xs
sm
md
lg

ในสวนขวัญ ตอนที่ 10

เผยแพร่:

ในสวนขวัญ ตอนที่ 10

เป็ดปุ๊กเปิดประตูเข้ามา

หิ้วถุงกับข้าวมาลงมาจากรถพร้อมกับกระเป๋าถือ ก่อนจะทักทายเชียรที่กำลังรดน้ำต้นกรรณิการ์อยู่ไม่ไกล

“กลับมาแล้วนะคะพ่อ”

“วันนี้เป็นไงบ้างลูก”

“เกือบจะมีข่าวดี”

“ข่าวดีอะไรเหรอลูก” เชียรตื่นเต้น

“ก็แค่เกือบ มันก็ยังไม่เป็นข่าวดีน่ะซิคะ ไว้เป็นข่าวดีเมื่อไหร่ เป็ดจะบอกพ่อคนแรกเลยค่ะ เดี๋ยวเป็ดไปเอากับข้าวใส่จานก่อนนะคะ พ่อรีบตามเข้ามานะคะ”

เป็ดปุ๊กเดินยิ้มๆ เข้าไปในบ้าน เชียรมองตามยิ้ม และรดน้ำเสร็จพอดี ก่อนจะเดินไปปิดน้ำ เสียงเหมือนรถกอล์ฟแล่นมาแถวหน้าบ้าน เชียรหันไปมองเห็นโอมขับรถกอล์ฟแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน ก่อนจะลงมาจากรถ แล้วมองเข้าไปสำรวจที่บ้าน โอมมองรั้วบ้านเป็ดปุ๊ก ที่ไม้ชอบปีนข้ามไปมายิ้มหน้าร้ายเหมือนมีแผน

“ฉันรู้แล้วว้า ฉันจะทำอะไรกับแกไอ้ไม้”

เชียรเดินมาที่ประตูหน้าบ้าน เห็นโอมยืนจ้องเข้ามาในบ้าน โอมเห็นเชียรก็รีบเดินขึ้นรถกอล์ฟ ก่อนจะขับออกไปทันที เชียรมองตามแปลกใจ

“อะไรของเขา”

วันต่อมา เป็ดปุ๊กที่เปิดรถเอาข้าวของใส่ เตรียมตัวจะไปทำงาน หันไปยิ้มกับเชียรที่มารอเปิดประตูให้ รถกอล์ฟของโอมแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดี เป็ดปุ๊กที่ยังไม่ขึ้นรถ รีบปิดรถประตู เดินเข้าไปหาโอมที่เดินลงมาจากรถกอล์ฟ เข้ามาหา

“ขอโทษนะครับที่มารบกวน ผมมีเรื่องสำคัญมากจะมาแจ้งคุณเป็ดปุ๊กน่ะครับ”

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ”

เป็ดปุ๊กพูดเสร็จก็หันไปมองหน้าพ่อ เชียรขยับเข้ามาฟังด้วยใกล้ๆ

“ทางโครงการอยากจะติดรั้วกันขโมยให้บ้านคุณเป็ดปุ๊กน่ะครับ”

เป็ดปุ๊กหันมองหน้าเชียรแปลกใจ

“รั้วกันขโมย”

“ครับ ตอนนี้ทุกบ้านเขาติดกันหมดแล้ว มีแต่บ้านคุณเป็ดปุ๊กนี่แหละครับที่ยังไม่ติด ทางโครงการก็เลยอยากติดให้ เพื่อกันบุคคลที่ไม่หวังดีปีนเข้าปีนออก”

“บุคคลที่ไม่หวังดีนี่หมายถึงใครเหรอคะ”

“ก็พวกขโมย นั่นแหละครับ” โอมรีบกลบเกลื่อน

“แต่กำแพงนั้นติดกับสวนของไม้กับคุณย่า คนปีนเข้าปีนออกก็มีแต่ไม้คงไม่มีพวกขโมยมาปีนข้ามไปข้ามมาหรอกมั้งครับ” เชียรขัดขึ้น

“ไว้ใจไม่ได้หรอกครับ ขนาดคราวที่แล้วยังมีขโมยปีนเข้ามาได้”

“แต่ตำรวจยังไม่ได้ฟังธงนะคะ ว่าปีนมาจากรั้วด้านนั้น” เป็ดปุ๊กแย้ง

“ด้านหน้า รปภ. ก็แน่นหนา ขโมยจะเข้ามาได้ยังไง มันก็ต้องเข้ามาจากทางนี้แหละ ผมอยากให้คุณเป็ดปุ๊กคิดถึงความปลอดภัย ไม่ใช่ของบ้านคุณเป็ดคนเดียว แต่ของคนทั้งโครงการ มีคนปีนเข้าปีนออกในโครงการของเราแบบนี้ มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณเป็ดต้องเข้าใจทางผมด้วยนะครับ”

“ค่ะ เป็ดเข้าใจ” เป็ดปุ๊กหน้าเครียด

“แต่ทางเราก็ไม่ได้บังคับนะครับ แล้วแต่ความสมัครใจ แต่คุณเป็ดปุ๊กอยากติด เดี๋ยวเราไปเลือกรั้วกัน เอาแบบที่คุณเป็ดต้องการได้เลย ทางโครงการบริการฟรี”

เป็ดปุ๊กครุ่นคิด พยายามตัดสินใจ เชียรมองกำแพงอย่างเสียดายไม่อยากให้ติด เชียรเดินเข้าไปหาเป็ดปุ๊ก ถามเพื่อความแน่ใจ

“ลูกจะติดจริงๆเหรอ”

เป็ดปุ๊กคิดหนัก ก่อนจะเงยหน้าบอกโอม

“ติดก็ได้ค่ะ”

เชียรหน้าตกใจไม่อยากเชื่อ ในขณะที่โอมดีใจสุดๆ

“งั้นพรุ่งนี้ผมมารับคุณเป็ดปุ๊กไปดู เหล็กดัดกันขโมยนะครับ”

“ค่ะ”

โอมเดินยิ้มกริ่มดีใจ แผนสำเร็จ ไปที่รถกอล์ฟที่จอดอยู่ แล้วขับออกไปทันที เชียรเดินเข้าไปจะถามแต่เป็ดปุ๊กรีบตัดบททันที

“เป็ดไปทำงานก่อนนะคะ สายแล้ว”

เป็ดปุ๊กรีบเดินขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไป เชียรมองตามอึ้งๆ เหวอๆ รู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เชียรมาปรึกษาไม้ที่ร้านสวนขวัญ ฝ้ายและดำมองหน้ากัน ฝ้ายถามเชียรด้วยความตกใจ

“ติดรั้วกันขโมย”

“บ้านคุณเป็ดปุ๊กเนี่ยนะ” ดำอึ้งๆ

ฝ้ายกับดำ มองหน้ากันตกใจ ก่อนจะพร้อมใจหันไปมองไม้ ที่ยืนอึ้งๆ งงๆ กับเรื่องที่เพิ่งได้ยินเหมือนกัน

“ตอนขโมยขึ้นก็ไม่เห็นเคยพูด แล้วอยู่ๆนึกยังไงไม่รู้ถึงจะมาติดให้ฟรี” เชียรบ่น

ไม้ที่ยืนฟังอยู่ยิ้ม เข้าใจเลยว่าโอมคิดจะทำยังไง

“คนอย่างโอมคิดจะทำอะไร ก็ไม่พ้นเรื่องของผมหรอกครับ เขาคงขวางหูขวางตาที่ผมปีนเข้าๆ ออกๆ ที่นั่น เลยไม่อยากให้ทำก็เท่านั้น”

“ฝ้ายว่าคงไม่เท่านั้นหรอกค่า น่าจะอยากแกล้งอย่างอื่นด้วย”

“ใช่ครับ ถ้าพี่ไม้ ปีนเข้าๆออกๆที่บ้านคุณเชียรไม่ได้ ก็เท่ากับว่าพี่ไม่กับคุณเป็ดปุ๊ก” ดำเห็นด้วย

ไม้เห็นฝ้ายกับดำเริ่มจะพูดมาก รีบพูดแทรกสองคนขึ้นมาทันที

“แล้วคุณเป็ดปุ๊กว่ายังไงละครับ จะติด หรือ ไม่ติด”

“เห็นบอกว่าจะติดมั้ง”

ไม้อึ้ง รู้สึกเจ็บปวด แต่คุมอาการไว้

“งั้นเหรอครับ ก็เป็นการตัดสินใจที่ดีนะครับ”

“แต่ฉันไม่อยากให้ติดนะ ฉันว่าเธอเองก็คงไม่อยากให้ติดเหมือนกันใช่มั้ยไม้” เชียรหนักใจ

“สิ่งที่ผมคิดไม่สำคัญหรอกครับ ยังไงคุณเป็ดตัดสินใจแล้ว ก็คงต้องตามนั้น ขอบคุณนะครับที่มาบอก คงถึงเวลาที่ผมต้องเข้าตามตรอก ออกทางประตูสักที”

ไม้พยายามพูดขำๆ แต่ ฝ้าย เชียร และ ดำ รู้ว่าไม้ไม่ได้ขำ เชียรมองที่ไม้เศร้าๆ รู้สึกเห็นใจสุดๆ

ไม้นั่งดูทีวีหน้าตาเหม่อๆ เหมือนให้ทีวีดูมากกว่า

ย่าขวัญเดินออกมาจากในครัวในมือถือถุงใส่ แกงใส่กับข้าวออกมายื่นให้ไม้

“เดี๋ยวเอาแกงขั้วหอยขม กับ ผัดเผ็ดปลาดุกนี่ไปให้คุณเชียรเขาหน่อย”

ไม้ไม่รับถุงแกง ตายังมองทีวี

“ย่าเอาให้เองเถอะ”

“กว่าย่าจะไป มันเรื่องเยอะ ไม้น่ะแหละ ปีนข้ามกำแพงไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว” ย่าขวัญมองไม้ยิ้ม “ทำไมหรือกลัวหนูเป็ดเขาจะว่าเหรอ ก็เอาแกงกับผัดนี่ไปง้อเขาสิ รับรองว่าถ้าได้กินเขาหายโกรธแน่”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกย่า ที่ผมไม่อยากไป เพราะคุณเป็ดคงไม่ชอบใจที่ผมปีนข้ามกำแพงบ้านเขา”

“เอ้าทำไมคิดงั้นล่ะ ก็ข้ามไปข้ามมาอยู่ตั้งนานละ”

ไม้ยอมหันมามองหน้าย่า

“ก็เขากำลังจะติดรั้วกั้น”

“เหรอ” ย่าขวัญตกใจ

ไม้พยักหน้าเศร้าๆ

“ครับ...เฮ่อ ก็ดีเหมือนกันนะ ให้มันจบๆไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

“แล้วเราไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”

“แล้วผมควรรู้สึกอะไรเหรอครับ”

“อันนี้ คงต้องย้อนกลับไปถามตัวเองแล้วล่ะ ว่าคิดยังไง อยากให้เขาเอารั้วมากั้นจริงรึเปล่า”

ย่าขวัญจ้องหน้าไม้ยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกไป ไม้มองตามครุ่นคิด ก่อนจะถอนหายใจ

“แล้วผมจะไปทำอะไรได้”

เช้าวันต่อมา ย่าขวัญพยายามปลุกไม้

“ไม้ ไม้...ตื่นสิ ตื่น”

ไม้นอนหลับอยู่บนไม้ต้นไม้สะดุ้งตื่น ยิ่งเห็นว่าย่าขวัญเป็นคนที่มาปลุกยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่

“เย้ย ย่า ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย เดี๋ยวก็พลาดตกลงไปแข้งขาหักหรอก”

“ก็รอเจ้าชาย ไม่เห็นตื่นสักที ก็เลยใจร้อน”

“ย่าจะให้ผมทำอะไรอีก”

ย่าขวัญเอาถุงอาหาร ที่มีทั้งแกง ผัด ปลาทอด มากมายหลายอย่างยื่นให้ไม้

“เอาไปให้บ้านนั้น”

“ก็ผมบอกแล้วไงว่า...”

“จะเอาไปให้ยังไงย่าไม่สน แต่เราต้องไปเชิญหนูเป็ดกับพ่อเขามางานวันเกิดย่า อาทิตย์หน้าด้วย”

“อะไรนะ” ไม้หน้าตื่น

“รู้ว่าได้ยิน รู้ว่าเข้าใจ ไม่ต้องมาทำหน้างง”

ย่าขวัญพูดเสร็จ ก็เดินออกไปจากบ้าน ไม้ได้แต่เหวอ งง ยังไม่ตื่นดี อะไรเนี่ย ไม้ได้แต่มองถุงอาหารครุ่นคิด เอายังไงดี

โอมเดินคุยออกมากับเป็ดปุ๊ก โดยมีเชียร เดินตามมาข้างหลัง

“ร้านที่ผมจะพาไปดู มีรั้วกั้นขโมยสวยๆหลายแบบ รับรองว่าคุณเป็ดปุ๊กเห็นต้องเลือกไม่ถูกแน่ๆครับ”

เชียรที่เดินตามหลัง ตะโกนถาม

“ลูกแน่ใจเหรอลูกว่าจะติดรั้วนั่นจริงๆ”

เป็ดปุ๊กกับโอมหันไปมองเชียร

“ค่ะพ่อ...ทำไมเหรอคะ”

“ก็แค่ถามเพื่อให้แน่ใจน่ะ”

เชียรพูดเสร็จ ก็เดินหงอยๆ เศร้าๆ เข้าไปในบ้าน โอมและเป็ดปุ๊กมองตาม เป็ดปุ๊กเริ่มรู้สึกไม่สบายใจนิดๆ

“เรารีบไปเถอะครับ ผมนัดร้านเขาไว้สิบโมง”

โอมผายมือให้เป็ดปุ๊กเดินไปขึ้นรถ ของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบ้าน ขณะเดียวกันนั้นมีถุงอาหารพาดผ่านกำแพงมา ก่อนที่ไม้จะปีนตามขึ้นมา ทันทีที่โผล่พ้นกำแพงเขามองไปเห็นเป็ดปุ๊กกำลังเดินไปขึ้นรถโอม โดมมีโอมมาเปิดประตูรถเทคแคร์ ท่าทางดูสนิทสนม ไม้เห็นแบบนั้นถึงกับหน้าเศร้าจ๋อย โอมกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถหันมาเห็นไม้ที่ปีนอยู่บนกำแพงแล้วมองมาพอดี โอมมองไม้ยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะขึ้นรถ แล้วขับออกไป

ไม้มองตามรถโอมที่แล่นออกไป หน้าจ๋อยสุดๆ

โอมกระตือรือร้นพาเป็ดปุ๊กดูรั้วกันขโมยแบบต่างๆในร้าน แต่เป็ดปุ๊กกลับดูรั้วพวกนั้นหน้าเครียด

ในหัวคิดถึงภาพของไม้ที่ปีนรั้วมาในเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งปีนรั้วมาช่วยตอนขโมยขึ้น ปีนรั้วมาทักทาย ช่วยเหลือ หรือแม้แต่ปีนกลับรั้วข้ามไปตอนอาย

“คุณเป็ดครับ ตัดสินใจได้รึยังครับ ว่าจะเอาแบบไหน”

“เอ่อ...คือ” เป็ดปุ๊กอ้ำอึ้ง

โอมหันไปถามเจ้าของร้าน

“เฮีย ถ้าสั่งวันนี้ พรุ่งนี้ติดตั้งเรียบร้อยเลยใช่มั้ย”

“ม่าย-มี-ปัญหา” เฮียตอบขึงขัง

“ว่าไงครับคุณเป็ด ตกลงเอาอันไหน...” โอมหันมาหาเป็ดปุ๊ก

เป็ดปุ๊กมองรั้วกั้นกันขโมยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจ

“ขอกลับไปคิดอีกทีได้มั้ยคะ”

โอมกับเฮียเจ้าของร้านที่กำลังลุ้นหน้าเหวอ โดยเฉพาะโอม แอบทำหน้าเซ็งไม่พอใจ แต่ก็ต้องยิ้มกลัวเป็ดปุ๊กรู้

“ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกครับ ค่ารั้วทางโครงการก็ออกให้ แถมยังเพิ่มความปลอดภัยในบ้านอีก”

“แต่เมื่อกี้ ท่าทางพ่อเหมือนไม่อยากให้ติดนะคะ เป็ดว่า เป็ดควรไปปรึกษาเขาก่อนดีกว่านะคะ ขอโทษด้วยนะคะ” เป็ดปุ๊กเครียด

“ถ้าตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็โทรมาบอก เดี๋ยวอาเฮียให้ลุกน้องไปติดที่บ้านให้ได้ ม่าย-มี-ปัญหา” เฮียยิ้มบางๆ

“คุณโอมเข้าใจเป็ดนะคะ”

“เข้าใจสิครับ ผมแล้วแต่คุณเป็ดอยู่แล้ว” โอมแสร้งทำหน้ายิ้มเข้าใจ

“ขอบคุณค่ะ”

เป็ดปุ๊กเดินออกจากร้านไป โอมรีบเดินตามด้วยสีหน้าเครียด ไม่พอใจเป็ดปุ๊กสุดๆ

โอมขับรถ หันไปมองหน้าเป็ดปุ๊กที่นั่งเงียบมาตลอดทาง เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปจับมือเธอเบาๆ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยติดก็ได้”

เป็ดปุ๊กดึงมือออกจากมือโอมอย่างสุภาพ

“อ๋อ เป็ดไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะ”

“งั้นคงไม่ได้คิดถึงเรื่องไอ้ไม้ใช่มั้ยครับ” โอมรีบดักคอ

“แล้วทำไมเป็ดต้องคิดถึงเรื่องเขาด้วยคะ”

“ก็เรื่องเมื่อวันก่อน เพื่อนคุณ แฟนผม กับคนสวนที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีมันอย่างกับละครน้ำเน่าน่ะสิครับ”

“เรื่องของคนอื่น เป็ดไม่สนใจหรอกค่ะ ใครจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา”

เป็ดปุ๊กพูดเสร็จก็หันออกไปนอกหน้าต่าง โอมแอบยิ้มร้าย ก่อนจะมองไปนอกหน้าต่าง เห็นว่าใกล้ร้านสวนขวัญแล้ว โอมมองไปที่หน้าร้าน เห็นไม้ยืนอยู่ เขายิ้มชั่วๆ ก่อนตัดสินใจกดหน้าต่างรถลง และแล่นรถช้าๆ ผ่านหน้าร้านทำเป็นเรียกเป็ดปุ๊ก

“คุณเป็ดปุ๊กดูโน่นสิครับ”

เป็ดปุ๊กหันมาเป็นจังหวะเดียวกับที่รถแล่นผ่านหน้าร้านสวนขวัญ เป็ดปุ๊กและไม้สบตากันพอดี โอมยิ้มแต่ยังไม่ทันจะได้สะใจ ก็เห็นแก้วเดินออกมาจากร้านเข้ามาเกาะแขนไม้ โอมเห็นแบบนั้นยิ่งช็อคกว่าใคร แก้วเองก็เห็นโอมและเป็ดปุ๊กนั่งรถผ่านไป

“อุ๊ย นั่นมันรถโอมนี่ ทำไมอยู่ดีๆนั่งรถไปด้วยกัน หรือว่าเขา...”

ไม้ที่ไม่อยากฟังแสลงใจ รีบเดินเข้าไปในร้านท่าทางเหมือนโมโหหงุดหงิด แก้วที่ยังมองตามรถโอมแอบไม่พอใจ

“คิดจะแก้เผ็ดฉันงั้นเหรอ เชิญเลย ผู้ชายพรรค์นั้นฉันไม่สนหรอก”

ไม้เดินเซ็งเข้ามาในร้าน แก้วรีบเดินตามเข้ามา

“คุณไม้คะ หนีแก้วมาอีกแล้ว ไม่ชอบใจอะไรรึเปล่าคะ”

“ผมจะมีสิทธิไม่พอใจอะไรได้ละครับ”

“งั้นคุณไม้ก็คงไม่ได้คิดอะไรถ้าเป็ดปุ๊กกับคุณโอมจะสนิทสนมกัน ก็ดีนะคะ เป็ดปุ๊กมาช่วยดามอกให้โอม แก้วค่อยสบายใจหน่อย”

ไม้รีบเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงไม่พอใจสุดๆ

“ตกลงคุณเลือกต้นไม้ได้รึยังครับ ถ้าได้แล้ว ผมจะได้ออกไปจัดสวน ลูกค้าอื่นรออยู่”

“อะไรกันคะ แก้วเป็นลูกค้าวีไอพีของคุณนะคะ คุณต้องดูแลแก้วสิ”

“ก็ดูแลอยู่ แต่ผมก็มีลูกค้าอื่นต้องดูแลด้วยเหมือนกัน”

แก้วไม่สน เดินควงแขนไม้ไปดูต้นไม้

“คุณไม้ว่า ต้นนี้ไปอยู่ที่คอนโดมันจะตายมั้ยคะ...แล้วต้นนี้...”

แก้วพยายามออดอ้อนออเซาะ ไม้ที่หงุดหงิดสุดๆ เริ่มทนไม่ไหวแล้ว ตะโกนไปหลังร้าน

“ฝ้าย ฝ้าย ช่วยมาดูแลคุณแก้วหน่อย”

ฝ้ายที่รออยู่แล้ว รีบวิ่งเข้ามาแทรกระหว่างกลางแก้วและไม้ทันที

“ได้เลยไม่มีปัญหาค่ะ ลูกค้าพิเศษระดับ วีไอพีแบบนี้ ฝ้ายจัดการ เอ๊ย เทคแคร์เอง”

ไม้หงุดหงิดเดินออกไป แก้วโวยวาย

“คุณไม้ คุณไม้ เดี๋ยวสิคะจะไปไหน”

แก้วรีบเดินตาม แต่ฝ้ายมาขวางทางไว้

“คุณแก้วมีปัญหา อะไรบอกฝ้ายได้ค่ะ ฝ้ายพร้อมเซอร์วิสเต็มที่”

แก้วมองมองโมโห ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป ทางอื่น ฝ้ายมองตามสะใจสุดๆ

เย็นนั้น ย่าขวัญ กับตั๊กแตน ยืนรอไม้ที่หน้าบ้าน ท่าทางตื่นเต้น ทันทีที่เห็นไม้เดินเข้ามาทั้งสองรีบเดินเข้าไปหา

“เป็นไง เอาของกินไปให้บ้านนั้นแล้ว สำเร็จมั้ย”

“ผมไม่ได้เอาไปให้ที่นั่นหรอก เอาไปให้ฝ้ายกับดำ กินที่ร้าน”

“อะไรกันน่ะพี่ไม้ ย่าอุตส่าห์ตื่นมาทำให้ พี่ทำเสียแผนหมด” ตั๊กแตนตกใจ

“ก็อยากจะทำตามแผนหรอกนะ แต่ผมเห็นโอมเขามารับคุณเป็ดปุ๊กออกไปข้างนอก เขาอาจจะไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง ผมไม่อยากให้อาหารย่าเป็นหมัน ก็เลยเอาไปให้คนอื่นที่อยากกินมากกว่า”

“นี่คิดเอาเองหรือว่าไงเนี่ย” ย่าขวัญถอนใจ

“ผมเห็นกับตา ตั้งสองครั้ง ผมไม่ได้มโนเองหรอกย่า”

“ก็แค่สิบตาเห็น ไม่เท่ามือคลำ ยังไม่ได้ขยี้ ไม่ได้ขยำ แล้วก็มาเดามัว หนูเป็ดปุ๊กที่เรารู้จักเป็นคนอย่างนั้นรึไง”

“เออ...คือ...” ไม้เริ่มคิด

“ย่าจะให้โอกาสเราครั้งสุดท้ายนะ วันนี้ย่าทำปลาทูต้มเค็ม พรุ่งนี้เอาไปให้เขาแล้วก็ชวนสองพ่อลูกนั่นมางานวันเกิดย่าด้วย”

“แต่ ผม...”

ไม้จะแย้ง ย่าขวัญแทรกทันที

“โอกาสสุดท้ายแล้วนะ ถ้าเมื่อไหร่รั้วกันขโมยขึ้นมากั้น ต่อให้อาหารกี่อย่างๆก็คงช่วยไม่ได้แล้ว”

ย่าขวัญพูดเสร็จก็เดินขึ้นบ้านไป ตั๊กแตนรีบวิ่งตามขึ้นไป ไม้รู้สึกสับสนสุดๆ

ไม้นอนเอามือเกยหน้าผากครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ระหว่างเขากับเป็ดปุ๊ก ตั้งแต่เป็ดปุ๊กตบหน้าและเป็ดปุ๊กโกรธต่างๆ จนมาถึง ปกป้องโอมที่โดนชก พูดคุยกับโอมอย่างสนิทสนม และ นั่งรถไปกับโอม ไม้คิดเสร็จ สะดุ้งตัวขึ้น ก่อนจะตัดสินใจ ลุกไปยืนมองที่หน้าต่าง มองไปทางบ้านเป็ดปุ๊กก่อนจะคิดอะไรได้บางอย่าง

เช้าวันต่อมา...ไม้มากดกริ่งหน้าบ้านเป็ดปุ๊กยืนรอด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเห็นเชียรเดินออกมา มองไม้ด้วยความแปลกใจ

“อ้าว...ไม้ทำไมมากดกริ่งแบบนี้ล่ะ เข้ามาในบ้านก่อนสิ”

ไม้มองไปเห็นเป็ดปุ๊กเดินออกมายืนมองไม้งงๆ เขาตัดสินใจพูด

“ไม่เป็นไรครับ” ไม้ยื่นถุงอาหารไปให้ “ย่าผมให้เอาปลาทูต้มเค็มมาให้ แล้วฝากเชิญคุณเชียรกับคุณเป็ดปุ๊ก ไปงานวันเกิดของย่า วันเสาร์หน้าน่ะครับงานจัดง่ายๆ สไตส์คนบ้านๆน่ะครับ”

“งานบ้านๆแบบนั้นล่ะชอบ แล้วอยากให้ฉันช่วยอะไรมั้ย”

“แค่ช่วยไปก็พอครับ...งั้นผมกลับก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวก่อนสิ จะไม่เข้ามาจริงๆเหรอ”

“ไม่เป็นไรครับ”

ไม้พูดเสร็จก็เหลือบมองหน้าเป็ดปุ๊กนิดนึง ก่อนจะรีบเดินออกไป เป็ดปุ๊กรีบเดินออกมายืนข้างๆ เชียรมองตามไม้รู้สึกแปลก ๆ

“เขาคิดจะทำอะไรของเขา อยู่ดีๆ ก็มากดกริ่ง แถมยังทำตัวซะเป็นทางการอีก”

“ก็ลูกอยากให้เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

“อะไรนะคะ” เป็ดปุ๊กงง

“ก็ที่ลูกอยากติดรั้วกั้นขโมย ก็เพราะอยากให้ไม้เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เหรอ”

เชียรพูดเสร็จก็เดินออกไป เป็ดปุ๊กมองตามไม้สายตาเศร้า รู้สึกเจ็บลึกๆ ที่ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้

ไม้นั่งซึมจ๋อย ถอนหายใจเฮือกๆ ไม่มีกระจิตกระใจทำงานเลย ฝ้าย ดำ และ ตั๊กแตน ที่แอบยืนสังเกตอาการอยู่ ปรึกษากันเล็กน้อย ก่อนจะผลักตั๊กแตนให้เดินไปเข้าหา ไม้เงยหน้ามองเห็นตั๊กแตนยืนหน้าตาขึงขัง

“ฉันเคยคิดว่าพี่ไม้เป็นคนกล้า กล้าชนปัญหา กล้าสู้คนไม่ดี กล้าทุกๆเรื่องแต่ทำไมเรื่องแค่นี้ พี่ไม้ถึงไม่กล้า ห๊า กะอีแค่ผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ทำไมไม่กล้าไปบอกเขา ไปง้อเขาห๊า มานั่งถอนหายใจเฮือกๆ แล้วปล่อยให้คนอื่นมาแย่ง ก็สมน้ำหน้าแล้วหละ”

ตั๊กแตนพูดเสร็จก็เดินออกไป ไม้มองตามงงๆ

“เฮ้ย นี่มัน...”

ไม้ยังพูดไม่ทันจบ ดำก็ผลักฝ้าย เข้ามายืนตรงหน้า ไม้มองงงๆ

“มีคนเคยบอกไว้ การจะชอบใครมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น เมื่อเจอคนที่ใช่ ก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป ปัญหาของความรัก แก้ได้ด้วยการลดทิฐิ ถ้าสองคนไม่ลดทิฐิที่มีต่อกัน ก็ไม่มีทางเข้าใจกัน แต่ในกรณีนี้ ฝ้ายคิดว่า พี่ไม้ควรต้องลดทิฐิก่อน เพราะผู้ชายขี้เก็ก มันน่าเกลียด อ๊อ น่าหมั่นไส้ด้วย”

ฝ้ายพูดเสร็จก็เดินออกไป ไม้หันไปมองดำที่ยืนตัวสั่นไม่กล้าเดินเข้ามา ฝ้ายกับตั๊กแตนเรียกให้ดำเดินเข้าไปหาไม้ ดำก็ไม่กล้า ได้แต่ยืนส่ายหน้า ไม้เห็นแบบนั้น ก็ลุกเดินไปหาดำ ทำท่าเหมือนจะเอาเรื่อง

“มีอะไรจะพูดเหมือนคนอื่นมั้ย”

“อะ...อะ...เอ่อ...เหมือนจะมีแต่ลืมไปแล้วครับ”

“ให้เวลา สามวิ จะพูดไม่พูด”

ดำรีบพูดตะกุกตะกัก

“อยากได้ความรักจากอีกฝ่ายhellip;ต้องจ่ายด้วยhellip;ความรักhellip;ของเราก่อน”

“ไปจำมาจากไหนเนี่ย”

“เฟซบุค” ดำยิ้มแหย

“แล้วมีอะไรจะพูดอีกมั้ย”

“ความรัก คือการที่คุณมีเหตุผลนับร้อยที่จะบอกลาใครบางคน แต่ก็ยังคงมองหาเหตุผลดี ๆ เพียงหนึ่งเหตุผล เพื่อที่จะอยู่ต่อ” ดำรีบท่อง

“มีอะไรอีกมั้ย” ไม้มองดำหน้าเอาเรื่องสุดๆ

“ไม่มีแล้ว” ดำยิ้มแหยๆ ส่ายหน้า

ไม้หันไปมอง หน้าฝ้าย ตั๊กแตน ดำ อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกไปจากร้าน ทั้ง ดำ ตั๊กแตน ฝ้าย ตกใจรีบตะโกนถาม

“เย้ย พี่ไม้ จะรีบไปไหน”

ไม้หันหลังตะโกนกลับมา

“บ้านคุณเป็ดปุ๊ก”

ฝ้าย ดำและ ตั๊กแตน พอได้ยินคำว่า บ้านเป็ดปุ๊กก็หันมองหน้ากัน ก่อนจะกระโดดโลดเต้นดีใจ ดำตะโกน

“ทำให้สำเร็จนะพี่”

ไม้มองหน้าทุกคนยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะวิ่งออกไป ทั้งสองคนกันมามองหน้ากันตื่นเต้นสุดๆ

อ่านต่อหน้า 2

ในสวนขวัญ ตอนที่ 10 (ต่อ)

ไม้ยืนรอเป็ดปุ๊กที่หน้าบ้าน ทันทีที่เห็นรถเป็ดปุ๊กแล่นเข้ามา ไม้ตัดสินใจกระโดดกางแขนออกไปขวางรถไว้

เป็ดปุ๊กเบรกเอี๊ยด หัวแทบคะมำ ไม้หลับตาปี๋ ก่อนจะเห็นว่าเป็ดปุ๊กไม่ได้ชนก็ดีใจ เป็ดปุ๊กลงมาจากรถจะเอาเรื่อง ไม้ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพูดอย่างจริงจัง

“ก่อนที่คุณจะว่าอะไรผม ขอบอกให้รู้ไว้ก่อนว่า นี่เป็นวิธีสุดท้ายแล้วที่ผมคิดได้ ที่จะยอมให้คุณหยุดฟังที่ผมพูด ผมจะพูดแค่อีกครั้งเดียว ถ้าคุณจะเกลียด จะโกรธ จะไม่ให้อภัยผม ก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะ”

“อยากคุยเรื่องอะไรล่ะ” เป็ดปุ๊กมองหน้าเขา

“เรื่องที่คุณหาว่าผมโกหก”

“ก็ว่ามาซิ”

ไม้เดินเข้าไปยืนตรงหน้าเป็ดปุ๊ก

“คุณคิดว่า คนที่พ่อตายตั้งแต่เขาอายุสามขวบ แล้วแม่ก็มาทิ้งเขาไป ไม่กลับมาหาเขาอีกเลยจนสิบปีผ่านไป เขาอยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครต่อใครฟังไหม”

เป็ดปุ๊กอึ้งไป

“คุณมีพ่อที่น่ารัก แล้วแม่ของคุณก็คงจะน่ารักด้วย คนน่ารักก็จะเลือกที่จะอยู่กับคนน่ารัก แต่ผม...ไม่เคยมีใครเลย ตอนเด็กๆผมมักจะถูกเพื่อนล้อ ถูกเด็กที่โตกว่ารังแก ผมอยากมีใครสักคนที่กอดผม บอกผมว่า ไม่เป็นไรแล้ว แม่อยู่ที่นี่...แต่ก็ไม่มี อดีตของผม ไม่ใช่เรื่องน่าจดจำ มันมีแต่เรื่องที่ผมอยากลืม เพราะอย่างนี้ไง ผมถึงไม่เคยเล่าเรื่องของผมให้คุณฟัง”

เป็ดปุ๊กเริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมา หันไปทางอื่น

“เอาเป็นว่า ผมขอโทษที่ผมปิดบังเรื่องนี้กับคุณก็แล้วกัน ส่วนคุณจะให้อภัยผมหรือเปล่า ก็แล้วแต่คุณ”

เป็ดปุ๊กนิ่งไปครู่หนึ่ง

“แล้วเรื่องแก้วล่ะ คิดยังไงถึงไปยุ่งกับเขา”

“ก็เขา...น่ารัก”

เป็ดปุ๊กหันขวับมามองไม้ตาขวางเลย ไม้ขำท่าทางของเธอ

“เปล่าหรอก โอมกับพ่อเขาไปหาย่าผมที่บ้าน ผมอยากรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร ผมก็เลยขอให้คุณแก้วช่วยผมสืบให้ มันก็เท่านั้นเอง”

“แค่นั้นจริงๆเหรอ”

ไม้หยุด มองตาเป็ดปุ๊ก

“ผมไม่มีวันคิดอย่างอื่นนอกจากนั้น ผมตอบคุณทุกคำถามแล้วนะทีนี้ผมก็มีคำถามเหมือนกัน คุณอยากกั้นรั้วระหว่างบ้านคุณ กับบ้านผม มากเลยเหรอ”

เป็ดปุ๊กนิ่งไป แต่พอกำลังจะตอบ เสียงตั๊กแตนก็ดังเข้ามา

“พี่ไม้...พี่ไม้...”

ไม้กับเป็ดปุ๊กหันไปมอง เห็นตั๊กแตนวิ่งกระหืดกระหอบมา

“ขอโทษนะพี่ แตนไม่อยากขัดจังหวะ แต่ว่า...พี่ไม้ พี่ต้องรีบหนีแล้ว ตำรวจกำลังจะมาจับพี่”

“มาจับไม้ เรื่องอะไรน่ะ” เป็ดปุ๊กงงๆ

ยังไม่มีใครจะทำอะไร รถตำรวจแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ไม้กับเป็ดปุ๊กมองหน้ากันงงๆ เกิดอะไรขึ้น

หน้าบ้านเป็ดปุ๊ก ไม้ถูกตำรวจพาตัวออกไป ผู้หมวดเดินมาด้วย เป็ดปุ๊กกับตั๊กแตนก็ตามออกมา

“คิดว่าไม้เขาพ้นผิดไปแล้วซะอีก” เป็ดปุ๊กเข้าไปถามหมวด

“เรามีหลักฐานใหม่น่ะครับ”

“ต้องเป็นคุณโอมแน่ๆเลย เขาต้องไปแจ้งตำรวจ เพราะถูกพี่ไม้ต่อยวันนั้น” ตั๊กแตนแค้นๆ

ไม้ชะงัก ตำรวจเองก็เหมือนกัน เป็ดปุ๊กรีบหันไปขยิบตากับตั๊กแตนไม่ให้พูดอีก เชียรตามออกมาจากบ้าน

“มีอะไรกันครับ จะพาไม้ไปไหน ถ้าเรื่องที่ไม้ชกต่อยกับคุณโอม ผมเป็นพยานได้นะ”

“ไม่ใช่หรอกครับ คดีเก่าเรื่องบุกรุกน่ะ ผลตรวจสอบลายนิ้วมือเพิ่งมาน่ะครับ ไม่มีลายนิ้วมือคนอื่นเลยนอกจากของคนในบ้าน กับของนายตฤณ”

เป็ดปุ๊กอึ้งไป มองไม้ ตั๊กแตนอึดอัดขึ้นมา ที่สุดตัดสินใจโพล่งขึ้นมา

“ไม่ใช่พี่ไม้หรอกค่ะ”

“รู้เหรอว่าใคร” ทุกคนหันมามองตั๊กแตน

ตั๊กแตนอึดอัด แต่ก็พยักหน้ารับ

“ค่ะ หนูว่าหนูรู้”

ค่ำนั้น ภูมิกึ่งนั่งกึ่งนอนเล่นแท็ปเลต อยู่ที่โซฟาในบ้าน ครู่หนึ่ง พ่อภูมิเดินเข้ามา

“ตกลงบอกได้หรือยัง เอาเงินที่ไหนไปซื้อมา”

“จะรู้ไปทำไมพ่อ ฉันไม่ได้ขอเงินพ่อซื้อก็บุญแล้ว”

“ฉันกลัวแกจะไปขโมยใครเขามาน่ะซิ”

“ฉันทำงาน แต่งรถให้เพื่อน พอใจหรือยัง”

พ่อภูมิเบื่อๆ แล้วมองไปที่หน้าต่างเห็นแสงแว่บวาบจากสัญญาณไฟของรถตำรวจ

“สงสัยตำรวจลากรถใครมาให้อีกแล้ว”

พ่อภูมิเดินออกจากบ้านไป ภูมิหยุดเล่น แล้วมองออกไปที่หน้าต่าง

พ่อภูมิเดินออกมาจากในบ้าน แล้วชะงัก รถตำรวจจอดอยู่ แล้วผู้หมวดก็ลงมาจากรถ ตำรวจอีก 2-3 คน

ลงมาด้วย พร้อมๆกับไม้และตั๊กแตน พ่อภูมิเดินเข้ามาหาผู้หมวด

“มีอะไรเหรอครับ”

“นายภูมิอยู่ไหม”

“ภูมิไปทำอะไรเหรอครับ”

แล้วพ่อภูมิก็เห็นไม้กับตั๊กแตนที่ยกมือไหว้

“สวัสดีพี่”

พ่อภูมิรับไหว้ แล้วหันมาพูดกับตำรวจ

“ผมก็ไม่แน่ใจนะ”

ผู้หมวดกับพ่อภูมิเข้ามาในบ้าน แต่ไม่มีใครอยู่แล้ว ไม้กับตั๊กแตน และตำรวจที่เหลือตามเข้ามา

ไม้เดินไปที่ชุดรับแขก เห็นแท็ปเล็ตวางอยู่ ไม้หยิบขึ้นมาดูที่หน้าจอ ยังอยู่ที่เกม

“คงจะเพิ่งไปเมื่อกี้เอง”

ผู้หมวดหันมาพูดกับพ่อภูมิ

“ถ้าเขากลับมา บอกให้เขาติดต่อผมที่สถานีทันที ถ้าเขาให้ความร่วมมือ เขาอาจจะถูกกันไว้เป็นพยาน”

“ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมครับ มันเรื่องอะไรกันแน่” พ่อภูมิงงๆ

ตำรวจเริ่มเล่า ตั๊กแตนมองตำรวจกับพ่อภูมิ ท่าทางไม่สบายใจ ไม้มองตั๊กแตน เห็นอาการไม่สบายใจ ก็พอจะเข้าใจ

“น่าเสียดาย ถ้าเราเจอภูมิ เราอาจจะรู้ว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

วันต่อมา...ไม้นั่งที่พื้น ย่าขวัญกำลังเลือกพริกที่เก็บมาเต็มกระจาด แยกไว้เป็นกองๆ ไม้ก็ช่วย

เลือกด้วย

“แล้วไม้คิดว่าใครล่ะ”

“ก็จะใครอีกล่ะย่า พี่สาวไอ้ภูมิเป็นแม่ครัวให้บ้านนั้นอยู่ ลูกชายเขาก็คงจ้างให้มันทำนั่นแหละ”

“ไม้แน่ใจเหรอว่าเป็นไอ้ภูมิ ที่แอบเข้าไปบ้านหนูเป็ดคืนนั้น”

“ถ้าไม่ใช่แล้วจะหนีไปทำไมล่ะย่า แตนเองมันก็บอกว่าคืนนั้นไอ้ภูมิพามันไปไว้ที่บ้าน แล้วให้แตนบอกทุกคนว่ามันอยู่ที่งานปาร์ตี้ด้วยกัน แล้วหลังจากนั้นก็เอาเงินจากไหนก็ไม่รู้ เที่ยวซื้อของเยอะแยะ ยังซื้อมือถือใหม่ให้แตนมันด้วย ไม้น่ะไม่อยากทำอะไรไอ้ภูมิมันหรอก มันยังเด็ก แต่อยากจะจัดการกับคนที่จ้างมันต่างหาก”

“เขาทำแบบนี้แล้วได้อะไร”

“มันไม่ชอบไม้ คงอยากให้คุณเป็ดเกลียดไม้ จะได้เห็นไม้ไม่มีความสุข”

“แล้วสำเร็จไหม”

ไม้มองย่า พอเห็นตักย่าว่าง ก็เลยเอนตัวลงนอนหนุนตัก เหม่อคิดไปครู่หนึ่ง

“สำเร็จทั้งสองอย่างเลยย่า เขาเกลียดไม้ แล้วไม้ก็ไม่มีความสุข”

ไม้รู้สึกแย่จริงๆ ย่าขวัญมองไม้แล้วสงสาร ลูบหัวหลานชายเบาๆ

“คิดมากไปมั้ง ที่ว่าเขาเกลียดเราน่ะ เขาบอกไม้อย่างนั้นเหรอ”

“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องบอกกันหรอกย่า แค่มองตาเขาก็รู้แล้ว”

“จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงกับผู้ชายคิดอะไรไม่เหมือนกันหรอก เวลาผู้ชายนึกชอบผู้หญิง ก็จะต้องให้ได้คำตอบเดี๋ยวนั้นว่ารักเขาไหม ถ้าไม่รักก็เลิกไปเลย แต่ผู้หญิงน่ะ กว่าจะตัดสินใจได้ ว่าจะรัก ใคร ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ต้องศึกษา ต้องลองใจสารพัด ให้แน่ใจจริงๆว่า ถ้าบอกรักเขาไปแล้วจะไม่ถูกเขาทิ้ง”

“มันคงไม่มีประโยชน์แล้วละย่า ไม้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายไปแล้ว แล้วมันก็ไม่สำเร็จ”

เสียงเจ้าเอ๋งเห่าดังเข้ามา ไม้ลุกจากตักย่า ย่าขวัญจะลุกขึ้นไปดูที่หน้าต่างแล้วหันมามองไม้ยิ้มๆ

“แน่ใจนะว่าไม่สำเร็จ”

ไม้เดินออกมาที่หน้าบ้านย่า แล้วต้องชะงักที่ประตูรั้ว เชียรกับเป็ดปุ๊กเดินเข้ามา มีเจ้าเอ๋งกระโดดเล่นต้อนรับอยู่

“ไปตลาดกันมา ได้ปลาทับทิมตัวเบ้อเริ่ม เลยเอามาฝากคุณย่า” เชียรยกถุงให้ดู “แล้วก็จะมาถามว่าตกลงเมื่อวานเป็นไงบ้าง”

ย่าขวัญเดินลงมาหน้าตายิ้มแย้ม เป็ดปุ๊กยกมือไหว้เขินๆ ย่าขวัญแอบมองไม้ยิ้มๆ ไม้แอบดีใจแต่ยังเก็บอาการ

“เรื่องนั้นเดี๋ยวขึ้นไปข้างบนแล้วคุยกัน แต่ตอนนี้มาช่วยกันคิดก่อนว่าจะทำอะไรกับปลาทับทิมตัวโตๆนี้ดี”

“ปลาสามรสสิครับย่า ย่าทำอะไรสุดๆ” ไม้เสนอ

“ให้เป็ดช่วยนะคะ จะได้หัดทำไปด้วย”

ย่าขวัญมองเป็ดปุ๊ก แล้วมองไม้แว่บหนึ่ง

“ไม่ต้องหัดหรอก ปลาสามรสไม่ยาก วันนี้ให้หนูเป็ดปุ๊กเป็นแขกสักวัน”

ย่าขวัญหันไปสั่งไม้

“ไม้หนูเป็ดปุ๊กทัวร์หน่อย”

“สวนของย่าเนี่ยนะ” ไม้หน้าเหวอ

“ทำไม ไม่วิจิตรพิสดารพอจะให้เที่ยวเหรอ เออ งั้นไม้พาหนูเป็ดเขาไปดูนี่ซิ”

ย่าขวัญหยุดพูด ทั้งเป็ดปุ๊กและไม้เหมือนจะรอว่าย่าจะบอกอะไร

“บ้านต้นไม้ของไม้น่ะ”

ไม้กับเป็ดปุ๊กมองหน้ากันเขินๆ ทำอะไรไม่ถูก ไม้มองหน้าย่าขวัญ ประมาณว่าให้ทำแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย

เป็ดปุ๊กเดินนำไปที่บ้านต้นไม้ในสวน ไม้เดินตาม

“รู้ทางเหรอ ระวังหลง”

“แค่นี้ฉันไม่หลงหรอกน่า”

เป็ดปุ๊กหยุด เมื่อมีทางแยก คิดนิดหน่อยแล้วเลี้ยวไปสองคนเดินไป ไม้ขำๆ

“เกือบไปแล้ว”

“ไม่เกือบหรอก ฉันจำได้ มาบ่อย”

“จริงหรือเปล่า มาบ่อยเหรอ ตอนไหน ทำไมไม่เรียก”

“แล้วทำไมต้องเรียก”

“ก็เผื่อจะได้เก็บผลไม้ให้กิน ในนี้กินได้เกือบทุกต้นเลย นั่นมะม่วง นั่นชมพู นั่นมะละกอ นั่นขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟืองมะไฟมะ...”

เป็ดปุ๊กหยุดกึกหันมา

“ปลูกไว้หมดนั่นจริงๆเหรอ หรือว่า...โกหก นายถนัดนี่เรื่องโกหกน่ะ”

“มันก็แค่กลอนขำๆ ใครจะบ้าปลูกไว้หมดจริง คุณเนี่ยไม่มีอารมณ์ขันเลย”

เป็ดปุ๊กส่ายหน้า ทำเป็นเบื่อ แล้วเดินต่อไป ไม้เดินตามไปแอบยิ้มมีความสุข ที่เป็ดปุ๊กยอมพูดด้วยแล้ว

เป็ดปุ๊กกับไม้เดินมาถึงต้นไม้ที่เป็นบ้านต้นไม้ แล้วเธอไม่ยอมขึ้นไป

“ฉันจะไม่ขึ้นไป นายขึ้นไปคนเดียวแล้วกัน”

“ไม่ขึ้นไปไม่ได้ เกิดย่าถามว่าข้างบนเป็นยังไง แล้วคุณจะตอบได้เหรอ”

“นายก็บรรยายให้ฉันฟังซิ”

“มันจะเหมือนกับขึ้นไปเห็นเองได้ยังไง ทำไมเหรอคุณ มีปัญหาอะไรถึงไม่ยอมขึ้นไป กลัวคนเห็นแล้วเอาไปซุบซิบนินทาเหรอแถวนี้มีใครที่ไหน”

“ฉันไม่กลัวหรอกเรื่องนินทาน่ะ”

“หรือว่าคุณกลัว ผมจะทำอย่างอื่น”

เป็ดปุ๊กอึ้ง ไม้หัวเราะขำ

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ผมล้อเล่น ผมจะทำยังงั้นทำไม ผมสุภาพบุรุษนะคุณ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...