xs
sm
md
lg

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 9

เผยแพร่:

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 9

แพรลอยหลับอยู่ในห้องนอน แต่มีอาการกระสับกระส่ายด้วยกำลังฝันร้ายถึงเรื่องราวในอดีต เหตุการณ์ที่เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา เด็กหญิงแพรพลอยกรีดร้องสุดเสียง

แพรพลอยสะดุ้งตื่นขึ้น เหงื่อออกเต็มหน้า แล้วต้องสะดุ้งซ้ำเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงอิศร์
“คุณแพร! เป็นอะไรหรือเปล่า คุณแพร!”
แพรพลอยลุกเดินออกไปเปิดประตูให้ เห็นอิศร์ยืนทำหน้าร้อนรนอยู่
“ผมได้ยินเสียงคุณตะโกนดังลั่นเลย”
“ฉัน...ฝันร้ายนิดหน่อย”
“คุณเครียดล่ะสิ” เขามองด้วยสีหน้าเป็นห่วง “มีเรื่องอะไร ผมว่าคุณดูแปลกๆ ตั้งแต่บินมากระบี่แล้วนะ”
“ไม่มีค่ะ คุณไปนอนเถอะ”
อิศร์จะพูดต่อ แต่แพรพลอยรีบปิดประตู
“คุณแพร...”
อิศร์ครางเสียงอ่อย เพราะยังเป็นห่วงแพรพลอยอยู่ เขาเลยครุ่นคิดว่าจะทำอะไรสักอย่าง

แพรพลอยล้มตัวลงนอน ได้ยินเสียงอุคุเลเล่แว่วมา หันไปมองแล้วพยายามไม่สนใจข่มตาหลับ
แต่เสียงอุคุเลเล่ไกลเข้ามาเรื่อยๆ เป็นเสียงดีดเพี้ยนๆ ไม่เป็นเพลง ฟังดูน่ารำคาญมากกว่า
แพรพลอยพลิกตัวไปมาด้วยความหงุดหงิด แต่ทนไม่ไหว ลุกขึ้นชะโงกหน้าออกไปดูที่หน้าต่าง พบว่ามีดวงเทียนเล็กๆ ปักอยู่ในถ้วยวางไว้รอบๆ บ้าน ส่องแสงระยิบระยับ
แพรพลอยยิ่งแปลกใจ เลยลุกขึ้นจะออกไปดู แต่พอเปิดประตูไปก็เจอแสงเทียนอยู่ในบ้านเป็นแถวยาวออกไปถึงหน้าประตู

แพรพลอยย่องออกไปตามแสงเทียนที่นำทางออกนอกบ้าน อีกมือก็แตะปืนที่เอวเตรียมพร้อม แต่โผล่หน้าออกมาที่หาดก็ถอนใจ เมื่อเห็นว่าเป็นอิศร์ยืนเล่นอุคุเลเล่แบบเพี้ยนๆ อยู่หน้าบ้าน มีเทียนล้อมรอบเป็นวงกลม
“ทำอะไรของคุณ”
อิศร์หันมายิ้มเผล่ “ก็ผมเห็นคนฝันร้าย ก็เลยจะเล่นเพลงกล่อม” ว่าแล้วก็เล่นต่อมั่วๆ พร้อมกับร้องคีย์เพี้ยนๆ ไปด้วย
แพรพลอยอดยิ้มขำไม่ได้ ท่าทีหล่อนผ่อนคลายลง และรู้สึกดี แต่ยังคงวางฟอร์มอยู่
“เล่นอย่างนี้ทำให้ฉันนอนไม่หลับมากกว่า”
“งั้นก็ยังไม่ต้องนอน มาร้องเพลงกับผม โยนไอ้นี่ทิ้งไปก่อน” อิศร์แย่งปืนจากแพรพลอยโยนทิ้งไป
“คุณอิศร์”
“คุณอยากร้องเพลงอะไร” อิศร์ดีดมั่วๆ ไม่เป็นเพลง
“ไม่เอา ไม่อยากร้อง”
แพรพลอยจะออกไป แต่ถูกอิศร์ขวาง แม้จะเป็นสำเนียงอุคุเลเล่มั่วๆ แต่ความหมายในเนื้อเพลงกลับฟังแล้วรู้สึกดี
อิศร์ร้องไปเดินวนรอบตัวไม่ยอมให้แพรพลอยออกไปจากวง พยายามสร้างบรรยากาศ โยกตัวตลกๆ จับมือแพรพลอยโบกไปมาตามเพลง แพรพลอยเริ่มอารมณ์ดีขึ้น ค่อยๆ ยิ้มออก
“แน่ะ ยิ้มแล้ว สบายใจขึ้นยัง” อิศร์ร้องเพลงมั่วๆ ต่อไปอย่างร่าเริง สนุกสนาน

ฟากมายาวีงัวเงียออกมาจากห้อง เพราะได้ยินเสียงเพลงของอิศร์ เห็นอนุภัทรแอบมองยิ้มอยู่หน้าบ้าน
“เสียงอะไร ขี้เมาที่ไหนมาร้องเพลง” มายาวีว่า
อนุภัทรทำมือให้มายาวีเงียบ มายาวีสงสัยชะโงกมอง เห็นอิศร์จับแพรพลอยโยกตัวตามจังหวะเพลง
“เขาทำอะไรกันน่ะ” มายาวีถลันจะออกไป
อนุภัทรดึงรั้งไว้ “ไม่ใช่เรื่องของคุณน่า ไปนอน”
ผู้กองเอามือปิดปากหล่อนแล้วลากเข้าบ้าน มายาวียังมองกลับมา อยากรู้อยากเห็น

แพรพลอยโดนอิศร์จับหมุนตัวโยกไปทั่วจนเวียนหัว ผละออกมานั่งแปะลงบนพื้นทราย
“พอแล้ว ฉันเวียนหัว”
อิศร์ตามมานั่ง แล้วถามอย่างห่วงใย
“คุณหายเครียดหรือยัง”
แพรพลอยยังวางฟอร์ม “ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย คุณคิดไปเอง”
อิศร์ครวญ “เฮ้อ...คุณแพร เมื่อไรคุณจะไว้ใจผมน้า เอาเถอะ ผมคิดไปเองก็ได้ว่าคุณเครียด ตอนนี้ก็คิดไปเองอีกว่าคุณหายเครียดแล้ว จะไปนอนได้หรือยังครับ”
แพรพลอยยิ้มให้ พลางพยักหน้า อิศร์เลยลุกขึ้น ส่งมือดึงแพรพลอยขึ้นมา ทั้งสองสบตากัน
แพรพลอยเขินๆ เพราะรู้สึกดีที่อิศร์ห่วงใย “เอาไว้ถ้าคุณคิดไปเองว่าฉันเครียดอีก ฉันจะออกมาฟังเพลงห่วยๆ ของคุณใหม่แล้วกันนะ”
“นี่จะขอบคุณหรือจะแขวะกันเนี่ย ผมตีความไม่ออก”
“ทั้งสองอย่าง”
แพรพลอยยิ้มขัน แล้วลุกเดินเข้าบ้านไป อิศร์เกาหัว
“แหม ขออย่างเดียวชัดๆ ไม่ได้เหรอ เดี๋ยวก่อนซี่”
อิศร์วิ่งตามแพรพลอยเข้าบ้านไป

เช้าวันต่อมาอำพลนั่งอ่านเอกสารทำงานอยู่ที่โต๊ะในบ้าน สุนทรเอากาแฟมาเสิร์ฟให้มองอำพลท่าทีลังเลจะพูดไม่พูด แล้วตัดสินใจพูด
“นายครับ เมื่อวันก่อน คุณไอศูรย์มาคาดคั้นขอที่อยู่ของทิตาจากผม”
อำพลชะงัก เงยหน้าขึ้นมองสุนทรทันที
“แล้วแกให้ไปหรือเปล่า”
สุนทรพยักหน้าขรึมๆ แทนคำตอบ อำพลนึกเอะใจ
“มันจะเอาไปทำไม”
“ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ พยายามจะถามจากทิตา แต่ยังติดต่อไม่ได้”
“หรือมันจะสั่งงานนักฆ่าของแก ให้ทำงานพิเศษ มันคิดจะฆ่าใครอีกนอกจากไอ้อิศร์”


กรองทองบังเอิญเดินผ่านมาหน้าห้อง ได้ยินชื่ออิศร์ในประโยคสุดท้ายพอดี หล่อนชะงักฟัง
“คนที่คุณไอศูรย์อยากให้หายไปจากโลก ก็น่าจะมีคุณอิศร์คนเดียวนะครับ”
กรองทองได้ยินเต็มสองหู เอามือปิดปากตกใจ
“ก็จริงของแก ยิ่งตอนนี้มีเรื่องหนูอริสแท้งลูกด้วย ไอศูรย์มันคงอยากฆ่าเจ้าอิศร์เต็มที หรือมันจะไปเร่งให้คนของแกรีบลงมือ ก็ดีเหมือนกัน จะได้จบๆ ไป”
กรองทองอึ้ง ตะลึงงัน ไม่อยากเชื่อว่าอำพลกับไอศูรย์วางแผนฆ่าอิศร์ แถมสุนทรผู้เป็นพ่อก็รู้เห็นด้วย

ฟากอิศร์ขับเรือมากับแพรพลอยสองคน ออกมาในทะเล เขาวนหามุมสวยๆ เตรียมดำน้ำ
“ถึงแล้วคร้าบ มุมนี้แหละที่ยายเมย์บอกว่ามีแนวปะการังสวยๆ อยู่”
อิศร์ทิ้งสมอเรือ แล้วเปิดกระเป๋าเตรียมอุปกรณ์สน็อกเกิ้ล
แพรพลอยก้มดูในน้ำ “คุณเมย์กับผู้กองภัทรไม่ว่าเอาเหรอคะที่เราหนีมาแบบนี้”
“สองคนนั้นมัวแต่ซื้อของสดไม่กลับมาซักทีนี่นา ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ก็ได้ ผมอยากมากับคุณแค่สองคนก่อน เดี๋ยวไม่โรแมนติก” อิศร์ยิ้มกริ่มตาหวานเชื่อม
แพรพลอยมองค้อน “คิดไปเองอีกละ ไม่เห็นจะโรแมนติกตรงไหน”
อิศร์ร้อง “อ้าว”
แพรพลอยหัวเราะขำ แล้วเอาสน็อกเกิ้ลสวม ก่อนจะเลื่อนตัวลงทะเล
“เดี๋ยวสิคุณ รอด้วย” อิศร์รีบลงน้ำตามไป

ใต้แผ่นน้ำเวลานั้นอิศร์กับแพรพลอยดำน้ำดูปะการังกับปลาสวยๆ อิศร์เอากล้องกันน้ำมาถ่ายรูปคู่ หยอกล้อกับแพรพลอย
เวลาผ่านไปแพรพลอยโผล่ขึ้นมาจะปีนกลับขึ้นเรือเพราะความเหนื่อย เอากล้องมาเปิดดูรูป
“สวยจัง”
อิศร์ยิ้มร่ามองแพรพลอยที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ระหว่างดูรูป ว่ายน้ำเข้ามาใกล้ๆ
“ถ้าคุณชอบ คราวหลังเรามากันอีกก็ได้นะ มากันแค่สองคน”
อิศร์ปีนขึ้นมานั่งกระแซะข้างๆ แพรพลอยบนกาบเรือ
“คงมีเวลามาหรอก คุณกลับไปก็ต้องเคลียร์งานให้เรียบร้อย อย่าอู้”
“ก็หอบงานมาทำที่นี่ซะเลย หนีความวุ่นวายของกรุงเทพมาอยู่ที่นี่เลยดีไหม”
แพรพลอยเศร้านัก เมื่อนึกถึงชีวิตวัยเด็กที่โตที่นี่เหมือนกัน หล่อนรีบฝืนยิ้ม
“อย่าถามความเห็นฉันเลย ชีวิตคุณนี่คะ
“แต่ผมอยากให้คุณช่วยตัดสินใจนี่นา”
อิศร์มองตาแพรพลอยซึ้งๆ อย่างมีความหมาย แพรพลอยหลบตาประหม่า
“กลับกันดีกว่า เผื่อสองคนนั้นจะกลับมาแล้ว”
แพรพลอยลุกขึ้นถอดหน้ากาก อิศร์มองออกไปที่ทะเล เห็นเรือแล่นมา แกล้งตกใจ
“คุณแพร! ผมเห็นคนถือปืน หลบเร็ว”
แพรพลอยตกใจ “อะไรคะ ว้าย”
อิศร์ดึงแพรพลอยร่วงตกน้ำลงมาใต้น้ำด้วยกัน แพรพลอยดิ้นหายใจไม่ออก ตะเกียกตะกายจะขึ้น อิศร์จับหน้าแพรพลอยไว้แล้วก้มประทับจูบ นิ่งนาน แพรพลอยได้สติทะลึ่งพรวดขึ้นทันที ทั้งตกใจ ทั้งโกรธ
“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”
“ก็เรือลำนั้น มันมีปืน...อ้าว”
อิศร์ชี้ไปที่เรือที่แล่นผ่านมาใกล้ เห็นชายคนหนึ่งถือกล้องส่องทางไกลสีดำส่องมาที่เรือของอิศร์
“ปืนอะไรเล่า นั่นมันกล้องส่องทางไกล”
“ผมเห็นไกลๆ สีดำๆ ก็เลยนึกว่าปืน” อิศร์แก้ตัว
“แล้วคุณจูบฉันทำไม”
อิศร์แถ “ผมกลัวคุณทะลึ่งพรวดขึ้นมา แล้วเราจะซวยกันหมด ผมหวังดีนะ”
“นี่เหรอความหวังดีของคุณ คนบ้า ฉวยโอกาส”
แพรพลอยขย้ำอิศร์ พยายามจับอิศร์กดน้ำ อิศร์ร้องโอ๊ยๆ แล้วดิ้นสู้ ก่อนจะรวบตัวแพรพลอยไว้ในอ้อมกอดได้อีก ถามยิ้มๆ
“เดี๋ยวก็ฉวยโอกาสอีกรอบหรอก”
อิศร์จ้องตาแพรพลอยยิ้มๆ แพรพลอยเขินจัดสะบัดออกเต็มแรง แล้วรีบปีนขึ้นเรือ
“กลับบ้านเองแล้วกัน”
“อ้าว คุณแพร”
แพรพลอยปีนไปที่หน้าเรือ แล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้อิศร์ลอยเคว้ง ตะโกนเรียกแพรพลอย

ทางด้านอนุภัทรเดินดูอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นมาจากท่า
“คุณรู้ไหม วิธีการเลือกปลาหมึกสดๆ เนี่ยต้องดูที่...อ้าว”
อนุภัทรหันมาจะคุยกับมายาวี แต่กลายเป็นว่ามายาวีไม่ได้เดินมาด้วย แต่มัวถ่ายรูปปลาตัวใหญ่อยู่อีกร้านนึง เลยรีบเดินไปหา
“คุณเมย์ มัวแต่ถ่ายรูปอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวตลาดก็วายพอดี”
“ฉันซื้อไม่เป็นนี่ คุณเลือกเป็นก็ซื้อไปสิ เอ้าเอาตังค์ไป” หล่อนควักตังค์ส่งๆ ให้แล้วถ่ายรูป “ป้าขา วานถ่ายให้ทีนะคะ หนูจะเอาไปลงอินสตาแกรม”
มายาวีส่งมือถือให้แม่ค้า แล้วแอ็คท่าแอ๊บถ่ายรูป อนุภัทรมองเอือมๆ แล้วเดินหนี ซื้อเองก็ได้ฟระ

อนุภัทรเดินซื้อของสดไปเตรียมปาร์ตี้ตอนค่ำ ไม่สนใจมายาวีอีก
มายาวีเดินถ่ายรูปมุมสวยๆ ชิลล์ๆ อยู่อีกมุมหนึ่งของตลาดตามประสาคนเมือง มืออีกข้างถือแก้วกาแฟ
ชายคนหนึ่งออกมายืนมองมายาวี เพ่งไปที่โทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ราคาแพง แล้วปรี่เข้ามาชนมายาวีกระเด็นแล้วกระชากกระเป๋าไป
“ว้าย ช่วยด้วยค่ะ ฉันโดนปล้น”
โจรวิ่งฝ่าคนที่เดินสวนมาออกไปอย่างรวดเร็ว อนุภัทรได้ยินเสียงเอะอะหันไปมอง
“คุณเมย์” อนุภัทรรีบวิ่งไปหามายาวี
“เกิดอะไรขึ้น”
“จ...โจรวิ่งราวกระเป๋าฉัน!”
อนุภัทรรีบวิ่งตามโจรออกไป

โจรวิ่งออกมาที่ถนน อนุภัทรไล่กวดตามมาติดๆ
“เฮ่ย หยุดนะ”
โจรวิ่งหันรีหันขวาง วิ่งแล้วสะดุดล้มลง อนุภัทรพุ่งเข้าคว้าตัวไว้ โจรต่อสู้เตะต่อยกับอนุภัทรพัลวัน
ที่สุดโจรสลัดอนุภัทรออกไป แล้วชักมีดออกมา พุ่งเข้าจะแทง อนุภัทรหลบหลีก แล้วเตะมีดกระเด็น โจรเสียที อนุภัทรพุ่งเข้าอัด จนมันยกมือไหว้ ยอมแพ้
“อย่าไปทำชั่วที่ไหนอีก ถ้าเจอแกอีกที ฉันเอาแกตายแน่”
โจรรีบวิ่งหนีไป อนุภัทรก้มลงเก็บกระเป๋า มายาวีวิ่งตามมาพอดี
“ผู้กอง เป็นอะไรหรือเปล่า”
อนุภัทรดุเสียงขุ่นเขียว “เพราะความไม่ระวังของคุณ เห็นไหมว่าเกือบเป็นเรื่อง แทนที่จะมาช่วยกันซื้อของ เดินเอ้อระเหยอยู่ได้ แล้วกระเป๋าแพงๆ เนี่ยเอามาทำไม”
พลางอนุภัทรยัดกระเป๋าใส่มือมายาวีแล้วเดินออกไปอย่างฉุนๆ
มายาวีอึ้งๆ พอได้สติว่าอนุภัทรโกรธก็รีบวิ่งตามไป
“ผู้ก๊องง... ฉันขอโทษ คราวนี้ฉันจะไม่อยู่ห่างคุณแล้วน้า อย่าโกรธน้า”
อนุภัทรเดินฉุนไม่ฟัง มายาวีไล่ตามง้อไป
ที่ด้านหลัง เห็นเงาใครคนหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากที่ซ่อน ที่แท้คือทิตาที่มองตามทั้งสองไป แล้วกดโทรศัพท์ไปรายงานไอศูรย์
“ฉันเจอนังคุณหนูกับไอ้ตำรวจนั่นแล้ว อยู่ที่นี่ไม่ผิดแน่”

ไอศูรย์คุยโทรศัพท์ ยิ้มกระหยิ่ม
“ดี จัดการให้สิ้นซาก รางวัลของฉันรอเธออยู่” ได้ยินเสียงคนเข้ามาใกล้แล้ว “แค่นี้ก่อนนะ”
ไอศูรย์วางสาย พอเห็นว่าอริสราเดินเข้ามาก็ยิ้มให้
“ออกไปทานข้าวนอกบ้านกันนะครับอริส”
อริสรามองสามี รู้สึกว่าไอศูรย์ดูยิ้มแย้มแปลกๆ
“หรือว่าคุณอยากไปดูหนัง ช้อปปิ้งไหม ผมว่างทั้งวันเลย”
“ทำไมถึงคิดว่าฉันอยากไปกับคุณ”
ไอศูรย์เข้าไปกอด อ้อนๆ “ไม่เอาน่า เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครับ อะไรไม่ดีที่ผ่านมา ลืมมันไปให้หมด ให้โอกาสผมแก้ตัวนะ”
“ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่ามาแตะต้องฉัน”
อริสราผลักออก แล้วรีบเดินออกไป ไอศูรย์มองตามอย่างเคืองขุ่น ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“ทำเป็นเล่นตัวไปเถอะ ถ้าไม่มีไอ้อิศร์ซักคน คุณก็ต้องซมซานมาหาผม”

สุนทรแต่งตัวเตรียมออกจากบ้าน กรองทองถลันเข้ามาขวาง ท่าทางร้อนใจ
“พ่อ! พ่อจะไปไหน”
“ไปธุระให้นาย แกถามทำไม มีอะไรก็ไปทำสิ”
สุนทรจะไป แต่กรองทองขวางไว้ คว้าแขน
“ไม่นะ กรองไม่ให้พ่อไป”
สุนทรงง “อะไรของแกยายกรอง! ปล่อยพ่อน่า”
“พ่อจะไปฆ่าคุณอิศร์ใช่ไหม”
สุนทรชะงัก มองกรองทอง ตกตะลึง คาดไม่ถึง แต่ยังเก็บอาการ
“แกเอาอะไรมาพูด”
กรองทองเบะปากจะร้องไห้แล้ว “ก็กรองได้ยินพ่อพูดกับคุณผู้ชายว่าพวกเขาจะฆ่าคุณอิศร์ ทำไมล่ะพ่อ โกรธแค้นอะไรกันนักหนาถึงต้องฆ่าแกงกัน”
สุนทรนิ่งอึ้ง แล้วรีบตัดบท
“มันเป็นเรื่องของเจ้านาย”
“แสดงว่าเป็นเรื่องจริง” กรองทองร้องไห้ออกมา “ไม่นะพ่อ พ่ออย่าทำอะไรคุณอิศร์นะ คุณอิศร์เป็นคนดี เธอไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย พ่อก็รู้”
สุนทรหนักใจ เพราะรู้ว่ากรองทองพูดถูก “พ่อรู้ แต่พ่อตัดสินใจแทนนายไม่ได้”
“แต่กรองไม่ให้พ่อทำ”
สุนทรมองลูกอย่างเข้าใจ “พ่อไม่ได้เป็นคนลงมือหรอก มีหน้าที่ก็แค่รับคำสั่งนายเท่านั้น”
“งั้นใครลงมือ กรองจะไปหยุดมัน กรองจะแจ้งตำรวจ กรองจะ...”
สุนทรสวนเสียงเข้ม “กรอง! ครอบครัวของนายมีบุญคุณล้นหัวเราพ่อลูก แกอย่าได้แม้แต่จะคิดทำอย่างนั้นเป็นอันขาด”
“แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันผิด”
“ถ้าแกไม่อยากให้พ่อเดือดร้อนไปด้วย แกก็ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะตอนนี้พ่อมาไกลเกินว่าจะถอยกลับแล้ว”
สุนทรเดินออกไป กรองทองยืนน้ำตาไหล ปวดร้าวใจ เป็นห่วงทั้งพ่อ เป็นห่วงทั้งอิศร์

มายาวีเปิดถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากตลาด แพรพลอยเปลี่ยนชุดนอนออกมาจากห้อง
“ว้ายคุณแพร จะนอนแล้วเหรอคะ ปาร์ตี้ริมหาดของเราล่ะ”
แพรพลอยก้มลงมองตัวเอง “ใส่ชุดนี้ไปปาร์ตี้ไม่ได้เหรอคะ”
“ไม่ได้ค่ะไม่ได้ เสียบรรยากาศ มาทะเลทั้งทีมันต้องแต่งให้เข้าธีม มานี่ เดี๋ยวเมย์จัดการให้ เมย์เพิ่งซื้อผ้าสวยๆ มาจากตลาด”
“แต่คุณเมย์คะ...”
แพรพลอยทักท้วงบ่ายเบี่ยง แต่ถูกมายาวีลากเข้าห้องไปจนได้
ตอนเย็นจวนค่ำ ที่หน้าบ้านเตรียมจัดสถานที่ปาร์ตี้บาร์บีคิว ปิ้งย่างอาหารทะเล โดยอิศร์กับอนุภัทรช่วยกันประดับไฟ แต่งสถานที่ มายาวีแต่งตัวสวยสไตล์สาวชาวเกาะ นุ่งผ้าลายดอก
“เสร็จหรือยังคะหนุ่มๆ หิวจะตายแล้ว”
“แหม ถ้าหิวก็อัญเชิญมาที่หน้าเตาเลยครับเจ๊ พวกผมก็มัวแต่ยกโน่นจัดนี่ ท้องร้องแล้วเหมือนกัน รอเจ๊มาทำให้กินนี่แหละ”
“แหม นึกว่าจะบริการอาหารให้ด้วย”
มายาวีค้อน แล้วเดินไปดูที่เตา อนุภัทรหยิบอุคุเลเล่มาดีดเล่นแล้วมองหาแพรพลอย
“คุณแพรไปไหนล่ะครับ”
“นั่นสิ” มายาวีหันไปมองในบ้าน “คุณแพรขา ออกมาเถอะค่ะ ปาร์ตี้เริ่มแล้วนะค้า”
ทุกคนหันไปมองในบ้าน เห็นแพรพลอยค่อยๆ เดินออกมาท่าทีประหม่า อิศร์ตะลึงแลตาค้างเมื่อเห็นว่าแพรพลอยปล่อยผมยาวสยายเบี่ยงข้าง นุ่งผ้าเหมือนมายาวี ติดดอกไม้แซมผม
“ฮ้า นี่ใครเนี่ย”
“แหม ความจำเสื่อมเหรอ บอดี้การ์ดสาวของนายไง มาค่ะคุณแพร”
มายาวีเข้าไปจูงแพรพลอยเดินลงไปที่หาด แพรพลอยท่าทางเขินๆ อิศร์มองตามตาค้าง อนุภัทรหมั่นไส้
“คอจะหมุนสามร้อยหกสิบองศาแล้วไอ้อิศร์”
“แหม ก็อยากมองนานๆ จะได้แน่ใจว่าตาไม่ฝาด” อิศร์ขยี้ตา “ฉันไม่เคยเห็นคุณแพรตอนเป็นผู้หญิงแบบนี้ เดี๋ยวต้องขอเข้าไปดูใกล้ๆ หน่อยนะ”
แพรพลอยง่วนปิ้งบาร์บีคิวอยู่ หันมาเห็นอิศร์เตร่เข้ามาหา ก้มหน้าดมผม
“ห๊อม หอม”
“นี่คุณ” แพรพลอยเอ็ด
“อะไรเล่า ผมหมายถึงบาร์บีคิวนี่ ห๊อม หอม”
“ถ้าเข้าใกล้ฉันอีกนิด ฉันจะเสียบไม้ย่างแทนบาร์บีคิว”
อิศร์กระโดดเหยงถอยหนี มายาวีหัวเราะ
“จับทำบาร์บีคิวเนื้อคนเลยค่ะคุณแพร หมั่นไส้นัก เดี๋ยวเมย์จะถ่ายรูปตอนเสียบไว้” หล่อนหยิบมือถือออกมา
อนุภัทรเห็นควันขโมงตรงเตาหน้ามายาวี รีบวิ่งมา
“คุณก็ห่วงแต่ถ่ายรูป กุ้งไหม้หมดแล้ว ไม่ดูเลย”
“ว้ายตายแล้ว โอ๊ยเสียดายอะ ผู้กองกินนะ ฉันยกให้”
มายาวีเอาไม้เสียบกุ้งยื่นจะป้อนอนุภัทร อนุภัทริเบือนหน้าหนี บรรยากาศกุ๊กกิ๊กสองคู่หวานชื่นสุดๆ
ไกลออกไปไม่ห่างจากบ้านนัก ทุกอย่างเงียบสงัด

ทิตาพรางตัวอยู่มุมหนึ่งในป่าพร้อมลูกน้องราว 5-6 คน เสียงทั้งสี่ยังคุยกันกระหนุงกระหนิงแว่วๆ มา
ทิตาระแวดระวัง หันไปมองด้านหลัง แล้วยกมือส่งสัญญาณ ลุกนำไป แลเห็นลูกน้องกลุ่มใหญ่ ลุกขึ้นกรูตามกันออกไป
ทิตากับลูกน้องค่อยๆ แฝงตัวเข้ามาปิดล้อมตัวบ้านทางด้านหลังอย่างเงียบๆ ทิตาหันไปพยักหน้ากับลูกน้อง ลูกน้องคนหนึ่งหยิบเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุติดกล้อง ปล่อยให้บินขึ้นไป
เครื่องบินบังคับบินขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังหน้าหาด ทิตาควักโทรศัพท์ออกมา เปิดดูจอภาพที่รับสัญญาณกล้อง เห็นความเคลื่อนไหวของทั้ง 4 จากชายหาด

ทุกคนกำลังสนุกสนานเต็มที่ มายาวีบงการให้อนุภัทรแกะกุ้งให้
“ไม่เอา ฉันไม่อยากมือเลอะ แกะให้หน่อยนะผู้กอง”
“เค้ามีแต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายปรนนิบัติ” อนุภัทรบ่น
“โบราณ ฉันยุคใหม่ เน้นสิทธิสตรี”
“เท่าเทียมกับผู้ชาย” อนุภัทรประชด
มายาวีจ้องหน้า “เหนือกว่า! ผู้ชายควรเป็นฝ่ายบริการ...แกะกุ้งมาเดี๋ยวนี้”
อิศร์หัวเราะ แพรพลอยยิ้มขำ
“เวลาคุณยิ้ม เหมือนโลกทั้งใบยิ้มให้ผมด้วย วันหลังเลิกทำหน้าบึ้งได้แล้วนะ”
“ถ้าคุณทำตัวอยู่กับร่องกับรอย ไม่กวนประสาทฉันมาก ฉันจะยิ้มบ่อยๆ”
“โอเค ดีล” อิศร์ยื่นมือจะให้จับ แพรพลอยตีมือ
“แต๊ะอั๋งฉันอีกแล้ว”
“แหม...” อิศร์หัวเราะเขิน)

ขณะเดียวกันภาพในมือถือ แลเห็นแพรพลอย อิศร์ มายาวี อนุภัทร ทำกิจกรรมร่วมกันอยู่
“อยู่กันครบ” ทิตายิ้มร้ายที่มุมปาก

สี่คนอยู่ริมหาดสวย แพรพลอยรวบช้อน ดื่มน้ำ แล้วเอนหลังบนเก้าอี้ชายหาด
“เฮ้อ อิ่ม” หล่อนชะงัก สีหน้าเห็นอะไรบางอย่างบนท้องฟ้า
“อะไรกัน อย่าเพิ่งอิ่มสิ ช่วยผมกินก่อน มามะๆ ป้อนๆ”
อิศร์ทำท่าจะป้อน แต่แพรพลอยสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที
“อ้าว ยิ้มแป๊บๆ ทำหน้าบึ้งอีกละ ไม่กวนก็ได้” อิศร์งอนใส่
“ดีแล้วค่ะ อย่าเพิ่งกวนฉัน” แพรพลอยเขม้นตามองบนฟ้า “คุณทำตัวตามปกติไปก่อน”
“อะไรอ่ะคุณ พูดแปลกๆ”
“ฉันว่าเราไม่ได้อยู่กันตามลำพัง”
แพรพลอยพยักหน้าขึ้นไปบนฟ้า อิศร์มองตาม
“เฮ้ย ของใครอ่ะ”
อนุภัทรกับมายาวีเงยหน้ามองตาม
“แถวนี้ไม่มีบ้านใครนี่นา แล้วมันมาจากไหน”
อนุภัทรตั้งข้อสังเกต “ใครจะเอาเฮกซ์คอปเตอร์ติดกล้องถ่ายภาพทางอากาศมาเล่นตอนกลางคืน ผมว่าไม่ค่อยดีแล้วล่ะคุณแพร”
“หมายความว่าไงคะ” มายาวีใจคอไม่ดี
“เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เก็บของเร็ว”
“ไม่ทันแล้ว”
แพรพลอยหยิบจานกระเบื้อง แล้วเหวี่ยงเหมือนจานบินไปสอยเฮกซ์คอปเตอร์ร่วง
ภาพในมือถือทิตาดับวูบลงไปทันที ทิตามองไปที่บ้าน
“พวกมันรู้ตัวแล้ว ไป”
ลูกน้องทิ้งอุปกรณ์กล้อง แล้วกระจายตัวบุกเข้าบ้าน

เย็นย่ำลงไปอีกหน่อย อนุภัทร มายาวี อิศร์ไปดูซากเฮกซ์คอปเตอร์ที่ตกอยู่ริมหาด แพรพลอยกวาดตามองรอบบ้านด้วยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังเปรี้ยงๆๆๆ มาจากหลายทิศทาง
“คุณอิศร์หมอบค่ะ”
แพรพลอยกระโจนเข้ารวบตัวอิศร์ กลิ้งล้มลงพื้นทรายที่ลาดลงไปด้วยกัน
“คุณไม่เป็นอะไรนะ” อิศร์ห่วงแพรพลอยกว่าตัวเอง
“บ้า! ฉันต่างหากที่ต้องปกป้องคุณ”
“เราจะดูแลกันและกัน”
แพรพลอยพยักหน้าให้ เสียงปืนดังขึ้นมาอีก อิศร์รวบตัวแพรพลอย พลิกตัวหนีตามสัญชาตญาณ
อีกด้านมายาวีกลิ้งหลบอยู่ ทรายเต็มหน้า เข้าตาจนมองไม่เห็น
“อ๊าย ผู้กองช่วยด้วย”
“คุณเมย์ มาหาผม ผมอยู่ตรงนี้”
“ตรงไหน ทรายเข้าตาฉัน ฉันมองไม่เห็น”
มายาวีมือไม้เปะปะ อนุภัทรกลิ้งตัวเข้ามาประคองมายาวี จับมือแน่น
“ผมอยู่นี่” อนุภัทรเช็ดหน้าให้
ทันใด เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้นอีก ทิตากับลูกน้องกระขายตัวออกมา แล้วกระหน่ำยิงใส่
ทั้งสี่รีบลุกขึ้น แล้ววิ่งเตลิดไปตามชายหาด
“เราจะหนีไปไหน”
อนุภัทรบอก “ไปทางป่านั้น”
อนุภัทรจูงมือมายาวีวิ่งนำไปข้างหน้า อิศร์จะจูงมือแพรพลอยวิ่ง แต่แพรพลอยชะงักวิ่งกลับมาคว่ำเตาย่างบาร์บีคิว แกะตะเกียงบนโต๊ะ เทน้ำมันใส่เตา จนเกิดไฟลุกโชน ขวางทิตากับพวกที่วิ่งตามมา
“คุณอิศร์ ไป”
อิศร์และแพรพลอยรีบวิ่งหนีพวกลูกน้องทิตาไป ทิตากับลูกน้องรีบแยกกระจายออกตามล่า

แพรพลอย อิศร์ มายาวี และอนุภัทรวิ่งหนีพวกทิตา ลัดเลาะมาตามป่า มายาวีเสื้อโดนหนามกิ่งไม้เกี่ยว ขาดติดต้นไม้ แขนมายาวีมีเลือดซิบ
“โอ๊ย”
“ไหวมั้ยคุณเมย์ อย่าเพิ่งเจ็บตอนนี้” ผู้กองรีบประคองพาไป
อิศร์กับแพรพลอยวิ่งนำหน้า หันมามองอนุภัทรกับมายาวีแล้วหยุดรอ
ทันใดนั้นก็มีเสียงเปรี้ยงดังขึ้น กระสุนเจาะเข้าที่ลำต้นต้นไม้ ห่างหัวอิศร์แค่ไม่กี่นิ้ว อิศร์เหวอสุดขีด ผวากอดแพรพลอยแน่น
“คุณแพร”
แพรพลอยปลอบขวัญ “คุณอิศร์ ไม่ต้องกลัว ฉันจะดูแลคุณเอง”
“ผมไม่ได้กลัวตาย แต่ผมกลัวว่าผมจะไม่ได้อยู่ใกล้คุณอีก ผมสัญญา ผมจะรักษาชีวิตเพื่อคุณ”
อิศร์พูดคำหวานในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน และเป็นฝ่ายดึงแพรพลอยวิ่งหนีสุดชีวิต
ทิตายิงเปรี้ยงๆ โดนกิ่งไม้หัก โดนต้นไม้กระจุย ทิตาวิ่งตามมาเจอเศษเสื้อของมายวี ทิตารีบพุ่งตามไป

สี่คนวิ่งหนีมาถึงชายหาด
“โอ๊ย ยังไงต่อคะ”
“เรือ” แพรพลอยนึกออกหันไปมองเรือ “ไปที่เรือ”
แพรพลอยชี้ไปที่ทะเลเรือลอยลำทอดสมออยู่ห่างจากชายหาดไม่ไกล ทุกคนวิ่งลงสู่หาด
แต่เสียงดังเปรี้ยงๆๆ พร้อมกระสุนแหวกอากาศออกมาจากราวป่า โดนเข้ากับทราย
แพรพลอย อิศร์ อนุภัทร มายาวี วิ่งข้ามหาดทราย มีเศษทรายที่โดนกระสุนฟุ้งตลบ ทิตาและลูกน้องตามมาติดๆ
แพรพลอยขึ้นเรือได้ก่อน ดึงมายาวีขึ้นโดยมีอนุภัทรรุนหลัง อนุภัทรขึ้นตาม อิศร์รั้งท้าย
“คุณอิศร์ เร็วเข้า”
ทิตาและลูกน้องมาถึงหาด ตั้งป้อมกระหน่ำห่ากระสุนตรงมาที่เรือ
“คุณแพร หลบ ไม่ต้องห่วงผม”
อิศร์หลบข้างเรือ แพรพลอย กดหัวมายาวีในเรือให้หมอบลง อนุภัทรสตาร์ทเรือแล้ว เคลื่อนคันเร่ง
“เราต้องรีบไปแล้วเพื่อน”
อนุภัทรตะโกนบอกอิศร์ แล้วเคลื่อนคันเร่ง เรือพุ่งออกไปข้างหน้า
“เดี๋ยวค่ะ คุณอิศร์” แพรพลอยจะบอกว่าอิศร์ยังไม่ได้ขึ้นเรือ
ทิตากระหน่ำยิงมาไม่ขาดระยะ เห็นว่าในเรือ มีเพียง 3 คน คือ อนุภัทร แพรพลอยและมายาวี
“อิศร์ตกน้ำไปแล้ว” ทิตารำพึง

เรือแล่นมา แพรพลอยตกใจมาก เหลียวมองทางฝั่ง
“คุณอิศร์ คุณอิศร์อยู่ไหน”
“ผมอยู่นี่”
เสียงอิศร์ตะโกนมาจากข้างเรือ แพรพลอยรีบไปชะโงกหน้ามอง พบอิศร์เกาะห่วงยางข้างเรืออย่างเหนียวแน่น ลำตัวระน้ำกระหนาบมากับเรือตลอดเวลา
“คุณอิศร์”
แพรพลอยทึ่ง รีบยื่นมือดึงอิศร์ อิศร์ตะกายขึ้นมาได้ ตบไหล่อนุภัทร
“ขอบใจที่ยังจำได้”
“ลูกไม้เก่าของเราสมัยวัยรุ่น ขับเรือหนีผู้หญิง” อนุภัทรว่า
“โอย ใจหายใจคว่ำ...แล้วทีนี้จะหนีไปไหนคะ”
มายาวีมองหน้าทุกคน

เรืออีกลำมาจอดเทียบหน้าชายหาด ทิตาและลูกน้องกระโดดขึ้นเรือ
“ตามไป” ทิตาสั่งเสียงเหี้ยม

แพรพลอย อิศร์ มายาวี อนุภัทร อยู่ในเรือที่แล่นมา
“ผมว่าวกเข้าท่าเรือในเมืองน่าจะปลอดภัย ถึงฝั่งแล้วผมจะติดต่อคนของผม”
“ไม่ทันแล้วมั้ง” มายาวีเอ่ยขึ้น
อิศร์งง “ทำไม”
“พวกมันมาโน่นแล้ว ผู้กอง ฉันกลัว”
มายาวีชี้ไปกลางทะเล เห็นเรือเร็วอีกลำของทิตาพุ่งมาทางนี้
“ฉันขับเองค่ะ ลองดู เรือเร็วก็แว้นได้เหมือนกัน” แพรพลอยเร่งคันเร่ง

นับจากนั้น เรือสองลำ ไล่ล่ากัน ลำทิตาบี้ตามไม่ลดละ
โดยในเรือของทิตา มีทิตาอยู่หน้าเรือ ประทับปืน เล็ง ยิง เปรี้ยงๆๆๆ
“วิ่งตรงๆ แบบนี้เราอาจหลบกระสุนไม่พ้น ทุกคนเกาะแน่นๆ นะคะ”
แพรพลอยบอก ตามองไปข้างหน้า หล่อนหมุนพวงมาลัยเรือ เรือแล่นฉวัดเฉวียนหลบกระสุนที่พุ่งเป็นห่าฝนมาจากเรือทิตา
ทิตาหัวเราะเยาะ
“คิดว่าจะพ้นเหรอ” หล่อนพยักหน้าให้สัญญาณลูกน้อง

ลูกน้องจัดอาวุธหนัก เอ็ม 16 สาดกระสุนใส่เรือแพรพลอยไม่ยั้ง ชนิดจัดหนัก!!



เรือที่แพรพลอยขับ ถูกกระสุนเจาะข้างเรือ น้ำทะลักเข้ามา ขณะที่เรือของทิตาพุ่งเข้าใกล้มากขึ้น ทิตากับลูกยิงกระหน่ำมาอย่างต่อเนื้อง

“คุณเมย์ หลบ” อนุภัทรรีบเข้าประคอง
ทันใดนั้น เรือทิตาพุ่งชนท้ายเรือแพรพลอยอย่างจัง
มายาวีร้องวี๊ดดังลั่น
อนุภัทรกับมายาวีเสียการทรงตัว ตกโครมลงไปในน้ำ อิศร์กระเด็นไปทางหนึ่ง แพรพลอยกระเด็นไปทางหนึ่งเรือเสียหลักแฉลบออกไปไกลสองคน
“ไอ้ภัทร” อิศร์ตะโกน ขณะแพรพลอยร้องขึ้น “คุณเมย์”
อนุภัทรพุ่งตัวลงน้ำดึงแขนมายาวีที่ตกใจสุดขีด ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ

อิศร์ตั้งสติได้ก่อน ไปกุมพวงมาลัยเรือ จะหักเลี้ยวมารับอนุภัทรกับมายาวี
“คุณอิศร์คะ สองคนนั้น”
“ผมจะกลับไปรับ” อิศร์บอกอย่างมาดมั่น
อิศร์หักพวงมาลัยเรือมา
“คุณอิศร์ระวังชนกองหินโสโครกตรงนั้น”
อิศร์หักเรือหลบกองหินโสโครกที่โผล่พ้นน้ำกลางทะเล เรืออิศร์หลบไปทางหนึ่ง เข้าทางเรือทิตาตีโค้งเข้ามาทันพอดี แล้วกระหน่ำกระสุนใส่
“คุณแพร หมอบลงกับเรือ”
“แล้วคุณล่ะคะ”
“ไม่ต้องห่วงผม”
ทิตาเล็งปืนไปที่ถังน้ำมันท้ายเรืออิศร์ แพรพลอยมองไปที่เรือทิตา เห็นทิตาเล็งปืนไปที่ถังน้ำมัน ก็ตกใจ
“คุณอิศร์ ระวัง”
แพรพลอยพุ่งตัวเข้าหาอิศร์ คว้าตัวล้มลงไปด้วยกัน

ไกลออกไป เห็นอนุภัทรและมายาวีโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ลอยคอกลางน้ำ ห่างเรือไปไกลมากแต่ใกล้กับเกาะร้างเกาะหนึ่ง
“คุณเมย์” อนุภัทรมองหา
“ฉันอยู่นี่ ผู้กอง ฉันอยู่นี่”
อนุภัทรรีบว่ายน้ำเข้ามาหา ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดตูมกลางทะเล ทั้งสองหันไปมอง
มายาวีตกใจแทบช็อก “อิศร์ คุณแพร”
เรือระเบิดเป็นจุล เศษเรือปลิวกระจัดกระจาย
“คุณเมย์หลบ”
อนุภัทรรีบดึงมายาวีให้ดำน้ำก้มหลบ เพราะเห็นเรือเร็วของทิตายังแล่นวนอยู่ไม่ไกลนัก
ส่วนที่เรือทิตาขับวนดูสภาพ ทิตามองหาร่างอิศร์และแพรพลอย
“หาให้เจอ”
“เรือระเบิดขนาดนี้ จมน้ำตายไปแล้วแหง” ลูกน้องคนหนึ่งบอก
“งั้นอีกสองคนที่เหลือ”
อนุภัทรและมายาวีโผล่หน้าขึ้นมา ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือดังใกล้เข้ามา
“มันต้องกลับมาตามหาเราแน่ๆ”
อนุภัทรเหลียวซ้ายขวา เจอเกาะร้างไม่ไกล
“อดทนอีกฮึดนึงนะคุณเมย์ ไปทางโน้น”
มายาวีจะร้องไห้ “แล้วสองคนนั้น”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรทั้งนั้น ว่ายไปที่เกาะนั่น เร็ว”
อนุภัทรตัดใจ ว่ายประคองพามายาวีไป

ตรงเกาะแก่งหินโสโครก เศษซากเรือที่ระเบิดลอยอยู่เต็มพื้นที่ บ้างเกยอยู่บนหินโสโครก ทิตากวาดตามองตามแสงไฟฉายในมือ
“เชื่อผม ป่านนี้มันสองคนไม่เหลือซากแล้ว” ลูกน้องว่า
“ไม่ได้ ฉันต้องแน่ใจ”
ทิตาส่องไฟฉายมอง ลูกน้องมองไปที่กลางทะเล เห็นแสงไฟจากเรือประมง
“ลูกพี่ ไปก่อนเถอะ”
ทิตาข้องใจ เงยหน้ามอง เห็นเรือประมงแล่นตรงมา ก็รีบปิดไฟฉาย
“ไป ตามไปดูอีกสองคนนั่น”
เรือเร็วทิตาแล่นหนีออกไป เรือประมงชาวบ้านแล่นมาใกล้ คนบนเรือโผล่หน้าออกมามองซากเรือ

อนุภัทรดึงมายาวีขึ้นมาบนฝั่ง
“ไหวไหมคุณ ค่อยๆ ลุกนะ”
มายาวีหอบหายใจ “ผู้กอง...เราต้องไปช่วยสองคนนั้น เขาต้องบาดเจ็บแน่ๆ ไปเร็ว”
“ตอนนี้เราต้องหลบไปก่อน มันมานั่นแล้ว”
อนุภัทรมองไปที่หาด เห็นเรือของทิตาแล่นมา ไฟฉายสาดส่อง อนุภัทรรีบลากมายาวีออกวิ่งหาที่หลบ
เรือของทิตาแล่นมาจอดเทียบริมหาด ทุกคนกระโดดลงมา
“นี่เป็นเกาะที่ใกล้ที่สุดที่พวกมันตกลงมา ตามหาให้ทั่วว่ามันอยู่บนนี้หรือเป็นเหยื่อฉลามไปแล้ว”
ทิตากับลูกน้องกระจายกันออกตามหา โดยที่หลังหินก้อนใหญ่ อนุภัทรกอดมายาวีไว้แน่น มายาวีกลัวหายใจเสียงดัง
“ฉ...ฉันกลัว”
“ไม่ต้องกลัว ผมจะไม่ให้ใครทำอันตรายคุณได้”
อนุภัทรชะโงกหน้ามองความเคลื่อนไหว แล้วรีบดึงมายาวีวิ่งหลบต่อเข้าไปในป่า
หากันอยู่สักครู่ใหญ่ ลูกน้องทิตาเดินวนไปมาจนกลับมาเจอกัน
ลูกน้อง 1 บอก “ไม่มีร่องรอยอะไรเลย ผมว่ามันเป็นผีเฝ้าทะเลกันไปหมดทั้งสี่ตัวนั่นแหละ
ลูกน้อง 2 ว่า “ไปเถอะลูกพี่ เดี๋ยวไอ้พวกเรือประมงมันตามเรามาจะยุ่ง”
ทิตามองไปรอบๆ อย่างเสียดายที่ต้องรีบไป แล้วตัดสินใจโบกมือเรียกทุกคนให้ตามไป
มายาวีแอบมองพอเห็นทิตาไป ก็ดิ้นจะออกจากอกอนุภัทร
“จะไปไหน”
“ชาวบ้านไง ชาวบ้านมา ฉันจะเรียกเขามาช่วย”
“ออกไปตอนนี้พวกผู้ร้ายก็เห็นเรา เกิดมันย้อนมาเก็บเราล่ะ”
อนุภัทรดึงมายาวีได้สักครู่ใหญ่ เสียงเรือประมงแล่นเข้ามาใกล้
“เสียงเรือชาวบ้าน”
มายาวีและอนุภัทรรีบวิ่งออกมาที่หาด มายาวีตะโกนเรียกเรือ
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
ที่กลางทะเล เห็นเรือประมงแล่นห่างจากเกาะร้างไปเรื่อยๆ ท่ามกลางพายุเริ่มก่อตัว ลมแรง มีฟ้าแลบแปลบปลาบ
มายาวีและอนุภัทรกระโดดโบกมือ แต่ชาวบ้านไม่หันไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...