xs
xsm
sm
md
lg

สาปสาง ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สาปสาง ตอนที่ 5

กรณ์มาที่โรงละครตอนกลางคืน
 
เขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าลานน้ำพุเทวีก่อนจะมองกล่องแหวนในมือแล้วตัดสินใจแน่วแน่
เสียงช่อเอื้องดังขึ้น “คุณกรณ์”
กรณ์รีบหันกลับไปมองก็เห็นช่อเอื้องเดินเข้ามาหา
“คิดว่าจะไม่มาแล้วซะอีก”
“ช่อสัญญาแล้ว ช่อก็ต้องมาสิคะ” ช่อเอื้องบอก
“ขอบคุณครับ”
“คุณกรณ์มีเรื่องอะไรคะถึงต้องนัดช่อมาถึงที่นี่”
กรณ์ยิ้มแล้วสูดลมหายใจเข้าก่อนจะเริ่มต้นพูด
“เราก็คบหาดูใจกันมานานแล้วนะครับช่อ ผมรักช่อมาก รักและอยากดูแลช่อไปตลอด”
ช่อยิ้มรับด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจว่ากรณ์จะมาไม้ไหน
“แต่งงานกับผมนะครับ”
กรณ์ยื่นกล่องแหวนในมือให้ช่อเอื้อง ช่อเอื้องก้มลงมอง
“คุณกรณ์...” ช่อเอื้องตื่นเต้น
“นะครับช่อ”
ช่อเอื้องเงยหน้าขึ้นทำให้กรณ์เห็นว่าเธอเป็นผีที่มีเลือดไหลออกทุกทวาร
กรณ์ตกใจผงะไป “ช่อ!”
ช่อเอื้องร้องไห้น้ำตาเป็นเลือดอาบหน้า
“ช่อก็รักคุณค่ะ..... รักยิ่งกว่าชีวิต”
ร่างของช่อเอื้องค่อยๆ สลายหายไป

“ช่อ!” กรณ์สะดุ้งตื่นพร้อมกับส่งเสียงดัง เขาตั้งสติแล้วพบว่าฝันไป
“ทำไมถึงได้ฝันอย่างนี้นะ…ประหลาดจริง”
กรณ์ถอนใจก่อนจะหยิบกล่องแหวนที่วางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาดู
“ผมรักคุณนะช่อ และจะรักคุณตลอดไป”

อนงค์เข้ามาในห้องนอนแพรว
“แพรว เกิดอะไรขึ้นลูก”
“อะไรอีกล่ะแม่” แพรวถาม
“ก็เพื่อนลูกที่นอนอยู่ข้างล่างนั้นน่ะ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาดึกๆดื่นๆ มีเรื่องอะไรมารึเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกแม่ มันแค่มาขอค้างด้วยน่ะ มันลืมกุญแจบ้าน”
“แน่นะ”
“แน่สิ แม่จะสงสัยอะไรเนี่ย”
“ก็เห็นสีหน้าสีตาไม่ค่อยดี เหมือนหนีอะไรมาอย่างนั้นแหละ”
“โอ๊ย อย่าช่างสงสัยนักเลยน่ะแม่ น่ารำคาญ”

แพรวพูดแล้วก็ออกจากห้อง อนงค์มองตามไปด้วยความกังวลก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ไทนอนไม่หลับด้วยความกังวล

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะช่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
แพรวเดินลงมาดู
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” แพรวถาม
“ฉันนอนไม่หลับ” ไทบอก
“กลัวผีนังช่อมันบุกเข้ามาเล่นงานงั้นสิ” แพรวว่า
ไทไม่ยอมพูดแต่ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าว่าใช่
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว มันเข้ามาไม่ได้หรอก นอกจากนายจะหาเรื่องออกไปให้มันฆ่าเอง” ไทนิ่งไป

ลมพัดแรง ฟ้าแลบฟ้าร้องดังเหมือนฝนกำลังจะตก วิญญาณของช่อเอื้องวนเวียนอยู่รอบตัวบ้านแต่ไม่สามารถเข้ามาได้เพราะอิทธิฤทธิ์ของยันต์

อนงค์ในห้องเปิดหน้าต่างออกไปดูก็พบว่าลมพัดแรงกลิ่นละอองฝนเข้ามา
“สงสัยฝนจะตก เฮ้อ...ตากผ้าไว้เต็มราว” อนงค์บอก
อนงค์เดินออกจากห้องนอน

อนงค์เปิดประตูหลังบ้านออกไปเก็บผ้าที่ลานด้านหลัง

อนงค์เก็บผ้าแข่งกับฝน ทันใดนั้นเธอก็ร้องกรี๊ดออกมาเพราะโดนงูฉกจนล้มลงไป

แพรวได้ยินเสียงแม่ร้องกรี๊ดก็ตกใจ
“เสียงแม่นี่!”
แพรวรีบเดินออกจากห้อง

แพรววิ่งลงบันไดมาเจอไท
“เสียงแม่ ฉันได้ยินเสียงแม่” แพรวบอก
“ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน”
แพรวรีบวิ่งไปทางประตูหลังก็เห็นว่าประตูเปิดอยู่ พอมองออกไปก็เห็นว่าอนงค์ล้มกองอยู่ที่พื้น
“แม่!”

แพรวรีบวิ่งออกไปดู ไทเดินตามไป
 
อ่านต่อหน้า 2

สาปสาง ตอนที่ 5 (ต่อ)

วิญญาณช่อเข้าสิงร่างอนงค์ ไทกับแพรวเข้ามาถึง

“แม่เป็นยังไงบ้าง” แพรวถาม
ไทสังเกตเห็นเลือดที่ขาของอนงค์ “เลือด!”
ไทรีบปาดเลือดออกจนเห็นรอยเขี้ยวสองรู
“สงสัยจะโดนงูกัด”
“!...ทำไงดีล่ะ”
ไทรีบดึงผ้าที่ราวมาผัดเหนือปากแผลไว้แล้วบอกแพรว
“รีบไปหาหมอเถอะ เราไม่รู้ว่างูมันมีพิษรึเปล่า ไป”
ไทอุ้มอนงค์ขึ้นแล้วเดินอ้อมไปด้านข้างบ้าน แพรวรีบเดินตามไป ช่อเอื้องในร่างอนงค์ยิ้มร้ายสาแก่ใจ

ไทอุ้มอนงค์ขึ้นรถ แพรวเป็นคนขับรถเลื่อนออกจากบ้าน ช่อเอื้องในร่างอนงค์มองยันต์ที่หน้าประตูที่ค่อยๆ ห่างออกไปทุกทีด้วยรอยยิ้มสมใจ
“ไม่มีสิ่งใดคุ้มครองพวกแกได้อีกแล้ว!”

อาภานั่งอยู่บนเตียง กรณ์นั่งจับมืออยู่ข้างๆ
“จะไปเรียนก็ไปเถอะกรณ์ ไม่ต้องห่วงแม่”
“ไม่ได้หรอกครับ จะให้ผมไปได้ยังไง ถึงไปก็ห่วงจนเรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดีแหละครับ”
“แล้วใจคอจะไม่ไปเรียนต่อจริงๆ เหรอ”
“ผมจะเรียนที่เมืองไทยนี่แหละครับ จะได้อยู่ดูแลคุณแม่ด้วย”
อาภาภิรมย์ลูบหัวลูกชายด้วยความรัก
“ขอบใจนะ.....แล้วนี่เจอหนูช่อรึยัง”
กรณ์อึ้งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบ
“ยังเลยครับ”
“แปลกจริง มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า”
กรณ์ฝืนยิ้มให้แม่
“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณแม่อย่าเป็นห่วงเลย เดี๋ยวผมจะพาเขามาหาคุณแม่เอง”

อาภาภิรมย์ลอบมองกรณ์ด้วยความสงสัย

ช่อเอื้องในร่างอนงค์นั่งตาแข็ง

“เจ็บแผลมากไหมครับ”
ช่อเอื้องค่อยๆ หันมามองไทที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยตาแข็งกร้าวและมีสีหน้าแค้น
“แกฆ่าฉันทำไม!”
“เฮ้ย”
ไทผงะถอยด้วยความตกใจ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย แม่ แม่พูดอะไร”
“ฉันไม่ใช่แม่แก นังเพื่อนทรยศ”
“จอดรถ แพรว จอด”
แพรวรีบจอดรถอย่างรวดเร็ว

รถไถลจอดลงข้างทาง ไทรีบเปิดประตูรถออกไปทันที แพรวเดินตามลงมาก่อนจะวิ่งไปหาไท
“เมื่อกี้มันเสียงนังช่อนี่” แพรวว่า
“ก็ใช่น่ะสิ ช่อสิงร่างแม่เธออยู่”
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”
อยู่ๆ อนงค์ก็หมดสติจนล้มพับไป
“แม่!”
“ไม่มีสิ่งใดคุ้มกันพวกแกได้แล้ว!!”
ไทกับแพรวตกใจ “เฮ้ย!/ว้าย!”
แพรวกับไทหันกลับไปดู วิญญาณช่อเอื้องปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของทั้งคู่ แพรวกับไทผงะถอยไปทันทีด้วยความตกใจ
“เอาไงดี”
แพรวตั้งสติ “ไม่ต้องกลัว ฉันมีของคุ้มครอง ถ้ามันเข้ามา มันเจอดีแน่”
แพรวท้าทาย “เข้ามาสินังช่อ เข้ามาเลย!”
“เฮ้ย ไปท้ามันอย่างนั้นจะดีเหรอ”
“เฉยๆ เถอะน่า” แพรวหันไปทางช่อเอื้อง “แน่จริงก็เข้ามาสินังช่อ!”
วิญญาณช่อเอื้องพุ่งเข้าใส่ร่างแพรว แพรวดึงสร้อยพร้อมตะกรุดออกมา ตะกรุดมีควันดำพวยพุ่งเข้าใส่ร่างช่อ
ช่อเอื้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน
“สมน้ำหน้า ตายแล้วไม่รู้จักตาย! คิดจะมาแก้แค้นฉันงั้นเหรอ เป็นไงล่ะ อีผีนรก!”
ช่อเอื้องทรมานอยู่ในหมอกควันดำ เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“หยุดเถอะแพรว ยังไงช่อก็เพื่อนเรานะ หยุดทรมานเขาเถอะ พูดกันดีๆ ก็ได้ ยังไงเราก็ผิดนะ”
“ถ้าคิดจะพูดกับผี ก็เชิญแกพูดไปคนเดียวเถอะ”
แพรวเดินกลับไปที่รถ ไทยังลังเล
“แพรว เดี๋ยวสิ รอด้วยแพรว”
ไทเดินตามแพรวขึ้นรถ รถแล่นจากไปในขณะที่ช่อเอื้องยังคงทรมานอยู่ หมอกควันดำค่อยๆ รวมตัวแล้วถูกดึงกลับเข้าตะกรุด
 
ช่อเอื้องสลายร่างไป
 
อ่านต่อหน้า 3

สาปสาง ตอนที่ 5 (ต่อ)

ช่อเอื้องปรากฏตัวขึ้นด้วยความเจ็บปวด ความแค้นของเธอยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก

“พวกแกฆ่าฉันแล้วฆ่าฉันอีก ฉันจะไม่ยอมปล่อยแกไปแน่ เลือดแกจะต้องมาเซ่นวิญญาณฉัน!”

กรณ์ครุ่นคิดตัดสินใจ ในมือของเขาถือโทรศัพท์มือถือ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจกดเบอร์ช่อเอื้อง
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
กรณ์ถอนใจหนักๆ
“ทำไมนะช่อ ทำไมคุณไม่บอกความจริงกับผม ทำไมต้องทำให้ผมเชื่อว่าเรารักกัน....ทำไม”
กรณ์ร้องไห้

ไทกับแพรวช่วยกันประคองอนงค์เข้ามาในบ้าน
“ดีนะที่พิษไม่ร้ายแรง ไม่งั้นล่ะก็ ...”
“ไม่ร้ายยังไงล่ะพ่อคุณ พอแม่โดนงูฉกก็วูบไป ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่มีสติอีกเลย”
แพรวกับไทลอบมองตากันเพราะรู้ว่าเพราะถูกผีสิง
“แม่มีพระรึเปล่า” แพรวถาม
“มี ถามทำไม”
“มีก็เอามาใส่ไว้ พระจะได้คุ้มครอง” แพรวบอกไท “ไปเถอะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
แพรวเดินนำไทออกไปนอกตัวบ้าน อนงค์มองตามไปด้วยสีหน้างงๆ
“คิดยังไงพูดเรื่องพระ ปกติไม่เห็นเคยสนใจ”

ณ มุมหนึ่ง นอกตัวบ้าน
“ผีนังช่อมันตามล้างแค้นเรา ต่อให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ขอโทษกันยังไง มันก็คงไม่ยกโทษให้เราแน่”
“แล้วจะเอายังไง”
“ถ้าจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง”
“อะไรสักอย่างน่ะ มันอะไรล่ะ”
แพรวครุ่นคิด

เช้าวันใหม่ แพรวกับไทนั่งอยู่ตรงหน้าพ่อปู่ที่ตำหนัก
“มันตามล่าตามจองเวรพวกมึงก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อมึงฆ่ามัน” พ่อปู่ชี้ที่ไท “ส่วนมึงก็ช่วยมัน” พ่อปู่ชี้แพรว
“แล้วพ่อปู่จะปล่อยให้มันตามฆ่าพวกเราอย่างนี้เหรอคะ จะไม่ช่วยอะไรเราเลยเหรอคะ”
“ช่วยทำให้ช่อยกโทษให้พวกเราได้ไหมครับ”
“ยกโทษ เฮอะ! นี่มึงยังคิดจะขอโทษมันอีกงั้นเรอะ ไอ้สารเลว!!”
ไทสะดุ้ง
พ่อปู่ชี้หน้าไท “มึงฆ่ามันตายแล้วคิดเหรอว่ามันยกโทษให้ ถ้าลองมีใครมาฆ่ามึงบ้าง มึงจะยกโทษให้ไหม ไอ้หน้าโง่!”
ไทอึ้งไปเมื่อโดนด่าจี้ใจดำ
“แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะพ่อปู่”
“มีทางเดียวที่จะทำให้มันจะไม่มายุ่งกับพวกมึงอีก”
“อะไรคะ”
“สะกดวิญญาณมันไว้ ให้มันตายตกอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปผุดไปเกิด!ให้มันไม่ได้ตามจองเวรพวกมึงทุกชาติไป!”
แพรวกับไทพูดพร้อมกัน “สะกดวิญญาณ…”
“แล้วจะลงมือเมื่อไหร่ล่ะคะ”

“คืนนี้จันทร์ดับ อำนาจมืดจะส่งพลังได้แรงที่สุด กูจะสะกดวิญญาณมันคืนนี้”

อาภาภิรมย์คุยกับกรณ์

“ช่อเป็นเด็กกำพร้า ญาติพี่น้องก็ไม่มี แล้วจะตามตัวเขาได้ยังไงกัน นอกจากรอให้เขาติดต่อมา”
กรณ์นิ่งไปด้วยความรู้สึกผิดที่คิดว่าตนเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่อเอื้องจากไป
“ถ้าเขาไม่มา เห็นทีละครของแม่จะมาสุดทางแล้ว” อาภาภิรมย์บอก
อาภาภิรมย์ถอนใจหนักๆ เพราะทั้งเศร้าทั้งกังวล
“อย่าเพิ่งถอดใจสิครับคุณแม่ ยังไงผมก็จะพาช่อมาพบคุณแม่ให้ได้ ผมสัญญา!”
กรณ์มุ่งมั่นมาก

มือถือแพรวที่วางอยู่บนโต๊ะดัง แพรวเดินเข้ามาดู
แพรวยิ้มดีใจ “คุณกรณ์”

กรณ์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แพรวเดินมาถึง กรณ์ลุกขึ้นยืนต้อนรับ
“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์มา”
“แพรวเต็มใจมาอยู่แล้วล่ะค่ะ” แพรวบอก
“เชิญนั่งครับ”
กรณ์เลื่อนเก้าอี้ให้แพรวนั่ง แพรวแอบอมยิ้ม
“คงทราบใช่ไหมครับว่าผมจะคุยกับเรื่องอะไร”
“แพรวทราบค่ะว่ามันต้องเป็นเรื่องช่อ ดีเลยค่ะ ช่อเพิ่งติดต่อมาเมื่อคืนนี้เอง”
“จริงเหรอครับ แล้วเขาอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้างครับ”
“ใจเย็นๆ สิคะ”
“ขอโทษครับ ผมคิดถึงช่อมากเลยเซ้าซี้คุณมากไป”
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเข้าใจ”
“แล้วช่อเขาว่ายังไงบ้างครับ”
“ถ้าแพรวพูดไปคุณอาจจะเสียใจก็ได้นะคะ”
“พูดมาเถอะครับ”
“ช่อเขาไม่ต้องการให้คุณติดต่อกับเขาอีก”
กรณ์อึ้ง แพรวพูดต่อ “เขากับแฟนมีแผนจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ เขาไม่อยากให้แฟนเข้าใจผิดน่ะค่ะ”
กรณ์ถึงกับอึ้งไป
“นึกแล้วว่าแพรวต้องทำให้คุณเสียใจ รู้อย่างนี้แพรวไม่พูดดีกว่า”
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเขาไม่ต้องการให้ผมยุ่ง ผมก็จะไม่ยุ่ง ไม่ถามถึงเขาอีก ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าผมขอแสดงความยินดีกับการแต่งงานของเขาด้วย”
“ค่ะ แล้วแพรวจะบอกให้นะคะ”
กรณ์อึ้งไปเพราะพูดอะไรไม่ออก แพรวลอบมองด้วยสีหน้าสะใจ

หลังจากฟังจากปากของแพรว ไทก็ตกใจ
“อะไรนะ เธอโกหกเขาว่าช่อจะแต่งงานกับแฟนเก่าที่ไม่มีตัวตนนั่นเหรอ”
“ใช่ เขาจะได้เลิกยุ่งกับนังช่อซะที” แพรวบอก
“แล้วถ้าเขาไปตามหาไอ้หมอนั่นล่ะ”
“เขาไม่ตามหรอก ยังฝากคำอวยพรมาให้นังช่อด้วยซ้ำ ท่าทางเขาไม่ได้ติดใจสงสัยหรอก”
“จบแน่นะ”
“จบสิ ยังไงก็ต้องจบ”

อนงค์ที่แอบฟังอยู่ตลอดสีหน้ากังวลสุดๆ
 
อ่านต่อหน้า 4

สาปสาง ตอนที่ 5 (ต่อ)

ณ ตำหนักพ่อปู่ อีการ้องดัง อนงค์รีบร้อนเดินเข้ามา

“พ่อปู่จ้ะพ่อปู่”
“มึงจะมาถามหาความอะไรอีกอีขี้ข้า”
“จะด่าจะว่ายังไงก็เชิญเถอะจ้ะ แต่ช่วยบอกฉันทีว่าตอนนี้ลูกสาวฉันมันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ นี่ก็มีเพื่อนมาเพิ่มอีกคนหนึ่งด้วย พูดคุยเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ ถ้าทางไม่น่าไว้ใจเลย ฉันหวั่นใจจริงๆว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ดี”
“มึงไม่ต้องหวั่น มันไม่ใช่เรื่องดีอยู่แล้ว”
อนงค์ตกใจ “หา!”
“คนอย่างลูกสาวมึง จิตมันดำมืดเสียยิ่งกว่ากู มันไม่มีวันทำเรื่องดีๆ ไปได้หรอก”
“แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ ช่วยบอกฉันหน่อยเถอะ ฉันไหว้ล่ะ ถือว่าเอาบุญก็แล้วกันนะ”
“มึงอย่ามาพูดเรื่องบุญกับคนบาปอย่างกู อีฉิบหาย! ไปเลย ออกไปให้พ้นที่กู ไป๊!”
“พ่อปู่”
“จะให้กูไล่หรือจะให้ไอ้โหงพรายมันมาไล่ มึงเลือกเอา”
“อย่าๆ อย่าจ้ะ ฉันกลัวแล้ว ไปก็ไป”
อนงค์รีบออกไปทันทีด้วยความกลัว
“สู่รู้นักนะมึง” พ่อปู่ว่า

อนงค์ลงจากแท็กซี่ที่จอดหน้าบ้าน แพรวออกมาดู พออนงค์เข้าบ้านแพรวก็รีบถามขึ้น
“แม่ไปไหนมา”
อนงค์สะดุ้ง “เอ่อ ป...ป...ไปตลาด”
“โกหก!!”
อนงค์อึกอัก
“แม่ไปไหนมากันแน่ ทำหน้าตาตื่นยังงั้น หรือว่าแม่ไปหาพ่อปู่มา”
อนงค์หน้าถอดสี
“ไปหาพ่อปู่มาอีกแล้วใช่ไหม”
“ก็จะไม่ให้ไปได้ยังไง ในเมื่อแกกับเพื่อนชองแกสุมหัวกันทำเรื่องชั่วๆ อะไรก็ไม่รู้”
“แม่เอาอะไรมาพูดน่ะ ฉันก็แค่คุยกับเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”
“แกไม่ต้องโกหก แม่ได้ยินหมดแล้วว่าแกคุยอะไรกัน”
ไทเดินออกมา “มีอะไรกันเหรอครับ”
“แกเลยได้ตัวดี แกมาชวนลูกสาวฉันทำชั่วอะไร”
“หยุดนะแม่”
“พวกแกน่ะสิต้องหยุด ไม่ใช่ฉัน” อนงค์หันไปไล่ไท “ไปเลยนะ ไสหัวออกไปจากบ้านฉัน แล้วไม่ต้องกลับมาอีก บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างแก!” อนงค์บอกแพรว “เลิกคบกับมันได้แล้ว คนชั่วช้าพรรณนี้ จะคบให้มันพาไปเข้าตะรางรึไง!”
“แม่พูดอะไรของแม่น่ะ”
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ บอกแล้วไง ฉันได้ยินที่พวกแกสุมหัวคิดกันหมดแล้ว”
“คุณป้าครับเราไม่ได้ทำอะไรผิดน่ะครับ”
“ฉันไม่เชื่อ! ออกไปให้พ้น”
อนงค์เดินเข้าบ้าน
“เอาไงดีล่ะแพรว”
“ไม่ต้องสนใจ...คืนนี้ไปเจอกันที่โรงละคร!”

ตกกลางดึก อนงค์นั่งไหว้พระ
“คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองลูกสาวลูกด้วยเถิด อย่าให้คิดชั่วทำชั่วสิ่งใดเลย ช่วยดลใจมันให้คิดแต่สิ่งดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ ด้วยเถอะ เจ้าประคู้ณ”
อนงค์ยกมือไหว้ท่วมหัว แพรวที่แอบฟังอยู่ยิ้มเหยียดๆ

“หึ ไม่มีอะไรห้ามฉันได้หรอก”

เสียงหมาหอนดัง อีกาดำบินมาเกาะที่ประตูรั้วโรงละคร พ่อปู่กับแพรวและไทมาถึง

“ที่นี่แหละพ่อปู่ ที่ๆเราฝังมันไว้”
พ่อปู่กวาดสายตามองไปรอบๆ
“เจ้าที่มันแรง มันไม่ให้กูเข้า”
“แล้วจะทำยังไงล่ะครับ” ไทถาม
“มันก็แค่ผีเฝ้าที่ กล้าดียังไงมาลองฤทธิ์กับกู! พวกมึงถอยไป กูจะว่าคาถาเปิดทาง”
แพรวกับไทรีบถอยออกไป พ่อปู่หลับตาพนมมือแล้วว่าคาถางึมงำ หมอกดำก่อตัวขึ้นตรงหน้า ค่อยๆ ขยายตัวออกจนทั่วไปหมด
“ดูนั่นสิ พ่อปู่นี่ขลังค์จริงๆ” ไทบอก
“แกเสร็จแน่นังช่อ” แพรวว่า
หมอกดำพุ่งพรวดเข้าไปด้านในแล้วแผ่ตัวกว้างออกไปทั่วบริเวณ พ่อปู่ลืมตา
“ทางเปิดแล้ว พวกมึงตามกูมา”
พ่อปู่เดินเข้าไปด้านในโดยมีหมอกดำลอยนำทางไป แพรวกับไทรีบเดินตามเข้าไป

บริเวณหลุมศพช่อเอื้อง ศพช่อเอื้องลืมตาผ่าง หมอกดำลอยเข้าปกคลุมเหนือหลุมศพ พ่อปู่ แพรว และไทเดินมาถึง
“ตรงนี้ล่ะคะพ่อปู่ หลุมศพของมัน”
แพรวชี้มือไปที่หลุมศพ วิญญาณของช่อเอื้องลอยขึ้นมาจากหลุม
“พวกแกจะทำอะไรฉันอีก ฆ่าฉันจนตายแล้วยังไม่พออีกเหรอ”
“หุบปากนังผีชั่ว ถ้ามึงตายแล้วรู้จักตาย พวกกูคงไม่ต้องมาถึงนี่หรอกเว้ย”
“แกจะทำอะไรฉัน”
“ในเมื่อมึงเพ่นเพ่นตามอาฆาตจองเวรพวกมันนัก กูจะสะกดวิญญาณมึงไว้ในหลุม ไม่ให้มึงได้ไปผุดไปเกิด ไปตามล่าจองเวรใครอีก”
ช่อเอื้องด่า “ชั่วช้านัก! ทำไมถึงได้เข้าข้างคนผิด”
“ความชั่วคือพลังแห่งกู กูจะใช้มนต์ชั่วสะกดมึง”
ช่อเอื้องจะหนีแต่หมอกดำรัดตัวไว้
“ปล่อยฉันนะ อย่าทำอะไรฉัน”
“มึงคิดจะหนีกูพ้นงั้นเหรอ!”
พ่อปู่เริ่มว่าคาถา แพรวลุ้นด้วยความสะใจ ในขณะที่ลึกๆ แล้วไทแอบเป็นห่วงช่อ
“มันจะแรงไปไหมแพรว”
“ก็ไม่แรงเท่าถูกแกฆ่าตายหรอก”
ไทอึ้งไป
“หรือแกอยากจะตายตามมันไปอีกคน”
ไทได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ พ่อปู่เร่งคาถาขึ้นไปอีก วิญญาณช่อเอื้องพยายามดึงรั้งตัวเองไว้ไม่ให้ถูกหมอกดำดึงลงดิน
“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!”
พ่อปู่ล้วงย่ามหยิบขวดใส่น้ำสีเลือดออกมา
“เลือดเป็นจงล้างเลือดตาย!”
พ่อปู่เทเลือดลงบนพื้นดินเหนือหลุมศพช่อเอื้อง ช่อเอื้องกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน
“เลือดกูจะสิงสู่เลือดมึง ดึงมึงกลับลงหลุมชั่วกัปชั่วกัลป์”
พ่อปู่สาดเลือดที่เหลือใส่ร่างของช่อเอื้อง วิญญาณช่อเอื้องกรีดร้องทรมานแล้วอ่อนแรงลงทันทีเธอค่อยๆ ถูกหมอกดำดึงกลับลงดิน ช่อเอื้องจ้องมาที่แพรวกับไท
“หากกูไม่สมในรัก ด้วยเลือดทุกหยด!
ด้วยกายทั้งกาย ด้วยใจทั้งใจ!
กูจะขอสาปขอแช่ง! วันใดพวกมึงมีรัก
อย่าให้พวกมึงได้สมรัก! อย่าให้มึงได้สมสู่!
อย่าให้มึงได้ครองคู่! ขอฟ้าขอดินพรากมึงจากกัน!
ตราบชั่วฟ้า ชั่วนิรันดร์”
สิ้นคำสาปวิญญาณช่อเอื้องถูกหมอกดำดึงลงดินจนหมดสิ้น พ่อปู่ว่าพึมพำคาถาสะกด อีกาดำบินมาเกาะเหนือหลุมศพ พ่อปู่พูดกับอีกา

“มึงจงเฝ้ามันเอาไว้ ไอ้นกปีศาจ! อย่าให้มันหลุดมาได้เป็นอันขาด หากวันใดมีเภทภัย มีใครปล่อยมันออกมา มึงจงรีบไปบอกกู กูจะกลับมาจับวิญญาณมันลงนรก!”
 
อ่านต่อตอนที่ 6
สาปสาง ตอนที่ 3
สาปสาง ตอนที่ 3
แพรวกำลังจะออกจากบ้านแต่อนงค์เข้ามาเรียกไว้ “แพรว เดี๋ยวก่อนลูก” “อะไรอีกล่ะแม่ คนกำลังรีบ” “ก็เรื่องเมื่อวานที่แกพูดกับพ่อปู่น่ะ พูดอะไรกัน แม่ไม่เข้าใจ ไหนเล่ามาซิ มันยังไงกัน” “มันเรื่องของฉัน แม่ไม่ต้องรู้หรอก” “ไม่ได้นะ แกต้องบอกแม่มา พ่อปู่บอกว่าไฟกำลังเผาไหม้แก มันไฟอะไรกัน แกกำลังทำอะไรอยู่ บอกมาสิ” “ฮึ่ย บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง” “จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง แกเป็นลูกแม่นะ แม่ก็ต้องห่วง ต้องกังวลสิ บอกแม่มาเร็วๆ ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่” “เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง คนอย่างฉัน ไม่ต้องมาห่วง ฉันเอาตัวรอด ไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า” แพรวพูดจบสะบัดออกไปทันที
กำลังโหลดความคิดเห็น...