xs
xsm
sm
md
lg

ลูกทาส ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลูกทาส ตอนที่ 6

ในเวลาต่อมา น้ำทิพย์กำลังฟังรายงานจากบุญเจิมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีนมอ้อนอยู่ใกล้ๆ

"พี่มาโนชคงต้องการกำจัดแก้วไปให้พ้นหูพ้นตา แต่ก็กลัวเรื่องยุ่งยากจะตามมา ก็เลยขายทิ้งไปหัวเมืองปักษ์เสีย แก้วจะได้กลับมาไม่ได้อีก"
อ้อนคิดหนัก
"ถ้าแค่นั้นก็ดีน่ะสิเจ้าคะ นมว่าถึงหัวเมืองปักษ์ใต้ไม่เกินสามวัน เจ้าแก้วต้องโดนฆ่าเป็นแน่ แถบนั้น เจ้าคุณพ่อของคุณมาโนชมีอำนาจมากนัก คนหายไปซักคนสองคน จะไปจับมือใครดมได้"
บุญเจิมร้อนใจสุดๆ
"ถ้าอย่างนั้นจะทำกันดีล่ะเจ้าคะ พี่แก้วกำลังจะถูกส่งไปตาย คุณน้ำทิพย์จะนิ่งดูดายรึเจ้าคะ"
น้ำทิพย์ปราม
"ใจเย็นๆก่อนบุญเจิม ฉันบอกแล้วว่าเรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป นมจ๊ะ ฉันรบกวนนมไปทำงานแทนฉันสักหน่อย แม้ว่างานนี้จะหวังผลได้ไม่มากนัก แต่ก็ดีกว่าไม่หาทางทำอะไรเสียเลย"
"คุณน้ำทิพย์ จะให้นมไปทำอะไรก็สั่งมาเลยเจ้าค่ะ"
"ฉันอยากให้นม ไปแจ้งเรื่องแก้ว ให้คุณพระนิติธรรมลือชาท่านทราบ"
นมอ้อนตกใจกับทางแก้ปัญหาของคุณน้ำทิพย์ บุญเจิมยิ้มดีใจแอบมีความหวังขึ้นมา ขณะที่น้ำทิพย์อดมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาไม่ได้

เวลาบ่าย พระนิติธรรมกำลังจะเดินขึ้นบนเรือนพระยาไชยากร มาโนชรีบมาขวางที่บันไดไว้ไม่ให้ขึ้น มาโนชชี้หน้าคุณพระพร้อมกับตะคอก
"ไล่ไปแล้วครั้งนึง ยังจะด้านหน้ามาอีก ดูถูกดูแคลนกันเกินไปแล้วกระมังคุณพระ ถ้าอยู่ข้างนอก กระผมทำอะไรคุณพระไม่ได้ แต่เมื่อบุกมาถึงเรือน ก็คนละเรื่องกันแล้ว เฮ้ย มีใครอยู่บ้างโว้ย มีคนบุกมาทำร้ายข้าถึงเรือน รีบมาช่วยข้าเร็ว"
ขาดคำ บุญมีกับทาสชายคนอื่นอีกหลายคน ก็พากันออกมา ล้อมกรอบพระนิติธรรมไว้ คุณพระเหล่มองรอบๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เข้าใจคิดดีนี่คุณมาโนช แต่ฉันไม่อยากเสียเวลากับคนที่รู้กฎหมายเท่าหางอึ่งดอกนะ ไปเชิญท่าน
เจ้าคุณไชยากรมาคุยกับฉันเถอะ"
บุญมียิ้มเยาะ
"ปากกล้าเหลือเกินนะขอรับคุณพระ กระผมชักอยากทราบเสียแล้ว ว่าฝีมือหมัดมวยของท่านจะเก่งเหมือนปากหรือไม่"
ขาดคำ เจ้าคุณก็เดินออกมาจากข้างในเรือนและตวาด
"บังอาจเกินไปแล้วไอ้บุญมี มึงเป็นแค่ทาสชั้นต่ำ กล้าพูดจากับขุนนางชั้นผู้ใหญ่เช่นนี้ อยากหัวขาดรึไง"
บุญมีกับพวกทาสชาย รีบคุกเข่าลงทันที กลัวเจ้าคุณ มาโนชหน้าเสีย
"แต่คุณอาขอรับ"
เจ้าคุณยกมือห้ามไม่ให้หลานชายพูดต่อ ก่อนจะหันไปคุยกับคุณพระ
"ฉันต้องขอโทษคุณพระด้วย ที่บ่าวไพร่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ที่คุณพระมาถึงเรือนฉันวันนี้ คงมาด้วยเรื่องไอ้แก้วกระมัง"
พระนิติธรรมลือชายกมือไหว้ แต่เจ้าคุณเมิน ไม่รับไหว้
"เมื่อท่านเจ้าคุณพูดตรงๆ กระผมก็ไม่อ้อมค้อม กระผมได้ยินมาว่าท่านเจ้าคุณจะขายเจ้าแก้ว กระผมจึงอยากจะขอซื้อตัวมัน ไม่ทราบว่าท่านเจ้าคุณจะคิดราคาเท่าใด"
เจ้าคุณไชยากรยิ้มขำๆ
"ราคาเท่าใดน่ะรึ ก็ไม่มากไม่น้อย ฉันขอคิดราคา เป็นทองเท่าน้ำหนักตัวไอ้แก้วก็แล้วกัน คุณพระจ่ายได้หรือไม่ล่ะ"
มาโนชยิ้มสะใจ ที่เจ้าคุณแกล้งคุณพระได้
"ท่านเจ้าคุณทำเช่นนี้ อย่านึกว่ากระผมไม่รู้เท่า เอาเถอะ จะขายเจ้าแก้วไปหัวเมืองปักษ์ใต้ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าคิดว่าจะทำร้ายมันได้ หากเจ้าแก้วเป็นอะไรไป กระผมเอาผิดท่านเจ้าคุณได้แน่"
พระนิติธรรมเดินเลี่ยงกลับไปโดยที่ไม่มีใครกล้าขวางทาง พระยาไชยากร และมาโนช มองตามไปด้วยความเกลียดชัง แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรบุ่มบ่าม

บนเรือนแพในเวลาพระนิติธรรมกำลังคุยกับน้องสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีอ้นอยู่ใกล้ๆ
"ไม่ขายก็ไม่ขาย แต่นี่เรียกทองเท่าน้ำหนักตัว น่าเกลียดจริงๆ แล้วเราจะช่วยแก้วได้ยังไงกันคะคุณพี่"
"พี่จะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านเจ้าคุณสุเรนทร์ฟัง ท่านมีอำนาจในชายทะเลปักษ์ใต้อยู่ไม่น้อย ถ้าท่านกำชับให้คนของท่านคอยสอดส่องดูแลให้ เจ้าแก้วก็น่าจะปลอดภัยได้"
"แล้วถ้าพระยาไชยากรลอบเล่นงานไอ้แก้วระหว่างทางเล่าขอรับ ทั้งเรื่องไอ้ใบแลไอ้คนติดฝิ่นนั่น ก็เห็นชัดแล้ว ว่าเจ้าคุณไชยากรร้ายกาจมากนะขอรับ" อ้นบอก
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ดอก ท่านเจ้าคุณเป็นคนรอบคอบ รู้ว่าถ้าไอ้แก้วเป็นอะไรไป ข้าคงตามไม่ปล่อยแน่ อย่างไรก็คงไม่กล้าเสี่ยง ถ้าจะทำก็ต้องรอถึงหัวเมืองก่อน แต่ถ้าเราสืบได้ว่าใครซื้อไอ้แก้วไป แล้วซื้อต่อในราคาสูงกว่า ก็คงได้ตัวไอ้แก้วกลับมาได้ไม่ยาก"
คุณกัลยากลุ้มใจมาก
"น้องไม่เข้าใจเลยค่ะคุณพี่ กะอีแค่แก้วหนีมาเล่าเรียนกับคุณพี่ ทำไมถึงต้องจองล้างจองผลาญกันถึงขนาดนี้ด้วย"
"เพราะไอ้แก้วมันใฝ่เรียน แลมีความรู้มากกว่าทาสทั้งปวง จึงเอาไว้ไม่ได้ยังไงเล่า ไม่เช่นนั้น หากทาสอื่นทำตามอย่างไอ้แก้ว เจ้าคุณไชยากรก็จะปกครองใครไม่ได้ ความโลภแลลุแก่อำนาจ มันบดบังปัญญาเจ้าคุณไชยากรจนหมดสิ้นแล้ว แลมันจะย้อนกลับมาทำลายท่านเจ้าคุณ ในสักวันหนึ่งข้างหน้า"

พระนิติธรรมลอชาได้แต่ถอดถอนใจออกมา

เวลาเย็น มาโนชเดินคุยกับพลอย เข้ม และบุญมีมาอย่างอารมณ์ดี

"คุณอาเรียกทองเท่าน้ำหนักตัวไอ้แก้ว มันสาแก่ใจข้าจริงๆ หน้าตาไอ้คุณพระ เหมือนคนใบ้อมบอระเพ็ดไม่มีผิด เสียดายอย่างเดียว ที่มันเหยียบมาถึงเรือนแล้ว แต่ไม่ได้เอาเลือดหัวมันออก"
บุญมีประจบประแจง
"นั่นสิขอรับ กระผมล่ะชังน้ำหน้ามันนัก ท่านเจ้าคุณไม่น่าห้ามเลย อยู่ในเรือนเราแท้ๆ จะต้องกลัวอะไร"
เข้มประจบบ้าง
"โอกาสยังมีอีกมากนัก ในเมื่อเรากำจัดไอ้แก้วตามแผนของคุณมาโนชได้แล้ว ไอ้คุณพระมีหรือจะพ้นมือเราไปได้"
มาโนชหัวเราะชอบใจ
"เอ็งพูดถูกแล้วไอ้เข้ม ไอ้คุณพระมันคิดจะแย่งน้องน้ำทิพย์ไปจากข้า ก็ต้องโดนเช่นนี้แหละ ... ไป วันนี้ข้าอารมณ์ดีนัก พวกเอ็งอยากกินอะไร บอกมาเลย"
บุญมี พลอย และเข้ม ต่างดีอกดีใจจนออกนอกหน้า
พลอยหันไปพูดกับเข้ม
"เอ็งจะดีใจทำไมวะไอ้เข้ม เอ็งต้องอยู่เฝ้าไอ้แก้ว ไปไม่ได้"
เข้มหน้าเสีย
"เมื่อเช้าข้าก็เฝ้าแล้ว คืนนี้ก็ให้ไอ้ผูกเฝ้าไปสิ"
"ไอ้ผูกไว้ใจได้ไม่เท่าเอ็งดอก เอ็งอยู่น่ะดีแล้วไอ้เข้ม ไปกันเถอะขอรับ คุณมาโนช" บุญมีบอก
มาโนชเดินนำบุญมี และพลอยไปอย่างอารมณ์ดี เข้มเซ็งสุดๆ
"อดอีกแล้ว ทำไมต้องเป็นอย่างงี้ด้วยวะ"
เข้มเดินหัวเสียเลี่ยงไปอีกทาง ด้านหนึ่ง คอกแอบฟังทุกคนคุยกันอยู่อย่างเก็บข้อมูล

ผ่านเวลาเล็กน้อย คอกกำลังคุกเข่า รายงานทุกอย่างให้น้ำทิพย์ฟัง โดยมีบุญเจิมคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ เธอใช้ความคิดแล้วหันมาถาม
"พี่มาโนชไปกินเหล้า กว่าจะกลับก็คงรุ่งสาง คอก วันนี้คุณพ่อจะไปหาแม่นิ่มหรือไม่"
"ไปขอรับ พี่บุญมีไปกับคุณมาโนช พี่แก้วก็ถูกขัง คนที่จะต้องตามไปรับใช้ท่านเจ้าคุณ คงไม่แคล้วกระผมเป็นแน่ เสียดายเหลือเกิน โอกาสงามอย่างนี้ กระผมน่าจะได้อยู่ช่วยพี่แก้ว"
"อย่างนี้แหละดีแล้ว คอกจงแกล้งถ่วงเวลาคุณพ่อให้นานที่สุด ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี ฉันกับบุญเจิม จะได้หาทางเข้าไปเยี่ยม แลเอาหยูกยาเข้าไปให้แก้ว"
บุญเจิมดีใจมาก
"คุณน้ำทิพย์มีแผนแล้วหรือเจ้าคะ เอ่อ แต่ไอ้เข้มมันเฝ้าเรือนขังอยู่ เราจะผ่านมันไปได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ"
น้ำทิพย์ยิ้มบางๆ สีหน้ามั่นใจ มีแผนการ
"เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง คอกกับบุญเจิม ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ"

เวลาหัวค่ำ คอกขับรถม้าพาพระยาไชยากรมาที่บ้านเช่า พระยาไชยากรด่าคอกหลังลงจากรถม้า
"ไอ้โง่เอ๊ย พาข้าวกวนเสียจนมืดค่ำ หนทางใกล้ๆแค่นี้ เอ็งยังจำไม่ได้ ข้าควรจะเลี้ยงควายแทนทาสอย่างเอ็งเสียเหลือเกิน"
คอกรีบลงจากรถม้าไปคุกเข่าต่อหน้า ยกมือไหว้เจ้าคุณด้วยความหวาดกลัว
" อภัยให้กระผมด้วยเถอะขอรับท่านเจ้าคุณ กระผมเคยแต่นั่งตามพี่แก้วมา ไม่เคยบังคับม้าเอง เลยหลงทางน่ะขอรับ"
เจ้าคุณจะด่าต่อ แต่นิ่มและอบเชยเดินออกมาจากข้างในซะก่อน
นิ่มยิ้มแย้มถาม
"มาเสียค่ำเลยนะคะท่านเจ้าคุณ รับสำรับเย็นมาหรือยังคะ"
เจ้าคุณหงุดหงิด
"รีบจัดมาเลยเถอะแม่นิ่ม ฉันหิวจนตาลายแล้ว"
พูดแล้วก็ชี้หน้าคอก
"เพราะไอ้ทาสโง่เง่านี่แท้ๆ ฉันไม่ควรใช้งานมันเลย กลับไปต้องลงโทษให้หนัก"
นิ่มเอาอกเอาใจ
"อย่ามีโทสะไปเลยค่ะ เดี๋ยวรับน้ำเย็นๆแล้วเล่นกับลูกก่อนนะคะ ฉันจะรีบจัดสำรับมาให้"
เจ้าคุณค่อยยิ้มออกอารมณ์ดีขึ้น โอบเอวนิ่มขึ้นเรือนไป คอกถอนใจอย่างโล่งอกที่รอดไปได้
"พาอีตาเจ้าคุณหลงทางรึ ถึงได้โดนดุด่าเสียลั่นบ้าน" อยเชยถาม
คอกหน้าจ๋อยๆ
"ขอรับ"
"มาตั้งหลายครั้งแล้ว ยังจะหลงอีก ทำไมวันนี้ถึงมาคนเดียว นายแก้วไม่มาด้วยรึ"
คอกอึกๆอักๆ ไม่รู้จะเล่าให้อบเชยฟังดีหรือไม่

อบเชยตกใจด้วยความเป็นห่วงแก้ว
"โดนหนักถึงเพียงนั้นเชียวรึ แล้วนี่นายแก้วเป็นยังไงบ้าง"
อบเชยคุยกับคอกอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่ใต้ถุนเรือน
"ไม่ทราบขอรับ ท่านเจ้าคุณสั่งไม่ให้ใครเข้าไปเยี่ยม ก็ได้แต่บนบานศาลกล่าวให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองพี่แก้ว ไม่ให้เป็นอะไรมากเท่านั้นล่ะขอรับ"
อบเชยไม่พอใจบอก
"ฉันเคยเจอหลานชายของอีตาพระยานาล่มแล้ว เป็นคนสูงด้วยชาติตระกูลแต่กิริยาหยาบช้านัก นายแก้วน่าสงสารจริงๆที่มีนายเช่นนี้"
"ทาสในเรือน ที่ไม่ถูกใจคุณมาโนชก็น่าสงสารทุกคนล่ะขอรับ แล้วนี่พี่แก้วก็กำลังจะถูกขายด้วย ไม่รู้ต่อไปจะเป็นเช่นไรเลย"
"ฉันจะเล่าเรื่องนี้ให้พี่นิ่มฟัง พี่นิ่มถือว่านายแก้วมีบุญคุณอยู่ หากมีอะไรที่ช่วยได้ พี่นิ่มต้องช่วยนายแก้วเต็มกำลังแน่"
คอกดีใจ ยกมือไหว้
"ขอบพระคุณมากขอรับ ถึงพี่แก้วจะมีนายไม่ดี แต่ก็ยังมีบุญ ที่มีแต่คนดีๆเมตตา พี่แก้วก็คงไม่ถึงกับโชคร้ายเกินไปนัก"

อบเชยสีหน้าอมยิ้มปลื้มๆ คอกยิ้มแย้มมีความหวังขึ้นมา

เวลากลางคืน เข้มกำลังนั่งตบยุงอย่างเซ็งๆอยู่คนเดียว ที่หน้าเรือนขังทาส เข้มหงุดหงิด พูดไปตบยุงไป

"คนอื่นได้กินเหล้า แต่ไอ้เข้มต้องมานั่งให้ยุงกินเลือด ทำไมวะ"
ขณะนั้นเอง บุญเจิมก็เดินถือตะกร้าใส่อาหาร ยา เข้ามาหาเข้มพลางยิ้มเยาะ
" ก็ใครใช้พี่ให้ยอมคนอื่นอยู่ร่ำไปเล่า"
"เอ็งไสหัวไปเลยนังเจิม ข้าบอกแล้วไง ว่าหน้าไหนก็เข้าไปหาไอ้แก้วไม่ได้ทั้งนั้น"
ขาดคำ น้ำทิพย์ซึ่งใช้ผ้าคลุมหัวปิดบังใบหน้า แล้วเดินเข้ามาหาเข้ม แต่เจอตะคอกใส่เพราะไม่รู้ว่าเป็นน้ำทิพย์
"ใครวะ มีผ้าคลุมหัวคลุมหู ทำลับๆล่อๆ เดี๋ยวก็ฆ่าทิ้งซะเลย"
น้ำทิพย์ถอดผ้าคลุมออก เห็นใบหน้าชัดๆ
"คุณน้ำทิพย์"
เข้มตกใจมาก รีบคุกเข่าไหว้ทันที
"เปิดประตูซิ ฉันจะเข้าไปเยี่ยมแก้ว"
เข้มตกใจมาก
"ไม่ได้ขอรับ กระผมจนด้วยเกล้าจริงๆ ท่านสั่งไว้เป็นคำตาย มิให้ใครเข้าไปเยี่ยมพบขอรับ"
"ท่านไหนกันที่สั่ง"
"ก็ท่านเจ้าคุณ ผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านนี้น่ะสิขอรับ"
น้ำทิพย์ยิ้มเล็กน้อย
"แล้วฉันคือใคร เป็นอะไรกับท่านนายใหญ่"
เข้มอึกๆอักๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี
น้ำทิพย์หยิบเงินออกมาหนึ่งบาท ยื่นให้เข้ม
"ฉันให้หนึ่งบาท เอาไปสิ"
เข้มเห็นเงินก็ตาลุกวาวด้วยความอยากได้ทันที แต่ก็ยังกลัวๆอยู่
"รับไปเถอะพี่เข้ม เวลานี้ทั้งท่านเจ้าคุณ คุณมาโนช พี่บุญมี พี่พลอย ไม่มีใครอยู่ซักคน จะกลัวอะไร"
เข้มลังเล
"แต่"
บุญเจิมตีหน้าตาย
"ถ้าไม่รับ ฉันจะป่าวประกาศว่าพี่คิดจะทำร้ายคุณน้ำทิพย์ เมื่อครู่ฉันได้ยินเต็มสองรูหู ว่าพี่ตวาดใส่คุณน้ำทิพย์ แล้วขู่ว่าจะฆ่าทิ้งด้วย"
เข้มตกใจสุดๆ รีบรับเงินจากน้ำทิพย์ทันที เธอยิ้มบางๆ
"ไปไขประตู"
"ขอรับ"
เข้มรีบเดินไปไขประตูเรือนขังทาส น้ำทิพย์รับตะกร้าจากบุญเจิมมา
"เดี๋ยวบุญเจิมรออยู่ข้างนอก คอยดูต้นทางให้ฉันด้วย"
บุญเจิมหน้าเสีย
"ขอบ่าวเข้าไปเยี่ยมพี่แก้วด้วยไม่ได้หรือเจ้าคะ บ่าวอยากรู้ว่า พี่แก้วเป็นยังไงบ้าง"
"ฉันออกมาแล้วจะเล่าให้ฟังเอง อยู่ดูต้นทางข้างนอกนี่ล่ะดีแล้ว เพราะฉันเองก็ไม่ได้วางใจเข้มนัก"
น้ำทิพย์ถือตะกร้ากับตะเกียงเดินเข้าเรือนขังทาสไป ในขณะที่บุญเจิมมองตามอย่างเซ็งๆ ที่อดเข้าไปด้วย เธอมีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยแก้วจนออกนอกหน้า

น้ำทิพย์เดินถือตะกร้ากับตะเกียงเข้ามาในเรือนขังทาส พอเข้ามาก็เห็นแก้วนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น แผลที่หลังมีน้ำหนองไหลจนนอนหงายไม่ได้ ที่เท้ายังมีโซ่ล่ามไว้ น้ำทิพย์มองแก้วด้วยความสงสารจับใจ
แก้วได้ยินเสียงผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้นมอง และตกใจมาก
"ใครวะ ... คุณน้ำทิพย์"
แก้วพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง
"ไม่เป็นไรแก้วนอนไปเถอะ"
"ไม่ได้ขอรับ กระผมจะเสียกิริยานอนคุยกับคุณน้ำทิพย์ได้ยังไง"
แก้วลุกขึ้นนั่งจนได้ แม้จะลำบากไม่น้อย น้ำทิพย์เปิดตะกร้าหยิบชามข้าวยื่นให้
"ฉันเอาอาหารกับยามาให้ ระหว่างที่แก้วทาน ฉันจะทายาให้ หันหลังมาสิ"
แก้วรับชามข้าวมาทาน แล้วหันหลังให้น้ำทิพย์
"ขอรับ"
น้ำทิพย์ใช้ส่องตะเกียงดูหลังแก้วชัดๆ ก็ยิ่งสงสารจับใจ
"โธ่เป็นหนองหมดแล้ว"
น้ำทิพย์หยิบขวดยาน้ำด่างทับทิมล้างแผล ชุบกับผ้าสะอาดแล้วล้างแผลให้แก้ว
แก้วแสบแผลมาก แต่กัดฟันไม่ร้อง
"ทีหน้าทีหลัง คุณน้ำทิพย์อย่าเข้ามาที่นี่อีกนะขอรับ ที่นี่มันไม่เป็นมงคล เสนียดจะติดตัวแลคุณน้ำทิพย์หาควรต้องเสี่ยงภัยเช่นนี้ไม่ อันตรายเกิดแก่ไอ้แก้วเป็นธรรมดาอยู่แล้วด้วยเป็นทาสเค้า แต่หากเกิดขึ้นกับคุณแม้เพียงกิ่งก้อย จะเจ็บช้ำทั้งกายใจแลเกียรติยศของคุณยิ่งกว่าไอ้แก้วนัก"
น้ำทิพย์ยิ้มบางๆ
"เจ็บจนจะตาย ซ้ำยังถูกเค้าจองจำเช่นนี้ ยังมีหน้าคิดถึงคนอื่นอีกรึ"
แก้วยิ้มบางๆ
"คนที่ควรค่าแก่การคิดถึง จนน่าจะตายแทนนั้น ย่อมได้แก่คนที่เห็นใจทาส เช่นคุณน้ำทิพย์คนเดียวเท่านั้นล่ะขอรับ"
น้ำทิพย์ยิ้มเขิน
"สาหัสเช่นนี้แล้ว ยังจะปากดีอีก เอาไว้ถูกส่งไปหัวเมือง..."
เธอชะงักไป พลั้งปากพูด... "เอ่อ"
แก้วหน้าขรึมลง
"คุณมาโนชจะขายกระผมไปหัวเมืองปักษ์ใต้ใช่หรือไม่ขอรับ ไอ้พลอยมันลำพอง จนเล่าให้กระผมฟังหมดแล้ว"
"แก้วไม่ต้องกลัวนะ ฉันกับคุณพระท่านจะหาทางช่วยแก้วให้ได้"

"ไม่สำเร็จดอกขอรับ ยิ่งใกล้ที่กระผมจะได้เป็นไท คุณมาโนชกับท่านเจ้าคุณยิ่งต้องเร่งกำจัดหนามยอกอกอย่างกระผมออกไป คนจ้องจะทำร้ายกับคนคอยระวังป้องกัน อย่างไรเสียคนจ้องทำร้ายก็ได้เปรียบมากกว่า"
น้ำทิพย์ไม่สบายใจ
"อย่าพูดอีกเลยแก้ว ฉันใจคอไม่ดี"
แก้วหน้าขรึมลง
"กระผมต้องขอโทษ ที่ทำให้คุณน้ำทิพย์ไม่สบายใจ แต่ขอให้กระผมได้พูดเถอะขอรับ เพราะพ้นจากนี้แล้ว ไอ้แก้วอาจจะไม่ได้พูดคุยกับคุณน้ำทิพย์อีก"
แก้วหันกลับไปจับมือน้ำทิพย์ไว้ เธอตกใจมาก ไม่คิดว่าแก้วจะกล้าจับมือเธอ "แก้ว"
แก้วมองน้ำทิพย์นิ่ง
"กระผมรู้ว่าไม่บังควร แต่กับคนที่ความตายมารออยู่ตรงหน้าอย่างไอ้แก้วแล้ว หากไม่พูดเสียแต่ตอนนี้ ก็คงต้องตายโดยที่โกหกตัวเองแลคุณน้ำทิพย์ตลอดไป"
น้ำทิพย์พยายามหักห้ามใจเต็มที่ เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้
"อย่าพูดอีกเลยแก้ว มันเป็นไปไม่ได้ดอก"
แก้วหยิบมือนำทิพย์ขึ้นมาแนบแก้มของตัวเอง
"กระผมรู้ ที่แล้วมาจึงไม่เคยหวังว่าคุณน้ำทิพย์จะลดตัวลงมาหา แต่กระผมหวังว่าจะตะกายถีบร่างของตนขึ้นไปหาคุณเอง เพื่อมอบชีวิตแลดวงใจ ลงไว้กับแทบเท้าอันการุญย์ของคุณคนเดียว แม้ในเวลานี้ จะเป็นจริงไม่ได้อีกแล้วก็ตาม แต่กระผมก็อยากให้คุณน้ำทิพย์รับรู้ไว้เพียงเท่านั้น"

น้ำทิพย์น้ำตาคลอเบ้า ในเวลาที่อาจจะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต ในที่สุด ความรักที่ถูกซ่อนไว้ของคนทั้งคู่ ก็เปิดเผยออกมา

เข้มนั่งเฝ้าหน้าเรือนขังทาส ในขณะที่บุญเจิมกระวนกระวาย อยากเข้าไปหาแก้วแต่โดนน้ำทิพย์ห้ามเอาไว้ให้ดูต้นทาง

เข้มมองบุญเจิมที่กระวนกระวายแล้วเบะปากหมั่นไส้
“อกจะแตกตายหรือนังเจิม กะอีแค่ไม่ได้เข้าไปดูสารรูปไอ้แก้วแค่นี้เอง”
บุญเจิมมองเข้มด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นเลยปั้นยิ้ม
“ที่ฉันห่วงพี่แก้วก็เพราะตั้งแต่ฉันเป็นสาวมา จะหาผู้ชายดีกับฉันเหมือนพี่แก้วเป็นไม่มี ฉันก็ต้องห่วงใยเป็นธรรมดา”
เข้มไม่พอใจ
“ทำไมจะไม่มีใครดีกับเอ็งวะ ในสายตาเอ็ง ไม่เห็นใครนอกจากไอ้แก้วมากกว่า”
“พี่พูดอย่างนี้ คงหมายถึงตัวเองล่ะสิ แล้วใครกันที่ใช้เล่ห์เพทุบายหลอกฉันไปปล้ำ แถมยังจะแบ่งฉันให้ไอ้พลอยอีก นี่เรียกว่าดีแล้วรึ”
เข้มหน้าเสีย เสียงอ่อย
“ข้าก็ไม่ได้อยากทำดอก แต่เอ็งมันหลงไอ้แก้วจนข้าทำดีเท่าใดก็ไม่ถูกใจเอ็ง ข้าถึงต้องวางแผนหลอกเอ็ง แต่ใจจริง ข้าไม่เคยคิดทิ้งขว้างเอ็งเลยนะ กะว่าได้เอ็งเป็นเมียเมื่อใด ก็จะไปสู่ขอตามประเพณี ส่วนเรื่องไอ้พลอย ข้าก็หลอกใช้มันเท่านั้นเอง ใครจะโง่ยกเมียตัวเองให้คนอื่น”
“จริงรึ พี่กล้าสาบานหรือไม่เล่า”
“กล้าสิวะ จะให้ข้าสาบานที่ไหนก็ว่ามา”
บุญเจิมสีหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่ต้องดอก เอาเป็นว่าฉันเชื่อพี่ก็แล้วกัน”ฺ
เข้มยิ้มดีใจ
บุญเจิมแกล้งหาว
“คืนนี้เราคงต้องนั่งคุยกันอีกนาน ฉันง่วงเหลือเกิน พี่มีหมากบ้างหรือไม่ ขอสักคำเถิด”
เข้มกระตือรือล้นอยากเอาใจบุญเจิม
“ข้าไม่มีดอก แต่เดี๋ยวข้าไปเอาที่โรงครัวให้ เอ็งรอก่อนนะ”
เข้มรีบเดินเลี่ยงไป
บุญเจิมยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรีบอ้อมไปที่หน้าต่างเรือนขังทาส แล้วหยิบขอนไม้มาปีนดูแก้วที่อยู่ข้างในด้วยความเป็นห่วง

ในเรือนขังทาส แก้วกำลังนอนหนุนตัก จับมือน้ำทิพย์อย่างทะนุถนอม ในขณะที่น้ำทิพย์กำลังทายาที่หลังให้แก้วด้วยความรักใคร่
“แผลคราวนี้หนักนัก คงไม่แคล้วต้องเป็นแผลเป็นแน่”
“แผลที่หลังไม่สำคัญดอกขอรับ ยังมีแผลอื่นที่สาหัสกว่านี้” แก้วบอก
“ตรงไหนรึ ให้ฉันดูหน่อย ฉันจะแต้มยาให้”
แก้วยิ้มบางๆบอก
“ดูไม่ได้ขอรับ เพราะแผลนี้เกิดขึ้นกลางใจแก้ว แลดวงใจนี้เป็นดวงใจของทาส คุณน้ำทิพย์เป็นนายหาควรลดเกียรติลงมาดูไม่”
น้ำทิพย์เขินอาย
“น่าประหลาด ถ้าเกี่ยวกับหัวใจของทาส ผู้เป็นนายกลับไม่มีสิทธิ์จะดู”
แก้วลุกขึ้นนั่ง มองหน้าน้ำทิพย์นิ่ง
“นายอาจมีสิทธิ์ดูขอรับ แต่สิทธิอันนั้นบังเอิญถูกขึงกั้นไว้ด้วยเกียรติยศประเพณี ซึ่งยากที่คุณน้ำทิพย์จะทลายมันเสียได้ แก้วจึงขอวอนให้แผลนี้กลัดหนองอยู่ในหัวใจทาสต่อไปเถิด”
น้ำทิพย์หน้าเศร้าลง
“มีแต่หัวใจทาสเท่านั้นรึ ที่รู้จักเป็นแผลกลัดหนอง หัวใจของผู้เป็นนาย อาจเกิดกลัดหนองขึ้นบ้างใครจะรู้”
แก้วค่อยๆดึงน้ำทิพย์เข้ามากอด ด้วยความรักเต็มเปี่ยม เธอซบลงตรงอกแก้ว แล้วกอดแก้วกลับ ด้วยความรักไม่ต่างจากกัน แก้วยิ้มบางๆ เปี่ยมสุขที่น้ำทิพย์ก็รักเขาเช่นกัน
“กระผมมีความสุขเหลือเกินขอรับ แม้ว่าความสุขนี้ จะมาในเวลาที่ลมหายใจของกระผมพร้อมจะดับไปทุกเมื่อก็ตาม แลหากภายหน้า กระผมต้องรับเคราะห์กรรมอันเกิดจากการกำเริบเสิบสานของตน กระผมก็ยินดี”
“ถ้าแก้วต้องรับเคราะห์กรรม ฉันก็จะเป็นเพื่อนเคราะห์ไปกับแก้วด้วย แต่นั่นก็จะทำให้รักของเรามีคุณค่าสูงขึ้น เพราะรักของเราอิ่มเอิบภาคภูมิอยู่บนปากเหวแห่งความตาย มันย่อมจะจริงจังกว่า มีคุณค่ากว่ารักที่ดำเนินไปตามสภาพธรรมดา ไม่ใช่รึแก้ว”
แก้วยิ้มอย่างมีความสุข ทั้งคู่ต่างกอดกันแน่น ถ่ายทอดความรักที่เก็บซ่อนเอาไว้ให้อีกฝ่ายรับรู้ด้วยหัวใจ
ที่หน้าต่างเรือนขังทาส บุญเจิมหน้าตาช็อก นิ่งงัน น้ำตาท่วมตาก่อนจะไหลหยดออกมา

บุญเจิมขาอ่อนหมดแรง การทรงตัวเซตกจากขอนไม้ลงไปหกล้มนั่งทรุดกับพื้น บุญเจิมช็อก ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง เพราะถึงแม้เธอจะหึงหวงแก้วยังไง ก็ไม่เคยระแวงมาถึงน้ำทิพย์เลย และยิ่งไม่อยากเชื่อ ว่าผู้หญิงที่แก้วรัก ก็คือน้ำทิพย์นั่นเอง !!
บุญเจิมตาแดงกล่ำ น้ำตาเอ่อท่วมขึ้นมาอีกก่อนจะหยดไหลลงอาบแก้ม ทั้งช็อก ผิดหวัง เสียใจ โกรธแค้นเหมือนโดนหักหลัง ปนเปหันไปหมด

แก้ว และน้ำทิพย์ยังคงกอดกันด้วยความรัก อยู่ในเรือนขังทาส ก่อนที่แก้วจะคลายมือ ดันตัวน้ำทิพย์ออก
“คุณน้ำทิพย์กลับไปเถิดขอรับ คุณเข้ามานานแล้ว เดี๋ยวจะผิดสังเกต”
น้ำทิพย์พยักหน้ารับ ค่อยๆ ไปหยิบยา อาหารใส่ตะกร้า เตรียมจะลุกออกไป แก้วขบกรามแน่น ก่อนจะตัดใจพูด
“ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะขอรับ คุณอย่าเข้ามาที่นี่อีก”
น้ำทิพย์อึ้งไปครู่
“แก้วจะให้ฉันตัดใจ ทนดูแก้วตายหรือถูกขายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นน่ะรึ”
แก้วหน้าเศร้าลงบอก
“เพียงแค่กระผมรู้ว่าหัวใจของคุณน้ำทิพย์กับไอ้แก้ว เป็นหัวใจเดียวกัน กระผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว คุณอย่าเสี่ยงภัยมายุ่งเกี่ยวกับกระผมอีกเลยขอรับ”
น้ำทิพย์สีหน้านิ่ง แต่สายตาเด็ดเดี่ยว สีหน้ามุ่งมั่นจริงจังจะช่วยแก้ว
“ยิ่งฉันรู้ ว่าหัวใจเราตรงกัน ฉันยิ่งไม่มีวันยอมสูญเสียแก้วไปเป็นอันขาด ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงภัยเท่าใดก็ตาม”
น้ำทิพย์สะบัดหน้าพรืดถือตะกร้าเดินออกจากเรือนขังทาสไป แก้วได้แต่มองตามด้วยสายตาเป็นห่วง กลัวน้ำทิพย์จะต้องโทษไปด้วย

น้ำทิพย์ออกมาจากเรือนขังทาส เห็นเข้มยืนหงุดหงิดอยู่คนเดียว แต่ไม่เห็นบุญเจิมแล้ว
“บุญเจิมไม่อยู่รึ”
เข้มหงุดหงิด แต่พยายามข่มอารมณ์ไม่กล้าพาลใส่น้ำทิพย์
“ขอรับ มันหลอกกระผมให้ไปเอาหมากที่โรงครัว พอกระผมกลับมามันก็หายไปแล้ว … นังนี่มันชอบปั่นหัวกระผม เห็นกระผมเป็นคนโง่เง่า ต่อไป หากมันแกล้งทำดีกับกระผม กระผมจะไม่เชื่อมันอีกแล้ว”

น้ำทิพย์แปลกใจ ที่บุญเจิมกลับไปโดยไม่รอเธอ ทั้งๆที่บุญเจิมน่าจะห่วงแก้ว และอยู่ถามอาการแก้วจากเธอมากกว่า
 
อ่านต่อหน้า 2

ลูกทาส ตอนที่ 6 (ต่อ)

ในเรือนทาสบุญมี มีไฟจากตะเกียงดวงเล็กๆ
 
บุญเจิมร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเห็นในเรือนขังทาส ระหว่างแก้วกับน้ำทิพย์
เธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด เสียใจสุดๆที่แก้วรักน้ำทิพย์ไม่ใช่เธอ ทั้งแก้วและน้ำทิพย์ยังปิดบังเธอเอาไว้อีก
ความเสียใจ ความแค้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนสายตาบุญเจิมเริ่มแข็งกร้าว บุญเจิมขบกรามแน่น นิ้วมือเริ่มจิกเข้าหากัน จนเล็บจิกเข้าไปที่ขาตัวเอง แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

ภายในห้องนอน น้ำทิพย์นอนอยู่คนเดียวบนเตียง พลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ แม้จะเป็นเรื่องเดียวกับที่บุญเจิมคิด แต่ความรู้สึกของคนทั้งคู่ต่างกัน ขณะที่บุญเจิมมีแต่ความทุกข์ทรมานที่ไม่สมหวังในรัก แต่หัวใจของน้ำทิพย์เต็มไปด้วยความสุข จนไม่สามารถข่มตาหลับลงไปได้ เธอยิ้มอาย ไม่เคยคิดเลยว่า แก้วกับเธอจะมาสารภาพรักกันในเรือนขังทาสแบบนี้

ทางด้านแก้วนั่งพิงห้องขัง มือจับโซ่ที่ล่ามขาตนอยู่ แต่สีหน้ากลับเปี่ยมไปด้วยความสุข เมื่อนึกถึงความรักของเขากับน้ำทิพย์ แก้วยิ้มบางๆอย่างสุขใจ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว ทั้งสามคนที่คิดในเรื่องเดียวกัน มีเพียง
บุญเจิมผู้เดียวเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความทุกข์ เคียดแค้น ริษยา แต่แก้ว และน้ำทิพย์ กลับเต็มไปด้วยความสุขเต็มหัวใจ

หน้าเรือนทาสในตอนเช้า คอกกำลังคุยกับกิ่งด้วยความแปลกใจ ขณะที่กิ่งพูดไปก็เช็ดใบตองไปด้วย
คอกแปลกใจและนึกไม่ถึง
“อะไรนะป้า นังเจิมยังไม่มาหาป้าอีกรึ”
กิ่งไม่สบายใจ
“ก็ใช่น่ะสิ มันบอกข้าว่ามันจะไปหาไอ้แก้วกับคุณน้ำทิพย์ แล้วจะมาเล่าให้ข้าฟังว่าไอ้แก้วเป็นยังไงบ้าง ข้าก็เลยรอจนครึ่งค่อนคืน แต่มันก็ไม่มา”
คอกแปลกใจ
“แปลกนัก เรื่องพี่แก้ว เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตของนังเจิมมาตลอด แล้วเหตุใด มันถึงไม่มาเล่าให้ป้าฟัง”
กิ่งใจคอไม่ดี
“ข้ากลัวเหลือเกินไอ้คอก กลัวว่าไอ้แก้วมันจะอาการไม่ดี นังเจิมถึงไม่กล้ามาบอกข้า”
คอกหน้าเสียกลัวเหมือนกัน
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลยป้า เอาไว้เจอนังเจิมก่อน แล้วค่อยถามมันดีกว่า ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
คอกสีหน้าร้อนใจอยากรู้

เวลาเช้า บุญมีเปิดประตูเรือนออกมา ด้วยท่าทีปวดหัวอย่างหนัก เพราะเมื่อคืนไปกินเหล้ากับมาโนชมา จนเมาค้าง ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกมา ก็เห็นบุญเจิมนั่งซึมอยู่ที่หน้าเรือน
บุญมีแปลกใจ
“อ้าว นังเจิม เอ็งอยู่เรือนรึนี่ ข้านึกว่าเอ็งรับใช้คุณน้ำทิพย์ จนหาทางกลับเรือนทาสไม่ถูกเสียแล้ว”
บุญเจิมน้ำตาคลอเบ้าหันกลับมา พอได้ยินพูดชื่อน้ำทิพย์ก็เกิดความแค้น ความเสียใจ ปะดังกลับ
เข้ามาอีก บุญเจิมน้ำตาไหลซึมออกมา
“เอ็งร้องไห้ทำไมนังเจิม ใครทำอะไรเอ็ง”
บุญเจิมแค้นใจสุดๆ ปาดน้ำตา
“ฉันพูดไปแล้วพี่ช่วยฉันได้รึ คนที่ทำร้ายฉันอยู่สูงกว่าพี่มากนัก แม้แต่คุณมาโนชยังทำอะไรไม่ได้เลย”
บุญมียิ่งแปลกใจหนักขึ้น ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ผ่านเวลาเล็กน้อย บุญเจิมเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุญมีฟังอยู่ที่มุมสวน ฝ่ายพี่ชายอึ้งไป ไม่คิดว่า แก้วจะไปรักกับน้ำทิพย์ได้
“เป็นอย่างไรล่ะ ฉันเล่าให้พี่ฟังแล้ว พี่ช่วยฉันได้หรือไม่ พวกเรามันแค่ทาส จะไปมีปัญญาทำอะไรคุณน้ำทิพย์”
บุญมีฉุกคิดหาผลประโยชน์เข้าตัวได้ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปแกล้งโกรธเอาใจน้อง
“ชะช้า ดูหรือเป็นถึงนางหงส์พงศ์พระยา มาลดตัวให้ไอ้กาดำต่ำศักดิ์เช่นนี้ ถ้าเป็นลูกเต้าของข้าแล้ว ไอ้บุญมีจะตัดคอเสียบประจานไว้ทีเดียว แต่เอ็งไม่ต้องกลัวดอกนังเจิม ข้าไม่ปล่อยให้เอ็งถูกหญิงร้ายชายชั่วสองคนนี้หลอกเอาดอก ข้าจะแก้แค้นให้เอ็งเอง”
บุญเจิมสนใจทันที
“พี่จะทำอย่างไรรึ”
“ก็กราบเรียนท่านเจ้าคุณน่ะสิวะ”
บุญเจิมผงะไปเล็กน้อย
บุญมียิ้มสะใจ
“ทั้งไอ้แก้วแลคุณน้ำทิพย์จะได้ถูกลงอาญาให้สาสมกับความผิดคิดชั่ว”
บุญเจิมห่วงแก้ว
“แล้วพี่แก้วไม่ถึงตายรึ”
บุญมีชะงักไป กลัวน้องไม่ร่วมมือ เลยรีบโกหก
“ไม่ดอก ฆ่าคนไม่ใช่เรื่องเล็กแลไอ้คุณพระเรือนแพก็จ้องจับผิดอยู่ ท่านเจ้าคุณไม่กล้าเสี่ยงเป็นแน่... อย่างมาก ก็ขายมันไปหัวเมืองปักษ์ใต้ให้พ้นหูพ้นตาเท่านั้นเอง”
บุญเจิมหน้าเสีย
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอพี่แก้วอีกแล้วสิ”
“เอ็งยังจะหวังในตัวมันอีกรึนังเจิม ไอ้แก้วมันทะเยอทะยานใฝ่สูงถึงเพียงนี้ ยังไงมันก็ไม่แลเอ็ง ในเมื่อเอ็งไม่ได้แล้วจะให้หญิงอื่นได้ไอ้แก้วไปทำไมวะ สู้ไม่ให้ใครได้เลยไม่ดีกว่ารึ”
บุญเจิมขบกรามแน่นด้วยความแค้น หลงคารมพี่ชาย
“งั้นก็ดี ฉันเห็นดีกับพี่ด้วย พี่จะให้ฉันทำอะไรบ้างก็บอกมา”
“ไม่มีอะไรมาก หากท่านเจ้าคุณถาม เอ็งยันคำของเอ็งไว้ก็แล้วกัน อย่าเปลี่ยนคำเสีย แลเอ็งต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับให้ตายกับเอ็ง อย่าให้ใครรู้อีกเป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวพันถึงเกียรติยศของท่าน
เจ้าคุณ”
“ฉันรับปาก นอกจากพี่แล้ว ฉันจะไม่บอกใครอีก”

บุญมีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวนี้นอกจากจะได้รางวัลจากพระยาไชยากร กับมาโนชแล้ว ยังฉวยโอกาสกำจัดแก้วได้อีก

เวลาสาย พระยาไชยากรเดินลงจากเรือน เตรียมจะไปทำงาน บุญมีเปลี่ยนชุด เป็นชุดสารถี รออยู่ที่รถม้า เจ้าคุณหงุดหงิด

“ทำไมเอ็งเพิ่งมาวะไอ้มี เดี๋ยวข้าก็ไปราชการสายจนได้”
บุญมีหน้าเครียด
“ท่านเจ้าคุณขอรับ กระผมมีเรื่องจะกราบเรียนขอรับ”
“เรื่องอะไรวะ”
บุญมีมองไปรอบๆ
“เอ่อ กราบเรียนตรงนี้ไม่สะดวกขอรับ ขอกระผมกราบเรียนเป็นการส่วนตัวเถอะขอรับ”
เจ้าคุณโมโห ชี้หน้าบุญมี
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดแล้วโว้ย ข้าจะรีบไปราชการ ถ้าเอ็งทำให้งานการข้าเสียล่ะก็ น่าดูแน่ไอ้มี”
บุญมีหน้าเสีย
“แต่เรื่องนี้สำคัญมากนะขอรับ กระผมกลัวว่าถ้าช้าเกินไป...”
ขณะนั้นเอง น้ำทิพย์ยิ้มแย้มก็เดินถือกระเป๋าทำงานของพ่อออกมาจากข้างในเรือน
“คุณพ่อคะ คุณพ่อลืมกระเป๋าค่ะ”
บุญมีชะงักไป พอเห็นน้ำทิพย์ก็ไม่กล้าพูดต่อ เจ้าคุณยิ้มรับ
“ขอบใจมากลูก พ่อก็มัวแต่รีบจนลืมไปเลย”
แล้วเจ้าคุณก็หันไปตะคอกบุญมี
“เอ้า ไปซะทีสิโว้ย ชักช้าอยู่ได้”
เจ้าคุณขึ้นรถม้า ก่อนที่บุญมีจะรีบขับรถม้าออกไป น้ำทิพย์ยืนมองส่ง
บุญมีหันกลับมามองน้ำทิพย์ อมยิ้มเหยียดๆ เล็กน้อย น้ำทิพย์รู้สึกงงๆ กับรอยยิ้มแปลกๆ ของบุญมีอยู่เหมือนกัน

บุญมีขับรถม้าพาเจ้าคุณไปทำงาน ระหว่างขับไป บุญมีก็คิดว่า ถ้าถึงที่ทำงาน โอกาสจะได้พูดเรื่องแก้วก็น้อยลงไปอีก คงต้องรอจนกว่าจะกลับบ้าน และถ้าอยู่บ้าน น้ำทิพย์ก็อยู่ด้วย ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
บุญมีเลยตัดสินใจ ขับรถม้ามาจอดข้างทางทันที
“อะไรของเอ็งวะไอ้มี หยุดทำไม จะแกล้งให้ข้าไปสายรึ”
บุญมีรีบลงจากรถม้ามาคุกเข่า แล้วพนมมือต่อหน้าเจ้าคุณทันที
“กระผมต้องกราบขออภัยท่านเจ้าคุณด้วยขอรับ แต่กระผมมีเรื่องสำคัญต้องกราบเรียนจริงๆขอรับ”
เจ้าคุณโมโห ชี้หน้าบุญมี
“เอ็งนี่มันยังไงนะไอ้มี จะมีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าราชการของข้าอีกวะ เอ้า เอ็งอยากพูดนักก็ว่าไป แต่ถ้าหากไม่สำคัญจริง ข้าจะสั่งเฆี่ยนเอ็ง แล้วส่งไปอยู่เรือนขังทาสพร้อมกับไอ้แก้วเสียเลย”
บุญมียกมือไหว้ท่วมหัว
“อย่าว่าแต่เฆี่ยนโบยเลยขอรับ ต่อให้ตัดหัวไอ้บุญมีทิ้ง กระผมก็ยอมขอรับ เนื่องด้วยเมื่อคืนนี้นังบุญเจิมน้องสาวของกระผม ได้ไปรู้เห็นเรื่องไม่สู้งดงามถึงขั้นบัดสีอันเกิดที่เรือนขังทาสระหว่างไอ้แก้วกับคุณน้ำทิพย์เข้าขอรับ”
ขาดคำ เจ้าคุณก็โมโหสุดขีด ถีบบุญมีกระเด็นไป ก่อนจะลงจากรถม้าจะไปซ้ำ บุญมีกลัวมาก รีบคุกเข่ายกมือไหว้
“กระผมขอสาบานว่าที่กระผมพูดทั้งหมดเป็นความจริงขอรับ เรื่องเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าโป้ปดเป็นอันขาด แลกระผมสำนึกในบุญคุณของท่านเจ้าคุณ จึงกล้าเสี่ยงตายมากราบเรียนขอรับ”
พระยาไชยากรชะงักไป แต่ยังโมโหมากอยู่ ชี้หน้าบุญมี
“มึงพูดมาไอ้มี เล่ามาโดยละเอียดว่าเท็จจริงเป็นเช่นไร หากกูจับได้ว่ามึงใส่ไคล้ปรักปรำลูกกู กูไม่เลี้ยงมึงกับน้องสาวมึงไว้ในเรือนอีกแน่”
บุญมีโล่งอก และเริ่มตั้งสติเล่าเรื่องที่ได้ยินจากบุญเจิมให้ฟัง

ในเรือนทาส มาโนชกำลังดูแผลที่หลังของแก้ว ซึ่งแห้งสนิท โดยมีพลอยอยู่ใกล้ๆ มาโนชระแวง
“แผลเอ็งแห้งได้อย่างไรวะไอ้แก้ว มีคนแอบใส่ยาให้เอ็งใช่หรือไม่”
แก้วปั้นยิ้ม
“ในบ้านในเรือนนี้ ยังจะมีใครกล้าขัดคำสั่งคุณมาโนชอีกหรือขอรับ คุณมาโนชออกจะดูแคลนบารมีตัวเองเกินไปแล้ว ที่แผลของไอ้แก้วมันแห้งจนตกสะเก็ด ก็เพียงเพราะเนื้อหนังมันชินกับรสหวายแล้วเท่านั้น จึงฟื้นเร็วกว่าคนอื่น”
มาโนชยิ้มเยาะ
“ถึงขั้นนี้ ยังเจ้าคารีสีคารมไม่เลิก ข้าน่าจะตัดลิ้นเอ็ง มากกว่าโบยตี จะได้ลดความหยิ่งยโสของเอ็งลงบ้าง”
แก้วไหว้ประชด ปั้นยิ้ม
“เป็นพระคุณขอรับ ที่คุณมาโนชไม่ได้ตัดลิ้นไอ้แก้ว กระผมจึงมีโอกาสได้ท่องบ่นตำรับตำรา ทบทวนความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา ยามถูกล่ามโซ่ตีตรวนเช่นนี้”
“เอ็งประชดประชันคุณมาโนชรึไอ้แก้ว โดนโบยไปปางตายยังไม่เข็ด เอ็งอยากเจ็บตัวอีกใช่หรือไม่”
พลอยไม่พอใจจะเข้าไปเล่นงานแก้ว
“อย่าไอ้พลอย”
มาโนชปรามแล้วหันไปจ้องหน้าแก้วแล้วยิ้มร้ายๆ
“ให้มันปากดีไปเถอะ เพราะอีกไม่นาน มันก็จะไม่อยู่ให้รกลูกนัยน์ตาข้าแล้ว … แลไม่มีไส้ศึกอย่างเอ็งเสียคน ไอ้คุณพระเรือนแพก็ไม่พ้นมือข้าไปได้ดอก”

แก้วสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ห่วงคุณพระนิติธรรมลือชาจะถูกมาโนชลอบทำร้าย

บริเวณหน้าเรือนขังทาส คอกมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นคนเฝ้า เลยพยายามจะปีนหน้าต่างแอบดู เพื่อจะได้รู้ว่าแก้วเป็นยังไงบ้าง
 
ขณะนั้น มาโนช และพลอย ก็เปิดประตูออกมา คอกรีบหลบซ่อนทันที
พลอยหันไปปิดประตู แล้วใส่กุญแจล่ามโซ่ไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับมาโนช
“ไอ้แก้ว มันอวดดีนัก คุณมาโนชไม่น่าใจดีเลยขอรับ ให้มันกินหมัดไปซักสี่ห้าหมัดก็ยังดี”
“เอ็งนึกว่าข้าไม่ชังน้ำหน้ามันรึ แต่คุณอาไม่อยากให้ไอ้คุณพระเรือนแพเข้ามาวุ่นวาย จึงให้เว้นมันไว้ก่อน รอให้ข้าขายมันไปหัวเมืองปักษ์ใต้ก่อนเถอะ”
“คุณมาโนชจะใช้ให้คนไปลอบเล่นงานมันหรือขอรับ แต่กระผมเกรงว่าไอ้คุณพระจะฉวยโอกาสนี้ ไถ่ตัวไอ้แก้วออกมาก่อนน่ะสิขอรับ เพราะเมื่อเราขายมันไปแล้ว ก็คงต้องแล้วแต่นายทาสคนใหม่ที่ซื้อไป เราคงทำอะไรไม่ได้อีก”
“เอ็งนึกว่าข้าคิดไม่ถึงข้อนี้รึ”
มาโนชหยิบห่อยาเล็กๆออกมาโยนให้พลอยรับไป พลอยดูห่อยาในมือ อย่างสงสัย
“นี่อะไรหรือขอรับ”
“เอ็งไม่ต้องถามมาก รู้แต่ว่าเอาของในห่อนี่ ผสมข้าวให้ไอ้แก้วมันกินทุกวัน วันละหนึ่งปลายก้อยก็พอ กว่าจะถึงเวลาขายมันไปปักษ์ใต้ก็อีกเกือบเดือน หากมันกินทุกวัน พอไปถึงปักษ์ใต้ก็ล้มป่วยพอดี ถึงตอนนั้น เทวดาก็ช่วยมันไว้ไม่ได้”
พลอยรู้ทันทีว่าของในห่อคือยาพิษ
“แลไอ้พระนิติธรรมก็เอาผิดเราไม่ได้ด้วย ใช่หรือไม่ขอรับ”
มาโนชหัวเราะอย่างสะใจ
“ไอ้คุณพระเรือนแพมันอยากช่วยเหลือไอ้แก้วนัก ข้าก็ยิ่งต้องกำจัดไอ้แก้วให้ได้ มันจะได้สำนึก ว่าไม่ควรตั้งตัวเป็นอริกับข้า”
คอกซึ่งแอบฟังอยู่ ตกใจสุดๆจนหน้าถอดสี ไม่คิดว่ามาโนชจะทำกับแก้วถึงขนาดนี้ เพียงแค่อยากเอาชนะพระนิติธรรมเท่านั้นเอง

คุณกัลยาเดินอ่อนแรงแบบคนป่วย ออกมาจากข้างใน เข้ามาหาพระนิติธรรมที่กำลังคุยกับอ้นอยู่
“น้องแดง ออกมาทำไม กำลังป่วยอยู่แท้ๆ”
คุณพระจะเข้าไปประคองน้องสาว
“อาการป่วยของน้อง ก็คงเรื้อรังไปอย่างนี้ล่ะค่ะ ถ้าต้องคอยระวัง ก็คงต้องอยู่แต่ในห้องนอนไปทั้งชีวิต”๒
เธอไอออกมา ยกผ้าผืนเล็กขึ้นปิดปาก อ้นถามอย่างแปลกใจ
“ตกลงคุณแดงป่วยเป็นอะไรหรือขอรับ ตั้งแต่กลับมาจากหาหมอฝรั่ง อาการคุณก็ทรุดลง ทั้งๆที่น่าจะดีขึ้นไม่ใช่หรือขอรับ เอ... หรือว่ายาจะไม่ถูกโรคขอรับ”
คุณพระหน้าเสีย ไม่อยากให้ใครรู้ว่าน้องเป็นวัณโรค เลยรีบตัดบท
“เอ็งอย่าเดา ส่งเดชเลยเจ้าอ้น งานที่ข้าใช้ ทำไมไม่รีบไปทำ”
อ้นยิ้มแหยๆ
“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะขอรับ”
อ้นรีบเดินเลี่ยงไป
คุณพระเห็นอ้นไปแล้ว เลยหันมาพูดกับน้อง
“น้องแดง ไม่ใช่ว่าพี่จะรังเกียจน้องดอกนะ แต่โรคเช่นนี้ต้องอยู่ใกล้หมอ ถ้ายังไง น้องย้ายกลับไปที่เรือนเจ้าคุณพ่อดีหรือไม่ ถ้าอยู่ที่นั่น จะไปหาหมอก็สะดวก หรือหากเกิดอะไรขึ้น ก็ตามหมอมารักษาที่เรือนไม่ยาก”
“จะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ก็ไม่ต่างกันเท่าใดดอกค่ะ น้องเป็นวัณโรค ถึงจะมีคนรักษาหายแต่ก็น้อยนัก น้องจะโชคดีเช่นนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่าง น้องห่วงแก้วนัก กลัวเหลือเกินว่าแก้วจะเป็นอะไรไป ขอให้น้องได้อยู่ที่นี่เถอะค่ะ”
คุณกัลยาพูดพลางยกผ้ามาปิดปากไออีกเล็กน้อย คุณพระถอนใจ
“ที่น้องทรุดลงไป คงเป็นเพราะห่วงเจ้าแก้วนี่เอง ใช่หรือไม่”
น้องสาวอึกๆอักๆ ที่พี่ชายพูดถูก แต่จะยอมรับก็กระดากอาย ขณะนั้นเอง คอกที่ตัวเปียกปอนเพราะว่ายน้ำมา รีบเข้ามาที่เรือนแพนิติธรรม ด้วยท่าทางตื่นตกใจ อ้นรีบวิ่งตามหลังมาติดๆ ด้วยความสงสัยอยากรู้
คอกตื่นตกใจ
“คุณพระ คุณพระขอรับ ช่วยด้วยขอรับ”
“เจ้าคอก นี่แกเสี่ยงว่ายน้ำมาที่นี่กลางวันแสกๆเลยรึ เกิดอะไรขึ้น”
“พี่แก้ว พี่แก้วขอรับ คราวนี้ถ้าคุณพระไม่ช่วย พี่แก้วไม่รอดแน่ขอรับ”
พระนิติธรรม และคุณแดง ตกใจมาก ที่รู้ว่าเกิดอันตรายขึ้นกับแก้ว

คอกกำลังคุยกับทุกคนอย่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องทำงาน คุณกัลยาทั้งห่วงแก้ว ทั้งแค้นใจมาโนช
“จะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน ทำกับแก้ว ถึงขนาดนี้แล้ว ยังคิดจะวางยาพิษกันอีกรึ” คุณกัลยาพูดพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากไอ
คุณพระเครียดหนัก
“คุณมาโนชเกลียดชังพี่มากนัก แลคงเห็นว่าไอ้แก้วเข้าข้างพี่ เลยคิดจะกำจัดให้ได้”
อ้นเป็นห่วงแก้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็แจ้งนครบาลเถอะขอรับ ขืนชักช้า ไอ้แก้วจะโดนวางยาเสียก่อนนะขอรับ”
“ไม่ได้ดอก เพียงแค่เจ้าคอกไปแอบฟัง จะใช้เป็นหลักฐานเอาผิดได้ยังไง ขืนแจ้งนครบาลไป ก็มีแต่จะโดนเล่นงานกลับเท่านั้นเอง”
คุณกัลยาร้อนใจสุดๆ
“แล้วเราจะปล่อยให้แก้วโดนฆ่าอย่างนั้นหรือคะคุณพี่”
เธอไอต่อเนื่องไม่หยุดจนตัวโยน คุณพระรีบประคองน้องสาว
“ระวังน้องแดง มานั่งที่นี่ก่อน”
พระนิติธรรมลือชาประคองน้องสาวมานั่งที่เก้าอี้ เธอปวดหัวมาก ห่วงแก้วสุดๆ
“คุณพี่ ช่วยแก้วให้ได้นะคะ อย่าให้แก้วถูกฆ่านะคะ”
คุณพระใช้ความคิดหนัก ไม่รู้จะช่วยแก้วยังไง
“ไอ้แก้วมันเป็นทาสเค้า อยู่เรือนเค้า แล้วจะให้พี่ช่วยได้ยังไง”
คอกคิดหนัก
“หาคนบุกไปช่วยพี่แก้วดีหรือไม่ขอรับ กระผมจะดูต้นทางให้”
“อุบ๊ะ ไอ้คอก คุณพระท่านเป็นตุลาการ แล้วจะให้ทำผิดกฎหมายซะเองอย่างนั้นรึ”
พระนิติธรรมคิดหนัก
“พี่จะเล่าเรื่องนี้ ให้ผู้มีอำนาจวาสนาท่านอื่นฟัง เผื่อพวกท่านจะแนะนำให้ปัญญาพี่ ช่วยเหลือไอ้แก้วได้ แต่ถ้าถึงที่สุดจริงๆ ก็คงต้องทำอย่างที่เจ้าคอกว่า”
ทุกคนต่างมองคุณพระเป็นตาเดียว อย่างนึกไม่ถึง
“คุณพี่”
คุณพระหน้านิ่ง แต่แววตาเอาจริง
“กฎหมาย แม้จะสำคัญ แต่ก็ไม่สำคัญไปกว่าชีวิตคนดอก บ้านเมืองมีกฎบัตรกฎหมาย ก็เพื่อให้คนอยู่เย็นเป็นสุข แลถ้าการละเมิดกฎหมายของพี่ จะช่วยชีวิตคนดีๆอย่างไอ้แก้วได้ พี่ก็ยอมทำผิดเสียเอง”

คุณกัลยาตื้นตันใจพี่ชายจนน้ำตารื้นขึ้นมาท่วมตา พระนิติธรรมลือชามีสีหน้าเคร่งเครียด หนักใจมาก

บุญเจิมยืนชะเง้อรอบุญมีอยู่ที่หน้าเรือน อยากรู้ว่าบุญมีฟ้องเจ้าคุณแล้วหรือยัง ขณะนั้นเอง กิ่งก็เดินเข้ามาหาบุญเจิม

กิ่งอยากรู้เรื่องแก้ว
"นังเจิม เอ็งมาอยู่นี่เอง ข้าตามหาเอ็งเสียทั่ว เอ็งได้เจอไอ้แก้วหรือไม่ แลไอ้แก้วเป็นอย่างไรบ้าง"
บุญเจิมยิ่งคิดยิ่งแค้น
"ป้าอยากรู้เรื่องพี่แก้ว ก็ไปหาคุณน้ำทิพย์สิ เมื่อคืนนี้ มีแต่คุณน้ำทิพย์เท่านั้น ที่ได้เจอพี่แก้ว"
กิ่งแปลกใจ
"อ้าว แล้วคุณน้ำทิพย์ไม่ได้เล่าให้เอ็งฟังรึ แปลกจริง ไปด้วยกันแท้ๆ"
บุญเจิมแค่นหัวเราะ
"เฮอะ เวลานั้น คุณน้ำทิพย์เป็นสุขราวกับอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า จะอยากพูดจากับทาสอย่างฉันรึ แต่คุณน้ำทิพย์ ไม่ได้เล่าให้ฉันฟังก็ดีแล้ว คำพูดจากปากคุณน้ำทิพย์ ไม่สู้ที่ฉันได้ยินกับหู ได้เห็นกับตาตัวเองดอก"
"อะไรของเอ็งวะนังเจิม ก็ไหนเอ็งบอกว่าคุณน้ำทิพย์ไม่ได้เล่าเรื่องไอ้แก้วให้ฟังยังไงเล่า แล้วเอ็งไปได้ยินกับหู ได้เห็นกับตาเรื่องอะไรมาวะ"
ขณะนั้นเอง บุญมีขับรถม้าพาพระยาไชยากรกลับมา กิ่งมองตาม
"ท่านเจ้าคุณ เหตุใดกลับมาเร็วนักเล่า"
บุญเจิมยิ้มเจ้าเล่ห์
"อาจจะลืมของกระมัง ป้ารีบหลบหน้าไปเถิด ท่านเจ้าคุณย้อนกลับมาเช่นนี้ คงอารมณ์เสียนัก หากใครไม่ถูกใจ ไม่แคล้วต้องโดนดีเป็นแน่"
กิ่งไม่อยากถูกลงโทษ
"ข้าไปก่อนก็ได้ เลยไม่ได้เรื่องได้ราวเรื่องไอ้แก้วเลย"
กิ่งเดินเลี่ยงไป บุญมีขับรถม้ามาจอดหน้าเรือน บุญเจิมรีบไปคุกเข่ารอรับเจ้าคุณทันที
"นังบุญเจิม ไอ้บุญมีพี่มึงเล่าให้กูฟังหมดแล้ว มึงจะยืนยันว่าอย่างไร" เจ้าคุณพูดอย่างโกรธจัด
"บ่าวขอสาบานเจ้าค่ะ ว่าที่พี่มีเล่าให้ท่านเจ้าคุณฟังเป็นความจริงทั้งสิ้น หากไม่จริง บ่าวยินดีอุทิศหลังของบ่าวให้ลงหวายเจ้าค่ะ"
"มึงไปตามลูกน้ำทิพย์ มาหากูที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้"
"เจ้าค่ะ"
เจ้าคุณเดินขึ้นเรือนไปด้วยความโกรธสุดๆ สองพี่น้องเหล่มองกัน แล้วยิ้มสะใจ ที่ทำได้ตามแผน

เวลาเดียวกัน น้ำทิพย์ และอ้อนกำลังเอาข้าวสวยที่เหลือจากการถวายเพล มาให้อาหารปลาอยู่
บุญเจิมเดินฉับๆเข้ามา โดยไม่มีท่าทางอ่อนน้อม เกรงกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย
อ้อนหันไปเห็นบุญเจิม
"อ้าว นังเจิม มาก็ดีแล้ว เอาของไปเก็บในครัว"
บุญเจิมเชิดใส่ หันไปจ้องหน้าน้ำทิพย์
"คุณนมเอาไปเก็บเองเถอะ ฉันมีงานต้องทำ คุณน้ำทิพย์ ท่านเจ้าคุณให้มาตามไปพบที่ห้องทำงาน"
อ้อนโมโหมาก
"นังบุญเจิม นี่เอ็งกล้าพูดกับคุณน้ำทิพย์อย่างนี้เชียวรึ แล้วเหตุใดพูดจากับนายถึงไม่ยอบกายคุกเข่า คิดจะตีตนเสมอ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียแล้วนังนี่"
บุญเจิมหัวเราะเยาะ
"ที่ต่ำที่สูงรึ แล้วถ้าที่สูงลงมาหาที่ต่ำเล่า ควรจะต้องเคารพอีกหรือไม่"
บุญเจิมหันไปจ้องหน้าน้ำทิพย์แบบเอาเรื่อง พูดต่อ
"นับแต่นี้ อีเจิมจะเลิกเคารพ นายที่มิควรเคารพ ฉกชิงหัวใจทาส อีเจิมจะเคารพเฉพาะผู้เป็นนายที่ดีเท่านั้น"
น้ำทิพย์ตกใจสุดๆหน้าถอดสีทันที บุญเจิมพูดแบบนี้ ก็คงรู้เรื่องหมดแล้ว
อ้อนโมโหสุดขีด จะเข้าไปเอาเรื่อง
"อีเจิม อีปากสามหาว"
น้ำทิพย์รีบห้ามไว้
"อย่าจ้ะนม"
อ้อนโกรธบุญเจิมสุดๆ
"แต่คุณน้ำทิพย์เจ้าคะ อีนี่มัน..."
"ช่างเถอะจ้ะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง... ฉันยังแปลกใจอยู่ ที่เมื่อคืนหนีกลับไปก่อน ที่แท้ ก็แอบดูจนรู้เรื่องนี่เอง นี่คงฟ้องไปหมดแล้วใช่หรือไม่"
บุญเจิมยิ้มเยาะสะใจ
"กลัวล่ะสิเจ้าคะคุณเจ้าขา แต่ก็สายไปเสียแล้วล่ะเจ้าค่ะ เตรียมใจรับโทษไว้เถอะ"
น้ำทิพย์หน้าเศร้าลง ส่ายหน้าช้าๆ
"ถึงฉันจะโดนลงโทษ แต่อย่างไรฉันก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ท่านฆ่าแกงฉันไม่ลงแน่ แต่แก้วน่ะสิ
แก้วที่บุญเจิมรัก คงถูกอาญาถึงตายแน่"
บุญเจิมตกใจมาก พอคิดตามก็หน้าซีดเผือดทันที
"อย่ามาแกล้งขู่กันหน่อยเลย อย่างมากพี่แก้วก็โดนขายไปเท่านั้นดอก"
"ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองตามดูเอาเองเถอะ บุญเจิมก็อยู่เรือนนี้มาตั้งแต่เกิด คิดรึ ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้แล้ว คุณพ่อท่านจะยอมให้แก้วรอดไปได้ แก้วต้องตายเพราะน้ำมือบุญเจิมแท้ๆ"
น้ำทิพย์เดินเลี่ยงไปด้วยสีหน้านิ่งๆ ทำใจยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่บุญเจิมเริ่มเครียดหนัก ที่น้ำทิพย์พูดก็มีเหตุผล จนเริ่มร้อนใจ อ้อนฟังแล้วงงๆ
"แล้วไอ้แก้วมาเกี่ยวอะไรด้วย ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ นังเจิม"
บุญเจิมไม่ตอบ รีบเดินหนีไปด้วยความร้อนใจทันที ปล่อยให้อ้อนมองตามอย่างงงๆ

ภายในห้องทำงานพระยาไชยากร น้ำทิพย์นั่งพับเพียบ ก้มลงกราบเท้าพ่อ ในขณะที่เจ้าคุณเอื้อมมือมาลูบหัวลูกด้วยความรัก เอ็นดูสุดๆ เจ้าคุณพยายามระงับอารมณ์ พูดกับลูกดีๆ
"ลูกรักของพ่อ พ่ออยากถามอะไรลูกสักอย่าง หวังว่าลูกคงไม่ปดพ่อนะ"
"คุณพ่อเคยสอนไม่ให้ลูกพูดปด ไม่ว่ากับพ่อแม่หรือกับใครๆ แล้วลูกจะปดคุณพ่อได้อย่างไรคะ"
เจ้าคุณพยักหน้ารับ ถามลูกสาวหน้าเครียด
"ลูกเอาอาหาร เอายา ไปให้ไอ้แก้วถึงเรือนขัง ซ้ำทำกิริยาพร่ำพรอดกับมันจริงหรือไม่"
น้ำทิพย์นิ่งไปครู่ เตรียมใจไว้หมดแล้ว
"จริงค่ะ"
เจ้าคุณขบกรามแน่นด้วยความแค้นสุดๆ แต่พยายามระงับอารมณ์เต็มที่
"ทำไมลูกทำเช่นนั้น"
"เพราะลูกสงสารแก้วค่ะ"
"สงสารมันเกินขอบเขตไม่ได้ดอกลูก เพราะมันเป็นทาส ส่วนเจ้าเป็นลูกพ่อ ลูกพระยาผู้เป็นนายเงินของมัน"
"แต่ลูกคิดว่า ความเมตตาปราณีของคนเรา ไม่ควรมีขอบเขตชั้นวรรณะ หมาแมวซึ่งเป็นสัตว์แท้ๆ เรายังให้ความเมตตาอุ้มชูมันได้ สาอะไรกับมนุษย์ด้วยกัน มนุษย์ที่เหมือนเราแลสูงกว่าสัตว์ จะแสดงความเมตตาปราณีต่อกันไม่ได้"
เจ้าคุณได้ยินดังนั้น ก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่ โมโหตวาด
"มากไปแล้วน้ำทิพย์ แต่ไหนแต่ไรมา ลูกไม่เคยยอกย้อนพ่อเช่นนี้ แต่นี่เพราะไอ้ทาสชั้นต่ำคนเดียว ลูกกับกล้าย้อนพ่อ ไอ้แก้วมันสอนให้ลูกทำเช่นนี้รึ"
"ไม่ใช่ค่ะ แก้วไม่เคยกล้าสอนอะไรลูก ลูกเสียอีกเป็นฝ่ายสอนแก้ว"
"สอนมัน ลูกไปสอนอะไรมัน"
"ลูกสอนแก้วให้รู้จักความรัก เมื่อรู้จักความรัก รักก็จะสอนให้แก้วทะเยอทะยานพอ ที่จะแสดงความรักนั้นต่อลูกบ้าง แลลูกก็ได้แสดงต่อเค้าเช่นกัน เราทั้งสองจะไม่ยอมปิดบังกันต่อไปอีกแล้ว ว่าเรารักกัน"
ขาดคำ พระยาไชยากรก็ตบหน้าน้ำทิพย์ทันทีจนหน้าหัน ตั้งแต่น้ำทิพย์เกิดมา แม้แต่ดุด่ายังไม่เคย
แต่คราวนี้เจ้าคุณโกรธสุดขีด จนตบหน้าลูกสาวสุดที่รักจนได้

น้ำทิพย์น้ำตาร่วงพร้อมกับน้ำตาของพระยาไชยากรผู้เป็นพ่อ
 
อ่านต่อหน้า 3

ลูกทาส ตอนที่ 6 (ต่อ)

มาโนชเป็นคนทุบต้นไม้อย่างแรงด้วยความโกรธแค้น โดยมีบุญมีเป็นคนใส่ไฟ ยุแยงอยู่ใกล้ๆ

"ข้าก็มัวแต่ระแวงไอ้คุณพระเรือนแพ ไม่นึกเลย ว่าศัตรูที่แท้จริง คือไอ้แก้วนี่เอง"
"จะโทษตัวเองก็ไม่ถูกดอกขอรับคุณมาโนช ใครจะนึกว่า ดอกฟ้าอย่างคุณน้ำทิพย์ จะโน้มกิ่งมาหาอาจมอย่างไอ้แก้วได้ ช่างใฝ่ต่ำ ไม่รักศักดิ์รักวงศ์ตระกูลเสียบ้างเลย"
ขาดคำ มาโนชก็ตบหน้าบุญมีด้วยความโกรธสุดๆ แล้วตะคอกใส่
"มึงจะกรีดย้ำหัวใจกูไปถึงไหนไอ้บุญมี แค่กูรู้ว่ากูแพ้ทาสอย่างไอ้แก้ว กูก็แทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว"
บุญมีรีบคุกเข่าลง กลัว ยกมือไหว้
"ขอประทานโทษขอรับ กระผมไม่ได้จงใจย้ำเลย เพียงแต่กระผมคิดแค้นแทนคุณมาโนชเท่านั้นเอง คุณเป็นถึงลูกพระยาหลานพระยา ต่อให้คุณน้ำทิพย์ไม่มีใจให้ ก็หาควรหันไปหาคนอย่างไอ้แก้วไม่ ยิ่งคิด กระผมก็ยิ่งแค้นแทนคุณเหลือเกินขอรับ"
มาโนชโมโหสุดขีด
"ถ้ามึงแค้นแทนกูนัก แล้วมึงจะนั่งเฉยอยู่ทำไม ไปเชือดคอไอ้แก้วกับกูสิวะ กูทนรอส่งมันไปหัวเมืองใต้ไม่ไหวแล้วโว้ย"
บุญมีดีใจที่ยุจนสำเร็จ
"แต่ยังไง ก็อดใจรออีกสักนิดเถอะขอรับ ตอนนี้เรื่องถึงหูท่านเจ้าคุณแล้ว เรื่องอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้ ท่านเจ้าคุณไม่ยอมให้แพร่ออกไปมากกว่านี้แน่ แลเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดเรื่องบัดสีขึ้น ท่านเจ้าคุณย่อมต้องฆ่าไอ้แก้วปิดปาก ขอเพียงคนออกคำสั่งคือท่านเจ้าคุณ เราก็มีคนยันกับไอ้พระนิติธรรมแทนเราแล้วขอรับ"
มาโนชคิดตาม พยักหน้ายิ้มร้ายๆ
"รอบคอบดีมากไอ้บุญมี กูจะกลั้นใจรออีกหน่อยก็ได้ อย่างไรเสีย ไอ้แก้วก็ไม่พ้นต้องตายเพราะน้ำมือกูไปได้ดอกวะ"
ในมุมหนึ่ง บุญเจิมแอบฟัง เพื่อพิสูจน์ตามที่น้ำทิพย์บอก แล้วเธอก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อแก้วกำลังจะถูกฆ่าให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยน้ำมือของตนจริงๆ เธอน้ำตาเอ่อท่วมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิด

น้ำทิพย์ก้มลงกราบเท้าพ่อทั้งน้ำตา ในขณะที่พระยาไชยากรเบือนหน้าไปทางอื่น พร้อมกับขบกรามแน่น ต้องระงับอารมณ์สุดๆ เพราะตัวเองก็สะเทือนใจที่ตบหน้าลูกเหมือนกัน น้ำทิพย์ร้องไห้ แต่มองพ่อด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
"คุณพ่อฆ่าลูกเสียเถิดค่ะ ลูกชั่วช้าผิดความตั้งใจของคุณพ่อ ละเอาไว้ ก็รังแต่คุณพ่อจะอับอายขายหน้าเค้า เพราะเกียรติยศของตระกูลที่คุณพ่อสร้างสมมาช้านานหลายชั่วคน กำลังพินาศพังภินท์เพราะลูกแล้ว จะฆ่าลูกเสียให้สมแค้น ที่ลูกมิได้เป็นอย่างใจคุณพ่อเถิดค่ะ"
เจ้าคุณขบกรามแน่น ทั้งเสียใจ โกรธ ผิดหวังปนกันไปหมด
"นับแต่เล็กคุ้มใหญ่ คำน้อยพ่อก็ไม่เคยว่าลูกให้ชอกช้ำใจ แต่คราวนี้ พ่อปล่อยให้โทสะบันดาลใจจนเผลอตัวตบหน้าลูก แต่ลูกรู้หรือไม่ ว่าพ่อยังเจ็บกว่าลูกเสียอีก ออกไปเถอะน้ำทิพย์ ไปให้พ้นหน้าพ่อโดยเร็ว"
น้ำทิพย์ร้องไห้สะอึกสะอื้น
"ไม่ค่ะ ลูกจะไม่ออกไปไหน จนกว่าคุณพ่อจะลงโทษลูกให้สาแก่ใจ เมื่อคุณพ่อฆ่าลูกไม่ลง ก็ทุบตีจนกว่าจะหายแค้นลูก เชิญเถิดค่ะ ลูกไม่ได้ท้า แต่ปรารถนาให้คุณพ่อคลายความเจ็บช้ำขุ่นเคืองลงเสีย ขอเพียงอย่างเดียว คือหลังจากที่คุณพ่อหายแค้นแล้ว ก็ขอให้ไว้ชีวิตแก้วด้วยเถอะค่ะ"
ไชยากรจ้องหน้าลูกเขม็ง กำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ พยายามระงับอารมณ์เต็มที่
"ถ้าอยากให้พ่อหายแค้น ก็อย่าเอ่ยชื่อไอ้แก้วให้พ่อได้ยินอีก แลลูกจงอย่าย่างลงจากเรือนไปข้างไหน หากพ่อไม่อนุญาต ไปได้แล้ว หาไม่ก็ไม่ต้องมาเรียกพ่อว่าพ่ออีก"
เจอพ่อพูดอย่างงี้ น้ำทิพย์ก็ได้แต่ก้มลงกราบเท้าพ่อ ก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้องไปทั้งน้ำตา เจ้าคุณมองตามลูกไป ทั้งรักทั้งแค้นลูกสุดๆ ก่อนจะพาลไปลงที่แก้ว
"ไอ้แก้ว"

ภายในห้องนอน เวลาต่อมา อ้อนกำลังช็อกสุดๆ โดยมีน้ำทิพย์ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ใกล้ๆ
"เป็นไปได้หรือนี่ คุณน้ำทิพย์กับไอ้แก้ว"
น้ำทิพย์สะอึกสะอื้น
"อย่าประหลาดใจไปเลยจ้ะนม ความรัก มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เลือกชั้นวรรณะ ฉันกับแก้วเอง ก็พยายามหักห้ามใจแล้ว แต่เราก็ยังรักกันจนได้"
อ้อนถอนใจหนักๆ
"เวรกรรม เวรกรรมแท้ๆ"
น้ำทิพย์ปาดน้ำตา
"นมจ๊ะ ฉันจะช่วยแก้วยังไงดี คุณพ่อท่านรักหน้า รักศักดิ์ศรีนัก คงต้องกำจัดแก้วทิ้ง เพื่อไม่ให้ประจานมาถึงท่านแน่"
นมอ้อนคิดหนัก ก่อนจะส่ายหน้า
"นมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันค่ะ มืดแปดด้านไปหมดแล้ว"
น้ำทิพย์ใช้ความคิดอยู่ครู่นึง แล้วฉุกคิดขึ้น
"คุณพระนิติธรรม ...นมช่วยไปบอกคุณพระนิติธรรมแทนฉันหน่อยได้หรือไม่จ๊ะ คุณพระท่านต้องหาทางช่วยแก้วได้แน่"
"ได้ค่ะได้ นมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
อ้อนจะออกจากห้อง แต่พอเปิดประตูห้องออกก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นทาสหญิง 2 คน นั่งเฝ้าหน้าห้องอยู่
อ้อนแปลกใจ
"พวกแกมานั่งทำอะไรหน้าห้องคุณน้ำทิพย์"
ทาส 1บอก
"ท่านเจ้าคุณสั่งให้มาคอยรับใช้คุณน้ำทิพย์กับคุณนมเจ้าค่ะ"
ทาส 2บอก
"แล้วท่านยังสั่งอีกนะคะ ว่าถ้าคุณน้ำทิพย์กับคุณนมจะไปไหน พวกบ่าวต้องตามไปทุกที่ ถ้าไม่ตามไป ท่านจะโบยแลขังไว้ที่เรือนขังทาส ให้หนักกว่าที่ลงอาญาไอ้แก้วอีกเจ้าค่ะ"

อ้อนหน้าเสีย มองน้ำทิพย์ที่หน้าเครียด ไม่คิดว่าพ่อจะอ่านออก แล้วป้องกันตนไว้ได้

เวลาบ่าย ในเรือนขังทาส แก้วกำลังดูโซ่ตรวนที่ล่ามขาอยู่
 
แก้วลองดึง ลองง้างเพื่อทดสอบความแข็งแรง ก็ปรากฏว่าแข็งแรงมาก ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงพลอยดังตะคอกขึ้น
" ข้าไม่ใช่ไอ้เข้มนะโว้ยนังเจิม เอ็งอย่ามาลูกไม้ ไปให้พ้นหูพ้นตาขาเดี๋ยวนี้เลย"
แก้วแปลกใจที่บุญเจิมมาที่เรือนขังทาสตอนนี้ บุญเจิมร้อนใจสุดๆ
"เมตตาฉันเถอะพี่พลอย ขอฉันเข้าไปคุยกับพี่แก้วแค่อึดใจเท่านั้น พี่จะตามเข้าไปคุมก็ได้"
"บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิวะ เอ็งไม่ต้องมาหลอกล่ออะไรข้าทั้งนั้น ถ้าเอ็งยังขืนดื้อด้านอีก ข้าจะบอกให้ท่านเจ้าคุณขังเอ็งรวมกับไอ้แก้วเสียเลย คราวนี้ เอ็งได้อยู่กับมันสมใจแน่ เอาหรือไม่ล่ะ"
บุญเจิมร้อนใจสุดๆ จะเข้าไปเตือนแก้วก็ไม่ได้ ฉุกคิดขึ้นจึงแกล้งตะโกนเสียงดัง
"พี่แก้ว ฉันเองพี่แก้ว"
แก้วมีสีหน้าแปลกใจ ทำไมบุญเจิมต้องตะโกนเสียงดังด้วย
"เอ็งจะตะโกนหาอะไรวะ" พลอยถาม
หน้าเรือนขังทาส บุญเจิมบอกพลอย
"พี่ห้ามไม่ให้ฉันเข้าไป แต่ไม่ได้ห้ามฉันตะโกนนี่ พี่แก้ว ฟังฉันนะ เรื่องเมื่อคืน..."
ทันใดนั้น บุญมีก็เข้ามาปิดปากบุญเจิมไว้จากทางด้านหลังทันที บุญเจิมตกใจสุดๆที่เห็นพี่ชาย

ผ่านเวลาเล็กน้อย ในเรือนทาส บุญเจิมถูกตบจนเลือดกบปาก ล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วตามเข้าไปจิกหัวบุญเจิมขึ้นมา แล้วตะคอกใส่
"เอ็งจำไว้นะนังเจิม ถ้าเอ็งคิดจะเตือน หรือช่วยเหลือไอ้แก้วล่ะก็ ข้าจะกระทืบเอ็งให้ตายคาเรือนเลย"
บุญเจิมจ้องพี่ชายเขม็ง
"พี่หลอกฉัน พี่บอกว่าพี่แก้วจะโดนขายไปหัวเมืองเท่านั้น ฉันถึงได้ยอมเป็นพยานให้ แต่นี่พี่กลับคิดจะฆ่าพี่แก้ว"
"นี่เอ็งรู้ถึงเพียงนี้เชียวรึ คงแอบฟังข้ากับคุณมาโนชคุยกันล่ะสิ ถ้าอย่างนั้น เอ็งก็ควรจะรู้เสียด้วย ว่าข้าไม่ยอมให้ใคร มาทำแผนข้าเสียเด็ดขาด"
บุญมีผลักหัวน้องสาวออก แล้วหยิบถุงใส่เงินออกมา พลางกระหยิ่มยิ้มย่อง
"ดูนี่สิโว้ย เพียงแค่เอาเรื่องไอ้แก้วกับคุณน้ำทิพย์ไปบอกท่านเจ้าคุณกับคุณมาโนชเท่านั้น ข้าก็ได้เงินทองถึงเพียงนี้เป็นรางวัล หากข้าฆ่าไอ้แก้วได้ คงได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า แลยังเป็นการล้างแค้นไอ้แก้วได้อีกด้วย แล้วข้าจะยอมให้น้องโง่ๆอย่างเอ็ง มาขัดขวางได้ยังไง"
"แต่ฉันจะทำ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่แก้ว พี่อย่าหวัง ว่าจะวางยาพิษฆ่าพี่แก้วได้เลย"
"อีโง่ เอ็งนึกว่าวิธีฆ่าไอ้แก้ว มีแต่วางยารึไงวะ ขามันโดนล่ามโซ่อยู่อย่างนี้ ข้าจะทำยังไงกับมันก็ได้ แล้วค่อยทำลายศพมันทีหลัง รวดเร็วทันใจกว่ารอมันตายเพราะพิษยานัก
บุญมีหัวเราะชอบใจ บุญเจิมหน้าเสีย รู้ว่าแก้วเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือ คงไม่รอดมือพี่ชายตนแน่
"คนเดียวที่จะช่วยไอ้แก้วได้ ก็มีแต่คุณน้ำทิพย์ แต่เอ็งก็เป็นพยานเอาผิดคุณน้ำทิพย์ไปแล้ว ท่านเจ้าคุณเลยสั่งให้คุณน้ำทิพย์อยู่แต่บนเรือน เอ็งอย่าหวังเลย ว่าไอ้แก้วจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้"
บุญเจิมร้อนใจสุดๆ ไม่รู้จะหาทางช่วยแก้วยังไงดี

อ้อนกำลังยืนด่าบุญเจิมอยู่ที่หน้าเรือน โดยมีทาสหญิงคอยตามหลังอ้อนทุกฝีก้าว ไม่ให้คลาดสายตา
อ้อนโมโหสุดๆ
"อีคนอกตัญญู อีงูเห่าเลี้ยงไม่เชื่อง หากคุณน้ำทิพย์ไม่ช่วยเหลือเอ็งไว้ ป่านนี้เอ็งตกเป็นเมียบำเรอคุณมาโนชไปนานแล้ว นอกจากจะไม่สำนึก เอ็งยังแว้งกัด แล้วยังด้านหน้ามาขอพบคุณน้ำทิพย์อีกรึ"
บุญเจิมร้อนใจสุดๆ
"คุณนมจะด่าฉันยังไงก็ได้ แต่ขอให้ฉันได้พบคุณน้ำทิพย์เถอะ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับพี่แก้ว ถ้าคุณน้ำทิพย์ไม่ช่วย พี่แก้วต้องไม่รอดแน่"
"ตอนนี้คุณน้ำทิพย์ยังเอาตัวเองไม่รอด แล้วจะไปมีปัญญาอะไรไปช่วยคนอื่นได้"
อ้นหันไปมองค้อนทาสหญิงที่เดินตามหลังตน
"แม้แต่ข้าเอง ยังต้องกลายเป็นนักโทษไปด้วยเลย"
อ้อนชี้หน้าบุญเจิม
"เพราะเอ็งคนเดียว ข้านึกแล้ว ว่าซักวันไอ้เรื่องหึงหวงโง่เง่าของเอ็ง จะต้องทำร้ายทั้งเอ็งทั้งไอ้แก้ว"
"คุณนมก็โดนคุม คุณน้ำทิพย์ก็โดนคุม แล้วจะทำยังไงกันดี"
อ้อนหมั่นไส้ เข้าไปพูดเบาๆกับบุญเจิมไม่ให้ทาสที่ตามตนได้ยิน
"ปลงซะเถอะนังเจิม คุณน้ำทิพย์เองก็ร้องไห้จนน้ำตาจะเป็นสายเลือดแล้ว แต่คราวนี้จนปัญญาช่วยเหลือไอ้แก้วจริงๆ เอ็งเองก็อย่าเที่ยวพูดไปเพราะเรื่องนี้มันกระเทือนเกียรติยศของท่านเจ้าคุณ หากเอ็งพูดมาก เอ็งนั่นแหละจะตายก่อนไอ้แก้วเสียอีก"
อ้อนเดินเลี่ยงไป โดยมีทาสหญิงเดินตามหลังคอยคุมตลอดเวลา

บุญเจิมร้อนใจสุดๆ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ทันใดนั้นเอง เธอก็เหลือบไปเห็นคอกกำลังยืนมองเธออยู่

คอกกำลังคุยกับบุญเจิมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่มุมสวน

"ข้ารู้แต่ว่าคุณมาโนช คิดจะวางยาพี่แก้วให้ตายทีละน้อย แล้วเหตุใดจึงเปลี่ยนใจ จะฆ่าพี่แก้วเสียคืนนี้เล่า"
"เอ็งอย่าเพิ่งถามมากเลย รีบหาทางช่วยพี่แก้วเข้าเถิด"
คอกเครียดสุดๆ
"ช้าไปแล้วนังเจิม เมื่อสาย ข้ายังว่ายน้ำไปหาคุณพระได้ แต่ตอนนี้ ท่านเจ้าคุณสั่งห้ามทุกคนเข้าออกจากเรือนเป็นอันขาด แลให้คนเฝ้าตลอดแนวคลอง เราหมดทางไปขอความช่วยเหลือใครได้แล้ว"
บุญเจิมร้อนใจจนโมโห
"ถ้าเอ็งไม่ทำ ข้าทำเอง ข้าจะเสี่ยงตายว่ายน้ำไปหาพระนิติธรรมเอง"
"ถึงเอ็งเสี่ยงตายว่ายไปได้ก็ไม่มีประโยชน์ดอก ตอนที่ข้าไปบอกคุณพระเรื่องคุณมาโนชจะวางยา คุณพระท่านก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากสั่งให้ข้าคอยจับตาดูข้าวปลาที่จะเอามาให้พี่แก้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น
ยิ่งถ้าจะฆ่ากันในคืนนี้ คุณพระท่านยิ่งไม่มีทางช่วยทัน"
บุญเจิมยิ่งคิดยิ่งเครียดหนัก ก่อนจะตัดสินใจ
"ในเมื่อไม่มีใครช่วยพี่แก้วได้ งั้นข้านี่ล่ะจะช่วยพี่แก้วเอง"
" เอ็งจะทำยังไงวะนังเจิม"
บุญเจิมสีหน้าแววตาแข็งกร้าว ยังไงก็ไม่ยอมให้แก้วตายเด็ดขาด

เวลาเย็น พระยาไชยากรโยนถุงเงินให้บุญมีซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น โดยมีมาโนชยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่ใกล้ๆ เจ้าคุณสีหน้าเหี้ยมสั่ง
"ข้าตัดสินใจแล้ว เอ็งเอาเงินนี่ไป แล้วก็กำจัดไอ้แก้วให้เรียบร้อย อย่าให้ข้าต้องได้ยินชื่อมันอีก"
บุญมีดีใจสุดๆ รีบหยิบถุงเงินมา เป็นเงินมากที่สุดในชีวิตที่ตนเคยได้
"ได้ขอรับ ท่านเจ้าคุณ กระผมจะทำให้เงียบกริบ มิให้เรื่องมาถึงท่านเจ้าคุณกับคุณมาโนชเลยขอรับ"
"แค่นั้นยังไม่พอดอกโว้ย เพราะไอ้คุณพระเรือนแพมันจับตาดูอยู่ หลังจากเอ็งฆ่าไอ้แก้วแล้ว เอ็งต้องสร้างเรื่องว่ามันหนีโทษออกไป จะได้มาเอาผิดพวกเราไม่ได้" มาโนชบอก
"หลังจากนั้น เอ็งก็เอาศพไอ้แก้วไปฝังไว้ที่ดินของข้าที่คลองลำพู ที่นั่นมีรั้วรอบขอบชิด ไม่ว่าใครก็เข้าไปค้นไม่ได้ แลยากใครจะนึกถึงว่าซ่อนศพไอ้แก้วไว้ที่นั่น" เจ้าคุณบอก
"กระผมจะทำตามทุกอย่าง ไม่ให้มีข้อผิดพลาดเลยขอรับ"
บุญมีไหว้ลา ก่อนจะออกจากห้องไป
ไชยากรสายตาเหี้ยมเกรียม เกลียดชังแก้วสุดๆ
"ไอ้แก้ว เมื่อมึงคิดเห่อเหิมเกินวาสนามึง ก็อย่าได้มีชีวิตอยู่ต่อไปเลย"
มาโนชแสยะยิ้มสะใจปนสมน้ำหน้า

บุญมีกำลังคุยกับพลอยอยู่ในสวน
"ท่านเจ้าคุณน่ะรึสั่งฆ่าไอ้แก้ว เพียงแค่หนีไปหาไอ้คุณพระเรือนแพ ถึงกับต้องตายเชียวรึ"
"เอ็งอย่าถามมากไอ้พลอย ท่านเจ้าคุณสั่งมา เอ็งก็ทำตามก็แล้วกัน แลข้าจะแบ่งเงินให้เอ็งด้วย ไม่ให้เอ็งต้องเหนื่อยเปล่าๆดอก"
"แล้วไอ้เข้มเล่า พี่บอกมันไปแล้วหรือไม่"
"จะบอกมันทำไมวะ บอกมันไปก็ต้องแบ่งเงินให้มันด้วย แลข้ายังโกรธมันไม่หาย ที่มันเห็นแก่สินบนจนปล่อยให้..."
บุญมีนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดเรื่องน้ำทิพย์ หยุดพูดไปดื้อๆ
"ปล่อยให้อะไรหรือพี่"
บุญมีรีบตัดบท
"ไม่มีอะไร เอ็งอย่ารู้เลย เอาเป็นว่าหลังจากข้าฆ่าไอ้แก้วได้แล้ว เอ็งกับข้าช่วยกันเอาศพมันลงเรือ เอาไปฝังในที่ดินท่านเจ้าคุณที่คลองลำพู จากนั้น เอ็งกับข้าก็ช่วยกันป่าวประกาศว่ามีคนมาช่วยไอ้แก้วหนีไป จะได้ไม่มีใครสงสัยถึงท่านเจ้าคุณ"
พลอยยิ้มร้ายๆ
"ได้สิพี่ ฉันจะแกล้งออกตามล่าไอ้แก้วด้วยเป็นไร ทุกคนจะได้เชื่อว่าไอ้แก้วหนีไปจริงๆ แลไม่กล้ากลับมาที่เรือนอีก"
บุญมีหัวเราะชอบใจ
" ต้องอย่างนี้สิไอ้พลอย ข้าคิดไม่ผิดเลยที่เลือกใช้เอ็ง ไอ้แก้ว กูรอเวลานี้มานานแล้ว มึงได้ตายด้วยน้ำมือกูแน่"

บุญมีสีหน้าสะใจ

คอกยื่นไหเหล้าให้บุญเจิม ที่หน้าเรือนทาสคอกเมื่อตอนหัวค่ำ

“ได้มาไหเดียวเองรึ”
“ท่านเจ้าคุณไม่ให้ใครออกนอกเขตบ้าน หาเหล้ามาได้ไหเดียวก็บุญแล้ว เอ็งจะมอมเหล้าไอ้เข้มจริงรึ แผนนี้เคยใช้แล้วมันคงไม่หลงกลอีกดอก”
บุญเจิมหงุดหงิด
“ข้ามีวิธีของข้าก็แล้วกัน เอ็งไม่ต้องพูดมากดอก”
คอกมองแบบรู้ทัน ยิ่งไม่สบายใจมากขึ้น
“วิธีของเอ็ง ก็คงไม่แคล้วยั่วยวนไอ้เข้มใช่หรือไม่ล่ะ พอเถอะวะนังเจิม ข้าไม่อยากให้เอ็งทำเช่นนี้เลย”
บุญเจิมตวาดแว๊ด
“แล้วเอ็งจะยอมให้พี่แก้วตายอย่างนั้นรึ”
คอกอึกๆอักๆ หน้าเสีย
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”
บุญเจิมหงุดหงิด
“เอ็งทำตามแผนที่วางไว้ อย่าให้พลาดก็แล้วกันไอ้คอก เรื่องอื่นเอ็งไม่ต้องยุ่ง”
บุญเจิมเดินถือไหเหล้าเลี่ยงไป คอกได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

พระจันทร์ทาบบนท้องฟ้าไว้ เข้มนั่งเฝ้ายามอยู่ที่หน้าเรือนขังทาสคนเดียวด้วยความหงุดหงิด เข้มห้อยกุญแจเรือนขังทาสไว้ที่เอวตลอดเวลา
ขณะนั้นเอง บุญเจิมก็เดินถือไหเหล้า กับถาดใส่กับแกล้มเข้ามาหาเข้ม
“นังเจิม เอ็งมาทำไมวะ”
บุญเจิมปั้นยิ้มยั่วยวน
“คุณน้ำทิพย์เห็นว่าพี่จงรักภักดี ยอมให้เธอเข้าไปดูอาการพี่แก้ว ก็เลยให้ฉันเอาเหล้ากับกับแกล้มมาให้พี่เป็นรางวัลน่ะจ้ะ”
ภายในห้องขัง แก้วพอได้ยินเสียงเข้ม และบุญเจิมคุยกัน ก็ลุกขึ้นนั่งฟัง ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเข้มดังแว่วมา
"แล้วเหตุใดคุณน้ำทิพย์ถึงไม่มา"
"พี่อยากจะได้เงินอีกล่ะสิ ได้แค่เหล้าเป็นรางวัลก็พอแล้ว พี่แก้วเป็นแค่ทาส ที่คุณน้ำทิพย์เธอมาเยี่ยม ก็เพราะเมตตาเท่านั้น ไม่มีเหตุจำเป็นต้องมาบ่อยๆนี่"
บุญเจิมรินเหล้าใส่จอกยื่นให้เข้ม
"กินซะสิพี่"
เข้มมองเหล้าอย่างระแวง
"เอ็งคงไม่ได้คิดจะมอมเหล้าข้า แล้วปล่อยไอ้แก้วหนีไปดอกนะ"
"ฉันทำตามคำสั่งคุณน้ำทิพย์จริงๆ จ้ะ แผนมอมเหล้าพี่ ฉันเคยใช้แล้ว ใครจะโง่ใช้ซ้ำสองกันล่ะจ๊ะพี่"
เข้มเหล่มองบุญเจิมอย่างไม่ไว้ใจ
บุญเจิมเห็นเข้มระแวง เลยเปลี่ยนแผนแกล้งตกใจ
"อุ๊ย ตัวอะไรเข้าไปในผ้าฉันเนี่ย"
บุญเจิมรีบวางจอกเหล้าใกล้ๆเข้ม แล้วหันหลัง ปลดผ้าแถบที่คาดอกออกเล็กน้อย แกล้งทำเป็นค้นหาสัตว์หรือแมลงที่เข้าไปในผ้า เข้มตาเบิกโพลง มองสัดส่วนบุญเจิมด้วยความตื่นเต้น แต่ก็มองไม่เห็นเพราะบุญเจิมเอาตัวบังไว้
บุญเจิมใส่ผ้าแถบกลับไปเหมือนเดิม แล้วหันไปหาเข้ม
"มองอะไรรึพี่เข้ม"
เข้มรีบเบือนหน้าไปทางอื่น
"เปล่าๆ ข้าไม่ได้มอง"
เข้มรีบหยิบจอกเหล้าขึ้นมากินกลบเกลื่อน บุญเจิมยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่เห็นเข้มเริ่มกินเหล้าตามแผน

เวลากลางคืน ทาสหญิงซึ่งเฝ้าหน้าประตูห้องนอนน้ำทิพย์ กำลังหมอบกราบอยู่กับพื้น โดยพระยาไชยากร เดินไปเดินมา อยู่หน้าห้อง เจ้าคุณห่วงลูกจะเคาะประตูห้องแต่ก็ตัดใจ พยายามไม่ใจอ่อน เพราะยังไงก็ต้องฆ่าแก้วให้ได้
เจ้าคุณยืนลังเลอยู่ อ้อนเดินจะกลับเข้าไป โดยมีทาสหญิงอีกคนตามหลังอ้อนมา
"ท่านเจ้าคุณมาหาคุณน้ำทิพย์หรือเจ้าคะ"
ไชยากรปั้นหน้าเครียด
"ไม่ใช่ ฉันแค่ผ่านมาเท่านั้น เอ่อ เห็นว่าวันนี้ทั้งวัน ลูกน้ำทิพย์ยังไม่ได้กินข้าวเลยรึ"
อ้อนทิ้งค้อน
"เจ้าค่ะ ใครเป็นอย่างคุณน้ำทิพย์ ก็กินข้าวไม่ลงทั้งนั้นล่ะเจ้าค่ะ"
เจ้าคุณหน้าบึ้งตึง
"แล้วใครไม่มาเป็นฉันบ้างล่ะ จะได้รู้ว่าหัวอกฉันเป็นยังไง"
เจ้าคุณเดินหงุดหงิดเลี่ยงไป อ้อนมองตาม ก่อนจะถอนใจ แล้วหันไปเปิดประตู ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนน้ำทิพย์ไป

อ้อนเดินกลับเข้ามาในห้อง น้ำทิพย์นั่งน้ำตาคลออยู่บนเตียง น้ำทิพย์เช็ดน้ำตา
"คุณพ่อมาหรือจ๊ะนม"
"เจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณคงได้ยินจากพวกบ่าวไพร่ ว่าคุณน้ำทิพย์ยังไม่ได้กินข้าว ก็เลยเป็นห่วงน่ะค่ะ แต่ยังถือทิฐิอยู่ ก็เลยไม่ยอมเข้ามาหา" อ้อนพูดพลางยิ้มขำ
น้ำทิพย์หน้าเศร้าลง
"ฉันอกตัญญูเหลือเกิน ทำให้คุณพ่อท่านต้องทุกข์ใจ"
"คุณน้ำทิพย์คิดได้อย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ ถ้าไม่อยากให้ท่านเจ้าคุณทุกข์ใจ ก็ตัดใจเรื่องเจ้าแก้วเสียเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรเสียก็สายเกินการแล้ว แลถึงยังไม่สาย รักของทาสกับนาย ก็ไม่มีวันเป็นจริงได้ดอกค่ะ"
น้ำทิพย์ส่ายหน้าช้าๆ
"หากแก้วไม่ได้มีหัวใจตรงกับฉัน ฉันก็ยังพอตัดใจได้ แต่เมื่อรู้แล้ว ก็ไม่มีวันดอกจ้ะนม...ที่ฉันยอมอยู่แต่
ในห้องเช่นนี้ ก็เพราะคุณพ่อขู่ว่าจะตัดพ่อตัดลูก แต่หากว่าแก้วตายลงแล้ว ฉันก็ขอตายตาม"
อ้อนตกใจสุดๆ
"ไม่ได้นะเจ้าคะคุณน้ำทิพย์ คิดอะไรอย่างนั้นเจ้าคะ"
น้ำทิพย์น้ำตาคลอ แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
"แล้วนมจะให้ฉันอยู่ ทั้งๆที่คนที่ฉันรักตายเพราะฉันเป็นต้นเหตุอย่างนั้นรึ แลคุณพ่ออาจจะให้ฉันแต่งงานกับพี่มาโนช เพื่อต้องการกลบความผิดของฉันก็เป็นได้ หากเป็นอย่างนั้น ไม่ยิ่งกว่าตายทั้งเป็นอีกหรือจ๊ะนม"
อ้อนอึ้งไป น้ำทิพย์พูดถูกทุกอย่าง จนอ้อนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองน้ำทิพย์ด้วยความสงสาร พลางสวมกอดเธอไว้

"คุณของนม"
 
อ่านต่อหน้า 4

ลูกทาส ตอนที่ 6 (ต่อ)

บุญเจิมกำลังรินเหล้าใส่จอกให้เข้มกิน เข้มเมามาก แต่ก็ไม่ยอมหลับเสียที บุญเจิมบ่นเบาๆ

"เหล้าจะหมดไหแล้ว ทำไมมันไม่หลับเสียทีวะ"
เข้มเมามาก แต่ได้ยินแว่วๆ
"บ่นอะไรวะนังเจิม"
บุญเจิมรีบปั้นยิ้ม
"ไม่มีอะไรดอกจ้ะ พี่เข้มนี่คอแข็งจริงๆนะจ๊ะ กินอีกซะหน่อยสิ จะได้ไม่ต้องเหลือทิ้งให้เสียดาย"
บุญเจิมรินเหล้าเติมให้เข้ม
เข้มเมามาก จับมือบุญเจิมไว้ ยิ้มกรุ้มกริ่ม
"ข้าไม่อยากกินเหล้าแล้วนังเจิม ข้าอยากคุยเรื่องเมื่อครู่มากกว่า จริงรึ ที่เอ็งเคยนึกรักข้าเหมือนกัน"
บุญเจิมปั้นยิ้ม
"จริงสิจ๊ะ ฉันอยากจะรักหลายหน แต่มาติดที่พี่พูดคำหวานไม่เป็น แล้วยังชอบตะกรุมตะกรามเอาแรงๆ คนที่รักกัน เค้าควรจะทะนุถนอมกันไม่ใช่หรือพี่"
เข้มหัวเราะชอบใจ ดึงบุญเจิมเข้ามากอด เธฮสะอิดสะเอียนสุดๆ แต่ต้องทน
"ถ้าเอ็งไม่ชอบให้ข้าตะกรุมตะกราม ข้าก็จะไม่ทำ แต่ถ้าข้าจูบเอ็งเบาอย่างนี้ เอ็งอย่าหาว่าข้ารัก
เอ็งน้อยก็แล้วกัน"
เข้มหัวเราะชอบใจ บุญเจิมขยะแขยงสุดๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เข้มจะโอบตัวบุญเจิมลงนอนกับพื้น
"พี่เข้ม จะทำอะไรน่ะ อย่านะจ๊ะ"
บุญเจิมชะงักไป เมื่อเห็นเข้มเมาหลับไปแล้ว เธอลองเขย่าตัวเข้มดู
"พี่เข้ม พี่เข้ม ไอ้เข้ม"
เข้มเมาหลับ ไม่รู้สึกตัว บุญเจิมค่อยๆ ขยับตัวออก แล้วเอื้อมมือ ไปปลดกุญแจเรือนขังที่เอวของเข้มออกมาเบาๆ แต่ทันใดนั้นเอง เข้มก็จับมือบุญเจิมไว้
" เอ็งเอากุญแจข้าไปทำไม คิดจะช่วยไอ้แก้วรึ"
บุญเจิมตกใจมาก
"เปล่า เปล่านะจ๊ะ"
"เอ็งหลอกข้าอีกแล้วรึนังเจิม หลอกข้าครั้งแล้ว ครั้งเล่า ข้าไม่ยอมอีกแล้วโว้ย"
เข้มจะปล้ำบุญเจิม แต่บุญเจิมสู้ขาดใจ ก่อนจะผลักเข้มออกไปแล้ววิ่งหนี เข้มก็รีบวิ่งตามไปทันที

บุญเจิมถือกุญแจหนีมา แต่เข้มตามมารวบตัวจนล้มลงบนพงหญ้า เธอกรี๊ดลั่น พยายามสู้ ขัดขืน
"ไอ้เข้ม ปล่อยข้านะ"
เข้มไม่ฟังเสียง ปลุกปล้ำบุญเจิมด้วยความแค้น ผสมกับความเมา เธอร้องลั่น พยายามดิ้นสู้เต็มที่
แต่ทันใดนั้น สายตาเธอก็เหลือบเห็นกุญแจที่ขโมยมา ยังอยู่ในมือของเธอ เธอคิดถึงแก้ว ถ้าพลาดคราวนี้ คงหมดโอกาสช่วยชีวิตแก้วแน่ เธอจัดสินใจค่อยๆหยุดดิ้น ปล่อยให้เข้มทำตามใจชอบ น้ำตาเธอไหลพรากลงอาบแก้ม ยอมเสียสละความสาวของตัวเองให้กับเข้มเพื่อช่วยชีวิตแก้ว

ผ่านเวลาเล็กน้อย มุมหนึ่งในสวนพระยาไชยากร คอกยืนเงยหน้ามองพระจันทร์บนท้องฟ้าด้วยความกระวนกระวาย โดยในมือคอกถือคบไฟเอาไว้ด้วย กิ่งเดินผ่านมาเห็นเข้าก็แปลกใจ
"ไอ้คอก เอ็งทำอะไรของเอ็งวะ"
คอกหันไปเห็นกิ่ง ตกใจมาก
"ป้า มาทำอะไร"
กิ่งหน้าเครียดๆ
"ข้าห่วงไอ้แก้วจนนอนไม่หลับ แล้วเอ็งล่ะ มายืนถือคบไฟ เก้ๆกังๆทำไม เอ็งต้องอยู่เวรยามไม่ใช่รึ"
คอกอึกๆอักๆไม่รู้จะตอบยังไง ก่อนจะเหลือบมองพระจันทร์ เห็นพระจันทร์ลอยขึ้นกลางท้องฟ้า ตามเวลาที่นัดหมายไว้กับบุญเจิม
"เดี๋ยวฉันค่อยเล่าให้ฟังนะป้า ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว"
ขาดคำ คอกก็ใช้คบไฟในมือ เผาหญ้าที่กองสุมไว้ จนไฟลุกโชนขึ้นมา กิ่งตกใจมาก
"ไอ้คอก เอ็งทำอะไรของเอ็ง"

บุญมี และพลอยกำลังกินเหล้าปลุกขวัญกันก่อนจะลงมือฆ่าแก้วอยู่ที่หน้าเรือนทาส พลอยเงยหน้าดูพระจันทร์บนท้องฟ้า
"ดึกพอควรแล้ว ลงมือเถอะพี่มี ฉันเตรียมจอบเสียมไว้ในเรือแล้ว ฆ่าไอ้แก้วเสร็จ เราก็เอาศพมันลงเรือไปฝังได้เลย"
บุญมียิ้มพอใจ
"เอ็งนี่มันรอบคอบได้อย่างใจข้าจริงๆ ไปโว้ย"
บุญมี และพลอยหยิบดาบที่เตรียมไว้ บุญมีหยิบมีดสั้นขึ้นมาเหน็บไว้ที่ผ้าขาวม้าที่เอวด้วย ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงพวกทาสหลายคน ร้องโวยวายดังขึ้น
"ไฟไหม้ๆ ไฟไหม้โว้ย เร็ว ช่วยดับไฟหน่อยเร็ว"
บุญมี และพลอย ตกใจมาก ไม่คิดว่าจู่ๆจะมีไฟไหม้ขึ้นมา

บนเรือนพระยาไชยากรกำลังวุ่นวาย หลังจากได้ยินเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ ทุกคนก็ตื่นตกใจ วุ่นวายไปหมด เจ้าคุณและมาโนช ต่างคนต่างเดินออกมาจากข้างใน
" จู่ๆไฟไหม้ได้ยังไง พ่อมาโนชรู้หรือไม่ ว่าไฟไหม้ที่ไหน"
"เห็นพวกบ่าวไพร่มันบอกว่าไหม้ที่ท้ายสวนน่ะขอรับ ตอนนี้กำลังเร่งให้ไปดับอยู่"
"ท้ายสวนรึ แปลก ไม่น่าที่จะไหม้ได้... หรือกำลังมีคนคิดช่วยไอ้แก้ว" เจ้าคุณฉุกคิดขึ้น

มาโนชตกใจ รู้ทันทีว่ามีคนวางเพลิงเพื่อหาโอกาสช่วยแก้ว มาโนชรีบไปหยิบดาบ แล้วลงจากเรือนไปทันที

เข้มเมาหลับอยู่ในพงหญ้า หลังจากปล้ำบุญเจิมเสร็จก็หมดแรงแถมยังเมาอีก เลยนอนหลับไป

บุญเจิมนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่ใกล้ๆ พลางมองดูกุญแจเรือนขังทาสในมือของตน ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการช่วยเหลือแก้ว เพื่อไถ่โทษที่เธอเป็นคนไปฟ้องจนแก้วถูกสั่งฆ่า ตนก็คงไม่ยอมเสียความบริสุทธิ์แบบนี้
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียใจ เสียศักดิ์ศรี อย่างไม่อาจเรียกคืนได้อีกแล้ว
ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงพวกทาสดังแว่วมา
" ไฟไหม้ เร็ว ช่วยดับไฟเร็ว ไฟไหม้"
บุญเจิมรู้ทันทีว่า คอกวางเพลิงเผาตามแผนแล้ว เลยรีบใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้ววิ่งไปช่วยแก้วทันที

บุญเจิมไขกุญแจ ปลดโซ่ที่ล่ามประตูไว้ ก่อนจะเปิดประตูเรือนขังทาส แล้วเข้าไปข้างในเห็นแก้วถูกโซ่ตรวนล่ามขาอยู่ แก้วแปลกใจ
"นังเจิม เอ็งเข้ามาได้ยังไง เมื่อครู่ ข้าได้ยินเอ็งคุยกับไอ้เข้ม แล้วไอ้เข้มมันไม่เข้ามาด้วยรึ"
บุญเจิมร้อนใจ โยนกุญแจให้แก้วรับไป
"ไม่ต้องมาถามโยกโย้ รีบไขกุญแจที่ขาออกเสีย แล้วรีบหนีไปเร็วๆเถิด จะมีคนมาฆ่าพี่อยู่แล้ว"
แก้วตกใจ
"ใครบอกเอ็งว่าจะมีคนมาฆ่าข้า ไม่ใช่คิดจะขายข้าไปหัวเมืองดอกรึ"
" ยังมีหน้ามาถามอีก ไม่ใช่เพราะความไม่เจียมกะลาหัวตะกายหมายจะดมดอกฟ้าดอกหรือ เค้าจึงต้องสั่งฆ่า"
แก้วตกใจสุดขีด รีบไขกุญแจโซ่ตรวนแล้วลุกขึ้นทันที
"ท่านเจ้าคุณรู้เรื่องพี่กับคุณน้ำทิพย์ได้ยังไง ใครบอก"
บุญเจิมหน้าเสีย รีบเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาแก้ว พูดเสียงดุ
"ไม่รู้ อย่ามาถามมากได้หรือไม่ รีบๆหนีไปเสียทีเถอะ"
แก้วห่วงน้ำทิพย์สุดๆ
"แล้วคุณน้ำทิพย์เล่า ท่านเจ้าคุณรู้เรื่องแล้ว คุณน้ำทิพย์เป็นยังไงบ้าง"
บุญเจิมทั้งหึงหวง ทั้งโกรธมาก หันมาจ้องหน้าแก้ว
"ยังจะสะเออะห่วงคนอื่นอีกรึ ห่วงตัวเองก่อนเถอะ"
"แล้วเอ็งโกรธเคืองอะไรข้า"
บุญเจิมน้ำตาท่วม พูดทั้งน้ำตาด้วยความน้อยใจที่สุด
"พี่ไม่ต้องมาคิดเข้าใจฉันดอก เพราะคนอย่างอีเจิมมันเป็นทาส หัวใจทะเยอทะยานของพี่แก้ว มีไว้เข้าใจคุณน้ำทิพย์เพียงคนเดียว พี่จะหนีไปตามฉันบอกหรือไม่ก็ตามใจพี่ แต่อีเจิมได้ทำหน้าที่คนที่รักพี่ยิ่งกว่าหมารักเจ้าของแล้ว เป็นอันสิ้นสุดกัน"
บุญเจิมหันหลังร้องไห้ วิ่งออกไป แก้วงงไปหมด ก่อนจะรีบตามบุญเจิมไป

มาโนชยืนถือดาบหน้าตาถมึงทึงอยู่ที่หน้าเรือนทาส โดยพวกทาสชายกลุ่มหนึ่ง กำลังตรวจค้น
เรือนขังทาสอยู่ ขณะนั้นเอง บุญมี และพลอย พร้อมอาวุธครบมือก็เดินมาถึง
บุญมีตกใจ
"คุณมาโนช เกิดอะไรขึ้นขอรับ"
ขาดคำ มาโนชก็ตบหน้าบุญมีด้วยความโกรธจัด
"มึงยังมีหน้ามาถามอีกรึ ทำไมพวกมึงเพิ่งมาเอาป่านนี้ ไอ้แก้วมันหนีไปแล้ว เห็นหรือไม่"
บุญมี และพลอยเห็นภายในเรือนขังทาสว่างเปล่า ก็ตกใจ พลอยรีบเข้าไปในเรือนขังทาส เพื่อหาร่องรอยแก้วทันที
"พวกกระผมได้ยินว่ามีไฟไหม้ เกรงว่ามันจะลามมาที่เรือน เลยรีบไปดูขอรับ พอเห็นว่าไม่กระไรนักก็เลยรีบมาที่นี่ แล้วนี่ไอ้แก้วมันหนีไปได้อย่างไรขอรับ"
" กูจะรู้รึ แต่ที่แน่ๆไอ้คนที่จุดไฟเผาล่อพวกเอ็งไป ต้องเป็นพวกเดียวกับที่ช่วยไอ้แก้วนั่นล่ะวะ"
ทันใดนั้นเอง ทาสอีกสองคนก็หิ้วปีกเข้ม ที่ยังมึนเข้ามาหามาโนช
"ไอ้เข้ม เวรมึงเฝ้าไอ้แก้ว แล้วเอ็งหายหัวไปไหนมาวะ" บุญมีถาม
"นังเจิมมันมอมเหล้าฉันน่ะพี่ ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น"
เข้มซ่อนสายตาพิรุธไป
ขาดคำ บุญมีก็ชกหน้าเข้มสุดแรงแค้น จนเข้มปากแตกเลือดกบปาก พลอยออกมาจากเรือนขังทาส
"พื้นที่ไอ้แก้วนอนยังอุ่นอยู่ คงหนีไปได้ไม่ไกลดอกขอรับ"
"งั้นมึงไปกับกูไอ้พลอย ถ้าไอ้แก้วหนีไปได้ มันต้องหาไอ้คุณพระแน่ ส่วนมึงไอ้มี มึงกับไอ้เข้ม ค้นหาไอ้แก้วให้ทั่วเขตบ้าน เผื่อมันยังหลบซ่อนอยู่" มาโนชบอก
"ขอรับ" บุญมีรับคำแล้วหันไปเตะเข้มซ้ำอีกที "ตามกูมาเร็ว"

บุญมีรีบเดินนำ เข้มหยิบดาบที่วางอยู่บนพื้นแล้วตามบุญมีไป มาโนชแววตาอาฆาตแค้น ไม่ยอมปล่อยให้แก้วรอดไปได้เด็ดขาด

บุญเจิมวิ่งร้องไห้มาถึงชายคลอง โดยมีแก้วตามหลังมา

"เดี๋ยวสินังเจิม เอ็งโกรธอะไรข้า แลถ้าเอ็งโกรธ แล้วเอ็งช่วยข้าทำไม ข้างงไปหมดแล้ว"
บุญเจิมปาดน้ำตาไม่ยอมตอบ เป็นตายยังไงก็ไม่ยอมเล่าเรื่องที่ตนเป็นคนฟ้องจนเกิดเรื่องกับแก้ว และช่วยแก้วจนยอมเสียความบริสุทธิ์เด็ดขาด
ขณะนั้นเอง คอก และกิ่ง ก็รีบเข้ามาหาแก้ว
"พี่แก้ว นังเจิม"
แก้วดีใจสุดๆ รีบเข้าไปกราบเท้าแม่ กิ่งร้องไห้ด้วยความปลื้มใจและสงสารลูก
"ไม่ต้องๆ รีบลุกขึ้นเถอะไอ้แก้วเอ๊ย"
แก้วรีบลุกขึ้น แล้วกอดแม่ด้วยความรัก และเป็นห่วงแม่ กิ่งร้องไห้
"เอ็งหนีออกมาได้ก็ดีแล้ว รีบไปเถอะลูก ไอ้คอกเล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว ไม่คิดเลย ว่าแค่ไปที่เรือนคุณพระ จะต้องฆ่ากันถึงตาย"
บุญเจิมไม่กล้าสู้หน้าเอาแต่ร้องไห้
"นี่แม่ยังไม่รู้เรื่องฉันกับคุณน้ำทิพย์รึ"
กิ่งแปลกใจ
"เรื่องอะไร แล้วคุณน้ำทิพย์มาเกี่ยวอะไรด้วย"
แก้วยังไม่ทันตอบ บุญมี และเข้ม ก็ถือดาบเข้ามาทันที บุญมีเหน็บมีดสั้นที่เอวมาด้วย บุญมีโมโหสุดขีด
"ไอ้แก้ว มึงหนีไม่พ้นดอกโว้ย"
บุญมีโผเข้าจะเอาดาบฟันแก้ว แต่บุญเจิมรีบพุ่งตัวเข้าไปจับตัว แล้วโอบรอบเอวไว้ ไม่ให้บุญมีฟันแก้วได้
"พี่แก้วหนีไป รีบหนีไปเร็ว"
บุญมีโมโหสุดขีด พยายามจะดึงตัวน้องออก
"มึงปล่อยกูอีเจิม อีน้องเนรคุณ มึงปล่อยกู"
เข้มจะเข้าไปเล่นงานแก้วเอง แต่คอกหยิบไม้ที่อยู่ใกล้ๆมือ หวดสกัดไม่ให้เข้มเข้าใกล้แก้ว
"ไอ้คอก มึงสมรู้ร่วมคิดด้วยรึ เช่นนั้นมึงก็อย่าอยู่เลย" เข้มตวาด
เข้มจะฟันคอก คอกก็ใช้ไม้ตีสู้กันไว้ แก้วละล้าละลัง เป็นห่วงทั้งบุญเจิม และคอก จนไม่กล้าหนีไป กิ่งร้อนใจสุดๆ
"รีบหนีไปสิไอ้แก้ว ขืนเอ็งอยู่ ได้ตายกันหมดพอดี ..ไปสิ"
แก้วได้สติเลยตัดใจ กระโดดลงคลองหนีไป
บุญมีเห็นแก้วว่ายน้ำหนี ก็โมโหสุดๆ โยนดาบทิ้ง แล้วใช้มือข้างหนึ่งจิกหัวบุญเจิมขึ้นมา แล้วตบหน้าเต็มๆ จนบุญเจิมทรุดร่วงไป คอกห่วงสุดๆ
"นังเจิม"
คอกเล่นงานจนเข้มจนล้มกระเด็นไป บุญมีจะเข้าไปซ้ำน้อง แต่คอกเอาไม้มาตีหลังบุญมีก่อน ไม่ให้ทำร้ายบุญเจิมมากไปกว่านี้
"มึงตาย ไอ้คอก"
บุญมีชักมีดสั้นที่เหน็บเอวไว้ออกมาจะแทงคอก แต่บุญเจิมโผเข้าจับข้อมือบุญมีก่อน สองพี่น้องเลยยื้อยุดฉุดกระชากมีดกัน คอกจะเข้าไปช่วยบุญเจิม แต่เข้มตั้งหลักได้ก็เข้ามาฟันสกัด คอกเลยต้องหันมาสู้กับเข้มแทน
บุญเจิม และบุญมียื้อยุดกัน ทันใดนั้นเอง บุญมีก็สะดุ้งเฮือกขึ้นแล้วค่อยๆก้มลงมองที่ท้องตัวเอง ปรากฏว่าบุญเจิมแย่งมีดได้ แล้วจังหวะชุลมุนเลยพลาดแทงเข้าที่ท้องบุญมีจนเลือดแดงฉาน ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของทุกคน โดยเฉพาะบุญเจิมที่แทงพี่ชายด้วยมือตัวเอง
บุญมีชี้หน้าน้องสาว พยายามจะพูดแต่พูดไม่ออก สายตาเต็มไปด้วยโกรธแค้นน้องสาวสุดๆ ก่อนจะล้มลงขาดใจตายไป ทั้งๆที่ตายังเหลือกค้างอยู่
เข้มตกใจสุดขีด
"พี่มี"
คอกตั้งสติได้ก่อน เลยหวดไม้เข้าเต็มๆหัวจนเข้มสลบเหมือดไปทันที คอกรีบทิ้งไม้ แล้วจับข้อมือบุญเจิมทันที
"หนีเร็วนังเจิม เอ็งฆ่าคนตายแลปล่อยพี่แก้ว ขืนอยู่ต่อ เอ็งตายแน่"
บุญเจิมช็อกสุดๆ มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก กิ่งตั้งสติได้
"รีบพานังเจิมไปเร็วไอ้คอก ข้าจะอยู่ทางนี้เป็นพยานให้พวกเอ็งเอง จะได้ไม่มีใครใส่ร้ายพวกเอ็งได้"
คอกรีบดึงมือบุญเจิมกระโจนลงคลอง ว่ายน้ำหนีไปพร้อมกัน กิ่งเข่าอ่อน ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้
 
หน้ามืดจะเป็นลมท่ามกลางศพของบุญมีที่นอนตาย ตาเหลือกค้าง อย่างน่าหวาดกลัว

ผ่านเวลาซักพัก พระนิติธรรมลือชาเดินหน้าบึ้งตึงออกมาจากข้างในเรือนแพ
 
โดยมีอ้นประคองคุณกัลยาที่ยังไม่สบายอยู่ออกมาด้วย บริเวณหน้าเรือน มาโนช พลอย และพวกทาสชายยืนกันอยู่เต็มไปหมด
คุณพระโมโหมาก พูดเสียงดัง
"เกินไปแล้วกระมังคุณมาโนช เห็นบ้านเมืองไม่มีขื่อ มีแปรึ ถึงได้ยกพวกมาล้อมเรือนกันเช่นนี้"
"ก็เพราะกระผมเห็นว่าบ้านเมืองมีกฎหมายน่ะสิขอรับ ถึงได้พาพวกมาตรวจค้นเรือนคุณพระ ด้วยไอ้แก้ว ไอ้ทาสอกตัญญูของกระผม มันหนีออกมาจากเรือน กระผมเกรงว่ามันจะมาหลบซ่อนที่นี่ขอรับ จึงต้องมาพาตัวมันกลับไป"
คุณพระ น้องสาว และอ้น นึกไม่ถึงว่าแก้วจะหนีออกมาได้
คุณกัลยาดีใจมาก รีบปกป้องแก้วทันที
"จู่ๆก็จะมาค้นเรือนกันกลางดึก คุณมาโนชอาศัยอำนาจอะไรไม่ทราบคะ"
"สมกับเป็นน้องสาวตุลาการจริงๆนะขอรับ ถ้าจะถามหาอำนาจ กระผมก็อาศัยอำนาจของผู้เป็นนาย เมื่อไอ้แก้วมันเป็นทาสหนีนายมา กระผมย่อมมีสิทธิ์ตามมันกลับไป ใครที่ให้ที่หลบซ่อนมัน ย่อมต้องมีผิดไปด้วย"
"แต่ที่นี่เป็นเรือนของขุนนางผู้ใหญ่ คุณมาโนช"
คุณพระพูดสวนขึ้น
"ถ้าอยากจะค้นก็เชิญเถิด แต่คุณมาโนชต้องกำชับบ่าวไพร่ให้ระมัดระวัง ถ้าของในเรือนฉันเสียหายไป คุณมาโนชต้องรับผิดด้วย อย่าลืมก็แล้วกัน"
มาโนชยิ้มพอใจ
" ข้อนั้นคุณพระไม่ต้องห่วงดอกขอรับ ถ้าเกิดความเสียหายขึ้น กระผมจะชดใช้ให้"
พระนิติธรรมเดินนำมาโนช และพลอย กับพวกเข้าเรือนไป โดยมีน้องสาวและอ้นตามหลังเข้าไปอีกที
นิติธรรมแกล้งไปเปิดหน้าต่าง แล้วพูดเสียงดัง
"ถ้าอยากจะค้นหาไอ้แก้ว ก็ทำได้เลยคุณมาโนช เรือนแพฉันไม่ใหญ่โตอะไร คุณมาโนชคงใช้เวลาไม่นานกระมัง"
มาโนชยิ้มเยาะ นึกว่าพระนิติธรรมเสียงดังเพราะโกรธ
"ไม่ต้องกังวลไปดอกขอรับคุณพระ กระผมค้นไม่นานแน่"
มาโนชหันไปพยักหน้าให้พลอย พวกทาสกระจายกันออกค้นทั่วเรือนแพทันที แต่ซักพัก พลอยกับพวกทาสก็กลับเข้ามาหามาโนช
"ไม่เจอเลยขอรับ บางที ไอ้แก้วอาจจะยังหนีไม่พ้นเขตบ้านก็ได้นะขอรับ"
คุณกัลยายิ้มเยาะ พูดและไอโขลก
"พอใจแล้วใช่หรือไม่คะคุณมาโนช"
"หมดธุระแล้ว คงไม่ต้องให้ออกปากไล่"
มาโนชจ้องหน้าพระนิติธรรมเขม็ง และขบกรามแน่นด้วยความแค้น
"ไอ้พลอย กลับ"
มาโนชเดินออกจากเรือนแพไปพร้อมกับพลอยและเหล่าทาส ทุกคนมองตามมาโนชจนแน่ใจว่าไปพ้นเรือนแน่ คุณกัลยาหน้าบึ้งตึง
"ไปเสียที บุกเข้ามาค้นถึงในเรือนยามวิกาล พอไม่เจอก็กลับ จะขอโทษซักคำก็ไม่มี นี่หรือลูกพระยาหลานพระยา"
คุณพระเดินไปที่หน้าต่าง แล้วชะโงกหน้าออกไป
"เจ้าแก้ว ถ้าแกหลบอยู่จริง ก็ขึ้นมา คุณมาโนชไปแล้ว"
ขาดคำ แก้วก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำจริงๆ แล้วปีนขึ้นมาบนเรือนแพท่ามกลางความตกใจของคุณกัลยากับอ้น พระนิติธรรมมองแก้วอย่างชื่นชมที่แก้วเอาตัวรอดได้
ภายในห้องทำงานของคุณพระ อ้นกำลังทายาที่แผลกลางหลังของแก้วอยู่ โดยมีคุณพระและน้องสาว ยืนดูอยู่ใกล้ๆ คุณกัลยาสงสารแก้วสุดๆ
"โถ นี่โบยกันหนักถึงเพียงนี้เชียวรึ ทายาให้ทั่วๆ นะเจ้าอ้น แผลหนักเช่นนี้ แค่ถูกน้ำยังไม่ควร แต่นี่แช่อยู่ในคลองเสียตั้งนาน"
คุณกัลยาพูดพร้อมไอโขลก
"ขอรับคุณแดง แต่นี่โชคดีนะขอรับ ที่คุณมาโนชหาเจ้าแก้วไม่เจอ ไม่เช่นนั้น คงโดนจับไปฆ่าแล้ว"
แก้วยิ้มบางๆ
"ก็เกือบไปล่ะจ้ะพี่อ้น ฉันกำลังจะปีนขึ้นเรือนแพอยู่แล้ว แต่ได้ยินคุณพระท่านพูดเตือนเสียก่อน ก็เลยหลบอยู่ใต้แพน่ะจ้ะ"
"อ้าว แล้วคุณพี่รู้ว่าแก้วมาหลบตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ" คุณกัลยาแปลกใจ
"พี่ไม่รู้ดอก แต่พี่แกล้งพูดเสียงดังเตือนไว้ก่อน เพราะเกรงว่าเจ้าแก้วจะมาหลบจริง แล้วก็เป็นจริงดังคาด"
แก้วหน้าเครียด
"กระผมมันโง่เง่านัก คิดแต่หนีตายอย่างเดียว ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ ดึกดื่นเช่นนี้ กระผมจะหนีไปไหนได้ นอกจากเรือนแพของคุณพระ คุณมาโนชย่อมต้องดูออกเป็นแน่ บุญของไอ้แก้วที่คุณพระไหวทันไม่อย่างนั้น นอกจากจะตายแล้ว ยังนำความเดือดร้อนมาให้คุณพระอีก"
คุณกัลยายิ้มบางๆ
"อย่าพูดเช่นนั้นเลยจ้ะแก้ว ฉันกับคุณพี่ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายแก้วได้ดอก แก้วหลบอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ ได้โอกาสเมื่อใด ฉันจะส่งแก้วไปที่เรือนของคุณพ่อฉัน ถ้าเป็นที่นั่น ไม่มีใครกล้าเข้ามาค้นดอก แก้วสบายใจได้"
แก้วหน้าเสียไม่สบายใจ
"ไม่ได้นะขอรับ ถ้าทำอย่างนั้น เจ้าคุณพ่อของคุณแดงจะเดือดร้อนไปด้วยอีกคน แค่นี้ไอ้แก้วก็บาปมากพอแล้วขอรับ"
"แกหนีร้อนมาพึ่งเย็น จะบาปได้ยังไง แลอีกไม่นาน แกก็จะเป็นไทตามกฎหมายแล้ว ถึงตอนนั้น แกก็จะพ้นผิดที่หนีนายในครั้งนี้ไปด้วย แกอย่ากลัวว่าพวกฉันจะเดือดร้อนเลย"

แก้วไม่สบายใจ เพราะถึงคุณพระจะพูดถูก แต่ก็กลัวจะสร้างความเดือดร้อนให้พระนิติธรรมอีก
 
อ่านต่อตอนที่ 7
ลูกทาส ตอนที่ 5
ลูกทาส ตอนที่ 5
กลางคืนคืนหนึ่ง ณ พระที่นั่งสมมุติเทวราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ทรงประทับอยู่บนที่ประทับว่าราชการ โดยมีเจ้าคุณ พระนิติธรรม และขุนนางคนอื่นหมอบกราบเข้าเฝ้ากันอยู่ พระยาไชยากร และ พระนิติธรรม ชำเลืองมองกันเล็กน้อย แล้วเจ้าคุณก็เบือนหน้าไปทางอื่น ด้วยความเกลียดขี้หน้าพระนิติธรรม ในวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2429 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ผู้สำเร็จราชการมหาดไทย ได้สิ้นพระชนม์ลง ขุนนางคนหนึ่ง นาม เจ้าพระยาพลเทพ คลานเข่าออกมาต่อหน้าที่ประทับ แล้วกราบถวายบังคม จึงทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพระยาพลเทพ (รอด) ได้บัญชามหาดไทยแทน และได้ขึ้นเป็นเจ้าพระยารัตนบดินทร์
กำลังโหลดความคิดเห็น...