xs
sm
md
lg

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 2

เผยแพร่:

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 2

สวนสาธารณะในตอนเช้าวันทำงาน ผู้คนวิ่งออกกำลังกายอยู่เบาบาง
 
ธรรม์กับมณีมันตราในชุดวอร์ม เธอไม่ได้แต่งหน้า แต่มัดผมจุกใส่แว่นเด็กเรียนวิ่งมาตามทาง เขามองนาฬิกาข้อมือ
"ต้องวิ่งอีกครึ่งชั่วโมง ไหวหรือเปล่า"
"อย่าดูถูกกันนะคะ ย่าเคยวิ่งแข่งมาราธอนมาแล้ว"
ธรรม์ยิ้มขำ
"มาราธอนเด็กอนุบาลน่ะเหรอ"
"พี่ธรรม์ไม่เชื่อเหรอ วิ่งแข่งกันมั้ยล่ะ ดูซิว่า ใครจะอึดกว่าใคร"
เธอจะออกตัววิ่งแต่เขาดึงแขนไว้
"ไม่ต้องๆ เชื่อแล้วๆ เห็นย่าทั้งทำงานทั้งเรียน ก็รู้แล้วว่า อึด"
เธอมองมือเขาที่จับแขนตัวเองอยู่ เขาดึงมือออกอย่างเก้อเขินนิดหน่อย
"เออ...ที่จริงพี่ก็ไม่อยากฝึกย่าให้หนักนักหรอก แต่พี่อยากให้ย่าเตรียมร่างกายให้พร้อม ถ้าจะต้องเรียนทั้งยูโดทั้งเทควันโด้ทั้งยิงปืนล่ะก็ ร่างกายจะต้องแข็งแรงก่อน เข้าใจมั้ย"
"ขอบคุณนะคะ พี่ธรรม์"
"ไม่ต้องขอบคุณให้บ่อยนักหรอก"
"ก็ขอบคุณไปแล้ว ไม่ยอมตอบอะไรกลับนี่ นี่ลบแมสเสจของย่าทิ้งไปแล้วใช่มั้ยล่ะคะ"
ธรรม์ยังไม่ทันจะตอบ เมนี่ในชุดวอร์มเหมือนกันวิ่งเข้ามาแทรกกลาง
"หมดเวลาแล้วค่ะ กลับกันได้"
"หนูต้องวิ่งอีกรอบนะคะ พี่เมนี่"
"โอ๊ย จะวิ่งอะไรนักหนา วิ่งพอเหงื่อออกก็พอแล้ว เดี๋ยวกล้ามน่องขึ้นเป็นปล้องๆ น่าเกลียดตายเลย แล้วอีกอย่างน้องมาย่าเล่นเป็นบอดี้การ์ดนะคะ ไม่ใช่เป็นนักวิ่งทีมชาติ กลับค่ะๆ เรามีงานต่ออีก"
"แต่ว่าวันนี้หนูต้องฝึกกับพี่ธรรม์ทั้งวันไม่ใช่เหรอคะ"
"ก็มันมีคิวแทรกเข้ามาน่ะซิคะ งานนี้ทางผู้ใหญ่ขอมา ไม่ไปก็ไม่ได้"
เธอไม่อยากกลับ เริ่มสนุกกับการได้ออกแรงและได้อยู่กับธรรม์ด้วย
"รีบไปค่ะ น้องมาย่า เดี๋ยวต้องไปอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวอีก เดี๋ยวจะไม่ทัน"
เมนี่ดึงตัวเธอเดินออกไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ ชะงักหันกลับมา
"เอ๊ะ อย่างนี้วันนี้ผู้หมวดธรรม์ก็ว่างทั้งวันน่ะซิคะ"
ทั้งคู่มองเมนี่อย่างไม่เข้าใจจะให้ธรรม์ทำอะไร

บ้านไม้ซอมซ่อมอยู่ในดงชุมชนแออัดมีลานหน้าบ้านเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ เจ๋งกอดกล่องเงินไว้พลางถอยกรูดจนชนกำแพงบ้าน จิก พ่อเจ๋งยังเมาไม่สร่างเข้ายื้อกล่องเงิน
"อย่า ! พ่อ นี่เงินไว้ซื้ออะไหล่ให้ลูกค้า"
จิกอย่างเมาบอก
"เอ็งก็ซ่อมรถหาเงินใหม่สิวะ เอาเงินนั่นมานี่"
"ไม่มีเงินซื้ออะไหล่ แล้วจะซ่อมรถได้ไง พ่อ"
"ข้าขอแค่ร้อยสองร้อย อย่ามาทำงกหน่อยเลยวะ"
จิกเข้าไปยื้อรุนแรงขึ้น เจ๋งกอดกล่องไว้แน่น
"จะปล่อยไม่ปล่อย"
"ไม่ปล่อย"
"เอ็งจะไม่ให้จริงๆใช่มั้ย"
"ไม่ให้ ให้ไป พ่อก็เอาไปลงขวดหมด"
"ไอ้ลูกอกตัญญู !"
จิกฟาดเข้าที่หน้าเจ๋งฉาดใหญ่ ,เจ๋งน้ำตาซึมแต่อดกลั้นไม่ตอบโต้
"เอาเงินมา !"
จิกจะฟาดอีกครั้ง อิทธิฤทธิ์มาจากด้านหลังจับมือจิกไว้
"พอเถอะ ลุง"
จิกหันมามอง อิทธิฤทธิ์ยังจับมือจิกไว้แน่น
"เอ็งเป็นใครวะ มาแส่อะไรเรื่องคนอื่น"
จิกเพ่งมองทบทวนความจำ
"ผมก็ไม่อยากแส่หรอก ถ้าลุงไม่รังแกเพื่อนผม ผมขอเถอะนะ อย่าทำไอ้เจ๋งมันเลย"
"ลูกข้า ข้าจะทำยังไงกะมันก็ได้โว้ย ปล่อยข้า บอกให้ปล่อย ถ้าไม่ได้เงิน ข้าจะฟาดให้มันตายคามือเลย"
อิทธิฤทธิ์จับมือจิกอย่างแน่นเกือบจะเหมือนหักมือจิก เขาจ้องนิ่ง
"ลุงเมาจนจำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ"
จิกจ้องหน้าเขาอีกครั้ง
"เออ..นาย"
"ผม...อิทธิฤทธิ์ไง จำผมได้แล้ว ก็คงจำพ่อผมได้นะ"
"คุณอิท..อิทธิฤทธิ์ ลูกชายท่านผู้การ"
จิกยกมือไหว้
"สวัสดีครับๆ คุณพ่อสบายดีนะครับ"
จิกบอกกับเจ๋ง
"เอามาร้อยนึงก็ได้ เร็วซิวะ ข้าต้องรีบไป"
อิทธิฤทธิ์ควักเงินยัดใส่มือ จิกยกมือไหว้ท่วมหัว
"ไอ้เจ๋ง เอ็งนี่มีเพื่อนดีจริงๆ... ขอให้เจริญๆ อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง"
จิกเดินโซเซร้องเพลงออกไป
"ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง"
เจ๋งมองอิทธิฤทธิ์อย่างซาบซึ้ง อ้าปากจะพูดขอบคุณ แต่อิทธิฤทธิ์ขัดเสียก่อน
"ไม่เป็นไร"
อิทธิฤทธิ์ตบไหล่เจ๋งอย่างเข้าใจ เจ๋งยิ่งชื่นชมซาบซึ้งลูกพี่ยิ่งขึ้นไปอีก

เจ๋งกำลังเปลี่ยนยางในมอเตอร์ไซค์อยู่ อิทธิฤทธิ์เช็ดรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไปอย่างทนุถนอม "พ่อพี่อิทนี่ดีนะ ขนาดเจ๋งไม่ใช่ลูกใช่หลานยังแผ่บารมีมาคุ้มครองได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นพี่อิทล่ะจะขนาดไหน"
"เปลี่ยนพ่อกันมั้ยล่ะ"
"พี่อิทอยากได้พ่อขี้เมาเหรอ"
อิทธิฤทธิ์รู้ว่าพ่อตัวเองดีกว่า แต่ยังดื้อไม่ยอมรับ
"มีพ่อมีขี้เมาดีกว่ามีพ่อเผด็จการล่ะวะ แค่โดนไล่ออก โดนด่าจนหูอื้อ แล้วยังมาบังคับให้ชั้นลงเรียนใหม่"
"แล้วไม่ดีตรงไหน"
"แล้วก็ต้องสอบให้ผ่าน"
"มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น"
"ก็เลยไปหาติวเตอร์มาให้ชั้น "
"นั่นยิ่งดีใหญ่"
อิทธิฤทธิ์โมโหที่เจ๋งไม่เข้าข้างคว้าคอเสื้อเจ๋งไว้ เขย่าตัวจนเจ๋งหัวสั่นหัวคลอน
"แกรู้มั้ยว่า พ่อจ้างใครมาเป็นติวเตอร์ให้ชั้น ยัยแว่นโหดที่ไล่เตะแกนั่นไงล่ะ เป็นแกๆจะยอมเรียนกับยัยป้าขาโหดนั่นมั้ย"
เจ๋งรีบกลับลำเข้าข้างอิทธิฤทธิ์ทันที
"ไม่ยอม ! เป็นเจ๋งๆก็ไม่ยอม ให้เรียนกะยัยป้านั่น เจ๋งยอมเรียนกับอัลเซเชี่ยนดีกว่า"
"ชั้นก็ยอมเรียนกับพิทบูลดีกว่า"
ทั้งคู่หัวเราะสนุก อยู่ๆไขควงสองอันหมุนกลางอากาศตรงมาถูกหัวทั้งอิทธิฤทธิ์กับเจ๋งอย่างแม่นยำ
"โอ๊ย" เงคู่หันขวับ "ใครวะ !"

อิทธิฤทธิ์กับเจ๋งหันซ้ายหันขวาหาที่มาหน้าตาตื่น
บริเวณลานห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางบรรยากาศ “งานคนสวยช่วยน้องหมา” เป็นงานประมูลของรักดารา ระดมเงินช่วยหมา
 
มีบู๊ธของรักนักร้องนักแสดงต่างๆกัน มีการแสดงดนตรีเล็กๆบนเวทีประชาชนและแฟนคลับพากันมุงซื้อของ ถ่ายรูป ขอลายเซ็นอย่างวุ่นวาย
หญิง1บอก "นั่นน้องมาย่านี่"
ชาย1บอก "น้องมาย่ามาแล้ว"
ธรรม์เดินนำมณีมันตรากับเมนี่แหวกกลุ่มคนเข้ามาในงาน มณีมันตราแต่งหน้าใส่ชุดสวย,แต่งเยอะตามแฟชั่นผิดกับเด็กหน้าใสๆในตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง
ประชาชนและแฟนคลับผละจากบู๊ธดาราคนอื่นมารุมล้อมนางเอกสาวทันที
หญิง2 บอก "น้องมาย่าน่ารักจังเลย"
หญิง3บอก "ขอถ่ายรูปหน่อยๆ"
"ขอทางด้วยครับ ขอบคุณครับ อย่าเบียดเข้ามาครับ" ธรรม์บอก
"เดี๋ยวไปเจอกันที่บู๊ธดีกว่านะคะ น้องมาย่าอยู่อีกนานเลยค่า ใจเย็นๆนะคะ ถอยออกไปก่อนๆ" เมนี่บอก
ธรรม์หันไปมองมาย่าอย่างเป็นห่วง
"จับแขนพี่ไว้"
มณีมันตราเกาะแขนธรรม์ไว้ เขาตัดสินใจจับมือเธอแล้วดึงให้เดินเร็วๆไปที่บู๊ธ
"ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยครับ"
"เริ่ดมากค่ะหมวด ...แฟนๆ ขา ไปเจอน้องมาย่าที่บู๊ธดีกว่านะคะ"
เธอมองธรรม์ตลอดเวลารู้สึกอุ่นใจ เขาหันมามองเธอเป็นระยะๆ

ชนมนค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามาปรากฎตัว ในมือถือไขควงอีกอัน อิทธิฤทธิ์และเจ๋งได้เห็นชนมนก็งงงันทั้งสองร้อง "เฮ้ย" แล้วถอยไปตั้งหลักอย่างไม่รู้ตัว
"คุณพ่อให้มาตามคุณอิทกลับไปเรียนค่ะ" ชนมนเสียงสุภาพ
"มาได้ไงวะ"
ชนมนโหมดโหดดังเดิม
"เพราะชั้นเก่งน่ะสิ กลับไปกับชั้นเดี๋ยวนี้"
อิทธิฤทธิ์ท้าทาย
"เก่งจริง ก็เข้ามา"
"ได้"
ชนมนเดินเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว เจ๋งหวาดผวา
"ฉีดยาหรือยังเนี่ย"
เธอมองเจ๋งจนหัวหดถอยหลังหนี ชนมนเดินอาดๆไปที่อิทธิฤทธิ์ที่ยืนรออย่างท้าทาย เมื่อเธอใกล้เข้ามาถึงตัว กำลังจะคว้าคอเสื้อ แต่เขายกมือยั้งไว้
"อ๊ะๆๆๆ ไม่ต้องใช้กำลัง กลับก็ได้"
เธอยิ้มอย่างมีชัย เขาเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ เธอตามออกมาและไปที่จักรยานที่จอดห่างออกไป
เขาใส่หมวกกันน็อกขึ้นขี่รถมอเตอร์ไซค์
"ชั้นกลับไปติวก็ได้..แต่ต้องตามชั้นให้ทันนะ"
อิทธิฤทธิ์บึ่งรถออกไป ชนมนมองตามฉุนโกรธที่ถูกหลอก
"ไอ้เด็กบ้า !"
ชนมนรีบขึ้นขี่รถจักรยาน ปั่นรถตามไปอย่างสุดแรงเกิด เจ๋งหัวเราะร่า
"ฮ่าๆๆ สะใจโว้ย"
เจ๋งวิ่งออกมาตะโกนตาม
"ซิ่งโลดเลย พี่อิท ยัยแว่นโหดจะได้รู้ ใครเป็นใคร"
ไขควงหมุนคว้างเหวี่ยงใส่หัวเจ๋งอย่างไม่ทันตั้งตัว
เจ๋งร้องลั่น "เจี๊ยก"
เจ๋งกระโดดกุมหัวอย่างตกใจและเจ็บมาก

อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์มายังถนนในซอยอย่างสบายๆแล้วจอดพัก ชนมนปั่นจักรยานหน้าดำหน้าแดง เขายืนพิงรถมอเตอร์ไซค์แคะขี้หูอยู่ เธอปั่นๆๆ จนเหงื่อท่วมตัว ผมเริ่มฟูยุ่งเหยิง เขาหันไปมองเห็นเธอปั่นรถจักรยานมาเกือบจะถึง
"อ้าว มาแล้วเหรอ งั้นไปละนะ"
อิทธิฤทธิ์หยิบใส่หมวกกันน็อก ขึ้นคร่อมรถ แล้วขี่ตะบึงออกไป เธอมองอิทธิฤทธิ์ที่ซิ่งรถไปอย่างเจ็บใจมาก เธอหอบเหนื่อยแทบขาดใจ
"อย่า..อย่า ให้ชั้นจับตัวได้ล่ะ ไอ้เด็กบ้า"
มอเตอร์ไซค์รับจ้างคันเก่าๆ คนขับอายุ 70 ผ่านมา เธอโบกให้จอด ลุงจอดมอเตอร์ไซค์จอดช้าๆเธอลงจากจักรยาน จอดทิ้งไว้
ชนมนร้อนใจ
"ลุง ขับตามคันนั้นไป"
เธอรีบกระโดดขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ลุงมองไปอย่างใจเย็นถาม "คันไหน"
"นู้นไงลุง"
"นู้นไหน"
"โอ๊ย ขับไปเลยลุง ไม่ต้องถามแล้ว"
ลุงออกรถไปช้าๆ เสียงท่อไอเสียดังแต่กๆ ตลอดทาง ชนมนซ้อนท้ายอย่างลุ้นๆ

รถมอเตอร์ไซค์ของอิทธิฤทธิ์แล่นฉิวผ่านไปเหมือนลมพัด มอเตอร์ไซค์ลุงวิ่ง แต่ก แต่ก แต่ก เธอซ้อนท้ายอยู่รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายตามรถไป
"เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอลุง"
"มันอันตราย"
"จอดๆๆ"
ลุงจอดมอเตอร์ไซค์ เธอลง แล้วไปดึงตัวลุงลงจากรถ
"มานี่ หนูเอง"
เธอรีบเร่งขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ ลุงขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์มองอย่างงงๆ เธอออกรถแล่นเร็วกว่าเมื่อกี้นิดนึง
ถนนใหญ่รถแล่นมาเต็มถนนดูยุ่งเหยิงวุ่นวาย เธอขี่มอเตอร์ไซค์มา พยายามเร่งความเร็วแต่เร่งยังไงก็ช้าเท่าเดิมมาแล้ว ลุงซ้อนมอเตอร์ไซค์มาด้วยอารมณ์ชิลๆไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอตัดสินจอดรถริมถนน
"ลุง ขอโทษนะ ลงไปก่อน"
ลุงลงจากรถมอเตอร์ไซค์อย่างงงขึ้นไปอีก
"ลุงซ้อนไปด้วยแล้วมันหนัก มันช้าน่ะ หนูขอยืมรถลุงก่อนนะ เดี๋ยวเอามาคืน"
"คืนยังไง"
"อีกชั่วโมง ลุงไปรับรถคืนที่บ้านผู้การอิทธิพลนะ"
"เดี๋ยวๆ อีหนู เดี๋ยวๆ"
"รับรองหนูเอารถไปคืนแน่ๆ บ้านผู้การอยู่ซอย 10 ถามใครแถวนั้นก็ได้ หนูไปนะ
ขอบคุณนะคะ ลุง"

เธอรีบเร่งขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ลุงทบทวนความจำอย่างงุ่นง่านเชื่องช้า
ถนนใหญ่ รถคับคั่งเต็มถนนกำลังติดไฟแดงยาวเหยียด
 
อิทธิฤทธิ์ขี่รถมอเตอร์ไซค์ซอกแซกและซอกซอนไปมาอย่างเก่ง เธอขับตามมาห่างๆ เห็นรถอิทธิฤทธิ์อยู่ไกลพอตามทันแล้ว มองเห็นไฟแดง
"เสร็จชั้นแน่ ...อย่าเพิ่งเขียวนะ ลูก"
อิทธิฤทธิ์ขี่รถซอกซอนจนถึงแถวหน้าของขบวนรถติด ไฟเขียวทันที เขาออกตัวไปเป็นคันแรก
"โธ่เว้ย"
เธอขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้

อิทธิฤทธิ์มองกระจกเห็นชนมนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาไม่ห่าง เขาเร่งความเร็วขึ้นแล้วเลี้ยวเข้าซอยทันที เธอเร่งความเร็ว ขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าซอยตามไม่ลดละ เขาขี่รถลดเลี้ยวไปมาในซอยอย่างชำนาญ
หลบเครื่องกีดขวาง เด็กเล็กถือของเล่นวิ่งตัดหน้า เขาดริฟท์รถหลบได้ทัน เด็กยืนนิ่ง แต่ฉี่ไหล เขาขี่รถหนีเข้าซอกที่แคบมาก เห็นเธอขี่สวนมา เขาต้องขี่ไต่กำแพงเพื่อกลับรถ
อิทธิฤทธิ์ขี่รถอยู่ในตรอก ชนมนเลี้ยวตามอย่างเร็วจี๋ เขาซิ่งรถอย่างเร็วจนถึงกองขยะกองใหญ่แล้วดริฟท์เลี้ยววืดออกไปทันควัน เธอซิ่งตามมาติดๆไม่ทันมอง รู้ตัวอีกทีก็เห็นกองขยะกองใหญ่ตรงหน้า
ชนมนร้องลั่น "เฮ้ย ว้าย !"
ชนมนเลี้ยวรถหลบไม่ทันชนเข้ากับกองขยะกองใหญ่อย่างจัง

บรรยากาศวุ่นวายเซ็งแซ่ด้วยผู้คน มณีมันตรายืนขายเสื้อยืดของงานอยู่ที่บู๊ธ แฟนคลับยืนเข้าแถวยาวเหยียด ธรรม์คอยดูแลควบคุมให้เข้ามาทีละคน เธอส่งเสื้อยืดให้แฟนคลับ รับเงิน ยิ้มและถ่ายรูปคู่ด้วยกับแฟนคลับที่เข้ามาไม่ขาดสาย เธอยิ้มถ่ายรูปจนปากเหงือกแห้งจนยิ้มแทบไม่ออก ธรรม์รู้ถึงความเหนื่อยของเธอที่ทั้งเหนื่อยทั้งกระหายน้ำ
เมนี่เดินแทรกเข้ามา
"ขอเวลาแป๊บนึงนะคะ"
เมนี่ซับหน้าให้มณีมันตราอย่างรวดเร็ว
"พี่เมนี่ใช้งานพี่ธรรม์อย่างนี้จะดีเหรอคะ"
"ก็คิวของผู้หมวดเป็นของเราทั้งวันอยู่แล้ว ถ้าให้กลับไปก็เสียของซิคะน้องมาย่า งานนี้เค้าไม่มีการ์ดให้เรา พี่ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้หมวดนี่แหละ น้องมาย่าเตรียมตัวนะ อีกสิบนาทีเราจะกลับแล้ว"
"อ้าว เราไม่อยู่จนจบงานเหรอคะ"
"อุ๊ย งานกุศล ค่ารถก็ไม่มี มาให้ก็บุญแค่ไหนแล้ว"
นักข่าว 3-4 คนเข้ามาถ่ายรูปนางเอกสาว
"อุ๊ย นักข่าวมาแล้ว ไปขายเสื้อต่อเถอะค่ะ"
เมนี่รีบจับเธอหมุนตัวกลับให้ไปโพสหน้าขายเสื้อถ่ายรูป
นักข่าว1บอก "ไม่ค่อยเห็นน้องมาย่ามางานแบบนี้เลยนะครับ"
เมนี่บอก
"ใช่ที่ไหนคะ น้องมาย่าออกงานการกุศลออกบ่อยๆ ถ้าเป็นงานช่วยเหลือสังคมล่ะก็
ขอให้บอก น้องมาย่าไปทุกงานเลยค่ะ เออ..วันนี้ขอไม่ให้สัมภาษณ์นะคะ"
"น้องมาย่าต้องช่วยขายเสื้อหาเงินให้เยอะๆไปช่วยน้องหมาน้องแมว เอ้า น้องๆ เชิญเข้ามาซื้อเสื้อเลยค่ะ"
กลุ่มนักข่าวถอยออกไป กลุ่มแฟนคลับเบียดเข้ามาแทน แฟนคลับชายเบียดเข้ามาซื้อเสื้อยัดแบ๊งค์พันใส่มือมณีมันตรา
แฟนคลับชายบอก
"พี่ให้พันนึงเลย ขอถ่ายรูปหน่อยนะ"
แฟนคลับชายเข้าประชิดตัวยกมือขึ้นจะโอบไหล่ ธรรม์จับมือแฟนคลับชายไว้ได้ทัน
"มากไปหน่อยมั้ง"
ธรรม์มองแฟนคลับชายด้วยสายตาดุๆ จนแฟนคลับชายต้องหัวหดรับเสื้อแล้วเดินออกไปเลย
มณีมันตรามองธรรม์อย่างขอบคุณและยิ่งปลื้ม

มณีมันตรากับเมนี่พากันเดินกลับมาที่รถตู้ เธอมองหาธรรม์ที่ไม่ได้เดินมาด้วย
"พี่เมนี่คะ"
เมนี่ก้มหน้าก้มตาเช็คตารางงานในมือถือ
"พรุ่งนี้เก้าโมงซ้อมยิงปืน ทำไมช่วงบ่ายมันว่างนัก เราพลาดไปได้ไง"
"พี่เมนี่คะ พี่ธรรม์ไปไหนคะ"
"พี่เมนี่ให้กลับไปแล้ว เห็นว่าต้องไปทำงานต่อ ขึ้นรถๆ กลับบ้านได้แล้ว"
เมนี่กดมือถือดูตารางงานไป อีกมือเปิดประตูรถตู้ให้มณีมันตรา เธอมองไปรอบๆ หาธรรม์อีกครั้ง
"จะลากันซักนิดก็ไม่มี"
มณีมันตรากำลังจะขึ้นรถ ขวดน้ำเปล่ามายื่นให้ตรงหน้า ธรรม์เป็นคนส่งขวดน้ำมาให้
"พี่ไปนะ พรุ่งนี้เจอกัน"
ธรรม์จะผละออกไปแล้วต้องชะงัก
"เดี๋ยวค่ะ พี่ธรรม์"
ธรรม์หันกลับมามอง มณีมันตราเก้อเขินไม่รู้จะพูดอะไร
"น้ำ...ไม่เย็น"
"เหนื่อยๆ ไม่ควรดื่มน้ำเย็น พี่เดินหาซื้อทั้งห้างเลยนะ กว่าจะได้น้ำไม่เย็นขวดนี้น่ะ"
ธรรม์เดินออกไป
มณีมันตราพูดเสียงดัง
"ขับรถดีๆนะคะ พี่ธรรม์"
ธรรม์เดินออกไปลิ่วๆ ไม่ได้หันมามอง แต่ยิ้มกับตัวเอง มณีมันตรากอดขวดน้ำไว้ยิ้มอย่างมีความสุข

ค่ำต่อเนื่องมา บ้านอิทธิฤทธิ์เงียบเชียบ ลุงนั่งยองๆ รออยู่หน้าบ้านอย่างเปล่าเปลี่ยวเสียงจิ้งหรีดร้องระงม ชนมนเดินจูงมอเตอร์ไซค์มาอย่างอ่อนแรง
"ลุง ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ เดี๋ยวหนูจ่ายค่ารถให้ พันนึงพอมั้ย"
"อืม..ก็นะ"
ลุงมองมอเตอร์ไซค์ตัวเองอย่างพิจารณา เธอเขี่ยขาตั้งรถ พอขยับรถให้จอดปุ๊บ ไฟหน้าหลุดออกมากลิ้งไปที่พื้น ทั้งคู่มองไฟที่ตกลงมา
ชนมนถามอ่อยๆ "สองพัน"

ลุงมองเธอตาปริบๆ
ถนอมไม่เห็นด้วย ไม่เข้าใจ คิดว่าชนมนเว่อร์ใช้เงินเปลือง
 
"สองพัน ค่ารถอะไรคะ ตั้งสองพัน วันนี้หนูชนไปตามคุณอิทถึงไหนคะ ไปถึงตะเข็บชายแดนเลยหรือไง ค่ารถถึงได้แพงอย่างนี้"
ชนมนเกรงใจมาก
"เดี๋ยวหนูจะอธิบายนะคะ หนูขอเบิกก่อนได้มั้ยคะเนี่ย"
"ได้ซิคะ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ก็เบิกได้ค่ะ ขออย่างเดียว ขอให้หนูชนทำให้คุณอิทยอมติวกับหนูให้ได้ ไหนคะ ตาลุงมอเตอร์ไซค์หน้าเลือดอยู่ไหน ขอป้าเจอหน้าหน่อยซิ"
ถนอมเข็ดเขี้ยวนึกว่าชนมนถูกฟันหลอกเอาเงิน
ลุงยืนลูบมอเตอร์ไซค์ตัวเองอย่างหงอยๆ ถนอมถือกระเป๋าเงินเดินอาดๆ ออกมา ชนมนตามมาติดๆ
ถนอมกระแทกเสียงบอก
"นี่เอาไป ค่ารถสองพัน !"
ลุงรับเงินมาจากถนอมอย่างซื่อๆ
"หนูน่ะซื่อเกินไป ถึงได้ถูกโก่งค่ารถขนาดนี้ รับเงินแล้วก็เชิญกลับไปได้เลย คนเรานะ แทนที่เห็นคนเดือดร้อนจะช่วยๆกัน แต่กลับขูดรีดกัน แค่ขอยืมขับชั่วโมงสองชั่วโมง จะสึกหรอซักเท่าไหร่เชียว ห๊า!"
ถนอมตบไปที่รถมอเตอร์ไซค์เบาๆ
ทันใดนั้นรถที่ตั้งอยู่ก็ทลายลงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชนมน ถนอมและลุงมองดูกองเศษเหล็ก นิ่งงัน
ถนอมหยิบเงินจากกระเป๋าส่งให้ลุงอย่างหน้านิ่งๆ
"นี่..ห้าพัน ชั้นให้"
ถนอมหน้าจ๋อยแต่ฝืนขืนทำหน้านิ่งไว้ ชนมนหน้าจ๋อยสงสารลุงจริงๆ

ชนมนและถนอมเดินกลับเข้าบ้าน ถนอมเห็นใจสงสารชนมนที่ไปผจญเวรผจญกรรมกับอิทธิฤทธิ์มา
"คุณอิทนะ คุณอิท ร้ายกาจขึ้นทุกวัน แต่เวลาดีๆคุณอิทก็ดีแสนดีนะคะ วันนี้คงยังไม่ทันตั้งตัวน่ะ ป้าว่า หนูชนกลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้มาใหม่ดีมั้ยคะ"
"หนูจะรอคุณอิทค่ะ หนูรับปากกับท่านผู้การแล้ว"
"ไม่ต้องรอหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณท่านกลับมา ป้าจะเรียนให้ท่านทราบเองว่า หนูได้พยายามถึงที่สุดแล้ว"
"หนูยังพยายามได้อีกค่ะ หนูขอรอคุณอิทนะคะ"
"ไม่รู้ว่า คุณอิทจะกลับกี่ทุ่มกี่ยามนะคะ"
"ดึกแค่ไหน หนูก็จะรอค่ะ"
"อย่าเลยค่ะ กลับบ้านพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูอึด"
"แต่คุณอิทคงไม่มีกะใจเรียนแล้วน่ะสิคะ"
ชนมนมุ่งมั่น
"แต่หนูจะสอนค่ะ ยังไงวันนี้หนูก็ต้องจับคุณอิทของป้าเรียนให้ได้ค่ะ ไม่งั้นเสียชื่อติวเตอร์ชนหมด"
ถนอมยอมแพ้ในความมุ่งมั่นเดินออกไป ชนมนนั่งลงหยิบหนังสือกฎหมายมาวางปังๆเรียงกัน เธอมุ่งมั่นเอาจริงไม่ยอมให้อิทธิฤทธิ์รอดหลุดมือไปได้ เป็นไงเป็นกันซิน่า !

มณีมันตราในชุดนอนเดินมาล้มตัวนอนลงบนเตียง เธอคว้าหนังสือเรียนข้างเตียงมาอ่านก็ชะงักเห็นขวดน้ำที่ธรรม์ให้วางอยู่ เธอมองที่จอมือถืออย่างแปลกใจที่มีข้อความมาจากธรรม์อยู่ก่อนแล้ว
"พี่ธรรม์"
เธอทั้งแปลกใจและดีใจรีบกดเปิดอ่านข้อความ ใกล้เห็นข้อความเก่า “ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับวันนี้”
ข้อความจากธรรม์ “พี่ยินดีช่วยน้องมาย่าเสมอ..ตอบแล้วนะ”
มณีมันตรายิ้มปลื้มกับข้อความธรรมดาๆของธรรม์

เวลาต่อเนื่องมา ธรรม์ในชุดตำรวจนั่งพิมพ์งานอยู่ที่โต๊ะทำงาน เสียงมือถือส่งสัญญาณว่ามีข้อความเข้า เขาหยิบมือถือขึ้นมากดอ่านแล้วยิ้มขำ ข้อความจากมาย่า จบด้วยรูปเด็กชายเด็กหญิงจับมือกัน เขามองมือถือนิ่งไม่อยากตีความเข้าข้างตัวเอง

ดึกต่อเนื่อง ชนมนนั่งกอดอกอยู่ที่เดิม สีหน้าเรียบนิ่ง นั่งที่เดิม ท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แก้วน้ำใส่น้ำแข็งเต็มละลายจนเหลือไม่กี่ก้อน ก้อนน้ำแข็งละลายหดตัวชนกันเสียงดังก้อง เข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆจนห้าทุ่ม เสียงเข็มนาฬิกาเดินดังก้องตึกๆในห้องเงียบ
ชนมนยังนั่งนิ่งน่าเกรงขามอยู่เหมือนเดิม

อิทธิฤทธิ์เดินเข้าบ้านอย่างชิลสุดๆ ผ่านโต๊ะกินข้าว เห็นว่าชนมนนั่งหันหลังอยู่ อิทธิฤทธิ์เดินผ่านไป แล้วนึกว่าตาฝาดย้อนกลับมาดูเห็นเธอก็ตกใจ
"เฮ้ย! เล่นงี้เลยเหรอ"
ชนมนลุก หันหน้ามาจริงจัง โกรธกรุ่นๆแต่ยังบังคับให้ตัวเองใจเย็นได้
"เริ่มเรียนกันได้แล้วเนอะ"
"ไม่เรียน! กลับบ้านไป"
"ชั้นจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะได้สอนนาย"
"ก็คนมันไม่อยากเรียน"
"แล้วคิดว่าชั้นอยากสอนเด็กแว้นไร้สมองอย่างนายนักเหรอ"
"ไม่อยาก ก็กลับไป"
อิทธิฤทธิ์เดินหนี เธอเดินตามและดึงแขนเขาให้หันมา เขามองอย่างเอาเรื่องที่เธอมาถูกตัว
"แต่ชั้นรับค่าจ้างพ่อนายมาแล้ว ชั้นก็ต้องทำตามหน้าที่"
อิทธิฤทธิ์เยาะ
"อ้อ เห็นแก่เงิน"
"เออ ใช่ ชั้นไม่ใช่ลูกเศรษฐีอย่างนาย ชั้นจึงต้องทนทำงานที่ชั้นไม่อยากทำ ไม่ว่างาน
จะห่วยแตกแค่ไหน ถ้าเงินดี ชั้นก็ต้องทำ..."
เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ พูดยั่วเพื่อให้โกรธจะได้ไปให้พ้นหน้าซะ
"แปลว่า ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินงั้นซิ"
อิทธิฤทธิ์มองสำรวจตรวจตราเธอทั่วตัวอย่างตีราคา แม้เธอโกรธมาก แต่พยายามกดอารมณ์เอาไว้
"นี่พ่อชั้นจ่ายไปเท่าไหร่ แล้วเธอต้องทำอะไรบ้าง พ่อต้องจ่ายหนักแน่ๆ งั้นเธอติวอย่างเดียวก็ไม่คุ้มซิ"
ชนมนขยับถอยนิดนึงอย่างระวังตัว
เขาหัวเราะเยาะ
"อย่างเธอน่ะ ให้ฟรีก็ไม่เอาหรอก ถ้าอยากได้เงินพิเศษก็ไปบริการพ่อชั้นโน่น"
"นี่นาย!"
อิทธิฤทธิ์เบ้ปากแล้วหันหลังเดินไป เธอทนไม่ไหว โมโหขึ้นเรื่อยๆจนระเบิดแตก ร้องเสียงดัง
"ย๊าก"

อิทธิฤทธิ์ตกใจหันมา แต่ก็ไม่ทันแล้ว ชนมนกระโดดตัวลอย เหวี่ยงขาเตะหน้าอิทธิฤทธิ์
 
อ่านต่อหน้า 2
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 2 (ต่อ)

ภาพอดีต ด.ญ.ชนมน กำลังเตะต้นกล้วย ชูชัยยืนคุม

"เป็นลูกผู้หญิง เรียนวิชามวยไว้ไม่เสียหลาย"
ด.ญ. ชนมน เตะต้นกล้วยอีกครั้งหนึ่ง
"ไว้ป้องกันตัวเวลามีใครมารังแก"
ด.ญ.ชนมน กระโดดลอยตัวเตะต้นกล้วย ในท่าเดียวกับปัจจุบัน
"จำไว้ใช้ในคราวจำเป็นเท่านั้น"

อิทธิฤทธิ์กระเด็นกลางอากาศไปสลบแน่นิ่งที่พื้น ชนมนยืนจังก้าอยู่อย่างกับซุปเปอร์ฮีโร่
"ครั้งนี้ขอนะพ่อ หนูเหลืออดจริงๆ"
ชนมนยืนค้ำก้มลงมองซากอิทธิฤทธิ์ที่อยู่บนพื้นห้องอย่างแพ้ราบคาบ!

อิทธิฤทธิ์นอนหลับบนโซฟา ใบหน้ามีรอยฟกช้ำที่ใส่ยาแล้ว เขาสลึมสลือตื่น แล้วก็เจ็บแผลที่หน้าแตะหน้าตัวเองร้อง
"ออย..โอ๊ย"
เขามองรอบๆห้องอย่างงงๆ สายตามองไปที่ปลายเท้าเห็นใครนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขายันตัวขึ้นเพื่อจะมองได้ชัดๆ แล้วเพ่งสายตา จนเห็นเป็นชนมนนั่งถือหนังสืออยู่
" หัวข้อที่ 1 ผู้เสียหาย”
อิทธิฤทธิ์อึ้ง หงายหลังผึ่งเป็นลมสลบไปอีกที เธอพลิกหนังสืออย่างใจเย็นสุขุมแอบน่ากลัวอยู่เล็กๆ

ท้องฟ้าแจ่มใสเหนือบ้านอิทธิฤทธิ์ในตอนเช้า เขานั่งกอดอกหน้าบึ้งที่โต๊ะอาหาร อิทธิพลยืนหน้าดุ ถนอมยืนเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ
"ไม่ ! ยังไงก็ไม่"
"แต่แกต้องเรียน"
อิทธิฤทธิ์ชี้ที่หน้าตัวเอง
"ไม่เห็นฝีมือยัยแว่นโหดหรือไง"
"แกก็สมควรโดนแล้ว อย่างนี้ชั้นก็ยิ่งเห็นว่า หนูชนเหมาะเป็นติวเตอร์ของของแก"
"ชอบยัยแว่นโหดนัก ก็ไปติวกันเองแล้วกัน"
อิทธิฤทธิ์ลุกขึ้นจะเดินหนี ต้องชะงักเมื่อโดนอิทธิพลดุใส่
"ไอ้อิท"
ชนมนเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ หยุดรออยู่ที่ประตู
"แกจะเอายังไง"
"ผมลงเรียนซัมเมอร์ก็ได้ แต่..."
อิทธิฤทธิ์หันไปเห็นชนมนยืนทำตัวไม่ถูกอยู่พอดี
"แต่ยัยแว่นโหดต้องโดนไล่ออก"
อิทธิฤทธิ์คว้าเสื้อแจ็คเก็ตเดินปึงปังออกไป ถนอมผละตามไป
ชนมนพึมพำ
"เงินแสนสองของชั้น"
ชนมนยืนจ๋อยรู้สึกผิดนิดๆ ที่กระโดดเตะอิทธิฤทธิ์จนจะทำให้เงินก้อนใหญ่หลุดลอย

อิทธิฤทธิ์ออกมาจากตัวบ้านตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ ใส่แจ็คเก็ตดำ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรหามณีมันตรา
"ฮัลโหล มาย่า เธออยู่ไหน โอเค รอนะ" อิทธิฤทธิ์พูดรวบรัดเอาแต่ใจ
ถนอมกระหืดกระหอบตามมา
"คุณอิท ! อย่าเพิ่งไปค่า"
อิทธิฤทธิ์ใส่หมวกกันน็อก ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ถนอมได้แต่มองตามทำอะไรไม่ได้

ชนมนนั่งหน้าจ๋อยคิดว่าถูกไล่ออกจากงานแน่ๆ อิทธิพลนิ่งคิดตริตรองจะทำยังไงต่อไปกับลูกชายดี
"ท่านคะ หนูขอโทษนะคะ หนู...หนูไม่น่า ไม่น่าทำร้ายคุณอิทเลย"
"หนูทำถูกแล้วล่ะ"
ชนมนหน้าเหวอคิดไม่ถึง
"อย่างนายอิทใช้ไม้อ่อนไม่ได้หรอก แต่ใช้ไม้แข็งก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ อย่างที่เห็นเมื่อวาน..ใช่มั้ยล่ะ"
"นั่นน่ะซิคะ ถ้าท่านคิดจะหาติวเตอร์คนใหม่ หนูก็เข้าใจนะคะ ส่วนเงินค่าติวเมื่อวาน หนูจะคืนให้นะคะ เพราะหนูยังไม่ได้ติวอะไรเท่าไหร่"
ชนมนควักกระเป๋าตังค์ออกจากถุงผ้าอย่างเสียดายเงินสุดชีวิต
"เก็บไว้เถอะ คิดซะว่าเป็นค่าเสียเวลา"
ชนมนห่อเหี่ยวเมื่อรู้ว่าต้องออกจากงานจริงๆ
"งั้นหนูลาล่ะค่ะ"
ถนอมเพิ่งเดินเข้ามาตกใจที่เห็นชนมนจะไปแล้ว
"ลาไปไหน ชั้นยังไม่ได้ให้หนูออก หนูจะต้องเป็นติวเตอร์ของนายอิทต่อไป หนูจะทำ
ยังไงก็ได้ ทำให้นายอิทยอมเรียนกับหนู แล้วก็สอบผ่านให้ได้ ไม่ว่าหนูจะเลือกใช้วิธีไหน ชั้นอนุญาต แล้วถ้ามีค่าใช้จ่ายอะไร มาเบิกได้กับป้าหนอมได้ งบไม่อั้น"
ถนอมยิ้มกว้างโล่งใจแทนชนมน ชนมนตาโตหูผึ่ง
"งบไม่อั้น งั้นหนูไปตามคุณอิทก่อนนะคะ แล้วนี่หนูควรไปตามที่ไหนก่อนดีคะ นอกจากนายเจ๋งแล้ว คุณอิทมีเพื่อนที่ไหนอีก"
ถนอมบอก
"คุณมาย่าค่ะ ! คุณอิทต้องไปหาคุณมาย่าแน่ๆ ป้าเป็นแฟนคลับคุณมาย่าค่ะ เดี๋ยวป้าเช็คให้ได้ว่า ตอนนี้คุณมาย่าอยู่ที่ไหน"
"งั้นหนูไปก่อนนะคะ ป้ารู้ว่ามาย่าอยู่ไหน โทรเข้ามือถือหนูเลยนะคะ"
ชนมนกระวีกระวาดออกไปด้วยแรงของเงินค่าจ้าง ถนอมรีบกดมือถือดูเฟสบุ๊คหน้าแฟนเพจของมาย่า
"วันนี้คุณมาย่าคิวแน่นอีกแล้ว เช้ามีซ้อมยิงปืนที่สนาม..."
อิทธิพลครุ่นคิดเรื่องอิทธิฤทธิ์
"นายอิทมันไม่มีเพื่อนคนอื่นบ้างหรือไง นอกจากหนูมาย่าน่ะ"
"คุณอิทยอมคบใครที่ไหนกับเค้าล่ะคะ ตั้งแต่คุณผู้หญิงไปจากบ้านนี้ก็เก็บตัวไม่ยอมพูดกับใครเป็นเดือนๆ นี่ถ้าคุณท่านใจเย็นซักนิด ไม่ส่งคุณอิทเข้าโรงเรียนประจำ"
"ชั้นทำอะไรก็ผิดไปหมดซินะ"
"คุณท่านไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ ถ้าในตอนนั้นคุณท่านจะช่วยปลอบคุณอิท พูดให้เธอเข้าใจ ไม่ใช่เอาแต่เข้มงวด สั่งอะไรแล้วไม่เป็นตามสั่ง ก็ส่งคุณอิทเข้าโรงเรียนประจำดัดนิสัย"
"พ่อชั้นก็สอนชั้นมาอย่างนี้ ชั้นได้ดีมาถึงวันนี้เพราะชั้นเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร"
"ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เด็กสมัยนี้เค้าต้องการความรักความเข้าใจ การใช้อำนาจเข้มงวดกับลูก มีแต่ทำให้ลูกเห็นพ่อแม่เป็นศัตรูมีปัญหาอะไร ลูกถึงได้วิ่งไปหาเพื่อนไงคะ คุณท่านไม่รู้สึกหรือไงว่า นับวันคุณอิทก็ยิ่งห่างไกลไปจากคุณท่านทุกทีๆ"

อิทธิพลจำต้องฟังถนอมเถียงไม่ได้ ถนอมพูดถูกทุกอย่างจริงๆ
ชนมนวิ่งออกมาทางบ้านอิทธิฤทธิ์มองซ้ายมองขวา มอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านไปมาสองสามคันมีคนซ้อนท้ายทุกคัน ลุงมอเตอร์ไซค์คนเดิมขับรถผ่านมา เธอโบกเรียกทันที

"จอดๆๆ ลุงจอดด้วย"
ลุงชะลอรถมอเตอร์ไซค์ พอเห็นหน้าชนมนก็ตกใจจะขับถอยหนี เธอไม่ได้เห็นอาการสยองขวัญของลุง และขวางทางไว้
"อ้าว ลุงนั่นเอง รถซ่อมเร็วนะเนี่ย ...งั้นวันนี้ขอยืมอีกนะคะ"
ลุงส่ายหน้าอย่างเข็ดขยาด
"น่านะคะ วันนี้หนูจ่ายให้ไม่อั้น"
ชนมนไม่สนใจเข้าแย่งแฮนด์จากลุง ลุงเงอะงะลงจากรถอย่างจำใจ
"อีกสองชั่วโมงเจอกัน ที่เดิมนะ ลุงนะ"
ชนมนออกรถวิ่งไป ยังมีหน้าหันกลับมาโบกมือยิ้มดีใจ ตะโกนบอก
"ขอบคุณนะคะ"
ลุงมองตามรถคู่ชีพอย่างอาลัยอาวรณ์

มาย่าจับปืนเก้ๆกังๆ ธรรม์กำลังสอนท่าจับปืนอยู่ โดยไม่กล้าแตะต้องตัวมาย่า ได้แต่พูดพลางทำท่าให้ดู
"ยืนตัวตรง ขากางออก คราวนี้หันตัวมาทางซ้ายนิดนึง ปลายเท้าขวาหันไปทางเป้า ยกมือขวาขึ้นในระดับสายตา มองตรงไปที่เป้า"
"อย่างนี้ใช่มั้ยคะ"
มณีมันตราทำตามที่ธรรม์บอกทุกอย่างแต่ยังเงอะงะอยู่
"ดี แล้วก็ยกปืนขึ้นลงหลายครั้ง จนกว่าจะเจอจังหวะที่ถนัดที่สุด ลองเอามือซ้ายไขว้หลังไว้ เผื่อจะถนัดขึ้น"
มณีมันตรายังทำไม่ถูก มือขวายกปืนขึ้นเล็งอย่างอ่อนปวกเปียก
"อย่างนี้เหรอคะ"
"อย่าเพิ่ง เอานิ้วชี้ขนานไปกับแนวปืนก่อน อย่าเพิ่งเอานิ้วเข้าโกร่งไกจนกว่าจะยิง"
เมนี่เดินเข้ามาเห็นธรรม์ยืนชี้นำอยู่ห่างๆ มณีมันตราก็งุนงงทำตามไม่ถูก
"อย่างนี้วันนี้จะได้ยิงมั้ยคะเนี่ย คุณผู้หมวด"
"ขอโทษนะ"
ธรรม์จับมือมาย่าให้จับปืนให้ถูกแล้วจับให้มือนิ่งมั่นคงเล็งเป้า มณีมันตราเหมือนอยู่ในอ้อมแขนของธรรม์โดยปริยาย เธอหน้าแดงใจเต้นแรงเหลือบมองธรรม์อย่างเก้อเขิน
ธรรม์ก็เก้อๆเขินๆจนลืมปล่อยมือจากเธอ
อิทธิฤทธิ์เสียงเข้ม
"มาย่า!"
มาย่าหันไปเห็นอิทธิฤทธิ์ ไม่ทันเอะใจกับสีหน้าทะมึนของอิทธิฤทธิ์
"อ้าว อิท มาเร็วจัง"
อิทธิฤทธิ์มองธรรม์จ้องเขม็ง ธรรม์ค่อยๆ ปล่อยมือ เมนี่ยิ้มหวานให้อิทธิฤทธิ์
"น้องนักแข่งรถ เพื่อนน้องมาย่า"
"ทำอะไรกัน"
"ฝึกยิงปืนไง"
มณีมันตรากอดแขนธรรม์อย่างสนิทสนม
"เซอร์ไพรส์ใช่มั้ยล่ะ พี่ธรรม์เป็นครูสอนยิงปืนชั้น"
"เงินเดือนตำรวจไม่พอกินหรือไง ถึงได้มารับจ้างสอนยิงปืนน่ะ"
"นี่...นี่รู้จักกันหมดเลยหรือคะ หมวดธรรม์ น้องนักแข่ง" เมนี่ว่า
"อิท..อิทธิฤทธิ์เป็นน้องชายของพี่ธรรม์ค่ะ พี่เมนี่"
"ใช่ที่ไหนแค่คนอาศัย ... วันนี้มีแข่งรถ ไปด้วยกันนะ"
เมนี่รีบแทรก
"ไม่ได้นะคะ เสียภาพพจน์น้องมาย่าหมดค่ะ สาวน้อยสวยแก่นแสนซนจะไปแว้นกับน้องได้ไงคะ ตอนนี้น้องมาย่ามีภาพเป็นองค์หญิงน้อยแห่งวงการบันเทิง น้องอิทคงต้องไปหาสาวสก๊อยที่อื่นล่ะค่ะ"
อิทธิฤทธิ์ไม่สนใจฟังเมนี่เลยแม้แต่น้อย
"เธอผิดนัดชั้นมาก
กำลังโหลดความคิดเห็น...