xs
xsm
sm
md
lg

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิมานมะพร้าว ตอนที่ 13
 
เจ๊พุ่มยืนดูแสบและลูกน้องทำงานอยู่ สืบสายวิ่งมา มองหาจุลลา
 
“จุลลาอยู่ไหน”
“พี่จูนกลับไปแล้วครับ”
“แต่เค้าบอกว่าจะกลับมาทำงานต่อ”
“มาแล้ว ออกไปแล้วค่ะบอส ที่บ้านโทรตามเพราะดึกแล้ว”
“ผมก็เลยให้พี่จูนกลับไปก่อน มีอะไรค่อยโทรหากัน”
“แล้ว...” สืบสายจะถามว่าจุลลากลับไปนานหรือยัง แต่หยิกขัดขึ้นซะก่อน
“พี่จูนช่วยพวกเราหาสาเหตุที่เครื่องพังเจอแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่พวกเรา”
“แล้ว...”
“พรุ่งนี้แกว่าจะมาใหม่ครับ”
“และก็...”
“พอ จุลลาออกไปนานหรือยัง”
“เมื่อกี้เองค่ะบอส”
สืบสายแย่งวอมาจากเจ๊พุ่ม
“ยามจ่อย จุลลาออกไปหรือยัง”
ยามจ่อยคุยวอ
“นี่ใครครับผม เปลี่ยน”
“สืบสาย”
“อ๋อ บอส ว้าย! ครับผม บอส เอ่อ นายช่างเหรอครับ” จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์มา “กำลังจะออกจากโรงงานครับผม”
“กักตัวไว้”
สืบสายโยนวอคืนเจ๊พุ่มทันที แล้ววิ่งออกไป แสบ ลูกน้องและเจ๊พุ่ม มองกันงงๆ และอยากรู้

จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์มา เจอยามจ่อยขวางกลางถนน
“หยุด”
“มีอะไรยามจ่อย”
“ผมไม่มีหรอกครับผม แต่บอสมีครับผม”
“คุณสืบสาย ทำไม” สืบสายวิ่งมา ปิดเครื่องรถ ดึงกุญแจมอเตอร์ไซค์ออกมา แสบ เจ๊พุ่มและลูกน้องวิ่งตามมาดู “คุณสืบสาย เล่นอะไร เอาคืนมา”
“ลงมา”
“จะกลับบ้าน”
“ลงมา”
“ไม่ลง”
“ยามจ่อย”
“ครับผม”
“จัดการ”
“ผมช่วย” แสบรีบบอก
“จะทำอะไร”
ยามจ่อยและแสบไปช่วยกันยึดมอเตอร์ไซค์เอาไว้ สืบสายดึงตัวจุลลาจะให้ลง
“ลงมา”
“ไม่ลง”
สืบสายอุ้มเลย
“ลงมา”
“คุณสืบสาย ปล่อย อายเค้า”
“ไม่ปล่อย”
สืบสายอุ้มจุลลาลงจากรถ ลูกน้องแสบคอยอำนวยความสะดวก
“เชิญทางโน้นเลยครับบอส”
“ทางปลอด”
“รอดยาก”
“ไอ้พวก...”
“เงียบ!ไม่งั้นจะทุ่มลงพื้นเดี๋ยวนี้”
จุลลานิ่ง สืบสายอุ้มออกไป
“ฮิ้วววว”
“รู้สึกมีความหวังขึ้นมาแล้วสิ ถ้าบอสกับพี่จูนลงเอยกันได้ล่ะก็...”
“ล่ะก็อะไร”
แสบและทุกคนตกใจ สะดุ้ง กลัว
“ว้าก”
ทุกคนหันไป เห็นน้ำหวานยืนอยู่ ก็โล่งอก
“น้ำหวานนี่เอง นึกว่าใคร”
“แล้วแกนึกว่าใครวะ” เจ๊พุ่มถาม
“ผีเจ้าสัว”
“จะพูดทำไม”
ทุกคนพูดออกมาพร้อมกัน ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“พูดปุ๊บ อั๊วก็มาปั๊บ แล้วอาหนูช่างกับอาตี๋อีไปไหน” แสบได้ยิน
“อยู่ทางโน้น ฮื้อ ใครถาม”
“อั๊วถามเอง”
แสบหันมองมาที่ผีเถ้าแก่ เห็นร่างของผีเถ้าแก่เลือนๆ ขาสั่น มือสั่น ชี้ไปที่ผีเถ้าแก่
“เห็น...ฉันเห็น...รู้ดีทุกอย่าง”
“เห็นอะไร พี่แสบ” น้ำหวานถาม
“พี่เจ้าสัว”
“ผีเจ้าสัว”
ทุกคนไม่เว้นยามจ่อยพากันวิ่งหนีออกไป

“ไอ้แสบเห็นอั๊ว แสดงว่าอั๊วจะมีคนช่วยสื่อสารเพิ่มอีกหนึ่งคน เฮ้ย รอด้วย”

 
สืบสายปล่อยจุลลาลง
 
“ทำไมตัวหนักงี้ล่ะ”
“แล้วใครให้อุ้ม อุ้มทำไม แน่จริง อุ้มอีกเด่ะ”
จุลลาเกาะคอสืบสาย เตรียมขึ้นให้อุ้ม สืบสายล็อกแขนจุลลาเอาไว้ ไม่อุ้ม แต่กอด
“ไม่อุ้ม แต่จะกอดแบบนี้”
จุลลาขยับจะให้หลุด
“ปล่อย”
“บอกฉันมาก่อน”
“บอกอะไร”
สืบสายมองลึกเข้าไปในดวงตาของจุลลาอย่างลึกซึ้ง

แสบนำขบวนวิ่งมาทางหนึ่ง ทุกคนร้องลั่น ผีเถ้าแก่ตามขบวนของแสบ
“เดี๋ยวก่อน รออั๊วด้วย”
“ไม่มีใครรรอผีหรอกครับ”
“ผีเจ้าสัวกำลังตามพวกเรามาเหรอ”
“ติดๆ เลยล่ะ”
“ว้ากกกก”
แสบวิ่งม้วนนำหัวขบวนมาเจอหางคือหลังผีเถ้าแก่
“นี่หลังใคร” ผีเถ้าแก่หันมา
“หลังอั๊ว”
แสบอึ้ง หยุดวิ่ง ทุกคนหยุดตามแสบ
“หยุดทำไมวะไอ้แสบ”
“ตอนแรกตามหลัง แต่ตอนนี้อยู่ข้างหน้า ว้ากกกก”
ทุกคนที่มองไม่เห็นผีเถ้าแก่ ร้องตาม แต่ก็ยังยืนอยู่กับที่
“แล้วเอาไงดีครับพี่น้อง”
“ตัวใครตัวมันครับ”
แสบจูงมือน้ำหวานวิ่งหนีไปทางหนึ่ง นอกนั้นตัวใครตัวมันกระจัดกระจาย เหลือผีเถ้าแก่อยู่กลางวง
“คนอื่นอั๊วไม่สน เพราะอั๊วสนใจแต่คนที่มองเห็นอั๊ว รอด้วย อาแสบ”
ผีเถ้าแก่ตามแสบไป

สืบสายกอดจุลลาอยู่หน้าโรงงาน
“ให้ฉันบอกอะไรคุณ”
“น้ำหวานบอกฉันว่า....เธอรักฉัน” จุลลาถอนใจเฮือก “จริงหรือเปล่า...เธอรักฉัน”
ทันใดนั้น ไฟหน้ารถก็สาดเข้ามา ทั้งสืบสายและจุลลาแสบตา ผละออกจากกัน หันไปมอง เสี่ยตงลงมาจากรถ มองมาที่สืบสายด้วยความโมโห
“ป๊า”
“อาตี๋! ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ อั๊วมีเรื่องจะคุยกับลื้อ”
สืบสายตกใจ จุลลาเป็นห่วงสืบสาย

แสบพาน้ำหวานวิ่งหนีผีเถ้าแก่ไปทางหนึ่ง ผีเถ้าแก่หันไปเห็น เสี่ยตงนั่งรถไปกับสืบสาย แปลกใจ ชะงัก เลิกตามแสบกับน้ำหวาน
“ไอ้ตงมาได้ไงวะ แล้วอาหนูช่างอ่ะ อีไปไหนแล้ว”
ผีเถ้าแก่มองหาจุลลา เห็นพวกหยิก เข่ง ถัด เจ๊พุ่มและยามจ่อย วิ่งหนีกระเจิงมารวมตัวอยู่รอบๆ ผีเถ้าแก่
“เอาไงดีพวกแก”
“ตอนนี้มีใครเห็นผีเจ้าสัวบ้างมั้ยครับผม”
ทุกคนส่ายหน้า
“หรือว่าผีเจ้าสัวไปแล้ว”
“แต่เราก็ไม่เห็นผีเจ้าสัว นอกจากพี่แสบ”
“หรือว่าพี่แสบตาฝาด เพราะเมื่อก่อน ก็ใช่ว่าแกจะเคยเห็นผีเจ้าสัวกับตัว”
“พวกแกจะสรุปว่าอะไรวะ”
“สรุปว่า ผีเจ้าสัวไม่ได้มาตั้งแต่แรก เราตกใจไปเอง”
“เออ จริง”
“จะเม้าท์ใส่หน้าอั๊วอีกนานมั้ยวะ น้ำลายเต็มหน้าหมดแล้ว ไปๆ หายกลัวแล้วก็แยกย้ายกันไป”
“ไปๆ ใครมีอะไรจะทำก็ไปทำ ไป กลัวผีจนขึ้นสมอง ไม่มีสติ”
“เจ๊ด้วยแหละ”
“ก็แล้วบอกว่าเจ๊ไม่กลัวเมื่อไหร่”
ทั้งหมดแยกย้ายกันไป ผีเถ้าแก่ส่ายหัว ก่อนจะนึกถึงจุลลา
“อาหนูช่าง แต่อาตี๋ก็กำลังมีเรื่องแหงๆ”
ผีเถ้าแก่ลังเล จะไปทางไหนดี

แสบพาน้ำหวานหนีมาถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ เจอที่แคบ
“มาแอบตรงนี้ก่อน น้ำหวาน”
“ผีเจ้าสัวจะไม่เห็นเหรอ”
“เราต้องกลั้นหายใจ เคยดูหนังจีนมั้ย”
“เกิดไม่ทัน ไม่เคยดู”
“ลองดู มา” แสบพาน้ำหวานเข้าไปซ่อนตัวในที่แคบ ตัวแนบชิด หน้าชนหน้า “กลั้นหายใจเร็ว”
“กลั้นอยู่”
สองคนกลั้นหายใจไป ตอนแรกก็กลัวว่าผีเถ้าแก่จะตามมา แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าอยู่ใกล้ชิดกัน อึ้งกันไปทั้งสองคน จนลืมหายใจ

มุมหนึ่งบ้านสืบสาย คุณนายเง็กนั่งซึม ป้าเมี่ยงเข้ามายกเครื่องดื่มมาให้
“ดึกแล้ว ท่านรองไม่ขึ้นไปพักผ่อนล่ะคะ”
“อั๊วทำถูกหรือผิด ที่พยายามหาว่าที่ลูกสะใภ้ที่เหมาะสมให้อาตี๋”
“แต่คุณสืบเธอเลือกภรรยาด้วยความรัก ไม่ใช่ความเหมาะสมนะคะ เหมือนกับที่ท่านรองเคยเลือกท่านประธาน”
“แต่....อาหนูช่างอี ไม่ได้รักอาตี๋ อาตี๋รักอาหนูช่างข้างเดียว”
“ความรักของคนสองคน ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากที่คนใดคนหนึ่งรักข้างเดียวก่อนเสมอล่ะค่ะ”
“แปลว่า...”
“ให้เวลาเธอสองคนได้จูนหัวใจกันก่อนเถอะค่ะ”
คุณนายเง็กเริ่มอ่อนลง เสี่ยตงเสียงดังโวยวายเข้ามา สืบสายตามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ลื้อกล้าทำแบบนี้ ลับหลังอั๊วได้ยังไง”
คุณนายเง็กและป้าเมี่ยงตกใจ
“เฮีย มีเรื่องอะไรกันอีก”
“อาทรงเดชบอกอั๊วว่า ว่าอาตี๋แอบสั่งให้ฝ่ายขายชะลอการรับออร์เดอร์ลดกำลังการผลิต”
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“ไอ้ส่งเดชอีกแล้ว มันใส่ไฟไอ้ตงหูเบาอีกแล้ว มันพูดอะไรให้ลื้อฟังอีกวะ”
“ลื้อต้องการจะทำให้ยอดขายลด ทำให้อั๊วขาดทุน แล้วลื้อก็จะอาสาเข้ามาแก้ไขให้มันดีขึ้น ลื้อมัน...มัน”
“จริงเหรออาตี๋”
“เรื่องชะลอรับออร์เดอร์ จริงครับ แต่หลังจากนั้น ไม่จริงครับ”
“แล้วลื้อทำทำไม หา”
สืบสายอึ้ง ลังเลว่าจะบอกเรื่องราวทั้งหมดกับเสี่ยตงดีหรือไม่
“ถึงเวลาแล้วล่ะอาตี๋เอ้ย ให้อีได้รู้ความจริง ว่าโรงงานมันกำลังจะเจ๊งเพราะความหน้าใหญ่ใจโตแต่ขาไม่แข็งแรงของอี”
“พูดมา”

เสี่ยตง และคุณนายเง็กรอฟังคำตอบจากสืบสาย

 
มุมแคบๆ ในโรงงาน แสบกับน้ำหวานอยู่ใกล้กันมาก แสบรู้สึกตัว เอามือบีบจมูก พยายามไม่สบตาน้ำหวาน ตรงข้ามกับน้ำหวาน จ้องตาแสบเขม็ง เพราะต้องการสแกนหาความจริง
 
“กลั้นหายใจอยู่หรือเปล่า” แสบพูดโดยยังบีบจมูก น้ำหวานรีบเอามือบีบจมูก “จ้องหน้าพี่ทำไม”
“เห็นผีเจ้าสัวจริงหรือเปล่า”
“จริง เพิ่งจะมาเห็นนี่แหละ”
“ไม่รักเค้า แล้วจูงมือเค้าวิ่งหนีผีเจ้าสัวทำไม” แสบอึ้ง น้ำหวานเลิกบีบจมูก
“เอามือออกทำไม เดี๋ยวผีเจ้าสัวเห็น”
“ช่างผีเจ้าสัวสิ”
“น้ำหวาน กลั้นหายใจ พี่ขอร้อง”
“ทำไมต้องขอร้อง”
“พี่เป็นห่วง กลัวน้ำหวานเจอผีแล้วจะช็อก”
“เป็นห่วงทำไม”
“ก็พี่รักน้ำหวาน....” แสบหลุดปากบอกแล้วอึ้ง
“ยอมพูดความจริงแล้วใช่มั้ย” แสบหลบตา
“พี่โกหก”
“มองตาน้ำหวานเดี๋ยวนี้”
แสบรีบมองตาน้ำหวาน
“จ๊ะ”
“ทำแบบนี้ทำไม แกล้งทำเป็นไม่รักทำไม”
“พี่ไม่อยากดึงน้ำหวานให้ลงต่ำกับพี่”
“พี่แสบสูงกว่าผู้ชายหลายคนที่ขี้โม้อวดตัวว่าดี พี่แสบสูงที่หัวใจไม่ใช่ฐานะ น้ำหวานถึงได้รักพี่แสบ”
“น้ำหวาน” แสบอึ้งแต่ต้องตัดใจ “ไม่ พี่ทำไม่ได้”
แสบจับมือน้ำหวานวิ่งออกไป
“พี่แสบ จะพาน้ำหวานไปไหน”
น้ำหวานถามอย่างตกใจ

ที่บ้านสืบสาย เสี่ยตงตะคอกสืบสาย
“อั๊วถามว่าลื้อทำทำไม”
“ผมต้องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเครื่องจักรพัง”
เสี่ยตงอึ้ง ยิ้มเยาะ คิดถึงสิ่งที่ทรงเดชเคยบอก
ภาพเสี่ยตงคุยกับทรงเดช เสี่ยตงมีอาการตกใจอยู่
“แล้วสืบสายก็จะอ้างว่า ทำไปเพราะป้องกันไม่ให้เครื่องจักรพัง”
“พัง? มันจะพังได้ไง ก็มันเป็นเครื่องจักรใหม่”
ทรงเดชคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยตง แสดงสีหน้าเสียใจ
“ผมขอโทษครับป๊า”
“ลื้อทำอะไรของลื้อ ลุกขึ้น”
“เป็นความผิดของผมเองครับ ที่ยอมทำตามคำสั่งของสืบสาย ให้ซื้อเครื่องเก่า และไม่ให้ระบุลงไปในใบสั่งซื้อ
หลอกล่อให้ป๊าเป็นคนเซ็น”
“อะไรนะ”
“ผมขอโทษ ผมทนรู้สึกผิดต่อไปไม่ได้ เพราะป๊าดีกับผมเหลือเกิน ผมจึงต้องหาทางทำให้ความจริงเปิดเผย โดยการเปลี่ยนแผนการผลิต ให้เครื่องทำงานโอเวอร์โหลด สืบสายกำลังทรยศป๊าเพื่อให้ป๊าหมดความชอบธรรมในการบริหารและบีบให้ผมเป็นแพะ”

เสี่ยตงโกรธสืบสายมาก
“ลื้อกำลังจะพูดว่า ทั้งหมดเป็นความผิดของอั๊ว ที่สั่งซื้อเครื่องจักรเก่ามา”
“ป๊าไม่รู้ ไม่ใช่ความผิดของป๊า มันเป็นความผิดของทรงเดช”
“พอเถอะอาตี๋ ลื้ออย่าพูดอะไรอีกเลย อั๊วผิดหวังในตัวลื้อมากที่ลื้อทรยศต่อพ่อแท้ๆ ของลื้อเอง”
“ป๊าไม่เชื่อผมเลยเหรอครับ”
“ไม่เลยสักนิด”
“ผมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของป๊า เป็นลูกชายของป๊านะครับ ผมไม่เคยคิดอกตัญญู ต้องให้ผมทำยังไงป๊าถึงจะเชื่อ”
“ต่อให้ลื้ออมพระมาพูด อั๊วก็ไม่เชื่อ! ลื้อทำให้อั๊วปวดใจเหลือเกิน อย่ามาให้อั๊วเห็นหน้าอีก”
เสี่ยตงเดินออกไป รู้สึกผิดหวังในตัวสืบสาย
“เฮีย! พูดอย่างนี้หมายความว่าไง เฮีย”
“หมายความว่า มันไม่ใช่ลูกชายอั๊วอีกต่อไป”
สืบสาย คุณนายเง็ก ป้าเมี่ยงตกใจ ช็อก ผีเถ้าแก่ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เสียใจอย่างที่สุด ลุกขึ้นเดินเซื่อง แก่ลงกว่าเดิมเป็นร้อยปี ออกไป

แสบโบกรถแท็กซี่ให้น้ำหวาน แท็กซี่จอด แสบเปิดประตูให้น้ำหวาน แล้วจับตัวยัดเข้าไป
“กลับบ้านไปซะ แล้วอย่ากลับมาอีก”
“พี่แสบ อย่าโกหกตัวเอง อย่าโกหกน้ำหวาน อย่าทำแบบนี้”
“บอกให้กลับไป”
น้ำหวานอึ้ง มองแสบอย่างผิดหวัง
“ไล่กันจริงๆ ใช่มั้ย”
“ใช่!”
“ขับไล่ไสส่งกันใช่มั้ย”
“ใช่”
“ได้ แล้วคอยดูแล้วกัน”
“เตือนไว้ก่อนนะ ว่าอย่าหนีจากบ้านไปไหนอีก ไม่อย่างนั้นชาตินี้ทั้งชาติเจอหน้ากันก็ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”
“จำไว้เลยเหมือนกัน ว่าน้ำหวานไม่มีทางหนีไปไหนแน่นอน”
“ดี”
“ได้ ถอยไป จะปิดประตู”
น้ำหวานขึ้นรถ ปิดประตู แสบสะดุ้งเพราะเกือบหนีบมือ แท็กซี่ออกไป แสบมองตาม ทั้งเจ็บ ทั้งดีใจ
“บางทีคนที่เราแต่งงานด้วย อาจจะไม่ใช่คนที่เรารักมากที่สุดนะน้ำหวาน”

แสบเดินคอตกออกไป

 
สืบสายนั่งเครียด เครียดมาก เครียดจนทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจคว้ากุญแจรถออกไป
 
ขณะนั้นเสี่ยตงยืนมองรูปเถ้าแก่
“เตี่ย อั๊วจำเป็นต้องลงดาบ ยิ่งเป็นลูกตัวเอง ถ้าทำผิดยิ่งต้อง ลงโทษมากกว่าคนอื่นเป็นสองเท่า อั๊วรู้ว่าเตี่ยรักอาตี๋มาก รักมาก ตามใจมาก จนอีเหลิง ทำให้กลายเป็นคนที่คุมยาก อั๊วจะไม่รู้สึกผิดต่อเตี่ยหรอกนะ”
“อั๊วอยากให้เตี่ยออกจากฮวงซุ้ยมาด่าลื้อนัก” คุณนายเง็กบอก
“อั๊วเคยท้าให้อีออกมาตั้งหลายครั้ง อีก็ไม่มาเอง”
“แล้วถ้าอีมา ลื้อจะฟัง จะเชื่ออีมั้ย”
“ให้เชื่อเรื่องอะไร”
“เชื่ออย่างที่อั๊วเชื่อมาโดยตลอด ซึ่งก็เป็นความเชื่อเดียวกับอาเตี่ยว่าอาตี๋ของเราเป็นคนดี คิดดี ทำดี ส่วนลื้อมันพวกหูเบา ไร้วิจารณญาณ”
“ก็ให้อีออกมาให้เห็นสิ อั๊วถึงจะเชื่อ”
คุณนายเง็กมองหน้าเสี่ยตงด้วยความโมโห สะบัดออกไป เสี่ยตงก็ออกไป แต่แยกไปคนละทาง

ผีเถ้าแก่นั่งสีซออยู่ในฮวงซุ้ยอย่างหงอยๆ ซึม เศร้า จุก พูดไม่ออก เต็มไปด้วยความแค้นใจ
“อย่าท้าอั๊ว ไอ้ตง”

ที่บ้านทรงเดช เดือนพิไลเปิดประตูเข้ามา แล้วอึ้ง เมื่อเห็นห้องประดับไปด้วยเทียนอโรม่า สร้างบรรยากาศโรแมนติก
“อะไรเนี่ย” ทันใดนั้นเสียงเพลงก็ดังขึ้น เดือนพิไลเซ็ง “มาแล้วนะ ออกมาเร็วๆ เลย ฉันจะรีบกลับ”
ทรงเดชเข้ามาจากมุมหนึ่ง ถือแก้วเครื่องดื่มสองใบ ยิ้มกริ่มกับเดือนพิไล
“รีบไปไหนล่ะ มาตั้งไกล ดื่มน้ำก่อนสิ”
“ไม่ ฉันต้องการเงิน”
“ไม่ไว้ใจผมเหรอ”
“เออ คนอย่างคุณมันกลับกลอกปลิ้นปล้อน ไว้ใจไม่ได้”
“ต่างกันตรงไหน”
“ต่างตรงที่ฉันเลือก ส่วนคุณมันไม่เลือก”
“อุ เจ็บ โอเค งั้นรอเดี๋ยว เดี๋ยวไปเอากระเป๋าเงินมาให้”
เดือนพิไลยืนรออยู่ที่เดิม ระมัดระวังตัวเต็มที่ ทรงเดชออกไป
“ชิ คิดว่าฉันจะกินน้ำที่แกอาจจะแอบวางยาให้ฉันเหรอ ไม่มีทาง”
ทรงเดชเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกระเป๋าใบหนึ่ง ดูมีน้ำหนักเหมือนใส่เงินล้านเข้ามา ส่งให้เดือนพิไล
“อ่ะ รับไป จะนับก่อนมั้ย ตั้งล้าน ใช้เวลาหน่อยนะ”
“นับแน่”
เดือนพิไลรับกระเป๋า ทรงเดชจงใจจะสัมผัสมือ เดือนพิไลรีบชักกลับ
“นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เว้นนะ น่าขยะแขยงจริงๆ”
เดือนพิไลหาที่นั่ง จู่ๆ ก็หน้ามืด เซ
“ว่าผมน่าขยะแขยง แต่อีกแป๊บนึง คุณต้องเปลี่ยนคำพูดว่าผมน่ะสุดยอด...สามีเลยล่ะ”
เดือนพิไลตาลายมองหน้าทรงเดชไม่ชัด
“คุณว่าอะไรนะ นี่ อะไรอ่ะ แกทำอะไรฉัน”
ทรงเดชแบมือให้ดู
“ยากล่อมประสาทระบบสัมผัสไงจ๊ะ คนอื่นเค้าใช้ตกทอง แต่ผมใช้ตกผู้หญิง”
“ไอ้...”
ทรงเดชโถมทับเดือนพิไล โดยมีกล้องบันทึกภาพเป็นวีดีโอตั้งอยู่

จุลลานั่งซึมอยู่ในห้อง นอนไม่หลับ เสียงซอลอยมา
“เถ้าแก่ เสียงซอเศร้าจัง มีอะไรเกิดขึ้นที่หนูยังไม่รู้มั้ย” ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมซอ จุลลาสะดุ้ง “แค่บ่นถึง ไม่ได้แปลว่าต้องรีบมาขนาดนี้”
“ต้องรีบ เพราะอั๊วแค้นใจ ไอ้ตงมันตัดลูกตัดพ่อกับอาตี๋ เพราะเชื่อไอ้ส่งเดชใส่ร้ายอาตี๋ แล้วมันยังท้าอั๊วให้ออกไปไฟ้ว์กับมัน”
จุลลาตกใจ สงสารสืบสาย
“คุณสืบสาย แล้วตอนนี้เค้าเป็นยังไงบ้าง”
“เศร้าสิ เศร้ามาก”
“หนูควรทำยังไง”
“ช่วยสนับสนุน อย่าทอดทิ้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“นึกว่าจะให้บอกรัก”
“ให้บอกแล้วจะบอกหรือเปล่าล่ะ”
“ยังไม่ถึงเวลา และไม่ใช่เวลา ตอนนี้ที่คุณสืบสายต้องการไม่ใช่คำบอกรักจากหนู แต่เป็นวิธีที่จะเอาผิดไอ้ส่งเดชมากกว่า หนูรู้”
“อย่าคิดแทนอาตี๋”
“เอาเหอะน่า ถึงเวลา ถ้าหนูมั่นใจ ว่าพูดไปแล้วไม่เสียเหลี่ยม พูดเองแหละ”
“เพลีย! ก็ได้ รอวันลื้อพร้อม”
“นอนนะ พรุ่งนี้จะเข้าไปช่วยที่โรงงานแต่เช้า”
“และเราจะต้องคุยเรื่องภารกิจกระชากหน้ากากไอ้ส่งเดชอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตกลงว่าไง ลื้อสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าถ้าอั๊วกลับมา ลื้อจะยอมช่วยอั๊ว”
“เอาก็เอา หมดทางแล้วนี่”
จุลลายิ้มเชื่อมั่นให้ผีเถ้าแก่ เป็นไงเป็นกัน

สืบสายนั่งมองหลังคาบ้านจุลลาอยู่ในรถ ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวข้างๆ สืบสาย
“ทำเหมือนอั๊วตอนหนุ่มๆ เลย ไม่เห็นหน้า ขอแค่มองหลังคาบ้าน”
เจ้าที่ปรากฏตัวที่เบาะหลัง
“ความคิดถึงของหนุ่มสาว มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะรุ่นดึกหรือรุ่นเด็ก”
“แก่แดด”
“และแก่ลมด้วยครับ”
“อาตี๋เอ้ย ลื้อจะเอาไงต่อไปวะ”
“น่าสงสาร”
สืบสายเอนตัวลง นอนมองหลังคาบ้านจุลลา
“อาเจ้าที่ดูแลหลานอั๊วด้วย อั๊วจะไปเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจวันพรุ่งนี้”
“ไม่ต้องห่วงครับ”
สืบสายค่อยๆ เคลิ้มโดยมีเจ้าที่ร้องเพลงกล่อมสืบสาย

เช้าวันรุ่งขึ้น สืบสายรู้สึกตัวตื่น ตกใจ มองเข้าไปในบ้านจุลลาเห็นดาราและจำรัสเปิดประตูบ้านออกมาจะใส่บาตร สืบสายรีบสตาร์ทรถออกไปอย่างลนลานเพราะกลัวใครเห็น ดาราและจำรัสเห็นท้ายรถสืบสายพอดี คุ้นๆ
“รถคันนั้น คุ้นๆ ว่ามั้ยพ่อ”
“เหมือนรถ...”
“เจ้านายลูกจูน /ไอ้จูน”
จุลลาตามออกมา
“จูนทำไมพ่อ แม่”
จุลลามองพ่อกับแม่ แปลกใจ มีอะไร
“แต่พ่อว่าไม่ใช่หรอก มันคงแค่คล้ายๆ”
“แต่แม่ว่า ใช่เลยล่ะ”
“ตกลงอะไรใช่ อะไรคล้ายจ๊ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ไป เตรียมใส่บาตร ช่วงนี้ขยันใส่เหลือเกินนะไอ้จูน”
“ก็หนูอยากทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วจะได้มีพลังเยอะๆ”
“ลับไปแล้ว จะต้องการพลังไปอีกทำไมล่ะคะลูกจูน มีแต่ให้ท่านสงบสุข”
“จูนก็พูดไปเรื่อยๆ เปื่อย อย่าถือสาเลยนะ ไปจ๊ะ จูนช่วยถือ”
จุลลาช่วยดาราถือของใส่บาตรไปยืนหน้าบ้าน

จุลลาจะเข้าโรงงาน เจอยามจ่อยสะกัด แบบหน้าเสียๆ
“เข้าไปไม่ได้ครับนายช่างครับ”
“ทำไมล่ะ ฉันต้องมาช่วยซ่อมเครื่องจักร คุณสืบสายสั่งฉันไว้”
“เป็นคำสั่งของท่านประธาน ห้ามไม่ให้นายช่างเข้าไปในโรงงานและสั่งเพิกถอนคำสั่งของบอสทั้งหมดที่เคยสั่งไว้ครับผม”
“อะไรนะ”
“ขอประทานโทษจริงๆ ครับผม แต่ผมต้องทำตามหน้าที่ครับผม”

จุลลาอึ้ง ร้อนใจทันที

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 13 (ต่อ)

ป้าเมี่ยงหน้าเสียขณะเข้ามารายงานคุณนายเง็ก

“คุณสืบไม่อยู่ที่ห้องค่ะ ท่านรอง”
“แสดงว่าอีออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็ยังไม่กลับ มีเสื้อผ้าหายไปบ้างมั้ย”
“ลืมดูค่ะ”
“ไปดูเร็ว! อีอาจจะเสียใจเรื่องป๊าอี จนหนีออกจากบ้านก็ได้”
“ค่ะ”
ป้าเมี่ยงรีบออกไป เสี่ยตงเดินออกมา
“อีก็ทำถูกแล้ว อยู่ไม่ได้ ก็ออกไปซะ”
“เย็นชา ใจดำ”
“อาตี๋เป็นคนบีบให้อั๊วต้องทำอย่างนี้”
“ไม่ อาตี๋ไม่ได้ทำให้ลื้อกลายเป็นคนแบบนี้หรอกเฮียตง อคติในหัวใจของลื้อ ทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นงูเห่าเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ต่างหาก”
คุณนายเง็กมองเสี่ยตงอย่างผิดหวัง
“ถ้าลื้อจะไปอีกคน อั๊วก็ไม่ว่านะ อั๊วเหนื่อยเกินไปที่จะต้องมาทนเห็นสายตาที่คอยประณามอั๊วอยู่ตลอดเวลา อั๊วไม่ได้ทำอะไรผิด”
เสี่ยตงเดินไปทันที เจ็บปวดในใจเหมือนกัน คุณนายเง็กเดินตามไป
“อั๊วไม่ไป อั๊วจะอยู่เป็นก้างขวางคอลื้อ”

เสี่ยตงเดินออกมาจากตัวบ้านแล้วก็ต้องชะงัก สืบสายกำลังเดินเข้ามาหาเสี่ยตงช้าๆ คุณนายเง็กที่ตามออกมาด้วย เห็นสืบสายก็ดีใจ
“อาตี๋ ลื้อไปไหนมา อั๊วเป็นห่วงแทบแย่ อั๊วคิดว่าลื้อหนีไปแล้ว”
“ผมจะไม่หนีครับม้า”
สืบสายค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าเสี่ยตง เสี่ยตง คุณนายเง็กอึ้ง ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว ขณะเดียวกันจุลลาก็รีบเดินเข้ามา ทั้งผีเถ้าแก่และจุลลาอึ้งที่เห็นสืบสายคุกเข่า
“ลื้อทำอะไร”
“ผมมาขอให้ป๊าให้อภัยผม ถ้าผมทำในสิ่งที่ที่ป๊าคิดว่าผิดครับ”
“ลุกขึ้นอาตี๋ คนที่ทำผิดไม่ใช่ลื้อ คนที่ควรจะคุกเข่าขออภัยคือป๊าลื้อ”
“ให้อั๊วคุกเข่าให้อาตี๋งั้นเรอะ”
“คุกเข่าให้อาเตี่ย เพราะลื้อกำลังทำให้สิ่งที่อีสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก พัง”
เสี่ยตงอึ้ง โกรธ ผีเถ้าแก่และจุลลาต่างสะเทือนใจจนพูดไม่ออก
“ถ้าอากงกำลังมองพวกเราอยู่ในตอนนี้ ผมขอรับความผิดไว้ทั้งหมด อย่าโกรธป๊าเพราะป๊าไม่ได้ทำอะไรผิด
ผมต่างหากครับที่เป็นคนทำให้เรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิดขึ้น”
“ใจลื้อใหญ่กว่ามหาสมุทร กล้าแอ่นอกรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เอง” ผีเถ้าแก่เอ่ยชม
“แค่ลื้อรู้สึกผิด ไม่ได้ทำให้อั๊วหายโกรธ” เสี่ยตงบอก
“ไอ้ตงไม่ให้อภัยลื้อก็ช่างหัวมัน ที่สำคัญลื้อต้องให้อภัยตัวเองนะอาตี๋ ไม่อย่างนั้น ลื้อจะคีพโกอิ้ง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปไม่ได้”
“ผมจะขอแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นด้วยตัวเอง ได้มั้ยครับป๊า ให้โอกาสผม อย่างน้อยถ้าป๊าจะไม่ให้อภัยผม
แต่มันคือวิธีเดียวที่จะทำให้ผมให้อภัยตัวเอง”
“มันสายไปแล้วอาตี๋”
“มันยังแก้ไขได้ค่ะ”
ทั้งหมดหันไปมองเห็นจุลลา สืบสายดีใจที่ได้เห็นจุลลาอีก จุลลายิ้มให้สืบสาย
“จุลลา ลื้อมาที่นี่อีกทำไม”
จุลลาค่อยๆ เดินไปหาสืบสายที่นั่งคุกเข่าอยู่และเดินเข้าไปหา จากนั้นก็ค่อยๆ ลงคุกเข่าตรงหน้าเสี่ยตงด้วย
“จุลลา เธอจะทำอะไร” สืบสายถามอย่างตกใจ
“หนูจะมาขอโอกาสจากท่านประธานให้หนูเข้าไปช่วยซ่อมเครื่องจักรค่ะ” สืบสาย ผีเถ้าแก่ และคุณนายเง็กซึ้งใจจุลลามาก เสี่ยตงอึ้ง “ตอนนี้เรารู้สาเหตุที่เครื่องเสียทั้งหมดแล้ว เพื่อให้เครื่องจักรกลับมาทำงานให้ได้เร็วที่สุด หนูต้องไปช่วยน้อง แล้วหลังจากนี้หนูก็จะไป”
ทุกคนหันมองเสี่ยตง เสี่ยตงอึ้ง เครียด

แสบกำลังซ่อมเครื่องและมีอาการหวาดระแวง ลูกน้องก็กำลังซ่อมอยู่ที่ตัวอื่น ทุกคนมีสภาพเหมือนซอมบี้
หยิกมืออ่อน ทำเครื่องมือตกพื้นเสียงดัง แสบตกใจ โวยเลยก่อนเพื่อน
“ว้าก”
ทุกคนตกใจ
“ตกใจอะไรพี่แสบ”
“ผีเจ้าสัวมาหรือเปล่าวะ”
ลูกน้องมองไปรอบๆ ไม่เห็นอะไร
“ไม่มี”
“มีแต่พวกเรากันเอง ที่สภาพเหมือนผีเนี่ย ทำงานยันตีสี่ เข้ามาอีกทีเจ็ดโมงเช้า”
“พี่แสบ พี่ตาฝาดคิดไปเองหรือเปล่า”
“พี่ไม่ได้ตาฝาด พี่เห็นจริงๆ ผีเจ้าสัวมาคุยกับพี่ วิ่งตามอีกต่างหาก”
“ถ้ามีจริง พี่เห็น พวกเราก็ต้องเห็นสิ”
“ถูก”
“ไว้คุยกันตอนหลังเหอะพี่ รีบทำงานก่อน”
“แต่ว่า...”
“เฮ้ย! พี่แสบ พูดจาไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าทำงาน”
“ทำต่อได้ไง อะไหล่ไม่มีเปลี่ยน มึงจะซ่อมยังไง หา” ลูกน้องอึ้ง
“เออว่ะ”
แสบและทุกคนนั่งเซ็ง
“ป่านนี้พี่จูนจะคุยกับท่านประธานรู้เรื่องหรือยังวะ ว่าจะเอาไงต่อ”

แสบและทุกคนเป็นกังวล

 
จุลลา สืบสาย คุณนายเง็ก รอฟังการตัดสินใจของเสี่ยตง ผีเถ้าแก่ฟังอยู่ด้วย
 
“อั๊วไม่มีเงินจ้างลื้อ แถมยังเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ เพราะไม่มีของจะส่ง กำลังจะถูกฟ้องยับอีกต่างหาก”
“หนูทำฟรี และจะหาทางหาอะไหล่มาใช้ก่อนให้ได้เร็วที่สุด อันนี้ไม่ฟรีแต่จะขอติดไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์โรงงานจะดีขึ้น”
“เธอจะไปเอามาจากไหน” สืบสายถามอย่างแปลกใจ
“พี่น้องพวกพ้องฉันมี ฉันจะทวงบุญคุณพวกมันก็ตอนนี้แหละ” เสี่ยตงอึ้ง
“ของดีและฟรีไม่เคยมีในโลก ยกเว้นน้ำใจของอาหนูช่าง รับไว้สิวะ”
“ลื้ออาจจะมีแผน มาลำเลิกทวงบุญคุณอั๊วทีหลัง” เสี่ยตงบอก ผีเถ้าแก่และทุกคนเซ็ง
“ถึงอีจะทวง อั๊วก็จะตอบแทนโดยไม่คิดว่าอีลำเลิก เพราะอีเป็นคนเดียวที่มีน้ำใจช่วยเหลือเราในยามวิกฤติ ในขณะที่คนอื่น มองไม่เห็นหัว” คุณนายเง็กบอก
“คนอื่นน่ะใคร”
“ก็อาทรงเดช ผู้ช่วยคนเก่งของลื้อไง”
เสี่ยตงอึ้ง นึกหงุดหงิดขึ้นมาเหมือนกัน เพราะไม่เห็นหัวทรงเดชอย่างที่คุณนายเง็กบอกจริงๆ

ทรงเดชนั่งมองดูเดือนพิไลที่นั่งร้องไห้อยู่อย่างสาสมใจ
“จะร้องไห้ทำไมเหมือนจะเป็นจะตาย เป็นสาวบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่ แต่เที่ยวคุยให้ใครต่อใครเข้าใจว่าตัวเองเป็น เฮ้ออออ”
เดือนพิไลแค้นทรงเดชมาก พุ่งเข้ามาจะทำร้ายเอาเรื่อง
“แก ไอ้ เลว ไอ้”
ทรงเดชป้องกันตัวพัลวัน
“เฮ้ย หยุด”
“ไม่หยุด แกวางยาฉัน ล่อลวงฉัน ฉันจะไปแจ้งความ แกมันเลว แกมันนรกส่งมาเกิด” ทรงเดชตบเดือนพิไลเปรี้ยงจนกระเด็น “โอ๊ย”
“แกเลวน้อยกว่าฉันตรงไหน คิดจะแบล็กเมล์ฉัน ไถเงินฉัน แกเข้ามาหาฉันเองนะ แต่ขอโทษที่ฉันฉลาดกว่าแก” ทรงเดชหยิบกล้องขึ้นมาชู ยิ้มเย้ย “ไปแจ้งความสิ ไฟล์วิดีโอเลิฟซีนระหว่างฉันกับแกได้ว่อนทั่วเน็ตแน่ คราวนี้แกก็จะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ไม่ว่าจะวงการไหน โดยเฉพาะในหัวใจของไอ้สืบสาย เพราะแกมันเน่า”
“อ๊ายยยย”
เดือนพิไลกรีดร้องด้วยความแค้น
“เชิญร้องต่อไปได้ตามสบายนะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองของๆ ผัว ก็เหมือนของๆ เมีย”
“ฉันไม่ใช่เมียแก ฉันไม่เคยเป็นอะไรกับแก”
“อย่าหลอกตัวเองสิจ๊ะ ไม่เป็นเมียก็ได้ แต่แกต้องป็นทาสของฉัน”
ทรงเดชจิกหัวเดือนพิไลขึ้นมา
“เจ็บ ปล่อยฉันนะ”
“ถ้าไม่อยากเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ และอยากเป็นอิสระก็ทำตามที่ฉันบอก”
“แกจะปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ คืนคลิปอุบาทว์นั่นให้ฉัน จริงเหรอ”
“ไม่เพียงแค่นี้นะ เงินล้านที่แกอยากได้ แกก็จะได้ ถ้าทำสำเร็จ แต่ไม่ใช่ได้จากฉัน”
“จากใคร”
ทรงเดชยิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์

สืบสายและจุลลายังคุกเข่าอยู่หน้าบ้านสืบสาย ทุกคนมองเสี่ยตงอย่างกดดัน ผีเถ้าแก่เดินมาเผชิญหน้าเสี่ยตงใกล้ๆ ตรงๆ
“อั๊วจะเลือกไปอยู่ในที่ชอบๆ สบายๆ ในวิมานบนสวรรค์ก็ได้ แต่อั๊วไม่ไปถึงลื้อจะหักหาญน้ำใจของอั๊วครั้งแล้วครั้งเล่าแต่อั๊วก็วนเวียนมาคอยดลใจให้สติลื้อ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะลื้อเป็นลูกชายอั๊ว พ่อลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด”
“ลุกขึ้นทั้งสองคน” เสี่ยตงบอก สืบสาย จุลลามองหน้ากัน “อั๊วบอกให้ลุกขึ้น”
“ลุกขึ้นซี”
จุลลาและสืบสายรีบลุกขึ้น
“เพราะเห็นแก่ผลงานของลื้อที่เคยทำความดีความชอบ อั๊วจะยอมให้ลื้อได้พิสูจน์ตัวเองว่าลื้อจริงใจที่จะช่วยเหลือ ย้ำแบบฟรีๆ”
จุลลา สืบสาย คุณนายเง็กดีใจ ผีเถ้าแก่โล่งอกที่เสี่ยตงยอม
“ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน”
“แต่ลื้อจะมีโอกาสแค่ถึงวันเกิดโรงงานเท่านั้น ถ้าไม่ทัน อั๊วจะจัดการทุกอย่างด้วยวิธีของอั๊วเอง”
“อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเองเหรอคะ”
“ใช่ ส่วนอาตี๋”
“ครับป๊า”
“อั๊วจะให้โอกาสลื้อเป็นครั้งสุดท้าย พิสูจน์ให้อั๊วเห็นว่าสิ่งที่ลื้อคิด มันถูกต้อง ภายในเวลาที่กำหนดคือวันเกิดโรงงานไม่อย่างนั้น อั๊วจะไม่มองหน้าลื้ออีก” ทุกคนอึ้ง เสี่ยตงเดินออกไป ผีเถ้าแก่มองตามเสี่ยตง
“อย่างน้อย อั๊วก็ยังมองเห็นความหวังในตัวลื้อ” ผีเถ้าแก่แล้วหันไปมองจุลลา สืบสายและคุณนายเง็กที่กำลังอึ้งกันอยู่ “อึ้งกันอยู่ทำไม ไปทำในสิ่งที่ต้องทำ เร็วเข้า”

สืบสายเดินตามจุลลาที่รีบเร่งเดินเข้ามาในโรงงาน
“เธอจะติดต่อเรื่องอะไหล่เครื่องจักรจากใคร ที่ไหน ยังไง”
“ยังไม่รู้”
“แล้วที่บอกกับป๊า เธอก็พูดโกหกน่ะสิ”
“ไม่ได้โกหก เดี๋ยวก่อนนะ”
“อะไร”
“ทำไมยังอยู่ในชุดเดิมของเมื่อวาน ไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนชุด ได้ไง มิสเตอร์เป๊ะเนี้ยบอย่างคุณเนี่ยนะ”
“ก็ฉันไม่ได้นอนที่บ้าน”
จุลลาลืมตัว ถามด้วยความหึง
“แล้วไปนอนบ้านใคร”
“จะอยากรู้ทำไม หึง”
“หึงแหงอะไร ปากไวถามไปงั้น”
“แต่ฉันจะบอกเธอ ฉันไปนอนที่หน้า...”
สืบสายพูดยังไม่ทันจบ พี่โย้ขัดจังหวะซะก่อน
“ไอ้จุ่น”
จุลลา สืบสายชะงัก หันมองเห็นพี่โย้เดินมาอย่างเร่งรีบ สืบสายแอบไม่พอใจ ถอนหายใจ
“เฮ้อ”
“โห มาเร็วเหมือนกันนะพี่โย้”
“เรื่องของจูน ช้าได้ไง”
สืบสายถอนหายใจเสียงดังอีก
“เฮ้อ”
“อ้าว คุณสืบสาย สวัสดีครับ”
“ครับ มาทำไม” สืบสายถามหน้าบึ้ง พี่โย้ถึงกับผงะ
“พี่โย้คือที่ปรึกษาที่จะช่วยฉันเรื่องหาอะไหล่มาซ่อมเครื่องจักรให้ได้เร็วที่สุด” จุลลาบอก สืบสายบึ้งใส่อีก
“ครับ” สืบสายมองจุลลาที มองพี่โย้ที คราวนี้หึงชัดมาก จนจุลลาและพี่โย้อึ้ง “รบกวนด้วย แต่ช่วยจัดการให้เร็วๆ อย่าช้า ผมไม่ชอบ”
สืบสายเดินออกไป จุลลาและพี่โย้มองหน้ากันงงๆ
“เค้าเป็นอะไรของเค้าอ่ะจูน”
“ไม่ได้เอาออกมาหลายวันแล้วมั้ง”
“เอาอะไรออก”
“ขอสระอีไม้โท”
จุลลาเดินออกไป หงุดหงิดกับสืบสาย

“เฮ้ย ไอ้จุ่น อี๋”

 
สืบสายเดินหงุดหงิด บ่นงุงิๆ มา
 
“ที่ปรึกษา จะปรึกษาใคร ทำไมไม่ปรึกษากันก่อนสักคำ เอาแต่ใจที่สุด”
คำสุดท้ายของสืบสายพ่นใส่หน้าครรชิตพอดิบพอดี ครรชิตตกใจ อึ้ง
“เอ่อ ที่มาหาเพราะบอสสั่งให้มา ทำตามคำสั่งสุดๆ ไม่เคยเอาแต่ใจเลยครับ”
“ฉันไม่ได้หมายถึงแก”
“หมายถึง รักแท้อยู่แค่เอื้อมของบอสน่ะเหรอครับ”
“ครรชิต”
“แปลว่าให้หยุดถาม งั้นเข้าเรื่องสิครับ หน้าสิ่วหน้าขวานคุมอารมณ์หน่อย เข้าใจมั้ยครับบอส” สืบสายอึ้ง
“เข้าใจ”
“ต้องให้ดุ ว่ามาสิครับจะให้ผมทำอะไรครับ”
“เช็ครายชื่อแขกที่จะมาร่วมงานเลี้ยงครบรอบโรงงาน”
“เช็คทำไมครับ เราก็เชิญเหมือนที่เชิญทุกปี”
“แต่ปีนี้มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นหลายราย เชิญมาให้หมดทุกราย โดยเฉพาะรายที่เราผิดนัดส่งสินค้า จนทำให้เกิดความเสียหาย”
“เชิญมาให้ถูกด่าเหรอครับ”
“ใช่ ถ้าเค้าไม่อยากมา ก็ต้องทำทุกอย่างให้เค้ามาให้ได้”
“ครับผม” สืบสายออกไป ครรชิตมองตามอย่างไม่เข้าใจ “นับวันยิ่งชอบทำให้ตัวเองเจ็บปวดนะบอส ไม่เข้าใจ”
ครรชิตงงๆ เดินออกไป

สืบสายมาหยุดที่รูปเถ้าแก่
“อากงครับ ผมจะมาบอกอากงว่าผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ปาล์มโปรดักส์มีงานครบรอบวันเกิด ที่พวกเราจะยิ้มต้อนรับแขกทุกคนด้วยความภาคภูมิใจทุกปี”
ผีเถ้าแก่ยืนอยู่พร้อมพู่เชียร์ในมือ
“อาตี๋สู้ๆ อาตี๋สู้ตาย อั๊วเชียร์ลื้อสุดใจ สู้ๆ สู้ สู้”
สืบสายรู้สึกใจมาเป็นกอง ก่อนจะออกไป ผีเถ้าแก่ยังคงเชียร์สืบสาย

จุลลานั่งประชุมวางแผนการซ่อมอยู่กับแสบ หยิก เข่ง ถัด พี่โย้ยืนโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งพร้อมสมุดจดรายชื่ออะไหล่เครื่องจักร
“ตอนนี้พี่โย้กำลังไล่ติดต่อเพื่อนๆ เพื่อขอซื้ออะไหล่ จะได้ไม่ต้องสั่งจากเมืองนอกที่ต้องใช้เวลา”
“แล้วเค้าจะยอมขายให้เหรอพี่”
“ก็ลองไม่ขายให้สิวะ” พี่โย้เสียงดัง ทุกคนสะดุ้ง หันไปมองพี่โย้ “ฉันจะแฉกับเมียแกให้หมดว่าแกไปเมาที่ไหนมาบ้าง ไอ้ฉั่ว”
“โห”
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะ ขอบใจมาก แค่นี้นะ”
พี่โย้วางสาย กดหาคนอื่นต่อ
“พวกนายช่าง กลัวเมียทุกคนเลยเหรอพี่จูน”
“ส่วนใหญ่ไม่จำกัดสาขาอาชีพ”
“ก็ถ้าพี่แสบมีเมีย ก็ไม่รอดเหมือนกัน” หยิกบอก แสบประกาศลั่น
“คนอย่างแสบ พูดเลยว่าไม่มีทางมีเมียมาเป็นห่วงผูกคอ จะขออยู่เข้าเกียร์ว่างไปจนตาย”
น้ำหวานเดินเข้ามาพอดี ได้ยินเข้า ชะงัก ปวดใจ
“อ้าว น้องน้ำหวาน” เข่งทัก ทุกคนหันไป แสบหน้าถอดสี แต่ก็ทำเป็นปกติ
“มาหาบอสเหรอ น้ำหวาน” จุลลาถาม
“ใช่ น้ำหวานมาหาบอสแต่ก็มาหาพี่จูนด้วยและก็อยากจะมาให้คนใจป๊อดเห็นหน้าบ่อยๆ เห็นกันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง”
“น้ำหวานหมายถึงใครวะ” ถัดถาม หยิก เข่งชี้ไปที่แสบ แสบทำไม่รู้ไม่ชี้ น้ำหวานเข้าไปลากจุลลาออกไป
“ไป พี่จูน”
“ไปไหน พี่ต้องทำงาน”
“เงียบ”
จุลลาเงียบ เมื่อเจอไม้แข็งของน้ำหวาน ตามไปแต่โดยดี แสบมองตามน้ำหวานอย่างเจ็บปวด แต่ก็ต้องอดกลั้นจนตัวสั่น
“พี่แสบเป็นอะไร”
“อดทนต่อความเจ็บปวด สักวันมันคงชาชิน” แสบบอกแล้วหันไปวีนเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “เฮ้ย ไอ้คุณพี่โย้ ได้ความถึงไหนแล้วครับ อยากทำงานจะแย่เพื่อลืมเธอ”
“ใจเย็นสิวะครับ” พี่โย้สวนกลับมา แสบถึงกับจ๋อย
“ครับพี่” แสบหันมาเจอสืบสายยืนอยู่ข้างหลัง “ว้าย บอส”
สืบสายเหลือบมองพี่โย้อย่างหมั่นไส้
“นายนั่นยังอยู่อีกเหรอ”
“ครับ”
“แล้วจุลลาอยู่ไหน ฉันอยากรู้ว่าวางแผนการซ่อมยังไงบ้าง”
แสบและทุกคนชี้ไปทางที่จุลลาออกไปกับน้ำหวาน

น้ำหวานลากจุลลาออกมาแล้วซักไซ้จุลลา
“เรียบร้อยกันหรือยัง”
“อะไรเรียบร้อย”
“พี่จูนกับบอส”
“เฮ้ย! น้ำหวาน เรียบร้อยอะไร ทำไมต้องเรียบร้อย”
“เพราะน้ำหวานบอกบอสไปแล้วว่าพี่จูนรักบอส”
จุลลาอึ้ง สืบสายเข้ามาได้ยินพอดี ชะงัก รอฟัง
“น้ำหวาน ไปบอกเค้าทำไม”
“พี่จูนยอมรับ” จุลลาอึ้ง “กล้าๆ หน่อยสิ บอสเคยบอกน้ำหวานที่ทะเล วันที่น้ำหวานหนีออกจากบ้าน จำได้มั้ย”
“ประโยคไหนล่ะ เค้าพูดตั้งเยอะ”
“บอสบอกให้น้ำหวานเอาแบบอย่างพี่จูนเรื่องความกล้าหาญ เพราะความกล้าหาญทำให้พี่จูนแก้ไขสถานการณ์วิกฤติได้ทุกครั้ง”
“อืม”
“แล้วทำไมคราวนี้ไม่กล้า กลับขี้ขลาด ไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง”
“ใช่ พี่เคยชอบคุณสืบสายมาก” สืบสายหัวใจพองโต จะเดินออกไป “แต่ตอนนี้พี่ตัดใจจากเค้าได้แล้ว ไม่เหลือความรู้สึกอะไรแล้ว”
สืบสายชะงักเท้าเลย อึ้ง
“ไม่จริง”
“จริง พี่ไม่ชอบเสียเวลากับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ชีวิตพี่มีเรื่องสำคัญต้องทำ พี่ไม่ใช่คนรวย พี่ต้องทำมาหากินเพื่อเลี้ยงตัวเอง พี่มัวแต่จมปลักกับเรื่องความรักที่ไร้สาระไม่ได้”
น้ำหวานอึ้ง สืบสายตัดสินใจเดินเข้าไปทันที จุลลาตกใจ
“คุณสืบสาย”
สืบสายยิ้มเศร้า ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“คุยอะไรกันเหรอ”
“พี่จูนบอกว่า...” น้ำหวานจะบอก จุลลารีบตัดบท
“ฉันบอกน้ำหวานว่า ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก อาจจะไม่ค่อยได้คุยด้วยอย่าโกรธกันนะ”
“น้ำหวาน เชื่อที่จุลลาบอกเถอะ เค้าพูดอะไรก็จะหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ปากกับใจของจุลลาตรงกันเสมอ เค้าเป็นคนอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” จุลลาจุก พูดไม่ออก สืบสายจับมือน้ำหวานเอาไว้ จุลลามองตาม เจ็บปวดเหลือเกิน แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้ “ไปเถอะ”
น้ำหวานตามสืบสายไปอย่างว่าง่าย จุลลามองภาพสืบสายจูงมือน้ำหวานไปด้วยความเจ็บปวดรีบหันหลัง ไม่ดู
“จะมองทำไมให้ยิ่งเจ็บวะ”
แสบเข้ามาอยู่ข้างหลังจุลลา
“จริงพี่” จุลลาตกใจ
“เฮ้ย! ไอ้แสบ อย่าบอกนะ ว่าแกแอบดูอยู่”
“มาทันเห็นบอสจับมือน้ำหวานเดินออกไป เราไปทำงานกันเถอะ ปล่อยให้ความเจ็บปวดมันกองอยู่ตรงนี้ อย่าแบกมันตามไปด้วยเลย”

จุลลาพยักหน้ากับแสบ

 
สืบสายจับมือน้ำหวานเดินมา เมื่อเห็นว่าพ้นแล้วจึงปล่อยมือ ยืนอึ้ง เศร้าอยู่
 
“จริงๆ แล้วบอสได้ยินทุกอย่างใช่มั้ยคะ”
“ใช่”
“แต่น้ำหวานไม่เชื่อพี่จูน พี่จูนโกหก สายตาของพี่จูนไม่ได้หมายความอย่างที่พูด” สืบสายอึ้ง “ถ้ากับเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องงาน เรื่องเพื่อน พี่น้อง พี่จูนปากกับใจตรงกันเสมอ แต่ไม่ใช่เรื่องความรัก พี่จูนปากแข็ง”
“แสดงว่าจุลลาก็ต้องมีเหตุผลให้ทำอย่างนั้น ซึ่งฉันจะเคารพการตัดสินใจของเค้า”
“บอสคะ บอสอย่าเพิ่งหมดหวังสิคะ เราสองคนต้องมีความหวัง”
“ก็จริง แต่กับบางเรื่อง การทำแบบนั้นมันคือการดันทุรังนะ”
“แต่...”
“อย่าดื้อสิ เชื่อฉัน” สืบสายตัดบท น้ำหวานอึ้ง สืบสายมองน้ำหวานอย่างเอ็นดู น้ำหวานพยักหน้า ยอมเชื่อสืบสาย “ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ ก็ดีเหมือนกันนะ ตัดเรื่องนี้ออกไป ฉันจะได้มีสมาธิมากขึ้น ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจอีก”
“สู้ๆ นะคะบอส”
“ขอบใจนะ”
สืบสายและน้ำหวานยิ้มให้กำลังใจพากันเดินออกไป จุลลากับแสบแอบดูอยู่
“ไหนบอกว่า จะมองทำไมให้มันเจ็บอีกไม่ใช่เหรอพี่จูน”
“ยิ่งเจ็บเยอะๆ มันจะยิ่งตัดใจได้เร็ว”
“หรา ไอ้พี่จูนซาดิสม์ แล้วตัดได้มั้ยล่ะ”
“ใกล้แระ อีกสักที รับรองขาดชัวร์”
จุลลากับแสบนั่งซึม น้ำตาไหลอยู่ด้วยกัน ผลัดกันปลอบใจ ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“ปัญญาอ่อนกันได้อีก”
“เถ้าแก่” จุลลาตกใจ แสบตกใจด้วย
“หา ผีเจ้าสัว ไหน”
แสบมองหาเลิ่กลั่ก แต่มองไม่เห็นผีเถ้าแก่

แสบเดินกอดแขนจุลลามา ผีเถ้าแก่เดินตีคู่มากับจุลลา
“พี่จูน เมื่อคืนแสบเห็นผีเจ้าสัวจริงๆ นะ”
“อืม”
“แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วอ่ะ”
“อืม แต่แกยังอยู่นะ”
“เหรอ ทำไมแสบไม่เห็นอ่ะ”
“ก็ลื้อกลัวจนขี้ขึ้นสมอง ชาแนลลื้อมันเลยไม่เสถียร น่าเสียดาย ไม่อย่างนั้น อั๊วจะได้ให้ลื้อเป็นผู้ช่วยอาหนูช่างปฏิบัติภารกิจสำคัญ”
“อยากเห็นผีเถ้าแก่อีกมั้ย ตั้งสติสิ แล้วแกจะเห็น”
“ขอไม่มีสติดีกว่าครับพี่”
แสบกอดจุลลากระชับเข้าไปอีก
“โอย จะสิงกันเลยมั้ยไอ้แสบ ถอยไป หายใจไม่ออก” แสบขยับไปนิดเดียว
“แค่นี้พอนะ”
“เออ!” จุลลาหันไปพูดกับผีเถ้าแก่ “มา เอาไงเอากัน”
“เอาอะไร” แสบถามอย่างสงสัย
“พูดกับผีเถ้าแก่ ยืนอยู่ข้างแกน่ะ”
“ข้างไหน”
“ข้างนี้”
แสบทำความเคารพผีเถ้าแก่
“สวัสดีครับ ลาล่ะครับ”
แสบบอกแล้วออกไปเลย
“เออ ปล่อยมันไป ไร้ประโยชน์สิ้นดี”
“เถ้าแก่ ถามอีกครั้ง ครั้งสุดท้าย ว่ามันจะดีเหรอ”
“ดีสิวะเพราะอั๊วเข้าสิงลื้อไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้น ลื้อก็ต้องแกล้งทำการแสดงเอา ให้ไอ้ตงอีได้ยินคำยืนยันความเลวของไอ้ส่งเดช ผ่านลื้อ”
“เฮ้อ”
“ไม่ยากน่า อั๊วก้อไปนั่งข้างๆ ลื้อ ไม่มีใครเห็น นอกจากลื้อ ลื้อทำเป็นพูดเสียงอั๊ว อั๊วจะกระซิบบอกว่าต้องพูดยังไงบ้าง ไอ้ตงมันถึงจะเชื่อ”
“ถ้าเค้าจับได้ก็แย่”
“จับได้ยังไง อาหนูช่าง ของพรรค์นี้พิสูจน์ยากจะตาย ลื้อบอกความจริงไม่มีใครเชื่อ ลื้อก็ต้องโกหก ทีนี้ล่ะเชื่อแหง”
“รอให้คุณสืบสายหาหลักฐานเอาผิดไอ้ส่งเดชก่อนดีกว่ามั้ย”
“ไม่ทันกินสิวะ จะทันเวลาที่ไอ้ตงมันกำหนดเอาไว้ก็ยังไม่รู้เลย ไอ้ตงคือตัวปัญหาเดียวของเรื่องนี้ ถ้ามันยอมเชื่อ ทุกอย่างก็จบ ระหว่างนี้ลื้อก็ไปศึกษาดูงานการเข้าทรงจากเจ๊พุ่ม เพื่อความสมจริง”
“แต่...”
“แต่อะไร ลื้อจะให้โรงงานอั๊วป่นปี๊งั้นเรอะ”
“ก็ได้”
ผีเถ้าแก่ยิ้มออก ในขณะที่จุลลากลุ้มใจ

สืบสายยืนตั้งสติ ก่อนจะเหลือบไปเห็นจุลลาเดินงุดๆ ไปทางหนึ่งหน้าเครียด สืบสายแปลกใจ
“จะไปไหน ไหนบอกว่าจะรีบซ่อมเครื่อง”
สืบสายรีบตามไป

ที่บ้านเจ๊พุ่ม เจ๊พุ่มกำลังประทับทรง ยามจ่อยเป็นลูกศิษย์คอยบริการอยู่ใกล้ๆ เจ๊อ้อยรอเลขเด็ดอยู่กับคนอื่นๆ
จุลลาเดินมากับผีเถ้าแก่ ยืนมอง
“เจ๊พุ่มเปิดตำหนักตอนนี้ได้ไง ยังไม่เลิกงานเลย” จุลลาบ่น
“วันนี้วันหยุดของอีกับไอ้ยามจ่อยเมื่อคืนอั๊วไปเข้าฝันอีว่าให้รีบเปิดตำหนัก แล้วทุกคนจะได้โชคก้อนใหญ่”
“แล้วจริงป่ะ”
“ลืมบอกในวงเล็บ ว่าโชคก้อนใหญ่มาแน่ ถ้าขยันทำงาน”
เจ๊อ้อยหันมาเห็นจุลลา ร้องทัก
“อ้าวนายช่าง มาได้ไงคะ”
“อ๋อ คือ...อยากมาแจมด้วย เผื่อมีโชคมีลาภกับเค้าบ้าง”
“อุ๊ยตาย ไม่ยักรู้ ว่าสนใจทางนี้เหมือนกัน ทำเป็นฟอร์มนะ”
เจ๊พุ่มสั่นอย่างแรง ทุกคนสะดุ้งครางฮือ เจ๊อ้อยกันไปสนใจเจ๊พุ่มต่อ จุลลาสังเกตการเข้าทรงของเจ๊พุ่ม เจ๊พุ่มออกแอ็คติ้ง จุลลาทำตาม จู่ๆ สืบสายก็เข้ามาอยู่ข้างหลัง
“ทำอะไร จุลลา”
“ฝึกแอ็คติ้งกับเจ๊พุ่มอยู่” จุลลาบอกอย่างลืมตัวแล้วอึ้ง หันไปเห็นสืบสายก็ตกใจ “เฮ้ย คุณสืบสาย”
เจ๊พุ่มหยุดสั่น ทุกคนหันมองมาที่จุลลาและสืบสาย เจ๊พุ่มกับยามจ่อยเห็นสืบสายก็ตกใจ
“เฮ้ย! บอส!” เจ๊อุ่มกับยามจ่อยบอกออกมาพร้อมกัน
“เลิกเว้ย” เจ๊พุ่มบอก
“อะไรวะ เจ้าแม่ยังไม่มาเลย” เจ๊อ้อยบอก
“แต่บอสมา ไอ้จ่อย ปิดตำหนัก”
“ครับผม” ยามจ่อยเป่านกหวีดไล่ทุกคนออกจากตำหนัก “เชิญทุกคนออกจากตำหนักด้วยความสงบเรียบร้อยครับผม คุณจุลลาด้วยครับ บอสด้วยครับ”
ยามจ่อยเป่านกหวีดใส่หน้าจุลลาและสืบสาย จุลลามองสืบสายเซ็งๆ มาทำไมตอนนี้
“มาทำไมตอนนี้เนี่ย”
“จังหวะนรกมากเลยว่ะอาตี๋”

“ตกลงมาทำไม”

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 13 (ต่อ)

สืบสายคุยกับจุลลาอยู่อีกมุมหนึ่ง
“ฉันไม่อนุญาต”
สืบสายบอกเมื่อรู้ว่าจุลลาจะทำอะไร
“ทำไมล่ะ /ทำไมวะ” จุลลากับผีเถ้าแก่ถามพร้อมกัน
“ถ้าจะเปิดโปงทรงเดช ก็ต้องด้วยหลักฐานที่จับต้องได้ พิสูจน์ได้ไม่ใช่ด้วยวิธีเหนือธรรมชาติซึ่งพิสูจน์ไม่ได้” จุลลาอึ้ง มองหน้าผีเถ้าแก่ “อากงอยู่ไหน” จุลลาชี้ไปที่ผีเก้าแก่ สืบสายหันมองตาม พูดกับผีเถ้าแก่ “อากงครับ ผมขอโทษแต่ผมยอมให้จุลลาเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นไม่ได้” ผีเถ้าแก่อึ้ง
“ฉันจะฝึกให้แนบเนียน ไม่ให้ดูตลก”
“พอเลย ยังไงฉันก็ไม่ยอม จะโกรธก็โกรธ แต่การเข้าทรงทำเป็นว่าอากงเข้าสิง ไม่ใช่วิธีที่จะจับคนอย่างทรงเดชเข้าคุก” สืบสายหันไปสำทับกับผีเถ้าแก่อีกครั้ง “เข้าใจมั้ยครับอากง”
“อาตี๋มันตะคอกอั๊ว”
“ผมไม่ได้ตะคอกนะครับ แต่ผมไม่เห็นด้วย”
สืบสายออกไป ผีเถ้าแก่มองตามเศร้าๆ จุลลาหันมาถามผีเถ้าแก่
“อาไงดีอ่ะเถ้าแก่ ที่คุณสืบสายพูดก็ถูกนะ แค่ที่หนูทำ มันคงยังไม่พอ” ผีเถ้าแก่อึ้ง
จุลลา ผีเถ้าแก่ครุ่นคิดกันสองคน เอาไงดี
สืบสายเดินมาอย่างหงุดหงิด หยิบมือถือขึ้นมาโทรสั่งการ
“ครรชิต ฉันมีงานให้แกทำอีกอย่างหนึ่ง ด่วนที่สุด”

ทรงเดชเดินออกมาจากบ้าน มือถือดังขึ้น ทรงเดชรีบรับ
“ครับป๊า”
เสี่ยตงคุยมือถือ ร้อนใจ
“ลื้อหายไปไหน ทำไมเพิ่งจะเปิดเครื่อง”
“ผม เอ่อ ไม่ค่อยสบายครับป๊า ปวดหัวไมเกรนมาก เพราะเครียดเรื่องโรงงานของเรา”
“อั๊วต้องการพบตัวลื้อเดี๋ยวนี้”
“ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ รถอาจจะติดสักหน่อยนะครับ”
“รีบมาให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน”
ทรงเดชวางสาย ยิ้มย่ามใจ เดินออกไปทางหนึ่ง ครรชิตโผล่หน้ามามองสังเกตจากมุมหนึ่ง คุยมือถืออยู่
“มันเพิ่งออกมาจากในบ้านตามคาดครับบอส”
“ตามไป นอยากรู้ความเคลื่อนไหวของทรงเดชทุกฝีก้าว”
“ครับบอส”
ครรชิตวางสาย
“ที่ผ่านมา เพราะฉันทำได้แค่เพียงรู้เรา แต่ไม่รู้เขา ฉันถึงได้รบแพ้นายทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ ฉันต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาย”
สืบสายบอกเบาๆ

ทรงเดชเข้าไปหาเสี่ยจ๋ายที่นั่งรออยู่ในร้านอาหาร ครรชิตโผล่หน้ามาแอบมอง รีบเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปทรงเดชกับเสี่ยจ๋ายเอาไว้
สืบสายมองรูปถ่ายทรงเดชกับเสี่ยจ๋ายที่ครรชิตส่งมาให้ รีบโทรกลับหาครรชิต
“ครรชิต ฉันอยากรู้ว่าสองคนนั่นคุยอะไรกัน”
ครรชิตตัวลีบแอบอยู่หน้าร้าน
“แต่ว่าผมกลัวถูกมันจับได้”
“หรือจะถูกฉันไล่ออก”
“ครรชิตแคนดูครับบอส”
ครรชิตรีบวางสาย มองเข้าไปในร้าน เห็นทรงเดชกำลังคุยกับเสี่ยจ๋าย ตัดสินใจ เอาไงดี

ทรงเดชคุยกับเสี่ยจ๋าย มีพนักงานร้านคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ
“ผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทุกอย่างต้องสำเร็จในวันนั้น”
“อั๊วจะรอ”
ทรงเดชยิ้มย่ามใจ

พนักงานที่ยืนฟังทรงเดชกับเสี่ยจ๋ายคุยกันกลับเข้าหลังร้าน ส่งมือถือครรชิตคืนให้ ครรชิตรับมาพร้อมยื่นเงินให้พนักงาน
“แน่ใจนะ ว่ากดอัดเสียงไว้ตลอดเวลา”
“ครับ”
“ขอบใจมากน้อง”
พนักงานรับเงินแล้วออกไป ครรชิตยิ้มสมใจกับมือถือ รีบวิ่งออกไป

ทรงเดชเข้ามาคุยกับเสี่ยตงในห้องทำงาน
“ป๊าอนุญาตให้จุลลาเข้ามายุ่งวุ่นวายได้ยังไงครับ”
“ก็อีขอโอกาส”
“ป๊ากำลังตกหลุมพรางพวกมัน ป๊าไม่เชื่อผม”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย ลูกค้ากำลังเสียความเชื่อมั่นในโรงงานของอั๊วลงไปทุกที
ถ้าอีซ่อมเครื่องสำเร็จทันวันงาน อั๊วก็จะประกาศกับลูกค้าในงานได้ว่าทุกอย่างกำลังเหมือนเดิม”
“แต่ผมไม่ได้อยู่เฉยๆ นะครับป๊า ก่อนผมจะมาที่นี่ ผมได้ไปพบคนที่จะเรียกความเชื่อมั่นของโรงงานเรากลับมาโดยไม่ต้องไปฝากความหวังที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่าจากจุลลา”
“ใคร”
เสี่ยตงแปลกใจ และค่อนข้างคล้อยตามทรงเดชไปแล้ว

ครรชิตตกใจกับสืบสายและคุณนายเง็ก เมื่อพบว่าไม่มีคลิปเสียงถูกอัดเอาไว้
“ว่างเปล่า ไม่มีคลิปเสียง ไม่มีอะไรเลย เป็นไปได้ไง”
“ทำไมไม่เช็คก่อน”
“ก็ผมรีบกลับมาหาบอส”
“ก็แสดงว่า เค้าไม่ได้กดอัดตามที่แกสั่ง”
“ผมจะไปเอาเงินคืน”
สืบสาย คุณนายเง็กส่ายหัวกับครรชิต ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“มันฉลาด แต่ไม่เฉลียว อาครรชิตเอ้ย อาตี๋วิธีที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ของลื้อมันไม่ได้ผล ใช้วิธีของอั๊วเถอะน่า”
แต่สืบสายมาหาคุณนายเง็ก สืบสายเอารูปถ่ายในมือถือซึ่งเป็นรูปทรงเดชกับเสี่ยจ๋ายมาให้คุณนายเง็กดู ผีเถ้าแก่ตามไปดูด้วย
“ม้ารู้จักผู้ชายที่อยู่กับทรงเดชมั้ยครับ”
“รู้จัก เสี่ยจ๋าย คู่แข่งทางธุรกิจของป๊าลื้อ แล้วก็ อีเคยจีบอั๊ว แต่อั๊วไม่เล่นด้วย” สืบสายอึ้ง “และอั๊วก็คิดถูกที่ไม่เลือกอี ดูสิ แก่ลงตั้งเยอะ แต่ป๊าลื้อยังหล่อ”
“ม้าครับ”
“โทษที เอ๊ะ แล้วอาทรงเดชไปเจอเสี่ยจ๋ายได้ยังไง อีรู้จักกันด้วยเหรอ”
“ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ในขณะที่ทรงเดชทำงานกับเรา”
“ต้องเอารูปนี้ให้ป๊าลื้อดู ว่ามันต้องไม่ชอบมาพากล เผื่ออีจะตาสว่างสงสัยตัวอาทรงเดช”
สืบสายพยักหน้าเห็นด้วย

“มันจะทันกินเหรอว้า” ผีเถ้าแก่นึกเป็นห่วงเสี่ยตง “ไอ้ตง”

 
ในร้านอาหาร เสี่ยตงนั่งอึ้งเมื่อเห็นเสี่ยจ๋ายเดินมา
 
“เสี่ยจ๋าย”
“สวัสดีอีกครั้งครับเสี่ยตง”
“อาทรงเดช คนที่ลื้อพูดถึงคือเสี่ยจ๋ายเหรอ”
“ครับ เสี่ยจ๋ายทราบข่าวเรื่องเครื่องจักรโรงงานเราเสีย”
“รู้ได้ไง ในเมื่ออั๊วสั่งปิดข่าว”
“หน้าต่างมีหูประตูมีช่องครับป๊า เรื่องฉาวโฉ่ยังไงก็หอมหวานสำหรับการถูกนำไปพูด แล้วใครจะพูดออกไปได้เพื่อลดความน่าเชื่อถือของป๊านอกจากสืบสายกับจุลลา”
ผีเถ้าแก่ในชุดพนักงานเสิร์ฟยืนเดินเข้ามาฟังอย่างหงุดหงิด
“อั๊วจะกลับ”
“ไม่ฟังข้อเสนอของผมก่อนเหรอเสี่ย”
“ข้อเสนออะไร”
“ขายหุ้นให้ผมแปดสิบเปอร์เซ็นต์”
“อะไรนะ”
“อั๊วกะแล้ว ว่ามันต้องเล่นไม้นี้ ไอ้ส่งเดชร่วมมือกับเสี่ยจ๋ายทำทุกอย่างเพื่อบีบให้ลื้อจนตรอกแบบนี้นี่เอง”
“มีเสี่ยจ๋ายเป็นนายทุนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าของป๊ากลับมาเหมือนเดิม ว่าโรงงานของป๊ามีหลักฐานที่มั่นคง ผลิตสินค้าส่งได้แน่”
“หรือไม่ก็มองดูลูกค้าจากไป จนไม่เหลือสักราย” เสี่ยตงอึ้ง
“ผมทำทุกอย่างเพื่อโรงงานของเรานะครับป๊า อย่างน้อยป๊าก็ยังเหลือหุ้นอยู่บ้าง ดีกว่าย่อยยับไม่เหลืออะไรเลย” ทรงเดชบอก
เสี่ยตงอึ้ง ครุ่นคิด ผีเถ้าแก่ลุ้นการตัดสินใจของเสี่ยตง
“อั๊วขอบใจลื้อนะอาทรงเดช แต่อั๊วจะไม่ทำแบบนี้”
เสี่ยตงเดินออกไป ทิ้งให้ทรงเดชและเสี่ยจ๋ายอึ้ง
“เยส”

เสี่ยตงเดินออกมาจากร้านอาหาร
“อั๊วคงตัดสินใจถูกนะเตี่ย” ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้ตง ปฏิเสธมันไปถูกแล้ว ลื้อต้องเชื่อใจอาตี๋และอาหนูช่าง ไปกลับบ้านของเรา มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่อยู่ข้างเดียวกับลื้อ” เสี่ยตงเดินออกไป ผีเถ้าแก่ยืนยิ้มเผล่ “ก็เหลือแค่ทำให้ลื้อไล่ไอ้ส่งเดชงูเห่าไปให้พ้นจากชีวิตของลื้อ”

พี่โย้เดินมาส่งจุลลาที่บ้านซึ่งจุลลาดูเพลียๆ
“อีกสองสามวันอะไหล่ก็จะมาครบตามที่ต้องการ ให้พี่ช่วยอะไรอีกมั้ย”
“ไม่แล้วล่ะ ขอบคุณมากนะพี่โย้ ไม่ได้พี่โย้ล่ะก็แย่เลย”
“อิจฉาคุณสืบสายจัง ที่มีจูนอยู่ข้างๆ”
“ก็จูนเป็นเพื่อนกับเค้า”
“ตัดใจได้แน่แล้วเหรอ”
“ยัง แต่หลอกตัวเองอยู่”
“ไอ้จุ่นเอ้ย”
“เพิ่งจะเข้าใจนะ ที่มีคนเคยพูดเอาไว้ ว่าไม่มีใครลืมความรักครั้งแรกได้”
“จริง พี่เองก็ไม่มีทางลืมจูนได้”
“ก็ลองลืมสิ”
“ยังไงก็ไม่มีทางลืม เพราะความเป็นเพื่อนยาวนานที่สุด”
จุลลายิ้มให้พี่โย้ จ๋อมวิ่งเข้ามา หน้าตาตื่น ดีใจ
“น้องจูน น้องจูน”
“พี่จ๋อม มีอะไรคะ”

จ๋อมตามจุลลาเข้ามาในบ้าน
“ทุกคนว่ายังไงบ้างคะ ถ้าจ๋อมจะเอาคลิปแม่เดือนพิไลหาเรื่องน้องจูนกลางตลาดให้เจ๊บีไปประจานออกสื่อ”
จ๋อมถามความเห็นทุกคน ดารา จำรัส จุลลา พี่โย้มองหน้ากัน
“ดีค่ะ รีบๆ เลยค่ะ คนจะได้รู้ๆ กันไปสักทีว่ายัยนั่นตัวจริงเป็นยังไง” ป้าลำยองบอก
“ใช่ แล้วจะได้เป็นอุทาหรณ์ให้พวกดาราหรือต่อให้ไม่ใช่ก็เถอะ จำเอาไว้ว่าต่อไปนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นความลับทุกอย่างสามารถถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ย้อนกลับมาเข้าตัวได้” ลีลาบอก
“เมื่อก่อนมีปากกาเป็นอาวุธ แต่เดี๋ยวนี้มีมือถือเป็นอาวุธแทน” มะขวิดบอก
“ถูก” ป้าลำยอง ลีลาบอกพร้อมกัน
“ว่าไงคะลูกจูน” ดาราถามลุกสาว
“ถ้าคลิปนี้ออกไป เห็นหน้าแกเต็มๆ ดังเลยนะ” จำรัสบอก
“อยากดังป่ะจูน แค่ชั่วข้ามคืนเลยนะ” พี่โย้บอก
“น้องจูนว่าไงคะ พี่เคารพการตัดสินใจของน้องจูนนะคะ”
“คุณจูนอนุญาตอยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะแม่นั่นทำกับคุณจูนไว้เจ็บมาก ต้องแก้แค้นเอาคืนใช่มั้ยคะ คุณจูน”
“อย่าเลยค่ะ”
“อ้าว”
“จูนเคยบอกพ่อกับแม่แล้ว จูนจะไม่แก้แค้นด้วยการทำร้ายกลับ เพราะเท่ากับจูนเองก็ร้ายกาจไม่ต่างกับเค้า สื่อพวกนี้เราควรใช้ในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่เอาไปทำร้ายใคร”
“แต่มันเป็นคนไม่ดี เราควรประจานให้โลกรู้”
“คนไม่ดี ไม่ต้องประจานหรอกค่ะ เดี๋ยวโลกก็รู้เอง แต่ถึงโลกไม่รู้ แต่กรรมไม่เคยปล่อยให้ใครลอยนวล เชื่อจูนสิ”
ทุกคนมองจุลลาอึ้ง แต่ก็ยอมรับในความคิดของจุลลา

ทรงเดชคุยมือถืออยู่กับเสี่ยจ๋าย
“ผมหาทางทำให้มันขายหุ้นให้เสี่ยให้ได้อยู่ ใจเย็นก่อนนะเสี่ย ครับ” ทรงเดชวางสาย โกรธมาก หันไปตวาดกับเดือนพิไล “ฉันกำลังจะถูกไอ้เสี่ยจ๋ายมันกุดหัว ได้ยินมั้ย”
“ก็เรื่องของแก”
ทรงเดชเข้ามาจิกหัวเดือนพิไล
“โทรไปหาไอ้เสี่ยตงเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่โทร ฉันจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือของแก”
“จะมาเป็นนางเอกอะไรตอนนี้ ได้ รอเดี๋ยว” ทรงเดชเดินไปหยิบมือถือ แกล้งทำเป็นกดเบอร์โทรออก “เอาคลิปนังเดือนพิไลลงอินเตอร์เน็ตเลย อย่าลืมเบลอหน้าฉันก่อน ฉันยังไม่อยากดัง แล้วส่งเข้าอีเมล์ของไอ้สืบสายด้วย”
เดือนพิไลตกใจ ปราดเข้ามาหาทรงเดช
“อย่านะ”
“เดี๋ยวก่อน...แปลว่ายอมแล้วใช่มั้ย”
“ถ้าแกผิดคำพูดเรื่องที่จะปล่อยฉันเป็นอิสระ ฉันจะเอาคืนแกอย่างสาสมแน่”
“ไม่ต้องห่วงน่า ขอแค่งานนี้งานเดียว แล้วเธอจะเป็นอิสระ”
เดือนพิไลค่อยๆ หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ รอสาย
“ป๊าคะ มูนเองค่ะ ป๊าอยู่บ้านหรือเปล่าคะ ไม่อยู่เหรอคะ โชคดีจังเลยค่ะ พอดีมูนมีเรื่องอยากจะปรึกษาค่ะ ค่ะ เดี๋ยวเจอกันค่ะ”

เดือนพิไลวางสาย ทรงเดชก็วางสายมือถือตัวเองยิ้มกริ่ม

 
คุณนายเง็กรอเสี่ยตงกลับบ้านอยู่ สืบสายเข้ามา
 
“ม้าครับ ดึกแล้ว ไปพักผ่อนก่อนมั้ยครับ”
“อั๊วจะรอป๊าลื้อ ม้าเป็นห่วง โทรไปก็ปิดเครื่อง”
“งั้นผมรอเป็นเพื่อน” สืบสายนั่งรอกับคุณนายเง็ก “ม้ารักป๊ามากเลยนะครับ”
“ไม่รักไม่ทนอีมาจนป่านนี้หรอก ดื้อจะตาย”
“แต่ก็หล่อ”
“คนที่เรารัก จะสวยและหล่อในสายตาเราเสมอ”
“ความรักทำให้คนตาบอด”
“แต่ความรักก็ทำให้เราตาสว่าง เวลาที่เราท้อแท้เจอทางตัน เราจะมองเห็นทางออก ถ้ามีคนที่รักอยู่ข้างๆ”
“ถึงแม้เค้าจะไม่รักเรา”
“ลื้อหมายถึงอาหนูช่างเหรอ”
“พูดลอยๆ ครับ”
“อาตี๋ ม้าขอโทษที่เคยบังคับใจลื้อให้ไปดูตัวกับคนนั้นคนนี้ โดยลืมมองความจริง ว่าเป็นม้า ม้าก็คงจะทำเหมือนลื้อ”
“ผมถอดใจแล้วครับ”
“ทำไมล่ะ อาหนูช่างอีปฏิเสธลื้อออกมาแล้วหรือไง”
“ครับ ผมได้ยินกับหู จุลลาหมดใจ เหลือแค่เพียงคำว่าเพื่อนจริงๆ เท่านั้น”
“เสียดาย จะว่าไป ถ้าเพียงแต่อีรักลื้อ อั๊วก็เต็มใจจะรับอีเป็นลูกสะใภ้”
“ขอบคุณครับม้าที่เข้าใจผม”
“เรามีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก เราต้องเข้าใจกันให้มากๆ อากงลื้อที่นอนในฮวงซุ้ยอีจะได้หมดห่วง ไปสู่สุคติเร็วๆ”
สืบสายและคุณนายเง็กยิ้มให้กัน นั่งรอเสี่ยตงต่อไป

ในฮวงซุ้ย ผีเถ้าแก่กำลังสีซอจีนและร้องเพลงวิมานมะพร้าว จังหวะคึกคัก
“วิมานนี้เป็นของอั๊ว วิมานนี้เป็นของลื้อ อยู่แบบพี่น้องกัน มาเทียวไล้เทียวขื่อ ที่นี่คือวิมานมะพร้าว”

เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยตงกำลังย่องเข้าบ้านในชุดเดิม กลัวมีใครมาเห็น กำลังจะพ้นไป สืบสายเดินออกมาจากมุมหนึ่งเห็นเสี่ยตง
“ป๊าครับ”
เสี่ยตงเบรกเอี๊ยด หันมา
“อาตี๋”
“ป๊าเพิ่งกลับมาเหรอครับ”
“เบาๆ สิ ม้าลื้อล่ะ”
“ยังไม่ตื่นครับ เมื่อคืนรอป๊าจนดึก ป๊าไปไหนมาครับ”
“อั๊วเครียด เลยไปสังสรรค์กับเพื่อน เพลินจนลืมเวลา ลื้ออย่าบอกม้าลื้อนะ”
“แต่อั๊วรู้แล้ว”
“ไอ้หยา”
คุณนายเง็กเดินเข้ามา หน้าตึง เสี่ยตงหน้าซีด แต่แล้วคุณนายเง็กก็ยิ้ม
“อั๊วเข้าใจ อั๊วไม่โกรธหรอก ตัวเหม็นหึ่งเป็นละมุดเลย รีบขึ้นไปอาบน้ำเถอะเฮีย ไป เดี๋ยวอั๊วเลือกชุดให้”
เสี่ยตงอึ้ง ยิ้มแหย ตามคุณนายเง็กไป แต่ข้างในรู้สึกผิดมาก สืบสายมองตามเสี่ยตงและคุณนายเง็กไปอย่างสบายใจ

ทรงเดชดูรูปภาพนิ่งที่ถูกถ่ายไว้ในมือถือ เสี่ยตงหลับในท่ากอดก่ายเดือนพิไลบนเตียงในห้องนอนเล็กๆ เดือนพิไลนั่งนิ่ง เครียดอยู่
“เก่งที่สุด เธอทำได้ยังไง ฮึ”
เดือนพิไลคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
เดือนพิไลนั่งรอเสี่ยตงอยู่ในร้านอาหาร มีแก้วเครื่องดื่มวางอยู่แล้วสองแก้ว เดือนพิไลหยิบยานอนหลับขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วใส่ลงไปในแก้วของเสี่ยตง เสี่ยตงเดินมาหาเดือนพิไลที่นั่งรออยู่ เดือนพิไลร้องไห้กับเสี่ยตง เสี่ยตงนั่งยิ้มแหย ไม่กล้าเข้าไปใกล้เดือนพิไล หันไปหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มกลบความอึดอัดใจ เสี่ยตงหลับคาที่ เดือนพิไลยิ้มเยาะ กวักมือเรียกพนักงานให้มาช่วยประคองเสี่ยตง
เดือนพิไลทิ้งตัวเสี่ยตงลงบนเตียงในห้องเธอแล้วมองด้วยความรังเกียจ เดือนพิไลถอดเสื้อ ถอดกางเกงเสี่ยตงออก แล้วเอาเหล้าราดๆ บนตัวเสี่ยตงให้มีกลิ่นเหล้า เดือนพิไลที่ท่อนบนเปลือยเปล่าแล้วเสือกตัวลงใต้ผ้าห่มข้างเสี่ยตงที่หลับไม่รู้เรื่อง จัดท่าแล้วถ่ายรูป

เสี่ยตงสะดุ้งตื่นตอนเช้าเห็นเดือนพิไลนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ก็ตกใจ

 
ทรงเดชหัวเราะชอบใจ
 
“แล้วไอ้เสี่ยตงมันก็เชื่อเธอ ว่าเธอเป็นของมันเพราะความเมา”
“ใช่ เอาคลิปอุบาทว์ของแกมาให้ฉันได้แล้ว เพราะฉันทำงานของฉันเรียบร้อยแล้ว”
“ยังไม่เรียบร้อย”
“อะไรอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าแกพลิกลิ้นโกหกตอแหลฉัน ฉันไม่น่าเชื่อคนอย่างแกเลย ไอ้เลว”
“อย่าเพิ่งโวยวายสิ ก็แค่มีอะไรให้ทำอีกเล็กๆ น้อยแค่อย่างเดียว ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ถือว่าแถมให้หน่อยน่ะ”
“แก”
ทรงเดชยกมือถือตัวเองขึ้นมาขู่
“ว่าไง”
เดือนพิไลแค้นทรงเดชมาก

จุลลาเดินมาซึมๆ หมดแรง กำลังจะไปโรงงาน นั่งลง ถอนใจ ดารา จำรัส ป้าลำยอง ลีลาและมะขวิดที่กำลังจัดร้านอยู่มองมาที่จุลลาอย่างเป็นห่วง
“ไอ้จูน เหนื่อยก็พักก่อนมั้ย”
“ยังพักไม่ได้หรอกพ่อ แต่ใกล้แล้วล่ะ น่าจะเสร็จทันวันงานครบรอบโรงงานตามที่ท่านประธานกำหนดเอาไว้”
“นั่นสิคะคุณจูนขา คุณจูนยุ่งวุ่นวายกับเรื่องโรงงานมาหลายวันแล้ว พักบ้างเถอะค่ะ”
“คนนะคะ ไม่ใช่ควาย ขนาดควายไถนาอึดๆ ยังไง ยังต้องพักไปนอนแช่ปลักเลยค่ะ”
“ไหน นอนท่าไหน”
ลีลาลงนอนแช่ปลักเลียนแบบควายให้ดู
“ท่านี้ไง เฮ้ย ไอ้มะขวิด! นี่ถ้าไม่ใช่กำลังศึกษาดูใจกันอยู่ ตบหัวทิ่ม”
“กล้าเหรอ”
“ใครบอกว่ากล้าล่ะ เขาเลิฟของเค้าจะตาย จุ๊บุๆ”
“เฮ้ย! ไปหวานกันที่อื่น เดี๋ยวคุณจูนจะอกแตกตายเพราะความอิจฉา คนยิ่งอกหักๆ อยู่”
“เฮ๊ย! ไปให้พ้นๆ ทั้งสามคนนั่นแหละ รำคาญ”
ป้าลำยอง ลีลา มะขวิดออกไป ดาราหันมาถามจุลลา
“ลูกจูน คิดอะไรอยู่คะลูก”
“แม่จ๋า พ่อจ๋า จูนกำลังคิดว่า จบเรื่องนี้แล้ว จูนจะไปเรียนต่อดีมั้ย”
ดารา จำรัสอึ้ง ที่จุลลาตัดสินใจจะไปเรียนต่อ เพราะคิดว่าจุลลาจะไม่คิดเรื่องนี้แล้ว

จุลลาเดินเข้าโรงงานมากับพี่โย้
“จริงเหรอจูน จะไปเรียนต่อจริงเหรอ”
“อืม”
“อยากเรียนจริงๆ หรือว่าอยากหนี”
“หนีใคร หนีอะไร หนีทำไม ไม่มีอะไรต้องให้หนี”
สืบสายเดินผ่านหน้าไปไกลๆ โดยที่สืบสายไม่เห็นจุลลา จุลลา พี่โย้อึ้ง น้ำหวานเดินมาจากทางหนึ่ง โดยไม่เห็นจุลลาเหมือนกัน น้ำหวานร่าเริงมาก
“บอสคะ”
สืบสายยิ้มตอบ ร่าเริงเหมือนกัน
“อ้าว น้ำหวาน”
จุลลา พี่โย้มองสืบสายกับน้ำหวาน อึ้ง สืบสายกับน้ำหวานคุยกันกระหนุงกระหนิงเดินเข้าโรงงานไป จุลลามองตามตาละห้อย จู่ๆ แสบก็โผล่หน้าแทรกเข้ามา
“พี่จูนหนีไปไหน แสบหนีไปด้วยได้ป่ะ”
จุลลา พี่โย้ สะดุ้งตกใจ
“ไอ้แสบ”
“พูดจริงๆ นะ แสบทำใจไม่ได้ แสบตั้งใจไว้แล้วว่าซ่อมเครื่องจักรให้กลับมาใช้งานได้เสร็จเมื่อไหร่ แสบจะบิน”

ทั้งจุลลา ทั้งแสบต่างอึ้ง คอตก รับสภาพความช้ำใน

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 13 (ต่อ)

หยิก เข่ง ถัด กำลังนั่งสัปหงกอยู่มุมหนึ่งในโรงงาน จุลลา พี่โย้ แสบเดินเข้ามา

“เฮ้ย ตื่น ทำงาน”
จุลลาเรียกเสียงเขียว หยิก เข่ง ถัดสะดุ้งงัวเงีย
“เฮ้ย ใครไม่ตื่น มีเตะ”
แสบเสริมทุกคนรีบลุกขึ้น
“ทำไมต้องเสียงดัง รุนแรงกันด้วยล่ะจูน แสบ เวลานี้ทุกคนก็อ่อนเพลียและล้ากันทั้งนั้น ทำไมไม่พูดกันดีๆ
ทุกคนต้องการกำลังใจนะ”
“เออ จริง ทำไมไม่พูดกับน้องๆ แสบดีๆ วะพี่จูน” แสบตะคอกใส่จุลลา
“แล้วแกมาตะคอกลูกน้องตามฉันทำไม” จุลลาตะคอกกลับ
“เออ จริง แล้วพี่พี่จูนตะคอกพวกมันก่อนทำไม” แสบตะคอกกลับ
“หยุด” พวกลูกน้องตะคอกจุลลากับแสบ จุลลากับแสบหยุด
“ทั้งคู่นั่นแหละ อารมณ์เสียแล้วมาลงกับลูกน้อง”
“ไม่ยุติธรรม”
“เดี๋ยวปั๊ด”
จุลลา แสบมองหน้าลูกน้อง ลูกน้องจ๋อย
“จูน แสบ ตั้งสติ โอเคมั้ย”
พี่โย้บอก จุลลา แสบพยักหน้า หันไปมองลูกน้อง ลูกน้องถอยกรูด กลัวเจออีกรอบ
“ขอโทษ” จุลลาบอก ลูกน้องยิ้มออกมาได้
“ไป ทำงาน”
“แล้วพี่โย้มาทำไมเนี่ย เดี๋ยวก็ถูกราชการเชิญออกหรอกครับ”
“พี่ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนของปีนี้ มาช่วยพวกเราซ่อมเครื่องจักร”
“โห”
“หล่อเนอะ แต่ไม่มีใครรัก”
“โห่ยยยย”
“ไปทำงาน ๆๆ”
แสบ พี่โย้และลูกน้องมีกำลังใจเดินไปหยิบอุปกรณ์คนละไม้คนละมือไปที่เครื่องจักร จุลลามองตาม ยิ้ม ฮึด ตัดใจ
“เดินหน้าต่อนะไอ้จูน จะไม่มีคำว่าถอยหลังกลับ”

สืบสายคุยมือถือกับครรชิต น้ำหวานนั่งอยู่ด้วย ติดตามสถานการณ์
“ยังเฝ้าหน้าบ้านมันอยู่ใช่มั้ย”
ครรชิตนอนในรถ อุปกรณ์ผ้าห่ม หมอน ถ้วยมาม่ากองอยู่เต็มรถ ประมาณว่าเฝ้าอยู่ทั้งคืน ในมือถือกล้องส่องทางไกล
“ครับบอส เฝ้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับบอส ตอนนี้ก็ยังอยู่ไม่ไปไหน”
“เห็นอะไรผิดปกติมั้ย”
“ยังครับบอส”
“มีใครเข้าออกบ้านทรงเดชอีกบ้าง”
“ไม่มีครับบอส มีมันคนเดียว เลวอยู่ในบ้านคนเดียว” ครรชิตส่องกล้องมองไปที่หน้าบ้าน แล้วอึ้ง ตกใจ เมื่อเห็นเดือนพิไลปกปิดหน้าตากำลังเข้าบ้านทรงเดช “ว้าย คุณพระ”
“ตกใจอะไรทรงเดช”
“ถึงจะปกปิดหน้าตา แต่ครรชิตก็จำได้”
“จำใครได้”
“คุณเดือนพิไล กำลังเข้าไปในบ้านคุณทรงเดชครับบอส”
“คุณมูน” สืบสายตกใจ
“คุณมูน ทำไมเหรอคะ ไปเกี่ยวอะไรกับไอ้ส่งเดชคะบอส” น้ำหวานถามอย่างแปลกใจ
“มาหาทรงเดชถึงที่บ้าน คงไม่ใช่แค่รู้จักกันเฉยๆ หรือว่าจะคบคิดกันทำอะไรบางอย่าง”

สืบสายหน้าเครียด เมื่อพบว่าเดือนพิไลคือตัวละครอีกคนของเรื่องนี้

 
คุณนายเง็กเอาเครื่องดื่มมาให้เสี่ยตง เสี่ยตงเครียดเรื่องที่ตัวเองไปทำผิดมา
 
“ชาอู่หลงเฮีย หลังอาหารช่วยลดไขมัน”
“ให้อาเมี่ยงเอามาให้ก็ได้”
“อั๊วอยากดูแลลื้อบ้าง กลัวลื้อจะขาดความอบอุ่นจากเมีย”
“ลื้อจะไม่ถามเรื่องเมื่อคืนเลยเหรออาเง็ก”
“ถ้าลื้ออยากเล่า ลื้อก็เล่าเอง อั๊วจะไม่เซ้าซี้ให้ลื้อรำคาญใจอีก”
“อาเง็ก ถ้าเกิดต่อไป ลื้อไปรู้ไปเห็นเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับอั๊ว ลื้อจะโกรธอั๊วมั้ย”
“ก็ต้องดูที่เจตนา แต่ถึงอั๊วจะโกรธ แต่เดี๋ยวอั๊วก็จะหาย เพราะอั๊วรักลื้อ อั๊วให้อภัยลื้อได้ทุกอย่างอยู่แล้ว เฮีย”
เสี่ยตงยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้น
“เอาเง็ก”
เสียงมือถือเสี่ยตงดังขึ้น
“ลื้อรับโทรศัพท์เถอะ อั๊วจะเข้าโรงงาน ลื้อไม่ต้องห่วงนะ อั๊วจะช่วยดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง”
“ขอบใจนะอาเง็ก ลื้อคือผู้หญิงที่อั๊วรักและยกย่องเชิดชูนะ”
“อั๊วรู้”
คุณนายเง็กยิ้มให้กำลังใจเสี่ยตงแล้วเดินออกไป เสี่ยตงหยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นเบอร์เดือนพิไลก็ตกใจ หน้าซีด
“อาหนูมูน”

เดือนพิไลอยู่ในบ้านทรงเดชกำลังคุยโทรศัพท์กับเสี่ยตงโดยมีทรงเดชยืนฟังอยู่ด้วย
“เงียบไปเลยนะคะป๊า ไม่คิดจะติดต่อกลับมูน เพื่อแสดงความรับผิดชอบอะไรเลยเหรอคะ”
เสี่ยตงแอบมาคุยมือถือ
“หนูมูน เอาจริงๆ นะ ป๊าคิดว่าเรื่องระหว่างเรา มันแปลกๆ นะ”
“แปลก แปลกยังไงคะ”
“ป๊าเมาไม่ได้สติ ป๊าจะมีแรงไปทำอะไรหนูได้”
“ป๊าพูดอย่างนี้ได้ยังไง”
เดือนดิไลเสียงแหลมมากจน เสี่ยตงถึงกับผงะ แล้วก็เหลือบไปเห็นคุณนายเง็กกำลังเดินเข้ามาหา เสี่ยตงตกใจ พยายามใช้มือปิดมือถือไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา
“ว่าไง อาเง็กยังไม่ไปอีกเหรอ”
“ก็กำลังจะไปอยู่เนี่ยแหละ แต่มาหาลื้อก่อน”
“มีอะไร”
“รักนะเฮีย”
คุณนายเง็กหอมแก้มเสี่ยตง
“ชื่นใจที่สุดเลย เมียอั๊ว”
เดือนพิไลได้ยินเสียงเสี่ยตงกับคุณนายเง็กลอดเข้ามาก็เจ็บใจ แผดเสียงลั่น
“ป๊า”
คุณนายเง็กชะงัก ได้ยินเสียงแผดออกมาจากมือถือ
“ลื้อคุยกับใครอยู่ เหมือนอีกำลังโมโหนะ ดูซิ เสียงดังลั่นเลย อีพูดว่าอะไรนะ”
“ป๊า”
เสียงเดือนพิไลดังออกมาจากจากมือถือที่มือเสี่ยตงปิดอยู่
“ป๊า ผู้หญิงที่ไหนเรียกลื้อว่าป๊า” คุณนายเง็กถามอย่างสงสัย
“อีไม่ได้เรียกอั๊ว ลูกสาวของอาเจ็กไล้ที่อั๊วคุยด้วยต่างหาก อีเรียกป๊าอี”
“อ่อ คุยต่อเถอะ อั๊วไม่กวนแล้ว”
คุณนายเง็กยิ้มออกไป เสี่ยตงมองตามโล่งอก รีบคุยต่อ
“อาหนูมูน เราสองคนต้องคุยกันอย่างละเอียด”
“นัดมาเลยค่ะ มูนพร้อม”
เสี่ยตงหนักใจ เดือนพิไลลดมือถือลง ยิ้มกริ่ม ทรงเดชโผล่หน้ามาใกล้ๆ
“เรียบร้อยแล้วเหรอจ๊ะ”
“เออ”

เดือนพิไลเดินหนี ทรงเดชยิ้มเหยียด สะใจ

 
เดือนพิไลเดินออกมาจากบ้านทรงเดช ทรงเดชตามมา เดือนพิไลถูกทรงเดชเรียกจึงหยุด ทรงเดชเดินมาหา สายตากรุ้มกริ่มใส่เดือนพิไล เอามือลูบแก้ม เดือนพิไลผลักมือออกไป
 
“รายงานสด มีจับมือถือแขน ปัดแก้ม ส่งสายตากรุ้มกริ่มกันสุดฤทธิ์ครับบอส”
ครรชิตรายงานสดถึงสืบสาย
“เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ”
“เอาไงต่อดีครับ”
“ตามไป”
ทรงเดชและเดือนพิไลจะผละออกจากกัน แล้วทรงเดชก็หันไปคุยกับเดือนพิไลอีกที เดือนพิไลหันมา
“ตามใครดีครับ เหมือนจะแยกกันไปคนละทางนะครับ”
“เลือกเอา แต่ต้องมีความคืบหน้ามารายงานฉัน”
“ครับบอส”
ครรชิตวางสาย เอาไงดีวะ กดเบอร์โทรหาทรงเดช ทรงเดชรับสายโทรเข้าของครรชิต
“คุณทรงเดชเหรอครับ ไม่ทราบว่าวันนี้จะเข้าออฟฟิศหรือเปล่าครับ ท่านประธานให้ผมโทรมาถาม...กำลังจะเข้าเหรอครับ งั้นแค่นี้ครับ”
ครรชิตรีบวางสายเห็นทรงเดชวางสาย เดือนพิไลเดินผละจากทรงเดชออกไป ทรงเดชเดินไปอีกทาง
“งั้นตามคุณเดือนพิไล”
ครรชิตรีบออกรถ

ผีเถ้าแก่กำลังเดินยืดเส้นยืดสาย ดูอารมณ์ดีอยู่
“กำลังจะทำการใหญ่ ใจพร้อมแล้วร่างกายก็ต้องพร้อม ต่อสู้เพื่อลูกหลาน ต่อต้านไอ้คนชั่ว”
เจ้าที่ปรากฏตัว
“อารมณ์ดีจังนะเถ้าแก่”
“จะอารมณ์เสียเพราะลื้อมาพูดประชดประชันอยู่นี่แหละ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ”
“รู้เปล่าว่าจุลลากำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอก”
“หา”
“หลังจากช่วยเหลือหลานเถ้าแก่เสร็จแล้ว จุลลาจะโบกมืออำลาเมืองไทย บินลัดฟ้าไปหาอนาคต ทิ้งความเจ็บปวดไว้ข้างหลัง”
“หา”

จุลลาเดินมากับพี่โย้ แสบและลูกน้อง หน้าตามอมแมมกันหมด
“รีบยัด รีบกลับไปซ่อมต่อ”
“จูน คนนะไม่ใช่หมอน กินข้าวไม่ใช่ยัดนุ่น”
“พูดผิด รีบกิน รีบกลับ โอเค้”
“โอเค”
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“แต่อั๊วไม่โอเค”
จุลลาเบรกเอี๊ยด ปล่อยให้ทุกคนเดินนำหน้าไป คุยกับผีเถ้าแก่เบาๆ
“มีเรื่องอะไรมาอีกล่ะเถ้าแก่”
“ลื้อจะหนีหัวใจลื้อไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ เหรอ”
“จริง ไปให้พ้นๆ จะได้ลืมๆ”
“อั๊วไม่ยอม”
เสียงแตรรถดังขึ้น จุลลา ผีเถ้าแก่ แสบและคณะสะดุ้ง หันไปมองจึงเห็นรถของสืบสายแล่นมา จุลลา แสบอึ้ง
จุลลาและแสบเห็นสืบสายขับรถโดยมีน้ำหวานเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ทั้งสองคนคุยกัน โดยไม่มองมาที่จุลลาและแสบเลยด้วยซ้ำแม้แต่หางตา จุลลาและแสบ อึ้ง น้ำลายติดตอ กลืนไม่ลง มองด้วยสายตาละห้อย รถสืบสายชะงักจอด ถอยหลังกลับมา ทุกคนแปลกใจ สืบสายลดกระจกลงคุยกับจุลลาด้วยท่าทีห่างเหินมาก น้ำหวานเองก็ไม่มองหน้าแสบหรือใคร
“ฉันจะพาน้ำหวานออกไปทานข้าวกลางวัน แล้วจะกลับเข้ามาช่วงบ่าย เธอช่วยเข้าไปอีพเดตแผนการซ่อมให้ฉันรับรู้ด้วยนะ”
จุลลาปั้นยิ้ม
“ค่ะ”
“ขอบคุณ”
“บอสคะ รีบไปกันเถอะค่ะ น้ำหวานหิวแล้ว”
“ได้สิ”
สืบสายเสียงอ่อนเสียงหวาน จุลลา แสบ ผีเถ้าแก่และชาวคณะอึ้ง สืบสายปิดกระจก รีบขับรถออกไป
“เห็นแบบนี้ จะดื้อด้านดันทุรังต่อไปอีกทำไม เค้ากำลังเดินหน้า หนูก็ไม่คิดจะถอยหลัง จบมะ” จุลลาบอกผีเถ้าแก่ ผีเถ้าแก่อึ้ง...
“จบโว้ย” แสบตะโกนลั่น ทำเสียงร่าเริงมาก “ไปทุกคน กองทัพมันต้องเดินด้วยท้อง ไม่ใช่น้ำตา”
“ถูก”
จุลลาผละจากผีเถ้าแก่ไปรวมกลุ่มกับพี่โย้ แสบและลูกน้อง ผีเถ้าแก่มองตามรถของสืบสายอย่างสงสัย

“คนเรามันจะเลิกแล้วก็ลืมกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอวะ อั๊วไม่เชื่อ”

 
เดือนพิไลเดินมาหน้าเครียด ครรชิตแอบสะกดรอยตามมาห่างๆ เดือนพิไลหยุดชะงัก หันไปข้างหลัง เพราะรู้สึกเหมือนมีคนตามมา ครรชิตรีบหลบ เดือนพิไลไม่เห็นใคร เดินกลับไปมองซ้ายมองขวา แน่ใจว่าไม่มีใคร โล่งอก คิดถึงแผนการที่คุยกับทรงเดช
 
“ถ้ามันไม่ยอมจ่ายเท่าที่เราต้องการ เมียมัน ลูกมันและคู่ค้าของมันจะได้เห็นคลิปนั้นแน่”
ทรงเดชสั่งเดือนพิไล
“แล้วถ้ามันไม่ยอมจ่ายจริงๆ ล่ะ ตอนนี้มันไม่มีเงินไม่ใช่เหรอ”
“ถึงจะเสียโรงงาน แต่มันจะไม่มีทางยอมสูญเสียครอบครัว ฉันรู้ดีว่าพวกมันรักกันมากแค่ไหน ถึงมันไม่มีจ่าย มันก็ต้องหามาจ่าย โดยการยอมขายหุ้นให้เสี่ยจ๋าย เพราะนั่นคือทางออกเพียงทางเดียว”
“ฉันจะทำก็ต่อเมื่อ แกเอาคลิปอุบาทว์นั่นมาให้ฉันก่อน”
“เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองเดือนพิไล ถ้าไม่ทำ ก็ไม่ได้คืน ทำให้สำเร็จแล้วคลิปเหล่านี้จะไม่มีตัวตนในโลกนี้อีกต่อไป เธอก็จะมีโอกาสกลับไปยืนอยู่ในสังคม และในหัวใจของสืบสายได้เหมือนเดิม” เดือนพิไลอึ้ง
เดือนพิไลตั้งสติ สูดลมหายใจ ก้าวเดินต่อไป ครรชิตออกมาจากที่ซ่อนเดินตามเดือนพิไลไปห่างๆ

เสี่ยตงนั่งรอเดือนพิไลด้วยความกระวนกระวายใจ เดือนพิไลเดินมาเห็นเสี่ยตงหันหลังอยู่ก็ชะงัก ครรชิตเดินตามมา แอบมองไปที่เสี่ยตงเห็นแผ่นหลังคุ้นๆ
“ใครวะ คุ้นๆ”
เดือนพิไลพยายามตั้งสติ รวบรวมปั้นหน้า ฉีกยิ้ม เข้าไปหา
“ป๊าขา”
เสี่ยตงหันมาเห็นเดือนพิไล ยิ้มจ๋อย ครรชิตสะดุ้งเฮือกตกใจ
“คุณพระ ท่านประธาน”
ครรชิตรีบถอยหลังกลับ เพื่อรายงานสืบสาย

ครรชิตโทรรายงานสืบสาย
“บอสครับ บอสต้องมาเห็นด้วยตา ว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว”
สืบสายคุยมือถือเข้ามากับน้ำหวาน มายืนอยู่ข้างหลังครรชิต
“ทำไมแกไม่จับตาดูเดือนพิไล เดือนพิไลอยู่ไหน”
“อยู่ เอ๊ะ ทำไมเสียงชัดเหมือนมาพูดอยู่ข้างหลัง”
“ฉันอยู่ข้างหลังแก”
ครรชิตหันไป เห็นสืบสายอยู่กับน้ำหวาน
“บอส”
“อย่าเสียงดัง เดือนพิไลอยู่ไหน”
ครรชิตหน้าแย่มาก

ครรชิตนำสืบสายและน้ำหวานเข้ามา
“ทางนี้ครับ เงียบๆ นะครับ เดี๋ยวไก่จะตื่น”
สืบสายและน้ำหวานไม่เห็นใครอยู่แล้ว
“ไม่เห็นมีใครเลยนี่คะคุณครรชิต”
ครรชิตหันไปดู ว่างเปล่า
“ว้าย หายไปไหนแล้วอ่ะ”
“ไอ้ครรชิต”
“ผมขอโทษครับบอส ผมตกใจมากพอรู้ว่าคุณเดือนพิไลนัดเจอใคร ผมกลัวจะระงับความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ จนอาจถูกจับได้ ผมเลย...”
“เดือนพิไลนัดเจอใคร”
“ท่านประธานครับ”

สืบสาย น้ำหวานตกใจ


จบตอนที่ 13 
 
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 13
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 13
เก่งกาจยิ้มอย่างอารมณ์ดีและสะใจมาก “พี่เก่ง!” เข้เรียก เก่งกาจกำลังเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างสนุกและเมามันโดยดูดนมเปรี้ยวไปด้วย “มีอะไร?” เก่งกาจถาม เก่งกาจหันไปมองเข้ที่เดินนำบ๊วยเข้ามา แล้วเขาก็หันไปเล่นเกมต่อเมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจ “มันมารับของ” เข้บอก “พาไปหลังร้าน” เก่งกาจบอก “พี่ยังจะใช้มันอยู่อีกเหรอ ตอนนี้ตำรวจตามล่าเด็กแว้นแก๊งไอ้เด็กปั๊มอยู่” “ไม่ใช่ๆ พี่ แก๊งผมชื่อ แก๊งทีเร็กซ์ พี่ตี๋เล็กเป็นหัวหน้าแก๊ง พ่อพี่เค้ามีปั๊มน้ำมัน” “เฮ้ย! ชื่อแก๊งอะไรก็ช่าง แกถูกตำรวจหมายหัวอยู่ ทำงานให้เราต่อไปไม่ได้แล้ว” “โหย พี่ ตอนนี้ผมไม่มีเงินเลย นึกว่าช่วยผมเถอะนะครับ นะครับ พี่เก่ง” บ๊วยอ้อนวอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...