นท์ต้องเข้าใจค่ะ

“มิ้นท์รับเรื่องนี้ไม่ได้หรอก”
“แล้วคุณจะปล่อยตามเลยอย่างนั้นเหรอคะ?” ปัทมาศย้อนถาม
“ในเมื่อเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เธอก็ต้องทำใจ ลืมว่าเคยเกิดอะไรขึ้น ลืมทุกอย่างซะ”
ปัทมาศถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้โฮ ตรัยเข้าไปกอดปลอบใจ
“ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันมันเห็นแก่ตัว ให้อภัยฉันเถอะ ถึงเวลาที่ฉันต้องรับผิดชอบครอบครัวฉัน เธอเริ่มต้นใหม่ได้ ยังมีคนที่รักเธอ และห่วงใจเธอ”
ปัทมาศน้ำตาคลอ “ดาวเป็นของคุณแล้ว ดาวรักใครไม่ได้อีกแล้ว ดาวรักคุณมากนะคะ”
ตรัยเข้าไปเช็ดน้ำตาให้ “เธอรักฉัน เสียสละเพื่อฉันได้ไหม ?”
ปัทมาศตัดสินใจลุกขึ้น เช็ดน้ำตาให้ตัวเอง แล้วยิ้มให้ตรัย
“ดาวรักคุณ ดาวจะไม่ทำให้คุณลำบากใจค่ะ”
ตรัยคลายกังวล ปัทมาศยิ้มทั้งน้ำตาให้ ก่อนจะจูบเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเดินออกไปด้วยความเสียใจ

ตรัยเดินเข้ามาในคฤหาสน์ ด้วยความรู้สึกผิดกับปัทมาศ เสาวลักษณ์เดินเข้ามาสังเกตเห็นสีหน้าลูกชายไม่ค่อยสบายใจ ก็เอ่ยถาม
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า มีอะไรให้แม่ช่วยไหม ?”
“ไม่มีอะไรแล้วครับ ผมเคลียร์จบแล้ว”
เสาวลักษณ์ยิ้มให้ลูกชาย “ตรัย แม่ขอบใจมากนะ ที่ลูกทำเพื่อแม่ แม่รู้ว่าการหมั้นครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรัก แต่การเปิดใจให้กัน จะทำให้ลูกใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข”
พูดจบก็ตรงเข้าสวมกอดตรัยด้วยความปลื้มปิติ

ปัทมาศที่เดินร้องไห้เสียใจ ใจคอเลื่อนลอย เหลือบมองเห็นรัญชิตาและปริตากำลังจะไปยังสระน้ำก็คิดตัดสินใจบางอย่าง

พอรัญชิตากับปริตาวิ่งมาที่สระว่ายน้ำ ก็ไม่เห็นปัทมาศกับตรัยแล้ว
“ยัยดาวกับคุณตรัยอยู่ไหน? รึว่ายัยดาวพาคุณตรัยไปแล้ว”
ปริตาพยายามพูดปลอบใจ “ไม่เอาน่า เธอระแวงมากเกินไป”
“ก็ยัยดาวทำให้ฉันไม่ไว้ใจ เหมือนคืนที่หายไปกับคุณตรัย ฉันชักคิดถึงคำพูดยัยพอลลี่ ที่บอกว่ายัยดาวแอ๊บแบ๊วแต่ร้ายลึก”
“ระหว่างดาวกับพอลลี่? เธอแยกแยะไม่ออกเหรอว่าควรเชื่อใคร? เธอน่ะมองโลกในแง่ร้าย คิดแต่เรื่องไม่ดี สองคนนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ ฉันว่ายัยดาวคงกลับไปแล้ว ส่วนคุณตรัยก็รอทำพิธีอยู่ด้านใน นี่จะถึงเวลาแล้วนะ ยิ้มเข้าไว้ วันนี้โลกทั้งโลกเป็นของเธอ ยิ้มสิ ว่าที่เจ้าสาวในอนาคต”

รัญชิตาจึงค่อยยิ้มออก แต่พอปริตาจะพาเธอเข้าไปด้านใน ทั้งคู่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นปัทมาศเดินตรงเข้ามา

ที่ห้องโถงภายใน พิธีหมั้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ทุกคนก็เริ่มกังวลใจเพราะรัญชิตาไม่ได้อยู่ในงาน พลศิษฎ์อาสาเดินออกไปตาม ตรัยมองตามอย่างกังวลใจ

ปัทมาศยืนมองเพื่อนทั้งสอง ด้วยใบหน้านิ่ง รัญชิตาตรงเข้าไปถาม
“คุณตรัยอยู่ไหน?”
“คุณตรัยเข้าไปด้านในแล้ว”
“แล้วเธอมาทำไม ?”
ปัทมาศไม่ตอบ ปริตารีบพูดแทรกขึ้นมา
“ดาว เธออยากมาแสดงความยินดีกับมิ้นท์ใช่ไหม?”
ปัทมาศร้องไห้ รัญชิตาเขม่นตามองอย่างไม่พอใจ
“อย่ามาร้องไห้ให้เสียฤกษ์งานฉันนะ ถ้ามาเพื่อจะร้องไห้ก็กลับไปร้องไห้ที่บ้าน ยังไงฉันก็จะหมั้นกับคุณตรัย กลับไปได้แล้ว ฉันจะเข้าไปทำพิธี”
พูดจบรัญชิตาก็จะเดินเข้าไปด้านใน แต่ปัทมาศปราดเข้าจับตัวไว้ พร้อมกับพูดขอร้อง
“มิ้นท์ฉันขอ เธอหยุดเถอะ”
“อะไรของเธอ หึงหวงห้ามโน่นห้ามนี่ เธอเป็นเมียคุณตรัยรึไง?”
รัญชิตาผลักปัทมาศล้มลงไป ปริตารีบเข้าไปประคอง
“อ้อม แกพายัยดาวออกไปได้แล้ว”
ปัทมาศตัดสินใจตะโกนสวนออกไป
“ถ้าเธอรู้ความจริง เธอคงไม่พูดอย่างนี้กับฉัน”
รัญชิตาและปริตานึกแปลกใจ ขณะที่ปริเทพเดินเข้ามายืนฟังอีกมุมหนึ่ง
ปริตารีบบอก “มีอะไรค่อยคุยกันนะ จะไม่ทันเวลาแล้ว มิ้นท์เข้าไปข้างในเถอะ”
แต่รัญชิตายังคาใจ เดินย้อนกลับมาหาปัทมาศ
“มีอะไรที่ฉันไม่รู้ ?”
ปัทมาศร้องไห้โฮลั่น ปริตารีบพูดตัดบท
“ไม่เอาน่ามิ้นท์ ดาวกลับเถอะ ฉันจะไปส่งเธอเอง”
ปริตาจะพาปัทมาศกลับออกไป แต่อีกฝ่ายกลับปัดมือออก
“เลิกบังคับฉันสักที ถึงเวลาที่ฉันต้องพูดความจริง ส่วนพวกเธอก็ต้องยอมรับมันให้ได้ คืนนั้นฉันกับคุณตรัยไม่ได้อยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม แต่เราอยู่ด้วยกันที่ในห้อง”
ปริตาตกใจมาก รัญชิตาถลึงตามองด้วยความโกรธ ปริเทพยืนฟังที่มุมหนึ่ง ทั้งตกใจและเสียใจ

“ไม่จริงใช่ไหมดาว? เธอจงใจโกหกเพราะอยากให้มิ้นท์ยกเลิกงานหมั้น เธอยังตัดใจจากคุณตรัยไม่ได้ ?”

ปัทมาศยิ้มหยัน “มิ้นท์ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ฉันให้เธอหมั้นกับคนรักของฉันไม่ได้”
 
ขาดคำรัญชิตาก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าของปัทมาศอย่างแรง
“เธอหักหลังฉัน เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง”
“เธอตบตีฉันให้ตาย ฉันก็เป็นของเขาแล้ว”
รัญชิตาจะตบซ้ำ ปริตารีบเข้ามาห้ามไว้
“หยุดเถอะมิ้นท์”
พลางเข้าไปสวมกอดหวังให้คลายความโกรธ รัญชิตาร้องไห้ทรุดตัวลงกับพื้น
“มิ้นท์ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ”
ปัทมาศจะเข้าไปหา แต่กลับถูกรัญชิตาไล่
“ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ ออกไป”
“ฉันจะไป แต่ฉันขอร้อง ยกเลิกงานหมั้น เขารักฉันนะมิ้นท์”
ปัทมาศคุกเข่าลงตรงหน้า รัญชิตามองเหยียด
“เธอคิดไปเองรึเปล่า เขามีอะไรกับเธอ แล้วทำไมเขาถึงตัดสินใจหมั้นกับฉัน เขาไม่ได้รักเธอ แต่เขารักฉัน”
“เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาหมั้นกับเธอเป็นเพราะเรื่องธุรกิจ แล้วเธอยังจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเธออีกเหรอ? ฉันตกเป็นของเขาแล้วนะ เธอต้องเข้าใจฉันนะมิ้นท์ ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป เธอต้องหยุดงานหมั้น”
รัญชิตามองปัทมาศหน้านิ่ง จากนั้นก็ผลักเธอตกลงไปในสระน้ำ
“ออกไป”
รัญชิตาร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปริตาเข้ามากอดปลอบใจ
“ถ้าเธอไม่ไหว ให้ฉันไปบอกเรื่องนี้กับทุกคนก็ได้”
รัญชิตาปลดเอามือปริตาออก
“เธอจะไปไหน ?”
“ฉันไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
รัญชิตาเดินตรงเข้าไปในคฤหาสน์ พลศิษฎ์เดินออกมาเห็นน้องสาวร้องไห้ก็แปลกใจ
“มิ้นท์ มีเรื่องอะไรกัน ร้องไห้ทำไม ?”
“คุณตรัยอยู่ไหนคะ?”
“คุณตรัยรอทำพิธีหมั้นอยู่ด้านใน แล้วอ้อมกับดาวล่ะ ?”
รัญชิตาไม่ตอบ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปด้านใน พลศิษฏ์รีบเดินตามไป

ปัทมาศเดินขึ้นจากสระ ปริตารีบเดินเข้าไปหา
“ทำไมเธอถึงปล่อยตัวปล่อยใจ ?”
“เพราะฉันรักเขา”
ปริตาสวนทันที “เธอรักเขา แต่เธอทำร้ายมิ้นท์”
“ฉันไม่เคยคิดทำร้ายเพื่อน เขาต่างหากที่เลือกฉัน มิ้นท์อาจเสียใจในวันนี้ แต่ดีกว่าการแต่งงานอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก”
ปริตาสะท้อนใจ “ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะกล้าทำเรื่องอย่างนั้น”
“ฉันเองก็เสียใจ แต่ฉันจำเป็นต้องพูด ที่ผ่านมาฉันอ่อนแอเกินไป พอฉันไม่กล้า ฉันต้องสูญเสียทุกอย่าง ฉันจำเป็นต้องปกป้องของรักของฉัน ในโลกที่เห็นแก่ตัว คนที่เสียสละก็ต้องเสียสละไปทั้งชีวิต เราต้องทำตามใจตัวเองบ้าง ถึงจะอยู่ในโลกนี้ได้ อ้อม เธอต้องช่วยฉันนะ เธอต้องอยู่ข้างฉันนะ”
ปริตาถอนหายใจ พลางตัดสินใจเข้าไปข้างใน เพื่อไปช่วยอธิบายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันปริเทพก็เดินเข้ามายื่นผ้าเช็ดตัวให้ปัทมาศ
“พี่เทพ ช่วยพาดาวกลับบ้านด้วยค่ะ”
ปัทมาศจะเดินออกไป แต่ปริเทพดึงมือไว้

“ไปกับพี่ ไปหาคนที่ดาวต้องการตัว ไปสิ เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบชีวิตดาว ไม่ใช่พี่”

รัญชิตาเดินเข้ามาบริเวณพิธี พลางจ้องมองมาที่ตรัย ที่มองอย่างกังวลใจและแปลกใจในท่าทีของเธอ
 
ปริตาและพลศิษฎ์เข้ามาที่มุมหนึ่ง ปริตาเข้าไปหารัญชิตา
“เธอต้องบอกความจริงกับทุกคนนะ อย่าให้มันแย่ไปกว่านี้ เชื่อฉันเถอะ ยิ่งเธอเดินหน้า เธอก็ยิ่งเจ็บ”

ทางด้านปริเทพก็พาปัทมาศเข้ามายังบริเวณห้องโถง
“พี่เทพปล่อยดาวเถอะค่ะ ดาวอยากกลับบ้าน”
“ถ้าดาวจะกลับ ผู้ชายคนนั้นต้องไปส่งดาว และไปขอขมาคุณแม่ของดาว”
ปัทมาศปรายตาเห็นรัญชิตายืนอยู่ พลางมองอย่างคาดหวังให้เธอบอกยกเลิกงานหมั้น

ชาลินีหันมาบอกกับทุกคนที่มาร่วมงาน
“นี่ก็เลยเวลาฤกษ์แล้ว เราก็คนกันเอง ดิฉันขอรวบรัดตัดตอนเลยนะคะ ลูกมิ้นท์เข้ามานั่งข้างๆพี่เขา
สิลูก จะได้สวมแหวนหมั้นกัน”
ปริตามองด้วยความหวังว่ารัญชิตาจะบอกความจริงกับทุกคน
รัญชิตาเดินเข้าไปนั่งข้างตรัย ที่หันมายิ้มให้ ปัทมาศตกใจที่รัญชิตาเลือกที่จะไปนั่งทำพิธีต่อ
ศิโรจน์ยื่นพานใส่แหวนหมั้นให้ ตรัยหยิบแหวนมา รัญชิตายื่นมือไปหาตรัย เพื่อจะให้เขาสวมแหวนหมั้น
ปริตาแปลกใจที่รัญชิตาไม่ยอมยกเลิกงานหมั้น
“มิ้นท์ ทำไมทำอย่างนี้ ?”
พลศิษฎ์หันมาถามอย่างแปลกใจ “อ้อม บอกพี่ได้รึยังมีปัญหาอะไรกัน?”
ตรัยจับมือรัญชิตาเตรียมจะสวมแหวนหมั้นให้ แต่ปัทมาศรีบปราดเข้ามาตะโกนลั่น
“มิ้นท์เธอหมั้นไม่ได้นะ”
รัญชิตาหันไปมองปัทมาศ ตรัยเห็นปัทมาศก็ยิ่งสะเทือนใจ ตัดสินใจลำบาก
ปริตารีบเข้าไปบอก “ใจเย็นก่อนนะดาว ให้มิ้นท์เป็นคนพูดเองดีกว่า มิ้นท์ เธอบอกทุกคนสิ”
ทุกคนในงานแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
รัญชิตาตัดสินใจ “คุณตรัยคะ สวมแหวนเถอะค่ะ”
ปริตาตกใจ ขณะที่ปัทมาศผิดหวัง รัญชิตาเป็นฝ่ายยื่นนิ้วเข้าไปสวมแหวนนั้นด้วยตัวเอง
ปริตาและปัทมาศตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พลศิษฎ์เข้าไปหาทั้งคู่
“มีเรื่องอะไรค่อยเคลียร์กันนะ กลับไปก่อนเถอะ”
ปริตาตะโกนสวนออกมาทันควัน
“คุณตรัย คุณรู้ว่าคุณทำอะไรลงไป คุณต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณทำ”
ตรัยมองปริตา แล้วหันไปมองทางปัทมาศ ที่ยืนร้องไห้ เขาจึงรู้ความจริงว่าปัทมาศได้บอกทุกคนหมดแล้ว
ปัทมาศต่อว่ารัญชิตา “ทั้งๆ เธอรู้ เธอยังจะทำอย่างนี้อีกเหรอ ?”
รัญชิตาสวนกลับ “แล้วเธอล่ะ เธอรู้ว่าฉันรักเขา เธอยังทรยศฉันได้ เธอมันหน้าด้านไร้ยางอาย ออกไป”

รัญชิตาโวยวายเสียงดัง จนนักข่าวต่างพากันสงสัย ชาลินีรีบไล่ต้อนนักข่าวให้ออกไป

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 4 (ต่อ)

“ใครสักคนบอกฉันหน่อยได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น?”
 
พิชัยโพล่งขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
ชาลินีรีบพูดขึ้นมาทันที
“คุณอย่าไปสนใจฟังพวกอิจฉาเพื่อนเลย ตามาร์ท ไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไป”
พลศิษฎ์เข้าไปหาปริตาและปัทมาศ พลางบอกให้ทั้งคู่กลับไปก่อน ตรัยตัดสินใจจะบอกความจริงด้วยตัวเอง
“คุณมาร์ทครับให้พวกเธออยู่เถอะครับ”
พลางหันมาทางเสาวลักษณ์ “คุณแม่ครับ ผมขอโทษ ถึงเวลาที่ผมต้องพูดความจริง”
เสาวลักษณ์เข้ามาจับมือลูกชายเป็นเชิงขอร้อง
“แม่ไม่พร้อมฟังอะไรทั้งนั้น แม่ขอร้อง”
ตรัยตัดสินใจลำบาก ปริเทพทนเฉยไม่ไหว พุ่งตรงเข้ามาต่อยหน้าตรัยเต็มแรง
“ไอ้หน้าตัวเมีย”
ปริตาเข้าไปห้ามดึงปริเทพไว้
“พี่เทพอย่า หยุดค่ะ”
ปัทมาศเข้ามาตบหน้าปริเทพ
“หยุดนะ พี่เทพไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายคุณตรัย”
ปริเทพผิดหวังและเสียใจที่ปัทมาศยังปกป้องตรัย รัญชิตาผลักปัทมาศออก
“เธอก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคนรักของฉัน”
ตรัยตัดสินใจ
“หยุดเถอะ ฉันขอโทษ”
จากนั้นก็หันมาบอกต่อหน้าทุกคน
“ผมเคยมีอะไรกับดาวครับ”
รัญชิตาได้ฟังจากปากตรัยก็ทั้งเสียใจ ทั้งสะเทือนใจ ปริตาอดใจไม่ได้ ตบหน้าตรัยอย่างแรง “คุณก็ยังคิดหมั้นกับมิ้นท์ คุณมันเห็นแก่ตัว”
รัญชิตาหันขวัยบมาทางปริตา
“เธอไม่เกี่ยวนะอ้อม คนเราล้วนมีอดีตกันทั้งนั้น ฉันไม่สนว่าเขาเคยมีใคร แต่ตอนนี้เขาเป็นคู่หมั้นของฉัน เราหมั้นกันแล้ว อาทิตย์หน้าเราก็แต่งงานกัน”
พิชัยพูดแทรกขึ้นมาทันที “จะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น ฉันไม่ยอมให้ลูกฉันแต่งงานกับคนไม่มีความรับผิดชอบ”
รัญชิตาหันมามองหน้าพ่อ
“คุณตรัยไม่ได้ทำผิดมากมาย คุณพ่อเองก็เคยผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน”
พิชัยฟาดฝ่ามือใส่หน้าลูกสาวด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเข้าไปดึงแหวนหมั้นจากนิ้วรัญชิตา แล้วปาแหวนทิ้ง
“ผมขอยกเลิกงานหมั้น”
รัญชิตาไม่ยอม “ไม่ได้นะ มิ้นท์รักคุณตรัย มิ้นท์รักคุณตรัย”
รัญชิตาเข้าไปกอดตรัย แล้วก็เป็นลมล้มลงไป พลศิษฎ์ตรงเข้ามาผลักตรัยออก
“คุณออกไป อย่ามาแตะต้องตัวน้องผม คุณควรไปดูแลผู้หญิงของคุณ”
เสาวลักษณ์รีบหันมาทางชาลินี
“คุณชาลินีคะ ดิฉันขอโทษด้วยนะ ดิฉันคิดว่าเรา..”
ชาลินีสวนทันที “คุณหญิงกลับไปเถอะ เราคงไม่มีเรื่องที่คุยกันอีก”
พลศิษฎ์และพิชัยช่วยพารัญชิตาไปที่ห้อง ชาลินีหันมาบอกปริตากับปัทมาศ
“พวกเธอก็ออกไปได้แล้ว อย่ามาเหยียบบ้านฉันอีก”

ตรัยเห็นปัทมาศเข้ามาทำท่าจะคุยด้วย ก็รีบเดินออกไป ปริตาตามเข้ามาดึงตัวปัทมาศไว้
“พอเถอะดาว มันแย่พอแล้วนะดาว”
ปัทมาศไม่ฟังวิ่งตามตรัยออกไป ปริตามองด้วยความกังวลใจ

“งามหน้าไหมล่ะ อยากได้ลูกเขยจนตัวสั่น”
พิชัยพูดกระแทกใส่หน้าชาลินี
“ฉันไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้”
“เพราะคุณมันมั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่ง แล้วผลเป็นไง ผมไม่ยอมให้มันคบหาลูกมิ้นท์อีก ผมจะตัดสินใจเรื่องลูกเอง เพราะถ้าปล่อยให้คุณดูแล มันคงพังพินาศเหมือนวันนี้”

ชาลินีหน้าเสีย

ปัทมาศวิ่งตามเข้ามา ดักหน้าตรัยไว้
 
“คุณตรัยคะ ดาวขอโทษนะคะ ดาวไม่ได้ตั้งใจ คุณตรัยต้องเข้าใจดาว ให้อภัยดาวนะคะ”
รถของเสาวลักษณ์แล่นเข้ามาพอดี ตรัยมองไป ตัดสินใจเดินตรงไปขึ้นรถ
ปัทมาศมองตรัยในรถที่เคลื่อนออกไปด้วยความรัก ปริเทพยืนมองด้วยความปวดใจ น้ำตาซึม

ปริเทพขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งปัทมาศที่หน้าซอย
“พี่ส่งหน้าซอยนะ ไม่อยากให้คุณแม่ดาวไม่พอใจอีก”
“ดาวขอบคุณพี่เทพมากนะคะ ที่ปกป้องดาว”
ปริเทพหน้าเศร้า “ขอให้น้องดาวมีความสุขกับสิ่งที่น้องดาวเลือก”
“เรายังเป็นพี่น้องกันใช่ไหมคะ พี่ชายที่แสนดีของดาว”
“พี่มีอ้อมเป็นน้องสาวแค่คนเดียว”
“พี่เทพโกรธดาวเหรอคะ?”
“คนไม่มีใจให้กัน ก็อย่าเจอกันอีกเลย”
ปริเทพบอกปัทมาศแล้วขี่รถออกไป ปัทมาศมองตามรู้สึกผิด แต่เมื่อนึกถึงตรัยก็ยิ้มออกมาได้ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยความสุขใจ

ปริเทพขี่รถไปตามถนนด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งออกจากซอย เขาไม่ทันระวังตัว รีบหักรถหลบ จนรถล้มลงข้างทาง

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ตรัยก็รีบออกปากขอโทษเสาวลักษณ์ทันที
“คำขอโทษของแกจะช่วยอะไรได้ คุณชาลินีคงถอนหุ้นร่วมธุรกิจกับฉัน โปรเจ็กต์ที่ฉันวางไว้พังลงเพราะความมักง่ายของแก”
เสาวลักษณ์พูดจบ ก็เป็นลมวูบลงไปทันที

รัญชิตาค่อยๆ รู้สึกตัว พอลืมตามองเห็นชาลินีก็ร้องไห้
“คุณแม่คะ ช่วยมิ้นท์ด้วยค่ะ”
แต่กลับถูกชาลินีตวาดกลับ
“เพราะแกคนเดียว ฉันเตือนแล้วไม่รู้จักจำ พวกมันหักหลังแก ยัยดาวเอาตัวเข้าแลกแย่งคุณตรัยไป
ส่วนยัยอ้อมก็ใช่ย่อย คอยดูเถอะ มันต้องหาทางแย่งคุณตรัยจากยัยดาว แกมันโง่ไม่ทันคน ฉันโดนพ่อแกเล่นงานก็เพราะแก แกมันไม่ได้เรื่อง มีแต่จะทำให้ฉันปวดหัวเสียหน้า ได้ยินไหมว่าแกมันโง่”

รัญชิตาผิดหวังและเสียใจ จนถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

พลศิษฎ์รีบเข้ามาปรามชาลินี
 
“คุณแม่ครับ ผมขอเถอะครับ คุณแม่ออกไปก่อน”
ชาลินีหันมามองค้อน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง พลศิษฎ์กอดปลอบใจน้องสาวไว้แน่น
“ไม่มีใครรักมิ้นท์ ไม่มีใครรักมิ้นท์เลย ทุกครั้งที่มิ้นท์ทำผิด ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณแม่จะปลอบใจมิ้นท์
คุณแม่คอยซ้ำเติม คุณแม่เขาไม่ได้รักมิ้นท์ แต่เขารักหน้าตาตัวเอง”
ชาลินีได้ยินคำพูดของรัญชิตาก็สะเทือนใจ พลางคิดอย่างตัดสินใจ


ปริตามาหาตรัยถึงบ้าน พอเขาออกมาพบ เธอก็ตบหน้าเขาเต็มแรง
“คุณจะโกหกฉันอีกกี่ครั้ง? คุณบอกว่าคุณกลับใจไม่คิดเล่นเกม แต่สุดท้ายคุณก็หักหลัง คุณต้องการอะไร ? คุณอยากทำร้ายมิ้นท์ ทำร้ายแม่คุณถึงไหน ?”
ตรัยหน้าสลด “ฉันไม่ได้ตั้งใจโกหกเธอ แต่ฉันพลาด ที่ฉันเผลอใจให้ดาว”
ปริตามองเหยียด “คำแก้ตัวของผู้ชายเห็นแก่ได้ คุณฉวยโอกาสตอนที่ดาวเสียใจ แล้วใช้กำลังขืนใจดาวเหมือนที่เคยทำกับฉัน”
“ฉันไม่ได้ขืนใจดาว ดาวมีใจให้ฉัน”
ปริตารีบห้าม “พอเถอะ ฉันไม่อยากฟัง”
“ฉันพูดอะไร มันก็จะกลายเป็นคำแก้ตัว แต่สิ่งที่ฉันอยากบอกเธอ ฉันเสียใจฉันขอโทษ เธอช่วยตอบฉันที ฉันควรทำยังไง ในภาวะที่ฉันต้องหมั้นกับผู้หญิงที่คุณแม่ต้องการ และผู้หญิงที่ฉันพลาดไป แม้ว่าในใจของฉัน
จะมี...”
ตรัยจ้องมองปริตา ต้องการสื่อความในใจที่เขามีต่อเธอ....
“มันเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายมาก คุณต้องเลือกดาว เพราะใจและกายของดาว เป็นของคุณ”
“ฉันจะทำตามที่เธอต้องการ เธอช่วยกอดให้กำลังใจฉันได้ไหม ?”
ปริตาอึ้งและสับสน พลางยกมือขึ้นเหมือนจะโอบกอด แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ดันตัวตรัยออก
“คุณไม่ควรทำอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว นอกจากดาว”
พูดจบปริตาก็เดินออกไป ตรัยรู้สึกเสียใจที่เขาต้องเสียเธอไป เพื่อรับผิดชอบปัทมาศ

ปริตากลับเข้ามาที่บ้าน เห็นรถมอเตอร์ไซค์ปริเทพวิ่งเข้ามาจอด ก่อนที่พี่ชายจะทรุดตัวร่วงลงไป
“พี่เทพเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?”
“รถเสียหลักล้มนิดหน่อย พี่ไม่เป็นอะไร”
“อ้อมทำแผลให้พี่นะ อ้อมช่วยนะ”
ปริเทพผลักปริตาออก “พี่บอกไม่ต้องไง”
“พี่โกรธอ้อม ?”
ปริเทพน้ำตาคลอ “พี่ขอโทษ อ้อม พี่ทำยังไงดี ดาวเขาไม่รักพี่ ดาวเขาไม่รักพี่จริงๆ”
ปริตาเข้าไปกอดปลอบใจพี่ชายด้วยความสงสาร
“พี่อย่าคิดมากเลยนะ ความรักมันเป็นเรื่องคนสองคน ถึงเราจะดีแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่รักมันก็คือไม่รัก ให้คิดซะว่าเขาไม่ได้เกิดมาคู่เรา”
“อ้อมไม่ต้องพูดปลอบใจพี่ อ้อมไม่เคยมีความรัก อ้อมไม่เข้าใจความรู้สึกพี่หรอก”
ปริตากลั้นน้ำตาด้วยความสะเทือนใจ
“ทำไมอ้อมจะไม่เข้าใจ อ้อมเองก็ไม่ต่างจากพี่ ในเมื่ออ้อมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อ้อมก็มีความสุขที่ได้เฝ้ามองคนที่อ้อมรักมีความสุข เหมือนคำแม่สอน แม่สอนให้อ้อมรู้จักเสียสละเพื่อคนที่เรารัก”
ปริเทพส่ายหน้า “แต่แม่ก็ต้องทนทรมานเพราะการเสียสละ พี่ไม่เอาด้วยหรอก บางทีโลกนี้ก็สอนให้เราเห็นแก่ตัว”

ปริเทพประคองตัวเดินเข้าไปในห้อง ปริตามองตามด้วยความเป็นห่วงและสงสาร

ทันทีที่ปัทมาศเดินเข้าบ้าน พัชรินทร์ก็เดินตรงเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที
 
“เธอไปไหนมา? ฉันถามว่าเธอไปไหนมา?”
“ดาวไปงานหมั้นของมิ้นท์ ดาวไปแสดงความยินดีกับมิ้นท์ค่ะ”
ทันใดนั้นชาลินีก็เดินเข้ามา ปัทมาศหันไปมองก็ตกใจ
ชาลินีมองพัชรินทร์ด้วยแววตาเหยียด
“เธอได้ยินแล้วใช่ไหม ว่าลูกสาวเธอโกหกตอแหลยังไง ปากบอกว่าไปแสดงความยินดี แต่ลับหลังไป
ประกาศแย่งชิงคนรักของเพื่อน”
ปัทมาศหน้าซีด “คุณแม่คะ ดาว”
พัชรินทร์หน้านิ่ง “เข้าไปในบ้าน”
ป้าอรรีบเข้ามาพาปัทมาศเข้าไปในบ้าน ชาลินีหยิบเช็คจะมาเซ็นให้พัชรินทร์
“สั่งให้ลูกสาวเลิกยุ่งกับตรัย เธอต้องการเท่าไหร่?”
“เก็บเงินของคุณไว้เถอะค่ะ”
ชาลินียิ้มเยาะ “เงินนี้คงน้อยกว่าการได้เป็นแม่ยายคุณตรัยสิท่า เธอคำนวณไว้แล้วสิจะเรียกสินสอดกี่ล้านจากคุณหญิง ฉลาดอย่างนี้นี่เองถึงได้สอนให้ลูกสาวใช้วิธีเลวทรามเอาตัวเข้าแลก”
พัชรินทร์กำมือแน่น “ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ฉันจะไม่เกรงใจ”
“จำไว้นะ ถ้าลูกสาวเธอไม่หยุด ฉันก็ไม่หยุด หัวอกแม่ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกตัวเองได้”

ปัทมาศนั่งอยู่ในห้องนอนด้วยความกังวลใจ ครู่หนึ่งพัชรินทร์ก็เดินเข้ามา พร้อมกับฟาดฝ่ามือที่ใบหน้าลูกสาวด้วยความโมโห
“ฉันไม่เคยสอนให้เธอปล่อยเนื้อปล่อยตัวยั่วผู้ชาย ทำไมถึงทำแบบนี้ ?”
“ดาวรักเขาค่ะ”
“เธอไม่รักฉันใช่ไหม?”
ปัทมาศคลานเข้าไปกราบเท้าแม่ “ดาวรักคุณแม่นะคะ”
พัชรินทร์ขยับเท้าหนี
“เธอรักฉัน เธอต้องไม่ทำต่ำทรามอย่างนั้น ปัทมาศ เธอคิดเหรอว่าการเอาตัวเข้าแลกจะได้ความรักกลับมา ผู้ชายมันก็แค่รักสนุก ตอบสนองความใคร่”
“คุณตรัยรักดาวค่ะแม่ เขายอมยกเลิกหมั้นเพราะดาว”
พัชรินทร์จ้องหน้าลูกสาว
“เขาได้เสียกับเธอก่อน แต่เขาก็ยังคิดหมั้น นี่เหรอความรักที่เขามีให้เธอ พอเธอบุกไปโวยวายกลางงาน เขาจนมุมถึงยอมรับเธอ เธอยังหน้าด้านออกรับแทนว่าเขารักเธออีกเหรอปัทมาศ บอกฉันสิ อยู่กับฉันมันไม่มีความสุขรึไง ถึงได้เร่อยากแต่งงานมีผัว”
ปัทมาศน้ำตาพราก
“ดาวอยากมีชีวิตของดาวเองค่ะ ดาวอยากมีบ้านของดาว บ้านที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ บ้านใหม่ ที่ดาวคิดตัดสินใจเองได้”
พัชรินทร์ฟังความในใจของปัทมาศก็สะเทือนใจ ลุกเดินออกไปจากห้อง ปัทมาศค่อยๆ ลุกตาม จะเดินออกไปเพื่อจะไปขอโทษ แต่พัชรินทร์เอาสายคล้องล๊อกประตูมาคล้องล็อกประตูไว้
“คุณแม่คะ อย่าขังดาวอีกเลย”

พัชรินทร์ถือลูกกุญแจเดินลงมา ป้าอรรีบเข้าไปต่อว่า
“พี่จะให้ฉันทำยังไง พ่อมันรู้ก็คงมาหัวเราะเยาะฉัน ฉันเป็นครูปกครองคน พร่ำสอนลูกศิษย์ให้
รักนวลสงวนตัว แต่ลูกสาวตัวเองกลับเอาตัวเข้าแลกแย่งชิงผู้ชาย แล้วฉันจะมีหน้าไปสอนใครได้อีก?”
พัชรินทร์น้ำตานองหน้า ป้าอรต้องกอดปลอบใจ
“ครูก็คือคน คนน่ะทำผิดพลาดกันได้ พี่เข้าใจรินทร์ ดาวก็ผิด แต่เราย้อนไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ดาวรักเขา เป็นของเขา เราก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ให้ผู้ชายคนนั้นมารับผิดชอบดาว อย่าใช้อำนาจความเป็นแม่มาบังคับ ต้องใช้ความรัก ความเมตตาปกครองลูก”

“เพราะฉันรักลูกไงพี่ ฉันถึงยอมให้ลูกไปใช้ชีวิตกับผู้ชายมักง่ายคนนั้นไม่ได้”
 
จบตอนที่ 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...