xs
xsm
sm
md
lg

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 4

“พี่ ดาริกาใช่ไหมคะ” อิงฟ้าที่วิ่งย้อนกลับมาทักดาริกา

“อุ๊ย คุณครูอิงฟ้า มีอะไรรึเปล่าคะ เหมือนหนีใครมา”
อิงฟ้าพยักหน้า“ค่ะ กำลังหนีจริง ๆ ค่ะ เข้าไปในห้องลองเสื้อกับฉันหน่อยนะคะ”
พูดพลาง รีบดึงดาริกาเข้าห้องลองเสื้อทันที พลางมองผ่านประตูออกมา เห็นปุ๊และเป้าวิ่งหาจ้าละหวั่น
“ บอกได้รึยังคะว่าเรื่องอะไร แล้วมาทำอะไรที่นี่”
ดาริกาหันมาถาม
“ฉันมีนัดกับคุณจันทรกานต์ แต่ตอนนี้ไม่อยากพบแล้ว ก็เลยหนีบอดี้การ์ดที่บ้านน่ะค่ะ เออ โทษ
นะคะ จะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอซื้อชุดที่คุณกำลังใส่อยู่เนี่ย”
“หา ซื้อชุดฉัน ที่จริงฉันแค่ลองชุดค่ะ ไม่รู้จะซื้อดีรึเปล่า”
อิงฟ้ารีบบอก “งั้นซื้อเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ แล้วช่วยใส่ชุดนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ”
อิงฟ้าไม่รอคำตอบ ถอดชุดพรวดทันที ดาริกาตะลึง

อิงฟ้า ที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เดินผ่านมาด้านหลังปุ๊กับเป้า พลางหยิบแว่นสีชามาใส่ แล้วเดินผ่านทั้งสองไปแบบสบายๆ

อิงฟ้าวิ่งออกมาที่ลานจอดรถด้วยความโล่งอก แต่แล้วสายตาเหลือบไปเห็นคุณหญิงอรชรกำลังเดินมาพร้อมกับป้าแมว อิงฟ้าถอยกรูดไปหลบข้างเสา ขณะที่มีรถแล่นเข้ามาจอดในซองจอดของผู้บริหาร
วิวิทธิ์กำลังจะเปิดประตู เห็นอิงฟ้าแอบซุกอยู่ข้างรถ
“เฮ้ย ยายหนู มาหลบอยู่ทำไม เดี๋ยวก็ชนเข้าเท่านั้น”
“เบา ๆ ซีคุณ อ้าว คุณอีกแล้ว”
วิวิทธิ์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน
“ยายเด็กดี เฮ้ย ไม่ใช่ ยายเด็กไม่ดีแต่อยู่บ้านเด็กดี มาหลบอยู่ตรงนี้ทำไม”
“ฉันแค่จะหลบคน”
“หลบใคร”
วิวิทธิ์ย้อนถาม พลางมองไป เห็นคุณหญิงอรชรยืนคุยกับป้าแมว กำลังหาของในกระเป๋า
“ขโมยเงินคราวที่แล้วฉันไม่เอาเรื่อง นี่มาขโมยของในห้างฉันอีกใช่ไหม ลุกขึ้นมา”
พูดพลางจับร่างอิงฟ้ายืนขึ้น
“บอกมานะ ขโมยของเขามาหรือเปล่า ไม่บอกส่งตำรวจนะ”
อิงฟ้าไม่ตอบ ขณะที่คุณหญิงและป้าแมวกำลังเดินตรงมา อิงฟ้ารีบหลบเข้าหลังเสาอ้อมไปอีกด้าน
วิวิทธิ์ยิ่งสงสัย พลางคาดคั้นว่ามีอะไร เมื่ออิงฟ้าบอกว่าคุณหญิงอรชรเป็นมารดาของเธอ วิวิทธิ์ถึงกับอึ้ง และเมื่อซักไซร้ไปมา วิวิทธิ์ก็คิดเดาไปเองว่า อิงฟ้าถูกหลอกมาขาย
“แม่เล้าชัด ๆ เลย”
อิงฟ้าตกใจ “หา แม่เล้า ?” พลางเหลือบเห็นแม่ตรงมาใกล้เข้าทุกที “ตรงมาแล้ว ช่วยบังฉันหน่อย”
วิวิทธิ์เท้าแขนบังอิงฟ้า จนคุณหญิงและป้าแมวเดินผ่านหน้ารถ วิวิทธิ์รีบบอกว่าจะตามตำรวจมารวบตัวทั้งคนขาย และคนซื้อ ทำเอาอิงฟ้าสะดุ้งโหยง
“เฮ้ย คุณ ไม่ใช่”
“ตามมา นี่เธอกลัวแม่เล้ามันจะซ้อมใช่มั้ย ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง”
พูดพลางรีบดึงอิงฟ้าตามเข้าไปในห้าง

ทางด้านดาริกายืนอยู่ตรงหน้ากระจก พลางมองดุชุดของอิงฟ้า เห็นว่าเป็นแบรนด์นอกราคาแพง ปุ๊และเป้าผ่านมา มองไปเห็นด้านหลังของดาริกาในชุดอิงฟ้ากำลังยืนส่องกระจกอยู่ ก็รีบวิ่งตรงมาทันที

ขณะที่อีกมุมหนึ่ง จันทรกานต์และพิชญาเดินคุยมาด้วยกัน

“คุณอิงฟ้าไม่ได้มาค่ะ ส่งยายเด็กปัญญาอ่อนจากมูลนิธิมาแทน พูดจาไม่รู้เรื่องไม่มีสัมมาคารวะ”
คุณจันทร์เอะใจ “เอ แต่อิงฟ้าบอกว่าเธอจะมาเองนะครับ”

ปุ๊และเป้าเข้ามาทางด้านหลัง พลางยึดไหล่ ล็อกแขน ดาริกาสะบัด แล้วขัดขาเป้า ก่อนจะทุ่มลงกับพื้น ปุ๊เข้ามา ก็ถูกถีบกระเด็นไปอีกทาง ข้าวของกระจายเกลื่อน แต่พอทั้งคู่เห็นหน้าดาริกาก็ตกใจ
“เฮ้ย ไม่ใช่คุณหนูนี่”
จันทรกานต์และ พิชญา เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี
“คุณดาว มีเรื่องอะไรกัน”
ดาริการีบบอก
“ไม่ทราบค่ะ นายสองคนนี้อยู่ดี ๆ ก็เข้ามาลวนลามฉัน”
“นายสองคนเป็นใคร”
พิชญาจำปุ๊กับเป้าได้
“นี่คือคนคุมยายเด็กสก๊อยนั่นแหละค่ะ” พลางหันมายิ้มเยาะดาริกา “ส่วนหล่อน ที่อ้างว่าถูก
ลวนลามน่ะ เพราะไปให้ท่าเขาก่อนใช่ไหมยะ”
ดาริกาไม่ยอมแพ้โวยวายกลับไป จันทรกานต์หันมาดุพิชญา ทำให้เธอยิ่งโกรธ พลางจะเข้าทำร้าย ดาริกา ดาริกาตั้งการ์ดทันที พิชญาฟาดด้วยกระเป๋า จันทรกานต์รีบแยกทั้งคู่
ทางด้านคุณหญิงอรชร ที่ทราบจากดารารายว่าคุณจันทร์กับอิงฟ้ายังไม่พบหน้ากัน ก็เริ่มร้อนใจ ขณะที่อิงฟ้าถูกวิวิทธิ์ลากมาทางคุณหญิง
“อ้าว ยายหนู มาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ไปพบพี่เขา พี่เขารออยู่เขาเตรียมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งสถานที่
ไว้ให้หนูแล้ว”
วิวิทธิ์ตกใจ
“หา เตรียมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งสถานที่ คงไม่ได้ฟีเจอร์ริ่งกันในห้างนี่หรอกนะ”
คุณหญิงอรชรที่ไม่รู้ว่าวิวิทธิ์เข้าใจผิดว่าเธอหลอกอิงฟ้ามาขาย รีบบอก
“อ้าว .ก็ต้องใช้ในห้างนี่แหละ จะไปทำที่ไหนได้ล่ะ เห็นว่าจะจัดในห้องแกลเลอร์รี่เลยนะลูก”
“โอ้โฮเจ๊ พูดไม่อายเลยนะ”
คุณหญิงอรชรมองวิวิทธิ์ด้วยความไม่พอใจ
“เอ๊ะ นายเป็นใครแล้วมาจับมือลูกสาวฉันทำไม”
วิวิทธิ์ไม่สนใจ รีบบอกให้คุณหญิงอรชรพาเธอไปหาผู้ชายที่มาซื้อบริการอิงฟ้า คุณหญิงอรชรกับป้าแมวสะดุ้งโหยง พลางปราดเข้ามาฟาดกระเป๋าใส่วิวิทธิ์ อิงฟ้ายืนงง ทำอะไรไม่ถูก จังหวะนั้นเอง ที่คุณชายจันทร และดารารายวิ่งตรงมาพอดี วิวิทธิ์รีบรายงานว่าคุณหญิงอรชรเป็นแม่เล้า ดารารายถึงกับตกใจ
“วิวิทธิ์ ทำไมไปว่าคุณหญิงเขาอย่างนั้น”
“ก็คุณหญิงแกเป็นแม่เล้า เฮ้ย คุณหญิง”
คุณหญิงหันมาถามดาราราย “เอ๊ะ คุณดาวรู้จักเจ้านี่เหรอคะ”
คุณชายจันทรรีบตอบ “วิวิทธิ์เป็นพนักงานผมครับ เลขาคุณจันทร์”
“เลขา ! งั้นไล่ออกเลยค่ะ เจ้านี่ไม่บ้าก็โง่”
วิวิทธิ์หันขวับมาทางอิงฟ้าทันที
“เดี๋ยวเธอ แล้วที่เธอบอกฉันว่าแม่เล้ากำลังจะขายเธอให้เสี่ย”
อิงฟ้าย้อนกลับว่าวิวิทธิ์คิดเอง เออเองทั้งสิ้น พลางแนะนำตัวเองว่า
“ฉันอิงฟ้า วรรณรัตน์ค่ะ นี่คุณแม่ฉัน คุณหญิงอรชร วรรณรัตน์ คุณพ่อเป็นอดีตนายตำรวจ”
วิวิทธิ์หน้าซีด
“คุณหญิงอรชรเหรอครับ กราบขออภัยครับ อย่าถือโทษเลยนะครับ ผมเข้าใจผิดไปจริง ๆ”
คุณหญิงค้อนขวับ “ยกโทษให้ แต่ไปลาออกได้แล้ว”

คุณชายจันทรรีบขอโทษคุณหญิง ขณะที่ดารารายปราดเข้ากอดอิงฟ้า พลันก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากอีกมุมของห้าง คุณชาย ดาราราย และวิวิทธิ์ รีบรุดไปดูเหตุการณ์

ทั้งหมดวิ่งมาถึง ในขณะที่พิชญายังตงโต้เถียงกับดาริกาอย่างเอาเป็นเอาตาย วิวิทธิ์จะเข้าไป แต่ถูกคุณชายจันทรห้ามไว้

“จำไว้นะ นังเมียเช่า ที่แกเข้ามาช้อปที่แกรนด์เพราะแกหวังว่าจะมาเจอคุณจันทร์ใช่ไหม”
ดาริกายิ้มเยาะ
“อุ๊ย ไม่จำเป็นเลยค่ะ ฉันเจอคุณจันทร์ทุกคืนอยู่แล้ว อย่าลืมซิคะห้องเราติดกันเมื่อสองคืนก่อน ฉันยังไปนวดให้เขาเลย สบายตัวเลยใช่ไหมคะคุณจันทร์”
คุณชายจันทร ดารารายยืนอึ้ง ขณะที่วิวิทธิ์เป็นงง จันทรกานต์เองก็ไม่คิดว่าดาริกาจะกล้าพูดแบบนี้ พิชญาเต้นเร่า
“ต๊าย นังหน้าด้าน ฉันจะทำให้แกต้องย้ายออกจากคอนโดคุณจันทร์ให้ได้ คอยดู”
“คงยากหน่อยนะคะ เพราะตอนนี้คุณจันทร์ติดใจรสมือของฉันแล้ว ทั้งรสมือปรุงอาหาร และการนวด”
จันทรกานต์ทนไม่ไหว รีบร้องห้ามดาริกา
“ดาริกาพอได้แล้ว”
“ใช่ พอได้แล้ว”
จันทรกานต์ดาริกา และพิชญา หันมาเห็ดารารายยืนหน้าตึง ก็ตะลึงงัน
“หลังจากพบคุณหญิงอรชรและอิงฟ้าแล้ว พาผู้หญิงคนนี้ไปพบแม่ ฉันต้องการคำอธิบายทั้งหมด ทั้งเรื่องนวดของเธอ ทั้งเรื่องห้องคอนโดที่ติดกัน และเรื่องที่ลูกชายฉันติดใจรสมือของเธอ”
ดารารายสั่งลูกชายเสียงเข้ม ดาริกาหน้าซีด พูดอะไรไม่ออก

คุณชายจันทร ดาราราย และจันทรกานต์เดินย้อนกลับมาหาคุณหญิงอรชร ที่หันมาสั่งให้อิงฟ้า เปิดกล่องรูปให้ดู คุณชายจันทรกับดารารายมองอย่างชื่นชม เว้นแต่จันทรกานต์ที่มีสีหน้าอึดอัด เพราะมัวคิดแต่เรื่องของ ดาริกา

ขณะที่ วิวิทธิ์ ดาริกา และพิชญา อยู่อีกด้านหนึ่ง ทุกคนมีท่าทางกระวนกระวาย นั่งรออยู่พักใหญ่ ดาริกาก็ทนไม่ไหว
“ต้องรออีกนานไหมคะคุณวิทธิ์ ฉันมีงานต้องทำนะ”
“รออีกหน่อยเถอะครับ สิ่งที่คุณพูดไปเมื่อกี้มันส่งผลถึงคุณจันทร์โดยตรงเลยนะ”
ดาริกา ลุกขึ้นทันที
“งั้นฝากบอกละกันว่าฉันพูดพล่อย ๆ ไปเท่านั้นเอง ฉันกับคุณจันทร์แค่เพื่อนข้างห้องโดยบังเอิญ ไม่มีอะไรกัน”
ดาริกากำลังจะก้าวออกจากห้อง พิชญาพูดไล่หลัง
“แหม พอจะโดนซักฟอกเข้าหน่อย รีบหนีเชียวนะ กลัวเหรอ”
ดาริกาหันขวับกลับมาทันที
“ไม่เคยกลัวค่ะ เพราะคนอย่างฉันไม่เคยทำอะไรผิด คนที่ควรกลัวคือคุณ มีสามีอยู่แล้ว แต่ยังหวังจะจับคุณจันทร์เป็นสามีชั่วคืนแบบนั้น มันสิ้นคิดจริง ๆ เห็นว่าเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ ระวังนะคะ คุณแม่คุณจันทร์ยิ่งหวงลูกชายอยู่ ถ้าท่านรู้เรื่องนี้เข้า คุณอาจถูกไล่ออกก่อนพ้นโปรก็ได้”
พิชญาหน้าซีด จังหวะที่จันทรกานต์เดินออกมาจากห้องด้านในพอดี จึงได้ยินทั้งหมด พลางยิ้มออกมาได้ เมื่อเห็นดาริกาจัดการพิชญาได้แบบอยู่หมัด

ดาริกายิ้มหยันแล้วเดินผละออกมา จันทรกานต์รีบโผล่มาเรียก บอกว่าดารารายมีเรื่องจะคุย แต่ ดาริกา ปฏิเสธ พลางย้ำว่า ถ้าเธอสร้างความวุ่นวายให้ที่นี่มาก ก็จะไม่มาเหยียบที่นี่อีก

หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย จันทรกานต์ก็พาอิงฟ้าเข้าไปในห้องแสดงภาพ อิงฟ้าทั้งทึ่ง ทั้งตื่นเต้นที่เห็นผลงานของตัวเอง

“พี่ชายคะ ขอบคุณมากเลย ที่ช่วยจัดแสดงงานของอิงฟ้า ฝันเป็นจริงเสียทีที่จะได้แสดงภาพเขียนของตัวเอง”
“น้องฟ้าจะขายภาพไม่หักค่าใช้จ่าย เอาเงินเข้ามูลนิธิหมดเลยหรือครับ”
“ค่ะ มีประมาณ 20 ภาพ แล้วจะมีของใช้ที่เด็ก ๆ ทำเอง ไว้ขายด้วยนะคะ”
วิวิทธิ์ลอบมองอิงฟ้าอย่างแอบปลื้ม จังหวะที่จันทรกานต์ปลีกตัวออกไป ก็รีบปราดเข้าไปขอโทษอิงฟ้าทันที
“ไม่ถือค่ะ แต่ขอเตือนนิด อย่าตัดสินคนแค่เปลือกซีคะ ฉันอยู่ในชุดซอมซ่อ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเป็นสก๊อย ขี้ขโมย หรืออีตัว แล้วรู้ไหม เท่าที่ฉันสัมผัสมา คนพวกนี้โดยเนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวเลย แต่สภาพแวดล้อมต่างหากที่ทำให้เขาต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ให้โอกาสพวกเขาไม่มีวันเป็นคนดีขึ้นมาหรอกค่ะ “
เมื่อได้สัมผัสถึงความรู้สึกนึกคิดของอิงฟ้า วิวิทธิ์ก็ยิ่งชื่นชม จังหวะนั้น พิชญา ก็เดินยิ้มหวาน พลางทำเป็นพูดดีกับอิงฟ้า แต่ก็โดนอิงฟ้าตอกกลับไปจนหน้าหงาย

จันทรกานต์พยายามโทรหาดาริกา แต่ดาริกาไม่รับสาย ระหว่างนั้นดาราราย ก็เดินหน้าเครียดเข้ามาหา พลางถามว่าโทร.หาใคร เมื่อได้รับคำตอบว่าโทร. หาดาริกา ก็ถึงกับโมโห
“แสดงว่าแม่นั่นกลับไปแล้วจริง ๆ มันขัดคำสั่งแม่นะ”
“เขาคงมีงานน่ะครับ”
จันทรกานต์รีบแก้ต่างให้
“คืนนี้กลับไปนอนที่วัง แม่มีเรื่องต้องซักฟอกเราหลายเรื่อง เลิกโทรหายายคนนี้ได้แล้ว แล้วไปดูแลหนูอิงฟ้าซะ”
จันทรกานต์จำต้องรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่วรางค์ กำลังทำอาหารเย็นอยู่ในครัว อาร์ตี้ ก็ลุกพรวด พลางชูสองมือ แล้วตะโกนลั่นด้วยความดีใจ ว่าคิดคำโฆษณาได้แล้ว
“ฟังนะพี่ “ลงตัวบนความต่าง ความต่างที่ลงตัว” ไหวไหมพี่ แล้วปิดท้ายด้วยคำว่า “รสชาติที่คุณหยุดไม่ได้”....”
วรางค์พยักหน้า “ฉันชอบว่ะ ฉันซื้อ ขายลูกค้าได้เลย แกเก่งที่สุดเลยอาร์ตี้”
อาร์ตี้ดีใจ พลางปราดเข้ามากอด แล้วยกวรางค์จนตัวลอย ก่อนที่จะค่อยๆ วางวรางค์ลง แต่ยังไม่คลายการกอด พลางประสานสายตากัน แล้วก็บอกวรางค์ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากตนกับวรางค์
“เราต่างกันมาก แต่เราก็...เป็นคู่ต่างที่ลงตัวที่สุดด้วย พี่ครับเราประกาศให้โลกรู้ได้รึยังว่าเรา รักกันน่ะ”
วรางค์จ้องหน้าอาร์ตี้ “อาร์ตี้ นี่ซีเรียสนะ”
อาร์ตี้จ้องตาตอบ “ครับ ผมซีเรียส”
“อาร์ตี้ พี่เป็นนายเธอนะ”
อาร์ตี้ ส่ายหน้า“ตำแหน่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
“พี่แก่กว่าเธอนะ”
อาร์ตี้ ส่ายหน้าอีก “วัยไม่ใช่อุปสรรค ก็เพราะเราต่างไงครับ ผมถึงรัก”
วรางค์สะเทิ้นอาย อาร์ตี้ก้มลงจะจูบ วรางค์ทำตาพริ้ม แต่จู่ๆ ป๊อบก็โผล่มาขัดจังหวะตามเคย
“จีบกันอยู่ใช่ม้า สารภาพมาเถอะ เป็นแฟนกันแล้วละเนี่ย”
วรางค์รีบปฏิเสธ “บ้า คนอย่างฉันไม่มีวันเอาไอ้ตี้เป็นแฟนหรอก”
อาร์ตี้ หน้าเสีย พลางถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไมครับพี่”
“ก็เพราะเราต่างกันไง ไม่มีอะไรเข้ากันได้สักอย่าง”

วรางค์พูดเอง ก็ใจหายเอง อาร์ตี้แอบเจ็บอยู่ลึก ๆ
 
อ่านต่อหน้า 2

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 4 (ต่อ)

จันทรกานต์นั่งร่วมโต๊ะมื้อค่ำ กับคุณชายจันทร ดาราราย ที่วังทัศนัย โดยมีวิวิทธิ์ ร่วมอยู่ด้วย ดาราราย ถามย้ำถึงความสัมพันธ์ของจันทรกานต์กับดาริกา จันทรกานต์ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด  
 
“แล้วเรื่องแบบนี้ ทั้งสองคนไม่ยอมเล่าให้ฉันฟังเลยนะ”
ดารารายไม่วายหันมาเอาเรื่องจันทรกานต์กับวิวิทธิ์
“แม่ครับ เพราะผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรนี่ครับ”
“มันต้องเป็นปัญหา เพราะแม่คนนี้เข้ามาจุ้นจ้านกับชีวิตลูกมากเกินไปแล้ว แถมทุกครั้งยังถึงเนื้อถึงตัวลูกเสียด้วย ลูกไปพลาดท่าเสียทีเข้าจะทำยังไง แม่ไม่ไว้ใจ”
“แต่ผมไว้ใจดาริกาครับ”
ดารารายน้อยใจ เสียงเครือ “คุณจันทร์ ทำไมเถียงแม่แบบนี้ สำหรับยายคนนี้ แม่บอกตรง ๆ แม่ไม่ชอบเอาเลย แม่ขอนะ อย่าไปยุ่งกับเขาอีก แล้วก็เริ่มใส่ใจหนูอิงฟ้าให้มากขึ้น โทษนะคะคุณชาย ฉันอิ่มแล้ว”
ดารารายทำท่าจะร้องไห้ แล้วรีบลุกไปทันที จันทรกานต์สบตาวิวิทธิ์ แล้วมองพ่ออย่างขอความเห็น
“อย่าเพิ่งขัดใจแม่เขาตอนนี้เลยนะ พ่อไปดูแม่ก่อน ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วมั้ง”
พูดจบ คุณชายจันทรก็ลุกตามไป จันทรกานต์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

ครั้นคุณชายจันทร ตามดารารายเข้ามาในห้อง ก็แปลกใจ ที่เห็นภรรยากำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ในขณะที่ดัดเสียงร้องไห้ไปด้วย
“น้อย คุณชายไปแล้วใช่ไหม ฉันจะได้เลิกร้อง”
“เลิกร้องเถอะครับ เพราะผมเข้ามาแล้ว”
ดารารายสะดุ้ง แล้วแกล้งร้องไห้หนักกว่าเดิม
“เลิกเล่นบทโศกได้แล้วครับ มันไม่เนียน เมื่อกี้ต่อหน้าลูกก็เป็นละครบทนึงใช่ไหม”
ดารารายยอมรับ เมื่อคุณชายจันทรถามว่าแต่งตัวไปไหน ดารารายก็บอกว่าจะไปหาดาริกา

วรางค์แอบมองอาร์ตี้ที่นั่งเล่นเกมอยู่กับป๊อบ พลางถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจกดมือถือหาดาริกา จากนั้นก็มาหาดาริกาที่คอนโด พลางก็ร้องไห้กระซิกๆ
“ใจเย็น ๆ ค่ะ ค่อย ๆ เล่ามานะคะว่าเรื่องอะไร”
วรางค์พยายามกลั้นน้ำตา “อย่าว่าพี่นะดาว พี่กำลังมีความรัก”
“อ้าว ก็ดีซีคะ แล้วต้องมาเสียใจทำไม”
วรางค์รีบอธิบายว่ามันเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ เพราะทั้งคู่แตกต่างกัน ทั้งฐานะ ทั้งหน้าที่การงาน “เธอกำลังจะถามใช่ไหมว่าเขาเป็นใคร อย่าให้พี่ต้องพูดเลยนะดาว คนใกล้ตัวนี่แหละ แต่พี่พูดไม่ได้”
ดาริกายิ้ม “ไม่ต้องบอกหรอกค่ะว่าพี่อาร์ตี้ เรื่องพี่ตี้กับพี่วรางค์จีบกัน เขารู้กันทั้งออฟฟิศ รู้ไปถึงแม่ค้าส้มตำหน้าปากซอย ปิดยังไงก็ยิ่งกระฉอกค่ะ
วรางค์ ถอนหายใจ
“เหรอ แล้วพี่จะทำยังไงดี วันนี้เขามาขอความรักจากพี่ พี่ให้ให้เขาไมได้”
“ทำไมคะ” ดาริกาย้อนถาม
“พี่สูงส่งเกินไป”
“พี่กำลังจะบอกว่าพี่สูงวัยเกินไปใช่ไหมคะ”
วรางค์หน้าเศร้า
“อย่าใช้คำนี้ซิ มันแสลง ช่าย พี่แก่กว่าเขาตั้ง 4 ปี นึกดูซี ถ้าเขาสี่สิบ พี่สี่สิบสี่ เขาห้าสิบ พี่ห้าสิบสี่ แล้วผู้หญิงแก่เร็วกว่าผู้ชาย สภาพพี่ตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ยานไปถึงไหน ๆ หมายถึงเหนียงนะ”
ดาริกามองวรางค์ พลางส่ายหน้า
“พี่คะ ดาวกำลังจะบอกพี่ว่าวัยมันไม่สำคัญเท่าใจหรอกค่ะ พี่ตี้เขารักพี่ที่ตัวพี่ เรื่องอื่นไม่ใช่ปัญหา ถามตัวเองก่อน พี่รักเขารึเปล่า เพราะความต่างนั่นแหละค่ะ คือเสน่ห์ที่ทำให้เขารักพี่ และพี่รักเขา
“ดาว เธอคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ จริงซิ “ความต่างที่ลงตัว” ใช่ไหม”

ดาริกายิ้มแป้น “อุ๊ย เก๋ ขอเอาไปใช้บ้างนะคะ”

หลังจากที่วรางค์รู้สึกดีขึ้นแล้ว ก็ขอตัวกลับบ้าน ดาริกาเดินมาส่งที่หน้าลิฟท์ พลางกอดให้กำลังใจ วรางค์ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนที่ซุ่มดูอยู่

พอดาริกากลับไปห้อง ดาราราย ถึงโผล่ออกมาจากมุมที่ซ่อนตัว พลางมองตามอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจกดกริ่งห้อง ดาริกาเข้าใจว่าวรางค์ย้อนกลับมา จึงรีบเปิดประตูให้ แต่พอเห็นดารารายยืนหน้าถมึงทึงอยู่ ก็ถึงกับตกใจ

ดาราราย เข้ามาภายในห้อง พลางมองไปรอบ ๆ เห็นกระด้งข้าว และอุปกรณ์ครัวบ้าน ๆ ปะปนอยู่กับเครื่องครัวไฮโซ
“ก็เป็นอย่างนี้แหละคะ คุณจันทร์เขาไม่สบาย เลยมาขอความช่วยเหลือหนู”
ดารารายพยักหน้า
“เอาละ เท่าที่เธอเล่ามาก็ตรงกับที่คุณจันทร์เล่า ฉันไม่ติดใจสงสัยอะไร ยกเว้นเรื่องนึง ทำไมเธอถึงมีอิทธิพลต่อลูกฉันนัก ให้ทำอะไรก็ยอมหมด ตั้งแต่แก้ผ้า เอ้อ เกือบเปลือย โหนสลิงเป็นเจ้าชายสายฟ้านั่นแล้ว”
ดาริกานิ่งคิด ก่อนจะตอบ
“คงเพราะ เราเข้าใจกันดีมังคะ เราคือ “เพื่อน” น่ะค่ะ”
ดารารายถามย้ำว่าแค่เพื่อนจริงหรือ ดาริกากลั้นยิ้ม
“แหม ! .คุณดารารายขา ดาวไม่อยากเป็นแฟนกับคนรสนิยมแบบเดียวกับดาวหรอกค่ะ”
“หมายความว่ายังไง”
“คุณคงไม่รู้ใช่ไหมคะว่า คุณจันทรกานต์เธอมีเพศสภาพแบบเดียวกับหนูน่ะค่ะ”
ดารารายตกใจ “ชอบแบบเดียวกัน ไม่จริง”
“ค่ะ เรามีรสนิยมทางเพศแบบเดียวกัน เหมือนกันเป๊ะ” ดาริกาย้ำ
“หมายความว่า เธอชอบผู้หญิง เธอเป็นทอมดี้”
ดาริกาถึงกับอ้าปากค้าง ไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว

ขณะที่จันทรกานต์ ก็กำลังนั่งคุยกับพ่อถึงเรื่องดาริกาเหมือนกัน
“บางครั้งเวลาผมอยู่ด้วย ถ้ามองข้ามความสวยไป ก็เหมือนเพื่อนผู้ชายคนนึง ปรึกษาเธอได้ทุกเรื่อง ความคิดเธอก็แผลง ๆ ดี แต่ก็ทำให้ผมสบายใจดีครับ”
“แล้วเขาล่ะ คิดกับเราแบบนั้นรึเปล่า ไม่ใช่แอบชอบเราอยู่นะ”
จันทรกานต์ส่ายหน้า “ไม่เลยครับ เพราะเขาคิดกับผม อย่าบอกแม่นะครับเรื่องนี้”
“สัญญา”
จันทรกานต์ลดเสียงพูดให้เบาลง
“เขาคิดว่าผมกับวิวิทธิ์เป็นคู่เกย์น่ะครับ”
คุณชายจันทรถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหัวเราะออกมา
“เข้าใจแล้ว เพราะอย่างนี้เขาถึงแตะเนื้อต้องตัวลูกได้ไม่รู้สึกขัดเขิน”
“ใช่ครับ เขาวางใจในตัวผมน่ะครับ”

ดาราราย ที่เข้าใจไปว่าดาริกามีรสนิยมเป็ทอมดี้ ก็ถอนหายใจโล่งอก
“โธ่ แล้วหนูก็ไม่บอก เข้าใจล่ะ คุณจันทร์เขาถึงยอมให้หนูแตะเนื้อต้องตัวเขาได้โดยที่เขาไม่ขัดเขิน”
ดาริกา จำต้องพยักหน้า
“ ค่ะ เขาวางใจในตัวหนูมาก”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจแล้วละ ทอมกับเพื่อนชายคบกันได้ โอเค. แล้วแฟนเธอ ก็คือคุณวรางค์ใช่ไหม ไม่ต้องอายหรอกน่า โทษนะ เมื่อกี้แอบเห็นกอดจูบกันหน้าลิฟท์ หวานเชียว คบกันมานานแล้วซินะ”
ดาริกายิ้มเจื่อน ดารารายคิดเอง เออเองเสร็จสรรพ

“แหม รู้จักคุณวรางค์มาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าเธอชอบแบบนี้ งั้นซิ ไม่เห็นมีแฟนผู้ชาย รับรองจ้ะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรานะ”

ขณะที่จักรพัฒน์นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง พลางปรายตาไปมองพิชญา ที่กำลังแปรงผมหน้ากระจก สีหน้าเศร้าหมอง

“วันนี้มีเรื่องอะไรกัน เห็นว่าคุณไปด่าเด็กของคุณวรางค์ ว่าเป็นเมียเก็บคุณจันทร์ คุณรู้ได้ยังไง”
พิชญาพยายามเลี่ยงไม่ตอบ จักรพัฒน์ก็ยิ่งโมโห
“ถาม เพราะผมคิดว่าคุณคงเคยไปถึงห้องคอนโดคุณจันทร์มาแล้ว”
พลางจ้องหน้าพิชญาอย่างคาดคั้น “คุณกำลังนอกใจผม ไปติดพันคุณจันทร์ ใช่ไหม คุณกำลังนอกใจผมใช่ไหม”
พิชญาปฏิเสธ
“ก็ดี แล้วคุณก็รู้ไว้นะ อิงฟ้ากำลังจะเป็นว่าที่คู่หมั้นของคุณจันทร์ คุณน่ะ ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”
พูดจบ ก็ลุกจะออกจากห้อง
“จะไปไหน”
“ไปนอนห้องอื่น ให้คุณนอนลำพัง จะได้ทบทวนว่าคุณโกหกผมรึเปล่าเรื่องนอกใจน่ะ”
เมื่อจักรพัฒน์เดินออกไป พิชญาก็พูดกับเงาตัวเองในกระจก
“ฉันไม่ได้โกหก ฉันไม่เคยนอกใจคุณ เพราะฉันไม่ได้รักคุณ ฉันรักจันทรกานต์คนเดียว”

เช้าวันรุ่งขึ้นดาริกา เดินออกจากห้อง ก็เจอจันทรกานต์ร์ยืนรออยู่หน้าลิฟท์ พลางคาดคั้นถามว่า ดาริกาไปเล่าอะไรให้ดารารายฟัง ดาริกาส่ายหน้า
“บอกว่าอะไรละค่ะ ไม่ได้บอกอะไรเลย”
“แต่แม่พูดออกมาเมื่อกี้ตอนทานอาหารเช้า”
จันทรกานต์ย้อนนึกถึงตอนที่ตนกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหาร กับพ่อและแม่ จู่ๆ ดารารายก็โพล่งขึ้นมา
“ไม่ยอมบอกแม่อีกแล้วนะคุณจันทร์”
จันทรกานต์มองหน้าแม่งงๆ “อะไรครับ”
“ก็แม่ดาริกาเป็น “ทอม” ไง”
จันทรกานต์วางช้อนทันที คุณชายจันทรเองก็งงไม่แพ้กัน พลางถามย้ำว่าดาริกาเป็นทอมแน่หรือ ดารารายยืนยันว่าดาริกาเป็นคนสารภาพเอง
“ตอนแรกเธอไม่ยอมบอกตรง ๆ หรอก เธอพูดเป็นนัย ๆ ว่าลูกกับเธอน่ะ เป็นเพศสภาพเดียวกัน”
จันทรกานต์สะดุ้ง พลางแอบปรายตาไปเหลือบมองพ่อ
“แม่เลยเก็ตเลยว่าตัวจริงเธอเป็นนักดนตรีทั้งไทยทั้งเทศ ถ้าตัวนางก็ “ฉิ่งฉับกรับโหม่ง” ถ้าตัวพระก็ “กลองทอม” เข้าใจมั้ย ไม่งั้นฉันจะอธิบายเพิ่ม”
คุณชายจันทรรีบโบกมือห้าม“ไม่เป็นไร ผมพอเข้าใจ”
2 คนพ่อ-ลูกมองหน้ากันงงงัน ดารารายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในความฉลาดของตัวเอง

“ทำไมต้องโกหกคุณแม่แบบนั้น”
จันทรกานต์คาดคั้นถามดาริกา
“ที่จริงฉันกำลังจะบอกความจริงว่าคุณน่ะเกย์ แต่ไม่รู้ท่านตีความไปยังไง กลายเป็นฉันน่ะทอม”
จันทรกานต์ถอนหายใจ
“เฮ้อ แต่ก็ดีเหมือนกัน เป็นว่าท่านอนุญาตให้คุณยังคบกับผมได้”
ดาริกา มองค้อน
“เหรอคะ เป็นความกรุณาค่ะ แต่ดิฉันคงปฏิเสธ เพราะฉันไม่อยากคบกับคุณต่อ เดี๋ยวจะพาเรื่องวุ่นวายมาใส่ตัวฉันอีก”
“ยังไงผมก็อยากให้คุณกลับไปช็อปที่แกรนด์อีก” จันทรกานต์ยืนยัน
ดาริกาส่ายหน้า จังหวะเดียวกับที่ลิฟท์เปิดออก ดาริการีบเดินเข้าไป จันทรกานต์จะตามเข้าไป
“เดี๋ยวค่ะ เชิญลิฟท์ตัวต่อไปดีกว่านะคะ”
“เดี๋ยว วันพรุ่งนี้อิงฟ้าจะเปิดแกลเลอรีแล้วนะครับ เธอเชิญคุณด้วย”
ดาริกาปฏิเสธ
“ไม่อยากทำบุญเหรอครับ เด็ก ๆ มาโชว์ในงานด้วยนะ ครูตุ้ยก็มา ใจร้ายจังเลย ไหนว่ารักเด็ก ไหนว่าชอบทำบุญ”
“ก็ได้ ไปก็ได้”

ดาริกาตอบค้อนๆ จันทรกานต์ยิ้มกริ่ม

วิวิทธิ์ช่วยอิงฟ้าและพนักงานกำลังตกแต่งสถานที่ รูปภาพของอิงฟ้าจัดวางเต็มพื้นที่ เด็ก ๆ ที่มูลนิธิ นำทีมโดย ข้าวตู ข้าวตอก ดอกไม้ กำลังซ้อมกับครูผู้ช่วย ขณะที่ครูตุ้ยกำลังคุยกับจันทรกานต์

วิวิทธิ์มองดูรูปวาดบึงบัว ใบบัว ดอกบัวตูม บัวบาน ด้วยความชื่นชม พลางพูดแบบติดตลกว่า
“ภาพนี้ เหมือนบึงบัวหลังบ้านผมยังไงยังงั้น”
อิงฟ้าหัวเราะ
“ล้อเล่นครับ คนวาดรูปสีน้ำ ต้องเป็นคนเชื่อมั่นมาก ๆ นะครับ สีน้ำคือการเว้นที่ว่างครับ ต้องแม่นยำและมั่นใจ เพราะผิดแล้วผิดเลย แก้ไขอะไรไม่ได้”
อิงฟ้ามองวิวิทธิ์อย่างแอบทึ่ง
“คุณรู้เรื่องนี้ด้วยนะคะ”
“ทราบซีครับ เพราะผมก็หัดวาดอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รอด เพราะวาดคนเป็นลิง วาดมือเป็นเท้าอยู่เลยครับ”
อิงฟ้าหัวเราะขำ

พิชญาแต่งชุดหรู เซ็กซี่ เดินเข้ามาในห้องแกลอรี่พร้อมกับจักพัฒน์ร พลางปรายตามองไปเห็นจันทรกานต์กำลังคุยกับครูตุ้ย ครู่หนึ่งก็แยกจากครูตุ้ยไปสมทบกับอิงฟ้าและวิวิทธิ์
“นั่นใช่ไหมคุณหนูอิงฟ้า” จักรพัฒน์หันมาถามภรรยา
พิชญาตอบเสียงเย็นชา “ค่ะ”
“คนเรานี่บุญบารมีจริง ๆ นะ ดูปั๊บก็รู้ปุ๊บว่าคืออิงฟ้า ลูกสาวคุณหญิง คนเขาตระกูลดี ถูกอบรมมาดี หน้าตาถึงสวยน่ารักขนาดนี้ “
พลางหันมาเหน็บภรรยา
“วันหลังผมจะสอนเรื่องการดูคน จะได้ไม่ดูพลาด ไปเห็นว่าคุณอิงฟ้าเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างที่คุณทำไปเมื่อสองวันก่อน มันอายมาถึงผมเลยนะ”
พิชญาพยายามระงับความรู้สึก
“แหม หน้าบางจัง จะบอกเหรอคะว่าคุณมีสายตาแหลมคม มองคนทะลุ”
จักรพัฒน์ยิ้มเยาะ
“ไม่ถึงขนาดนั้น บางครั้งผมก็พลาดเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่อยู่อเมริกาแล้วตัดสินใจแต่งงาน”
พิชญาโกรธจนตัวสั่น แต่คุณจักรไม่สนใจ พลางมองไปทางคุณจันทร์กับอิงฟ้า ก่นจะพูดเสียงเยาะ
“แหม ดูไปก็สมกันดีนะ เขาน่าจะเป็นคู่กันได้ หม่อมหลวงกับลูกสาวคุณหญิง บางทีคนที่เขาคู่กัน มันอยู่ที่ “ระดับชั้นของคน” เหมือนกันนะครับ”
พิชญา ทนไม่ไหวตวาดลั่น “หยุด หยุดพูดเสียที ฉันรำคาญ”
คนทั้งห้องหันมามอง แต่จักรพัฒน์ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปหาจันทรกานต์
“คุณจันทร์ครับ แนะนำน้องให้พี่รู้จักหน่อย”
พิชญายิ่งหน้าเสีย จันทรกานต์พาอิงฟ้าตรงมาหาคุณจักรพัฒน์
“นี่อิงฟ้า ลูกสาวคุณหญิงอรชร น้องฟ้า นี่พี่ชายผม หม่อมหลวงจักรพัฒน์ ทัศนัย”
อิงฟ้ายกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะ วันนี้ขอเชิญมาร่วมทำบุญ ซื้อสินค้าของเรา เพื่อเป็นทุนให้บ้านเด็กดีนะคะ”
จักรพัฒน์ยิ้มอย่างเอ็นดู
“น่ารักจัง แล้วยังใจบุญด้วย ชาย่า เดี๋ยวเราต้องอุดหนุนน้องเขาเต็มที่เลยนะ จะได้บุญเยอะ ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นการขอโทษน้องเขาด้วย”
“ขอโทษอะไร ?” พิชญาย้อนถาม
“อ้าว ก็ที่พูดล่วงเกินน้องเขาไปวันนั้นไง”
อิงฟ้า รีบออกตัว “อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะ”
“น่ารักอีกแล้ว อ้าว ชาย่า ขอโทษน้องเขาซิ”
พิชญาตัวสั่นด้วยความโกรธ น้ำตาเริ่มรื้น
“ขอโทษค่ะ น้องอิงฟ้า”

พูดจบก็ผละไปทันที น้ำตาไหลอาบหน้า จักรพัฒน์ยิ้มสะใจ ขณะที่จันทรกานต์และอิงฟ้ามองหน้ากันอย่างอึดอัด
 
อ่านต่อหน้า 3

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 4 (ต่อ)

พิชญาเดินหลบมาสงบสติอารมณ์ พลางเช็ดน้ำตา ขณะที่มือถือดังขึ้น

“ค่ะ คุณหญิง ทุกอย่างตามที่ตกลงไว้ค่ะ ไม่มีใครทราบเรื่องแน่นอน”
แววตาพิชญาวาวโรจน์ด้วยความแค้น

ดาริกา ที่แต่งตัวสวยกว่าปกติ เดินเข้ามาในห้องแกลอรี่ พลางเห็นเด็ก ๆ กำลังซ้อมกันขมักเขม้น อิงฟ้า วิวิทธิ์ และครูตุ้ยหันมาเห็นพอดี ทั้งหมดทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ข้าวตอกรีบวิ่งมากอดดาริกา พลางเรียกว่า “แม่” วิวิทธิ์รีบดูมือข้าวตอก กับกระเป๋าสะพายของดาริกา
“วันนี้คงไม่ขโมยกระเป๋าเงินอีกนะลูก”
ข้าวตอกส่ายหน้า “ไม่แล้วครับพ่อ กลัวโดนตี”

ทางด้านจักรพัฒน์ ก็เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน ด้วยอาการหอบอย่างแรง เหงื่อท่วมหน้า มือไม้สั่น พลางรีบเปิดลิ้นชัก หยิบยาใส่ปาก แล้วรีบดื่มน้ำตาม ไม่ทันเห็นจันทรกานต์ ที่เดินตามมาด้วย และถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง
จักรพัฒน์พยายามทำสีหน้าให้ปรกติ
“ไม่เป็นไร มีอะไรเหรอ”
“ผมเป็นห่วง เมื่อกี้พี่กับชาย่า”
จักรพัฒน์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน
“ไม่ต้องห่วงหรอก มันเรื่องปรกติของพี่กับชาย่าอยู่แล้ว หมู่นี้เราทะเลาะกันแทบทุกวัน”
จันทรกานต์มองอย่างรู้สึกผิด เพราะคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุ พลางบอกกับจักรพัฒน์ว่าหากมีอะไรที่พอจะช่วยได้ ให้รีบบอก แต่จักรพัฒน์ปฏิเสธ ซ้ำยังมองจันทรกานต์อย่างอย่างหมางเมิน
“เรื่องในครอบครัว ไม่มีใครช่วยได้หรอกจันทร์ พี่ต้องแก้ปัญหาของพี่เอง”
จันทรกานต์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะแยกมาอย่างรู้สึกผิด จักรพัฒน์ลงนั่งพัก หลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน

เพชรและยุพา แอบนินทาเรื่องที่จันทรกานต์ยกห้องแกลอรี่ให้จัดงานการกุศล ยิ่งพอเข้ามาในห้อง เห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นส่งเสียงดัง ก็ยิ่งหงุดหงิด ดาริกา วิวิทธิ์ อิงฟ้า และครูตุ้ย รีบเดินเข้ามาปรามเด็กๆ
ดาริกามองเพชรกับยุพาอย่างเอาเรื่อง “เป็นเด็กก็ต้องเล่นสิคะ”
ยุพาหันขวับมาทันที
“เอ๊ะ คุณดาว มายุ่งอะไรด้วยคะ”
“ฉันเป็นจิตอาสางานนี้ค่ะ มาช่วยครูตุ้ย ครูอิงฟ้า”
จากนั้นทั้งคู่ก็ซุบซิบกันถึงอิงฟ้า ว่าคงตั้งใจจะ โผล่มาตอนรับเงินบริจาค ตามประสาลูกคนรวย ที่ชอบทำบุญเอาหน้า โดยไม่รู้ว่าอิงฟ้ายืนอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งวิวิทธิ์แกล้งแนะนำให้รู้จัก อิงฟ้ายกมือไหว้ทั้งคู่อย่างอ่อนน้อม
“อิงฟ้าเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่สรรเสริญ คุณหญิงแม่รู้คงดีใจเนื้อเต้น”
เพชรกับยุพารับไหว้ หน้าเจื่อนจนแทบจะร้องไห้ พลางรีบเปลี่ยนท่าทีโดยฉับพลัน ดาริกาแอบยิ้มเยาะ
“ข้าวตอก ดูจิ้งจกซีลูก เปลี่ยนสีแล้ว มหัศจรรย์สัตว์โลกจริง ๆ “
“รักเด็กแล้วใช่ไหมครับ งั้นก็ปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันได้แล้วนะ”

วิวิทธิ์พูดพลางส่งสัญญาณ เด็กๆ รีบกรูเข้ามามะรุมมะตุ้มเพชรกับยุพาเหมือนแกล้ง ครู่หนึ่งครูตุ้ยจึงหันมาบอกอิงฟ้าว่าได้เวลาเปิดงานแล้ว วิวิทธิ์กุลีกุจอช่วยงาน ทั้งเอาใจอิงฟ้าอย่างออกนอกหน้า จนดาริกาแอบมองอย่างแปลกใจ

วิวิทธิ์ กับอิงฟ้า เดินคุยกันมานอกห้องแกลอรี่ อิงฟ้าเล่าว่าเธอเจอข้าวตอก ซึ่งเป็นเด็กเร่ร่อนที่สนามหลวง เลยเรียกมานั่งคุยกันทั้งคืน

“คนอื่นไปผับ คุณไปสนามหลวง เท่แฮะ แล้วทำไมถึงอยากช่วยเด็กพวกนี้ละครับ”
“เด็กพวกนี้ทำให้รู้ว่าชีวิตฉันโชคดีแค่ไหน เกิดมาแล้วได้โอกาสมากกว่าคนอื่น แค่ชุดกับเครื่องประดับที่ฉันใส่ชุดเดียว เปลี่ยนเป็นค่าอาหารให้เด็กพวกนี้ได้ทั้งปี เมื่อเป็นอย่างนี้ทำไมเราไม่รู้จักแบ่งปัน”
อิงฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ พลางเล่าต่อว่าเธอพาข้าวตอกมาพบกับครูตุ้ย แล้วก็ช่วยงานมูลนิธิตั้งแต่นั้น
วิวิทธิ์มองอิงฟ้าอย่างชื่นชม
“ผมอยากให้มีคนคิดและทำอย่างคุณฟ้ามาก ๆ สังคมจะน่าอยู่กว่านี้อีกเยอะ”
“ใช่ค่ะ เพราะตอนนี้เห็นมีแต่แย่งกันรวย แย่งกันกอบโกย แย่งกันเอาหน้า ที่น่าเบื่อก็คือชีวิตฉันก็อยู่ในแวดวงคนแบบนี้เสียด้วย”
“แต่คุณก็เลือกแล้วว่าจะไม่ทำแบบนั้น และเลือกจะทำสิ่งที่มีคุณค่ากว่า”
อิงฟ้ามองวิวิทธิ์ ด้วยสายตาที่เริ่มเป็นมิตรมากขึ้น จังหวะนั้นดาริกา ก็เดินออกมาตามทั้งคู่ พลางมองวิวิทธิ์อย่างจับสังเกต
คุณชายจันทร ดาราราย และจันทรกานต์ เดินมาด้วยกันอีกทาง ดารารายถือช่อดอกไม้มาให้
อิงฟ้า พลางปรายตามองดาริกาอย่างแปลกใจ
อิงฟ้ายื่นมือรับช่อดอกไม้จากดาราราย พลางเชิญให้เข้าไปด้านในงาน คุณชายจันทรเดินนำ ตามด้วยอิงฟ้าและวิวิทธิ์ ดารารายหันมาทางดาริกา
“ไม่ยักรู้ว่าหนูดาวมาด้วย “
“ผมเชิญเองละครับ เพราะดาริกาไปช่วยงานที่บ้านเด็กดีบ่อย ๆ”
ดาริกายิ้มให้ดารารายอย่างนอบน้อม
“ค่ะ ครูตุ้ยกับหนูรู้จักกันดี”
ดารารายพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไป จันทรกานต์รีบเดินมากระซิบเบาๆ กับดาริกา
“ดีใจที่คุณมา”
ดาริกามองค้อน “ดีใจเหมือนกันค่ะที่ได้มาทำบุญ แต่ไม่ได้ดีใจนะคะที่ได้มาที่นี่”
“เฮ้อ เมื่อไหร่คุณจะเลิกอคติกับห้างผมเสียที”
“ฉันไม่ได้อคติกับห้าง แต่อคติกับคนในห้าง”
จันทรกานต์จ้องหน้าดาริกา “แม้แต่วันนี้ที่คุณมาทำบุญที่นี่ “
“ฉันก็ยังรู้สึกมีบางอย่างที่เป็น “ภาวะซ่อนเร้น” อยู่ดี คุณแม่คุณจะช่วยเหลือมูลนิธิจริง ๆ ไหม ถ้างานนี้ไม่ใช่การจับคู่คุณกับครูอิงฟ้า ไม่เท่านั้น คุณจะจีบครูอิงฟ้าเพื่อเอาใจคุณแม่คุณรึเปล่า”
“แล้วถ้าผมจีบล่ะ” จันทรกานต์ย้อนถาม
“นี่ไง “ภาวะซ่อนเร้น” ของแท้ ไม่มีอะไรจริงเลยสักอย่าง เพราะคุณกำลังหลอกคุณแม่คุณว่าคุณเป็น “ชายแท้รักหญิง” หลอกแม้แต่วิวิทธิ์คนรักของคุณ เอ๊ะ หรือต่างฝ่ายต่างหลอก เพราะเหมือนฉันเห็นคุณวิวิทธิ์ก็ทำแสนดีกับครูอิงฟ้าเหมือนกัน แอ๊บแมนหลอกหญิงทั้งคู่เลยใช่ไหม”
จันทรกานต์ส่ายหน้าเบาๆ
“คุณนี่จินตนาการสูงจริง ๆ นะ แล้วถ้าผมบอกความจริงว่าผมชายแท้ และชอบผู้หญิง คุณจะเชื่อไหม”
ดาริกาเบ้ปาก
“คนที่แอ๊บจนกลายเป็นชีวิตจริงแล้วน่ะ คือคนโกหกที่แนบเนียนที่สุด เข้าใจแล้วนะว่าฉันจะเชื่อคุณได้ไหม”

พูดจบดาริกาก็เดินเข้าไปในงาน จันทรกานต์ยิ้มขำ ก่อนจะเดินตามเข้าไป

ด้านในงาน ขณะที่ครูตุ้ยกำลังตัดริบบิ้นเปิดงาน เสียงของคุณหญิงอรชรก็ขัดขึ้นมา

“เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว อย่าเพิ่งเริ่มงานค่ะ”
คุณหญิงอรชร พร้อมด้วยเพื่อนคุณนายอีก 2 คน ที่แต่งตัวหรุหรา ประโคมเครื่องเพชรแบบจัดเต็ม เดินเข้ามาภายในงาน พิชญาพานักข่าวกลุ่มใหญ่กรูตามกันเข้ามาติดๆ
“โทษนะคะที่เข้ามาขัดจังหวะ แต่งานยังเริ่มไม่ได้ค่ะถ้ายังไม่มีประธาน หนูชาย่าจ๊ะ เอาริบบิ้นมาใหม่ได้ไหม”
พิชญารับคำ พลางสั่งการให้ผูกริบบิ้นใหม่ ท่ามกลางความงงของคนทั้งห้อง อิงฟ้ารีบเดินไปเข้ามากระซิบมารดาเบาๆ
“แม่คะ ประธานของห้างคือคุณชายกับคุณน้าดาว และประธานของงานคือครูตุ้ยค่ะ แม่ไม่เกี่ยว”
คุณหญิงอรชรหันไปทำตาดุใส่ลูกสาว
“ยายฟ้า อย่าขัดแม่ งานเปิดตัวภาพเขียนของแกทั้งที แกก็ต้องให้ฉันมาเป็นประธานร่วม”
อิงฟ้าส่ายหน้า
“แม่ไม่เคยสนับสนุนหนู แม่ไม่ควรเข้ามายุ่งกับงานนี้”
“แกนั่นแหล่ะทำงานไม่เป็น จัดงานซะใหญ่โต ไม่เชิญใครเลย จะขายภาพได้ไหม เพื่อน ๆ ฉันในวงสังคมนี่แหล่ะจะซื้อให้ จะโปรโมทมูลนิธิของแกด้วย นี่ไง ฉันเชิญนักข่าวมาแล้ว”
พิชญาเจ้ากี้เจ้าการ เชิญคุณชายจันทร ดาราราย และจันทรกานต์ มายืนร่วมแถวตรงหน้าริบบิ้น โดยมีคุณหญิงป็นคนถือกรรไกร ขณะที่ช่างภาพนิ่ง และตากล้องทีวี รีบเก็บภาพกันใหญ่
อิงฟ้าหน้าซีด พลางรีบถอยมาขอโทษครูตุ้ย ดาริกาและ วิวิทธิ์มองอย่างเห็นใจ
ขณะที่ทางด้านคุณหญิงอรชร หลังจากที่ตัดริบบิ้นเสร็จแล้ว ก็เข้ามาให้สัมภาษณ์นักข่าวตามที่พิชญาจัดให้
อิงฟ้าออกจากห้องไปอย่างเบื่อหน่าย ดาริการีบบอกให้วิวิทธิ์ตามไป

“หวังว่าคงจะไม่เปลี่ยนชุดแล้วหนีไปอีกนะครับ”
วิวิทธิ์เดินตามมมาจนทันอิงฟ้าที่เดินหน้าง้ำออกมาจากในงาน
“ไม่หรอกค่ะ ก็งานนี้งานของฉัน ยังไงก็ต้องทนอยู่ต่อ ขอแค่ไม่ฟังที่แม่พูด “สนับสนุนโครงการทั้งหมด” พูดออกมาได้ แม่รังเกียจเด็กพวกนี้จะตายไป บาทนึงแม่ยังไม่ยอมจ่ายเลย”
วิวิทธิ์แย้งว่า คุณหญิงอรชรเองก็ซื้อรูปไปหลายรูป แต่อิงฟ้ากลับบอกว่าทำเพราะเอาหน้า จะได้ออกสื่อ
“แต่มันก็ดีกับโครงการของคุณไม่ใช่เหรอ ท่านได้ออกสื่อมากเท่าไหร่ ท่านคงสนับสนุนโครงการของคุณได้มากเท่านั้น พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และยอมมองข้ามความรู้สึกส่วนตัวบางอย่างคุณอาจเอาชนะโลกนี้ได้มากขึ้น”
อิงฟ้ายิ้มออกมาได้ “เอาความคิดแบบนี้มาจากไหนคะ”
“อ้าว ผมทำงานห้างแกรนด์นะครับ ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ที่นี่สอนกลยุทธิ์ผมไว้เยอะ อีกอย่าง ผมได้เรียนรู้จากคุณด้วย คุณสอนผมไง อย่ามองคนแค่เปลือกหรือมีแต่อคติ ตอนนี้ผมกำลังมองคุณแม่คุณอย่างนั้น”

อิงฟ้ามองวิวิทธิ์ ด้วยความปลื้ม แกมทึ่ง

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินกลับเข้ามาในงานอีกครั้ง ขณะที่คุณหญิงอรชรยังให้สัมภาษณ์นักข่าว พลางปั้นหน้าว่าสงสารเด็ก

“งานเขียนที่เห็นอยู่นี้เป็นฝีมือของลูกสาวดิฉันเองค่ะ อิงฟ้ามาซีลูก”
อิงฟ้าทำหน้าเซ็ง พลางจำใจเดินเข้าไปหา
“นี่ละค่ะ อิงฟ้า ลูกสาวมหัศจรรย์ของดิฉัน เก่งทุกศาตร์ ทุกศิลป์ ทั้งงานปั้น งานวาด งานแกะสลัก อีกทั้งยัง เก่งทางด้านดนตรี เปียโน กีตาร์คลาสสิก ยังเต้นบัลเล่ต์ และร้องโอเปร่าด้วยนะคะ”
อิงฟ้าหน้าเจื่อน พลางเอียงหน้าไปกระซิบ “แม่โกหก หนูไม่เคยเรียน”
คุณหญิงอรชรไม่สนใจ
“ปรบมือให้ อิงฟ้า ลูกสาวมหัศจรรย์ของดิฉันหน่อยนะคะ”
คนในงานปรบมือกันเกรียว คุณหญิงอรชรรีบกระซิบบอก
“พูดอะไรหน่อยซีจ๊ะ”
อิงฟ้าข่มอารมณ์อยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะพูด
“ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ดิฉันไม่ได้เก่งกาจมหัศจรรย์อะไรเลยค่ะ เพราะคนที่เก่งที่สุด และน่านับถือที่สุดนั้น คือคุณครูของเรา ผู้ก่อตั้งบ้านเด็กดีขึ้น ครูตุ้ยค่ะ”
เสียงปรบมือดังกว่าเดิม คุณหญิงอรชรมองอย่างไม่พอใจ เมื่ออิงฟ้าจะเชิญครูตุ้ยขึ้นมาบนเวทีจึงรีบพูดสวนขึ้นมาทันที
“ขอเชิญคุณชายจันทร์และคุณดารารายขึ้นมากล่าวในฐานะผู้อุปถัมภ์โครงการค่ะ”
คุณชายจันทร และดารารายก้าวเข้ามากล่าว เมื่อทั้งคู่กล่าวจบ ดารารายก็เชิญครูตุ้ยขึ้นมากล่าวต่อ
“ดีใจมากครับ ที่พวกเราเห็นความสำคัญของเด็ก ผมเองคงไม่มีอะไรพูดได้ดีและเหมาะสมเท่ากับเสียงเด็ก ๆ เอง เขามีอะไรจะบอกพวกคุณเชิญเด็ก ๆ เลยครับ”
จบประโยคของครูตุ้ย เสียงเพลงจากเด็กๆ ก็ดังขึ้น จันทรกานต์ ดาริกา วิวิทธิ์ อิงฟ้า รวมทั้งคุณชายจันทร และดาราราย ฟังด้วยความซาบซึ้ง ขณะที่คุณหญิงอรชร พิชญา เพชร ยุพา ทำหน้าเบื่อหน่าย

จากนั้นจันทรกานต์ก็พาอิงฟ้ามาทานนมื้อค่ำสองต่อสองในร้านอาหารหรู เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ พลางพูดคุยกันเรื่องที่ถูกผู้ใหญ่พยายามจับคู่ให้แต่งงาน
“พี่ชายต้องการอย่างนั้นเหรอคะ”
“หมายความว่า” จันทรกานต์ย้อนถาม
“ยอมแต่งกับฟ้าน่ะซี”
จันทรกานต์อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบ
“เออ จะยอมเมื่อน้องฟ้ายอมรับในตัวพี่ และรักพี่”
“แล้วพี่รักฟ้าด้วยรึเปล่า”
จันทรกานต์ พยักหน้า “ก็ต้องรักซี”
“งั้นถามตรง ๆ ตอนนี้รักไหม เอ้า ไม่ใช่ตอนนี้ก็ได้ อีกห้าเดือนปีนึง หรือ สองสามปี ฟังนะคะพี่จันทร์ ฟ้าไม่ใช่คนเอาใจคน ไม่ใช่แม่บ้านแม่เรือน ฟ้าชอบการผจญภัย ชอบออกไปเจอโลกกว้าง บางปีพี่อาจจะไม่ได้เจอฟ้าเลยหกเดือน ฟ้าอาจไปปีนเขาแถวหิมาลัย หรือไปล่องแก่งแถวนิวซีแลนด์ หรืออาจไปศึกษา
วัฒนธรรมมายันที่เม็กซิโก พี่รับได้ไหมคะ”
จันทรกานต์มองอิงฟ้า ที่ป้อนคำถามไม่หยุด แล้วก็ได้แต่อมยิ้ม

อีกด้านหนึ่งดาริกาและวิวิทธิ์ เดินคุยกันมาตามทาง ดาริกาอดไม่ได้ที่จะถามถึงจันทรกานต์
วิวิทธิ์มองทางร้านอาหาร พลางบอกว่านั่งดินเนอร์กับอิงฟ้า
“ตกลงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันใช่ไหมคะ”
วิวิทธิ์ถอนใจ เพราะเสียดายอิงฟ้า “คงอย่างนั้น”
ดาริกากลับเข้าใจผิดว่าถอนหายใจเพราะเสียดายจันทรกานต์ พลางพยายามพูดปลอบใจ วิวิทธิ์กำลังจะอธิบายความจริง พอดีกับที่จักรพัฒน์โทร. เข้ามาขัดจังหวะวิวิทธิ์จึงจำต้องปลีกตัวไปพบจักรพัฒน์

พอวิวิทธิ์แยกไป ดาริกาจะแยกกลับ ก็ได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็เห็นพิชญา ที่ใบหน้าแดงก่ำ ยืนตะคอกกับพนักงานที่ร้านว่าต้องการพบจันทรกานต์ จากนั้นก็เดินปรี่แล้วเข้าร้านไปทันที ดาริการีบตามมาดูที่หน้าประตู
 
อ่านต่อหน้า 4

ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 4 (ต่อ)

พิชญาตรงเข้าไปที่โต๊ะ ที่จันทรกานต์ นั่งอยู่กับอิงฟ้า พลางนั่งลงโดยไม่ฟังคำปฏิเสธของเจ้าของโต๊ะ แล้วจู่ๆก็หันมาบอกกับอิงฟ้าว่า เธอเคยเป็นแฟนกับจันทรกานต์

“คุณจันทร์กับพี่เป็นแฟนกันค่ะ เรารักกันมาก ถึงได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกัน สัญญาว่าเราจะแต่งงานหลังเรียนจบ แต่แล้วก็เกิดอุปสรรคขึ้น”
จันทรกานต์หันขวับมาทันที “ชาย่า”
“ไม่ต้องห้าม ฉันจะพูดให้น้องอิงฟ้าเข้าใจความสัมพันธ์ของเรา อุปสรรคที่คุณพ่อคุณแม่คุณจันทร์ขัดขวางความรักของเรา และทำให้พี่ต้องยอมแต่งงานกับคุณจักรพัฒน์ ลูกพี่ลูกน้องของคุณจันทร์แทน”
จันทรกานต์ส่ายหน้ากับเรื่องโกหกของพิชญา ขณะที่ดาริกาแอบฟังอยู่ด้านนอก ตัดสินใจกดมือถือโทร.หาวิวิทธิ์
“ครับคุณดาว ใช่ผมอยู่กับคุณจักร อะไรนะ ไปที่ร้านด่วนเลย คุณพิชญาอยู่ที่นั่น”
วิวิทธิ์หน้าเจื่อน จักรพัฒน์มองตามอย่างสงสัย

พิชญากระดกเครื่องดื่มรวดเข้าปาก พลางปั้นเรื่องโกหกหน้าตายต่อ จนสุดท้ายก็โพล่งออกมาว่า
“คุณจันทร์ ฉันจะหย่าจากจักรพัฒน์เร็วที่สุดค่ะ”
จันทรกานต์ ถอนหายใจ “พิชญา เธอพูดเพราะเมานะ กลับเถอะ”
พิชญาโวยวาย พลางขู่อิงฟ้าให้หลีกทางให้เธอ
“อย่าให้ฉันต้องลำเลิกหล่อนนะ”
“ยังไงคะ” อิงฟ้าเองก็อยากรู้ว่าพิชญาจะมาไม้ไหนต่อ
“ก็ที่สร้างภาพเป็นคุณหนูใจบุญนี่ไง เดินท่อม ๆ อยู่ตามสนามหลวง พัฒน์พงษ์ ทำทีเป็นช่วยเด็ก แต่ที่แท้หล่อนก็ไปให้ท่าไอ้ฝรั่งข้างถนน”
จันทรกานต์ตกใจ ดาริกาที่แอบฟังอยู่ก็อยู่ในอาการไม่ต่างกัน
“ฉันสืบเรื่องหล่อนมาแล้ว ที่ไปอยู่กินกับไอ้ฝรั่งแก่ ๆ ที่ฝรั่งเศสเป็นปีน่ะ ไปเป็นเมียเก็บมันใช่ไหม”
อิงฟ้าส่ายหน้า “นั่นโปรเฟสเซอร์ อาจารย์ฉันนะคะ”
“พอแล้วพิชญา”
จันทรกานต์รรีบฉุดพิชญาออกจากโต๊ะทันที ขณะที่อิงฟ้ามองตาม อย่างนึกสนุก

“ปล่อยนะ คุณจันทร์เลิกกับนังเด็กใจแตกคนนี้ได้แล้ว มันไม่ได้แสนดีอย่างที่มันสร้างภาพหรอก”
พิญาพยายามสะบัดแขน จากการฉุดกระชากของจันทรกานต์
“ผมจะไม่ทนอีกแล้วนะ”
จันทรกานต์ตวาดลั่น
“ฉันก็จะไม่ทนเหมือนกันค่ะ”
ทั้งสองหันมามอง เห็นดาริกายืนหน้าเอาเรื่องอยู่
“แก นังเมียเก็บมายุ่งอะไรด้วย”
อิงฟ้า ที่วิ่งตามออกมาดูเหตุการณ์ ยิ่งดูยิ่งงง
“ก็ยุ่งในฐานะเมียเก็บน่ะซี”
จันทรกานต์และอิงฟ้าอ้าปากค้าง ดาริกาเล่นบทต่อ
“คุณจันทร์ คุณจันทร์เป็นของดาวคนเดียว คุณจันทร์อย่าทิ้งดาวไปหายายปลาร้าตู้มตู้มคนนี้ หรือยายเด็กกระดานแผ่นเรียบคนนี้”
พิชญาแทบกรี๊ด
“นังหน้าด้าน แกมันแค่เมียเช่าที่เขาจ่ายให้แกเป็นครั้งคราว มีสิทธิ์อะไรมาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ คุณจันทร์”
“เอาไงคะสามีขา สามีต้องเลือกแล้วละค่ะ”
จันทรกานต์อายจนหน้าแดง ดาริกาขยิบตาให้เล่นตามบท
“บอกมาเลยค่ะว่าสามีจะเลือกใคร ระหว่างยายปลาร้า มีผัวแล้ว แต่ชอบเล่นชู้ เป็นงานอดิเรก กับยายเด็กใจแตก แกล้งแอ๊บแบ๊วคนนี้ กับสาวสวยเซ็กซี่คนนี้ ที่ปรนเปรอความสุขให้สามีได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เลือกเลยค่ะ คุณสามี”
จันทรกานต์ข่มความอายเล่นบทไปกับดาริกาด้วย
“ เอ่อ ผมต้องเลือกภรรยาคนนี้แล้วละครับ เพราะเธอปรนเปรอความสุขให้ผมได้จริง ๆ”
พูดพลางรวบร่างของ ดาริกามากอดไว้
พิชญาเข้ามาทึ้งผมดาริกา จันทรกานต์รีบปราดเข้ามาแยก อิงฟ้ากระโดดถอยออกมาข้างวิวิทธิ์ ที่เดินเข้ามาพอดี
“ชาย่า”
พิชญาหันไปตามเสียง เห็นจักรพัฒน์ยืนหน้าเครียด “นี่ยังขายหน้าไม่พอรึไง”
พูดพลางดึงร่างพิชญาออกมา พิชญาเซเหมือนจะเป็นลม จันทรกานต์รีบบอก
“พาชาย่ากลับบ้านเถอะครับ เธอเมามาก พวกเราไม่ถือโทษอะไร”
จักรพัฒน์ประคองพิชญาแยกไป
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ เธอเข้ามาหึงฉันนะ ระทึกขวัญจริง ๆ” อิงฟ้าหันมาถามดาริกาแบบงงๆ
“โทษนะคะคุณดาริกา แล้วคุณเป็นอย่างที่เขากล่าวหาจริง ๆ รึเปล่า”
ดาริกาหัวเราะขำ จันทรกานต์รีบตอบแทน
“ดาริกาสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อช่วยผมน่ะครับ”
ดาริกาส่ายหน้า
“ช่วยครูอิงฟ้าต่างหาก ฉันทนไม่ได้ที่ยายนั่นมาระรานคุณครู แต่ขอโทษนะคะที่พูดถึงครูเสีย ๆ หาย ๆ”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ สนุกเสียอีก ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้”
ดาริกากำลังจะเดินแยกไป แต่จันทรกานต์รีบเดินตรงมาหา พลางเลิกลูกผม เห็นรอยแผลเล็ก ๆ
ดาริกาเดาใจไม่ถูก ว่าจันทรกานต์เป็นห่วงจริงหรือแกล้งกันแน่ อิงฟ้ามองทั้งคู่อย่างจับสังเกต พร้อมๆกับที่วิวิทธิ์รีบบอกให้ทุกคนกลับไปในร้าน เพื่อทำแผลให้ดาริกา และทานอาหารกันต่อ

ทั้งสี่คนนั่งทานไป พูดคุยไป พลาง หัวเราะกันสนุกสนาน จันทรกานต์มองหน้าดาริกา ด้วยแววตาชื่นชม ขณะที่อิงฟ้าสบตากับวิวิทธิ์ที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว วิวิทธิ์รีบหลบตา ทำอะไรไม่ถูก

พิชญานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง จักรพัฒน์เข้ามานั่งข้างเตียง แล้วใช้ผ้าเย็นเช็ดที่ใบหน้าของภรรยา ด้วยความทะนุถนอม

“ชาย่า ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ คุณไม่รักผมแล้วหรือ”
พิชญาเริ่มรู้สึกตัว แต่ยังไม่ลืมตา จับมือของจักรพัฒน์ไว้ แล้วพึมพำ
“รักซีคะ ฉันรักคุณ คุณจันทร์”
จักรพัฒน์ดึงมือออก แล้วลุกพรวดขึ้นทันที จังหวะนั้นเองพิชญา ก็ลืมตาขึ้น พลางพยายามทวนความทรงจำ
“เมาจนขาดสติ คงจำไม่ได้ซีนะว่าคืนนี้ไปทำอะไรน่าอายไว้บ้าง”
“เรื่องอะไร”
“ก็ที่คุณไปก่อเรื่องกับอิงฟ้า กับดาริกา”
พิชญายักไหล่
“ไม่เห็นต้องอายตรงไหน เพราะเมื่อกลางวันคุณก็ฉีกหน้าฉันกับนังคุณหนูนั่นมาแล้ว ถือว่าฉันเอาคืน”
จักรพัฒน์ขอโทษภรรยา พลางเข้ามากอด แต่พิชญาสะบัดตัวออก
“ฉันไม่พูดกับคุณ”
จักรพัฒน์จ้องหน้าภรรยาอย่างเอาเรื่อง
“ต้องพูด คุณทำงามหน้าถึงขั้นไปหึงหวงอิงฟ้า กับดาริกา มันไร้สติเข้าไปทุกทีแล้ว ถ้าคุณชายกับคุณดาวทราบเรื่องเข้า คุณไม่มีสิทธิ์เหยียบไปที่ออฟฟิศอีก”
พิชญาเชิดหน้า “ฉันทำได้ทั้งนั้น เพื่อให้ได้คุณจันทร์กลับมา”
“ยอมรับแล้วใช่ไหมว่านอกใจผมน่ะ”
“อย่ามาใช้คำนี้ คุณจันทร์กับฉันรักกันก่อนที่ฉันจะมาเจอคุณ”
จักรพัฒน์หน้าเศร้า พลางกล่าวโทษว่าพิชญาหลอกแต่งงานกับเขา แต่พิชญาปฏิเสธ พลางบอกว่าตอนนั้นเธอเองก็เข้าใจว่ารักจักรพัฒน์ ด้วยความที่เขามีทุกอย่างคล้ายจันทรกานต์ ทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ
“ฉันคิดว่าคุณมาแทนคุณจันทร์ได้ แต่ฉันคิดผิด คุณทำให้ฉันผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า”
“คุณหมายถึงหนี้สินใช่ไหม ผมทำงานหนักอยู่ทุกวันนี้เพื่อเปลื้องหนี้คุณไม่เห็นหรอกหรือ”
พิชญา ยิ้มเหยียดๆ
“ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรอกค่ะ คุณไม่ใช่คนที่จะมาแทนที่คุณจันทร์ได้ แม้แต่นิดเดียว”
จักรพันธ์ น้ำตาซึม “แม้แต่ความรักเหรอ นายจันทร์ไม่เคยรักคุณ ผมต่างหากที่รักคุณ รักอย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ด้วย”
พลางโผเข้ากอดพิชญา แล้วสะอื้นเบา ๆ
“อย่านึกว่าฉันจะใจอ่อนกับน้ำตาลูกผู้ชายเลยนะคะ”
จักรพัฒน์นิ่งงัน น้ำเสียงแหบแห้ง “ทำไมทำแบบนี้กับผม คุณไม่เคยรักผมเลยใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันเพิ่งแน่ใจเดี๋ยวนี้ล่ะ”
จักรพัฒน์ยิ่งรู้สึกผิด ดึงพิชญามากอดทางด้านหลัง
“ชาย่า ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะ”
พิชญาเม้มปากแน่น “เราควรจะคุยกันได้แล้วนะคะ ฉันหมายถึง เราควรจะคุยกันเรื่องหย่า”

พูดจบก็สะบัดออกจากห้องไป ทิ้งจักรพัฒน์ให้นิ่งงัน โดดเดี่ยวอยู่ในห้อง

ขณะที่เดินมาตามโถงยาวในคอนโดด้วยกัน จันทรกานต์ก็หันมาขอบคุณดาริกาอีกครั้งที่ช่วยปกป้องเขา ดาริกายืนยันว่าเธอทำเพราะปกป้องอิงฟ้า แต่จันทรกานต์รีบแย้ง

“คุณโทรหาวิวิทธิ์ให้พาพี่จักรมาไม่ใช่เหรอ นั่นละ ปกป้องผมแท้ ๆ คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่าคุณเป็นห่วงผมอย่างมาก”
ดาริกาค้อนให้
“คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่าคุณกำลังเพ้อเจ้อไปเอง ที่ช่วย ๆ คุณไปน่ะฉันมีแต่เสีย เดี๋ยวเป็นเมียเก็บคุณ เดี๋ยวเป็นทอมดี้ในสายตาคุณแม่คุณ”
จันทรกานต์รีบอาศัยจังหวะนั้น ชวนดาริกามาทำงานด้วยกัน เพื่อเป็นการแก้ข่าว
“ทำงานกับคุณ ? อุ๊ย งานอะไรไม่ทราบคะ พ่อเจ้าประคุณทูนหัวคงไม่พ้นเป็นคนใช้”
“ไม่ผิด รับใช้ผมส่วนตัว”
ดาริกามองหน้าจันทรกานต์ พลางร้องลิเกใส่ ก่อนจะเดินรำเข้าห้องไป จันทรกานต์มองตาม แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้

วิวิทธิ์หอบเอกสารปึกใหญ่มาให้จันทรกานต์เซ็น พลางบอกว่าจะไปช่วยอิงฟ้าขายรูปที่แกลอรี่ แต่ จันทรกานต์ท้วงว่าควรจะอยู่กันพิชญาให้ห่างจากเขามากกว่า
“ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้คุณพิชญาลางาน”
จันทรกานต์ถอนหายใจ
“วิวิทธิ์ เรื่องนี้ผมลำบากใจมาก ยิ่งกับพี่จักรพัฒน์ด้วยแล้ว ผมแทบมองหน้าพี่เขาไม่ติด ผมคิดว่าพี่เขารู้แล้วนะเรื่องพิชญามาตื๊อผม จะเอายังไงดี”
วิวิทธิ์เสนอให้บอกกับคุณชายจันทร และดาราราย เพื่อไล่ออก แต่จันทรกานต์แย้งว่าเรื่องนี้จะถึงหูพ่อกับแม่ไม่ได้
“คุณไม่กล้าพูดอย่างนี้น่ะซีครับ คุณพิชญาเธอถึงได้ใจ แล้วอีกอย่างคุณพ่อคุณก็รู้เรื่อง....เอ่อไม่มีอะไร นี่ผมมีไอเดียดี ๆ จ้างสาวสวยลุย ๆ อย่างคุณดาริกามาสักคนซิครับ แล้วอ้างว่าเป็นเมียเก็บคนที่สองของคุณ รับรองคุณพิชญาโดนตีแตกกระเจิงแน่ ๆ”
จันทรกานต์ยิ้ม เพราะความคิดตรงกัน “แล้วจะจ้างมาในฐานะอะไรล่ะ”
“เป็นเลขาอีกคนก็ได้นี่ครับ คุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่สงสัย”
จันทรกานต์พยักหน้า “ ความคิดเข้าท่า เห็นด้วย คุณวางแผนเจรจาว่าจ้างให้ผมเลย เลขาคนใหม่ของผม ดาริกา”

จันทรกานต์พูดหน้าตาเฉย ทำเอาวิวิทธิ์เกือบหงายเงิบ

ดาริกากำลังซักผ้าอยู่ในห้องน้ำ พลันเสียงกริ่งก็ดังขึ้น เมื่อเธอเดินไปเปิดประตู ก็เห็นจันทรกานต์อยู่หน้าห้อง พลางชวนให้ลงไปคุยที่ล็อบบี้ แต่ดาริกากลับแย้งว่าให้เข้ามาคุยในห้อง ก่อนที่จะขอตัวไปตากผ้าก่อน
 
จันทร์กานต์ปรายตาเห็นชุดชั้นในที่ดาริกาเอามาขึ้นราวตากก็หน้าแดง จากนั้นจันทรกานต์ก็เอ่ยปากชวนให้ดาริกามาร่วมดินเน่อร์ที่ห้องของเขา ซึ่งจัดเตรียมของไว้เรียบร้อยแล้ว

ครู่หนึ่งทั้งคู่ก็มานั่งร่วมโต๊ะดินเน่อร์กันสองต่อสอง ดาริกายังอยู่ในชุดเดิม มีน้ำเปื้อนตามตัว ขณะที่จันทรกานต์เปลี่ยนชุดสำหรับดินเนอร์ ดูหรูหรา และเป็นทางการ
ดาริกามองโต๊ะอาหารที่จัดแต่งอย่างสวยงาม พลางปรายตามองเสื้อผ้าของจันทรกานต์ แล้วก็ทำหน้าเซ็ง
“หรูไปหมดเลย ฉันใส่ชุดแบบนี้เลยดูไม่ถูกกาละเทศะเท่าไหร่ ไปเปลี่ยนก่อนดีไหม ไม่รู้นี่ว่าจะหรูขนาดนี้ ฮึ....งั้นไม่เปลี่ยนและ ทานมันทั้งในชุดผ้าขี้ริ้วอย่างนี้แหละ แซบดี”
พลางคะยั้นคะยอถามว่าจันทรกานต์มีเรื่องอะไรจะคุย แต่กลับถูกแย้งว่าให้รับประทานอาหารให้อิ่มก่อน
ดาริกามองจันทรกานต์ ที่ใช้มีดและช้อนส้อมอย่าวคล่องแคล่ว พลางพยายามทำตามทุกอย่าง จนโดนจันทรกานต์ทำตาดุใส่ ถึงได้เลิกล้อเลียน

ทางด้านดาราราย ก็กำลังปรึกษาคุณชายจันทรเรื่องจันทรกานต์ กับอิงฟ้า
“คุณจันทร์ของเราจะชอบหนูอิงฟ้าไหมคะ ก็เขาดูเหมาะสมกันจะตาย ทั้งชาติตระกูล วัยวุฒิ คุณวุฒิ ฐานะ ถึงคุณพี่อรชรจะดูเว่อร์ ๆ ไปหน่อย”
คุณชายจันทรแอบยิ้มขำ
“ผมว่าไม่หน่อยหรอกนะ เว่อร์มากเชียวละ ดูจากงานเปิดมูลนิธิวันก่อน”
จากนั้นก็วกกลับมาเข้าเรื่อง “เรื่องหัวใจ พูดยากนะ”
ดาราราย หันไปยิ้มน่ารักกับสามี
“แล้วตอนที่คุณชายจีบดาว คิดนานไหม”
คุณชายจันทรส่ายหน้า “ไม่คิด จู่โจมเลย”
“จะมีใครโชคดีเหมือนฉัน ได้สามีอย่างคุณชาย” ดารารายหัวเราะคิก

“เอาละ คุยเรื่องของคุณได้แล้ว”
ดาริการีบเข้าประเด็นหลังจากที่อิ่มอาหารแล้ว
“เมื่อผมพูด ห้ามเอะอะ โวยวาย ห้ามอุทานอะไรไม่ไพเราะ ผมอยากชวนคุณไปทำงานด้วย”
ดาริกาแทบสำลักน้ำ จนจันทรกานต์ต้องพูดซ้ำ
“ผมต้องการจ้างคุณไปทำงานกับผม”
“จะบ้าเหรอ ตาหม่อมลวงโลก”

ดาริกาโวยวายเสียงดัง
 
อ่านต่อตอนที่ 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...