xs
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 11

เผยแพร่:

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 11

บริเวณที่จอดรถรับส่งบ้านเจ้าคุณ...ศีลลงมาจากรถ เปิดประตูพาเจ้าคุณลงมา

“คนที่เป็นลมมาจากไหน หรือศีล”
“ได้ยินว่ามาของานทำขอรับ แต่ก็มาเป็นลมน่าสงสารนะขอรับ”
“จริงสิ น่าสงสาร ที่บ้านเรามีงานอะไรให้เขาทำบ้างไหม”
“เอ้อ กระผมคงต้องถามนายแม่ กับพี่เมี้ยนก่อนขอรับ”
“ถ้าพอช่วยอะไรเขาได้ก็ช่วย พ่อแก่มากแล้ว อยากทำดีกับผู้คนให้มากที่สุด พ่อต้องการเป็นผู้ให้ให้มากที่สุด”
“ขอรับ”
เจ้าคุณครุ่นคิดอยากทำดีไว้มากๆ


ในป้อมยาม...ทองฟื้นแล้ว ดีใจมาก
“ตกลงผมได้งานทำที่นี่แล้ว ขอบคุณพี่ชายมาก”
“ขอบคุณคุณศีลลูกชายท่านเจ้าคุณเถิด”
ทองชะงัก
“ลูกชาย อะไรวะ เอ๊ย...ไหนว่า เอ้อ...ท่านมีลูกชายโตเป็นหนุ่มแล้วหรือ ลูกคุณหญิงหรือ”
“ไม่ใช่ลูกคุณหญิง ลูกชายบุญธรรมของท่าน เพิ่งจบมาจากเมืองนอก ท่านโปรดปรานมาก”
“ท่านไม่มีลูกชายละสิ”
“ใครว่า ท่านมีลูกชายสองคน กับคุณหญิง คนหนึ่ง กับคุณเดือนคนหนึ่ง แต่ยังเล็กมาก”
ทองพยักหน้าคำรามในใจ คิดว่าคุณหญิงหมายถึงคุณหญิงศรี ไม่รู้ว่ามีคุณหญิงสะบันงากลายเป็นคุณหญิงแทนคุณหญิงศรีไปแล้ว ทองพึมพำ
“อ้อ นังคุณหญิงมีลูกชาย ดีละ” ทองหันมาพูดกับยาม “ฉันจะมีโอกาสได้ไปกราบท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงหรือเปล่า”
“ถ้าสบโอกาสเท่านั้น พวกท่านไม่มาสนใจให้ใครมาพบหรอกนอกจากพวกผู้หลักผู้ใหญ่ แต่คุณเมี้ยนน่ะแกได้พบแน่”
“อีเมี้ยน” ทองคำรามเบาๆ
ทองหมายมั่นจะจัดการ แก้แค้นคุณหญิงศรี
“โชคดีที่วันนั้นกูปิดหน้า หาไม่ไอ้คุณศีลนั่นมันคงจำกูได้แน่ แผนการคงล้มเหลว”
ทองแอบถอนใจโล่งอก

เมี้ยนมองหน้าทองพิจารณา รับไหว้ทองที่ไหว้มาก่อน
“หน้าตาดีนะ จะทำงานไหวหรือ”
ทองครุ่นคิดในใจ
‘หนอย อีนังเมี้ยนขี้ข้านังคุณหญิง ที่แม่เราเกลียดนักหนา นี่กูต้องมากราบไว้ขี้ข้าบ้านตัวเองหรือนี่ บัดซบแท้’
“นี่เพราะคุณศีลเขากราบเรียนท่านเจ้าคุณว่าแกน่าสงสารท่านจึงเวทนา”
ทองคิดในใจ
‘ไอ้คุณศีลนี่อีกแล้ว เกลียดน้ำหน้านัก ทำเป็นผู้ดีกรีดกราย อย่าหวังว่ากูจะเห็นน้ำใจที่มึงช่วยกูครั้งกระนั้น’
ทองตื่นตะลึง เมื่อเห็นคุณหญิงสะบันงาเดินมากับเดือนที่อุ้มพจน์มา ส่วนดาอุ้มพฤกษ์ตามหลังมา เมี้ยนแนะนำ
“นั่นคุณสะบันงา และคุณเดือน ภรรยาท่านเจ้าคุณ”
“แล้วไหนคุณหญิง”
เมี้ยนมองหน้า
“ถามทำไม”
“กระผมอยากกราบท่าน ก็กระผมมาทำงานบ้านท่านทั้งที”
“คุณสะบันงานี่แหละคุณหญิง แต่ท่านบังคับไม่ให้ใครเรียกคุณหญิงเวลาอยู่ในบ้านยกเว้นนอกบ้านท่านบังคับเขาไม่ได้”
คุณหญิงสะบันงาเดินมาหยุดมอง ทองจ้องเอาจ้องเอาจนลืมตัว
“ใครกันน่ะพี่เมี้ยน”
“คนงานคนใหม่ค่ะ นี่แก จะมัวตะลึงมองอะไรอยู่ กราบท่านสิ นี่แหละคุณหญิงที่แกอยากกราบไหว้”
ทองรำพึงในใจ
‘ใครว่ากูอยากกราบไหว้ กูอยากฆ่ามึงตะหาก’
ทองไหว้คุณหญิงสะบันงา
“สวัสดีจ้ะ ชื่ออะไรหรือ”
“ทองขอรับ”
ทองจ้องไปที่พฤกษ์ในมือดา อย่างตั้งอกตั้งใจ
“ไอ้เด็กผู้ชายลูกนังคุณหญิงนั่น มันมาแทนที่กู”
ทองแค้นใจมาก
 
ปารีส... ธรรม์ นั่งหน้าหมองข้างๆ ปานวาดที่หม่นหมองไม่แพ้กัน ปานวาดป้อนอาหารใส่ปากให้ปีแอร์ที่ส่ายหน้าไม่ยอมกิน
 
“กินนะ ดาหลิง กินเพื่อไอ กับธรรม์”
“แม่ครับ เมื่อไหร่ธรรม์จะได้กลับไปเรียนอีกครับ”
ปีแอร์รำพึงในใจ
‘ลูกจะไม่ได้กลับไปเรียน เพราะตายายของลูกโกรธที่แม่ของลูกมาแต่งงานกับแด้ดดี้ จึงเลิกส่งเงินมาให้’
ปีแอร์น้ำตาไหล มองธรรม์ ปานวาดหันมาบอกลูกชาย
“รอให้แม่หางานกลางคืนได้แม่จะส่งธรรม์กลับไปเรียนนะลูก”
ปีแอร์รำพึง
‘แค่ทำงานเฉพาะกลางวัน ปานวาดก็ทรุดโทรมขนาดนี้ ถ้ามีกลางคืน มิต้องอดหลับอดนอนเหรอ โธ่ ดาหลิง’
“ครับ” ธรรม์รับคำเศร้าๆ
ปานวาดก้มลงไปจูบแก้มปีแอร์
“ไอไปทำงานนะ อาหารวางอยู่นั่น”
ปีแอร์พยักหน้ารับรู้
ในจานอาหาร มีส้อมสำหรับจิ้มวางอยู่มีขนมปังฝรั่งเศส เนยแข็ง และไส้กรอก
“ธรรม์อยู่กับแด๊ดดี้นะลูก แม่มีของกินไว้ให้แล้ว”
“ธรรม์ออกไปเล่นข้างนอกบ้างได้ไหม”
“ได้ แต่ห้ามข้ามถนนเด็ดขาด พรอมมิส”
“ครับ พรอมมิส”
ปานวาดหอมแก้มธรรม์ แล้วออกไป พอปานวาดพ้นออกไป ธรรม์มองพ่อแล้วขออนุญาต
“แด๊ด ธรรม์ไปเล่นข้างนอก โอ เค้”
ปีแอร์พยักหน้า ธรรม์วิ่งออกไป...ปีแอร์ยังเหลือมือข้างหนึ่งที่ยังใช้งานได้มองไปที่ส้อม

บริเวณหน้าบ้านเจ้าคุณ...ทองยืนหน้าประตู กำลังกวาดลานเก็บกวาดใบไม้และใบหญ้า ยามเข้ามาบอก
“ไอ้ทอง ฝากประตูบ้านด้วยนะ ข้าจะเข้าไปกินข้าวในครัวสักหน่อย”
“สักนานๆก็ได้ ฉันเต็มใจช่วยงานพี่เสมอ เพราะพี่มีพระคุณต่อฉัน ฉันยินดีช่วยงานของพี่”
“ขอบใจมาก ไอ้ทอง คอยเปิดปิดประตูให้เรียบร้อยนะ”
“รับรอง”
ยามเดินออกไป ทองยิ้มสมหวัง
“ทำไมกูถึงไม่ได้พบหน้าพ่อกูจังๆสักทีหนึ่งนะ อยากรู้นักว่าถ้าเขาเห็นหน้ากูถนัดๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ที่เขาว่าความผูกพันมันมาตามสายเลือดมันจะจริงไหมหนอ”
ทองคิดเพลินจนกระทั่งมีเสียงแตรดังมาจากด้านใกล้ตัวทองมากที่สุด จนทองสะดุ้งหันไปมอง แล้วทองก็ตะลึง เจ้าคุณนั่งในรถด้านหลังกับคุณหญิงสะบันงา รถจอดด้านหลัง ทองเขยิบ ถอยมาเปิดประตูบ้าน แล้วมองไปที่รถ ครุ่นคิดในใจ
‘พ่อกูจะพาอีคุณหญิงไปไหน หนอย เชิดหน้าชูตายกย่องกันดีนักทีแม่กู มีลูกอยู่ในท้องก่อน ยังไม่แยแส ไม่ติดตามถามหา’
รถมาจอดข้างๆ ทองไม่ออกไปนอกประตูแต่จอดกลางๆประตู กระจกถูกไขลงมา เจ้าคุณโผล่หน้ามามองทอง
“คนที่มาใหม่หรือ”
ทองพูดไม่ออก มือไม้สั่นไปหมด เจ้าคุณมองมือทองที่สั่น
“มันกลัวฉันจนมือไม้สั่น”
คุณหญิงสะบันงายิ้มให้ทอง
“นายทอง ไม่ต้องกลัวท่านหรอกนะ ยามหายไปไหน ทำไมนายทองมาเปิดประตูแทน”
ทองค่อยกล้าขึ้น
“เขา...เขา ไปกินข้าวขอรับ”
“ขอบใจมากนะนายทอง ที่สานใบไม้เป็นตัวตั๊กแตนให้คุณพจน์ คุณพฤกษ์ คุณสองคนชอบใจมาก”
“เอ้อ ขอบพระคุณขอรับ เอ้อ กระผมยังสานอย่างอื่นเป็นอีก ปั้นดินปั้นโคลนเป็นของเล่นก็ได้ขอรับ ถ้า อ...เอ้อ คุณหนูทั้งสองชอบ ผมจะทำให้เล่นขอรับ”
เจ้าคุณยิ้มพอใจ
“ดีมาก ขอบใจ”
แล้วกระจกก็ปิด รถเคลื่อนออกไปแล้วหยุดอีก เจ้าคุณไขกระจกมามองหน้าทอง
“แกเป็นคนที่ไหนหรือ”
ทองใจสั่นไปหมด เจ้าคุณมองสบตา สองคนมองกันนิ่งและนาน
“ฉันถามทำไมไม่ตอบ”
คุณหญิงสะบันงาขัดขึ้น
“เพราะว่าเขายังคงกลัวอยู่น่ะค่ะ”
“ฉันว่าฉันคุ้นหน้าแกอยู่นะ เหมือนเคยเจอแกที่ไหนมาก่อน”
“เขายังตกใจไม่หาย เอาไว้ค่อยถามวันหลังนะคะ”
กระจกโดนปิดใหม่ คราวนี้รถออกไปเลย ทองหมั่นไส้
“อีนังคุณหญิงนั่นมันดูใจดี มีน้ำใจมาก ทำไมมันจึงใจร้ายได้นักหนา ช่างซ่อนความเลวร้ายเอาไว้ได้มิดชิดแท้ๆ ถ้าแม่ไม่บอก กูคงไม่เชื่อ”
ทองมองตาม ยิ้มแค้นๆ
“แม่จ๋า พวกผู้ดีมันโง่ มันบ้า มันหลอกง่าย แค่ประจบนิดหน่อย มันก็เริ่มชอบใจฉันแล้ว ไอ้เด็กพฤกษ์นั่น ฉันหมายตาเอาไว้ตั้งแต่แรกที่ได้พบหน้ามันแล้ว มันคือศัตรูที่มาแย่งตำแหน่งทายาทของฉัน มันต้องโดนลงโทษให้สาสม”
ทองยิ้มสะใจ


ปารีส...นาฬิกา บอกเวลาเที่ยง ปีแอร์ มองจานอาหาร ค่อยๆเอามือไปหยิบส้อมในจานมากำไว้แน่นน้ำตาไหลพราก
“ถ้ามีฉัน ลูกเราหมดโอกาส แต่ถ้าไม่มีฉัน นั่นคือโอกาสที่เธอจะใช้ความเป็นแม่ที่งดงามของเธอต่อลูกของเราได้เต็มความสามารถ ปานวาดที่รัก ฉันรักเธอที่สุด ลาก่อน”
ปีแอร์ให้ส้อมเงื้อสุดแรง แล้วแทงลงที่คอ

รถเจ้าคุณแล่นตามถนน คุณหญิงสะบันงากับเจ้าคุณพูดคุยกัน
“พฤกษ์กับพจน์ เป็นลูกชาย เขาต้องแข็งแกร่งเหมือนกับศีล”
คุณหญิงสะบันงายิ้ม
“ดีค่ะ ฉันเห็นด้วย”
“แต่ลูกชายของเรา มีแต่แนนนี่ผู้หญิง และผู้หญิงล้อมรอบ”
“ใช่ค่ะ ทุกคนล้วนตามใจ เอาใจ ล้มนิดล้มหน่อยเป็นต้องวิ่งกันมารายงานฉันราวกับว่าพวกเขาแขนหัก ทั้งที่แค่ผิวหนังถลอก”
“เขาควรได้เล่นกับผู้ชายบ้าง”
“ไปโรงเรียนเมื่อไหร่ก็มีเพื่อนผู้ชายค่ะ”
“สะบันงาจะว่าอย่างไร ถ้าจะให้สองคนมีเพื่อนเล่นเป็นนายทอง คนที่เพิ่งมาใหม่นั่น”
“ฉันไม่ขัดข้องค่ะ เพียงแต่ขอให้แน่ใจว่าเขามีใจ เต็มใจจะมาเป็น เพื่อนเล่นกับลูกของเราค่ะ”
เจ้าคุณพยักหน้า
“เราจะรอดูนิสัยใจคอเขาไปสักพัก ถ้าเห็นว่าวางใจได้ ก็จะให้มาเป็นพี่เลี้ยงฝ่ายชายให้ลูกทั้งสอง”
เจ้าคุณกุมมือคุณหญิงสะบันงามาแนบแก้ม แล้วเอามาจูบกระซิบข้างหู
“ออลเวยส์ เลิฟ ยู ดาหลิง”

คุณหญิงสะบันงายิ้มให้
 
บริเวณฟุตบาธนอกบ้าน ปานวาดเดินมาถือถุงอาหาร รีบร้อนกลับมาเห็นธรรม์ขี่จักรยานเด็กเล่นไปมา โบกมือให้
 
“แม่ครับ”
ปานวาดยิ้มร่าเริงเข้ามา
“เที่ยงแล้ว ทำไมไม่กลับเข้าไปลันช์กับแด๊ดดี้”
“ทำไมวันนี้แม่กลับมาตอนลันช์ครับ”
“เพราะว่าแม่มีข่าวดีมาบอกแด๊ดกับธรรม์”
ธรรม์เนือยๆตามเคย
“ข่าวอะไรครับ”
“แม่ได้งานกลางคืนแล้ว แม่มีเงินให้ธรรม์กลับไปเรียนได้แล้ว”
“จริงหรือครับ”
ธรรม์สีหน้าดีขึ้น
“รีบเข้าไปบอกข่าวดีกับแด๊ดกันนะลูก”
ปานวาดจูงธรรม์ร่าเริงไปที่ประตูห้องของตัวเอง

ปานวาดกับธรรม์เปิดประตูห้องเข้ามา ปานวาดยิ้มร่า
“ปีแอร์ดาหลิง”
ปานวาดมองไปที่เตียงของปีแอร์ตกตะลึงกรีดร้อง
“โอ โน ดาหลิง โน”
ปานวาดผวาไปธรรม์ตามไปติดๆ ปีแอร์นอนอยู่ที่เตียงตาค้างมีการกระตุกเล็กๆ เลือดท่วมคอ ส้อมตกอยู่ที่พื้นข้างตัว ปีแอร์ พยายามลืมตาที่พร่ามัว ทำปากขมุบขมิบ
“ไอ แอมโซ ซอรี่ ดาหลิง”
ปานวาดช็อค
“โน ปีแอร์โน”
ธรรม์ตกใจสุดขีด
“แด๊ดดี้”
ปานวาดซบหน้ากับร่างกายของปีแอร์ มีธรรม์ซบข้างๆ ทั้งสองสะอื้นให้

หลุมศพของปีแอร์ในสุสานเต็มไปด้วยต้นดอกหญ้าเล็กๆคลุมอยู่ ปานวาด กับธรรม์วางดอกไม้บนหลุม แล้วถอยไปยืนโอบกอดกันมองหลุมศพ น้ำตาไหลทั้งคู่
“ไหนบอกว่ารักฉัน แล้วทิ้งกันไปได้อย่างไร ฉันไม่ปลูกกุหลาบให้เธอ แต่ฉันปลูกดอกหญ้านี้ให้แทน มันจะสะอื้นพริ้วไหวแค่เพียงต้องลมอ่อนๆ เพราะมันคือฉันที่จะโอบกอดเธอร้องไห้ไปชั่วนิรันดร์ ที่รัก”
ปานวาด ซบหน้าลงกับกอดอกหญ้าพวกนั้นน้ำตาไหล ธรรม์มองแม่น้ำตาไหล ทำอะไรไม่ถูก

ในห้องเช่า...ขวดไวน์วางกองเต็มห้อง ปานวาด นั่งเมาไวน์ฟุบกับโต๊ะ
“ดาหลิง แวร์ อาร์ ยู เวท ฟอร์มี พลีส”
ธรรม์นั่งกอดเข่าเอาคางเกยมือไว้มองแม่น้ำตาไหล

แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน ปานวาดก็ยังคงเมาเช่นนั้น ส่วนธรรม์ก็นั่งกอดเข่าเช่นนั้น

แพรวพรรณรายกึ่งดึงกึ่งฉุดพริ้มเพรามาที่บ้านหลังเล็ก
“คุณแพรว นายแม่กับเจ้าคุณพ่อห้ามมาเล่นที่นี่”
“ห้ามสิดี ยิ่งอยากมา ไม่เห็นจะต้องกลัว”
“กลับเถอะ กลัวเจ้าคุณพ่อ กับนายแม่โกรธเอา”
“โธ่เอ๊ย โกรธแป๊บๆเดี๋ยวก็หาย ใครจะกล้าโกรธลูกตัวเองนานๆ”
แพรวพรรณรายฉุดพริ้มเพราไปยืนหน้าบ้านเล็กแล้วตะโกน
“มีใครอยู่บ้าง ออกมาหาฉันหน่อย”
เงียบไม่มีเสียงตอบ พริ้มเพรากลัวๆ
“กลับเถิด”
“ไม่กลับ สงสัยมานานแล้วว่ายัยป้าเมี้ยน พาคุณพริสมาทำไมแถวนี้ ไหนว่าน่ากลัว เชอะโกหกนี่ ไม่รู้จักฉันหรืออย่างไร ฉันลูกสาวเจ้าของบ้านนะยะ ฉันอยากรู้จักถ้าไม่ออกมาจะบุกเข้าไป”
พริ้มเพรารีบห้าม
“คุณแพรว อย่าไปข่มขู่เขาสิ”
“ต้องข่มประเดี๋ยวจะนึกว่าไม่แน่จริง ออกมา ออกมา หนึ่ง สอง สาม”
ประตูเปิดออก ร่างในชุดดำกรอมยาวแขนเสื้อกรุยกราย ยืนกลางประตู สองคนตกใจร้องลั่น
“ว๊าย”
คุณหญิงศรีให้นึกขำเมื่อเห็นเด็กสองคน
“ช่างปากกล้าดีนัก ลูกใครกันหรือ”
“ลูกนายแม่ กับเจ้าคุณพ่อ แล้วป้าล่ะ ลูกใคร” แพรวพรรณรายย้อนถาม
พริ้มเพราปราม
“คุณแพรว ไม่เอาสิ” พริ้มเพรายกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ คุณป้า หนู เอ้อ หนูมาเดินเล่น เห็นบ้านหลังนี้เลยอยากมาแวะทักทายค่ะ”
คุณหญิงศรีถามเสียงเข้ม
“ไม่กลัวผีหรือ”
แพรวพรรณรายสวน
“มีแต่ผีสิกลัวเรา”
คุณหญิงศรีหัวเราะหึๆ
“แน่ใจนะ แม่เด็กปากร้ายใจกล้า”
แพรวพรรณรายเชิด
“แน่ใจ”
คุณหญิงศรีสะบัดผ้าคลุมหน้าออก พริ้มเพรากับแพรวพรรณรายตะลึง แพรวพรรณรายตื่นกลัว
“ผี ผี คุณพริ้มหนีเร็ว”
พริ้มเพราส่ายหน้า
“คนแท้ๆ ไม่ใช่ผี ถ้าคุณแพรวหมดสนุกแล้ว ก็กลับเถิด พี่จะอยู่คุยกับคุณป้า”
แพรวพรรณรายหวาดๆ
“แพรวจะไปเดินสำรวจว่ามีอะไรให้เล่นบ้าง ไปก่อนนะป้าผี”
พริ้มเพราหยิกแพรวพรรณราย
“ทำไมต้องพูดให้คนอื่นไม่สบายใจ”
แพรวพรรณรายวิ่งหนีออกไปแล้วทำเสียงหอน คุณหญิงศรีส่ายหน้า แล้วปิดผ้าคลุมหน้า พริ้มเพรายกมือไหว้อีกครั้ง
“หนูขอประทานโทษแทนน้องด้วยค่ะ เขาร้ายกาจมาก”
“ดีฉันชอบ น่ารักออก น่าขำด้วย พูดจาตรงไปตรงมามาก หน้าฉันมันยังแย่กว่าหน้าผีเป็นไหนไหน เข้ามาสิ เด็กดี”
“ให้หนูเข้าไปหรือคะ”
“ถ้าหนูไม่กลัวหน้าผี”
พริ้มเพราไหว้อีก

“ขอบคุณค่ะ”


 
สองคนนั่งคุยกันต่อพริ้มเพรามองหนังสือที่เต็มห้อง
 
“คุณป้าอ่านหนังสือฝรั่ง”
“ใช่ อ่านเป็นไหมล่ะ เอ พ่อเป็นฝรั่งนี่นาก็ต้องเป็นสิ”
“นายแม่ช่วยสอนค่ะ นายแม่บอกว่า คุณหญิงที่นายแม่เคารพมากเคยช่วยสอนให้นายแม่ค่ะ แถมสนับสนุนให้นายแม่อ่านเขียนและพูดเก่งด้วยค่ะ”
คุณหญิงศรีถอนใจน้ำตาคลอพึมพำ
“สะบันงาไม่เคยลืมเรา เอ้อหนูอยากเก่งกว่าที่เป็นอยู่ไหม”
“อยากค่ะ”
“ป้าจะสอนให้”
พริ้มเพราดีใจ
“คุณป้า”
คุณหญิงศรีพยักหน้า ยื่นมือมาตรงหน้าพริ้มเพราลูบหัว...คุณหญิงศรีสอนภาษาอังกฤษให้พริ้มเพรา


ห้าปีผ่านไป...ในโรงเรียนคอนแวนต์ พริ้มเพรา แพรวพรรณราย พราวพิลาสพากันเดินมาด้วยกัน เมขลาเดินคู่มากับพริ้มเพรา
“เมขลา เธอสอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว เก่งจริงๆ” พริ้งเพราชม
“ฉันต้องเก่ง เพื่อไม่ให้ใครดูถูกเอา” เมขลากระซิบ “เอ้อ พริ้มเพรา เมื่อไหร่จะพาฉันไปบ้านเธอ ได้ยินว่านายแม่ของเธอเป็นคุณหญิงด้วย”
“ได้สิ ฉันจะขออนุญาตนายแม่ให้จดหมายขออนุญาตซิสเตอร์ ให้เธอไปนอนบ้านฉันวันศุกร์ แล้ววันจันทร์เรากลับมาโรงเรียนพร้อมกัน”
เมขลาดีใจ
“ดีจังเลย เอ้อ วันนี้เธอมีชอคโกแลตอร่อยๆมาให้ฉันอีกไหมพริ้มเพรา”
แพรวพรรณรายหันมามองหน้า
“มีอะไรกันทุกวี่ทุกวัน มันบ่อยไปหน่อยไหม”
พริ้มเพราปรามน้อง
“ไม่เป็นไร...เอาไปเถิด นี่จ้ะ ฉันให้”
แพรวพรรณรายพึมพำ
“ยัยนี่ขี้ขอ”
รำพึงเดินปรี่เข้ามาชี้หน้าสามคนพี่น้องและเมขลา
“สืบมาตั้งสี่ห้าปี คุณหญิงแม่ของฉันรู้แล้วว่า เธอสามคนเป็นลูก คุณหญิงบ่าวตั้ง เคยเป็นขี้ข้ามาก่อนแล้วเลื่อนฐานะมาเป็นเมียน้อยแอบฆ่าคุณหญิงตัวจริงตาย แล้วตั้งตัวเป็นใหญ่ บังคับให้ใครๆ เรียกว่า คุณหญิง”
เมขลาแอบยิ้มสมน้ำหน้าพึมพำเบาๆ
“สมน้ำหน้า”
พริ้มเพรากับ พราวพิลาสตกใจมาก แต่แพรวพรรณรายโกรธกระโดดไปเตะแถมตบหน้ารำพึง
“อีรำพึง มึงใส่ร้ายแม่กู”
“อ๊าย ช่วยด้วยๆ นังแพรวพรรณรายตบหน้าฉัน”
“จะตบอีก ถ้าแกไม่ขอโทษแม่ฉัน”
รำพึงส่ายหน้า แพรวพรรณรายตบอีก รำพึงก็ใช่ว่าจะไม่สู้ โต้ตอบด้วยการหยิกข่วนแพรวพรรณราย เมขลาสาแก่ใจพึมพำ
“ที่แท้ก็แค่ลูกขี้ข้า”
พริ้มเพราเข้าห้าม
“คุณแพรว อย่านะคะ อย่าทำอย่างนั้น”
“จะทำ จะตบหน้ามันจนกว่ามันจะขอโทษแม่เรา”
คุณหญิงฉวีเดินมาพอดี
“อ๊าย...ตายแล้ว ช่วยด้วย ช่วยด้วย ลูกขี้ข้ามาตบหน้าลูกคุณหญิง”
ซิสเตอร์ ออกมาดูเหตุการณ์
“หยุดทั้งสองคน”
สองคนหยุด

ใบไม้สานเป็นสารพัดตัว เรียงรายตรงหน้า พฤกษ์ กับพจน์
“เราชอบตัวนี้” พจน์ชูตัวหนึ่งขึ้นมา
พฤกษ์ชี้ที่มือพจน์
“เราก็ชอบตัวนี้”
พจน์เปลี่ยนตัวยอมให้พฤกษ์
“ถ้าเช่นนั้นเราเอาตัวนี้ ตัวนั้นให้คุณพฤกษ์ไป”
“ได้ขอรับ คุณหนู” ทองหันหน้าไปบ่น “เพราะมึงเป็นลูกนังคุณหญิง ทุกคนจึงตามใจมึง ทูนหัวทูนเกล้า ทุกอยางให้มึง แล้วกูเล่า...กูลูกชายคนแรก กูเป็นพี่ชายพวกมึงแต่กูกลับกลายมาเป็นขี้ข้ารับใช้มึง”
พฤกษ์หันมาบอกทอง
“ทองเคยบอกว่า ทำว่าวเป็น เราอยากเล่นว่าว”
พจน์ขอร้องทอง
“ทำว่าวให้คุณพฤกษ์นะทอง”
ทองเผลอ
“เออ...เอ๊ย เอ้อ...ขอรับ”
เด็กทั้งสองดีใจกระโดดโลดเต้น ทองกำลังตาขวางใส่เด็กสองคน เจ้าคุณเดินมาหยุดมอง
“นายทอง”
ทองสะดุ้งหันมามองเจ้าคุณ ทำอะไรไม่ถูกอีกตามเคย
“พ...เอ้อ ท่านเจ้าคุณ”
“อยู่ด้วยกันมาตั้งเป็นปีๆ นายทองยังไม่หายกลัวฉันอีกหรือ”
ทองอึกอัก
“เอ้อ...”
“ฉันสังเกตเห็นนะว่านายทองชอบแอบมองฉัน เหมือนพยายามจะบอกอะไรฉัน”
ทองใจหายวับ
“เอ้อ...เอ้อ คือ...”
“ว่ามาสิ”
“ขอรับ คือว่า กระ ผม กระผม เป็น เป็น ล...”
ทองยังไม่ทันจะพูดคำว่าลูก พริสซิลล่าเดินผ่านมา ทำท่าจะผ่านไปไม่สนใจใครทั้งสิ้น เจ้าคุณหันไปเรียก
“พริสซี่ พริสซี่ จะไปไหนลูก”
เจ้าคุณรีบตามพริสซิลล่าไป ทำให้ทองอดพูด
“อีเด็กบ้าปัญญาอ่อน มาขวางกูทำไม อยู่มาหลายปีกว่าจะมีโอกาสงามๆอย่างนี้ได้ ดันมาขัดจังหวะเสียนี่”

ทองเสียดายโอกาสมาก
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 11 (ต่อ)

เดือนกับคุณหญิงสะบันงานั่งอยู่ที่ซุ้มต้นไม้ มองทองกับเจ้าคุณ
 
“นายทองทำท่าราวกับว่าจะพูดอะไรกับท่าน”
“เดือนเห็นหลายครั้งแล้วนะคะ ว่านายทองชอบแอบมองท่าน”
“แปลกมาก ฉันก็เคยสังเกตเห็นเช่นกัน นายทองถือว่าเป็นคนงานที่ท่านให้ความเมตตามาก จึงไว้ใจให้เล่นกับลูกชายของเราทั้งสองคนได้”
“แต่นายทองก็เอาใจเก่งนะคะ คุณพฤกษ์กับลูกพจน์ติดแจ”
“ท่านคิดถูก ที่ให้เด็กทั้งสองมีพี่เลี้ยงเป็นผู้ชาย ท่านว่าถ้ามีแต่แนนนี่ ลูกชายเราอาจกลายเป็นกะเทย”
สองคนยิ้มย่องขำๆ พอใจทองมาก

ว่าวลอยบนท้องฟ้า พร้อมกับเสียงร่าเริงของเด็กชายสองคนที่กำลังดึงเชือกว่าวไปมา มีทองคอยช่วยดึง

ทองกำลังปีนอยู่บนต้นไม้ พจน์กับพฤกษ์พยายามหัดปีนเล่น
“ค่อยๆปีนขอรับคุณหนู” ทองรำพึงในใจ “ประเดี๋ยวเถิดมึงเอ๊ย”
ทองปีนลงมาช่วยสองคนหัดปีน สองคนขึ้นไปได้นิดหนึ่ง นั่งห้อยขาเล่น
“เราหิวน้ำ” พฤกษ์บ่น
“รอประเดี๋ยวขอรับ”
ทองเดินเลี้ยวหายไปหลังพุ่มไม้มาหยิบขวดน้ำและแก้ว ซึ่งเขาวางถุงกระสอบใบหนึ่งไว้ ภายในมีงูเห่าตัวใหญ่ที่จับมา
“กูไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อยที่ได้กำจัดลูกมึงอีคุณหญิง”
ทองยกถุงขึ้น เทออกมาแล้วเดินเลี่ยงหนีไป งูเห่าชูคอตั้งอยู่ แล้วค่อยๆเลื้อยออกไปนอกพุ่มไม้

พจน์ กับพฤกษ์ไต่ลงมาจากต้นไม้ ทองรับลงมาทีละคน พามานั่งกินน้ำที่พุ่มไม้ ทองนึกถึงงูเห่าอยากให้เลื้อยออกมาทางนี้
“ไหนน้ำ” พฤกษ์ถาม
“นั่นครับ ไปนั่งที่พุ่มไม้สิครับ มันเย็นดีครับ”
สองคนพากันไปนั่งที่พุ่มไม้ ทองมองเลยไปภายในพุ่มไม้ หวังในใจให้งูโผล่มากัดเด็ก

คุณหญิงศรีเดินมากับเมี้ยนที่ถือเสียมติดมือมา ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงของพจน์กับพฤกษ์
“พรวนดินนิดเดียวเดือนละครั้งสองครั้ง ต้นสะบันงาของคุณศุกลก็งามขึ้นต่อไปเรื่อยๆ”
เมี้ยนชวนคุย คุณหญิงศรีชะงักฟังเสียง
“นั่นเสียงคุณพฤกษ์กับคุณพจน์เล่นอะไรกัน สนุกสนานกันดีแท้ๆ”
“นายทอง ที่ท่านเจ้าคุณตั้งให้เป็นพี่เลี้ยงคุณหนูสองคนนั่นแหละค่ะ มันช่างหาของเล่นมาหลอกเด็ก”
“ได้ยินว่ามันอยู่มาหลายปีแล้ว น่าจะไว้ใจได้สินะ”
“ค่ะ ถ้ามันไม่ซื่อมันคงออกลายมาให้เห็นแล้วค่ะ หน้าตามันก็ดี๊ดีค่ะ”
“เสียงอยู่ตรงนี้เอง หลังพุ่มไม้นี่”
คุณหญิงศรีมองไปแล้วตกใจ
“เอ๊ะ งู นั่นงูเห่า เมี้ยน เร็ว เด็กอยู่ตรงนั้น”
“งู งูเห่าเอาเด็กหนีไปเอาเด็กหนีไป”
เมี้ยนถือเสียมร่อนไปที่งูเห่าทันที

พฤกษ์กับพจน์กำลังนั่งกินน้ำ ได้ยินเสียงตะโกนของเมี้ยน
“งู งูเห่า เอาเด็กหลบไปนายทอง”
เด็กสองคนหน้าเหลอไม่รู้ว่างูเห่าดุร้ายหน้าตาอย่างไร ส่วนทอง ฉุนกึกคำรามในคอ
“อีเมี้ยนขวางกูอีกแล้ว”
ทองทำรีรอใจเย็น
“เราอยากเห็นงูเห่า เราจะดูงูเห่า” พฤกษ์บอก
“แต่ป้าเมี้ยนบอกให้ทองพาเราหนีไปนะคุณพฤกษ์”
“ก็เราอยาก...”
พฤกษ์กับพจน์ต่างตะลึงเพราะลักษณะอันน่าเกรงขามของงูเห่า ทองแอบยิ้มไม่กระตือรือร้น งูเลี้อยมาประจันหน้าทั้งสามคน ชูแม่เบี้ย เมี้ยนกับคุณหญิงศรีพรวดมาถึง
“มันมาแล้ว นายทองยืนนิ่งๆค่อยๆเอาคุณหนูถอยไปข้างหลังแก ให้งูมันเผชิญหน้ากับแก แล้วฉันจะลอบตีมันเอง ฉันจะแหย่มันให้หันมา พอป้าเมี้ยนแหย่มันคุณหนูรีบถอยนะคะ”
เมี้ยนเอาเสียมแหย่งู พองูหันมา ทองแสร้งดูเงอะงะ คุณหญิงศรีไม่ทันใจ
“ชักช้าจริงๆ”
คุณหญิงศรีปราดเขยกไปที่เด็กสองคนดึงออกมาทันที ดึงด้วยอ้อมแขนเพราะอีกมือใช้ไม่ได้ พอเด็กมาพ้น คุณหญิงศรีกลับสะดุด ล้มคะมำ
“โอ๊ย”
งูเห็นความเคลื่อนไหวทางด้านเด็กหันมาฉกอีก คุณหญิงศรีคลานมาทับเด็กไว้
“อย่าดิ้นอย่าออกไปจากตัวป้า”
เมี้ยนตีงูเห่า ทองถอนใจแล้วตัดสินใจเลยตามเลย ทำเป็นดีเอากระสอบโยนมาครอบงูไว้ แล้วทำการจับงูดังที่เคยจับมาตั้งแต่อยู่ที่บ้าน พจน์กับพฤกษ์ดีใจ ร้องเฮๆ
“นายทองจับงูเห่าได้”
“รีบพาคุณหนูกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” คุณหญิงศรีโล่งใจ จะลุกแต่กลับล้มเจ็บขา
“โธ่ เจ็บตัวอีกแล้วนะคะ นายทองรีบพาคุณหนูไปก่อน”
ทองจำใจพาสองคนออกไป เมี้ยนปราดมาดูคุณหญิงศรี

ในเรือนเจ้าคุณ พริสซิลล่าเกาะอยู่ที่เปียโนไม่สนใจใครเล่นเองโดยไม่มีโน้ต แพรวพรรณรายกำลังรายงานคุณหญิงสะบันงา เดือนนั่งฟังอยู่ด้วย
“แพรวตบมันอย่างแรง หน้างี้หงายไปเลยคะนายแม่”
คุณหญิงสะบันงาไม่สบายใจ
“ทำไมคุณพริ้มไม่ห้ามน้องคะ”
“ห้ามแล้วค่ะ คุณแพรวฟังซะที่ไหนคะนายแม่”
พราวพิลาสเสริม
“คุณแพรวก็โดนเขาหยิกเขาข่วนเอานะคะนายแม่”
แพรวพรรณรายคุยโอ่
“แพรวขึ้นกูขึ้นมึงกับอีรำพึงไปเลยค่ะ นายแม่”
“คุณแพรวขา” เดือนเตือน
คุณหญิงสะบันงาบอกเสียงเข้ม
“ตายจริง ลูกสาวแม่ อย่าคึกคะนองปากจนเกินไปนะคะ นายแม่ต้องทำโทษกันแล้ว โกรธอย่างไรก็ห้ามใช้คำพูดเช่นนั้นค่ะ”
“เธอทนไม่ได้ค่ะ ที่มีใครมาใส่ร้ายนายแม่ของเธอ” เดือนอธิบาย
“นายแม่ไม่ใส่ใจ มันไม่จริงอย่าไปสนใจกับคำพูดไร้สาระของคนอื่น”
“แม่มันก็พอกันค่ะ มันยืนยันคำพูดลูกสาวมันค่ะ ต่ำมาก” แพรวพรรณรายหงุดหงิด
“เขาต่ำมา เราก็อย่าไปต่ำเหมือนเขาสิคะ รำพึงที่ว่านี่แม่เขาเป็นใครคะ”
“โอ๊ย ลูกอีบ้าอะไรก็ไม่รู้ค่ะ”
“เอาอีกแล้วคุณแพรว”
พริ้มเพราหันมาบอก
“ลูกคุณหญิงฉวีค่ะ นายแม่”
แพรวพรรณรายเล่าต่อ
“พวกเรารบกับยัยสองแม่ลูกนี้มาหลายปีแล้วค่ะนายแม่ มันดูถูกคนจน”
คุณหญิงสะบันงาหนักใจ คิดหาวิธี
“แม่ว่าเราน่าจะเชิญเขามาเที่ยวบ้านเราสักครั้งนะคะ”
สามคนพี่น้องตกใจ
“นายแม่”
พริ้มเพรานึกได้ รีบเสนอ
“ให้เมขลามาด้วยนะคะ”
“ใครคือเมขลาคะ”
แพรวพรรณรายเบ้ปาก
“เพื่อนกินของคุณพริ้มค่ะ แรกๆก็น่าสงสารดีหรอกค่ะ แต่มาภายหลังนี่ขี้ขอไปเสียทุกอย่างอีกหน่อยมันคงขอให้คุณพริ้มถอดกางเกงในที่ใส่ให้มันไป สงสัยจะเป็นลูกนางช่างขอค่ะ”
คุณหญิงสะบันงาไม่พอใจ
“คุณแพรว ถ้าไม่เลิกพูดจาอย่างนี้ นายแม่จะไม่ให้ไปเล่นที่สวนกล้วยท้ายบ้านนะคะ”
“งั้นแพรวไปเล่นถนนหน้าบ้าน”
“ต๊าย คุณแพรว” เดือนเหนื่อยที่แพรวพรรณรายช่างเถียง
เมี้ยนหน้าตื่นเข้ามา
“คุณพจน์กับคุณพฤกษ์เกือบโดนงูเห่าฉกเอาเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ”
ทุกคนพากันออกไป พราวพิลาสเดินมาเกาะมองพริสซิลล่าเล่นเปียโน
“คุณพริสเล่นเปียโนเก่งจัง พราวอยากเล่นเก่งอย่างคุณพริสบ้าง”

พราวพิลาสไต่มานั่งเกาะข้าง พริสซิลล่าเอามือพราวพิลาสกดลงไปบนคีย์บอร์ด แล้วหันมายิ้มให้
 
เทอเรสหน้าตึก เจ้าคุณโอบกอดลูกชายสองคนไว้คนละข้าง มองทองอย่างขอบใจ     
   
“นายทองเก่งมาก เก่งที่สุดครับเจ้าคุณพ่อ” พฤกษ์ชม
“นายทองสอนเราเล่นว่าวขอรับ” พจน์บอก
“อีกหน่อยนายทองจะสอนเราตกปลาครับ”
“ป้าเมี้ยนกับคุณป้าที่กระท่อมบอกว่างูเห่ากัดแล้วตาย” พจน์บอกอย่างตื่นเต้น
พฤกษ์เสริม
“แต่นายทองก็จับได้ครับ เจ้าคุณพ่อ”
เจ้าคุณยิ้มให้ทอง
“ขอบใจมากนายทอง ขอบใจที่ทำให้ลูกชายของฉันสนุกสนานมาหลายปีแล้วตอนนี้นายได้เงินเดือนเท่าไหร่ ฉันจะขอคุณหญิงขึ้นให้นายอีกสามร้อยบาท”
ตลอดเวลาทองจ้องหน้าเจ้าคุณราวกับอยากจะพูดอะไร แต่ไม่ได้พูด   ทองรำพึงในใจ
‘ฟังพ่อกูบอกแล้วอยากจะขยำไอ้เด็กสองคนนี่ให้แหลกคามือหนอย...ลูกชายของฉัน แล้วกูเราลูกหมาหรือว่าอย่างไร’
เจ้าคุณย้ำ
“นายทอง ไม่ได้ยินฉันบอกหรือ”
“เอ้อ...”
คุณหญิงสะบันงา เดือน เมี้ยน พริ้มเพรา แพรวพรรณรายพากันออกมา คุณหญิงสะบันงาเข้ามาหาลูกอย่างเป็นห่วง
“คุณพฤกษ์ ตกใจมากไหมลูก”
“ทีหลังลูกพจน์ต้องคอยระวังน้องด้วยนะลูก” เดือนเตือน
“มีทองอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวอะไรหรอกครับนายแม่” พฤกษ์บอกอย่างไว้ใจ
“แหม แต่เมื่อสักครู่ ถ้าคุณป้าไม่โดดไปโอบห่างออกมา ก็ไม่แน่นะเจ้าคะ ว่างูมันจะพลาดมาฉกเอาบ้างไหม” เมี้ยนหันไปเตือนทอง “นายทองอย่าพาคุณหนูไปเล่นที่รกๆสิ”
“ครับ คุณเมี้ยน”
ทองแอบไม่พอใจเมี้ยน คุณหญิงสะบันงาเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวฉันจะให้รางวัลนายทอง พี่เมี้ยนไปเอาถุงใส่ทองมาสิ”
ทองนิ่งมุ่งแก้แค้นมากกว่าอยากมาเอาเงิน แพรวพรรณรายมองทองอย่างสังเกต
“นายแม่ขา เจ้าคุณพ่อขา แพรวว่าหน้านายทองเหมือนหน้าคุณพฤกษ์กับตาพจน์ค่ะ”
ทุกคนนิ่งไป แล้วมองหน้าสามคน คุณหญิงสะบันงาเห็นด้วยกับแพรวพรรณราย
“แปลกจริง ทำไมเหมือนกันได้”
เดือนเห็นด้วย
“คล้ายกันจริงๆด้วยค่ะ”
เมี้ยนหันมาถาม
“แกมีเชื้อฝรั่งหรือนายทอง”
“เอ้อ พ่อผมตายตั้งแต่ผมเพิ่งเกิด แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อเป็นใครครับ”
เจ้าคุณพยักหน้า
“อ้อ เป็นกำพร้าพ่อ”
ทองรำพึงในใจ
‘ถ้าไม่คอยจะแก้แค้นอีนังคุณหญิงตรงหน้าละก็ จะตะโกนใส่หน้าว่าพ่อกูก็อยู่ตรงหน้านี่แหละ’
“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” เจ้าคุณถาม
“เกือบจะยี่สิบขอรับ”
เจ้าคุณครุ่นคิดในใจ
‘ลูกของสังวรก็ประมาณนี้ อยากรู้เหลือเกินว่าเขาอยู่ที่ไหน ขอเพียงรู้ จะตามไปเอาตัวมาเลี้ยงดูให้สมใจให้หายคิดถึง’
เจ้าคุณถอนใจ ทองรำพึงในใจ
‘พ่อใจร้าย ไม่เคยห่วงหาอาวรณ์ลูกตัวเอง เพราะหลงนังเมียเอก’
“เอ้อ กระผม จะขออนุญาตลากลับไปเยี่ยมแม่สักหนึ่งอาทิตย์ขอรับ แม่กระผมป่วยขอรับ”
คุณหญิงสะบันงาเห็นใจ
“โถ ไปนานสักหน่อยก็ได้ รอให้แม่หายป่วยแล้วค่อยกลับมา   เงินดงเงินเดือนฉันไม่หักนายทองหรอกนะ”
ทองรำพึงในใจ
‘มึงไม่ต้องมาทำปากหวาน’
ทองพูดออกมา
“ขอบพระคุณขอรับ แต่อาการป่วยของแม่กระผมมันเกิดจากใจที่โดนคนใจดำทำร้ายเอาขอรับ แม่เขาตรอมใจนะขอรับ”
เดือนกับคุณหญิงสะบันงาสงสาร
“โถ”
เมี้ยนมากระซิบเจ้าคุณอะไรบางอย่าง เจ้าคุณตกใจและกังวล
 
เจ้าคุณพาคุณหลวงหมออดุลย์มารักษาขาให้คุณหญิงศรีที่บ้านหลังเล็ก
“ไม่ถึงกับหักขอรับ แค่กระดูกร้าวขอรับ อยู่นิ่งๆไปสักพักขอรับ กระผมกราบลา”
คุณหลวงหมออดุลย์ไหว้เจ้าคุณ ไหว้คุณหญิงศรี เธอรีบโบกมือห้าม เจ้าคุณพยักหน้าให้คุณหลวงหมออดุลย์ว่าไม่ต้องไหว้
“เมี้ยนขออนุญาตไปส่งคุณหลวงเจ้าค่ะ”
เมี้ยนไปโดยไม่รอคำตอบ เจ้าคุณหันมาหาคุณหญิงศรี
“ดาหลิง ขอบใจจริงๆ ดาหลิงช่างมีน้ำใจ หาไม่ลูกชายทั้งสองอาจโดนงูเห่ากัด”
“ฉันทำไปโดยอัตโนมัติ เด็กสองคนนั่นไม่คลอดออกมาเองก็เหมือนลูก เด็กทุกคนในบ้านนี้ ไม่ว่าลูกสะบันงา  ลูกเดือน ฉันมองเป็นลูกหลานทั้งสิ้น โดยเฉพาะพริ้มเพรา แกดีงามเหมือนสะบันงาไม่มีผิด”
“ฉันก็ว่าจะส่งพริ้มเพราไปเรียนประจำที่อังกฤษ”
“โถ ยังเด็กนัก จะว้าเหว่”
“แกเป็นพี่สาวคนโต ให้รู้รอบเอาไว้มากๆ จะได้กลับมาช่วยปกครองดูแลคนในบ้านได้ ศรีต้องการอะไรอีกไหมฉันจะจัดหามาให้”
“ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ที่เคยต้องการมันผ่านไปหมดแล้ว เหลือแค่ความไม่ต้องการ ขอบคุณมาก”
“ขอบใจมากที่ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้พริ้มเพรา จนก้าวหน้ามาก”
เจ้าคุณจับมือคุณหญิงศรีมากุม เธอสะบัดมือที่มีผ้าหุ้มไว้แล้วหัวเราะแบบขมขื่น
“ฉันคืออีด้วน ขาเป๋ หน้าผี”

คุณหญิงศรีหัวเราะไปร้องไห้ไป เจ้าคุณได้พยายามไปปลอบโยน
 
ปารีส...ปานวาดเมาไวน์หลับไปจนเช้าตื่นสายมาก ได้ยินเสียงธรรม์ครางฮือๆ ปานวาดหันไปมอง
 
“ธรรม์”
 ปานวาดผวาไปจับตัวธรรม์ตกใจ
“ธรรม์ตัวร้อนจี๋”
“ธรรม์ปวดหัว ธรรม์หนาวครับแม่”
ปานวาดร้องโฮๆ
“นี่แม่ทำอะไรลงไปกับธร
กำลังโหลดความคิดเห็น...