xs
sm
md
lg

จ้าวพายุ ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:

จ้าวพายุ ตอนที่ 16 อวสาน

บรรเจิดสั่งการเดชแล้วพุ่งไปเปิดประตูบ้าน เดชอุ้มแก้วตาตามไป บรรเจิดวิ่งนำเดชอุ้มแก้วตาที่เวลานี้เลือดท่วมตัว แรงกระเทือนทำให้แก้วตากระอัก เลือดทะลักออกมาอีกชุดใหญ่

“แก้ว! ทำใจดีๆไว้นะ”
แก้วตาจะหมดลมแล้วส่งเสียงเรียก “คุณบรรเจิด”
บรรเจิดรีบวิ่งย้อนกลับมาที่แก้วตา เดชรีบวางแก้วที่พื้น แก้วตาหายใจรวยรินรู้ว่าตัวเองจะไม่รอด พยายามเฮือกสุดท้าย จะยกมือไหว้
“แก้ว...ขอโทษ...”
บรรเจิดรวบมือแก้วตา กุมไว้
“แก้วทรยศคุณ...ทั้งที่คุณรักแก้วมาก...ให้อภัยแก้วนะคะ”
บรรเจิดละล่ำละลักพูด “ชั้นไม่โกรธแก้ว..ชั้นให้อภัยแก้วทุกอย่าง”
“ขอบคุณค่ะ” แก้วตาหันมามองเดช “พี่เดช...”
“แก้ว ทำใจดีๆ ไว้นะแก้ว พี่กับคุณบรรเจิดจะพาแก้วไปหาหมอ”
แก้วตาใจจะขาดรอนๆ แล้ว “แก้วไม่ไหวแล้ว..ขอบคุณพี่เดชมาก..ที่ไม่เคยทิ้งแก้ว...ต่อไป พี่เดชต้องได้เจอคนที่ดีกว่าแก้ว”
“ไม่นะแก้ว”
แก้วตาพยายามฝืนยิ้มให้เดชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนมือมือร่วงผล็อยไป แก้วตาสิ้นลม
เดชตะโกนสุดเสียง “แก้ว!”
บรรเจิดช็อก “แก้ว”
เดชกอดร่างแก้วตาไว้ เสียใจเหลือเกิน
ภาพอดีตผุดขึ้นมา ตอนที่เดชพาแก้วมาดูบ้านใหม่ แก้วตาท่าทางมีความสุข
“ชอบไหมแก้ว?”
“ชอบค่ะพี่เดช บ้านสวยมากเลย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน เป็นแบบที่แก้วชอบเลย พี่เดชรู้ใจแก้วทุกอย่างเลยนะเนี่ย”
“แก้วชอบพี่ก็ดีใจ”
“ดูนี่สิคะพี่เดช ตรงนี้มองออกไปมีรังนกบนต้นไม้ด้วย”
เดชมองที่แก้วตาชี้ชวนดูทุกอย่างอย่างตื่นตา เดชมีความสุข
อีกเหตุการณ์ เป็นตอนที่เดชและแก้วตาทำเค้กด้วยกัน โดยแก้วตายกเค้กออกมา หันยิ้มให้เดชที่อยู่ข้างๆ
“ดูสิคะพี่เดช เค้กฝีมือเราสองคน”
เดชมองหน้าแก้วตาที่เปื้อนแป้งเค้ก
“แก้ว หน้าแก้วเปื้อนน่ะ”
แก้วตาวางเค้กแล้วเช็ดหน้าตัวเองแต่แป้งไม่หมดจากหน้า
“แก้ว พี่ขอโทษนะ”
เดชเช็ดแป้งเค้กที่ติดหน้าแก้วตา ในใจเดชหวั่นไหวไปหมด
อีกเหตุการณ์ที่ร้านขายเสื้อข้างทาง แก้วตาอยู่กับเดช ท่าทางมีความสุข แก้วตาหยิบเสื้อมาทาบตัวเดช เดชยิ้มชอบใจ

เดชยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า และบรรเจิดเองเศร้าโศกเสียใจมาก
เดชเสียใจหนัก เพราะเขากับหล่อนกำลังจะมีความสุขด้วยกัน แต่แก้วตากลับต้องมาจบชีวิตลง


ปิ่นมณีในชุดเจ้าสาว วิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ไป สุธาวีวิ่งตามมาเห็น ร้องเรียกไว้
“ปิ่น!”
แต่ไม่ทันแล้ว ปิ่นมณีให้รถแท็กซี่ออกไปเลย สุธาวีหันกลับจะไปขึ้นรถตัวเอง อรทัยตามเข้ามาขวางจับห้ามไว้ไม่ยอมให้ไป
“แกจะไปไหนตาวี! แกจะไปตามมันทำไม”
“ปล่อยผม! ไม่ว่าแม่จะขัดขวางยังไง ผมก็รักปิ่น ผมจะแต่งงานกับปิ่น”
อรทัยโกรธจัด “แกคิดว่าแกกับมันจะอยู่ด้วยกันได้เหรอ! ตอนนี้ทุกคนเค้ารู้กันหมดแล้วว่าปิ่นมณีขายตัว!แกจะอยู่ในสังคมได้ยังไง!”
ศุวิลและฟ้าใสวิ่งเข้ามาพอดี เห็นแม่ลูกทะเลาะกันเดือด
“ถ้าอยู่ไม่ได้ ผมก็จะไปเอง” อรทัยชะงัก “ผมกับปิ่นก็จะไปอยู่ให้ไกลจากทุกคน! แม่จะไม่มีวันได้เจอผมกับปิ่นอีก”
สุธาวีเดือดดาล ขึ้นรถแล้วขับออกไปเลย
“ตาวี!”
อรทัยจะหันขึ้นรถตัวเอง
ถูกฟ้าใสเรียกไว้ “อาอรคะ” อรทัยชะงัก “ฟ้าว่าอาอรอย่าเพิ่งตามคุณวีไปตอนนี้เลยค่ะ กำลังใจร้อนด้วยกันทั้งคู่ ถ้าเจอกัน เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก แล้วเรื่องจะไปกันใหญ่”
ศุวิลโน้มน้าว “ผมเห็นด้วยนะอรทัย คุณใจเย็นๆ ก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดหาวิธีแก้”
อรทัยนิ่ง หยุดคิดนิดหนึ่ง แต่เมื่อทบทวนคำพูดของสุธาวี ที่บอกจะหนีไปกับปิ่นมณี ก็ใจร้อนขึ้นมาอีก อรทัยหุนหันขึ้นรถขับทะยานตามลูกชายไป

ศุวิลกับฟ้าใสตกใจมาก
อรทัยขับรถมาตามทาง ท่าทางเครียดหนักและร้อนรนมาก สอดตามองหารถสุธาวี จนในที่สุดเห็นรถลูกชายจอดอยู่หน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง อรทัยจอดรถ ก้าวลงมาท่าทางร้อนใจ

ส่วนที่บ้านเดชบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ร่างของแก้วตาที่เสียชีวิตแล้วมีผ้าคลุมไว้ บรรเจิดนั่งนิ่งมองร่างไร้ลมหายใจของเมียคราวลูก นัยน์ตาของบรรเจิดแดงก่ำ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมา
ใกล้ๆ กันมีร่างของวิทย์ถูกผ้าคลุมอยู่
เดชเศร้าโศกเหลือเกิน เสียใจสุดขีด ยังทำใจไม่ได้ รู้สึกว่าชีวิตเขาหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ทั้งๆ ที่กำลังจะได้เริ่มชีวิตใหม่กับแก้วตาแท้ๆ
บรรเจิดเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น “ชั้นโทร.แจ้งตำรวจแล้ว ถ้าตำรวจมาถึงเมื่อไหร่ ชั้นจะบอกพวกเค้าเอง ว่าเป็นการต่อสู้เพื่อป้องกัน”
เดชเหลียวมามองสบตากับบรรเจิด ต่างฝ่ายต่างเสียใจไม่ต่างกัน
จู่ๆ มีเสียงโทรศัพท์สั่น ครืด ๆๆ ขึ้น เดชมองหา พบว่าเป็นมือถือของวิทย์สั่นอยู่ที่พื้น เดชหยิบขึ้นมา
ดูหน้าจอ เห็นว่าเป็นชื่อคุณอรทัยโทร.เข้ามา
เดชชะงักนิดๆ ตัดสินใจกดรับ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร
อรทัยอยู่หน้าสวนสาธารณะ แห่งนั้น รอสายวิทย์ ไม่รู้ว่าเดชเป็นคนรับสาย อรทัยใส่ยับเลย
“วิทย์! ทำไมรับโทรศัพท์ช้า แกจัดการนังแก้วตาเรียบร้อยหรือยัง ถ้ายัง เอาไว้ก่อน มาช่วยชั้นตามตาวีก่อน ตอนนี้ชั้นอยู่ที่สวน...” อรทัยมองป้ายหน้าสวนระบุชื่อ “ไว้จัดการปิ่นมณีเสร็จเมื่อไหร่ เราค่อยไปจัดการนังแก้วตา”
เดชได้ฟังอรทัยพูด เขากำโทรศัพท์แน่น ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น
อรทัยชักงงที่วิทย์ไม่พูดไม่จาใดๆ “วิทย์ ทำไมแกไม่ตอบชั้น ไม่ได้ยินเหรอ วิทย์ วิทย์”
เดชตัดสายไป แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งทันที
อรทัยถูกตัดสายทิ้งก็หงุดหงิด
เดชหยิบปืนพกออกมามอง ขบกรามแน่น แค้นอรทัยสุดขีด เขาต้องแก้แค้นให้แก้วตา เดชคำรามอยู่ในลำคอ
“คุณอรทัย”
เดชถือปืนเดินจ้ำออกไปเลย ท่าทางโกรธเกรี้ยว
บรรเจิดหันไปเห็นเดชเดินออกไปจากบ้านก็งง
“เดช...เดช”
บรรเจิดเรียกไว้ แต่เดชไม่ฟังออกจากบ้านไปแล้ว บรรเจิดงง หันไปเจอโทรศัพท์วิทย์ จึงหยิบขึ้นมา ไล่ดูที่หน้าจอเป็นชื่ออรทัยที่โทร.มาล่าสุด บรรเจิดเก็ท ตกใจสุดขีด วิ่งตามเดชออกไปทันที

ด้านปิ่นมณีนั่งร้องไห้อยู่ตรงม้านั่งที่เคยมากับสุธาวี เสียใจที่ทำให้สุธาวีอับอาย เขาเป็นคนดี หล่อนจะยิ่งทำให้เขาตกต่ำลง จังหวะนี้มีเท้าใครคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ปิ่น...”
ปิ่นมณีชะงักงัน เงยหน้านองน้ำตาขึ้นมามอง พบว่าเป็นสุธาวี
“คุณวี...ณกลับไปซะเถอะค่ะ อีกสักพัก คุณก็จะทำใจได้ แล้วจะลืมชั้นได้เอง” หล่อนบอกเสียงสั่น
“คุณก็รู้ ว่าผมไม่มีวันลืมคุณ ผมรักคุณ”
“ชั้นก็รักคุณ...เพราะรัก ชั้นถึงต้องไปจากคุณ ชั้นไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวด ต้องอับอายเพราะชั้นอีกแล้ว”
“แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด คือการที่ผมไม่ได้อยู่กับคุณ”
สุธาวีย้ำคำ พร้อมจับมือปิ่นมณีมากุม
“ปิ่น เราหนีไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องสนใจแม่ผม ไม่ต้องสนใจคนพวกนั้น...นะปิ่น ต่อไปจะมีแค่เรา”
ปิ่นมณีอึ้ง “คุณวีจะทิ้งทุกอย่างเพื่อชั้นจริงๆ เหรอคะ”
สุธาวีพยักหน้าแน่วนิ่ง แววตามุ่งมั่นจริงใจ ปิ่นมณีพยักหน้าตอบ สองคนสบตากัน
เสียงอรทัยแหวขึ้นมา “นี่แกรักมันมากจนถึงกับจะทิ้งแม่เลยเหรอตาวี!”
สองคนชะงัก หันไปทางเสียงเห็นอรทัยยืนหน้าตึงเปรี๊ยะดวงตาวาววับอยู่
“ผมไม่ได้ทิ้งแม่ แต่ในเมื่อแม่ไม่ยอมรับคนที่ผมรัก แม่หลอกผม แม่ทำร้ายคนที่ผมรัก ผมก็คงต้องไป”
“สุธาวี!”

อรทัยแค้นแทบกระอัก ตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มองสุธาวีที่ยืนเคียงข้างปิ่นมณีอย่างเคืองขุ่น
 
อ่านต่อหน้า 2
จ้าวพายุ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

ขณะเดียวกันศุวิลขับรถเข้ามาบริเวณหน้าสวน ฟ้าใสนั่งมาด้วย ฟ้าใสมองไปเห็นรถอรทัยกับรถสุธาวีจอดอยู่

“รถอาอรอยู่นั่นคุณ”
ศุวิลรีบจอดรถทันที สองรีบลงจากรถ มือถือฟ้าใสดัง ฟ้าใสชะงัก
เป็นบรรเจิดที่ขับรถโทร.มา และคุยมือถือหน้าตาเคร่งเครียด
“ฟ้า! อาอรอยู่กับฟ้าหรือเปล่า...”
“ที่งานแต่งมีเรื่องค่ะ ตอนนี้ฟ้าตามอาอรมาที่สวน...” ฟ้าใสบอกชื่อไป
“ฟ้า แก้วตายแล้ว คุณอรส่งวิทย์มาทำร้ายแก้ว”
ฟ้าใสแทบช็อก “อะไรนะคะ! แก้วตายแล้ว”
ศุวิลได้ยินก็ตกใจไปด้วย
“ตอนนี้เดชโกรธคุณอรมาก มันออกไปตามหาคุณอร...เดชมันมีปืนด้วย”
ฟ้าใสตกใจ
“แค่นี้ก่อนนะฟ้า เดี๋ยวอารีบไป” บรรเจิดวางสายไป
ฟ้าใสหันมาบอกศุวิลหน้าเครียด “เกิดเรื่องใหญ่แล้วคุณ”
ระหว่างนี้เดชเดินเข้าไปในสวนในมือกำปืนแน่น ขบกรามจนนูนเป็นสัน ท่าทางแค้นสุดขีด

ส่วนสุธาวีจูงแขนปิ่นมณี จะพาเดินออกไป อรทัยไม่ยอมคว้ามือสุธาวีกระชากไว้
“ชั้นไม่ยอมให้แกไปตาวี! ถ้าแกอยู่กับมัน ชีวิตแกจะต้องพัง!”
“ปล่อยผม!”
สุธาวีสะบัดแขนเต็มแรง จนอรทัยเสียหลักล้มไป สุธาวีชะงัก วูบหนึ่งเขารู้สึกผิดที่รุนแรงกับผู้ให้กำเนิด
กระเป๋าอรทัยทัยกระเด็นร่วงพื้น เห็นโทรศัพท์อรทัยกระเด็นออกมา โทรศัพท์ยังสั่นอยู่ เป็นบรรเจิดโทร.เข้า แต่ไม่มีใครสนใจ
“คุณแม่...”
สุธาวีละล้าละลังมองอรทัยอย่างลังเลที่จะต้องทิ้งแม่ไป แต่เมื่อนึกถึงสิ่งเลวร้ายที่อรทัยทำ สุธาวีใจแข็งตัดสินใจจะเดินหนี
อรทัยน้ำตาคลอ แต่สุดท้ายฮึดขึ้นมาว่าต้องทำทุกอย่าง เพื่อห้ามสุธาวี
“ถ้าแกไป แกกับชั้นขาดกัน!”
สุธาวีชะงักงัน นิ่งอึ้งไป

เดชถือปืนแน่น เดินดุ่มๆ อีกมุมหนึ่ง สอดตามองหาอรทัย ในใจเต็มไปด้วยความแค้น จนกระทั่งมาถึงทางแยก เดชลังเลจะไปทางไหนต่อ เดชผงะฉากหลบหลังต้นไม้ทันที เพราะเห็นศุวิลกับฟ้าใสวิ่งหน้าตื่นสวนเข้ามา ทั้งสองไม่เห็นเดช
“ถ้าเดชเจออรทัยก่อน ต้องแย่แน่”
ศุวิลกับฟ้าใสวิ่งผ่านไป ทางที่เดชเพิ่งเดินมา
เดชค่อยๆ ออกมาจากหลังต้นไม้ ตัดสินใจได้ว่าต้องไปคนละทางกับที่สองคนวิ่งมา เดชกระชับปืน ในมือ เดินเลี้ยวไปทันที
ส่วนที่หน้าสวน บรรเจิดขับรถเข้ามาจอดอย่างแรง วิ่งลงรถเข้าไปในสวนทันที

ด้านสุธาวีเห็นอรทัยค่อยๆ ลุกขึ้น ท่าทางเจ็บปวดไม่น้อย แต่พยายามเข้มแข็งยื่นคำขาด นี่เป็นวิธีสุดท้ายที่เธอจะรั้งลูกชายคนเดียวเอาไว้
สุธาวีนัยน์ตาแดงก่ำ หันกลับมามองอรทัยอึ้งๆ ปิ่นมณียืนเคว้งทำอะไรไม่ถูก ร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ทำให้สุธาวีต้องเป็นอย่างนี้
“ในชีวิตชั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือแก ชั้นเลือกสิ่งที่ดีที่สุด คู่ควรที่สุด ก็เพื่อให้ชีวิตแกมีความสุข ถ้าวันนี้แกยืนยันว่าจะไปอยู่กับผู้หญิงอย่างมัน ผู้หญิงที่จะทำลายอนาคตของแก ชั้นจะไม่ยอมเด็ดขาด! เลือกมาตาวี...ชั้นหรือมัน” อรทัยยื่นคำขาด เสียงกร้าว
สุธาวีอึ้ง มองอรทัยและปิ่นมณี ตัดสินใจยากกว่าครั้งไหนในชีวิต ครู่นึงสุธาวีตัดสินใจหันกุมมือปิ่นมณีแล้วผละออกมา เขาเดินมาหาอรทัย
ปิ่นมณีร่ำไห้ด้วยความเสียใจ แต่หากสุธาวีเลือกอรทัย หล่อนก็พร้อมจะเข้าใจ
สุธาวีนิ่งไปนาน “คุณแม่ครับ....ผมรู้ว่าแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผมเสมอ...”
อรทัยมองลูกชาย คิดว่าสุธาวีเข้าใจความรักที่หล่อนมีให้
สุธาวีพูดต่ออย่างยากลำบาก “...แต่แม่ไม่เคยถามผมซักคำว่าผมต้องการรึเปล่า?” อรทัยชะงัก สังหรณ์ใจ “สิ่งที่ดีที่สุดของแม่ ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดของผม...เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ปิ่นอาจจะไม่ดีที่สุดสำหรับแม่...แต่เค้าดีที่สุดสำหรับผม...ที่ผ่านมาผมไม่เคยขัดใจแม่...แต่นี่จะเป็นอย่างเดียว ที่ผมขอเลือกเอง...ผมขอโทษนะครับแม่...”
อรทัยอึ้ง ตัวสั่นสะท้าน โกรธเอย เสียใจเอย ประเดประดังเข้ามาเป็นริ้วๆ น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย นึกไม่ถึงว่าลูกชายจะตัดสินใจทิ้งหล่อนไปกับผู้หญิงคนนี้
ความเสียใจค่อยๆ กลายเป็นความโกรธ ยิ่งเห็นปิ่นมณีแล้ว อรทัยทนไม่ได้ อรทัยถลันเข้าไปตบหน้าสุธาวีฉาดใหญ่
“คุณวี!”
ปิ่นมณีตกใจสุดขีด ถลาเข้าไปหาสุธาวีประคองไว้
สุธาวีมองอรทัยอึ้งๆ เสียใจ ปิ่นมณีมองหน้าอรทัย ตะโกนก้อง
“พอเถอะค่ะคุณอร! ชั้นจะไปเอง ชั้นจะไปเอง”
สุธาวีไม่ยอม “ไม่ปิ่น! ผมจะไม่เสียคุณไปอีก! คุณจะต้องอยู่กับผม” เขาหันไปมองแม่ “ผมทนอยู่กับแม่ที่ไม่เคยฟังใครอีกไม่ได้แล้ว!”
อรทัยเสียใจ แค้นใจคละเคล้ากันไปหมด ระเบิดอารมณ์ออกมาเสียงดังเหมือนคนเสียสติ เสียงดังสะท้านไปทั่วบริเวณ
“ลูกเลว! แกก็เหมือนพ่อของแก! ไม่เคยเห็นความหวังดีของชั้น! แกฟังไว้นะตาวี นับจากนี้ ถึงแกจะตายอยู่ตรงหน้าชั้น ชั้นก็จะไม่มีวันเสียใจให้กับลูกเลวๆ อย่างแก!”

สุธาวีอึ้งน้ำตาไหล ด้วยความเสียใจ
ทางด้านเดชเดินหาอรทัยอยู่มุมหนึ่ง ได้ยินเสียงอรทัยตัดแม่ตัดลูกกับสุธาวีดังแว่วมาจากทิศทางหนึ่ง

“แกจะไปตายที่ไหนก็เชิญ! แกไม่ใช่ลูกชั้น!”
เดชนัยน์ตาวาว จับทิศทางได้ รีบเดินตามเสียงไปทันที

อรทัยร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ สุธาวีมองอรทัยด้วยความเสียใจ
เดชพุ่งเข้ามาตรงที่พุ่มไม้ไม่ไกลนัก มองไปเห็นอรทัยยืนร้องไห้อยู่ ยังไม่มีใครเห็นเดช
เดชไม่รีรอ เล็งปืนไปที่อรทัยทันที เดชกำลังจะเหนี่ยวไกปืน
จู่ๆ ศุวิลโผล่มารวบเดชเบี่ยงวิถีกระสุนได้ทัน ปืนลั่นปัง! ฟ้าใสวิ่งตามมารีบก้มหลบ ตกใจ
สุธาวีตกใจ ปิ่นมณีและอรทัยตกใจกรีดร้อง หมอบลงโดยอัตโนมัติ โชคดีที่กระสุนนัดนี้ไม่โดนใคร
เดชลุกขึ้นมาได้ก่อน ศุวิลตามมาควานคว้าตัวเดช ตะโกนสุดเสียง
“อย่า!”
สุธาวีมองไปทางเสียง เห็นเดชยื้อยุดอยู่กับศุวิล แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร
ด้วยพลังแห่งความแค้น เดชผลักศุวิลเสียหลักล้มไป เดชรีบหันกลับมาเล็งปืนไปที่อรทัยอีกครั้ง
สุธาวีตะลึงพบว่าปืนถูกเล็งมาที่แม่ของเขา
บรรเจิดวิ่งเข้ามาเห็นพอดี ตะโกนก้องอย่างตกใจ
“เดช อย่า!”
ไม่มีอะไรรั้งเดชไว้ได้อีกแล้ว เขาเหนี่ยวไกปืนรัวตามแรงแค้นสุมอก
ไวเท่าความคิด สุธาวีโผเข้าไปขวางหน้าอรทัยไว้ กระสุนดัง 3 นัดซ้อน ปัง! ปัง! ปัง! ทะลุร่างสุธาวีทั้งสามนัด
สิ้นเสียงปืนทุกคนเงียบงัน ต่างคนต่างตกตะลึง เมื่อเห็นเลือดค่อยๆ ซึมออกมาจากชุดสูทของสุธาวี พร้อมๆ กับที่ร่างสุธาวีโงนเงนก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น
ทุกคนต่างตกใจ กรีดร้องสุดเสียง
“ตาวี”
ปิ่นมณีช็อก “คุณวี”
เดชอึ้งที่เป้าหมายกลายเป็นสุธาวี ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้น คนที่สมควรตายไม่ใช่สุธาวี เดชทรุดลงนั่งอยู่ตรงนั้น
บรรเจิดอึ้ง ช็อก! พูดไม่ออกสักคำ รีบวิ่งไปหาสุธาวี ฟ้าใสและศุวิลวิ่งตามเข้าไปด้วย
อรทัยช้อนร่างลูกชายมาไว้ในอ้อมกอด ร้องไห้ ใจจะขาดเสียให้ได้
สุธาวีหายใจรวยริน พยายามพูดให้เป็นคำ
“...แม่...เป็นอะไรไหม...”
อรทัยพูดไม่ออก ร้องไห้ ส่ายหน้า น้ำตาเต็มตา
“วี อย่าเป็นอะไรนะวี” อรทัยหันไปสั่งบรรเจิด “เรียกรถพยาบาลสิคุณบรรเจิด เรียกคนมาช่วยลูกเดี๋ยวนี้!”
อรทัยร้องไห้กอดสุธาวีเอาไว้อย่างรักใคร่หวงแหน ปิ่นมณีทรุดลงร้องไห้อยู่ข้างๆ นั่นเอง

ไม่นานต่อมา อรทัย บรรเจิดและปิ่นมณีวิ่งตามเตียงรถเข็นที่บุรุษพยาบาลเข็นร่างสุธาวีตรงไปยังรถของโรงพยาบาลที่จอดรออยู่ ฟ้าใส และศุวิลวิ่งตามมาติดๆ ฟ้าใสน้ำตาคลอ
สุธาวีหายใจรวยรินเต็มที ค่อยๆ ชูมือขึ้นมาควานคว้าอย่างอ่อนแรง ทั้งอรทัยและปิ่นมณีรีบกุมมือคนละข้างของสุธาวีเอาไว้ ใจไม่ดี
“ปิ่น...แม่...”
“แข็งใจไว้นะตาวี...เดี๋ยวถึงมือหมอแล้ว...แกต้องไม่เป็นไร...”
ปิ่นมณีฝืนยิ้ม พยักหน้าให้กำลังใจสุธาวีทั้งน้ำตา
เจ้าหน้าที่ และบุรุษพยาบาลพารีบสุธาวีขึ้นรถพยาบาล อรทัย ปิ่นมณีขึ้นรถตามไปด้วย รถพยาบาลออกไปอย่างรวดเร็ว
บรรเจิดมองตามอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก
ฟ้าใส กับศุวิลมองบรรเจิดด้วยความสงสาร ฟ้าใสจับแขนปลอบบรรเจิด
“คุณวีจะต้องปลอดภัยนะคะอา”
บรรเจิดน้ำตาคลอพยักหน้า แล้วจะเดินไปขึ้นรถ แต่ต้องชะงัก เมื่อมองไปอีกด้าน เห็นตำรวจคุมตัวเดช ที่ใส่กุญแจมือเดินมาที่รถตำรวจ
เดชมองบรรเจิด สายตาเต็มไปด้วยความละอายใจ และเสียใจ
บรรเจิดบันดาลโทสะจะพุ่งเข้าไปต่อย ตำรวจกันไว้ ศุวิลดึงบรรเจิดไว้อีกแรง
“อย่าครับคุณบรรเจิด!”
“เดช แกยิงลูกชั้นทำไม!” บรรเจิดคำราม
“ผมขอโทษครับ”
เดชทรุดตัวก้มลงกราบบรรเจิดด้วยความเสียใจสุดซึ้ง

ตำรวจควบคุมตัวเดชออกไป

อ่านต่อหน้า 3
จ้าวพายุ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

ไม่นานนัก ทุกคนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาล อย่างกระวนกระวาย อรทัยน้ำตาคลอ เต็มตากระสับกระส่ายหนัก บรรเจิดอยู่ข้างๆ เป็นห่วงสุธาวีไม่แพ้กัน

ปิ่นมณีใจสั่น ยืนรออยู่กับฟ้าใส และศุวิล ฟ้าใสแตะแขนปลอบ ปิ่นมณีน้ำตาไหลรื้นขึ้นมาอีก
“ทำใจดีๆ ไว้นะปิ่น คุณวีต้องไม่เป็นไร”
ปิ่นมณีร้องไห้กอดฟ้าใสแน่น
อรทัยเอาแต่ร้องไห้ บรรเจิดเองก็เศร้า แตะตัวปลอบอรทัย
สักครู่หนึ่งหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทุกคนปรี่เข้าไปหา
“ลูกชั้นเป็นยังไงบ้างคะหมอ? เค้าปลอดภัยใช่ไหมคะ” อรทัยถามอย่างร้อนรนใจ
“กระสุนโดนอวัยวะสำคัญ...หมอจะพยายามให้ถึงที่สุดครับ” หมอเดินออกไป
ทุกคนเศร้าๆ ใจไม่ดี อรทัยหมดแรงทรุดลง
“คุณบรรเจิด ถ้าลูกเป็นอะไรไป ชั้นจะอยู่ยังไง”
อรทัยร้องห่มร้องไห้น่าเวทนา บรรเจิดกอดปลอบเอาไว้

อรทัยไม่สบายใจมาก ชวนบรรเจิดไปทำบุญที่วัด กำลังประเคนของสังฆทานถวายพระด้วยกัน พระให้ศีลให้พร
อรทัยหน้าเศร้า เป็นห่วงสุธาวีที่ยังอาการโคม่า

กลับถึงบ้านอรทัยยังคงเอาแต่เศร้า ทุกข์เกาะกินใจ ที่ทำให้ลูกชายถูกยิง จนตกอยู่ในอาการโคม่า บรรเจิดยืนปลอบอยู่กับศิวา และธวัชชัย
“ยัยอร แกอย่าเพิ่งคิดมาก ตอนนี้หมอเค้าก็พยายามช่วยตาวีอยู่” ศิวาปลอบ อรทัยน้ำตาไหลพราก “ถ้าแกเป็นอะไรไปอีกคน มันจะยิ่งแย่
“ตาวีต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะหนู ถ้าลูกเป็นอะไรไป หนูจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”
อรทัยเดินร้องไห้ออกไป บรรเจิดมองตามด้วยความสงสาร

อรทัยยืนเหม่อ ทุกข์ใจเป็นห่วงสุธาวีอยู่มุมหนึ่ง บรรเจิดเดินเข้ามาเมียงมอง
“คุณอร”
อรทัยพูดคล้ายระบาย “ชั้นส่งคนไปทำร้ายเมียน้อยคุณ...จนทำให้เดชมันแค้น ชั้นต่างหากน่าจะเป็นคนที่ถูกยิง...ลูกไม่น่ามาช่วยชั้นเลย เรื่องทั้งหมดชั้นผิดเอง...”
“ถ้าผมซื่อสัตย์กับคุณตั้งแต่แรก เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษผมด้วย เราต่างผิดด้วยกันทั้งคู่นะคุณอร”
อรทัยมองหน้าบรรเจิด
“ตอนนี้จะมาโทษตัวเองหรือโทษคนอื่น ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว...ผมว่าเราควรจะให้อภัยคนอื่น...แล้วก็ให้อภัยตัวเองด้วย...คุณให้อภัยผมได้ไหมคุณอร”
อรทัยฟังที่บรรเจิดพูด คิดๆ แล้วน้ำตาไหล
“ชั้นให้อภัยคุณค่ะ...คุณให้อภัยชั้นได้ไหม”
บรรเจิดพยักหน้า ทั้งสองคนจับมือกัน พยายามจะมีความหวังเรื่องสุธาวี

ส่วนปิ่นมณีนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่หน้าห้อง ฟ้าใส ศุวิลมองเป็นห่วง
“ปิ่น เธอกินอะไรสักหน่อยนะ”
ฟ้าใสยื่นกาแฟให้ ปิ่นมณีส่ายหน้า น้ำตาไหล ศุวิลยื่นทิชชู่ให้ ปิ่นมณีรับมาเช็ดน้ำตา
พยาบาลหน้าตื่นออกมาจากไอซียูเรียกหาหมอ
“คุณหมอคะ! คนไข้ความดันตกค่ะ!”
ปิ่นมณี ฟ้าใส และศุวิลตกใจ
หมอและกลุ่มพยาบาลวิ่งมา พากันกรูเข้าไปในห้อง สามคนนั่งไม่ติด

สุธาวีนอนอยู่บนเตียง อาการทรุดหนัก หมอและพยาบาลพยายามช่วยชีวิตอยู่
ที่หน้าห้อง ปิ่นมณี ฟ้าใส และศุวิลนั่งไม่ติด ฟ้าใสพยายามต่อมือถือหาอรทัยอยู่
พยาบาลส่งถาดเข็มฉีดยาให้ หมอฉีดยาให้สุธาวี สีหน้าหมอเคร่งเครียด ดูออกว่าอาการสุธาวียิ่งแย่ลง


ศุวิล ปิ่นมณี ฟ้าใสร้อนใจเป็นห่วงสุธาวีกันอยู่ หมอเดินออกมา สีหน้าเครียดๆ ปิ่นมณีพุ่งไปหาหมอ
“เป็นยังไงบ้างคะหมอ?”
“หมอพยายามถึงที่สุดแล้วครับ แต่คนไข้อาการหนักมาก...ถ้ามีอะไรอยากจะคุยกับคนไข้ ก็ให้คุณรีบเข้าไปตอนนี้”
ปิ่นมณี ฟ้าใส และศุวิลตกใจ

สุธาวีนอนอยู่บนเตียง ปิ่นมณีพุ่งเข้ามา จับมือสุธาวีมากุมไว้ ปิ่นมณีน้ำตาไหล สุธาวีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองปิ่นมณีที่ร้องไห้ สุธาวีรู้ว่าตัวเองคงไม่รอดแน่
“ปิ่น...อย่าร้องไห้...ผมชอบเห็นคุณยิ้มมากกว่า”
ปิ่นมณีพยายามกลั้นน้ำตา ฝืนจะยิ้มให้สุธาวี แต่ก็กลั้นไม่ไหว ปิ่นมณีร้องไห้ออกมาอีก
“คุณวีอย่าทิ้งชั้นไปนะคะ...เราสองคนจะไปอยู่ด้วยไงคะคุณวี จะมีแค่เราสองคน เหมือนที่คุณบอกชั้นไงคะ”
“ขอบคุณนะ...ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ผมรักคนๆนึงได้มากขนาดไหน”
“ชั้นต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ..ตลอดเวลาชั้นดิ้นรนไขว่คว้า อยากมีชีวิตที่สุขสบาย ...แต่คุณทำให้ชั้นรู้ว่า ความจริงแล้ว ชั้นมีแค่คุณ คนที่รักชั้นอย่างจริงใจ แค่นี้ก็พอแล้ว”
สุธาวีฝืนยิ้มให้
“ถ้าอย่างนั้นเราสองคนก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้วนะปิ่น...เราได้เจอสิ่งที่ต้องการแล้ว”

ปิ่นมณีกุมมือสุธาวีไว้ สองคนพยายามฝืนยิ้มให้กัน
อรทัย และบรรเจิดเดินแกมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตามทางเดินหน้าไอซียู ฟ้าใสกับศุวิลยืนรออยู่ ด้วยใจร้อนรน ฟ้าใสร้องไห้ไม่หยุด เสียงอรทัยทักมาจากด้านหลัง

“ฟ้า ลม”
“อาอร อาบรรเจิด รีบเข้าไปหาคุณวีเถอะค่ะ”
บรรเจิด อรทัยใจไม่ดี รีบพุ่งเข้าไป

อรทัย และบรรเจิดพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ปิ่นมณีที่กุมมือสุธาวีอยู่ เช็ดน้ำตา แล้วถอยให้ อรทัย และบรรเจิดโผไปหาสุธาวี
สุธาวีเห็นบรรเจิด อรทัยมาด้วยกัน ก็พยายามฝืนยิ้ม
“วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่มาด้วยกันได้นะครับ”
“วี วีอย่าเป็นอะไรนะ แม่ขอโทษ แม่ผิดเอง” อรทัยใจเสีย
“ไม่ใช่ความผิดแม่หรอก...ผมขอโทษแม่ด้วย ที่ผมเป็นลูกที่ไม่ดี ไม่เคยทำให้แม่ภูมิใจ”
“แม่ภูมิใจในตัวแก แม่ไม่ดีเอง แม่บงการชีวิตแกทุกอย่าง”
“ผมรู้ ว่าที่แม่ทำ เพราะแม่รักผม...”
“วี ต่อไปแม่เค้าไม่บังคับอะไรแกแล้วนะ ตอนนี้พ่อกับแม่เข้าใจแล้ว..เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งพ่อและแม่ก็มีส่วนผิด ตอนนี้ทุกคนเข้าใจกันแล้ว แกต้องรีบหาย แล้วกลับมาอยู่กับพ่อกับแม่นะ”
สุธาวีไอ เริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ
“วี อย่าเป็นอะไรนะลูก! ถ้าลูกเป็นอะไรไปแล้วแม่จะอยู่ยังไง”
“แม่เป็นคนเก่ง...ถึงแม่ไม่มีผม แม่ก็ดูแลตัวเองได้...ถ้าผมไม่อยู่แล้ว ผมอยากให้ทุกคนมีความสุข”
บรรเจิดกับอรทัยน้ำตาไหล ปิ่นมณีที่ยืนอยู่ด้วย ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
สุธาวีมองทุกคนคล้ายจะจดจำรำลึก แล้วสิ้นใจไป มือร่วงผล็อย
อรทัยและบรรเจิดร้องลั่น “วี! วี”

ปิ่นมณีเดินออกมาหน้าห้อง อาการยังอึ้งๆ ยังไม่อยากจะเชื่อว่าสุธาวีตายแล้ว
ฟ้าใส และศุวิลร้อนรน
“ปิ่น คุณวีเค้า...”
ปิ่นมณีน้ำตาร่วงพรู สองคนรู้ทันทีว่าสุธาวีสิ้นใจแล้ว
ปิ่นมณีเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ร่วงผล็อย เป็นลมหมดสติไป
ฟ้าใสกะศุวิลตกใจ “ปิ่น!”

ทั้งสองคนรีบเข้าไปประคองปิ่นมณีไว้ด้วยความสงสาร


อ่านต่อหน้า 3
จ้าวพายุ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

ปิ่นมณีในอาภรณ์สีดำ พาตัวเองมาอยู่ที่วัดแห่งนั้น ในอีกหลายวันต่อมา และกำลังวางดอกไม้หน้าโกฐบรรจุเถ้ากระดูกที่มีรูปสุธาวีติดอยู่ หล่อนยิ้มให้รูป พูดกับภาพเศร้าๆ

“ชั้นพยายามมีความสุขอย่างที่คุณวีบอก...แต่บางครั้งมันก็ยาก ที่ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีคุณ...คุณคงรู้ใช่ไหมคะ คุณถึงให้ของขวัญชั้นไว้..ตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร”
ปิ่นมณีลูบท้องตัวเองเบาๆ ในท้องของหล่อนยามนี้มีลูก สายเลือดของสุธาวีอยู่ในนั้น!
เสียงอรทัยดังเข้ามา “ปิ่นมณี”
ปิ่นมณีชะงัก เมื่อหันไปตามเสียง ก็เห็นอรทัยยืนอยู่กับฟ้าใส และศุวิล ปิ่นมณีทำท่าจะเดินหนี อรทัยรีบขวาง
“แม่เธอโทร.ไปบอกชั้น ว่าเธอ…”
ปิ่นมณีรีบขัดทันที “แม่ชั้นคงเข้าใจอะไรผิดน่ะค่ะ คุณอรอย่าไปใส่ใจเลยนะคะ”
“แม่เธอเค้าบอกว่าเธอท้องลูกของวีอยู่” ปิ่นมณีดึงดันจะเดินหนี อรทัยดึงไว้ “ปิ่น มันจริงใช่ไหม”
ปิ่นมณีตัดสินใจพูด “จริงค่ะ”
อรทัยยิ้มดีใจ
“แต่คุณอรสบายใจได้นะคะ ชั้นจะเลี้ยงลูกของชั้นเอง ชั้นจะไม่ทำให้เจนจรัสตระกูลเสื่อมเสีย...ชั้นไม่อยากได้อะไร”
“ปิ่นมณี ชั้นขอร้อง เธออาจจะโกรธชั้นมาก แต่เค้าเป็นลูกของตาวี เธอจะไม่ให้โอกาสชั้นได้ดูแลหลานของชั้นเลยเหรอ...ชั้นอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเค้า...ชั้นสัญญาว่าชั้นจะไม่ทำให้เธอกับลูกต้องลำบากใจ”
ปิ่นมณีมองอรทัย เห็นความจริงใจในดวงตาเป็นครั้งแรก แล้วหันมองรูปสุธาวีที่หน้าโกฐ
“คุณวีเค้าคงต้องการอย่างนี้เหมือนกัน”
ปิ่นมณี อรทัยจับมือกัน
ศุวิลและฟ้าใสโล่ง

ศิวามีท่าทางดีใจ เดินเล่นกันอยู่กับอาภาในสวน ธวัชชัยคอยดูแล ศุวิลและฟ้าใสอยู่ด้วย
“หนูปิ่นเค้าท้องลูกของตาวีอยู่อย่างนั้นเหรอ”
ฟ้าใสยิ้ม “ใช่ค่ะ ตอนนี้อาอรพาปิ่นไปหาอาบรรเจิด เดี๋ยวคงจะพามาหาคุณตาน่ะค่ะ”
อาภาบอกกับศิวา “ชั้นดีใจด้วยนะคะคุณศิวา”
ศิวายิ้ม ธวัชชัย
“ผมว่าเรื่องร้ายๆ ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปแล้วนะครับ คุณวีมีลูก...อาการของท่านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”
ศิวาพยักหน้ายิ้มๆ
“หวังว่ายัยอรกับหนูปิ่นจะเข้าใจกัน...ต่อไปจะได้ช่วยกันเลี้ยงดูลูกของตาวี”
“อรทัยเค้าเปลี่ยนไปมากแล้ว ผมว่าเค้าคงเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนนึงก็เป็นเพราะอารมณ์ที่รุนแรงของเค้า”
“ไม่ใช่แค่ยัยอรหรอก...เราทุกคนต่างก็มีพายุอารมณ์ของตัวเอง ถ้าเราควบคุมมันไม่ได้ ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์ สุดท้าย มันก็จะทำลายตัวเราและคนรอบๆ”
ฟ้าใส ศุวิล อาภา และธวัชชัยฟังที่ศิวาพูด ก็เห็นด้วย ศิวามองฟ้าใส
“เพราะฉะนั้น ฟ้าเองก็อย่าเอาแต่อารมณ์ มีอะไรก็คุยกับลมซะ”
ศิวามองศุวิล แล้วหันมาหาอาภา กับธวัชชัย
“ไป เราไปเดินเล่นกันตรงนั้นดีกว่าอาภา ธวัชชัย”
อาภา ธวัชชัย และศิวายิ้มๆ กันขณะออกไป
ฟ้าใสเลิ่กลั่ก
“คุณตา”

ฟ้าใสหันมาเห็นศุวิลยืนยิ้มรอจะคุย จึงรีบเดินหนี
ฟ้าใสเดินหนีมาหยุดอยู่มุมหนึ่งในสวนสวยของบ้านเจนจรัสตระกูล ศุวิลเดินตาม

“ฟ้า มีอะไรก็มาคุยกันซิ อย่าหนีอย่างนี้เลยนะ”
ศุวิลดึงมือฟ้าใสไว้
“เรื่องที่เกิดกับสุธาวี ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตเราไม่แน่นอน..ผมกลัวว่าพรุ่งนี้ บางทีอาจจะเกิดเรื่องอะไร ที่ทำให้เราไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป” ฟ้าใสอึ้งไป “ผมอยากให้เราปรับความเข้าใจกันตอนที่เรายังมีโอกาส”
ฟ้าใสคิดๆ
“ก็ได้..งั้นคุณบอกชั้นมาก่อน ว่าคุณคิดยังไงกับชั้น” ศุวิลงง “ก็วันนั้นที่โรงพยาบาลชั้นได้ยินคุณบอกน้าอาภา ว่าคุณไม่แน่ใจเรื่องของชั้น ชั้นก็เลยถอยออกจากคุณ ให้คุณอยู่กับตัวเอง คุณจะได้มีเวลาคิดไงว่าคุณรู้สึกยังไงกับชั้นกันแน่ ชั้นพูดจบแล้ว คุณใช้เวลาคิดต่อไปแล้วกัน”
ฟ้าใสจะเดินหนี
“ไม่ต้องคิดแล้วฟ้า” ศุวิลดึงมือฟ้าใสไว้ “ผมรักคุณ”
ฟ้าใสชะงักที่ศุวิลบอกรัก ชักเขิน “เฮ้ย คุณ แน่ใจแล้วเหรอ”
“แน่ใจ...ที่ผ่านมาคุณดีกับผมทุกอย่าง เป็นห่วงผม เดือดร้อนเพราะผม ถ้าไม่มีคุณ ผมอาจจะไม่มีวันกลับมาเข้าใจกับพ่อก็ได้...คุณให้โอกาสได้ไหม..คบกับผมนะ”
ฟ้าใสเขิน หันหลังเดิน
“ไม่รู้สิ ชั้นเป็นผู้หญิงอ่ะ ขอเวลาหน่อยได้ไหม”
“ก็ได้”
ฟ้าใสเขิน หันหนี
“หมดเวลาแล้ว”
ศุวิลบอกแล้วเข้าไปกอดจากด้านหลัง ฟ้าใสสะดุ้ง
“คุณคบกับผมนะ”
ฟ้าใสฮึมฮัมตอบรับอยู่ในลำคอ ศุวิลหอมแก้มฟอดหนึ่งเข้าให้ ฟ้าใสยิ่งเขิน กระหน่ำตีศุวิลพัลวันแล้วเดินหนี

ศุวิลยิ้มกระหยิ่ม วิ่งตามอย่างสุขใจ

จบบริบูรณ์ โปรดติดตาม "คุ้มนางครวญ" เร็วๆ นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...