xs
sm
md
lg

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 30

เผยแพร่:

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 30

กลับถึงบ้านสา กลุ้มใจ ทุกข์หนัก เรื่องโสภิตพิไลกับชิษณุ จนไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่นั่งครุ่นคิดเหม่อลอยตั้งแต่กลางวันยันเย็น ข้าวปลาก็ไม่ได้ทำไว้กินเลย

ใจสว่างกลับจากจุฬาฯ มา เด็กสาวเห็นสานั่งเศร้าก็ไม่เรื่องมาก ลงมือทำข้าวไข่เจียวกินง่ายๆ เมื่อถามสาบอกว่า
“ป้าไม่หิว ตั้งแต่สึกชีออกมาป้าไม่ค่อยกินข้าวเย็นอยู่แล้ว” แต่พอเห็นจานอาหารไข่เจียวก็สงสาร “โธ่ถัง กินข้าวกับไข่ นี่พี่แป้นรู้เข้าจะว่าป้าเลี้ยงใจไม่ดี”
“แค่คุณป้าให้หนูอาศัยอยู่ที่นี่ก็ดีมากแล้วค่ะ ไม่งั้นหนูคงนั่งเรือออกมาเรียนไม่ไหว” ใจสว่างบอก
“ไปเรียน เจอโสภิตบ้างไหม”
“ไม่ค่อยเจอหรอกค่ะ อยู่คนละคณะ คุณป้าคิดถึงพี่โสภิตหรือคะ”
“บางทีก็อดห่วงเขาไม่ได้”
ใจสว่างมองหน้าสาแล้วตัดสินใจพูด “หนูขอโทษนะคะคุณป้า แต่หนูไม่เข้าใจ ทำไมคุณป้าไม่บอกเขาไปล่ะคะ ว่าคุณป้าเป็นแม่ของเขา”
สาฟังแล้วตกใจมาก “ใจ! นี่หนู...หนูรู้...ใครบอกหนู พี่แป้นกับพี่สุขใช่ไหม”
“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณป้า ตากับยายไม่ได้คิดจะบอกใครหรอกค่ะ แต่ตากับยายคุยกันแล้วหนูบังเอิญไปได้ยินเข้า ตากับยายเลยต้องเล่าให้ฟัง แล้วก็สั่งแล้วว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามไม่ให้พูด หนูกล้าพูดเพราะเราอยู่กันแค่สองคน หนูรู้ว่าคุณป้าคิดถึงพี่โสภิต ถ้าคุณป้ามีอะไร คุยกับหนูได้นะคะ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้สบายใจขึ้น”
“ขอบใจมากจ้ะหนูใจ ขอบใจมาก”
สาดีใจนัก คลายกังวลลงไปอีกหน่อย อย่างน้อยก็มีใจสว่างที่เข้าใจหล่อน

ตกตอนบ่าย โสภิตพิไลนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งใต้ร่มไม้ในจุฬาฯ มีหนังสือกางตรงหน้า แต่ใจลอยใจสว่างเดินมากับปรมัตถ์
“พี่โสภิตคะ” โสภิตพิไลสะดุ้ง “เลิกเรียนแล้ว ไปกินไอศกรีมกันไหมคะ”
“ไม่ล่ะจ้ะ ใจกับพี่ปรมัตถ์ไปกันเถอะ”
ปรมัตถ์เอ่ยขึ้น “วันนี้วันเกิดพี่นะครับ โสภิตจะให้เกียรติพี่สักครั้งไม่ได้หรือ”
โสภิตพิไลบ่ายเบี่ยง “โสไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
“ทำไมไปไม่ได้ล่ะคะ” ใจสว่างสงสัย
“พี่ไปไม่ได้ก็แล้วกันจ้ะ” โสภิตพิไลฝืนยิ้ม “พี่ขอตัวก่อนนะ
โสภิตพิไลปิดหนังสือ ลุกหนีไปอีกทาง ด้วยความอึดอัด
ใจสว่างทำท่าเสียใจกับปรมัตถ์ ปรมัตถ์ยิ้มรับอย่างแมนๆ แม้ตาจะเศร้า

โสภิตพิไลเดินทอดอารมณ์ไปตามทางในจุฬาฯ รถของชิษณุก็มาจอดเทียบข้างๆ
เสียงคุ้นหูของชิษณุดังขึ้น “โสภิต”
โสภิตพิไลตาโตดีใจ “พี่นุ” กระโดดขึ้นรถทันที

รถชิษณุแล่นมาตามถนนสายหนึ่ง ก่อนจะจอดลงตรงมุมสวยสงบ ทั้งสองพูดคุยปรับทุกข์กัน
“หม่อมยายทำอะไรน้องหรือเปล่า”
“ท่านสั่งไม่ให้โสเจอพี่นุอีก ไม่ให้ออกไปไหน จนกว่าพี่นุจะไปเมืองนอก”
ชิษณุขัดใจ “พี่จะทำให้ทุกคนเห็น ว่าเขาขัดขวางความรักของเราไม่ได้”
“พี่นุจะทำอะไรคะ”
ชิษณุจับมือ พูดจริงจัง “หนีไปกับพี่นะ”
โสภิตพิไลตกใจ “อะไรนะคะ”
“หนีไปด้วยกัน แล้วค่อยกลับมาขอขมา ถึงตอนนั้น ใครหน้าไหนก็ห้ามเราไม่ได้แล้ว” เห็นโสภิตพิไลนิ่งไปนานชิษณุถามขึ้น “ว่าไง”
โสภิตพิไลนิ่งคิด แต่แววตาบอกว่าตกลงใจไปแล้วกว่าครึ่ง

ค่ำนั้น โสภิตพิไลกลับมาถึงตำหนักขาวก็หมกตัวอยู่ในห้อง เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ตรงระเบียงนอกห้องนอน มองออกไปในความมืด ครุ่นคิดน้ำตาคลอ เสียงชิษณุดังก้องในหู
“หนีไปด้วยกัน แล้วค่อยกลับมาขอขมา ถึงตอนนั้น ใครหน้าไหนก็ห้ามเราไม่ได้แล้ว”
เสียงเรียกของชายรวีดังขึ้นข้างหลัง “โสภิต”
โสภิตพิไลสะดุ้งหลุดจากภวังค์ รีบเช็ดน้ำตา “น้าชาย”
“อย่าร้องไห้นะ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
“ยังไงคะ”
“เธอจะลืมชิษณุได้”
“ทำไมโสจะต้องลืม ในเมื่อพี่นุเป็นคนที่โสรัก”
“โสภิต ฟังน้านะ...ระหว่างเธอกับนายนุมันไม่สมควร...ความจริงน้าเคยเตือนนายนุแล้ว ว่าอย่ายุ่งกับเธอ ไม่นึกว่าเขาจะกล้า”
“อย่าโทษพี่นุเลยค่ะ โสเองก็รักเขา เรารักกัน น้าชายไม่เคยรักใคร น้าชายไม่เข้าใจหรอกค่ะ ว่ามันห้ามไม่ได้”
โสภิตพิไลพูดอย่างเจ็บช้ำ แล้วลุกเดินจากไป ชายรวีมองตามด้วยความเห็นใจ

ฝ่ายสาอาบน้ำเสร็จ หวีผมอยู่หน้ากระจก มือไปปัดโดนกรอบรูปตกลงพื้นสาเก็บขึ้นมา เป็นรูปของโสภิตพิไล สาใจหาย
“โสภิต”
สากังวลใจ เหมือนสังหรณ์ว่ามีอันตรายจะเกิดขึ้นกับโสภิตพิไล


บรรยากาศด้านหน้า สโมสรกอล์ฟดูคึกคัก รถจิ๊ปทหารอย่างหรูคันหนึ่งวิ่งเข้ามา จอด ประตูเปิด พลโทสันทนา ลงมาจากรถในชุดทหาร ดูสง่างาม น่าเกรงขาม
ทหารลูกน้องคนสนิทที่รออยู่แถวๆ นั้นรีบวิ่งเข้ามาทำความเคารพ
สันทนาถาม “ท่านเล่นเสร็จหรือยังวะ ไอ้น้อง”
“ยังครับ แต่สั่งเอาไว้ว่า ถ้าท่านนายพลสันทนามา ให้ไปหาท่านทันทีครับผม” ทหาร 1 บอก

แลเห็น “ท่าน” ผู้ยิ่งใหญ่ของบ้านเมือง อยู่ในชุดลำลอง ใส่เสื้อสีแดงเข้มโดดเด่น กำลังตีกอล์ฟด้วยแรงอันมหาศาล ลูกโค้งยาวแล้วไปตกลงบนกรีนอย่างสวยงาม ท่านเยื้อนยิ้มพอใจ
ห่างออกมาสันทนายืนมองท่านอยู่ แล้วหันไปถามคนสนิท
“แรงยังดีอยู่เลยนี่หว่า แล้วหมอว่ายังไงมั่ง...เรื่องอาการของท่านน่ะ”
ทหาร 1คนสนิทบอก “ล่าสุดหมอก็บอกว่าอาการก็ยังไม่สู้ดีนักครับ แต่ภายนอกท่านก็ยังแข็งแรงหายห่วง ..” ทหารคนสนิทของท่านหัวเราะ “ที่ให้ตามหาพี่ ก็เพราะว่าแรงดี แรงเหลือนี่ล่ะครับผม
สันทนากับทหารคนสนิทหัวเราะอย่างรู้กัน

ท่านลงนั่งคุยกับสันทนาตรงมุมรับรองในสโมสร บนโต๊ะเบื้องหน้ามีเครื่องดื่มวางอยู่
“ไง สันทนา หายหน้าไปไหนวะ เกือบสองเดือน”
“ผมไปส่งลูกสาวเรียนต่อที่อเมริกาไงครับ จัดการเรื่องโรงเรียนเสร็จ ก็เลยพาที่บ้านเขาเที่ยวด้วย…ท่านมีเรื่องด่วนอะไรจะใช้ผมหรือครับ”
“จะว่าด่วนมันก็ไม่ถึงกับด่วนหรอก เพียงแต่พี่ไม่ไว้ใจคนอื่น มันจัดการได้ไม่เรียบร้อยเหมือนสัน…เอารูปเป้าหมายมาซิ”
ท่านพยักหน้าให้คนสนิท คนสนิทเอาซองใส่กระดาษมาวางตรงหน้าท่านหยิบรูปใบหนึ่งส่งให้สันทนา
นายพลสันทนารับมาดู เห็นเป็นรูปโสภิตพิไลในชุดนักศึกษา มีกองเชียร์แปรอักษรเป็นรูปพระเกี้ยวอยู่ด้านหลัง บรรยากาศวันแข่งบอลประเพณี
“นิสิตจุฬา...รายนี้เด็กกว่ารายอื่นเลยนะครับท่าน” สันทนาบอก
“น่ารักดี...พี่ให้คนไปสืบมาแล้ว ชื่อโสภิตพิไล วรประเสริฐ ดูเหมือนจะเป็นเด็กในความดูแลของหม่อมแก่ๆ ซักคน ในสกุลรวีวาร”
สันทนาคิดไปคิดมา “ลูกหลานผู้ดีตระกูลเก่า แบบนี้น่าจะคุยยากนะครับท่าน”
“เฮ่ย ไม่ขนาดนั้นหรอก เอ้า ดูเอาเอง”
ท่านส่งซองให้ สันทนาเทออกมา ในนั้นมีกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าราว 3 ปีที่แล้ว เป็นภาพข่าวหนังสือพิมพ์ ถ่ายวันที่โสภิตพิไลกับสาเดินออกมาจากศาลหลังตัดสินคดี
“ข่าวเก่าแล้ว...เด็กชื่อโสภิตพิไลคนนี้เป็นหลานของผู้หญิงในรูป เขาชื่ออุษา”
สันทนามองรูปสา ยิ่งมอง ยิ่งถูกใจ “อึมม์ น่าสนใจมากครับ”
“ในข่าวเขาว่า ยัยป้านี่เป็นคนเลี้ยง ดูแลโสภิตพิไลมาตั้งแต่เล็ก ถึงกับฆ่าคนที่มาลวนลามหลานสาวจนตาย...แกเป็นเจ้าของไนต์คลับชื่ออุษาวดี...สันลองไปเข้าหายายอุษานี่น่าจะตกลงกันได้ไม่ยาก” ท่านว่า
“ครับ ท่าน...น่าจะตกลงกันได้ไม่ยาก...แล้วผมจะจัดการเอง”

สันทนามองรูปสา พรายยิ้มอย่างพึงใจ

อ่านต่อหน้า 2
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 30 (ต่อ)

ตกตอนบ่าย รถประจำตำแหน่งของพลโทสันทนาเลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังใหญ่โต กว้างขวางโอ่อ่า ตกแต่งหรูหราสมฐานะ สันทนาเดินเข้ามาที่ตัวบ้าน วัชรินทร์ ทหารคนสนิทที่เคยเดินตามรับใช้เฉิดฉวีในร้านเสริมสวยอุษาวดี ชื่อว่า วัชรินทร์เดินเข้ามารับ

“คุณหญิงกำลังมีแขกนะครับ ท่าน”
“ใคร วัชรินทร์”
“สองคน สามี ภรรยา ที่มาบ่อยๆ น่ะครับ”
สันทนาทำหน้านึกออก ท่าทีเบื่อๆ

ที่ห้องรับแขก เฉิดฉวีนั่งคุยกับแขก คุณหญิงจิ๋มและปวุติ สามีคุณหญิง เป็นชายเชื้อสายจีน ท่าทางคล่องแคล่ว ติดจะขี้คุยนิดหน่อย ตรงหน้ามีกระเช้ากล้วยไม้กำลังออกดอกสวย ที่ทั้งสองเอามากำนัล
เฉิดฉวียิ้มรับตามมารยาท ไม่ได้ปลื้มเท่าไหร่ “ก็สวยดีนะคะ แต่ท่าทางจะเลี้ยงยาก” คุณหญิงบ่าวตั้งพูดกับหญิงจิ๋ม “ฉันก็ไม่ใช่คนชอบทำสวนเสียด้วย”
“แต่แหม ตอนนี้เขากำลังนิยมกันนะจ๊ะ เฉิด”
ปวุติเสริม “ใช่ครับ ยิ่งพันธุ์ไหนหายาก ยิ่งต้องมีไว้ประดับบารมีอย่างเจ้าช้างแดงต้นนี้ คนจ้องกันตาเป็นมันแต่ผมบอกเจ้าของเขาเลยว่ายังไงผมต้องได้ เพราะจะเอามาให้ท่านนายพลสันทนากับคุณหญิง”
สันทนาเดินเข้ามา โอบไหล่เฉิดฉวีอย่างคนรักเมีย แล้วพูดให้ปวุติฟังยิ้มๆ อย่างมีนัยยะ
“คุณเฉิดเขาเป็นผู้หญิงแปลกครับ ไม่ชอบดอกไม้...เวลาผมจะเอาอกเอาใจเขาทีนี่ต้องเล่นของหนักเลย ไม่ทับทิมก็ต้องมรกต ใช่ไหมน้อง”
คุณหญิงจิ๋มกับปวุติหน้าเสีย เฉิดฉวียิ้มรับมุกสามี
“แหมดอกไม้มันสวยไม่นานนะคะ สู้เพชรพลอยไม่ได้ จริงไหมจ๊ะ หญิงจิ๋ม”
หญิงจิ๋มยิ้มเจื่อนๆ “จ้ะ”
ปวุติตั้งตัวได้เร็วกว่าเพราะเป็นพ่อค้า ฉวยโอกาสเข้าประเด็นทันที
“พูดถึงทับทิม ถ้าจะเล่นกันจริงๆ มันต้องกินบ่อเซี่ยง ถ้าคุณหญิงสนใจผมหามาให้ได้นะครับ...เนื้อดี สีแดงจัดเม็ดใหญ่ๆ ไม่มีตำหนิเลย”
ได้ผล เฉิดฉวีสนใจ “อุ๊ย แพงไหมคะ”

หญิงจิ๋มรับลูกสามีทันที “อย่าพูดเรื่องราคาเลยจ้ะ เฉิด...พอดีทางคุณปวุติเธอจะตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างอยากเรียนเชิญเจ้านายของคุณสันทนาให้มาร่วมเป็นกรรมการด้วย ถ้าหากคุณสันทนาช่วยเป็นธุระจัดการได้...ทับทิมนี่เรื่องเล็กจ้ะ”
เฉิดฉวีเหลือบมองสามีเป็นเชิงหยั่ง สันทนาหัวเราะเสียงดังแต่แววตาไม่เอาด้วยพูดไปงั้นๆ
“เอาสิ เอา” สันทนาตัดบท “เชิญพวกผู้หญิงคุยเรื่องเพชรพลอยกันตามสบายนะครับ ผมขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
สันทนาเดินออกไป ปวุติกับหญิงจิ๋มมองหน้ากันเลิกลัก
“นี่หมายความว่ายังไง เฉิด”
“กลับไปก่อนก็แล้วกัน วันหลังค่อยคุยกันใหม่” เฉิดฉวีบอกกับปวุติ “ขอตัวนะคะ”
เฉิดฉวีลุกเดินตามสันทนาไป ปวุติท่าทางขัดใจ

สันทนาอาบน้ำเสร็จแล้ว ใส่กางเกงและเสื้อกล้าม ยืนเลือกเสื้อลำลองที่จะใส่ เฉิดฉวีเดินตามเมาท์
“หญิงจิ๋มกับคุณปวุติสามีเขา อยากตั้งบริษัทมารับเหมางานของราชการค่ะ แหมทับทิมเม็ดเดียวเนี่ยนะ...เอากุ้งฝอยมาตกปลากะพงชัดๆ”
สันทนาเลือกเสื้อที่ถูกใจได้ หันมาบอกเฉิดฉวี น้ำเสียงภูมิใจในอำนาจบารมีของตน
“ตั้งแต่มีนโยบาย...น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก...บริษัทรับเหมาก่อสร้างก็ขึ้นเป็นดอกเห็ด น้องไม่ต้องห่วงหรอก นอกจากรายนี้ เดี๋ยวจะมีคนวิ่งเข้ามาหาน้องหัวกะไดไม่แห้ง” สันทนาใส่เสื้อไปด้วย “ว่าแต่ว่าสองผัวเมียนี่มาจากไหน มาสนิทกับน้องได้ยังไง”
“คุณหญิงจิ๋มเป็นเพื่อนเฉิด ตั้งแต่สมัยเรียนประถมที่คอนแวนต์ค่ะ” เฉิดฉวียิ้มหยัน “จะว่าสนิทก็เพิ่งมาสนิทกันเพราะผลประโยชน์หรอกค่ะ ตอนนั้นเรามันเป็นแค่ลูกนายทหารส่วนเขา” พูดแล้วยิ่งหมั่นไส้ “เป็นถึงหม่อมราชวงศ์หญิงในราชสกุลรวีวาร”
สันทนาได้ยินสะดุดหู
“รวีวาร? บังเอิญจริง”
“ทำไมคะ”
“วันนี้ท่านเพิ่งเรียกพี่ไปสั่ง ว่าอยากได้ตัวเด็กที่อยู่ในปกครองของพวกรวีวาร”
สันทนาเดินไปหน้ากระจก หวีผม แต่งหนวด เฉิดฉวีออกอาการไม่พอใจ
“อีกแล้วเหรอคะ แล้วแม่เทพีคนเก่าล่ะ”
สันทนาขำๆ “เก่ามันก็หมดอายุไปสิคะ”
เฉิดฉวีบ่น “เฉิดไม่ชอบเลยนะ เรื่องแบบนี้” พร้อมกับบอกสามีอย่างจริงจัง “พี่ห้ามเอาอย่างเจ้านายนะ เรื่องเมียเล็กเมียน้อยเนี่ย เฉิดไม่ยอมจริงๆ”

สันทนาไม่สนใจฟัง หยิบโคโลญจน์มาใส่แบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เฉิดฉวีงง
“นั่นใส่น้ำหอมทำไมคะ ไม่อยู่กินข้าวบ้านเหรอ”
“จะไปปฏิบัติราชการลับ”
สันทนาบอกแล้วเดินออกไปเลย เฉิดฉวีอึ้งกิมกี่
“แล้ว...”
สันทนาหันมาพูดสวน “ไม่เสร็จ ไม่กลับค่ะ”
จากนั้นสันทนาเดินออกไป เฉิดฉวีทิ้งตัวลงนั่ง เซ็งสุดขีด
สันทนาเป็นผู้ชายที่มีสองบุคลิก คือดุ น่าเกรงขาม แต่เวลาสนุกก็จะอารมณ์ดี พูดคะขากับผู้หญิง อย่างหนุ่มเจ้าเสน่ห์

เย็นแล้ว ลูกค้าคนสุดท้ายในร้านจ่ายเงินให้สาที่ยิ้มขอบคุณ
“ขอบคุณมากค่ะ วันหลังเชิญใหม่นะคะ ..เพ็ญส่งคุณหน่อยจ้ะ”
เพ็ญศรี “เชิญค่ะ”
ลูกค้าเดินออกประตูไปปุ๊บเพ็ญศรีพลิกป้ายหน้าร้านเป็นคำว่า ปิด ปั๊บ ส่วนชมก็พุ่งไปเปิดวิทยุ
เพลงดังขึ้นทันที
“เลิกงานแล้ว มาวาดลวดลายกันหน่อยฮ่ะ”
ทั้งสามพากันเต้น

สันทนาจอดรถตรงริมถนนหน้าร้าน แล้วเดินลงมา ได้ยินเสียงเพลงแว่วมา เลยหยุด แอบมอง เห็นสา เพ็ญศรี และ คุณชมเต้นตามเสียงเพลง สาเต้นไปหัวเราะไป ดูน่ารักและเซ็กซี่มาก
สันทนายืนมอง อย่างหลงใหล ค่อยเดินเข้าไปเหมือนถูกสะกด แล้วยืนมองอยู่อย่างนั้น
สาเต้นไปแล้วหันเห็นสันทนากำลังมองเธอเต้น สาเขิน หยุดเต้น สันทนายิ้มให้ สายิ้มตอบ เขิน หน้าร้อนวูบวาบ
เพลงจบ ชมกับเพ็ญศรีหันมา เห็นสากับสันทนายืนมองตากันซึ้ง ทั้งสองงง
เพ็ญศรีกระแอม ทั้งสองได้สติ “ขอโทษนะคะ” พลางชี้มือ “ร้านตัดผมผู้ชายอยู่ทางนู้นค่ะ”
สันทนาก้าวเข้ามาในร้าน
“ผมไม่ได้มาตัดผม ผมชื่อสันทนา ผมมีธุระสำคัญ ต้องพูดกับคุณอุษา”

สายืนงงจังงัง


อ่านต่อหน้า 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...