xs
xsm
sm
md
lg

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 5

จันทรกานต์หน้าตึง โกรธที่ถูกดาริกาตอกใส่หน้าแบบนั้น

“ผมพูดจริง ไม่เคยหลอกลวงใคร ไหนว่าจะสำรวมไง”
ดาริกาส่ายหน้า
“เรื่องอย่างนี้สำรวมไม่ได้อยู่แล้ว คิดบ้าอะไรของคุณ ให้ฉันไปทำงานอะไร เป็นขี้ข้าส่วนตัวอย่างที่
คุณบอกน่ะเหรอ”
“เลขาฯ ครับ ไม่ใช่ขี้ข้า เลขาฯ ส่วนตัวผม”
จันทรกานต์พูดย้ำ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณวิวิทธิ์เป็นเลขาฯ คุณอยู่แล้ว มาต้องการชะนีอย่างฉันทำไม”
“ช่วงนี้งานบางอย่างมันเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า”
ดาริกาเบ้เปาก “ฉันมีงานทำอยู่แล้ว มั่นคงด้วย”
“ในเมื่อคุณร้อนเงิน ผมให้เงินเดือนคุณสองเท่าหรืออาจจะสามเท่า”
ดาริกาชักสีหน้า ไม่พอใจ “ใครบอกว่าฉันร้อนเงิน”
“คุณเขียนไว้เอง”
จันทรกานต์นึกถึงภาพกระดานดำที่บ้านตาทศ ที่มีตัวเลขจำนวนเงินสะสม ที่ดาริกาจดไว้
“ถ้าคุณจะให้ฉันเป็นเลขาฯ โดยการใช้เงินซื้อฉันแบบนี้ เสียใจค่ะ คนอย่างดาริกาไม่ได้มีไว้ขาย”
จันทรกานต์มองหน้าดาริกาแบบอ้อนวอน
“คุณเป็นคนเดียวที่จัดการกับพิชญาได้”
“อุ๊ยตาย ! จ้างฉันแพง ๆ เพื่อให้ไปเป็น “ไม้กันหมา” เหรอคะ ต๊าย คุณค่าของฉันมีแค่นี้ โถ ยายดาริกา อกเอ๋ยน่าน้อยใจนัก”
จันทรกานต์ส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ใช่ คุณมีความสามารถมากกว่านั้น ความสามารถที่คนอื่นไม่มี คุณทำให้ผมสบายใจ หมายถึงคุณจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง ผมเจอปัญหาหนัก ๆ คุณช่วยแก้ให้ได้ทุกครั้ง ทำให้ผมสบายใจน่ะ นี่แหละความสามารถของคุณ”
แต่ไม่ว่ายังไงดาริกาก็ยังยืนกรานปฏิเสธ พลางให้เหตุผลว่า เธอกับจันทรกานต์ แตกต่างกันชนิดคนละขั้ว จันทรกานต์แอบยิ้ม อย่างไม่ยอมล้มเลิกความพยายาม

ดาริกาเล่าเรื่องที่จันทรกานต์ชวนไปทำงานเป็นเลขาฯ ให้วรางค์กับอาร์ตี้ฟัง
“เขาเสนอเงินเดือนมากกว่าที่นี่ตั้งสามเท่าแน่ะค่ะ”
วรางค์ค้อนขวับ
“เลยลังเล อย่าบอกนะว่าแกจะทิ้งฉันไปหานายหม่อมหลวง กะอีแค่เงินเดือนสามเท่า”
“แหม....พี่วรางค์ มันต้องกินต้องใช้นี่คะ ทางออกง่ายนิดเดียว เพิ่มเงินเดือนให้หนูหน่อย ไม่ต้องสามเท่าก็ได้ เอาแค่เท่าครึ่ง อุ๊ย ! หนูทำงานถวายหัวเลย”
วรางค์หันมาทางอาร์ตี้ “ตี้ นังดาวมันทรยศพี่” พูดพลางก็ปล่อยโฮออกมา
“ดาวมันยังไม่ได้พูดเลยครับว่ามันจะลาออก”
วรางค์ใช้หลังมือปาดน้ำตา “ถึงมันไม่พูดมันก็คิด มันทรยศ”
“หนูก็ไม่เคยคิดทรยศพี่ หนูไม่มีวันลาออกเข้าใจไหมคะ” ดาริกายืนยันเสียงแข็ง “ที่ไหนจะอบอุ่นเหมือนบ้านเท่าที่นี่ละคะพี่ หนูมีพี่วรางค์ มีพี่ตี้ มีบ๊วย มีอาร์ท มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ หนูไม่ไปไหนหรอกค่ะ”
วรางค์ค่อยยิ้มออก พลางดึงดาริกามากอด
“เราเป็นทีมเวิร์คเดียวกันนะดาว เราแทบจะเป็นคนคนเดียวกันแล้ว คิดเหมือนกัน หายใจร่วมกัน พอปากฉันพูด ตูดแกก็สบถ”

ดาริกายิ้มขำ “ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ เท่านี้หนูก็ซึ้งใจจะแย่แล้ว ไม่ร้องนะคะ”

ขณะที่บ๊วย อาร์ทและป๊อบ เดินเข้ามาพร้อมปิ่นโตและถาดอาหาร พอเดินเลี้ยวมาเจอกลุ่มวรางค์ อาร์ตี้มองป๊อบงงๆ ป๊อบเลยรีบบอกว่าวรางค์ให้มาฝึกงาน

“เอ๊ะ ไอ้บ๊วย ไอ้อาร์ท ฉันให้ป๊อบมาฝึกงานครีเอทีฟ ทำไมแกใช้มันไปซื้อกับข้าววะ”
วรางค์โวยวาย บ๊วยรีบแก้ตัว
“จะฝึกคนต้องเริ่มต้นจากศูนย์ครับพี่”

คุณชายจันทรนั่งทานอาหารเช้า พร้อมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ลำพัง ครู่หนึ่งจันทรกานต์ ก็เดินเข้ามา พลางบอกความประสงค์วาจะรับเลขาฯคนใหม่
“เลขาฯ คนใหม่ วิวิทธิ์ทำงานไม่ถูกใจหรือไง”
จันทรกานต์ส่ายหน้า
“เปล่าครับ แต่ผมอยากให้วิวิทธิ์แยกไปทำงานติดต่อลูกค้ามากกว่า เลยอยากได้เลขาฯ สักคนมาดูแลส่วนตัวผมน่ะครับ ผมหมายตาไว้คนนึง พ่อก็รู้จัก แต่คงนึกไม่ถึง ดาริกาครับ”
คุณชายจันทรจ้องมองลูกชายอย่างจับสังเกต “ดาริกาคนนั้น งั้นบอกมา เขามีคุณสมบัติอะไรบ้างที่ลูกคิดว่าเขาน่าจะเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้ลูก”
แต่ยังไม่ทันที่จันทรกานต์จะอธิบาย ดารารายก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะ พลางหันมาถามลูกชาย
“คุณจันทร์ น้องอิงฟ้าเป็นยังไงบ้าง มีปฏิกิริยาอะไรกันบ้างไหม ใจสั่น มือเย็น เท้าเย็น หรือไม่ก็ร้อนวูบวาบ พูดจาเบลอ ๆ เอ่อ แม่หมายถึงมีเขินอายกันบ้างไหม”
“ตอนนี้ยังครับ”
ดารารายแอบผิดหวัง “งั้นต้องใกล้ชิดกันให้มากกว่านี้ ไปรับไปส่ง ดูแคเทคแคร์ตลอด”
“แม่ครับ แล้วถ้าน้องเขาไม่ชอบผมแบบแฟนละครับ”
ดาราราย มองลูกชายอย่างเอ็นดู
“มันอยู่ที่ตัวลูกจ้ะ ลูกต้องแสนดี อบอุ่น น่ารัก เอาอกเอาใจเขามาก ๆ เท่านี้น้องฟ้าก็พร้อมเข้ามาพักพิงในใจของลูกแล้วละ แหม ! ลูกแม่หล่อเสียขนาดนี้ สาว ๆ ที่ไหนจะปฏิเสธลง”
คุณชายจันทรแอบมองภรรยา แล้วยิ้มอย่างมีแผน พลางหันมาทางจันทรกานต์
“เล่าต่อซีลูก”
“เรื่องอะไรครับ
“ก็เรื่อง คุณสมบัติเลขาฯ คนที่ว่าไง”
จันทรกานต์สะดุ้ง พลางแอบเหลือบตามองแม่ ดารารายหันมาจ้องหน้าสามี
“คุณสมบัติเลขาฯ อะไรคะ”
“คุณสมบัติเลขาฯ ที่ดี คุณจันทร์เขาเพิ่งไปเจอเลขาฯ สาวคนนึงเข้า เขามีดีอะไรนะ”
“สาวที่ไหนลูก”
ดารารายจ้องหน้าจันทรกานต์เขม็ง คุณชายจันทรมองลูกชาย อย่างวัดใจว่าจะแก้เกมอย่างไร
“อ๋อ ที่บริษัทไอทีของเพื่อนน่ะครับ เลขาฯ เขาเก่งมาก เขาแก้ปัญหาให้นายได้ทุกเรื่อง เขามีมุมมอง ดีๆ ในการทำงานและการใช้ชีวิต ซื่อสัตย์ มีอารมณ์ขัน อยู่ด้วยแล้วสบายใจน่ะครับ”
ดารารายยิ้มพอใจ
“แหม ! คุณจันทร์ เจอคนแบบนี้นะ รีบจ้างมาทำงานเลย แม่ละหามานานแล้วคนเก่ง ๆ แบบนี้ เลขาฯ ในฝันเลยละ”
จันทรกานต์แอบหันมายิ้มกับพ่อ

“อะไรนะครับ คุณจันทร์บอกเองเหรอครับว่าคิดกับคุณอย่างน้องสาว”
วิวิทธิ์ถามย้ำ ขณะที่นั่งคุยกับอิงฟ้าในห้องแกลอรี่
“แล้วทำไมคุณจันทร์ถึงพูดเรื่องนี้ออกมาล่ะครับ”
“ฉันถามไงคะ”
“คุณถามตรงๆ เลยเหรอ” วิวิทธิ์ยังคาใจ
“ค่ะ ก็ต้องถามตรง ๆ ว่าคิดยังไงกับฉัน แล้วฉันก็สบายใจมากที่พี่ชาย บอกแบบนี้ ถ้าคิดจะคบฉันเพื่อหวังจะแต่งงานด้วย ฉันคงหนีไปอยู่ทิเบต บนหลังคาโลกแล้วผู้ชายแบบนี้ไม่แมนค่ะ ไม่ได้รักกัน แต่ยอมแต่งตามใบสั่งพ่อแม่ ฉันรับไม่ได้ หลายคู่ในสังคมเป็นแบบนี้นะคะ แต่งเพื่อต่อยอดเงินแต่งเพื่อสถานะทางสังคม ที่น่ากลัวสุด อะไรรู้ไหม แต่งเพื่อกลบความเป็นเกย์ตัวเอง ผู้ชายพวกนี้ฉันจะ “ยี้” สุด ๆ “

วิวิทธิ์ได้ยินก็ยิ้มดี

ข้าวตู ข้าวตอก ดอกไม้ วิ่งเล่นผ่านหน้าเพชรกับยุพาหน้าห้องแกลอรี่ เพชรแอบบ่นอย่างรำคาญ แต่ยุพากลับบอกว่าน่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากเด็กทั้ง 3 คนนี้

“เจ้าสามตัวเนี่ย หัวโจกข้าวตอก ยายเด็กดอกไม้ กับเจ้าข้าวตู ยุพาแอบได้ยินว่าเด็กสามคนนี้มีประวัติลักเล็กขโมยน้อย ล้วงกระเป๋าเป็นอาชีพ เราน่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้”
เพชรฟังด้วยแววตาเป็นประกาย ขณะที่พิชญาที่แอบได้ยิน ก็โผล่มาทันที พลางยิ้มร้าย“งานนี้ฉันขอร่วมทำเรื่องเลว ๆ ด้วยคน รังเกียจไหมคะ”
เพชรและยุพา ยิ้มออกมาแทนคำตอบ

ดาริกาถามหาวรางค์ กับอาร์ตี้ กับพวกบ๊วย , ป๊อบ ได้ความว่าทั้งคู่กำลังนั่งคุยธุระกับแขกอยู่ในห้องทำงาน ดาริกาเลยมาแอบฟังหน้าห้อง แล้วก็ชะงักไปเมื่อเห็นว่าแขกคนที่ว่า คือจันทรกานต์ ที่มาบอกเจตนากับทั้งคู่เรื่องจะชวนดาริกาไปทำงานเป็นเลขาฯ เบื้องต้นนั้น ทั้งวรางค์กับอาร์ตี้ไม่สนับสนุน เพราะคิดว่าดาริกาไม่เหมาะกับงานในตำแหน่งนี้ และสุดท้ายวรางค์ก็โพล่งออกมาว่า
“ทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ ยายดาวไม่ได้อยากไปทำงานกับคุณ”
จันทรกานต์ ถอนหายใจ
“ผมถึงมาขอความช่วยเหลือจากคุณไง”
“มาขอความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้อยู่ว่าเราต้องปฏิเสธแน่นอน” อาร์ตี้ย้อนตรงๆ
“ไม่แน่หรอกนะครับ ถ้าคุณพิจารณาข้อเสนอของผม”
พูดพลางพยักหน้าให้ช้างส่งแฟ้มมาให้ ก่อนที่จะวางลงตรงหน้าวรางค์และอาร์ตี้ ดาริกาโผล่เข้ามาในห้องอย่างสุดทน พลางโวยวายใส่จันทรกานต์ พร้อมกับลากให้ออกมาคุยกันนอกห้อง ขณะที่ด้านในห้อง วรางค์กับอาร์ตี้ เปิดแฟ้มดูแล้วก็ทำตาโต
“ตี้ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”
“ไม่ครับ ดูตัวเลขรายได้ซิครับ”

ดาริกาเดินนำจันทรกานต์ออกมาคุยกันอีกมมุมหนึ่ง
“คุณกล้ามากนะ มาเหยียบถิ่นเสือของฉัน”
จันทรกานต์พยักหน้า
“ถ้าผมแน่ใจว่าผมต้องการอะไร ผมต้องได้ครับ ถ้าสิ่งนั้นมันคุ้มค่า”
“ฉันคุ้มค่าที่จะเป็นเลขาฯ คุณยังไง นอกจากเป็น “ไม้กันหมา” ยายพิชญา”
ดาริกาถามย้ำ
“คุณรู้ทุกซอกทุกมุมของห้างผม รู้ว่าพนักงานส่วนไหนนิสัยใจคอเป็นอย่างไร รู้แม้แต่วีธีการขายสารพัด นี่แหละที่ผมคิดว่าคุณเหมาะเป็นเลขาฯ “ห้างแกรนด์” ของผมที่สุด”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันทำงานที่นี่ มีความสุขดีแล้ว ฉันไม่ต้องการย้ายค่ายเพียงแค่เงินเดือนที่สูงขึ้น แล้วต้องไปปวดหัวเพราะต้องไปรับใช้คนอย่างคุณ”
จันทรกานต์จ้องหน้าดาริกา “คนอย่างผมเป็นยังไง”
“คุณหนูไฮโซ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เท่านั้นคนแวดล้อมคุณก็ไม่ใช่คนที่จริงใจอย่างสังคมที่ฉันอยู่ หน้าซื่อใจคดกันทั้งนั้น งานหนักฉันไม่ห่วงหรอกค่ะ แต่กับคนไม่จริงใจนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด”
จันทรกานต์แกล้งยิ้มเยาะ พลางบอกว่าที่แท้ดาริกาก็เป็นคนขี้ขลาด เพราะเขาตั้งใจจะจ้างดาริกาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น
ดาริกาค่อยยิ้มออก
“สองปี ฉันก็เป็นอิสระ กลัมมาทำงานที่นี่ได้”
“ใช่ เงินเดือนสามเท่าของที่นี่ สวัสดิการเพียบ อีกอย่างที่คุณกลัวๆ เรื่องคน คุณคิดว่าผมในฐานะนายจ้างคุณจะไม่ปกป้องคุณเชียวเหรอ”
ดาริกาเริ่มลังเล
“ไม่แน่ ถ้าคุณทำงานถูกใจผม ผมอาจจะช่วยซื้อทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ให้คุณฟรี ๆ เป็นค่าตอบแทนอีกต่างหาก อ้อ ! ไม่ต้องช้อปของเซลล์ด้วยนะครับ ได้ของแบรนด์ใหม่เอี่ยมใช้ฟรีให้สมฐานะเลขาฯ ส่วนตัวของผม”
ดาริกา หันมาจ้องมองหน้าจันทรกานต์
“บอกแล้วไงคะ คนอย่างฉันเงินซื้อไม่ได้ เสียใจค่ะ คุณกลับไปเถอะ”
จันทรกานต์ หน้าเจื่อน แต่ยังยิ้มสู้ “ผมยังรอคำตอบอยู่นะครับ”

จันทรกานต์แยกไป ดาริกายืนงง ๆ

ขณะที่เด็ก ๆ กำลังโชว์ร้องเพลงอยู่บนยกพื้นเวทีกลางห้องแกอรี่ คุณหญิงอรชรนั่งคุยอยู่กับอิงฟ้า ส่วนดารารายคุยกับคุณนายไฮโซอีกสองนาง โดยมีพิชญายืนอยู่ไม่ห่าง

คุณหญิงอรชรถามหาจันทรกานต์ อิงฟ้าส่ายหน้าบอกไม่รู้ เพราะจัดงานมาสามวันแล้วยังไม่เห็นหน้าเลย
“ต๊าย อย่าบอกนะว่าเขาไม่สนใจจีบแก ฉันอุตส่าห์ลงทุนไปเยอะแยะ” คุณหญิงอรชรโวยวาย
“ไม่ทราบค่ะแม่ หนูอาจจะไม่ใช่สเป็กเขาก็ได้”
“แล้วสเป็กเขาแบบไหนล่ะ” คุณหญิงอรชรย้อนถาม
“เห็นเขาชอบไปจีบสาวหน้าไทย ๆ ผิวคล้ำคม สูงยาวเข่าดี หุ่นเซ็กส์บอม นั่นค่ะ อย่างพีอาร์พิชญาคนนั้นไงคะ
คุณหญิงอรชรมองตามไป เห็นพิชญายืนคุยกับกลุ่มดาราราย
“แม่นั่นเขามีสามีแล้วนี่ยะ”
ขณะที่ทางกลุ่มของดาราราย ดารารายก็ไหว้วานให้พิชญา ให้ช่วยพาสองคุณนายไฮโซ คือหญิงใหญ่ กับหญิงน้อย ไปเติมหน้าเพื่อเตรียมต้อนรับนักข่าว จังหวะนั้นเดียวกับที่โชว์บนเวทีจบลง ข้าวตู ข้าวตอก และดอกไม้ เดินแยกออกจากห้อง เพชรมองตาม แล้วรีบตามไปทันที

พิชญาพาสองคุณนายไฮโซเข้ามาในห้องรับรองวีไอพี พลางแอบพยักหน้ากับยุพา ที่นั่งคุยอยู่กับป้าแมว สองคุณนายไฮโซฝากกระเป๋าไว้กับพิชญา พลางขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
ยุพาฉวยจังหวะเดินมาใกล้ แล้วกระซิบ
“ระวังกล้องวงจรปิด ทางขวานั่น”
พิชญา พยักหน้า ยุพากลับไปหาป้าแมว แล้วแกล้งชวนคุยต่อ

เด็กทั้งสามวิ่งลัดเลาะออกมาที่โถงทางเดิน พลางหยุดมอง และจะเลี้ยวไปทางเข้าห้าง เจอเพชร ยืนหน้าถมึงทึงขวางอยู่ พร้อมด้วย รปภ.สองนายดักไว้อีกทาง เด็กทั้งสามตกใจจะวิ่งหนี แต่กลับถูก รปภ. วิ่งต้อนไปทางห้องรับรอง วิวิทธิ์ออกมาจากแกลเลอร์รี่พอดี เห็นเหตุการณ์เข้า พลางมองอย่างสงสัย
เด็กมทั้งสามวิ่งหนีเข้าห้องรับรอง เพชรแอบยิ้ม ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

“เข้ามาได้ยังไงเนี่ย ออกไป”
ยุพาแกล้งโวยวายเสียงดังเมื่อเห็นเด็กทั้งสามวิ่งข้ามา จากนั้นยุทธการวิ่งไล่จับก็เกิดขึ้น ป้าแมว และ พิชญาช่วยด้วย บังเอิญป้าแมวเกิดปัดกระเป๋าของหญิงน้อยและหญิงใหญ่ตกที่พื้น กล่องเครื่องเพชรหล่นออกมา จังหวะเดียวกับที่ดอกไม้วิ่งมาล้มตรงหน้าพอดี พิชญารีบใส่แหวนเพชรวงหนึ่งลงในกระเป๋าเสื้อของดอกไม้ทันที จากนั้นก็รีบส่งสัญญาณให้ยุพาพาเด็กทั้งสามออกจากห้องไป จังหวะเดียวกับที่สองคุณนายไฮโซเดินออกมาพอดี ป้าแมวและพิชญารีบทำสีหน้าปรกติ
หญิงน้อย เปิดกล่องเครื่องเพชรจะหยิบแหวนมาใส่ แต่ปรากฏว่าแหวนหายไปเสียแล้ว ป้าแมวหน้าซีดตัวสั่น

วรางค์และอาร์ตี้เดินมาส่งจันทรกานต์ที่โถงชั้นล่างสำนักงาน ด้วยท่าทีที่นอบน้อมกว่าที่เคย ขณะที่ดาริกาแอบมองอยู่ชั้นล่าง พอวรางค์และอาร์ตี้กลับไป ดาริกาเข้ามาแสดงตัวทันที พลางจ้องหน้าจันทรกานต์อย่างคาดคั้น
“ยังกลับไม่ได้ บอกมาก่อนว่าคุณมีข้อเสนออะไรให้พี่วรางค์”
“ลองไปถามกันเองดูนะ”
“ฉันต้องการรู้เดี๋ยวนี้”
ดาริกาไม่ยอมแพ้ แต่ระหว่างนั้นเองวิวิทธิ์ ก็โทร.เข้ามารายงานจันทรกานต์ว่าแหวนเพชรของคุณนายไฮโซหาย
“ครับ ผมกลับออฟฟิศเดี๋ยวนี้”
“มีเรื่องอะไรคะ” ดาริกาเห็นสีหน้าจันทรกานต์ก็พอจะเดาออกว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน
“แหวนคุณนายเพื่อนคุณหญิงอรชรหายไป เธอโทษเด็ก ๆ ของคุณ อิงฟ้า”
“เด็กคนไหนคะ”
จันทรกานต์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนตอบ
“ข้าวตู ข้าวตอก ดอกไม้”

ดาริกาตกใจ “ตายแล้ว งั้นฉันไปด้วยได้ไหม ฉันเป็นห่วงครูตุ้ย ครูอิงฟ้า ให้ฉันไปด้วยนะ”
 
อ่านต่อหน้า 2

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 5 (ต่อ)

คุณหญิงอรชรกำลังปลอบหญิงน้อยที่กำลังร้องไห้กระซิกๆ ขณะที่หญิงใหญ่นั่งหน้าเอาเรื่องอยู่ ข้างๆ ป้าแมว เพชร ยุพา พิชญา นั่งอยู่มุมหนึ่ง

คุณชายจันทรกับดาราราย นั่งหน้าเครียดดูภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเหตุการณ์ในห้อง ตอนที่เด็ก ๆ วิ่งเล่น แล้วเครื่องเพชรตกกระจาย
หญิงน้อยเห็นเหตุการณ์ในกล้องแล้วก็โวยวาย
“ตายแล้ว เครื่องเพชรฉัน นี่พวกมันต้องวางแผนกันมาแล้วแน่ ๆ ไม่นึกนะคะว่าเรามาทำการกุศลแท้ ๆ แต่กลับโดนเด็กที่เรามาทำบุญมันแว้งกัดเรา ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เลย”
“แล้วเธอสองคนก็ไม่ยอมบอกแต่แรกว่าเป็นเด็กมูลนิธิเข้ามาเล่น ช่วยกันปิดรึไง”
หญิงใหญ่ปรายตามามองเชิงตำหนิ ป้าแมวหน้าเสีย พลางยกมือไหวประหลกๆ
“ยังไงทางมูลนิธิต้องรับผิดชอบนะคะ”

อีกด้านหนึ่งครูตุ้ย กับครูผู้ช่วยกำลังค้นตัวเด็กทั้งสาม วิวิทธิ์ยืนอยู่กับอิงฟ้า ที่พูดอย่างมั่นใจว่าเด็กทั้งสามคนไม่ได้ขโมย ไม่ทันขาดคำครูตุ้ย ก็ค้นเจอแหวนเพชรจากกระเป๋าเสื้อของดอกไม้ ทุกคนตกใจ
“ดอกไม้ แหวนนี่มาจากไหนลูก”
ดอกไม้สะอื้น พลางส่ายหน้า “ไม่รู้”
“บอกครูมาตามตรง หนูขโมยมารึเปล่า”
“หนูไม่ได้ขโมย”

“ฉันเชื่อเด็กค่ะ ดอกไม้ไม่ได้ขโมยแน่ ๆ ต้องมีคนแกล้ง”
อิงฟ้าบอกกับวิวิทธิ์อย่างมั่นใจ ขณะที่เดินแยกออกมาคุยกันด้านนอก
“คุณเชื่อเด็กขนาดนั้นเลยหรือครับ”
“ค่ะ ฉันเชื่อ ฉันเลี้ยงแกมาสองปีแล้ว รู้นิสัยดี อีกอย่างดอกไม้ไม่เคยขโมยของใคร เราเคยทดลองทำของมีค่าตก ดอกไม้เก็บมาคืนทุกครั้ง”
ทันใดนั้นคุณหญิงอรชร ก็เดินตรงเข้ามา พลางบอกว่าสองคุณนายไฮโซขู่จะแจ้งตำรวจถ้าหาแหวนไม่เจอ
“บอกทุกคนเลยค่ะว่าหนูจะรับผิดชอบทั้งหมด”
“แสดงว่าเด็กมันขโมยจริง ๆ ใช่ไหม”
ยังไม่ทันที่อิงฟ้าจะตอบ วิวิทธิ์รีบพูดแทรกขึ้น
“คุณหญิงครับ เรายังไม่ได้ของกลางคืน ยังสรุปไม่ได้หรอกครับ”
อิงฟ้ามองวิวิทธิ์อย่างแปลกใจ
“อ้าว แล้วที่เราว่าจะรับผิดชอบ หมายความว่ายังไง”
“หนูจะยุติโครงการน่ะซิคะ”
“ดี เดี๋ยวแกจะต้องไปรายงานตามนี้ให้ทุกคนทราบ และต้องกราบขอโทษคุณชายจันทรกับคุณดารารายเสียด้วย บ้านเด็กดีที่มีแต่เด็กเลวของแกก็ล้มเลิกไปเสียที ฉันขายขี้หน้าเขาจะแย่อยู่แล้ว นี่ เรียกครูตุ้ยของแกไปขอโทษด้วยนะ”
คุณหญิงอรชรพูดจบ ก็เดินสะบัดหน้าไป อิงฟ้าเช็ดน้ำตา วิวิทธิ์มองด้วยความเห็นใจ
“ตัดสินใจดีแล้วเหรอครับ”
อิงฟ้าพยักหน้า
“ค่ะ ฉันไม่มีทางเลือก ทางเราต้องบอกความจริงว่าเพชรอยู่ที่ดอกไม้ ทางมูลนิธิต้องรับผิดชอบค่ะ แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ให้ฉันพูดความจริง”

“อย่าเพิ่งครับ บอกครูตุ้ยกับทุกคนนะครับว่าอย่าเพิ่งบอกว่าดอกไม้ขโมย และอย่าเพิ่งคืนเพชรให้คุณหญิง ผมเชื่อตามคุณ เด็กโดนแกล้งแน่ ๆ”

จันทรกานต์ ดาริกา และวิวิทธิ์ กำลังนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ในห้องทำงานอย่างพิจารณา แล้วก็พบว่าพิชญากับยุพาอยู่ในห้องนั้นด้วย

“ครับ นายเพชรเป็นคนไล่ต้อนเด็ก ๆ ให้เข้าไปในห้องรับรองอย่างตั้งใจผิดสังเกต คุณพิชญากับยุพาก็อยู่ในห้องรับรองอย่างผิดสังเกตเหมือนกัน”
วิวิทธิ์บอกจันทรกานต์
“คุณคิดว่าสามคนนี่ร่วมมือกันเหรอคะ”
ดาริกาย้อนถาม
“ใช่ครับ”
ภาพในกล้องมาถึงตอนที่พิชญากำลังเก็บเครื่องเพชร โดยมีดอกไม้นั่งอยู่ข้าง ๆ จันทรกานต์เขม้นมองไปที่จอภาพ เห็นพิชญาหันหลังให้กล้อง ขณะที่มือเหมือนกำลังใส่อะไรบางอย่างในเสื้อของดอกไม้
“แน่เลยครับ คุณพิชญาแอบใส่แหวนในเสื้อให้เด็กแน่ ๆ” วิวิทธิ์สรุป
“พวกเขาจะทำไปเพื่ออะไร”
ดาริกายังข้องใจ จันทรกานต์จึงรีบอธิบาย
“นายเพชรต้องการให้ผมล้มเหลวในทุก ๆ โปรเจ็กต์ที่ผมทำขึ้น ส่วนคุณพิชญาคงต้องการกำจัดคุณอิงฟ้านั่นแหละครับ”
“ร้ายที่สุด กล่าวหาได้แม้แต่เด็กเล็ก คนดี ๆ ในสังคมต้องแพ้ภัยมารร้ายพวกนี้แหละค่ะ”
จันทรกานต์ครุ่นคิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถาม
“ตอนนี้แหวนเพชรอยู่ที่ใคร”
“อยู่ที่คุณอิงฟ้าครับ”
จันทรกานต์ยิ้มอย่างมีแผน
“งั้นเราก็ต้องทำให้โปรเจ็กต์นี้และคุณอิงฟ้าได้อยู่ต่อไป”

จันทรกานต์ ดาริกา และวิวิทธิ์ออกมาจากห้องทำงาน เห็นยุพาและเพชรเดินหน้าระรื่นผ่านมา แต่พอเห็นทั้งสาม ก็รีบทำหน้าเสงี่ยม พลางเสนอหน้ารายงานว่าครูตุ้ยและอิงฟ้า กำลังจะพาเด็กไปสารภาพกับหญิงน้อย
เพชรและยุพารีบตรงไปที่ห้องแกลอรี่ ทั้งสามมองหน้ากัน
“ต้องเปลี่ยนแผนแล้ว วิวิทธิ์รีบไปห้ามอิงฟ้าไว้ก่อน ดาริกา ช่วยผมหน่อย”

“หนูจะบอกกับทุกคนว่า หนูเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เรามูลนิธิเด็กดีขอรับผิดชอบด้วยการยุติโครงการนี้ทั้งหมด และจะคืนรายได้ให้กับทางแกรนด์ทั้งหมดด้วยค่ะ”
อิงฟ้าบอกต่อหน้าทุกคนที่มารวมกันอยู่ที่ห้องแกลอรี่
“เรื่องรายได้ไม่ต้องคืนหรอกหนูอิงฟ้า”
คุณชายจันทรรีบบอก คุณหญิงอรชรพูดสวนขึ้นมาทันที
“สิ่งที่ต้องคืนคือเพชรราคาเรือนแสนของพี่หญิงน้อยต่างหาก”
“ตกลงพบเพชรในตัวเด็กไหมครับ”
เพชรรีบถาม พลางแอบยิ้มอย่างสะใจ อิงฟ้าและครูตุ้ยมองหน้ากัน ครูตุ้ยพยักหน้าให้สารภาพ
แต่วิวิทธิ์ ที่วิ่งเข้ามา พูดแทรกขึ้นมา
“เราพบว่าเพชรไม่ได้อยู่ในตัวเด็กครับ”

ทุกคนมองหน้าวิวิทธิ์แบบงงๆ

ทุกคนมองหน้าวิวิทธิ์แบบงงๆ

แต่คุณอิงฟ้าบอกว่า....”
เพชรอ้าปากจะแย้ง แต่ไมทันวิวิทธิ์
“คุณอิงฟ้ากำลังบอกอย่างที่ผมบอกนั่นแหละ ไม่พบเพชรในตัวเด็กทั้งสามคน”
ขณะนั้นจันทรกานต์ และดาริกา ก็เดินเข้ามา พิชญารีบเสนอหน้า
“ถ้าอย่างนั้น ชาย่าว่าค้นตัวเด็กอีกทีดีกว่าค่ะ เพราะทางครูอาจจะปกปิดเพื่อช่วยเด็กก็ได้”
พลางเข้าค้นตัวดอกไม้ที่ร้องไห้สะอื้น ขณะที่เพชรอาสาจะค้นตัวข้าวตูกับข้าวตอก แต่จันทรกานต์ห้ามไว้ พร้อมมอบหน้าที่ให้ดาริกาเป็นคนค้น
ดาริกานั่งลงตรงหน้า ข้าวตอก ข้าวตู พลางกระซิบเบาๆ
“ข้าวตอก ข้าวตู เดี๋ยวทำตามที่พี่บอกนะคะ”
ดาริกาดึงกระเป๋ากางเกงเด็กทั้งสองออกมาไม่พบอะไร พิชญาก็ค้นไม่เจอที่ดอกไม้เช่นกัน หญิงน้อยปราดเข้ามาเขย่าตัวดอกไม้ พลางคาดคั้น อิงฟ้าเข้ามาผลักออก
“หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเด็กแบบนี้”
“คุณนั่นแหละหยุดคุณอิงฟ้า” ดาริกาแกล้งตวาดใส่ “เด็กพวกนี้ขี้ขโมย ของฉันหายไปทุกครั้งที่ไปทำบุญที่บ้าน เด็กดีของคุณ ตั้งแต่เงิน มือถือ กระเป๋าสตางค์”
อิงฟ้ากับครูตุ้ยมองดาริกาอย่างแปลกใจ ขณะที่วิวิทธิ์ช่วยย้ำว่ากระเป๋าสตางค์ของเขา ก็เคยโดนข้าวตอกขโมยซึ่งๆ หน้ามาแล้ว
พอวิวิทธิ์พูดจบก็จะคว้าตัวข้าวตูไว้ พร้อมๆ กับที่ดาริกากำลังจะเข้ามายึดร่างข้าวตอก เด็กทั้งสามตกใจ จะวิ่งหนีออกนอกห้อง จันทรกานต์กระโดดเข้าขวาง พร้อมล็อกประตูไว้ ดาริกากับวิวิทธิ์รีบช่วยกันตะโกนให้ทุกคนช่วยกันจับเด็กไว้ ขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนกันอยู่ จันทรกานต์ก็รีบบอกให้อิงฟ้าเอาแหวนมาให้เขา
จังหวะที่ข้าวตูกระโดดขึ้นโต๊ะเล็กที่มีกระเป๋าหญิงใหญ่วางอยู่แล้วกระโดดลงมา กระเป๋าของหญิงใหญ่ ก็หล่นตามมา ข้าวของในกระเป๋าเกลื่อนพื้น จันทรกานต์รีบดีดแหวนของหญิงน้อยเข้าไปรวม อิงฟ้ามองอย่างทึ่ง
พิชญา เพชร และยุพา หันมามองหน้ากันอย่างรู้ว่าโดนซ้อนแผนเข้าให้แล้ว ยุพาเห็นแหวนเพชรที่พื้น พลางพยักเพยิดกับพิชญา แต่ทันใดดาริกาเข้ากระแทกร่างพิชญาจนเซไป พร้อมปัดแหวนไปทางป้าแมว
ป้าแมวหยิบแหวนขึ้นมา หญิงน้อย หญิงใหญ่เข้ามาดู แล้วก็กรี๊ดกร๊าดโวยวาย ป้าแมวสารภาพเสียงอ่อย เพราะเข้าใจว่าเป็นคนหยิบแหวนของหญิงน้อยใส่ในกระเป๋าหญิงใหญ่
หญิงน้อยได้แหวนคืนก็ไม่ติดใจเอาความ
คุณชายจันทรเห็นทุกอย่างคลี่คลายก็รีบตัดบท
“เอาละ เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ ถึงเวลาที่เราต้องขอโทษเด็กกันแล้วละครับ”
หญิงใหญ่ หญิงน้อย แมว อรชร เพชร ยุพา พิชญา หน้าเจื่อน ไปตามๆ กัน

จันทรกานต์จันทร์ ดาริกา และ วิวิทธิ์ ยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ

ในที่สุดเรื่องแหวนเพชรหายก็คลี่คลายลงได้ด้วยดี โดยที่เด็กทั้งสาม ข้าวตู ข้าวตอก ดอกไม้ พ้นข้อกล่าวหา อิงฟ้ารีบให้เด็กทั้งสามไปกราบขอโทษหญิงใหญ่ กับหญิงน้อย

“ขอโทษทำไมจ๊ะ เราเสียอีกที่ต้องขอโทษเด็ก” หญิงใหญ่บอกเก้อๆ
“ขอโทษที่เด็ก ๆ สร้างความวุ่นวายในครั้งนี้ค่ะ ถ้าพวกเขาไม่หนีออกไปเล่นนอกห้องก็คงไม่เกิดเรื่อง พวกเขาต้องได้เรียนรู้ว่า พวกเขาต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่กลั่นแกล้ง ไม่ทำลายผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังค่ะ”
อิงฟ้าพูดพลางปรายตามองไปที่กลุ่มเพชร ยุพาและ พิชญา ขณะที่คุณหญิงอรชรเดินตรงมาพูดกับลูกสาว
“และแม่ก็ขอให้หนูและครูตุ้ยทำโครงการของหนูต่อไปนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่”
อิงฟ้าเห็นถึงความจริงใจของแม่เป็นครั้งแรก พลางเข้าสวมกอดแม่น้ำตารื้น จากนั้นก็หันมายิ้มทั้งน้ำตาขอบคุณจันทรกานต์ ดาริกาและวิวิทธิ์

เพชร ยุพา พิชญาเดินออกมาอย่างหัวเสีย
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันรู้แผนของเรา” เพชรหันมาถาม ยุพาส่ายหน้างงๆ
“รู้ลึกขนาดซ้อนแผนเราเลยค่ะ”
พิชญาหน้าจ๋อย “หวังว่าคุณจันทร์คงจะไม่เล่นงานพวกเรานะ”
ทันใดนั้นเสียงวิวิทธิ์ ก็ดังมาจากเบื้องหลัง
“มันก็ไม่แน่หรอกครับ”
ทั้งสามสะดุ้ง วิวิทธิ์เดินเข้ามาพร้อมดาริกา
“ตอนนี้เรามีหลักฐานทั้งภาพทั้งเสียง ที่จะปรักปรำคนทำความผิดได้”
วิวิทธิ์พูดพลาง จ้องหน้าทั้งสามคนอย่างเอาเรื่อง ดาริการีบเสริม
“พวกที่ชอบรังแกคนดีก็ว่าชั่วแล้ว แต่ที่แกล้งเด็กเล็กไม่มีทางสู้ ถือว่าชั่วกว่ามาก
พวกนี้ต้องโดนลงโทษยังไงดีคะคุณ วิวิทธิ์”
“โทษสถานเดียวครับ ต้องเฉือน”.
เพชรสะดุ้งกุมเป้าทันที
“เฉือนสิทธิ์ในการเป็นพนักงานออกให้สิ้นซาก พูดง่าย ๆ ไล่ออกนั่นเอง”

พูดจบก็หัวเราะ แล้วก็เดินแยกไป
 
อ่านต่อหน้า 3

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 5 (ต่อ)

“กลุ่มนายเพชรกับ พิชญากล้าทำขนาดนี้เชียว” คุณชายจันทรถามย้ำ เมื่อได้รับรายงานจากวิวิทธิ์

วิวิทธิ์เสนอแนะให้ไล่ออกทั้งสามคน แต่คุณชายจันทรไม่เห็นด้วย พลางบอกวว่าต้องการจะดูการตัดสินใจของลูกชาย ว่าจะจัดการคู่ต่อสู้ของเขายังไง
จังหวะนั้นเอง ที่ดารารายดึงตัวจันทรกานต์เข้ามาในห้อง พลางคาดคั้นถามว่าทำไมดาริกาถึงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เธอรู้ข่าวเรื่องเด็ก ๆ ถูกกล่าวหา เธอเป็นห่วงก็เลยมาช่วยดู”
ดารารายชักสีหน้า
“แม่คนนี้เข้ามายุ่งทุกเรื่องของลูกมากขึ้นทุกทีแล้ว เอ๊ะ หรือว่าเธอชอบลูก”
“อ้าว คุณดาว ไหนบอกว่าดาริกาเป็นทอมดี้ไง” คุณชายจันทรแกล้งหันมาถามภรรยา ทั้งที่รู้ความจริงดีอยู่แล้ว
“เป็นดี้ค่ะ แล้วดี้บางคนเปลี่ยนมาชอบผู้ชายง่ายจะตายไป ใช่ไหมเธอมาชอบลูกใช่ไหม”
“ถ้าชอบก็ดีซีครับ สวยขนาดนั้น” จันทร์กานต์ตอบอย่างให้เห็นเป็นเรื่องตลก
“อุ๊ย ไม่พูดด้วยแล้ว อย่ามาบอกนะว่าลูกก็ติดใจเธอด้วยอีกคน”
จากนั้นดารารายก็บอกว่าเธอไม่ค่อยถูกชะตากับดาราราย ที่ดูกระโดกกระเดกะเหมือนพวก สก๊อย ไม่น่าไว้วางใจ
วิวิทธิ์เห็นท่าไม่ดี รีบขยิบตากับจันทร์กานต์ พลางบอกว่าถึงได้เวลาไปส่งอิงฟ้าแล้ว จากนั้นทั้งคู่ก็รีบออกจากห้องทันที

วิวิทธิ์ขับรถมาส่งอิงฟ้าที่บ้านวรรณรัตน์ แล้วก็ตะลึงไปกับความใหญ่โตของบ้าน พลางออกตัวกับอิงฟ้าว่า เขาเป็นคนอาสามาส่งเธอแทนจันทรกานต์
“วันนี้เลยต้องขอบคุณคุณหลายครั้ง ตั้งแต่ที่ช่วยเด็ก ๆ และมูลนิธิแล้วยังมาอาสามาส่ง ฉันอีก ฉันจะตอบแทนอะไรคุณได้บ้าง”
วิวิทธิ์อมยิ้ม แล้วรีบบอก “มีเรื่องนึงครับ ผมอยากให้คุณวาดรูปให้ผมสักรูป รูปธรรมชาติน่ะครับ แบบไหนก็ได้ ผมเองก็เรียกไม่ถูก”
“เอางี้ เข้าบ้านกันก่อน ฉันจะให้คุณดูอะไรบางอย่าง”

พลางรีบดึงมือวิวิทธิ์เข้าบ้านทันที

อิงฟ้าพา วิวิทธิ์เข้ามาในห้องวาดรูปlส่วนตัว ที่มีทั้งรูปที่ยังวาดไม่เสร็จ รูปที่วาดเสร็จแล้ว ทั้งดอกไม้ ธรมชาติ และพอร์เทรท มีรูปถ่ายขาวดำประเทศต่าง ๆ เห็นคนท้องถิ่น และวิวทิวทัศน์สวยงาม
 
วิวิทธิ์มองอย่างตะลึง พลางบอกว่าเห็นแล้วให้นึกถึงบึงน้ำหลังบ้าน
อิงฟ้ามองวิวิทธิ์แล้วยิ้มให้
“เห็นพูดถึงสองหนแล้ว คงสวยนะคะ”
“ไม่ได้สวยอะไรหรอกครับ แต่เวลาเหนื่อย ๆ ผมก็ชอบไปนั่งพักที่ริมน้ำ ทำให้สงบและสบายใจดี”
ครู่หนึ่งวิวิทธิ์ก็ขอตัวเข้าห้องน้ำ แต่พอเห็นความหรูหราของห้องน้ำ ก็ถึงกับถอนหายใจ
“เฮ้อ ทำไมรวยอย่างนี้ “ดอกฟ้ากับหมาวัด” แท้ๆ เลยเรา”
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้องน้ำ วิวิทธิ์จำเสียงที่คุยกันได้ว่าเป็นเสียงของคุณหญิงอรชร กับป้าแมว พลางพยายามทำตัวเงียบเชียบที่สุด แต่แล้วเผลอเอามือไปโดนชั้นวางของ ทำให้เสียงดัง
คุณหญิงอรชรและป้าแมวหันมาทันที พลางร้องถามว่าใคร แต่วิวิทธิ์ไม่กล้าตอบ ป้าแมวกระชากประตูทันที วิวิทธิ์สะดุ้งโหยงรีบลุกขึ้น คุณหญิงอรชรร้องกรี๊ดเสียงดัง
“แกมาแอบดูฉันในห้องน้ำเหรอ ไอ้โรคจิต”
“ฉันแก่แล้วนะ ยังจะแอบดูอีก”
ป้าแมวโวยตาม พลางเข้ามาตี วิวิทธิ์พยายามลุก ขณะที่มือก็ปัดป้องไปด้วย พอลุกขึ้นยืนกางเกงเลยลงไปกองอยู่ที่พื้น คุณหญิงอรชร กับป้าแมวประสานเสียงร้องกรี๊ด วิวิทธิ์รีบดึงกางเกง พลางยกมือไหว้แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง
“ป้า โทรเรียกตำรวจ”

วิวิทธิ์วิ่งออกมาเจออิงฟ้า พลางร้องขอความช่วยเหลือ แต่คุณหญิงอรชรรีบพูดสวนไปว่า วิวิทธิ์มาแอบดู วิวิทธิ์รีบปฏิเสธ อิงฟ้าบอกว่าเธอเป็นคนชวนวิวิทธิ์มาเอง คุณญิงอรชรเลยโวยวายหนัก วิวิทธิ์เห็นท่าไม่ดีเลยรีบขอตัวกลับ
คล้อยหลังวิวิทธิ์ออกไป คุณหญิงอรชรก็หันขวับมาถามอิงฟ้าทันที
“ทำไมให้เจ้านี่มาส่ง ทำไมไม่เป็นคุณจันทร์”
“คุณจันทร์ไม่อยากมาส่งค่ะแม่ คุณจันทร์ไม่ชอบหนูค่ะ”
“ทำไม”
อิงฟ้ายักไหล่
“เขาไม่ชอบกระดานแผ่นเรียบค่ะ เขาชอบแบบผนังกระจก มีนูนสูง นูนเว้า นูนต่ำ
ยิ่งสามมิติทะลุจอ ยิ่งชอบค่ะ”

พูดจบก็เดินผละออกไปทันที

ดาริกามานั่งทานอาหารเช้ากับวรางค์ อาร์ตี้ และป๊อบที่บ้านของวรางค์ ขณะที่ป๊อบรับหน้าที่ทำทำอาหารอยู่ในครัว ดาริกาแอบสังเกตเห็นวรางค์หน้าซีดเซียว อาร์ตี้ก็ขอบตาคล้ำ

“วันนี้มีอะไรคะพี่ ให้หนูมาทานของเช้ากับพี่”
“มีเรื่องสำคัญจะบอกน่ะ”
วรางค์พูดไปไอไป จนดาริกาเข้าใจว่าไม่สบาย อาร์ตี้ก็รีบเสริมว่าทั้งคู่ไม่สบายมมาหลายวันแล้ว และที่บริษัทเองก็กำลังประสบปัญหาอยู่
“เรามีปัญหาเรื่องเงินน่ะ ดาวรู้ใช่ไหม เราขาดทุนมาตลอดสามปี”
วรางค์หน้าเศร้า พลางบอกว่าอาจจะต้องมีการปลดพนักงานออก พูดไปก็ร้องไห้ไป
“ถ้าเราไม่ได้งานเพิ่มรายได้ให้เรา เราอาจจะต้องปิดบริษัท”
วรางค์ปล่อยโฮ ป๊อบเข้ามากอดพี่สาว อาร์ตี้พลอยสะอื้นไห้
ดาริกา มองวรางค์ อาร์ตี้ ป๊อบ แล้วก็ทำหน้าเศร้า

พอมาถึงที่บริษัท ดาริกาก็ผลักป๊อบเข้ามาในห้องทำงานวรางค์ พลางบังคับให้ไขตู้เอกสาร แล้วหยิบแฟ้มจากห้างแกรนด์ออกมา พออ่านแล้วตาลุกโพลง

จากนั้นดาริกาก็รีบตรงดิ่งมาหาวรางค์และอาร์ตี้ พลางวางแฟ้มโครมตรงหน้าทั้งคู่ ป๊อบเดินตามมาห่างๆ
“บอกความจริงมาค่ะ ข้อเสนอของนายหม่อมหลวงในแฟ้มนี่”
วรางค์หน้าซีด “ดาว แกพูดอะไร”
“หนูรู้ความจริงหมดแล้ว พี่หลอกหนูว่าบริษัทเราจะเจ๊ง เพื่อจะไล่หนูออกใช่ไหม”
อาร์ตี้รีบปฏิเสธ “ไม่จริงนะดาว”
“ไม่ต้องสะตอ ที่ทำเป็นป่วยนี่ก็แกล้ง
วรางค์พูดเสียงเศร้า “คนแกล้งป่วย ทำได้ด้วยเหรอ”
“พี่บอกความจริงไปเถอะ พี่ดาวเขาจับได้ตั้งแต่ที่บ้านแล้ว”
ป๊อบบอกพี่สาวเสียงอ่อยๆ

ภาพเหตุการณ์ที่บ้านวรางค์ ขณะที่ดาริกาหน้าเศร้าเดินผ่านห้องเล็กๆ พลันก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก แอบมองเข้าไปเห็นวรางค์กำลังแต่งตาคล้ำเพิ่มให้อาร์ตี้
“แกว่าดาวมันจะสงสัยไหม”
อาร์ตี้รีบส่ายหน้า
“แหม แอ็คติ้งเทพระดับเรา ไม่สงสัยแน่นอนครับ มีแต่ไอ้ป๊อบนั่นแหละที่เล่นแข็ง”
“แล้วแผนต่อไปล่ะ” วรางค์ถามต่อ
“ก็ขอร้องดาวให้มันไปทำงานกับคุณจันทร์สองปี เพื่อช่วยพยุงฐานะให้บริษัทเราไงครับ”
“แผนแกนี่สุดยอด”
ดาริกาจิกตามองทั้งคู่ด้วยความโมโห

ในที่สุดวรางค์ก็สารภาพ
“ดาว แกฟังนะ เขาเสนอจ้างเราให้จัดอีเวนท์ให้ห้างแกรนด์ตลอดสองปีที่แกไปทำงานกับเขา”
อาร์ตี้รีบเสริม
“ปีนึงมีงานเป็นสิบ ๆ งาน รายได้ต่อปีมากกว่าสองร้อยล้าน สองปีสี่ร้อยล้าน เงินเดือนพวกแกขึ้นสองเท่ากันทุกคน”
บ๊วย อาร์ท จัสติน ที่เมื่อกี๊ยังอยู่ฝ่ายเดียวกับดาริกา รีบย้ายฝั่งทันที
“พี่ดาวไม่ออกถือว่าพี่ทรยศ”
“พี่ไม่ทำเพื่อเราพี่ก็ไม่ใช่คนแล้ว”
“เห็นแก่ตัว ยิ่งกว่าค้ามนุษย์อีก”
ดาริกาน้ำตาคลอ
“หยุด พอ คนเห็นแก่ตัวคือแกสามคน พี่วรางค์ พี่ตี้ด้วย เหมือนเอาหนูไปเป็นตัวประกันยังไงยังงั้น ฮือ ไม่รักหนูแล้วใช่ไหม เสือกไสไล่ส่งหนูไปให้นายหม่อมนั่น”
อาร์ตี้ส่ายหน้า
“เสือกไสอะไรวะ แกได้เงินเดือนตั้งสามเท่าของที่นี่ แค่สองปี เดี๋ยวแกก็กลับมา”
“นั่นแหละ ไปเป็นขี้ข้าผู้ดี หนูคงมีความสุขหรอกนะ แล้วคนที่นั่น จิกกัดเจ็บยิ่งกว่ายุงลาย นางเอกหน้าใหม่อย่างหนูจะทนได้ยังไง ถ้าพี่ให้หนูไปจริง ๆ หนูขอลาออกไปขายไข่แย้กลางสี่แยกดีกว่า”
ดาริกาพูดจบ วรางค์ก็ปล่อยโฮ
“ตี้ แกฟังนะ มันขู่ มันขู่ฉัน มันจะลาออกไปขายไข่แย้ เรารึก็หวังจะฝากผีฝากไข้ให้ช่วยบริษัทให้มั่นคงขึ้น แต่มันกลับเห็นแก่ตัว ปฏิเสธข้อเสนอดี ๆ ของคุณเก้งรูปหล่อ ฉันน่ะฝึกอบรมแกมาหวังจะให้เป็นเด็กสร้าง เด็กขาย กลับกลายมาเป็นเด็กสร้างปัญหา กับเด็กขายขี้หน้า”
อาร์ตี้รีบรับมุข “พี่วรางค์ปล่อยมันไปเถอะ ถือว่าทำบุญกันมาแค่ชาตินี้”
จากนั้นทุกคนก็รุมทับถมดาริกาชุดใหญ่
“ พอค่ะ เลิกแอ็คติ้งปลอม ๆ เสียที”
วรางค์ถอนหายใจ
“ก็ได้ ไม่เล่นก็ได้ แล้วแต่แกละกัน อยากไปทำก็ไป แต่ถ้าลำบากใจนักก็ไม่ต้องไป ฉันไม่บังคับแกแล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณพี่ที่ไม่บังคับหนู”

พูดจบก็เดินแยกไป ทุกคนหันมามองหน้ากัน แล้วพร้อมใจกันส่ายหน้าแบบเซ็งๆ

จันทรกานต์เปิดภาพในวงจรปิดตอนที่พิชญาแอบหยิบแหวนใส่ในกระเป๋าของดอกไม้ เพราะจงใจจะแกล้งอิงฟ้าให้จักรพัฒน์ดู แต่กลับโดนจักรพัฒน์พูดย้อนกลับมา

“นายคิดว่า พิชญาทำไปเพราะอะไร”
“เธอคงอยากไล่อิงฟ้าไป”
จักรพัฒน์จ้องหน้าจันทรกานต์แบบคาดคั้น
“นั่นซี เพื่ออะไร”
“ต้องให้ผมพูดด้วยหรือครับ พี่เองก็รู้อยู่แก่ใจ”
จักรพัฒน์บอกว่าพิชญากำลังสับสน แพราะเข้าใจว่าจันทรกานต์ยังรักเธออยู่ แต่จันทรกานต์กลับยืนยันว่าเขาไม่เคยรักพิชญา จักรพัฒน์ไม่ฟังเสียง
“ที่อเมริกา ตอนที่พิชญายอมแต่งงานกับฉัน นายไม่คิดจะเตือนฉันสักหน่อยเหรอ เธอแต่งงานกับฉันเพื่อประชดนาย พอนายปฏิเสธเธอ เธอก็หันมาควงฉันทันที นายรู้ทุกอย่างนี่ แต่นายไม่เคยปริปาก ฉันไม่โทษนายหรอกนะ ฉันผิดเอง ฉันรักเขาเสียจนหูหนวกตาบอดไปหมด”
พูดจบจักรพัฒน์ ก็เดินออกจากห้องไป จันทรกานต์ถอนใจเหนื่อยหน่ายกับเรื่องทั้งหมด

เมื่อกลับมาถึงบ้าน จักรพัฒน์ก็ยื่นคำขาดให้พิชญาลาออกจากงานที่เดอะ แกรนด์ พลางพูดตอกหน้าว่าสิ่งที่เธอทำกับอิงฟ้ามันเกินกว่าเหตุ
พิชญาเชิดหน้า
“ฉันทำได้ทั้งนั้นเพื่อกำจัดนังแอ๊บแบ๊วนั่นออกไป”
“แล้วคิดเหรอว่าทำอย่างนี้ คุณจันทร์เขาจะปลื้มคุณ เขามีแต่รังเกียจ คุณน่าจะเห็นสีหน้าตอนที่เขาให้ผมไปดูเทปวงจรปิด เขามีแต่ความรังเกียจ ขยะแขยง สมเพชในสิ่งที่คุณทำ”
“ไม่จริง คุณจันทร์ไม่มีวันรู้สึกกับฉันแบบนั้น มีแต่คุณนั่นแหละ คุณกำลังพูดแทนตัวคุณเอง สีหน้าคุณตอนนี้นี่แหละ ที่กำลังขยะแขยง สมเพชฉัน”
จักรพัฒน์ ยิ้มเหยียดๆ
“ใช่ .ผมสมเพชคุณ ไม่คิดว่าผู้หญิงที่รัก เทิดทูน มันจะเลวหาที่ติไม่ได้แบบนี้”
“งั้นก็หย่าจากฉัน ไม่ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว”
จากนั้นก็กรีดร้องโวยวาย พลางเข้ามาทุบตีจักรพัฒน์อย่างบ้าคลั่ง แล้วร้องไห้โฮออกมา dก่อนที่จะผละออก แต่จักรพัฒน์กลับดึงร่างมากอด ไว้แน่น น้ำตาไหล
“อย่าหย่าเลยนะ อยู่กับผมเถอะ ลืมเรื่องที่ผ่านมาเสีย”

พูดจบก็จูบที่ข้างแก้มของภรรยาเบาๆ พิชญาซบหน้ากับไหล่ของสามี
 
อ่านต่อหน้า 4

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 5 (ต่อ)

ดาริกาช่วยแม่ขายกับข้าวที่เต๊นท์ข้างวัด มีคนมาอุดหนุนกันแน่น ขณะที่ร้านนางสุดสวาทกลับเงียบเหงา ดาริกาปรึกษาแม่เรื่องจะเปลี่ยนงาน พลางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

ครู่หนึ่งสามแม่ลูกผละจากร้าน ตรงมาที่ร้านกุสุมา พลางยื่น นสพ.ให้กุสุมาดู เห็นภาพข่าวนายดำรง พ่อดาริกา เข้าพิธีแต่งงานกับสาวใหญ่เจ้าของโรงสีข้าว ชื่อ “พราวพิลาศ” กุสุมาและดาริกาอ่านข่าวด้วยความรู้สึกเฉยชา
สามแม่ลูกรวมหัวกันพูดจาถากถางกุสุมากับดาริกาอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก จนดาริกาทนไม่ไหว ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจเรื่องที่สุดหล่อไปส่งยาวันงานองค์พระ
“ไม่ต้องมาหาเรื่องฉันกับแม่ เพราะถ้าฉันเอาคืน เรื่องมันจะถึงตำรวจ แล้วมันจะแสบไปถึงร่องเสียงลำใยของพวกแกเลย”
สุดสวาทรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ รีบดึงลูกทั้งสองแยกออกมา


จักรพัฒน์ยกถาดอาหารเช้า มาเสิร์ฟใด้พิชญาถึงบนเตียงนอน พลางพูดอ้อนให้พิชญาลาออก แต่พิชญากลับขอว่าเธออยากทำงาน จักรพัฒน์อดไม่ได้ที่จะซักไซ้ว่าเป็นเพราะจันทรกานต์ แต่พิชญายืนยันว่าจะไม่ไปยุ่งกับจันทรกานต์อีก

“ไอ้ดำรงเอ๊ย ไอ้ดำรง แก่ป่านนี้มันยังไปหลอกสาวแก่แม่ม่ายมาแต่งกับมันอีกนะ
คราวนี้ได้เมียรวยเสียด้วย”
ตาทศอ่านข่าวด้วยความโมโห กุสุมาถอนหายใจเฮือก
“เฮ้อ สงสารผู้หญิงน่ะพ่อ เดี๋ยวอยู่ไปสักพักพี่เขาก็ออกลาย ไปคบเด็กเอ๊าะ ๆ อีกจนได้”
“ทำไมผู้ชายต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ หนูล่ะเบื่อผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนี้”
ดาริกาพูดแบบเซ็งๆ กุสุมาหันมามองหน้าลูกสาว
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหม แกถึงไม่มีแฟนเสียที”
“มีไปทำไมละคะแม่ ผู้ชายดี ๆ สมัยนี้หายากจะตาย คนมีความรับผิดชอบแทบไม่เหลือ ดาวไม่อยากมีครอบครัวแล้วต้องแตกแยกเหมือนครอบครัวเรา”
กุสุมานิ่งไป ตาทศพลอยซึมไปด้วย
“แม่ขา ดาวขอโทษ ไม่ได้พูดตำหนิแม่นะคะ”
“เข้าใจ เฮ้อ แต่มันก็เป็นความผิดของแม่นั่นแหละที่ไปเลือกคนอย่างพ่อแกมาเป็นผัว ตอนนั้นแม่ก็เด็กเหลือเกิน”
ดาริกาเข้ากอดแม่
“แม่ผิดตรงไหน แม่ไม่เคยผิดเลย แม่เลี้ยงดาวมาลำพัง เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ ดาว
ภูมิใจในตัวแม่ที่สุดเลย ตาด้วยนะ ตาก็เป็นพ่อให้ดาว ถึงดาวไม่มีพ่อ มีแม่กับตา ชีวิตดาวก็สมบูรณ์ที่สุดแล้วล่ะจ๊ะ”

กุสุมาและตาทศ หันมายิ้มให้กัน

“ถ้าได้เงินเดือนสามเท่า เราก็จะเก็บได้อีกเกือบครบห้าแสนแล้วตา เราจะมีเงินมาซื้อที่ดินเป็นของเราเองแล้วนะ” ดาริกายิ้มอย่างดีใจ พลางมองมาที่กระดาน ที่เขียนคำว่า “เพื่อบ้านของเรา”
 
จากนั้นก็ลบ ตัวเลขสามแสนบาท แล้วเขียนตัวเลขห้าแสนลงไปแทนที่ กุสุมาถามย้ำเรื่องที่จะบ้ายไปทำงานกับจันทรกานต์ พลางไม่วายสงสัย
“แต่ที่แม่สงสัยทำไมเขาเลือกเรา”
ดาริกาส่ายหน้า
“หนูก็ยังงง ๆ เขาบอกว่าเพราะหนูจัดการปัญหาให้เขาได้ทุกเรื่อง และอีกข้อนึง เขาบอกว่าอยู่กับหนู ทำให้เขาสบายใจ”
ตาทศเริ่มสงสัยว่าจันทรกานต์จะมาจีบดาริกา แต่ดาริการีบแย้งว่าจันทรกานต์มีแฟนแล้ว แถมเป็นผู้ชายด้วย กุสุมาได้ยินก็บ่นเสียดาย
“ว่าแต่เราเถอะ ตัดสินใจรึยังว่าจะทำหรือไม่ทำ”
ดาริกาคิดหนัก
“ยังลังเลอยู่เลย เงินก็อยากได้นะ แต่กลัวไปทำงานกับผู้ดีน่ะ ผู้ดีที่นั่นน่ากลัวทั้งนั้น”
“ถ้าไปทำแล้วไม่มีความสุขก็อย่าเลยลูก”
“หนูก็ว่าอย่างนั้น”
ขาดคำมือถือดาริกาก็ดังขึ้น ชื่อของจันทรกานต์ปรากฎที่หน้าจอ
“อุ๊ย คุณหม่อมโทรมา”
ดาริกาปลีกตัวมารับสาย พลางบอกว่าเธออยู่บ้านตาทศ จันทรกานต์ถามถึงเรื่องงาน ว่าตัดสินใจอย่างไร ดาริกาปฏิเสธเสียงแข็ง
“แน่ใจนะครับ”
“แน่ที่สุดในโลก แม่บอกว่าถ้าไปทำแล้วไม่มีความสุขก็ไม่ควรไป”
จันทรกานต์พยักหน้าอย่างใช้ความคิด
“คุณจะกลับเข้าเมืองเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ค่ะ สิบโมง ทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไรครับ แล้วเจอกัน”
จันทรกานต์เลิกสาย พลางใช้ความคิดอย่างหนัก

ดาริกาเดินอยู่ในทางเดินในป่าช้า พลางรู้สึกเหมือนมีใครซักคนซุ่มดุอยู่ จึงรีบหยุดเดิน แล้วหันมามอง แต่ก็ไม่เห็นใคร พอหันกลับมาอีกที ก็เห็นสุดหล่อยืนแสยะยิ้มอยู่ข้างหน้า จากนั้นก็ส่งเสียงตะโกนเรียกเเน แอล และตี๋ ให้เดินออกมาพร้อมกับอาวุธ ดาริกาถอยกรูด พลางวิ่งกระเจิง แต่ที่สุดก็กลับโดนสามหนุ่มจับไว้ได้
สุดหล่อเดินเข้ามาจะลวนลามดาริกา แต่โดนมือแข็งแรงของจันทรกานต์ยึดไว้ สุดหล่อกับเด็กหนุ่ม 3 คน ปราดเข้ามารุมจันทรกานต์ แต่กลับโดนสวนกลับไปคนละหลายหมัด จนสุดหล่อล้มกับพื้น แล้วอาเจียนพรวดออกมา
เด็กหนุ่ม 3 คน กำลังใช้ไม้รุมฟาด แต่จันทรกานต์จันทร์หลบทัน ก่อนที่จะซัดหมัดใส่พวกมันจนหนีกระเจิง
“เป็นอะไรไหม”
จันทรกานต์หันมาถามดาริกาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วคุณมาได้ยังไง”
“จะมารับคุณกลับ แล้วจะมาพบคุณแม่กับคุณตาคุณด้วย”
ดาริกาออกจะประหลาดใจ“พบแม่กับตาฉัน ?”

ดาริกาเหลือบไปเห็นเลือดซึมจากกลางหลังของจันทรกานต์ ก็ตกใจ

จันทรกานต์มาที่บ้านของตาทศ ให้ดาริกาทำแผลให้ กุสุมาเข้ามาช่วยด้วย พลางเห็นว่าแผลใหญ่พอประมาณ

“เข้ากรุงเทพ ไปให้หมอเขาดูแผลอีกทีนะคะ เดี๋ยวมันจะติดเชื้อ”
“ครับ “
“ไอ้สุดหล่อนี่มันเลวจริง ๆ แม่จะเอาเรื่องมันเข้าคุกให้ได้ คอยดู”
ทันใดนั้นตาทศ ก็กลับเข้าบ้านมา พลางบอกกับทุกคนไป ไปแจ้งหลวงพ่อให้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมชวนให้ไปแจ้งความที่โรงพัก แต่ดาริกาปฏิเสธ เพราะกลับพวกมันจะย้อนกลับมาแกล้งให้อีก
“ทำไมหว่า กลัวมันเหรอ ไม่ต้องกลัว ตาอยู่ทั้งคน จะฟาดกบาลมันให้”
ดาริกาส่ายหน้า
“ตาน่ะหนูไม่ห่วงเท่าแม่หรอกจ๊ะ แม่ต้องไปขายของที่วัด ยายหวาดมันจะแกล้งแม่เข้า
อีก”
ตาทศพูดไม่ออก จันทรกานต์รีบเสนอตัว
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดคนมาเฝ้าคุณแม่กับคุณตาให้ ผมจ้าง รปภ ได้ครับ มาเฝ้าที่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง คุณพ่อผมรู้จักผู้กำกับที่นี่ จะให้ช่วยดูแลด้วย”
ตาทศและกุสุมา มองจันทรกานต์อย่างทึ่ง ขณะที่จันทรกานต์เหลือบมองไปที่กระดานดำ เห็นเขียนตัวเลขใหม่เป็นห้าแสน ก็อมยิ้มอย่างมีหวัง

จันทรกานต์ใส่เสื้อตัวใหญ่ เชย ๆ ของตาทศ พลางมองดูตัวเองในกระจกอย่างอารมณ์ดี พลันดาริกาก็เดินเข้ามา พลางขอบคุณที่จันทรกานต์ช่วยเธอให้รอดพ้นจากการถูกข่มขืน
“พูดจริงรึเปล่าที่จะจ้างยามมาเฝ้าบ้านฉันน่ะ”
จันทรกานต์พยักหน้า“จริงซีครับ”
“ก็ยิ่งต้องขอบคุณใหญ่เลย ไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไง”
“ไม่ยากเลยครับ”
จันทรกานต์ยิ้มอย่างมีแผน

จากนั้นจันทรกานต์ก็พูดขออนุญาตตาทศกับกุสุมาเรื่องจ้างดาริกาไปเป็นเลขาฯ ส่วนตัว แต่ดาริกายังยืนยันปฏิเสธ กุสุมาส่ายหัว
“ขอโทษด้วยนะคะ ยายดาวมันดื้อแบบนี้แหละ คุณลองหาเลขาฯ ที่ดีกว่ามันมาทำดีกว่านะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ เพียงแต่มาบอกกล่าวคุณแม่กับคุณตาไว้ก่อนเท่านั้น”
คำพูดของจันทรกานต์ ได้ใจกุสุมาและตาทศไปเต็ม ๆ

จากนั้นจันทรกานต์กับดาริกาก็เดินมาที่ลานจอดรถวัดพร้อมกัน ดาริกาอดถามไม่ได้ว่าทำไมถึงอยากได้เธอเป็นเลขาฯนัก
“สองปีที่ว่าผมกำลังอยู่ในช่วงของการฝึกงาน ถ้าทำงานไม่เข้าเป้า ผมก็จบ พ่อจะส่งผมไปศึกษางานเพิ่มต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผู้ช่วยผมทุกคนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเลขาฯ อย่างคุณ ผมต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าผมสามารถจริง ๆ”
ดาริกาไม่วายถามต่อ
“ทำไมต้องเป็นคนระดับรากหญ้าอย่างฉัน”
จันทรกานต์ ส่ายหน้า
“คุณไม่ใช่รากหญ้าสักหน่อย คุณคือคนชั้นกลาง ตอนนี้ผมกำลังทำการตลาด เจาะลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ คุณเข้าใจคนกลุ่มนี้ดี น่าจะเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้ผมได้”

ดาริกานิ่งคิด

เมื่อกลับมาถึงคอนโด ดาริกาก็ทราบข่าวจากแม่ ที่โทร.มาบอกว่าจันทรกานต์ส่ง รปภ.มาเฝ้าที่บ้านสองคน ซ้ำยังมีสารวัตร มาตรวจดูความเรียบร้อยด้วย

“เขาจะมาดูแลให้ตลอดอาทิตย์ ฝากขอบคุณคุณจันทร์ด้วยนะลูก”
“ได้ค่ะแม่”
ดาริกาวางสายแล้วก็อมยิ้ม พอหันกลับไปก็เจอจันทรกานต์โผล่หน้าออกมาจากระเบียงห้อง
“แม่เพิ่งโทรมาบอกเรื่อง รปภ. ขอบคุณนะคะ”
“ทุกอย่างเรียบร้อยนะครับ”
ดาริกาพยักหน้ายิ้มๆ “ค่ะ แม่ตื่นเต้นใหญ่เลย ไม่เคยมีใครมาเฝ้าบ้านแบบนี้”
“ครับ ตอนนี้ว่างไหมครับ”
“ว่างค่ะ”
“เชิญที่ห้องผมหน่อยได้ไหม”
ดาริกาเลิกคิ้วสงสัย

“เป็นเลขาฯ ให้ผมนะ”
จันทรกานต์ถามย้ำเมื่อดาริกาเข้ามาในห้อง “ได้ไหม”
ดาริกนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดประโยคต่อไปว่า
“สัญญาอย่างที่เคยพูดไว้นะ มีปัญหาอะไร คุณพร้อมจะปกป้องฉันเสม”
จันทรกานต์สบตาดาริกาอย่างให้ความมั่นใจ “ไม่เคยลืม”
ดาริกายิ้มกว้างออกมาเป็นคำตอบ
“ ขออนุญาตนะครับ ขอกอดหน่อย”
“ก็ ได้ค่ะ”
จันทรกานต์กอดดาริกาอย่างนุ่มนวลอบอุ่น

“ขอบคุณครับ ขอบคุณจริง ๆ”
 
อ่านต่อตอนที่ 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...