xs
xsm
sm
md
lg

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน
 
หทัยตัดสินใจเล่าให้ทั้งสองฟัง เพราะอย่างน้อยการได้ระบายออกไปบ้างก็ดีกว่าเก็บไว้กับตัวเองคนเดียวและทั้งสองพอจะไว้ใจได้ที่เธอจะเล่าให้ฟัง
 
“ตอนที่พ่อของไม้เสีย ฉันกลัวว่าคุณศักดิ์น้องชายเขา จะหาเรื่องทวงเอาที่ดินของพ่อไม้ไป เขาอาจจะอ้างได้ว่า ฉันยังสาว ถ้าแต่งงานใหม่ แล้วมีลูก ก็จะยกที่ดินให้ลูกสามีใหม่ไปหมด”
“แต่คุณก็ไม่ได้ทำนี่คะ”
“ฉันถึงต้องสร้างหมู่บ้านนี้ แล้วทุกครั้งที่ขายบ้านได้ จะต้องแบ่งเงินค่าที่ดินเข้าบัญชีของไม้ไว้ พอคุณย่าเห็นหลักฐานพวกนี้ ท่านก็สบายใจ ไม่คิดจะทวงที่ดินนี้กลับไป”
“คุณก็ทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้แล้วนี่ครับ แล้วมีปัญหาอะไร”
“การที่ฉันยืนยันว่าที่ดินหมู่บ้านเป็นของไม้ ก็เลยทำให้คุณกรณ์กับลูกโอม ที่ช่วยกันคิดช่วยกันสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมา ไม่พอใจมากเขาหาว่าฉันหลอกลวงเขามาตลอด ฉันเองก็ไม่รู้ว่าถ้าบอกเรื่องนี้กับเขาแต่แรก เขาจะยอมหรือเปล่า”
“แต่พวกเขาก็ได้ค่าบ้าน ได้ค่าบริหารไปแล้วนี่คะ เท่าที่รู้ คุณหทัยก็แบ่งให้ทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน”
“ค่ะ ตอนแรกมันก็เหมือนเขาจะยอมรับได้ แต่วันนี้ ฉันเพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่คิดจะหยุดเลย”
“เขาจะทำอะไรเหรอครับ”เชียรสงสัย
“คุณกรณ์เขากำลังคิดจะสร้างหมู่บ้านใหม่กับคุณศักดิ์ค่ะโดยให้คุณศักดิ์ขอที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่ามาทำ”
“ที่ๆบ้านคุณย่าอยู่น่ะเหรอคะ”เป็ดปุ๊กชะงัก
“ค่ะ นี่ล่ะคะที่ทำให้ฉันกลุ้มใจ ฉันเห็นสายตาของคุณแม่ตอนที่คุณศักดิ์บอกว่าต้องการที่ดินแล้ว ฉันรู้ว่าท่านเจ็บปวดทำไมคนดีๆอย่างท่าน ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย”หทัยน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว “แต่ถ้าฉันเข้าไปขวาง ก็เหมือนกับฉันอยากจะได้ที่ผืนนั้นให้ไม้อีกคุณกรณ์กับลูกโอม ก็คงจะยิ่งเกลียดฉัน ฉันไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะหันไปทางไหน ฉันไม่มีใครเลย”
ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กมองหทัยอย่างเห็นใจหทัยรู้ตัว เช็ดน้ำตา
“ดูซิ ไม่รู้เอาเรื่องอะไรมารกสมองรกใจคุณสองคนขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ได้พูดให้คนอื่นฟังบ้าง ดีกว่าเก็บไว้กับตัวคนเดียว” เชียรปลอบ
หทัยยิ้มขอบคุณ

เชียรเข้ามาในบ้าน เป็ดปุ๊กตามเข้ามา เชียรจะเดินไปทางหลังบ้าน ขณะที่เป็ดปุ๊กหันไปปิดประตูแล้วทั้งสองก็หันมา พูดเกือบจะพร้อมกับ
“เป็ดปุ๊ก”
“พ่อคะ”
สองคนชะงัก
“พ่อพูดก่อนเลยค่ะ”
“พ่อว่าคุณหทัยเขาน่าสงสารมาก”
“เป็ดก็กำลังจะพูดอย่างนั้น อยากจะช่วยเขาได้บ้างจัง”
“นั่นซิ พ่อกำลังคิดว่าเราพอจะทำอะไรได้บ้าง”
“แต่เรื่องผลประโยชน์มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะพ่อ ยิ่งเป็นเรื่องของครอบครัวเขา เรามันคนนอก”
“เรื่องนั้น เราคงยังทำอะไรไม่ได้หรอก ที่ทำได้ก็คือ ต้องช่วยให้เขามีกำลังใจ”
“พ่อก็ทำแล้วนี่คะ”
“กำลังใจจากคนอื่น มันสู้ที่ได้จากคนที่เขารักไม่ได้หรอก”
“พ่อหมายถึง...ไม้”
“ไม่รู้ว่าไม้รู้เรื่องที่แม่เขากำลังทุกข์ใจอยู่หรือเปล่า เพราะไม้เป็นคนเดียวที่จะทำให้คุณหทัยมีกำลังใจได้ แต่ว่าถ้าเขายังมีอคติกับแม่เขาแบบนี้ ก็คงจะไม่ยอมทำ”
“ถ้าหน้าที่นี้ไม่ใช่ของลูก แล้วควรจะเป็นของใครล่ะคะ เป็ดจะไปถามเขาดู ว่าเขารู้เรื่องนี้แค่ไหน แล้วเขาคิดจะช่วยแม่เขาไหม”
เป็ดปุ๊กกลับออกจากบ้านไป เชียรมองตามไปหวังว่าลูกสาวจะทำสำเร็จ

รถเป็ดปุ๊กแล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้านสวนขวัญ ตั๊กแตนกวาดหน้าร้านอยู่ เป็ดปุ๊กเปิดประตูลงมาจากรถ
“สวัสดีค่ะพี่”ตั๊กแตนยกมือไหว้
“ไม้อยู่ไหม”
“อยู่ในสวนข้างหลังน่ะค่ะ”
“ขอบใจนะ”
เป็ดปุ๊กเดินเข้าไปในร้านทันที ตั๊กแตนหันตาม ทำท่าจะเรียก
“เดี๋ยวพี่ พี่ไม้เขาอยู่กับ...” ตั๊กแตนบอกไม่ทันแล้ว “จะตายไหมล่ะเนี่ยฉัน”
ตั๊กแตนนึกกลัวๆ

เป็ดปุ๊กเดินจากหลังร้านมาในสวน เห็นไม้ยืนอยู่เป็ดปุ๊กเร่งฝีเท้าเข้าไปหา แต่แล้วก็ต้องชะงักไม้ไม่ได้ยืนอยู่ตามลำพัง มีแก้วยืนอยู่ด้วย
“แล้วต้นนี้ล่ะคะ สวยดี”
“ต้นนี้ต้องได้แดดแรงๆครับ ไม่เหมาะปลูกในห้อง”
“แล้วต้นไหนถึงจะเหมาะล่ะคะ คุณไม้แนะนำหน่อยซิ”
“ถ้าฝั่งนี้ก็เกือบทั้งหมด” ไม้ผายมือไปที่ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในร่มในเพิง
“ต้องเอาแบบที่เป็นมงคลด้วยนะคะ”
ไม้ยกขึ้นมาให้ดูต้นหนึ่ง
“มงคลยังไงครับ ร่ำรวยน่ะเหรอ”
“แบบนั้นไม่เอา แก้วอยากได้ต้นไม้สำหรับสาวโสดน่ะ แบบปลูกแล้วจะได้มีผู้ชายดีๆเข้ามาในชีวิตกับเขาบ้างน่ะค่ะ”
เป็ดปุ๊กนึกไม่ชอบเลย ไม้หัวเราะ
“ผมก็ไม่ชำนาญเรื่องอย่างนั้นซะด้วย”
“แล้วชำนาญเรื่องอะไรเหรอคะ”แก้วกระแซะเข้ามาใกล้
“ก็ชำนาญแต่เรื่อง...ปลูกต้นไม้ไงครับ”
“งั้นเอางี้ดีไหมล่ะคะ อะไรที่คุณไม้ไม่ชำนาญ แก้วจะสอนให้ละกัน” แก้วขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
เป็ดปุ๊กทนไม่ไหวหันหลังเดินกลับออกไปเหยียบกิ่งไม้แห้งหักทำให้เกิดเสียงไม้ได้ยินเสียง หันไปมองเห็นแต่กิ่งไม้ไหวๆ แต่ไม่เห็นเป็ดปุ๊กแล้วไม้ถือโอกาสถอยออกมาห่างจากแก้ว
“เอางี้ละกันครับ มันจะค่ำแล้ว ด้านนี้ทั้งหมดปลูกในบ้านได้หมด คุณชอบต้นไหนก็ชี้บอกเลยละกัน”
แก้วแอบเบื่อๆไม้ แล้วหันไปดูต้นไม้

เป็ดปุ๊กเดินออกมาหน้าร้าน ตั๊กแตนยังคงทำงานอยู่
“เจอพี่ไม้ไหมคะ”
“น่าจะบอกว่าเขาอยู่กับ...ลูกค้า”
“ขอโทษนะคะ กำลังจะบอกพอดี แล้วได้คุยกันไหมคะ”
“ยังเลย”
“เดี๋ยวแตนจะบอกพี่ไม้เขาให้นะคะ ว่าคุณเป็ดมาหา ให้พี่เขาโทรกลับไป”
“ไม่ต้องๆ ไม่จำเป็น วันหลังฉันแวะมาอีกทีก็แล้วกัน”
เป็ดปุ๊กกลับไปที่รถ ตั๊กแตนนึกอะไรขึ้นได้ รีบตามมา มือล้วงกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่างออกมาด้วย
“คุณเป็ดคะ เดี๋ยวค่ะ”
เป็ดปุ๊กหยุดรอที่ประตูรถ ตั๊กแตนมาถึง แล้วส่งแฟลชไดร้ให้
“ว่าจะเอาไปให้คุณเป็ดก็ลืมทุกที”
เป็ดปุ๊กรับมา
“อะไรเหรอ”
“รูปตอนไปเที่ยวทะเลกันน่ะค่ะ จะไร้ท์แผ่นให้คุณเป็ด แผ่นก็มาหมด ยังไม่ได้ไปซื้อเลย คุณเป็ดเอานี่ไปโหลดเอาก่อนก็แล้วกันนะคะ”
“อ๋อ ได้ แล้วพรุ่งนี้จะแวะเอามาคืนให้นะ”
เป็ดปุ๊กเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ มองดูแฟลชไดร้ในมือ

วันรุ่งขึ้น...เป็ดปุ๊กนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เปิดภาพในจอคอมพิวเตอร์ เป็นสไลด์ภาพนิ่งที่เธอไปเที่ยวทะเลกับย่าขวัญมาฝีมือการถ่ายของพวกเด็กๆ ทำให้บางภาพดูได้ บางภาพดูไม่ได้ ภาพเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงภาพที่มีไม้อยู่กับเป็ดปุ๊ก แต่ยังเป็นภาพหมู่อยู่กุ้งยืนดูอยู่ด้วยถามขึ้น
“เอ๊ะๆ เดี๋ยวๆ หนุ่มหล่อเข้มนั่นใครน่ะ”
“ยืนซะชิดกันเลยนะเป็ด”อ้อมมองๆ
ภาพเริ่มเปลี่ยนไป คนอื่นๆในภาพเริ่มหายไป แต่เป็ดปุ๊กับไม้ยังอยู่กุ้งมอง
“รู้สึกคนรอบข้างจะเริ่มทยอยหายๆกันไปนะ”
“แต่คู่ปาท่องโก๋ไม่ไปไหน” อ้อมแซว
สองคนหัวเราะกันเป็ดปุ๊กค้อน
“ปาท่องโก๋อะไรกัน”
ภาพในจอ เหลือแต่ภาพคู่ของเป็ดปุ๊กกับไม้กุ้งชี้
“นั่นไง ในที่สุดก็เหลือแต่ปาท่องโก๋”
“ใครอ่ะเป็ด สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะ”อ้อมมองหน้าเป็ดปุ๊ก
“คนแถวๆบ้านน่ะ”
“ถ่ายรูปหวานแหววกันแบบนี้ ไม่ใช่คนแถวบ้านแน่ แหม เดี๋ยวนี้คบกับหนุ่มไม่ให้เพื่อนๆรู้เลยนะ” อ้อมเย้าแหย่
“คบอะไรกัน”เป็ดปุ๊กหน้าตื่น

ประตูห้องเปิดเข้ามา แก้วกลับเข้ามาในมือมีแฟ้มเอกสารมาด้วยแก้วชะงักเมื่อเห็นกลุ่มของเป็ดปุ๊กหัวเราะกันอยู่ พร้อมกับดูอะไรในจอคอม แก้วเดินเข้าไปหา
“ทำอะไรกัน”
กุ้งหันมาบอก
“เป็ดเขาเอารูปตอนไปเที่ยวทะเลมาดูน่ะค่ะ”
แก้วชะงักเป็ดเองก็นิ่ง แล้วมองแก้ว ในใจคิดอะไรบางอย่างแก้วเดินมาดูภาพที่หน้าจอบ้าง พอเห็นภาพไม้ถ่ายคู่กับเป็ดก็อึ้งๆ
“แก้วเขารู้แล้วล่ะว่าเป็ดไปเที่ยวทะเลมา” เป็ดปุ๊กพูดนิ่งๆ
แก้วท่าทางไม่ค่อยพอใจ
“เป็ดนี่ไม่ไหวจริงๆนะคุณแก้ว มีหนุ่มควงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เคยบอกให้คนอื่นรู้เลย”อ้อมทำเป็นต่อว่า
แก้วมองรูปที่เปลี่ยนไปอีกรูป เป็นรูปที่เป็ดปุ๊กนั่งกับพื้นทราย มีไม้อยู่ทางด้านหลัง ใช้มือเท้ามาข้างๆตัวเป็ดปุ๊ก ทำให้ใบหน้าสองคนแทบจะชิดกันแก้วหันมามองเป็ดปุ๊ก เป็ดปุ๊กมองกลับ ยิ้มให้นิดหน่อยแก้วหงุดหงิด
“งานการไม่มีทำหรือยังไง” แก้วไล่กุ้งกับอ้อม “ไปๆ กลับไปทำงาน”
กุ้งกับอ้อมงงๆ แล้วแยกย้ายกันกลับไปแก้วพูดไปทางกุ้งกับอ้อม
“อีกอย่าง คอมของออฟฟิศมีไว้ใช้ทำงานนะ ไม่ใช่เอามาใช้ดูรูปส่วนตัว”
แก้วเดินไปที่โต๊ะตัวเอง เอาแฟ้มเอกสารวางบนโต๊ะเป็ดปุ๊กปิดโปรแกรมดูรูป แล้วลุกขึ้น เดินออกจากห้องทำงานไปแก้วมองตาม

เป็ดปุ๊กอยู่ในห้องกาแฟของออฟฟิศ หยิบถ้วยกาแฟมาวางลง แล้วหยิบขวดกาแฟมา เริ่มตักกาแฟใส่ถ้วย
แก้วตามเข้ามา
“แก้วนึกว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจเรื่องอะไรเหรอ”
“เรื่องคุณไม้ไง”
เป็ดปุ๊กกดน้ำร้อนใส่ลงในแก้ว หน้าตาบึ้งตึง แล้วยกแก้วที่มีน้ำร้อนนั้นขึ้นมา แล้วค่อยๆหันมามองแก้ว แล้วยิ้ม
“เป็ดคงความจำไม่ดี เราตกลงอะไรกันไว้เหรอ”
“ถ้าเธอเลิกยุ่งกับคุณไม้ ฉันจะคืนตำแหน่งหัวหน้าให้เธอยังไงล่ะจำได้หรือยัง”
“อ๋อ เรื่องนั้นเอง เป็ดคงไม่สนแล้วล่ะ ข้อตกลงนั่นน่ะ”เป็ดปุ๊กหัวเราะ
“ยังไงนะ”แก้วไม่พอใจ
“ก็เปลี่ยนใจไง เป็ดคิดว่าในเมื่อไม้มีที่ดินชานเมืองเป็นร้อยไร่เป็ดยอมไปเป็นคุณนายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร ดีกว่าเป็นหัวหน้างานต๊อกต๋อยในออฟฟิศนี่ตั้งเยอะ”
แก้วโกรธมากยกมือขึ้นมาสองข้าง เหมือนจะบีบคอเป็ดปุ๊ก
“ไม่นะ เธอจะทำอย่างนี้ไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้ ฉันว่าการทำตัวเป็นนางร้ายเนี่ย มันน่าสนุกกว่าเป็นนางเอกตั้งเยอะ” เป็ดปุ๊กยิ้มเยาะ “ขอให้เธอมีความสุขกับตำแหน่งหัวหน้าไปเรื่อยๆนะ” เป็ดปุ๊กยัดถ้วยกาแฟใส่มือแก้ว “แถมกาแฟให้ด้วย มันขมดีเหมาะกับคนที่กำลังขมขื่น”
เป็ดปุ๊กเดินออกจากห้องกาแฟไป แก้วอึ้ง พูดอะไรไม่ออกครู่หนึ่ง แล้วนึกได้ว่าถ้วยกาแฟร้อน รีบวางลงบนโต๊ะ

“อุ๊ย ร้อน ร้อน”

หทัยนั่งกินข้าวอยู่
 
มีพร สาวใช้คอยให้บริการอยู่ บนโต๊ะมีอาหาร 4-5 อย่างหทัยกินอาหารไปเงียบๆครู่หนึ่ง อลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามาด้วยกัน คุยกันมาด้วย
“เขาไม่โทรมาพ่อก็โทรไปซิ”
“เรื่องแบบนี้มันเร่งมากไม่ได้”
พอทั้งสองเห็นหทัย ก็ชะงักนิดหน่อย ไม่คุยต่อ แล้วเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
“ไหน มื้อนี้มีอะไรกิน” อลงกรณ์มองดูอาหารบนโต๊ะ “อืมพอไหว”
พรเข้าไปตักข้าวให้อลงกรณ์กับโอมหทัยรอจนพรตักข้าวเสร็จ
“เมื่อวานไปเยี่ยมคุณแม่มา ท่านเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวทะเล”
“เหรอ ไปเมื่อไหร่”อลงกรณ์ทำเป็นตื่นเต้น
“ก็หลังจากทำบุญวันเกิดท่าน”
“แล้วทำไมคุณไม่ไปด้วย”
“ฉันไม่รู้”
“เรื่องสำคัญแบบนี้คุณไม่รู้ได้ยังไง คุณควรจะไปกับท่าน ทำตัวให้ใกล้ชิดกับท่านหน่อย”
“ออกไปก่อนไป พร”
หทัยหันไปสั่งพรรับคำสั่ง แล้วออกไปจากห้องอาหารโอมพูดขึ้น
“ผมว่างานนี้ไอ้ไม้ต้องไปด้วยแน่ๆ ใช่ไหมครับแม่”
“ใช่ ไม้ไปด้วย”
“แม่ไม่ต้องไป เพราะปล่อยให้ไอ้ไม้ไปเอาใจเขาแทนแล้วไงครับพ่อ”
“แม่ไม่ได้ปล่อยให้ไม้ไป ไม้เขาพาคุณย่าเขาไปไหนต่อไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ผมรู้อยู่แล้วว่าแม่อยากให้ไอ้ไม้ลูกของแม่ได้ทุกๆอย่าง แม้แต่หมู่บ้านที่ผมกับพ่อช่วยกันบริหารมาด้วยความยากลำบาก แม่ก็ยกให้มันไปทั้งหมด”
“โอม เมื่อไหร่ลูกจะเข้าใจ”
“ผมเข้าใจครับ เข้าใจดี แต่ผมอยากจะเตือนแม่ไว้ แม่คิดผิดแล้วเพราะไอ้ไม้มันไม่มีสติปัญญามาบริหารจัดการอะไรหรอก มันก็แค่คนสวนที่โง่เป็นควาย”
“หยุดนะโอม”หทัยฉุนกึกพูดเสียงดัง
โอมหยุด แล้ววางช้อนส้อมลง แล้วลุกออกจากโต๊ะ เดินออกจากห้องอาหารไปเลยอลงกรณ์มองหน้าเมีย
“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าโอมก็เป็นลูกของเรา”
“ฉันไม่ลืมหรอก ฉันถึงปล่อยให้เขาคิดแบบนั้นกับไม้ไม่ได้ ทั้งสองคนเป็นลูกของฉัน”
“แต่ผมว่าบางทีคุณก็คิดถึงโอมน้อยไป”
“ไม่เหมือนคุณใช่ไหม ที่คิดวางแผนอนาคตให้ลูกตลอดเวลา”
“แน่นอน ผมต้องให้ทุกอย่างที่ดีที่สุดแก่ลูก”
“รวมทั้งโครงการใหม่ที่จะใช้ที่ดินของคุณแม่ด้วย”
“ฉันเคยขอคุณแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าไปยุ่งกับที่ดินของท่าน คนแก่น่ะไม่อยากย้ายไปไหน อยากตายอยู่ที่บ้านตัวเอง”อลงกรณ์อึ้งไป
“แล้วเมื่อไหร่จะตายล่ะ”
หทัยจ้องอลงกรณ์เขม็ง อลงกรณ์ทำเป็นมองไปทางอื่น
“ฉันรู้นะว่าคุณพยายามจะยืมมือคุณศักดิ์ให้ไปขอที่ดินจากคุณแม่ฉันคงต้องบอกคุณว่า มันไม่มีทางสำเร็จหรอก”
“รู้ได้ยังไง”
“เพราะฉันอยู่ที่นั่นเมื่อวานนี้ แล้วก็ได้ยินคุณแม่ปฏิเสธที่จะยกที่ดินให้คุณศักดิ์ เลิกคิดเรื่องนี้เถอะนะคะ”
“หทัย เรื่องที่ดินหมู่บ้านนี้ ผมยอมคุณ ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เรื่องงานในอนาคตของผม คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเหมือนกัน”
พูดเสร็จ อลงกรณ์ก็กินข้าวของตัวเองต่อหทัยได้แต่ถอนใจ ไม่สบายใจ

รถเก๋งของโอมเข้ามาจอด ที่หน้าสำนักงานหมู่บ้าน โอมลงจากรถ แล้วปิดประตูเสียงดัง ที่สนาม กลุ่มคนสวนลูกน้องไม้มองอยู่ พอเห็นเป็นโอมก็หันหน้าหนี
“หล่อก็ไม่หล่อ สู้แฟนฝ้ายก็ไม่ได้ แล้วยังนิสัยไม่ดีอีกต่างหาก”
“แต่แฟนพี่วันนี้ก็ดูไม่ค่อยหล่อนะ หน้ามุ่ยๆ” ดำแย้ง
“จริงเหรอ ตายล่ะ ให้เกาหลังให้แค่นี้ทำเป็นงอน เดี๋ยวต้องไปง้อหน่อย เอ แล้วคุณไม้เขาอยู่ไหนล่ะ”
“รับงานอยู่ในสำนักงานโน่น”
“ฮ้า”
ฝ้ายมองไปที่สำนักงาน เห็นโอมหอบแฟ้มขึ้นไปในสำนักงานฝ้ายหวั่นๆ
“แหลกแน่ๆวันนี้”

โอมเข้ามาในสำนักงาน แล้วชะงัก เมื่อเห็นไม้ยืนอยู่หน้าโต๊ะพิกุล
“เหม็นชิบหาย กลิ่นอะไรวะเนี่ย”โอมสูดจมูกฟุตฟิตทำเป็นได้กลิ่นอะไร แล้วหันมาหาไม้
“อ๋อ กลิ่นขี้โคลนในท้องร่องสวนนี่เอง”
ไม้มองนิ่งไปที่โอม
“มองอะไรวะ ไสหัวออกไปได้แล้ว และถ้าไม่จำเป็นอย่าสะเออะเข้ามาที่นี่อีก ให้มันรู้บ้างว่าถิ่นใครเป็นถิ่นใคร”
ไม้มองโอมนิ่งนิดหน่อย แล้วก้มลงมองโอมตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงหน้าช้าๆ
“ผมควรพูดประโยคนั้นกับคุณมากกว่านะคุณโอม ถ้าไม่อยากเดือดร้อน อย่ามาสะเออะกับผม”
“ไอ้ไม้”โอมโกรธ
โอมทำเป็นจะเข้ามาหาไม้ ไม้ยืดตัวขึ้น พร้อมรับสถานการณ์
“กูไม่อยากยุ่งกับไอ้คนสวนหน้าโง่อย่างมึงนักหรอก”
“คุณโอมคะ ใจเย็นๆก่อนดีไหมคะ พิกุลว่า...”พิกุลพยายามห้าม
โอมด่าไม้ต่อ ไม่สนใจพิกุล
“มึงเนี่ยมันเลวตั้งแต่เด็กจนโต หาดีไม่ได้เลยซักอย่าง ก่อเรื่องก่อราวไม่รู้จบสิ้น กูรู้นะไอ้ไม้ ว่ามึงเป็นคนปีนขึ้นบ้านคุณเป็ด กะฟันนังนั่นใช่ไหมล่ะ เห็นเขาแบะทำให้หน่อย นึกว่าจะยอมให้ปล้ำง่ายๆล่ะซิ”
“หยุดนะคุณโอม”ไม้โกรธ
“กูไม่หยุด คอยดูเถอะ ซักวันกูจะลากมึงเข้าคุกให้ได้ กูจะทำให้ทุกคนเห็นว่ามึงไม่มีค่าพอที่จะได้เป็นเจ้าของที่นี่ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไอ้โง่ โง่แล้วยังเสือกสะเออะจะรวย โธ่เอ๊ย ถ้าไม่ได้พ่อกู พวกมึงไม่มีวันได้อยู่ดีกินดีกันอย่างทุกวันนี้หรอกโว๊ย พวกมึงมันโง่ทั้งโคตร ทั้งพ่อ ทั้งย่ามึงนั่นแหละ”
ไม้ปล่อยหมัดตรงเข้าที่ใบหน้าโอมอย่างแรงทันที โอมเซผงะกวาดเอาข้าวของบนโต๊ะทำงานกระเด็นหล่นลงมาหมดโอมทั้งเจ็บทั้งมึน ไม่นึกว่าไม้จะกล้าชกตัวเองไม้เดินเข้าไปหาโอม แล้วจับคอเสื้อโอม ดึงขึ้นมา
“หมัดเมื่อกี้ เพื่อจะบอกว่า อย่าได้มายุ่งกับโคตรเหง้าของผมส่วนหมัดนี้ อย่าดึงคุณเป็ดเข้ามายุ่งด้วย”
ไม้ปล่อยหมัดใส่หน้าโอมทันที โอมกระเด็นถอยไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้นพิกุลตกใจ
“คุณไม้ คุณโอม พอแล้วค่ะ หยุดได้แล้ว พิกุลขอร้อง”
“ไอ้ไม้ ไอ้ชั่ว กูจะเอามึงเข้าคุก”โอมพยายามลุกขึ้นมา
“ไหนก็จะเข้าคุกแล้ว ขออีกซักหมัดให้คุ้มหน่อย”ไม้เดินเข้าไปหาโอม
ไม้เงื้อหมัด โอมยกมือขึ้นกั้น กลัวสุดๆทันใด เสียงหทัยก็ดังเข้ามา
“หยุดนะไม้”
ไม้ชะงัก หทัยเดินเข้ามา มีอลงกรณ์ตามเข้ามาด้วยพอโอมเห็นหทัยกับพ่อ ก็ทำเป็นทรุดตัวลงกับพื้น
“แม่ครับ ช่วยโอมด้วย”
หทัยมองลูกนิดหน่อย แล้วหันไปมองพิกุล พยักหน้าให้พิกุลเข้าไปช่วยโอม พิกุลรีบลุกไปดูโอม ประคองให้ลุกขึ้นหทัยเดินมาหาไม้
“นี่มันเรื่องอะไรกันไม้”
ไม้มองหทัยนิดหน่อย แล้วเดินผ่านอลงกรณ์จะออกจากสำนักงาน อลงกรณ์มองไม้อย่างรังเกียจ
“ไม้ เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป กลับมาพูดกับแม่ก่อน”
ไม้ไม่สนใจออกจากสำนักงานไปเลย หทัยตามไปอลงกรณ์เข้าไปดูโอม

ไม้ออกมาจากสำนักงาน เดินหนีไป หทัยตามออกมา
“ไม้ หยุดเดี๋ยวนี้นะ กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”
ไม้ไม่สนใจ เดินไปตามถนน บรรดาคนสวนมองตามไป แล้วหันมามองกันเลิกลั่ก หทัยเดินตามไม้ไป
“อย่าทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ได้ไหม กลับมาพูดกับแม่ บอกแม่ว่าซิว่าเกิดอะไรขึ้น ไม้”
ระหว่างนั้นเอง รถเป็ดปุ๊กแล่นผ่านมาไม้หันไปมองเห็นรถเป็ดปุ๊ก ก็ลงมายืนกลางถนน แล้วโบกมือขอให้จอดเป็ดปุ๊กงงๆ แล้วจอดรถไม้มาเปิดประตู
“มีอะไรเหรอ”
“ผมขอไปด้วย”
เป็ดปุ๊กยังไม่ทันตอบ ไม้ก็เข้ามานั่งในรถแล้วปิดประตูเป็ดปุ๊กยังงงๆ มองกระจกส่องหลัง แล้วเห็นหทัยเดินมา
“ไม้ เดี๋ยวก่อน”
“แม่คุณ”
“ไปเลย”
“แต่ว่า...”
“ขอร้องเถอะ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับเขา ออกรถเลย”
เป็ดปุ๊กจำเป็นต้องเคลื่อนรถออกไปหทัยเดินตามมา พอเห็นรถเป็ดปุ๊กเคลื่อนออกไป หทัยจึงหยุดตาม ถอนใจเหนื่อยใจ

หทัยกลับเข้ามาในสำนักงาน แล้วมองไปรอบๆ เหลือแต่พิกุลอยู่คนเดียว
“โอมล่ะ”
“คุณกรณ์พาเข้าไปในห้องแล้วค่ะ”
“มันเกิดอะไรขึ้นหืมพิกุล”
“เอ่อ พิกุล...ถ้าคุณโอมรู้ว่าพิกุลบอก”พิกุลอึดอัด
“เขาทำอะไรเธอไม่ได้หรอก เพราะฉันเป็นคนถาม”
“แต่ว่า...”
“เอางี้ เธอไม่ต้องพูดอะไร แค่พยักหน้า หรือส่ายหน้าเท่านั้น”
พิกุลพยักหน้า
“ใครชกใครก่อน...ไม้”
พิกุลพยักหน้า หทัยผิดหวัง
“แล้วทำไมไม้ถึงชกโอม”
พิกุลทำท่าจะอ้าปากพูด แล้วนึกได้ ทำมือให้หทัยถามอีก
“โอมหาเรื่องไม้”
พิกุลพยักหน้า แล้วทำมือให้ถามต่อ
“เขาต่อว่าไม้”
พิกุลส่ายหน้า แล้วพยักหน้า อยากจะบอกว่าไม่ใช่แค่ต่อว่า
“ยังไงของเธอ เขาดูถูกไม้”
พิกุลสายหน้า แล้วพยักหน้าอีก อึดอัดมา คำถามไม่ถูกใจเลย
“จะเอาไงกันแน่ เดี๋ยวส่ายหน้าเดี๋ยวพยักหน้า”
พิกุลทนไม่ไหวโพล่งออกมาเลย
“คุณโอมทั้งด่า ทั้งดูถูกเหยียดหยามคุณไม้ แถมยังดูถูกไปถึงคุณย่า บอกว่าคุณไม้เป็นลูกไม่มีพ่อ เรียกคุณไม้ว่าไอ้โง่ โง่ทั้งโคตรตระกูลทั้งพ่อคุณไม้ ทั้งคุณ...”
“พอแล้วๆ ฉันพอจะนึกออก”หทัยยกมือให้หยุด
“อย่าบอกคุณโอมนะคะ ว่าพิกุลเป็นคนบอก”
หทัยพยักหน้ารับ หนักใจ แล้วเดินไปที่ประตูห้อง จะเปิดประตูเข้าไป แต่ปรากฏว่าประตูล็อค

หทัยเคาะประตูเรียก
“โอม นี่แม่เอง เปิดประตูหน่อย”
เงียบ หทัยเคาะประตูอีก
“โอมคุณกรณ์ เปิดประตูให้ฉันหน่อย”
ครู่หนึ่ง ประตูห้องเปิดออก อลงกรณ์เป็นคนเปิดประตูให้ หทัยเข้าไปในห้องโอมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ มีอลงกรณ์ยืนอยู่ใกล้ๆ
“โอม เป็นยังไงบ้าง”
“ยังไม่ตายหรอกแม่”
“โอมไประรานไม้เขาก่อนใช่ไหม”
หทัยเห็นแววตาที่ไม่พอใจของอลงกรณ์ทันที
“แม่บังคับให้พิกุลเขาบอก ไม่ต้องไปโทษเขา”
“แม่เข้าข้างมัน”
“แม่ไม่ได้เข้าข้างใคร โอมผิดที่ไปพูดจาระรานหาเรื่องไม้ก่อน แต่ไม้ก็ผิดที่ใช้กำลังชกต่อย”
“มันผิดมากกว่า แม่ต้องจัดการ”
“ไม่ใช่ใครผิดมากหรือน้อยกว่ากันหรอกโอม แต่แม่คิดว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าต่างคนต่างอยู่ มันเรื่องอะไรกัน โอมถึงต้องไปพูดจาดูถูกไม้กับปู่ย่าตายายของเขาด้วย”
“โอมเกลียดมัน”
“เราพูดกันเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แม่ขอร้อง ขอให้แม่พูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะโอม แม่คงสั่งโอมกับไม้ให้รักกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะรักหรือจะเกลียดก็เป็นเรื่องในใจที่แต่ละคนต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่แม่อยากบอกว่า มันไม่ถูกที่โอมจะไประรานไม้อย่างนั้น”
“แม่รักมันมากกว่าโอม”
“พอเสียทีเถอะโอม หยุดทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้ว แม่เบื่อ เบื่อเหลือเกิน”หทัยโมโห
หทัยไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพราะรู้ว่าจะมีแต่ต่อว่าลูกของเธอ ซึ่งก็จะยิ่งทำให้โอมเข้าใจเธอผิด แล้วหทัยก็เดินออกจากห้องไปโอมรู้สึกแค้น ครู่หนึ่ง อลงกรณ์เข้ามาข้างๆเอามือจับไหล่โอมไว้ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ใจเย็นๆน่า โอม”
“พ่อก็เห็น แม่เขาคิดจะ...”
“เอาน่า เชื่อพ่อซิ ถึงเวลา เราจะต้องได้ในสิ่งที่มันควรเป็นของเรา”

โอมยังไม่เข้าใจพ่อนัก แต่อลงกรณ์พยักหน้ายืนยันอีกครั้ง โอมหันหน้าไปอีกทาง เขาไม่เห็นด้วยกับพ่อเลย

รถเป็ดปุ๊กแล่นไปบนถนน ไม้นั่งอยู่ข้างๆ

“เขาด่าว่านายโง่ นายก็เลยแสดงความโง่ด้วยการต่อยเขา”
“มันด่าผม แล้วยังด่าพ่อผม ด่าย่าผมด้วย”
“นายก็เลยยอมรับว่าพ่อนายโง่ คุณย่าโง่ ด้วยการทำโง่ๆ”
“ผมนึกว่าคุณจะเข้าใจผมซะอีก”
“เข้าใจซี ที่ฉันพูดไปทั้งหมด ก็บอกชัดๆว่าฉันเข้าใจนาย ว่านายเป็น...”
“คนโง่”ไม้สวนทันที
“เห็นไหม นายยังยอมรับ”
“คุณไม่เคยเจอ คุณไม่รู้หรอก อยู่ดีๆก็มีคนมาพูดดูถูกคุณ ดูถูกพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่คุณเคารพ”
“ทำไมฉันจะไม่เคยเจอ”
ไม้ชะงัก คิดถึงเรื่องของเป็ดปุ๊กกับพี่สะใภ้ที่เชียรเคยเล่าให้ฟัง
“ไม่ใช่แค่พูดนะ ทำด้วย ที่ฉันกับพ่อต้องอัปเปหิตัวเองออกมาอยู่ที่นี่ไง แล้วยังที่เขาทำให้ฉันถูกลดตำแหน่งอีก ฉันเจอมาหมดแล้ว ฉันเคยแค้นจนเกือบจะห้ามตัวเองไม่อยู่”
“แต่คุณก็ไม่กล้าตอบโต้คนที่ทำร้ายคุณ”
“อะไรคือ กล้า ล่ะไม้ฉันเคยไปทำบุญที่วัดๆหนึ่ง ชอบที่หลวงพ่อท่านเขียนติดไว้มากเลย ท่านเขียนว่า คนที่เก่งกล้าที่สุด คือคนที่ให้อภัยศัตรูของเขา”
““ให้อภัย จะให้ผมลืมทุกๆอย่างน่ะเหรอ”
“ไม่หรอกไม้ การให้อภัยไม่ใช่การลืมแต่มันคือการปลดปล่อยตัวเราเองออกจากการจองจำกับความรู้สึกเจ็บปวดจากคนหรืออดีตถ้าทำได้ ไม่ใช่แค่ตัวนายที่จะมีความสุข คุณหทัย แม่นายก็จะรู้สึกดีด้วย แล้วอย่าลืมซิ ญาติผู้ใหญ่ที่นายควรเคารพยังมีอีกคน”
“ผมจะลองเก็บไปคิดดูก็แล้วกัน แล้วนี่ คุณจะไปไหนต่อเนี่ย”
“จะไปตลาด ซื้อกับข้าว”
“แวะร้านขนมที่คุณเคยซื้อไปฝากย่าด้วยนะ ย่าชอบมาก ผมจะซื้อไปฝากแก”
“ได้ ความจริงเรามาคิดทำอะไรดีๆให้คนที่เรารักดีกว่า ที่จะคิดหมกมุ่นอยู่กับความแค้น นายว่าจริงไหม”
ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก ยิ้ม แล้วพยักหน้ารับ

แก้วเข้ามาในห้องรับแขกบ้านเก่าเชียร ยืนโวยวายด้วยความโมโหออกอาการโกรธแค้นมากๆเก็จเกยูรนั่งอยู่ที่โซฟา
“แก้วแค้นมัน พี่เก็จ อยากจะหักคอมันให้ตายๆไปซะตรงนั้นเลย”
“แล้วทำไมไม่ทำ”
“จะบ้าเหรอ แก้วไม่อยากจะติดคุกหรอก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห พูดออกมาได้ เป็นเมียราชาที่ดิน ดีกว่าเป็นหัวหน้างานต๊อกต๋อย แค้นจริงๆ ยิ่งคิดยิ่งแค้นมัน”
“ก็แกมัวแต่ช้าเอง เป็นพี่นะ คุณคนสวนนั่นเสร็จพี่นานแล้ว”
“เหรอคะ คุณพี่สาวคนเก่ง แล้วทำไงถึงได้พลาดท่ามาจมปลักอยู่กับพนักงานบริษัทกระจอกๆได้ล่ะ”
“ก็ตอนนั้นไม่คิดว่ามันจะกระจอกน่ะซิ เห็นมันติ๋มๆ คิดว่าหลอกง่ายดี ที่ไหนได้ พอมีลูกแล้ว มันโยนภาระให้ฉันหมด เดือนๆนึงให้ฉันแค่หมื่นเดียว”
“แต่ก่อนก็ไม่เห็นบ่น”
“ก็แต่ก่อนยังมีนังเป็ดกับพ่อมันช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ากับข้าวนี่ตอนนี้ฉันต้องมาจ่ายเองทุกอย่าง”
“เออๆ ไม่อยากฟังเรื่องผัวพี่แล้ว มาช่วยฉันคิดดีกว่าว่าจะจัดการนายคนสวนนั่นได้ไง”
“มารยาหญิงไงล่ะ รู้จักไหม มันต้องใช้มารยาหญิง ดัดจริตให้มากๆยั่วยวนมันให้ถึงใจ แค่นี้มันก็เสร็จเรา”
“ก็ยังไงเล่า”
“มา ฉันจะบอกวิธีให้”
แต่ยังไม่ทันที่เก็จเกยูรจะสอน ไก่กุ๊กก็กลับเข้ามาในบ้านแก้วหันไปไหว้
“อ้าว พี่ไก่ สวัสดีค่ะ”
ไก่กุ๊กรับไหว้ลวกๆ แล้วเดินเลี่ยงไปทางครัว
“เดี๋ยวซิไก่ เรื่องเงินที่ว่าจะไปขอเบิกล่วงหน้าว่าไง”
ไก่กุ๊กไม่ตอบ รีบเดินเข้าห้องครัวไป

ไก่กุ๊กเข้ามาเปิดตู้เย็น จะหยิบขวดน้ำออกมา แต่เก็จเกยูรตามเข้ามา แล้วเอามือดันประตูตู้เย็นปิดแล้ว
แบมือขอเงิน
“ไหนล่ะเงิน”
“ต้องรออีกหน่อย”
“ว่าไงนะ”เก็จเกยูรไม่พอใจ
ไก่กุ๊กจับมือเก็จเกยูรที่ตู้เย็นออก
“หิวน้ำ”
ไก่กุ๊กเปิดตู้เย็น แล้วหยิบขวดน้ำออกมา
“หมายความว่าไงต้องรอ รอแค่ไหน”
“เขาต้องทำเรื่องเบิก อาจจะสักสองอาทิตย์”
“จะบ้าเหรอ อีกตั้งสองอาทิตย์ แล้วจะเอาอะไรกิน”
“ก็ประหยัดๆหน่อยซิ”
“ประหยัดเหรอ คิดว่าที่ทนทรมานกินข้าวกับปลาเค็มมาเกือบอาทิตย์นี่ ยังประหยัดไม่พอเหรอ ทำไมไก่เป็นแบบนี้ ทำไมไม่รับผิดชอบครอบครัวเลย”
แก้วโผล่หน้ามาดูนิดหน่อยไก่กุ๊กดื่มน้ำ ไม่โต้ตอบอะไร
“แล้ววันงานวันเกิดยายแก่นั่นก็เหมือนกัน นั่งอยู่แป๊บๆแล้วหายหัวไปไหน”
“ลูกมันลงไปเล่นข้างล่าง ก็ต้องลงไปดูลูก”
“ก็บอกแล้วใช่ไหมว่าเราไปงานนั่นทำไม พ่อเก็จต้องการจะได้ที่ดินของมัน อุตส่าห์เอาลูกไปด้วยเพื่อจะได้ไปประจบมัน มันจะได้สงสารนี่อะไร กลับปล่อยให้ลูกหนีลงไปข้างล่าง แล้วตัวเองก็ลงไปด้วยทำไมไม่ฉลาดเลย”
ไก่กุ๊กมองหน้า
“ลูกเรามันช่วยอะไรไม่ได้หรอก ไม่ได้เป็นญาติเป็นหลานเขา เขาจะมาสงสารทำไม ยิ่งให้ลูกไปทำท่าประจบเขานั่นแหละ มันยิ่งน่าเกลียด”
“น่าเกลียดเหรอ แล้วถ้าเก็จต้องพาลูกไปนั่งขอทานอยู่ข้างถนนมันจะน่าเกลียดไหม อยากให้เป็นแบบนั้นใช่ไหม”
“มันจะเป็นได้ยังไง อย่าบ้าน่า”
“เก็จไม่บ้าหรอก จะบอกให้นะ ถ้าไก่มัวแต่หงออยู่แบบนี้ อีกหน่อยนังเป็ดมันก็ได้ไปหมดทุกอย่างหรอก รู้ไว้ด้วยนะ ตอนนี้นังเป็ดมันกำลังคั่วอยู่กับไอ้คนสวนหลานยายแก่นั่น เราจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง”
แก้วซึ่งแอบฟังอยู่นึกหงุดหงิดกับที่เก็จเกยูรพูด

แก้วมานั่งลงที่โซฟาเก็จเกยูรออกมาจากครัว มาหา
“ไหน เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้ว”
“พี่จะสอนวิธีจับคุณไม้”
“อา ใช่”
“พี่ แก้วถามจริงๆเหอะ พี่ว่าแก้วมีสิทธิ์ชนะเป็ดไหม”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
แก้วยังไม่ค่อยอยากเชื่อที่เก็จเกยูรพูดนัก

ค่ำนั้น ไม้กับเป็ดปุ๊กเข้ามาในบ้านย่าขวัญ สองคนหิ้วถุงกับข้าวและถุงขนมเข้ามาด้วย
“ไม้มาแล้วนะย่ามีกับข้าวกับขนมมาด้วย”
ย่าขวัญออกมาจากหลังบ้าน เชียรออกมาด้วยย่าขวัญมองสองคน
“อ้าว มาด้วยกันเหรอ”
“พอดีจะออกไปซื้อกับข้าว ไม้เขาขอติดรถไปด้วยน่ะค่ะ แล้วพ่อมาได้ยังไงคะ”เป็ดปุ๊กยิ้ม
“ขออาศัยรถฝ้ายเขามา เขาบอกว่าไม้ทะเลาะกับโอม แล้วออกมากับเป็ด ก็เลยคิดว่า มารอที่นี่ก็คงได้เจอ”
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ แม่ชีเป็ดเทศนาให้ฟังจนซึ้งใจแล้ว” ไม้บอกขำๆ
“แม่ชีอะไรนะ”เชียรงงๆ
“คนก็พูดไปเรื่อยล่ะค่ะ”เป็ดปุ๊กค้อน
“ความจริงได้ฟังเทศน์บ้างก็น่าจะดีนะ คนห่างวัดห่างเจ้าอย่างไม้เนี่ย...ย่าฝากหนูเป็ดดูแลมันหน่อยนะ ถ้าสอนแล้วไม่เชื่อก็มาบอกย่า ย่าจะเฆี่ยนให้เอง”ย่าขวัญหัวเราะ
เป็ดปุ๊กหันมามองไม้
“ได้ยินแล้วนะ ถ้าดื้อจะบอกให้คุณย่าเฆี่ยน”
“สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือครับ”ไม้ยกมือซ้ายขึ้น
“ลูกเสือเขาใช้มือขวา ไม้” เชียรบอกขำๆ
“อ้าว เหรอครับ งั้นคำสาบานก็เป็นโมฆะน่ะซิ”ไม้หัวเราะ

เสียงโทรศัพท์มือถือของไม้ดังขึ้น เขาเอาโทรศัพท์มาดู พอเห็นชื่อบนจอก็ชะงักเป็ดปุ๊กมองอยู่
แล้วไม้ก็ยื่นโทรศัพท์ให้เป็ดปุ๊ก
“คุณช่วยรับให้หน่อยซิ”
เป็ดปุ๊กงงๆ แล้วมองที่จอเป็นชื่อแก้วเป็ดปุ๊กไม่เข้าใจ มองไม้
“รับให้ผมหน่อย”
เป็ดปุ๊กตัดสินใจกดรับสาย
“ว่าไง แก้ว”
แก้วอยู่ในห้องรับแขกบ้านเก่าเชียรถือโทรศัพท์อยู่ ตกตะลึง
“เป็ดเหรอ”
“ใช่ เป็ดเอง”เป็ดปุ๊กเดินออกมาจากในบ้าน พูดโทรศัพท์กับแก้ว
“แล้วทำไม...เอ่อ...ขอพูดกับคุณไม้หน่อย อยู่ใช่ไหม”
“อยู่”
“ขอพูดสายด้วยหน่อย เรื่องงานน่ะ”
เป็ดปุ๊กหันมา ไม้ยืนอยู่ข้างหลัง
“เขาจะพูดกับนาย”
เป็ดปุ๊กยื่นโทรศัพท์ให้ไม้โบกมือไม่ต้องการรับ ทำปากบอกว่า ไม่ว่างเป็ดปุ๊กพูดโทรศัพท์
“ตอนนี้เขาไม่ว่างพูดสาย”
“เหรอ...งั้น...ว่างแล้วให้เขาช่วยโทรกลับมาหาแก้วด้วยก็แล้วกัน”แก้วกดวางสาย

เป็ดปุ๊ก ส่งโทรศัพท์คืนให้ไม้
“เขาบอกว่า ถ้าว่างแล้วช่วยโทรกลับไปด้วย”
“เรื่องจัดสวนน่ะ...จัดสวนในห้องน้ำที่คอนโดเขา”ไม้รับโทรศัพท์มา
“รู้สึกนายจะชำนาญเรื่องจัดสวนในห้องน้ำมากเลยนะที่เขามาเลือกต้นไม้เมื่อวานใช่ไหม”
“คุณรู้”ไม้ชะงัก
“พอดีเมื่อวานแวะมา”
“แล้วทำไมไม่เรียกผม”
“ก็...ไม่มีอารมณ์ ตอนนี้ว่างแล้วนี่ น่าจะโทรกลับไปหน่อย”
ไม้มองโทรศัพท์นิ่งไปนิดหน่อย แล้วเงยหน้ามามองเป็ดปุ๊ก
“ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะโทรไปบอกยกเลิกเขา จะไม่ทำงานนี้”
“ทำไมฉันต้องไม่ชอบ นี่ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ที่จะเที่ยวหึงไม่เข้าเรื่อง ถ้านายบริสุทธิ์ใจ นายก็รับงาน
เขาทำต่อไป”
ไม้มองเป็ดปุ๊กยังลังเล

แก้วมานั่งลงที่ชุดรับแขก
“บ้าเอ๊ย นังเป็ด มันจะเป็นก้างขวางคอฉันไปถึงไหน”
เก็จเกยูรเดินเข้ามา
“เป็นไง ได้คุยไหม”
“ได้คุยบ้าอะไรล่ะ เขาอยู่กับนังเป็ด”
“โธ่เอ๊ย ทำไมแกซวยอย่างนี้วะ”
“จบแน่ ลองนังเป็ดมันอยู่กับเขาแบบนี้ มันต้องไม่ยอมให้เขามายุ่งกับแก้วอีกแน่ๆ เราจะทำยังไงดีล่ะพี่ มีวิธีไหนอีก แก้วจะทำยังไง”
“ก็...ทำใจมั้ง”
แก้วนึกโมโห ทันใด เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ประหลาดใจ
“คุณไม้โทรกลับมา”
เก็จเกยูรก็แปลกใจ แก้วกดรับสาย เก็จเกยูรมานั่งใกล้ๆ คอยฟังด้วย
“ว่าไงคะคุณไม้...ค่ะ จะโทรมาถามเรื่องจัดสวนของเราน่ะค่ะ เอาไงดี...พรุ่งนี้เลยดีไหมคะ แก้วจะได้ลางาน...ได้ค่ะ ดีเลย...ขอบคุณมากค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ”
แก้วกดวางสาย
“ทำไมเขาโทรมาได้ล่ะ นังเป็ดมันยอมเหรอ” เก็จเกยูรถามอย่างแปลกใจ
“แก้วรู้นิสัยมัน มันต้องทำเป็นใจกว้าง ทำเป็นไว้ใจคุณไม้” แก้วหัวเราะขึ้นมา “แก้วจะทำให้มันรู้ว่า...มันคิดผิด”

แก้วยิ้มด้วยแววตาร้ายสุดๆ

วันรุ่งขึ้นเป็ดปุ๊กเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน มองไปที่โต๊ะทำงานของแก้วแต่ไม่เห็นแก้วอยู่ที่นั่น

“วันนี้คุณแก้วลาค่ะ”กุ้งเดินเข้ามาบอก
“เขาโทรมาบอกว่าเขานัดคนไปจัดสวนที่บ้าน”
“ยังสงสัยอยู่ คิดว่าแกอยู่คอนโดซะอีก หรือแกซื้อบ้านใหม่”
เป็ดปุ๊กเข้าไปนั่งในที่ทำงานตัวเอง
“เขาก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ แบบจัดสวนเล็กๆในห้องน้ำ กับที่ระเบียงห้องไง”
“ทำได้ด้วยเหรอ”กุ้งแปลกใจ
“ได้ จัดแล้วช่วยให้ห้องน้ำน่าเข้าขึ้นตั้งเยอะ”
“คุณเป็ดก็จัดเหรอ”อ้อมแปลกใจ
“แหม ก็แฟนคุณเป็ดเขาเป็นช่างจัดสวนอยู่แล้ว” กุ้งแซว
“เอ๊ะ หรือว่า...”อ้อมสงสัยขึ้นมา
“เขาจ้างให้ไม้ไปทำให้”เป็ดปุ๊กพยักหน้ารับ
“แล้วคุณเป็ดปล่อยให้เขาไปทำได้ยังไง คุณแก้วเนี่ยไว้ใจไม่ได้”กุ้งชะงัก
“ได้ยินว่าเขาเลิกกับลูกชายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร จะหันไปจับ...”
อ้อมหยุดพูด เป็ดปุ๊กพยักหน้าอีกครั้ง
“ไม้เขาเป็นทายาทตัวจริง”
“แล้วคุณเป็ดไม่กลัวเหรอ”กุ้งแปลกใจ
“ใจกว้างเกินไปหรือเปล่าคะ”อ้อมเป็นห่วงแทน
เป็ดปุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย
“เป็ดไม่มีสิทธิ์ใจกว้างหรือใจแคบกับใครทั้งนั้นแหละ เป็ดกับไม้ไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม้เขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ เอาเหอะ ทำงานดีกว่า ขี้เกียจจะคิดเรื่องนี้แล้ว”
เป็ดปุ๊กกดเปิดคอม ทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่สองคนพูด สองคนมองหน้ากัน แล้วแยกย้ายไปเป็ดปุ๊กนิ่งคิดไป

รถกระบะของไม้แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าคอนโดของแก้ว ไม้ลงจากรถ ดำลงจากอีกด้านแล้วก็แหงนหน้ามองตึก
“เอ้าๆ ขนของ รีบๆทำให้เสร็จจะได้กลับ”
“ได้ครับพี่”
ดำปีนขึ้นกระบะ ยกรถเข็นลงมา แล้วขนของต่างๆส่งให้ไม้วางเรียงลงบนรถเข็น

แก้วอยู่ในห้องใส่เสื้อเกาะอกพยายามให้ดูเซ็กซี่ที่สุด ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นแก้วเดินไปที่ประตูมองที่ช่องมองเห็นไม้ยืนอยู่แก้วดีใจ ปัดผมปัดหน้านิดหน่อย แล้วเปิดประตู
“มาแต่เช้าเลยนะคะคุณไม้”
ไม้ดูนาฬิกา
“เกือบสิบโมงแล้วนะครับ”
“สวัสดีครับ”ดำโผล่เข้ามา
“นึกว่าคุณไม้จะมาคนเดียว”แก้วชะงัก
“มาคนเดียวทำงานไม่ไหวหรอกครับ”
แก้วอึดอัด แต่ก็จำเป็นต้องถอยให้ไม้กับดำเข้ามาในห้องดำลากรถเข็นต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนเข้าไป แก้วบอกกับดำ
“ระวังหน่อยนะ อย่าให้เศษดินหกใส่พรม มันจะเปื้อน”
“ก่อนกลับผมจะเก็บกวาดให้สะอาดเรียบร้อยแน่ครับ” ไม้หันมาตอบแทน
“ไม่ได้ว่าคุณไม้นะคะ กลัวเด็กทำเลอะเทอะน่ะค่ะ”
“ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยครับ”
ไม้นำดำเข็นรถไปที่ห้องน้ำช่วยกันเอาต้นไม้ กระถาง ดินและปุ๋ยจากรถเข็นมาไว้ในห้องน้ำ
“อันนั้นไม่ต้อง เดี๋ยวจะเอาไปจัดที่ระเบียง”
ดำวางของที่กำลังยกลงแก้วมายืนอยู่ที่ประตูห้องน้ำ
“เดี๋ยวเอาของลงเสร็จแล้ว แก้ววานลูกน้องคุณไม้ไปซื้อของหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ซิครับ ของอะไรเหรอ”
“คุณไม้มาเช้า แก้วเลยไม่ทันได้เตรียมน้ำเย็นไว้ให้คุณไม้น่ะค่ะ”
“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านที่ต้องดูแลแขก”
“เรียบร้อยแล้วครับ จะซื้ออะไรบ้างครับ”ดำหันมาหา
“เดี๋ยวฉันจดรายการให้”

แก้วเดินมาที่โต๊ะ หยิบกระดาษมาเขียนรายการ ดำตามมา
“ไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยนะ”แก้วส่งรายการให้ดำ
“ไปซื้อปากซอยเลยเหรอครับ หน้าคอนโดนี่ก็น่าจะมีนะครับ”
“ซื้อที่โน่นแหละ มีครบทุกอย่าง”
“แหม ไกลเหมือนกันนะครับ” ดำบ่นๆ
“แต่ฉันว่า ล่ำๆอย่างนายไม่ทันเหนื่อยหรอก จริงไหม”
“ไอ้เหนื่อยไม่เหนื่อยหรอกครับ แต่ว่ามันจะเสียเวลา”ดำออกอาการเขิน
“กลัวเสียเวลาก็รีบไปเลยซิ”
“ครับ” ดำตะโกนไปทางห้องน้ำ “เดี๋ยวผมมาช่วยนะครับพี่ไม้”
“ไปเหอะ”
ดำออกจากห้องไปแก้วปิดประตู แล้วยิ้มกับตัวเอง

แก้วเดินกลับมาที่ห้องน้ำไม้ก้มๆเงยๆจัดกระถางอยู่เหงื่อหยดติ๋งๆจากหน้า
“มีอะไรให้แก้วช่วยไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“วันนี้ร้อนหน่อยนะคะ แอร์ห้องแก้วมันเสีย”
“นั่นซิครับ แล้วคุณแก้วอยู่ได้ยังไง”ไม้ปาดเหงื่อ
“เดี๋ยวบ่ายๆช่างจะมาดูให้ค่ะ ยังไงถ้าคุณไม้ร้อนมาก จะ...เอ่อถอดเสื้อทำงานก็ได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“งั้นผมคงต้อง...ขออนุญาตนะครับ”ไม้ลุกขึ้น
ไม้ถอดเสื้อออกแก้วมองนิ่งไม้หันมา เห็นแก้วมองอยู่
“ขอโทษค่ะ มันอดไม่ได้” แก้วทำเป็นเขิน แล้วเดินออกไป “ตามสบายเลยค่ะ”

แก้วเดินมาที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้ออก หยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งออกมาแล้วเดินไปที่โต๊ะ เปิดกระเป๋าออก หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา แล้วยิ้มกับตัวเอง
“ดูซิ แผนพี่เก็จจะสำเร็จไหม”
แก้วกลับมาอยู่ข้างๆประตูห้องน้ำ เอาผ้าขนหนูมานุ่งทับเสื้อที่ใส่อยู่ แต่เพราะเป็นเสื้อเกาะอก เลยดูเหมือนนุ่งแต่ผ้าขนหนูอย่างเดียวแก้วค่อยๆแอบโผล่หน้ามองเข้าไปในห้องน้ำ ไม้ยังจัดต้นไม้อยู่ไม่ได้สนใจแก้วค่อยๆขยับเข้าไปในห้องพยายามให้ใกล้ตัวไม้ แล้วเหยียดแขนออกไป หันกล้องโทรศัพท์มาที่ตัวเธอเอง กะว่าให้ภาพออกมาเห็นเธออยู่กับไม้ในห้องน้ำแล้วก็กดถ่ายรูปไว้ไม้รู้สึกผิดปกติหันมาแก้วรีบลดมือลง ไม้ไม่ทันเห็นกล้อง แต่เห็นแก้วนุ่งผ้าขนหนู
“อุ๊ย คุณแก้ว ทำไมนุ่งผ้าขนหนูอย่างนี้ล่ะครับ”
“ก็มันร้อน”
“อย่าทำอย่างนี้เลยครับ กลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อยดีกว่า”ไม้ลุกขึ้นแก้วลุกตาม
“แหม คุณไม้นี่ก็ ลองใจเล่นหน่อยเดียวเองไม่นุ่งก็ได้ ผ้าขนหนูเนี่ย”
แก้วดึงผ้าขนหนูออก ไม้ตกใจ ผงะถอยออกแต่แล้วก็เห็นว่าแก้วยังใส่เสื้อผ้าตัวเดิมอยู่ข้างในแก้วหัวเราะ
“ก็บอกแล้วไงคะ แหย่เล่น”
“อย่าเล่นแบบนี้อีกนะครับ ไม่งั้นผมจะไม่ทำงานต่อ”
“ค่ะ ดุจัง ไม่เล่นก็ไม่เล่น”
แก้วเดินออกไปจากห้องน้ำไม้ชักระแวง หยิบเสื้อมา แล้วใส่เสื้อห่างจากห้องน้ำมาเล็กน้อย แก้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูภาพที่ถ่ายเห็นภาพเธออยู่ใกล้ๆกับไม้ เหมือนกำลังกอดกันอยู่

อลงกรณ์กับศักดิ์นั่งคุยกันอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง กินอาหารกันไปด้วย
“หทัยเขาบอกว่าคุณศักดิ์ไปคุยเรื่องที่ดินกับคุณย่า คิดจะรวยคนเดียวเลยหรือไงครับ มาแอบถามความรู้จากผม แล้วก็เลยจะทำเอง”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมก็ไปคุยขอที่จากแม่ ตามที่เราคุยกันไว้นั่นแหละ”
“แล้วไงครับ ได้ผลเป็นยังไงไม่เห็นติดต่อผมกลับเลย”
“ก็เพราะมันยังไม่ได้ผลอะไรเลยน่ะซิครับ ผมถึงไม่ได้ติดต่อคุณกรณ์แม่ไม่ยอมให้ที่ดินผม”
“คุณอธิบายให้ท่านฟังชัดหรือเปล่า คุณพูดถึงผลกำไรที่โครงการนี้จะทำให้เราหรือเปล่า”
“ยังไม่ทันพูดเลย”
“คุณบอกท่านหรือเปล่า ว่าถ้าโครงการนี้ขายหมด เราจะเอากำไรที่ได้ ไปซื้อที่ดินอีกแปลงนึง แล้วขยายโครงการให้ใหญ่กว่าเดิม ยกระดับขึ้นไปอีก ขายบ้านระดับสิบล้านขึ้นไป บอกท่านไหมว่ามันจะไปได้สวยแค่ไหน”
“ก็อยากบอกล่ะครับ แต่แม่เล่นยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ที่ผมผมว่า คงหวังยากแล้วล่ะ”
อลงกรณ์แอบนึกเบื่อศักดิ์ที่ขี้แพ้เหลือเกิน แต่ก็รีบทำเป็นยิ้มแย้มให้กำลังใจ
“ไม่ต้องกังวลครับคุณศักดิ์ คนแก่ก็อย่างนี้ เราต้องค่อยๆพูด ค่อยๆชี้แจงหลายๆครั้ง จนกว่าท่านจะเข้าใจโครงการของเรา เอาอย่างนี้ วันไหนคุณจะเข้าไปหาท่าน ผมจะไปช่วยพูดอีกแรง จะคุยกับท่านให้ละเอียด ให้ท่านเห็นภาพชัดๆไปเลย”
“ผมกลัวคุณจะผิดหวังน่ะซิ”
“ผมไม่ใช่เพิ่งมาทำธุรกิจนะครับคุณศักดิ์ เชื่อผมซิเรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาถามว่าท่านจะยอมยกที่ดินให้เราหรือเปล่า แต่ต้องถามว่า เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะได้ที่ดินต่างหาก เงินน่ะ ซื้อทุกอย่างได้ทั้งนั้นล่ะครับ ขอแต่ให้มากพอเท่านั้น”
ศักดิ์ยอมรับว่าอลงกรณ์เข้าใจคนมากจริงๆเขาพยักหน้ารับอลงกรณ์ยิ้มให้กำลังใจ แต้ในใจกลับเยาะว่า...แม้แต่แกฉันก็ซื้อได้

เป็ดปุ๊กนั่งพิมพ์งานอยู่ที่คอม เธอไม่มีสมาธิกับงานนัก พิมพ์ผิดหลายครั้ง
“ผิดอีกแล้ว”
เป็ดปุ๊กต้องกดคีย์ลบข้อความที่พิมพ์ไป แล้วเริ่มพิมพ์ใหม่กุ้งกับอ้อมแอบมองมาทางเป็ดปุ๊กเป็นระยะ แต่ก็ไม่อยากไปกวนใจครู่หนึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็ดปุ๊กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วชะงักที่หน้าจอเป็นชื่อ แก้ว เป็ดปุ๊กลังเลว่าจะรับดีไหม จนกุ้งกับอ้อมต้องหันมามอง ที่สุดเป็ดปุ๊กก็กดรับสาย
“ว่าไง”
แก้วนั่งอยู่ที่โซฟาบ้านเก่าของเชียร พูดโทรศัพท์กับเป็ดปุ๊ก
“คุณไม้เขาทำเสร็จแล้วนะ”
“เร็วนี่”
“นั่นซิ นึกว่าจะนานกว่านี้ ไม่ทันนกกระจอกจะกินน้ำเลย” แก้วหัวเราะ
“แล้วพอใจไหมล่ะ”
“ก็โอเคนะ แม้จะไม่ถึงใจเท่าไหร่ แต่ฉันก็ชอบ”
“นี่พูดเรื่องอะไร”
“ก็ทุกเรื่องนั่นแหละ” แก้วหัวเราะ “แล้วแต่เธอจะจินตนาการ”
“แล้วมาบอกฉันทำไม”
“มันมีความสุขไง เลยอยากเล่า เห็นเขาบอกเขาเคยทำให้เธอด้วยแต่ฉันว่าคงดีไม่เท่าฉันหรอก”
“ก็เป็นได้ เพราะฉันชอบเรียบๆ ไม่ต้องการถึงใจเหมือนเธอ”
“รู้ไหมเป็ด ฉันคงต้องขอบใจเธอด้วย”แก้วหัวเราะ
“เรื่องอะไร”
“ที่เธอใจกว้าง ยอมแบ่งคุณไม้ให้ฉันไง”
“แค่นี้ใช่ไหม ฉันต้องทำงานแล้ว”
“โอ๊ย ไม่ต้องรีบนักหรอก วันนี้ฉันอนุญาตให้เธอลากลับบ้านไปซับน้ำตาได้”
“เรื่องอะไรฉันต้องซับน้ำตา”
“ก็เรื่องที่ฉันกับคุณไม้ทำกันน่ะซิ หมายถึงสวนในห้องน้ำน่ะนะ” แก้วหัวเราะ “เดี๋ยวฉันจะส่งรูปไปให้ดู ว่าคุณไม้เขาทำได้ดีแค่ไหน”
แก้วกดวางสายเป็ดปุ๊กถือโทรศัพท์นิ่งไปอยู่ครู่หนึ่งเสียงมี mms ส่งเข้ามาเป็ดปุ๊กดูโทรศัพท์ของเธอ เขียนว่ามี mms เข้า เธอกดเปิดดูภาพที่โทรศัพท์ค่อยๆปรากฏขึ้น
 
เป็นรูปที่ไม้อยู่กับแก้วในห้องน้ำที่แก้วถ่ายไว้ไม้ถอดเสื้อเป็ดปุ๊กนิ่งตะลึงมองไปที่รูปนั้น
 
อ่านต่อหน้า 2

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)

แก้วอยู่กับเก็จเกยูรทั้งคู่หัวเราะมีความสุข

“แก้วอยากเห็นหน้ามันตอนนี้จังเลย คงต่อมน้ำตาแตก ร้องไห้โฮๆแน่ๆ”
“ไหนๆ เอามาดูอีกทีซิ”
แก้วส่งโทรศัพท์ที่มีรูปให้เก็จเกยูรดู
“ไม่ใช่แค่โฮๆหรอก น่าจะกรี้ดบ้านแตกเลยต่างหาก”
“พี่ว่ามันจะเลิกกับไม้ไหม”
“อย่างนังเป็ดน่ะเหรอ งานนี้สงสัยได้งอนหน้าคว่ำ ตัดรักตัดสวาทแน่ๆ มันคนไม่มีความอดทนอยู่แล้ว”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี แก้วจะได้หมดอุปสรรคสักที”
“ยังไงได้ดีก็อย่าลืมกันก็แล้วกัน แผนนี้ของฉันนะ”
“ถ้าเราทำให้นังเป็ดมันเลิกกับไม้ได้สำเร็จนะ ฉันยกที่ดินให้พี่ไปเลยสิบไร่”
“โอ๋ย แค่สิบไร่จากที่แกจะได้เป็นจากผัวเป็นร้อยๆไร่เนี่ยนะ เอฉันเปลี่ยนใจไปช่วยนังเป็ดจะดีกว่าไหมเนี่ย”
“อ๋อ จะหักหลังน้องในไส้ ไปเข้าข้างศัตรูเหรอ”
เก็จเกยูรหัวเราะ ทำเป็นโอ๋
“พูดเล่น อย่างนังเป็ดน่ะเหรอฉันจะดีกับมันชาตินี้ขอประกาศเป็นศัตรูกับมันจนตายกันไปข้าง”
สองพี่น้องหัวเราะกัน แล้วเก็จเกยูรก็หันไปทางประตูหน้าบ้าน ต้องชะงักไก่กุ๊กยืนอยู่มีท่าทางไม่พอใจมาก แล้วไก่กุ๊กก็เดินกลับออกจากบ้านไป

ไก่กุ๊กเดินมานั่งลงที่ม้าหินหน้าบ้านเก็จเกยูรเดินตามออกมา
“ได้มาแล้วใช่ไหม เงินน่ะ”
“ก็บอกแล้วไง ต้องอาทิตย์หน้า”
“ก็ผลัดไปเรื่อยแหละ”
“เก็จ ผมถามหน่อย เมื่อไหร่คุณจะเลิกยุ่งกับเขาสักที”
“เลิกยุ่งกับใคร”
“ก็เป็ดไง ผมได้ยินคุณกับน้องคุยอะไรกัน จะไปยุ่งกับเขาทำไม”
“อ๋อ เหรอ จะให้เก็จเลิกยุ่งกับน้องไก่ แล้วรู้ไหม น้องของไก่กำลังจะทำอะไร มันกำลังจะแย่งผู้ชายของแก้วเอาไปกินคนเดียว”
“เท่าที่รู้ สองคนเขารู้จักกันก่อนน้องคุณไม่ใช่เหรอ ใครจะแย่งใครกันแน่”
“ไม่สำคัญหรอกว่าใครจะรู้จักก่อนหลัง แต่ที่สำคัญผู้ชายคนนั้นต้องเป็นของแก้ว น้องคุณไม่มีสิทธิ์”
“ผมอยากรู้จัง ถ้าเขาเป็นแค่คนสวนกระจอกๆ น้องคุณยังจะหวงไว้ไหม”
“แล้วไง ก็เลยอยากจะกันไว้ให้น้องสาวคุณเองใช่ไหม อย่าได้คิดเลยนะ ลำพังตัวเองยังไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียให้มีความสุขไม่เคยเอาใจใส่ลูกเมีย มีแต่กินเหล้าเมายาไปวันๆ ยังจะมีหน้ามาสมคบกับนังเป็ด แย่งความสุขไปจากน้องสาวฉันอีก พวกแกจะเอาให้ได้ทุกอย่างใช่ไหม ไอ้พวกเห็นแก่ตัว ทั้งแกทั้งน้องแก ทั้งพ่อแก มันเหมือนกันหมด”
ไก่กุ๊กโมโห โพล่งออกมา
“หยุดนะ พอได้แล้ว ถ้าไม่หยุด ผมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
“เหรอ ก็ดี ไปซิ ไปเลย ฉันก็จะไม่อยู่เหมือนกันเบื่อเต็มทนแล้ว”
“ไม่ห่วงลูกเลยใช่ไหม”
“ช่างหัวมันปะไร พ่อมันยังไม่สนใจ แล้วฉันจะไปสนทำไม”
“คุณไปไหนไม่ได้ คุณต้องดูแลลูก”
“จะมาเรียกร้องให้ฉันทำเพื่อลูก แล้วพ่อมันล่ะ ทำอะไรให้ลูกบ้าง”
“จะให้ทำอะไรอีก เงินเดือนก็เอามาให้คุณกับลูกจนเกือบหมดแล้ว”
“แล้วบ้านกับที่ดินที่ควรจะเป็นของลูกเรานี่ล่ะ เคยคิดจะทวงเอามาไหม ถ้ามันเป็นของเรา เราก็ยังจะทำให้มันเป็นเงินเป็นทอง เก็บหอมรอมริบไว้ให้ลูกได้ ทนกินแต่เงินเดือนอยู่แบบนี้ มันไปไม่รอดหรอก”
ไก่กุ๊กนิ่งอึ้งไป เก็จเกยูรรู้แล้วว่าเขาเถียงไม่ขึ้น
“คุณก็เป็นลูกคนหนึ่งของพ่อคุณ คุณมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้นะไก่ จะยอมให้น้องฮุบเอาไปหมดได้ยังไง”
ไก่กุ๊กนิ่งอยู่
“ไปพูดกับพ่อคุณซิ เอาที่ดินผืนนี้มาให้ได้ ไม่งั้นล่ะก็...ฉันจะไม่ทนอยู่กับคุณอีกต่อไป ลูกใคร ก็ให้มันเลี้ยงกันไปเอง ฉันไม่เอาด้วยอีกแล้ว”
ไก่กุ๊กหันมามองเก็จเกยูรหันหน้าไปทางอื่น ไก่กุ๊กสับสน

ไก่กุ๊กกดกริ่งประตูยักษ์เบิ้มวิ่งออกมาจากข้างบ้าน แล้วชะงักพอเห็นไก่กุ๊ก เห่าทีเดียว แล้ววิ่งกลับไปหลบข้างบ้านเชียรเสียงดังออกมา
“ใครมาล่ะยักษ์เบิ้ม”
ประตูบ้านเปิด เชียรออกมาจากในบ้าน มองมาที่ประตูรั้ว เห็นไก่กุ๊ก
“ไก่กุ๊ก”
เชียรเดินมาที่ประตูรั้ว เปิดประตูเล็ก
“วันนี้ไม่ทำงานเหรอ”
“โดดมาน่ะพ่อ”
“ระวังเจ้านายเขาจะเพ่งเล็งเอานะ”
ไก่กุ๊กเดินเข้ามาในบ้าน แล้วตรงไปนั่งลงที่เก้าอี้ในสนามหญ้า เชียรตามมา
“สมัยนี้งานยิ่งหายากอยู่ด้วย ยังไงมีงานทำเป็นหลักเอาไว้ จะได้เลี้ยงดูลูกเมียได้ ไม่เดือดร้อนนะไก่”
“ถึงออกจากงาน แต่ถ้ามีเงินจากบ้านเช่า ไก่กับครอบครัวก็น่าจะอยู่ได้นะพ่อ”
เชียรยืนอึ้งนึกไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ต่อ
“นะพ่อ โอนบ้านกับที่ดินมาให้ไก่เถอะ เรื่องมันจะได้จบสักที แล้วไก่สัญญาว่า ไก่จะไม่มารบกวนพ่ออีกเลย”
เชียรมองหน้าลูกชาย จากนั้นก็คงจะไม่ต้องเห็นหน้ากันอีกหรือ
“พ่อบอกไก่ไปแล้วนี่ พ่อกับแม่ยกให้เป็ดปุ๊กไปแล้ว จะจัดการยังไงก็ต้องให้เป็ดปุ๊กตัดสินใจ”
“เป็ดมันได้แฟนเป็นเจ้าของหมู่บ้าน อีกหน่อยมันก็รวยเละแล้วมันจะหวงบ้านกับที่ดินเล็กๆนั่นไว้ทำไมอีก พ่อสั่งให้มันโอนให้ไก่เถอะ จะได้จบๆกันไป”
เชียรยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกชาย ไก่กุ๊กกำมือแน่น ตัดสินใจพูด
“ถ้าไม่ให้...ก็ไม่ต้องเป็นพ่อเป็นลูกกันอีกต่อไป”
เชียรตะลึง หันมามองไก่กุ๊ก น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมา
“ไก่ ทำไมพูดแบบนี้”
“ในเมื่อพ่อไม่รักลูกหลาน ไม่อยากเห็นพวกเราได้ดี” ไก่กุ๊กลุกขึ้น มายืนเผชิญหน้ากับพ่อ “ก็ไม่ควรมาเป็นพ่อเป็นปู่กันอีกต่อไป”
เชียรน้ำตาไหลออกมา ไก่กุ๊กเห็นน้ำตาของพ่อ ก็รู้แล้วตัวเองเลวมากๆ ที่พูดคำนั้นออกไป แล้วไก่กุ๊กก็ตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปเลย

ย่าขวัญนั่งอยู่ที่ตั่งไม้ไผ่หน้าบ้าน กำลังเลือกพริกจากกระจาด เม็ดไหนที่เล็กดูไม่สวยก็แยกไว้ทางหนึ่ง เพื่อจะเอาไปตากแห้ง แล้วทำพริกป่น ส่วนที่สวยๆก็จะเอาไปขายที่ตลาดครู่หนึ่ง เสียงเจ้าเอ๋งเห่ากรรโชกดังเข้ามา พร้อมกับเสียงศักดิ์
“ไปให้พ้นเลย ไอ้หมาบ้า”
มีเสียงตุ๊บตั๊บ แล้วเสียงเอ๋งร้องเพราะถูกทำร้ายย่าขวัญเงยหน้าขึ้นศักดิ์เดินเข้ามา ปัดกางเกงนิดหน่อย
“ไปทำมันทำไม มันช่วยแม่เฝ้าบ้าน”
“มาบ่อยขนาดนี้ยังจะเห่าใส่อีก...ว่าไงแม่ ผมให้เวลาแม่คิดหลายวันแล้ว แม่ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม”
“ศักดิ์” ย่าขวัญถอนใจ ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้
ศักดิ์เห็นอาการของแม่ก็พอจะรู้
“เอาอย่างนี้นะแม่ เรามาพูดกันประสาแม่ลูก ไม่มีใครเข้ามาสอดอีก ผมถามแม่จริงๆ แม่ติดขัดอะไร ทำไมถึงยกที่ดินผืนนี้ให้ผมไม่ได้”
“ศักดิ์ แม่บอกศักดิ์แล้ว...”ย่าขวัญอ่อนใจ
“ผมก็บอกแม่แล้วเหมือนกันว่า ผมอยากทำโครงการนี้ ผมอยากประสบความสำเร็จซักครั้งในชีวิต ให้แม่ได้ชื่นใจไงล่ะ ไอ้ไม้น่ะแม่ไม่ต้องไปห่วงมันหรอก ถึงยังไงมันก็ได้เงินจากหมู่บ้านเสริมขวัญไปแล้ว กินทั้งชาติก็ไม่หมด”
“จะให้แม่พูดสักกี่ครั้งว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับไม้เลย”
“งั้นแม่จะเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ทำไม”ศักดิ์ชักจะเริ่มไม่ไหว เสียงกร้าว
“ที่นี่คือบ้าน บ้านของแม่กับพ่อ บ้านที่เสริมกับศักดิ์เกิด และพวกเราได้อยู่กันมา”
“ผมรู้ ผมรู้ แต่ที่ผมอยากรู้มากกว่าก็คือ แม่จะยกที่ดินผืนนี้ให้ใคร”
“แม่ตั้งใจไว้ว่าถ้าแม่ตาย จะยกส่วนหนึ่งให้วัดกับโรงเรียน ส่วนด้านที่ติดถนน ก็จะให้เช่า เอาเงินมาทำมูลนิธิ หรือกองทุนเป็นทุนการศึกษาให้เด็ก แล้วก็ช่วยพระสงฆ์อาพาธ”
ศักดิ์นิ่งอึ้ง ฟังแล้วเหมือนแม่กำลังจะทำบาปมากกว่าทำบุญ ศักดิ์เสียงกร้าวมากขึ้น
“ผมจะบอกอะไรให้นะแม่ ถ้าแม่อยากขึ้นสวรรค์ล่ะก็ ทำบุญกับลูกดีกว่า ให้ลูกได้ลืมตาอ้าปากอย่างใครเขาบ้างผมรับรองเลยว่า บุญกุศลครั้งนี้ จะทำให้แม่นอนตายตาหลับขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อย่างแน่นอน”
ย่าขวัญรู้สึกเลวร้ายมาก พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ศักดิ์โพล่งออกมาด้วยอาการโกรธ
“ผมชี้ทางสวรรค์ให้แม่ขนาดนี้แล้วถ้าแม่ยังมองไม่เห็น ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”
ย่าขวัญน้ำตาไหลออกมา แต่ศักดิ์ไม่ทันเห็นแล้วย่าขวัญก็ลุกขึ้น จะเดินขึ้นบ้าน
“อ้าว แม่ เดี๋ยวซิ”
ย่าขวัญยังไม่ทันเข้าไปในบ้าน ก็ได้ยินเสียงเจ้าเอ๋งเห่าอีก เลยหันไปมองที่หน้าบ้านอลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามาโอมหิ้วกระเป๋าเอกสารมาด้วยอลงกรณ์ไหว้ย่าขวัญ
“สวัสดีครับคุณย่าขวัญ”
โอมวางกระเป๋าลง แล้วยกมือไหว้

ย่าขวัญเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ชุดรับแขก
“หทัยล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ”
อลงกรณ์ กับศักดิ์เข้ามานั่งที่ชุดรับแขกด้วย ส่วนโอมยืนอยู่ห่างๆ
“ไม่ได้มาครับ”
ศักดิ์บอกอย่างเกลียดชัง
“อย่ามาแหละดี ขืนมาก็มาคอยขัดคอ นึกว่าใครเขาไม่รู้เหรอไงว่าจะขวางเอาไว้ให้ไอ้ไม้”
“ศักดิ์ แม่บอกศักดิ์แล้ว ว่าแม่ไม่ได้คิดยกที่ดินผืนนี้ให้ไม้”ย่าขวัญพูดเรียบๆ
“งั้นก็ยกให้ผมซิ”
อลงกรณ์หัวเราะสร้างบรรยากาศนิดหน่อย
“คุณศักดิ์ใจร้อนเสมอ...จริงๆถ้าคุณย่าจะขายที่ดินผืนนี้ ทางผมกับคุณศักดิ์ก็ยินดีนะครับขอแค่ว่าเป็นราคาคนกันเองสักหน่อย พอให้เหลือกำไรเล็กๆน้อยๆให้ลูกให้หลาน”
“คุณกรณ์ แต่ที่เราคุยกัน...”ศักดิ์ชะงัก
อลงกรณ์แอบหรี่ตากับศักดิ์ แล้วส่ายหน้านิดหน่อย เหมือนจะห้ามไม่ให้พูดต่อ แล้วอลงกรณ์ก็หันมาพูดยิ้มแย้มกับย่าขวัญต่อ
“หรือถ้าคุณย่าจะเข้าร่วมหุ้นด้วยกับเรา ผมกับคุณศักดิ์ก็ไม่ขัดข้องเลยครับ กำไรที่ได้คุณย่าก็สามารถเอาไปใช้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ แล้วถ้าคุณย่ากังวลเรื่องที่อยู่ ผมอยากจะเรียนให้สบายใจนะครับว่า ถ้าผมกับคุณศักดิ์ได้ทำโครงการนี้จริง เราจะยกบ้านในโครงการให้คุณย่าหลังนึงเลยครับ จะตกแต่งให้สวยงามหรูหราทุกอย่าง แล้วรับรองเลยครับว่า คุณย่าจะไม่เหงาเด็ดขาด เพราะโครงการนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันทีเดียวครับ ผมมีตัวอย่างมาให้คุณย่าดูด้วย” อลงกรณ์หันไปบอกโอม “ขอเอกสารด้วยลูก”
โอมเข้ามาหาพ่อ ส่งกระเป๋าให้ อลงกรณ์เปิดกระเป๋าหยิบแฟ้มออกมา ย่าขวัญรู้สึกเบื่อกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทไล่แขกดำเดินออกมาจากในสวน กำลังจะผ่านหน้าบ้านย่าขวัญมองเข้าไปหน้าบ้านเห็นกระจาดพริกวางทิ้งไว้ดำรู้สึกแปลกใจ แล้วก็ได้ยินเสียงของอลงกรณ์ดังออกมา
“อันนี้เป็นสวนสุขภาพนะครับ ของบ้านเสริมขวัญก็มี แต่หมู่บ้านใหม่นี่เราจะทำเต็มระบบเลยครับ ทุกวัยมาใช้บริการได้”
ดำค่อยๆชะเง้อมองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นอลงกรณ์กับศักดิ์ และโอมอยู่ในห้องกับย่าขวัญดำผละจากบ้านย่าขวัญ แล้วรีบวิ่งกลับไปที่ร้าน

ในร้านสวนขวัญ ฝ้ายอ่านหนังสือดาราอยู่ ครู่หนึ่งดำเข้ามา
“ฝ้ายๆ แย่แล้ว”
“อะไรของแกวะ”ฝ้ายตกใจ
“คุณศักดิ์ แล้วก็คุณกรณ์กับคุณโอม”
“ตายแล้วเหรอ”ฝ้ายหน้าตื่น
“จะบ้าเหรอ ยังไม่ตาย เขามาอยู่ที่บ้านคุณย่าโน่น พี่ไม้สั่งไว้ถ้าพวกนี้มาให้รีบบอก”
“แล้วจะบอกได้ยังไง เขาไม่อยู่ แกนั่นแหละไปกับเขา”
“ฉันขอลงก่อนที่ตลาด คิดว่าพี่เขาจะเข้ามาที่ร้าน”
“ยังไม่เห็นเลย แล้วจะยังไงดีเนี่ย”
“โทรหาได้ไหมล่ะ”
ฝ้ายเอามือถือมา กดเบอร์ แล้วถือหูรอครู่หนึ่ง แล้วหันมาบอก
“ไม่มีสัญญาณอ่ะแบ็ตแกหมดมั้ง”
“อาจจะอยู่ในห้าง ชั้นใต้ดินน่ะ โทรไปเรื่อยๆก็แล้วกัน”
“เออๆ เฮ้อ วุ่นวายจริงๆ”

“ถ้าพี่เขารู้ว่าพวกนั้นมา แล้วเราไม่โทรบอก จะยิ่งวุ่นกว่า”

เป็ดปุ๊กถอยรถเข้ามาจอด แล้วเปิดประตูลงจากรถเชียรเปิดประตูออกมาจากในบ้าน

“กลับมาเร็วนี่ลูก”
เป็ดปุ๊กท่าทางเนือยๆ
“วันนี้รถไม่ค่อยติดน่ะค่ะ แต่เป็ดไม่ได้แวะตลาดนะคะ เห็นเมื่อวานมีกับข้าวเหลืออยู่”
“ยังไม่ต้องซื้อหรอก”
เป็ดปุ๊กเอากระเป๋าออกมาจากรถ แล้วปิดประตู เชียรเดินลงมาหา
“เมื่อบ่าย ไก่เขามาที่นี่”
“มาทำอะไรคะ”
“มาถึงก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเลย ขอให้พ่อโอนบ้านกับที่ดินที่โน่นให้เขา”
“ยังไม่ยอมเลิกคิดอีก สงสัยจะโดนเมียบังคับให้มาแน่ๆ”
“เขาบอกว่า เผื่อเขาอยากทำเป็นบ้านเช่า หารายได้พิเศษไว้เลี้ยงหลาน ก็จะได้ทำได้”
“พ่อคิดเหรอว่าเงินมันจะตกถึงหลาน พี่เก็จนั่นแหละที่จะเอาไปหมด”
“ก็ใช่”
“แล้วพ่อว่าไง”
“พ่อก็บอกเหมือนเดิม ว่าพ่อโอนให้เป็ดแล้ว จะทำยังไงก็ขึ้นอยู่กับเป็ด”
“งั้นก็ให้เขารอไป เป็ดอารมณ์ดีเมื่อไหร่ จะเอาเรื่องนี้มาคิด”
พูดแล้วเป็ดปุ๊กก็เดินผ่านหน้าเชียร จะเข้าบ้านเชียรพูขึ้น
“ไก่เขาโมโหมาก เขาบอกกับพ่อว่า...”
“บอกว่าอะไรคะ”เป็ดปุ๊กหยุด หันมา
เชียรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจไม่บอก
“พ่อ...พ่อลืมไปแล้ว”
“ก็คงจะว่าพ่อหยาบๆคายๆเหมือนทุกครั้งใช่ไหมล่ะ คนปากเสีย”
เชียรพยักหน้า
“พ่อคิดอะไรรู้ไหม”
เป็ดปุ๊กส่ายหน้า
“พ่อเข้าใจความรู้สึกของคุณย่าแล้ว ที่แกถูกลูกชายแกมาขอให้แกยกที่ให้น่ะมันเป็นทุกข์จริงๆ”
“อย่าไปใส่ใจกับที่พี่ไก่พูดเลยค่ะพ่อ รกสมองเปล่าๆ”
เป็ดปุ๊กเดินเข้าบ้านไปเชียรมองตามไป คิดว่าถ้าเขาบอกว่าไก่กุ๊กพูดว่าอะไร เป็ดปุ๊กต้องโกรธแทนเขามากแน่ๆ

ฝ้ายยังพยายามกดโทรหาไม้อยู่ฟังเสียงจากโทรศัพท์ แล้วเบื่อ ดัดเสียงพูด
“ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่มีสัญญาณตอบรับ พูดได้อยู่อย่างเดียว”
ดำซึ่งกำลังยกของไปมาอยู่ในร้านชะงัก
“แล้วจะให้เขาพูดว่าอะไร”
“อย่างน้อยก็ควรจะบอกว่า ทำไมถึงไม่มีสัญญาณ แบ็ตหมด หรือว่าปิดมือถือไว้ หรือว่าสัญญาณมันห่วยเอง”
“นั่นซินะ เออ ไว้วันหลังฉันจะพาฝ้ายไปคุยกับเขาเลย จะได้รู้จักปรับปรุงตัวบ้าง”
“แหม พาไปคุย รู้จักเขาเหรอ”
“รู้จัก เคยคุยกันบ่อยๆ”
“ไอ้มั่ว นี่มันเสียงจากเทปเว๊ย อัดไว้ตั้งกี่ปีแล้ว ตั้งแต่แกอยู่ประถมล่ะมั้ง ป่านนี้ไปเป็นคุณนายใครแล้วก็ไม่รู้”
“บ่นอะไรฝ้าย”ไม้เดินเข้ามา
“ก็บ่นโทรศัพท์น่ะซิ โทรหาพี่ไม้ไม่ได้สักที” ฝ้ายนึกได้ สะดุ้ง “อ้าว มาแต่เมื่อไหร่”
“เพิ่งมาถึง พี่ปิดโทรศัพท์ไว้เองแหละ รำคาญคนชอบโทรมากวน”
“คุณน้องแก้วใช่ไหมครับ”
“อืม นั่นแหละ แล้วไง จะโทรหาพี่ทำไม”
“จะบอกว่า คุณศักดิ์ คุณกรณ์แล้วก็คุณโอม อยู่ที่บ้านคุณย่าน่ะค่ะ”
“ว่าไงนะ”ไม้ไม่พอใจทันที

เป็ดปุ๊กเปิดดูในตู้เย็น แล้วเจอลอดช่องชุดหนึ่ง หยิบถุงออกมา
“พ่อยังไม่ได้กินเหรอคะ งั้นเป็ดขอนะคะ เหนื่อยๆร้อนๆ ได้ลอดช่องซักถุง ค่อยยังชั่วหน่อย”
“เป็ด เป็ดไปส่งพ่อหน่อยซิ”เชียรเดินเข้ามา
“ส่งไหนคะ”
“พ่ออยากไปบ้านย่าขวัญ”
เป็ดปุ๊กชะงักนิดหน่อย ใจไม่อยากไป เพราะกลัวจะเจอไม้ แล้วแถไปทางอื่น
“ออกไปข้างนอกเลยเหรอคะ เป็ดเหนื่อยอ่ะ ไปทำไมคะ”
“ก็อยากไปคุยกับแก อยากถามแกเรื่องลูกชาย ว่าแกจัดการกับเขายังไง ตอนนี้ พ่อกับแกมันหัวอกเดียวกัน อยากปรึกษาแกดูหน่อย นะ ไปส่งพ่อแป๊บเดียว”
“พรุ่งนี้ได้ไหมล่ะคะ”เป็ดปุ๊กอึดอัด
“เป็ด ถ้าไปพรุ่งนี้ คืนนี้พ่อก็ต้องนอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ไม่ได้หลับแน่ๆ”
“พ่อก็จะไปคิดมากให้มันวุ่นวายทำไม พี่ไก่ก็ดีแต่พูดไปงั้นแหละถึงเวลาก็ไม่มีปัญญาทำอะไร”
“ตกลงเป็ดจะไม่ไปส่งพ่อใช่ไหม”
“วันนี้ขอนะคะ เป็ดเหนื่อยจริงๆ”
“ไม่เป็นไร งั้นพ่อไปเอง”
แล้วเชียรก็เดินออกจากบ้านไปเลยเป็ดอ่อนใจ เธอไม่อยากไปที่นั่นจริงๆ

เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้าน
“พ่อ เดี๋ยวก่อน”
เป็ดปุ๊กมองไปหน้าบ้าน ประตูรั้วปิดอยู่ พ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น เป็ดปุ๊กงงๆ
“ไปไหนแล้ว”
เมื่อเป็ดปุ๊กหันไปมองข้างบ้าน ก็ต้องตกใจที่ริมกำแพง เชียรกำลังเอาถัง เอาเก้าอี้มาต่อ เพื่อจะปีนข้ามไป
เป็ดปุ๊กรีบไปที่กำแพง
“พ่อจะทำอะไรคะ”
“พ่อจะข้ามไปฝั่งโน้น”
“จะไปปีนไปได้ยังไง พ่อปีนไม่ไหวหรอก เดี๋ยวก็ตกลงมาแข้งขาหัก”
“ทำไมจะไม่ไหว มันจะแค่ไหนเชียว ใครต่อใครก็ปีนข้ามกันไปมาหมดแล้ว”
เชียรขึ้นไปยืนบนถัง แล้วต่อขึ้นไปบนเก้าอี้ แล้วพยายามจับบนกำแพง จะยกตัวขึ้นไป แต่ก็ปีนไม่ไหว
เป็ดปุ๊กเห็นท่าทางกระเย้อกระแหย่งของพ่อแล้วสงสาร
“ลงมาเถอะค่ะพ่อ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ข้ามได้แล้ว”
“พ่อคะ ลงมาเหอะ เป็ดจะไปส่งเอง”
“จริงเหรอลูก”
“จริงซิคะ”
เชียรลงจากเก้าอี้มาหาเป็ดปุ๊ก เกือบจะล้มเหมือนกัน
“ไม่เป็นไรๆ” เชียรเข้ามาจับแขนลูกสาวสองข้าง “ขอบใจมากลูก เดี๋ยวพ่อเปิดประตูให้นะ”
เชียรวิ่งไปเปิดประตูรั้วเป็ดปุ๊กมองตาม อ่อนใจ ได้แต่คิดว่าคงไม่เจอไม้ที่นั่น

อลงกรณ์เอารูปภาพต่างๆมาอธิบายให้ย่าขวัญฟัง
“อันนี้สระว่ายน้ำส่วนกลางนะครับ จะมีสระผู้ใหญ่ กับสระเด็กแล้วก็มีสระเด็กเล็กด้วย คุณย่าว่ายน้ำเป็นใช่ไหมครับ”
“เป็น”ย่าขวัญพยักหน้า
“งั้นคุณย่าลงสระผู้ใหญ่ได้เลยครับ”
“คงไม่ล่ะ”
ไม้เข้ามาในบ้านทุกคนชะงักเมื่อเห็นไม้ ย่าขวัญไม่สบายใจทันทีศักดิ์มองหน้าอย่างเกลียดชัง
“ไงวะไอ้ไม้ รีบแจ้นเข้ามาเลยเหรอ กลัวย่าจะยกที่ดินให้ฉันหรือไง”
“ผมมาดูแลย่า ไม่อยากให้ย่าถูกใครรังควาน”
“แกหมายถึงใคร”
“ก็อาศักดิ์ทำอะไรอยู่ล่ะ”
“มันเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับแก”
“ถ้าอาศักดิ์เข้ามาทำให้ย่าไม่สบายใจอย่างนี้ ผมว่าอย่าเข้ามาเลยดีกว่า กลับไปซะเถอะ”
ศักดิ์ไม่พอใจ ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับไม้
“กลับไปเพื่อให้มึงปอกลอกเอาสมบัติของแม่กูไปเป็นของมึงน่ะเหรอ ฮึ อย่าหวังเลยไปไอ้ไม้”
อลงกรณ์มองทั้งสองนิ่งอยู่ เหมือนแค่ดูละครฉากหนึ่ง ขณะที่โอมรู้สึกสะใจที่จะได้เห็นสองคนมีเรื่องกันย่าขวัญพยายามห้าม
“ศักดิ์ ใจเย็นๆก่อนลูก”
“เอาเป็นว่าผมขอร้องดีๆ อาศักดิ์อย่ารบกวนย่าอีกเลย ย่าแก่แล้วผมไม่อยากมีเรื่องกับอา”
“ไม้ ย่าว่า...”ย่าขวัญไม่สบายใจ
“แล้วถ้าเกิดกูอยากมีเรื่องกับมึงล่ะ เพราะครั้งนี้กูจะไม่ยอมมึงอีกแล้วไอ้ไม้ ที่ดินผืนนี้ต้องเป็นของกู กูเป็นลูกแม่ มึงมันแค่หลาน อย่ามาสะเออะ แม่มึงน่ะแผนสูง กะฮุบที่ดินทั้งสองผืน ผัวตายแทนที่จะคืนที่ดินให้แม่ กลับฮุบเอาไว้ แล้วยังส่งมึงมาให้แม่กูเลี้ยง พอแม่ตายจะได้ได้มรดกอีก ทำตัวเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ หลอกตุ๋นคนแก่ไปวันๆ”
ไม้มองอลงกรณ์กับโอมแว่บหนึ่ง สองคนช่างไม่รู้สึกเลยว่าศักดิ์กำลังด่าเมียและแม่ของพวกเขาอยู่
“อย่าพูดถึงเขาอย่างนั้น”
“กูจะพูด ทำไมวะ แม่มึงเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์ชั้นไหน กูถึงจะด่าไม่ได้”
“ผมเตือนคุณแล้วนะ”
“อีผู้หญิงเสนียดจัญไร อยู่กับพี่กู พี่กูก็ตาย อยู่กับคุณกรณ์ ก็ทำให้เขาทุกข์ใจ ไม่เจริญก้าวหน้าสักที”
ทันใด ไม้ก็ปล่อยหมัดเข้าใส่หน้าของศักดิ์อย่างแรง ศักดิ์ผงะหงายล้มไม่เป็นท่า

ทุกคนตกใจลุกขึ้น ย่าขวัญรีบเข้ามาขวางระหว่างไม้กับศักดิ์
“หยุดนะไม้ อย่าทำอาเค้า พอ พอได้แล้ว ศักดิ์ แม่ขอร้อง กลับไปก่อนได้ไหมลูก กลับไปก่อน”
ศักดิ์ลุกขึ้นมาได้ โกรธจัด
“มึงกับกูอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วไอ้ไม้ ไม่ใครก็ใคร ต้องตายกันไปข้าง”
เชียรกับเป็ดปุ๊กเข้ามาในบ้านย่าขวัญรีบบอก
“ช่วยหน่อยค่ะ”
ศักดิ์ไม่สนใจ เงื้อหมัดพุ่งเข้าไปจะต่อยไม้หลบฉากนิดหน่อย แล้วผลักศักดิ์หัวคะมำไปข้างหน้า ล้มลงไปกับพื้นอลงกรณ์รู้ว่าปล่อยไว้เรื่องต้องไปกันใหญ่ งานจะเสียหาย หันไปบอกโอม
“ไปช่วยคุณศักดิ์”
“ให้ต่อยกับไอ้ไม้เหรอ”โอมชะงักนึกกลัว
“ไม่ใช่ พาเขาออกไป”อลงกรณ์พูดเบาๆ
โอมค่อยโล่งอก แล้วอลงกรณ์กับโอมก็เข้าไปช่วยประคองศักดิ์ขึ้น
“คุณศักดิ์ ผมว่ากลับกันก่อนเหอะ” อลงกรณ์กระซิบเบาๆ “แบบนี้ไม่ดีกับพวกเราหรอก”
ศักดิ์ยังฮึดฮัดมองไม้ ขณะที่ไม้เห็นเป็ดปุ๊กมองเขาอยู่ เลยไม่คิดจะทำอะไรอีก ย่าขวัญตัวสั่นไปหมด น้ำตาไหลออกมาเชียรมองย่าขวัญ เห็นแล้วเข้าใจทันทีว่าย่าขวัญเจ็บปวดแค่ไหน รีบเข้าไปประคองพร้อมกับจับมือไว้
“กลับกันไปก่อน ฉันขอร้อง”
อลงกรณ์ไหว้ลาย่าขวัญ แล้วพาศักดิ์ออกไป โอมก็ไหว้ลานิดหน่อย ทั้งศักดิ์และโอมต่างก็มองไม้อย่าง
แค้นใจไม้เดินเข้ามาหาเป็ดปุ๊ก
“ผมแค่ไม่อยากให้พวกเขา...”
เป็ดปุ๊กยกมือห้ามไม่ให้ไม้พูดต่อ แล้วก็เดินออกจากบ้านย่าขวัญไป

เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้านย่าขวัญ จะไปที่ประตูรั้วไม้ตามออกมา
“คุณเป็ด เดี๋ยวครับ”
เป็ดปุ๊กหยุด
“โกรธผมเหรอ”
เป็ดปุ๊กนิ่งๆ
“ผมรู้ว่าไม่ควรจะมีเรื่องกับอา แต่ผมทนไม่ได้ที่เขามาเซ้าซี้กับย่า ทำให้ย่าต้องทุกข์ใจ”
เป็ดปุ๊กไม่ตอบ
“ก็ได้ ผมจะพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”
เป็ดปุ๊กยังนิ่งอยู่
“ทำไมล่ะ ยังมีปัญหาอะไรอีกเหรอ”
“มันไม่สำคัญหรอก”
“เรื่องอะไรที่ว่าไม่สำคัญ”
“ฉันจะกลับแล้ว”
ไม้เดินมาดักข้างหน้า
“คุณโกรธอะไรผมอีก ผมทำอะไรผิดเหรอถ้าคุณไม่บอก แล้วผมจะไถ่โทษได้ยังไง ขอร้องนะ”
“จริงๆฉันก็ไม่คิดจะใส่ใจหรอก แต่ถ้านายอยากรู้ จะบอกให้ก็ได้”
เป็ดปุ๊กเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดภาพที่ได้รับจาก mms แล้วหันโทรศัพท์ให้ไม้ดูไม้ก้มมาดูใกล้ๆ
ภาพเขากับแก้วอยู่ในโทรศัพท์ไม้ตกตะลึง
“อะไรเนี่ย ผมไม่รู้เรื่องเลย คุณไปเอามาจากไหน”
“แก้วเขาส่งผลงานของนายมาให้ฉันดู อยากได้ไว้เป็นระลึกไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งต่อให้นายละกัน”
เป็ดปุ๊กจะเดินออกจากบ้านไม้ยังขยับมาขวาง
“เดี๋ยวซิคุณ ฟังผมอธิบายก่อน”
เป็ดปุ๊กหันมา
“ฝากนายพาพ่อไปส่งบ้านด้วย ฉันกลับแล้ว”

เป็ดปุ๊กเดินออกจากบ้านย่าไปเลย ไม้รู้ว่าไม่มีทางรั้งเธอไว้ได้อีก

ย่าขวัญกับเชียรนั่งคุยกันอยู่เชียรกุมมือย่าขวัญปลอบใจ ย่าขวัญเช็ดน้ำตาตัวเอง

“ผมเองก็เพิ่งเจอเหมือนกับที่คุณย่าเจอ ลูกชายจะมาขอให้ผมโอนบ้านกับที่ดินให้เขา”
“แต่เขาคงไม่ใจร้ายเหมือนลูกฉันมั้ง”
“อะไรกันครับ เขาประกาศตัดพ่อตัดลูกกับผมเลย”
ย่าขวัญหันมามองเชียร รู้สึกสงสาร ดึงมือตัวเองออก แล้วกลับมากุมมือปลอบใจให้เชียร
“บางทีมันก็รู้สึกแย่นะ ที่คนที่เรารักมาก กลับไม่เคยเข้าใจเรา แล้วเราต้องกลายเป็นคนที่เขาเกลียดที่สุด”
ย่าขวัญปล่อยมือจากเชียร ทั้งคู่ต่างก็อยู่ในห้วงทุกข์
“แล้วถ้าเราให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ อะไรมันจะดีขึ้นไหมครับ”
“ฉันกลัวว่า...มันจะกลับเป็นการทำลายเขาน่ะซิ”
เชียรอึ้งไป สิ่งนี้คือสิ่งที่เขากลัว เขาจึงไม่ยอมให้ทุกอย่างกับไก่กุ๊ก
“อย่างน้อย เราจะมีทางออกบ้างนะครับ”
ไม้กลับเข้ามาในบ้าน
“คุณเป็ดขอตัวกลับก่อน แก เอ่อ เหมือนไม่ค่อยสบาย ให้ผมเป็นคนไปส่งคุณเชียรที่บ้าน”
เชียรพยักหน้ารับไม้มองย่านิ่งนิดหน่อย แล้วเข้ามานั่งที่พื้นตรงหน้าย่าขวัญ แล้วกราบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม้ขอโทษนะครับย่า ที่ไม้ทำให้ย่าทุกข์ใจ”
“อย่าทำแบบนี้อีกนะลูก ปัญหาของย่า ย่าต้องแก้ไขเอง”ย่าขวัญลูบหัวไม้
“แต่ว่า...ไม้...สงสารย่า”
“ไม้สร้างศัตรูไว้มาก ไม้เองจะเดือดร้อนรู้ไหม นั่นน่ะ จะยิ่งทำให้ย่าเป็นทุกข์มากกว่า”
ไม้พยักหน้ารับ แล้วก้มลงกับตักย่า เอามือย่าแนบแก้มตัวเองไว้

ในห้องรับแขกบ้านหทัย...ศักดิ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“เป็นเพราะไอ้ไม้คนเดียว ทำทุกอย่างพังหมด ทำเป็นอ้างย่าโง้นงี้จริงๆก็มันนี่แหละที่อยากได้ที่ของย่า ถึงได้ขวางพวกเราทุกทาง”
“แล้วเรื่องที่คุณเล่าให้ผมฟังล่ะ ที่ว่าแม่คุณจะยกที่ให้วัดอะไรนั่นน่ะ”
“คนแก่ก็พูดไปอย่างนั้นแหละครับ สุดท้ายก็ยอมเพื่อลูกกันทุกคน แม่น่ะเกือบจะเห็นด้วยกับโครงการของคุณอยู่แล้ว ถ้าไอ้ไม้มันไม่ขัดขวางเราซะก่อน นึกแล้วอยากฆ่ามันจริงๆ มันตายไปสักคนทุกอย่างจะง่ายขึ้นอีกเยอะ”
“ผมว่าเราค่อยๆคิดดีกว่า บางทีเราอาจจะเจรจากับคุณย่า ให้ไอ้ไม้มีหุ้นส่วนกับเราด้วย”
“อะไรนะ ผมเกลียดมันขนาดนี้ คุณยังจะลากมันเข้ามาเป็นหุ้นส่วนงั้นเหรอ”ศักดิ์ชะงัก
“แล้วอย่างนั้นเราจะได้ที่ดินมาได้ยังไง”
“ก็ต้องรอให้แม่ผมตายก่อน”
“แล้วไม่คิดเหรอว่าแม่คุณจะทำพินัยกรรมไว้ เขาอาจจะยกที่ให้ไอ้ไม้ทั้งหมดจริงๆก็ได้”
“โธ่เอ๊ยพ่อ คนตายไปแล้วจะมีปัญหากับเราได้ไง พินัยกรรมน่ะเขียนได้ ก็แก้ได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะให้แกตายเมื่อไหร่มากกว่าจะเอาพรุ่งนี้เลยไหมล่ะ”โอมแทรกขึ้น
“หลานชาย คนที่พูดถึงน่ะ แม่อานะ อาว่าปล่อยให้แกไปตามธรรมชาติดีกว่า”ศักดิ์มองหน้าโอม
“งั้นก็มีคนเดียวที่ต้องตาย...ไอ้ไม้”
หทัยลงจากรถ แล้วปิดประตูรถมองเห็นรถของศักดิ์จอดอยู่ ก็นึกแปลกใจ
“รถใคร”
หทัยเดินเข้าไปในบ้านแล้วชะงักเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มอลงกรณ์คุยกัน
“ผมเองก็ทนมันไม่ไหวแล้ว มันเป็นแค่ไอ้ลูกคนสวน แต่มาทำเป็นกร่าง มันได้ทุกอย่างไปหมด พวกเรากลายเป็นหมาไปเลย”
“อาก็เห็นด้วยกับหลานชายนะ ถ้าจะมีใครตาย ก็คือมันนั่นแหละไอ้ไม้สมควรตายมากที่สุด”
หทัยตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น
“ว่าแต่ใครจะจัดการมันล่ะ คุณกรณ์คุณก็กว้างขวางไม่ใช่เหรอน่าจะรู้จักพวกมือปืนรับจ้างบ้าง”
“ผมเป็นนักธุรกิจครับ ไม่ใช่นักเลงที่ไหน เรื่องนี้นะ ผมยังว่าเราน่าจะ...”
“ให้ผมจัดการก็ได้ เด็กผมมี”โอมขัดขึ้นทันที
หทัยแอบมองไปที่โอม รู้สึกตกใจ
“เด็กอะไรที่ไหนโอม ไม่เอาหรอก ค่อยๆแก้ปัญหาดีกว่า” อลงกรณ์แย้ง
“พ่อกลัวอะไร ทุกวันนี้เขาจ้างยิงหัวกันทุกวัน เคยจับได้บ้างไหม”
“เอางี้ ให้มันเป็นวิธีสุดท้ายละกัน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้จริงๆ ค่อยคิดถึงเรื่องนั้น”อลงกรณ์ตัดบท
หทัยไม่สบายใจเลย

หทัยนอนอยู่บนเตียง กำลังคิดอะไรอยู่อลงกรณ์ออกมาจากห้องน้ำ เดินมานั่งลงที่เตียง
“วันนี้เป็นไงบ้างคะ”
“วันนี้เหรอ วันนี้ลูกชายคุณทำทุกอย่างพังหมด”
“ยังไงคะ”
“ผมไปคุยกับคุณย่า”
“หทัยบอกแล้ว...”
“นี่มันงานผม บอกแล้วไงว่าคุณไม่เกี่ยว”
หทัยหยุดพูด
“ทุกอย่างกำลังเดินไปด้วยดี คุณย่ากำลังจะเห็นด้วยกับโครงการของผมอยู่ดีๆ ลูกคุณก็โผล่เข้ามา แล้วหาเรื่องทะเลาะกับพวกเราเราเลยต้องกลับ งานไปไม่ถึงไหน”
“โอมไปด้วยใช่ไหมคะ แล้วเขาไม่มีเรื่องกับไม้เหรอ”
“ไม้มันไปทะเลาะกับอามันแทน แต่โอมก็ไม่พอใจเหมือนกัน”
“ฉันคงไม่ห้ามให้คุณเลิกคิดเรื่องนี้หรอก แต่อยากฝากให้คุณดูแลลูกโอมด้วย อย่าให้เขาทำอะไรเลยเถิด”
“มันจะทำอะไร้”อลงกรณ์พูดปัดๆ
“หทัยกลัวลูกจะทำอะไรผิดๆ ถึงยังไง โอมก็คือลูกของหทัยหทัยรักลูก แล้วก็คิดว่าคุณก็รักลูกไม่น้อยกว่าหทัย ถ้าลูกโอมเดินทางผิด เราทั้งสองคน จะเสียใจไปตลอดชีวิต”
อลงกรณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ผมรู้หรอกน่า อะไรควรไม่ควร”
อลงกรณ์ล้มตัวลงนอน แต่ตัวเขาเอง ก็อดห่วงไม่ได้เหมือนกัน

เชียรเคาะประตูห้องนอนเป็ดปุ๊ก
“เป็ด เป็ดปุ๊ก หลับหรือยังลูก”
เชียรเคาะประตูอีกครั้ง
“เป็ดปุ๊ก”
ประตูห้องนอนเป็ดปุ๊กเปิดแง้มออกมา เป็ดปุ๊กยืนอยู่หลังประตู
“กลับมาแล้วเหรอ”
“อืม ดึกหน่อย ได้คุยกับคุณย่าก็สบายใจขึ้น”
“ดีใจด้วยค่ะ”
“แล้วเป็ดเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ กำลังจะนอน”
“ไม้บอกว่าเป็ดไม่ค่อยสบาย” เชียรยื่นมือเข้ามา เอามือแตะหน้าผาก “ตัวไม่ร้อนนี่”
“เอ่อ กินยาแล้ว ยามันก็ออกฤทธิ์ไงคะ”
“เออดี งั้นก็พักผ่อนนะลูก นอนซะ”
“ค่ะ”
เป็ดปุ๊กปิดประตู เชียรแยกไปห้องนอนของตน

เป็ดปุ๊กเดินกลับมานั่งลงบนเตียง แล้วเอนตัวลงนอนลืมตาโพลงมองเพดานอยู่อย่างนั้น ในใจมีแต่ความรู้สึกสับสน ในเรื่องของไม้กับแก้ว ภาพถ่ายนั้นมันวนเวียนอยู่ในใจเธอตลอดเวลา

เช้าวันรุ่งขึ้น...เป็ดปุ๊กขับรถมาอยู่ในอาการเหม่อๆ ขับรถไปเรื่อยๆแล้วทันใด ไม้ก็ลงมายืนขวางหน้าบนถนน เป็ดปุ๊กเหยียบเบรกทันทีไม้เดินมาข้างรถฝั่งข้างคนขับ เปิดประตูรถ
“จะบ้าเหรอ มาขวางแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็ตายหรอก”
“ผมขอติดรถไปด้วย”
“ไปไหน”
“คุณจะไปทำงานใช่ไหม”
“ใช่”เป็ดปุ๊กพยักหน้า
“ผมจะไปแถวออฟฟิศคุณนั่นแหละ จะไปซื้อของ”
“รถนายก็มี”
“ไม่เคยได้ยินเหรอ...ไปทางเดียวกัน อาศัยไปด้วยกัน ช่วยชาติประหยัดหน่อยซิคุณ”
ไม้เข้ามานั่งในรถ แล้วปิดประตูเป็ดปุ๊กมองนึกโกรธ
“ไล่ก็ไม่ลงใช่ไหม”
“อืม ต้องทั้งฉุดทั้งลากเลยล่ะ”
“น่าเบื่อ”

เป็ดปุ๊กหงุดหงิด ขับรถออกไป ไม้ทำเป็นมองไปข้างนอก แต่จริงๆแอบยิ้ม

รถของเป็ดปุ๊กแล่นมาตามถนน กำลังจะเลี้ยวเข้าในตึก ไม้รีบบอก

“จอดตรงนี้ล่ะครับ”
“ไม่เข้าไปในตึกก่อนล่ะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ ลงนี่สะดวกกว่า”
“ตามใจ”
เป็ดปุ๊กเลี้ยวเข้าไปแล้วจอด ไม้เปิดประตูลงจากรถหันมา
“ขอบคุณนะครับ”
ไม้ปิดประตู แล้วเดินไปเป็ดปุ๊กมองตามไปนิดหน่อย แล้วเคลื่อนรถเข้าไปในตัวตึก

เป็ดปุ๊กเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาแล้วต้องชะงักนิดหน่อยแก้วนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมองมาเป็ดปุ๊กหลบตา ทำเป็นไม่สนใจ เดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองกุ้งกับอ้อมที่อยู่ด้วยในห้อง มองเป็ดปุ๊กแล้วมองแก้ว แล้วหันมามองกัน รู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นเป็ดปุ๊กนั่งลงที่เก้าอี้
“นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงาน”
เป็ดปุ๊กนิ่งอยู่ยังไม่ตอบอะไร
“ความจริงถ้ายังไม่สบายใจ จะลาหยุดก็ได้นะ”
“ฉันจะไม่สบายใจเรื่องอะไร”เป็ดปุ๊กหันมา
“ก็เรื่องที่รู้ว่า...ถูกผู้ชายหลอกน่ะซิ”
เป็ดปุ๊กชะงักไปนิดหน่อย
“บังเอิญฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ ฉันเป็นห่วงงานจะเสียมากกว่าถ้าไม่มา”
แก้วลุกขึ้น แล้วเดินมาหาเป็ดปุ๊ก
“ไม่เอาน่าเป็ด อย่าหลอกตัวเองเลย ถ้าทู่ซี้ทำงานทั้งๆที่สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันจะยิ่งทำให้งานเสียมากกว่านะ”
เป็ดปุ๊กลุกขึ้น หันมาเผชิญหน้ากับแก้ว
“จะบอกให้นะแก้ว ฉันอาจจะเคยรู้สึกดีกับไม้ แต่ฉันก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขา เขาจะเลือกคบหากับใคร ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เพราะฉะนั้น เรื่องระหว่างเธอกับเขาน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับสติสตังของฉันหรอก”
แก้วอึ้งไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยอมแพ้
“เธอนี่หญิงแกร่งจริงๆเลย ใจแข็งไม่เคยเปลี่ยนแปลง งั้นฉันก็สบายใจได้ ถ้าฉันกับคุณไม้จะลงเอยกันในที่สุด ฉันก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนรักของฉันต้องเจ็บปวดนัก”
“อดีตเพื่อนต่างหาก” เป็ดปุ๊กหันกลับ แล้วนั่งลง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอทำงานก่อน”
แก้วเดินมาด้านหน้าเป็ดปุ๊ก แล้วหันมาหา
“ฉันยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธออีก ไหนๆเธอก็ยินดีหลีกทางให้ฉันแล้ว ฉันอยากให้เธอช่วยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวคุณไม้หน่อย ฉันจะได้ดูแลเขาถูก อย่าง อาหารโปรดของเขา เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่ หนังที่ชอบดู”
ทันใดนั้นเสียงไม้ดังขึ้น
“แล้วชอบสีอะไรด้วย”
แก้วชะงักหันกลับไปมอง เป็ดปุ๊ก และคนอื่นในห้องก็มองไปที่ประตูไม้ยืนอยู่
“คุณไม้”แก้วดีใจ
แก้วจะเดินเข้ามาหาแต่ไม้ยกมือห้ามไว้ แล้วเดินเข้ามาหาเองเป็ดปุ๊กยังงงๆที่ไม้เข้ามาในห้องไม้มองหน้าแก้ว
“ถ้าคุณเป็นผม จะไม่ดีใจที่ได้เจอผม”
“ยังไงเหรอคะ”แก้วยิ้มแหยๆ
“คุณทำลายชื่อเสียงผม ด้วยไอ้รูปบ้าๆนั่น”
“แต่รูปนั่นมันจริงนี่คะ คุณไม้กับแก้ว...”
“ผมแค่ไปจัดสวนในห้องน้ำให้คุณ มันก็เท่านั้น รูปที่คุณถ่ายจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย” ไม้แรงขึ้น “ใช่ไหม พูดความจริงออกมา ผมกับคุณไม่มีอะไรกัน ผมไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวคุณ แม้แต่ปลายนิ้วก้อย ก็ไม่เคยสะกิดถูกคุณ” ไม้ยกนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วตะคอก “ใช่ไหม พูดซิ”
แก้วสะดุ้ง
“ใช่ๆ”
ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก ผายมือเป็นเชิงบอกว่า ได้ยินหรือยังแก้วยังไม่ยอม
“แต่วันนึง เราอาจจะถูกเนื้อต้องตัวกันก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ”
ไม้หันขวับมาทันที
“ไม่ ไม่มีทางจะมีวันนั้น เพราะผมไม่ได้ชอบคุณ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย”
“ทำไมรีบพูดแบบนี้ล่ะคะ เรายังไม่รู้จักกันดีพอเลย”
“ไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกครับ ผมไม่มีวันจะชอบผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้ว เพราะในใจผม” ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก “มีเธอคนนั้นคนเดียว”
เป็ดปุ๊กอึ้งๆ เริ่มรู้สึกอาย เหลือบมองคนอื่นๆในห้อง
“คุณเป็ดปุ๊ก ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงคุณ ที่ผมขอติดรถคุณมาเนี่ย ผมไม่ได้จะมาซื้ออะไรหรอก แต่ตั้งใจจะมาที่นี่ มาบอกให้คุณรู้ว่า ความจริงมันเป็นยังไง และผมอยากให้คุณ...เข้าใจผม”
เป็ดปุ๊กยิ้มออกมา แล้วพยักหน้า
“ฉันเข้าใจแล้ว”
ไม้ยิ้มให้เป็ดปุ๊ก สองคนมองตากันกุ้งกับอ้อมตบมือกันใหญ่แก้วหงุดหงิดเดินออกจากห้องไปเลย

โอมนั่งอยู่ในห้องทำงาน ในมือถือนิตยสารเกี่ยวกับปืน โอมพลิกดูไปเรื่อยๆครู่หนึ่ง มีเสียงเคาะประตู แล้วหทัยก็เปิดประตูเข้ามามองไปที่หนังสือปืนในมือโอมหทัยรู้สึกไม่สบายใจ
“โอม แม่อยากคุยกับลูกหน่อย”
โอมปิดหนังสือแต่ยังถือไว้
“เรื่องอะไรครับ”
“เรื่องธุรกิจที่ลูกกับพ่อคิดจะทำกันน่ะซิ แม่อยากให้ลูกใจเย็นๆบางทีอะไรมันก็ไม่ได้ดังใจเราเสมอไป”
“ธุรกิจอะไรเหรอแม่ พูดให้ชัดๆเลยดีกว่า”
“ที่ลูกกับพ่อ กำลังจะทำกับคุณศักดิ์น่ะ”
“อ๋อ โครงการหมู่บ้านจัดสรรบนที่ดินของอีแก่นั่น”
หทัยหยุดนิดหน่อย นึกไม่ชอบ แต่ยังไม่อยากให้มีปัญหา
“ย่าขวัญไม่มีวันยอมยกที่ดินให้คุณศักดิ์ แม่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเปล่า บางทีถ้าลูกกับพ่อจะไปหาที่ดินแปลงใหม่...”
“ผมกับพ่อก็แค่พยายามทำมาหากิน เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอด ไม่ต้องอดตาย เพราะบังเอิญผมไม่มีบุพการีที่เมตตาทิ้งมรดกที่ดินไว้ให้ผม เหมือนไอ้ไม้นั่น”โอมขัดขึ้น
“ไม้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”
โอมลุกขึ้นโมโห
“เกี่ยวซิครับ ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าไม่มีมัน ผมกับพ่อก็คงไม่ต้องมาลำบากดิ้นรนอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่มีมันที่ดินทั้งหมดของแม่ก็ต้องเป็นของผม ถ้าไม่มีมัน หมู่บ้านนี้ก็คือหมู่บ้านของผม”
“แม่อยากให้ลูกเข้าใจแม่”หทัยพยายามอ่อนลง
“แล้วแม่เคยเข้าใจผมบ้างไหม เคยคิดไหมว่าผมรู้สึกยังไง ที่ต้องกลายเป็นลูกนอกคอก”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น”
“ผมยอมรับว่าไอ้ไม้ก็เป็นลูกของแม่ แต่แม่ไม่ยุติธรรม แม่แคร์แต่ไอ้ไม้ แต่ไม่เคยคิดถึงผม แม่รักลูกไม่เท่ากัน”
“ไม่จริงนะโอม”
“ผมไม่สนแล้วแม่ ผมจะทำในสิ่งที่ต้องทำ แม่เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว บางทีเรื่องที่มันอาจจะจบง่ายๆได้ ถ้าไอ้ไม้มันตายไปสักคน”
พูดเสร็จ โอมก็เดินโกรธๆออกไปพร้อมกับหนังสือในมือ
“โอม เดี๋ยวก่อน มาคุยกับแม่ก่อน”
หทัยทรุดนั่งลง รู้สึกแย่มากๆ

ภูมิตรวจซ่อมเครื่องยนต์อยู่ในอู่ของพ่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของภูมิดังขึ้นภูมิหยิบมากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โอม
“ครับพี่”
โอมกำลังขับรถอยู่ พูดโทรศัพท์ผ่านบลูทูธวิทยุรถยนต์
“อยากเจอแกหน่อย มีงานให้ทำ”
“งานอะไรครับพี่”
“ไอ้ไม้ ฉันทนมันไม่ไหวแล้ว ก็อย่างที่เราเคยคุยกันไว้ไง”
ภูมินิ่งไปนิดหน่อย แล้วตัดสินใจปฏิเสธ
“พี่ครับ ช่วงนี้ผมยังไม่อยากทำอะไร เรื่องเก่าตำรวจยังตามกวนผมอยู่”
“อะไรวะ แล้วมึงกลัวเหรอ กูจ่ายมึงไปเยอะแล้วนะเว๊ย แล้วไม่ห่วงพี่สาวมึงจะตกงานเหรอ”
“พี่ผมไม่เกี่ยวนะครับ”
“ถ้ามึงไม่ทำงานให้ กูจะให้พี่มึงออก”
ภูมิอึดอัด
“เอางี้ละกันครับ ผมขอเช็คอะไรให้แน่ใจหน่อย แล้วผมจะติดต่อพี่กลับไป"
“ฉันต้องการคำตอบภายในวันนี้”
“ครับ ภายในวันนี้”
ภูมิกดวางสาย คิดเครียดไป

ตั๊กแตนกำลังกวาดใบไม้ที่หน้าบ้านครู่หนึ่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอล้วงกระเป๋ากางเกง เอาโทรศัพท์ออกมา แล้วดูที่หน้าจอ นึกดีใจ รีบกดรับสาย
“ว่าไงพี่ภูมิ...อยู่บ้านย่า...ย่าไม่อยู่ สงสัยจะไปตลาด...” ตั๊กแตนยิ้มอายๆขึ้นมา “เหรอ แตนก็คิดถึงพี่ภูมิ....อยากเจอซิ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่ดีล่ะ...เดี๋ยวนี้เหรอ ได้ ที่ไหนล่ะ...งั้นแตนจะรอพี่ภูมินะ จ้ะ เดี๋ยวเจอกัน”
ตั๊กแตนกดวางสาย รู้สึกดีใจ แล้วก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง
“ชุดนี้ซิ่งไม่พอ”
ตั๊กแตนวิ่งกลับเข้าไปในบ้านย่าขวัญ

ค่ำนั้น ฝ้ายกับดำกำลังเก็บร้าน
“ตกกลงรู้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ไม้ อยู่ดีๆเขาก็จะเลี้ยงหมูกระทะเราเนี่ย” ดำถามอย่างสงสัย
“ฉันก็เห็นเหมือนแกนั่นแหละ เขาหายไปทั้งวัน เย็นกลับมาก็ยิ้มหน้าระรื่น แถมหิ้วของอะไรก็ไม่รู้พะรุงพะรังกลับมาด้วย ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก ได้แต่ไล่ให้เก็บร้าน”
“หรือว่าจะได้ลูกค้ารายใหญ่”
“ฉันว่าน่าจะถูกหวยมากกว่า”
“วันนี้หวยออกที่ไหนล่ะ แล้วพี่ไม้เขาก็ไม่ชอบเล่นด้วย ฉันซื้อยังโดนด่าเลย”
ขาดคำฝ้ายก็ชะงัก
“ต้นเหตุที่ทำให้พี่ไม้ระรื่นระริก อาจจะกำลังเข้ามาในร้านเราก็ได้”
ดำงง แล้วมองตามที่ฝ้ายมองเป็ดปุ๊กลงจากรถที่จอดหน้าร้าน หิ้วถุงขนมมาด้วย 2-3 ถุง แล้วเดินเข้ามาในร้านเป็ดปุ๊กยิ้มแย้มแจ่มใส
“สวัสดีจ้ะ ฝ้าย ดำ”
“สวัสดีค่ะคุณเป็ด หิ้วอะไรมาด้วยคะนั่น”
“ขนมจ้ะ เอามาฝาก”
“โอ้โห หลายถุงเลย”ดำดีใจ
เป็ดปุ๊กส่งให้ถุงเดียว
“ถุงนี้ของพวกเธอ ที่เหลือนี่จะเอามาให้ไม้เขา”
“พอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะค่ะ”ฝ้ายรับขนมมา
“แล้วนี่...เขาไปไหนล่ะกลับมาหรือยัง”เป็ดปุ๊กมองหา
“กลับตั้งแต่ตอนเย็นแล้วค่ะ พอมาถึงก็เข้าไปที่บ้านเลยค่ะ”
“จะให้ผมไปตามให้ไหมครับ”
“อ๋อ ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปหาเขาเอง”
เป็ดปุ๊กเดินไปทางหลังร้าน
“คุณเป็ดก็ระรื่น พี่ไม้ก็ระริก แบบนี้สงสัยจะยาว แล้วเราจะยังได้กินหมูกระทะไหมเนี่ย” ดำบ่นๆ
“สงสัยอาจจะอด ไม่เป็นไร เพื่อความสุขของพี่ไม้ ฝ้ายยอมทน” ฝ้ายทำตาเคลิ้ม

เป็ดปุ๊กหิ้วถุงขนมเดินเข้ามาถึงโคนต้นไม้ แล้วมองขึ้นไป มีเสียงกึกกักดังลงมา
“ไม้ นายไม้ อยู่ข้างบนหรือเปล่า”
เสียงไม้ดังลงมา
“อยู่ครับ กำลังจัดบ้านนิดหน่อย เดี๋ยวผมลงไป”
เป็ดปุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย แล้วพูดเบาๆกับตัวเอง
“ไม่ต้องลงมาหรอก”

เป็ดปุ๊กยิ้มๆ แล้วปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้
 
อ่านต่อหน้า 3

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)

เป็ดปุ๊กขึ้นมาบนบ้านต้นไม้
 
เห็นไม้เดินมาตอกตะปูที่ขอบหน้าต่าง หันหลังให้เขาตอกตะปูเสร็จ ก็หยิบผ้าม่านสีสดใสมาขึงที่หน้าต่างตะโกนลงไป
“อีกแป๊บนะครับ เกือบเสร็จแล้ว”
“ฉันขึ้นมาแล้วล่ะ”
ไม้สะดุ้งหันมา ปล่อยให้ม่านห้อยตกลงด้านหนึ่ง
“โธ่ คุณเป็ด รีบขึ้นมาทำไมล่ะครับ กะว่าจะให้ประหลาดใจสักหน่อย”
“แค่นี้ก็ประหลาดใจแล้วล่ะ แต่ดูไม่ค่อยเข้ากับนายเท่าไหร่”
“ก็ผมไม่ได้ทำไว้ให้ตัวเองนี่ครับ”
ไม้มองเป็ดปุ๊ก ทั้งสองสบตากันอึ้งไปนิดหน่อย เป็ดปุ๊กเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันเอาขนมมาฝากนาย”
เธอส่งถุงขนมให้ เขารับมาแล้วยกถุงข้างในออกมาดู
“ของโปรดผมทั้งนั้นเลยจำได้ด้วยเหรอครับ”
“จำได้ซิ แล้วก็ ขอบคุณที่วันนี้นายช่วยกู้หน้าฉันด้วย”
“ผมตั้งใจจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว”
“ทำไมเหรอ กลัวฉันจะโกรธนายหรือไง”
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผมไม่อยากให้คุณต้องถูกเขาดูถูก ถูกเยาะเย้ย ทำให้ต้องอายคนดีอย่างคุณมีแต่ควรทะนุถนอม ควร...ให้ความรัก”
เป็ดปุ๊กอึ้งไป มองหน้าเขา ไม้ก็มองเธอตอบ สองคนสบตากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วไม้ก็หันไปเอาถุงวางลงบนโต๊ะใกล้ๆ แล้วหันกลับมา ยื่นมือไป แล้วจับมือเป็ดปุ๊กขึ้นมา
“คุณเป็ด ผมรู้ว่าผมอาจไม่ดีพอสำหรับคุณ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณมีค่าที่สุดสำหรับผม”
“นายนี่ ชอบดูถูกตัวเองเสมอเลย รู้ไว้ด้วยนะ นายเองก็สำคัญสำหรับฉันตอนฉันตัดสินใจย้ายมาที่นี่ เพราะฉันรู้สึกดี ที่เห็นต้นไม้ร่มครึ้ม ฉันคิดว่าที่นี่จะต้องทำให้ฉันกับพ่อมีความสุข มีร่มเงาไม้ให้ได้พักพิง แต่เมื่อได้มาอยู่จริงๆ ฉันก็รู้ว่าที่นี่ให้ฉันได้มากกว่านั้น ฉันได้พบกับผู้คนดีๆมากมาย โดยเฉพาะนาย...ไม้”
ไม้ยิ้ม แล้วยกมือของเป็ดปุ๊กขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง
“ผมสัญญานะครับคุณเป็ด ผมพร้อมจะเป็นต้นไม้ ให้คุณได้พักพิง ตลอดไป ถ้าคุณต้องการ”
เป็ดปุ๊กยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้ารับไม้มองเป็ดปุ๊กนิ่งครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆโน้มหัวลงมา เป็ดปุ๊กก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของทั้งสองใกล้กันเข้ามาทุกที ริมฝีปากของไม้ใกล้จะสัมผัสกับริมฝีปากเป็ดปุ๊กแล้วทันใดนั้นเสียงของฝ้ายก็ดังเข้ามา
“พี่ไม้ อยู่หรือเปล่า พี่ไม้”
ไม้ชะงัก สีหน้าแสดงอาการเบื่อสุดๆเป็ดปุ๊กแอบขำ ไม้เดินไปชะโงกหน้าลงไปข้างล่าง
“มีอะไร”
ฝ้ายยืนมองขึ้นมาข้างบน
“คุณย่าให้มาตามพี่น่ะค่ะ มีเรื่องด่วน”
ไม้แปลกใจ

ไม้กับเป็ดปุ๊ก อยู่กับย่าขวัญในบ้านไม้ถือกระดาษแผ่นหนึ่ง เขาอ่านข้อความในกระดาษ
“แตนขอไปธุระกับพี่ภูมิแป๊บนึงนะย่า กลับไม่ดึกหรอก...ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”
“ย่าก็ไม่รู้ กลับเข้ามาก็ไม่เห็นแล้ว เห็นแต่จดหมายนั่นอยู่บนโต๊ะ”
“เขามารับแตนที่นี่เหรอคะ”เป็ดปุ๊กแปลกใจ
“ก็น่าจะอย่างนั้น”
“กล้าจริงๆนะไอ้ภูมิ มาเหยียบจมูกกันถึงบ้าน”ไม้โมโห
เป็ดปุ๊กมองไม้ แล้วขมวดคิ้วให้สัญญาณ พร้อมกับพยักหน้าไปทางย่าขวัญ ไม้มองไปที่ย่า เห็นย่าขวัญมีสีหน้าไม่สบายใจ
“ไม่ต้องไปห่วงมันหรอกย่า มันบอกแล้วนี่ว่ากลับไม่ดึก”
“จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง แตนมันไม่แน่ว่า ภูมิยังสงสัยอยู่หรือเปล่าว่าแตนเป็นพยานให้ตำรวจ เรื่องที่สงสัยว่ามันเข้าบ้านหนูเป็ดน่ะ”
“ก็ในเมื่อรู้ว่าเขายังสงสัยอยู่แล้วไปกับเขาทำไม”
“เด็กมันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่คิดอะไรให้รอบคอบ ย่ากลัวว่า ภูมิมันจะทำอะไรแตนหรือเปล่า”
“ลองโทรหาแตนดูซิคะ” เป็ดปุ๊กแนะ

ไม้เดินออกมาที่หน้าบ้าน กดเบอร์โทรที่โทรศัพท์ แล้วถือหูรอ เป็ดปุ๊กกับย่าขวัญเดินตามออกมาด้วย
ครู่หนึ่ง ไม้พูดโทรศัพท์
“แตนเหรอ นี่พี่ไม้นะ อยู่ที่ไหนเนี่ย...รู้แล้วว่าอยู่กับภูมิ แล้วไปกับเขาทำไม เขาสงสัยเราอยู่ไม่ใช่เหรอ...เลิกสงสัยแล้ว เขาบอกเหรอ...อ้าว แล้วเรารู้ได้ยังไง...เขายังไม่พูดถึง มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สงสัย...เอางี้ดีกว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน...พี่จะได้ไปหาไง เราน่ะอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้...เดี๋ยว บอกพี่ก่อน ภูมิเขาจะพาเราไปไหน...แตน แตน”
เสียงสัญญาณสายหลุดไม้กดเบอร์โทรใหม่ แล้วถือหูรอฟัง มีเสียงสัญญาณติดแล้ว แต่ถูกดตัดสาย กลายเป็นสายไม่ว่างไม้หงุดหงิด
“ดูมันทำ”
“แตนมันว่ายังไง” ย่าขวัญถามอย่างเป็นห่วง
“มันบอกว่าภูมิไม่ได้พูดถึงเรื่องตำรวจ แสดงว่าไม่ได้สงสัยเรื่องนั้น คิดเองเออเองไปหมด มันอาจยังไม่มีโอกาสถามก็ได้ แล้วพอจะถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ก็วางสายไปเฉยๆ โทรไปใหม่ก็ตัดสายไม้ทิ้ง มันน่าโมโหไหมล่ะย่า ทำแบบนี้ได้ยังไง”
“โมโหมันแล้วได้อะไรขึ้นมา”
ไม้ชะงัก เหลือบมองเป็ดปุ๊กเห็นเธอมองเขาอยู่ ไม้พูดอ่อนลง
“ก็ไม้อุตส่าห์เป็นห่วงมัน”
“เราไปตามหาเขากันไหมล่ะไม้ ใช้รถของฉันก็ได้” เป็ดปุ๊กชวน
“แล้วจะไปตามหาที่ไหน”
“ก็ไปมันทุกที่นั่นแหละ บ้านเพื่อนมัน ที่ๆมันชอบไปอยู่ไปกินน่ะ” ย่าขวัญบอก
ไม้หันมาบอกกับเป็ดปุ๊ก
“หลายที่เลยนะครับ”
“ไม่เป็นไร กี่ที่ฉันไปได้”
ไม้มองเป็ดปุ๊กประทับใจในความปรารถนาดีของเธอแล้วพยักหน้ารับ

ไก่กุ๊กกำลังหาของกินในตู้เย็น
“กลับมาก็รื้อหาแต่ของกิน”
ไก่กุ๊กชะงัก หันไปมอง เห็นเก็จเกยูรยืนอยู่ที่ประตูห้องครัว
“ทำไมไม่หากินข้างนอกซะให้เสร็จๆล่ะ”
“ไม่มีเงิน ไก่ให้เก็จไปหมดแล้ว”
“ก็ให้หัวหน้าเขาเลี้ยงเราบ้างซิเห็นมีแต่ให้ลูกน้องเลี้ยง เป็นหัวหน้าภาษาอะไร”
“เขาเลี้ยงหลายครั้งแล้ว แล้วยังไงเนี่ย ไม่ซื้อของกินเก็บไว้บ้างเลยเหรอ”
“เก็จก็ไม่มีเงิน หมดไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว โน่นไง เหลือไข่อยู่สองฟอง ต้มกินเอาซิ”
ไก่กุ๊กมองไปที่ไข่ไก่สองฟองที่ฝาตู้ แล้วหยิบไข่ทั้งสองฟองออกมา
“จะกินหมดทั้งสองฟองเลยเหรอ แล้วพรุ่งนี้ลูกจะเอาอะไรกิน”
ไก่กุ๊กชะงัก รู้สึกแย่ แล้ววางไข่ทั้งสองฟองลงที่เดิมแล้วก้มลงไปหยิบถ้วยน้ำพริกที่มีน้ำพริกเหลืออยู่
นิดหน่อยออกมา
“งั้นเอาน้ำพริกที่เหลือนี่ คลุกกับข้าวกินก็ได้”
ไก่กุ๊กเดินไปหยิบจานจะตักข้าว
“สมเพชตัวเองบ้างไหม ดูที่ไก่ทำกับครอบครัวตัวเองซิ แทบจะต้องออกไปขอทานเขากินอยู่แล้ว”
“แล้วจะให้ไก่ทำยังไง เงินเดือนก็ได้เท่านี้ ได้มาเท่าไหร่ก็ให้เก็จไว้หมด ได้ติดตัวไปทำงานวันละร้อยเท่านั้นเอง”
“ทำยังไงเหรอ ก็เรื่องบ้านหลังนี้ไง ทำไมไม่มีปัญญาเอามาเป็นของเรา ถ้าเราแบ่งบ้านให้เขาเช่า ก็ยังมีเงินกินเงินใช้ทุกเดือน ไม่ต้องมาอดอยากอยู่แบบนี้หรอก”
“ไก่ก็พูดกับพ่อแล้ว”
“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ ถ้าอยากได้บ้านนี้ต้องทำมากกว่าพูดแล้ว”
“ทำอะไร”
“ทำอะไรล่ะ ใครเป็นเจ้าของบ้านอยู่ล่ะ ถ้าไม่มีมัน บ้านก็ต้องเป็นของไก่ใช่ไหม”
ไก่กุ๊กชะงัก
“เก็จ อย่าบอกนะว่า...”
แก้วโผล่หน้าเข้ามาในครัว
“พี่เก็จ หวัดดี...พี่ไก่ด้วย”
เก็จเกยูรถอนใจหงุดหงิด

เก็จเกยูรกับแก้วเดินออกมาจากครัว มาในห้องรับแขก
“เบื่อไก่จริงๆ ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง”
สองคนเดินมาจนถึงโซฟา เก็จเกยูรหันมาถาม
“แล้วเรื่องของแกเป็นยังไง ใกล้ความจริงหรือยัง”
แก้วนั่งลงที่โซฟา
“เมื่อเช้าเขาไปที่ออฟฟิศ”
“ใคร คุณไม้น่ะเหรอ ไปหาแกถึงออฟฟิศเลยเหรอ”
“ค่ะ เขาไปด่าแก้ว”
“อะไรนะ”เก็จเกยูรชะงักกึก
“ที่แก้วแอบถ่ายรูปเขาอยู่กับแก้ว แล้วส่งไปให้นังเป็ดตามที่พี่แนะนำน่ะ เขาไปด่าแก้ว ว่าทำให้เขาเสียหาย เขาบังคับให้แก้วบอกทุกคนว่า เขาไม่เคยมีอะไรกับแก้ว แม้แต่ปลายนิ้วก้อย ก็ไม่เคยสะกิดถูกตัวแก้ว”
“มันบ้าแล้ว”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ เขาบอกให้แก้วเลิกยุ่งกับเขา เขาไม่ชอบแก้ว แล้วไม่มีวันจะชอบด้วย แล้วบอกยังบอกว่า...เขาชอบใครไม่ได้อีกแล้ว เพราะในใจเขา มีแต่...มัน”
“นังเป็ด”เก็จเกยูรแค้นแทนน้อง
“เขาพูดต่อหน้านังเป็ด พูดต่อหน้าทุกคน เขาทำแบบนี้กับแก้วได้ยังไงพี่ เขาไม่คิดถึงจิตใจแก้วเลย”
แก้วสะอื้นร้องไห้ เก็จเกยูรเข้ามานั่งกอดปลอบ
“ไม่เป็นไรๆ ใจเย็นๆ ช่างมันเหอะ”
แก้วผละออก
“ช่างมันงั้นเหรอพี่ จะให้แก้วยกคุณไม้ให้นังเป็ดมันไปเฉยๆเหรอ แก้วไม่ยอมหรอก”
“ไม่ได้บอกให้ยอมมัน แต่เราต้องค่อยๆคิด ต้องสู้กับมันต้องเอาชนะมันให้ได้ ถ้าเอาชนะไม่ได้ ก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทาง”
แก้วชะงัก หันมามอง
“กำจัด”
“นังเป็ดเนี่ยมันเป็นปัญหาทั้งของพี่ แล้วก็ของแก มันเป็นศัตรูของเรา ทางเดียวที่เราจะอยู่อย่างเป็นสุขได้ ก็ต้องไม่มีมัน”
แก้วฟังเก็จเกยูรแล้วพยักหน้าเห็นด้วยไก่กุ๊กยืนแอบอยู่ที่ทางออกจากครัวได้ยินทุกอย่าง เขารู้สึกไม่สบายใจเลยเสียงโทรศัพท์มือถือของแก้วดังขึ้น ไก่กุ๊กรีบหลบเข้าไปแก้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชะงักนิดหน่อย กดรับสาย แล้วพูดสาย
“โอมเหรอคะ มีอะไรคะ...อยากเจอ แก้วกำลังยุ่งๆน่ะค่ะ คงไปเจอไม่ได้...เรื่องสำคัญอะไรเหรอคะ...อนาคตของคุณกับแก้ว คุณโอมคะ เรื่องของเราน่ะมัน...”
เก็จเกยูรส่ายหน้า แล้วทำปากบอกให้ ไปแก้วงงๆ ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เก็จเกยูรพยักหน้ายืนยัน
“ก็ได้ค่ะ เจอกันที่ไหนคะ”

ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โอมนั่งอยู่ที่โต๊ะ บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่แล้ว 2-3 อย่าง แต่จานของโอมยังไม่ได้ใช้ โอมรอจะกินพร้อมกับแก้วครู่หนึ่ง แก้วเข้ามาในร้าน เดินตรงมาหาโอมลุกขึ้นต้อนรับแล้วผายมือเชิญให้นั่ง
“เชิญครับ”
แก้วนั่งลง
“ผมสั่งของโปรดของคุณมาไว้ให้แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ แล้วทำไมคุณโอมยังไม่ทานล่ะคะ”แก้วมองอาหารบนโต๊ะ
“กินคนเดียวมันจะไปอร่อยอะไร”
แก้วยิ้มขอบคุณ
“ผมดีใจนะ ที่แก้วสละเวลาให้ผม แม้ว่าแก้วจะกำลังมีธุระยุ่ง”
“ก็เห็นคุณโอมบอกว่าเรื่องสำคัญ”
“สำคัญซิครับ สำคัญสำหรับผมมาก เรากินกันไปคุยกันไปดีไหมครับ”
แก้วพยักหน้ารับ แล้วแก้วกับโอมก็เริ่มกินอาหาร
“โลกเรานี่อะไรมันก็ไม่แน่นอนจริงๆนะครับ ผมเคยคิดว่า ตัวเองมีทุกอย่าง แต่แล้ววันนึงกลับไม่เหลืออะไรเลย”
“บางทีเราก็ต้องทำใจนะคะ”
“แต่มันยากมากเลยครับ โดยเฉพาะ ถ้าต้องสูญเสียคนที่เรารัก”
โอมมองแก้วอึ้งๆ
“เรายังเป็นเพื่อนกันได้นี่คะ คุณโอม แก้วว่าอย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า”
“นี่แหละครับ คือเรื่องสำคัญที่ผมจะคุยกับคุณแก้ว”
แก้วอึดอัด ทำท่าจะพูด
“ผมจะบอกว่า เพราะความไม่แน่นอนนี่แหละอีกไม่นาน ทุกอย่างอาจจะกลับมาเป็นของผม”
“ยังไงคะ”แก้วชะงัก
“ผมพอจะรู้มาว่า ไอ้ไม้น่ะมันมีศัตรูเยอะ ถ้ามันตายไป ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นของผม”
“อุ๊ยพูดถึงเรื่องตายทำไมคะ”
“ก็มันจริง มันทำร้ายจิตใจคนไว้มาก คนที่เกลียดมันถึงขนาดที่จะกำจัดมันน่ะ มีอยู่แล้ว”
โอมมองนิ่ง แก้วมองพอจะรู้แล้วว่าคนที่โอมพูดถึง จริงๆก็คือตัวโอมเอง
“ผมถึงไม่อยากให้คุณแก้วด่วนตัดสินใจ อยากให้เผื่อใจไว้ให้ผมบ้าง เพราะถ้าถึงวันนั้น ผมต่างหากที่จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง”
“จริงๆแก้วเองก็ยังมีคุณโอมอยู่ในใจเสมอรู้ไหมคะ เพียงแต่แก้ว...”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น”
“คุณโอมคะ แก้วปรึกษาหน่อย”
“ครับ”
“คนที่คิดจะกำจัดคุณไม้น่ะ เขาจะช่วยแก้วกำจัดคนอีกสักคนได้ไหมคะ”
“ใครครับ”
“นังเป็ดปุ๊กค่ะ”
“คุณเป็ด ทำไมเหรอครับ ถ้าไม่มีไอ้ไม้แล้ว คุณเป็ดก็ไม่เห็นจะสำคัญอะไร”
“มันสำคัญสำหรับครอบครัวแก้วค่ะ มันเป็นศัตรูของพี่สาวแก้วมันขวางทางพี่ของแก้วทุกอย่าง แก้วไม่อยากให้มันอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป”
“กำจัดคุณเป็ดน่ะ ง่ายมากๆครับ ง่ายกว่าจัดการกับไอ้ไม้ซะอีก ได้ครับ ผมจะบอกเขาให้”โอมยิ้ม
แก้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมา ยกขึ้นจะขอชนแก้ว
“สำหรับอนาคตที่สดใส”
โอมยกแก้วขึ้นมา แล้วชนแก้วของแก้ว
“ของเราทั้งสองคน”

ทั้งสองจิบน้ำ ตามองกัน

ไม้กับเป็ดปุ๊กออกตามหาตั๊กแตนตระเวนหาไปทั่วๆ จนมาถึงหน้าซอยเล็กๆ
 
รถยนต์เข้าไม่ได้จึงจอดรถ ทั้งสองลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในซอย...ภายในซอย มีห้องแถวไม้แบ่งให้เช่าปลูกกันเป็นแถว ไม้เข้าไปถามที่บ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านส่ายหน้าปฏิเสธ ไม้กับเป็ดปุ๊กเดินไปอีกบ้านหนึ่ง คนในบ้านก็ไม่รู้เหมือนกัน
ไม้กับเป็ดปุ๊กไปที่ร้านอาหารแบบคาราโอเกะ ครู่หนึ่งก็ออกมาพร้อมกับเจ้าของร้านที่ชี้บอกให้ไปดูอีกที่ในร้านอาหารคาราโอเกะอีกร้าน ไม้เข้ามาในร้านกับเป็ดปุ๊ก แล้วมองไปทั่วๆ มีลูกค้าอยู่โต๊ะสองโต๊ะ แต่ไม่เห็นตั๊กแตนกับภูมิ
เป็ดปุ๊กขับไปที่อื่นอีก รถแล่นผ่านกลุ่มวัยรุ่นที่จอดมอเตอร์ไซค์คุยกันอยู่ ไม้สะกิดให้เป็ดปุ๊กจอด ไม้ลงจากรถ มองกลับไปที่กลุ่มวัยรุ่นแต่ไม่มีตั๊กแตนกับภูมิ ไม้กลับเข้ามานั่งในรถ ไม่สบายใจ แล้วส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ เป็ดปุ๊กมองเขาอย่างเห็นใจเป็ดปุ๊กเคลื่อนรถออกไป

รถภูมิแล่นมาจอดริมถนนหน้าบ้านเพื่อนของเขา ภูมิกับตั๊กแตนลงจากรถเดินไปที่
ประตูรั้ว ภูมิกดกริ่ง ครู่หนึ่ง เพื่อนมาเปิดประตูรับ ภูมิกับตั๊กแตนเข้าไปในบ้าน...ตั๊กแตนเข้ามาที่หน้าบ้าน แล้วมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ บ้านค่อนข้างหรู มีเนื้อที่กว้างขวาง มีการจัดสวนหน้าบ้านอย่างสวยงาม มีน้ำพุ รูปปั้นประดับไว้
“บ้านนี้สวยจังเลย เคยผ่านมาหลายครั้ง ยังนึกอยู่ว่าข้างในบ้านจะเป็นยังไง บ้านเพื่อนพี่เหรอ”
“เพื่อนของเพื่อนน่ะ พ่อแม่เขาไปเที่ยวรอบโลก เลยชวนมาปาร์ตี้กันที่นี่"
“ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยนะพี่”
ตั๊กแตนเอามือถือออกมาแล้วยื่นมือออกไป กดถ่ายรูปตัวเองโดยมีบ้านและสวนประดับเป็นแบ็คกราวน์ เธอถ่ายตัวเองไป 2-3 รูป แล้วดึงภูมิมาถ่ายด้วย ภูมิไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็จำต้องยอม
“เข้าไปในบ้านไป” เพื่อนบอก
“เดี๋ยวไป”
เพื่อนภูมิกลับเข้าบ้านไปภูมิหันมาชวนตั๊กแตน
“ไปเหอะ”
“ขออีกรูปพี่”
ตั๊กแตนดึงภูมิมาใกล้ๆ แล้วถ่ายรูปอีกโดยมีแบ็คกราวน์เป็นรูปปั้น

ภูมิเดินนำตั๊กแตนเข้ามา ในห้องรับแขก ตั๊กแตนกำลังง่วนทำอะไรกับมือถืออยู่
“ทำอะไรน่ะ”
“อัพรูปขึ้นอินสตาแกรม...เสร็จแล้ว”
ภูมิส่ายหน้าเบื่อๆพอตั๊กแตนเงยหน้าขึ้น ก็ชะงัก รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับห้องรับแขก ห้องตกแต่งอย่างหรูหรา เพื่อนภูมิรออยู่
“ปาร์ตี้จัดที่ไหนล่ะ ไม่เห็นมีคน” ภูมิถาม
“อยู่ในห้องทีวีโน่น ตรงนี้ไอ้แม๊กมันไม่ให้ใช้ กลัวบ้านมันเลอะเดี๋ยวพ่อมันด่า ตามมาซิ วันนี้ได้ของมาเยอะ”
“เออ มึงไปก่อน ขอคุยกับน้องเขาแป๊บนึง”
เพื่อนภูมิออกไปตั๊กแตนสงสัย
“ของอะไรเหรอพี่ ที่เขาบอกว่าได้มาน่ะ”
“ยา”
“เฮ้ย พี่เล่นด้วยเหรอ แตนไม่เอานะ ไม่ชอบ”ตั๊กแตนสะดุ้ง
“ทำอย่างกับเคย”
“ไม่เคยหรอก แล้วไม่อยากยุ่งด้วย แบบนี้พาแตนไปที่อื่นดีกว่า”
“เดี๋ยวคุยกันก่อน แล้วค่อยไปละกัน มานั่งนี่”
ตั๊กแตนงงๆ ภูมิพาไปนั่งลงที่ชุดรับแขก
“คุยอะไรเหรอ”
ภูมิไม่นั่งด้วย มายืนอยู่ตรงหน้า
“เรื่องที่ตำรวจไปตามหาพี่ที่บ้านน่ะ แตนรู้เรื่องอะไรบ้าง”
ตั๊กแตนชะงัก
“นึกว่าพี่ภูมิไม่ได้คิดอะไรเรื่องนี้แล้ว”
“พี่อยากให้แน่ใจ ว่าแตนหักหลังพี่หรือเปล่า”
“จะบ้าเหรอ แตนไม่ทำยังงั้นหรอก”
“ถ้างั้นทำไมวันนั้นแตนถึงไปกับตำรวจ”
“ก็บอกแล้วว่าตำรวจให้แตนพาไปบ้านพี่ เรื่องอื่นแตนไม่รู้”
ตั๊กแตนลุกขึ้น หันหลังให้ภูมิ
“แตนไม่อยากเชื่อเลย ว่าพี่ภูมิจะคิดแบบนี้กับแตน เสียแรงคบหากันมา” ตั๊กแตนทำเป็นเช็ดน้ำตา
ภูมิอึ้ง ใจอ่อนลง
“พี่น่ะไม่สงสัยแตนหรอก เพราะพี่รู้ว่า ถ้าแตนจะทำอะไรก็เพราะมีคนอื่นสั่ง”
“ใคร”
“ก็พี่ไม้ไง พี่ไม้เกลียดพี่ เขาไม่อยากให้พี่ยุ่งกับแตน ก็เลยหาเรื่องจะเล่นงานพี่”
“พี่ไม้เขาห่วงแตน ถ้าพี่ภูมิทำตัวดีๆ เขาก็ไม่ยุ่งกับพี่หรอก หลังๆนี่เขาก็ดีขึ้นตั้งเยอะ เลิกดุว่าแตนแล้วด้วย”
“จะให้เชื่อเหรอ”
“จะบอกให้นะ ถ้าพี่ไม้เขาคิดจะเล่นงานพี่ภูมิจริงๆ ป่านนี้พี่ภูมิได้ไปนอนอยู่ในบ้านเมตตาแล้ว”
ภูมิอึ้งๆ

ไม้เปลี่ยนมาเป็นคนขับ เป็ดปุ๊กนั่งข้างๆ ไม้ขับรถไปด้วยท่าทางเครียด
“จนปัญญาแล้วผม ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว”
“ค่อยๆคิดก่อน อาจมีที่อื่นที่เรายังไม่ได้ไป”
“ภูมิมันคงพาไปถิ่นของมัน เด็กรุ่นหลังๆนี่ ผมรู้จักไม่หมดทุกคน”
“แสดงว่าแต่ก่อนพี่ไม้กว้างขวางน่าดู”
“แสบมากเลยล่ะ ไม่รู้ว่ารอดชีวิตมาได้ยังไง”
“รอดมาเพื่อจะทำความดีชดใช้ที่ทำผิดไปแล้วไง”
ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก ยิ้มแล้วพยักหน้ารับ เป็ดปุ๊กเอาโทรศัพท์ของเธอออกมา
“บางทีเขาไม่รับสายนาย เขาอาจจะรับสายฉันก็ได้”
เธอกดหาเบอร์ตั๊กแตน แล้วกดโทรออก แล้วถือหูรอ ครู่หนึ่งรู้สึกดีใจขึ้นมา
“ฮัลโหล แตนเหรอ...จ้ะ พี่เป็ดเอง ตอนนี้แตนอยู่ไหน...เอ่อ ก็ไม่มีอะไรหรอก พี่จะเอาแฟลชไดร้ว์ที่แตนให้มาไปคืนน่ะ พอดีแตนไม่อยู่ที่ร้าน...คือ พี่ออกมาจากบ้านแล้วไง จะได้แวะเอาไปให้เลย...บ้านเพื่อนภูมิ ที่ไหนล่ะ...สวยมากเหรอ...อัพรูปไว้แล้วเหรอ จ้ะๆ เดี๋ยวพี่จะดูนะ เออ แตน แล้วภูมิเขา...ฮัลโหล เดี่ยวแตน...วางไปแล้ว”
“ถ้าเป็นเพื่อนไอ้ภูมิ สงสัยจะตามหายาก”
เป็ดปุ๊กกดเปิดอินสตาแกรม
“เดี๋ยวดูรูปก่อน”
เป็ดปุ๊กดูในโทรศัพท์ครู่หนึ่ง
“ท่าทางจะรวยน่าดู เพื่อนเขาคนนี้”
ไม้แอบรถเข้าจอดข้างทาง
“ขอผมดูซิครับ”
เป็ดปุ๊กส่งโทรศัพท์ให้ไม้
“ดูจากแบ็คกราวน์แล้ว หรูหรามาก”
ไม้ดูรูปในโทรศัพท์
“ผมรู้จักบ้านนี้”
“จริงเหรอ”
“สวนเนี่ย ผมจัดให้เขา”
“งั้นก็ไปเลยซิ”
ไม้เข้าเกียร์เดินหน้า แล้วขับรถพุ่งออกไปทันที

ตั๊กแตนเดินออกมาหน้าบ้าน ด้วยอาการงอนๆ ภูมิตามออกมา
“กลับเข้าไปในบ้านเหอะ”
“แตนอยากกลับแล้ว พี่เขาโทรมาตามเมื่อกี้ไง”
“พี่ไม้เหรอ”
“แฟนเขา เขาจะเอาของมาคืนแตน”
“ไว้คืนวันหลังละกัน” ภูมิเข้ามาจับแขนแตน “ไปเหอะ เข้าบ้านก่อน”
ตั๊กแตนดึงแขนกลับ
“ไม่เอา พาแตนไปส่ง”
ภูมิหงุดหงิด มองไปที่รั้วบ้าน แล้วชะงักเห็นไฟรถสว่างอยู่นอกกำแพงครู่หนึ่ง ก็ปิดไฟดับ แล้วมีเสียง ว.ของตำรวจดังเข้ามานิดหน่อยภูมิตกใจ
“ฉิบหายแล้ว”
ภูมิรีบกลับเข้าไปในบ้าน แตนงงๆเสียงภูมิดังออกมาจากในบ้าน
“พ่อมึงมา”
“พ่อยังไม่กลับ” เสียงเพื่อนภูมิโวยวายไม่เชื่อ
“ตำรวจ”ภูมิตะโกน

คราวนี้เสียงเพื่อนภูมิยิ่งล้งเล้งกันใหญ่ภูมิวิ่งกลับออกมาจากในบ้าน มองไปที่ประตูรั้วเห็นกลุ่มตำรวจ 4-5 คน ยืนอยู่ที่ประตูภูมิเข้ามาจับแขนตั๊กแตนภูมิบอกเบาๆ
“ต้องหนีแล้ว”
“หนีทำไม เราไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“แค่อยู่ในบ้าน เขาก็ลากขึ้นโรงพักหมดนั่นแหละ”
ภูมิพาตั๊กแตนวิ่งไปที่กำแพงข้างบ้าน
“ปีนข้ามไป พี่จะช่วยส่ง”
ภูมิเอามือประสานกันให้ตั๊กแตนเหยียบขึ้นไปบนกำแพง ตั๊กแตนปีนขึ้นไปบนกำแพง แล้วกระโดดลงไปอีกด้าน ภูมิปีนข้ามกำแพงไปที่หน้าประตูรั้ว ตำรวจปีนเข้ามาสองคน แล้วเปิดประตูให้ตำรวจที่เหลือกลุ่มเพื่อนของภูมิออกมาจากในบ้าน พอเห็นตำรวจก็รีบหนีกลับเข้าไป ตำรวจกรูกันเข้าไปในบ้านเสียงเอะอะโวยวายดังออกมา

ภูมิพาตั๊กแตนวิ่งหลบๆมาข้างกำแพง
“แล้วรถพี่ภูมิล่ะ”
“วันหลังค่อยมาเอา”
มีแสงไฟจากรถยนต์วิ่งเข้ามาจากอีกทาง ภูมิรีบดึงแตนเข้าไปหลบในพุ่มไม้แสงไฟเข้ามาใกล้ที่ๆทั้งสองหลบอยู่ แล้วก็มาหยุดไม่ห่างนักภูมิเอามือปิดปากตั๊กแตนไว้ พร้อมกับใช้อีกมือจุ๊ย์ปาก ไม่ให้พูดอะไร เสียงคนเปิดประตูและปิดประตูรถดังเข้ามา ภูมิกับตั๊กแตนเกือบจะกลั้นหายใจแล้วทันใด มือของไม้ก็ยื่นเข้ามาในพุ่มไม้ แล้วกระชากตัวภูมิออกมาภูมิตกใจ ทำท่าจะสู้ ตั๊กแตนตามออกมาด้วย
“พี่ไม้”
ภูมิชะงัก แล้วจึงเห็นว่า คนที่ดึงตัวเขาออกมาคือไม้
“ไปขึ้นรถ”
ภูมิยังลังเล แต่แตนรีบดึงแขนภูมิ พาไปที่รถเป็ดปุ๊กที่จอดรออยู่ในรถ เป็ดปุ๊กเปลี่ยนมาเป็นคนขับรถแล้ว ตั๊กแตนกับภูมิเข้าไปนั่งเบาะหลัง ไม้เข้าไปนั่งข้างคนขับเป็ดปุ๊กเคลื่อนรถไปทางหน้าบ้านเพื่อนภูมิ
“อย่าไปทางนั้น มีตำรวจ” ภูมิรีบบอก
“ไปเลย”ไม้บอกเป็ดปุ๊ก
ภูมิมองไม้ ระแวงมากๆ

เป็ดปุ๊กขับรถมาตามถนน มาถึงหน้าบ้านเพื่อนภูมิตำรวจกำลังพาตัวกลุ่มเพื่อนภูมิออกมา จะพาขึ้นรถ
ตำรวจคนหนึ่งส่องไฟฉายมาที่รถเป็ดปุ๊ก แล้วทำสัญญาณให้จอด เป็ดปุ๊กจอดรถ ตำรวจยศนายสิบเดินมาเป็ดปุ๊กลดกระจกลง
“มีอะไรเหรอคะ”
“วัยรุ่นมั่วสุมเสพยาครับ มาจากไหนกันครับเนี่ย”
ตำรวจส่องไฟฉายเข้าไปในรถ เห็นไม้ แล้วส่องไปทางเบาะหลัง เห็นตั๊กแตนกับภูมิ ตำรวจนึกสงสัยเป็ดปุ๊กบอกกับตำรวจ
“จะเข้าบ้านน่ะค่ะ อยู่ข้างใน”
“ซอยอะไรครับ”
เป็ดปุ๊กอึกอัก เพราะจริงๆก็ไม่รู้จักซอยนี้ไม้ตอบแทน
“ซอย 28 ครับ”
ตำรวจยังนึกสงสัย
“ลงจากรถด้วยครับ”
“ต้องลงด้วยเหรอคะ กำลังรีบน่ะค่ะ”
“ลงมาก่อนครับ”
เป็ดปุ๊กหันไปมองไม้ ทำนองถามว่าจะเอาไงดี ไม้หันไปมองภูมิ ภูมิเองก็มองไม้ขณะที่ไม้กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี จ่าตำรวจคนหนึ่งก็เดินมาที่รถเป็ดปุ๊ก แล้วก้มลงมองเข้ามาในรถพอเห็นไม้ก็จำได้
“อ้าว ไม้ ไปไหนล่ะ”
“หวัดดีพี่ ไปบ้านเพื่อนหน่อยน่ะครับ”ไม้ไหว้จ่า
“ไม่มีอะไร พี่รู้จัก”จ่าบอกกับตำรวจ
ตำรวจทำความเคารพเป็ดปุ๊กกับไม้
“งั้นเชิญครับ”

ตำรวจถอยให้เป็ดปุ๊กขับรถออกไปภูมิมองไม้ รู้สึกแปลกใจที่ไม้ไม่ส่งเขาให้ตำรวจ

บนถนนใหญ่ รถของเป็ดปุ๊กแล่นมา แล้วแอบจอดข้างทางไม้ลงจากรถ แล้วเปิดประตูด้านหลัง

“ออกมา”
ภูมิลงจากรถ ตั๊กแตนตามลงมาด้วย เป็ดปุ๊กก็เช่นกันไม้จับแขนภูมิ จะพาเดินไปตั๊กแตนรีบถาม
“พี่ไม้ อย่าทำอะไรพี่ภูมินะ”
“ใครจะทำอะไรเล่า แค่อยากคุยด้วยหน่อยเดียว ไม่ต้องตามมานะ”
แล้วไม้ก็พาเดินห่างออกมา แล้วหยุด
“เมื่อกี้นายเล่นยากับเขาด้วยหรือเปล่า”
“ผมเพิ่งไปถึงเอง”ภูมิส่ายหน้า
“แล้วคิดจะเล่นหรือเปล่า คิดจะชวนให้แตนมันเล่นยาด้วยหรือเปล่า”
“แตนมันไม่ยุ่งอยู่แล้วล่ะ ผมเองก็ไม่ชอบ”
“จะให้เชื่อเหรอ”
“ผมรู้ว่าพี่คิดยังไงกับผม ไม่เคยเห็นว่าผมดีเลยใช่ไหม ถ้าพี่ไม่เชื่อผม จะพาผมกลับไปส่งตำรวจก็ได้”
“ฉันถูกสอนมา ไม่ให้เชื่อใจใครง่ายๆ จนกว่าคนๆนั้นจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นนายจริงจังกับแตนมันแค่ไหน”
“ผมก็...ชอบ”ภูมิอึกอัก
“ฉันเลี้ยงน้องฉันมาตั้งแต่แบเบาะ ฉันจะไม่มีวันยอมให้คนงี่เง่ามาทำให้น้องฉันต้องเป็นทุกข์”
“ผมไม่งี่เง่าหรอก”
“งั้นก็พิสูจน์ ไม่ต้องอะไรมากมายหรอก แค่เป็นคนดี ดีพอที่ฉันจะวางใจ ฝากให้นายดูแลตั๊กแตนมันก็พอ”
ภูมิมองไม้ นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้ารับไม้พยักหน้าตอบ แล้วยิ้มให้แล้วยื่นมือไปจับมือกับภูมิ

รถเป็ดปุ๊กถอยเข้ามาจอด เป็ดปุ๊กเป็นคนขับ ไม้นั่งอยู่ข้างหน้าไม้กับเป็ดปุ๊กลงจากรถ แล้วไม้ก็เดินมาหาเป็ดปุ๊ก
“ขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยผมตามหาแตน”
“ฉันต้องช่วยอยู่แล้ว”
“แตนมันโชคดี ถ้าเราไปพาออกมาก่อน ป่านนี้ตำรวจอาจจะรวบไปอยู่บนโรงพักกับเด็กพวกนั้น ต้องตรวจฉี่กันวุ่นวาย”
“เป็นเพราะแตนมีพี่ชายที่ดีด้วยนายเองก็น่าชื่นชมมากนะ ที่รู้จักระงับอารมณ์ ไม่ระเบิดใส่ภูมิกับแตน ตอนที่เจอพวกเขา แตนเองก็คงรู้สึกดีกับนายด้วย”
“เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมมีคุณอยู่ข้างๆไง คุณเป็นเหมือนน้ำเย็น ที่ช่วยดับไฟร้อนในใจผม” ไม้หยุด มองตาเป็ดปุ๊ก “ต้นไม้น่ะ ถ้าขาดน้ำ ก็มีแต่จะเหี่ยวเฉา แล้วก็แห้งตาย ผมรู้ตัวแล้วล่ะคุณเป็ด”
“รู้ตัวว่าอะไร”
“ว่าผม...ขาดคุณไม่ได้ คุณอยู่ข้างๆผมแบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับ”
เป็ดปุ๊กมองตาไม้
“จนกว่านายจะเบื่อ”
ไม้มองตาเป็ดปุ๊ก
“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ”
สองคนมองตากันนิ่ง ไม้ค่อยๆก้มหน้าลงช้าๆ ใกล้ใบหน้าเป็ดปุ๊กเข้าไปทุกทีทันใด เสียงเชียรก็ดังเข้ามา
“กลับมาแล้วเหรอลูก”
เชียรออกมาจากในบ้าน แล้วชะงักไม้กับเป็ดปุ๊กสะดุ้ง ไม้ถอยออกห่างจากเป็ดปุ๊กเชียรรู้ตัว
“เอ่อ ไม่เป็นไร พ่อรอในบ้านละกัน” เชียรทำท่าจะกลับเข้าบ้าน
“ผมกำลังจะกลับพอดีครับ คุณเชียร”
ไม้ไหว้ลาเชียร แล้วหันมามองเป็ดปุ๊กสองคนยิ้มให้กันไม้เดินไปที่กำแพง แล้วปีนกำแพงขึ้นไป หันมามองเป็ดปุ๊กอีกครั้ง แล้วกระโดดลงไปเป็ดปุ๊กยังยืนมองไปที่กำแพง ใบหน้าอมยิ้มมีความสุข

รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอด ประตูข้างคนขับเปิดออก ภูมิจ่ายเงินค่ารถให้แท็กซี่ แล้วลงจากรถ ภูมิเดินเข้ามาที่หน้าอู่ของพ่อ แล้วชะงักนิดหน่อยรถของโอมจอดอยู่ โอมเปิดประตู แล้วลงมาจากรถ
“ไปไหนมา”
“ผมกำลังจะโทรไปหาอยู่พอดี”

ภูมิกับโอมเดินเข้ามาในอู่
“งานนี้ฉันจ่ายให้แก่คุ้มแน่ๆ แกเอาไปตั้งตัวได้เลย”
“ตกลงจะให้ผมทำอะไร”
“กำจัดไอ้ไม้ให้ฉัน”
“ผมทำไม่ได้หรอกครับ ถ้าแค่ต่อยตีก็ยังพอได้แต่ขนาดนั้น...”
“ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น ฉันพร้อมจะจ่ายแก ห้าแสน”
“ผมทำไม่ได้ครับ”
“เอ้าล้านนึงเลย”
“พี่ไม่เข้าใจ เรื่องคราวก่อน ตำรวจก็ยังตามจับผมอยู่เลย พ่อผมต้องล้มป่วย ก็เพราะเป็นห่วงเรื่องนั้น ผมตัดสินใจแล้วล่ะครับ ผม...จะกลับตัว”
โอมอึ้งไปนิดหน่อย แล้วหัวเราะ
“แกจะอะไรนะ...แล้วได้อะไร ทำงานให้ฉันดีกว่า รวยเละ”
“ผมต้องขอโทษพี่จริงๆครับ แต่ผมตั้งใจแล้ว ผมจะหลบไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก อาจจะหาที่เรียนต่อ”
“หมายความว่าแกจะทิ้งทุกอย่างไปง่ายๆงั้นเหรอ”
“ผมไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจเพราะผมอีก” ภูมิยกมือไหว้ “ผมไหว้ล่ะนะครับ แล้วพี่ไม่ต้องห่วง จะไม่มีใครรู้เรื่องระหว่างผมกับพี่แน่นอนครับ”
โอมโมโห แต่ก็รู้ว่าภูมิไม่ทำงานให้แน่
“ไอ้ขี้ขลาด อยากจะจมปลักอยู่กับความยากจนข้นแค้นแบบนี้ก็เชิญตามสบายเลย ไอ้โง่เอ๊ย”
โอมก็เดินหัวเสียออกจากอู่ไปภูมิมองตามไป เขาเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองแล้ว

โอมเปิดประตูรถเข้ามานั่ง แล้วปิดประตูค่อนข้างแรง ยังหัวเสียอยู่แล้วโอมก็เอาโทรศัพท์มือถือออกมา กดเบอร์ แล้วถือโทรศัพท์รอพูดสาย
“อาศักดิ์เหรอครับ ผมว่าอาต้องช่วยผมแล้วล่ะถ้าอยากให้งานของเราสำเร็จ”

ค่ำนั้น รถของโอมแล่นมาจอดในที่รกร้างแห่งหนึ่ง อยู่ข้างๆแหล่งเสื่อมโทรม ถนนยังเป็นลูกรังอยู่ มีห้องแถวไม้ หรือบ้านที่ปลูกเป็นเพิงแบบง่ายๆโอมอยู่กับศักดิ์ในรถ
“น่าจะเจอกันที่อื่น”
“ก็บ้านมันอยู่ที่นี่ อาบอกไว้ก่อนนะ เรื่องนี้คุณโอมต้องตกลงกันเอง อาช่วยได้แค่นี้”
“ช่วยแค่ไหน ก็ได้ผลตอบแทนแค่นั้น”
“อาก็แค่...ไม่อยากติดคุกตอนแก่”
“ผมก็ไม่อยากครับ”
ศักดิ์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วมองข้างหน้า
“โน่นไง ไอ้หมึก มาโน่นแล้ว”
โอมมองไปชายคนหนึ่ง เดินใกล้เข้ามาโอมเปิดลิ้นชักรถ หยิบซองสีน้ำตาลใส่เงินไว้จำนวนหนึ่งออกมา แล้วประตูรถ เดินลงจากรถไปศักดิ์มองผ่านกระจกไป โอมเดินเข้าไปหาหมึกยืนคุยอยู่กับหมึกครู่หนึ่ง หมึกพยักหน้ารับ โอมส่งซองให้ หมึกเปิดดู นอกจากจะมีเงินแล้ว ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับไม้ รูปไม้ และแผนที่บ้านไม้หมึกเก็บทุกอย่างใส่ซอง เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง แล้วเดินกลับไปโอมกลับเข้ามานั่งในรถ
“อีกไม่นาน เราก็จะได้ข่าวดี คนที่ขวางทางเรา จะไม่มีอีกแล้ว”
โอมยิ้มเหี้ยมๆ ศักดิ์ก็ยิ้มด้วย แต่เจื่อนๆเพราะกลัว

ไก่กุ๊กกำลังจะไปทำงาน เดินมาจะเปิดประตูรั้ว พอเปิดประตู ก็พบเก็จเกยูรอยู่หน้าประตูพอดี
“ไปส่งลูกมาแล้วเหรอ”
“ก็เห็นอยู่ วันนี้ให้ลูกไปคนละยี่สิบบาทนะ” เก็จเกยูรเบื่อๆ
“แล้วมันจะพอเหรอ”
“บอกมันแล้ว ถ้าไม่พอก็ขอยืมเงินเพื่อนเอา แม่ยืมจนเบื่อแล้ว ให้มันหัดช่วยตัวเองบ้าง”
“วันนี้ไก่จะคุยกับผู้จัดการอีกที จะขอเบิกโอทีล่วงหน้ามาให้ได้”
“จะทำอะไรก็ทำ ขี้เกียจจะคิดแล้ว ถ้าไก่ไม่มีปัญญาหาเงินมาเลี้ยงลูกเมีย เก็จก็หาวิธีของเก็จเอง”
เก็จเกยูรเดินเข้าบ้านไป ไก่กุ๊กหันมองตาม รู้สึกแย่

ไก่กุ๊กขับรถมา ในใจคิดวุ่นวายรู้สึกเครียด เขานึกถึงสิ่งที่เก็จเกยูรกับแก้วคุยกันอยู่ในห้องรับแขก
“ไม่ได้บอกให้ยอมมัน แต่เราต้องค่อยๆคิด ต้องสู้กับมัน ต้องเอาชนะมันให้ได้ ถ้าเอาชนะไม่ได้ ก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทาง”
“กำจัด”
“นังเป็ดเนี่ยมันเป็นปัญหาทั้งของพี่ แล้วก็ของแก มันเป็นศัตรูของเรา ทางเดียวที่เราจะอยู่อย่างเป็นสุขได้ ก็ต้องไม่มีมัน”
แก้วฟังเก็จเกยูรแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ไก่กุ๊กยืนแอบอยู่ที่นั่น ได้ยินทุกอย่าง รู้สึกไม่สบายใจเลย

ไก่กุ๊กขับรถไปสับสนมากขึ้น ที่สุดตัดสินใจหักเลี้ยวรถกลางสี่แยก อยู่ในช่องทางที่ต้องตรงไป แต่เขากลับเลี้ยวขวา ทำให้รถอีกช่องที่กำลังจะตรงไปต้องเบรคกันวุ่นวาย
 
และรถอีกด้านที่สวนมาก็ต้องเบรกกะทันหันเช่นกัน แล้วรถไก่กุ๊กก็เร่งออกไป

เชียรกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่
 
ครู่หนึ่ง รถของไก่กุ๊กแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน เชียรได้ยินเสียงรถก็หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นรถลูกชาย ก็รีบวิ่งไปปิดน้ำ แล้วรีบมาที่ประตูรั้ว ดันประตูใหญ่เปิดออก ไก่กุ๊กกำลังจะลงจากรถ ชะงักเมื่อเห็นพ่อเปิดประตู เขาลงมาแล้วไหว้
“สวัสดีครับพ่อ”
“เอารถเข้าในบ้านก่อนไหมลูก”
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมแวะมาแป๊บเดียว ต้องรีบไปทำงาน”
“พ่อกำลังคิดว่าจะโทรไปหาอยู่” เชียรแปลกใจเหมือนกัน
“พ่อครับ...เรื่องวันก่อน ผมพูดอะไรไม่ดีไป ผมขอโทษนะพ่อ”
เชียรอึ้งไปนิดหน่อย แล้วพยักหน้ารับ
“พ่อไม่ติดใจอะไรหรอกลูก”
ไก่กุ๊กพยักหน้ารับ แล้วมองเข้าไปในบ้าน
“เป็ดไม่อยู่เหรอครับ”
“เขาไปทำงานแต่เช้าแล้ว”
“บ้านอยู่ไกลแบบนี้ กว่าจะกลับถึงบ้านกี่โมงล่ะครับ”
“ช่วงแรกๆก็ดึก แต่หลังๆนี่เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าแล้ว ก็เลิกได้ตรงเวลา ไม่เกินสองทุ่มก็ถึงบ้านแล้ว...ถามทำไมเหรอ”
“อ๋อ เปล่าครับ กลัวมันกลับดึกมาก จะไม่ปลอดภัย”
“เดี๋ยวนี้ก็ไม่ดึกแล้ว”
“งั้นค่อยโล่งอกหน่อย”
เชียรมองคล้ายถาม ไม่เข้าใจ ไก่กุ๊กรู้ตัว
“ก็ดูๆหมู่บ้านนี้ค่อนข้างเปลี่ยวน่ะครับ ยังไงพ่อก็บอกเป็ดมันด้วยละกัน เดินทางให้ระวังตัวไว้หน่อย สมัยนี้เศรษฐกิจมันไม่ดี โจรผู้ร้ายก็เยอะ”
เชียรยังรู้สึกแปลกใจที่ลูกชายพูดอย่างนั้น
“พ่อบอกเขาอยู่ตลอดแหละ”
“งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนครับ”
ไก่กุ๊กยกมือไหว้เร็วๆ แล้วหันจะเดินไป เชียรตามออกมา
“เดี๋ยวซิไก่”
ไก่กุ๊กชะงัก หันมา
“ที่บ้านเรียบร้อยดีนะหมายถึงครอบครัวของไก่น่ะ”
“พ่อก็รู้ ไม่มีทางเรียบร้อยหรอกครับ”
“พ่ออยากบอกว่า ทุกปัญหา มันต้องมีทางออก แล้วบางที ทางออกนั่น มันก็อยู่ที่ตัวเราเอง อยู่ที่ตัวของลูก”
ไก่กุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย
“พ่อก็สอนผมแบบนี้ตลอด”
“พ่อไม่สอนแล้ว เพราะไก่เป็นผู้ใหญ่แล้ว แค่พูดให้ฟัง ส่วนเรื่องเอาไปคิดน่ะ เป็นเรื่องของไก่ จะทำอะไรให้คิดถึงลูกเขาเรามากๆ เขายังเล็กนัก ยังช่วยตัวเองไม่ได้”
ไก่กุ๊กพยักหน้ารับ แล้วเดินกลับไปขึ้นรถ ปิดประตู ติดเครื่อง แล้วครู่หนึ่ง ก็ลดกระจกลง
“มีโอกาส ผมจะพาเขามาเยี่ยมปู่นะครับ”
“มาทั้งครอบครัวเลยนะพ่อจะเลี้ยงข้าว”
ไก่กุ๊กอึ้งไป น้ำตาเหมือนจะไหล เก็จเกยูรทำเลวกับพ่อเขาขนาดนั้น พ่อยังมีน้ำใจให้ ไก่กุ๊กยิ้มรับ แล้วถอยรถออกไป พร้อมกับเลื่อนกระจกปิด เชียรมองตามไป น้ำตาเริ่มไหลออกมา แล้วยกมือขึ้นโบกให้

เป็ดปุ๊กขับรถเข้ามาจอดในอาคารจอดรถ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอเอาโทรศัพท์ออกกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...ค่ะ บัวบูชาพูดสายค่ะ...จำได้ค่ะ คุณนุช เลขาของคุณกอบกุล มีอะไรเหรอคะ...คุณกอบกุลกลับมาเมืองไทยแล้วเหรอคะ...แกสบายดีใช่ไหมคะ...อยากคุยกับดิฉัน เรื่องอะไรคะ...เอ่อ ถ้าเรื่องนั้น ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันไม่คิดอยากจะสนใจอะไรแล้ว...คุณกอบกุลอยากคุยกับดิฉัน...อย่ารบกวนแกเลยค่ะ...จริงๆนะคะ...” เป็ดปุ๊กฟังแล้วจำต้องยอม “ค่ะ ได้ค่ะ”
เป็ดปุ๊กเดินพูดโทรศัพท์มาที่หน้าลิฟท์
“คะ คุณกอบกุล”
กอบกุลนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พูดโทรศัพท์กับเป็ดปุ๊ก
“ดิฉันได้ข่าวว่าคุณพิมพาปลดคุณบัวบูชาจากตำแหน่งหัวหน้า เรื่องมันเป็นยังไงเหรอคะ”
“พี่พิมเขาเข้าใจดิฉันผิดน่ะค่ะ”
“เรื่องสัญญาล่าสุดของเราใช่ไหม คนในออฟฟิศคุณบอกว่าคุณถูกใส่ร้ายว่าหนีงาน แล้วคนที่ใส่ร้ายก็เข้ามารับเอาผลงานไปเอง เลยได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแทนคุณ”
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วค่ะ ดิฉันไม่อยากจะพูดถึงมันอีก”
“ได้ยังไงคุณบัวบูชา รู้ไหม ผลงานของคุณ ทำกำไรให้บริษัทดิฉันมากแค่ไหน ถ้าไม่มีคุณ งานดิฉันก็ล้มเหลวหมด”
“ดิฉันยินดีด้วยนะคะ”
“ดิฉันจะพูดกับคุณพิมพาเอง”
“ไม่รบกวนหรอกคะ”
“รบกวนอะไร คนดีๆต้องมาถูกลงโทษแบบนี้ อีกหน่อยก็ไม่มีใครอยากทำดี อย่าห่วงเลย ดิฉันจะจัดการให้คุณเอง”
“ค่ะ”
เป็ดปุ๊กอึ้งๆ เสียงอ่อน กดวางสาย ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เป็ดปุ๊กเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน ยังกังวลเรื่องเมื่อครู่ แล้วเธอก็ชะงัก เพราะแก้วไม่อยู่ที่โต๊ะ เป็ดปุ๊กหันไปถามเพื่อนพนักงาน
“แก้วยังไม่มาเหรอ”
“อยู่กับพี่พิมค่ะ” กุ้งบอก
อ้อมหันมาบอก
“แล้วพี่เขาเพิ่งโทรมาเมื่อกี้ ให้เชิญพี่เป็ดไปพบด้วย”
เป็ดปุ๊กอึ้งๆไป

เป็ดปุ๊กเดินมาหยุดที่หน้าห้องทำงานพิมพา ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วตัดสินใจเคาะประตูห้อง เสียงพิมพาดังมา
“เชิญ”
เป็ดปุ๊กเปิดประตู แล้วเดินเข้าไปแล้วชะงัก พิมพานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มีแก้วยืนหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ
“มานี่เลยเป็ด” พิมพาเรียก
เป็ดปุ๊กเดินเข้าไป แล้วหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานเหลือบมองแก้ว ทั้งสองสบตากันนิดหน่อย
“คุณกอบกุลเพิ่งโทรมาคุยกับพี่ เล่าให้พี่ฟังว่าความจริงทั้งหมดเป็นยังไง วันนั้น เป็ดต่างหากที่โหลดสัญญาจากบ้านเอาไปให้ คุณกอบกุลเซ็น แต่แก้ว” พิมพาหันไปมองแก้ว “เป็นคนที่ขอกลับไปก่อน ทำไมเธอไม่บอกพี่เลยเป็ด”
“พี่คะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
“พูดแบบนี้ได้ยังไง เธอถูกปรักปรำว่าทำผิด ถูกลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ทั้งๆที่ตัวเองไม่ผิดเลย รู้ไหม พี่รู้สึกแย่แค่ไหนที่ทำกับเป็ดแบบนั้น”
“เป็ดไม่อยากให้พี่รู้สึกอย่างนั้นเลยค่ะ”
พิมพาหันไปมองแก้ว
“ดูซิ เป็ดเขาต้องรับเคราะห์ขนาดนั้น เขายังมีใจคิดถึงความรู้สึกของพี่ เธอทำได้ยังไงหืมแก้ว เธอใส่ความเพื่อนเธอ ทำร้ายเขาขนาดนั้น แล้วรับเอาความดีความชอบไปทั้งหมด เธอเป็นคนแบบไหนเนี่ย”
“จบหรือยังคะ” แก้วถามเสียงแข็ง
“อะไรนะ” พิมพาอึ้งๆ
“พี่เทศน์จบหรือยัง แก้วจะได้ไป”
“นี่เธอยัง...” พิมพาโมโหแต่พยายามกลั้นไว้ หันมาพูดกับเป็ดปุ๊ก “เป็ด พี่ขอคืนตำแหน่งหัวหน้าให้เธอ ส่วนแก้วคงต้องมีการพิจารณาลงโทษเธอ พี่จะตัดเงินเดือนเธอ”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แก้วไม่คิดจะอยู่กับบริษัทเฮงซวยนี่อยู่แล้วลาก่อนนะคะ” แก้วสวน
แก้วหันไป แล้วเดินออกจากห้องไปเลย

แก้วเดินห่างออกมาจากห้องทำงานพิมพา เป็ดปุ๊กเปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วรีบตามมา
“แก้ว เดี๋ยวซิ”
แก้วหยุด หันมา
“มีอะไร หรือคิดจะมาซ้ำเติมฉัน”
“อย่าลาออกเลยนะ อยู่ทำงานด้วยกันต่อเถอะ”
แก้วชะงัก เหมือนจะแปลกใจ
“นี่คิดเหรอว่า ฉันจะทนอยู่ที่นี่ต่อแล้วให้ทุกคนมองฉันอย่างดูถูกเหยียดหยาม”
“ไม่มีใครคิดแบบนั้นกับเธอหรอก”
“ไม่ต้องมาพูดดีเลย ฉันรู้นะ ว่าเธอกำลังเสแสร้ง แกล้งทำเป็นเจ้าหญิงแสนดี แต่จริงๆแล้วกำลังสะใจที่ฉันอยู่ในสภาพแบบนี้ ใช่ไหมล่ะ”
“ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ”
“ฉันไม่เชื่อ แต่ถึงเธอจะคิด ฉันก็ไม่สนหรอก ตอนนี้ เธอได้ไปหมดทุกอย่างแล้วนี่ อยากทำอะไรก็เชิญเลย แต่อย่าคิดนะว่าเรื่องจะจบแค่นี้ มันยังเหลืออีกหลายฉาก”
แก้วเดินออกไปเลย เป็ดปุ๊กได้แต่อึ้งไป ไม่รู้จะพูดยังไงได้อีก

เป็ดปุ๊กอยู่ในห้องทำงานกำลังคุยกับ กุ้งและอ้อม
“แก้วเขาลาออกเลยเหรอคะ” อ้อมถามอย่างแปลกใจ
“จริงๆก็ไม่ได้อยากให้เขาออกหรอก”
“ไปซะได้น่ะดีแล้วค่ะ อยู่ก็กินแรงพวกเราเปล่าๆ” กุ้งสะใจ
“ถึงยังไง เราก็เคยทำงานด้วยกันมา”
เป็ดปุ๊กเดินไปที่โต๊ะทำงานหัวหน้า หยุดยืนอยู่ที่นั่น พิมพาเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“เป็ด พี่ลืมบอกเธอไป”
“คะ”
“ช่วงที่แก้วเขามาเป็นหัวหน้า เขาคงทำอะไรเลอะเทอะไว้เยอะ เธอต้องช่วยพี่สางงานเก่าหน่อย”
“ได้ค่ะ”
“วันนี้จะเอากลับไปทำที่บ้านก็ได้นะ ขืนทำที่นี่คงต้องดึกแน่ๆ พี่อนุญาตให้เธอกลับก่อน”
“ค่ะ คงต้องอย่างนั้น ขอบคุณค่ะ”

เชียรนั่งอยู่ที่เก้าอี้สนาม กำลังเหม่อคิดถึงเรื่องที่ไก่กุ๊กพูดถึงเป็ดปุ๊กเมื่อเช้า
“เป็ดไม่อยู่เหรอครับ”
“เขาไปทำงานแต่เช้าแล้ว”
“บ้านอยู่ไกลแบบนี้ กว่าจะกลับถึงบ้านกี่โมงล่ะครับ”
“ช่วงแรกๆก็ดึก แต่หลังๆนี่เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าแล้ว ก็เลิกได้ ตรงเวลา ไม่เกินสองทุ่มก็ถึงบ้านแล้ว...ถามทำไมเหรอ”
“อ๋อ เปล่าครับ กลัวมันกลับดึกมาก จะไม่ปลอดภัย”
“เดี๋ยวนี้ก็ไม่ดึกแล้ว”
“งั้นค่อยโล่งอกหน่อย”
เชียรมองคล้ายถาม ไม่เข้าใจ ไก่กุ๊กรู้ตัว
“ก็ดูๆหมู่บ้านนี้ค่อนข้างเปลี่ยวน่ะครับ ยังไงพ่อก็บอกเป็ดมันด้วยละกัน เดินทางให้ระวังตัวไว้หน่อย สมัยนี้เศรษฐกิจมันไม่ดี โจรผู้ร้ายก็เยอะ”
เชียรนึกแล้วยังสงสัย
“ทำไมอยู่ดีๆถึงเป็นห่วงน้อง”

ครู่หนึ่ง รถกระบะของไม้แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน ไม้ลงจากรถ เชียรเห็นก็ลุกขึ้น
“สวัสดีครับคุณเชียร”
“อ้าว ไม้ เข้ามาซิ”
ไม้เปิดประตูแล้วเข้ามาในบ้าน
“มีงานในหมู่บ้านเหรอ”
“เปล่าครับ ย่าให้มาหาคุณเชียร”
“ทำไมเหรอ ย่าเป็นอะไร”
“ไม่ได้เป็นไรครับ จริงๆตอนนี้แกคงตั้งหลักได้แล้ว ท่าทางสบายใจขึ้น อาศักดิ์เองก็เงียบหายไป ไม่มากวนใจย่า”
“ได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย”
“ย่าจะไปถือศีลที่วัด จะไปนอนค้างคืนนี้ เลยให้ผมมาถามคุณเชียรว่าสนใจจะไปด้วยกันไหม”
“สนใจซิ อยากไป ฉันอยากไป” เชียรพูดแล้วก็นึกขึ้นได้ นิ่งไป “แต่ว่า...”
“ทำไมเหรอครับ”
“เป็ดปุ๊กก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวน่ะซิ ฉันเป็นห่วง”
“เรื่องนั้นอย่าห่วงเลยครับ ผมมาอยู่เป็นเพื่อนได้”
เชียรหันมามองไม้
“เป็นเพื่อนช่วงค่ำน่ะครับ พอดึกๆก็ปีนกลับไปบ้านผม”
“แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องอยู่คนเดียว”
“ผมนอนค้างก็ได้ครับ นอนที่โซฟาข้างล่าง รับรองปลอดภัยไว้ใจผมได้”

“ฉันไว้ใจเธออยู่แล้ว เดี๋ยวโทรไปบอกเป็ดเขาหน่อยก็แล้วกัน” เชียรยิ้ม
 
อ่านต่อหน้า 4

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)

เป็ดปุ๊กนั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านข้อมูลต่างๆในคอมพิวเตอร์ เพื่อจะบันทึกกลับไปทำงาน
 
ครู่หนึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเธอหยิบมาดู แล้วกดรับสาย
“ว่าไงคะพ่อ”
“พ่อโทรมาบอกเป็ดว่า ย่าขวัญเขาชวนพ่อไปถือศีล นอนค้างที่วัด พ่ออยากจะไปกับเขา”
“ไปเมื่อไหร่คะ”
“วันนี้”
“วันนี้เหรอคะ แหม คิดว่าจะฉลองสักหน่อย”
“ฉลองอะไร”
“เป็ดได้กลับมาเป็นหัวหน้าเหมือนเดิมแล้ว”
“จริงเหรอ ดีใจด้วยนะลูก ทำไมเจ้านายเขาถึงคืนตำแหน่งให้ลูกล่ะ” เชียรดีใจ
“ลูกค้าเขากลับมาจากต่างประเทศ พอเขารู้เรื่องเป็ด เขาก็โทรมาบอกความจริงกับพี่พิมน่ะค่ะ”
“แล้วคนที่ใส่ร้ายเราล่ะ”
“แก้วลาออกไปแล้วค่ะ”
“พ้นทุกข์สักทีนะลูก เอ แล้วยังไงดี เรื่องไปถือศีล”
“พ่อไปเถอะค่ะ ไว้ฉลองทีหลัง”
“เอางั้นนะ เออ เป็ดปุ๊กไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะ ไม้เขาอาสามาดูแลลูกให้”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
“พ่อจะได้สบายใจไง เผื่อจะมีโจรแอบเข้ามาอีก เขาจะอยู่ค้างเป็นเพื่อนด้วยนะ ให้นอนที่โซฟาข้างล่าง”
เป็ดปุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย
“บอกเขาว่า แค่อยู่ดูแลก็พอ ไม่ต้องค้างหรอก เขาน่ะน่ากลัวกว่าโจรอีก”
“พูดอะไรอย่างนั้น โอเคนะลูก แล้วยังไงค่ำๆพ่อจะโทรมาหา” เชียรหัวเราะ
“ค่ะ สักพักเป็ดก็จะกลับแล้ว พี่พิมเขาให้เอางานไปทำที่บ้านแต่คงไม่ทันพ่อ แล้วค่อยคุยกันค่ะ”
เป็ดปุ๊กกดวางสาย...เชียรวางโทรศัพท์ ไม้รออยู่ในบ้าน
“เขาบอกว่าเธอไม่ต้องค้างก็ได้ เธอน่ากลัวกว่าโจรซะอีก”
เชียรพูดแล้วหัวเราะ ไม้ก็ยิ้มด้วย
“งั้นฉันจัดกระเป๋าหน่อยนะ ไม่รู้ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง”
“ก็พวกเครื่องใช้ส่วนตัว สบู่ ยาสีฟัน ชุดขาวล่ะครับ มีไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมเอาของผมไปให้ก็ได้ น่าจะพอใส่กันได้”

ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ แต่งชุดขาว ทยอยเดินเข้ามาที่ศาลาวัด รถกระบะของไม้แล่นเข้ามาจอดที่ลานวัด ไม้เปิดประตูลงจากรถ อีกด้านหนึ่ง เชียรเปิดประตูลงมา เขาใส่เสื้อเชิ้ตขาว แต่ยังใส่กางเกงสีเข้ม แล้วย่าขวัญก็ตามลงมา ไม้เอาตะกร้าของย่าขวัญ และกระเป๋าของเชียรลงมาด้วย เดินมาหาย่าขวัญกับเชียร ย่าขวัญรับตะกร้ามา เชียรก็เอากระเป๋ามา
“เดี๋ยวผมจะไปเอากางเกงขาวของผมมาให้นะครับ”
ย่าขวัญขัดขึ้น
“จริงๆไม่ต้องเปลี่ยนหรอก สีนี้ก็ใส่ได้”
“กลัวคุณเชียรจะเขินน่ะย่า ไม้เคยมาแล้ว”
ไม้กลับไปขึ้นรถ ถอยรถออกไป ย่าขวัญหันไปชวนเชียร
“ไป คุณเชียร ขึ้นไปกราบพระก่อน”
ย่าขวัญกับเชียรพากันไปที่ศาลาวัด

ไม้อยู่บนบ้านต้นไม้ กำลังหากางเกงขาวจากตู้เสื้อผ้าไม้เลือกออมาดู 2-3 ตัว รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นผ่านมา ชะลอที่หน้าร้านสวนขวัญนิดหน่อย แล้วแล่นเลยไปประมาณยี่สิบเมตร แล้วจอด แก้วเปิดประตูลงมาจากรถ รถแท็กซี่แล่นออกไป แก้วมองซ้ายมองขวา แล้วค่อยๆเดินแอบๆเข้าไปใกล้ๆร้านสวนขวัญ มองเข้าไปเห็นฝ้าย ดำ และแมนกำลังจัดของในร้านอยู่ แก้วค่อยๆย่องเดินแอบไปข้างๆร้าน แล้วเข้าไปในสวนหลังร้าน

แก้วเดินออกมาจากในสวน แล้วมองขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ พึมพำเบาๆกับตัวเอง
“อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”
แก้วเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา กดเบอร์ แล้วรอฟังครู่หนึ่ง เสียงสัญญาณโทรศัพท์ของไม้ ดังลงมาจากข้างบน แก้วยิ้ม รู้แล้วว่าไม้อยู่ข้างบน...โทรศัพท์ของไม้วางอยู่บนโต๊ะ เสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่องมา
ไม้วางกางเกงขาวที่ถือไว้ลง แล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นชื่อแก้วนึกไม่ชอบ
“โทรมาทำไมอีก”
ไม้กดวางสายวางโทรศัพท์ไว้ แล้วหันกลับไป จัดกางเกงเก็บใส่กระเป๋าต่อ ไม้เก็บกางเกงลงกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็หันไปหยิบโทรศัพท์ แล้วหิ้วกระเป๋าขึ้น หันกลับจะเดินไปที่บันไดลงจากบ้านต้นไม้ แต่ก็ต้องชะงัก
เพราะแก้วปีนพ้นบันไดขึ้นมาพอดี พอขึ้นมาได้ แก้วจัดเสื้อผ้านิดหน่อย แล้วยิ้มให้
“สวัสดีค่ะคุณไม้”
“คุณขึ้นมาได้ยังไง” ไม้ไม่พอใจ
“ก็แก้วคิดถึงคุณไม้ อยากคุยกับคุณ”
“วันก่อนผมก็ไปบอกกับคุณแล้วนี่ ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก”
แก้วนึกโมโหเหมือนกัน แต่ต้องยิ้มสู้ไว้ก่อน
“แก้วเข้าใจค่ะ ที่คุณไม้ทำอย่างนั้น เพราะอยากจะแก้ตัวกับเป็ดเขาใช่ไหมล่ะ ความจริงรูปนั่นน่ะ แก้วก็แค่ส่งไปหยอกเป็ดเล่นๆเท่านั้นเอง เขาคงเอาไปฟ้องคุณไม้ใช่ไหมล่ะคะ เป็ดนี่ฉวยโอกาสจริงๆ”
“ใครฉวยโอกาสกันแน่ คุณต่างหากที่หาทางกลั่นแกล้งคุณเป็ดตลอดเวลา ไม่กลัวบาปเลยหรือไง ที่กรรมมันสนองคุณอยู่นี่ ยังไม่รู้สึกอีกเหรอ” ไม้สวน
“กรรมอะไรคะ”
“ผมรู้เรื่องที่คุณถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้า แล้วเจ้านายเขาแต่งตั้งคุณเป็ดให้กลับเป็นแทนแล้ว”
แก้วโกรธ แต่กลับแกล้งทำเป็นจะร้องไห้
“เป็ดเอาเรื่องนี้มาโพทนาด้วยเหรอคะ แล้วเขาบอกหรือเปล่าคะ ว่าทั้งหมดเนี่ยเขาต่างหากที่ใส่ร้ายแก้ว ทำให้เจ้านายเข้าใจแก้วผิด”
ไม้อึ้งไปนิดหน่อย แล้วทำท่าเบื่อสุดๆ
“โอ คุณนี่ไม่เลิกจริงๆนะ น่าเบื่อมากๆ ไปซะ ลงไปจากบ้านผม หรือจะต้องให้ผมโยนคุณลงไป”
แก้วร้องไห้โฮ
“คุณไม้ใจร้าย ไม่ค่ะ แก้วไม่ไปไหนทั้งนั้น แก้วจะอยู่บนนี้ อยู่ที่นี่จนกว่าคุณไม้จะให้โอกาสแก้ว”
แก้วพุ่งเข้าไป กะจะกอดแต่ไม้เบี่ยงตัวหลบเสียก่อน แก้วถลาไป แล้วล้มลงกับพื้น ไม้ส่ายหน้าเบื่อๆ
“ตามใจ อยากจะอยู่ก็อยู่ไป”
ไม้เดินไปที่บันได แล้วปีนลงบันไดไปทันที
“คุณไม้ เดี๋ยวซิคะ ทำแบบนี้ได้ยังไง”
แก้วรีบยันตัวลุกขึ้น นึกโกรธจนตัวสั่น
“ฮี ไอ้บ้า อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมง่ายๆ”

ไม้ลงมาจากบ้านต้นไม้ เสียงแก้วยังดังตามลงมา
“คุณไม้ รอแก้วด้วยซิคะ”
ใครบางคน กำลังแอบมองไม้มาจากหลังต้นไม้ไม่ห่างนัก ไม้ยืนมองขึ้นไป ท่าทางไม่พอใจ แล้วรีบเดินหนีเข้าไปในสวน แก้วตามลงมา แต่เพราะความรีบร้อน ทำให้แก้วเหยียบบันไดพลาด รูดตกลงมา
“โอ๊ย...”
แก้วลงมานั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“โอย คุณไม้ ช่วยแก้วด้วย”
แต่เมื่อไม่ได้วี่แววว่าใครจะมาช่วย แก้วก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

เป็ดปุ๊กถอยเข้ามาจอดในบ้านเปิดประตูลงมาจากรถ แล้วมองเข้าไปในบ้าน
“พ่อคะ พ่อ อยู่ไหม”
เป็ดปุ๊กรอครู่หนึ่ง แต่ไม่มีเสียงตอบ
“คงไปวัดแล้ว”
เป็ดปุ๊กก้มกลับเข้าไปในรถ เอากระเป๋าถือ และแฟ้มเอกสารหลายแฟ้มออกมาแต่พอจะปิดประตูรถ แฟ้มก็หล่นลงไปที่พื้น เป็ดปุ๊กเบื่อๆ แล้วก้มลงเก็บแฟ้ม

ใครบางคนหลบอยู่หลังต้นไม้ มองไปที่ไม้ที่กำลังเดินมาในสวน ไม้ เดินผ่านต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วทันใด หมึกก็ออกมาจากหลังต้นไม้ พร้อมกับไม้ท่อนในมือ หมึกฟาดท่อนไม้นั้นลงที่ท้ายทอย ไม้ล้มลงทันที หมึกชักมีดออกมา แล้วนั่งคุกเข้าลงข้างๆร่างของไม้ที่หมดสติอยู่ เงื้อมีด กำลังจะแทงลงไปที่ร่างของไม้ แก้วเดินโซเซกระเซอะกระเซิงออกมาพอดี พอแก้วเห็นหมึกกำลังจะแทงไม้ ก็ร้องลั่น
“ว๊าย...”
หมึกหันมามอง แก้วตกใจยืนนิ่ง...เป็ดปุ๊กที่กำลังเก็บแฟ้มอยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงแก้ว ก็หันไปมองทางกำแพงทันที
แก้วยืนนิ่งตกใจ หมึกลุกขึ้น แก้วมองไปที่มีดในมือแล้วตัดสินใจวิ่งหนีไปทันที หมึกออกวิ่งตาม แก้วร้องลั่น
“อย่านะ ช่วยด้วยค่า ใครก็ได้ช่วยที”
เป็ดปุ๊กเดินมายืนข้างกำแพง เสียงของแก้วดังแว่วเข้ามา
“ช่วยด้วยค่า มันจะฆ่าฉัน”
เป็ดปุ๊กตกใจ แล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์...แก้ววิ่งหนีลึกเข้าไปในสวนร้องตะโกน
“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย”
หมึกวิ่งตามมาจนทันแก้ว แล้วเข้าไปจับตัวไว้
“อย่านะ อย่าทำฉัน ปล่อยฉัน”
หมึกล็อคคอแก้วไว้...ไม้หมดสติอยู่ เสียงแก้วดังเข้ามา
“ช่วยด้วยค่ะ อย่าทำอะไรฉัน”
ไม้เริ่มขยับตัว แต่พอจะลุกขึ้นก็รู้สึกปวดท้ายทอย เอามากุมที่ท้ายทอยนิดหน่อย เสียงร้องของแก้วยังดังอยู่
“ช่วยด้วย อย่านะ อย่าทำฉัน”
ไม้ได้ยินแล้ว ก็พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง...หมึกล็อคคอแก้วเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า บอกให้ปล่อย”
หมึกเอามือมาปิดปากแก้วไว้
“หยุดแหกปากได้แล้ว ไม่งั้นกูเสียบมึงแน่ๆ”
หมึกยกมีดให้ดู แก้วยอมเงียบ แต่พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง
“ถ้ามึงร้องอีก มึงตายแน่”
แก้วพยักหน้า หมึกเลยยอมเปิดปากแก้ว แต่ก็ยังล็อคคอไว้อยู่ แก้วถามทันที
“แก...แกทำงานให้คุณโอมหรือเปล่า”
“พูดเรื่องอะไร”
“เราเป็นพวกเดียวกัน ฉันเป็นแฟนคุณโอม”
“อะไรนะ” หมึกงง
ไม้โซเซตามมาถึงพอดี
“เฮ้ย ปล่อยผู้หญิงนะ”
หมึกหันมาทางไม้
“ดีเหมือนกัน จะได้ทำงานให้เสร็จ”
หมึกผลักแก้วออกไป แล้วหันมาเผชิญหน้ากับไม้

หทัยนั่งทำงานอยู่ในสำนักงาน ครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วประตูก็เปิดเข้ามา หัวหน้า รปภ.ของหมู่บ้านเข้ามา

“คุณหทัยครับ เกิดเรื่องแล้วครับ”

หทัยกับหัวหน้า รปภ. ออกมาจากสำนักงาน
 
พิกุลตามมายืนอยู่หน้าสำนักงานด้วย รถของเป็ดปุ๊กจอดรออยู่ พอเห็นหทัยออกมา เป็ดปุ๊กก็เปิดประตูลงจากรถ
“มีอะไรเหรอคะคุณเป็ด”
“เป็ดได้ยินเสียงผู้หญิงร้องมาจากสวนของไม้น่ะค่ะ”
หทัยแปลกใจ
“ไปด้วยกันไหมคะ”
“ไปก่อนเลยค่ะ ดิฉันจะขับรถตามไป” หทัยหันไปสั่งพิกุล “โทรแจ้งตำรวจด้วย”
พิกุลรีบกลับเข้าไป เป็ดปุ๊กกลับเข้าไปนั่งในรถ หทัยไปขึ้นรถของตน ส่วนหัวหน้า รปภ.ก็ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์
รถเป็ดปุ๊กเคลื่อนออกไป

ไม้ตั้งท่าเตรียมรับ หมึกถือมีดอยู่ในมือ แล้วหมึกก็พุ่งเข้าไปจะแทง ไม้หลบได้อย่างเฉียดฉิว หมึกหันกลับมากวาดมีดใส่อีก ไม้หลบแล้วชกหมึกได้หนึ่งหมัด หมึกเซถลาไป หมึกกับไม้ต่อสู่กัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับ มีแก้วยืนลุ้นด้วยอาการกลัวๆอยู่ห่างๆ แล้วที่สุด ไม้ก็พลาดท่า หมึกพุ่งมีดเข้าไปเหมือนจะถูกที่ท้อง ไม้ผงะหงายไป ล้มลงมีใครคนหนึ่งเข้ามารับตัวไม้ไว้ พอไม้หันมาก็ต้องชะงัก เป็นหทัยที่เข้ามา
“ไม้ เป็นไงบ้าง”
ไม้หันไปมองรอบๆ เป็ดปุ๊ก หน.รปภ. ฝ้าย ดำ แมน มายืนออกันอยู่ด้านหลังหทัย ไม้มองที่ท้อง มีเลือดออกมานิดหน่อย แค่เป็นแผลถากๆไป
“แค่ถากไปน่ะครับ ไม่เป็นไร”
ดำชี้หน้าหมึก
“แกไปไหนไม่รอดหรอก ไอ้โจรห้าร้อย เดี๋ยวตำรวจก็มา”
หมึกเองก็ตกใจเมื่อเห็นทุกคน แล้วหันมามองแก้ว หมึกตัดสินใจเข้าไปหาแก้ว
“จะทำอะไร” แก้วมองที่มีดของหมึก
หมึกโยนมีดทิ้ง
“คุณต้องช่วยผม”
“ช่วยยังไง” แก้วชะงัก
“ยังไงก็ได้”
แก้วรีบคิด จะทำยังไงดี ฝ้ายชี้หน้าแก้ว
“นังนั่นก็เหมือนกัน แรดมาหาผู้ชายถึงบ้าน มันน่านัก”
สิ่งที่ฝ้ายพูด ทำให้แก้วไม่พอใจ แก้วคิดอย่างรวดเร็ว มองเป็ดปุ๊ก แล้วมองไม้ ที่สุดตัดสินใจ
“พี่เขาไม่ใช่คนร้ายหรอกค่ะ จริงๆแล้ว พี่เขามาช่วยแก้วไว้ต่างหาก”
“ช่วยยังไง” ดำงงๆ
“พี่เขามาช่วยแก้ว ไม่ให้ถูกคุณไม้...ข่มขืน”
ทุกคนตะลึงพูดเกือบจะพร้อมกัน
“ข่มขืน”
หมึกเองยังหันมามองแก้ว งงๆ ไม้ยันตัวลุกขึ้น มีหทัยช่วยประคอง
“ผมเนี่ยนะ ข่มขืนคุณ คุณแก้ว”
“คุณไม้ ทำไมคุณพูดอย่างนี้ คุณเองที่หลอกให้แก้วมาหาที่บ้าน บอกว่าจะขอโทษแก้วที่ไปพูดไม่ดีกับแก้วเมื่อวันก่อน พอแก้วเผลอ ก็เข้ามาจะปลุกปล้ำแก้ว”
“ไปกันใหญ่แล้ว” ไม้หันไปมองคนอื่น โดยเฉพาะเป็ดปุ๊ก “ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก ถ้าผมปลุกปล้ำคุณ แล้วไอ้นี่มันเป็นใคร” ไม้ชี้ไปที่หมึก “อยู่ดีๆโผล่มาจากไหน”
หมึกอึกอัก
“กู...เอ๊ย...ผมจะมาซื้อต้นไม้ ได้ยินเสียงผู้หญิงร้อง ก็เลยวิ่งเข้ามา เห็นมึง...คุณกำลังไล่ปล้ำคุณผู้หญิง ก็เลยเข้ามาช่วย”
ไม้ไม่อยากจะเชื่อ
“จะบ้าตาย พวกเขาโกหก” ไม้มองเป็ดปุ๊ก “ต้องเชื่อผมนะ”
เป็ดปุ๊กอึ้งๆ หทัยจ้องหน้าแก้วกับหมึก
“ไม้ไม่ใช่คนอย่างนั้น จะจริงหรือไม่จริง เดี๋ยวตำรวจมา ก็ให้เขาสอบสวนเอา”
แก้วเหลือบมองหมึกที่อึ้งๆ เสียงไซเรนตำรวจดังใกล้เข้ามา ทุกคนหันไปมองทางถนนแล้วครู่หนึ่ง ตำรวจ 3-4 คน ก็เดินเข้ามา ในจำนวนนั้น มีจ่าชาติที่ไม้รู้จักมาด้วย ผู้หมวดนำทีมเข้ามา
“มีคนโทรไปแจ้งว่ามีการทำร้ายกัน”
“ไอ้นั่นครับ มันแทงพี่ไม้” ดำชี้ไปที่หมึก
“กูมาช่วยผู้หญิงต่างหาก ไอ้นั่นมันจะข่มขืนผู้หญิงน่ะครับ” หมึกเถียงทันที
ผู้หมวดมองไปที่ไม้แล้วก็มองหมึก จ่าชาติเข้ามากระซิบกับหมวดนิดหน่อย หมวดพยักหน้ารับทราบ แล้วสั่งลูกน้อง
“พาไปที่ร้านก่อน”
ตำรวจแยกกันไปคุมตัวหมึกกับไม้

ทุกคนอยู่ในร้านสวนขวัญ ด้านหนึ่งตำรวจกำลังตรวจค้นอาวุธในตัวหมึก ได้โทรศัพท์มือถือมาเครื่องหนึ่ง เอาไปวางไว้ที่โต๊ะ อีกด้านตำรวจก็ค้นตัวไม้เหมือนกัน แต่ไม่พบอะไร เมื่อตำรวจแตะถูกส่วนที่ไม้ถูกแทง ไม้ก็มีอาการสะดุ้ง ผู้หมวดให้ไม้ยกเสื้อให้ดู
“แผลนิดเดียว”
“ขอหนูทำแผลให้พี่เขาก่อนได้ไหมคะ” ฝ้ายบอก
“เอาซิ”
ฝ้ายหันไปที่ตู้ปฐมพยาบาล หยิบผ้าก๊อตและพลาสเตอร์มา เป็ดปุ๊กเข้ามาช่วย
“มา ให้ฉันช่วย”
เป็ดปุ๊กกับฝ้ายช่วยกันทำแผลให้ไม้ไป หทัยมองเป็ดปุ๊ก เห็นถึงความเอาใจใส่และห่วงใยของเธอที่มีต่อไม้แต่แก้วกลับมองอย่างไม่พอใจ แล้วขยับเข้าไป
“ให้ฉันช่วยด้วย”
ผู้หมวดมองหน้า
“จะช่วยทำแผลให้คนที่เพิ่งจะข่มขืนคุณเหรอ”
แก้วชะงักแล้วถอยออกมา ผู้หมวดหันมาพูดกับหมึก
“เล่ามาซิ มันเกิดอะไรขึ้น ขอความจริงนะ”
ผู้หมวดเอาสมุดบันทึกเล็กๆออกมา เตรียมจด
“ผมจะมาหาซื้อต้นไม้ แล้วผมก็...”
“ต้นอะไร” ผู้หมวดถามสวนขึ้น
หมึกชะงัก ผู้หมวดมองหน้า
“นายจะซื้อต้นอะไร”
หมึกอึกอัก
“ก็...ต้น...ต้นมะม่วง...เขียวเสวย”
ผู้หมวดจดลงบันทึก
“เอาไปปลูกที่ไหน”
“ก็...ที่บ้านผม” หมึกอึ้งๆ
“บ้านอยู่ไหน”
“อยู่แถวๆนี้ล่ะครับ”
“ขอบ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จะให้เจ้าหน้าที่ไปดู”
หมึกอึกอักหาทางเฉไฉ
“คือ...จริงๆ แถวนี้บ้านญาติน่ะครับ บ้านที่ผมอยู่ อยู่ฝั่งโน้นแถวสายไหม”
“แล้วทำไมมาซื้อต้นมะม่วงถึงนี่ คนละฟากเมืองเลย แถวสายไหมมีร้านต้นไม้เยอะแยะ”
“ก็เขาว่าแถวนี้มันพันธุ์ดี นี่ หมวด ทำไมไม่ถามเรื่องข่มขืน มาสนใจอะไรกับเรื่องต้นไม้” หมึกยังแถไป
“เพราะว่านายกำลังให้การเท็จไง” ผู้หมวดมองหน้า
หมึกอึ้ง
“แค่เรื่องต้นไม้ นายก็ตอบวกวนจนไม่ใครเชื่อแล้ว ไม่ต้องเรื่องคดีข่มขืนหรอก เดี๋ยวฉันจะสอบเจ้าทุกข์เขาเอง”
ผู้หมวดเหลือบมองไปที่แก้ว เธอชักหนาวๆ แล้วผู้หมวดก็หันมาถามหมึกอีก
“พูดความจริงมา ทำไมนายถึงมาทำร้ายนายตฤณ”
หมึกยังเงียบอยู่
“นายตั้งใจชิงทรัพย์เขา หรือว่า...มีใครจ้างนายมาให้ทำร้ายเขา”
หมึกขยับตัว ผู้หมวดสังเกตว่ารู้สึกบางอย่างกับคำถามนี้
“ถ้านายตั้งใจชิงทรัพย์เขาเอง โทษก็หนักหน่อย แต่ถ้ามีใครจ้าง แล้วนายให้ความร่วมมือแจ้งชื่อกับตำรวจ เราก็อาจจะกันนายเป็นพยาน ไม่ต้องลูกลงโทษ”
หมึกยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้น จ่าชาติเดินเข้ามา พร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือของหมึกให้ดู
“เบอร์โทรสุดท้ายนี่ เป็นของคนที่จ้างนายหรือเปล่า”
“ต้องกันผมเป็นพยานจริงๆนะครับ” หมึกหันมาถามผู้หมวด

โอม อยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเขาเอาโทรศัพท์มาดู แล้วกดรับสาย
“ว่าไง จัดการกับมันหรือยัง”
หมึกพูดโทรศัพท์อยู่ในร้านสวนขวัญโดยเปิดลำโพงโทรศัพท์ ตำรวจคนหนึ่งถือโทรศัพท์ให้ ผู้หมวดยืนคุมอยู่ข้างๆ ส่วนคนอื่นๆก็รายล้อมอยู่ในร้าน
“ผมทำไม่สำเร็จครับ”
“หมายความว่าไงไม่สำเร็จ มันบาดเจ็บบ้างไหม”
หทัยอึ้งๆเมื่อได้ยินเสียง รู้ว่าเป็นเสียงโอม ไม้กับเป็ดปุ๊กก็จำได้ หันมามองกัน
“นิดหน่อยครับ”
“ก็กลับไปทำให้มันเสร็จซิ”
ฝ้ายเกือบจะโวยออกมา แต่ดำรีบปิดปากไว้ แล้วทำมือจุ๊ย์ปากไม่ให้ส่งเสียง
“ทำไม่ได้แล้วครับ คุณต้องมาช่วยผมนะครับ”
“อะไรของแกวะ ฉันจ่ายเงินจ้างแกแล้ว แกก็ทำไปซิ จะให้ฉันช่วยอะไร”
หทัยเห็นทุกคนกำลังสนใจเสียงจากโทรศัพท์ เลยฉวยโอกาสนั้น ค่อยๆหลบออกไปจากร้าน
“ต้องมาช่วยเอาผมออกไปน่ะครับ”
“ออกไปจากไหน”
“ตำรวจจับผมไว้ครับ คุณต้องมาช่วยผมนะครับ”
“ไอ้บ้า แกถูกตำรวจจับเหรอ” โอมตกใจ
โอมกดวางสายทันที...จ่าชาติเดินเข้ามาหาผู้หมวดส่งกระดาษโน้ตเล็กๆแผ่นหนึ่งให้
“ได้ชื่อเจ้าของเบอร์แล้วครับ นายอลังการ วิชิตไพรัช ลูกชายคุณหทัย”
ทุกคนหันไปมองที่ไม้กับเป็ดปุ๊ก ที่ซึ่งหทัยยืนอยู่เมื่อครู่ เป็ดปุ๊กับไม้ก็หันไปมองหาเหมือนกัน
“แม่นายไปไหนแล้ว”

ไม้ไม่สบายใจขึ้นมาทันที

อลงกรณ์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก โอมพรวดพราดออกมาจากห้องนั่งเล่น จะขึ้นไปข้างบน

“มีอะไรเหรอโอม จะรีบร้อนไปไหน”
“ผมต้องไปจากที่นี่”
อลงกรณ์ลุกขึ้น แล้วเดินมาหา
“ทำไม ทำไมแกต้องไปจากที่นี่”
“ตำรวจจับคนที่ผมจ้างไปจัดการไอ้ไม้ มันต้องซัดทอดมาที่ผมแน่ๆ”
โอมวิ่งขึ้นชั้นบนไปเลย อลงกรณ์ตกใจ
“อะไรนะ แกจ้างคนไปทำอะไร” อลงกรณ์รีบตามขึ้นบ้านไป “เดี๋ยวโอม ตั้งแต่เมื่อไหร่ แกทำแบบนั้นทำไม”

โอมลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากในบ้าน อลงกรณ์ตามออกมาด้วย
“จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อนเลย ทำไมใจร้อนอย่างนี้”
“ก็เพราะพ่อมัวแต่ใจเย็นไง ผมไม่ยอมให้มันได้ทุกอย่างไปหรอก”
“พ่อก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่เรื่องแบบนี้เราต้องค่อยเจรจา”
“มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะพ่อ พ่อต้องช่วยผมนะ”
“ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลา พ่อจะหาตั๋วเครื่องบินให้ ถ้ารีบออกนอกประเทศตอนนี้น่าจะยังทัน ไปฮ่องกงนะ พ่อมีเพื่อนที่นั่น”
“ที่ไหนก็ได้น่ะพ่อ ที่ผมจะไม่ต้องติดคุกน่ะ โทรไปหาตั๋วให้ผมตอนนี้เลย”
อลงกรณ์เอาโทรศัพท์ออกมา แล้วกดหาเบอร์ตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน รถหทัยแล่นเข้ามาจอด หน้าบ้านประตูรั้วเลื่อนเปิดออก กระจกรถของหทัยเลื่อนลง หทัยมองออกมาเห็นโอมและอลงกรณ์พร้อมกับกระเป๋าเดินทาง หทัยรีบลงจากรถ หทัยตรงไปหาตบหน้าโอมอย่างแรง ทั้งโอมและอลงกรณ์ตกใจ หทัยร้องไห้ไปด้วย
“ทำไมทำแบบนี้ ลูกทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ยังไง”
หทัยจะเข้าไปตีอีก โอมยกมือขึ้นปัดป้อง
“แม่ แม่ทำอะไร”
อลงกรณ์เข้าไปกอดดึงตัวหทัยออกมา
“พอแล้วหทัย อย่าทำลูก”
“รู้ไหม ลูกคุณทำอะไร เขาจ้างคนไปฆ่าไม้ เขาทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ยังไง ตำรวจก็จะมาจับเขาแล้ว”
“ผมรู้แล้ว กำลังพาลูกหนีอยู่นี่ไง”
“อะไรนะ” หทัยตะลึง
“ผมจะให้ลูกหนีไปฮ่องกงก่อน”
“ไม่ได้นะ”
“อะไรของคุณ คุณหลีกไปเหอะ กุญแจอยู่ในรถใช่ไหม”
อลงกรณ์จูงแขนโอมจะพาไป หทัยเข้ากอดโอมไว้
“ลูกไปไม่ได้ แม่ไม่ยอม”
“แม่ ปล่อยผมนะ พ่อ ช่วยด้วยครับ”
“คุณจะทำอะไร” อลงกรณ์จะมาดึงตัวหทัยออก
“ฉันไม่ยอมให้เขาหนีไปแบบนี้”
“คุณบ้าหรือเปล่า ลูกจะต้องติดคุกนะ”
“เขาทำผิด เขาจะฆ่าไม้”
“ห่วงแต่ลูกตัวเอง โอมเป็นลูกผม ผมจะช่วยลูกผม ออกไป”
อลงกรณ์กระชากตัวออก หทัยหงายหลังล้มลง อลงกรณ์ดึงแขนโอมจะพาไปอีก หทัยรีบลุกขึ้นมาแล้วกอดโอมดึงไว้
“ไม่ แม่ไม่ให้ไป โอมไปไม่ได้”
อลงกรณ์ดึงตัวโอมไป โอมก็ลากหทัยไปด้วย หทัยกอดโอมแน่นไม่ยอมปล่อย

รถเป็ดปุ๊กแล่นมาจอด เป็ดปุ๊กกับไม้ลงจากรถ ไม้ต้องยืนนิ่งเมื่อเห็นหทัยกอดโอมไว้แบบนั้น หทัยพูดไปร้องไห้ไป
“แม่ห้ามลูกแล้วแต่ลูกไม่เชื่อ ลูกยังกล้าทำสิ่งเลวๆ กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดซิ แม่ไม่ยอมให้ลูกไปหรอก”
อลงกรณ์ดึงโอมมา โอมก็ลากหทัยตามมาด้วย
“แม่ผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้ลูกต้องเป็นคนเลว แต่แม่ให้ลูกไปไม่ได้ ลูกต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ”
อลงกรณ์เงยหน้าขึ้น เห็นไม้ยืนมองอยู่ ในใจนึกกลัวว่าไม้จะมาขวาง ตัดสินใจเข้ามาดึงแขนของหทัยออกจากตัวโอม แล้วผลักออกไป จนหทัยล้มลง โอมเองก็ชะงักมองแม่ หทัยจะเข้ามาหาโอมอีก อลงกรณ์เข้ามาเงื้อมือจะตบ ไม้รีบเข้ามาขวาง
“อย่าทำอะไรเขา”
อลงกรณ์อึดอัด ขัดใจ แล้วจูงแขนโอม
“ไปลูก รีบไป”
อลงกรณ์พาโอมไปที่รถหทัย ไม้ประคองหทัยไว้
“อย่าไปลูก โอม อย่าไป”
อลงกรณ์เอากระเป๋าเดินทางของโอมใส่เบาะหลัง โอมยังยืนมองหทัยอยู่ข้างรถ
“ขึ้นรถซิ”
โอมรู้ตัว กำลังจะขึ้นรถ ทันใด เสียงไซเรนของตำรวจก็ดังเข้ามา แล้วรถตำรวจก็มาจอดขวางอยู่กลางถนน ผู้หมวด และตำรวจอีก 2 คน ลงมาจากรถ อลงกรณ์นิ่งไป รู้ว่าทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว โอมเองก็เช่นกัน

ตำรวจใส่กุญแจมือโอม แล้วดึงตัวไปที่รถเปิดประตูหลัง แล้วดันให้เข้าไป หทัยกับอลงกรณ์ตามมา หทัยยังร้องไห้อยู่ ไม้เดินเข้ามา แล้วพูดกับโอม
“ผมบอกตำรวจไปแล้วว่าจะไม่เอาเรื่องคุณ มันอาจจะช่วยให้โทษเบาลง”
โอมมองไม้ ไม่เข้าใจว่า ทำไมไม้ยังจะมาทำดีกับเขา ตำรวจปิดประตูรถ แล้วเข้าไปนั่งข้างหน้า รถตำรวจถอยออกไป หทัยมองตามรถตำรวจไป สะอื้นไปด้วย

หทัยเดินอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วมาทรุดนั่งลง ยังสะอื้นร้องไห้อยู่ ครู่หนึ่ง ไม้เข้ามา แล้วยืนอยู่ตรงหน้าหทัย เป็ดปุ๊กยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
“ทำไมปล่อยให้ตำรวจจับโอมล่ะครับ"
หทัยเงยหน้าขึ้นมา มองเหม่อไป
“โอมทำสิ่งที่ผิด ทำเรื่องเลวร้ายเขาจะต้องได้รับโทษในสิ่งที่เขาทำ ไม่อย่างนั้น เขาก็จะไม่สำนึก เขาจะทำผิดต่อไป มันจะยิ่งดึงให้เขาตกต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงเขาได้อีก แม่ไม่มีวันทนได้ ถ้าลูกแม่ต้องเป็นแบบนั้น” หทัยหยุดไปชั่วขณะ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองไม้ “แล้วที่สำคัญ ไม้จะกลายเป็นเหยื่อของเขา แม่อาจจะต้องสูญเสียลูกไปพร้อมๆกันทั้งสองคน” หทัยสะอื้นร้องไห้
ไม้อึ้งไป แล้วทรุดตัวลง นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหทัย ไม้เอื้อมมือไป แล้วเอามือของหทัยมากุมไว้
“แม่ครับ”
หทัยมองไม้ เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำว่า แม่ จากปากไม้
“ผมรู้แล้วว่าแม่รักผมแค่ไหน ผมขอโทษนะครับ ที่ผมทำร้ายจิตใจแม่มาตลอด”
ไม้กราบลงที่ตักของหทัย นิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง หทัยประคองศีรษะไม้ให้เงยหน้าขึ้น ไม้มีน้ำตาคลออยู่ หทัยดึงไม้เข้ามากอด ไม้ก็กอดแม่ไว้ เป็ดปุ๊กยืนมองอยู่ห่างๆ อดน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ แม่ลูกกอดกันอยู่อย่างนั้น

ในสถานีตำรวจ หมึกอยู่ให้ห้องขัง โวยวายออกมา
“ผู้หมวดครับ ไหนว่าจะกันผมเป็นพยานไง”
“ทำไมไม่ปล่อยผมสักที ปล่อยได้แล้วครับ”

แก้วนั่งอยู่ด้านนอกอย่างไม่สบายใจ จ่าเวรหันไปดุหมึก
“เงียบๆได้ไหม เดี๋ยวก็ขังลืมหรอก”
“ใจร้าย”
ผู้หมวดเดินเข้ามาในสถานี ตำรวจสองคน เดินคุมตัวโอมที่ถูกใส่กุญแจมือเข้ามาด้วย พอแก้วเห็นโอม ก็รีบหันหนี หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบัง หมวดสั่งลูกน้อง
“เอาไปขังก่อน ขังคนละห้องนะ”
ตำรวจพาโอมเข้าไปในห้องขัง หมึกโวยวาย
“นี่ล่ะครับ คนที่จ้างผม”
“แกเป็นใคร ฉันไม่รู้จักแก มันใส่ร้ายผม ให้ผมโทรตามทนาย เดี๋ยวนี้เลย” โอมโวยกลับ
ผู้หมวดรอดูโอมเข้าห้องขังนิดหน่อย แล้วเดินกลับมาหาแก้ว
“คุณแก้วกรพินธุ์ ตกลงคุณจะแจ้งความเรื่องนายตฤณข่มขืนคุณ ไหมครับ ถ้าจะแจ้งความ ผมจะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล”
“ขอดิฉันปรึกษาญาติๆก่อนนะคะ” แก้วอึดอัด
ผู้หมวดดูนาฬิกา
“อีกสองชั่วโมงผมจะออกเวร ยังไงตัดสินใจเร็วหน่อยนะครับ”
ผู้หมวดเดินออกไป แก้วคิดหนัก

เก็จเกยูรอยู่กับไก่กุ๊กในห้องรับแขก ในมือมีแบงค์พันสองใบ เธอมองอย่างไม่พอใจ
“ได้มาแค่นี้น่ะเหรอ แค่สองพันเนี่ยนะ มันจะอยู่ได้กี่วันเนี่ย ไหนว่าโอทีเกือบหมื่น”
“อันนี้หัวหน้าเขาเอาเงินส่วนตัวให้ยืมมาก่อน ไก่บอกเขาว่ากำลังเดือดร้อนมาก”
“ถึงยังไงมันก็ไม่พอ เจ๊แกทวงเก็จยิกๆ ครูแมวเมี๊ยวเก็จก็ไม่กล้าเจอหน้าแล้ว”
“ยืมเงินครูลูกด้วยเหรอ”
“เออซิ อย่างน้อยๆ ต้องให้ได้สองหมื่น ถึงจะพอให้พวกมันเลิกทวง เก็จอายเขาจริงๆ”
“อย่างน้อยก็ต้องอาทิตย์หน้า”
“พออาทิตย์หน้าก็บอกอาทิตย์หน้าอีก พูดเป็นอยู่คำเดียว” เก็จเกยูรโวยขึ้นมา “เบื่อ เบื่อเว๊ย ไม่อยากจะอยู่แล้ว”
เก็จเกยูรเดินออกจากบ้านไป เธอเดินออกมาหน้าบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอเอาโทรศัพท์มาดู แล้วกดรับสาย
“ว่าไง”
แก้วมานั่งห่างๆทุกคน พูดโทรศัพท์อยู่
“พี่เก็จ ช่วยแก้วหน่อยซิ”
“ช่วยอะไร”
“คือ...แก้วจะแจ้งความว่าคุณไม้เขาข่มขืนแก้วน่ะ พี่เก็จช่วยคิดหน่อย”
“อะไรนะ จะไปแจ้งความเขาทำไม”
“เรื่องมันยาวน่ะพี่ มันมีทางออกทางเดียว มาเป็นพยานให้เก็จก็ยังดี”
“เดี๋ยวๆ ฉันไม่เข้าใจ อะไรมันเป็นยังไง ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน”
“อยู่ใน...โรงพัก”
“โรงพัก” เก็จเกยูรตกใจ
“ก็กำลังจะแจ้งความนี่ไง อยากให้พี่ช่วยคิด”
“นี่ เรื่องตำรวจกับฉันมันไม่ถูกกัน ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอก แกเองก็ไม่ควรจะไปยุ่งด้วย เดี๋ยวก็เดือดร้อน แค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องด่วนต้องทำ”
แล้วเก็จเกยูรก็กดตัดสายแก้วไปเลย แก้วอึ้ง รู้สึกแย่ แล้วกดเบอร์โทรใหม่

กะรัตอยู่ในบ้านกำลังพูดโทรศัพท์กับแก้ว
“คุณไม้เขาข่มขืนแก เมื่อไหร่ กลางวันแสกๆนี่น่ะเหรอ”
“จริงๆมันไม่มีหรอกแม่ แต่แก้วว่าจะแจ้งความแบบนั้น”
“เขาไม่ได้ทำ แล้วแกจะไปแจ้งความเขาทำไม ก็ไหนว่าจะจับเขาเป็นผัว”
“เรื่องมันยาวน่ะแม่ คือ แก้วมาหาคุณไม้เขา แล้วพอดีคนของคุณโอมก็จะมาทำร้ายเขา มันขอให้แก้วช่วย แก้วก็พลั้งปากบอกไปว่าคุณไม้จะข่มขืนแก้ว แล้วไอ้คนนั้นมันมาช่วยแก้วไว้”
“เดี๋ยวๆ คนของคุณโอมเหรอ สงสัยเรื่องเดียวกันแน่ๆเลย”
“เรื่องเดียวอะไรคะ”
“ก็พ่อแกน่ะซิ เขากำลังวุ่นวายใหญ่แล้ว”
ศักดิ์เดินไปเดินมา กำลังโทรศัพท์พูดโทรศัพท์อยู่
“พ่อแกเขาเป็นคนแนะนำไอ้บ้านั่นให้คุณโอม”
“จริงเหรอคะ” แก้วตะลึง
“นี่ แม่ช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวมันจะลากพ่อแกเข้าคุกไปด้วย แค่นี้ก่อนนะ ต้องช่วยเขาคิดว่าจะทำยังไงดี”
แก้วทำท่าจะพูดต่อ แล้วสายก็ถูกตัดไป แก้วยิ่งเครียดไม่รู้จะทำยังไง ผู้หมวดออกมาจากห้อง แก้วตัดสินใจลุกขึ้น แล้วเดินไปหา
“ผู้หมวดคะ”
“ตกลงเอาไงครับ”
“ดิฉัน...มีเรื่องอยากสารภาพ”

แก้วส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้หมวด

ศักดิ์พูดโทรศัพท์อยู่ในบ้าน

“เอางั้นนะ ได้ๆ งั้นก็คงต้องไป ขอบคุณมากครับ”
ศักดิ์กดวางสาย แล้วหันมา กะรัตยืนรอฟังอยู่
“ว่าไง”
“เพื่อนผมแนะนำว่าให้ไปอยู่ต่างจังหวัดก่อนสักพัก แล้วเขาจะสืบดูให้ว่าเรื่องจะมาถึงผมหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรค่อยกลับมา”
“แล้วจะไปอยู่ไหน”
“ก็...ฟาร์มของเพื่อนผมที่ราชบุรีไง”
“ไอ้ฟาร์มแกะนั่นน่ะเหรอ จะให้ฉันไปตักขี้มันอีกเหรอ”
“ก็จะไปพักกับเขาฟรีๆมันก็น่าเกลียดใช่ไหมล่ะ ช่วยเขาทำโน่นนิดนี่หน่อย เขาจะได้ไม่ไล่ เอาน่า คงแค่อาทิตย์ก็รู้เรื่องแล้ว ไปเก็บกระเป๋าเหอะ รีบไปเลยก็ดี”
เสียงกริ่งประตูดังเข้ามา กะรัตไปดูที่หน้าต่าง
“ยัยเก็จมา”
“ผมไปจัดกระเป๋าก่อนนะ”
ศักดิ์ขึ้นบ้านไป กะรัตมาเปิดประตู
“เข้ามาเลย”
เก็จเกยูรเข้ามาในบ้าน
“โชคดีจังเลย แม่อยู่บ้าน”
“กำลังจะออกอยู่”
“ไปไหนคะ”
“ต่างจังหวัด ทำไม มาหาแม่มีอะไรหรือเปล่า”
เก็จเกยูรตีหน้าเศร้า
“เก็จกำลังเดือดร้อนน่ะแม่ ขอยืมสักสองหมื่นได้ไหม”
“นึกแล้ว ถ่อมาหาฉัน ไม่มีเรื่องอื่นหรอก ฉันไม่มีหรอก เหลืออยู่นิดหน่อยก็ต้องไว้เดินทาง”
“เก็จจำเป็นจริงๆนะแม่ ถ้าไม่ได้เงินไป เก็จแย่แน่ๆ”
“ก็บอกแล้วว่าไม่มี จะมาว่าพึ่งแม่ได้ยังไง แกต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเองซิ สอนกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำ ผัวน่ะมีไว้ทำไม ไปรีดเอาจากมันซิ”
“เขาก็ไม่มี”
“งั้นก็เลิกกับมัน ไปหาผัวใหม่ ให้ได้ที่มันรวยๆแบบน้องสาวแก”
“แก้วมันก็ไปไม่รอดหรอกแม่”
“ยังไงนะ”
“ช่างมันเหอะ ตกลงแม่จะช่วยเก็จไหม”
“ฉันไม่มี”
“งั้นเก็จมาที่นี่ก็เสียเวลาเปล่า จะมีที่ไหนที่เก็จพึ่งได้อีก”
“ตัวเองไง มีแต่ตัวเองเท่านั้นแหละ ที่จะพึ่งได้”
เก็จเกยูรนิ่งไป แล้วหันกลับเดินออกจากบ้านกะรัตไป กะรัตมองตาม ส่ายหน้าเบื่อๆ

กะรัตกับศักดิ์ออกมาจากในบ้าน ศักดิ์ลากกระเป๋าเดินทางออกมาด้วย แล้วทั้งสองก็ต้องชะงัก เมื่อไก่กุ๊กมายืนอยู่ตรงหน้าทั้งสอง ไก่กุ๊กไหว้ทั้งสอง
“สวัสดีครับ เก็จมาที่นี่หรือเปล่าครับ”
“เพิ่งออกไปเมื่อกี้เอง”
“ไปไหนรู้ไหมครับ”
“เขาไม่ได้บอก แต่คงยังไปไม่ไกลหรอก ถ้าเดินไปนะ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
ไก่กุ๊กไหว้ลาอีกที แล้วหันกลับออกจากบ้านไป

เก็จเกยูรเดินเหม่อๆมาที่สะพานพุทธ แล้วเดินขึ้นไปบนสะพานพุทธ ยืนอยู่ที่ฟุตปาท มองไปในแม่น้ำ ระลอกคลื่นในแม่น้ำกระเพื่อมส่องแสงระยิบระยับ เธอยืนมองอยู่นิ่งอย่างนั้นครู่หนึ่ง แล้วก็ได้เสียงของแมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บดังเข้ามา
“แม่ครับ แม่”
“แม่จ๋า”
เก็จหันไปมอง แมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บพากันวิ่งมา ผ่านไปทางด้านหลัง ไก่กุ๊กก็วิ่งตามมาด้วย แมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บวิ่งมาจนถึงแม่ เก็จเกยูรนั่งยองๆลงกอดลูกไว้
“ทำไมแม่มาเที่ยวแถวนี้” แมวเมี๊ยวถามอย่างสงสัย
“แม่มาเที่ยวไม่ชวนนกจิ๊บมาด้วยเลย”
เก็จเกยูรน้ำตาคลอขึ้นมา
“ใครบอกว่าแม่มาเที่ยว”
“ไก่บอกลูกอย่างนั้นเอง” ไก่กุ๊กเดินมาถึง พูดขึ้น
เก็จเกยูรเงยหน้ามอง ไก่กุ๊กจ้องหน้า
“แล้วไม่จริงเหรอ”
เก็จเกยูรลุกขึ้นยืน
“เก็จเบื่อตัวเอง เก็จมันไม่มีค่า ทำตัวให้เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย ช่วยตัวเองไม่ได้สักนิด”
“ไม่จริงหรอก” ไก่กุ๊กถามลูกๆ “แม่มีค่าไหมลูก”
“มีซิครับ แมวเมี๊ยวรักแม่” แมวเมี๊ยวเข้าไปกอด
“นกจิ๊บก็รักแม่ที่สุดค่ะ” นกจิ๊บกอดด้วย
“ผมก็รักเก็จ เก็จสำคัญสำหรับพวกเรา”
“ไม่จริงหรอก”
“ผมขอโทษนะเก็จ ผมรู้ตัวแล้ว ที่ผ่านมาผมทำตัวแย่มาก ไม่รับผิดชอบครอบครัว เพราะผมเคยมีพ่อ มีเป็ดช่วย พอพวกเขาไม่อยู่ มันเลยวุ่นวายไปหมด แต่ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ผมต้องเปลี่ยนตัวเอง จะไม่เป็นเหมือนเก่า ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ให้โอกาสผมเถอะนะ”
“ไก่ไม่เกลียดเก็จเหรอ”
“ไม่มีวัน”
เก็จเกยูรน้ำตาไหลออกมา
“เราจะเริ่มกันใหม่นะไก่”
ไก่กุ๊กพยักหน้า แล้วเข้าไปกอดทั้งเก็จเกยูรและลูกๆ สี่คนกอดกันกลมอยู่บนสะพานอย่างนั้น

ค่ำนั้นรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าคอนโด ประตูรถเปิดออก แก้วลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ แล้วเดินผ่านหน้ารถ มาที่ฝั่งคนขับ กระจกรถฝั่งคนขับลดลง ผู้หมวดเป็นคนขับรถมาส่งแก้ว
“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง แล้วก็...ขอบคุณที่ไม่จับแก้ว ข้อหาแจ้งความเท็จ”
“ผมยังไม่ทันได้บันทึกแจ้งความของคุณไว้นี่ครับ แล้วความจริง คำให้การของคุณเรื่องนายอลังการ ถือว่าเป็นประโยชน์มาก คุณเป็นพยานปากสำคัญของเรา”
“ใจก็ไม่อยากปรักปรำโอมเขา แต่ในเมื่อเขาเป็นคนแบบนี้ก็ต้องตัดใจ ความจริงแก้วก็บอกเลิกกับเขามาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ พูดแต่ความจริง แค่นั้นก็ดีที่สุดแล้ว”
“ไหนๆผู้หมวดก็อุตส่าห์มาส่งแล้ว จะขึ้นไปรับกาแฟสักถ้วยก่อนไหมคะ”
“คงไม่ได้หรอกครับ” ผู้หมวดดูนาฬิกา “ผมต้องไปสุวรรณภูมิ”
“ไปรับแฟนเหรอคะ”
“รับแม่ครับ แม่กลับจากอังกฤษ ผมยังไม่มีแฟน”
“อย่างผู้หมวดน่ะเหรอไม่มีแฟน หลอกกันหรือเปล่า”
“ผมไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ งานมันยุ่ง ต้องช่วยธุรกิจส่งออกของแม่ด้วย”
“เหรอคะ แหม แบบนี้ต้องหาคนช่วยแล้วมั้ง แก้วก็ทำงานเรื่องส่งออกมาตลอดนะคะ”
“ส่งออกอะไรครับ”
“เครื่องประดับน่ะค่ะ พวกเครื่องเพชร”
“จริงเหรอครับ แม่ผมทำเรื่องทอง มันคล้ายกันไหมครับ”
“แทบจะเหมือนกันเลยค่ะ แบบนี้ต้องคุยกันยาวแล้ว”
แก้วมองผู้หมวด ส่งสายตาหวานเยิ้มให้สุดๆ

เช้าวันใหม่...ย่าขวัญเข้ามาในบ้าน ไม้ช่วยหิ้วตะกร้าของย่าเข้ามาด้วย ตั๊กแตนกำลังถูบ้านอยู่
“อ้าว แตน ไม่ไปโรงเรียนเหรอ” ย่าขวัญแปลกใจ
“หยุดเตรียมสอบจ้ะ”
“แล้วก็ดูหนังสือนะ อย่าไปเที่ยวเล่น”
“จ้า”
ไม้เอาตะกร้าไปวางไว้ที่โต๊ะ
“คุณเชียรเป็นไงบ้างล่ะย่า”
“อูย เขาชอบมาก บอกจากนี้จะมาถือศีลทุกวันพระเลย แล้วคุยกับหลวงพ่อสนุกเลยนะ”
“ก็ดีครับ แกจะได้ไม่เหงา” ไม้ยิ้ม
“แต่ได้ยินว่าที่นี่มีเรื่องวุ่นวาย ฝ้ายมันไปเล่าให้ฟังเมื่อคืน เกือบตบะแตก”
ย่าขวัญมานั่งลงที่พื้น ไม้ลงมานั่งด้วย
“มันจบแล้วล่ะย่า สงสารก็แต่แม่”
“เรียกเขาว่าแม่แล้วเหรอ” ย่าขวัญชะงัก
“ผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของแม่ ความทุกข์ที่แม่ต้องทนมาตลอดทุกครั้งที่ผม...ทำไม่ดีกับแม่”
“กลับตัวได้ตอนนี้มันก็ยังไม่สาย ยังมีเวลาทำอะไรดีๆให้เขาอีกเยอะ”
“ไม้ก็ตั้งใจไว้แล้วล่ะ ไม้จะทำทุกอย่างให้แม่มีความสุข”
“แค่เขารู้ว่าไม้ให้อภัยเขา ไม่ถือโกรธเขาอีก ย่าว่าเขาก็มีความสุขมากแล้วล่ะ”
“พอเราให้อภัยคนอื่นเป็น มันเหมือนทุกอย่างเบาไปหมดเลยย่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าใจ พูดกี่ครั้งก็ไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้กระจ่างหมดเลย ฟ้าสว่าง”
“จำไม่ได้ว่าย่าเคยพูดเรื่องนี้กับไม้ ไม่ใช่ย่าใช่ไหม” ย่าขวัญหัวเราะ
“คุณเป็ดน่ะย่า ถ้าไม่มีเขา ไม้ก็คงยังโง่อยู่เหมือเดิม”
ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงรถดังเข้ามา แล้วจอดอยู่แต่ไกล ย่าขวัญหันไปบอกตั๊กแตน
“ใครมาน่ะแตน”
ตั๊กแตนเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน แล้วกลับเข้ามา
“พี่ภูมิน่ะย่า” ตั๊กแตนยังกลัวๆไม้อยู่
ไม้มองตั๊กแตน
“ไปถามเขาดูซิ มีธุระอะไร ถ้าจะชวนไปเที่ยว ก็เข้ามาบอกหน่อย”
“ขอบคุณค่ะ”
ตั๊กแตนดีใจที่ไม้ไม่ว่าวิ่งออกไป ย่าขวัญมองไม้ แล้วยิ้มๆ
“ภูมิมันรับปากไม้ว่าจะเป็นคนดี”
“ก็ดีแล้ว เออ ไม้ ย่ายังมีอีกเรื่อง ที่อยากจะคุยกับไม้”
ไม้มองย่ารอฟัง

รถกระบะของภูมิจอดอยู่ ภูมิยืนอยู่ข้างรถ ครู่หนึ่ง ตั๊กแตนวิ่งเข้ามา
“มาแต่เช้าเลยพี่ภูมิ”
“พี่จะมาลาแตน”
ตั๊กแตนชะงัก รู้สึกไม่ดี
“ลาไปไหน”
“พี่ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก”
“ทำไมล่ะ ตำรวจจะจับพี่เหรอ”
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวหรอก พี่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่”
“อยู่ที่นี่ก็เปลี่ยนได้”
“มันยากน่ะแตน ไหนจะเพื่อน ไหนจะสิ่งแวดล้อมเก่าๆ พี่ต้องไปอยู่ที่อื่นสักพัก เพื่อนพ่อพี่เขาเป็นอาจารย์สอนช่างเครื่องยนต์ เขากำลังจะเปิดสอนคอร์สใหม่ ช่วงแรกก็เรียนสามเดือน แล้วก็มีให้เรียนต่ออีก 3-4 ระดับ เรียนทั้งหมดก็ประมาณปีนึง ได้เป็นช่างมืออาชีพเลย แล้วเขาอาจจะฝากเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆ”
“ฟังดูดีจังเลย พี่ต้องมีอนาคตที่ดีแน่ๆ แล้ว...พี่จะกลับมาใช่ไหม”
ภูมิจับมือตั๊กแตนขึ้นมา
“แตนไม่ต้องห่วง พี่กลับมาแน่ เพราะในอนาคตที่รอพี่อยู่ จะต้องมีแตนด้วย”
ตั๊กแตนยิ้มรับ ภูมิยิ้มกุมมือตั๊กแตนอยู่อย่างนั้น

ไม้มากดกริ่งหน้าประตูบ้าน ครู่หนึ่ง เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้าน
“ไม้ มีอะไรเหรอ”
เป็ดปุ๊กเดินมาแล้วเปิดประตูรั้ว ไม้มองดูเป็ดปุ๊ก เห็นว่าไม่ได้อยู่ในชุดทำงาน
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”
“ขอพี่เขาหยุด 2 วัน จะเคลียร์งานเก่าของแก้วน่ะ”
“โอ๋ งั้นดีเลย ผมมีอะไรอยากให้คุณเป็ดช่วยหน่อย”
“อะไรเหรอ”
“คือเป็นเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจน่ะครับ อยากให้คุณเป็ดช่วยตัดสินใจด้วย ได้ไหมครับ ผมขอร้อง”
“ได้ สำหรับนาย ได้เสมอ เรื่องอะไรล่ะ”
“คุณเป็ดต้องไปกับผม ขอใช้รถคุณเป็ดด้วย มันไกลสักหน่อย”
“ได้ ว่าแต่ไกลแค่ไหน” เป็ดปุ๊กสงสัย

ไร่ที่ปากช่อง...รถของเป็ดปุ๊กแล่นมาตามถนนลูกรัง ผ่านเข้ามาในทุ่งกว้างมีขุนเขาอยู่ทางเบื้องหลัง แล้วมาจอดตรงลานกว้าง
“ถึงแล้วครับ”
“มันไม่ใช่ไกลสักหน่อย เลยนะ กี่ร้อยกิโลเนี่ย” เป็ดปุ๊กประชด
ไม้ลงจากรถ แล้ววิ่งอ้อมหน้ารถมาเปิดประตูให้
“เชิญครับ”
เป็ดปุ๊กลงจากรถ บิดตัวนิดหน่อยเพราะอาการเมื่อย
“มาทางนี้ครับ”
ไม้เดินนำเป็ดปุ๊กขึ้นไปยืนบนเนิน เป็ดปุ๊กตามมามองไปรอบๆ เห็นขุนเขาทางด้านหลัง และทะเลสาบทางด้านหน้า
“เป็นไงครับ”
“สวยจัง แล้วไงเหรอ พาฉันมาที่นี่ทำไม”
“นี่แหละครับ เรื่องที่ผมต้องตัดสินใจ”
“ยังไง” เป็ดปุ๊กไม่เข้าใจ
“ที่ดินที่คุณเป็ดทั้งหมดนี่ เป็นของย่า ย่ากับปู่ซื้อไว้นานแล้ว แล้วตอนนี้ย่าตัดสินใจจะโอนให้ผม เพื่อให้ผมใช้ตั้งหลัก”
“จริงเหรอ ดีใจกับนายด้วย แล้วนายจะปลูกอะไรล่ะ”
“ก็คงต้องมีพืชไร่บ้าง แต่หลักๆแล้ว ผมอยากจะทำเป็นรีสอร์ทแบบอนุรักษ์น่ะครับ รีสอร์ทที่กลมกลืมไปกับธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม”
“ก็ดีนี่”
“ดีใช่ไหมครับ น่าสนใจใช่ไหมครับ”
“ใช่ น่าสนใจ แล้วนายมีปัญหาอะไร”
“ปัญหาก็คือ งานนี้...มันใหญ่เหลือเกิน ผมไม่คิดว่าลำพังผมคนเดียวจะจัดการมันได้” ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก “ผมอยาก...ขอให้คุณเป็ดมาเป็นหุ้นส่วนกับผม”
“อูย ฉันไม่มีเงินมาลงทุนกับนายหรอก”
“ไม่ใช่เงิน ผมอยากให้คุณมาเป็น...หุ้นส่วนชีวิตของผม มาร่วมกันสร้างที่นี่ ให้เป็นไปอย่างที่เราฝัน” ไม้จับมือเป็ดปุ๊กขึ้นมา “แต่งงานกับผมนะครับ”
เป็ดปุ๊กมองไม้นิ่งไปครู่หนึ่ง ไม้รอคอยคำตอบ เป็ดปุ๊กพยักหน้ารับ
“ตกลงค่ะ”

ไม้เข้าสวมกอด เป็ดปุ๊กก็กอดไม้ไว้ สองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางทุ่งกว้างสวยงาม
 
จบบริบูรณ์...
กำลังโหลดความคิดเห็น...