xs
sm
md
lg

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 3

เผยแพร่:

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 3

ชนมนเดินนำอิทธิฤทธิ์ซอกซอนเข้ามาในตลาด อิทธิฤทธิ์หยุดที่หน้าร้านขายเป็ดย่าง ชนมนเดินย้อนกลับมาดึงอิทธิฤทธิ์ให้เดินต่อไป

อิทธิฤทธิ์นั่งหน้ามุ่ยๆ ทำหน้าเซ็งๆ ในขณะที่ชนมนนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ อิทธิฤทธิ์กับชนมนนั่งยองๆ อยู่ที่พื้นหน้าสาแหรกแม่ค้าขายขนมจีนน้ำยา ชนมนรับจานขนมจีนน้ำยาจากแม่ค้าแล้วส่งต่อให้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์นั่งกินอย่างซังกะตายแต่แล้วก็รู้สึกว่าขนมจีนรสเด็ดไม่เบา
พ่อค้าขายน้ำถือถาดน้ำปั่นแก้วใหญ่น่ากินเดินผ่าน อิทธิฤทธิ์จะกวักมือเรียก ชนมนจับมืออิทธิฤทธิ์ให้ลดลง ชนมนตักน้ำจากกระติกน้ำใบใหญ่ที่มีป้ายติดไว้ว่า “น้ำฟรี” อิทธิฤทธิ์รับถ้วยพลาสติคใส่น้ำเปล่ามากินแก้ขัด
ชนมนส่งเงินยี่สิบบาทให้พ่อค้าแล้วรับลูกชิ้นปิ้งมาสองไม้ ชนมนส่งลูกชิ้นปิ้งไม้หนึ่งให้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์รับไปกินอย่างเอร็ดอร่อย ชนมนกับอิทธิฤทธิ์เดินเที่ยวตลาดกลางคืนของสะพานพุทธซึ่งมีทั้งกองเสื้อมือสองขาย กระเป๋า เข็มขัด รองเท้าผ้าใบ หนังสือการตูนมือสอง ทุกแผงขายของติดป้ายราคา 20-50 บาท ชนมนกับอิทธิฤทธิ์เดินกินไอติมมาด้วยกันอย่างลืมความบาดหมางไปชั่วครู่


อิทธิฤทธิ์กับชนมนยืนอยู่ริมน้ำในบรรยากาศผ่อนคลาย อิทธิฤทธิ์นับเงินในมือ
“กินไปตั้งเยอะ ยังเหลือตั้งสามร้อย น่าจะพอค่าแท๊กซี่กลับบ้าน”
อิทธิฤทธิ์ยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกงก็เห็นชนมนยืนมองมา
อิทธิฤทธิ์พูด “เออๆ รู้แล้วๆ ชั้นรู้แล้วว่า เงินทุกบาทมีค่าแค่ไหน เงินบาทนึงอย่างน้อยก็ซื้อน้ำเปล่ากินได้”
ชนมนไม่ตอบแต่ยังจ้องอิทธิฤทธิ์เพราะรอคำพูดอื่นมากกว่า
“เออๆ แล้วชั้นจะคืนเงินเธอให้ ห้าร้อยแปดบาท จะคิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้นะ เอาอย่างนี้ชั้นจะคืนให้เป็นสิบเท่าเลย ดีมั้ย หรือว่าต้องการให้ชั้นขอบคุณ ไหนว่า ไม่ต้องการคำขอบคุณไง”
“ชั้นไม่ต้องการให้นายขอบคุณชั้น แต่ชั้นอยากให้นายรับปากว่า ต่อไปนายจะตั้งใจเรียน..”
“ก็มันไม่อยากเรียน”
“แต่นายต้องเรียน เพื่อตัวนายเอง ชั้นไม่รู้หรอกนะว่า นายมีปัญหาอะไรแต่ทุกครอบครัวก็มีปัญหากันทั้งนั้น ไอ้การที่นายทำตัวงี่เง่า มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ทำไมนายไม่พยายามสอบให้ได้เรียนให้จบ แล้วทีนี้นายอยากใช้ชีวิตยังไง ก็ไม่มีใครบังคับนายแล้ว”
“ไม่ต้องมาสอน !”
“เด็กมีปัญหา !” ชนมนว่า
“มีปัญหาแล้วทำไม อย่างน้อยชั้นก็มีเงิน ไม่ต้องทุเรศตัวเองที่จะต้องยอมทำงานทุกอย่างเพื่อเงิน แม้แต่งานห่วยๆสอนคนงี่เง่าอย่างชั้น เออ ชั้นรู้ค่าของเงินแล้ว ชั้นรู้แล้วว่า เงินซื้อศักดิ์ศรีของคนได้”
“นายอิท ! คนอย่างนายนี่ ทำบุญไม่ขึ้นจริงๆ”
ชนมนเดินออกไปด้วยความโมโห อิทธิฤทธิ์โมโหตัวเองเหมือนกันที่พูดดีกับชนมนไม่ได้สักที



ลูกค้าสองคนสุดท้ายเพิ่งเดินออกจากร้าน ชูชัยกำลังเช็ดทำความสะอาดบริเวณเตา ส่วนชนมนก็เก็บร้าน เช็ดโต๊ะไปพลางคิดเรื่องอิทธิฤทธิ์ ชินพัฒน์อ่านการตูนไปอีกมือก็กวาดร้านไป
ชนมนโพล่งออกมา “พ่อ การที่เราจะปราบผู้ชายซักคนเนี่ย ต้องทำไงเหรอ”
ชินพัฒน์ตาโตและหูผึ่ง เขาทิ้งไม้กวาดรีบวิ่งมาหาชนมน
“พี่ชนมีแฟนเหรอ หูย...ซุ่มนะเนี่ย ใครอ่ะ โชคร้ายชะมัด”
ยังไม่ทันที่ชินพัฒน์จะพูดจบ ชนมนก็เอาผ้าเช็ดโต๊ะดำปี๋โปะปิดปากชินพัฒน์
ชนมนดุ “ไม่ยุ่งซักเรื่องจะตายมั้ย”
ชินพัฒน์ปัดผ้าเช็ดโต๊ะออกเป็นพัลวันอย่างขยะแขยง
“เฮ้ย แหวะ ไม่ยุ่งก็ได้”
ชินพัฒน์เดินออกไปแล้วหันขวับมาตอแยต่อ เขาทำท่าวิเคราะห์จริงจังแต่กวนโทสะเหมือนคนหวังดีประสงค์ร้าย
“เจ๊พูดถึงผู้ชายคนไหนเหรอ ไปปิ๊งใครมาล่ะซิ ป้าแว่นหน้าโหดอย่างเจ๊เนี่ย” ชินพัฒน์มองอย่างประเมิน “อืม..ไม่มีใครเอาเป็นแฟนหรอก เชื่อไอ้ชินเหอะ อย่าฝันๆ”
“อยากจะโดนอีกใช่มั้ย !”
ชนมนคว้าจานที่มีข้าวเหลือขึ้นมา ชินพัฒน์หลบได้ทันแล้วก็วิ่งปรู๊ดเข้าหลังบ้านไป ชูชัยจ้องมองชนมนอย่างวิเคราะห์อีกคน
ชูชัยแอบทำเป็นดุ “ถามทำไม จะไปปราบผู้ชายที่ไหน มีใครมาจีบ”
“เปล่า ไม่มีใครมาจีบ เรื่องงานน่ะ พ่อ”
“ปราบผู้ชายน่ะเหรอ จะไปยากอะไร ผู้ชายมันก็แพ้อยู่อย่างเดียวนั่นแหละ”
“อะไรเหรอ พ่อ”
“ผู้หญิงไง!” ชูชัยบอก
ชนมนทำหน้าแปลกใจ
ชูชัยอธิบายต่อ “ผู้ชายน่ะต่อให้เคยเป็นเสือ ก็กลายเป็นแมวทุกคน ผู้ชายยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ตัวเองรัก”
“แน่ะ พ่อแอบโรแมนติคกะเค้าด้วย”
ชูชัยยิ้มขรึม “มีแม่แกคนเดียวเท่านั้น ที่เปลี่ยนพ่อได้”

ชนมนมองชูชัยอย่างชื่นชมและเริ่มแน่ใจกับความคิดเรื่องที่จะดึงมณีมันตรามาช่วยเรื่องอิทธิฤทธิ์
เช้าวันใหม่ เมนี่กางมือสุดแขนกางกั้นไม่ให้แฟนคลับหลายสิบคนเข้าไปข้างในสนามยิงปืน กลุ่มแฟนคลับที่ถือของฝากคนละถุงสองถุงเบียดตัวกันจะเข้าไปให้ได้

“น้องๆ เข้าไม่ได้นะคะ น้องมาย่าซ้อมยิงปืน ต้องการสมาธิค่ะ”
แฟนคลับคนนึงบอก “พวกเราสัญญาว่า เข้าไปจะนั่งกันเงียบกริบเลยค่ะ”
“ไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ต้องรอข้างนอก เป็นแฟนคลับน้องมาย่า ต้องเป็นไงเอ่ย?”
กลุ่มแฟนคลับตอบอย่างพร้อมเพรียง “ต้องรักและปกป้องน้องมาย่า”
เมนี่ชี้นำเหมือนลีดเดอร์เชียร์กีฬา “และต้องรักษา...?”
กลุ่มแฟนคลับพูดอย่างพร้อมเพรียง “..ระยะห่าง !”
“ถูกต้องค่า แล้วต้องเชื่อฟังพี่เมนี่ด้วยนะคะ ถอยไปๆค่ะ รออยู่ตรงนี้นะคะ อีกแป๊บนึง น้องมาย่าก็จะออกมาแล้ว”
กลุ่มแฟนคลับยอมถอยออกมา เมนี่รีบเก็บถุงของขวัญของฝากจากแฟนคลับ
“แฟนคลับน้องมาย่าน่ารักกันจริงๆ ขอบคุณนะคะๆ รับรองถึงมือน้องมาย่าแน่นอน”
ชนมนเดินดุ่มๆมุ่งตรงเข้ามาแบบไม่ได้สนใจใคร เมนี่ที่กำลังโกยของฝากอยู่หันขวับมาดึงตัวชนมนไว้
“นี่น้องคะ พี่เมนี่บอกแล้วว่า เข้าไม่ได้”
“เออ..หนูมีธุระกับมาย่าน่ะค่ะ หนูขอเวลาแป๊บเดียว” ชนมนบอก
เมนี่กัดฟันทำดีด้วย “พี่เมนี่บอกแล้วนะให้รออยู่ข้างนอก”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องตามมาเจอข้างนอกหรอก หนูเข้าไปเองได้”
เมนี่ลืมตัวจึงดุใส่ “ไม่ใช่ย่ะ” เมนี่รู้สึกตัว “เออ..ไม่ใช่ค่ะ น้องฟังผิดแล้ว น้องต้องรออยู่ข้างนอกนะคะ แฟนคลับของน้องมาย่าต้องไม่ดื้อนะคะ”
“หนูไม่ใช่แฟนคลับค่ะ หนูรู้จักกับมาย่า”
กลุ่มแฟนคลับลุกฮือขึ้นทันที “เราก็รู้จัก”
ชนมนสะดุ้งมองกลุ่มแฟนคลับอย่างสยองเพราะเกรงในความแรง
“หนูรู้จักกับหมวดธรรม์” ชนมนบอก
กลุ่มแฟนคลับสวนกลับทันที “เราก็รู้จัก”
ชนมนงงงัน “รู้จักได้ไง”
“อย่าว่าแต่ชื่อครูสอนยิงปืนของน้องมาย่าเลย ครูของน้องมาย่าตั้งแต่สมัยอนุบาลประถมมัธยม แฟนคลับทุกคนรู้จักหมด”
เมนี่ยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิก่อนจะหันไปหาหมู่มวลแฟนคลับ
“น้องๆคะ เริ่มได้ค่ะ อนุบาล 1...”
แฟนคลับพูดต่อ “อนุบาล 1 ครูศิริ”
“อนุบาล 2 ครูพรสรรค์”
“ป.1 ครูสุนันทา”
“ครูศรีนันทาต่างหากล่ะ”
“ไม่ใช่ๆ ครูสุนันทาน่ะถูกแล้ว”
“ครูศรีนันทาแน่นอน อย่าเถียง”
“ครูสุนันทา !”
แฟนคลับทะเลาะกันเอง “ครูศรีนันทา”
แฟนคลับเริ่มแบ่งเป็นสองฝ่ายแล้วยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงเพื่ออวดภูมิว่าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ เมนี่รีบเข้าแทรกกลางเพื่อสงบศึก
“น้องๆ คะ อย่าทะเลาะกันค่า อย่า”
ชนมนอาศัยช่วงชุลมุนรีบเดินเข้าไปข้างในอย่างเนียนๆ


มณีมันตราในชุดดำพร้อมเสื้อกันกระสุนกำลังซ้อมยิงปืนด้วยความคล่องแคล่ว เธอวิ่งหลบเข้าที่กำบังแล้วกลิ้งตัวออกมายิงหนึ่งนัดแล้วฉากตัวหลบเข้าไปที่กำบังใหม่ ธรรม์โผล่มาจากที่กำบังฝั่งตรงข้ามยิงปืนใส่มณีมันตรา มณีมันตราวิ่งออกมาจากที่กำบังพลางรัวกระสุนใส่ธรรม์อย่างไม่ยั้ง ธรรม์กระโดดหนีไปหลบพลางยิงโต้กลับด้วยท่าแอคชั่นเท่ๆตามสไตล์หนังแอคชั่น
อยู่ๆชนมนก็โผล่พรวดเข้ามาด้วยหน้าตาเหรอหราอยู่กลางสนามซ้อม ธรรม์กับมณีมันตราได้จังหวะออกจากที่กำบังเข้าประจันหน้าเล็งปืนใส่กันพอดี ชนมนที่ยืนอยู่กลางปืนสองกระบอกเล็งมาตกใจจึงยกสองมือยอมแพ้ทันที
“อย่ายิงค่ะ อย่ายิง”
“พี่ชน ! มาได้ไงคะ”

ธรรม์กับมณีมันตรารีบลดปืนลง ชนมนโล่งใจแต่ยังยกทั้งสองมือค้างอยู่
มณีมันตรานิ่งคิดหลังจากได้รับข้อเสนอจากชนมนให้ไปเรียนกับอิทธิฤทธิ์ ชนมนมองอย่างลุ้นๆ ธรรม์ที่กำลังเก็บปืนใส่กล่องก็แอบลุ้นตามเหมือนกัน

“มาย่าตกลงเถอะนะ พี่อยากให้มาย่ามาติวด้วยจริงๆ ถ้ามีปัญหาเรื่องค่าติวล่ะก็” ชนมนกลั้นใจ “พี่ลดให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย” ชนมนตัดใจ “หรือติวฟรีให้ก็ได้”
“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกค่ะ”
ธรรม์รู้ใจ “ยังโกรธอิทอยู่เหรอ”
“เมื่อวานอิทเค้าเสียใจมากเลยนะ เออ..เค้าก็ขอโทษมาย่าแล้วไม่ใช่เหรอ” ชนมนยิ้มเจื่อน “เออ..เผอิญพี่ได้ยินอิทเค้าพูดทางโทรศัพท์”
“ย่ากลัวว่า ถ้าย่าไปเรียนด้วย อิทจะยิ่งไม่ตั้งใจเรียนน่ะซิคะ”
“อิทจะยิ่งตั้งใจเรียนมากขึ้นซิไม่ว่า มีมาย่าคนเดียวเท่านั้นแหละที่จะปราบเสือให้เป็นแมว เอ๊ย จะทำให้อิทตั้งใจและมีสมาธิเรียนมากขึ้น”
มณีมันตรายังนิ่งคิดไม่แน่ใจ ชนมนเริ่มใจแป้ว
ธรรม์พูดกล่อม “ไปเรียนกับชนเถอะ มาย่าก็ต้องลงเรียนซัมเมอร์ด้วยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ จะได้เรียนล่วงหน้าไปด้วย แล้วก็จะได้ช่วยชนคุมนายอิทด้วย ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย”
มณีมันตราเปลี่ยนใจได้ทันทีมองธรรม์อย่างชื่นชม
มณีมันตราดีใจ “พี่ธรรม์รู้ด้วยเหรอคะว่า ย่าลงเรียนซัมเมอร์”
ธรรม์ล้อ “พี่ก็เป็นแฟนคลับมาย่าเหมือนกันนะ”
“โอเคค่ะ พี่ชน ย่าจะไปติวกับพี่ชน”
เมนี่พูดเสียงดังลั่น “ไม่ได้ค่ะ น้องมาย่าจะไปไหนไม่ได้”
ทุกคนหันไปมอง เมนี่รี่เข้ามาอย่างจอมบงการ
“น้องมาย่าจะไปไหน จะไปทำอะไร ต้องบอกพี่เมนี่ทุกครั้ง จำไม่ได้หรือคะ”
เมนี่หันไปปะหน้ากับชนมน
“เอ๊ะ น้องคนนี้ เข้ามาจนได้นะ พี่เมนี่ขอไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ ทำไมดื้อด้านอย่างนี้คะ เชิญออกไปเดี๋ยวนี้นะคะ ออกไปค่ะ”
“นี่พี่ชนค่ะ พี่เมนี่ พี่ชนเป็นติวเตอร์ของหนู ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปหนูจะต้องไปติวกับพี่ชน พี่เมนี่ล็อคเวลาให้หนูด้วย หนูขอแค่จันทร์พุธศุกร์” มณีมันตราบอก
เมนี่ขัดขึ้นมาทันที “ไม่ได้ค่ะ คิวเต็ม ! ไม่มีการติวที่ไหนทั้งนั้น”
ชนมนหน้าเสียและผิดหวังอย่างแรง



เมนี่ลากมณีมันตราเดินจ้ำออกมาอย่างรวดเร็วเพราะทำเวลา
“พี่เมนี่คะ หนูจำเป็นต้องไปติวกับพี่ชนจริงๆนะคะ วิชาที่หนูจะลงซัมเมอร์ยากมากๆ เลย ถ้าหนูไม่ติว หนูสอบไม่ผ่านแน่ๆ”
ชนมนกับธรรม์เดินจ้ำตามมาทัน ธรรม์ขวางทางไว้
“แล้วถ้ามาย่าสอบตก คุณไม่คิดเหรอว่า มาย่าจะเสียอิมเมจ ทีนี้งานดีๆ ได้หลุดมือแน่”
“ใช่ๆ” ชนมนสนับสนุน “แล้วที่มาย่ามีแฟนคลับเป็นแสนๆ ก็เพราะเค้ารักที่มาย่าเป็นเด็กดีสวยน่ารัก เล่นละครเก่ง แล้วก็ยังเรียนเก่งอีกด้วย แล้วถ้าให้หนูช่วยติวนะ รับรองมาย่าได้เกียรตินิยมแน่ๆ”
“ชีวิตของมาย่าไม่ได้มีแต่งานนะ คุณเมนี่ เรื่องเรียนก็สำคัญกับมาย่าเหมือนกัน มาย่าเป็นไอดอลของเด็กๆ อยู่ ถ้าหากมาย่าได้เกียรตินิยมเด็กๆจะต้องอยากเรียนเก่งเหมือนมาย่า แล้วรับรองโครงการอะไรต่อมิอะไรจะต้องมาขอให้มาย่าเป็น พรีเซ็นเตอร์ให้ คิดดูว่า ต่อไปมาย่าจะทำประโยชน์ให้สังคมได้มากแค่ไหน”
เมนี่คิดจะไปอีกทาง แต่เธอรีบคำนวณว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าหากมาย่าเรียนดีเลิศ
เมนี่คิดอย่างรวดเร็ว “เกียรตินิยม ไอดอล พรีเซ็นเตอร์โฆษณา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เผลอๆอาจโกอินเตอร์” เมนี่พูดเสียงดัง “เข้าใจแล้วค่า ผลประโยชน์มากมายมหาศาลเลยทีเดียว โอเค น้องมาย่าไปติวได้ คิวที่ต้องทำเวิร์คช็อปกับหมวดธรรม์ ก็แบ่งไปติวกับหนูแว่นนี่ล่ะกัน”
มณีมันตราหน้าหงอยขึ้นมาทันที ธรรม์หน้าเสียไปหน่อยแต่ก็ยังรักษาอาการได้
“เป็นอันว่าหมดปัญหานะคะ ไปค่ะ น้องมาย่า ยิ้มค่ะ ยิ้ม อย่าทำหน้าเหนื่อยซิคะ เหนื่อยก็ต้องยิ้มค่ะ”
เมนี่พาตัวมณีมันตราเดินออกไป กลุ่มแฟนคลับกรูเข้ามาถ่ายรูปมณีมันตราด้วยความชื่นชอบทั้งๆที่เป็นแฟนคลับขาประจำที่เจอกันทุกวันอยู่แล้ว


ชนมนและธรรม์เดินออกมาด้วยกัน มณีมันตราถูกรุมล้อมด้วยกลุ่มแฟนคลับโดยพูดคุยกันมาอย่างกันเองเลยเดินมาได้อย่างช้าๆ เมนี่เดินล่วงหน้าไปเปิดรถตู้รอแล้วฉีกยิ้มอย่างอดทนแม้จะรำคาญแฟนคลับเต็มทน ชนมนกับธรรม์หันไปมองมณีมันตราที่ยิ้มหัวเราะกับกลุ่มแฟนคลับ
“เห็นแล้วเหนื่อยแทนนะคะ ไปไหนก็มีแต่คนรุมล้อม เห็นว่าวันนี้มีงานอีเว้นท์ต่ออีก แล้วจะมีแรงไปติวกับชนหรือเปล่าเนี่ย” ชนมนว่า
“ไม่ต้องห่วง มาย่าสู้อยู่แล้ว งานหนักแค่ไหนก็ไม่เคยทิ้งเรื่องเรียน” ธรรม์บอก
“แต่อีกคน..เรียนก็ไม่เรียน เอาแต่ซิ่งมอเตอร์ไซค์ หาสาระไม่ได้”
“พี่เชื่อว่าชนจะทำให้นายอิทตั้งใจเรียนได้แน่ เข้าใจคิดนะ ที่ดึงมาย่าไปเรียนกับอิทด้วย”
ชนมนยิ้มดีใจที่ธรรม์ชม ถึงจะแค่ชมนิดเดียวแต่เธอก็ตัวพองเพราะปลื้มธรรม์อยู่แล้ว
“ชนต้องขอบคุณพี่ธรรม์ด้วย ถ้าไม่ได้พี่ธรรม์ ชนคงเกลี้ยกล่อมมาย่าไม่สำเร็จ ไงก็อย่าทิ้งกันนะ ช่วยๆกันไปก่อน”
“ไม่ทิ้งหรอก ว่างๆ พี่อาจจะขอไปติวด้วยนะ” ธรรม์ล้อ “ได้ข่าวว่าติวเตอร์ชนเก่งมาก แต่ดุชะมัด ขนาดถึงกับจะจับลูกศิษย์เข้าคุกกันทีเดียว”
ชนมนหัวเราะ “ลูกศิษย์ไปซิ่งถูกตำรวจจับเองนะคะ ติวเตอร์ไม่เกี่ยว”
มณีมันตราถือถุงขนมเต็มสองมือเดินเข้ามา เธอชะงักไปนิดที่เห็นธรรม์กับชนมนยิ้มขำกันอยู่
“พี่ธรรม์”
มณีมันตราจะส่งถุงขนมให้ธรรม์แล้วก็เปลี่ยนใจส่งให้ชนมนก่อนอย่างแก้เขิน
“เออ..พี่ชน เอาขนมไปทานนะคะ นี่ของพี่ชน แล้วนี่ก็ของพี่ธรรม์”
มณีมันตราส่งถุงขนมให้ชนมนกับธรรม์
“ของแฟนคลับไม่ใช่เหรอ จะดีเหรอคะ” ชนมนเกรงใจ

“แฟนคลับของย่าไม่ว่าหรอกค่ะ พวกพี่ๆเค้าให้ทีละเยอะๆ เวลาย่าไปถ่ายละครก็แบ่งให้กับพี่ๆที่กองด้วย แฟนคลับเข้าใจอยู่แล้ว”
“แต่พี่ไม่ชอบกินขนม ชนเอาไปทานเถอะ” ธรรม์บอก
 
ธรรม์ส่งถุงขนมให้ชนมน มณีมันตรามองตามตาละห้อยด้วยความเสียใจ
“แล้วนี่รถซ่อมเสร็จหรือยัง”
ชนมนยิ้มแหยๆ “สงสัยยังค่ะ ลุงมอเตอร์ไซค์แกหายไปเลยล่ะค่ะ”
ธรรม์ขำ “พี่ว่าลุงมอเตอร์ไซค์ย้ายวินหนีชนไปแล้วล่ะ”
ชนมนขำด้วย “ชนก็ว่างั้นเหมือนกัน”
มณีมันตรามองธรรม์กับชนมนอย่างตามไม่ทันว่าทั้งสองคุยเรื่องอะไร
“พี่ไปส่งชนก่อนนะ มาย่า วันนี้ย่าเก่งขึ้นเยอะเลย”
“พรุ่งนี้เจอกันนะ” ชนมนบอก
“พี่กลับนะ แล้วเจอกัน”
ธรรม์กับชนมนเดินออกไปด้วยกัน ธรรม์นึกได้ก็ดึงถุงขนมทั้งหมดมาถือไว้เอง ธรรม์กับชนมนเดินคุยกันไปหัวเราะกันไปห่างออกไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังได้ยินเสียงดังแว่วๆ
“เฮ้ย จริงเหรอ ! พุ่งชนกองขยะเลยเหรอ ทำไมไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย”
“ก็มันน่าอายนี่คะ”
มณีมันตรามองตามอดน้อยใจไม่ได้ทั้งเรื่องที่ธรรม์ไม่รับถุงขนม ธรรม์รู้เรื่องที่มอเตอร์ไซค์ของชนมนเสียก็สงสัยว่าไปรู้ตอนไหนและสองคนก็คุยเรื่องที่รู้กันเองอย่างสนิทสนม
มณีมันตราพึมพำด้วยความน้อยใจ “ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ”
เมนี่ซอยเท้ายิบๆเข้ามาดึงตัวมณีมันตรา
“ไปได้แล้วค่ะ น้องมาย่า”
“พี่เมนี่เอารถเข้าศูนย์บ้างหรือเปล่าคะ”
“โอ๊ย ไม่ต้องห่วง พี่เมนี่เอารถเข้าเช็คระยะเป็นประจำ”
“ไม่ต้องเช็คบ้างก็ได้นะคะ” มณีมันตราพึมพำ “เผื่อรถเสีย จะได้มีคนไปส่งบ้าง”
มณีมันตราเดินไป เมนี่งงเพราะตามไม่ทัน

เช้าวันใหม่ ชนมนอ่านหนังสือให้อิทธิฤทธิ์ฟัง อิทธิฤทธิ์เหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างซังกะตาย
ชนมนอ่าน “กรณีผู้ทรงเช็คถึงแก่ความตาย สิทธิในเช็คย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท”
ชนมนเหลือบตาขึ้นจากหนังสือเห็นอิทธิฤทธิ์นั่งเหม่อ
“ฟังอยู่รึเปล่า”
อิทธิฤทธิ์พูดเซื่องๆ “ฟัง…”
“ชั้นพูดว่าอะไร”
อิทธิฤทธิ์ซึม
“ฟังอยู่รึเปล่า…” อิทธิฤทธิ์พูด
“ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้น ที่ชั้นอ่านจากหนังสือน่ะ”
อิทธิฤทธิ์พูดอย่างซึมเซา “สิทธิในเช็คย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท”
ชนมนอ่านต่อ อิทธิฤทธิ์ยังเหม่อต่อแบบใจลอยไปไกล
“เมื่อต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทายาทจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค” ชนมนเหลือบตาขึ้นมอง “เข้าใจรึเปล่า”
อิทธิฤทธิ์เบื่อ “เข้าใจ…”
“เข้าใจว่าไง”
อิทธิฤทธิ์หน่ายใจ “เข้าใจตามที่อ่านนั่นแหละ”
“ตอบให้มันกระฉับกระเฉงหน่อยได้มั้ย”
อิทธิฤทธิ์เบนสายตามามองชนมนอย่างไร้ความหมายแล้วก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม ชนมนมองอิทธิฤทธิ์อย่างอ่อนใจวางหนังสือลงเพราะเริ่มจะถอดใจ
มณีมันตราพูดเสียงหวานใส “สวัสดีค่ะ พี่ชน”
เหมือนมียาวิเศษมาชุบชีวิต อิทธิฤทธิ์ตาสว่างสดชื่นขึ้นทันที เขาหันขวับมาเจอมณีมันตรา
อิทธิฤทธิ์ดีใจ “มาย่า!”
มณีมันตรากับชนมน “ขอเรียนด้วยคนนะคะ”
มณีมันตรานั่งลงข้างๆ อิทธิฤทธิ์โดยนั่งตัวตรงเตรียมตัวเรียนไม่เหลือบมองอิทธิฤทธิ์แม้แต่น้อย

อิทธิฤทธิ์กับมณีมันตรานั่งเรียนอยู่ด้วยกัน ชนมนอ่านตัวบทกฎหมายไป อิทธิฤทธิ์มีท่าทางกระปรี้กระเปร่าสดใสผิดจากเมื่อกี้เป็นคนละคน เขาคอยมองแต่มณีมันตราโดยไม่ได้สนใจติวเลย
มณีมันตราตั้งใจเรียนโดยก้มหน้าจดทุกอย่างที่ชนมนติว อิทธิฤทธิ์เห็นมณีมันตราไม่ยอมสนใจ เลยหันไปเล่นไอโฟน มณีมันตราเหลือบมองอิทธิฤทธิ์อย่างอ่อนใจ

มณีมันตราตั้งใจฟังชนมน อิทธิฤทธิ์เอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ มณีมันตราแล้วยกไอโฟนขึ้นมาถ่ายรูปคู่ มณีมันตราหันมาจ้องหน้าอิทธิฤทธิ์โดยทำหน้านิ่งใส่ อิทธิฤทธิ์ถอยออกมาอย่างเกรงๆ เพราะรู้ว่ามณีมันตรายังโกรธอยู่

มณีมันตราพลิกหาคำตอบในหนังสือเพื่อตอบคำถามชนมน ในขณะที่อิทธิฤทธิ์ใส่หูฟังกำลังฟังเพลงจากไอโฟนอยู่ เขาทำใจกล้าหน้าด้านถอดหูฟังอีกข้างหนึ่งใส่หูของมณีมันตราเพราะอยากให้เธอฟังด้วย
มณีมันตราดึงหูฟังออกแล้วกระตุกหูฟังของอิทธิฤทธิ์ออกด้วย เธอชี้ไปที่หนังสือตรงหน้า อิทธิฤทธิ์ดึงหนังสือมาเปิดแล้วก้มหน้าก้มตาอ่าน ชนมนยิ้ม


มณีมันตราเดินเข้ามารินน้ำจะดื่มพลางคุยมือถือกับเมนี่ไปด้วย
“ค่ะ ได้ค่ะ พี่เมนี่ ไม่ลืมค่ะ ไม่ลืม ตุ๊กตาหมีสำหรับงานประมูลพรุ่งนี้ งานวันเกิดพี่พู..หนูไม่ไปไม่ได้หรือคะ นั่นแหละค่ะ นักข่าวไปเยอะ หนูเลยไม่อยากไป โอเคๆค่ะ หนูต้องไปติวต่อแล้วล่ะค่ะ แค่นี้นะคะ”
มณีมันตรารีบกดมือถือปิดแล้วจะหยิบแก้วน้ำที่รินน้ำเสร็จ อิทธิฤทธิ์เข้ามาคว้าแก้วน้ำส่งให้ อิทธิฤทธิ์มองมณีมันตราอย่างอึกอักเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง
อิทธิฤทธิ์ชวนคุย “วันนี้เรียนสนุกดีเนอะ”
มณีมันตราเสียงดุ “นั่นเรียกว่าเรียนแล้วใช่มั้ย”
“ก็มันเบื่อ”
“เบื่อยังไงก็ต้องตั้งใจเรียน นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอแล้วนะ”
อิทธิฤทธิ์ขัด “รู้แล้วน่า”
มณีมันตราฉุนที่อิทธิฤทธิ์ไม่ได้สนใจเรื่องเรียนจริงจังจึงเดินผละไป อิทธิฤทธิ์รีบดึงตัวมณีมันตราไว้ ชนมนเดินเข้ามาชะงักหยุดฟังอยู่ห่างๆ
“อย่าโกรธซิ เธออยากให้ชั้นขอโทษ ชั้นก็ขอโทษไปแล้วไง”
มณีมันตราดึงมืออิทธิฤทธิ์ออกแล้วหันมามองหน้าอิทธิฤทธิ์อย่างเย็นชา
“ถ้าไม่รู้สึกผิดจริง ก็อย่าขอโทษซะดีกว่า”
มณีมันตราเดินออกไป อิทธิฤทธิ์มองตามอย่างงุนงงเพราะไม่เข้าใจมณีมันตรา
“อะไรวะ ขอโทษแล้วจะเอาไงอีก”
ชนมนเดินเข้ามาหาอิทธิทฤทธิ์
“เป็นลูกผู้ชายอ่ะนะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิด ก็ต้องกล้าที่จะขอโทษต่อหน้าไม่ใช่ฝากข้อความผ่านโทรศัพท์ อย่างนั้นคนขี้ขลาดเค้าทำกัน” ชนมนว่า
อิทธิฤทธิ์สวน “ใครถาม?”
“แล้วที่ทำตัวเป็นแบดบอยเนี่ย คิดว่าเท่นักใช่มั้ย จะบอกให้นะ แบดบอยเป็นได้แค่กิ๊กเท่านั้นแหละ ไม่มีผู้หญิงสติดีๆคนไหนที่จริงจังยอมเป็นแฟนกับเด็กแว้นไร้อนาคตอย่างนายหรอก เปลี่ยนตัวเองซะ ไม่งั้นที่หวังอะไรไว้ ก็ลืมไปได้เลย มาย่าไม่มีวันมองนายแน่ นายอิทธิฤทธิ์”
ชนมนเดินออกไป อิทธิฤทธิ์ยืนอึ้งเพราะเถียงไม่ออกกว่าจะโต้กลับไปได้ชนมนก็เดินไปไกลแล้ว
“เฮ้ย..ชั้น..ชั้น” อิทธิฤทธิ์นึกอะไรไม่ออก “ชั้นไม่ได้เป็นเด็กแว้น ไม่ใช่โว้ย”

อิทธิฤทธิ์นิ่งอึ้งเพราะคำพูดของชนมนกระแทกใจเขาอย่างแรง
 
อ่านต่อหน้า 2
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 3 (ต่อ)

ชนมนพลิกหนังสือพลางจดลงสมุดเตรียมการสอนในครั้งต่อไปพลางมองไปที่ลูกศิษย์สองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบอยู่
 
อิทธิฤทธิ์ทำข้อสอบไปพลางมองมณีมันตราไปอย่างไม่มีสมาธิ
“มาย่า..มาย่า..เดี๋ยวคุยกันหน่อย”
มณีมันตราก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบโดยไม่สนใจอิทธิฤทธิ์
“มาย่า ชั้น..ขอ..”
ชนมนขัดจังหวะ “หมดเวลาแล้วล่ะค่ะ”
ชนมนดึงกระดาษข้อสอบจากมณีมันตราและอิทธิฤทธิ์
“วันนี้พอแค่นี้นะคะ คราวหน้าเราจะมาเฉลยข้อสอบกัน”
“ติวกับพี่ชนนี่ทำให้เรียนรู้เรื่องขึ้นตั้งเยอะ”
“มาย่า..”
ถนอมถือ Walkie Talkie เข้ามาขัดจังหวะ
“เรียนกันเสร็จแล้วใช่มั้ยคะ คุณอิทคะ ป้ามีข่าวดีจะมาบอก”
เสียง Walkie Talkie ดังขึ้น
“วอ2 วอ2 มาถึงแล้วครับ”
“รถของผมใช่มั้ยครับ ป้าหนอม ป้าหนอมนี่น่ารักที่สุดเลย ขอบคุณนะครับ”
อิทธิฤทธิ์ตื่นเต้นดีใจจึงหอมถนอมฟอดใหญ่
“อุ้ย ไม่ใช่ ขอบคุณผิดคนแล้ว”
อิทธิฤทธิ์ไม่สนใจฟังวิ่งปรู๊ดออกไปทันที
“คุณอิทของป้านี่รักรถยิ่งกว่าอะไรเลยนะคะ”
“ขาดรถเหมือนขาดใจเลยล่ะค่ะ พี่ชน แล้วนี่ใครไปรับรถให้อิทเหรอคะ”
ชนมนกับมณีมันตราหันไปมองถนอมรอคำตอบ


อิทธิฤทธิ์วิ่งออกมาจากตัวบ้านด้วยความดีใจ
“เร็วๆ แดง”
แดงถือเสื้อแจ็คเก็ตวิ่งหน้าตาตื่นออกมา แดงรีบส่งเสื้อแจ๊คเก็ตให้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์หยุดใส่เสื้อแจ็คเก็ตเตรียมซิ่งเต็มที่ เขามองหาว่ารถจอดอยู่ที่ไหน
อิทธิฤทธิ์ต้องชะงักกึกหน้าจากที่บานอยู่ก็เริ่มหุบ ธรรม์ยืนอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ของอิทธิฤทธิ์
อิทธิฤทธิ์เดินไปหาธรรม์อย่างช้าๆ ความกระดี๊กระด๊าหมดลงทันที ธรรม์ยื่นกุญแจรถให้ อิทธิฤทธิ์ยื่นมือไปรับแต่ธรรม์ยังไม่ให้กุญแจ
“ต้องพูดอะไรก่อน”
อิทธิฤทธิ์ไม่พอใจ “อย่าทำเหมือนชั้นเป็นเด็ก”
“นายก็อย่าทำตัวเป็นเด็กซิ ว่าไง ไม่อยากได้รถคืนหรือไง”
อิทธิฤทธิ์หงุดหงิด “ขอบใจ”
อิทธิฤทธิ์กระชากกุญแจรถจากมือธรรม์มาด้วยความเจ็บใจ ถนอมเดินออกมาส่งชนมนกับมณีมันตราที่กำลังจะกลับบ้าน มณีมันตราคุยมือถือมาตลอดทางด้วยท่าทางที่ยุ่งวุ่นวาย
“ค่ะ พี่เมนี่ หนูกำลังจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ ไม่ต้องมารับค่ะ เดี๋ยว..เดี๋ยว..”
มณีมันตราหันไปเห็นธรรม์ที่กำลังเดินเข้ามาหา
“เดี๋ยวให้พี่ธรรม์ไปส่งก็ได้” มณีมันตราบอก
มณีมันตรากดปิดมือถือแล้วยิ้มประจบธรรม์
“นะคะ พี่ธรรม์ เดี๋ยวไปส่งย่าหน่อย”
อิทธิฤทธิ์โกรธที่มณีมันตราจะให้ธรรม์ไปส่ง เขารีบทำเป็นรับโทรศัพท์มือถือทันที
อิทธิฤทธิ์พูดมือถือเสียงดัง “เฮ้ย อีกแล้วเหรอ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ทุกคนหันไปมองอิทธิฤทธิ์แล้วก็พลอยตกใจไปด้วย
“เกิดเรื่องอะไรหรือคะ” ถนอมถาม
อิทธิฤทธิ์ไม่ตอบแต่ทำเป็นเดือดเป็นร้อนมากจนไม่มีเวลาตอบถนอม อิทธิฤทธิ์คว้ามือมณีมันตราแล้วดึงตัวเธอไป
“ไปช่วยไอ้เจ๋งกันหน่อย”
“เจ๋งเป็นอะไร เดี๋ยวซิ อิท เกิดเรื่องอะไร”
“ไม่มีเวลาแล้ว ไปด้วยกันก่อน ไป”
“มีเรื่องอะไร มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย” ธรรม์ถาม
อิทธิฤทธิ์ไม่สนใจฟังธรรม์ลากมณีมันตราไปที่รถมอเตอร์ไซค์
“เดี๋ยวก่อนซิ นั่นจะไปไหนกัน ย่าต้องไปทำงานต่อนะ”
ชนมนกับธรรม์รีบเดินตามไปแต่ไม่ทัน อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ออกไปโดยมีมณีมันตราซ้อนท้ายออกไปแล้ว
“คุณพระคุณเจ้า ขอคราวนี้อย่าไปมีเรื่องอีกนะคะ คุณอิทขา” ถนอมว่า
ชนมนกับธรรม์มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ มณีมันตราซ้อนท้ายมาด้วย
มณีมันตราร้อนใจ “เจ๋งถูกพ่อซ้อมอีกแล้วเหรอ”
อิทธิฤทธิ์ไม่ตอบอะไร เขาดึงมือมณีมันตราที่แตะตรงเอวให้กอดกระชับเขามากขึ้น มณีมันตราดึงมือกลับมาที่เดิม อิทธิฤทธิ์เร่งความเร็วซิ่งออกไป
มณีมันตราตกใจ “ว้าย”

มณีมันตรารีบกอดเอวอิทธิฤทธิ์ไว้แน่น
อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านปากซอยที่มีป้าย “อู่ช่างเจ๋ง” ติดอยู่

“เลยแล้ว อิท ! นี่เธอจะไปไหนของเธอ” มณีมันตราถาม
อิทธิฤทธิ์ไม่ตอบและยังคงซิ่งรถต่อไป
“นี่เธอโกหกชั้นอีกแล้วใช่มั้ย”
มณีมันตราทั้งหยิกทั้งตีอิทธิฤทธิ์
“จอดเดี๋ยวนี้นะ อิท จอด”
อิทธิฤทธิ์ยังคงซิ่งรถต่อไป มณีมันตราทั้งตีทั้งหยิกอิทธิฤทธิ์จนเหนื่อยไปเอง

อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์พามณีมันตราไปตามถนนสวยๆในกรุงเทพฯ ผ่านตลาดดอกไม้สวยๆ ผ่านถนนเลียบริมน้ำที่โรแมนติค ผ่านถนนสวยต้นไม้ใหญ่ๆ ผ่านตึกโบราณเก๋ๆ จนมณีมันตราเริ่มเพลิดเพลินกับการขี่รถเล่น

บรรยากาศจากช่วงเย็นผ่านสู่ช่วงค่ำ อิทธิฤทธิ์ซิ่งรถพามณีมันตรามาที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระอาทิตย์เริ่มตกดินท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นโรแมนติค


รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่โดยมีหมวกกันน็อคของอิทธิฤทธิ์วางอยู่บนรถ มณีมันตราเดินไปหยุดอยู่ริมน้ำมองออกไปไกลๆ อย่างรู้สึกสบายใจเหมือนหลุดออกมาอยู่อีกโลก อิทธิฤทธิ์เดินเข้ามาหามณีมันตรา
อิทธิฤทธิ์ยิ้มภูมิใจ “ชอบใช่มั้ยล่ะ วันหลังจะพามาบ่อยๆ”
มณีมันตราทำฟอร์ม “ก็งั้นๆแหละ”
มณีมันตรากลัวอิทธิฤทธิ์ได้ใจจึงหันขวับมาจ้องหน้าอิทธิฤทธิ์
“อย่าคิดนะว่า จะพ้นผิดไปได้ บอกแล้วไงว่า”
อิทธิฤทธิ์พูดต่อประโยคให้ “ไม่ชอบคนโกหก ถ้าไม่โกหก แล้วเธอจะยอมมากับชั้นเหรอ แล้วชั้นจะมีโอกาส..โอกาสขอโทษเธอมั้ยล่ะ”
อิทธิฤทธิ์ดึงมือมณีมันตรามากุมไว้
“มาย่า..ชั้นขอโทษนะ ชั้นจะไม่ทำผิดกับเธออีก”
“ขอโทษอย่างเดียวไม่พอ ต่อไปนี้เธอจะต้องตั้งใจเรียนด้วย”
“ได้ เพื่อเธอแล้ว ชั้นทำได้ทุกอย่าง”
“ไม่ได้ คิดอย่างนั้นไม่ได้ เธอต้องทำเพื่อตัวเธอเอง”
“เพื่อเธอ เพื่อชั้น เพื่อเราสองคน ชั้นจะตั้งใจเรียน ชั้นจะเรียนจบพร้อมเธอ ตามที่ให้สัญญาไว้ คนอย่างชั้นพูดคำไหนคำนั้น เราดีกันแล้วใช่มั้ย”
มณีมันตราแกล้งทำหยิ่งใส่ “ดีก็ได้”
อิทธิฤทธิ์ดีใจจึงเอามือจะโอบไหล่มณีมันตราแต่ไม่กล้าจึงได้แต่เอามือกอดคอมณีมันตราไว้เพื่อรักษาระยะห่างไว้เป็นแค่เพื่อน ทั้งสองคนยืนดื่มด่ำรับบรรยากาศดีๆ ด้วยกัน
“เราไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้นานแค่ไหนแล้วนะ..มาย่า..”
อิทธิฤทธิ์หันไปสบตากับมณีมันตราเพราะมีความสุขที่ได้อยู่กับมณีมันตราแค่สองคน ทันใดนั้นเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังสนั่นมาแต่ไกล อิทธิฤทธิ์กับมณีมันตราหันไปมอง ตี๋เล็กกับบ๊วยซิ่งรถมอเตอร์ไซค์มาแต่ไกล
อิทธิฤทธิ์บอกมณีมันตรา “กลับกันเถอะ”
อิทธิฤทธิ์ดึงมณีมันตรากลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ตี๋เล็กกับบ๊วยซิ่งรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้ ตี๋เล็กเห็นอิทธิฤทธิ์ก่อนแต่ไม่ทันเห็นชัดๆ มณีมันตรามากับอิทธิฤทธิ์ด้วย
ตี๋เล็กแซว “เฮ้ย ดูซิวะ เราเจอใคร”
บ๊วยพูดโง่ๆ “อ้าว ลูกพี่ไม่เห็นเหรอ ไอ้อิทไง ไอ้อิทธิฤทธิ์ ลูกนายตำรวจใหญ่ที่แข่งชนะลูกพี่มาทุกแมทช์”
“เออ ข้ารู้ว่า มันเป็นใคร” ตี๋เล็กพูดกับอิทธิฤทธิ์ “แหม มากับหญิงซะด้วย”
อิทธิฤทธิ์รีบจับมณีมันตราหันหลังหนีเพื่อไม่ให้ตี๋เล็กเห็นหน้า
“เฮ้ย ทำหวง ! อย่างนี้ยิ่งอยากเห็นหน้า” ตี๋เล็กว่า
“รีบขึ้นรถ”
อิทธิฤทธิ์รีบขึ้นรถมอเตอร์ไซค์พลางใส่หมวกกันน็อค มณีมันตรารีบขึ้นซ้อนท้าย
“ขอดูหน้าหน่อยซิจ๊ะ น้อง อยากรู้ว่า แฟนไอ้อิทจะสวยแค่ไหน”
มณีมันตราลืมตัวหันมาจ้องหน้าตี๋เล็ก
“ชั้นไม่ใช่แฟนอิท”
“เฮ้ย! ดารานี่ ลูกพี่” บ๊วยว่า
ตี๋เล็กตะลึงจนอ้าปากค้าง
“ลูกพี่ๆ ดารา! ดารา”
อิทธิฤทธิ์ออกรถไปโดยมีมณีมันตราซ้อนท้าย ในขณะที่ตี๋เล็กยังอ้าปากค้างอยู่
“เฮ้ย ลูกพี่ มันไปแล้ว”
ตี๋เล็กเพ้อตาปรอย “น้องมาย่า...น้องมาย่าจริงๆหรือนี่”
“ใช่ น้องมาย่าจริงๆ ไอ้อิทพามาย่าไปโน่นแล้ว”
“น้องมาย่า..น้องมาย่าของพี่ตี๋เล็ก..”
บ๊วยเห็นตี๋เล็กพร่ำเพ้อไม่หายเสียที
“โทษนะ พี่”
บ๊วยยกมือไหว้หนึ่งทีแล้วตบหน้าผากตี๋เล็กไปหนึ่งเพี๊ยะเพื่อให้ตื่น ตี๋เล็กสะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันที
“เฮ้ย น้องมาย่าล่ะ ไปไหนแล้ววะ ฝันไปเหรอวะเนี่ย”
“ไม่ได้ฝัน ไอ้อิทพาน้องมาย่าไปแล้ว” บ๊วยว่า
“ตามไปสิวะ ข้าอยากถ่ายรูปกับเค้า! น้องมาย่าจ๋า รอพี่ตี๋เล็กด้วย”

ตี๋เล็กแ
กำลังโหลดความคิดเห็น...