xs
xsm
sm
md
lg

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิมานมะพร้าว ตอนที่ 7

ผีเถ้าแก่กำลังจิกหมอนอยู่หน้าจอทีวี แต่พอเห็นสืบสายและจุลลาแอบมองกันไปแอบมองกันมาเป็นครั้งที่สี่ก็ รำคาญขึ้นมาทันที

“วะ เอาเข้าไป แอบมองกันอยู่นั่น อั๊วเมื่อยคอแทนแล้วว่ะ สงสัยดาวจะยังสวยไม่พอ เอาวะ บุญจะลดไปสักขีดสองขีด ยังพอไหวอยู่” ผีเถ้าแก่ดีดนิ้วเป๊าะ
ท้องฟ้าที่มีดาวส่องแสงระยิบระยับอยู่ประมาณหนึ่งก็เริ่มมีดาวค่อยๆ ส่องสว่างเพิ่มขึ้นมาทีละดวงๆ ในมุมต่างๆ จนกระทั่งพร่างพราวเต็มท้องฟ้าไปหมด สืบสายและจุลลามองอย่างตื่นตาตื่นใจ หันมามองหน้า ยิ้มให้กัน ก่อนจะนั่งดูดาวเต็มท้องฟ้าด้วยกันอย่างเงียบๆ
ผีเถ้าแก่จิกหมอนกับภาพในทีวี ที่เห็นสืบสายและจุลลานั่งมองดาวด้วยกัน ผีเถ้าแก่เดินไปกดเปิดซีดี เพลงบรรเลงโรแมนติกดังขึ้น ตื๊อตือๆ ผีเถ้าแก่เต้นไปมาอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข

เช้าวันรุ่งขึ้นสืบสายและจุลลานั่งหลับหัวพิงกัน ภายใต้ผ้าห่มคลุมร่วมกัน สืบสาย จุลลาหลับสัปหงก แล้วเหวี่ยงหัวมาชนกันดังโป๊ก ตกใจตื่นกันทั้งคู่ สืบสาย จุลลางัวเงียตื่น ปรับสายตาและสติได้ อึ้ง หันมองกัน พบว่าแนบชิดกันใต้ผ้าห่มอุ่น ดีดตัวออกห่างกันทันที อึ้ง เขินๆ สืบสายรีบลุก
“เอ่อ อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์”
“เช้าแล้ว”
“ใช่ เช้าแล้ว”
“เราสองคน เอ่อ”
“ดูดาวแล้วหลับไป”
“เอ่อ คือ เจอกันที่ออฟฟิศนะ”
“อืม เจอกัน” สืบสายรีบเดินออกไป เขินๆ จุลลาอมยิ้มมองสืบสายจนลับไป ตัวเองก็ลุกขึ้นบ้างปรากฏว่าเหน็บกิน “โอยยยย” จุลลาเดินเดี้ยงกลับเข้าบ้าน ถึงเดี้ยงแต่ก็มีความสุขและอุ่นใจอย่างประหลาด ก่อนจะหน้าหมองลง
“ตื่นมาพบกับความจริงแล้วสินะ”

สืบสายเดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้วชะงัก เมื่อเห็นเสี่ยตงนอนอยู่บนโซฟารับแขกเพราะคุณนายเง็กห้ามเข้าห้อง
“ป๊า ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้”
สืบสายมองเสี่ยตงที่หลับอุตุอย่างประหลาดใจ

ห้องทำงานสืบสาย คุณนายเง็กโวยอย่างเสียอกเสียใจกับสืบสาย
“ม้าห้ามไม่ให้ป๊าลื้อมานอนร่วมเตียงกับม้าเอง! ม้าโกรธ ม้าเสียใจ ม้าทำใจไม่ได้ที่เห็นผัวตัวเองจินตนาการว่าโอบไหล่ปลอบใจผู้หญิงอื่น”
“ม้าเลยรีบมาที่ออฟฟิศแต่เช้าก่อนป๊าจะตื่น”
“ม้าไม่อยากเห็นหน้ามัน ม้าทนไม่ไหวแล้ว ม้าจะหย่า”
“หม่าม้า”
“ลื้อไม่ต้องมาห้ามอั๊ว อั๊วไม่ฟัง อั๊วไม่สน”
“ผมไม่ได้ห้าม หย่าเลยครับ”
“หือ ไม่ห้ามเลยเหรอ”
“ครับ”
“ไม่มีคิดสักนิดเลยเหรอ”
“ครับ หม่าม้ากับป๊าเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วยกันทั้งคู่ คิดว่าคงคิดดีแล้วถึงได้ตัดสินใจแบบนี้”
“เพราะม้าโกรธจนขาดสติไงอาตี๋ ลื้อต้องห้ามม้าสิ อย่าให้ม้าใช้อารมณ์ ต้องใช้เหตุผลไปคุยกับป๊าลื้อให้รู้เรื่อง ว่าตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่สิ่งที่เห็น มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นก็ได้”
“ครับ”
“แต่ม้าจะไม่คุย ม้าผิดหวัง เสียใจมากพอแล้ว ยังไงม้าก็จะหย่า”
คุณนายเง็กเดินออกไปทันที สืบสายถอนใจ ครรชิตเดินเข้ามา
“บอสครับ อีกห้านาทีได้เวลาประชุมครับ”
“โอเค”
“ไปนั่งให้ยุงหามที่ไหนมาเหรอครับ ดูสิ ยุงกัดเป็นตุ่มๆ ไปหมดเลยครับบอส”
“ยุงหน้าบ้าน...” สืบสายจะหยุดปากบอกแต่เบรกไว้ทัน “หน้าบ้านฉันเอง ไปเตรียมเอกสารไป แล้วทรงเดชมาหรือยัง”
“เห็นมาแล้วครับ ด้วยสภาพ...”

ในห้องทำงานทรงเดช ทรงเดชหัวฟู เสื้อฟ้าเยิน คุยมือถือกับน้ำหวานอย่างอารมณ์เสียเพราะหาเอกสารที่โต๊ะไม่เจอ
“ฉันไม่อนุญาตให้เธอลาป่วยตอนนี้ ฉันต้องเข้าประชุม จะให้ผีที่ไหนเตรียมเอกสารให้ทัน หา! อ้อ แล้วรถที่ให้ทำเรื่องขอมาใช้ เมื่อไหร่จะได้ มาดูสภาพที่ฉันต้องนั่งมอเตอร์ไซค์มาทำงานซิ ฉันเองยังทนดูตัวเองไม่ได้เลย ถ้าเธอไม่มาทำงานภายในครึ่งชั่วโมง ฉันไล่เธอออก”
ทรงเดชหัวเสีย รื้อเอกสารกระจายเต็มโต๊ะ คว้าเอกสารที่ต้องการมาได้สองแผ่น รีบเดินออกไป
ทรงเดชออกมาจากห้อง แสบเดินเข้ามา ต้องการเจอตัวน้ำหวาน แต่ไม่เห็น เห็นแต่ทรงเดช ทรงเดชเห็นแสบมาด้อมๆ มองๆ
“มาทำไม”
“น้ำหวานล่ะ ครับ”
“ยัยนั่นโทรมาลาป่วย ทำไม เมื่อคืนหนักถึงขนาดทำให้ยัยนั่นมาทำงานไม่ไหวเลยเหรอ หา” แสบกำหมัดแน่น
“ไง หวานสมชื่อน้ำหวานมั้ย”
“ไอ้...” แสบทนไม่ไหวเงื้อหมัดจะต่อย มือของจุลลาเข้ามาคว้าข้อมือของแสบเอาไว้ได้ก่อนที่แสบจะปล่อยหมัด
“แสบ”
จุลลาดึงแขนของแสบไว้ ฉุดจนแสบปล่อยหมัดไม่ออก
“แกนี่มันกุ๊ยจริงๆ เอะอะก็จะใช้กำลัง ฉันจะไม่ปล่อยให้แกกร่างอยู่ที่นี่ได้นานหรอก ฟังไว้เลย อีกไม่กี่วัน ทั้งแก ทั้งหัวหน้าแกจะต้องถูกไล่ออก”
“รีบหน่อยนะ ก่อนที่คนที่ถูกไล่ออกจะเป็นคุณเสียเอง”
“อย่าท้า”
“อย่าเก่งแต่ปาก”
“เธอ”
“ไม”
ทรงเดชเห็นท่าทางจุลลาเอาจริง ไม่มีถอย จึงถอยเองแต่ชี้หน้าฝากแค้น
“โชคช่วยไว้นะ ฉันต้องเข้าประชุม แต่เรื่องนี้ต้องถึงหูเพื่อนฉันแน่นอน”
แสบเงื้อหมัด ทรงเดชรีบวิ่งออกไป จุลลารู้สึกเอือมระอากับทรงเดช ก่อนจะหันไปไปมองหน้าแสบเอาเรื่อง
“จะมาหาน้ำหวานทำไม”
“ผมอยากจะมาบอกน้ำหวานว่า ยังไงก็รักนะ”
“ฉันว่าถึงเวลาที่ต้องเคลียร์กับแกให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ แสบ”
แสบเครียด

 
ห้องพักแผนกซ่อมบำรุง จุลลานั่งฟังแสบอย่างตั้งใจ แสบตัดสินใจเล่าอย่างลำบากใจ
 
“ผมไม่อยากพูดออกไป ไม่อยากให้ใครรู้ กลัวคนจะเอาไปพูดกันสนุกปาก ผมสงสารน้องเค้า”
“แล้วไม่สงสารตัวเองเหรอ แกกำลังถูกทุกคนที่นี่เข้าใจผิด ไม่เห็นสายตาลูกน้องแก สายตาผู้ใหญ่ที่นี่เค้ามองแกเหรอแสบ”
“จนกว่าไอ้เด่นเด็กวัดรุ่นน้องผมผัวของน้องเค้าจะกลับมา ผมไม่อยากให้มันถูกมองไม่ดีว่าทิ้งเมีย ผมอยากให้โอกาสมัน มันสองคนรักกันจริงๆ เพียงแต่อายุยังน้อยเกินไปด้วยกันทั้งคู่ หาเลี้ยงตัวเองยังไม่ได้ ดันท้องมาอีก ถ้าผมไม่รับปากจะช่วยพวกมัน คงทำบาปกันไปแล้ว”
จุลลาอึ้ง ถอนใจ กลุ้มใจแทน
“รักจริง แล้วไอ้เด่นน้องแกมันหายหัวไปไหน ทำไมทิ้งเมียท้องแก่ไว้คนเดียว ไม่ดูแล จนต้องมาขอความช่วยเหลือจากแก”
“ผมก็ไม่รู้ ยังติดต่อมันไม่ได้เลย”
“แกไม่คิดเหรอ ว่าไอ้เด่นมันอาจจะทนลำบากไม่ไหวแล้วหนีไปแล้วจริงๆ”
“ไม่มีทางพี่ มันรักเมียมันมาก กลัวว่ามันจะเป็นอันตรายมากกว่า ผมก็ร้อนใจอยู่เนี่ย”
“นี่ใช่มั้ย คือเหตุผลว่าทำไม แกถึงได้งกนัก เงินสักบาทถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ให้กระเด็นออกจากกระเป๋า เพราะเอาไปจุนเจือน้องแก” แสบพยักหน้า
“ผมต้องตอบแทนคุณข้าววัด ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กจนโตหมาเลียตูดไม่ถึง”
“ไม่ต้องน้ำ เอาเนื้อๆ”
“นั่นแหละ ผมสาบานต่อหน้าพระประธานกับหลวงตาไว้แล้วว่าถ้าผมทำงานหาเงินได้เมื่อไหร่ ผมจะช่วยดูแลน้องๆ ในสังกัดเด็กวัดเดียวกันเท่าที่ผมจะทำได้”
จุลลาซึ้งในน้ำใจของแสบ
“ได้ ฉันจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง สบายใจเถอะ”
“ขอบคุณครับพี่จูน”
“ไปทำงานกันได้แล้ว”
จุลลาและแสบลุก จะเดินออกจากห้อง แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นน้ำหวาน เข่ง ถัด หยิกและเจ๊พุ่มยืนออฟังอยู่เต็มประตู
“เฮ้ย”
“แสบ เราไม่ได้ปิดประตูแล้วล็อกแล้วเหรอ”
“อ๋อ ปิดแล้วล็อกแล้วพี่ แต่ลืมอะไรป่ะ ล็อกมันเสีย”
ลูกน้องเข้าไปกอดแสบ
“พี่แสบของน้องๆ”
“โคตรหล่อเลยพี่”
“ปลื้มใจสุดๆ”
“แสบ อีกทีนะ มาเป็นผัวเด็กเจ๊เถอะ”
“เจ๊ขอผมเป็นผัวอีกทีเดียวนะ จะเป็นจริงๆ เลยคอยดู”
“พูดเล่น”
“น้ำหวาน แสบมันไม่ได้...”
“แค่คำพูดลอยๆ แค่นี้ พี่จูนกับทุกคนก็เชื่อเค้าเหรอ” จุลลาและทุกคนอึ้ง “แต่น้ำหวานไม่เชื่อ”
“น้ำหวาน”
น้ำหวานรีบเดินออกไป ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาที่รื้นออกมาอีก ทุกคนซึมเศร้ากันไปหมด จุลลาตบไหล่ปลอบใจแสบที่เหี่ยวคอตก

พี่บีนอนหน้าส้มอยู่บนโซฟา เดือนพิไลในชุดสวยกำลังจะออกไปทำงาน เดินเข้ามาดู ใช้เท้าเขี่ยพี่บี
“เจ๊ เจ๊ ตายยัง”
พี่บีค่อยๆ รู้สึกตัว ลุกขึ้น
“ฉันอยู่บนสวรรค์หรือนรก” พี่บีหันไปเห็นเดือนพิไล “ฉันอยู่ในนรก”
เดือนพิไลเล่นละคร เข้าไปดูพี่บีอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“เจ๊ ฟื้นแล้วเหรอ”
“พญายมอยู่ไหน”
“เจ๊ยังไม่ตาย”
“เหรอ คงงั้น เพราะถ้าฉันตายแล้ว คงไม่รู้สึกแสบและตึงหน้าขนาดนี้”
“เจ๊ หนูขอโทษนะ” เดือนพิไลแกล้งน้ำตาซึม
“ฉันไม่เชื่อ”
“คนเดียวที่หนูไม่มีทางเล่นละครตบตาได้คือเจ๊นะ”
พี่บีอึ้งแต่ยังลังเลอยู่
“ฉันไม่เชื่อ”
“หนูรู้สึกผิดจริงๆ พอเห็นเจ๊เฉียดตายต่อหน้าต่อตาเมื่อคืน ก็ทำให้หนูคิดได้ว่าหนูทำพลาดไปแล้ว ที่ทำร้ายจิตใจแม่คนที่สองของหนูได้ลงคอ หนูขอโทษจริงๆ”
เดือนพิไลบีบน้ำตาจนทำให้พี่บีใจอ่อน และเชื่อขึ้นมาจริงๆ
“แก เสียใจจริงๆ นะ” เดือนพิไลพยักหน้า
“ตอนนั้นรู้แค่รู้สึกเหนื่อย แล้วก็เครียด ทำให้หนูพูดจาพล่อยๆ ออกไป คนเราทำผิดพลาดกันได้นะเจ๊ แค่ครั้งเดียว เจ๊จะโกรธจนให้อภัยหนูไม่ได้เลยเหรอ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา คำน้อยหนูก็ไม่เคยพูดว่าให้เจ๊เสียใจใช่มั้ย”
“ไม่ แกพูดบ่อยมาก”
“แต่หนูก็พูดเล่นกับเจ๊อย่างนี้มาตลอด แต่คราวนี้ เจ๊เอาจริง หนูตกใจมากเลยนะ เมื่อคืนหนูนอนไม่หลับเลย คอยดู คอยปฐมพยาบาลเจ๊ทั้งคืน”
“แต่หน้าตาแกไม่เหมือนคนอดนอนนะ”
“หนูใช้คอนซีลเลอร์ เลยไม่เห็นขอบตาดำ เจ๊อ่ะ ก็ได้ ถ้าเจ๊ไม่เชื่อหนู ไม่ยกโทษให้หนู เจ๊ไม่ต้องส่งข่าวให้สื่อหรอก หนูจะเปิดแถงข่าวเองว่าหนูผิดไปแล้ว หนูจะยกมือไหว้ขอโทษประชาชน” พี่บีใจอ่อนจนได้
“โอย มาๆๆ อย่าร้อง” เดือนพิไลโผเข้าไปกอดพี่บี พี่บีกอดนิดนึง แล้วรีบผลักออก “อ่ะ เสร็จพิธีซาบซึ้ง”
“ทำไมกอดแป๊บเดียวอ่ะ”
“ชะนี เค้าไม่ให้กอดนาน เดี๋ยวของเสื่อม อุ๊ตะ! มีถ่ายละครนี่ ตายๆๆ รอฉันเดี๋ยวนะนังมูน ขอไปแปลงร่างแปร๊บส์ อนึ่งหน้าฉันตึงมาก ผิดปกติอ่ะ”
“เลิกใช้ครีมพอกหน้ายี่ห้อนี้ได้แล้วเจ๊ เอาของเสียมาขาย เนี่ย สีเปลี่ยนเฉยเลย”
“แถมมีกลิ่นอีกต่างหาก ว้าย หน้าฉัน”
พี่บีวิ่งออกไป เดือนพิไลยิ้มสะใจ
“หึ โง่ได้อีก โทรนัดผู้ชายดินเนอร์ดีกว่า” เดือนพิไลนึกขึ้นได้ “แต่เรื่องหนังหน้าอีเจ๊มันไม่โง่นะ ถ้ามันเห็นว่ามันหน้าส้ม”
เดือนพิไลวิ่งออกไปทันที เพื่อตามพี่บีเข้าห้องน้ำ

พี่บีกำลังถือผ้าเช็ดตัวจะวิ่งเข้าห้องน้ำ เดือนพิไลวิ่งตามมาทันพอดีที่พี่บีจะเข้าไป เดือนพิไลจับหัวพี่บีกดเอาไว้ แล้วไสเข้าไปในห้องน้ำ
“ว้าย นังมูน แกทำอะไรฉันเนี่ย”
“ช่วยเจ๊ล้างครีมพอกหน้าหมดอายุไง จะได้ล้างออกเร็วๆ”
“แกจะช่วยให้เร็วหรือช่วยให้ช้า ปล่อย ไม่ต้อง ฉันทำเอง” เดือนพิไลไม่ฟัง ลากหนีกระจกเข้าไปถึงใต้ฝักบัว
“หนูอยากทำอะไรดีๆ ให้เจ๊บ้าง น่านะ” พี่บีดึงตัวเองไปหน้ากระจก จะเงยขึ้น เดือนพิไลตามไปตะครุบ ดึงหัวกลับมาที่ใต้ฝักบัวและเปิดฝักบัวอย่างทุลักทุเลมาก “น่า อย่าดื้อน่า”
“อยากทำดีกับฉัน หล่อนก็เลิกกดหัวฉันซะที” พี่บีหลุดออกมาได้ มองเดือนพิไลโมโห นึกระแวง “หล่อนจะทำอะไรของหล่อนกันแน่”
เดือนพิไลยิงฝักบัวใส่หน้าพี่บี
“ล้างหน้าเจ๊ไง”
“อร๊าย นังมูน หยุด ฉันบอกให้หยุด” น้ำซอสไหลเข้าตา “อ๊าย แสบตา อ๊าย ฮ็อต ฉันฮ็อตตต นี่หน้าฉันหรือหม้อไฟต้มยำกุ้งเนี่ย”
เดือนพิไลไม่หยุด ฉีดน้ำใส่หน้าพี่บีจนเห็นว่าซอสไหลออกหมดแล้ว จึงปล่อยฝักบัวทิ้ง
“อุ๊ย ชุดหนูเลอะหมดแล้วอ่ะ ไปเปลี่ยนก่อนนะ ทีเหลือเจ๊ก็จัดการต่อนะ”
เดือนพิไลวิ่งจู๊ดออกไป พี่บีรู้สึกถึงความผิดปกติ ชิมน้ำที่ไหลเยิ้มเข้าปาก
“ลักษณะเหมือนสิ่งที่ใช้เพิ่มรสชาติฮ็อตแอนด์สไปซี่ให้อาหาร ซอสพริก” พี่บีอึ้ง...มาอยู่บนหน้าได้อย่างไร นังเดือนพิไลแน่ๆ เพราะมีพิรุธ “อีนังงูพิษเลี้ยงไม่เชื่อง จะอยู่กันแบบสวมหน้ากากรอแทงข้างหลังชิมิ จัดไป อ๊ายแสบ”

พี่บีรีบล้างหน้าตัวเองต่อ

 
เจ้าหน้าที่เดินออกจากห้องประชุม สืบสาย ทรงเดชและครรชิตเดินตามออกมา
 
“ขอบใจมากนะสืบที่เห็นด้วยกับไอเดียที่ฉันเสนอ”
“เครื่องจักรมันเก่าจริง ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยน นายรีบเปรียบเทียบราคาบริษัทผู้ผลิต แล้วเสนอฉันอีกที ตามงบที่ฉันตั้งไว้”
“รับรอง เงินของนายจะต้องได้เครื่องจักรที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด”
“ช่วยหน่อยแล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงเพื่อน เต็มที่อยู่แล้ว”
ทรงเดชเดินออกไป แอบยิ้มพอใจเพราะนี่คือช่องทางหาเงินและเป็นช่องทางทำให้ปาล์มโปรดักส์เสียหาย ผีเถ้าแก่มายืนอยู่ข้างๆ ครรชิต ที่มองทรงเดชอย่างไม่ไว้ใจอยู่
“ลื้อคิดเหมือนอั๊วมั้ยวะอาครรชิต”
“บอสแน่ใจเหรอครับ ที่ให้คุณทรงเดชเป็นคนจัดหาและจัดซื้อ” ครรชิตถามสืบสาย
“มันเป็นหน้าที่ของเค้า อีกอย่าง ใครจะรู้จักเครื่องจักรในไลน์ผลิตได้ดีไปกว่าผู้จัดการฝ่ายผลิตล่ะ”
“หรา” ผีเถ้าแก่บอก
“หรา” ครรชิตลืมตัวพูดกับสืบสาย
“ครรชิต”
“ว้าย! ขอโทษครับบอส” สืบสายเดินออกไป ครรชิตมองซ้ายมองขวา “อะไรดลใจให้เราพูดออกไปเช่นนั้น”
“สำนึกดีที่อยู่กับลื้อไง อาครรชิตสู้ๆ คอยจับตาดูอาส่งเดชต่อไป”
“สู้ๆ คอยจับตาดูนายทรงเดชต่อไป ฮึบๆ”
ครรชิตเดินตามสืบสายออกไป ผีเถ้าแก่มองตามเป็นห่วงและเป็นกังวลอยู่ลึกๆ
“อาส่งเดช”

ทรงเดชเดินเข้ามาที่ห้องทำงานเห็นน้ำหวานนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะ
“มาแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
“หน้าตาซีดนะ ไม่สบายจริงๆ หรือเปล่า”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้ายเกินมนุษย์ เคลียร์เรื่องรถออฟฟิศให้ฉันเรียบร้อยแล้ว เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้”
“ขอบคุณค่ะ เอ่อ พรุ่งนี้หนูขอลากิจนะคะ”
“ทำไม จะไปไหน”
“ต้องไปธุระกับเตี่ยค่ะ”
“ธุระอะไร” น้ำหวานอึกอัก ไม่กล้าบอก
“เอ่อ”
“ถ้าไม่บอกก็ไม่ให้หยุด”
“เตี่ยจะให้คนมาดูตัวหนูค่ะ”
แสบที่ตั้งใจจะมาหาน้ำหวานเข้ามาได้ยินพอดี
“ดูตัว”
น้ำหวาน ทรงเดชสะดุ้ง หันไป เห็นแสบยืนหน้าซีดอยู่ ทรงเดชสะใจมาก
“ไง ไอ้แสบ สงสัยเสน่ห์แกมันจะเร้าใจไม่พอนะ น้ำหวานเค้าถึงได้ยอมไปให้คนดูตัว ว่างๆ ฉันให้คำปรึกษาเรื่องนี้ได้นะ ไม่หวงวิชา”
แสบกำหมัดแน่นแค้นทรงเดช แต่พยายามกดตัวเองเอาไว้ น้ำหวานปล่อยโฮ วิ่งหนีออกไปเลย แสบวิ่งตาม
“น้ำหวาน เดี๋ยวก่อน น้ำหวาน”
ทรงเดชมองตามอย่างดูถูก
“กระจอกเอ้ย”
ทรงเดชมองเวลา เที่ยงพอดี ไม่เข้าห้องทำงานแต่เดินออกไปจากโรงงานแทน

น้ำหวานวิ่งหนีแสบมา ผ่านป้อมยาม
“น้ำหวาน หยุดก่อน น้ำหวาน ฟังพี่แสบก่อน”
ยามจ่อยมองแสบวิ่งไล่ตามน้ำหวาน งงๆ หยิบว.มารายงานสถานการณ์ทันที
“ว.หนึ่งเรียกว.สอง เปลี่ยน”
เจ๊พุ่มเช็กบัตรตอกของคนงานอยู่ หยิบว.มาสื่อสารกับยามจ่อย
“ว.ว่าไง ไอ้จ่อย แกไม่ต้องมาว.แวกับฉันหรอก พูดธรรมดานี่แหละ”
ยามจ่อยรายงานสถานการณ์
“ขณะนี้ช่างแสบได้วิ่งตามน้องน้ำหวานออกไปนอกโรงงานแล้วครับผม”
“วิ่งตามกันไปทำไมวะ”
“ถ่ายมิวสิกมั้งครับผม โอ๊ย! ไม่ทราบครับผม แต่ที่รู้ๆ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ครับผม เพราะน้องน้ำหวานวิ่งร้องไห้ออกไป ยามแสบก็ได้แต่ร้องเรียก น้องน้ำหวาน น้องน้ำหวาน”
“ห้า”
จุลลาเข้ามากับลูกน้อง ตามหาแสบ จะออกไปกินข้าวกลางวัน
“เห็นไอ้แสบมั้ยเจ๊พุ่ม”
“เห็นค่ะ นายช่าง”
“แล้วมันอยู่ไหน”

แสบวิ่งตามน้ำหวานจนทัน คว้ามือน้ำหวานเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน น้ำหวาน”
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย” น้ำหวานชกเข้าเบ้าตาแสบเลย “โอ๊ย”
แสบเซแถ่ดๆๆๆ
“คนใจร้าย คนใจดำ คนปากว่ามือถึง ไม่ให้เกียรติผู้หญิง เลว”
“น้ำหวานกำลังเข้าใจพี่ผิด”
“แล้วมีอะไรมาพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดล่ะ”
“พี่จะไปพาตัวน้องพี่ทั้งสองคนนั้นมายืนยันกับน้ำหวาน”
“งั้นก็ไปพามาก่อนแล้วค่อยพูดกัน”
“งั้นก็อย่าเพิ่งไปดูตัวได้เปล่าล่ะ” น้ำหวานอึ้ง “น้ำหวาน ทำไมต้องไปให้เค้าดูตัว บอกเตี่ยนะถ้าอยากให้น้ำหวานมีผัว ให้มาดูพี่นี่ พี่พร้อมมาก”
“อยากโดนต่อยตาแตกอีกข้างหรือไง”
“เอาเลย อยากชกพี่ให้สาแก่ใจน้ำหวานตรงไหน ก็เอาเลย พี่จะยืนอยู่นิ่งๆ ไม่หนีไปไหน จะยอมให้น้ำหวาน...”
แสบพูดไม่ทันจบ น้ำหวานเข้ามาชกเข้าที่หน้าอก แสบทรุด “อ่อกกก” น้ำหวานเงื้อจะชกอีก แสบถอย ตั้งหลัก “เดี๋ยว”
“ไหนบอกว่าจะไม่หนีไง จะยืนอยู่นิ่งๆ ไง แค่นี้ก็ทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด แล้วจะให้ฉันเชื่อแกได้ยังไง ไอ้พี่แสบบบบ ต่อไปนี้ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกเลยนะ เกลียด”
น้ำหวานร้องไห้วิ่งหนีไป แสบจะตามแต่จุกอก ตามไม่ไหว จุลลา เจ๊พุ่มและลูกน้องวิ่งเข้ามาหาแสบ
“แสบ เกิดอะไรขึ้น น้ำหวานไปไหน มีอะไรกัน”
“พี่จูน น้องน้ำหวาน สะบั้นรักแสบอ่ะ ฮื้ออออ” แสบหาที่ซบ จุลลาหลบ ลูกน้องหลบ ไปจบที่เจ๊พุ่ม แสบไม่ยอมซบ เดินเลยไป ร้องไห้คนเดียว “น้ำหวานของพี่แสบ น้ำหวาน น้ำหวานนนน”
จุลลา ลูกน้องและเจ๊พุ่มมองตามแสบอย่างเป็นห่วง
“ในลักษณะของอาการที่เรียกว่า เพี้ยนแล้วว่ะ”

จุลลาเป็นห่วงแสบ
 

 
สืบสายวางมือจากงานที่ทำ รู้สึกเหนื่อยและเพลีย ครรชิตเคาะประตูเข้ามา
 
“บอสครับ เลิกงานแล้วครับ”
“อืม”
“บอสดูเหนื่อยๆ เพลียๆ นะครับ”
“อืม”
“กลับบ้านไปพักผ่อนมั้ยครับ”
“กลับบ้านไปก่อนเถอะ ฉันจะอยู่เคลียร์งานต่ออีกสักพัก ค่อยกลับ”
“ครับ แต่...แน่ใจเหรอครับ ว่าไม่อยากไปเจอคุณจุลลา”
“ครรชิต” ครรชิตรีบเอากุญแจรถไปวางให้ ลากลับ
“สวัสดีครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับ”
ครรชิตออกไป สืบสายถอนใจ หยิบไอแพดมาจะเช็กอีเมล์ ผีเถ้าแก่มายืนข้างๆ
“ไม่มีคนให้กลับไปหา เลยยังไม่อยากกลับบ้านล่ะสิ” สืบสายชะงักไป รู้สึกเหงาในหัวใจ “ถ้าไม่มีคนที่บ้านให้กลับไปหา ก็ไปหาที่บ้านของคนๆ นั้นสิ” สืบสายชะงัก “ทำตามเสียงหัวใจเรียกร้องบ้างเถอะอาตี๋ งานน่ะรอได้ แต่กับคนบางคน ช้าไปกว่านี้ เค้าจะไม่รอ ก๋งก็บอกลื้อได้แค่นี้ ทำอะไรมากไปกว่าเสกดาวให้พวกลื้อเห็นไม่ได้ ทั้งๆ ที่มันอยากทำใจจะขาด”
สืบสายเก็บไอแพด ลุกขึ้น จะออกไปจากห้อง ผีเถ้าแก่มองตามยิ้มๆ สืบสายลืมกุญแจรถ หันกลับมาจะหยิบ เห็นร่างของผีเถ้าแก่ลางๆ ยืนยิ้มให้อยู่ สืบสายตกใจ ผงะ แล้วร่างของผีเถ้าแก่ก็เลือนหายไป
“อากง”
สืบสายยืนอึ้ง ตั้งสติมองไปรอบๆ อีกที ไม่เห็นอะไร สืบสายรีบคว้ากุญแจรถ แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ผีเถ้าแก่ปรากฏร่างที่เดิมรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ
“อาตี๋เห็นอั๊ว”

สืบสายเดินมาที่ห้องพักแผนกซ่อมบำรุงตั้งใจจะมาหาจุลลา แต่ไม่มีใครอยู่ที่ห้องแล้ว สืบสายตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรออกหาจุลลา
ขณะนั้นจุลลายืนมองดูแสบนั่งซึมอยู่หน้าบ้านพักคนงาน จุลลาอยู่กับหยิก เข่ง ถัด
“จะช่วยมันยังไงดีเนี่ย”
“ฉุดน้องน้ำหวานมาให้พี่แสบเลย สิ้นเรื่องสิ้นราว”
เข่งถูกรุมเขกหัว
“ใช้อะไรคิด”
“หมายถึงฉุดมาเคลียร์กับพี่แสบให้รู้เรื่อง คิดอะไรกันครับ”
ลูกน้องได้ยินเสียงมือถือสั่นตือ ตือ ตือ ทุกคนหันหาที่มาของเสียง
“เสียงมือถือใครสั่น”
“ไม่มีมือถือ”
“กูก็ยืมพี่แสบใช้”
“ของข้าแบตหมด”
“งั้นของใคร”
“ก็ของพี่นั่นแหละ” เข่ง ถัด หยิกบอกออกมาพร้อมกัน
“อ้าว เหรอ” จุลลารีบหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงมาดู เห็นชื่อ “คุณสืบสาย” โทรเข้ามา “คุณสืบสาย”
จุลลาลังเลจะรับสายดีหรือไม่ ทันใดนั้นจู่ๆ แสบก็ลุกขึ้น หน้าตาเครียด
“จะอยู่ไปทำไม อยู่ไปให้ทรมาน อย่าอยู่มันเลย”
แสบเดินลิ่วออกไป จุลลาและลูกน้องตกใจ
“พี่แสบจะไปฆ่าตัวตาย”
“ก็แค่ฆ่าตัวตาย”
“มันใช่เรื่องใหญ่ที่ไหน”
“เฮ้ย เรื่องใหญ่” จุลลา เข่ง ถัดพูดออกมาพร้อมกัน
“งานเข้าสิครับพี่น้อง”
“ตามไปเร็ว”
จุลลาและลูกน้องตามแสบออกไป จุลลาลืมเรื่องสืบสายโทรเข้าสนิทใจ

สืบสายหงุดหงิดที่จุลลาไม่รับสาย กดวางสาย
“มัวทำอะไรอยู่นะจุลลา” เสียงมือสืบสายดังขึ้น สืบสายแปลกใจ รีบรับ “ครับ ป้าเมี่ยง”

ขณะนั้นเจ๊อ้อยกำลังจะปิดร้าน แสบเดินหน้าตาเครียดเข้ามา
“เจ๊อ้อย”
“อะไร ร้านจะปิดแล้ว”
“ยังปิดไม่ได้”
“เป็นผัวเจ๊หรือไง อย่ามาสั่ง”
“พูดเหมือนตัวเองเคยมีผัว”
“ยังไม่เคยมี ซ้อมไว้ก่อน! ตอนมีจริงๆ จะได้ชิน” แสบเข้าไปจับไหล่เจ๊อ้อยเขย่าอย่างแรง คาดคั้น
“ทำไมถึงอยากมีผัวกันนักวะ หา” เจ๊อ้อยตกใจ แต่ก็ตอบ
“ก็คนที่มีมันบอกว่าสนุกกกกก”
“แล้วถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รัก มันจะสนุกเหรอเจ๊”
“รุ่นเจ๊ ไม่เลือก ไม่รักก็ได้ ยังไงก็สนุกกกกก”
“โว้ย เสื่อม”
“ก็เรื่องของกู เป็นบ้าอะไรของแกวะไอ้แสบ มาถามเรื่องอะไรก็ไม่รู้ คนมันเขินนะเว้ย”
“เขินแล้วเหรอ จัดมาที่นึง”
“จัดอะไร”
“อะไรที่จะทำให้แสบหลุดออกไปจากโลกแห่งความจริงใบนี้ โลกที่ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครเอา ฮื้อ”
แสบนั่งทิ้งตัวอ่อนแรง เศร้าใจ เจ๊อ้อยยืนงง “เร็วๆ สิเจ๊ ชักช้า แช่งให้หาผัวไม่ได้ ไปดูตัวกับใครก็ไม่มีใครมาดู”
“อ้าว อยู่ๆ มาแช่ง เดี๋ยวถูกตบ”
“ยังอีก”
“ก็แกให้เจ๊จัดอะไรเล่า”
“ข้าวไข่เจียว”
“ก็แค่เนี้ยะ เวิ่นเว้ออยู่ได้ตั้งนาน”
เจ๊อ้อยเดินเข้าไปในร้าน แสบคอตก ห่อเหี่ยว โลกพัง หยิบช้อนส้อมรอกิน
จุลลา หยิก เข่ง ถัดวิ่งเข้ามาเห็นแสบถือช้อนส้อมก็ตกใจ เข้ามาช่วยล็อกตัวแสบ กดลงกับพื้น กลัวแสบใช้ส้อมทำร้ายตัวเอง
“ไอ้แสบ หยุดเลยนะ ปล่อยส้อม ปล่อย”
“โอ๊ย อะไรกันวะเพ่ โอ๊ย เจ็บ”
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย เจ๊อ้อยวิ่งออกมาดูด้วยความตกใจ
“อะไรกันนายช่าง ไปทำมันทำไม”
“เจ๊อย่าพูดมาก มาช่วยกันห้ามเร็ว ไอ้แสบมันจะฆ่าตัวตาย” แสบ เจ๊อ้อยอึ้ง
“โอ๊ย จะบ้าหรือไง ถึงแสบจะหล่อ แต่แสบก็ไม่เคยคิดสั้น”
“แล้วแก ถือส้อมไว้ทำไม”
“จะกินข้าว”
จุลลาและทุกคนอึ้ง หันมองเจ๊อ้อย เจ๊อ้อยพยักหน้าสำทับ ชูกระทะกับตะหลิว
“มันสั่งข้าวไข่เจียว”

จุลลาและลูกน้อง ค่อยๆ ปล่อยแสบเป็นอิสระ

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 7 (ต่อ)

สืบสายกลับเข้าบ้านแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นคุณนายเง็กกำลังโยนเสื้อผ้าของเสี่ยตงออกไปนอกบ้าน เสี่ยตงที่แต่งตัวหล่อจะออกไปข้างนอกยืนเซ็ง ไม่พอใจอยู่ใกล้ๆ

“ออกไปอยู่ข้างนอกเลย ออกไป”
ป้าเมี่ยงเข้ามาหาสืบสาย พูดขอร้อง
“คุณสืบขา ช่วยห้ามทีเถอะค่ะ ป้าเอาไม่อยู่แล้ว”
“อั๊วก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน ไปเลย ไป๊” สืบสายเข้าไปห้ามคุณนายเง็ก
“หม่าม้า เดี๋ยวก่อน มันเรื่องอะไรกัน ถึงทำขนาดนี้ครับ เกิดอะไรขึ้น”
“เกิดอะไรขึ้น ผีเข้าม้าลื้อไง ไร้สติ ไม่มีเหตุผล ใช้แต่อารมณ์”
“อั๊วมีเหตุผลของอั๊ว หนอย...ทะเลาะกันอยู่แท้ๆ ยังมีอารมณ์ออกไปลั้ลลาข้างนอก ใส่น้ำหอมขนาดนี้ อาบมันไปเลยดีมั้ย อยากออกไปนักใช่มั้ยก็ออกไปเลย ถาวร ไอ้ตงตัณหากลับ”
“จะออกไปธุระข้างนอกเนี่ยนะ ตัณหากลับตรงไหน”
“ไปธุระกับใคร บอกมาสิ”
“อาเง็ก ลื้อคิดมากไปแล้วนะ ถ้าอั๊วจะนอกใจลื้อจริงๆ อั๊วไม่ทนนอนที่โซฟาหรอก อั๊วเตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว แต่นี่อั๊วก็ยังอยู่ ยังไม่ไปไหน เพราะว่าอั๊วรักลื้อ มีลื้อคนเดียว อั๊วไปไหนไม่รอด”
คุณนายเง็กเงียบ ไม่โต้ตอบคิดตามคำพูดของเสี่ยตง ผีเถ้าแก่เข้ามาสังเกตการณ์
“กรีดเลือดสาบาน”
“ไอ้หยา อั๊วกลัวเลือด”
“แสดงว่าลื้อไม่จริงใจ แค่นี้ก็ทำให้อั๊วไม่ได้ ออกไปเลย ออกไป”
คุณนายเง็กสติแตก ไล่เสี่ยตงไม่เลิก สืบสายเข้าไปหาเสี่ยตง
“ป๊าออกไปก่อนเถอะครับ ม้ากำลังโกรธ เดี๋ยวผมดูแลม้าเอง”
“ฝากหน่อยนะอาตี๋ ป๊าไปก่อนล่ะ”
เสี่ยตงรีบออกไป คุณนายเง็กอาละวาดไม่เลิก
“อาเมี่ยง ไปขนของเฮียตงออกมาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่กางเกงในสักชิ้น”
คุณนายเง็กเข้าบ้านไปอย่างหงุดหงิด ป้าเมี่ยงตามไป สืบสายมองตามอย่างกลุ้มใจ
“เฮ้อ...ครอบครัวขาดความเชื่อใจ บ้านมันก็ไม่เป็นบ้าน ลื้อทำอะไรไม่ได้หรอกอาตี๋ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตัวป๊ากับม้าลื้อเอง” สืบสายนั่งลงอย่างเซ็งๆ ผีเถ้าแก่นั่งลงข้างๆ “เรื่องบางเรื่องมันก็อยู่นอกเหนือลิขิตฟ้าชะตาสวรรค์ กรรมลิขิตไงอาตี๋ ผลที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ขี้เหม็นเอง”
สืบสายถอนใจ มองเข้าไปในบ้าน ไม่อยากเข้าไป

จุลลา ลูกน้องและเจ๊อ้อยนั่งดูแสบจ้องข้าวไข่เจียว ตาปริบๆ
“พี่แสบ จะจ้องให้เห็นเลขเลยป่ะ”
“ขอสองตัวเน้นๆ นะพี่”
“เฮ้ย! ใช่เรื่องป่ะ ขอสามตัวเลยพี่แสบ”
“ขอหกตัวเลยไม่ได้เหรอวะ รางวัลที่หนึ่งหรือใกล้เคียงก็ได้ จะไปจัดสักชุด”
“พอเลย! มันใช่เวลามั้ยเนี่ย” ลูกน้องกับเจ๊อ้อยจ๋อย ถอยไป เว้นระยะห่าง
“แสบ แกเป็นไงบ้าง”
“อยากเป็นไข่ให้เธอเจียว เพราะคนใดที่ได้เจียว คือคนเดียวที่ได้ใจ” ทุกคนอึ้ง เกิดความเงียบงันกับมุกของแสบ “ฟ้าไม่ยุติธรรม ทำไมถึงใจร้ายกับแสบ”
แสบตักข้าวไข่เจียวเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกคนมองอย่างเห็นใจ

สืบสายยังนั่งอยู่ที่เดิม ถอนหายใจเฮือก ผีเถ้าแก่ถอนตาม สืบสายถอนหายใจอีกเฮือก ผีเถ้าแก่ถอนตาม
สืบสายถอนอีกเฮือก
“โอ๊ย จะถอนหายใจเฮือกๆๆ อยู่อย่างนี้แต่ไม่คิดจะทำอะไรอีกนานมั้ยวะอาตี๋” สืบสายอึ้ง รู้สึกลมพัดอ่อนๆ ปะทะผิวหนัง รู้สึกเย็นๆ มองไปรอบๆ จนมาหยุดตรงที่ผีเถ้าแก่ยืนอยู่ “เออ อั๊วเอง ตอนกลางวันยังไม่มืด แสงเยอะ ลื้ออาจจะเห็นอั๊วไม่ชัด แต่ตอนนี้ ลื้อเปิดใจและเชื่อว่าอั๊วมีอยู่จริง เพราะฉะนั้นลื้อเลย...”
“อากงครับ ไม่ต้องมาหาผมหรอกครับ” สืบสายบอก ผีเถ้าแก่อึ้ง
สืบสาย ผีเถ้าแก่ยืนเผชิญหน้ากันสองคน แต่สืบสายไม่เห็นผีเถ้าแก่ ลมพัดโดยรอบ เสียงแห่งความวังเวงดังกลบทุกเสียง เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่อยากสื่อสารด้วย ย่อมเกิดความเงียบ ต่อให้อีกฝ่ายพูดเสียงดังมากแค่ไหนก็ตาม สืบสายตัดสินใจพูดออกไป
“อากง ไปซะเถอะครับ”
“ลื้อไล่อั๊ว”
สืบสายหันมาจะเข้าบ้าน ชะงัก เจอป้าเมี่ยงยืนกลัวอยู่
“ป้าเมี่ยง”
“เมื่อกี้คุณสืบคุยกับใครเหรอคะ”
“ผมพูดคนเดียว”
“แต่ป้าได้ยินว่า...”
“ผมพูดคนเดียว หม่าม้าเป็นยังไงบ้าง”
“เข้าห้องปิดประตูเงียบเลยค่ะ บอกว่าไม่ทานแล้วก็ไม่ให้ใครไปกวน เย็นนี้นายช่างจะมาร่วมโต๊ะด้วยมั้ยคะ”
สืบสายเปลี่ยนใจจะเข้าบ้าน รู้สึกหงุดหงิด เครียด เดินออกไปจากบ้านเลย
“ผมไม่ทานข้าวนะ”
สืบสายออกไปทันที ป้าเมี่ยงมองไปรอบๆ กลัวๆ รีบเข้าบ้านไปทันที ผีเถ้าแก่ยืนอึ้ง น้อยใจ
“อาตี๋ไล่อั๊ว”

จุลลาพาหยิกมาคุยอีกมุมหนึ่งของร้านเจ๊อ้อย
“ฝากดูไอ้แสบด้วยนะ หยิก อย่าปล่อยให้มันอยู่คนเดียว ช่วงนี้หัวใจมันกำลังอ่อนแอ อาจจะทำอะไรแผลงๆ อีก”
“มีแต่พวกเราที่แผลงนะพี่จูน”
“ก็ เอาแหละ โชคดีที่ไอ้แสบมันยังมีสติ ค่อยเบาใจหน่อย แต่ก็อย่าไว้ใจ ไม่รู้จะคลั่งขึ้นมาอีกเมื่อไหร่”
“สงสารพี่แสบ”
“สงสารทุกคนแหละ น้ำหวานก็น่าสงสาร ยังไม่เข้าใจกับไอ้แสบก็ต้องถูกบังคับให้ไปดูตัวแต่งงาน”
“มีรักที่ไหน ก็มีทุกข์ที่นั่นแหละพี่”
จุลลาอึ้งไป นึกถึงตัวเองที่กำลังทุกข์เพราะความรัก

จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้านพัก ถอดหมวกกันน็อคออกแล้วงชะงักเมื่อเห็นสืบสายยืนรออยู่หน้าบ้านพัก ส่งยิ้มให้จุลลา จุลลาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เขิน จะสวมหมวกกลับ
“ผมคิดว่าผมเห็นอากง” สืบสายชิงพูดขึ้นมา จุลลาชะงัก ค้าง
สืบสายนั่งนิ่งอยู่ จุลลาเอาน้ำมาเสิร์ฟสืบสาย ยื่นให้ สืบสายยื่นมือไปรับ มือแตะมือจุลลาโดยไม่ตั้งใจ
“ขอบคุณ” จุลลารีบชักกลับ
“ไม่เป็นไร” จุลลานั่งลง เขินจนเครียด สืบสายดื่มน้ำ รู้สึกเครียดไปหมด หลายเรื่อง “เอายังอ่ะ” สืบสายสำลักน้ำพรวด
“เอาอะไร”
“ที่คุณบอกว่าเห็นอากง”
“คือ ผมเห็นอากงที่ห้องทำงานเมื่อสักครู่ใหญ่ๆ ที่ผ่านมา”
“แล้วไงอีก”
“พอผมไปที่บ้าน ผมก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนอากงมาอยู่ใกล้ๆ”
“แล้วไงต่อ”
“นี่คุณจะไม่พูดคำอื่นแล้วหรือไง นอกจากคำว่าแล้วไง”
“คุณเคยออกคำสั่งกับทุกคนว่าไม่ให้พูดเรื่องเห็นอากงของคุณ ไม่งั้นคุณจะไม่คุยด้วย”
“กลัวผมไม่คุยด้วยเหรอ”
จุลลาอึ้ง รีบกลบเกลื่อนความเขินอาย
“ไม่ได้กลัว แค่ทบทวนให้ฟังว่าเคยสั่งอะไรไว้ ไม่อยากขัดคำสั่งเจ้านาย”
“แล้วไงอีก”
“ไม่อยากทะเลาะกับคุณอีก ฉันมีเรื่องเครียดพอแล้ว”
“แล้วไงต่อ”
“เอ๊ะ ย้อนฉันหรือไง”

“ผมควรทำยังไงดี”

 
จุลลาอึ้ง เห็นความสับสนในตัวสืบสาย นึกเห็นใจ
 
“ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นในสิ่งที่ต้องเป็น” สืบสายอึ้ง “ฉันไม่ปฏิเสธเหตุผลของคุณที่ไม่อยากให้ทุกคนงมงาย รอความช่วยเหลือจากอากงคุณ แต่คุณรู้เหรอว่าอากงมาเพื่ออะไรกันแน่”
“ไม่รู้”
“เมื่อไม่รู้ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่ามันจะเป็นอย่างที่คุณคิด”
“ผมกลัว”
“กลัวอะไร”
“กลัวผี”
“เวร” จุลลาหลุดขำออกมา
“ไม่เจอกับตัว ไม่รู้ ว่ากลัว”
“ยอมรับกับฉันแล้วนะ ว่าคุณเชื่อแล้วผีมีจริง” สืบสายอึ้ง พยักหน้ายอมรับอย่างช้าๆ “ถ้าเถ้าแก่รู้ คงดีใจที่คุณเชื่อแบบนี้ ต่อไปคุณอาจจะได้เห็นแกชัดขึ้นบ่อยขึ้น เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะเมื่อคุณเปิดใจและมีความเชื่อ คุณก็จะเห็นแก”
“ผมไล่อากง ไม่ให้มาหาผมอีก”
“คุณไล่เถ้าแก่” สืบสายพยักหน้า

ผีเถ้าแก่นั่งซึมอยู่อยู่ในฮวงซุ้ย เสียใจน้อยใจ
“อาตี๋ไล่อั๊ว อาตี๋ไล่อั๊ว”
ขณะนั้นจุลลาเดินนำสืบสายเพื่อจะไปฮวงซุ้ย ด้วยความรีบเร่ง
“คุณรู้มั้ย ว่าเถ้าแก่เป็นผีที่ขี้น้อยใจไม่มีผีตัวไหนเกิน”
“ตอนอากงยังไม่ตาย ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้”
“ปกติคนแก่ก็ชอบเรียกร้องความสนใจจากลูกหลานอยู่แล้ว นี่ตายไปเป็นผียิ่งต้องการการใส่ใจมากกว่าคนปกติ เพราะกลัวถูกลืม รู้มะ ฉันเจออะไรบ้าง อากงคุณน่ะ ทั้งขี้น้อยใจ ขี้บ่น ขี้ประชด ขี้จุ๊ ขี้...”
“จุลลา ผมเป็นหลานของคน เอ้ย ผีที่คุณด่าอยู่นะ”
“ขอโทษ มันแน่นอกไปหน่อย นานๆ ได้ระบาย”
“คุณว่า อากงจะโกรธผมมั้ย”
“ถึงต้องพามาเคลียร์นี่ไง”
สืบสายรู้สึกกลัว กลัวหลายอย่าง กลัวสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะมี จะเจอ กลัวการรับมือ

จุลลาและสืบสายยืนอยู่หน้าฮวงซุ้ยซึ่งขณะนั้นเริ่มมืดแล้ว เสียงนก เสียงลมพัดยอดมะพร้าว ช่างชวนขนลุกมาก บรรยากาศวังเวง
“จุลลา คุณไม่รู้สึกกลัวบ้างเลยเหรอ”
“ชินแล้ว”
“ชินได้ด้วยเหรอ”
“ถ้าไม่ชิน เราก็จะอยู่กับความกลัวตลอดไป ฉันไม่ชอบ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่ฉันต้องทำใจตัวเองให้ชินให้ได้”
“สาบานนะว่าเธอเป็นผู้หญิง”
“เรื่องเอาชนะความกลัวเป็นเรต ท.ทหาร ทำได้ทุกเพศทุกวัย” เสียงหมาหอนลอยมา วังเวง สืบสาย จุลลาเงียบกริบ “เถ้าแก่ หนูกับอาตี๋เถ้าแก่มาหา” เสียงหมาหอนเกรียว หนักกว่าเดิม ลมพัดแรงกว่าเดิม “ดูทรงแล้ว ฉันว่าเถ้าแก่คงจะโกรธเอาการอยู่นะ”

ในฮวงซุ้ย ผีเถ้าแก่กำลังสีซอเพลงจีนอยู่ พลางพูดโมโนล็อกรำพัน พยายามจะไม่เศร้า
“จิตมั่นความชั่วร้ายทั้งปวงย่อมไม่อุบัติ จิตสงบจักไม่สนใจเรื่องทั้งปวง” แต่แล้วก็ไม่รอด ผีเถ้าแก่คอตก “คำพูดจากคนอื่นหมื่นแสนคำด่า ยังไม่เจ็บเท่าคำจากปากคนใกล้แม้แค่ครึ่งคำ อั๊วเจ็บ”
“เถ้าแก่ อยู่มั้ย หนูพาอาตี๋มาหา”
ผีเถ้าแก่ชะงัก เจ็บจี๊ด เร่งสีซอเพื่อกลบเสียงของจุลลา

จุลลาและสืบสายยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงหมาหอนลอยมาพร้อมกับสายลมและยอดมะพร้าวที่ปลิวไหว
“เถ้าแก่”
ผีเถ้าแก่สีซอเร่ง เร็วขึ้น ลมพัดแรงขึ้น จนสืบสายและจุลลาต้องประคองตัว ผีเถ้าแก่สีซอประหนึ่งวิญญาณกีต้าร์เทพเข้าสิงโซโลกีต้าร์ เหงื่อโทรมใบหน้าติ๋งๆ จังหวะเร่งเร้ากระชั้นขึ้น ลมก็พัดแรงขึ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” สืบสายถามจุลลา
“ฉันว่าเวลานี้คงไม่ค่อยเหมาะที่จะมาคุยกับเถ้าแก่”
“แล้วเราต้องทำยังไง”
“กลับสิ หรือคุณจะอยู่ต่อ”
สืบสายเดินเข้าไปหาประตูฮวงซุ้ย มองเข้าไป
“อากงครับ” ผีเถ้าแก่ที่กำลังสีซออยู่ หยุดกึก นิ่ง ฟัง สืบสายค่อยๆ คุกเข่าลง “ผมขอโทษครับ” ผีเถ้าแก่หันไปที่ประตูฮวงซุ้ย ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูเหมือนจะใจอ่อนลงแล้ว สืบสาย รู้สึกผิด ลมหยุดพัด จุลลาแปลกใจ “ตอนนั้น ผมกลัว ผมสับสนและใจผมก็ไม่ได้อยากยอมรับว่าวิญญาณอากงมีจริง ผมกลัวไปหมด กลัวจะรับมือไม่ไหว กลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น ผมเลยไล่อากงไปอย่างนั้น ผมขอโทษจริงๆ ครับ”
สืบสายก้มลงกราบหน้าประตูฮวงซุ้ย ผีเถ้าแก่ค่อยๆ เดินไปที่ประตู ใกล้มากขึ้น ใกล้มากขึ้น
“ชิ อย่ามาง้อเสียให้ยาก อั๊วไม่ใช่ของตาย ที่มาง้อปุ๊บแล้วหายงอนปั๊บ”
ผีเถ้าแก่สะบัดหน้าเดินกลับไปโซโลซอต่ออย่างเอาเป็นเอาตาย ลมกลับมาพัดแรง แรงยิ่งกว่าเดิม จุลลาเข้าไปคว้าข้อมือสืบสายให้ลุกขึ้น
“กลับก่อนเถอะคุณ”
“อากงยังไม่หายโกรธผมใช่มั้ย”
“เคยเห็นพายุอารมณ์มั้ย เนี่ยเลย ของแท้ออริจินอล ค่อยว่ากันใหม่วันหลัง”
จุลลาวิ่งจูงสืบสายออกไป

ลมยังพัดแรง จุลลาพาสืบสายวิ่งตะลุยสวนมะพร้าวมาพลางสั่งสอน
“จำไว้เลยนะ ทีหลังคำน้อยก็อย่าพูดให้เถ้าแก่สะเทือนใจ คนแก่ง้อยาก”
“คุณเคยง้ออากงเหรอ”
“ก็ผลัดกันง้อ แต่ส่วนใหญ่เถ้าแก่จะง้อฉัน” สืบสายดึงมือจุลลาเอาไว้ให้หยุด จนจุลลาแปลกใจ “เอ๊า หยุดทำไม ยืนอยู่กลางสวนมะพร้าวลมพัดแรงแบบนี้ ไม่กลัวลูกมะพร้าวหล่นใส่หัวหรือไง”
“ดูคุณสนิทกับอากงมาก”
“ไม่อยากสนิทด้วยเลย”
“ผมอิจฉานะ”
“ไปง้อให้แกหายโกรธสิ คราวนี้จะโอนให้เลย จะได้เลิกป่วนชีวิตฉันซะที”
“อากงทำให้คุณรำคาญเหรอ”
“ก็ไม่หรอก ถ้าแกจะไม่มายุให้ฉันไปสารภาพรักกับคุณ” จุลลาบอกอย่างลืมตัว
“อะไรนะ”
จุลลาอึ้ง รู้ตัวว่าพลาด
“หา”
“เมื่อกี้ ผมได้ยินคุณพูดว่า...”
ทันใดนั้นลูกมะพร้าวหลุดร่วงมา กำลังจะหล่นใส่จุลลา ในขณะที่จุลลาก็เห็นลูกมะพร้าวอีกลูก กำลังจะหล่นร่วงใส่สืบสาย ทั้งสองคนเกิดสัญชาตญาณการป้องกันคนที่ตัวเองรัก กระโดดเข้าไปหมายจะผลักให้อีกคนพ้นวิถีลูกมะพร้าว
“ระวัง”

ทั้งสองกอดกันอยู่ตรงกลาง ลูกมะพร้าวร่วงหล่นตุ๊บบนพื้นข้างๆ ทั้งสองคน สืบสาย จุลลาอึ้ง เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ท่ามกลางสวนมะพร้าวที่มีลมพัดแรง

แสบนั่งหงอยอยู่หน้าบ้านพัก หยิก เข่ง ถัดนั่งเฝ้าจับตามองแสบอยู่ห่างๆ ทั้งสามคนเริ่มง่วงนอน
“พวกแกเฝ้าพี่แสบไปก่อนได้ป่ะ”
“จะไปไหน”
“ซื้อการ์ตูนภาคใหม่มา จะไปดู”
ถัดมองไปทางแสบ แล้วอึ้ง สะกิดบอกเพื่อน
“ฉันว่าดูหนังสด สนุกกว่าเยอะ”
“ไอ้ทะลึ่งถัด เดี๋ยวกูกระโดดทับให้หายลามกเลยนี่”
“ไม่ได้ลามก แกดู ดูโน่น”
ถัดชี้ให้หยิกและเข่งดูแสบ หยิกและเข่งหันไปดูก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นน้ำหวานยืนอยู่ข้างหน้าแสบที่นั่งก้มหน้าคอตก ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าน้ำหวานมา
“น้ำหวาน” หยิก เข่ง ถัดพูดออกมาพร้อมกัน แสบรีบเงยหน้า เห็นน้ำหวานยืนอยู่ สะดุ้งพรวด ตกใจระคนดีใจ
“น้องน้ำหวาน”

ผีเถ้าแก่สีซอจนหมดแรง อารมณ์เพลียเข้ามาแทนที่ความโกรธ น้อยใจเสียใจ เหี่ยว นั่งลงอย่างหมดฤทธิ์
อีกด้านหนึ่งสืบสายและจุลลายังอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันกลางสวนมะพร้าว ลมสงบลง หมาหยุดหอน บรรยากาศวังเวงกลับมาเงียบสงบ ทั้งสองคนต่างรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกคน เหมือนมีแรงดึงดูด สืบสายโน้มหน้าเข้าไปใกล้จุลลา จุลลาเหมือนถูกมนต์สะกด จุลลาหลับตา สืบสายใกล้ชิดเข้าไปอีก จุลลาหายใจเต้นแรง จากนั้นเสียงท้องสืบสายร้องโครก จุลลาลืมตา อึ้ง
“ผมจะบอกว่า ผมหิวข้าว ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย”
จุลลาเขิน รีบผลักสืบสายออกไป อายตัวเองที่เผลอหลับตา
“เหรอ ก็ไปกินสิ”
จุลลาออกเดินนำไปเลย สืบสายอมยิ้ม นึกแปลกใจว่าจุลลาหลับตาทำไม

น้ำหวานเข้ามาประจันหน้าแสบ แสบหายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง ในขณะที่ลูกน้องยืนลุ้นอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง ครั้งสุดท้าย และขอความจริง เพราะถ้าจับได้ว่าโกหกทีหลัง ชาตินี้ทั้งชาติ ก็อย่ามาพูดกันอีกเลย คิดเอา”
“ให้ฟ้าผ่าตายตรงนี้เลยก็ได้ ไม่ต้องรอให้มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน พี่แสบพูดความจริง พูดไปหมดแล้ว อย่างที่น้องน้ำหวานได้ยิน” น้ำหวานอึ้ง “พี่เป็นเด็กกำพร้า โตในวัด ภายใต้ร่มกาสาวพักตร์ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็น
ชายผ้าเหลืองโบกสะบัด”
“เอาสั้นๆ”
“พี่ไม่กล้าโกหกใคร พี่กลัวบาป โดยเฉพาะกับคนที่พี่รักและรักพี่” น้ำหวานอึ้ง
“ใครรักแก”
“พี่จูน ไอ้หยิก ไอ้เข่ง ไอ้ถัด เจ๊พุ่ม”
ลูกน้องเสนอหน้าเถียง
“ถามพวกเราหรือยังเพ่ ว่ารักหรือเกลียดขี้หน้าน่ะ” แสบหันไปจะกระโดดถีบ
“หืมมม อย่าชักใบให้เรือเสียสิวะน้องๆ ไปเลยไป คนรู้ใจเค้าจะเคลียร์กัน” ลูกน้องแตกกระเจิง แสบหันมาอีกที น้ำหวานหายไปแล้ว “อ้าว ดำดินได้ด้วยเหรอวะ ไม่น่าใช่ น้ำหวาน น้ำหวาน”
แสบวิ่งออกไปตามหาน้ำหวาน

ในบ้านพักจุลลา จุลลาเอาไข่เจียวมาวางไว้กลางโต๊ะ พร้อมข้าวสองจาน ยื่นให้สืบสายจานหนึ่ง จุลลาไม่ยอมสบตาสืบสาย สืบสายจ้องมองจุลลาตลอดเวลาไม่วางตา
“กินได้ป่ะ ข้าวไข่เจียว”
“ใส่ยาพิษหรือเปล่าล่ะ ถ้าใส่ก็คงกินไม่ได้”
“อย่ากินเลย”
จุลลาดึงจานข้าวกลับ สืบสายดึงคืน
“ว่าแต่อากงขี้น้อยใจ คุณเองก็เป็นเหมือนกัน ผมล้อเล่นนะ”
“อย่าล้อเล่นเวลาหิวข้าว เพราะอาจเกิดการฆ่ากันตายได้”
“โมโหหิวนะเหรอ”
“เออ” สืบสายยื่นหน้าเข้าไป
“ค่ะ” จุลลากระเถิบหนีและยังพูดคำเดิม
“เออ” สืบสายยื่นหน้าเข้าอีก
“ค่ะ” จุลลาทนไม่ไหว ยื่นหน้าสู้
“เออ”
ปรากฏว่าหน้าใกล้กันมาก สืบสายพูดเสียงเบาลง อ่อนโยนมาก
“จะพูดค่ะกับผมบ้างไม่ได้เลยเหรอ”
“ก็...อาจจะได้ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้”
สืบสายและจุลลายังจ้องหน้าหวั่นไหวกันไม่เลิก
“ถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่า”
“ตอนเรากอดกันที่สวนมะพร้าว คุณหลับตาทำไม” จุลลางง เขิน
เสียงมือถือสืบสายดังขึ้น ขัดจังหวะ สองคนแยกออกจากกันทันที สืบสายรีบหยิบมือถือมาดูว่าใครโทรมาที่หน้าจอขึ้นชื่อ “เดือนพิไล”
“คุณเดือนพิไล”
จุลลาเบือนหน้า แอบเบ้ปาก หมั่นไส้ แล้วเสียงมือถือของจุลลาก็ดังขึ้น จุลลารีบหยิบมาดู หน้าจอขึ้นชื่อ “พี่โย้”
“พี่โย้”
สืบสายหน้าตึงเลยทันที ความอ่อนโยนอ่อนไหวที่มีสักครู่ของทั้งสองคนหายไป ประชดแดกใส่กัน
“ขอตัวโทรศัพท์”
“ขอตัวเหมือนกัน”
“คงคุยนานหน่อยนะ”
“ฉันก็คงหวานกับพี่โย้สักพักใหญ่ๆ”
สืบสาย จุลลามองหน้ากัน หมั่นไส้ใส่กันเต็มที่ สะบัดเดินออกไปคนละทาง

เดือนพิไลคุยมือถือกับสืบสายอยู่ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
“คุยได้ใช่มั้ยคะ คือพอดีว่าวันนี้วันเกิดมูนน่ะค่ะ มีเลี้ยงฉลองกันนิดหน่อย คุณสืบว่างมั้ยเอ่ย มูนขอเชิญค่ะ”สืบสายอึ้ง
“คือตอนนี้ ผมไม่ค่อยสะดวกครับ”
เดือนพิไลไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ แต่ปั้นเสียงให้เป็นปกติ
“ว้า...เสียดายจัง เอ่อ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ”
“บ้านครับ”
“คือ เอ่อ มูนจะบอกว่า พอดีมูนเชิญป๊าของคุณสืบมาด้วย ไม่รู้แกไปเครียดเรื่องอะไรมา ตอนนี้เมามากเลยค่ะ มูนจะพาไปส่งบ้านเองก็กลัวแม่ของคุณอาละวาด” สืบสายตกใจ
“อะไรนะ คุณอยู่ที่ไหน”
เดือนพิไลยิ้มพอใจ ที่สืบสายตกหลุมพราง สืบสายวางสาย วิ่งออกไปทันที
เดือนพิไลกดวางสายแล้วโทรออกหาเสี่ยตง
“ฮัลโหล อาหนูมูน”
“ป๊าขา ป๊าว่างมั้ยคะ มูนเลี้ยงวันเกิดอ่ะค่ะ”

จุลลาคุยกับพี่โย้อยู่อีกมุมหนึ่ง
“ขอบคุณนะพี่โย้ ไว้นัดกันเอาเอกสารที่พี่โย้มีมาให้จูนหน่อยนะ นัดกันที่ร้านพ่อนั่นแหละ” จุลลาเห็นสืบสายวิ่งออกมา “ไว้จูนจะโทรหาอีกทีนะ นัดกันวันพรุ่งนี้ก็ได้ จูนกลับบ้าน โอเค” จุลลากดวางสายไปแล้ว แต่ยังทำเป็นคุยต่อ ให้สืบสายได้ยิน “แหม ก็คิดถึงเหมือนกัน นอนหลับฝันดีนะ รักนะจุ๊บุๆ”
จุลลากดวางสายสืบสายชะงัก หมั่นไส้ แต่เก็บอาการ
“ทำไมรีบวางซะล่ะ ไหนบอกว่าจะคุยสักพักใหญ่”
“ก็ เก็บไว้ให้คิดถึงบ้างไรบ้าง”
“นัดเจอกันเหรอ”
“เรื่องของแฟน คนนอกยุ่งอะไร”
“ก็ไม่ได้อยากยุ่ง ถ้านัดไม่ซ้ำซ้อนกัน”
“นัดอะไร นัดใคร”
“คุณจะกลับบ้านพรุ่งนี้ใช่มั้ย”
“อืม”
“ผมจะไปทานข้าวที่ร้านของพ่อคุณ คืนวันพรุ่งนี้”
“ที่อื่นไม่มีกินหรือไง แล้วทำไมต้องเป็นวันพรุ่งนี้ด้วย”
“ว่าง และไม่อยากไปกินที่อื่น ผมต้องไปกินที่ร้านสบายท้องให้ได้ หลังจากที่พลาดโอกาสมาแล้วสองครั้ง ถ้าจะนัดแฟน นัดเจอกันวันอื่น พรุ่งนี้ผมจอง แล้วอย่านัดซ้อน เพราะผมจองยาว”
“นี่คุณ”
“ตามนี้ อย่าลืม ผมเป็นเจ้านายคุณ”
สืบสายวิ่งออกไป จุลลาเจ็บใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่าข้าวไข่เจียวยังอยู่
“นี่ แล้วข้าวไข่เจียวล่ะ”
สืบสายหันมาตะโกนบอก
“ผมจะไปกินข้าวกับคุณมูน” จุลลาอึ้ง ฉุนขาด
“แล้วให้ทำทำไมวะ คะ ไอ้คุณเผือก นี่แกล้งกันหรือเปล่าเนี่ยวะ คะ”

 
แสบวิ่งตามหาน้ำหวานเข้ามาในซอยแต่ไม่เจอ รถกระบะคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรงหน้าแสบอย่างเร็ว แสบตกใจ อึ้ง ถอยหลังกรูด พ่อน้ำหวานลงมาจากรถกับแม่ น้ำหวานตามลงมา แสบอึ้ง ประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้น
 
“แกชื่อแสบใช่มั้ย” พ่อน้ำหวานถาม
“ครับ ผมชื่อแสบ ชื่อจริงพรศักดิ์”
“ไม่ได้ถามชื่อจริง”
“แค่อยากบอกเฉยๆ ครับ”
“น้ำหวาน คิดดีแล้วเหรอลูก แน่ใจเหรอ”
“แน่ใจค่ะม้า”
“แต่เตี่ยไม่ยอม”
“ยอมเถอะเตี่ย อย่าขัดขวางความรักของเราเลย”
“หา” น้ำหวานพุ่งไปควงแขนแสบทันที “หือ” น้ำหวานขยิบตาให้แสบรับมุก แสบเก็ต รีบโอบไหล่น้ำหวานทันที
“ใช่ อย่าขัดขวางความรักของเราเลย”
“แต่เตี่ยนัดครอบครัวอาเจ๊กบุญชัยไว้แล้ว ว่าจะพาลื้อไปให้ลูกชายเค้าดูตัว”
“นัดได้ยกเลิกได้”
“ไม่ได้”
“เฮีย ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งทะเลาะกัน”
“ไม่ทะเลาะกันตอนนี้ จะให้ทะเลาะกันตอนไหน ตอนมันชีช้ำกลับมาน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะมีผัวกระจอกอย่างนี้น่ะเหรอ”
“อ้าว เตี่ยครับ”
“อย่ามาลามปาม อั๊วไม่ได้รับลื้อเป็นลูกเขย”
“วันนี้ไม่รับ แต่วันหน้าไม่พลาดแน่นอนครับ”
“ไอ้...” แสบยกมือไหว้ทันที
“ด้วยความเคารพครับ น้ำหวานกับผมเรารักกันมาก ถึงผมจะดูกระจอก แต่อย่าให้ผมโชว์สมุดบัญชีเงินฝาก”
“มีเท่าไหร่”
“ขาดอีกสามร้อยก็จะครบแปดพัน”
“ถุย”
“เตี่ย คนล้มอย่าข้าม เตี่ยเคยสอนหนูไม่ใช่เหรอ วันนี้พี่แสบมีแค่แปดพัน แต่วันหน้าเค้าจะมีแปดสิบล้าน คอยดู”
“วันหน้าหรือชาติหน้า ไป กลับบ้าน ยังไงพรุ่งนี้ลื้อก็ต้องไปดูตัว”
“หนูไม่กลับ”
“อย่า อย่าพรากน้องน้ำหวานไปจากแสบ” แสบเข้าไปกอดขาพ่อน้ำหวาน
“นี่! แสบ ถอยไปก่อน อย่าทำแบบนี้ อายเขา”
“ด้านได้อายอดครับหม่าม้า อย่าเอาน้ำหวานไป อย่าครับเตี่ย อย่า”
“ดู ดูมันทำ มันไม่อาย แต่เตี่ยอาย มีแฟนแบบนี้ ลื้อได้เดินเอาปี๊บคลุมหัวไปทั้งชาติแน่ ไม่มีอะไรเชิดหน้าชูตาได้เลย เนี่ยเหรอคนที่ลื้อจะฝากชีวิตไว้ทั้งชีวิต ขึ้นรถ”
พ่อน้ำหวานบังคับน้ำหวานไปขึ้นรถจนได้ ทั้งหมดขึ้นรถ โดยมีแสบมองตามตาปริบๆ รถของพ่อน้ำหวานเคลื่อนออกไป น้ำหวานหันมองแสบ แสบมองน้ำหวานตาละห้อย ชีวิตรักริบหรี่มาก แทบไม่มีความหวัง

จุลลานั่งกินข้าวไข่เจียวเพียงลำพัง เปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วย รู้สึกห่อเหี่ยว มองจานข้าวสืบสายที่ยังตั้งอยู่อย่างไม่สบอารมณ์
“ไปกินข้าวกับคุณมูน ชิ นัดกับแฟนแล้วยังจะมาขอข้าวฉันกิน นิสัยไม่ดี เอามานี่” จุลลายกจานข้าวของสืบสายมากินซะเอง กินๆๆ จุลลาเงยหน้ามาอีกทีเห็นผีเถ้าแก่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ตกใจข้าวติดคอ “ค่อกๆๆ”
จุลลารีบกินน้ำตามเข้าไป
“เอาๆๆ ตายๆๆ ยังไม่ได้ใช้ของที่แม่ให้มาเลย อย่าเพิ่งตายนะอาหนูช่าง”
“โอย ยังไม่ตาย”
“อาตี๋อีกลับไปแล้วเหรอ”
“ไปกินข้าวกับแฟน”
“แฟนที่ไหนวะ”
“คนที่คุณก็รู้ว่าใคร คุณเดือนพิไลไง”
ผีเถ้าแก่ชะงัก โกรธขึ้นมาอีก
“ว่าจะหายโกรธแล้วนะ ของขึ้นอีกแล้ว”

ที่ร้านอาหารหรู เสี่ยตงกำลังถูกเดือนพิไลมอมเหล้าแก้วต่อแก้ว
“ช้าๆ ก็ได้จ๊ะ หนูมูนจ๋า”
“อูย ช้าไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวไม่ทัน”
“ไม่ทันอะไรจ๊ะ”
“ก็ป๊าอ่ะ มาซะช้า มาตอนที่เพื่อนๆ มูนกลับไปหมดแล้ว มูนเองก็ดื่มไปหลายแก้วแล้ว เดี๋ยวตามมูนไม่ทันนะ อ่ะ ค่ะ ดื่มอีกค่า”
เวลาผ่านไป เสี่ยตงเริ่มเมา อ้อแอ้ เดือนพิไลก็ยังจะมอมอีก เสี่ยตงยกมือห้ามเอาไว้
“พอเถอะจ๊ะ ไม่งั้น ป๊าพุ่งแน่”
“อะไรพุ่งคะ คริคริคริ”
“อ๊วกพุ่งสิ คร่อก” เสี่ยตงฟุบคาโต๊ะ เดือนพิไลยิ้มกริ่ม
“จะล่อเสือออกจากถ้ำเสือ ก็ต้องใช้พ่อเสือเป็นตัวล่อ คริคริ”
สืบสายเข้ามามองหา เดือนพิไลเห็นสืบสาย รีบโบกมือเรียกสืบสาย สืบสายเห็นเสี่ยตงฟุบคาโต๊ะ รีบเดินมาทันที เดือนพิไลทำทีเป็นห่วงเสี่ยตง
“ป๊าขา ป๊า ว้า หลับไปซะแล้ว”

สืบสายประคองเสี่ยตงเข้าไปในรถ เดือนพิไลตามมาส่งอย่างเป็นห่วง สืบสายปิดประตูรถ หันมาคุยกับเดือนพิไล
“ขอโทษแทนป๊าผมด้วย”
“มูนสิคะที่ต้องขอโทษ มูนไม่ควรเชิญป๊ามาเลย ทำให้ป๊าเมาไม่ได้สติ”
“ช่วงนี้ที่บ้านผมมีเรื่องเครียด”
“เรื่องมูนหรือเปล่าคะ”
“หลายเรื่องครับ”
“แสดงว่าเรื่องของมูนก็เป็นหนึ่งในนั้น”
เดือนพิไลหมองลง สืบสายเห็นแล้วใจอ่อน
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็นเรื่องภายในครอบครัว”
“พูดแบบนี้มูนยิ่งไม่สบายใจ มูนเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวของคุณต้องร้าวฉานกันหรือเปล่าคะ” สืบสายอึ้ง ไม่ตอบ “ไม่ตอบ แสดงว่าใช่ มูนเข้าใจค่ะ คุณคงไม่อยากพูดให้มูนคิดมาก เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ต่อไปนี้มูนจะไม่ติดต่อคุณหรือป๊าอีกก็ได้ ขอบคุณนะคะสำหรับมิตรภาพที่คุณมีให้ เราจะเจอกันแต่เพียงในเรื่องงาน สวัสดีค่ะ”
เดือนพิไลทำเป็นอ้อยอิ่ง เดินจากไป สืบสายเข้าไปคว้ามือของเดือนพิไลเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณมูน”
“อุ๊ย คุณสืบอย่าค่ะ”
เดือนพิไลรีบเอามืออกจากมือของสืบสาย
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“คุณเป็นสุภาพบุรุษเสมอเลย อย่าปลอบใจมูนเลยค่ะ นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด มูนไม่อยากเป็นตัวปัญหานะคะ”
“คุณไม่ใช่ตัวปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวพวกเราเอง อย่าคิดมากนะครับ”
“แสดงว่าเรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ยคะ”
“เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ครับ”

เดือนพิไลมองสืบสายอย่างซาบซึ้งใจ นึกหงุดหงิดที่สืบสายไม่แสดงออกมากกว่านี้ สืบสายยิ้มตอบด้วยมิตรไมตรี
 

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 7 (ต่อ)

ผีเถ้าแก่นั่งดูดาวบนเก้าอี้ตัวที่จุลลาและสืบสายเคยนั่งด้วยกัน แต่จุลลายืน ไม่อยากนั่ง

“ใช่ เราเป็นเพื่อนกัน”
“ก็แล้วถ้าเพื่อนขอร้องให้เพื่อนเลิกงอนหลานตัวเองได้ป่ะ”
“ไม่ได้ อั๊วจะงอน”
“เพื่อ”
“ไปบอกมันด้วยว่า จนกว่ามันจะตาสว่าง เลิกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”
“เรื่อง”
“เรื่องผู้หญิงที่ชื่อเดือนพิไล”
“เยอะอ่ะ ได้คืบก็จะเอาศอก เค้าอุตส่าห์เชื่อและเปิดใจและขอโทษที่พูดไม่ดีกับเถ้าแก่แล้ว ยังจะมาเล่นตัว”
“นั่นแหละ ไปบอกอีด้วย  อีต้องอยู่ให้ห่างๆ ผู้หญิงคนนั้น ด่วน”
“หนูไม่กล้าบอกหรอก เค้ากับคุณมูนชอบกัน เถ้าแก่ไม่รู้เหรอ”
“อั๊วไม่เชื่ออออออ”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หนูได้ยินเต็มสองหูคุณสืบสายชอบคุณมูน” ผีเถ้าแก่อึ้ง เห็นจุลลาเศร้าคอตก
“ลื้อเสียใจอยู่ใช่มั้ย” จุลลาทำร่าเริงทันที
“โอ๊ย ดีใจต่างหาก ถ้าเค้ามีแฟน จะได้เลิกอารมณ์เสีย มองโลกเป็นสีชมพูซะบ้าง ก่อนเส้นเลือดในสมองจะแตกตายเพราะความเครียดสูง”
“มานั่งกะอั๊วซี ตรงนี้”
ผีเถ้าแก่ชี้ที่เก้าอี้ ภาพตอนจุลลากับสืบสายนั่งอิงแอบดูดาวแว่บเข้ามาในความคิด
“ไม่นั่ง”
“คิดถึงเรื่องคืนนั้นล่ะสิ”
“ฝีมือเถ้าแก่เหรอ”
“ถ้าเรื่องเพิ่มความโรแมนติกให้ดาวเต็มท้องฟ้าน่ะใช่ แต่ที่ลื้อสองคนมานั่งด้วยกันตรงนี้ ไม่ใช่ มันเกิดขึ้นเพราะหัวใจของพวกลื้อเอง” จุลลาอึ้ง “แล้วจะให้อั๊วเชื่อเหรอว่าอีชอบยัยมูน เป็นไปไม่ได้ หัวใจอีอยู่ตรงนี้ ลื้อเชื่ออั๊วสิ” ผีเถ้าแก่หันไปอีกทีจุลลาไม่อยู่แล้ว “อ้าว เฮ้ย อาหนูช่าง เฮ้อ หนุ่มสาวนี่หนอ ช่างไม่รู้เลยว่าชีวิตคนเรามันสั้นนัก มัวแต่เสียเวลาอยู่กับการไม่ยอมเปิดใจกันอยู่ได้ แล้วมันจะเหลือเวลาแห่งความสุขให้ดื่มด่ำกันสักแค่ไหนเชียว เก๊กซิม”
ผีเถ้าแก่นั่งดูดาวคนเดียว
 
จุลลาเข้ามาในห้องนอน ซึม
            “ไม่มีทางหรอกเถ้าแก่ เค้าไม่มีทางชอบหนู หนูจะพยายามตัดใจ หนูจะไม่หวั่นไหวกับเค้าอีก ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม” จุลลากระโดดลงบนเตียง เจ็บใจตัวเอง “โคตรเสียเหลี่ยมเลยอ่ะ”
 
วันต่อมา แสบนั่งซึมอยู่ห้องพักแผนกซ่อมบำรุง จุลลานั่งมองแสบอยู่กับลูกน้องที่มุมหนึ่งอย่างเห็นใจ
“ผมช่วยอะไรน้องน้ำหวานไม่ได้เลยอ่ะพี่จูน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”
“สงสัยเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว” เข่งบอก
แสบคว้าของใกล้มือได้ปาใส่เข่ง แม่นยังกะจับวาง เข้าปากพอดี๊
“ติดต่อน้ำหวานได้บ้างมั้ย”
“ไม่ได้เลย ปิดมือถือตลอด ทำไงดีอ่ะพี่จูน แสบยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้น้องน้ำหวานถูกจับคลุมถุงชนนะ”
“ก็นี่ไง น้องน้ำหวานก็ใช้พี่เป็นเครื่องมือ หลอกพ่อแม่ว่าเป็นแฟนแล้วไง แล้วได้ผลมั้ย”
“ไม่ได้ผลว่ะ”
“แล้วพี่ยังจะกล้าเสนอตัวอีกเหรอ”
แสบคว้าของอีกชิ้นใกล้มือได้ ขว้างใส่หยิก แม่นเหมือนกัน เข้าปากพอดี๊ ถัดรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ก่อนเลย กันเหนียว
“ปิดทำไม ไอ้ถัด”
“ปิดไว้ก่อน กลัวพี่เขวี้ยงของใส่ เวลาที่ฉันบอกว่าพ่อน้ำหวานพูดถูกนะที่ว่าพี่กระจอกอ่ะ ใคร้จะยอมให้ลูกสาวมาเป็นแฟนด้วย”
ไม่ทันขาดคำ แสบเขวี้ยงของใส่ปากถัด เข้าปากพอดี๊ เพราะถัดปิดปากไม่ทัน
“ของแบบนี้บางทีก็ต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมนะแสบนะ รอน้ำหวานกลับมาดีกว่า ว่ามันจะลงเอยยังไง อย่าเพิ่งมโนไปเอง เครียดเปล่าๆ”
จุลลาลุกขึ้น คว้าเป้จะออกไป
“พี่จูนไปไหนอ่ะ”
“เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว จะออกเร็ว มีธุระทางบ้าน”
พูดจบจุลลารีบออกไปเลย ไม่ปล่อยให้ลูกน้องซัก ทุกคนมองตามประหลาดใจ
           
จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์เข้าบ้านมา แล้วจอดอย่างเร็ว จำรัส  ดารา ป้าลำยอง ลีลาและมะขวิดที่กำลังดูแลลูกค้าในร้าน สะดุ้งกันเฮือกเพราะเสียงมอเตอร์ไซค์ของจุลลา
จุลลาวิ่งเข้ามาในร้าน  ยกมือไหว้จำรัส ดารา ป้าลำยอง จุลลายิ้มดูตื่นเต้นมาก จุลลาเข้าไปกอดดารา
“คิดถึงแม่” จุลลาเข้าไปกอดจำรัส “คิดถึงพ่อ คิดถึงทุกคนเลย รักนะ”
จุลลาบอกกับทุกคน แล้ววิ่งเข้าไปในร้าน หายไปทางเข้าบ้าน ทุกคนมองตามจุลลาเหวอๆ
“ตอนขับรถกลับมา แกล้มหัวฟาดพื้นป่ะวะ มะขวิด”
“ถึงวันนี้คุณจูนจะดูเพี้ยนๆ แต่ก็ไม่เพี้ยนเท่าแกหรอก ล้มหัวฟาดพื้นมาทุกวันหรือเปล่า แกน่ะ”
ลีลาสะบัดบ็อบใส่มะขวิด ดารากับจำรัสมองหน้ากัน แปลกใจกับท่าทีของจุลลา
 
ในห้องนอนจุลลา จุลลาวางเป้ลง วิ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้า มองหาเสื้อผ้าที่จะใส่เย็นนี้เพื่อกินข้าวกับสืบสาย ก่อนจะชะงัก
“ไม่ จะตื่นเต้นทำไมก็แค่เขามากินข้าวธรรมดา โอเค ชุดอะไรก็ใส่ไปเถอะ” จุลลาเลือกๆๆ ก็ยังไม่เจอชุดถูกใจ เดินไปนั่งพัก เห็นตัวเองในกระจก มองหน้า มองซ้าย มองขวา จับผม  “แหวะ เหนียวเหนอะเลย” จุลลาคิดอะไรบางอย่าง “แม่”
 
จุลลาจูงมือดาราออกมาหน้าร้านพลางกระซิบ เพราะเห็นจำรัสชะเง้อมองตามอยู่ด้วยความสงสัย
“แม่อย่าบอกพ่อนะ ว่าเราไปไหน”
“ทำไมจะบอกไม่ได้ มันเรื่องปกติ”
“ก็เพราะเป็นหนูไง มันถึงไม่ปกติ”
“แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ทำอะไรไม่ปกติ มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะลูกจูน”
“ก็ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก เจ้านายจูนเค้าจะมากินข้าวที่ร้าน”
“เจ้านายลูกจูนจะมากินข้าวที่ร้านเหรอคะ” ดาราเสียงดังมากจนจำรัสหูผึ่ง
“แม่ บอกว่าอย่าเสียงดัง พ่อหันมาแล้ว”
“ขอโทษๆ แล้วทำไมต้องให้แม่โกหกพ่อด้วย”
“พ่อชอบซักโน่นซักนี่เยอะ”
“แล้วไม่กลัวแม่จะซักบ้างเหรอคะลูกจูน”
“หนูบอกแม่แล้วไง ว่าหนูขี้เกียจทำเอง ทำงานมาเหนื่อยๆ อยากไปให้เค้าทำให้ แต่ไม่กล้าไปคนเดียว เขิน”
“อ่ะๆๆ ไปๆๆ เดี๋ยวไม่ทันเจ้านายลูกจูนมา”
จุลลาและดารารีบเดินออกไป จำรัสมองตามสงสัยมาก แต่ที่ได้ยินชัดๆ คือ...

“เจ้านายไอ้จูนจะมากินข้าวที่ร้าน วันนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลแฮะ”

 
จุลลากับดาราพากันรีบเดินไป ผ่านศาลพระภูมิเจ้าที่ เห็นผีเถ้าแก่ยืนมองมากับเจ้าที่ จุลลาและดาราเดินผ่านไป ไม่เห็น

“อาเจ้าที่ พวกอีกำลังจะไปไหนกัน รู้มั้ย”
“เรื่องของผู้หญิง จะอยากรู้ไปทำไม”
“อยากรู้ก็คืออยากรู้”
“เจ้าสัว เรื่องบางเรื่อง รู้ไปก็ตกใจกันซะเปล่าๆ”
“ทำไมต้องตกใจด้วย”
“ตกใจก็คือตกใจ จบนะ”
เจ้าที่ส่ายหัวเดินออกไป
 
ที่ห้องทำงานสืบสาย สืบสายเซ็นเอกสารส่งคืนให้ครรชิต
“เย็นนี้ กลับบ้านเลยมั้ยครับ บอส”
“ฉันมีนัดทานข้าวกับจุลลา”
“อุ๊ตะ นัดเดทกับคุณจุลลา”
“เดทอะไร กินข้าวเฉยๆ”
“อ้อ ครับ กินข้าวเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยใช่มั้ยครับ” สืบสายอึ้ง “ดีแล้วครับ เพราะคุณจุลลามีแฟนแล้ว คิดไปคิดมา อย่าคิดเลยครับ บาปซะเปล่าๆ ปล่อยคุณจุลลาไปเถ้อะ สงสารแก บอสเองก็จะได้ไม่เจ็บในอนาคต...”
สืบสายจะขัด แต่ไม่ทัน คุณนายเง็กเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ
“อาครรชิต พูดอะไรของลื้อ”
“เตือนบอสให้คิดถึงศีลธรรมครับ ศีลเป็นเครื่องรักษาให้ชีวิตปราศจากการสร้างเวรสร้างกรรม ท่านรองอยากทราบมั้ยครับว่าศีลมี...”
“ไม่ต้อง ช่วงนี้รู้ตัวว่าบาปหนา พร้อมจะฆ่าคน”
“ขอตัวครับผม” ครรชิตรีบออกไปทันที เสี่ยงถูกฆ่า
“อาตี๋ เมื่อคืนป๊าลื้อไปเมาที่ไหนมา”
“ที่กอล์ฟคลับครับ”
“แน่ใจ”
“ครับ”
“ดี บอกป๊าลื้อด้วย เจอกันที่เขตวันจันทร์เก้าโมงเก้านาที นัดเซ็นใบหย่า” สืบสายอึ้ง ปวดหัวตึ๊บ แล้วคุณนายเง็กก็ออกไป ก่อนจะชะงัก “อั๊วมา ไม่เจออาหนูช่าง ลูกน้องบอกว่าอีกลับบ้านเร็ว ลื้อรู้มั้ย”
“เรื่องกลับบ้านเร็วผมไม่ทราบครับ แต่เรามีนัดกันตอนเย็น”
“ลื้อนัดเดทกับอีเหรอ อาตี๋” คุณนายเง็กถามอย่างดีใจ
“ผมมีเรื่องจะคุยกับจุลลา ไม่ใช่เดทครับ”
“อุ๊ย แต่แถวบ้านม้าเรียกเดท ไม่รู้ล่ะ กินเผื่อม้าด้วยนะ แต่ไม่ต้องกินเยอะ เดี๋ยวลื้อลงพุง ไม่หล่อ ลดความอ้วนไม่ทันวันนัดดูตัว”
“อะไรนะม้า”
“อุ๊บ ไม่มีอะไร ม้าไปก่อนนะมีนัด”
คุณนายเง็กรีบออกไปทันที ปล่อยสืบสายงงๆ
“นัดดูตัว”
 
หน้าห้องทำงานสืบสาย ครรชิตกำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน คุณนายเง็กเข้ามากระซิบเสียงขึงขัง
“ทำยังไงก็ได้ ให้ยัยข้าวเหนียวบูดนั่นรู้ว่าอาตี๋ไปเดทกับอาหนูช่าง”
“ท่านรองอยากรู้มั้ยครับว่าศีลห้ามีอะไรบ้าง ข้อหนึ่ง มุสาวาทา”
“มุสามันข้อสี่! ทำตามคำสั่ง ไม่งั้น ไล่ออก”
“ครับผม”
คุณนายเง็กเดินเชิดออกไป ครรชิตปาดเหงื่อ ไม่อยากทำชั่วเลย
 
ดาราพาจุลลามาถึงหน้าร้านเสริมสวยจ๋อม เป็นร้านเสริมสวยดูดี ครบวงจรเสริมความสวยงามตั้งแต่หัวจรดเท้า จุลลามองเข้าไปในร้าน
“เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย ลูกจูนกำลังมีทัศนคติที่ถูกต้องแล้วค่ะ ไปค่ะ”
ดาราลากจุลลาเข้าไปในร้านทันที
“จูนเปลี่ยนใจแล้วค่ะแม่ สระผมเองดีกว่า ท่าทางจะแพง”
“ไม่มีของดีราคาถูกในโลกค่ะลูก ไปค่ะ”
“เอ่อ จูนว่า...”
“แม่ว่าคนเราเดินหน้าแล้วก็ควรเดินต่อไปให้สุดๆ นะคะ อย่ามาชักเข้าชักออก แม่รู้ว่าวันนี้ลูกจูนอยากสวย ซึ่งผ่านมายี่สิบห้าปีเพิ่งจะมีวันนี้ แม่ปลื้มปริ่มมาก อย่าทำให้ความสุขของแม่ต้องหมดลงในเวลาอันสั้น เพราะฉะนั้นเข้าไป”
ดาราผลักประตูเข้าไปพร้อมกับดึงตัวจุลลาเข้าไปด้วย

“แม่”

 
ดาราลากจุลลาเข้ามาในร้านเสริมสวยจ๋อม
 
“น้องจ๋อม”
จ๋อม เจ้าของร้านสาวสวยทันสมัย กำลังเซ็ตทรงให้ลูกค้าคุณนายอยู่ เสร็จพอดี หันมา
“พี่ดารา อ้าว...หนูจูน”
“สวัสดีค่ะน้าจ๋อม”
“วันนี้หยุดงานเหรอคะ ถึงมาเป็นเพื่อนคุณแม่ได้”
“วันนี้แม่มาเป็นเพื่อนลูกสาวต่างหากล่ะจ๊ะ”
จ๋อมอึ้ง แปลกใจ จุลลายิ้มแหย

จุลลาถูกดาราจับตัวลงนั่งหน้ากระจก จ๋อมประกบ
“สระแล้วก็ให้น้าจ๋อมไดร์แล้วก็เซ็ต เซ็ตให้สวยโลกตะลึงเลยนะน้องจ๋อม พี่อยากเห็นลูกสาวพี่สวย”
“ไม่ต้องสวยก็ได้น้าจ๋อม เอากลางๆ” จุลลารีบบอก
“ไม่ได้ อย่ามาทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ค้างๆ คาๆ แม่ไม่ชอบ”
“แต่จูนชอบ”
“แม่ไม่เคยเลี้ยงเราให้โตขึ้นมาเป็นคนทำอะไรไม่สุด ลุยเลยน้องจ๋อม”
“ค่ะ พี่”
จ๋อมจัดการผมของจุลลา จุลลาถอนใจ

ที่ร้านสบายท้อง ป้าลำยองกำลังนั่งดูทีวี ลีลาและมะขวิดเข้ามาเม้าท์กับลำยอง
“ป้า ดูโน่นเด่ะ”
“จะดูทีวี”
“ดูโน่นก่อน”
“ดูอะไรวะ” ป้าลำยองหันดูตามที่ลีลาและมะขวิดบุ้ยใบ้ จึงเห็นจำรัสกำลังชะเง้อชะแง้มองไปนอกร้าน กระวนกระวายใจ “รอใคร รออะไรคะคุณจำรัส”
“รอเมียกับลูกน่ะสิ”
“เมียพาลูกหนีเหรอคะ ไปพูดอะไรขัดหูเอาล่ะคะ”
“ปากแบบนี้ สมควรแล้วล่ะที่ให้อยู่แต่ในครัว ไม่ต้องให้คุยกับใคร”
“อุย! นังลีลา ไอ้มะขวิด เพราะแกสองคนเลย ชี้ให้ดู ดูแล้วถูกด่าเลยเห็นมั้ย”
“ก็ให้ดูเฉยๆ ไม่ได้ให้พูด”
“เฮ้ย รู้มั้ย ว่าแม่ดาราพาไอ้จูนออกไปไหน” จำรัสเข้ามาถาม
“คนเรา มีมือถือก็ไม่รู้จักโทรถาม”
“ก็เค้าไม่บอก แปลว่าไม่อยากให้รู้ โทรถามแล้วเค้าจะบอกรึ”
“อ้าว เค้าไม่อยากให้รู้ ก็ไม่ต้องรู้ อยู่เฉยๆ ค่ะ”
“ใครเจ้านายใครลูกน้องกันแน่วะ”
“อุย! เห็นมั้ย นังลีลา ไอ้มะขวิด โดนอีกแล้ว”
“ป้าก็อยู่เฉยๆ ซี่ พูดทำไม”
“ดูทีวีก็ได้ แล้วอย่ามาเขี่ยอีกนะ”
ป้าลำยองหันดูทีวี งอนๆ จำรัสยังอยากรู้มาก
“ไปไหนกันวะ”

ขณะนั้นผีเถ้าแก่เดินไปเดินมาอยู่หน้าร้านสบายท้อง เจ้าที่นั่งอยู่มองผีเถ้าแก่ ตาลาย
“เถ้าแก่ บอกตรงๆ นะ ตอนนี้ตาลายมาก นั่งก่อนเถอะ”
“ก่อนอะไร”
“น่าน”
“ลื้อก็บอกอั๊วมาก่อนสิ อาหนูช่างอีออกไปไหนเป็นนานสองนาน”
“เรื่องของผู้หญิง มันต้องใช้เวลา ปกติ”
“อาหนูช่างอีไม่ใช่ผู้หญิงปกติ ไอ้หยา แหย่ให้อยากรู้ แล้วก็ไม่เล่า”
“เอาเรื่องคนในบ้านมาขาย ไม่ดี รอน่ะดีแล้ว หรือถ้ารอไม่ได้ ก็ตามไปสิ”
“แล้วจะให้ตามไปที่ไหน ลื้อไม่ยอมบอก”
“บอกแล้วว่าบอกไม่ได้ว่าไปร้านเสริมสวย”
“อาหนูช่างไปร้านเสริมสวย”
“อุ๊บส์”
เจ้าที่เซ็ง พูดเรื่องคนในบ้านไปแล้ว ผีเถ้าแก่ยืนตกใจ เหวอ

ในร้านเสริมสวยจ๋อม จุลลานั่งเซ็ง เบื่อ
“เสร็จยังน้าจ๋อม โอยยย เสียเวลาจัง เอาเวลาทำผมไปทำอย่างอื่นเสร็จได้ตั้งหลายอย่างแล้วนะเนี่ย”
ดาราเข้ามามองจุลลาในกระจก
“เงียบ” จุลลาอึ้ง ดารายิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ “ลูกจูนของแม่ วันนี้ลูกจูนทำให้แม่ปลื้มปิติและแน่ใจได้สักทีแล้วว่าลูกแม่เป็นสาวและสวยที่สุดในโลก”
“เสร็จแล้วจ๊ะ น้องจูน”
ทรงผมของจุลลาเซ็ตสวยงาม จุลลามองตัวเองในกระจก ตะลึง ดาราและจ๋อมมองอย่างพึงพอใจมาก
แล้วจู่ๆ จุลลาก็ตกใจตัวเอง
“อ๊ายยยย”
จุลลาร้องเสียงหลง ดาราและจ๋อมตกใจ

จุลลาเดินออกมาอย่างเร่งรีบ ผมของจุลลารวบหางม้าเหมือนเดิม ดารากับจ๋อมตามออกมา
“น้าจ๋อมอุตส่าห์ทำผมให้ลูกจูนสวยๆ ไปรวบซะทำไมคะลูก”
“หรือน้าจ๋อมทำให้ไม่ถูกใจ ไม่สวยเหรอคะน้องจูน ตายล่ะ จ๋อมเสียความมั่นใจแล้วนะคะเนี่ยพี่ดารา”
“ไม่ใช่ค่ะน้าจ๋อม ฝีมือน้าจ๋อมดีมากสมคำร่ำลือ เพียงแต่ว่าจูนไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ค่ะ จูนลองแล้ว และก็รู้แล้วว่าควรจะเป็นตัวของตัวเองดีกว่า จูนขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา ขอโทษค่ะแม่”
จุลลารีบเดินออกไปทันที ดาราและจ๋อมมองตาม ถอนใจ
“อย่าเสียความมั่นใจนะจ๊ะน้องจ๋อม วันหลังพี่จะมาทำเอง เป็นการแก้ตัวแทนลูกจูนนะจ๊ะ”
“ค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ” ดารารีบตามจุลลาไป จ๋อมยิ้มตาม จากหน้ายิ้มกลายเป็นหน้าแย่ น้ำตารื้น “ตายล่ะ ฝีมือฉันตก ฝีมือฉันตกแน่ๆ ตายแล้ว ตาย”
จ๋อมวิ่งเข้าร้านไป ใจเสียที่สุด

สืบสายเดินออกมาจากห้องทำงาน ครรชิตรออยู่แล้วหน้าเศร้ามาก
“เป็นอะไรครรชิต”
“ไม่อยากให้มีมือที่สามระหว่างบอสกับ...” ครรชิตชะงัก รีบปิดปาก
“มือที่สามอะไร พูดเรื่องอะไร”
“อ๋อ คือ ไม่มีอะไรครับ บอสรักผมมั้ยครับ” ครรชิตถามเสียงจริงจังมากจนสืบสายผงะ
“ครรชิต แกอย่าเป็นอย่างที่ฉันคิดนะ”
“ไม่เป็นไม่ได้ครับ ผมเป็น”
“แกเป็นเกย์เหรอ”
“ไม่ใช่ครับ ผมก็เป็นเลขาสากเบือยันเรือรบของบอสไงครับ ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น เป็นด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ”
“ฉันเชื่อ แล้วถามทำไมว่ารักหรือไม่รัก”

“ถ้ารักผมจริง ตอบผมให้ชื่นใจหน่อยได้มั้ยครับว่าหากบอสรักใครแล้วบอสจะเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเป็นอุปสรรคขวางกั้น แม้แต่แม่ของบอสเอง”

 
สืบสายอึ้ง ครรชิตรอคอยคำตอบด้วยใจระทึก เสียงมือถือของสืบสายดังขึ้นขัดจังหวะ สืบสายรีบหยิบมาดู
 
“ป๊า” สืบสายจะรับ
“ตอบผมก๊อนนน” ครรชิตขัด
“ถ้าฉันจะรักใคร ฉันจะเข้มแข็ง ไม่ว่าใครก็มาขัดขวางความรักของฉันไม่ได้ แม้แต่แม่ของฉันเอง” สืบสายบอก
“บอสไม่กลัวว่าตัวเองจะเป็นลูกอกตัญญูใช่มั้ยครับ” สืบสายจะรับโทรศัพท์ ครรชิตรีบขัด “ตอบผมก๊อนนนน”
“ความกตัญญูต่อพ่อแม่ คนละเรื่องกับเรื่องที่ฉันจะรักใคร”
“สุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ของครรชิต รีบรับเลยครับ ผมจะไปเตรียมรถรอด้านหน้านะครับ”
ครรชิตเดินลั้ลลาออกไป สืบสายมองตามแปลกใจกับครรชิต นึกขำ ก่อนจะรีบรับโทรศัพท์
“ครับป๊า”
สืบสายอึ้ง มีแววตาผิดหวัง

จุลลาเดินลิ่วกลับมาที่ร้านสบายท้องโดยมีดาราเดินตาม ผีเถ้าแก่เดินมาขวางทางจุลลา สำรวจหัวจรดเท้า เจ้าที่ตามมาด้วยอยู่ข้างๆ
“นี่เสริมสวยแล้วเหรอ อาหนูช่าง ทำไมไม่มีอะไรแตกต่าง”
“ก็ ไม่ได้ทำ ทำทำไม แบบนี้น่ะดีแล้ว”
ดาราตามเข้ามา ถามอย่างแปลกใจ
“คุยกับใครลูก”
“เอ่อ บอกตัวเองค่ะแม่ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ดีแล้วเสมอ”
“ใช่จ๊ะ แค่ลูกจูนได้ลอง ลองแล้วรู้แล้ว ก็พอแล้ว แม่ไม่ว่า แต่ลองดัดปลายผมดูก็ดีนะ แล้วทำไฮไลต์เป็นช่อๆ เวลารวบเป็นหางม้ามันจะ...”
“แม่”
“โอเค ไม่ทำก็ไม่ทำ”
จุลลาดูนาฬิกาแล้วตกใจ
“ตายล่ะ ใกล้เวลาแล้ว”
“เวลาอะไรลูก”
“เจ้านายจูนจะมาแล้วสิแม่”
จุลลาวิ่งเข้าบ้านไป
“แล้วทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้”
“ตื่นเต้นเพราะหัวใจอีเต้นแรงเวลาคนที่อีรักกำลังจะมาหา”
“หรือว่า ลูกจูนจะอะไรๆ กับเจ้านาย แต่ลูกจูนมีแฟนแล้ว เอ๊ะ”
ดาราวิ่งตามจุลลาไป มีเรื่องต้องเคลียร์ เพราะคิดว่าจุลลารักซ้อน ซึ่งไม่ดีแน่ ผีเถ้าแก่มองตามยิ้มๆ
“ผู้หญิงนี่เข้าใจยาก เดี๋ยวอยากสวย เดี๋ยวก็ไม่อยาก ดีนะที่ตายตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ต้องโตมาเจอความเยอะของผู้หญิง” เจ้าที่บ่น
“เคยมีใครบอกลื้อมั้ยอาเจ้าที่ ว่าลื้อ แก่แดด”
“มีเยอะ แต่ด้อนแคร์นะ แปลว่าไม่สนใจ อายุน้อยแต่ช่วยไม่ได้ที่วุฒิภาวะสูง ไม่งั้นจะได้เป็นเจ้าที่เหรอครับ”
เจ้าที่เดินออกไป ผีเถ้าแก่ส่ายหัวแล้วนึกถึงสืบสาย
“ป่านนี้ทำไมยังมาไม่ถึงวะ”

ที่จอดรถ ปาล์มโปรดักส์ ครรชิตรอเปิดประตูรถให้สืบสาย สืบสายเดินมาหน้าเครียด
“เชิญครับบอส ผมจะนำบอสมุ่งหน้าสู่ร้านสบายท้องอย่างปลอดภัยภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น”
“ครรชิต”
“ครับผม”
สืบสายมองหน้าครรชิต ครรชิตรอฟัง

จุลลารีบวิ่งผ่านทุกคนเข้าไปข้างใน เร็วมาก จำรัสและทุกคนมองตามหน้าหัน ดาราตามมา เหนื่อย
“ไปไหนกันมาแม่” จำรัสรีบถาม
“ไปก็เหมือนไม่ไป”
ดาราตามจุลลาไป จำรัสมองตามสงสัย ป้าลำยอง ลีลา มะขวิดรีบเข้ามาล้อมจำรัส
“หายกันไปนานสองนาน กลับมาก็ดูมีพิรุธ”
“ผู้หญิงอยากรู้มากนะคะ”
“ผู้ชายก็อยากรู้มากเหมือนกันครับ”
“เฮ้ย เรื่องของเค้า เราไม่เกี่ยว ไปๆๆๆ โน่น ลูกค้าเข้ามาแล้ว ไปรับออร์เดอร์”
ลูกค้าเข้ามา ลีลากับมะขวิดรีบไปต้อนรับ ป้าลำยองลุกตามจำรัสไปจะเข้าครัว

จุลลารีบเข้าห้องจะปิดประตู แต่ดาราเข้ามายื้อไว้
“เดี๋ยวก่อนลูกจูน”
“มีอะไรแม่ จูนรีบ”
ดาราเข้ามาในห้อง ทำให้ปิดประตูไม่สนิท
“บอกแม่มาตามตรง ลูกจูนคิดอะไรอยู่”
“คิดอะไรคะ”
“ลูกจูนไม่เคยมีแฟน แต่พอมี ก็คิดจะควบสองเลยเหรอคะ”
จุลลาตกใจมาก
“แม่”
“ถึงแม่อยากจะเห็นลูกจูนมีแฟนมีความรัก แต่แม่ก็ไม่ปลื้มหรอกนะคะถ้าลูกจูนจะตื่นเต้นกับเจ้านายของลูกจูนขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ลูกจูนมีพี่โย้ของลูกจูนเป็นแฟนทั้งคน”
“จูนไม่ได้ตื่นเต้น จูนสบายๆ”
ผีเถ้าแก่เข้ามาซ้อนหลังจุลลา
“หรา” จุลลาตกใจ
“อุย”
“เห็นมั้ย พูดเองยังตกใจเอง แสดงว่าลูกกำลังโกหก ปากกับใจไม่ตรงกัน”
“ถูก อีกำลังปฏิเสธหัวใจตัวเอง คนเราห้ามอะไรก็ห้ามได้น้า แต่ห้ามใจเนี่ย ห้ามไปเห้อะ ห้ามยาก” ผีเถ้าแก่บอก
“และที่ลูกจูนทำตัวแบบนี้ แม่ผิดหวังมาก แม่เสียใจ แม่เลี้ยงลูกไม่ดีตรงไหน ทำไมลูกจูนถึงเป็นผู้หญิงสองใจแบบนี้”
จุลลาตกใจ เห็นแม่ร้องไห้
“แม่”
“ทำพ่อแม่น้ำตาไหลหนึ่งหยด ลื้อจะตกนรกไปห้าร้อยชาติ ฟันธง! สารภาพความจริงไปซะว่าลื้อกับอาโย้ไม่ได้เป็นอะไรกัน มันถึงเวลาแล้วอาหนูช่าง”
“โอเค สารภาพก็ได้ จริงๆ จูนกับพี่โย้เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย จูนขอร้องให้พี่โย้แกล้งทำตัวเป็นแฟนจูนในวันนั้น เพราะไม่อยากให้ไอ้แสบมันเข้าใจจูนกับน้ำหวานผิด มันจะได้สบายใจว่าจูนไม่มีทางเป็นศัตรูหัวใจของมัน”
จำรัส ป้าลำยอง ลีลา มะขวิดแอบฟังอยู่หน้าห้อง ร้องออกมาพร้อมกัน
“น่านไง”
จุลลกับดาราตกใจ หันไป จึงเห็นจำรัสกำลังถือตะหลิว กระทะ ลำยองเด็ดใบกระเพราค้างอยู่ มะขวิดกำลังจะเอาน้ำไปเสิร์ฟ ลีลากำลังถือจานช้อนส้อม ยืนฟังอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“ลำยองว่าแล้ว ว่ามันทะแม่งๆ มีพิรุธแปลกๆ ทายแม่นจริงๆ ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้บ้างวะ”
จำรัสหัวเราะสะใจมาก
“ฮ่ะๆๆ ในที่สุด ไอ้จูนมันก็ยังไม่มีแฟน ฮ่ะๆๆ ข่าวดียิ่งกว่านังลำยองถูกหวยอีกเว้ยเฮ้ย!!! ฮ่ะๆๆ”
“แสดงว่าคุณจูนกับคุณโย้สุดหล่อ ไม่ได้ชอบกัน”
“ใช่”
“ฮ่ะๆๆ เป็นข่าวดีที่สุด ยิ่งกว่าได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก ฮ่ะๆๆ”
“งั้นก็แสดงว่า คุณจูนชอบบอสของคุณจูน”
“ใช่ เอ้ย ไม่ใช่”
“หรา”
“หรา”
“จูนพูดจริงๆ จูนไม่ได้คิดอะไรกับคุณสืบสาย เค้ามีเรื่องงานต้องมาคุยกับจูน จูนไม่ได้ตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น ที่ทุกคนเห็นจูนเป็นแบบนั้น เพราะคิดกันไปเอง จบนะ ขออนุญาตค่ะแม่ จูนจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว”
จุลลาดันตัวดาราให้ออกไป แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ผีเถ้าแก่ที่ยืนยิ้มอยู่ให้ออกไปด้วย ผีเถ้าแก่รีบตามดาราออกไป จุลลาปิดประตูทันที

ผีเถ้าแก่ ดารา จำรัส ป้าลำยอง ลีลาและมะขวิดยืนอึ้ง มองหน้ากัน ไม่มีใครเชื่อว่าจุลลาจะไม่คิดอะไรหรือคิดไปเอง

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 7 (ต่อ)

จุลลายืนตั้งสติอยู่กลางห้อง

“ก็พยายามจะไม่คิดอะไรแล้วนะ มันมีพิรุธขนาดนั้นเลยเหรอ จุลลา ตั้งสติสิ อย่าทำอะไรมีพิรุธให้คนจับได้”
จุลลารีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปเลยทันที

ครรชิตขับรถมา พลางมองสืบสายที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่เบาะหลัง
“จะถึงแล้วนะครับบอส โทรบอกคุณจุลลาซะหน่อยดีมั้ยครับ”
“อืม”
สืบสายหยิบมือถือขึ้นมา กดเบอร์หาจุลลา
มือถือจุลลาวางอยู่บนที่นอน มีสายเรียกเข้าของสืบสายแต่ไม่มีคนรับ สืบสายกดวางสาย ถามครรชิต
“มีเบอร์บ้านจุลลามั้ย”
“สักครู่ครับบอส” ครรชิตหยิบมือถือขึ้นมาจะกดหาเบอร์แต่เปลี่ยนใจส่งให้สืบสาย “รบกวนบอสหาให้หน่อยนะครับ ผมบันทึกเอาไว้ชื่อ บ้านคุณจุลลาผู้หญิงที่บอสแอบชอบแต่ไม่แสดงออก”
“ครรชิต”
“ชื่อบ้านคุณจุลลาเฉยๆ ครับ ที่เหลือ...ผมละเมอ”
สืบสายดุครรชิตด้วยสายตา ครรชิตทำเป็นขับรถไม่รู้ไม่ชี้ สืบสายกดหาเบอร์ รู้สึกเครียด

จุลลาเดินเข้ามาในชุดกระโปรงและเสื้อ ดูผู้หญิงมาก จำรัสและดาราจำไม่ได้คิดว่าเป็นลูกค้า มะขวิดและลีลาที่กำลังบริการลูกค้าอยู่ก็ไม่ได้สนใจ
“เชิญข้างในเลยค่า คุณจำรัสรับลูกค้าด้วย”
“แหม เข้าทางหลังร้านเลยเหรอครับ หน้าร้านมีก็ไม่เข้าเนอะ เชิญครับ”
“พ่อ”
จำรัสอึ้ง มองหน้าจุลลา เหวอ
“ไอ้จูน” ดารา มะขวิด ลีลาหันขวับเห็นจุลลาแต่งหญิง แต่ผมเหมือนเดิม “ไอ้จูนแต่งหญิง”
ป้าลำยองวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากในครัว เพื่อมาดูด้วยอีกคน
“คุณจูนแต่งหญิง”
“ลูกจูนแต่งหญิง”
“คุณจูนแต่งหญิง”
“อ่ะ พูดจนครบหมดร้านหรือยัง”
ลูกค้าทั้งร้าน อึ้งเหมือนกัน
“น้องจูนแต่งหญิง”
ผีเถ้าแก่เข้ามามองจุลลาตาค้าง
“อาหนูช่างแต่งหญิง”
“ก็จูนเป็นผู้หญิง ใส่ชุดพวกนี้ดูบ้าง จะเป็นไรไป เอาใจแม่หน่อยไง เนอะแม่เนอะ อุตส่าห์ซื้อมาให้ ไม่ใส่เลย เดี๋ยวแม่เสียใจ” ทุกคนหันมามองหน้ากัน ไม่ค่อยเชื่อ “ทุกคน ทำอะไรกันอยู่ก็ทำต่อสิ จูนจะสั่งอาหารรอเจ้านายจูนนะแม่”
“ไม่ต้องสั่งหรอกลูก”
“ไมอ่ะคะ ทำให้แล้วเหรอ อาหารแนะนำของร้านใช่มั้ยคะ”
“เจ้านายลูกเพิ่งโทรเข้ามา บอกว่า ยกเลิกนัด”
“อะไรนะ”
จุลลาอึ้ง ตกใจและผิดหวัง จำรัส ดารา ป้าลำยอง มะขวิด ลีลาสังเกตปฏิกิริยาของจุลลาอย่างไม่วางตา ผีเถ้าแก่ร่วมจับตาดูด้วย จุลลายิ้มหน้าเสีย แต่พยายามกลบเกลื่อน
“เค้าบอกเหตุผลหรือเปล่าคะแม่ ว่าทำไมยกเลิกนัด”

สืบสายเดินคุยมือถือกับจุลลามาตามทาง ครรชิตตามหลัง
“ผมต้องพาลูกค้าญี่ปุ่นมาเอ็นเตอร์เทนตามคำสั่งของป๊า”
จุลลาคุยมือถืออย่างฉุนๆ
“แล้วทำไมเพิ่งโทรมาบอก หา”
“ผมโทรมาช้าไปเหรอ ทำไม หรือทำอาหารรอไว้แล้ว”
“ฉันแต่งตัวรอไปแล้ว” จุลลาบอกอย่างลืมตัว สืบสายอึ้ง แปลกใจ
“แต่งตัว คุณแต่งตัว แต่งตัวชุดอะไร”
“เอ่อ”
ผีเถ้าแก่มาคุยใส่มือถือ
“อีแต่งหญิงว่ะ สวยเป็นบ้าเลย อาตี๋ ลื้อน่าจะมาเห็น”
“ชู่ว์”
“จุลลา คุณใส่ชุดอะไรอยู่”
จุลลามองดูชุดตัวเองอย่างเซ็งๆ
“ก็เหมือนเดิม เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ถามทำไม”
“ถ่ายรูปส่งมาให้ผมดูหน่อยสิ”
“เรื่อง”
“งั้นผมไม่เชื่อ ว่าคุณแต่งตัวเหมือนที่เคยแต่ง”
“คนอย่างฉันจะใส่อะไรได้ ถ้าไม่ใช่เสื้อยืดกางเกงยีนส์”
“คุณ...ใส่กระโปรง”
“บ้า” จุลลาเสียงสูงมาก
“แสดงว่าใช่”
“ไม่ใช่”
“ถ่ายรูปส่งมา”
“อุ๊ตะ แบตหมด” จุลลาปิดเครื่องทันที ฉุนขาด หันไปเห็นผีเถ้าแก่นั่งสัปหงก “เถ้าแก่ มาหลับอะไรตอนนี้เนี่ย”
ผีเถ้าแก่ตื่น รีบถาม
“จีบกันเสร็จแล้วเหรอ อาหนูช่าง”
“ไม่ได้จีบ”
จุลลาเดินหนี ผีเถ้าแก่เดินตาม

“แล้วทำไมอียกเลิกนัด ลื้อยังไม่ได้บอกอั๊วเลย”

 
มุมหนึ่งในเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ สืบสายพยายามโทรหาจุลลา แต่ไม่มีสัญญาณเพราะปิดเครื่อง สืบสายมองมือถือยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
 
“เจ้าเล่ห์นักนะ” สืบสายหันไปเห็นครรชิตกำลังยืนบิดม้วนต้วน “เป็นอะไร”
“อายครับ เหมือนกำลังดูหนังรัก ตอนพระเอกนางเอกจีบกันทางโทรศัพท์”
“เพ้อเจ้อ จีบอะไร อย่าลืมจุลลามีแฟนแล้ว ฉันไม่ได้จีบเค้า แค่คุยกันตามประสาเจ้านายลูกน้อง”
“ก็แล้วแต่ครับ”
“ตอนนี้จุลลาปิดเครื่องไปแล้ว แกพยายามต่อสายหาจุลลา ให้เค้ามาหาฉันที่นี่ ฉันมีเรื่องงานต้องคุยกับเค้าด่วน”
“อุ๊ย แหม ไม่คุยที่ออฟฟิศล่ะครับ นัดมาเจอด้วยอ่ะ”
“ครรชิต”
“ตามนั้นครับผม” สืบสายเดินนำไป เสียงมือถือครรชิตดังขึ้น ครรชิตหยิบขึ้นมาดูเห็นเบอร์โชว์ “ท่านรอง” ครรชิตตกใจ รีบรับ
“ครับผมท่านรอง อ๋อ...ผมได้ทำการโทรบอกคุณเดือนพิไลเรียบร้อยแล้วครับว่าบอสกับคุณจุลลานัดเดทกัน ครับผม จะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ ครับ” ครรชิตวางสาย “เรื่องอัลลัยจะบอกล่ะครับ เป็นก้างขวางคอสิครับ”
ทันใดนั้นครรชิตก็เหลือบไปเห็นเดือนพิไลกำลังเดินเข้ามา “ว้าย มาได้ไง นกรู้หรือไง ไม่ได้ ให้เจอกันไม่ได้”
ครรชิตรีบวิ่งเข้าข้างในไปทันที

ผีเถ้าแก่ยืนอยู่หน้าห้องจุลลา
“อาหนูช่าง ลื้อทำอะไรอยู่วะ จะบอกได้หรือยังทำไมอาตี๋อียกเลิกนัด”
จุลลาเปิดประตูออกมา เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เรียบร้อยแล้ว
“เค้าต้องเลี้ยงรับรองลูกค้าญี่ปุ่นของพ่อเค้า”
“ลูกค้าญี่ปุ่น”
“ก็เข้าใจได้ว่าติดงาน”
จุลลาทำหน้าเซ็ง เดินออกไป ผีเถ้าแก่ไม่สบายใจ
“ลูกค้าญี่ปุ่น”

สืบสายถูกครรชิตผลักเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง
“เข้าไปเร็วๆ ครับบอส”
“ทำไมต้องรีบขนาดนี้ ลูกค้ายังไม่มาเลย”
“มาแล้วครับ”
“ไหน ไม่เห็น”
“เอ่อ เมื่อตะกี้ท่านประธานโทรมาบอกว่าอยู่ด้านหน้าครับ บอสเข้าไปรอข้างในนะครับ เดี๋ยวผมไปรับมาเอง”
“แล้วจะพูดกับเค้ารู้เรื่องเหรอ ครรชิต”
“ผมจบเอกภาษาญี่ปุ่น โทภาษาอังกฤษนะครับบอส อย่าพูดมาก เข้าไปครับ”
ครรชิตดันสืบสายเข้าไป แล้วตัวเองก็ปิดประตู แล้วพุ่งออกไป


ครรชิตโผล่หัวออกมาสังเกตการณ์เห็นเดือนพิไลคุยกับเพื่อนสาว 2 นางแล้วพากันเดินไปทางหนึ่ง
“คงไม่ได้มาเที่ยวคาราโอเกะ ไปอีกฝั่งหนึ่งเลยไป ไป๊ เพี้ยง” ปรากฏว่าเดือนพิไลกับเพื่อนสาวเดินย้อนกลับมาทางฝั่งคาราโอเกะ “ว้าย ทำไมปากไม่ศักดิ์สิทธิ์เลยแว้”
ครรชิตรีบวิ่งหายกลับไปที่เดิม เดือนพิไลเดินมากับเพื่อน ตรงเข้ามาในทางที่ครรชิตวิ่งไป

ครรชิตรีบวิ่งเข้ามาในห้องคาราโอเกะที่สืบสายนั่งรออยู่ แล้วโผล่หัวแอบดูที่ประตู
“ครรชิต เป็นอะไร”
“ไม่มีอะไรครับ พอดีลูกค้าขอเข้าห้องน้ำ ผมร้อนเลยเข้ามาตากแอร์”
“แล้วดูอะไร”
“ดูว่าลูกค้าเข้ามาหรือยังครับบอส บอสนั่งให้สบายใจเถอะครับ อย่าได้เป็นกังวลใดๆ ครรชิตจะดูแลบอสเอง”
สืบสายรู้สึกว่าครรชิตแปลกๆ แต่ก็ไม่ติดใจอะไร ครรชิตส่องต่อไป เดือนพิไลเดินมากับเพื่อนสาวและพนักงาน เข้าไปในห้องคาราโอเกะห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไป ครรชิตโผล่เข้ามา หายใจติดขัด เครียด
“ครรชิต มีอะไร”
“ไม่มีอะไรครับ ผมขออนุญาตออกไปรับลูกค้าเลยดีกว่านะครับบอส บอสนั่งก่อนใจเย็นๆ ครับ สั่งอาหารเครื่องดื่มเลยครับ นี่ครับเมนู แล้วอย่าไปไหนจนกว่าผมจะพาลูกค้ามา เข้าใจมั้ยครับ”
“เข้าใจ แล้วทำไมต้องเครียดมากขนาดนี้”
“ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องครับ”
“แล้วโทรหาจุลลาหรือยัง”
“ไม่มีเวลาและสติครับ บอสโทรเองเถอะครับ”
ครรชิตส่งเมนูให้สืบสาย แล้วตัวเองก็ออกไป สืบสายมองครรชิต แปลกใจ
“เป็นอะไร แปลกๆ” สืบสายกดเบอร์หาจุลลา แต่จุลลายังปิดเครื่อง “ จุลลา ทำไมไม่เปิดเครื่อง ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแล้วจะทำยังไง”
สืบสายหงุดหงิด

จุลลานั่งเซ็ง กินข้าวกับจำรัส ดารา ป้าลำยอง ลีลาและมะขวิด ดารา จำรัส ป้าลำยอง ลีลาและมะขวิดต่างไม่ได้มีสมาธิกับการกิน สายตาทุกคู่พุ่งไปที่จุลลา จับสังเกต จุลลาอิ่มเร็ว รวบช้อน ดื่มน้ำ
“อิ่มแล้วเหรอคะ ลูกจูน”
“ค่ะแม่ กับข้าวอร่อยนะคะ”
“หรา แล้วทำไมไม่กินให้เยอะๆ หรือกินไม่ลง”
“อ๋อ เปล่า คือ ตอนนี้อิ่ม เพราะเมื่อกี้กินน้ำเยอะ ว่าจะกินอีกทีรอบดึกน่ะพ่อ”
“โอ๊ย เป๊ะเลย อย่างนี้เลย อย่างนี้”
“อะไรเป๊ะ ป้า”
“ปากแข็ง ปากกับใจไม่ตรงกัน ฟอร์มจัด ไม่ยอมรับ”
“ป้าพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เนี่ย”
“คุณจูนไง เหมือนนางเอกละครเรื่องที่ฉันติดอยู่เนี่ย เหมือนคุณจูนเลยสุดท้ายแล้วอะไรรู้มั้ยคะคุณจูน แห้วค่ะ” จุลลาอึ้ง ซึม
“ก็แห้วไปแล้ว ไม่ต้องรอสุดท้ายหรอก” ทุกคนอึ้ง
“หมายความว่าไงคะลูกจูน”
“ไม่มีอะไรค่ะ คือจูนอยากกินแห้วกระป๋อง มีป่ะพ่อ”
“มี”
“แต่ไม่ให้ทานค่ะ ยิ่งแม่รู้ว่าตอนนี้ลูกจูนยังเป็นโสด ไม่มีแฟน แม่ไม่ให้ทาน เพราะเป็นลางไม่ดี พ่อไปเอาน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งมาไป เพิ่มรสชาติเปรี้ยวอมหวานให้ชีวิตลูกจูนหน่อย จะได้มีแรงฮึด หาแฟนต่อไป”
“ไม่ต้องหา ไอ้จูน ของแบบนี้ ถ้ามันใช่ เดี๋ยวมันก็พุ่งมาชนแกเอง”
“รอให้พุ่งมาชนเองเหมือนยัยลำยองหรือไง รอมาจนยานแม่จะเรียกกลับดาวแล้ว ยังไม่เห็นพุ่งมาเลยสักคน”
“อุย”
“เอาอีกแล้วนะแม่ ใครมาได้ยินเข้า จะคิดว่าเราอยากจะให้ลูกสาว ขอโทษเถอะ มีผัวเต็มแก่”
“มีผัวแล้วดีนะคะ ลำยองยังอยากมีเลย ใช่มั้ยลีลา”
“ที่สุดอ่ะ”
“เงียบเลย”
ป้าลำยอง ลีลาเงียบ จุลลาปวดหัว เมื่อจำรัสกับดาราเถียงกันเรื่องอยากให้จุลลามีแฟน แต่จำรัสไม่อยากให้มี
ขณะนั้นพี่โย้เดินเข้ามา
“คุยอะไรกันครับ แหม สนุกกันใหญ่เลย”
“ทะเลาะ เครียด”

ทุกคนบอกพร้อมกัน พี่โย้จ๋อย เมื่อเห็นว่าบรรยากาศมาคุชัดๆ
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.



 
ครรชิตเดินนำลูกค้าญี่ปุ่นมา 1 คน ผ่านหน้าห้องคาราโอเกะเดือนพิไล ครรชิตรีบต้อนให้ลูกค้าเดินเร็วๆ

“โด้โซ่ะ โคะฉิระเอ๊ะ (Dou zo kochira e) (เชิญทางนี้ครับ)”
ครรชิตพาลูกค้าเดินไป เดือนพิไลเดินออกมาจากห้องคาราโอเกะ ตะโกนคุยกับเพื่อนสาวที่อยู่ข้างใน
“ไปโทรศัพท์หาคนที่ใช่ก่อนนะ”
เดือนพิไลเดินออกไป  ครรชิตโผล่ออกมาดู ครุ่นคิด หาวิธีจัดการเดือนพิไล
           
จำรัส ดารา ป้าลำยอง มะขวิดมองพี่โย้เป็นตาเดียว ส่วนลีลานั้นส่งสายตาหวานเต็มที่
“ทำไมทุกคนมองผมด้วยสายตาเป็นมิตรจังเลยครับ  น้องจูน เอ่อ...”
พี่โย้ไปหลบหลังจุลลา เกาะไหล่หมับ จำรัสเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่โย้เลย
“ไม่ต้องมาทำเนียน ทุกคนรู้ความจริงกันหมดแล้ว ว่าแกไม่ใช่แฟนไอ้จูน”
“อ้าว จุ่น อะไรเนี่ย”
“ลูกแม่ชื่อจูนค่ะ อย่าจุ่น ไม่ใช่สะดือ”
“ขอโทษครับคุณแม่”
“จูนบอกทุกคนแล้วพี่ ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน มันถึงเวลาน่ะ”
“ค่ะ แล้วก็ได้เวลาของเราสองคนแทน” ลีลาบอก มะขวิดลากลีลาออกไป
“ไปๆๆ เจ้านายเค้าจะคุยกัน ไป”
“ทำไมชอบเป็นมารคอหอยฉันนักวะ ไอ้มะขวิด”
ลีลากับมะขวิดทะเลาะกันออกไป จำรัสหันมองป้าลำยอง
“ละครมาแล้ว ไม่ไปดูหรือไง”
“อุ๊ย ดูข้างหน้าเนี่ย สนุกกว่าละครอีกค่ะ คุณจำรัส”
“งั้นหักเงินเดือนค่าดู”
“สวัสดีค่ะ”
ป้าลำยองรีบออกไป  จำรัสกันมาเอาเรื่องพี่โย้
“ขอโทษคุณพ่อคุณแม่ครับที่ผมต้องโกหก คือพี่น้องก็ต้องช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่องนะครับ”
“เข้าใจ อ่ะ เป็นแค่พี่น้อง แล้วมาหาไอ้จูนทำไม ค่ำมืด หา! พ่อแม่เค้ามีหวงด้วย”
“เอ่อ คือมีเรื่องสำคัญที่จูนให้ผมช่วยหาข้อมูลมาบอกครับ” พี่โย้บอก แล้วหันไปพูดกับจุลลา “เรื่องนายทรงเดช”
จุลลาตื่นตัวทันที
           
เดือนพิไลเดินมาโทรหาสืบสาย ขณะกำลังรอสายครรชิตก็โผล่ออกมา
“สวัสดีครับคุณมูน”
“อ้าว...คุณเลขา มาเที่ยวที่นี่เหรอคะ เอ๊ะ หรือว่าคุณสืบมาคะ”
“เปล่าครับ ท่านรองครับ” เดือนพิไลอึ้ง “คุณสืบกลับบ้านไปตั้งแต่เย็นแล้วครับ จะเข้าไปสวัสดีทักทายท่านรอง
หน่อยมั้ยครับ ผมพาไป”
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“งั้นผมพาท่านรองมาหา บอกว่าคุณมูนมาเที่ยว”
“ก็ไม่ดีเหมือนกันค่ะ พอดีมูนนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรนอนดึก และควรจะกลับบ้านไปนอนดีกว่า”
“ว้า เสียดายจัง เพิ่งได้ยินท่านรองบ่นๆ อยู่ด้วย ว่าอยากเจอคุณมูน แต่ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรนะครับ แต่เสียงงี้เขียวปั๊ด แถมหน้าตาตอนพูดก็บูดเบี้ยว”
“ลานะคะ”
เดือนพิไลรีบออกไปเลยด้วยความเซ็ง ครรชิตยิ้มย่อง
“เอกญี่ปุ่น โทอังกฤษ วิชาเลือกเสรี การแสดง ฮ่ะๆๆ เนียนปร๊ะจริงๆ นะเรา”
ครรชิตรีบเดินกลับเข้าไป
 
เดือนพิไลเดินมาแล้วรู้สึกทะแม่งๆ
“ปกติคุณเลขาจะต้องตามคุณสืบไปทุกที่ โกหกหรือเปล่า”
เดือนพิไลหยิบมือถือโทรหาสืบสาย
ในห้องคาราโอเกะ ลูกค้าญี่ปุ่นกำลังทานข้าวฟังเพลง สืบสายรินเครื่องดื่มให้ เสียงมือถือดังสืบสายดูหน้าจอชื่อเดือนพิไล สืบสายไม่รับ ดูแลลูกค้าต่อไป ครรชิตเดินเข้ามา ร่าเริง เข้ามาดูแลลูกค้าญี่ปุ่น
เดือนพิไลหงุดหงิดที่สืบสายไม่รับสาย
            “หรือว่าหลับไปแล้ว แต่ยังหัวค่ำอยู่เลย โอ๊ย”
เดือนพิไลเดินออกไปอย่างหงุดหงิด
 
จุลลามีสีหน้าตกใจกับสิ่งที่พี่โย้บอก
“เพื่อนพี่ที่โน่น ไม่มีใครรู้จักนายทรงเดชเลยงั้นเหรอ”
“อืม น่าแปลกนะ ปกติคนไทยที่ไปเรียนที่โน่นจะต้องรู้จักกันเพราะมีไม่กี่คน ดูจากอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันกับจูน ห่างจากพี่แค่สองปี ไม่มีทางที่จะไม่รู้จัก”
“หรือว่านายนั่นไม่ได้จบวิศวะจากที่โน่นจริงๆ อย่างที่อ้างไว้กับเจ้านายจูน”
“ก็อาจจะเป็นได้ว่าใช้หลักฐานปลอม” จุลลาครุ่นคิด
“แล้วประวัติการทำงานล่ะพี่โย้ เค้าทำงานที่โรงงานผลิตสัปปะรดกระป๋องจริงหรือเปล่า”
“พี่กำลังให้เพื่อนตามเช็กอยู่ คงต้องใช้เวลาอีกหน่อย”
“จูนต้องไปบอกเค้า”
“คุณสืบสายน่ะเหรอ”
“อืม เป็นการประกอบการตัดสินใจ ก่อนที่จะลงนามสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ที่เค้าให้นายทรงเดชจัดการ”
จุลลาหยิบมือถือมาเปิดเครื่อง พี่โย้มองด้วยสายตาหมองลง
“จูน ดูเป็นห่วงเรื่องของเค้ามาก”
“มากสิ จูนกลัวเค้าจะถูกหลอก ขอตัวนะพี่โย้ ขอบคุณมาก กลับเลยใช่มั้ย บ๊ายบาย”
จุลลาจะหันหลังกลับ แต่พี่โย้ดึงมือจุลลาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนจูน”
“อะไรพี่”
“พี่จะขอโอกาสจูนได้มั้ย” จุลลาอึ้ง เมื่อเห็นสายตาอ่อนโยนของพี่โย้ มีความหมายลึกซึ้ง “เปิดโอกาสให้พี่ได้...”
จู่ๆ ผีเถ้าแก่ก็ปรากฏตัวข้างๆ จุลลา
“ลื้อต้องไปหาอาตี๋เดี๋ยวนี้” จุลลาตกใจ
“ว้าย”
“จูน พี่ทำจูนตกใจเหรอ พี่ขอโทษ”
“ปล่อยอาโย้นี่ไว้ก่อน แต่ลื้อต้องไปหาอาตี๋ ไม่งั้น อาตี๋อีเสร็จอายุ่นปี่ญี่ปุ่นแน่ๆ”
“เอ่อ พี่โย้ จูนมีธุระ มีอะไรไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะ”
จุลลารีบเข้าบ้านไปทันที พี่โย้มองตามจุลลาอย่างผิดหวัง
 
ครรชิตกับลูกค้าญี่ปุ่นร้องเพลงกันสนุกสนาน สืบสายนั่งเซ็งอยู่ มือถือสั่นเห็นเบอร์จุลลา สืบสายดีใจ หันไปโค้งให้ลูกค้าแล้วออกไป
จุลลาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ตัวเองแล้ว เตรียมตัวออกเดินทางโดยมีผีเถ้าแก่ประกบอยู่ จุลลาคุยมือถือกับสืบสาย
“คุณอยู่ที่ไหน บอกมาเร็วๆ”
“รู้ได้ยังไงว่าผมอยากให้คุณมาหา”
“ใจตรงกันมั้ง นี่ อย่าถามเซ้าซี้ บอกมาเร็วๆ อยู่ที่ไหน โอเค อีกไม่เกินสามสิบนาที ฉันจะไปถึง ห้ามโอเคเซเยสอะไรทั้งนั้น เข้าใจมั้ย” จุลลาวางสาย เก็บมือถือ สวมถุงมือ “หนูนึกว่าเถ้าแก่กลับไปแล้ว”
“อั๊วไปหาอาตงมา เห็นมันคุยเด๊ะๆ โต๊ะๆ กับลูกค้าอยู่ อั๊วเลยใช้แอ๊พแปลภาษาในไอแผ่ดกงเต๊ก แปลได้ความว่าอีให้ลูกค้าอีที่เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตกะทิที่อาตี๋อีต้องการ เสนออาตี๋ว่าให้เอาเครื่องจักรมาให้ใช้ฟรีๆ”
“ก็ดีสิ เพราะคุณสืบสายไม่ค่อยมีเงิน”
“ของฟรีมีที่ไหนในโลกเล่าอาหนูช่าง แล้วอายุ่นปี่ญี่ปุ่นคนนี้จะต้องเข้ามาเป็นหุ้นส่วน แล้วก็จะค่อยๆ ฮุบโรงงานอั๊วไปเป็นของอีแน่นอน อาตงอีมันรู้ไม่ทันเค้า อั๊วไม่ยอม”
“ทำไมใครๆ ก็อยากได้โรงงานเถ้าแก่นะ”
“อั๊วขายแต่ของดีมีคุณภาพ และหลากหลาย ชื่อเสียงที่สั่งสมมาห้าสิบปีเป็นเครื่องรับประกัน”
“โอเค รับทราบ งั้นหนูไปล่ะ”
“เดี๋ยวก่อน อั๊วไปด้วย”
“ก็รีบขึ้นมาสิ โหย ลืมบอกเรื่องเผาหมวกกันน็อกไปให้อีกแล้ว”
“อั๊วมันไม่เคยสำคัญ เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกลื้อมันเป็นคนอื่น เดี๋ยวก็อยากจะแต่งหญิง  ชิๆๆ”
“แซวอีกคำเดียว เหาะไปเองก็แล้วกัน”

ผีเถ้าแก่รีบขึ้นไปนั่ง โดยเปลี่ยนเป็นชุดเท่เรียบร้อยแล้ว จุลลาออกรถ ผีเถ้าแก่ร่าเริงอีกครั้งที่ได้ซิ่ง

 
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่บ้านพักคนงาน พ่อแม่น้ำหวาน เดินมาไล่เคาะประตูห้องคนงาน

“ไอ้แสบอยู่ไหน ไอ้แสบ ออกมา ไอ้แสบ”
“พ่อ ใจเย็นๆ ลูกอาจจะไม่ได้มาที่นี่ก็ได้”
“ไม่ได้มาหาแฟนมัน แล้วมันจะไปไหน ไอ้แสบ ออกมา ไม่ออกมา แกตาย”
ลูกน้องแสบโผล่ออกมาจากห้องตัวเอง เห็นคนงานอื่นๆ ทยอยกันออกมา
“พี่แสบไม่อยู่ครับ คุณลุงคุณป้าเป็นใครครับ มีธุระอะไรกับพี่แสบเหรอ ครับ” หยิกถาม
“เห็นมั้ยแม่ มันไม่อยู่ มันหนีไปด้วยกัน”
“ใครหนีไปกับใครลุง ช่วยขยายความหน่อยได้ป่ะ”
“คืออย่างนี้จ๊ะ ฉันกับเฮียเป็นพ่อแม่ของน้ำหวาน น้ำหวานหายตัวไปตั้งแต่เมื่อกลางวัน ติดต่อไม่ได้เลย ทิ้งแค่จดหมายนี้ไว้”
แม่ยื่นกระดาษให้ลูกน้องแสบ หยิกรับมาอ่าน
“หนูจะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รักเด็ดขาด ลาก่อน เฮ้ย”
“น้ำหวานลาไปตายเหรอ”
“ไอ้เข่ง”
“ไอ้ปากอัปมงคล บอกมา ไอ้แสบอยู่ไหน ใครมีเบอร์ติดต่อมัน”
“ผมอยู่นี่ครับ” ทุกคนหันไป แสบเดินเข้ามาพร้อมถุงก๋วยเตี๋ยว “แต่น้ำหวานไม่ได้อยู่กับผม ผมเพิ่งจะรู้พร้อมๆกับน้องๆ ผมนี่แหละ ว่าน้ำหวานหายตัวไป น้ำหวานของพี่หนีไปไหน ทำไมไม่มาหาพี่แสบบบ ฮื้ออออ”
ทุกคนอึ้ง เมื่อเจอความดราม่าของแสบ
 
จำรัสกับดารากำลังจะปิดประตูร้านแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นน้ำหวานเดินเข้ามา
“หนูร้านปิดแล้วนะจ๊ะ วันนี้ปิดเร็วจ๊ะ”
“หนูมาหาพี่จูนค่ะ พี่จูนอยู่หรือเปล่าคะ”
“ไอ้จูนออกไปธุระข้างนอก บอกว่าจะกลับดึกๆ เลย”
น้ำหวานหน้าเสีย ก่อนจะน้ำตาไหลออกมา
“หนูขอรอพี่จูนได้มั้ยคะ”
“หนูคนนี้หน้าคุ้นๆ นะ” จำรัสกระซิบกับดารา
“นึกออกแล้ว น้องที่โรงงานลูกจูนไงพ่อ ที่เคยมาร้านเรา สงสัยจะมีเรื่องมานะ”
“เอาไงล่ะ”
“ดึกแล้ว ให้เข้ามารอเถอะ หนู...เข้ามารอลูกจูนข้างในเถอะ มา”
“ขอบคุณค่ะ”
น้ำหวานไหว้ขอบคุณจำรัสและดารา แล้วเข้าไปในร้าน
 
แสบคุกเข่าร่ำไห้ต่อหน้าพ่อและแม่ของน้ำหวาน
            “แสบไม่รู้จริงๆ ว่าน้ำหวานหายไปไหน แสบพยายามโทรหาตั้งแต่กลางวันแต่น้องก็ไม่เปิดเครื่อง แสบก็ร้อนใจไม่ต่างกับเตี่ยกับม้า ทำไม น้องน้ำหวานถึงใจร้ายยย แบบนี้ แสบไม่เข้าใจ” พ่อกับแม่น้ำหวานมองหน้ากัน เอาไงดี
“จะว่าไป ต้องโทษเตี่ยกับม้าที่ทำร้ายจิตใจน้องน้ำหวาน บังคับให้ไปดูตัวแต่งงาน ก็คนมันไม่รัก เหมือนส่งลูกตัวเองไปติดคุก ใจร้ายยย”
พ่อกับแม่น้ำหวานทนแสบไม่ไหว
“พอแล้ว! จำไว้นะ ถ้าฉันรู้ว่าแกเอาตัวน้ำหวานไปซ่อน ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก ไป แม่กลับ รอสว่างแล้วไปแจ้งความ”
พ่อกับแม่น้ำหวานรีบออกไป พอลับตาปุ๊บ แสบเด้งตัว เลิกดราม่าทันที ทำเอาลูกน้องงง
“เฮ้ย! ใครมีมือถือบ้างวะ เอามาเด้ะ ของพี่ลืมเติมเงิน”
“อ้าวพี่ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยนะ เมื่อกี้ทำตัวอ่อนแอ๊อ่อนแอ”
“ขืนแข็งใส่ คืนนี้แกไม่มีทางยอมรามือ เลิกใส่ร้ายพี่แน่นอน เลยต้องหาทางไล่กลับ เฮ้ย มือถือล่ะมือถือ”
ทุกคนเลิ่กลั่ก “โทรไปเท่าไหร่เดี๋ยวใช้คืน” คนงานคนหนึ่งวิ่งเอามือถือมาให้แสบ “งกจริงนะพวกแก”
“โทรหาน้ำหวานเหรอพี่แสบ”
“กูโทรจนมือหงิกแล้วเนี่ย น้ำหวานไม่เปิดเครื่อง บอกไปแหม็บๆ! จะโทรหาพี่จูน ไม่รู้น้องน้ำหวานไปหาพี่จูนหรือเปล่า แล้วเบอร์อะไรวะ ใครจำได้บ้าง เร็วๆ สิ”
“ก็หาในเครื่องพี่เด้”
“เออ จริง”
แสบรีบหยิบมือถือตัวเองขึ้นมากดหาเบอร์จุลลา
 
จุลลาวิ่งจะเข้าไปในเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ แต่ผีเถ้าแก่ยังรีรอ
“รีบเข้าไปสิเถ้าแก่ รออะไร”
“โอเค รอคำนี้แหละ”
“หมายความว่ายังไงเถ้าแก่”
“ก็ถ้าลื้อไม่พูดชวนอั๊วเข้าไป เจ้าที่ที่นี่เค้าไม่ยอมให้อั๊วเข้า”
จุลลามองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก กลัวๆ
“เจ้าที่เหรอ ยังอยู่มั้ย”
“อีไปแล้ว  ขอบคุณนะอาเจ้าที่”
ผีเถ้าแก่โบกมือไปทางหนึ่ง จุลลาไม่กล้าหันไป สืบสายเดินออกมา
“ฉันอยู่นี่จุลลา”
“คุณสืบสาย ฟังฉันนะ เรื่องที่หนึ่ง...”
ผีเถ้าแก่ค่อยๆ ย่องเข้าไปในคาราโอเกะ โดยที่จุลลาไม่เห็น เสียงมือถือของจุลลาดังขึ้นขัดจังหวะ จุลลาหยิบมาดู ไม่รู้จักเบอร์ กดตัดสาย
“ใครที่ไหนเนี่ย โอ๊ย เวลาไม่ใช่”
“ใจเย็นๆ จุลลา มีเรื่องร้อนใจอะไร”
“เรื่องนายทรงเดช” สืบสายอึ้ง
 
แสบโกรธที่จุลลาตัดสาย
            “พี่จูน ไอ้พี่จูน ตัดสายทิ้งทำไม”
“ไม่มีใครอยากรับสายเบอร์แปลกๆ หรอกพี่แสบ กลัวจะมาขายโน่นขายนี่ น่ารำคาญ ไม่รู้มันเอาเบอร์เรามาจากไหน”
“นั่นดิ่ เดี๋ยวขายประกันชีวิต ประกันรถ ทำบัตรเครดิต”
“พวกแกรู้ได้ไงวะ ไม่มีมือถือใช้นี่หว่า”
“ฟังคนอื่นเล่า”
“พูดเหมือนของตัวเอง”
“เฮ้ย! สมาธิจดจ่อกับเรื่องน้ำหวานหายตัวไปหน่อยสิครับน้องๆ”
“แล้วตกลงเอาไงดีพี่”
“พ่อแม่เค้าก็ไปตามบ้านเพื่อนทุกคนมาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าน้ำหวานไปไหน” แสบร้องไห้ออกมาเลย “น้องน้ำหวาน ได้ยินพี่แสบมั้ย ช่วยส่งสัญญาณตอบกลับมาหน่อย พี่แสบเครียด”
ลูกน้องมองแสบอย่างปลงสังเวช
“กูไม่อยากคิดเลยว่าสภาพคนที่จะมาเป็นเมียพี่แสบจะเป็นยังไง ผัวดราม่าตัดหลอดดด”
แสบพล่าน คิดหาทางจะหาน้ำหวานให้เจอยังไง
 
น้ำหวานนั่งซึมอยู่ที่บ้านจุลลา ดารานั่งดูทีวีอยู่ข้างๆ จำรัสวางสายโทรศัพท์บ้าน เดินมา
“ไอ้จูนมันปิดเครื่องไปแล้วแม่ โทรทั้งมือถือทั้งโทรศัพท์บ้านแล้ว”
“สงสัยแบตเตอรี่จะหมด หนู มีเรื่องอะไรมาหรือเปล่าลูก ให้พ่อกับแม่ช่วยอะไรก่อนที่ลูกจูนจะกลับมามั้ย แล้วนี่ออกมาอย่างนี้ พ่อแม่ที่บ้านไม่เป็นห่วงเหรอลูก”
“นั่นสิ ที่บ้านรู้หรือยังว่าหนูมาที่นี่”
“ไม่รู้ค่ะ หนูไม่ได้เอามือถือมา”
“มา เดี๋ยวลุงโทรบอกที่บ้านให้ เบอร์บ้านเบอร์อะไร”
“น้ำหวาน ขอตัวเข้าห้องน้ำได้มั้ยคะ”
“เอาสิ ทางโน้นนะ”
“ขอบคุณค่ะ”

น้ำหวานลุกเดินไป สังเกตดูจำรัสและดาราที่ให้ความสนใจทีวี น้ำหวานจึงตัดสินใจเลี้ยวเดินออกไปจากตัวบ้าน โดยที่จำรัสกับดาราไม่เห็น

จบตอนที่ 7
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 7
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 7
ชนมน ชูชัยและชินพัฒน์ช่วยกันเก็บกวาดร้าน ธรรม์สำรวจความเสียหายในร้าน “ไอ้นักเลงพวกนั้นเป็นใคร ใช่พวกเจ้าหนี้พ่อหรือเปล่า” ชนมนถาม ชูชัยตอบ “ไม่ใช่” “พวกมันต้องไม่ใช่คนแถวนี้แน่ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” “ไปแจ้งความไว้ดีกว่า แล้วอย่าเพิ่งเก็บกวาดร้าน รอให้ตำรวจมาเก็บรอยนิ้วมือก่อน ถ้าพวกมันมีประวัติอยู่ คงจะตามจับตัวได้ไม่ยาก” “ไม่ต้อง ผมไม่แจ้งความ พวกมันก็แค่พวกจิ๊กโก๋กวนเมือง ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก” “แต่ท่าทางมันตั้งใจมาหาเรื่องเราไงไม่รู้นะ พ่อ เออใช่ มันขู่ให้พี่ชนเลิกทำงานด้วย” ชินพัฒน์ว่า “ชนพอนึกออกมั้ยว่า พวกมันเป็นใคร ใครที่อยากให้ชนเลิกทำงาน” ธรรม์ถาม
กำลังโหลดความคิดเห็น...