xs
sm
md
lg

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 27

เผยแพร่:

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 27

อนุกรนัดคุยกับโสภิตพิไลที่ร้านอาหารหน้าโรงพักนั่นเอง มีแป้นร่วมฟังอยู่ด้วย อนุกรดูเคร่งเครียดเอามากๆ เกี่ยวกับรูปคดี

“ทางฝ่ายอัยการมีพยานหลายปากให้การว่า คุณอุษามีกรณีหึงหวงกับนายประธาน และได้ออกปากว่าถ้าเจอจะฆ่าให้ตาย”
“คุณป้าพูดไปด้วยอารมณ์เท่านั้นค่ะ ท่านไม่ได้คิดเตรียมการเอาไว้ก่อนแน่”
“คุณยืนยันว่าเป็นการกระทำโดยลุแก่โทสะ”
“ค่ะ”
“เรื่องอะไรล่ะครับ” อนุกรจ้องหน้า โสภิตพิไลอึ้ง “อะไรทำให้คุณอุษาลุแก่โทสะ”
โสภิตพิไลอึ้งนิ่งงันไปชั่วขณะ ลำบากใจนัก อยากพูด แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งสา
“ผมจะขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ถ้าคุณกับคุณอุษาไม่บอกผม ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ผมก็คงจะช่วยคุณอุษาไม่ได้”
แป้นที่รู้ทุกอย่างจากปากของโสภิตพิไล เป็นฝ่ายพูดขึ้น
“โสภิต...บอกคุณทนายเขาไปเถอะลูก”
โสภิตพิไลทำหน้าลำบากใจ

สานั่งกอดเข่า ครุ่นคิด เริ่มมีความหวาดกลัวในใจ หวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนบ่าย
โดยในตอนนั้นโสภิตพิไลกลับมาอ้อนวอนสา
“ให้หนูพูดความจริงเถอะนะคะคุณป้า”
“หนูจะเสียหายมากนะ โสภิต”
“แต่ถ้าโสภิตไม่พูด คุณก็อาจจะไม่รอด...”
“ฉันทำร้ายโสภิตมามากพอแล้ว พี่แป้น ฉันทำร้ายแกอีกไม่ได้”
โสภิตพิไลทนไม่ไหว ระเบิดออกมา
“คุณป้าคะ คุณป้าโดนข้อหาฆ่าตายโดยเจตนา ทนายบอกว่า โทษที่คุณป้าจะได้รับ ถ้าไม่จำคุกตลอดชีวิต ก็อาจจะถึงขั้นประหาร...ถ้ามันเป็นอย่างนั้น คุณป้าคิดว่าหนูจะอยู่ต่อไปได้หรือคะ คุณป้าเห็นหนูเป็นคนยังไง”

นึกเรื่องนี้ขึ้นมาสานั่งเศร้าอยู่หลังลูกกรงห้องขัง ครวญคร่ำ อนาถชีวิตตัวเอง
“จำคุกตลอดชีวิต...ประหาร...นี่หรือจุดจบชีวิตของอีสา”
สาร้องไห้ออกมา ตำรวจเดินมาที่ด้านหน้าห้องขัง
“คุณอุษาวดี” ตำรวจเรียกสาเงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตา “มีคนมาหา”
ตำรวจเดินออกไป สามองไปเห็นหม่อมพริ้มยืนเด่นอยู่มองมานัยน์ตาคมกริบ สาแทบช็อก
“หม่อม”
สาพูดไม่ออก ละอายใจ หม่อมพริ้มมองสาอย่างสมเพช
“ถึงกับนั่งร้องไห้เชียวรึ อีสา ดูท่าเอ็งรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วล่ะซี”

หม่อมพริ้มยังยืนมองสานิ่งๆ สาตัดพ้อ
“สามันคนโชคร้ายค่ะหม่อม...อยากจะดีเท่าไหร่ มันก็ดีไม่ได้”
“เอ็งอย่าอ้างโชคชะตา ถ้าเอ็งตั้งใจว่าจะไม่ทำชั่ว ต่อให้ใครเอาไปตัดหัวเอ็งก็ไม่ทำ แต่ถ้าใจมันใฝ่ต่ำ ไม่มีใครชักนำ มันก็ไหลลงไปเองจนได้”
“สาก็เป็นคนธรรมดาคนนึง มีเลือดมีเนื้อ มีกิเลสตัณหา”
“กิเลสตัณหามันก็มีกันทั้งนั้น...ยับยั้งชั่งใจได้ จึงนับว่าเป็นคน แต่ถ้ายับยั้งชั่งใจไม่ได้...มันก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์”
สาสะอึก หม่อมพริ้มนั่งลง พูดกับสาอย่างจริงจัง
“แต่ที่ข้ามานี่ ไม่ได้จะมาโปรดสัตว์ แค่จะมาเตือน ไม่ให้เอ็งลืมคำสาบานที่ให้ไว้กับข้า...”
“สาไม่ลืมค่ะหม่อม สาจะไม่คิดจะบอกใคร ว่าสาเป็นอะไรกับคุณชาย”
“แน่นะ...ไม่ใช่พอถึงเวลา รักตัวกลัวตายขึ้นมา เอ็งจะพูดทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด”
สาแปลกใจ “หม่อมหมายความว่ายังไงคะ”
หม่อมพริ้มลดเสียงลง พูดพอให้ได้ยินกันสองคนเบาแต่ชัดเจน จริงจัง
“ชายรวีเป็นผู้พิพากษาคดีของเอ็ง อีสา”
สาตกใจ “หา!”
“ถ้าเอ็งเอาความเป็นแม่มาอ้าง เอ็งอาจจะรอดตาย...แต่เอ็งจะทำลายอนาคตทำลายเกียรติภูมิ ทำลายคุณงามความดีทั้งหมดที่ชายรวีสร้างสมมา”
สาอึ้ง
“ข้าทุ่มเททั้งชีวิตเลี้ยงชายรวี จนเขาได้ดิบได้ดีขนาดนี้ ข้าคงทนไม่ได้ ถ้าหากเอ็งจะทำลายลงไป”
สาน้ำตาไหล ตอบหม่อมพริ้มอย่างเด็ดเดี่ยว
“เชื่อใจสาเถอะค่ะ หม่อม ที่ผ่านมา สาอาจจะเป็นคนดีเหมือนคนอื่นเขาไม่ได้แต่ต่อให้สัตว์เดรัจฉาน มันก็ไม่ทำร้ายลูกของมัน...สายังไม่เลวถึงปานนั้นหรอกค่ะ หม่อมไม่ต้องกลัว”

สายืนยันอย่างหนักแน่น หม่อมพริ้มพยักหน้ารับ รู้สึกโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง
หม่อมพริ้มกลับมาถึงตำหนักตอนเย็น เจิมรู้เรื่องแล้ว เอ่ยถามหม่อมขึ้นท่าทีไม่เชื่อหลานสาวนัก
 
“หม่อมเชื่อมันหรือเจ้าคะ”
“ข้าไม่มีทางอื่น ก็ต้องลองเชื่อดู”
“ป้าเจิมไม่เชื่อหรือ”
“มันทรยศคุณหญิงโสภาได้ นับประสาอะไร...”
เจิมทำอาการว่าไม่เชื่อ แล้วหันไปหยิบมีดจากเชี่ยนหมากขึ้นมาเจียนหมากอย่างแรง แค้นๆ

สาและหญิงสาวอีกสองสามคนถูกตำรวจควบคุมนำตัวไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ โสภิตพิไลยืนมอง เห็นสภาพของสาที่ต้องขึ้นรถไป สงสารถึงกับน้ำตาคลอ
“คุณป้าขา”
“ป้าไม่เป็นไร โสภิตอย่าร้องไห้”
“หนูจะช่วยคุณป้านะคะ หนูจะช่วยคุณป้าให้ได้”
สาน้ำตาไหล “ไม่ อย่า หนูกลับไปเถอะ ไม่ต้องห่วงป้า กลับไป”
สาถูกตำรวจต้อนขึ้นรถ ก่อนที่รถจะแล่นออกไปต่อหน้า โสภิตพิไลยืนมองตาม น้ำตาไหลริน

ตำรวจคุมตัวพาสากับนักโทษหญิงอีก 3 คนเข้ามาด้านในเรือนจำลหุโทษ ทั้งสี่คนยืนเรียงเป็นแถวต่อหน้าผู้คุมที่เป็นชายกลางคน ร่างใหญ่ ท่าทางดุดันน่ากลัว

ผู้คุมชายอ่านดูเอกสารส่งตัว แล้วกวาดตามองนักโทษหญิงทั้งสามด้วยสีหน้าเอือมระอา
“ส่งยา หวยเถื่อน ล่อลวง...” ผู้คุมส่ายหัว “เดี๋ยวนี้ทำมาหากินสุจริตกันไม่เป็นแล้วหรือไง คุกตะรางจะไม่พอใส่อยู่แล้ว”
ผู้คุมชายมองดูสาเป็นคนสุดท้าย
“คุณไม่ใช่นักโทษเป็นแค่ผู้ต้องหา ถูกส่งมาฝากขังระหว่างรอศาลพิจารณาคดี แต่ช่วงที่อยู่ในนี้ ขอให้ทำตัวอยู่ในระเบียบวินัย” ผู้คุมยิ้มขู่ “คดีฆ่าคนตาย...ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงคุณได้เข้ามาอยู่ในนี้แน่”
สาหน้าเสีย

ประตูเหล็กปิดดังปัง!
สาและนักโทษหญิงถูกส่งเข้ามาในห้องชั้นใน ผู้คุมหญิงคนที่อายุมากสุด ท่าทางเข้มงวดสั่งลูกน้อง
“ตรวจให้ทั่วทุกซอกทุกมุม อย่าให้เอาอะไรติดตัวเข้าไปเป็นอันขาด”
สาถูกผู้คุม 1 ผลักเข้าไปในห้องเล็ก
“ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด! เร็ว!”
สาฝืนทน รู้สึกขมขื่นมาก

ไม่นานต่อมา ผู้คุมหญิงเดินนำสาที่อยู่ในเครื่องแบบนักโทษเดินมาที่หน้าห้องขัง
“เธออยู่ที่นี่ ห้องน้ำกับโรงเลี้ยงอาหารอยู่ด้านโน้น กลางคืนประตูจะปิดตอนสองทุ่ม”
ผู้คุมหญิงพูดห้วนๆ แล้วเดินออกไป
สาเดินเข้าไปในห้องอย่างหมดอาลัยตายอยาก ในห้องมีที่นอนสองอัน สาเดินไปนั่งบนที่นอนอันหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงแปร๋นดังขึ้นด้านหลัง
“นั่นที่ของฉัน”
สาชะงัก หันมามอง แล้วก็ต้องตกใจที่เห็นหน้าพร สาวใช้ที่บ้านเช่าหญิงโสภาและสมศักดิ์ พรเองก็ตกใจ
“คุณ”
“พร…นั่นพรใช่ไหม”
พรแทบไม่เชื่อสายตา “คุณสา... นี่คุณ คุณเข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไง”
“ฉัน...ฉันพลั้งมือฆ่าคนตาย”
พรแค่นหัวเราะ สีหน้าโกรธแค้นชิงชังขึ้นมาทันที
“ผู้ชายล่ะสิ ใช่ไหม...ฉันก็เหมือนกัน...ผู้ชายมันก็มีแต่เลวๆ ทั้งนั้น ตายไปเสียได้น่ะดีแล้ว”
สาแปลกใจ “พรฆ่าใครเหรอ”
“มันจ้างฉันไปทำงานบ้าน วันนั้นเมียมันไม่อยู่บ้าน ผัวมันเลยฉวยโอกาสปล้ำฉัน” พรแค้นจัด “แต่ฉันไม่ยอม ฉันสู้...โชคดีมีมีดอยู่แถวนั้น ฉันเลยจ้วงแทงมันเสียมิดด้าม…โดนไปหกปี สบายไป”
สาโมโหของขึ้น “ผู้ชายมันปล้ำเรา เราป้องกันตัว ทำไมเราต้องติดคุก”
พรเจ็บใจ “เขาว่าฉันทำเกินกว่าเหตุ ถุย ต้องรอให้มันข่มขืนสำเร็จ แล้วถึงจะฆ่าได้หรือยังไง”
“พรยังโดนตั้งหกปี แล้วฉันล่ะ จะต้องติดคุกนานแค่ไหน”

สาหน้าหมองไปถนัด สลดหดหู่ใจ เมื่อหวนคิดถึงชะตากรรมของตัวเอง

อ่านต่อหน้า 2
กำลังโหลดความคิดเห็น...