xs
xsm
sm
md
lg

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 25

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อย่าลืมฉัน ตอนที่ 25

เขมชาติขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักต่างจังหวัดของชนะด้วยความเคร่งเครียด และครุ่นคิดกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน พลางนึกคำพูดทิ้งท้ายของเอื้อที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมส่งรายละเอียดทางไปบ้านพักคุณชนะไปให้แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของคุณ จะทำ
ให้หนูเล็กยอมไปหาหมอ และยอมรับความจริงได้หรือเปล่าครั้งต่อไปผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้ “
เขมชาติพยักหน้ารับแต่โดยดี ทั้งลุ้น ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งหวาดหวั่น. เอื้อมองให้กำลังใจ และ
แอบทำใจอยู่ในที
ทันใดนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เขมชาติกดรับ
“สวัสดีครับ”
อีกด้านหนึ่ง อาทิตย์คุยโทรศัพท์ เสียงเข้มๆ
“ผมทราบเรื่องระหว่างคุณกับหนูเล็กแล้ว และผมก็ทราบว่าคุณกำลังจะเดินทางไป
หาหนูเล็ก เพื่อพาเขาไปหาหมอ”
ด้านหลังของอาทิตย์คือนภา ที่นั่งไม่ห่างออกไป ในขณะที่ชื่นนั่งพัดให้อยู่ข้างๆ
เขมชาติอึ้ง อึกๆอักๆ
“ผม ผมต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ กับสิ่งที่ผมทำกับวดี”
อาทิตย์หนักใจ แต่ก็เข้าใจ
“เอาเถอะ เรื่องก็แล้วมาแล้ว จริงๆ เราเองก็แอบสังเกตอาการของหนูเล็กมาได้สักพักแล้ว ก็สงสัย
กันอยู่ว่าอาการเหมือนคนท้อง “
วิบูลย์ชะงักกึก รีบหลบวูบแอบฟัง
“ท้อง !?”
อาทิตย์พูดต่อ
“แล้วอยู่ๆมาหนีไปแบบนี้ พวกเราก็ยิ่งเป็นห่วง”
เขมชาติรีบตอบ
“คุณพ่อไม่ต้องห่วง ผมจะรีบพาวดีไปหาหมอให้เร็วที่สุด ถ้าเขาท้องจริง ผมจะรีบพาตัวเขากลับเข้า
กรุงเทพทันที”
อาทิตย์หนักใจ
“ก็อาจจะยากหน่อยนะ แต่ก็ขอให้ทำได้สำเร็จ มีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยก็บอก และที่สำคัญ ถ้าพาหนู
เล็กไปหาหมอแล้ว ผลเป็นยังไงรีบบอกทางเราด้วยนะ”
อาทิตย์อดตื่นเต้นไม่ได้ เขมชาติรีบตอบด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ครับ ผมจะรีบบอกข่าวทันที ผมขอย้ำอีกครั้ง ผมจะรับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ขอบคุณ
คุณพ่อ และคุณแม่มากนะครับที่เข้าใจ”
“พ่อเข้าใจ พ่อก็หวังว่าหนูเล็กก็จะเข้าใจเหมือนกัน แค่นี้นะ มีอะไรก็รีบส่งข่าวมา”
อาทิตย์วางสายไป แล้วก็หันมามองหน้านภา ต่างคนต่างถอนใจ ไม่รู้ว่าจะ ดีใจ ตกใจ หวงลูก หรือ
อย่างไรดี
ในขณะที่วิบูลย์ที่แอบฟังอยู่ ก็ตาวาวด้วยความตื่นเต้น
“คุณสุท้อง”

“คุณสุเนี่ยนะ”
เกนหลงเองยังแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อ่ได้ฟังข้อมูลจากปากของเอื้อ พลางถามต่อด้วยความเป็นห่วง
“แล้วตอนนี้พี่เอื้อ เป็นยังไงบ้างคะ ?”
เอื้อแกล้งตอบแบบติดตลก
“พี่ก็สบายดี ไม่ได้เป็นอะไร พี่ไม่ใช่พ่อเด็กในท้องนะ จะได้แพ้ท้องแทน”
“พูดแบบนี้แสดงว่า อารมณ์ดีแล้ว หรือว่าทำเป็นขำกลบเกลื่อนคะ?”
“ก็ ไม่รู้เหมือนกัน”
“อ้าว” เกนหลงเริ่มงง เอื้อรีบอธิบาย
“พี่ไม่รู้จริงๆ คือมันก็หน่วงๆ ช็อกๆ พี่กับหนูเล็กเราผูกพันกันเหมือนคนในครอบครัว มันมากกว่า
ความรักแบบหนุ่มสาว และหนูเล็กเองก็ไม่เคยพูดสักคำว่ารู้สึกยังไงกับพี่ เราสองคนเหมือนเดินอยู่บนเส้นขนาน ตั้งแต่
วันแรกที่เจอกัน จนถึงวันนี้ หนูเล็กจะรักษาระยะห่างไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ จนพี่เองก็เริ่มทำใจ มันคงไม่มีวันเป็นอะไร
ไปได้มากกว่านี้”
เอื้อพูดด้วยความเข้าใจ เกนหลงฟังแล้วก็เบาใจ
“และวันนี้มีเขมชาติเข้ามา พี่ถึงได้รู้ว่า ช่องว่างที่หนูเล็กเว้นไว้ในชีวิต ก็เพื่อเขา พี่ก็ได้แต่เอาใจช่วย
ให้เขมชาติกับหนูเล็กปรับความเข้าใจกันให้ได้”
“ถ้าเขาเข้าใจกันแล้ว พี่เอื้อไม่เสียใจเหรอคะ?” เกนหลงย้อนถาม
เอื้อส่ายหน้า
“ไม่ พี่ไม่เสียใจพี่จะดีใจ และมีความสุขมากกว่า ที่ได้เห็นหนูเล็กมีความสุข”
เกนหลงมองเอื้อด้วยความชื่นชม
“แล้วพี่เอื้อคิดว่า เขมจะทำให้คุณสุมีความสุขได้หรือเปล่าคะ ?”
เกนหลงถามตรงๆ เอื้อนิ่งคิด

เขมชาติขับรถแล่นเข้ามาจอด ที่หน้าบ้านพักตากอากาศของชนะ พลางรีบวิ่งลงจากรถ และวิ่งมาที่บ้านอย่างรวดเร็ว พลางตบประตูเรียก
“วดี วดี วดี อยู่หรือเปล่า ? วดี ?”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ เขมชาติเริ่มร้อนใจ วิ่งหารอบๆบริเวณก็เงียบ ว่างเปล่า
“ไม่มีคนอยู่ รถก็ไม่อยู่ หรือว่าจะหนีไปแล้ว วดี “
เขมชาติใจหาย เศร้าวูบขึ้นมา ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่ง หมดแรง
ในขณะที่สุริยงขับรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านพัก พลางชะงักกึกเมื่อเห็นรถเขมชาติ
“เขมชาติ”
เขมชาติหันมาตามเสียงรถ เห็นรถสุริยงจอดอยู่ ตาวาวด้วยความดีใจ
“วดี”
แล้วก็รีบลุกพรวดรีบวิ่งไป แต่ก็ช้ากว่าสุริยง ที่ใส่เกียร์ถอยหลังทันที เร่งเครื่องจะหนี เขมชาติหน้าเสีย เร่งฝีเท้า
“วดีอย่าเพิ่งไป วดี หยุดก่อน”
สุริยงหงุดหงิด ถอยหน้าถอยหลัง ด้วยความยากลำบาก
“บ้าจริงๆ”
เขมชาติวิ่งมาถึงรถ ตบที่กระจก พยายามจะเปิดรถ
“วดี ลงมาคุยกันก่อน วดี”
สุริยงถอยหน้า ถอยหลังได้สำเร็จ ก็รีบใส่เกียร์เดินหน้า และกำลังจะพุ่งรถออกไป เขมชาติตัดสินใจวิ่งมาขวางหน้ารถไว้เลย สุริยงตกใจชะงัก เขมชาติก็โพล่งออกมาเลย
“ถ้าคุณอยากให้ลูกกำพร้าพ่อ ก็ชนเลย “
สุริยงสะอึก แต่ยังฝืนทำเข้มแข็ง ทำเสียงดัง ไม่ยอมรับ
“เพ้อเจ้อ ลูกอะไร ที่นี่ไม่มีลูกของใครทั้งนั้น”
เขมชาติรีบสวน
“ไม่จริง มีลูกของเราอยู่ในท้องคุณ คุณชนะบอกว่าคุณมีอาการแพ้ท้อง และถ้าคุณท้อง พ่อของเด็ก
ก็ต้องเป็นผม”
“หลงตัวเอง ถ้าฉันท้องจริงๆ อาจจะเป็นผู้ชายคนอื่นก็ได้ ไม่ใช่คุณ”
“คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับผู้ชายได้ง่ายๆ ขนาดแต่งงานกับเจ้าสัวคุณยังไม่มีอะไรกับเขาเลย”
สุริยงชะงักกึก เขมชาติรีบพูดต่อ
“คุณเอื้อบอกความจริงหมดแล้ว คุณแต่งงานเพื่อตอบแทนบุญคุณ และเพื่อได้รับสิทธิ์ในการดูแลไก่
ไข่ คุณไม่ได้แต่งงานเพื่อเงิน และตลอดเวลาที่แต่งงานคุณกับเจ้าสัวไม่เคยมีอะไรกัน ผมขอโทษนะวดี ขอโทษที่
เข้าใจผิดมาตลอด ขอโทษที่ไม่รู้จักคุณดีพอ ผมขอโทษ”
เขมชาติมองหน้าสุริยง ด้วยแววตาน่าสงสาร
“ผมยอมรับที่ผ่านมาผมมองคุณผิดไป แต่สำหรับตอนนี้ผมมั่นใจ คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับใครก็
ได้คุณจะยอมกับคนที่รักเท่านั้นและผู้ชายคนนั้นก็คือผม”
เขมชาติพูดตรงๆ ด้วยความมั่นใจ และแทงใจดำสุริยงอย่างจัง หากเธอไม่ยอมรับ แต่กลับเร่งเครื่อง
ใส่ จนเขมชาติผงะถอย ด้วยความตกใจ

“เอ้ย”

สุริยงเหยียบเบรกในระยะประชิด
“ทุเรศ กล้าพูดออกมาได้ ไม่อายปาก เลิกพล่ามแล้วก็ยอมรับความจริงได้แล้ว ฉันไม่ได้รักคุณ ฉัน
ทั้งเกลียด และ รังเกียจ ไม่อยากอยู่ใกล้ ฉันถึงได้หนีมาถึงที่นี่ ยังจะหน้าด้านตามมาอีก”
เขมชาติไม่ยอมแพ้ “วดี คุณเลิกทิฐิสักทีได้มั้ย ตอนนี้ใครๆ เขาก็รู้ความจริงและยกโทษให้ผมกัน
หมดแล้ว ขนาดคุณเอื้อ คุณชนะ เขายังยอมเปิดทางให้ผม เหลือแต่คุณคนเดียว วดี บอกผมหน่อยได้มั้ย ผมต้องทำ
ยังไงคุณถึงจะยอมยกโทษให้ผม คุณบอกมาเลย ผมยอมทำทุกอย่าง”
เขมชาติพยายามเว้าวอน สุริยงมองหน้า แล้วก็ตัดสินใจ ลงจากรถ เขมชาติใจชื้น
สุริยงลงมายืนข้างรถ แล้วบอกเสียงแข็ง
“แน่ใจนะ ถ้าฉันบอกแล้วจะยอมทำจริงๆ”
“จริงๆ บอกมาเลย จะให้ผมทำอะไร” เขมชาติยิ้มอย่างมีหวัง
“กลับไป แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
เขมชาติสะอึก หน้าเสีย แล้วก็อึกๆอักๆ
“ เอ่อ ผมยอมทำทุกอย่าง แต่ข้อนี้ข้อเดียวที่ผมทำไม่ได้”
สุริยงย้อน
“ทำไม่ได้แล้วพูดทำไมว่าทำได้ทุกอย่าง คุณมันคนเจ้าเล่ห์ กลับกลอก เพราะคุณเป็นคนแบบนี้ ฉัน
ถึงไม่เชื่อคำพูดคุณ และไม่ยอมยกโทษให้”
“แต่ที่ผมไปไม่ได้ เพราะผมเป็นห่วง อยู่คนเดียวกลางป่าแบบนี้ได้ยังไง คุณก็รู้ว่าคุณไม่ใช่ตัวคน
เดียวเหมือนเมื่อก่อน เกิดเป็นอะไรขึ้นมา ลูกจะพลอยเป็นอันตรายไปด้วย”
สุริยงสวนเสียงเข้ม
“ฉันบอกแล้วไงว่า ไม่มีลูกใครทั้งนั้น ฉันไม่ได้ท้อง”
“ผมไม่เชื่อจนกว่าคุณจะยอมไปหาหมอ และตรวจให้รู้กันไปเลยว่าคุณไม่ได้ท้อง”
“ฉันไม่ไป”
“คุณไม่ไป ผมก็ไม่กลับ”
เขมชาติกับสุริยงประสานสายตาอย่างไม่มีใครยอมใคร สุริยงตัดบท
“ตามใจ อยากอยู่ก็อยู่ไป แต่อย่าเข้ามาใกล้ฉัน และอย่ามายุ่งกับฉัน”

สุริยงเดินมาเปิดประตูรถด้านหลัง และหยิบถุงของที่ซื้อมาจากตลาดออกมา มีผัก ผลไม้ และ แผง
ไข่ เขมชาติรีบเข้าไปช่วย
“ผมช่วย” พลางพุ่งเข้ามาหยิบถุงของ
“ไม่ต้อง อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย”
“ ผมอยากช่วย คนกำลังท้องกำลังไส้ ถือของหนักมันไม่ดี”
สุริยงได้ยินคำว่าท้องแล้วยิ่งบันดาลโทสะ ก่อนที่จะพลิกถาดไข่ในมือใส่หน้าเขมชาติเลย ไข่แตกใส่
เขมชาติเลอะไปทั้งตัว
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน และไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำดี ความดีที่แฝงไว้ด้วยมารยา มันทำ
อะไรฉันไม่ได้อีกต่อไป ฉันขอย้ำ ฉันไม่ได้ท้อง ต่อให้ของหนักกว่านี้ ฉันก็ถือเองได้”
จากนั้นก็รีบกระชากถุงของ แล้วเดินเข้าบ้าน เขมชาติได้แต่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
สุริยงเดินพรวดเข้ามาในบ้าน วางของ แล้วก็ยืนครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิด คำพูดของเขมชาติลอย
วนเวียนในความคิด
“คุณเอื้อบอกความจริงหมดแล้ว คุณแต่งงานเพื่อตอบแทนบุญคุณ และเพื่อได้รับสิทธิ์ในการดูแลไก่
ไข่ คุณไม่ได้แต่งงานเพื่อเงิน ผมขอโทษนะวดี ขอโทษที่เข้าใจผิดมาตลอด ขอโทษที่ไม่รู้จักคุณดีพอ ผมขอโทษ”
ภาพความประทับใจที่สวิส กับข้อความในจดหมายของเขมชาติ วนเวียนอยู่ในความคิด จนสับสน
ปนเปไปหมด
สุริยงตาแข็งขึ้นมาทันที
“มันจะไม่มีวันนั้น ฉันจะไม่โง่เชื่อคำพูดของคุณอีกต่อไป”
จากนั้นก็ไล่ปิดล็อคหน้าต่าง ประตู ทุกบานในบ้าน เขมชาติถอนหายใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านรัตนชาติ ในขณะที่อัมพิกาเดินลงมาจากบันได พลางมองไปรอบๆ บ้านที่เงียบสงัด
“อาหารเช้าเตรียมพร้อมแล้วค่ะ”
คนรับใช้รีบปราดเข้ามารายงาน
อัมพิกาพยักหน้า พลางถาม
“คุณอรหล่ะ?”
“คุณอรมีเพื่อนมารับออกไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
อัมพิกาส่ายหน้า “ไม่ว่าจะเช้า จะค่ำ ไม่เคยอยู่บ้านให้เห็นหน้า” ก่อนที่จะเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร ที่มี
อาหารเช้า จัดวางไว้อย่างสวยงาม ทั้งข้าวแช่ ที่จัดแต่งอย่างพิถีพิถัน และขนมไทยจัดเป็นจานรองด้วยใบตอง
อัมพิกามองด้วยความพอใจ
“บ้านโน้นจัดมาหล่ะสิ”
“ค่ะ พอดีวันก่อนคุณท่านเปรยว่าอยากทานข้าวแช่ หนูก็เลยบอก คุณนภาก็จัดมาให้ค่ะ”
อัมพิกาพยักหน้าพอใจ กำลังจะตักข้าวแช่เข้าปาก พลางหันไปเห็นภาพวาดของไก่ ไข่ ที่วางอยู่ที่
โต๊ะ แถวๆนั้น
อัมพิกาชะงัก มองรูปพี่น้อง 5 คนจับมือกัน แล้วก็คิดถึงไก่กับไข่ จากนั้นก็หันมาสั่งคนรับใช้
“โทร.ไปถามบ้านโน้นสิ ว่าไก่ ไข่ เลิกเรียนกี่โมง แล้วจะกลับมาถึงบ้านกี่โมง ฉันจะส่งคนรถไปรับ
เด็กๆ มาเล่นกับฉันที่นี่”
“ค่ะ” คนรับใช้รับคำแล้วก็เดินไป
อัมพิกาหันมามองรูปอีกครั้งแล้วก็ยิ้ม

ในขณะที่เอื้อกำลังอยู่กับเกนหลงในห้องซ้อมเต้น ตามลำพังสองต่อสอง
“ลองชุดสำหรับสอบเต้นรำ” เอื้อถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่ค่ะ คุณครูบอกว่าจะมีคะแนนพิเศษสำหรับชุดที่ถูกใจด้วยนะคะ เกนเลือกไว้บางชุดแล้ว เดี๋ยว
เกนจะไปลอง ให้พี่เอื้อช่วยแสดงความเห็นนะคะ”
“โอเคได้ จัดมาเลย” ตอบพลางเดินไปนั่งรอ จากนั้นเกนหลงก็ลองชุดมาให้เอื้อดูหลายชุด ทั้งชุดสี
ดำแอบเซ็กซี่ ชุดสีแดงเพลิง แต่ทุกชุดก็ล้วนไม่ผ่านการพิจารณาจากเอื้อ จนมาถึงชุดสีขาว ที่ดูน่ารัก สมวัย
“โอเค ชุดนี้ ผ่าน”
เกนหลงยิ้ม “ใจตรงกับเกนเลย เกนก็ชอบชุดนี้ที่สุดค่ะ”
“เกนได้ชุดสำหรับใส่สอบแล้ว แล้วของพี่หล่ะ? จะให้พี่ใส่ชุดไหน?”
เกนหลงเลิกคิ้ว “หือ ? พี่เอื้อจะมาสอบด้วยเหรอคะ?”
“อ้าว พี่ก็มาเรียนกับเกนตั้งหลายครั้ง แล้วพี่ก็ไปจ้างครูมาสอนเองเป็นการส่วนตัว แล้วเกนจะไม่เต้น
กับพี่ได้ยังไง”
เกนหลง ถึงกับอึ้ง “พี่เอื้อ จ้างครูมาสอนเป็นการส่วนตัว ถามจริง”
เอื้อยิ้มเจ้าเล่ห์ “เรื่องแบบนี้พูดเฉยๆไม่เชื่อ ต้องพิสูจน์”
เอื้อหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วก็กดเปิดเพลงจากโทรศัพท์ พลางลุกขึ้น ก่อนที่จะดึงเกนหลงมาแนบ
ตัว เกนหลงหัวเราะ กับท่าทางขึงขังของเอื้อ
จากนั้นเอื้อก็เริ่มเต้นนำ เกนหลงเต้นตามเอื้ออย่างลื่นไหล และเข้าขากัน
เอื้อมองเกนหลงแล้วก็ยิ้มมีความสุขสงบอย่างที่ไม่เคยเป็น ทั้งสองคนเต้นจนจบเพลง นักเรียนคนอื่นที่เดินเข้ามายืนดูอยู่ปรบมือกันเกรียว
เกนหลงกับเอื้อหันมายิ้มรับ
“เชื่อหรือยังว่าพี่จริงจัง”
“เชื่อแล้วค่ะ จากคนที่ไม่ชอบเต้นรำ ทำได้ขนาดนี้ สุดยอดมากค่ะ”
“เป็นเพราะเกนนั่นแหละ ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตพี่”
เอื้อพูดยิ้มๆ ด้วยคำง่ายๆ แต่สะท้านใจเกนหลงอย่างแรง. จนต้องยิ้มแก้เขิน
“หวังว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะคะ”
“ ดีสิ ดีมากด้วย เออ แล้วตกลง พี่พอจะเป็นคู่เต้นในการสอบได้หรือเปล่า”
“ได้สิคะ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ ถ้าได้คู่กับพี่เอื้อต้องผ่านแน่ๆ ขอบคุณค่ะ”
เกนหลงเผลอตัวโผเข้ามากอดเอื้ออย่างแน่นด้วยความดีใจ เอื้อชะงักนิดๆ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแว่บ
หนึ่ง พลางค่อยๆกอดตอบอย่างนุ่มนวล
เกนหลงเอง ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นใจ จนใจเต้นแรง ก่อนจะค่อยๆ คลายกอดออกมาด้วยความเขินๆ
“เกนไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”
พูดจบก็รีบเดินออกไปเลย เอื้อมองตามแล้วก็ยิ้มๆ

ในขณะที่คล้อยหลังเอื้อ เกนหลง ก็ยิ้มมีความสุข เมื่อค้นพบว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ที่ต่างไปเดิม

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 25 (ต่อ)

ทางด้านสุริยง เมื่อเปิดประตูออกมา และกวาดสายตาไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ก็เบ้หน้า
“ไปซะได้ก็ดี”
ทันใดนั้นก็มีเสียงรถแล่นเข้ามา สุริยงหันขวับไป เห็นรถเขมชาติแล่นมา โดยมีรถตู้ตามมา สุริยง
เขม่นตามองด้วยความแปลกใจ
“ยังจะมาอีก แล้วรถตู้ใคร?”

“ผมเป็นหมอครับ”
ชายแปลกหน้าที่ลงจากรถตู้แนะนำตัวกับสุริยง ห่างออกไป เขมชาติยืนยิ้มอยู่
“หมอ ? แล้วมาทำอะไรที่นี่ ? ที่นี่ไม่มีใครต้องการหมอ”
“แต่สามีคุณ”
สุริยงชะงักกึก หันมาทางเขมชาติ หมอพูดต่อ
“ไปรับหมอมาจากคลินิก ขอร้องขอให้หมอมาตรวจสุขภาพของคุณที่นี่ เพราะว่าคุณไม่ยอมไปตรวจ
ที่โรงพยาบาล”
สุริยงรีบอกตัว
“เดี๋ยวก่อนนะคะคุณหมอ ก่อนอื่นดิฉันขอชี้แจง ผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่สามีฉัน”
หมอกับเขมชาติร้องขึ้นพร้อมกัน “อ้าว”!
“และดิฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เชิญคุณหมอกลับไปได้แล้ว”
เขมชาติรีบเดินเข้ามาทันที
“อย่าเพิ่งกลับครับหมอ ภรรยาผมเขามีอาการเหมือนคนท้อง หมอต้องตรวจก่อนนะครับ”
“ ฉันไม่ได้เป็นภรรยาคุณ”
สุริยงเถียง ในขณะที่เขมชาติโพล่งออกมา
“ก็เรามีอะไรกันแล้ว ถ้าไม่ใช่สามีภรรยาแล้วจะเรียกว่าอะไร”
สุริยงหันไปคว้าตุ๊กตาดินเผาแถวนั้นมาปาใส่เขมชาติ
“หุบปากไปเลยนะ ปากเสีย พูดจาไม่ได้เกียรติผู้หญิง ไอ้คนเฮงซวย ออกไปเลยนะ ไป”
เขมชาติตกใจ กระโดดหลบ
“เอ้ย วดีๆ ใจเย็นๆ หมอครับ หมอเตือนเขาหน่อยสิครับ คนกำลังท้องกำลังไส้ ทำแบบนี้ไม่ดีกับเด็ก
นะครับ”
“คุณครับใจเย็นๆครับ อารมณ์ของแม่มีผลต่อเด็กในท้องนะครับ โดยเฉพาะท้องอ่อนๆไม่ควรทำอะไร
รุนแรง ไข่อาจจะหลุดได้นะครับ”
หมอพยายามอิบายตามหลักการแพทย์ สุริยงรีบสวน
“หมออย่าไปเชื่อนะคะ ฉันไม่ได้ท้อง ผู้ชายคนนี้เป็นพวกชอบโกหก คำพูดของเขาเชื่อไม่ได้ เขา
หลอกให้หมอเสียเวลาเปล่า กลับไปเถอะค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้”
หมอเริ่มทำตัวไม่ถูก เขมชาติยังตื๊อ
“คุณหมอครับ อยู่ตรวจก่อนนะครับ”
หมอส่ายหน้า “ผมทำไม่ได้ครับ คุณผู้หญิงเขาไม่ยอมตรวจ ผมก็คงจะตรวจไม่ได้”
หมอเดินกลับมาที่รถ เขมชาติจ๋อยแต่ยังไม่เลิกพยายาม
“เอ่อ หมอครับ อย่าเพิ่งไปครับ หมอครับ”
หมอไม่ฟัง เดินขึ้นรถไปเลย เขมชาติมองรถหมอที่แล่นออกไปด้วยสีหน้าเครียด พลางหันขวับมาทาง
สุริยง แล้วก็ต้องผงะ เพราะมีด้ามไม้กวาดอันเบ้อเร่อชี้มาที่หน้า
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน ถ้ายังไม่หยุดพยายามทำอะไรแบบเมื่อกี๊อีก อย่าหวังว่า
คราวหน้าจะหาฉันเจอ”
สุริยงปาไม้กวาดไว้ที่พื้น อย่างแรง ด้วยความแค้น แล้วก็เดินเข้าบ้านไป เขมชาติคิด..ทำไงดี ?
สุริยงเดินหงุดหงิดเข้ามาในบ้าน คำพูดหมอดังเข้ามา
“คุณครับ ใจเย็นๆครับ อารมณ์ของแม่มีผลต่อเด็กในท้องนะครับ โดยเฉพาะท้องอ่อนๆไม่ควรทำ
อะไรรุนแรง ไข่อาจจะหลุดได้นะครับ”
สุริยงเอามือลูบท้อง ในใจเริ่มเป็นห่วงลูก ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น สุริยงพยายามไม่สนใจ
แต่เสียงเคาะก็ดังไม่หยุด จนสุริยงต้องหันมาเปิดประตู
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”
เขมชาติส่งโทรศัพท์ให้
“คุณพ่อ คุณแม่ อยากคุยด้วย”
สุริยงมองหน้าเขมชาติอย่างไม่ไว้ใจ “อะไรของคุณ?”
“คุณพ่อคุณแม่คุณท่านเป็นห่วง อยากคุยกับคุณ”
เสียงนภาดังแว่วออกมาจากโทรศัพท์
“หนูเล็ก ได้ยินแม่มั้ยลูก หนูเล็ก หนูเล็ก คุยกับแม่หน่อยลูก”
สุริยงคว้าโทรศัพท์มา แล้วก็ปิดประตูใส่หน้าเขมชาติอย่างแรง ก่อนที่จะเดินเข้ามาคุยโทรศัพท์ใน
บ้าน
“สวัสดีค่ะแม่”
นภาดีใจรีบถามด้วยความเป็นห่วง
“หนูเล็กเป็นยังไงบ้างลูก? ยังแพ้ ...”
สุริยงชะงักกึก นภารีบพูดเลี่ยง
“ยังไม่สบายอยู่หรือเปล่า ? ยังปวดหัว อาเจียน วิงเวียนมั้ยลูก?”
สุริยงพยายามตอบปกติ แต่ยิ่งตอบอารมณ์ยิ่งขึ้น
“ไม่แล้วค่ะ ตอนนี้หนูเล็กปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะพูดอะไรคุณแม่
ไม่ต้องไปเชื่อนะคะ หนูเล็กไม่ได้ท้อง ผู้ชายคนนั้นเขาสร้างเรื่องหลอกทุกคน เขาเคยหลอกหนูเล็กมาแล้ว คุณแม่ต้อง
เข้มแข็งอย่าไปเชื่อเขานะคะ”
นภาต้องเอาหูโทรศัพท์ออกจากหูตัวเอง อาทิตย์พยักหน้าขอคุย นภารีบส่งให้
“พ่อเองนะหนูเล็ก”
สุริยงกำลังจะอ้าปากโวยวายต่อ หากความนิ่งของพ่อ ทำให้สุริยงช้าลง
“เอ่อ สวัสดีค่ะพ่อ”
อาทิตย์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง สงบ จริงจัง
“เราทุกคนไม่ได้หูเบา เชื่อใครง่ายๆ แต่พ่อกับแม่เชื่อในสิ่งที่เห็น และอาการที่เราเห็นมันก็บ่งบอกว่า
หนูเล็ก อาจจะตั้งท้อง”
สุริยงทั้งจุก ทั้งเครียด จนพูดอะไรไม่ออก พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเขมชาติชะเง้อชะแง้
ด้วยความอยากรู้ สุริยงยิ่งหมั่นไส้ รูดผ้าม่านปิดทันที
เขมชาติยืนลุ้นอยู่ที่เดิม พ่อ แม่จะพูดสำเร็จมั้ยนะ
ทางด้านอาทิตย์ ก็พูดต่อ

“ถึงเขมชาติไม่บอก เราก็สงสัยอยู่แล้วยิ่งอยู่ๆหนูเล็กมาหายตัวไป ให้ไปหาหมอก็ไม่ไป พ่อกับแม่ก็ยิ่งเป็นห่วงนะลูก ถ้าหนูเล็กไม่อยากหาหมอ ก็กลับมาบ้านเรา อย่าไปอยู่กลางป่ากลางเขาคนเดียว มันอันตราย”

สุริยงรีบอธิบาย
“สิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตหนูเล็ก คือ เขมชาติ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้หนูเล็กได้รับอันตราย ก็
สั่งให้เขากลับไป และอย่าไปยุ่งกับเขาอีก เขมชาติไม่เคยจริงใจกับใคร ถ้าเราหลงเชื่อ สุดท้ายคนที่ต้องเสียใจก็คือเรา”
อาทิตย์พยายามเกลี้ยกล่อม
“เขมชาติเขาอาจจะเคยไม่ดี แต่ตอนนี้เขาเป็นห่วงหนูเล็กมากนะลูก”
อาทิตย์ยังพูดไม่ทันจบประโยค สุริยงก็รีบสวนขึ้นมาทันที
“เขาไม่ได้ห่วงหนูเล็ก เขาห่วง” พลางมองที่ท้อง และเอามือลูบเบาๆ “อย่างอื่นมากกว่า หนูเล็กจะไม่
ไปตรวจอะไรทั้งนั้น ถ้าไปก็เท่ากับยอมรับว่าเขาจะสั่งให้หนูเล็กทำอะไรก็ได้ จะเป่าหูคนรอบข้างให้มาบอกหนูเล็ก
ยังไงก็ได้ เพราะฉะนั้นหนูเล็กจะไม่ทำในสิ่งที่เขาต้องการ และที่สำคัญหนูเล็กไม่ได้ท้อง สวัสดีค่ะ”
จบประโยคก็วางสายทันที
“หนูเล็กๆ”
“เป็นยังไงบ้างคะคุณ”
อาทิตย์ส่ายหน้า นภาถอนใจ

ในขณะที่เขมชาติเดินงุ่นง่านไปมาอยู่ที่หน้าบ้าน ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์มือถือถูกขว้างมาที่กลางหลัง
อย่างแรง
“โอ้ย” เขมชาติร้องเสียงหลง พลางหันกลับมา “วดี”
โทรศัพท์มือถือหล่นพื้น ตกแตกกระจาย
“อยู่ให้ห่างจากพ่อแม่ฉัน ครอบครัวฉัน และลูกๆของฉัน เลิกหลอกใช้พวกเขาได้แล้ว”
“วดี ผมไม่ได้คิดจะหลอกใช้ แต่ที่ผมทำเพราะผมเป็นห่วงคุณ”
สุริยงสวนกลับทันควัน “ถ้าห่วง ก็อยู่ให้ห่างๆ หายไปจากชีวิตฉันได้ยิ่งดี”
แววตาของสุรอิยงเย็นชา พลางเมินหน้าเดินเข้าบ้านไป เขมชาติมองตามอย่างเหนื่อยใจ จากนั้นก็
มองโทรศัพท์ที่ตกพื้น แหลกละเอียด แล้วก็ล้วงหยิบอีกเครื่องออกมากดโทร.ออก
“ของที่ผมให้เตรียม ถ้าเรียบร้อยแล้ว ก็จัดมาได้เลย”

เอื้อเดินเข้ามาในบ้านรัตนชาติ บังเอิญเท้าไปเหยียบที่รถบังคับที่หล่นอยู่ที่พื้น ก็ถึงกับชะงักรีบก้ม
หยิบมาดูด้วยความแปลกใจ พลางมองไปรอบๆ เห็นของเล่นวางอยู่เป็นจุดๆ ทั้งตัวต่อ วิทยุ เครื่องบิน จากนั้นก็หัน
ไปถามคนรับใช้ที่เดินเอาน้ำมาให้
“ของพวกนี้เป็นของใคร?”
“ของคุณไก่ คุณไข่ค่ะ คุณท่านเพิ่งพาไปซื้อมาเมื่อตอนเย็นค่ะ”
เอื้อเลิกคิ้ว ด้วยความแปลกใจ
“ไก่ ไข่ พี่อัม ไปซื้อของเล่นด้วยกัน? แล้วไก่ ไข่ มาได้ยังไง?”
คนรับใช้รีบตอบ
“คุณท่านให้คนรถไปรับมาค่ะ แล้วก็ให้เตรียมชุดนอนมาด้วย พรุ่งนี้เช้าคุณท่านจะไปส่งที่โรงเรียน
เองค่ะ”
เอื้อคลายความสงสัยลง รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากแทนที่
“แล้วตอนนี้พี่อัม กับไก่ ไข่ อยู่ไหน?”

อัมพิกานอนอยู่บนเตียงในห้องนอน โดยมีไก่กับไข่ นอนขนาบข้าง เอื้อมองแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข
ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วก็ถ่ายรูปสามคนพี่น้อง พลางนึกถึงเกนหลง

ในขณะเดียวกัน เกนหลงก็กำลังยืนมองดูชุดเต้นรำ ที่แขวนอยู่ในห้แองนอนพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่
ร้านเสื้อ และตอนเต้นรำในร้านเสื้อ ที่ตระกองกอดกับเอื้อ หัวใจของเกนหลงเต้นแรง รู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปใน
ตัวเอง
พลันก็มีเสียงข้อความเข้า .เกนหลงหันไปหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู เห็นรูปอัมพิกา และไก่กับไข่ ที่เอื้อ
ส่งมา พร้อมกับข้อความ “ขอบคุณที่ทำให้มีวันนี้ ฝันดีครับ”
เกนหลงดูรูปยิ้มๆ
“ยิ้มอะไร มีใครส่งอะไรมาให้ดูเหรอ?”
คุณพจน์ที่เดินมาเห็นพอดี อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามลูกสาว
“พี่เอื้อค่ะ ลองดูสิคะ”
คุณพจน์ดูรูปแล้วยิ้มตาม “ในที่สุดคุณอัมพิกา ก็ยอมรับน้องๆ จนได้ ดีแล้ว แล้วเราไปช่วยอะไรเอื้อ
หล่ะ เขาถึงต้องขอบคุณ”
“ก่อนคุณอัมจะออกจากโรงพยาบาล เกนบอกให้พี่เอื้อพาไก่ กับ ไข่มาอยู่ใกล้ๆเธอ เพราะตอนนีคุณอัมอ่อนแอ มีเด็กอยู่ใกล้ๆจะได้สดชื่น ไก่ ไข่เป็นเด็กสดใสทำให้คุณอัมมีความสุขได้ไม่ยาก”
คุณพจน์ยิ้ม แล้วรีบสรุป “แบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าเป็นคู่คิด”
เกนหลงชะงักไปกับสิ่งที่พ่อพูด
“คืออะไรคะ?”
“ผู้ชายต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ต้องการคนที่มาอยู่ข้างๆ คอยให้คำแนะนำหรือทำให้เห็นในสิ่งที่เราอาจจ
มองข้าม ที่คุณเอื้อเขามาปรึกษา แสดงว่าเขาเห็นเกนเป็นเหมือนคู่คิดของเขา แล้วเกนหล่ะ คิดว่าเขาเป็นอะไร?”
คุณพจน์ถามตรงๆ เหมือนรู้ทัน เกนหลงสะดุดกึก ตอบไม่ถูก
“ก็เป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นคู่เต้นรำ เป็นเกราะป้องกันภัย เป็นอะไรอีกเยอะแยะมากเลยค่ะ อยู่กับพี่เอื้อแล้วสบายใจ เกนเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่”
คุณพจน์ฟังลูกสาว แล้วยิ้มๆ อย่างเห็นด้วย
“ผู้ชายแบบนี้ไม่ได้จะหาได้ง่ายๆ ถ้าเจอแล้วรีบถามใจตัวเองให้ดีว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ ถ้าชอบเขา
ก็ต้องรีบรู้ตัว ก่อนที่มันจะสายเกินไป”
เกนหลงตกใจ “ คุณพ่อ เกน เอ่อ”
“เอาน่า ไม่ต้องปฎิเสธ พ่อเป็นพ่อนะ ดูไม่ยากหรอกว่าลูกพ่อคิดยังไง”
คุณพจน์มองลูกสาวด้วยสายตาของผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มา พลางยกมือลูบหัวเกนหลง ด้วยความรัก
“จำไว้นะเกน ชีวิตคนเรา เริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา อย่ายึดติดกับความผิดพลาดในอดีต ให้โอกาส
ตัวเองที่จะเริ่มต้นใหม่โดยเร็วที่สุด เราจะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิต”
เกนหลงฟังแล้วคิด เห็นจริงตามที่บิดาพูด

ดวงไฟหน้าเต็นท์สว่างวาบ หน้าบ้านพักตากอากาศของสุริยง มีเต็นท์สนาม เตาปิ้งย่าง กระโจมเล็ก
สำหรับเป็นห้องน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เขมชาติ วิบูลย์ สมคิด ยืนมองอยู่
“เรียบร้อยแล้วครับคุณเขม เต๊นท์ที่นอน เต๊นท์ห้องน้ำ เครื่องปั่นไฟ พร้อมอยู่ได้สบายๆเลยครับ”
วิบูลย์รีบบอก
“ขอบใจมาก”
สมคิดถามด้วยความเป็นห่วง “คุณเขมจะอยู่นานแค่ไหนครับ?”
“จนกว่าวดีจะยอมไปโรงพยาบาล จะได้รู้ชัดๆว่า”
เขมชาติอึกๆอักๆ สมคิดก็เลยต่อประโยคให้ทันที
“ท้องหรือไม่ท้อง เราสองคนรู้เรื่องหมดแล้ว”
วิบูลย์รีบเสริม
“คือหลังจากที่ผมพาคุณอาทิตย์ไปแจ้งความตามที่คุณเขมสั่ง พอกลับมาก็ได้ยินคุณอาทิตย์โทร.คุย
กับคุณเขมก็เลยรู้เรื่องแบบไม่ได้ตั้งใจ แล้วผมก็เลยมาเล่าให้คุณสมคิดฟัง อันนี้ตั้งใจ”
“สรุปรู้กันหมด แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับ ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย”
“คุณเขมต้องรีบนะครับ เพราะถ้าคุณสุตั้งครรภ์จริงๆ ควรจะพาไปฝากท้องและตรวจร่างกายให้
ละเอียด ถ้ามีอะไรผิดปกติจะได้ป้องกัน หรือรักษาได้ทัน”
เขมชาติทำหน้าหนักใจ สมคิดจับไหล่เป็นกำลังใจให้
“พยายามเข้านะครับ ก่อนที่คุณสุจะหนีไปอีก”
สมคิดเตือนด้วยความหวังดี เขมชาติใจหายแว่บ

ในขณะที่สุริยงแอบมองอยู่ที่หน้าต่าง เห็นวิบูลย์กับสมคิด กำลังขึ้นรถ รถแล่นออกไป สองคนโบกมือ
ร่ำลาเขมชาติ สุริยงส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
“ปักหลักเฝ้าเลยเหรอ บ้าจริงๆ”

เขมชาติหันมา เห็นสุริยงตรงหน้าต่างก็ยิ้ม สุริยงสะบัดหน้าใส่ พลางรีบรูดม่านปิด และเริ่มคิดหนัก
ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

เสียงเตือนดังมาจากโทรศัพท์มือถือ เกนหลงเดินออกมาจากห้องน้ำ เปิดอ่าน ที่หน้าจอปรากฏข้อความ “วันเกิดพี่เอื้อ” เกนหลงชะงัก
“วันนี้วันเกิดพี่เอื้อ ลืมไปเลย” เกนหลงคิดๆ แล้วก็ยิ้มนิดๆ ก่อนที่จะกดโทร.ออก “พี่อัมคะ เกนมี
เรื่องจะปรึกษาค่ะ”
เกนหลงยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ

เกนหลงกำลังลงลายเส้นง่ายๆ เป็นรูปผู้ชายใส่สูท ลักษณะคล้ายเอื้อ เสียงสนทนาของเกนหลงกับอัมพิกาดังต่อเนื่อง ซ้อนเข้ามา
“เกนทราบมาว่า วันนี้เป็นวันเกิดพี่เอื้อ ถ้าพี่อัมไม่ได้มีโปรแกรมอะไรพิเศษ เกนจะแอบจัดเซอร์ไพรส์
ปาร์ตี้ให้พี่เอื้อ ไม่ทราบว่าพี่อัมเห็นด้วยมั้ยคะ?”
“เห็นด้วยมากๆค่ะ จัดเลยค่ะเกน จัดที่บ้านนี้นะ ชวนเจ้าไก่ เจ้าไข่มาด้วยนะ”
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวเกนขอไปเตรียมของขวัญวันเกิดให้พี่เอื้อ และจะรับไก่ ไข่ ไปหาที่อัมที่บ้านนะคะ”

เกนหลงมองรูป ที่เพิ่งวาดเสร็จด้วยความพึงพอใจ พลางยิ้มอย่างมีความสุข จนไม่ได้สนใจว่า ที่
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในกระเป๋ามีสัญญาณโทรเข้า เอื้อรอจนสายตัด เมื่อไม่มีคนรับ จึงวางสาย ก่อนจะตัดสินใจกด
โทร.หาเลขาเกนหลง
“คุณกวางเลขาเกนใช่มั้ยครับ ผมเอื้อนะครับ”

ส่วนอัมพิกาก็กำลังวุ่นอยู่กับการสั่งเด็กรับใช้ให้เตรียมงาน
“เดี๋ยวไปยกจานชามชุดใหญ่ออกมาเตรียมทำความสะอาดนะ แล้วก็โทร.ไปเบอร์นี้ สั่งอาหารตามนี้
ให้ทางโรงแรมมาส่ง ฉันคุยรายละเอียดเบื้องต้นไว้แล้ว บอกว่าฉันสั่งให้โทร.มา”
“ค่ะ”
เป็นจังหวะดเดียวกับที่อรทัยเดินมาได้ยินพอดี
“เตรียมงานอะไรกันเหรอคะพี่อัม ดูคึกคักจริงๆ”
“วันนี้วันเกิดเอื้อ เกนหลงเขาชวนจัดปาร์ตี้เซอร์ไพรส์”
“วันเกิด ปกติครอบครัวไม่เคยให้ความสำคัญกับวันเกิดเลยนะคะ พี่อัมเป็นคนบอกเองด้วยซ้ำว่ามัน
ก็แค่วันธรรมดาวันนึง”
อัมพิกายิ้มให้น้องสาว
“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ และตอนนี้พี่ก็เปลี่ยนไปแล้ว จัดงานบ้างอะไรบ้าง บ้านจะได้ไม่เงียบ
เหงา”
พูดพลางเริ่มสังเกตเห็นอรทัยที่แต่งตัวจัดเต็ม เตรียมออกไปข้างนอก
“จะออกไปข้างนอกอีกหล่ะสิ ยังไงก็กลับมาให้ทันทานข้าวเย็นก็แล้วกัน เกนหลงเขารับหน้าที่ไปรับ
ไก่ กับไข่มาร่วมงานด้วย จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”
อรทัยชะงักกึก หันขวับมา
“พี่อัมหมายความว่ายังไง? พี่อัมจะให้ไอ้เด็กสองนั่นมาที่บ้านเรา แล้วยังจะให้มันมาร่วมงาน แล้ว
เรียกว่าอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่อัมเครียดมากไปหรือเปล่าคะ ? ถึงได้สมองกลับรับไอ้เด็กสองคนนั้นมาเป็น
ครอบครัวเดียวกับเรา”
“พี่ไม่ได้เครียด แต่พี่มองเห็นความจริงของชีวิต”
ทั้งน้ำเสียงและแววตาของอัมพิกาจริงจัง
“ความจริงที่มันจะมาแย่งสมบัติเรา”
“ความจริงที่สมบัติเราก็มีมากมาย กินจนตายก็ไม่หมด และเด็กสองคนนั้นก็เป็น “น้อง” เรา เขาควร
จะได้ในส่วนของเขา และถ้าเราเลี้ยงเขาดีๆ เขาก็อาจจะมาช่วยทำให้สมบัติที่มีงอกเงยขึ้น ไม่เหมือนกับเรา ไม่ทำงาน
ทำการ วันๆเอาแต่ออกงานสังคม สมบัติมีเท่าไหร่ก็หมด”
อรทัยโกรธ จนแทบจะร้องกรี๊ด
“พี่อัมเครียดจนบ้าไปแล้ว ถึงได้เห็นเด็กสองคนนั้นดีกว่าอร เชิญเลยค่ะ ถ้าเห็นว่ามันดี ก็เชิญ แต่
อย่าดึงอรลงไปยุ่งกับพวกมัน ไม่ว่ายังไง เด็กสองคนนั้นมันก็ไม่ใช่น้องอร ไม่ใช่คนในครอบครัวรัตนชาติ”
อรทัยประกาศจุดยืนเดิมที่ชัดเจน และเดินออกจากบ้านไปด้วยความไม่พอใจ อัมพิกาได้แต่มองตาม
ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ

ในขณะที่เกนหลง ก็กำลังวาดรูปอย่างตั้งใจ ภาพในจานเริ่มเป็นรูปร่างขึ้น เกนหลงดูแบบไป วาดไป
ทันใดนั้นเสียงเอื้อก็ดังขึ้น
“เกนทำอะไร?”
เกนหลงสะดุ้งเฮือก รีบหยิบกระดาษแบบร่างซ่อนไว้ข้างหลังทันที ก่อนจะหันมาที่ต้นเสียง
“พี่เอื้อ”
เอื้อปรายตาไปเห็นตอนเกนหลงหยิบกระดาษซ่อนไว้ข้างหลัง
“พี่เอื้อมาได้ยังไงคะ?”
เกนหลงตกใจ ใจเต้นโครมคราม เกรงว่าความลับจะแตก
“พี่โทร.ไปถามเลขา รู้ว่าเราออกมาทำธุระกับคนรถ พี่ก็เลยโทร.หาคนรถว่าเราอยู่ที่ไหน แล้วก็
ตามมา”
เกนหลงตาโต
“ เดี๋ยวนี้นอกจากเป็นนายธนาคารแล้วยังเป็นสปายด้วยเหรอคะ?”
เอื้อหัวเราะ ที่โดนเกนหลงกระเซ้า
“ก็พี่โทร.หาเราไม่ยอมรับสาย ก็เลยเป็นห่วง แล้วยังไม่ตอบพี่เลย เรามาทำอะไรที่นี่ ?”
เกนหลงอึกอัก
“ก็คือร้านนี้เป็นร้านเพื่อนเกน ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยมาเพ้นท์จานเล่นๆค่ะ”
“เหรอ น่าสนใจดีนะ เพ้นท์เป็นรูปอะไร?”
เกนหลงรีบบอก “ก็รูปทั่วไปค่ะ มะ.ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”
เอื้อมองที่จานก็ยังไม่เห็นอะไรจริงๆ แต่ยังคาใจ หันมาถามต่อ
“แล้วเราซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง”
เกนหลงชะงัก แอบมีพิรุธ
“ซะ ซ่อนอะไรคะ? ไม่มี้ ไม่ได้ซ่อนอะไรสักอย่าง”
เกนหลง พยายามจะเอากระดาษยัดไว้ในซอกหนังสือ เอื้อไม่เชื่อเข้ามาพยายามจะหาความจริงให้ได้
“มีพิรุธนะเราเนี่ย ต้องซ่อนอะไรไว้แน่ๆ ไหนดูสิ ยื่นมือมา”
เกนหลงรีบเบี่ยงตัวหลบ พร้อมกับรีบหาทางยัดกระดาษเข้าไปในซอกหนังสือ
“ไม่มีจริงๆค่ะ”
“ไม่มี ก็ส่งมือมาสิ”
เกนหลงรีบเบี่ยงตัวหลบ เอื้อก็ยิ่งอยากรู้ พยายามจะดูข้างหลัง หมุนกันไปหมุนกัน จนเกนหลง
เริ่มจะขำ
“ไม่มีจริงๆ พี่เอื้อไม่เชื่อเกนเหรอ”
“ ไม่เชื่อ ดูก็รู้ว่าโกหก แบมือมาเดี๋ยวนี้”
เอื้อพยายามจะดูมือให้ได้ จนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในระยะประชิด จนตัวติดกับเกนหลง ในขณะที่เกนหลง
ยิ่งหมุนหนี ก็ยิ่งแนบแน่น
“บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิคะ ไม่มีจริงๆ”

ในจังหวะนั้นเอง ที่เกนหลงเบี่ยงตัวหนี มาจนติดมุมหนึ่งของห้อง เอื้อก็ตามมาในระยะประชิด
เกนหลงพยายามหลบไปมา เอื้อไม่ยอมด้วยความอยากรู้ พลันจมูกของทั้งสองคนก็มาชนกันโดยไม่ตั้งใจ

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 25 (ต่อ)

เกนหลงใจเต้นโครมคราม ต่างคนต่างเขิน ชะงักกึกทั้งสองคน เกนหลงได้จังหวะรีบยัดกระดาษเข้า
กับซอกผนัง และชูมือขึ้น ต่อหน้าเอื้อ
“เห็นมั้ยคะ ไม่มีอะไรจริงๆ”
เอื้อชะงัก แล้วก็ยิ้ม พลางรีบดึงตัวออกมา เกนหลงแก้เก้อ
“เชื่อหรือยังคะ? ว่าเกนไม่ได้โกหก ปิดบังอะไรสักหน่อย”
“โอเคๆ เชื่อก็ได้ ไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไร”
เอื้อยิ้ม แต่ในใจยังแอบคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
จากนั้นเกนหลงก็พาเอื้อเดินมาที่ห้องที่สอนปั้นดินด้วยแป้นหมุน มีเด็กๆ นั่งเเรียนกันอยู่เต็มห้อง
“ระหว่างรอ พี่เอื้อมานั่งปั้นดินเล่นๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวเกนต้องกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ”
“พี่นั่งดูเกนทำงานก็ได้”
เกนหลงรีบบอกทันที
“ไม่ได้ค่ะ คือเกนต้องใช้สมาธิค่ะ ถ้าพี่เอื้อไปนั่งมอง เกนจะไม่มีสมาธิทำไม่ได้ นะคะ ๆ แป๊บเดียว พี่
เอื้อนั่งปั้นดินเล่นๆ กับน้องๆไปก่อน”
เอื้อมองเด็ก แล้วพูดแบบติดตลก “ อืม รุ่นเดียวกันเลย”
“เอาน่า ร้านนี้เป็นของเพื่อนเกนเองไม่ต้องเกรงใจ เขาสอนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ คนอายุมากกว่าพี่เอื้อก็
มาเรียน ไม่ต้องเขินค่ะ”
เอื้อมองๆ แล้วก็นึกสนุก
“ก็ได้ แต่พี่ไม่อยากกวนเพื่อนเกน เขากำลังสอนเด็กอยู่ เอาเป็นว่า เกนต้องเป็นคนสอนพี่”
“อ้าว เกนสอนพี่เอื้อ เกนก็ไม่ได้ทำของขวั.. “ เกนหลงเกือบจะหลุดปาก หากก็ยั้งไว้ทัน “ทำงานของ
ตัวเองสิคะ”
“สอนแป๊บเดียว พี่เรียนรู้เร็ว พอทำได้แล้ว เกนก็ไปทำงานของตัวเอง พี่ก็นั่งปั้นอะไรเล่นไปตามเรื่อง
ตามราว โอเค้ ?”
เกนหลงคิดๆ แล้วก็จำต้องยอม
“โอเคค่ะ เกนสอนพี่เอื้อเองต่อรองกับนายธนาคาร ยังไงก็ไม่มีวันชนะ”
เอื้อหัวเราะเบาๆ

เอื้อนั่งลงข้างหลังแป้นหมุน มีดินอยู่หนึ่งก้อน เตรียมตัวปั้น ส่วนเกนหลง ก็นั่งอยู่ที่แป้นหมุนอัน
ข้างๆ แล้วสาธิตวิธีการปั้นให้เอื้อดู
“เกนเตรียมดินที่นวดแล้ว พร้อมปั้นไว้ให้พี่เอื้อขึ้นรูป การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนก็ไม่ยาก เกนทำให้ดู
เริ่มต้นจากเอาดินวางไว้ตรงกลาง ใช้น้ำมาช่วยทำให้ดินนุ่มขึ้น”
เกนหลงเริ่มปั้นดินด้วยความชำนาญ เอื้อมองด้วยความสนใจ แต่มองดินน้อยกว่ามองหน้าเกนหลง
“พอดินนุ่มได้ที่แล้ว เราก็หาเซนเตอร์ของดิน หาจุดกึ่งกลางเพื่อจะขึ้นรูปใช้นิ้วหัวแม่มือเจาะลงไป
ตรงกลางแล้วขยายฐานให้กว้างเท่าที่เราต้องการ แบบนี้”
เกนหลงทำอย่างมีสมาธิ ดูสวย และนิ่ง เอื้อมองหน้าเกนหลงด้วยความชื่นชม พบความสงบ
บางอย่างที่ทำให้ยิ้มตาม
เกนหลงยังคงไม่รู้ตัว และพูดต่อเนื่อง
“พอได้จุดกึ่งกลางแล้ว ก็ทำรูปตามชอบใจ รูปทรงกระบอก รูปทรงกลม ประมาณนี้นะคะ พอทำได้
หรือเปล่า ?”
พลางหันมา ปะทะกับสายตาของเอื้อที่มองอยู่ ”พอได้มั้ยคะ ?”
เอื้อสะดุ้งนิดๆ แล้วรีบตอบ “เอ่อ ก็น่าจะได้นะ ลองดู”
เอื้อหันมา ทำเป็นถูมือ เตรียมจะปั้น เปิดเครื่องหมุน แล้วก็หันมาถาม
“เริ่มต้นยังไงนะ?”
เกนหลงยิ้มขำ “ใช้น้ำช่วยทำให้ดินนุ่มค่ะ นี่ค่ะน้ำ เอามือจุ่มนะคะ แล้วก็มาประคองดินไว้”
เกนหลงจับมือเอื้อมาจุ่มน้ำ แล้วก็ลากมาจับที่ก้อนดิน
“ประคองไว้เบาๆนะคะ” พลางขยับมานั่งข้างๆ แล้วก็ประคองมือเอื้อไว้ มือเกนหลงประกบมือเอื้อ
ผ่านดินที่หมุนไปเรื่อยๆ และค่อยๆนุ่มขึ้น เอื้อรู้สึกถึงความตื่นเต้น เกนหลงยังคงตั้งใจสอน
“ใช้นิ้วเจาะตรงกลางเลยค่ะ แบบนี้ค่ะ ค่อยๆกดลงนะคะ”
มือบอบบางของเกนหลง ประกบอยู่บนมือที่หนาของเอื้อ เอื้อปรายตามามองเกนหลงที่นั่งอยู่ข้างๆ
อย่างมีความสุข
“ดีค่ะ แบบนั้นแหละ”
เกนหลงเริ่มรู้สึกตัวว่าเอื้อมองอยู่ และเมื่อเกนหลงหันมา สองคนมองตากัน สมาธิเริ่มหลุดออกจาก
ดินตรงหน้า ในขณะที่เครื่องยังคงหมุนไปเรื่อยจนสะบัดดินล้มเสียรูป
เกนหลงรู้ตัวรีบหันมาดู เห็นดินเละ ก็ตกใจ
“อุ้ย ขอโทษค่ะ”
เกนหลงรีบปิดเครื่อง แล้วหันมาทางเอื้อ เริ่มเห็นว่านั่งติดกันมาก พลางขยับออกมาด้วยความเขิน
แล้วรีบตัดบท
“พี่เอื้อก็น่าจะพอทำได้แล้วนะคะ แบบเมื่อกี๊นะคะ ก็ลองทำดูแล้วกัน เกนขอตัวไปทำงานของตัวเอง
ก่อนนะคะ”
“ครับคุณครู”
เกนหลงยิ้มเขินๆ แล้วก็รีบเดินออกไป เอื้อมองตามแล้วก็ยิ้มๆ อย่างมีความสุข
เมื่อคล้อยหลังเอื้อ เกนหลงก็รีบเข้ามาที่เพ้นท์จานค้างไว้ ในใจยังตื่นเต้นไม่หาย แล้วก็นึกได้
“เอ้ย ต้องรีบแล้ว”
จากนั้นก็เดินมาหยิบแบบร่างที่แอบซ่อนไว้ แล้วก็แอบวาดรูปต่อ ด้วยความระมัดระวัง และเร่งรีบ
ในขณะที่เอื้อขึ้นรูปดินด้วยความสนุกสนาน แม้จะบูดๆ เบี้ยวๆ ไปบ้าง แต่ก็ทำอย่างมีความสุข

ทางด้านสุริยง ที่ยังคงอยู่ที่บ้านพักตากอากาศ ก็อดรำคาญไม่ได้ ที่เสียงเคาะประตูยังคงดังอย่าง
ต่อเนื่อง ทั้งที่พยายามไม่สนใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับเขมชาติอีกครั้ง
“หยุดเคาะ แล้วอย่ามายุ่งกับฉัน “
สุริยงกำลังจะปิดประตู เขมชาติยันประตูไว้ รีบพูดแบบไม่สนใจ
“ผมไม่ได้อยากจะสร้างความยุ่งยากลำบากใจให้คุณ แต่ผมเป็นห่วงเด็กในท้อง คุณสมคิดเตือนว่า
คุณควรจะไปฝากท้อง หรือตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ผมเองก็ควรจะตรวจด้วย ว่าเราสองคนมีโรคอะไรที่เป็นอันตราย
กับเด็กหรือเปล่า”
สุริยงชักสีหน้า เตรียมจะเถียง เขมชาติรีบพูดต่อ

“ผมรู้คุณจะบอกว่า “ไม่ท้อง” แต่เพื่อความสบายใจ และเพื่อความปลอดภัย เราไปตรวจให้รู้ชัดๆกันดีกว่า ถ้าคุณเข้าใจผิดคิดว่า “ไม่ท้อง” แต่จริงๆแล้วคุณ “ท้อง” แล้วไม่ไปฝากท้อง ไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งคุณ และเด็กอาจจะเป็นอันตรายได้นะวดี”
“จะไม่มีใครเป็นอันตรายทั้งนั้น ถ้าคุณอยู่ให้ไกลจากฉัน”
สุริยงพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเขมชาติอย่างแรง เขมชาติไม่ยอมแพ้ เคาะอีก จนสุริยงรำคาญต้องหันมาเปิด
สุริยงอ้าปากจะพูด แต่ก็ช้ากว่าเขมชาติ ที่ยื่นถาดผลไม้มาตรงหน้าแล้วก็รีบพูด
“คนท้องต้องการอาหารให้ครบห้าหมู่ ไม่ควรกินมื้อใหญ่แค่สามมื้อ ควรจะแยกเป็นมื้อเล็ก อาจจะ 5 หรือ 6 มื้อในหนึ่งวัน ควรใช้น้ำมันพืชทำอาหาร ลดเกลือ ของหมักดอง ของหวาน ควรกินอาหารที่มีโฟลิคเพราะมีประโยชน์ต่อระบบประสาทของเด็ก ผมจัดอาหารที่มีโฟลิคมาให้คุณ มีผักใบเขียว ผลไม้เปรี้ยว ถั่ว ขนมปัง แล้วก็ธัญพืช ถ้าคุณยังไม่อยากไปหาหมอ ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดีๆ ผมจะคอยช่วยอีกแรง”
สุริยงปรายตามองของตรงหน้า “ฉันไม่กิน”
จากนั้นก็ปิดประตูใส่หน้าอีกรอบ เขมชาติเคาะอีก คราวนี้สุริยงเหลือจะทน เปิดผั้วะมาเตรียมจะอ้าปากด่า เขมชาติยื่นแก้วนมให้

“ไม่กิน ก็ดื่มนมซักหน่อยนะ ในนมก็มีโฟลิคสูงเหมือนกัน ดื่มซะหน่อยนะ ถ้าคุณยอมดื่มผมจะไม่กวนคุณอีกถ้าคุณไม่ดื่มผมจะเรียกแบบนี้ทั้งวันเลย”

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 25 (ต่อ)

สุริยงรับแก้วนมมา เขมชาติยิ้ม แต่แล้วสุริยงก็สาดน้ำนมใส่หน้าเขมชาติ ที่หลับตาแทบไม่ทัน น้ำนมเลอะเต็มหน้า
“ฉันไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ไปหาหมอ และฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น อย่ามาคุกคามชีวิตของฉัน คุณได้จาก
ฉันไปมากแล้ว จะไม่มีทางได้อะไรจากฉันอีก ไม่มีทาง”
เขมชาติจุกที่โดนตอกซึ่งๆ หน้า หนำซ้ำยังโดนประตูปิดใส่หน้าอีกตามเคย คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็นตะโกนเข้าไปในบ้าน
“วันนี้คุณพูด “ไม่” สักวันผมจะต้องทำให้ยอมผมให้ได้ คุณก็รู้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้ ถึงจะต้อง
อยู่เฝ้าคุณแบบนี้ไปตลอดชีวิตผมก็จะทำ”
สุริยงยืนฟัง แล้วก็เครียด ก่อนที่จะตัดสินใจเด็ดขาด
“ฉันไม่ยอมอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต”

สุริยงเก็บเสื้อผ้า ใส่กระเป๋า ก่อนที่จะรูดซิปปิด เตรียมตัวไป จากนั้นก็เดินไปดูที่หน้าต่าง เห็นรถจอด
ห่างออกไป เขมชาติเดินถือ แก้วนมที่วางเปล่า และถาดของกินกลับไปที่เต็นท์
สุริยงนิ่ง พลางคิดหาวิธีว่าจะหนีอย่างไรดี?

ทางด้านเอื้อ ก็ปั้นดินเป็นรูปแจกันทรงกลมเสร็จเรียบร้อย และสวยงาม จนเพื่อนเกนหลงที่เป็น
เจ้าของร้านยกนิ้วให้
“เก่งมากค่ะ เดี๋ยวแป้งไปตามเกนมาดูฝีมือลูกศิษย์นะคะ”
เอื้อรีบบอก “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเอง”
เอื้อยิ้มและเดินไปที่มุมเดิมที่เกนหลงนั่งวาดจาน แต่ไม่เห็น พยายามมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอ ก็เลยดิน
หาไปตามมุมต่างๆ จนกระทั่งเห็นเกนหลงแอบมาหลลบทำอยู่ในมุมหนึ่ง เป็นมุมส่วนตัวเหมือนไม่อยากให้คนเห็น
เอื้อชะงักหยุดมอง
“ทำไมมาแอบทำตรงนี้”
ในขณะที่เกนหลงวาดอย่างตั้งใจ เอื้อเห็นแล้วก็ยิ่งสงสัย
“ทำอะไรของเขานะ”
เอื้อคิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดโหมดกล้อง และซูม จนเห็นว่าที่จานเป็นรูปวาคล้ายตัวเอง
และเขียนคำว่า Happy birthday
“ขสันต์วันเกิด วันเกิดใครวันเกิดเรานี่นา ลืมไปเลย”
เมื่อนึกได้ เอื้อก็ยิ้มกว้าง
“เจ้าแผนการเหมือนกันนะเนี่ย”
เอื้อยิ้ม ทั้งภูมิใจ และดีใจ พลางยืนแอบมองเกนหลงซุ่มทำของขวัญให้ตัวเอง ด้วยแววตาที่ฉาบฉาย
ด้วยความรัก
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือเอื้อก็ดังขึ้น เกนหลงตกใจ หันมามองขวับมามอง เอื้อรีบหลบวูบ เกนหลง
หันมาไม่เจอใคร ก็หันมาวาดต่อ รูปในจานเกือบจะเสร็จแล้ว

เอื้อกดรับสาย แล้วรีบเดินคุยโทรศัพท์อีกมุมหนึ่ง ด้วยความโล่งอก ที่ไม่โดนจับได้
“พี่อัม สวัสดีครับ วันนี้เป็นไงบ้างครับพี่ ทานข้าว ทานยาหรือยัง?”
อัมพิกาตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี
“เรียบร้อยแล้วจ้ะ กลางวันนี้ ที่บ้านโน้นเขาส่งข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ของโปรดมาให้ แล้วก็สละลอย
แก้ว อร่อยมาก เออ นี่ เอื้อ เย็นนี้ เอื้อมาทานข้าวเป็นเพื่อนพี่นะ ห้ามนัดกับคนอื่นเด็ดขาด ต้องมาทานข้าวกับพี่
รับปากเร็ว”
น้ำเสียงอัมพิกาจริงจัง เอื้อยิ้มอย่างรู้ทัน
“พี่อัมดูจริงจังมากเลย เย็นนี้มีอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย”
อัมพิการีบปฎิเสธ และพยายามทำให้เป็นธรรมชาติ
“ไม่มี้ ไม่มีอะไรเลย ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ทุกอย่างปกติ แค่กินข้าวกันธรรมด๊า ธรรมดา นะๆ มานะ แต่
ไม่ต้องรีบ ให้มาตอนหกโมงเย็น อย่ามาก่อนนะ พี่ไม่อยู่”
เอื้อกลั้นหัวเราะ แล้วก็แกล้งพูดต่อ
“ทำไมครับไปก่อนแล้วแผนเซอร์ไพรซ์วันเกิดผมจะแตกรึไงครับ พี่อัม ผมรู้ว่าพี่โกหก เย็นนี้พี่กับ
เกนเตรียมจัดเซอร์ไพรส์ปาร์ตี้ วันเกิดผมใช่มั้ย”
“แผนอะไรไม่มี้ เปล่านะๆ ไม่ได้ทำ แล้วเรารู้ได้ยังไง อุ๊ยแย่แล้ว นี่พี่เป็นคนทำแผนแตกเหรอเนี่ย”
เอื้อหัวเราะ
“ผมรู้ได้ยังไงก็ช่างเถอะครับ เอาเป็นว่า งานปาร์ตี้ยังมีอยู่ แต่ผมขอเปลี่ยนแผนนิดหน่อย”
เอื้อยิ้มเจ้าเล่ห์

เขมชาติเปลี่ยนชุดเรียบร้อย หันไปมองถาดของที่เตรียมให้สุริยงกินแล้วก็ถอนหายใจ
”เฮ่อ ทำยังไงต่อไปดี”
ทันใดนั้นก็มีเสียงของหล่นกระทบพื้น ตามมาด้วยเสียงของสุริยง
“ว้าย”
เขมชาติตกใจรีบหันขวับไป “วดี” จากนั้นก็รีบวิ่งไปที่ประตู แต่ประตูปิดอยู่ ได้ยินแต่เสียงลอดมา
จากด้านใน
“โอ๊ย”
เขมชาติใจเสีย พยายามดันกระแทก จนประตูเปิดออก และรีบวิ่งเข้าไป
“วดี”
เขมชาติรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน เห็นสุริยงยืนอยู่ในครัว ที่พื้นครัวมีหม้อต้มพาสต้าร่วงอยู่ เส้นพาสต้าและ
น้ำร้อนกระจายไปทั้งพื้น เตายังมีไฟเปิดอยู่ สุริยงยืนจับมือ ทำทีเหมือนโดนน้ำร้อนลวก กำลังทายา พร้อมกับร้องด้วย
ความเจ็บแสบ
“โอ๊ย”
เขมชาติวิ่งพรวดเข้ามา “วดี วดีเป็นอะไร ?”
สุริยงรีบบอก “ฉันไม่เป็นอะไร”
เขมชาติมองสภาพของที่ตกอยู่เกลื่อนพื้น
“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง โดนน้ำร้อนลวกใช่มั้ย ? เฮ่อคุณน่ะดื้อไม่เข้าท่า นี่ดีนะที่โดนลวกแค่มือ ผมดูสิ
เป็นยังไงบ้าง?”
สุริยงรีบดึงมือหลบ
“ฉันดูแลตัวเอง ไม่ต้องมายุ่ง ออกไปเลย ฉันจะทำความสะอาด”
สุริยงทำเป็นจะก้มไปเก็บเช็ด เก็บพื้น เขมชาติรีบห้าม
“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวผมจัดการเอง ดูสิ พื้นก็ลื่น น้ำก็ร้อน คุณออกไปข้างนอกเลย
ดีกว่า เดินไปเดินมาในนี้ เดี๋ยวก็ลื่นกันพอดี ผมจัดการเอง”
เขมชาติพูดจบก็หันไปปิดเตาไฟ และเก็บของที่พื้น เอาผ้ามาเช็ด เก็บพาสต้าที่หล่นเกลื่อนกลาด

สุริยงมองเขมชาติ แล้วก็ค่อยๆ ถอยฉากออกมา ก่อนที่จะรีบเดินออกจากห้องครัวไปทันที มือที่ทำทีเป็นเจ็บก็หายเป็น
ปลิดทิ้ง ในขณะที่เขมชาติไม่รู้เรื่อง ยังก้มหน้าทำความสะอาดพื้นต่อไป

สุริยงรีบเดินออกมาจากห้องครัว และเดินปรี่ไปที่ประตู ที่มีกระเป๋าเสื้อผ้าวางแอบอยู่ พลางรีบคว้า
กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเสื้อผ้า กุญแจรถ และรีบเปิดประตูเดินออกไป
เขมชาติเก็บที่พื้นเสร็จแล้ว หันมาทางเรียกสุริยง
“วดี ผมทำความสะอาดเสร็จแล้ว คุณจะให้ผมต้มเส้นพาสต้าให้ใหม่หรือเปล่า ? วดี”
หากไม่มีเสียงตอบรับจากสุริยง เขมชาติรีบเดินออกมาจากครัว
“วดี”
ในขณะที่สุริยงเดินมาถึงรถ รีบเปิดรถ และโยนกระเป๋าไว้ด้านหลัง และเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ
เขมชาติเดินหาสุริยงในบ้าน
“วดี วดี”
เขมชาติเริ่มแปลกใจที่ไม่มีเสียงตอบ
สุริยงสตาร์ทรถ ไม่ติด สตาร์ทอีกที ไม่ติด
เขมชาติเดินผ่านหน้าต่าง พลันหางตาเหลือบไปเห็นสุริยงอยู่ในรถ ก็ตกใจ
“วดี”
เขมชาติรีบวิ่งพรวดออกไปทันที ในขณะที่สุริย พยายามสตาร์ทรถอีก
“ติดสิ ติด ติดเร็วๆ”
สุริยงสตาร์ทถี่ๆ แต่รถก็ยังไม่ติดอยู่ดี ทางด้านเขมชาติก็วิ่งออกจากบ้าน แล้วก็วิ่งตรงมาที่รถ ทันใด
นั้น ก็มีมือของเขมชาติมาแปะที่กระจกข้างสุริยง
สุริยงสะดุ้งตกใจ “ว้าย”
“สตาร์ทยังไงก็ไม่ติดหรอก รถคุณมันไม่มีแบตเตอรี่”
สุริยงหันขวับ “ไม่จริง มันจะไม่มีได้ยังไง”
เขมชาติยักไหล่
“ก็ผมถอดมันออกมาเอง ผมกลัวคุณหนี ก็เลยถอดไปวางไว้ทางโน้น”
สุริยงหันไปเห็นแบตเตอรี่รถยนต์วางตระหง่านอยู่ข่างเต๊นท์ พลางกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น
“บ้าที่สุด”
จากนั้นก็ปิดประตูรถออกมากระแทกหน้าเขมชาติอย่างแรง
“โอ้ย”
“เอาแบตรถฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ถ้าคุณได้ คุณก็หนีผมอีกสิ แสดงว่าเมื่อกี๊ สิ่งที่เกิดขึ้นในครัวเป็นแผนของคุณเหรอเนี่ย ?”
สุริยงเชิดหน้าตอบ
“ใช่ ทีคุณยังวางแผนมากมาย หลอกฉันได้ ฉันก็ต้องหัดวางแผนไว้หลอกคุณบ้างสิ แค่นี้ยังน้อย เอา
แบตเตอรี่รถฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ผมไม่ให้คุณหนีไปไหนทั้งนั้น วดี คุณเลิกดื้อเถอะนะ รีบไปหาหมอ และตรวจให้มันรู้เรื่องรู้ราว
ถ้ามีอะไรผิดปกติจะได้รีบแก้ไข ขืนคุณดื้อแบบนี้ต่อไป ลูกเราจะเป็นอันตรายได้นะ”
สุริยงสวน กลับด้วยความแค้น
“ในตัวฉันไม่มีลูกของคุณ เลิกมายุ่งกับฉันได้แล้ว หลีกไป”
สุริยงผลักเขมชาติอย่างแรง แล้วตัวเองก็เดินไป แต่ด้วยความโกรธและพื้นที่ดินขรุขระ ก็เลยขาพลิก เสียหลัก หกล้มตัวกระแทกที่พื้นอย่างแรง เขมชาติตกใจสุดขีด
“วดี”
สุริยงที่ตกใจไม่แพ้กัน รีบเอามือกุมท้องไว้ ช็อก ใจสั่น เป็นห่วงลูกสุดหัวใจ เขมชาติรีบพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุด
“วดี”
เขมชาตินั่งลงที่พื้นกอดสุริยงไว้จากด้านหลัง มือประคองไว้ที่ท้อง ทั้งสองคนตอนนี้มีจุดรวมที่เดียว...
คือลูก
“วดีเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า รู้สึกเหมือนมีเลือดไหลออกมามั้ย?”
เขมชาติกอดสุริยงด้วยความเป็นห่วง ห่วงทั้งแม่ ทั้งลูก น้ำตาซึมๆ
“วดี ผมขอร้อง คุณอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะ ผมรู้ผมทำผิด ผมมันเลว ทำทุกอย่างด้วยอารมณ์
ต้องการจะเอาชนะแบบโง่ๆ ทำให้คุณเสียใจ เสียความรู้สึก”
กอดสุริยง มือกุมไว้ที่ท้อง น้ำตาร่วง
“ผมยอมรับทุกอย่าง คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้ อย่าลงโทษผมด้วยการหนี จน
ตัวเองต้องเป็นอันตรายแบบนี้ อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะวดี ผมขอร้อง”
ในวินาทีนั้นเอง สุริยงเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่จะมาถึงลูก จึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“ถ้าฉันไปหาหมอ และหมอบอกว่าไม่ท้อง คุณจะออกไปจากชีวิตฉันหรือเปล่า”
เขมชาติชะงักกึก ค่อยๆคลายกอด และมองหน้าสุริยง
“ ถ้าคุณยอม พรุ่งนี้ฉันจะไปหาหมอ ถ้าฉันไม่ท้อง อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
เขมชาติอึ้งไป สุริยงรอคำตอบ

ทางด้านอาทิตย์ เมื่อรับโทรศัพท์จากเขมชาติ ก็รีบถามย้ำ
“แน่ใจนะ ว่าทำได้”
“ถึงไม่อยากทำ แต่ถ้าผลออกมาว่าไม่ท้อง ผมต้องรักษาสัญญา เพราะที่ผ่านมา วดีไม่เชื่อคำพูดผม
ถ้าครั้งนี้ผิดคำพูดอีก คงมองหน้ากันไม่ติดไปตลอดชีวิต แต่ผมก็ยังมั่นใจนะครับ ว่าวดีกำลังตั้งท้องอยู่แน่ๆ”
อาทิตย์พยักหน้ารับรู้
“อืม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ถือว่าเป็นข่าวดี พรุ่งนี้ตรวจ แล้วรู้ผลยังไงก็รีบบอกพ่อกับแม่ด้วยนะ”
นภา ที่เดินเข้ามาพอดี รีบถามด้วยความเป็นห่วง
“หนูเล็กยอมแล้วเหรอพ่อ?”
อาทิตย์พยักหน้า นภายิ้ม ในขณะเดียวกันชื่นก็เดินมารายงาน
“คุณเกนหลงมารับแล้วค่ะ คุณไก่ คุณไข่คะ คุณเกนหลงมารับไปงานปาร์ตี้แล้วค่ะ”
ไก่ กับไข่ตะโกนเสียงดังมาจากชั้นบน
“ เย้! พี่เกนมาแล้ว”
จากนั้นก็รีบวิ่งลงมาทันที อาทิตย์พูดกับเขมชาติต่อ
“พ่อต้องออกไปข้างนอกแล้ว อย่าลืมหล่ะ พรุ่งนี้รู้ผลต้องรีบโทร.มาบอกนะ ถ้าเป็นข่าวดี พ่อจะได้
เตรียมจัดห้องไว้รับหลาน”
เขมชาติยิ้ม
“ครับผมก็หวังว่า พรุ่งนี้จะเป็นข่าวดี สวัสดีครับ”
เขมชาติวางสายไปด้วยความหวัง ทางด้านอาทิตย์ เมื่อวางสายก็ยิ้ม แล้วหันมาพูดกับนภา
“เฮ่อวันนี้มีแต่ข่าวดี หนูเล็กยอมไปตรวจสักที คุณอัมพิกาก็ยอมรับไก่ ไข่ แล้วยังมีน้ำใจชวนเราไป
งานวันเกิดคุณเอื้ออีก พ่อว่าท่านเจ้าสัวต้องมีส่วนช่วย ทำให้เรื่องดีๆ พวกนี้เกิดขึ้นแน่ๆ”

อาทิตย์พูดยิ้มๆ แล้วก็หันไปมองรูปเจ้าสัวที่แขวนไว้บนผนัง
 
จบตอนที่ 25 
สาปสาง ตอนที่ 25
สาปสาง ตอนที่ 25
พลิ้วมองใบหน้าของกรณ์แล้วก็รู้สึกว่าผิดสังเกตไป ใบหน้าของกรณ์ ดูหมองคล้ำแบบคนโดนของ “คุณกรณ์ไม่สบายหรือเปล่าคะ” “เปล่านี่ครับ ผมสบายดี คุณพลิ้วมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” “คุณกรณ์พร้อมคุยนะคะ” “พร้อมครับ เอ..ผมดูมีอะไรผิดปกติหรือ” “คุณดูหน้าหมองๆ เหมือนคนอดนอน ไม่สิ...เหมือนคนไม่มีหัวจิตหัวใจ” กรณ์นึกสังเกตตัวเองแล้วก็รู้สึกผิดปกติไปบ้าง แต่เขาก็มีความพลุ่งพล่านทางใจบางอย่าง คือคิดถึงแพรวมากไปจึงไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติอะไร “ไม่มีอะไรนะครับ ผมยังแฮปปี้ดีนี่ครับ เชิญคุณพลิ้วนั่งก่อนดีกว่าครับผมจะไปหยิบเครื่องดื่มมาให้” “ขอบคุณค่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...