xs
sm
md
lg

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน

หทัยตัดสินใจเล่าให้ทั้งสองฟัง เพราะอย่างน้อยการได้ระบายออกไปบ้างก็ดีกว่าเก็บไว้กับตัวเองคนเดียวและทั้งสองพอจะไว้ใจได้ที่เธอจะเล่าให้ฟัง

“ตอนที่พ่อของไม้เสีย ฉันกลัวว่าคุณศักดิ์น้องชายเขา จะหาเรื่องทวงเอาที่ดินของพ่อไม้ไป เขาอาจจะอ้างได้ว่า ฉันยังสาว ถ้าแต่งงานใหม่ แล้วมีลูก ก็จะยกที่ดินให้ลูกสามีใหม่ไปหมด”

“แต่คุณก็ไม่ได้ทำนี่คะ”

“ฉันถึงต้องสร้างหมู่บ้านนี้ แล้วทุกครั้งที่ขายบ้านได้ จะต้องแบ่งเงินค่าที่ดินเข้าบัญชีของไม้ไว้ พอคุณย่าเห็นหลักฐานพวกนี้ ท่านก็สบายใจ ไม่คิดจะทวงที่ดินนี้กลับไป”

“คุณก็ทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้แล้วนี่ครับ แล้วมีปัญหาอะไร”

“การที่ฉันยืนยันว่าที่ดินหมู่บ้านเป็นของไม้ ก็เลยทำให้คุณกรณ์กับลูกโอม ที่ช่วยกันคิดช่วยกันสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมา ไม่พอใจมากเขาหาว่าฉันหลอกลวงเขามาตลอด ฉันเองก็ไม่รู้ว่าถ้าบอกเรื่องนี้กับเขาแต่แรก เขาจะยอมหรือเปล่า”

“แต่พวกเขาก็ได้ค่าบ้าน ได้ค่าบริหารไปแล้วนี่คะ เท่าที่รู้ คุณหทัยก็แบ่งให้ทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน”

“ค่ะ ตอนแรกมันก็เหมือนเขาจะยอมรับได้ แต่วันนี้ ฉันเพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่คิดจะหยุดเลย”

“เขาจะทำอะไรเหรอครับ”เชียรสงสัย

“คุณกรณ์เขากำลังคิดจะสร้างหมู่บ้านใหม่กับคุณศักดิ์ค่ะโดยให้คุณศักดิ์ขอที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่ามาทำ”

“ที่ๆบ้านคุณย่าอยู่น่ะเหรอคะ”เป็ดปุ๊กชะงัก

“ค่ะ นี่ล่ะคะที่ทำให้ฉันกลุ้มใจ ฉันเห็นสายตาของคุณแม่ตอนที่คุณศักดิ์บอกว่าต้องการที่ดินแล้ว ฉันรู้ว่าท่านเจ็บปวดทำไมคนดีๆอย่างท่าน ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย”หทัยน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว “แต่ถ้าฉันเข้าไปขวาง ก็เหมือนกับฉันอยากจะได้ที่ผืนนั้นให้ไม้อีกคุณกรณ์กับลูกโอม ก็คงจะยิ่งเกลียดฉัน ฉันไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะหันไปทางไหน ฉันไม่มีใครเลย”

ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กมองหทัยอย่างเห็นใจหทัยรู้ตัว เช็ดน้ำตา

“ดูซิ ไม่รู้เอาเรื่องอะไรมารกสมองรกใจคุณสองคนขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ได้พูดให้คนอื่นฟังบ้าง ดีกว่าเก็บไว้กับตัวคนเดียว” เชียรปลอบ

หทัยยิ้มขอบคุณ

เชียรเข้ามาในบ้าน เป็ดปุ๊กตามเข้ามา เชียรจะเดินไปทางหลังบ้าน ขณะที่เป็ดปุ๊กหันไปปิดประตูแล้วทั้งสองก็หันมา พูดเกือบจะพร้อมกับ

“เป็ดปุ๊ก”

“พ่อคะ”

สองคนชะงัก

“พ่อพูดก่อนเลยค่ะ”

“พ่อว่าคุณหทัยเขาน่าสงสารมาก”

“เป็ดก็กำลังจะพูดอย่างนั้น อยากจะช่วยเขาได้บ้างจัง”

“นั่นซิ พ่อกำลังคิดว่าเราพอจะทำอะไรได้บ้าง”

“แต่เรื่องผลประโยชน์มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะพ่อ ยิ่งเป็นเรื่องของครอบครัวเขา เรามันคนนอก”

“เรื่องนั้น เราคงยังทำอะไรไม่ได้หรอก ที่ทำได้ก็คือ ต้องช่วยให้เขามีกำลังใจ”

“พ่อก็ทำแล้วนี่คะ”

“กำลังใจจากคนอื่น มันสู้ที่ได้จากคนที่เขารักไม่ได้หรอก”

“พ่อหมายถึง...ไม้”

“ไม่รู้ว่าไม้รู้เรื่องที่แม่เขากำลังทุกข์ใจอยู่หรือเปล่า เพราะไม้เป็นคนเดียวที่จะทำให้คุณหทัยมีกำลังใจได้ แต่ว่าถ้าเขายังมีอคติกับแม่เขาแบบนี้ ก็คงจะไม่ยอมทำ”

“ถ้าหน้าที่นี้ไม่ใช่ของลูก แล้วควรจะเป็นของใครล่ะคะ เป็ดจะไปถามเขาดู ว่าเขารู้เรื่องนี้แค่ไหน แล้วเขาคิดจะช่วยแม่เขาไหม”

เป็ดปุ๊กกลับออกจากบ้านไป เชียรมองตามไปหวังว่าลูกสาวจะทำสำเร็จ

รถเป็ดปุ๊กแล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้านสวนขวัญ ตั๊กแตนกวาดหน้าร้านอยู่ เป็ดปุ๊กเปิดประตูลงมาจากรถ

“สวัสดีค่ะพี่”ตั๊กแตนยกมือไหว้

“ไม้อยู่ไหม”

“อยู่ในสวนข้างหลังน่ะค่ะ”

“ขอบใจนะ”

เป็ดปุ๊กเดินเข้าไปในร้านทันที ตั๊กแตนหันตาม ทำท่าจะเรียก

“เดี๋ยวพี่ พี่ไม้เขาอยู่กับ...” ตั๊กแตนบอกไม่ทันแล้ว “จะตายไหมล่ะเนี่ยฉัน”

ตั๊กแตนนึกกลัวๆ

เป็ดปุ๊กเดินจากหลังร้านมาในสวน เห็นไม้ยืนอยู่เป็ดปุ๊กเร่งฝีเท้าเข้าไปหา แต่แล้วก็ต้องชะงักไม้ไม่ได้ยืนอยู่ตามลำพัง มีแก้วยืนอยู่ด้วย

“แล้วต้นนี้ล่ะคะ สวยดี”

“ต้นนี้ต้องได้แดดแรงๆครับ ไม่เหมาะปลูกในห้อง”

“แล้วต้นไหนถึงจะเหมาะล่ะคะ คุณไม้แนะนำหน่อยซิ”

“ถ้าฝั่งนี้ก็เกือบทั้งหมด” ไม้ผายมือไปที่ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในร่มในเพิง

“ต้องเอาแบบที่เป็นมงคลด้วยนะคะ”

ไม้ยกขึ้นมาให้ดูต้นหนึ่ง

“มงคลยังไงครับ ร่ำรวยน่ะเหรอ”

“แบบนั้นไม่เอา แก้วอยากได้ต้นไม้สำหรับสาวโสดน่ะ แบบปลูกแล้วจะได้มีผู้ชายดีๆเข้ามาในชีวิตกับเขาบ้างน่ะค่ะ”

เป็ดปุ๊กนึกไม่ชอบเลย ไม้หัวเราะ

“ผมก็ไม่ชำนาญเรื่องอย่างนั้นซะด้วย”

“แล้วชำนาญเรื่องอะไรเหรอคะ”แก้วกระแซะเข้ามาใกล้

“ก็ชำนาญแต่เรื่อง...ปลูกต้นไม้ไงครับ”

“งั้นเอางี้ดีไหมล่ะคะ อะไรที่คุณไม้ไม่ชำนาญ แก้วจะสอนให้ละกัน” แก้วขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก

เป็ดปุ๊กทนไม่ไหวหันหลังเดินกลับออกไปเหยียบกิ่งไม้แห้งหักทำให้เกิดเสียงไม้ได้ยินเสียง หันไปมองเห็นแต่กิ่งไม้ไหวๆ แต่ไม่เห็นเป็ดปุ๊กแล้วไม้ถือโอกาสถอยออกมาห่างจากแก้ว

“เอางี้ละกันครับ มันจะค่ำแล้ว ด้านนี้ทั้งหมดปลูกในบ้านได้หมด คุณชอบต้นไหนก็ชี้บอกเลยละกัน”

แก้วแอบเบื่อๆไม้ แล้วหันไปดูต้นไม้

เป็ดปุ๊กเดินออกมาหน้าร้าน ตั๊กแตนยังคงทำงานอยู่

“เจอพี่ไม้ไหมคะ”

“น่าจะบอกว่าเขาอยู่กับ...ลูกค้า”

“ขอโทษนะคะ กำลังจะบอกพอดี แล้วได้คุยกันไหมคะ”

“ยังเลย”

“เดี๋ยวแตนจะบอกพี่ไม้เขาให้นะคะ ว่าคุณเป็ดมาหา ให้พี่เขาโทรกลับไป”

“ไม่ต้องๆ ไม่จำเป็น วันหลังฉันแวะมาอีกทีก็แล้วกัน”

เป็ดปุ๊กกลับไปที่รถ ตั๊กแตนนึกอะไรขึ้นได้ รีบตามมา มือล้วงกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่างออกมาด้วย

“คุณเป็ดคะ เดี๋ยวค่ะ”

เป็ดปุ๊กหยุดรอที่ประตูรถ ตั๊กแตนมาถึง แล้วส่งแฟลชไดร้ให้

“ว่าจะเอาไปให้คุณเป็ดก็ลืมทุกที”

เป็ดปุ๊กรับมา

“อะไรเหรอ”

“รูปตอนไปเที่ยวทะเลกันน่ะค่ะ จะไร้ท์แผ่นให้คุณเป็ด แผ่นก็มาหมด ยังไม่ได้ไปซื้อเลย คุณเป็ดเอานี่ไปโหลดเอาก่อนก็แล้วกันนะคะ”

“อ๋อ ได้ แล้วพรุ่งนี้จะแวะเอามาคืนให้นะ”

เป็ดปุ๊กเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ มองดูแฟลชไดร้ในมือ

วันรุ่งขึ้น...เป็ดปุ๊กนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เปิดภาพในจอคอมพิวเตอร์ เป็นสไลด์ภาพนิ่งที่เธอไปเที่ยวทะเลกับย่าขวัญมาฝีมือการถ่ายของพวกเด็กๆ ทำให้บางภาพดูได้ บางภาพดูไม่ได้ ภาพเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงภาพที่มีไม้อยู่กับเป็ดปุ๊ก แต่ยังเป็นภาพหมู่อยู่กุ้งยืนดูอยู่ด้วยถามขึ้น

“เอ๊ะๆ เดี๋ยวๆ หนุ่มหล่อเข้มนั่นใครน่ะ”

“ยืนซะชิดกันเลยนะเป็ด”อ้อมมองๆ

ภาพเริ่มเปลี่ยนไป คนอื่นๆในภาพเริ่มหายไป แต่เป็ดปุ๊กับไม้ยังอยู่กุ้งมอง

“รู้สึกคนรอบข้างจะเริ่มทยอยหายๆกันไปนะ”

“แต่คู่ปาท่องโก๋ไม่ไปไหน” อ้อมแซว

สองคนหัวเราะกันเป็ดปุ๊กค้อน

“ปาท่องโก๋อะไรกัน”

ภาพในจอ เหลือแต่ภาพคู่ของเป็ดปุ๊กกับไม้กุ้งชี้

“นั่นไง ในที่สุดก็เหลือแต่ปาท่องโก๋”

“ใครอ่ะเป็ด สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะ”อ้อมมองหน้าเป็ดปุ๊ก

“คนแถวๆบ้านน่ะ”

“ถ่ายรูปหวานแหววกันแบบนี้ ไม่ใช่คนแถวบ้านแน่ แหม เดี๋ยวนี้คบกับหนุ่มไม่ให้เพื่อนๆรู้เลยนะ” อ้อมเย้าแหย่

“คบอะไรกัน”เป็ดปุ๊กหน้าตื่น

ประตูห้องเปิดเข้ามา แก้วกลับเข้ามาในมือมีแฟ้มเอกสารมาด้วยแก้วชะงักเมื่อเห็นกลุ่มของเป็ดปุ๊กหัวเราะกันอยู่ พร้อมกับดูอะไรในจอคอม แก้วเดินเข้าไปหา

“ทำอะไรกัน”

กุ้งหันมาบอก

“เป็ดเขาเอารูปตอนไปเที่ยวทะเลมาดูน่ะค่ะ”

แก้วชะงักเป็ดเองก็นิ่ง แล้วมองแก้ว ในใจคิดอะไรบางอย่างแก้วเดินมาดูภาพที่หน้าจอบ้าง พอเห็นภาพไม้ถ่ายคู่กับเป็ดก็อึ้งๆ

“แก้วเขารู้แล้วล่ะว่าเป็ดไปเที่ยวทะเลมา” เป็ดปุ๊กพูดนิ่งๆ

แก้วท่าทางไม่ค่อยพอใจ

“เป็ดนี่ไม่ไหวจริงๆนะคุณแก้ว มีหนุ่มควงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เคยบอกให้คนอื่นรู้เลย”อ้อมทำเป็นต่อว่า

แก้วมองรูปที่เปลี่ยนไปอีกรูป เป็นรูปที่เป็ดปุ๊กนั่งกับพื้นทราย มีไม้อยู่ทางด้านหลัง ใช้มือเท้ามาข้างๆตัวเป็ดปุ๊ก ทำให้ใบหน้าสองคนแทบจะชิดกันแก้วหันมามองเป็ดปุ๊ก เป็ดปุ๊กมองกลับ ยิ้มให้นิดหน่อยแก้วหงุดหงิด

“งานการไม่มีทำหรือยังไง” แก้วไล่กุ้งกับอ้อม “ไปๆ กลับไปทำงาน”

กุ้งกับอ้อมงงๆ แล้วแยกย้ายกันกลับไปแก้วพูดไปทางกุ้งกับอ้อม

“อีกอย่าง คอมของออฟฟิศมีไว้ใช้ทำงานนะ ไม่ใช่เอามาใช้ดูรูปส่วนตัว”

แก้วเดินไปที่โต๊ะตัวเอง เอาแฟ้มเอกสารวางบนโต๊ะเป็ดปุ๊กปิดโปรแกรมดูรูป แล้วลุกขึ้น เดินออกจากห้องทำงานไปแก้วมองตาม

เป็ดปุ๊กอยู่ในห้องกาแฟของออฟฟิศ หยิบถ้วยกาแฟมาวางลง แล้วหยิบขวดกาแฟมา เริ่มตักกาแฟใส่ถ้วย

แก้วตามเข้ามา

“แก้วนึกว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว”

“เข้าใจเรื่องอะไรเหรอ”

“เรื่องคุณไม้ไง”

เป็ดปุ๊กกดน้ำร้อนใส่ลงในแก้ว หน้าตาบึ้งตึง แล้วยกแก้วที่มีน้ำร้อนนั้นขึ้นมา แล้วค่อยๆหันมามองแก้ว แล้วยิ้ม

“เป็ดคงความจำไม่ดี เราตกลงอะไรกันไว้เหรอ”

“ถ้าเธอเลิกยุ่งกับคุณไม้ ฉันจะคืนตำแหน่งหัวหน้าให้เธอยังไงล่ะจำได้หรือยัง”

“อ๋อ เรื่องนั้นเอง เป็ดคงไม่สนแล้วล่ะ ข้อตกลงนั่นน่ะ”เป็ดปุ๊กหัวเราะ

“ยังไงนะ”แก้วไม่พอใจ

“ก็เปลี่ยนใจไง เป็ดคิดว่าในเมื่อไม้มีที่ดินชานเมืองเป็นร้อยไร่เป็ดยอมไปเป็นคุณนายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร ดีกว่าเป็นหัวหน้างานต๊อกต๋อยในออฟฟิศนี่ตั้งเยอะ”

แก้วโกรธมากยกมือขึ้นมาสองข้าง เหมือนจะบีบคอเป็ดปุ๊ก

“ไม่นะ เธอจะทำอย่างนี้ไม่ได้”

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันว่าการทำตัวเป็นนางร้ายเนี่ย มันน่าสนุกกว่าเป็นนางเอกตั้งเยอะ” เป็ดปุ๊กยิ้มเยาะ “ขอให้เธอมีความสุขกับตำแหน่งหัวหน้าไปเรื่อยๆนะ” เป็ดปุ๊กยัดถ้วยกาแฟใส่มือแก้ว “แถมกาแฟให้ด้วย มันขมดีเหมาะกับคนที่กำลังขมขื่น”

เป็ดปุ๊กเดินออกจากห้องกาแฟไป แก้วอึ้ง พูดอะไรไม่ออกครู่หนึ่ง แล้วนึกได้ว่าถ้วยกาแฟร้อน รีบวางลงบนโต๊ะ

“อุ๊ย ร้อน ร้อน”

หทัยนั่งกินข้าวอยู่

มีพร สาวใช้คอยให้บริการอยู่ บนโต๊ะมีอาหาร 4-5 อย่างหทัยกินอาหารไปเงียบๆครู่หนึ่ง อลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามาด้วยกัน คุยกันมาด้วย

“เขาไม่โทรมาพ่อก็โทรไปซิ”

“เรื่องแบบนี้มันเร่งมากไม่ได้”

พอทั้งสองเห็นหทัย ก็ชะงักนิดหน่อย ไม่คุยต่อ แล้วเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

“ไหน มื้อนี้มีอะไรกิน” อลงกรณ์มองดูอาหารบนโต๊ะ “อืมพอไหว”

พรเข้าไปตักข้าวให้อลงกรณ์กับโอมหทัยรอจนพรตักข้าวเสร็จ

“เมื่อวานไปเยี่ยมคุณแม่มา ท่านเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวทะเล”

“เหรอ ไปเมื่อไหร่”อลงกรณ์ทำเป็นตื่นเต้น

“ก็หลังจากทำบุญวันเกิดท่าน”

“แล้วทำไมคุณไม่ไปด้วย”

“ฉันไม่รู้”

“เรื่องสำคัญแบบนี้คุณไม่รู้ได้ยังไง คุณควรจะไปกับท่าน ทำตัวให้ใกล้ชิดกับท่านหน่อย”

“ออกไปก่อนไป พร”

หทัยหันไปสั่งพรรับคำสั่ง แล้วออกไปจากห้องอาหารโอมพูดขึ้น

“ผมว่างานนี้ไอ้ไม้ต้องไปด้วยแน่ๆ ใช่ไหมครับแม่”

“ใช่ ไม้ไปด้วย”

“แม่ไม่ต้องไป เพราะปล่อยให้ไอ้ไม้ไปเอาใจเขาแทนแล้วไงครับพ่อ”

“แม่ไม่ได้ปล่อยให้ไม้ไป ไม้เขาพาคุณย่าเขาไปไหนต่อไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว”

“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ผมรู้อยู่แล้วว่าแม่อยากให้ไอ้ไม้ลูกของแม่ได้ทุกๆอย่าง แม้แต่หมู่บ้านที่ผมกับพ่อช่วยกันบริหารมาด้วยความยากลำบาก แม่ก็ยกให้มันไปทั้งหมด”

“โอม เมื่อไหร่ลูกจะเข้าใจ”

“ผมเข้าใจครับ เข้าใจดี แต่ผมอยากจะเตือนแม่ไว้ แม่คิดผิดแล้วเพราะไอ้ไม้มันไม่มีสติปัญญามาบริหารจัดการอะไรหรอก มันก็แค่คนสวนที่โง่เป็นควาย”

“หยุดนะโอม”หทัยฉุนกึกพูดเสียงดัง

โอมหยุด แล้ววางช้อนส้อมลง แล้วลุกออกจากโต๊ะ เดินออกจากห้องอาหารไปเลยอลงกรณ์มองหน้าเมีย

“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าโอมก็เป็นลูกของเรา”

“ฉันไม่ลืมหรอก ฉันถึงปล่อยให้เขาคิดแบบนั้นกับไม้ไม่ได้ ทั้งสองคนเป็นลูกของฉัน”

“แต่ผมว่าบางทีคุณก็คิดถึงโอมน้อยไป”

“ไม่เหมือนคุณใช่ไหม ที่คิดวางแผนอนาคตให้ลูกตลอดเวลา”

“แน่นอน ผมต้องให้ทุกอย่างที่ดีที่สุดแก่ลูก”

“รวมทั้งโครงการใหม่ที่จะใช้ที่ดินของคุณแม่ด้วย”

“ฉันเคยขอคุณแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าไปยุ่งกับที่ดินของท่าน คนแก่น่ะไม่อยากย้ายไปไหน อยากตายอยู่ที่บ้านตัวเอง”อลงกรณ์อึ้งไป

“แล้วเมื่อไหร่จะตายล่ะ”

หทัยจ้องอลงกรณ์เขม็ง อลงกรณ์ทำเป็นมองไปทางอื่น

“ฉันรู้นะว่าคุณพยายามจะยืมมือคุณศักดิ์ให้ไปขอที่ดินจากคุณแม่ฉันคงต้องบอกคุณว่า มันไม่มีทางสำเร็จหรอก”

“รู้ได้ยังไง”

“เพราะฉันอยู่ที่นั่นเมื่อวานนี้ แล้วก็ได้ยินคุณแม่ปฏิเสธที่จะยกที่ดินให้คุณศักดิ์ เลิกคิดเรื่องนี้เถอะนะคะ”

“หทัย เรื่องที่ดินหมู่บ้านนี้ ผมยอมคุณ ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เรื่องงานในอนาคตของผม คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเหมือนกัน”

พูดเสร็จ อลงกรณ์ก็กินข้าวของตัวเองต่อหทัยได้แต่ถอนใจ ไม่สบายใจ

รถเก๋งของโอมเข้ามาจอด ที่หน้าสำนักงานหมู่บ้าน โอมลงจากรถ แล้วปิดประตูเสียงดัง ที่สนาม กลุ่มคนสวนลูกน้องไม้มองอยู่ พอเห็นเป็นโอมก็หันหน้าหนี

“หล่อก็ไม่หล่อ สู้แฟนฝ้ายก็ไม่ได้ แล้วยังนิสัยไม่ดีอีกต่างหาก”

“แต่แฟนพี่วันนี้ก็ดูไม่ค่อยหล่อนะ หน้ามุ่ยๆ” ดำแย้ง

“จริงเหรอ ตายล่ะ ให้เกาหลังให้แค่นี้ทำเป็นงอน เดี๋ยวต้องไปง้อหน่อย เอ แล้วคุณไม้เขาอยู่ไหนล่ะ”

“รับงานอยู่ในสำนักงานโน่น”

“ฮ้า”

ฝ้ายมองไปที่สำนักงาน เห็นโอมหอบแฟ้มขึ้นไปในสำนักงานฝ้ายหวั่นๆ

“แหลกแน่ๆวันนี้”

โอมเข้ามาในสำนักงาน แล้วชะงัก เมื่อเห็นไม้ยืนอยู่หน้าโต๊ะพิกุล

“เหม็นชิบหาย กลิ่นอะไรวะเนี่ย”โอมสูดจมูกฟุตฟิตทำเป็นได้กลิ่นอะไร แล้วหันมาหาไม้

“อ๋อ กลิ่นขี้โคลนในท้องร่องสวนนี่เอง”

ไม้มองนิ่งไปที่โอม

“มองอะไรวะ ไสหัวออกไปได้แล้ว และถ้าไม่จำเป็นอย่าสะเออะเข้ามาที่นี่อีก ให้มันรู้บ้างว่าถิ่นใครเป็นถิ่นใคร”

ไม้มองโอมนิ่งนิดหน่อย แล้วก้มลงมองโอมตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงหน้าช้าๆ

“ผมควรพูดประโยคนั้นกับคุณมากกว่านะคุณโอม ถ้าไม่อยากเดือดร้อน อย่ามาสะเออะกับผม”

“ไอ้ไม้”โอมโกรธ

โอมทำเป็นจะเข้ามาหาไม้ ไม้ยืดตัวขึ้น พร้อมรับสถานการณ์

“กูไม่อยากยุ่งกับไอ้คนสวนหน้าโง่อย่างมึงนักหรอก”

“คุณโอมคะ ใจเย็นๆก่อนดีไหมคะ พิกุลว่า...”พิกุลพยายามห้าม

โอมด่าไม้ต่อ ไม่สนใจพิกุล

“มึงเนี่ยมันเลวตั้งแต่เด็กจนโต หาดีไม่ได้เลยซักอย่าง ก่อเรื่องก่อราวไม่รู้จบสิ้น กูรู้นะไอ้ไม้ ว่ามึงเป็นคนปีนขึ้นบ้านคุณเป็ด กะฟันนังนั่นใช่ไหมล่ะ เห็นเขาแบะทำให้หน่อย นึกว่าจะยอมให้ปล้ำง่ายๆล่ะซิ”

“หยุดนะคุณโอม”ไม้โกรธ

“กูไม่หยุด คอยดูเถอะ ซักวันกูจะลากมึงเข้าคุกให้ได้ กูจะทำให้ทุกคนเห็นว่ามึงไม่มีค่าพอที่จะได้เป็นเจ้าของที่นี่ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไอ้โง่ โง่แล้วยังเสือกสะเออะจะรวย โธ่เอ๊ย ถ้าไม่ได้พ่อกู พวกมึงไม่มีวันได้อยู่ดีกินดีกันอย่างทุกวันนี้หรอกโว๊ย พวกมึงมันโง่ทั้งโคตร ทั้งพ่อ ทั้งย่ามึงนั่นแหละ”

ไม้ปล่อยหมัดตรงเข้าที่ใบหน้าโอมอย่างแรงทันที โอมเซผงะกวาดเอาข้าวของบนโต๊ะทำงานกระเด็นหล่นลงมาหมดโอมทั้งเจ็บทั้งมึน ไม่นึกว่าไม้จะกล้าชกตัวเองไม้เดินเข้าไปหาโอม แล้วจับคอเสื้อโอม ดึงขึ้นมา

“หมัดเมื่อกี้ เพื่อจะบอกว่า อย่าได้มายุ่งกับโคตรเหง้าของผมส่วนหมัดนี้ อย่าดึงคุณเป็ดเข้ามายุ่งด้วย”

ไม้ปล่อยหมัดใส่หน้าโอมทันที โอมกระเด็นถอยไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้นพิกุลตกใจ

“คุณไม้ คุณโอม พอแล้วค่ะ หยุดได้แล้ว พิกุลขอร้อง”

“ไอ้ไม้ ไอ้ชั่ว กูจะเอามึงเข้าคุก”โอมพยายามลุกขึ้นมา

“ไหนก็จะเข้าคุกแล้ว ขออีกซักหมัดให้คุ้มหน่อย”ไม้เดินเข้าไปหาโอม

ไม้เงื้อหมัด โอมยกมือขึ้นกั้น กลัวสุดๆทันใด เสียงหทัยก็ดังเข้ามา

“หยุดนะไม้”

ไม้ชะงัก หทัยเดินเข้ามา มีอลงกรณ์ตามเข้ามาด้วยพอโอมเห็นหทัยกับพ่อ ก็ทำเป็นทรุดตัวลงกับพื้น

“แม่ครับ ช่วยโอมด้วย”

หทัยมองลูกนิดหน่อย แล้วหันไปมองพิกุล พยักหน้าให้พิกุลเข้าไปช่วยโอม พิกุลรีบลุกไปดูโอม ประคองให้ลุกขึ้นหทัยเดินมาหาไม้

“นี่มันเรื่องอะไรกันไม้”

ไม้มองหทัยนิดหน่อย แล้วเดินผ่านอลงกรณ์จะออกจากสำนักงาน อลงกรณ์มองไม้อย่างรังเกียจ

“ไม้ เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป กลับมาพูดกับแม่ก่อน”

ไม้ไม่สนใจออกจากสำนักงานไปเลย หทัยตามไปอลงกรณ์เข้าไปดูโอม

ไม้ออกมาจากสำนักงาน เดินหนีไป หทัยตามออกมา

“ไม้ หยุดเดี๋ยวนี้นะ กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”

ไม้ไม่สนใจ เดินไปตามถนน บรรดาคนสวนมองตามไป แล้วหันมามองกันเลิกลั่ก หทัยเดินตามไม้ไป

“อย่าทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ได้ไหม กลับมาพูดกับแม่ บอกแม่ว่าซิว่าเกิดอะไรขึ้น ไม้”

ระหว่างนั้นเอง รถเป็ดปุ๊กแล่นผ่านมาไม้หันไปมองเห็นรถเป็ดปุ๊ก ก็ลงมายืนกลางถนน แล้วโบกมือขอให้จอดเป็ดปุ๊กงงๆ แล้วจอดรถไม้มาเปิดประตู

“มีอะไรเหรอ”

“ผมขอไปด้วย”

เป็ดปุ๊กยังไม่ทันตอบ ไม้ก็เข้ามานั่งในรถแล้วปิดประตูเป็ดปุ๊กยังงงๆ มองกระจกส่องหลัง แล้วเห็นหทัยเดินมา

“ไม้ เดี๋ยวก่อน”

“แม่คุณ”

“ไปเลย”

“แต่ว่า...”

“ขอร้องเถอะ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับเขา ออกรถเลย”

เป็ดปุ๊กจำเป็นต้องเคลื่อนรถออกไปหทัยเดินตามมา พอเห็นรถเป็ดปุ๊กเคลื่อนออกไป หทัยจึงหยุดตาม ถอนใจเหนื่อยใจ

หทัยกลับเข้ามาในสำนักงาน แล้วมองไปรอบๆ เหลือแต่พิกุลอยู่คนเดียว

“โอมล่ะ”

“คุณกรณ์พาเข้าไปในห้องแล้วค่ะ”

“มันเกิดอะไรขึ้นหืมพิกุล”

“เอ่อ พิกุล...ถ้าคุณโอมรู้ว่าพิกุลบอก”พิกุลอึดอัด

“เขาทำอะไรเธอไม่ได้หรอก เพราะฉันเป็นคนถาม”

“แต่ว่า...”

“เอางี้ เธอไม่ต้องพูดอะไร แค่พยักหน้า หรือส่ายหน้าเท่านั้น”

พิกุลพยักหน้า

“ใครชกใครก่อน...ไม้”

พิกุลพยักหน้า หทัยผิดหวัง

“แล้วทำไมไม้ถึงชกโอม”

พิกุลทำท่าจะอ้าปากพูด แล้วนึกได้ ทำมือให้หทัยถามอีก

“โอมหาเรื่องไม้”

พิกุลพยักหน้า แล้วทำมือให้ถามต่อ

“เขาต่อว่าไม้”

พิกุลส่ายหน้า แล้วพยักหน้า อยากจะบอกว่าไม่ใช่แค่ต่อว่า

“ยังไงของเธอ เขาดูถูกไม้”

พิกุลสายหน้า แล้วพยักหน้าอีก อึดอัดมา คำถามไม่ถูกใจเลย

“จะเอาไงกันแน่ เดี๋ยวส่ายหน้าเดี๋ยวพยักหน้า”

พิกุลทนไม่ไหวโพล่งออกมาเลย

“คุณโอมทั้งด่า ทั้งดูถูกเหยียดหยามคุณไม้ แถมยังดูถูกไปถึงคุณย่า บอกว่าคุณไม้เป็นลูกไม่มีพ่อ เรียกคุณไม้ว่าไอ้โง่ โง่ทั้งโคตรตระกูลทั้งพ่อคุณไม้ ทั้งคุณ...”

“พอแล้วๆ ฉันพอจะนึกออก”หทัยยกมือให้หยุด

“อย่าบอกคุณโอมนะคะ ว่าพิกุลเป็นคนบอก”

หทัยพยักหน้ารับ หนักใจ แล้วเดินไปที่ประตูห้อง จะเปิดประตูเข้าไป แต่ปรากฏว่าประตูล็อค

หทัยเคาะประตูเรียก

“โอม นี่แม่เอง เปิดประตูหน่อย”

เงียบ หทัยเคาะประตูอีก

“โอมคุณกรณ์ เปิดประตูให้ฉันหน่อย”

ครู่หนึ่ง ประตูห้องเปิดออก อลงกรณ์เป็นคนเปิดประตูให้ หทัยเข้าไปในห้องโอมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ มีอลงกรณ์ยืนอยู่ใกล้ๆ

“โอม เป็นยังไงบ้าง”

“ยังไม่ตายหรอกแม่”

“โอมไประรานไม้เขาก่อนใช่ไหม”

หทัยเห็นแววตาที่ไม่พอใจของอลงกรณ์ทันที

“แม่บังคับให้พิกุลเขาบอก ไม่ต้องไปโทษเขา”

“แม่เข้าข้างมัน”

“แม่ไม่ได้เข้าข้างใคร โอมผิดที่ไปพูดจาระรานหาเรื่องไม้ก่อน แต่ไม้ก็ผิดที่ใช้กำลังชกต่อย”

“มันผิดมากกว่า แม่ต้องจัดการ”

“ไม่ใช่ใครผิดมากหรือน้อยกว่ากันหรอกโอม แต่แม่คิดว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าต่างคนต่างอยู่ มันเรื่องอะไรกัน โอมถึงต้องไปพูดจาดูถูกไม้กับปู่ย่าตายายของเขาด้วย”

“โอมเกลียดมัน”

“เราพูดกันเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แม่ขอร้อง ขอให้แม่พูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะโอม แม่คงสั่งโอมกับไม้ให้รักกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะรักหรือจะเกลียดก็เป็นเรื่องในใจที่แต่ละคนต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่แม่อยากบอกว่า มันไม่ถูกที่โอมจะไประรานไม้อย่างนั้น”

“แม่รักมันมากกว่าโอม”

“พอเสียทีเถอะโอม หยุดทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้ว แม่เบื่อ เบื่อเหลือเกิน”หทัยโมโห

หทัยไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพราะรู้ว่าจะมีแต่ต่อว่าลูกของเธอ ซึ่งก็จะยิ่งทำให้โอมเข้าใจเธอผิด แล้วหทัยก็เดินออกจากห้องไปโอมรู้สึกแค้น ครู่หนึ่ง อลงกรณ์เข้ามาข้างๆเอามือจับไหล่โอมไว้ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ใจเย็นๆน่า โอม”

“พ่อก็เห็น แม่เขาคิดจะ...”

“เอาน่า เชื่อพ่อซิ ถึงเวลา เราจะต้องได้ในสิ่งที่มันควรเป็นของเรา”

โอมยังไม่เข้าใจพ่อนัก แต่อลงกรณ์พยักหน้ายืนยันอีกครั้ง โอมหันหน้าไปอีกทาง เขาไม่เห็นด้วยกับพ่อเลย

รถเป็ดปุ๊กแล่นไปบนถนน ไม้นั่งอยู่ข้างๆ

“เขาด่าว่านายโง่ นายก็เลยแสดงความโง่ด้วยการต่อยเขา”

“มันด่าผม แล้วยังด่าพ่อผม ด่าย่าผมด้วย”

“นายก็เลยยอมรับว่าพ่อนายโง่ คุณย่าโง่ ด้วยการทำโง่ๆ”

“ผมนึกว่าคุณจะเข้าใจผมซะอีก”

“เข้าใจซี ที่ฉันพูดไปทั้งหมด ก็บอกชัดๆว่าฉันเข้าใจนาย ว่านายเป็น...”

“คนโง่”ไม้สวนทันที

“เห็นไหม นายยังยอมรับ”

“คุณไม่เคยเจอ คุณไม่รู้หรอก อยู่ดีๆก็มีคนมาพูดดูถูกคุณ ดูถูกพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่คุณเคารพ”

“ทำไมฉันจะไม่เคยเจอ”

ไม้ชะงัก คิดถึงเรื่องของเป็ดปุ๊กกับพี่สะใภ้ที่เชียรเคยเล่าให้ฟัง

“ไม่ใช่แค่พูดนะ ทำด้วย ที่ฉันกับพ่อต้องอัปเปหิตัวเองออกมาอยู่ที่นี่ไง แล้วยังที่เขาทำให้ฉันถูกลดตำแหน่งอีก ฉันเจอมาหมดแล้ว ฉันเคยแค้นจนเกือบจะห้ามตัวเองไม่อยู่”

“แต่คุณก็ไม่กล้าตอบโต้คนที่ทำร้ายคุณ”

“อะไรคือ กล้า ล่ะไม้ฉันเคยไปทำบุญที่วัดๆหนึ่ง ชอบที่หลวงพ่อท่านเขียนติดไว้มากเลย ท่านเขียนว่า คนที่เก่งกล้าที่สุด คือคนที่ให้อภัยศัตรูของเขา”

““ให้อภัย จะให้ผมลืมทุกๆอย่างน่ะเหรอ”

“ไม่หรอกไม้ การให้อภัยไม่ใช่การลืมแต่มันคือการปลดปล่อยตัวเราเองออกจากการจองจำกับความรู้สึกเจ็บปวดจากคนหรืออดีตถ้าทำได้ ไม่ใช่แค่ตัวนายที่จะมีความสุข คุณหทัย แม่นายก็จะรู้สึกดีด้วย แล้วอย่าลืมซิ ญาติผู้ใหญ่ที่นายควรเคารพยังมีอีกคน”

“ผมจะลองเก็บไปคิดดูก็แล้วกัน แล้วนี่ คุณจะไปไหนต่อเนี่ย”

“จะไปตลาด ซื้อกับข้าว”

“แวะร้านขนมที่คุณเคยซื้อไปฝากย่าด้วยนะ ย่าชอบมาก ผมจะซื้อไปฝากแก”

“ได้ ความจริงเรามาคิดทำอะไรดีๆให้คนที่เรารักดีกว่า ที่จะคิดหมกมุ่นอยู่กับความแค้น นายว่าจริงไหม”

ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก ยิ้ม แล้วพยักหน้ารับ

แก้วเข้ามาในห้องรับแขกบ้านเก่าเชียร ยืนโวยวายด้วยความโมโหออกอาการโกรธแค้นมากๆเก็จเกยูรนั่งอยู่ที่โซฟา

“แก้วแค้นมัน พี่เก็จ อยากจะหักคอมันให้ตายๆไปซะตรงนั้นเลย”

“แล้วทำไมไม่ทำ”

“จะบ้าเหรอ แก้วไม่อยากจะติดคุกหรอก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห พูดออกมาได้ เป็นเมียราชาที่ดิน ดีกว่าเป็นหัวหน้างานต๊อกต๋อย แค้นจริงๆ ยิ่งคิดยิ่งแค้นมัน”

“ก็แกมัวแต่ช้าเอง เป็นพี่นะ คุณคนสวนนั่นเสร็จพี่นานแล้ว”

“เหรอคะ คุณพี่สาวคนเก่ง แล้วทำไงถึงได้พลาดท่ามาจมปลักอยู่กับพนักงานบริษัทกระจอกๆได้ล่ะ”

“ก็ตอนนั้นไม่คิดว่ามันจะกระจอกน่ะซิ เห็นมันติ๋มๆ คิดว่าหลอกง่ายดี ที่ไหนได้ พอมีลูกแล้ว มันโยนภาระให้ฉันหมด เดือนๆนึงให้ฉันแค่หมื่นเดียว”

“แต่ก่อนก็ไม่เห็นบ่น”

“ก็แต่ก่อนยังมีนังเป็ดกับพ่อมันช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ากับข้าวนี่ตอนนี้ฉันต้องมาจ่ายเองทุกอย่าง”

“เออๆ ไม่อยากฟังเรื่องผัวพี่แล้ว มาช่วยฉันคิดดีกว่าว่าจะจัดการนายคนสวนนั่นได้ไง”

“มารยาหญิงไงล่ะ รู้จักไหม มันต้องใช้มารยาหญิง ดัดจริตให้มากๆยั่วยวนมันให้ถึงใจ แค่นี้มันก็เสร็จเรา”

“ก็ยังไงเล่า”

“มา ฉันจะบอกวิธีให้”

แต่ยังไม่ทันที่เก็จเกยูรจะสอน ไก่กุ๊กก็กลับเข้ามาในบ้านแก้วหันไปไหว้

“อ้าว พี่ไก่ สวัสดีค่ะ”

ไก่กุ๊กรับไหว้ลวกๆ แล้วเดินเลี่ยงไปทางครัว

“เดี๋ยวซิไก่ เรื่องเงินที่ว่าจะไปขอเบิกล่วงหน้าว่าไง”

ไก่กุ๊กไม่ตอบ รีบเดินเข้าห้องครัวไป

ไก่กุ๊กเข้ามาเปิดตู้เย็น จะหยิบขวดน้ำออกมา แต่เก็จเกยูรตามเข้ามา แล้วเอามือดันประตูตู้เย็นปิดแล้ว

แบมือขอเงิน

“ไหนล่ะเงิน”

“ต้องรออีกหน่อย”

“ว่าไงนะ”เก็จเกยูรไม่พอใจ

ไก่กุ๊กจับมือเก็จเกยูรที่ตู้เย็นออก

“หิวน้ำ”

ไก่กุ๊กเปิดตู้เย็น แล้วหยิบขวดน้ำออกมา

“หมายความว่าไงต้องรอ รอแค่ไหน”

“เขาต้องทำเรื่องเบิก อาจจะสักสองอาทิตย์”

“จะบ้าเหรอ อีกตั้งสองอาทิตย์ แล้วจะเอาอะไรกิน”

“ก็ประหยัดๆหน่อยซิ”

“ประหยัดเหรอ คิดว่าที่ทนทรมานกินข้าวกับปลาเค็มมาเกือบอาทิตย์นี่ ยังประหยัดไม่พอเหรอ ทำไมไก่เป็นแบบนี้ ทำไมไม่รับผิดชอบครอบครัวเลย”

แก้วโผล่หน้ามาดูนิดหน่อยไก่กุ๊กดื่มน้ำ ไม่โต้ตอบอะไร

“แล้ววันงานวันเกิดยายแก่นั่นก็เหมือนกัน นั่งอยู่แป๊บๆแล้วหายหัวไปไหน”

“ลูกมันลงไปเล่นข้างล่าง ก็ต้องลงไปดูลูก”

“ก็บอกแล้วใช่ไหมว่าเราไปงานนั่นทำไม พ่อเก็จต้องการจะได้ที่ดินของมัน อุตส่าห์เอาลูกไปด้วยเพื่อจะได้ไปประจบมัน มันจะได้สงสารนี่อะไร กลับปล่อยให้ลูกหนีลงไปข้างล่าง แล้วตัวเองก็ลงไปด้วยทำไมไม่ฉลาดเลย”

ไก่กุ๊กมองหน้า

“ลูกเรามันช่วยอะไรไม่ได้หรอก ไม่ได้เป็นญาติเป็นหลานเขา เขาจะมาสงสารทำไม ยิ่งให้ลูกไปทำท่าประจบเขานั่นแหละ มันยิ่งน่าเกลียด”

“น่าเกลียดเหรอ แล้วถ้าเก็จต้องพาลูกไปนั่งขอทานอยู่ข้างถนนมันจะน่าเกลียดไหม อยากให้เป็นแบบนั้นใช่ไหม”

“มันจะเป็นได้ยังไง อย่าบ้าน่า”

“เก็จไม่บ้าหรอก จะบอกให้นะ ถ้าไก่มัวแต่หงออยู่แบบนี้ อีกหน่อยนังเป็ดมันก็ได้ไปหมดทุกอย่างหรอก รู้ไว้ด้วยนะ ตอนนี้นังเป็ดมันกำลังคั่วอยู่กับไอ้คนสวนหลานยายแก่นั่น เราจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง”

แก้วซึ่งแอบฟังอยู่นึกหงุดหงิดกับที่เก็จเกยูรพูด

แก้วมานั่งลงที่โซฟาเก็จเกยูรออกมาจากครัว มาหา

“ไหน เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้ว”

“พี่จะสอนวิธีจับคุณไม้”

“อา ใช่”

“พี่ แก้วถามจริงๆเหอะ พี่ว่าแก้วมีสิทธิ์ชนะเป็ดไหม”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

แก้วยังไม่ค่อยอยากเชื่อที่เก็จเกยูรพูดนัก

ค่ำนั้น ไม้กับเป็ดปุ๊กเข้ามาในบ้านย่าขวัญ สองคนหิ้วถุงกับข้าวและถุงขนมเข้ามาด้วย

“ไม้มาแล้วนะย่ามีกับข้าวกับขนมมาด้วย”

ย่าขวัญออกมาจากหลังบ้าน เชียรออกมาด้วยย่าขวัญมองสองคน

“อ้าว มาด้วยกันเหรอ”

“พอดีจะออกไปซื้อกับข้าว ไม้เขาขอติดรถไปด้วยน่ะค่ะ แล้วพ่อมาได้ยังไงคะ”เป็ดปุ๊กยิ้ม

“ขออาศัยรถฝ้ายเขามา เขาบอกว่าไม้ทะเลาะกับโอม แล้วออกมากับเป็ด ก็เลยคิดว่า มารอที่นี่ก็คงได้เจอ”

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ แม่ชีเป็ดเทศนาให้ฟังจนซึ้งใจแล้ว” ไม้บอกขำๆ

“แม่ชีอะไรนะ”เชียรงงๆ

“คนก็พูดไปเรื่อยล่ะค่ะ”เป็ดปุ๊กค้อน

“ความจริงได้ฟังเทศน์บ้างก็น่าจะดีนะ คนห่างวัดห่างเจ้าอย่างไม้เนี่ย...ย่าฝากหนูเป็ดดูแลมันหน่อยนะ ถ้าสอนแล้วไม่เชื่อก็มาบอกย่า ย่าจะเฆี่ยนให้เอง”ย่าขวัญหัวเราะ

เป็ดปุ๊กหันมามองไม้

“ได้ยินแล้วนะ ถ้าดื้อจะบอกให้คุณย่าเฆี่ยน”

“สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือครับ”ไม้ยกมือซ้ายขึ้น

“ลูกเสือเขาใช้มือขวา ไม้” เชียรบอกขำๆ

“อ้าว เหรอครับ งั้นคำสาบานก็เป็นโมฆะน่ะซิ”ไม้หัวเราะ

เสียงโทรศัพท์มือถือของไม้ดังขึ้น เขาเอาโทรศัพท์มาดู พอเห็นชื่อบนจอก็ชะงักเป็ดปุ๊กมองอยู่

แล้วไม้ก็ยื่นโทรศัพท์ให้เป็ดปุ๊ก

“คุณช่วยรับให้หน่อยซิ”

เป็ดปุ๊กงงๆ แล้วมองที่จอเป็นชื่อแก้วเป็ดปุ๊กไม่เข้าใจ มองไม้

“รับให้ผมหน่อย”

เป็ดปุ๊กตัดสินใจกดรับสาย

“ว่าไง แก้ว”

แก้วอยู่ในห้องรับแขกบ้านเก่าเชียรถือโทรศัพท์อยู่ ตกตะลึง

“เป็ดเหรอ”

“ใช่ เป็ดเอง”เป็ดปุ๊กเดินออกมาจากในบ้าน พูดโทรศัพท์กับแก้ว

“แล้วทำไม...เอ่อ...ขอพูดกับคุณไม้หน่อย อยู่ใช่ไหม”

“อยู่”

“ขอพูดสายด้วยหน่อย เรื่องงานน่ะ”

เป็ดปุ๊กหันมา ไม้ยืนอยู่ข้างหลัง

“เขาจะพูดกับนาย”

เป็ดปุ๊กยื่นโทรศัพท์ให้ไม้โบกมือไม่ต้องการรับ ทำปากบอกว่า ไม่ว่างเป็ดปุ๊กพูดโทรศัพท์

“ตอนนี้เขาไม่ว่างพูดสาย”

กำลังโหลดความคิดเห็น...